โซ่เสน่หา ตอนที่ 13 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

โซ่เสน่หา ตอนที่ 13


23 พ.ค. 2560 10:09
1,595,256 ครั้ง

โซ่เสน่หา ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

โซ่เสน่หา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชลาลัย

บทโทรทัศน์โดย:

ภาวิต

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

ราเมศว์เป็นกังวลกับการบุกมาหาลิ้นจี่ถึงบ้านของปราลีจนไม่มีสมาธิในการขับรถ เกือบจะชนกับรถคันอื่น สุนีรัตน์ถึงกับบ่นเป็นหมีกินผึ้งทำไมวันนี้พี่เมศว์ขับรถไม่ดีเลย

“น้องรัตน์รู้ว่าพี่เมศว์ไม่อยากมากับน้องรัตน์ พี่เมศว์ อยากอยู่กับผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมคะ น้องรัตน์จำเขาได้ พี่เมศว์อยากแต่งงานกับเขาแทนน้องรัตน์ใช่ไหมล่ะคะ คอยดูนะน้องรัตน์ไม่ยอมหรอกไม่ยอมๆๆๆๆ”

“ถ้าน้องรัตน์ยังขืนพูดจาเหลวไหลอีก พี่เมศว์จะพากลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย”

สุนีรัตน์ปล่อยโฮอย่างเด็กถูกขัดใจ ราเมศว์ขับรถต่อไปไม่สนใจ...

ด้านปราลีแสดงเจตนารมณ์ชัดแจ้งที่บุกมาถึงนี่เพราะต้องการให้ลิ้นจี่เลิกรบกวนครอบครัวของตนสักที ไม่มีใครเข้าข้างคนบาปอย่างเธออีกแล้วแม้แต่พวน ลิ้นจี่โกรธมากด่าคืนเป็นชุดแถมลามปามด่าพ่อของปราลีที่ตายไปแล้วอีกด้วย ปราลีชี้หน้าอย่างเอาเรื่องอย่ามาล่วงเกิน พ่อของตนอีก

“เขาโกรธคุณพ่อที่เลือกแม่แทนที่จะเป็นเขาน่ะลูก” แสงรวีจี้ใจดำลิ้นจี่

“เพราะมันโง่ไง ป่านนี้โครงกระดูกไอ้โง่นั้นคงจะดิ้นเร่าๆที่รู้ว่านังเมียที่ตัวเองเลือกน่ะดันไปมีผัวเด็กคราวลูกคราวหลาน แถมตอนนี้ยังถูกเด็กมันเขี่ยทิ้งอย่างไม่อาลัยไยดีเพราะไปเจอถังข้าวสารใหม่ที่ใบใหญ่กว่าเก่า ถามจริงๆเถอะ มันเหลือไว้ให้กี่แดง เฮอะ มันเหลือเอาไว้ให้สักกี่แดง”

แสงรวีทั้งโกรธทั้งอายพูดไม่ออก ปราลีสั่งให้หยุดด่าว่าแม่ของตน ลิ้นจี่ยิ่งสนุกเอารูปสวีตหวานของ สารัตน์กับพิศวาสข้าวสารถังใหม่ที่คุณหญิงเจริญศรีส่งมาให้ทางมือถือเปิดโชว์ให้ดูเป็นของแถมพร้อมกับสมน้ำหน้าแสงรวีที่อุตส่าห์มาให้ตนด่าถึงบ้าน แล้วหันไปทางปราลี

“แล้วไอ้ลูกของแกน่ะ ฉันเปลี่ยนใจไม่เอาแล้วล่ะ เด็กนั่นเลือดชั่วมันเยอะ”

ปราลีกลับเห็นตรงกันข้ามว่าความดีน่าจะมีน้ำหนักมากกว่าความชั่ว ไม่ต้องดูอื่นไกล ให้ดูจากราเมศว์ลูกชายของลิ้นจี่ซึ่งอุตส่าห์เพียรพยายามสั่งสอนให้เขาชั่วเหมือนตัวเองแต่กลับผิดคาด เพราะถึงเขาจะพยายามชั่วสักเท่าไหร่ ก็ชั่วไม่ขึ้น นับว่าเป็นความอัปยศของคนชั่วอย่างลิ้นจี่เป็นอย่างยิ่ง

“แก...นังกาลี แกมันควรจะชื่อนังกาลีมากกว่าปราลี” ลิ้นจี่โกรธปากคอสั่น

“ฉันจะชื่ออะไรก็ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าฉันคือคนที่คุณราเมศว์รักมาก ฉันคือคนที่จุดประกายความเป็นมนุษย์ให้แก่เขา แค่นี้ฉันก็ชนะคุณนายแล้ว เสร็จธุระแล้ว เรากลับกันเถอะค่ะแม่” ปราลีประคองแสงรวีลุกขึ้น

ลิ้นจี่แค้นใจมากสั่งให้อำไพไปเอาน้ำมาราดตามทางที่ตัวเสนียดออกไปจากบ้าน สองแม่ลูกไม่สนใจเดินเชิดไปขึ้นรถ แสงรวีขอโทษลูกด้วยเป็นความผิดของท่านเองที่ทำให้ลูกต้องพลอยอับอายขายหน้าไปด้วย

ปราลีไม่เห็นมีอะไรต้องอาย ไม่มีใครในโลกนี้ไม่เคยทำผิด เธอเองก็ทำผิดมามาก ทำให้แม่ต้องอับอายขายหน้าไม่แพ้กัน แสงรวีขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้วก็ให้แล้ว
กันไป แต่สำหรับลิ้นจี่จะต้องได้รับการสั่งสอน

“แม่จะให้ปุ๋มช่วยยังไงก็บอกมาเลยค่ะ”

ooooooo

นพดลเห็นลิ้นจี่ยังแค้นใจปราลีกับแสงรวีไม่หายเสนอจะให้ลูกน้องไปจัดการให้ ท่านเห็นดีด้วยแต่เอาแค่ขู่พอ อย่าให้มันสองแม่ลูกมีความสงบสุข ไม่ต้องถึงกับฆ่าแกงให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต

“ได้ครับ ตอนนี้พวกไอ้ทิวมันอยู่ว่างๆ”

“กำชับพวกมันให้ดีว่าอย่าให้ถูกจับได้”...

ราเมศว์กลับจากพาสุนีรัตน์ไปเรียนวาดรูปยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่ง ลิ้นจี่ให้อำไพมาตามตัวไปพบ เล่าให้ฟังว่าปราลีแดกดันว่าท่านเก่งที่สามารถเลี้ยงคนให้กลายเป็นสัตว์ได้ และสัตว์ที่ว่าก็ไม่ใช่ใครคือเขานั่นเอง มันด่าเขาขนาดนี้แล้วยังจะหลงใหลได้ปลื้มมันอยู่ไหม

ชายหนุ่มได้แต่นั่งก้มหน้าไม่พูดอะไรยิ่งทำให้ลิ้นจี่หงุดหงิดพาลหาเรื่องด่าว่าเขาต่างๆนานา แถมยุให้เขาเกลียดชังแม่ของปราลีหาว่าเป็นคนทำให้ลิ้นจี่เสียใจขมขื่นใจจนต้องกลายเป็นคนพิการเพราะถูกมันแย่งคนรักไป เพราะฉะนั้น ตนขอห้ามไม่ให้เขายุ่งเกี่ยวกับปราลีเด็ดขาด บ่นเสียดายถ้าหากตนรู้สักนิดว่า

ปราลีเป็นลูกของนังหญิงร้ายชายเลวคู่นั้น ตนจะไม่มีวันยอมให้เลือดชั่วของมันมาผสมกับเลือดของเขาเด็ดขาด

“แต่ปราลีไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยนี่ครับ”

“ลูกก็ไม่ต่างอะไรกับพ่อแม่ของมัน จำเอาไว้ถ้าแกยังตอแยอยากเป็นผัวของมันอีกแกกับฉันขาดกัน”...

ในเมื่อแสงรวีแท็กทีมกับปราลีตั้งตัวเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย ลิ้นจี่จึงต้องหาแนวร่วม ตรงรี่ไปหาคุณหญิงเจริญศรีที่บ้าน เล่าให้ฟังว่านังแสงรวีศัตรูเก่าของตัวเองโผล่มาอีกแล้ว คู่สนทนานิ่วหน้าสงสัยว่าใครกัน

“คุณหญิงไม่รู้จักหรอก มันเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่พี่เคยเล่าว่ามีผัวเด็กคราวลูกคราวหลานไง เด็กของยัยพิศวาสที่คุณหญิงส่งรูปมาให้พี่ดูนั่นก็คืออดีตผัวเด็กของมัน สมัยสาวๆมันแย่งคนรักของพี่ไปหน้าตาเฉย แล้วตอนนี้นังลูกสาวของมันก็กำลังจะแย่งตาเมศว์ไปจากพี่ ไปจากน้องรัตน์”

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าโลกมันจะกลมป๊อกขนาดนั้น”

“นังแสงรวีมันมีพิษร้ายเหมือนงูแสงอาทิตย์ ตอนนี้มันรู้แล้วว่าแม่ของราเมศว์เป็นใคร เคยทำกับนังลูกแรดของมันอย่างไรบ้าง พี่แน่ใจว่ามันต้องแก้แค้นพี่”

คุณหญิงเจริญศรียุให้ลิ้นจี่แก้แค้นมันก่อน ตอนนี้ก็เท่ากับคุณพี่ชนะมันไปครึ่งหนึ่งแล้ว เหลืออีกครึ่งหนึ่งเราต้องวางแผนให้แยบยลและแนบเนียนที่สุด แล้วยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหูลิ้นจี่

ooooooo

สุคนธ์สบช่องตอนที่ลิ้นจี่ไม่อยู่โทร.นัดราเมศว์มาเจอกันที่หลังห้องกระจก ตอนนี้กำลังปลอดคนทั้งอำไพ นพดลและลิ้นจี่ออกไปข้างนอก ไม่นานนัก ราเมศว์มาถึงจุดนัดพบ สุคนธ์เร่งให้เขาตัดสินใจขั้นเด็ดขาดได้แล้ว ไม่เช่นนั้นจะสายเกินไป เขาส่ายหน้ากุมขมับ นี่หมายความว่าเธอจะให้เขาตัดขาดกับคุณแม่

“คุณไม่ได้ตัดขาดกับท่าน ท่านต่างหากที่เป็นคนตัดขาดจากคุณ”

“มันก็เหมือนกัน”

สุคนธ์เถียงหัวชนฝาว่าไม่เหมือน ราเมศว์ยังเป็นลูกของคุณแม่อยู่เสมอเพราะเขาไม่ได้เป็นฝ่ายตัด อีกอย่างเธอว่าจะบอกเขาตั้งนานแล้วว่าท่านไม่กล้าตัดเขาจริงๆ หากทำอย่างนั้นท่านจะไม่เหลือใครเลย

รังสรรค์ก็หลุดลอยไปแล้ว ส่วนเธอ ท่านก็ไม่เคยรักใคร่ไยดี ราเมศว์ยังคิดอะไรไม่ออกมันเร็วเกินไป ขอตัวก่อนแล้วเดินออกไปเลย สุคนธ์ได้แต่มองตามหนักใจ...

หลังคิดอยู่หลายตลบ แสงรวีก็พบวิธีแก้แค้นลิ้นจี่แต่ต้องขอให้ปราลีร่วมมือด้วย เธอสงสัยจะแก้แค้นยัยคุณนายนั่นอย่างไร แสงรวีอธิบายว่าลิ้นจี่รักและหวงราเมศว์มาก ไม่มีอะไรที่จะทำให้มันเสียใจได้มากเท่ากับการเสียเขาให้กับศัตรู มันเคยเสียพ่อของปราลีให้ตนมาแล้ว ถ้ามันเสียราเมศว์ให้ปราลีอีกมันคงอกแตก

“ปุ๋มว่าอย่าเลยค่ะ ปุ๋มไม่อยากทำอย่างนั้น”

แสงรวีพยายามกล่อมให้ลูกร่วมมือด้วย แต่เธอขอร้องให้หาวิธีอื่น เธอไม่อยากเป็นมือที่สามของใคร และไม่สำคัญว่าใครจะมาก่อนมาหลัง แต่ความจริงก็คือตอนนี้เขามีเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

“และผู้หญิงคนนั้นเป็นคนน่าสงสาร ปุ๋มอาจจะแกล้งราเมศว์บ้าง แต่ปุ๋มจะไม่ทำร้ายเธอ หรือทำลายครอบครัวของเธอเด็ดขาด ปุ๋มขอไปดูลูกหมูก่อนนะคะ”

“ปุ๋มไม่ทำ ยังงั้นแม่ทำเอง” แสงรวีพึมพำ...

ตั้งแต่กลับจากบ้านคุณหญิงเจริญศรี ลิ้นจี่เปลี่ยนไป ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่ฉุนเฉียวใส่ใคร แถมพูดจาภาษาดอกไม้กับคนรอบข้างไม่เว้นแม้แต่อำไพ สร้างความประหลาดใจให้ทั้งราเมศว์และสุคนธ์...

ฝ่ายแสงรวีเดินหน้าแผนแก้แค้นลิ้นจี่ทันที โทร.ไปขอเบอร์มือถือของราเมศว์จากเตือนตา และสั่งห้ามบอกปราลีเด็ดขาด เตือนตาไม่มีเบอร์ก็เลยต้องไปขอจากรังสรรค์อีกทอดหนึ่ง

“ท่านห้ามไม่ให้ปุ๋มรู้เด็ดขาด ท่านกำลังคิดจะทำอะไรแน่ๆ”

“เอาไว้ผมจะลองถามพี่เมศว์ดู”...

ครั้นได้เบอร์มือถือมาแสงรวีไม่รอช้าโทร.หาราเมศว์ทันที นัดให้ไปเจอกันที่ร้านอาหารใกล้บ้านวันพรุ่งนี้

ooooooo

ราเมศว์มาพบกับแสงรวีตามนัด ท่านไม่พูดพล่ามถามว่ารักลูกรักเมียหรือเปล่า เขารักมากที่สุดในชีวิตอยากได้ทั้งคู่คืนมา แต่ปราลีใจแข็งเหลือเกิน

“แข็งยังไงเขาก็ยังเป็นผู้หญิง และวิธีที่จะเอาชนะใจผู้หญิงใจแข็งขนาดนั้น คือเธอต้องเข้มแข็ง มุ่งมั่นกว่าเขา เธอต้องแสดงให้เขาเห็นว่าเธอจะไม่มีวันยอมแพ้ ห้ามลังเลโลเลเด็ดขาด”

“ผมก็พยายามแสดงให้เขารู้”

แสงรวีขอร้องอย่าใช้คำว่าพยายาม แต่ต้องทำทุกอย่างด้วยหัวใจ และนี่ก็ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งจะมีพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งแม่ทั้งเมียไม่ได้ ราเมศว์เสียงอ่อยถึงเขาจะกล้าขัดใจคุณแม่ แต่ปราลีก็ไม่ยอมอยู่ดีเพราะเธอเคยบอกว่าจะไม่มีวันแย่งสามีของใคร แสงรวีแนะให้เขาเลิกกับสุนีรัตน์ก็สิ้นเรื่อง แม้เขาจะสงสารสุนีรัตน์แต่ก็จะหาทางหย่ากับเธอให้ได้ แสงรวีเตือนว่าอย่าชักช้า ปราลีมีคนมาชอบเยอะ

“ที่จริงจังแน่วแน่ก็คุณวัฒน์นั่นไง ไม่แน่ยัยปุ๋มอาจจะแพ้ความจริงใจของเขาก็ได้”...

จากนั้นไม่นาน ราเมศว์กลับถึงบ้านด้วยความไม่สบายใจทั้งเรื่องที่ได้คุยกับแสงรวีและเรื่องที่กลัวจะโดนคุณแม่เล่นงานที่หายไปข้างนอกแต่เช้าโดยไม่ได้บอกกล่าวก่อน เหตุการณ์กลับตาลปัตร นอกจากจะไม่โดน ซักไซ้ไล่เรียง ท่านยังพูดจาภาษาดอกไม้ด้วย อารมณ์ดีเหมือนเมื่อวานไม่มีผิดเพี้ยน ราเมศว์อดแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของท่านไม่ได้...

ปั่นหัวราเมศว์สมอารมณ์หมายแล้ว ลิ้นจี่รีบโทร.แจ้งให้คุณหญิงเจริญศรีทราบว่าลองทำตามที่ท่านแนะนำแล้วทำให้ราเมศว์ถึงกับมึนๆงงๆไปเลย

“ดีแล้วค่ะ คุณพี่จะต้องทำให้เขางงมากขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน แล้วเขาจะไม่กล้าทำอะไรให้คุณพี่เสียใจอีกเลย”

“แน่นอนค่ะว่าต่อไปนี้ชีวิตของราเมศว์จะต้องมีแต่งง” ลิ้นจี่ว่าแล้วหัวเราะชอบใจพลอยทำให้คุณหญิงเจริญศรีขำร้ายไปด้วย...

แผนการขั้นต่อไปของลิ้นจี่คือสั่งให้นพดลไปถอดกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ในห้องกระจกซึ่งเป็นห้องทำงานของราเมศว์และสุคนธ์ออก ทั้งคู่มองหน้ากันแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ลิ้นจี่เห็นท่าทางงงๆของทั้งคู่อธิบายว่า

เมื่อท่านได้ไตร่ตรองดูแล้ว รู้สึกว่าตัวเองทำไม่ค่อยถูกที่ติดกล้องไว้ในห้องนี้ เหมือนละเมิดสิทธิส่วนบุคคลยังไง ก็ไม่รู้ ทั้งสองคนไหว้ขอบคุณท่าน

“ไม่เป็นไร ขอโทษด้วยที่ทำให้พวกเธออึดอัด...อำ ไปได้แล้ว”

อำไพเข็นรถเข็นพาลิ้นจี่ออกจากห้องตามคำสั่งโดยมีราเมศว์กับสุคนธ์ลุกตามมาส่ง พอถึงหน้าห้อง ลิ้นจี่หันมาบอกว่าส่งแค่นี้พอแล้ว ราเมศว์ไหว้ขอบคุณท่านอีกครั้ง

“ไม่เป็นไร ทุกอย่างที่แม่ทำลงไปก็เพราะรักลูก” ลิ้นจี่พยักหน้าให้อำไพเข็นรถต่อไป ราเมศว์ถึงกับหน้าสลดรู้สึกไม่ค่อยดีนักที่แข็งข้อกับท่าน ส่วนสุคนธ์ถึงกับออกปากด้วยความสงสัย ท่านจะมาไม้ไหนอีก ราเมศว์ไม่ตอบ เดินกลับเข้าห้อง สุคนธ์มองตามสีหน้าหนักใจก่อนจะเดินตาม ราเมศว์รอจนนพดลถือกล้องวงจรปิดออกไปแล้ว จึงหันไปทางสุคนธ์

“ทำไมผมรู้สึกตัวว่าทำผิดต่อคุณแม่มากเหลือเกิน”

“คุณเมศว์กำลังใจอ่อน”

“ผมยอมรับ แต่พี่สุไม่เห็นหรือว่าคุณแม่ท่านพยายามที่จะปรับตัว พยายามที่จะเข้าใจเรา”

สุคนธ์กลับมองว่าท่านพยายามจะทำให้ราเมศว์ใจ อ่อนมากกว่า เขาขอร้องอย่าพูดถึงคุณแม่แบบนั้น สุคนธ์อยากจะพูดบางอย่างแต่แล้วเปลี่ยนใจเงียบไว้ดีกว่า

ooooooo

แสงรวีกำลังเลือกเสื้อผ้าใส่กล่อง ปราลีเข้ามาเมียงๆมองๆนิ่วหน้าสงสัยรื้อเสื้อผ้าไปทำไม ท่านจะเอาไป บริจาคแล้วเตือนว่าพรุ่งนี้ราเมศว์จะมาเยี่ยมลูกหมูไม่ใช่ หรือ ปราลีไม่ทราบไม่ได้สนใจ แม่บอกให้รู้ก็ดีแล้ว

“ปุ๋มจะได้ไปธุระสักหน่อย ฝากแม่ช่วยดูอย่าให้เขาพาลูกหมูไปด้วยก็แล้วกัน”

“เสียใจ แม่ไม่รับฝาก แม่ก็มีธุระเหมือนกัน ลูกใครใครก็ดูเอง”

ปราลีมีงอน ถ้าแม่ไม่ดูให้ก็จะฝากเขียนให้ดูแลแทน แสงรวีหัวเราะเยาะขืนฝากแม่คนนั้นราเมศว์ได้พาลูกหมูหนีแน่เพราะไม่มีปัญญาขัดขวาง ปราลียังคงดื้อดึงถ้าไม่มีใครดูก็เอาแกไปธุระด้วย

“ตามใจ อยากจะขัดขวางไม่ให้พ่อลูกเขาพบกันเพื่อจะได้เป็นเวรเป็นกรรมกันต่อไปก็ตามใจ” แสงรวียักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ หันไปจัดเสื้อลงกล่องต่อ ปราลีได้แต่ ฮึดฮัดขัดใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ตกดึกคืนนั้น ทิวกับช้วนสวมหมวกกันน็อกอำพรางใบหน้าขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนกันเข้ามาจอดรถหน้าบ้าน แสงรวี เหลียวซ้ายมองขวาไม่เห็นใครชักปืนออกมายิงเข้าไปข้างใน แล้วขี่รถออกไปอย่างรวดเร็ว...

กว่าตำรวจจะได้ภาพจากกล้องวงจรปิดก็เป็นเช้าวันรุ่งขึ้นแต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรแม้จะจับภาพคนร้ายได้ แต่พวกนั้นสวมหมวกกันน็อกเต็มใบทำให้เห็นหน้าไม่ถนัด อีกทั้งมอเตอร์ไซค์ก็ไม่มีป้ายทะเบียน เขียนบ่นอุบแบบนี้ก็เท่ากับพวกมันลอยนวลไปได้ แสงรวีเชื่อว่าจะต้องจับได้ เพราะเดี๋ยวนี้ตำรวจไทยเก่งขึ้นมาก

จังหวะนั้นราเมศว์มากดกริ่งประตูรั้วพอดี ปราลีชะโงกหน้าไปดูก็นึกออกทันทีว่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เป็นฝีมือใครอาสาจะไปเปิดเอง แล้วเดินหน้าบึ้งไปเปิดประตูรับ ราเมศว์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับของเล่นในมือ แต่พอเห็นสีหน้าของเธอถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน

“กลับไปบอกแม่ของคุณว่าอย่ามาระรานฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด เป็นไงเป็นกัน จะอับอายขายหน้ายังไงก็ไม่แคร์แล้ว”

“นี่มันอะไรกัน” ราเมศว์งงไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย ปราลีพาเขาไปยังมุมหนึ่งของบ้านที่มีร่องรอยถูกกระสุนเสียหาย เมื่อคืนนี้มีไอ้พวกโจรห้าร้อยมายิงบ้านของเธอ ตำรวจดูกล้องวงจรปิดแล้ว ปรากฏว่าไอ้พวกขี้ขลาดนั่นมัน อำพรางใบหน้าไว้ ราเมศว์ตกใจมีใครเป็นอะไรหรือเปล่า

“ไม่ต้องมาตีหน้าเป็นห่วง คนสั่งการก็คือแม่คุณ นั่นแหละ” ปราลีโวยวายสีหน้าเอาเรื่อง แสงรวีเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาปรามให้ลูกใจเย็นๆก่อน เธอเย็น

ไม่ไหวแล้ว ดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรไม่อย่างนั้นได้เห็นดีกันแน่ แล้วเดินเข้าบ้านอย่างหัวเสีย ราเมศว์แก้ตัวแทนลิ้นจี่ว่าไม่มีวันทำอย่างที่ปราลีกล่าวหา

“เหรอ แล้วที่ยายปุ๋มต้องหอบลูกหนีจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอดน่ะเธอคงไม่คิดว่าแกหนีผีหรอกนะ” แสงรวีแดกดัน ราเมศว์ยอมรับว่าคุณแม่ของเขาเคยทำหลายสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ตอนนี้ท่านรู้สึกตัวแล้ว สองวันมานี่ท่านเปลี่ยนไปมาก แสงรวีคาดคั้นถ้าอย่างนั้นเขาคิดว่าใครมายิงบ้านนี้ ราเมศว์ไม่มีคำตอบได้แต่ยืนนิ่ง

“แต่ไม่เป็นไร ฉันคิดว่าอีกไม่นานตำรวจไทยใจกล้าก็ต้องจับพวกมันได้และเมื่อนั้นความจริงก็จะได้เปิดเผยสักที” พูดจบแสงรวีเดินเข้าตัวบ้าน ราเมศว์ถอนใจหนักใจก่อนจะเดินตาม ทันทีที่เจอลูกหมูสีหน้าเคร่งเครียดของเขาเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มดีใจ ยิ่งเมื่อแกโผมากอดคอเขาไว้ ดูเหมือนความทุกข์ในใจก็พลอยหายไปด้วย ราเมศว์เอากล่องของเล่นส่งให้ ลูกหมูคว้ามาถือไว้ก่อนจะปล่อยทิ้งพื้น แสงรวีทักท้วง

“เด็กยังเล่นไม่เป็นหรอกอย่าเพิ่งซื้อมาเลย เอาให้โตกว่านี้ก่อนดีกว่า ถ้าหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะ”...

เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน ปราลีโทร.ตามพวนให้มาเอาเสื้อผ้าข้าวของมาค้างที่นี่

ooooooo

โทรศัพท์เสร็จ ปราลีเข้ามาบอกทุกคนว่าอีกสักพักพวนจะมา ราเมศว์นิ่วหน้าแปลกใจใช่พวนลูกน้องคุณแม่ของเขาไหม ปราลีพยักหน้ารับคำ พวนคนเดียวกับที่แม่ของเขาสั่งให้คอยคุมตนเองตอนอยู่ที่เกาะ เธอมีหลายอย่างจะบอก ราเมศว์ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร ปราลีชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“คุณจะคิดว่าแม่คุณดีเลิศปานแม่พระ ยายพระก็ไม่มีใครว่า และฉันก็จะไม่แตะด้วย ถ้าหากจะไม่มามุ่งร้ายฉันกับครอบครัวของฉัน”

“ผมอยากให้คุณรู้ว่าคุณแม่ท่านเปลี่ยนไปแล้ว”

ปราลีไม่เชื่อ เพราะเธอคือผู้ที่ถูกลิ้นจี่กระทำ เธอรู้จักผู้หญิงคนนี้ดีกว่าเขา แล้วเดินขึ้นบ้านไปเลย...

คนที่ปราลีกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เมื่อคืนกำลังคุยโทรศัพท์ไปพลางหัวเราะสนุกสนานอยู่กับคุณหญิงเจริญศรีที่บ้านของปราลีถูกคนร้ายลอบยิงใส่ คุณหญิงตัวแสบเตือนลิ้นจี่ให้ระวังมารยาหญิงของปราลีดีๆ อาจทำให้ราเมศว์ใจอ่อนได้ ลิ้นจี่ไม่กลัวเพราะตัวเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน

“แต่คุณหญิงต้องใช้มารยาของคุณหญิงช่วยพี่อีกแรง”

“ได้เลยค่ะ มารยาหญิงเดียวจะสู้มารยาสองหญิงแถมยังเป็นขิงแก่ได้ยังไง จริงไหมคะคุณพี่ขา” คุณหญิงเจริญศรีหัวเราะชอบใจ ขณะที่ลิ้นจี่ตาวาวเป็นประกายอย่างมีเลศนัย...

ระหว่างอยู่ลำพังกับราเมศว์ในห้องนั่งเล่น แสงรวีแกล้งกลับลำไม่สนับสนุนเขาให้อยู่เป็นครอบครัวกับ ปราลีและลูกหมูอีกต่อไป ด้วยไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจ คำพูดที่พูดวันก่อนก็ขอให้เขาลืมไปให้หมด จะได้กลับไปมีชีวิตที่สุขสงบกับคุณแม่และคุณเมียของเขา ตนกับปราลีและลูกหมูจะขออยู่กันตามประสาพวกเรา

“เดี๋ยวครับ นี่หมายความว่าคุณแม่จะให้ผมตัดขาดปุ๋มกับลูกหมู”

“จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อทุกอย่างถูกลิขิตมาอย่างนี้” แสงรวีตีหน้าเศร้า เขียนที่แอบฟังอยู่ส่ายหน้าขำเพราะรู้เท่าทันเจ้านาย ราเมศว์ละล่ำละลักว่าไม่จริง ไม่มีใครมาลิขิตเราได้นอกจากตัวเราเอง แสงรวียังไม่ทันจะพูดอะไรอีกมีเสียงกริ่งประตูรั้วดังขึ้นเสียก่อน ปราลีวิ่งลงมาจากข้างบน หันมองราเมศว์

“เดี๋ยวคุณจะได้ฟังความจริงจากปากพวน” พูดจบปราลีวิ่งหายออกไปหน้าบ้านสักพักกลับเข้ามาพร้อมพวนซึ่งช่วยยืนยันกับราเมศว์ว่าแม่ของเขาจองเวรปราลีไม่มีวันเลิกแน่นอน ท่านไม่รู้จักคำว่าแพ้ เธอรู้จากปราลีว่าเรื่องมีคนมายิงบ้านเมื่อคืน เธอแน่ใจว่าต้องเป็นช้วน
กับทิว พวนเห็นสีหน้าของเขาถามว่าไม่เชื่อหรือ

“ไม่ใช่ไม่เชื่อ คุณแม่ฉันอาจจะไม่ใช่คนใจดีนัก แต่ท่านคงไม่ใช่ฆาตกรแน่”

ปราลีกับราเมศว์มีปากเสียงกันเรื่องที่เขาไม่เชื่อว่าแม่ของเขาเลวร้าย แสงรวีเห็นไม่เข้าทีรีบเข้ามาแยกโดยบอกให้ปราลีขึ้นไปดูลูกหมู ท่านได้ยินเสียงร้องน่าจะตื่นแล้ว ปราลีพยักพเยิดกับพวนก่อนจะพากันขึ้นข้างบน ราเมศว์ขยับจะตาม แสงรวีร้องห้ามไว้ ขืนตามไปก็ทะเลาะกันอีก เดี๋ยวท่านจะพาลูกหมูออกมาหา

“ขอบคุณมากครับ”

“ไม่เป็นไร ความสุขของลูกหลานคืองานของฉัน” แสงรวีแอบยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วผละจากไป

ooooooo

แสงรวีเดินขึ้นบันไดมาถึงโถงด้านบนเจอเขียนดักรออยู่บอกว่ารู้เหตุผลทำไมอยู่ดีๆเธอถึงได้เปลี่ยนเป็นแม่พระอย่างอัศจรรย์ทันใด แสงรวีสบช่องถ้าอย่างนั้นเขียนจะต้องร่วมมือกับตนถ้าไม่อยากให้

ลูกหมูต้องเป็นเด็กไม่มีพ่อ เขียนยินดีร่วมมือด้วยให้บอกแผนการมาได้เลย

“ฉันเพิ่งนึกออกว่าพ่อราเมศว์น่ะเป็นคนดี เพราะฉะนั้นถ้าจะยุให้เขาอกตัญญูกับนังลิ้นจี่น่ะไม่มีทางสำเร็จแน่นอน เราต้องใช้ความดีสยบมาร รับรองว่าดิ้นไม่หลุดแน่”

“งั้นเราก็ต้องช่วยกันระดมทำความดีมีศีลธรรมกัน” เขียนว่าแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่แพ้เจ้านายตัวเอง จากนั้นสองนายบ่าวเข้าไปหาลูกหมูที่เพิ่งตื่นนอน จะมาพาแกไปหาคุณพ่อ ปราลีสวนทันทีว่าไม่อนุญาต แสงรวีไม่ได้ขออนุญาต แค่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับราเมศว์เท่านั้น ปราลีอ้าปากจะเถียงแต่ท่านชิงพูดตัดหน้า

“พวกเธอจะทะเลาะก็ทะเลาะกันไป ลูกหมูไม่ได้เกี่ยวด้วย เขาอยากเจอพ่อเขาก็เท่านั้น” แสงรวีพูดพลางอุ้มลูกหมูไปจากอกปราลี แล้วชวนเขียนลงไปข้างล่างด้วยกัน ปราลีได้แต่มองตามขัดอกขัดใจ...

ครั้นแสงรวีอุ้มลูกหมูมาส่งให้ราเมศว์ที่โต๊ะสนาม เตือนว่าไม่ควรจะอยู่ที่นี่นานนัก จะทำอะไรก็ต้องนึกถึงใจลิ้นจี่บ้าง ท่านจะรู้สึกอย่างไรถ้ารู้ว่าลูกมาอยู่บ้านศัตรูตั้งนานสองนาน เขียนช่วยสนับสนุนอีกแรงหนึ่ง

“จริงค่ะ ท่านคงเจ็บปวดพิลึก เอ๊ย...เจ็บปวดมาก”

“เข้าไปข้างในเถอะเขียน เราควรจะปล่อยให้พ่อลูกอยู่กันตามลำพังสักพักหนึ่ง” แสงรวีสบตากับเขียนอย่างรู้กันแล้วผละจากไป ราเมศว์ถึงกับบ่นอุบ ทำไมเราสองพ่อลูกถึงได้มีอุปสรรคมากมายนัก...

ด้านปราลีแอบมองจากหน้าต่างห้องลงมาเห็นพ่อลูกเล่นกันอย่างมีความสุขก็สะเทือนใจน้ำตาคลอเบ้า ราเมศว์รู้สึกว่ามีคนมองเงยหน้าดูเห็นเธอกำลังเช็ดน้ำตาถึงกับหยุดกึก ปราลีรีบถอยหลบจากหน้าต่างมานั่งปลายเตียง เขายังคงเงยหน้ามองอยู่อย่างนั้นกระทั่งลูกหมูร้องจะเล่นอีก เขาถึงได้ถอนสายตากลับมาหาลูก...

เมื่อสมควรแก่เวลา แสงรวีชวนเขียนออกมารับลูกหมูคืน เล่นบทแม่ยายผู้อารีไม่ยื้อราเมศว์ไว้บอกให้กลับไปได้แล้วป่านนี้ลิ้นจี่คงรอเขาแย่ ที่ท่านยอมให้เขามาบ้านศัตรูก็นับว่าเสียสละมากพอแล้ว เขาควรจะถนอมน้ำใจของท่านไว้บ้าง ราเมศว์ส่งลูกให้เขียนอย่างอาวรณ์ ลูกหมูทำท่าอิดออดไม่อยากไปจากพ่อ

“ไปหาคุณยายก่อนนะลูกนะ แล้วพ่อจะมาหาใหม่... อาทิตย์หน้าผมจะมาใหม่”

แสงรวีพยักหน้ารับรู้มองตามราเมศว์ขึ้นรถขับออกไปสีหน้ายิ้มๆ จากนั้นเธอเดินยิ้มพรายเข้ามาในบ้าน เขียนอุ้มลูกหมูตามสีหน้าเจ้าเล่ห์ไม่ต่างกัน ปราลีดูเหมือนจะรู้ทันถามทั้งคู่ว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ถึงได้แกล้งทำเป็นคนดีต่อหน้าราเมศว์ แสงรวีแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง

ปราลีอ่อนใจกับอาการใสซื่อของแม่ เดินลิ่วจะออกนอกบ้าน แสงรวีตะโกนถามไล่หลังว่าจะไปไหน เธอไม่ตอบ ขึ้นรถขับออกไปหน้าตาเฉย พวนเข้ามาถามว่าปราลีไปไหนยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยว่าจะเอาอย่างไร เขียนเสนอให้พวนนอนค้างที่นี่ก่อนจนกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง แสงรวีเห็นดีด้วย

“ดี บ้านเรากำลังต้องการกำลังคน...ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก”

ooooooo

ราเมศว์รู้จากสุนีรัตน์ว่าคุณแม่ไม่ค่อยสบายรีบไปหาที่ห้อง พอได้ยินเสียงเคาะประตูลิ้นจี่แกล้งนอนอ่อนระโหยโรยแรงอยู่บนเตียง อำไพรอจนเจ้านายจัดท่าเรียบร้อยจึงไปเปิดประตูรับ ราเมศว์เข้ามานั่งข้างเตียงจับมือท่านมากุมไว้ถามว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า ท่านไม่ได้เป็นอะไรแค่เหนื่อยตามประสาคนแก่

อำไพชงยาหอมมาให้ ราเมศว์คว้ามาจากมือจะป้อนให้ท่านเอง ลิ้นจี่ยังไม่อยากดื่มให้เขาวางไว้ก่อนแล้วไล่อำไพออกไปรอข้างนอก ครั้นเธอออกไปแล้ว ลิ้นจี่บอกราเมศว์ว่าจะทำพินัยกรรมเอาไว้เพราะช่วงนี้เจ็บออดๆแอดๆ เขาให้กำลังใจว่าท่านไม่เป็นอะไรยังแข็งแรงอยู่เลย

“นั่นคือสิ่งที่เมศว์เห็นภายนอก แต่ภายในแม่น่ะเหนื่อยล้าเต็มที แม่จะแบ่งมรดกให้เจ้ารังแล้วก็ลูกมันด้วย แต่แกไม่ต้องไปบอกมันหรอกนะ เดี๋ยวมันจะหาว่ามีแผนการอะไรอีก เอาไว้แม่ตายเมื่อไหร่ค่อยบอกให้มันรู้ ...แม่น่ะรักลูก อภัยให้ลูกได้เสมอ” ลิ้นจี่ตีบทคุณแม่แสนดีและป่วยหนักได้แตกกระจุย ทำให้ราเมศว์หลงเชื่อสนิทใจว่าเป็นเรื่องจริง รีบโทร.บอกรังสรรค์และย้ำว่าท่านรักเขามากถึงได้ทำแบบนี้

รังสรรค์ไม่เชื่อ อยู่ดีๆท่านไม่น่าจะเปลี่ยนใจได้ง่ายๆ แบบนี้ ราเมศว์ท้าให้เขามาดูด้วยตัวเอง เขาส่ายหน้าดิก ขืนไปท่านอาจจะคิดว่าเขาอยากได้มรดกของท่าน ราเมศว์ไม่เข้าใจทำไมเขาถึงชอบมองคุณแม่ในแง่ร้าย เขายอกย้อนพี่เมศว์เองก็ชอบมองท่านในแง่ดี น่าจะเผื่อใจไว้บ้าง ราเมศว์เตือนไม่ว่าอย่างไรท่านก็ยังเป็นแม่ เป็นผู้มีพระคุณของเรา รังสรรค์ไม่เคยลืมข้อนี้อยู่แล้ว

“งั้นแกก็ควรจะมาเยี่ยมท่าน พาลูกพาเมียมาด้วยแล้วแกจะเห็นว่าท่านเปลี่ยนไปขนาดไหน” ราเมศว์วางสายอย่างไม่สบอารมณ์ รังสรรค์ไม่วายนินทาลับหลังคนดีกับคนโง่นี่ห่างกันแค่เส้นบางๆกั้นเท่านั้น...

หลังจากฟังเรื่องที่รังสรรค์เล่า เตือนตาเห็นด้วยกับราเมศว์ว่าเขามองคนในแง่ร้าย แม่ของเขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดก็ได้ รังสรรค์มั่นใจว่าคิดถูกเพราะรู้จักท่านดีกว่าใครๆ เธอแนะเขาควรจะไปเยี่ยมแม่บ้างเมื่อรู้ว่าท่านไม่สบายไม่ใช่เพื่อมรดกเพื่อจับผิดหรือเพื่ออะไรทั้งนั้น แต่เพื่อแสดงความกตัญญู แล้วถ้าท่านจะขว้างของที่เขาเอาไปเยี่ยมทิ้ง เขาก็ไม่ต้องไปโกรธ รังสรรค์ไม่วายกวนประสาท

“ถ้าอย่างนั้นก็เอาของเน่าๆไปเยี่ยมดีกว่าถ้าถูกเขวี้ยงทิ้งจะได้ไม่ต้องเสียดาย”

เตือนตาไม่ตลกด้วยลุกหนี เขาตั้งข้อแม้ถ้าทำตามที่เธอบอก เธอจะให้โอกาสเขาบ้างไหม เตือนตาชะงักแต่ไม่หันกลับมา รังสรรค์ตัดพ้อลูกเราจะหนึ่งขวบแล้ว รู้เรื่องขึ้นทุกวัน แกจะคิดอย่างไรถ้าพ่อแม่ของแกไม่เหมือนพ่อแม่ของเด็กคนอื่น เธอหันกลับมาบอกว่าเขาคิดมากเกินไป เราอยู่บ้านเดียวกันดูแลลูกด้วยกันแล้วจะไม่เหมือนพ่อแม่คนอื่นได้อย่างไร เขาทวงถามไหนเธอเคยบอกว่าจะให้โอกาสเขา

“ฉันเป็นคนความจำสั้น จำอะไรไม่ค่อยได้” เตือนตาเดินหนีขึ้นบ้าน รังสรรค์มองตามน้อยใจที่เธอพยายามเลี่ยงที่จะพูดเรื่องนี้

ooooooo

ลิ้นจี่คิดแผนชั่วจะเล่นงานสองแม่ลูกแสงรวีกับปราลีได้ตั้งแต่ตอนดึกเมื่อคืน พอฟ้าสว่างก็รีบโทร.บอกคุณหญิงเจริญศรีว่าอยากพบเด็กของพิศวาส จะจ้างให้เขาทำงานบางอย่างแต่อย่าให้พิศวาสรู้

คุณหญิงเจริญศรีจัดให้อย่างที่ลิ้นจี่ต้องการ หลังจากรู้ว่าสารัตน์ร้องเพลงอยู่ที่ห้องอาหารของโรงแรมหรู คุณหญิงเจริญศรีก็ให้แจ่มจิตปลอมตัวเป็นสาวใหญ่ไฮโซไปนั่งฟังเพลงที่ห้องอาหารแห่งนั้น ครั้นสารัตน์เดินร้องเพลงมาถึงโต๊ะ แจ่มจิตหยิบซองใบหนึ่งยื่นให้ เขาจับมือเธอขึ้นมาจูบหยิบซองนั้นไป แล้วเดินกลับไปร้องเพลงบนเวที โดยส่งตาหวานหยดมาให้แจ่มจิตเป็นพิเศษ

ในซองที่แจ่มจิตส่งให้สารัตน์มีเงินสดห้าหมื่นบาทพร้อมกับโน้ตสั้นๆใจความว่า “ถ้าอยากให้ครบแสน โทร.มาที่เบอร์ข้างล่างนี้นะจ๊ะ” คนหน้าเงินอย่างเขาไม่รอช้ารีบโทร.ไปที่เบอร์นั้นทันที คุณหญิงเจริญศรีซึ่งนั่งรออยู่ในรถกับแจ่มจิตและคนขับรถ สั่งให้แจ่มจิตรับสาย

“ขอบคุณคุณพี่มากครับสำหรับเงินห้าหมื่นบาท”

“ไม่เป็นไรค่ะนั่นมันแค่จิ๊บๆ คุณน้องพร้อมจะรับให้ครบหนึ่งแสนหรือยังคะ ถ้าพร้อมให้เดินตรงมาที่รถคุณพี่เลยค่ะ คุณพี่จะเปิดไฟกะพริบให้เป็นที่สังเกตนะคะ” สิ้นเสียงแจ่มจิต คนขับรถเปิดไฟกะพริบทันที ไม่นานนักสารัตน์เดินมาถึงรถ เมื่อประตูรถเปิดออกเขาถึงกับแปลกใจระคนตกใจที่เห็นคุณหญิงเจริญศรี

“อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ฉันไม่ได้หลงเสน่ห์เธอเหมือนคุณพิศ แต่ฉันมีงานให้เธอทำ”

“ผมไม่รับงานผิดกฎหมาย”

คุณหญิงเจริญศรีรับรองงานนี้ไม่ผิดกฎหมายจะผิดก็แต่ศีลธรรม ในเวลาต่อมา คุณหญิงเจริญศรีพาสารัตน์มาที่บ้านซึ่งลิ้นจี่รอท่าอยู่ก่อนแล้ว และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ลิ้นจี่บอกธุระที่จะจ้างวานให้เขาไปทำคือให้เขาทำอย่างไรก็ได้ให้แสงรวีเมียแก่คนเก่าของเขาเจ็บปวดชอกช้ำใจจนต้องลงไปนอนชักดิ้นชักงอ

สารัตน์จัดให้อย่างที่นายจ้างต้องการโดยส่งรูปของตัวเองไปให้แสงรวีทางไลน์ แล้วโทร.หา เธอแปลกใจที่ได้ยินเสียงเขา ถามว่าโทร.มาทำไม ถ้าจะซมซานกลับมาก็ให้ฝันเอา เขาไม่ได้จะกลับมาหาเธอ เพียงแต่จะบอกว่าเขาส่งไลน์ไปให้แต่เธอยังไม่ได้เปิดดู แสงรวีไม่ต้องการดูอะไรที่ได้จากเขาทั้งนั้น

“ได้โปรดดูเถอะครับ ผมอยากให้คุณพี่ได้เห็น อย่างน้อยคุณพี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงผม” พูดจบ สารัตน์วางสาย แสงรวีชั่งใจว่าจะดูไลน์ที่เขาส่งมาหรือไม่ สุดท้ายความอยากรู้ก็ชนะ เธอเปิดไลน์ดูเป็นภาพสวีตหวานของสารัตน์กับพิศวาส แสงรวีโกรธมากปรึกษากับปราลีว่าจะเอาคืนไอ้บ้านั่นให้สาสมโดยจะจ้างจิราภาเล่นงานมันดีไหม ปราลีไม่ขัดข้องแล้วแต่ท่านจะตัดสินใจ

ooooooo

แสงรวีนัดให้จิราภามาพบที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งโดยมีปราลีไปเป็นเพื่อน ทีแรกจิราภาไม่ค่อยจะพอใจนักที่ปราลีตั้งแง่รังเกียจ แต่พอแสงรวีเสนอจะให้ค่าจ้างรังควานสารัตน์เป็นเงินถึงห้าหมื่นบาท จิราภาตาลุกวาวรีบรับทำงานให้ทันที

เงินดีงานก็เดิน จิราภาไม่ต้องวางแผนการอะไรให้หนักสมองแค่ปลอมตัวเป็นสาวชาวบ้านมาดักรอพิศวาสที่หน้าประตูรั้วบ้าน พอรถที่เธอนั่งแล่นออกมา จิราภาโดดไปขวางหน้าตะโกนลั่นให้เอาผัวของตนคืนมา ผู้คนที่เดินผ่านไปมาพากันหยุดดู ยิ่งคนมุงเยอะจิราภายิ่งสนุกส่งเสียงแปดหลอดดังคับซอย

“เอาผัวฉันคืนมา...เอาผัวฉันคืนมา” จิราภาบีบน้ำตาคร่ำครวญ พิศวาสสั่งให้ประหยัดคนขับรถลงไปไล่ เธอไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะคืนผัวมาให้ ประหยัดสั่งให้ไปตามหาผัวของเธอที่บ้านเธอโน่น ที่นี่ไม่มี

“ผัวฉันอยู่ในบ้านหลังนี้ เขาชื่อสารัตน์ เรามีลูกกันตั้งสามคน คนเล็กเพิ่งจะหย่านม เอาผัวฉันคืนมา”

พิศวาสทั้งตกใจทั้งแค้นใจปนเปกันไปหมด จากนั้นไม่นาน เธอสั่งให้ประหยัดพาไปยังร้านอาหารที่สารัตน์ทำงานอยู่โดยไม่ลืมให้เขาถือกระเป๋าเสื้อผ้าของสารัตน์ตามมาด้วย พอเจอหน้าไอ้ปีกทองเท่านั้น เธอเอากระเป๋านั่นโยนใส่ แขกในร้านเหลียวมองเป็นตาเดียวกัน สารัตน์ตัดพ้อทำไมทำแบบนี้

“ก็ไปถามลูกถามเมียของแกดูสิ หนอย ลูกตั้งสามแล้วยังมาบอกว่าโสด...ประหยัด กลับ”
“เออกลับไปเลย ยายแร้งทิ้ง” สารัตน์ตะโกนลั่น พิศวาสหันกลับมาสีหน้าเอาเรื่อง เขายังด่าไม่หยุด เธอทนไม่ไหวสั่งให้ประหยัดหุบปากเน่าๆของเขาด้วย ลูกน้องคนสนิทซ้อมเขาไม่ยั้งจนทรุดลงไปกองกับพื้น

“จำไว้อย่าได้บังอาจมาแลกกับฉัน” พิศวาสสะบัดหน้าใส่ก่อนจะเดินจากไป สารัตน์นั่งเช็ดเลือดที่มุมปากทั้งเจ็บทั้งอายมาลองคิดๆดูคนที่มาขวางหน้ารถพิศวาสน่าจะเป็นจิราภา คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หา มีแต่สัญญาณให้ฝากข้อความ ทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าต้องเป็นเธอแน่ๆ แต่เพื่อความชัวร์สารัตน์ตรงไปหาคุณหญิงเจริญศรีที่บ้านสอบถามว่าเรื่องนี้มีใครรู้บ้างนอกจากเธอ ลิ้นจี่กับเขา ได้ความว่าไม่มีใครอีกแล้ว

“แล้วนังจิมันรู้ได้อย่างไร...ใช่แล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับคุณหญิง”

จากนั้นสารัตน์มาหาแสงรวีที่บ้านเพื่อสอบถามเรื่องจิราภา ปราลีบอกให้แม่รออยู่ในบ้าน ตนกับพวนจะออกไปจัดการมันเอง แสงรวีทนอยู่เฉยไม่ไหวออกมาถามสารัตน์ว่ามาที่นี่ทำไม พวนรำคาญมีอะไรก็ว่ามาให้เวลาเขา 5 นาทีไม่อย่างนั้นจะเรียกตำรวจมาลากคอออกไป สารัตน์ยังไม่ทันได้พูดอะไร พวนบอกว่าหมดเวลาแล้วไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้น เขาโกรธมากหมายหัวคนที่บ้านนี้จะทำให้ไม่มีความสุข พวนหมั่นไส้

“อ้อ มีอาฆาตพยาบาทด้วย ถ้ายังงั้นฉันคงต้องรีบจัดการก่อน” ไม่พูดเปล่าพวนหยิบมือถือขึ้นมาทำท่าเหมือนโทร.ติดต่อมือปืน สารัตน์ถึงกับหน้าถอดสี ขอถอนคำพูดที่ไม่ดีเมื่อครู่นี้ให้หมด พวนทำเป็นวางสาย แล้วสั่งให้เขาทำเหมือนไม่เคยเห็นบ้านหลังนี้และไม่เคยรู้จักคนบ้านนี้มาก่อน เขาตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด

“งั้นฉันจะให้โอกาสแกสักครั้ง แต่ถ้าแก...”

“ไม่มีแต่แล้วครับ คุณป้า”

“ดีจะไปไหนก็ไป” พวนไล่ตะเพิด สารัตน์ขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ครั้นออกมาพ้นเขตอันตราย เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ด่าแจ่มจิตฐานทำให้ผิดใจกับแฟนจนต้องเลิกรา เธอรีบโทร.แจ้งเรื่องนี้ให้เจ้านายทราบ ท่านกลับบอกว่ารู้แล้วพิศวาสเป็นคนโทร.มาบอก ท่านกำลังจะไปเม้าท์กับลิ้นจี่อยู่พอดี แล้วถามแจ่มจิตตอบมันไปว่าอย่างไร เธอไม่รู้ไม่เห็นลูกเดียว แต่ท่าทางเขาหัวเสียมาก

“ช่างมันปะไร ฉันก็บอกคุณพิศไปว่าทำถูกแล้ว เงินคุณพิศมีออกเยอะเลิกกับไอ้สารัตน์ไปเดี๋ยวคนใหม่ก็เข้ามาเอง อาจจะหนุ่มกว่าหล่อกว่าด้วย เท่านี้นะฉันจะออกจากบ้านแล้ว” พูดจบคุณหญิงเจริญศรีวางสาย

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement