โซ่เสน่หา ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

โซ่เสน่หา ตอนที่ 1


25 พ.ค. 2560 09:59
1,716,690 ครั้ง

โซ่เสน่หา ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

โซ่เสน่หา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชลาลัย

บทโทรทัศน์โดย:

ภาวิต

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

ลิ้นจี่อยากอุ้มหลานแต่ไม่อยากมีลูกสะใภ้จึงคิดพิเรนทร์จะหาหญิงสาวมาอุ้มบุญให้ราเมศว์ผู้เป็นลูก โดยยินดีจะจ่ายค่าป่วยการเป็นเงินถึง 1 ล้านบาทและทันทีที่ได้อุ้มหลานสมใจนังนั่นจะต้องหายไปจากชีวิตพวกเรา ราเมศว์เผลอหลุดปาก ไม่มีผู้หญิงดีๆที่ไหนจะยอมทำแบบนี้ ลิ้นจี่ปากคอสั่นที่ถูกขัดใจ

“ราเมศว์ นี่...นี่แกเกลียดแม่ แกจะขัดใจแม่ใช่ไหม โอ๊ย...หายใจไม่ออก” ลิ้นจี่จับอกด้านซ้ายทำเหมือนอาการโรคหัวใจกำเริบ “เมศว์อยากเห็นแม่ตายไปต่อหน้าต่อตาใช่ไหมถึงได้พูดอะไรเหมือนจะขัดใจแม่”

“เปล่าครับ แต่...” ราเมศว์ยังพูดไม่จบ ลิ้นจี่ชิงตัดบท ดึงเขามากอดพร้อมกับบีบน้ำตา

“พ่อคุณพ่อมหาจำเริญ แม่รู้ว่าเมศว์ไม่มีวันขัดใจแม่ ขอบใจลูก ขอบใจมาก แม่ก็มีแต่เมศว์คนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจแม่สงสารแม่ไม่เหมือนไอ้อกตัญญูรังสรรค์ นี่ถ้าเมศว์เป็นอย่างมันล่ะก็ แม่คงช้ำใจตายไปนานแล้ว ไปพักผ่อนเถอะลูก แม่จะให้สุคนธ์จัดการลงเว็บไซต์จะเอ๋เบบี๋” ลิ้นจี่ยิ้มมีความสุขที่แผนขั้นแรกสำเร็จ

ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มเจื่อนก่อนจะเดินออกไปโดยไม่รู้ว่าถูกอำไพแอบตาม พอเห็นเขาเดินผ่านห้องโถงใหญ่จะออกไปข้างนอก เธอรีบโทร.รายงานลิ้นจี่ ราเมศว์ยังไม่ทันจะก้าวขึ้นรถ แม่โทร.เข้ามือถือชวนให้ไปบ้านคุณหญิงเจริญศรีด้วยกัน อ้างว่าท่านเชิญเขากับตนไปกินข้าวเย็น

“แม่ขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวเดียวนะลูกนะ” ลิ้นจี่รีบตัดบทไม่เปิดโอกาสให้ลูกปฏิเสธ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปราลีหรือปุ๋มกำลังนั่งเล่นมือถืออย่างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟาในบ้านแต่ต้องหน้าหงิกเมื่อเห็นแสงรวีผู้เป็นแม่ในชุดกระชากวัยเข้ามาบอกว่าคืนนี้จะกลับดึก ไม่ต้องบอกปราลีก็เดาออกว่าแม่จะไปหาสารัตน์ชายหนุ่มรุ่นลูกที่ติดพันอยู่ เธอพยายามขอร้องให้ท่านเลิกยุ่งกับมันก่อนจะหมดตัว

“เราจะแต่งงานกัน แล้วสารัตน์จะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่”

ปราลีปรี๊ดแตกทันที ยื่นคำขาดหากแม่พาไอ้แมงดานั่นเข้ามาในบ้าน เธอจะไปจากที่นี่ เธอจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นมาผลาญสมบัติของพ่อ แสงรวีท้าทายถ้าตนไม่ทำตาม เธอจะทำอย่างไร

“ปุ๋มก็จะทำอะไรที่มันแย่ยิ่งกว่าที่แม่ทำเสียอีก”

เขียนเห็นสองแม่ลูกระเบิดอารมณ์ใส่กันพยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผล แสงรวีไม่พอใจที่ลูกเถียงคำไม่ตกฟากตบหน้าหัน ปราลีอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะเดินหนีขึ้นห้อง ครั้นได้อยู่ลำพังคนเดียว น้ำตาของเธอเริ่มเอ่อขึ้นมาทั้งน้อยใจทั้งเสียใจกับการกระทำของแม่ มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเธอรีบกะพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำตาให้ไหลกลับ แล้วเดินมาเปิดประตูรับ เขียนเข้ามาขอร้องเธออย่าเพิ่งไปขวางแสงรวี

เธอไม่คิดจะขวางแต่จะพุ่งชนให้แหลกกันไปข้างหนึ่งแล้วคว้ากระเป๋าถือกับกุญแจรถจะไปหาเตือนตา เขียนได้แต่มองตามส่ายหน้าเหนื่อยใจกับสองแม่ลูกที่แรงพอกัน

ooooooo

จากนั้นไม่นาน ปราลีมานั่งอยู่ตรงหน้าเตือนตาเพื่อนรัก เล่าเรื่องที่แม่จะแต่งงานกับสารัตน์แล้วพาเข้ามาอยู่ในบ้านให้ฟัง เตือนตาต้องปลอบให้ใจเย็นๆก่อน เธอเย็นไม่ไหวในเมื่อแม่กล้าทำถึงขนาดนี้เธอก็กล้าเหมือนกัน เตือนตาสงสัยเธอคิดจะทำอะไรกันแน่ ปราลีคิดจะรับอุ้มบุญเพื่อแก้แค้นแม่

“ปุ๋มกำลังดูตามเว็บไซต์ว่าจะมีข้อเสนออะไรน่าสนใจบ้าง”

“อย่าทำบ้าๆนะปุ๋ม”

“ถ้ามีบ้ายิ่งกว่านี้ปุ๋มก็จะทำ เอาให้มันสะใจไปเลย” ปราลีขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

คุณหญิงเจริญศรีชวนสองแม่ลูกมากินข้าวที่บ้านหวังจะหาสามีให้สุนีรัตน์ซึ่งมีสภาพไม่ปกตินัก แม้อายุจะ 22 ปีแล้วแต่ความคิดอ่านของเธอเท่าเด็กอายุ 10 ขวบ เธอจะอุ้มตุ๊กตาตัวโปรดในมือไว้ตลอด ราเมศว์เป็นคนจิตใจดีโดยพื้นฐานอยู่แล้วจึงเล่นกับเธอโดยไม่รังเกียจ เป็นที่ถูกใจของคุณหญิงเจริญศรี และด้วยความจริงใจของราเมศว์ทำให้สุนีรัตน์เปิดใจรับเขาในเวลาอันรวดเร็ว...

ป้าของเตือนตาทำกับข้าวของโปรดให้ปราลีกิน แต่เธอตักกินได้สองคำก็วางช้อน เตือนตาต้องขอร้องให้กินอะไรบ้าง เธอกลับขอเหล้าดื่มเพื่อฉลองก่อนจะไปสมัครเป็นแม่อุ้มบุญ เตือนตาขอร้องให้คิดให้ดีๆ ถ้าเธอไปทำอาชีพแบบนั้นจะทำให้ชีวิตของเธอตกต่ำ ถ้าสีขาวเป็นสีดำไปแล้วจะเอามาย้อมให้เป็นสีขาวอีกคงไม่ได้ ปราลียักไหล่อย่างไม่ยี่หระ อยากรู้แค่ว่าแม่จะรู้สึกออย่างไรถ้ารู้ว่าเธอจะมีผัว

“จำไว้เลยนะเตือน ฉันอยากจะเป็นสีดำ ดำให้สนิทปิ๊ดปี๋เลย ดำแบบไม่มีขาวปน แม้แต่เท่าขนแมว”

เตือนตาฟังเพื่อนพูดแล้วรู้สึกหวั่นๆอย่างบอกไม่ถูก แต่ยังไม่ทันพูดอะไร มีเสียงมือถือของปราลีดังขึ้นเสียก่อน รังสรรค์โทร.ชวนให้ไปหาอะไรกินกัน แต่ถ้าเธอกินแล้วก็ให้มานั่งดูเขากินก็ได้ ปราลีคงไปหาเขาไม่ได้แต่ถ้าเขาอยากเจอก็ให้มาที่บ้านเตือนตา เจ้าของบ้านโวยวายลั่นไม่ให้ชวน เขาได้ยินเสียงเธอลอดเข้ามาตะโกนสวนว่าไม่ได้อยากไปเช่นกัน ปราลีเห็นท่าไม่ดี รีบตัดบทขอวางสายก่อน เตือนตายังหงุดหงิดไม่หาย

“เกลี๊ยด...เกลียดนายคนนี้ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร”

ปราลีมั่นใจต่อให้เตือนตาเกลียดรังสรรค์แค่ไหนคงไม่เท่ากับที่ตนเกลียดสารัตน์...

ไม่ใช่เฉพาะเป็นเพื่อนเล่นเท่านั้น ราเมศว์ยังหัดให้สุนีรัตน์กินผักอีกด้วย เธอทำตามอย่างว่าง่ายทั้งที่ไม่เคยมีใครในบ้านทำได้มาก่อน คุณหญิงเจริญศรีถูกอกถูกใจมาก...

ระหว่างทางกลับบ้าน ลิ้นจี่ถามราเมศว์ว่าสุนีรัตน์เป็นอย่างไรบ้าง เขาเห็นเธอน่ารักเหมือนเด็กๆ ลิ้นจี่หัวเราะขบขัน บอกให้เขาพูดตรงๆก็ได้ว่าปัญญาอ่อน

“ยัยคุณหญิงเจริญศรีแกพยายามจะหาผัวดีๆให้ลูกสาว ท่าทางแกจะปลื้มเมศว์น่าดู”

ราเมศว์ไม่ตลกด้วย เมินหน้าหนีไปมองนอกรถ...

เตือนตาเดินมาส่งปราลีที่รถ ตอนที่รังสรรค์โทร.มาเตือนความจำฝ่ายหลังว่าอย่าลืมที่นัดกันไว้พรุ่งนี้หลังเลิกงาน ปราลีไม่ลืมจะชวนเตือนตาไปด้วย เขาขอร้องไม่ให้ชวนมนุษย์ป้าอย่างเตือนตาควรปล่อยไปตามทางจะดีกว่า ปราลีกลัวเพื่อนจะได้ยินรีบตัดบทขอวางสายก่อน เตือนตารีบบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ไปด้วยเพราะไม่ชอบขี้หน้ารังสรรค์ เตือนปราลีอย่าไว้ใจเขา เธอพยักหน้ารับคำส่งๆ แล้วขับรถออกไป

ooooooo

ปราลีถึงกับคุมอารมณ์ไม่อยู่เมื่อรู้จากเขียนว่าแม่ไม่ได้กลับบ้านคนเดียวแต่พาสารัตน์มาด้วย ตอนนี้กำลังกินอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะ เธอจ้ำพรวดๆ ไปที่นั่นเห็นแม่กำลังคลอเคลียอยู่กับหนุ่มคราวลูก แถมผลัดกันป้อนอาหารเธอคำฉันคำ หญิงสาวปรี่เข้าไปปัดจานข้าวตกแตกกระจาย

“มันจะมากไปแล้ว” แสงรวีชี้หน้าลูกสาวอย่างเอาเรื่อง

“มันน้อยเกินไปด้วยซ้ำ แม่นึกยังไงถึงได้พาตัวเสนียดเข้ามาในบ้านแต่เช้า ปุ๋มบอกแม่แล้วว่าวันไหนที่แม่พาไอ้แมงดานี่เข้าบ้าน ปุ๋มจะไปทันที”

สารัตน์เสแสร้งจะขอเป็นฝ่ายไปเองไม่อยากให้แม่ลูกต้องหมางใจกัน แสงรวีไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขา รีบออกโรงปกป้อง ยิ่งทำให้ปราลีชิงชังจนมีปากเสียงกับแม่รุนแรง ก่อนจะเป็นฝ่ายทนไม่ได้วิ่งกลับขึ้นห้องไปเก็บเสื้อผ้าแล้วลากกระเป๋าออกจากบ้านไปเลย...

ครู่ต่อมา เตือนตามาถึงร้านอาหารตามที่เพื่อนรัก โทร.ไปนัด เห็นเธอนั่งหน้าเศร้าข้างตัวมีกระเป๋าเสื้อผ้าวางอยู่ รีบเข้ามานั่งข้างๆ เธอขอบใจเพื่อนรักมากที่อุตส่าห์ออกมาพบ คงต้องรบกวนอาศัยอยู่ที่บ้านของเพื่อนรักสักพักหนึ่งก่อน เตือนตาไม่รังเกียจปราลีจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ขออย่างเดียวอย่าไปรับงานบ้าๆนั่น เธอขอร้องอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้

“ฉันฝากกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ในรถแกหน่อยได้ไหม ฉันไม่ได้เอารถหรือข้าวของที่แม่ให้มาแม้แต่อย่างเดียว”

“ได้สิ แล้วแกจะไปทำงานไหวเหรอปุ๋ม”

“ไหวสิ...เย็นนี้ฉันจะแวะไปกินข้าวกับรังก่อนแล้วค่อยกลับนะ สัญญากับเขาไว้แล้ว”...

ขณะที่ปราลีหอบผ้าหอบผ่อนหนีออกจากบ้าน สาวๆหลายคนพากันมาสมัครเป็นแม่อุ้มบุญ ทั้งที่เพิ่งลงโฆษณาในเว็บไซต์ไปแค่วันเดียว ลิ้นจี่นั่งมองอยู่บนรถเข็นไม่ค่อยจะถูกใจสาวๆเหล่านี้นักเพราะไม่ตรงสเปก สั่งให้อำไพเข็นรถพาไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วให้ไปตามตัวสุคนธ์มาพบตนที่นั่น

ไม่นานนักสุคนธ์มาพบลิ้นจี่ที่ห้องนั่งเล่นตามคำสั่ง ท่านตั้งข้อสังเกตแม้จะมีคนมาสมัครมากมายแต่ไม่ใครถูกสเปกสักคน กำชับว่าผู้หญิงที่จะมาเป็นแม่พันธุ์ให้ราเมศว์จะต้องสูงพอสมควร รูปร่างหน้าตาต้องดีและต้องมีความรู้อีกด้วย เด็กที่เกิดมาจะได้ไม่โง่เหมือนสุคนธ์กับอำไพ ท่านไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่ถ้าได้เร็วๆก็ดี

“ไล่ผู้หญิงพวกนั้นกลับไปให้หมด น้ำหน้าอย่างพวกมันอย่าสะเออะมาเป็นแม่พันธุ์ให้ราเมศว์เด็ดขาด”

ooooooo

ด้วยความกลัดกลุ้มใจเรื่องแม่ทำให้นัดกินข้าวระหว่างปราลีกับรังสรรค์กลายเป็นการดื่มเหล้าดับทุกข์ แถมโลกยังกลมอีกต่างหาก เธอเจอสารัตน์เดินคลอเคลียสวีตหวานมากับหญิงสาวผ่านหน้าห้องอาหารที่ปราลีนั่งอยู่ ยิ่งทำให้เธอดื่มหนักขึ้นอีกจนเมาไม่รู้เรื่อง

เตือนตาซึ่งรอปราลีกลับบ้าน พยายามโทร.หาแต่เธอปิดเครื่อง มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ป้าเปิดประตูเข้ามาถามว่าปราลีจะกลับกี่ทุ่ม เตือนตาต้องโกหกว่าคงดึก พอดีเพื่อนที่ออฟฟิศเกิดคลอดลูกกะทันหัน สามีของเพื่อนไม่อยู่ไปต่างประเทศ ปราลีก็เลยต้องช่วยพาไปโรงพยาบาล บอกป้าว่าไม่ต้องเป็นห่วง

“เตือนจะคอยเขาเอง คุณป้านอนเถอะค่ะ”

เตือนตารอจนป้าออกไปแล้วก็ถอนใจโล่งอก...

รังสรรค์ไม่รู้จะพาปราลีไปส่งที่ไหน รู้แค่เธอไม่อยากกลับบ้าน จึงตัดสินใจพาไปคอนโดฯที่พักของตัวเอง ประคองปราลีที่เมาไม่ได้สติให้นอนลงบนโซฟา ความรู้สึกฝ่ายต่ำเข้าครอบงำจิตใจทำให้รังสรรค์ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเธอทีละเม็ด เลื่อนลงมากำลังจะปลดเม็ดที่สาม มีเสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะเสียก่อน

ชายหนุ่มลุกขึ้นไปเปิดประตูรับอย่างหัวเสีย

ราเมศว์ก้าวเข้ามาในห้องเห็นร่างของปราลีนอนเหยียดยาว คอเสื้อแบะออก ร้องทักว่าใคร เขาโกหกว่าหิ้วมาจากบาร์ แล้วถามว่ามีธุระอะไรถึงบุกมาที่นี่ดึกๆดื่นๆ ราเมศว์แวะมาบอกว่าใกล้จะถึงวันเกิดคุณแม่แล้ว รังสรรค์ควรรู้ว่าต้องทำอย่างไร เขารู้ดีแต่ไม่มีเงิน

ราเมศว์หยิบซองใส่เงินค่อนข้างหนาให้เขาไว้เป็นค่าของขวัญให้แม่และค่าเช่าคอนโดฯ แต่ไม่ใช่ค่าตัวแม่คนนั้น รังสรรค์เปลี่ยนทีท่าเป็นคนละคน ยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมขอบคุณพี่ชายที่ไม่ทิ้งกัน

“แกรับเงินฉันไปแล้วนะ วันเกิดคุณแม่ ฉันต้องได้เห็นแกที่บ้านแล้วก็ทำตัวเป็นลูกที่ดีสักวัน ไม่อย่างนั้น ฉันจะไม่จ่ายค่าคอนโดฯให้แกอีก”

“รับรองเลยครับว่าผมจะดีจนคุณแม่หัวใจวา...เอ๊ย หัวใจปลื้มเปรมเกษมสุขพองโตทั้งวันเลย” รังสรรค์ยิ้มอารมณ์ดี ราเมศว์ได้แต่ส่ายหน้าให้กับตลกไม่เข้าท่าของเขา ครั้นพี่ชายกลับไปแล้ว รังสรรค์เดินมากลัดกระดุมเสื้อให้ปราลีตามเดิม พลางถอนใจ

“ที่ผมเปลี่ยนใจไม่แตะต้องคุณไม่ใช่เพราะเกิดสำนึกขึ้นมาหรือว่าเป็นคนดิบคนดีอะไร แต่เป็นเพราะผมรักคุณจริงๆ ผมกลัวว่าคุณจะไม่มีวันให้อภัยผมเลย” รังสรรค์พูดจบลุกขึ้นยืน ก้มมองซองเงินในมือ “ขอบคุณพี่เมศว์ที่ทำให้สติผมกลับคืนมา”

ooooooo

ลิ้นจี่นั่งรถเข็นให้ราเมศว์เข็นมาสูดอากาศยามเช้าบริเวณสวนสวยข้างบ้าน ท่านคุยเรื่องที่มีสาวๆ มาสมัครเป็นแม่อุ้มบุญให้เขาหลายรายแต่ไม่ถูกใจท่านสักราย เขาเผลอตัวบอกให้ท่านยกเลิกความคิดนี้ไปเลยก็แล้วกัน ลิ้นจี่โกรธตัวสั่นตวาดลูกชายเสียงเขียว ราเมศว์รู้สึกตัวรีบคุกเข่ากราบขอโทษ

ท่านเมินหน้าหนีจะเข็นรถกลับเข้าบ้านเอง

ราเมศว์รีบจับรถไว้อาสาจะเข็นให้ สัญญาจะไม่ขัดใจท่านอีก หากท่านต้องการให้ทำอะไร เขาจะทำตามทุกอย่างขออย่างเดียวให้ท่านมีความสุข เขามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะท่าน ลิ้นจี่ยิ้มพอใจที่ลูกไม่ขัดใจอีก ประคองใบหน้าเขาขึ้นมาสบตาด้วย

“ขอบใจลูก ขอบใจมาก แม่มีทุกวันนี้ได้ก็เพราะลูกเช่นเดียวกัน” ลิ้นจี่ยิ้มสมใจ...

ทางฝ่ายปราลีตื่นขึ้นในตอนเช้าด้วยอาการเมาค้าง พยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ไม่ไหวต้องกลับลงไปนอนอย่างเดิม รังสรรค์ถือกาแฟร้อนๆเข้ามาให้ เธอปัดทิ้งอย่างเอาเรื่องเพราะคิดว่าเขามาทำมิดีมิร้าย เขาสาบานว่าไม่ได้ทำอะไร เมื่อคืนเธอเมามากไม่รู้จะพาไปที่ไหนเพราะเธอไม่อยากกลับบ้านก็เลยพามาที่นี่

ปราลีสำรวจสภาพตัวเองไม่พบสิ่งผิดปกติ ก็ถอนใจโล่งอก

“อาบน้ำอาบท่าล้างหน้าล้างตาก่อนไหม ผมมีผ้าเช็ดตัวใหม่ มีแปรงสีฟันใหม่ให้”...

ในเวลาต่อมา ปราลีนัดให้เตือนตามารับที่ร้านอาหารเจ้าเดิม เตือนตาไม่ชอบขี้หน้ารังสรรค์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เตือนเพื่อนรักทีหน้าทีหลังอย่าไปไว้ใจเขาแบบนี้อีก คราวนี้เขาอาจจะหลอกให้เธอตายใจก็ได้ รังสรรค์ไม่พอใจที่เธอตั้งตัวเป็นศัตรูจนมีปากเสียงกัน เตือนตาปากจัดสู้เขาไม่ได้ หันซ้ายหันขวาจะหาอะไรปาหัว ปราลีเห็นไม่เข้าที รีบไล่เขากลับ รังสรรค์ไม่วายหันมาแขวะเตือนตาก่อนจะลุกออกไป เธอนินทาไล่หลัง

“นายคนนี้คบไม่ได้เป็นนักเที่ยว อาชีพก็ไม่แน่นอน ตอนเห็นแกมาพร้อมกับเขา ฉันเกือบช็อกแน่ะ”

“ฉันไม่มีอะไรกับนายรังจริงๆ แต่กำลังจะมีกับคนอื่น” ปราลียิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะที่เตือนตาถอนใจหนักใจ...

หลังจากคัดเลือกผู้สมัครอุ้มบุญหลายสิบรายที่เข้าหลักเกณฑ์ ปราลีโดนใจสุคนธ์ที่สุด แต่จะติตรงที่ว่าเธอดูเหมือนเด็กใจแตกไปหน่อย เมื่อได้ผู้เข้ารอบสุดท้าย สุคนธ์นำรูปของพวกสาวๆไปให้ลิ้นจี่พิจารณาอีกครั้ง ท่านถูกใจปราลีเช่นกัน สุคนธ์ทักท้วงถึงจะหน้าตาสะสวยแต่ท่าทางจะเป็นเด็กมีปัญหา

“ช่างหัวมันปะไร ฉันไม่ได้จะเอามันมาเลี้ยงเป็นลูกนี่ แค่จะเอามาเป็นแม่พันธุ์เท่านั้น ท่าทางเก๋าๆอย่างนี้แหละดีเพราะตาเมศว์คงไม่ชอบ ลูกฉันคนนี้ชอบกุลสตรี ฉันจะเอานังคนนี้แหละ”

สุคนธ์แนะให้ท่านลองดูรายอื่นบ้างแต่ลิ้นจี่ไม่ต้องการใครอีกแล้ว ให้สุคนธ์โทร.ไปนัดกับเธอได้เลย ให้นัดประมาณสิ้นเดือนให้เลยวันเกิดของท่านไปแล้ว สุคนธ์ไม่รอช้าโทร.นัดปราลีตามที่ลิ้นจี่สั่ง...

ด้านราเมศว์เห็นรูปถ่ายของปราลีที่แม่เอาให้ดู นิ่วหน้าสงสัยเคยเจอผู้หญิงคนนี้ที่ไหนมาก่อนแต่นึกไม่ออก ลิ้นจี่ให้เขาเก็บเอาความสงสัยนี้ไปถามกันเอาเองบนเกาะ

“แม่คิดว่าจะเลือกแม่คนนี้ให้เมศว์ ถูกใจไหมลูก” ลิ้นจี่ถามไปอย่างนั้นเองไม่ได้ต้องการคำตอบ เพราะมั่นใจว่าเลือกคนที่ใช่แล้ว...

ปราลีเพิ่งอาบน้ำเสร็จตอนที่รังสรรค์โทร.มาชวนไปงานวันเกิดแม่ของเขาวันพรุ่งนี้ เธออยากรู้นิสัยใจคอท่านเป็นอย่างไร เขาตอบได้แค่ท่านทำให้เขาต้องออกจากบ้านมาอยู่คอนโดฯก็แล้วกัน เธอหัวเราะชอบใจ

“งั้นไปแน่นอน แถมจัดหนักจัดเต็มให้ด้วย”

แทนที่จะห้ามปราม รังสรรค์กลับยุส่งให้ปราลีเอาให้เต็มที่ได้เลย

ooooooo

บ้านของลิ้นจี่ถูกตกแต่งด้วยลูกโป่งหลากสีสัน มีร้านอาหารมาเปิดบูธหลายร้านคอยให้บริการแขกผู้มีเกียรติโดยมีสุคนธ์คอยเดินดูความเรียบร้อยของสถานที่ เจ้าของงานดูจะไม่ชอบลูกโป่งนัก หันไปเล่นงานอำไพระบายอารมณ์แทน โชคดีที่แขกยังไม่มามีแต่พวกที่มาออกบูธ

รังสรรค์เดินเข้ามาในงานพร้อมกับปราลีซึ่งแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีแสบสันแถมสวมวิกผมสีทองอร่ามมองเห็นแต่ปากซอย ใบหน้าถูกโบกด้วยเครื่องสำอางจนจำเค้าหน้าเดิมแทบไม่ได้ เธอเป็นเป้าสายตาของทุกคน ราเมศว์กำลังสั่งการให้เอาลูกโป่งออกไป เหลือบเห็นทั้งคู่เดินเข้ามาก็หยุดกึก ลิ้นจี่ถึงกับเอามือทาบอกด้วยความตกใจถามรังสรรค์ว่ามาที่นี่ทำไม

“ก็มาอวยพรวันเกิดคุณแม่ตามธรรมเนียมของลูกที่ดีไงครับ” ว่าแล้วรังสรรค์เอากระเช้าลิ้นจี่มอบให้แม่แล้วแนะนำเพื่อนสนิทที่สุดให้ท่านรู้จัก ปราลีคลานเข่าเข้ามากราบบนตัก ลิ้นจี่ปัดมือเธอออกอย่างขยะแขยง สั่งห้ามมาถูกตัวท่านอีก แล้วไล่ตะเพิดไปให้พ้นที่นี่ไม่ต้องการผู้หญิงพรรค์อย่างว่า ปราลีถูกดูแคลนก็ยิ่งหมั่นไส้ แกล้งยั่วให้ลิ้นจี่เดือดดาลพานจะเป็นลมเป็นแล้งเอา

ราเมศว์มาช่วยแม่ไล่ปราลีอีกแรงหนึ่ง รังสรรค์เห็นว่าไม่เป็นที่ต้องการชวนเธอกลับ ราเมศว์ไล่แต่เธอไม่ได้ไล่น้อง รังสรรค์ทำท่าจะทักท้วง ปราลีชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ไม่เป็นไรค่ะ รังอยู่เถอะ ปุ๋มจะออกไปโชว์เพชรอยู่ข้างนอก ไม่งั้นลูกรักเขาจะฮุบมรดกไปหมด” ปราลีแดกดันจบเดินลอยหน้าออกไป ราเมศว์ไม่พอใจ เดินตามเธอจนทันด่าว่าต่างๆนานา ปราลีไม่ยอมให้ใครมาด่าฝ่ายเดียว ด่ากลับไปบ้าง ทั้งสองคนเปิดศึกน้ำลายกัน พอรังสรรค์ตามมาสมทบ ราเมศว์สั่งให้เขาพาเธอกลับ อย่าพามาเหยียบที่นี่อีก แล้วหันหลังเดินจากไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกให้กลับมาคุยกันก่อนของน้องชาย...

ทางด้านลิ้นจี่ไม่พอใจรังสรรค์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สั่งให้อำไพเอาตะกร้าของขวัญของเขาไปโยนทิ้งให้หมด ราเมศว์เห็นแม่ทำท่าจะอาละวาดรีบบอกว่าแขกมาแล้ว ท่านถึงได้อารมณ์ดียิ้มออกมาได้...

ไม่นานนักแขกผู้มีเกียรติต่างมากันพร้อมหน้า รวมทั้งคุณหญิงเจริญศรีกับสุนีรัตน์ด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นสนุกสนานจนกระทั่ง แสงรวีในชุดกระชากวัย เข้ามาในงานกับสารัตน์พร้อมกล่องของขวัญในมือ ตั้งใจจะมาป่วนงานโดยเฉพาะ เนื่องจากเคยมีเรื่องฉาวกันมาก่อน สองคนปะทะคารมกันเรียกเสียงฮือฮาจากแขกบริเวณนั้นได้พอสมควร ยิ่งลิ้นจี่รู้ว่าชายหนุ่มที่อีกฝ่ายควงมาเป็นสามีใหม่ถึงกับระเบิดหัวเราะ

“นั่นไง ฉันสังหรณ์แล้วทีเดียว เธอไม่เคยขาดผู้ชายเลยตั้งแต่สาวยันแก่”

ราเมศว์หวั่นจะเกิดเรื่อง รีบพาแสงรวีไปนั่งอีกโต๊ะ ลิ้นจี่มองตามด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะหันไปสั่งให้อำไพไปหยิบของขวัญของนังนั่นมาให้แล้วทุ่มลงพื้น สุนีรัตน์ตบมือหัวเราะชอบใจ

ooooooo

ลิ้นจี่แค้นใจแสงรวีมาก ทนอยู่ในงานต่อไปไม่ไหวสั่งให้อำไพพากลับห้อง ทันทีที่ถึงห้อง ท่านคว้า ของใกล้มือปาทิ้ง ราเมศว์ต้องเข้ามาโอบกอดแม่ไว้ปลอบให้ใจเย็นๆ แสงรวีก็แค่มาอวยพรท่านเท่านั้น

“ไม่จริง มันจะมาเยาะเย้ยแม่ต่างหาก มันเคยแย่ง ผู้ชายที่แม่รักที่สุดไปทั้งๆที่รู้ว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน แม่อับอายขายขี้หน้าจนต้องลาออกจากงาน แม่รู้ว่ามันจงใจ พาผัวใหม่มาเย้ยแม่ มันต้องการแสดงว่ามันยังมีปัญญาหาผัวเด็กได้ ในขณะที่แม่เป็นยายแก่ติดอยู่กับรถเข็น”

ราเมศว์เห็นแม่อารมณ์เสีย บอกให้สุคนธ์ช่วยไปรับแขกแทนท่านแล้วไล่อำไพออกไปก่อน จากนั้นเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อเอาใจท่าน ตกลงท่านเลือกผู้หญิงที่จะมาอุ้มบุญได้แล้วใช่ไหม ลิ้นจี่อารมณ์ดีขึ้นมาทันที บอกว่าเลือกได้แล้ว และหวังว่าพ่อแม่ของเด็กนั่นคงไม่มีประวัติเหลวแหลกเหมือนนังแสงรวี

ด้านแสงรวีไม่รู้จักอายฟ้าอายดินคลอเคลียกอดจูบกับสารัตน์ต่อหน้าเขียนซึ่งแกล้งคลื่นไส้จะอ้วกประชด เธอไม่พอใจไล่ให้ไปคลื่นไส้ที่อื่น สารัตน์มองออกว่าเขียนไม่ชอบขี้หน้าตัวเองยุให้แสงรวีไล่ออก

“ถ้ายัยเขียนเป็นคนของพี่พี่ไล่ไปแล้ว แต่นี่แกเป็นคนของพ่อยัยปุ๋ม เขาสั่งในพินัยกรรมไว้เลยว่า

พี่ต้องเลี้ยงแกไปจนตาย” แสงรวีเข้าไปกอดสารัตน์หวังจะเอาใจ เขาบ่นอุบทำแบบนี้ไม่ถูก ตายไปแล้วยังมาบังคับกันอีก แล้วแนะว่าไม่ต้องไปทำตาม ใครจะรู้ว่าผัวเก่า ของเธอสั่งอะไรไว้บ้าง แสงรวีสวนทันทีว่าทนายความรู้และ ขืนไปไล่เขียนออกจะทำให้มีผลกับพินัยกรรม สารัตน์ กลัวไม่ได้เงินก็เลยต้องสงบปากสงบคำ...

ฝ่ายเขียนโทร.ฟ้องปราลีถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและขอร้องให้กลับบ้าน เธอขอให้เขียนใจเย็นๆก่อน เธอทำงาน ตามสัญญาเสร็จเมื่อไหร่จะไปรับมาอยู่ด้วยกันสองคนนี่ทางนั้นก็นัดดูตัวแล้ว

“แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ ฝากบอกแม่ด้วยว่าปุ๋มจะไม่มีวันทำให้แม่ผิดหวังเด็ดขาด ปุ๋มจะฉาวให้ยิ่งกว่าแม่อีก”

ooooooo

ถึงวันนัดมาดูตัว สุคนธ์แค่ส่องๆปราลีพอเป็นพิธีเพราะลิ้นจี่ตกลงใจเลือกเธอไว้แล้ว ยิ่งมองสุคนธ์ยิ่งคุ้นเหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน ปราลีปฏิเสธว่าไม่เคยแล้วถามถึงข้อตกลงว่ามีอะไรบ้าง สุคนธ์ยื่นสัญญาให้แล้วเล่าคร่าวๆว่าเธอจะต้องอยู่กับเจ้านายของตน ทั้งเวลาตั้งท้องและคลอดรวม 1 ปี

“แน่ใจหรือคะว่าดิฉันจะผลิตลูกให้เจ้านายคุณภายในระยะเวลา 1 ปี ไหนจะต้องท้อง ต้องคลอดอีก”

“เจ้านายของฉันก็สุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ เขาเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟกต์”

ปราลีชักไม่แน่ใจ ถ้าเจ้านายของสุคนธ์สมบูรณ์แบบจริงทำไมไม่มีปัญญาหาผู้หญิงเอง...

ด้วยความที่ต้องการรู้เขารู้เรา ปราลีจึงไปหลอกถามความจริงจากรังสรรค์ แต่ไม่ได้อะไรมากนัก รู้แค่ว่า เขากับราเมศว์เป็นพี่น้องกัน ส่วนสุคนธ์เป็นลูกบุญธรรม ราเมศว์เป็นคนดีแต่ดีเกินลิมิตไปแค่นั้น...

อำไพเห็นความร้ายกาจของลิ้นจี่วันก่อนแล้ว ยังกลัว ไม่หาย ถูกสั่งให้หวีผมให้ก็มือไม้สั่น แสกผิดแสกถูก ยิ่งโดนลิ้นจี่เอ็ดท่านแปลกใจว่ากลัวทำไม หรือเห็นท่านเป็นยักษ์เป็นมาร อำไพพยักหน้าแทนคำตอบ ลิ้นจี่โกรธบีบคอเธอจนตาเหลือก มีเสียงเคาะประตูห้องดังขัดจังหวะเสียก่อน ท่านถีบอำไพกระเด็น พร้อมๆกับสุคนธ์เปิดประตูห้องเข้ามา นิ่วหน้าประหลาดใจ ท่านยกขาได้แล้วหรือ

“ยกถีบนังอำได้อย่างเดียว”

สุคนธ์จะเข้ามารายงานว่าปราลีกลับไปแล้ว ขอเอาสัญญากลับไปศึกษาก่อน ท่านพยักหน้ารับรู้...

เตือนตาอ่านสัญญาเสร็จแนะนำให้ปราลีฉีกทิ้งและให้เลิกคิดทำร้ายตัวเองแบบนี้ เธอกลับไม่สนใจ คิดแค่ทำอย่างไรถึงจะอัพค่าตัวเพิ่มได้อีก ถ้าได้สัก 5 ล้านบาทจะดีมาก เตือนตาได้แต่ถอนใจเซ็ง

ooooooo

วันรุ่งขึ้นหลังจากส่งเตือนตาที่ทำงานแล้ว ปราลี ขับรถของเพื่อนตรงไปหาสุคนธ์ที่บ้านลิ้นจี่ และแจ้ง ความจำนงว่าจะขอขึ้นค่าซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอจาก 1 ล้านบาทเป็น 5 ล้านบาท สุคนธ์ตัดสินใจเรื่องนี้เองไม่ได้ต้องไปถามเจ้านายดูก่อน ครั้นราเมศว์รู้เรื่องก็ไม่พอใจ ฝากให้สุคนธ์ไล่เธอกลับไปได้เลย แต่ลิ้นจี่ ห้ามไว้

“พาแม่นั่นไปพบฉันที่ห้องนั่งเล่น”

“คุณแม่น่าจะปฏิเสธไปซะก็สิ้นเรื่อง”

ลิ้นจี่ยืนกรานอยากจะฟังเหตุผลของแม่นั่นก่อน...

ครู่ต่อมาปราลีมานั่งอยู่ตรงหน้าลิ้นจี่ อธิบายถึงสาเหตุที่ต้องขอขึ้นค่าตัวเนื่องจากจะใช้เป็นค่าซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อำไพแทบจะขำก๊ากแต่ต้องกลั้นไว้ ขณะที่ลิ้นจี่มองคู่สนทนาด้วยสายตาดูแคลน

“มันก็คงไม่ได้สึกหรอไปมากกว่าที่เธอเป็นอยู่หรอก”

“ถ้าคุณนายไม่โอเคก็ไม่เป็นไร ดิฉันลาล่ะค่ะ”

ปราลีขยับจะไป ลิ้นจี่รีบออกตัวไม่ได้ปฏิเสธอะไรแต่ขอเวลาคิดทบทวนดูก่อน เธอเชิญท่านคิดตามสบาย ยกมือไหว้ลาสุคนธ์และลิ้นจี่แล้วลุกออกไป อำไพกลั้นต่อไปไม่ไหว ปล่อยก๊ากออกมาไม่หยุด...

ปราลีกำลังจะเดินไปที่ประตูรั้ว แต่เจอราเมศว์มาดักรออยู่ เขาแดกดันคิดว่าขึ้นราคาเป็น 5 ล้านบาทจะทำให้ตัวเองดูดีมีระดับขึ้นมาหรือ สองคนเปิดศึกน้ำลายกันอีกครั้งต่างไม่มีใครยอมใคร ราเมศว์ต้องการให้

ปราลีกลัวแล้วขอยกเลิกสัญญาไปเองจึงแกล้งทำตัวเป็นไอ้โรคจิตกระชากแขนเธอเข้ามาใกล้แล้วโน้มตัวทำท่าจะจูบ เธอสะบัดมือหลุด รีบจ้ำพรวดๆออกไป เขามองตามอึดใจ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ

“หวังว่าคงจะเปลี่ยนใจเธอได้”ว่าแล้วราเมศว์กลับมาที่ห้องนั่งเล่น เห็นแม่นั่งอยู่บนรถเข็นตามลำพัง ถามว่าหายไปไหนกันหมด ท่านให้ออกไปเองเพราะต้องการปรึกษากับเขาเรื่องที่ปราลีขอขึ้นค่าตัว ราเมศว์ไม่เห็นด้วย ลิ้นจี่กลับคิดตรงข้าม ถ้าเธอเรียกแพงขนาดนั้น แสดงว่า เธอจะไม่หวนกลับมาทวงลูกคืนให้เราต้องเดือดเนื้อร้อนใจ เธอคงตั้งใจจะสร้างเนื้อสร้างตัวเริ่มชีวิตใหม่จริงๆ

“ผู้หญิงพรรค์นั้นไม่มีวันผูกพันกับใครหรืออะไรแน่ แม่ดูออก”

ราเมศว์ว่าราคา 5 ล้านบาทแพงเกินไป ลิ้นจี่เห็นประวัติของปราลีแล้วพอใจมาก ยินดีจะจ่ายเงินค่าตัวเพิ่มให้ เขาพยายามกล่อมให้แม่ล้มเลิกความตั้งใจ ถ้าเกิดเขาติดใจปราลีขึ้นมาจนไม่ยอมเลิกราแม่จะทำอย่างไร ลิ้นจี่เชื่อมั่นว่าเขารักและกตัญญูต่อท่าน ดังนั้นเขาจะไม่มีวันทำให้ท่านเสียใจแน่นอน

ooooooo

สารัตน์ได้คืบจะเอาศอก ออดอ้อนแสงรวีจะขอให้น้องสาวมาอยู่ที่บ้านนี้ด้วย เธอแปลกใจไม่รู้มาก่อนว่าเขามีน้องสาว เขาโกหกว่าตอนนี้น้องสาวของเขาเดือดร้อนเรื่องที่อยู่ แสงรวีให้เขาพาน้องมาอยู่ที่นี่ได้เลย สารัตน์ดึงแสงรวีมากอด ทำไมถึงดีกับตนอย่างนี้

“เพราะพี่รักเธอไงจ๊ะ”

“พูดอย่างนี้ต้องให้รางวัล” สารัตน์ว่าแล้วจูบแสงรวีอย่างดูดดื่ม ถวิลกำลังจะเอาน้ำมาให้เห็นจังๆ ตกใจทำถาดใส่แก้วน้ำตกแตก แทนที่จะละอายทั้งคู่กลับหัวเราะชอบใจ แล้วสั่งให้เธอไปตามเขียนมาพบ

ไม่นานนัก เขียนมายืนตรงหน้าแสงรวีที่ยังมีสารัตน์คลอเคลียไม่ห่าง แสงรวีสั่งให้เธอเตรียมห้องไว้พรุ่งนี้น้องสาวของสารัตน์จะมาอยู่ที่นี่ พูดไม่ทันขาดคำจิราภาน้องสาวอุปโลกน์โทร.บอกว่าถึงสถานีขนส่งแล้ว

สารัตน์บ่นกับแสงรวีว่าน้องสาวดันใจร้อนมาถึงกรุงเทพฯแล้ว ขออนุญาตไปรับน้อง จะเอาไปฝากไว้บ้านญาติก่อน เธอหลงกลบอกให้พามาที่นี่ได้เลยไม่ต้องไปฝากใครให้ยุ่งยากทำไม แล้วสั่งให้เขียนไปจัดห้องของ

ปราลีเอาไว้ให้จิราภาพัก เขียนไม่พอใจมากห้องอื่นมีถมเถทำไมต้องเอาห้องนี้จนมีปากเสียงกัน...

แสงรวีถึงกับนั่งไม่ติดที่ สารัตน์ไปรับน้องสาวตั้งแต่เช้า ค่ำมืดป่านนี้แล้วยังไม่กลับ แถมโทร.ติดต่อก็ไม่ได้ ระหว่างนั้นมีเสียงแตรรถดังขึ้น แสงรวีเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันที สั่งให้ถวิลไปอุ่นกับข้าวจะได้ตั้งสำรับ ครู่ต่อมาสารัตน์พาจิราภาน้องสาวอุปโลกน์มากราบแสงรวีซึ่งไม่วายต่อว่าว่าทำไมถึงกลับค่ำนัก โทร.ไปหาก็ปิดเครื่อง ตนเป็นห่วงแทบแย่ เขาขอโทษเธอด้วย จิราภาอยากเที่ยวห้างฯเขาก็เลยตามใจ

“จะโทรศัพท์บอกพี่ แบตฯก็หมดทั้งสองคนเลย”

ถวิลเข้ามารายงานว่าตั้งสำรับเรียบร้อยแล้ว แสงรวีหันไปถามจิราภาว่าจะอาบน้ำอาบท่าก่อนไหม เธอพยักหน้ารับคำ แสงรวีจึงสั่งให้ถวิลพาเธอไปที่ห้องพัก ขณะที่สารัตน์พยายามเอาอกเอาใจผู้เป็นเจ้าของบ้านเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่ตัวเองหายหัวไปทั้งวัน ฝ่ายจิราภาตื่นเต้นกับห้องพักของตัวเองมากใฝ่ฝันจะมีห้องแบบนี้มานานแล้ว เดินสำรวจไปทั่วห้อง ฉีกยิ้มด้วยความดีใจ...

ทางด้านเขียนทนไม่ไหวโทร.ฟ้องปราลีว่าแสงรวียกห้องของเธอให้น้องสาวของสามีใหม่ ให้เธอกลับมาจัดการด้วย ปราลีได้แต่ปลอบให้เขียนใจเย็นๆ ขืนกลับไปตอนนี้ก็เท่ากับเธอแพ้ อดทนอีกหน่อย เธอสัญญาจะไปรับมาอยู่ด้วยกัน...

รังสรรค์ถึงกับร้องเอะอะเมื่อรู้จากราเมศว์ว่าแม่จ้างคนมาอุ้มบุญให้ เขายุให้พี่ชายกระด้างกระเดื่องอย่ายอมให้ท่านบังคับ พูดจนเมื่อยปากราเมศว์ยังคงยืนยันจะทำตามที่แม่ต้องการ

ooooooo

เช้าวันนัดเซ็นสัญญาอุ้มบุญ เตือนตาพยายามกล่อมให้ปราลีเปลี่ยนใจอีกครั้ง แต่เธอยืนกรานจะเดินหน้าต่อไป หลังจากส่งเพื่อนรักที่ทำงานแล้ว ปราลีขับรถของเตือนตาตรงไปยังบ้านลิ้นจี่

ทันทีที่ได้รับเช็ค 5 ล้านบาท ปราลีเซ็นชื่อลงในสัญญาตามที่ตกลงกันไว้ ลิ้นจี่สั่งให้เธอเตรียมตัวเดินทาง เธอไม่วายยั่วประสาท

“เดินทาง?...เดินทางไปไหนคะ ยุโรปหรืออเมริกา”

ลิ้นจี่จ้องเธอราวกับจะเผาให้เป็นจุณ จากนั้นปราลี

กลับไปที่รถ ก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับแล้วหยิบเช็คออกมาดู นึกสมเพชตัวเองที่คิดจะแก้เผ็ดแม่ด้วยวิธีนี้ ราเมศว์ตามมาแดกดันว่าชื่นชมตัวเองอยู่หรือ เธอเชิดหน้าใส่

“ใช่ อุตส่าห์เกิดมาทั้งทีมีราคาตั้ง 5 ล้าน”

ราเมศว์ฉุนจัด กระชากแขนปราลีให้ออกจากรถ เธอพยายามขืนตัวแต่สู้แรงเขาไม่ได้ ราเมศว์ตะคอกใส่หน้า ทำไมถึงได้ทำอะไรบ้าๆแบบนี้ เธอตะคอกกลับเพราะอยากเจอคนบ้าแบบเขา

“ไม่ใช่หรอก ฉันว่าเธออาจจะเป็นเอดส์แล้วก็เลยคิดจะแก้แค้นผู้ชาย”

ปราลีตบเขาหน้าหัน “ไอ้โรคจิต ถ้าฉันเป็นเอดส์ นายก็เป็นโรคจิต”

ชายหนุ่มกระชากปราลีเข้ามาจูบอย่างไม่ปรานีปราศรัย เธอพยายามดิ้นหนีทั้งเตะทั้งข่วน

ooooooo