โซ่เสน่หา ตอนที่ 11 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

โซ่เสน่หา ตอนที่ 11


25 พ.ค. 2560 09:59
1,815,963 ครั้ง

ละคร นิยาย โซ่เสน่หา

โซ่เสน่หา ตอนที่ 11

อ่านเรื่องย่อ

โซ่เสน่หา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชลาลัย

บทโทรทัศน์โดย:

ภาวิต

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

หลังขอเลขที่บัญชีจากสุคนธ์ไม่สำเร็จ ปราลีโทร.นัดให้เตือนตามาเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งเพื่อปรึกษาหารือจะคืนเงินให้ลิ้นจี่อย่างไรดี เตือนตาแนะให้เก็บเอาไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกหมู ถือว่าพ่อของแกส่งลูกเรียนก็สิ้นเรื่อง ปราลียืนกรานไม่ต้องการเงินจำนวนนี้ เตือนตาเสนอวิธีสุดท้าย

“เอาไปคืนยัยลิ้นจี่ด้วยตัวเองเลย เผชิญหน้าให้มันรู้กันไปเลยว่าเราหาได้แคร์เงินของแก” เตือนตาเห็นเพื่อนรักลังเล จึงเสนอตัวจะไปเป็นเพื่อน ปราลีตอบตกลงทันที โดยนัดไปคืนเงินเย็นนี้เลย...

ทางด้านราเมศว์ตื่นขึ้นตอนสายด้วยอาการมึนๆ เนื่องจากฤทธิ์ยานอนหลับยังไม่หมด ลิ้นจี่เห็นดังนั้นจัดแจงจะเอายาให้กิน โดยโกหกว่าเป็นยาแก้ปวดหัว เขาปฏิเสธว่าไม่ต้อง ยิ่งกินยิ่งมึนหัวมากกว่าเก่า จังหวะนั้นน้อยยกถาดใส่ข้าวต้มและน้ำดื่มมาให้ อำไพรีบเดินไปรับไม่ยอมให้น้อยก้าวเข้าห้องเกินสองก้าว

ลิ้นจี่คะยั้นคะยอให้ลูกกินข้าว ถ้ายังมึนหัวอยู่ท่านจะป้อนให้ เขาขอกินเองแต่ขอไปล้างหน้าแปรงฟันก่อน แล้วลุกขึ้นจะกลับห้องตัวเอง ลิ้นจี่ให้อำไพเตรียมเสื้อผ้ากับของใช้ของเขาไว้ในห้องน้ำที่นี่แล้ว เขายืนกรานจะกลับไปที่ห้องตัวเอง ลิ้นจี่เสียงเขียวทันที

“แล้วห้องแม่มันเป็นยังไง หรือคิดว่าแม่มีแผนการจะทำร้ายแก”

เจอไม้นี้เข้าไป ราเมศว์จำต้องทำตามที่คุณแม่ต้องการ ลิ้นจี่ยิ้มพอใจ รอจนเขาเข้าห้องน้ำแล้ว สั่งให้อำไพเอายานอนหลับที่บดไว้มาให้ แล้วเทยาลงไปในข้าวต้มคนจนยาละลาย...

อีกมุมหนึ่งในสวน สุนีรัตน์เล่นหม้อข้าวหม้อแกงจนเบื่อก็นึกถึงราเมศว์ขึ้นมาได้ บ่นกับแจ่มจิตทำไมคุณป้าต้องห้ามเยี่ยมเขาด้วย เธอแค่จะเยี่ยมนิดเดียวเอง แจ่มจิตขอให้รอให้ราเมศว์หายก่อนค่อยไปเยี่ยมจะดีกว่า สุนีรัตน์ยังไม่ทันจะว่าอะไร น้อยเข้ามาบอกว่าคุณท่านให้มาเชิญสุนีรัตน์ไปพบ

“คุณป้าจะให้เยี่ยมพี่เมศว์แล้วเหรอ” สุนีรัตน์ตื่นเต้นดีใจ

“ไม่ทราบค่ะ คุณน้องรัตน์ต้องถามคุณท่านเอง”

แจ่มจิตไม่รอช้ารีบจูงมือสุนีรัตน์เข้าในตัวบ้านต้องแปลกใจที่เจออำไพยืนรอท่าอยู่แทนที่จะเป็นลิ้นจี่ พร้อมกับแจ้งว่าคุณท่านเปลี่ยนใจอนุญาตให้สุนีรัตน์กลับไปค้างที่บ้านตัวเองได้ตามความพอใจ เชิญไปเก็บเสื้อผ้ากันได้เลย รถกำลังรออยู่ แจ่มจิตชวนสุนีรัตน์ขึ้นไปที่ห้องนอน แต่เธออิดออดอยากให้ราเมศว์ไปด้วย

“กลับถึงบ้านแล้วเราค่อยบอกคุณแม่ให้โทร.หาคุณพี่เมศว์ก็ได้ค่ะ”

สุนีรัตน์พยักหน้ารับคำ ยอมให้แจ่มจิตจูงมือแต่โดยดี...

ด้านราเมศว์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จมานั่งกินข้าวต้มได้ไม่กี่คำก็วางช้อน ลิ้นจี่สั่งเสียงเฉียบให้กินให้หมด เขาแปลกใจทำไมถึงต้องทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ ท่านเห็นสีหน้าของเขารีบปรับเสียงให้อ่อนลง

“แม่อยากให้เมศว์แข็งแรงไง หรือว่าแกจะดื้อกับแม่ทั้งๆที่รู้ว่าแม่หวังดี”

ราเมศว์จำใจกินข้าวต่อไป ทำให้ลิ้นจี่ยิ้มพอใจที่ลูกไม่กล้าขัดใจ

ooooooo

แจ่มจิตหิ้วกระเป๋าเดินทางมือหนึ่งอีกมือหนึ่งจูงสุนีรัตน์มาที่รถตู้ซึ่งนพดลจอดรออยู่ สุนีรัตน์จะขอไปเยี่ยมราเมศว์ก่อนไปสักครู่หนึ่งได้ไหม แจ่มจิตยังไม่ทันว่าอะไร นพดลชิงเร่งให้ขึ้นรถ เดี๋ยวขากลับ ตนต้องแวะรับหมอมาดูอาการไข้หวัดใหญ่ให้ราเมศว์ แจ่มจิตหลงเชื่อคำโป้ปด

“มิน่า คุณท่านถึงได้ไม่ให้น้องรัตน์เข้าไปเยี่ยม คุณท่านหวังดีกลัวน้องรัตน์ติดไข้หวัดใหญ่คุณพี่น่ะค่ะ ไปกันเถอะค่ะ พอคุณพี่ค่อยยังชั่วแล้วค่อยกลับมา” พูดจบ แจ่มจิตดึงมือสุนีรัตน์ที่ไม่ค่อยจะเต็มใจนักขึ้นรถ...

ไม่นานนักยานอนหลับที่ใส่ไว้ในข้าวต้มก็เริ่มออกฤทธิ์ ราเมศว์พยายามฝืนแต่ไม่ไหวสุดท้ายก็ล้มตัวลงนอน ลิ้นจี่เอื้อมมือไปลูบผมราเมศว์ที่หลับสนิทอย่างพึงพอใจ...

ที่ห้องทำงานของราเมศว์ สุคนธ์เห็นสายป่านนี้แล้วราเมศว์ยังไม่มาทำงานก็เริ่มเป็นกังวล รีบเดินมาที่ห้องรับแขกรู้สึกเงียบผิดปกติหันไปถามน้อยที่เพิ่งเดินเข้ามาว่าทำไมถึงเงียบอย่างนี้หายไปไหนกันหมด

“คุณหนูน้องรัตน์กับพี่แจ่มจิตกลับไปบ้านค่ะ ส่วนคุณท่านกับพี่อำคอยดูคุณราเมศว์อยู่ในห้อง เห็นว่าคุณราเมศว์ไม่สบายค่ะ” น้อยร่ายยาว สุคนธ์แปลกใจ ป่านนี้ยังไม่หายอีกหรือ น้อยเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน เธอคง

ต้องไปถามคุณท่านเอาเองแล้วขอตัวไปทำงานต่อ ก่อนจะเดินลิ่วออกไป

สุคนธ์ลังเลไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายตัดสินใจไปที่ห้องของลิ้นจี่เพื่อสอบถามอาการของราเมศว์ เธอเป็น อีกคนหนึ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้อง ได้แต่ชะเง้อคอมองข้ามไหล่อำไพที่เป็นคนมาเปิดประตูให้

“เขาสบายดีกำลังนอนหลับพริ้มเป็นเด็กๆเลย เห็นแล้วก็ไปได้” ลิ้นจี่เห็นสุคนธ์รีๆรอๆ ไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ชอบคนสอดรู้สอดเห็น สุคนธ์จำต้องกลับไปด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

ตกเย็น ปราลีมารับเตือนตาที่ออฟฟิศตามนัดโดยฝ่ายหลังจะให้รังสรรค์มาขับรถกลับเพื่อจะได้ไปรถคันเดียวกัน ปราลีกระเซ้าดีกันแล้วหรือ เธอไม่ได้ดีกับเขา แต่จะพูดกันเฉพาะเวลามีธุระเท่านั้น

“แล้วเมื่อไหร่จะดีกัน” ปราลีกระเซ้าสีหน้ายิ้มแย้ม เตือนตาแหย่กลับคงพร้อมๆกับที่ปราลีดีกับราเมศว์ คู่ สนทนาหุบยิ้มทันที จากนั้นไม่นาน ปราลีกับเตือนตามาถึงบ้านลิ้นจี่ ในเมื่อเธอกล้ามา ลิ้นจี่ก็เลยกล้าให้พบ

สุคนธ์นั่งทำงานอยู่เห็นนพดลเดินนำปราลีกับเตือนตาเข้ามาในบ้านก็ไม่สบายใจที่เธอช่างหาเหาใส่หัว แท้ๆที่กล้ากลับมาที่นี่ นพดลพาสองสาวมาที่ห้องรับแขก เห็นลิ้นจี่รอท่าอยู่ก่อนแล้ว ปราลีไม่รอช้าเอาซองใส่เช็คเงินสดยื่นให้พร้อมกับบอกว่าเอาเงินค่าจ้างอุ้มบุญมาคืน

อำไพเข้ามากระชากซองนั้นไปจากมือปราลีเอามา ให้ลิ้นจี่อย่างนอบน้อม ลิ้นจี่กลับฉีกเช็คเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ประกาศกร้าวไม่ได้ต้องการเงินแต่ต้องการเด็กคนนั้น ปราลีไม่มีวันให้ลูกตัวเองกับใครเด็ดขาด ถ้าลิ้นจี่ไม่ยอมรับเช็คใบนี้ เธอก็จะเอาเงินเข้าบัญชีให้ ท่านจะแจ้งกับธนาคารว่าเงินที่จะเข้ามาในบัญชีของท่านโดยที่ท่านหรือราเมศว์ไม่ได้เป็นคนนำเข้าให้ถือเป็นเงินสกปรกแจ้งตำรวจจับได้เลย

“แกจะต้องเป็นหนี้ฉันไปตลอดจนกว่าจะคืนเด็กคนนั้นมาให้ฉัน ฉันจะสาปแช่งแกจะตามทวงหนี้แกทุกชาติทุกภพ ฉันจะตามไปเป็นเจ้ากรรมนายเวรแกตลอดไป ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว”

ooooooo

ครู่ต่อมา ปราลีกับเตือนตาเดินมาถึงรถ สุคนธ์ตามมาขอร้องให้ปราลีช่วยราเมศว์ด้วยคุณแม่ขังเขาไว้ในห้อง มีแต่เธอเท่านั้นที่จะช่วยเขาได้ ปราลีไม่อยาก เข้าไปข้องแวะเรื่องความกตัญญูของลูกที่มีต่อแม่แล้วหันไปชวนเตือนตาขึ้นรถ สุคนธ์โพล่งขึ้นทันที

“คุณเมศว์รักคุณ...คุณพูดถูกเรื่องความกตัญญู คุณเมศว์รักและกตัญญูคุณแม่มาก...มากชนิดที่คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจ บางคนอาจจะคิดว่าเขาเป็นโรคจิต”

“ใช่ ญาติของคุณเป็นโรคจิตเสพติดความกตัญญู... ก็ดีแล้วนี่ กตัญญูขนาดนี้อาจจะได้ขึ้นสวรรค์สมใจอยากก็ได้” ปราลีแดกดัน สุคนธ์เถียงแทนราเมศว์ไม่ใช่คนโรคจิตแต่เป็นแค่คนอ่อนไหวเป็นแค่คนดีเกินไป

“และที่สำคัญเขาหมดหวังในชีวิต ผู้หญิงที่เขารักที่สุดผลักไสเขาออกไป ถ้าเพียงแต่คุณจะเข้าใจเขา ให้กำลังใจเขา เขาก็คงไม่ตกเป็นทาสคุณแม่ขนาดนี้” ป่วยการที่สุคนธ์จะขอร้อง ปราลีประกาศชัดเจนไม่ต้องการ เข้าไปยุ่งกับโลกของราเมศว์ ไล่สุคนธ์ไปขอให้เมียของเขาช่วยแล้วขึ้นรถขับออกไปกับเตือนตา

“แล้วคุณจะเสียใจ” สุคนธ์ตะโกนไล่หลัง...

ระหว่างนั่งมาในรถ เตือนตาบ่นสงสารราเมศว์ ปราลีบอกให้เธอสงสารตัวเองก่อนจะดีกว่า ลำพังตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย เตือนตาพยักหน้าเห็นด้วย...

ทางด้านลิ้นจี่ก่นด่าปราลีตั้งแต่อำไพเข็นรถเข็นที่ตัวเองนั่งจากห้องรับแขกยันถึงห้องนอนที่บังอาจมาอวดดีกับตน มันยังไม่รู้ว่าตนสามารถทำอะไรได้บ้าง จังหวะนั้นราเมศว์ซึ่งนอนอยู่บนเตียงส่งเสียงร้องโอดโอยเนื่องจากปวดหัวดังขึ้น ลิ้นจี่ปรี่เข้าไปถามว่าเป็นอะไร เขาบ่นปวดหัวมาก ท่านจะเอายานอนหลับในคราบยาแก้ปวดให้เขากินอีก ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ทัน รีบบอกว่าไม่ต้อง ลิ้นจี่ชักสีหน้าใส่

“เมศว์จะดื้อกับแม่หรือ ขอบอกว่าคุณแม่เสียใจ เสียใจมาก แล้วนั่นแกจะลุกไปไหน”

ราเมศว์จะออกไปข้างนอก เนื่องจากยิ่งนอนก็ยิ่ง ปวดหัว แล้วเดินซวนเซออกไป โดยไม่ยอมให้อำไพช่วยพยุง ลิ้นจี่ยังไม่ยอมแพ้สั่งให้อำไพไปรินน้ำร้อนใส่แก้วจะได้ชงเครื่องดื่มร้อนๆให้ลูกชายสุดเลิฟดื่ม

“ให้มันรู้ไปว่าราเมศว์จะแน่กว่าฉัน”

ooooooo

ไม่นานนัก ราเมศว์เข้ามาในครัวในสภาพไม่เต็มร้อย เพราะฤทธิ์ยานอนหลับยังไม่หมด ตรงไปที่อ่างล้างจาน ล้างหน้าเพื่อเรียกความสดชื่น จากนั้นเดินไปเปิดตู้เย็น น้อยเข้ามาเห็นเขาก็ร้องทักต้องการอะไรทำไมไม่เรียกตน เขาไม่ได้ต้องการอะไรแค่จะมาหยิบน้ำดื่มเท่านั้น เธออาสาจะหยิบให้

“ไม่ต้อง ฉันหยิบเองได้” ราเมศว์หยิบขวดน้ำซึ่งยังไม่เปิดเดินออกไปที่หน้าตึกใหญ่เห็นลิ้นจี่นั่งยิ้มอยู่ในรถเข็นข้างโต๊ะสนามโดยมีอำไพยืนอยู่ห่างออกมา ท่านชงเครื่องดื่มร้อนๆมาให้แล้วขอร้องแกมบังคับให้เขาดื่มให้หมด ราเมศว์อ้างอยากดื่มอะไรเย็นๆมากกว่าจะได้สดชื่น

“ไม่เป็นไรดื่มน้ำเย็นแล้วก็ดื่มเครื่องดื่มที่แม่ชงมาให้ด้วย แกคงไม่อยากให้แม่เสียใจใช่ไหม”

“แน่นอนครับ”

ลิ้นจี่ยิ้มพอใจ แล้วสั่งให้อำไพเข็นรถเข็นไปที่สวน ท่านอยากจะดูว่ากุหลาบบานหรือยัง ราเมศว์เห็นทั้งคู่ไม่ได้มองมาทางตัวเองรีบเทน้ำในขวดออก ครั้นอำไพหันมองเขาแกล้งยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม พอเธอมองไปทางอื่นเขารีบเทเครื่องดื่มใส่ขวดน้ำแทนวางแก้วเปล่าไว้อย่างเดิมแล้วถือขวดน้ำเดินเข้าข้างใน

อำไพหันมาเห็นแก้วว่างเปล่าบนโต๊ะ กระซิบกับลิ้นจี่ว่าหมดแก้วแล้ว ท่านสั่งให้เธอไปดูว่าเขาแอบเททิ้งหรือเปล่า อำไพเดินมาสำรวจรอบๆไม่เห็นร่องรอยเครื่องดื่มถูกเททิ้งก็รีบรายงานให้เจ้านายทราบ ลิ้นจี่ยังไม่วางใจนัก สั่งให้เธอตามไปที่ห้องของราเมศว์เช็กให้แน่ใจว่าเขาจะหลับด้วยฤทธิ์ยานอนหลับที่ผสมอยู่ในแก้วเครื่องดื่ม ราเมศว์กำลังจะเอาขวดน้ำที่แอบเท เครื่องดื่มใส่ไว้ไปเททิ้ง มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเสียก่อน

“คุณเมศว์ขา คุณแม่เรียกค่ะ”

ราเมศว์แกล้งทำเสียงเหมือนคนง่วงนอนบอกให้อำไพกลับไปเรียนคุณแม่ด้วยว่าเขาขอนอนก่อนเนื่องจากง่วงมาก อำไพอวยพรให้เขาหลับฝันดีแล้วกลับไปรายงานให้เจ้านายทราบว่าราเมศว์นอนหลับไปเรียบร้อยแล้ว ลิ้นจี่ยิ้มพอใจ สั่งให้เธอเข็นรถเข็นเข้าข้างใน...

แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจเรื่องของราเมศว์ แต่ปราลีอดนึกถึงคำพูดของสุคนธ์เมื่อตอนเย็นที่ผ่านมาไม่ได้ ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า เสียงลูกหมูร้องเบาๆเหมือนจะรู้สึกตัวตื่น ปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์รีบกะพริบตาถี่ๆ เพื่อให้น้ำตาไหลกลับแล้วอุ้มลูกขึ้นมาแนบอกกล่อมให้แกหลับต่อ

ooooooo

สุคนธ์เป็นห่วงราเมศว์มาก พอรู้ว่าเขากลับมานอนห้องตัวเอง รอจนไฟในบ้านปิดมืดจึงย่องขึ้นบันไดโดยใช้ไฟฉายส่องนำทางตรงไปยังห้องนอนของเขา ทันใดนั้นไฟโถงบันไดสว่างพรึ่บขึ้น สุคนธ์รีบหาที่ซ่อน

อำไพเดินอย่างสบายอารมณ์ไปที่ห้องของราเมศว์ในมือมีถาดวางแก้วน้ำและถ้วยใส่ยานอนหลับ เธอไขกุญแจเข้าไปในห้อง สุคนธ์รีบวิ่งไปแอบดูตรงช่องประตูที่เปิดแง้มไว้เห็นอำไพปลุกราเมศว์ให้ลุกขึ้นมากินยา

เขารับแก้วยามาเทใส่ปากแล้วดื่มน้ำตามทั้งที่ยังหลับตา ส่งแก้วน้ำแก้วยาคืนให้อำไพแล้วล้มตัวลงนอน หันหลังให้ ก่อนจะคายยานอนหลับใส่มือไว้อย่างรวดเร็ว

“ขอให้นอนหลับฝันดีนะคะ” อำไพอวยพรเสร็จเดินยิ้มออกไปโดยไม่ลืมไขกุญแจล็อกประตูไว้อย่างเดิม สุคนธ์รอจนแน่ใจว่าอำไพไปแล้วจึงย่องไปเคาะประตูห้องราเมศว์เบาๆพร้อมกับขยับลูกบิดประตู เงียบไม่มีเสียงขานรับ สุคนธ์หันหลังจะกลับ แต่ราเมศว์เปิดประตูให้เธอเข้ามาเสียก่อนแล้วรีบล็อกประตูตามหลัง เธอเห็นเขาไม่มีอาการง่วงนอนก็เบาใจว่าเขาไม่ถูกวางยาอีก

“ผมเริ่มสงสัยว่าจะถูกวางยา ทั้งในอาหาร น้ำ รวมทั้งยาแก้ปวดที่คุณแม่ให้กิน” เขาเล่าว่าเขาสงสัยว่าถูกคุณแม่วางยาทั้งในน้ำและอาหารมาสักพักหนึ่งแล้ว

“โล่งใจไปที พี่คิดว่าคุณเมศว์จะแย่แล้ว”

ราเมศว์เข้าใจคุณแม่ดีว่าไม่ได้คิดจะทำร้ายเขา ท่านแค่ไม่อยากให้เขาทิ้งท่านไปไหน ท่านว้าเหว่ไม่มีใคร สุคนธ์เริ่มจะเชื่อแล้วว่าปราลีพูดถูก ราเมศว์ตื่นเต้นปราลี มาที่นี่หรือแล้วเธอว่าอะไร สุคนธ์เล่าให้ฟังว่าปราลีหาว่าเขาเสพติดความกตัญญู แล้วเตือนเขาว่าความกตัญญู
เป็นคุณธรรมที่สูงส่ง แต่ก็ควรใช้กับคนดี คนที่สมควรได้รับ

“ไม่ใช่ยอมให้คนไม่ดีนำมาใช้เป็นเครื่องมือย้อนมาทำลายเราเอง”

“แล้วพี่สุจะให้ผมทำยังไง”

สุคนธ์อยากให้เขาไปจากที่นี่ ไปให้ไกลที่สุดไปอยู่กับคนที่เขารักและรักเขา เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วงคุณแม่กลัวท่านจะอยู่คนเดียว เธออาสาจะอยู่เป็นเพื่อนท่านเอง ชีวิตเธอไม่มีใครไม่มีความหมายอะไร แต่เขายังมีปราลีมีลูกมีอนาคตที่มีความสุขรออยู่ไม่ควรจะมาจมปลัก
กับผู้หญิงแก่โรคจิต ราเมศว์รีบตัดบท ดึกมากแล้ว เธอควรจะไปนอนได้แล้ว เขาเองก็จะเข้านอนเหมือนกัน สุคนธ์ส่ายหน้าผิดหวังก่อนจะออกจากห้อง

ooooooo

ราเมศว์มาหาลิ้นจี่ที่ห้องนอนของท่านแต่เช้า บอกท่านว่าไม่จำเป็นต้องวางยาเขาเพราะเขาไม่มีวัน ทิ้งท่านไปไหน ลิ้นจี่บีบน้ำตาทำเป็นซาบซึ้งใจอ้าแขนเรียกเขาเข้ามากอด

“แม่ขอโทษ เมศว์อย่าโกรธแม่นะลูก แม่ทำไปเพราะความรักเมศว์ไม่อยากให้เมศว์ทิ้งแม่”

“ผมสัญญาครับ แต่เราต้องไว้ใจกัน อยู่แบบให้เกียรติกัน ไม่มีการวางยากันอีก”

ลิ้นจี่สัญญาจะไม่ทำอย่างนั้นอีก ปากพูดอย่างแต่ในใจของเธอไม่ได้สำนึกผิดหรือเสียใจกับสิ่งที่ทำ...

ระหว่างนั่งกินมื้อเช้าด้วยกัน ราเมศว์บอกลิ้นจี่ว่าอีกสักพักจะออกไปเยี่ยมลูกของรังสรรค์ ต้องการอะไรหรือเปล่าจะได้ซื้อมาฝาก ท่านตอบเสียงเขียวว่าไม่ เขาหันไปถามสุคนธ์ด้วยคำถามเดียวกัน เธอก็ไม่ต้องการอะไรเช่นกัน เขาชวนเธอไปเยี่ยมหลานด้วยกัน สุคนธ์เหลือบมองลิ้นจี่ซึ่งทำสีหน้าปกติแวบหนึ่ง ก่อนจะบอกว่าขออยู่บ้านดีกว่าเผื่อคุณแม่จะเรียกใช้ ลิ้นจี่อยากรู้เขาจะกลับเมื่อไหร่

“ยังไม่ทราบเลยครับ”...

ลิ้นจี่พกเอาความไม่พอใจกลับมาที่ห้องนอนตัวเองขว้างปาข้าวของใกล้มือกระจัดกระจายหาว่าราเมศว์ต้องการจะลองดีกับตน แต่ตนก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วสั่งให้อำไพหยิบโทรศัพท์มา

“มีอยู่คนเดียวที่จะดึงราเมศว์ให้อยู่ติดบ้านได้”

คนที่ลิ้นจี่ว่าก็คือสุนีรัตน์นั่นเอง ท่านลงทุนโทร.ไปตามตัวกลับ เธอดิ้นพราดๆไม่ยอมกลับ คุณหญิง เจริญศรีกับแจ่มจิตต้องหลอกล่อว่าราเมศว์บ่นคิดถึง

สุนีรัตน์ไม่เชื่อถ้าคิดถึงจริงก็ต้องมาตามเธอตั้งแต่วันแรกแล้ว นี่แสดงว่าไม่ได้อยากให้กลับ คุณหญิงเจริญศรีรู้ทันทีว่าลูกสาวงอนจึงโทร.ไปบอกลิ้นจี่ให้ส่งราเมศว์มารับสุนีรัตน์หน่อย ลิ้นจี่รับปากจะจัดการให้พอดีเขาไม่อยู่ออกไปข้างนอกแล้ววางสายสีหน้าไม่พอใจ

“หมั่นไส้นังสองแม่ลูกนั่นเหลือเกินนังอำ ทำเป็นเล่นตัวอย่างโน้นอย่างนี้”

“งั้นก็อย่าไปเอาเลยค่ะ คัดทิ้งไป”

“คัดแกทิ้งน่ะสิ นังรัตน์นี่ล่ะแย่หนึ่งประเภทหนึ่งเลย ถ้ามันดีๆฉลาดเฉลียวเหมือนคนอื่นล่ะก็ ฉันก็ไม่เอามาเป็นศรีสะใภ้หรอก สะใภ้ฉันมันต้องไม่เต็มเต็ง เอาโทรศัพท์มาสิ”...

รังสรรค์เดินออกมาที่สนามหน้าบ้านเป็นจังหวะเดียวกับราเมศว์วางสายพอดี เขาเห็นสีหน้าพี่ชายก็ร้องทักว่าคุณแม่โทร.มาใช่ไหม ราเมศว์พยักหน้ารับคำท่านโทร.มาบอกให้ตนไปรับสุนีรัตน์ รังสรรค์ไม่เข้าใจทำไมถึงต้องรับผิดชอบผู้หญิงคนนี้ด้วย แล้วเอาปราลีกับลูกหมูไปไว้ที่ไหน ราเมศว์หน้าหมองลงทันที

“เธอบอกไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าเธอไม่ต้องการพี่ ระหว่างคนที่ต้องการพี่กับคนที่ไม่ต้องการพี่ แกก็น่าจะรู้ว่าพี่ควรจะเลือกใคร ส่วนลูกหมู เธอก็ประกาศชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่ลูกของพี่แต่เป็นลูกสามีเก่าของเธอ”...

ด้านเตือนตาหมกมุ่นครุ่นคิดแต่เรื่องราเมศว์ ยิ่งเห็นเขามีสีหน้าอมทุกข์ก็ยิ่งสงสาร คิดไม่ตกว่าควร จะบอกเขาเรื่องที่ลูกหมูเป็นลูกของเขาดีหรือไม่ ใจหนึ่งอยากบอกความจริง แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวปราลีจะโกรธจึงนำเรื่องนี้มาปรึกษาป้าวิไลซึ่งแนะว่าถ้าสิ่งที่เธอพูดจะทำให้ราเมศว์ดีขึ้นมีความสุขขึ้น แล้วไม่ได้ทำให้ปราลีแย่หรือเสียหายก็ไม่น่าจะเป็นอะไร เตือนตากลัวจะทำให้บางคนเดือดร้อน

“เตือนก็ต้องชั่งน้ำหนักเอาว่าอะไรหรือใคร เดือดร้อนหรือเสียหายมากกว่า”...

เตือนตานำคำแนะนำของป้าวิไลมาครุ่นคิดอยู่หลายตลบ ในที่สุดก็ตัดสินใจไปหารังสรรค์ที่ห้องเพื่อบอกว่าจะเป็นคนยืนยันกับราเมศว์เองว่าลูกหมูเป็นลูกของเขา รังสรรค์ไม่คิดว่าจะมีประโยชน์อะไร ตนซึ่งเป็นน้องยืนยันแล้วยืนยันอีก แถมท้าให้ไปตรวจดีเอ็นเอเขาก็ยังไม่ทำ

“งั้นแสดงว่าเขาเชื่อแต่ไม่อยากรับความจริง”

“ก็เพราะเขาเป็นคนรับผิดชอบอย่างที่ผมเคยบอก อีกอย่างซึ่งผมคิดว่าสำคัญที่สุดคือปุ๋มไม่ยอมรับแถมยังเสือกไสไล่ส่งเขา” ว่าแล้วรังสรรค์อดสงสารพี่ชายไม่ได้ เตือนตาแก้ตัวให้เพื่อนรักว่าไม่อยากเป็นมือที่สามทำให้ครอบครัวอื่นต้องแตกแยก รังสรรค์สวนขึ้นทันทีดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ที่เราสองคนจะเป็นคนทำลายเสียเอง เตือนตาค้อนเขาหนึ่งวง รังสรรค์มองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักจนเธอเขินรีบตีหน้าขรึม

“ฉันจะไปนอนล่ะ” เตือนตาขยับจะไป รังสรรค์คว้ามือไว้ ร้องทักว่าเรายังไม่ได้ตกลงกันเลยว่าจะใช้แผนสองอย่างไรในเมื่อแผนหนึ่งไม่สำเร็จ เตือนตาโทษว่าแม่ของเขาเป็นอุปสรรคสำคัญ

“ก็อย่างที่ฉันเล่าให้ฟังเรื่องที่ปุ๋มกับฉันเอาเงินไปคืน แกไม่รับแล้วก็กีดกันทุกทางไม่ให้เราพบกับคุณราเมศว์ คุณต้องใช้ความพยายามทำให้คุณราเมศว์เชื่อแม่ของคุณน้อยลงให้ได้” รังสรรค์รับคำสีหน้าหนักใจ

ooooooo

แสงรวีเห็นวัฒน์เช้าโทร.หาเย็นโทร.ถึงถามปราลีว่าเมื่อไหร่จะใจอ่อนกับเขาสักที ในเมื่อเขาเป็นคนดีก็ไม่ควรจะปล่อยให้หลุดมือไป หรือว่ายังรอราเมศว์อยู่ ปราลีปฏิเสธทันทีว่าเปล่าเพียงแต่ยังไม่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่กับใคร เธออยากทุ่มเทให้ลูกหมูคนเดียว แสงรวีียังไม่ทันจะว่าอะไรเตือนตาโทร.มาหาปราลีเสียก่อน

“วันนี้ว่างไหม คุณป้าไปต่างจังหวัดกับเพื่อน เตือนไม่อยากอยู่บ้านตามลำพังกับคุณรัง”
ปราลีกระเซ้าตามลำพังที่ไหน ปุ้มปุ้ยก็อยู่จะได้อยู่กันพร้อมหน้าสามคนพ่อแม่ลูก เตือนตาไม่ตลกด้วย เธอก็รู้ว่าตนเกลียดรังสรรค์เข้าไส้ แล้วคะยั้นคะยอให้เธอตอบตกลง ปราลีรับคำโดยไม่รู้เลยว่านี่เป็นแผนการที่จะให้เธอกับราเมศว์ได้ปรับความเข้าใจกันของรังสรรค์กับเตือนตา...

เตือนตาทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองเรียบร้อย ส่วนรังสรรค์ก็ทำหน้าที่โทร.ชวนราเมศว์ให้มาที่บ้านเช่นกันอ้างจะให้มาเป็นตัวกลางระหว่างตนเองกับเตือนตา เขารับปากทันทีแต่จะเอาสุนีรัตน์มาด้วย

รังสรรค์ร้องห้ามเสียงหลงว่าอย่าเอาเธอมา ขอร้องให้เขามาคนเดียว ขืนเอาเธอมาด้วยก็จะหมดสนุกเพราะ เธอจะร้องให้เขาพากลับบ้าน ตนอยากให้เขาอยู่ด้วยนานๆ ถึงเย็นถึงค่ำโน่นเลย ราเมศว์ได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้จะลองพูดกับเธอดู...

ราเมศว์กล่อมจนสุนีรัตน์ยอมอยู่บ้านไม่ตามมาบ้านรังสรรค์ด้วยโดยมีข้อต่อรองถ้าวันนี้เธอยอมอยู่บ้าน พรุ่งนี้เขาจะพาเธอไปสมัครเรียนบัลเล่ต์แล้วจะเลยไปซื้อของเล่นสวยๆด้วยกัน สุนีรัตน์ตอบตกลงทันที จากนั้นเขาจูงมือเธอไปที่ห้องนั่งเล่น ลิ้นจี่เงยหน้าจากหนังสือที่อ่านอยู่ถามว่าวันนี้จะพากันไปเที่ยวที่ไหน

“ว่าจะไปพรุ่งนี้ครับ วันนี้ผมต้องไปธุระ”

“ธุระอีกแล้ว ธุระอะไรกันนักหนา” ลิ้นจี่ชักสีหน้าไม่พอใจสั่งให้เอาสุนีรัตน์ไปด้วย เขายืนกรานว่าไปธุระไม่ได้ไปเที่ยวจะเอาเธอไปด้วยได้อย่างไร ท่านไม่พูดอะไรอีกสั่งให้อำไพพากลับห้อง ครั้นมาถึงห้องตัวเอง ลิ้นจี่บ่นกับอำไพสังหรณ์ใจชอบกลว่าราเมศว์จะไปหานังปราลี

“ไอ้รังสรรค์ตัวดีนั่นแหละเจ้ากี้เจ้าการ อย่าให้ จับได้ไล่ทันเชียวนะ...นังอำไปตามนพดลมา”

ไม่นานนัก นพดลมายืนนอบน้อมอยู่ตรงหน้าลิ้นจี่ซึ่งกำชับว่าต่อไปนี้ถ้าราเมศว์ออกจากบ้านไปเมื่อไหร่ เขาต้องสะกดรอยตามทันที ส่วนวันนี้คงตามไม่ทันแล้ว ท่านเชื่อว่าอีกไม่กี่วันเขาก็ต้องออกไปธุระอีก

ooooooo

ปราลีกับลูกหมูมาถึงบ้านเตือนตาก่อน เนื่องจากต้องเข้าครัวปราลีกับเตือนตาจึงเอาลูกหมูกับปุ้มปุ้ยไปให้รังสรรค์ดูแล สองสาวช่วยกันทำเปาะเปี๊ยะทอดโดยแบ่งหน้าที่กัน ปราลีห่อแป้ง ส่วนเตือนตารับหน้าที่ล้างผัก ปราลีแปลกใจกินกันแค่สามคนทำไมทำเยอะนัก

“เตือนจะฝากไปให้คุณแม่กับป้าเขียนด้วย”

มีเสียงปุ้มปุ้ยโวยวายดังขึ้น เตือนตาจึงต้องขอตัวไปดูลูกก่อน ครั้นมาถึงห้องรับแขกเห็นลูกสาวกำลัง อาละวาดรีบเข้ามาอุ้ม รังสรรค์เห็นเธอมาดูเด็กๆก็เลยจะไปรอราเมศว์หน้าบ้าน เพราะถ้าให้กดกริ่งหรือบีบแตร ปราลีอาจจะสงสัย แล้วรีบออกไปยืนคอย สักพัก ราเมศว์ขับรถมาจอดเห็นรถของปราลีจอดอยู่ก่อนก็จำได้หันไปถามน้องชายว่าทำอย่างนี้ทำไม เขาอยากให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน

“แต่พี่กับเธอไม่ควรจะพบกันอีก มันรังแต่จะ เจ็บปวดด้วยกันทั้งสองฝ่าย เธอเองก็ใช่ว่าอยากจะพบพี่”

“ลูกหมูเป็นลูกพี่เมศว์แน่นอน เตือนยืนยันว่าใช่เพราะปุ๋มบอกเขาเอง ผู้ชายที่เธออ้างว่าเป็นพ่อของลูกหมูน่ะไม่มีตัวตน ส่วนคุณวัฒน์ที่ปุ๋มอ้างว่าเป็นแฟนก็เพราะเธอเห็นว่าพี่เมศว์มีภรรยาแล้ว เธอไม่อยากให้ครอบครัวพี่เมศว์ต้องมีปัญหา พี่เมศว์จะพบกับปุ๋มอีกต่อไปหรือไม่ก็ตาม แต่พี่เมศว์ควรจะต้องรับรู้ว่าลูกหมูเป็นลูกแท้ๆของพี่เมศว์”

ราเมศว์เดินไปเปิดท้ายรถหยิบถุงอาหารส่งให้รังสรรค์ไม่พูดไม่จาสักคำแล้วเดินเข้าไปหาเตือนตาที่กำลังเล่นอยู่กับเด็กๆ เธอรีบบอกว่าลูกหมูเป็นลูกของเขาจริงๆ ปราลีไม่เคยมีผู้ชายคนอื่นนอกจากเขา

“ระหว่างผู้หญิงที่มาก่อนซ้ำยังเป็นแม่ของลูกกับผู้หญิงที่มาทีหลังแต่จำเป็นต้องแต่งงานด้วยเพราะความกตัญญูและไม่ได้มีลูกกัน คุณราเมศว์คงน่าจะคิดได้ว่าควรจะเลือกใคร”

รังสรรค์มองพี่ชายอย่างลุ้นเอาใจช่วย ราเมศว์ เข้าไปทรุดตัวลงตรงหน้าลูกหมู เรียกให้มาหาพ่อ เด็กน้อยโผกอดเขาหัวเราะชอบใจ เตือนตากับรังสรรค์ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก โดยเฉพาะเตือนตาถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตันใจ รังสรรค์อดใจไม่ไหวคว้าปุ้มปุ้ยขึ้นมาโอบกอดบ้าง

ooooooo

ที่ในห้องครัว ปราลีทอดเปาะเปี๊ยะเสร็จก็จัดใส่จานใบใหญ่ แล้วบรรจงประดับประดาด้วยผัก มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินเข้ามา เธอพูดโดยไม่ได้หันมองเพราะคิดว่าเป็นเตือนตา

“หายไปจู๋จี๋กันหรือจ๊ะ เปาะเปี๊ยะเรียบร้อยหมดแล้ว เชิญยกไปได้”

ใครคนนั้นเดินมาหยุดด้านหลัง ปราลีสังหรณ์ใจชอบกลหันขวับมามองต้องแปลกใจที่เห็นราเมศว์ยืนอยู่ เขาไม่พูดพล่ามโอบกอดเธอไว้ สัญญาว่าจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เธอกับลูกหมูไปไหนอีกแล้ว

“ลูกหมูเป็นลูกผมไม่ใช่ลูกคนอื่นที่คุณอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อผลักไสผมออกไป”

ปราลีดันเขาออกถามเสียงเครียดใครเป็นคนบอกเรื่องนี้ เตือนตาใช่ไหม ราเมศว์ยอมรับว่าใช่ เตือนตายังยืนยันอีกด้วยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยมีใครนอกจากเขา ต่อไปนี้เราสามคนพ่อแม่ลูกจะไม่มีวันพรากจากกันอีก ปราลีอยากรู้ถ้าเป็นอย่างที่ว่าแล้วเขาเอาเมียกับแม่ของเขาไปไว้ไหน

“คุณแม่จะต้องเข้าใจ ผมมั่นใจว่าผมจะพูดกับท่านได้ ส่วนน้องรัตน์ก็อยู่ส่วนเขา คุณก็อยู่ส่วนคุณ”

“เห็นแก่ตัวที่สุด” ด่าเสร็จปราลีตบราเมศว์ซ้ำ เขาสาบานว่าไม่เคยแตะต้องหรือล่วงเกินสุนีรัตน์แม้แต่น้อย เธออยู่ในฐานะน้องสาวเท่านั้น ปราลีรุกไล่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่าเขาจะหย่ากับสุนีรัตน์แล้วมาจดทะเบียนสมรสใหม่กับตนใช่ไหม ราเมศว์นิ่งอึ้ง ปราลียิ้มหยัน

“เห็นไหมคุณก็ทำไม่ได้”

“ผมทำได้ ที่ผมนิ่งไปเพราะผมกำลังคิดว่าจะต้องพูดกับคุณแม่ของผมกับคุณแม่ของน้องรัตน์อย่างไรดี สำหรับน้องรัตน์คงไม่มีปัญหาอะไรเพราะแกไม่รู้เรื่อง ขอเวลาให้ผมจัดการเรื่องนี้สักพักหนึ่ง”

ปราลีไม่รู้ว่าสักพักหนึ่งของเขานานแค่ไหน แต่ทางที่ดีเราสองคนไม่ควรพบหรือติดต่อกันอีกเลยจะดีกว่าเพราะเธอไม่ต้องการทำให้ครอบครัวใครแตกแยกและที่สำคัญ เธอไม่คิดว่าเขาจะหักดิบกับลิ้นจี่ได้ เธอตั้งใจจะทุ่มชีวิตให้กับลูกหมูและจะเลี้ยงให้เขาเป็นคนดีแบบมนุษย์ธรรมดาไม่ใช่หลับหูหลับตาเชื่อตามแม่สั่ง เธอไม่ได้ว่ากระทบราเมศว์เท่านั้นยังแดกดันไปถึงลิ้นจี่อีกด้วย

จากนั้นปราลีเดินหน้าเครียดเข้ามาหาเตือนตาที่ห้องรับแขกอุ้มลูกหมูไว้ในอ้อมกอดพลางหยิบตะกร้าใส่ของของลูก แล้วมองเตือนตากับรังสรรค์สลับกันก่อนจะบอกว่าถ้ารักจะคบกันต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก แล้ว
จ้ำ พรวดๆออกไปที่รถ เห็นรถของราเมศว์จอดขวางอยู่ตะโกนเรียกเตือนตาให้ไปตามเขามาถอยรถให้...
ครู่ต่อมาราเมศว์เดินออกมาทำท่าจะไปที่รถตัวเอง แต่แล้วเปลี่ยนใจเดินไปเคาะกระจกรถเรียก

ปราลีอาสาจะขับรถไปส่งเธอจะได้นั่งอุ้มลูก เธอไม่ต้องการถ้าเขาอยากช่วยก็ให้รีบถอยรถให้เร็วๆหน่อยก็พอ

หลังจากส่งปราลีกลับไปแล้ว ราเมศว์เดินนำรังสรรค์กับเตือนตามานั่งหน้าเศร้าในห้องรับแขก เตือนตาส่งลูกให้รังสรรค์อุ้มจะไปยกเปาะเปี๊ยะทอดมาให้ เขารีบบอกว่าไม่ต้อง ยังไม่หิว เธอบ่นอุบว่าเปาะเปี๊ยะเหลือตั้งเยอะไม่มีใครกิน รังสรรค์ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที ถ้าอย่างนั้นราเมศว์น่าจะเอาไปให้ปราลีที่บ้าน เขาส่ายหน้า

“อย่าพยายามต่อไปเลย ไม่มีทางสำเร็จหรอก”

“ก็ไม่แน่ ปุ๋มไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไร ถ้าคุณเมศว์ลองพยายาม เธออาจจะใจอ่อน”

รังสรรค์ช่วยสนับสนุนเตือนตาอีกแรงหนึ่ง ลองดูก็ไม่ได้เสียหายอะไรยกเว้นราเมศว์ไม่ได้รักปราลีแล้ว เขายังรักเธอเสมอและไม่เคยคิดจะเลิกรัก ทั้งเตือนตาและรังสรรค์ยุให้เขารีบไป

ooooooo

ปราลีกลับถึงบ้านส่งลูกหมูให้เขียนอุ้มแล้วเดินลิ่วขึ้นข้างบนไม่ทักทายพูดจากับใคร แสงรวีได้แต่มองตามแปลกใจถามเขียนว่าปราลีเป็นอะไรไป เขียนตั้งข้อสังเกตสงสัยจะทะเลาะกับใครมา

แสงรวีมั่นใจว่าต้องไม่ใช่เตือนตาแน่นอน รีบตามลูกขึ้นไปทันที ถามว่าทะเลาะกับใครมา ปราลีไม่อยากตอบคำถามเดินเลี่ยงไปล้างเครื่องสำอาง แสงรวีมองปราดเดียวก็พอจะเดาออก

“ไปเจอพ่อของนายลูกหมูมาใช่ไหม” แสงรวีเห็นลูกพยักหน้ารับแทนคำตอบ ก็ถึงบางอ้อทันทีมิน่าถึงได้กลับเร็ว เขาคงอยากจะขอคืนดีกับเธอถึงได้ตามมาง้อ ปราลียืนยันหนักแน่นว่าไม่มีทาง เขาเองก็รู้แก่ใจดี แสงรวีแนะถ้าอยากให้ราเมศว์เลิกตอแยก็ให้ลูกแต่งงานกับวัฒน์

“คุณวัฒน์เป็นคนดีมาก ปุ๋มถึงไม่อยากดึงเขามาทรมานเพียงเพื่อจะกันผู้ชายอีกคนออกไป ปุ๋มไม่ได้รักเขา ขืนแต่งกันไปก็จะเป็นการทรมานกันเปล่าๆ”

มีเสียงกริ่งประตูรั้วดังขึ้น ปราลีลุกไปดูที่หน้าต่างเห็นราเมศว์ยืนอยู่ ขอร้องแม่ช่วยลงไปไล่เขาที...

ทั้งเขียนและแสงรวีต่างช่วยกันไล่ราเมศว์กลับแต่ไม่สำเร็จ เขายืนกรานจะขอพบปราลีให้ได้ แค่ 5 นาที ก็พอไม่อย่างนั้นจะไม่ไปไหน แสงรวีเชิญเขารอตามสบาย แล้วเรียกเขียนเข้าข้างในตัวบ้านปิดประตูล็อกกลอน ราเมศว์ตั้งใจมั่นจะต้องเจอปราลีให้ได้ ทรุดตัวลงนั่นที่โต๊ะสนามหน้าบ้าน...

ทางด้านปราลีรู้จากแม่ว่าราเมศว์ไม่ยอมกลับก็เลยโทร.ไปฟ้องเตือนตา ได้รับคำแนะจากเพื่อนรักให้ ปราลีออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง เธอไม่ยอมออกไปคุยเพราะรู้ดีว่าเขาจะคุยเรื่องเดิมๆแล้วโทษว่าเป็นเพราะเตือนตากับรังสรรค์ทำให้ชีวิตของเธอต้องยุ่งยากไปหมด ราเมศว์อุตส่าห์ตัดเธอได้แล้ว แต่พอเตือนตาพยายามยืนยันเรื่องลูกหมูก็เลยเกิดเรื่องขึ้นอีก

เตือนตามั่นใจว่าราเมศว์ตัดเธอไม่ได้และเธอเองก็ตัดเขาไม่ขาดเช่นกัน ปราลีขอร้องอย่าทำแบบนี้อีกแล้ววางสายอย่างหงุดหงิด รังสรรค์เข้ามาถามเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าพี่ชายตัวเองไม่ยอมกลับบ้านจะรอพบปราลีให้ได้ก็ยิ้มดีใจ เป็นแบบนี้ปราลีต้องใจอ่อนให้เขาแน่ๆ

“ฉันว่าเธอโกรธเขามากขึ้นต่างหาก เฮ้อ” เตือนตาถอนใจเหนื่อยใจ...

รังสรรค์ไม่รอช้ารีบโทร.ถามพี่ชายว่าคิดจะเฝ้าปราลีอีกนานแค่ไหนรู้ไม่ใช่หรือว่าเธอใจแข็งจะตาย เขาก็อยากรู้เหมือนกันเขากับเธอใครจะใจแข็งกว่ากันและที่เขาทำอย่างนี้ไม่ใช่อยากจะเอาชนะ แค่จะแสดงให้เธอเห็นถึงความจริงใจของตัวเอง รังสรรค์อดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ถ้าคุณแม่โทร.มาตามจะทำอย่างไร ราเมศว์ไม่ค่อยพอใจโวยวายที่น้องมาซักโน่นถามนี่อยู่ได้

“ฉันโตแล้วแก่กว่านายอีกเพราะฉะนั้นเลิกห่วง เลิกยุ่งกับฉันสักที” ราเมศว์วางสายอย่างหงุดหงิด...

ฝ่ายเขียนเห็นราเมศว์ผุดลุกผุดนั่งเดินไปเดินมาไม่รู้จะทำอะไร แอบเปิดหน้าต่างยื่นหนังสือพิมพ์ให้อ่านแก้เหงา ปราลีมาเห็นพอดีโวยวายเสียงลั่นตกลง

ป้าเขียนอยู่ข้างใครกันแน่ ถ้าอยู่ข้างตนก็ไม่ควรไปยุ่งไปพูดคุยกับเขา เขียนเสียงอ่อยไม่ได้คุยแค่พูดด้วยนิดเดียวเอง

“จะพูดจะคุยหรือจะทักทายไม่ได้ทั้งนั้นค่ะ”

ราเมศว์ผลักหน้าต่างให้เปิดกว้างขึ้นอีก ปราลีมองตาเขียวปั๊ด สั่งห้ามแตะต้องบ้านของเธออีก แล้วเดินมาจะปิดหน้าต่างเขาวางมือทับมือเธอไว้ไม่ให้ปิดขอร้องให้ออกมาคุยกันก่อน เขายอมรับผิดทุกอย่าง

“ฉันเกลียดผู้ชายอ่อนแอ กลับไปอยู่กับแม่กับเมียคุณไป” ปราลีกระชากมือออกแล้วเดินหนีขึ้นข้างบน แสงรวีขอร้องให้ราเมศว์ทำตามที่ปราลีบอกถึงอย่างไรเขากับเธอก็ไม่มีวันลงเอยกันได้ ราเมศว์เชื่อว่าได้ ขอเพียงแค่ปราลีให้โอกาสเขาเท่านั้น แสงรวีเตือนเขาน่าจะรู้จักแม่ตัวเองดี ราเมศว์เอะใจทำไมถึงพูดเหมือนรู้จักท่าน แสงรวีไม่ตอบคำถามได้แต่บอกให้เขากลับบ้านไป...

ลิ้นจี่เห็นลูกชายออกจากบ้านแต่เช้านี่บ่ายสามโมงเข้าไปแล้วยังไม่กลับ โทร.ไปตามก็ปิดเครื่องอีกต่างหาก ทำให้ท่านหงุดหงิดอารมณ์บูด โยนมือถือทิ้ง อำไพไวทายาดรับไว้ทันก่อนจะตกพื้น

ไม่ได้มีแต่ลิ้นจี่เท่านั้นที่ถามหาราเมศว์ สุนีรัตน์ก็สั่งให้แจ่มจิตโทร.ตามเขากลับมาเช่นกันแต่ติดต่อไม่ได้ เธอน้อยใจมาก บ่นทั้งน้ำตากลับบ้านมาได้แค่วันเดียวเขาก็ผิดสัญญากับเธอแล้ว แจ่มจิตสงสารเธอจับใจ...

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำมากแล้วตอนที่ปราลีเดินมาดูที่หน้าต่างห้องนอนเห็นราเมศว์ยืนหันหลังทอดสายตาออกไปนอกบ้าน เหมือนเขาจะรู้สึกตัวว่ามีคนมองหันมาดู เธอหลบไม่ทันประสานสายตากับเขาอย่างจังเห็นแววตาเศร้าของเขาแล้วใจอ่อนยวบ ต้องรีบหลบให้พ้นสายตาคู่นั้น

“ฉันจะต้องไม่ใจอ่อนเด็ดขาด” ปราลีพึมพำกับตัวเอง...

ลิ้นจี่ต้องการจะจิกตัวราเมศว์กลับบ้านให้ได้ สั่งให้สุคนธ์โทร.ถามรังสรรค์ว่าลูกชายสุดเลิฟของท่านอยู่ด้วยหรือเปล่า รังสรรค์รู้ว่าคุณแม่เป็นคนให้โทร.ก็เลยโกหกว่าราเมศว์ไม่อยู่พาลูกสาวของตนไปนั่งรถเล่น ลิ้นจี่แย่งมาพูดสายเองแล้วทำไมมันไม่รับสายของตน

“แบตฯเขาหมดครับ เลยไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วย”

“มันกลับมาเมื่อไหร่ บอกให้กลับบ้านทันที” สั่งเสร็จลิ้นจี่โยนมือถือคืนสุคนธ์

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement