โซ่เสน่หา ตอนที่ 15 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

โซ่เสน่หา ตอนที่ 15


25 พ.ค. 2560 09:59
1,807,575 ครั้ง

โซ่เสน่หา ตอนที่ 15

อ่านเรื่องย่อ

โซ่เสน่หา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ชลาลัย

บทโทรทัศน์โดย:

ภาวิต

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

ลิ้นจี่อาการหนักเข้าขั้นตีอกชกตัวไม่พอ สุคนธ์เข้าไปปลอบให้ท่านปล่อยวางบ้างก็ถูกท่านเล่นงานจิกผมกระชากไปมา ด่ากราดขึ้นอีขึ้นไอ้

“กูบอกให้ไปแล้วมึงยังมาวอนเจ็บตัวอีก”

สุคนธ์น้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บปวด ขอร้องให้ปล่อยเธอกลัวแล้ว ลิ้นจี่หัวเราะราวกับคนบ้าผลักหัวเธออย่างแรงพร้อมกับไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า สุคนธ์วิ่งหัวฟูออกมาแทบไม่ทัน อำไพกับน้อยเห็นสภาพของเธอแล้วถึงกับออกปาก ไปทำสงครามที่ไหนมา สุคนธ์รีบจัดผมให้เข้าที่ สั่งห้ามใครเข้าไปทั้งนั้นถ้าท่านไม่เรียกหา ต้องรอให้ท่านใจเย็นๆก่อน น้อยยืนยันต่อให้เรียกตนก็ไม่เข้า ให้พี่อำคนโปรดเข้าไปคนเดียว

“โอ๊ย โปรดก็ไม่ไหวจะเข้าหรอก ดูสารรูปคุณสุสิ ยังกับเพิ่งผ่านสงครามมา”

“อำไพ คุณแม่ท่านไม่ค่อยสบาย ห้ามวิพากษ์วิจารณ์อะไรท่านทั้งสิ้น เดี๋ยวฉันมา”

สั่งห้ามดิบดี พอสุคนธ์ลับสายตาเท่านั้น อำไพแอบนินทา ความจริงคุณนายไม่ได้ไม่สบาย แต่เป็นบ้า...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน คุณหญิงเจริญศรีเห็นราเมศว์พาสุนีรัตน์มาส่งพร้อมกับเสื้อผ้าข้าวของก็โวยวายใส่

นี่มันเรื่องอะไรกัน เขาออกตัวว่าไม่ใช่ความคิดของเขา น้องรัตน์ขอกลับมาอยู่กับท่านเอง ท่านไม่เชื่อว่าเธอจะทำอย่างนั้น หาว่าเป็นแผนการของเขาคิดจะสลัดสุนีรัตน์เพื่อจะได้ไปอยู่กับนังโสเภณีนั่น

“ปราลีไม่ใช่โสเภณี เธอเป็นภรรยาของผม เป็นแม่ของลูกผม”

“แล้วเอาลูกของฉันไปไว้ไหน” คุณหญิงเจริญศรีโวยวายเสียงลั่น

“ก็เอาไว้กับคุณน้าไงครับ” พูดจบราเมศว์เดินจากไปอย่างหัวเสีย คุณหญิงเจริญศรีตะโกนเรียกให้กลับมาคุยกันก่อนแต่เขาเดินขึ้นรถขับออกไปเลย เสียงโวยวายของท่านดังไปถึงหูแจ่มจิตที่กำลังเล่นอยู่กับสุนีรัตน์ เธอบอกให้เจ้านายตัวน้อยอยู่ในห้องนี้ก่อนเดี๋ยวจะกลับมา ครั้งคุณหญิงเจริญศรีปะหน้าแจ่มจิตก็เล่นงานชุดใหญ่ทำไมถึงยอมให้ราเมศว์พาสุนีรัตน์กลับมา

“น้องรัตน์ต้องการจะกลับมาเองค่ะ”

“แกก็ต้องห้ามสิ”

แจ่มจิตพยายามจะอธิบายแต่ท่านไม่ฟังอะไรทั้งนั้น สั่งให้ไปบอกประสิทธิ์คนขับรถให้เอารถออก ท่านจะเอาน้องรัตน์ไปส่งบ้านโน้น แล้วเดินขึ้นไปที่ห้องลูกสาว สั่งให้เตรียมตัวย้ายกลับ เธออ้อนวอนไม่กลับไปไม่ได้หรือ เธออยากอยู่กับแม่ที่นี่ คุณหญิงเจริญศรีปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ แล้วเข้ามากอดลูกไว้

“เด็กดีต้องเชื่อแม่นะคะ ภรรยาต้องอยู่กับสามี น้องรัตน์เป็นภรรยาพี่เมศว์ น้องรัตน์ก็ต้องอยู่กับเขา”

คุณหญิงเจริญศรีกล่อมจนลูกรับปากจะกลับไปอยู่ กับราเมศว์ แต่เธอมีข้อต่อรองต้องไม่กลับตอนนี้ จะขออยู่ค้างกับแม่หลายๆวันก่อนแล้วค่อยกลับ คุณหญิงเจริญศรีถึงกับเซ็ง

ooooooo

อาการคุ้มคลั่งของลิ้นจี่บรรเทาลงทำให้สติก็กลับมาด้วย ตะโกนเรียกอำไพให้เข้ามาหา ถามหาราเมศว์ไปไหน พอรู้ว่าออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าสั่งให้เธอไปหยิบโทรศัพท์มาให้ ยังไม่ทันจะกดเบอร์ลูกชาย คุณหญิงเจริญศรีโทร.เข้ามาเสียก่อน

“คุณพี่ทราบหรือเปล่าคะว่าคุณราเมศว์พาน้องรัตน์กลับมาส่งบ้านขนข้าวขนของมาจนหมดเลย”

“ได้ยินมันพูดยังงั้นเหมือนกัน”

คุณหญิงเจริญศรีหงุดหงิดขึ้นมาทันที ต่อว่าทำไมไม่คิดจะห้ามเลยหรือ ลิ้นจี่เริ่มไม่พอใจ ถ้าห้ามได้ ราเมศว์คงไปไม่ถึงบ้านคุณหญิงแน่นอน ท่านรู้สึกตัวรีบขอโทษลิ้นจี่ที่พูดจาไม่ดี ท่านหงุดหงิดราเมศว์มากไปหน่อย แต่ลิ้นจี่ไม่ต้องตกอกตกใจไป วันมะรืนท่านจะพาสุนีรัตน์กลับไปส่งที่บ้านโน้น แล้วอธิบายว่าที่ยังพาไปส่งวันนี้ไม่ได้เพราะแกขออยู่กับท่านสักวันสองวันก่อน

“ก็ดี เพราะพี่มีบางสิ่งบางอย่างที่จะต้องจัดการให้เรียบร้อยเหมือนกัน” ลิ้นจี่วางสายยิ้มอย่างมีแผนการ จากนั้นสั่งให้อำไพเข็นรถเข็นไปที่ห้องรับแขก สอบถามน้อยว่าราเมศว์ยังไม่ได้ขนเสื้อผ้าข้าวของออกไปใช่ไหม น้อยเห็นแต่ข้าวของของสุนีรัตน์เท่านั้นที่หายไป

“ออกไปได้ทั้งสองคน อำ แกออกไปคอยดักคุณเมศว์ ถ้ากลับมาเมื่อไหร่ ก็ให้มาหาฉันก่อน”...

รังสรรค์กับเตือนตาแปลกใจมากเมื่อกลับจากที่ทำงานพบราเมศว์มารอท่าอยู่ก่อน เขาเล่าเรื่องที่มีปากเสียงกับคุณแม่ให้ฟัง รังสรรค์ตั้งข้อสังเกตป่านนี้ท่านไม่โทร.ตามเขาแย่แล้วหรือ เขาไม่รู้เหมือนกันเพราะปิดมือถือตั้งแต่ออกจากบ้านสุนีรัตน์แล้ว

รังสรรค์เชียร์พี่ชายเต็มที่ว่าทำถูกแล้วที่จะออกจากบ้านหลังนั้น ราเมศว์ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำถูกหรือเปล่า บางทีเขาก็สงสารท่านเพราะท่านไม่มีใครนอกจากเขา

“ยังมีพี่สุอีกคนหนึ่งครับ”

“แต่ท่านฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่พี่คนเดียว”

“พี่เมศว์ถึงได้ซวยไงครับ”

ราเมศว์ไม่อยากให้รังสรรค์พูดถึงคุณแม่แบบนั้นอีก เพราะถึงอย่างไรที่เราเป็นตัวเป็นตนมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะท่านชุบเลี้ยงมา เตือนตาอุ้มปุ้มปุ้ยเข้ามาบอกว่าอาหารเสร็จแล้ว เชิญไปกินกันได้แล้ว...

ลิ้นจี่เอาแต่นั่งรอราเมศว์กลับมาไม่ยอมไปไหน สุคนธ์เห็นสองทุ่มแล้วท่านยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า เข้าไปคะยั้นคะยอให้กินอะไรบ้าง เดี๋ยวป่วยขึ้นมาจะยุ่ง

“ตายซะก็ดี ฉันมันไม่มีค่าอะไรแล้วนี่ ถ้าฉันตายไปพวกแกคงจะหัวเราะเยาะฉันใช่ไหม”

“ไม่จริงค่ะ”

“โกหก ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าพวกแกพากันแช่งฉันตลอดเวลา”

สุคนธ์ยืนยันไม่เคยแช่งท่าน ราเมศว์กับรังสรรค์ก็เช่นกัน ลิ้นจี่เอานิ้วจิ้มหน้าผากเธอจนหน้าหงาย คิดว่าตนจะเชื่อที่เธอพูดอย่างนั้นหรือ เธอยืนกรานแม้พวกเราจะเคยโกรธหรือไม่พอใจที่ถูกดุด่าว่ากล่าว แต่ไม่เคยสาปแช่งท่านแน่นอน แล้วเสนอจะไปเอาอาหารมาให้ท่านกินที่นี่ ลิ้นจี่ไม่กิน ไล่ตะเพิดสุคนธ์ไปให้พ้นหน้า

ooooooo

เตือนตาไม่พลาดที่จะโทร.รายงานปราลีเรื่องที่ราเมศว์จะออกมาหาบ้านอยู่เอง เธอไม่เชื่อว่าเขาจะทำอย่างนั้นได้ เพราะเขาใจอ่อน อีกทั้งยังรักและกตัญญูต่อแม่ของเขามาก เตือนตาไม่เห็นจะเกี่ยวกัน รักและกตัญญูกับการทนไม่ได้ รังสรรค์เข้ามาถามว่าคุยกับปราลีอยู่หรือ
ปลายสายได้ยินเสียงเขาก็บอกให้เพื่อนรักไปดูแลสามีได้แล้ว เขาเดินมาโอบเอวเตือนตาจากด้านหลังแล้วหอมผมอย่างรักใคร่ ยื่นหน้าไปบอกปราลีให้คุยกันตามสบาย

“ไม่เอา ขี้เกียจขัดคอ” พูดจบปราลีวางสาย เตือนตา ต่อว่ารังสรรค์ที่มาขัดจังหวะทำให้ปราลีไม่ยอมคุยต่อ เขากระซิบข้างหูชวนให้เธออยู่คุยกับเขาก็ได้ เตือนตาเขินพยายามเบี่ยงตัวหนีอ้างยังไม่ได้อาบน้ำขออาบน้ำก่อนแล้วไล่เขาออกไปนอกห้อง รังสรรค์ทำกรุ้มกริ่มจะขอรอตรงนี้ เธอดันตัวเขาออกนอกห้องจนได้ เขาเล่นทีเผลอจูบเธอหนึ่งฟอดก่อนจะเดินยิ้มออกไป เตือนตาปิดประตูตามหลังยิ้มมีความสุขเช่นกัน...

ทั้งสุคนธ์และอำไพต่างถอนใจโล่งอกที่เห็นราเมศว์กลับบ้าน โดยเฉพาะฝ่ายแรกรีบรายงานว่าคุณแม่รอเขาอยู่ในห้องรับแขกตั้งแต่เช้าข้าวปลาไม่ยอมแตะ เขาพยักหน้ารับรู้แล้วตรงไปหาท่าน ทันทีที่ลิ้นจี่เห็นหน้าลูกชายถึงกับน้ำตาร่วง ตัดพ้อต่อว่าคิดว่าเขาจะทิ้งท่านไปไม่กลับมาอีกแล้ว

“ผมไปธุระมา เห็นพี่สุบอกว่าคุณแม่ไม่ยอมกินข้าว”

นจี่อ้างว่ากินไม่ลง ราเมศว์อาสาจะนั่งเป็นเพื่อนแล้วเข็นรถเข็นพาท่านไปที่โต๊ะอาหาร คอยตักโน่นตักนี่ให้ท่านกินอย่างเอาใจ ลิ้นจี่สีหน้าดีขึ้นที่เขามาคอยดูแล อยากจะถามใจจะขาดว่าไปไหนมาแต่พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาก็เลยไม่อยากถามให้เสียบรรยากาศ...

ด้านแสงรวีพยายามจะคุยกับลูกเรื่องราเมศว์แต่เธอรู้ทัน ชิงตัดบทเสียก่อนว่าไม่อยากพูดถึงเขาตอนนี้ แล้วขอตัวไปนอนหน้าตาเฉย แสงรวีได้แต่มองตามอย่างเซ็งๆ

ooooooo

ในขณะเดียวกัน ราเมศว์พยายามทำหน้าที่ลูกที่ดี นอกจากจะนั่งเป็นเพื่อนแม่กินข้าว ยังพาท่านเข้านอนอีกด้วย ห่มผ้าให้เรียบร้อยก็ขยับจะไป ท่านร้องเรียกไว้พลางถามเสียงสั่นเครือว่าจะทิ้งท่านไปอยู่ที่อื่นจริงหรือ เขาเลี่ยงที่จะตอบคำถามได้แต่บอกว่าจะกลับมาเยี่ยมท่านบ่อยๆ คราวนี้ลิ้นจี่ปล่อยโฮ

“นั่นไง แกจะทิ้งแม่ไปจริงๆ ทำไมถึงได้ใจร้ายกับแม่อย่างนี้”

“ผมยังไม่ไปวันนี้พรุ่งนี้หรอกครับ” ราเมศว์จับมือท่านไว้ ลิ้นจี่อ้อนวอนอย่าไปเลย ท่านจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีเขา หากเขาโกรธที่ถูกด่าว่าท่านก็ขอโทษ ราเมศว์ยืนยันไม่ได้โกรธท่านแม้แต่น้อย นี่ก็ดึกแล้วท่านควรจะนอนหลับพักผ่อน มีอะไรไว้พูดกันพรุ่งนี้ แล้วก้มลงจูบหน้าผากท่านก่อนจะเดินออกจากห้อง ลิ้นจี่ยังจิตตกไม่เลิก คร่ำครวญกับอำไพว่าราเมศว์โกรธตน กำลังจะไปจากตนจริงๆ

“งั้นคุณนายต้องทุ่มสุดตัวเพื่อดึงคุณราเมศว์ไว้ให้ได้สิคะ” คำพูดของอำไพทำให้ลิ้นจี่คิดคล้อยตาม...

ราเมศว์เดินเข้ามาในห้องตัวเองรู้สึกสบายใจขึ้นมากที่ข้าวของของสุนีรัตน์หายไปหมดแล้ว หยิบมือถือ ขึ้นมาเปิดดูเห็นมิสคอลจากลิ้นจี่นับสิบครั้ง ยังไม่ทันจะวางมันลงสุนีรัตน์โทร.มาเสียก่อน อ้างว่าคิดถึงก็เลยโทร.มาหา เขานิ่วหน้าแปลกใจ ดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอนอีก

“ก็คุณแม่ปลุกให้น้องรัตน์โทรศัพท์มาหาพี่เมศว์” สุนีรัตน์บ่นไปหาวไป คุณหญิงเจริญศรีที่นั่งกำกับลูกอยู่ใกล้ๆถึงกับสะดุ้งโหยง ราเมศว์บอกให้สุนีรัตน์ไปนอนได้แล้วดึกมากแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่ เธอหาวหวอดๆ บอกราตรีสวัสดิ์แล้ววางสายไปเลย จากนั้นทิ้งตัวลงนอนหลับปุ๋ย คุณหญิงเจริญศรีพยายามจะปลุกให้ลุกขึ้นมาคุยกันก่อน เธอนอนหลับสนิทไปแล้ว...

วางสายจากสุนีรัตน์ ราเมศว์โทร.ไปบอกข่าวดีให้ปราลีรับรู้ว่าเขาพาสุนีรัตน์ไปส่งบ้านของเธอเรียบร้อยแล้วและเธอก็แฮปปี้มีความสุข ปราลีต่อว่าว่าพูดแบบนี้เหมือนคนเห็นแก่ตัว เขาไม่รู้ว่าเห็นแก่ตัวหรือเปล่า แต่เขาทำเพื่อคนอื่นมาตลอดชีวิต ต่อไปนี้เขาจะทำเพื่อ
ตัวเองบ้าง และเขาสบายใจจริงๆที่ได้ทำตามที่ต้องการ

ปราลียังสงสัยอยู่ว่าเขาจะขัดใจแม่ตัวเองได้หรือ

“เอาเป็นว่าผมจะไม่ทอดทิ้งท่าน แต่ก็จะไม่ยอมทำตามความต้องการที่ไร้เหตุผลของท่าน ก็แล้วกัน อยากให้คุณกับลูกหมูมาอยู่ใกล้ๆจัง”

“อยู่คนเดียวอย่างนั้นดีแล้วล่ะค่ะ ฉันจะไปนอนล่ะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า”

“ผมไปรับนะ...พรุ่งนี้เช้าเจอกัน” ราเมศว์ไม่รอฟังคำตอบ วางสายไปเลย ปราลีตะโกนใส่มือถือทั้งที่เขาไม่ได้ยินว่าจะไปทำงานแต่เช้าเขาจะได้มารับเก้อ

ooooooo

ปราลีทำอย่างปากว่าลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ ปลุกแสงรวีให้ช่วยไปนอนเป็นเพื่อนลูกหมูหน่อย ตนจะไปทำงานแต่เช้าหวังจะให้ราเมศว์มารับเก้อ แต่พอถวิลเปิดประตูรั้วเท่านั้น เจอราเมศว์จอดรถขวางอยู่ อ้างว่ามารับตามสัญญา แล้วเปิดประตูรถให้ปราลีขึ้น เธอตั้งท่าจะปฏิเสธแต่เขาชิงพูดขึ้นก่อน

“ผมอุตส่าห์ตื่นแต่เช้า ตั้งใจจะมารับคุณไปส่งที่ทำงาน อย่าให้ผมต้องผิดหวังเลยนะครับ”

หญิงสาวไม่พูดอะไร ขึ้นรถราเมศว์แต่โดยดี เขาฉีกยิ้มกว้าง ปากเกือบถึงรูหู...

ระหว่างทางไปออฟฟิศ ปราลีพูดคุยกับราเมศว์ด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น เนื่องจากเห็นแล้วว่าเขาตั้งใจมั่นจะทิ้งความสุขสบายที่เคยได้รับจากลิ้นจี่เพื่อให้ได้มาอยู่กับเธอและลูก ก็เลยใจอ่อนยอมให้เขาจับมือแถมยังบีบมือเขาตอบอย่างเป็นกำลังให้อีกต่างหาก...

ทางด้านพวนเห็นเขียนดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อได้ฟังถวิลเล่าว่าราเมศว์มารับปราลีไปทำงานแต่เช้าก็ทักท้วงอย่าเพิ่งตื่นเต้นดีใจไป เพราะอุปสรรคอันยิ่งใหญ่คือคุณนายลิ้นจี่ยังอยู่ แสงรวีอุ้มลูกหมูเข้ามาถามว่าคุยอะไรกันอยู่ เขียนรีบรายงานว่าราเมศว์มารับปราลีไปทำงานแต่เช้ามืด แสงรวีหัวเราะชอบใจ ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เองปราลีถึงได้ตื่นแต่เช้ามืด เขียนรีบยกมือห้ามอย่าเพิ่งหัวเราะ

“พวนมันบอกว่าอียัยคุณแม่ของคุณราเมศว์คงไม่มีวันยอม”

“คุณนายน่ะเต็มไปด้วยเล่ห์เพทุบาย” พวนเสริม แสงรวีไม่หวั่น ถ้ายัยลิ้นจี่มีมารยาห้าร้อยเล่มเกวียน ตนก็มีมากกว่าหนึ่งเท่า แล้วหัวเราะชอบใจ...

เนื่องด้วยออกจากบ้านตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ทำให้มาถึงที่ทำงานเร็ว ราเมศว์จึงชวนปราลีมานั่งกินมื้อเช้าที่ร้านอาหารใกล้ๆ ทั้งคู่ดูจะอิ่มอกอิ่มใจจนกินอะไรไม่ลงโดยเฉพาะราเมศว์ถึงกับออกปากว่าวันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขที่สุด ปราลีไม่อยากมีความสุขมากกลัวความทุกข์จะตามมา อีกทั้งพยายามจะไม่หัวเราะเพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะต้องร้องไห้ เขาเอื้อมมือมาจับมือเธอไว้อย่างปลอบโยน

“เราทุกข์กันมามากพอแล้ว ต่อจากนี้เราจะมีความสุข”

ปราลีเอาอีกมือหนึ่งมาปิดปากราเมศว์ไว้ อย่าเพิ่งพูดอย่างนั้น อุปสรรคของเรายังมีอยู่ เขาจูบมือข้างที่ปิดปากตัวเองอย่างรักใคร่ แม้จะมีอุปสรรคแต่เราก็จะจับมือฝ่าฟันไปด้วยกัน...

พอลับหลังราเมศว์ อาการจิตหงุดหงิดของลิ้นจี่ก็สำแดงฤทธิ์อีกครั้งเล่นงานสุคนธ์ที่อุตส่าห์เข้าครัวทำซุปเห็ดให้กินว่าทำเพื่อจะด่ากระทบท่านว่าเป็นอีเห็ดสด สั่งให้อำไพเอาซุปไปเทให้หมากิน เธอรีบทักท้วงบ้านนี้ไม่ได้เลี้ยงหมา ลิ้นจี่ก็เลยสั่งให้เอาไปเททิ้ง อำไพเสียดายขอเก็บไว้กินเอง ท่านไม่พูดอะไรหมุนรถเข็นหันหลังกลับ อำไพรีบมาเข็นรถพากลับห้อง

“นังอำแกออกไปดักรอราเมศว์ดีกว่า เขากลับมาเมื่อไหร่ก็บอกให้มาหาฉันทันที”

อำไพรับคำ เดินไปหยิบมือถือมาให้เจ้านายแล้วเดินลิ่วออกไป ลิ้นจี่เข็นรถเข็นไปที่เตียงใช้สองมือยันตัวเองขึ้นไปนั่งบนเตียงยังไม่ทันจะหายเหนื่อยมีเสียงมือถือดังขึ้น เห็นเบอร์โชว์หน้าจอไม่คุ้นแต่ก็รับสาย

ปรากฏว่าแสงรวีโทร.มาเล่าแบบเย้ยหยันอยู่ในทีว่าวันนี้ลิ้นจี่คงจะเหงาเพราะราเมศว์ไม่อยู่ มารับปราลีไปทำงานแต่เช้า ชมเธอว่าอบรมเขามาดีถึงได้เป็นคนดีรักลูกรักเมีย ลิ้นจี่เจ็บใจมากปามือถือทิ้ง แล้วร้องไห้โฮราวกับถูกทำร้ายให้ได้รับความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส

ooooooo

ไม่นานนักราเมศว์กลับถึงบ้าน อำไพปรี่เข้าหายังไม่ทันจะพูดอะไร เขาไล่ให้เธอไปพาคุณแม่มาที่ห้องอาหารเขาซื้อของชอบมาให้ท่านกิน จากนั้นเขาเอาถุงใส่อาหารไปให้สุคนธ์ซึ่งนั่งรอท่าอยู่ที่ห้องกินข้าว

“ยังร้อนอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ร้อนพี่จะได้อุ่นให้ใหม่”

“พอพี่สุโทร.ไป ผมก็รีบแวะซื้อให้ทันที แต่กว่าจะมาถึงรถค่อนข้างติด อุ่นหน่อยก็ดีเหมือนกัน”

สุคนธ์จัดการเทเกี๊ยวน้ำใส่ชามเอาเข้าไมโครเวฟ ราเมศว์หันหลังจะไปแต่อำไพเข็นรถเข็นพาลิ้นจี่เข้ามาพอดี ท่านร้องทักจะไม่อยู่กินมื้อเช้าเป็นเพื่อนท่านหน่อยหรือ ราเมศว์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะบอกว่าถ้าท่านอยากให้อยู่เขาก็จะอยู่ ท่านพยักหน้าแทนคำตอบ สุคนธ์อุ่นเกี๊ยวเสร็จยกมาวางให้ลิ้นจี่ตรงหน้า ท่านตักกินอย่างเอร็ดอร่อย ชมเขาว่าช่างรู้ใจท่านจริงๆ แต่ท่านกลับไม่รู้ใจเขา ทำให้เขาต้องเสียใจนับครั้งไม่ถ้วน

“จนกระทั่งแกทนไม่ได้คิดจะทิ้งแม่ไป” ลิ้นจี่น้ำตาคลอเบ้า

“ผมจะกลับมาเยี่ยมคุณแม่บ่อยๆ”

ลิ้นจี่อ้อนวอนเขาอย่าทิ้งท่านไป ท่านอยากแก้ตัวที่ทำไม่ดีกับเขาโดยจะอนุญาตให้เขาพาครอบครัวมาอยู่ที่นี่ได้ ลิ้นจี่เห็นราเมศว์ลังเล ยื่นข้อเสนอถ้าเขาตกลงมาอยู่ที่นี่ ท่านจะพูดเรื่องหย่ากับคุณหญิงเจริญศรีให้เอง ท่านรู้ว่าคุณหญิงไม่อยากให้หย่า แต่ท่านจะขอร้องแกมบังคับให้ยอมให้ได้

“ขออย่างเดียว เมศว์พาครอบครัวมาอยู่กับแม่ แม่อยากมีความสุขสงบในบั้นปลายของชีวิต” ลิ้นจี่บีบน้ำตา ครั้นเห็นราเมศว์สีหน้าครุ่นคิดหนัก แอบยิ้มพอใจ...

เย็นวันเดียวกัน แสงรวีซึ่งอุ้มลูกหมูออกมาพร้อมกับเขียนและถวิลรอต้อนรับราเมศว์กับปราลีที่เพิ่งมาถึงด้วยสีหน้ายิ้มแย้มที่เห็นทั้งคู่มาด้วยกัน แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันที่ปราลีเดินสีหน้าบึ้งตึงไม่ทักทายใครๆขึ้นข้างบนไปเลย แสงรวีถามราเมศว์ว่าปราลีเป็นอะไร

“เป็นความผิดของผมเองครับ ผมไม่ควรไปถามเธอว่าจะไปอยู่ที่บ้านคุณแม่หรือเปล่า”

ทั้งเขียนและแสงรวีต่างถอนใจ พร้อมกับต่อว่าราเมศว์ว่าไม่น่าไปพูดอย่างนั้นเลย แสงรวีส่งลูกหมูให้เขาอุ้ม อาสาจะเป็นทูตสันถวไมตรีให้ แล้วเดินตามปราลีขึ้นข้างบน เขียนไม่วายต่อว่าเขาอีก

“คุณก็น่าจะรู้ว่าคุณปุ๋มเธอใจแข็ง โกรธแล้วโกรธเลย ที่เธอยอมพูดคุยดีด้วยนี่ก็นับว่าผิดคาดแล้ว ป้าน่ะลุ้นแทบตาย”...

ด้านแสงรวีเดินบ่นเข้ามาหาลูกที่ยืนหันหลังให้ว่ามันเรื่องอะไรกัน เพิ่งจะคุยกันดีๆได้วันเดียวเอง โกรธกันอีกแล้ว เธอฟ้องว่าราเมศว์จะให้เธอกับลูกไปอยู่บ้านคุณนายโรคจิตนั่น แสงรวีกลับบอกว่าในเมื่อท่านชวนเราก็ควรจะไป ตนก็จะไปด้วย ไปกันหมดทั้งบ้านเลย ปราลีขอร้องนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

“ใครว่าเล่นล่ะ เขาอยากให้เราไปเราก็จะสนอง ไปให้หมดทั้งบ้าน ต่อไปจะได้ไม่ต้องชวนอีก ยัยนี่เจ้าเล่ห์นัก ต้องเอาให้เข็ด เรื่องนี้แม่จัดการเอง”...

ระหว่างนั่งกินข้าวด้วยกัน แสงรวีบอกราเมศว์ว่ายอมรับข้อเสนอของลิ้นจี่ ไม่ใช่แค่ปราลีกับลูกหมูเท่านั้นที่จะไปอยู่บ้านโน้น แต่รวมทั้งท่าน เขียนและถวิลอีกด้วย

“ปุ๋มก็ว่าดีค่ะ ถ้าอยากจะให้ไปพวกเราก็ต้องไปกันหมด ไม่อย่างนั้นก็ไม่ไปเลย คุณกลับไปเรียนคุณนายลิ้นจี่ตามนี้ได้เลย”...

ลิ้นจี่ถึงกับปรี๊ดแตกเมื่อรู้จากราเมศว์ว่าปราลีจะขนคนทั้งบ้านมาอยู่ร่วมชายคากับตนเอง รวมทั้งแสงรวีด้วย ท่านอนุญาตแค่ลูกเมียของเขาเท่านั้น คนอื่นอย่าหวัง จะได้มาเหยียบบ้านนี้โดยเฉพาะนังแสงรวี

“ถ้าอย่างนั้นปุ๋มกับลูกหมูก็คงไม่มาหรอกครับ คุณแม่จะว่ายังไงครับ”

“อีนังแสงรวีเจ้าเล่ห์” ลิ้นจี่ขบกรามแน่นด้วยความแค้น ราเมศว์เห็นอาการของคุณแม่ก็เข้าใจแจ่มแจ้ง รีบตัดบทขอตัวไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวเต็มทีแล้วผละจากไป ลิ้นจี่ได้แต่มองตามหงุดหงิด...

หลังวางสายจากปราลี เตือนตาเล่าให้รังสรรค์ฟังต่ออีกทอดหนึ่งว่าคุณนายลิ้นจี่บอกให้ราเมศว์ชวน ปราลีกับลูกหมูไปอยู่ด้วยกันที่บ้านของท่าน แสงรวีจึงบอกให้เขาไปตอบตกลง

“ท่านจะยกครอบครัวไปอยู่กับคุณนายลิ้นจี่ให้สบายไปเลย”

รังสรรค์ถึงกับหัวเราะท้องคัดท้องแข็งที่คุณแม่ทั้งสองท่านเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวกินกันไม่ลง

ooooooo

ลิ้นจี่นำเรื่องที่ราเมศว์หายออกจากบ้านแต่เช้า ไปขลุกอยู่กับปราลีมาปรึกษากับคุณหญิงเจริญศรีถึงที่บ้าน บ่นเจ็บใจมากแต่จะให้ยอมแพ้คงไม่มีวัน

“อุ๊ยยอมไม่ได้ค่ะคุณพี่ขา ยอมไม่ได้เด็ดขาด น้องมีแผนแล้วด้วย หัวสมองน้องเนี่ยไม่มีอยู่ว่างเลย คอยวางแผนกำจัดนังผู้หญิงคนนั้นให้พ้นทางของลูกเราตลอดเวลา เรามีผลประโยชน์ร่วมกัน น้องไม่มีวันปล่อยให้คุณพี่ต้องโดดเดี่ยวเด็ดขาด”

“งั้นก็ดำเนินการตามแผนคุณหญิงเลยค่ะ”...

แผนการที่ว่าของคุณหญิงเจริญศรีคือเสี้ยมให้สุนีรัตน์ ไปเอาเรื่องปราลีถึงหน้าออฟฟิศให้ได้อับอายโดยมาทวง ราเมศว์คืน ปราลีได้แต่ยืนอึ้งไม่รู้จะทำอย่างไร...

ขณะราเมศว์กำลังนั่งทำงานอยู่กับสุคนธ์ มีเสียงรถตู้ของลิ้นจี่ดังแว่วมา สุคนธ์เงยหน้าจากงานที่ทำบอกกับราเมศว์ว่าคุณแม่กลับมาแล้ว เขาเห็นดีด้วยที่ท่านออกไปเจอเพื่อนเจอฝูงบ้างเผื่อจะหายเครียด

“กลัวว่าจะเป็นเพื่อนฝูงที่ชื่อคุณหญิงเจริญศรีน่ะสิคะ แล้วก็อาจจะมีการวางแผนทำลายครอบครัวของคุณกับคุณปุ๋ม” สุคนธ์ตั้งข้อสังเกต

“ผมกับปุ๋มค่อนข้างจะเข้าใจกันมากแล้ว ไม่มีอะไรที่จะมาทำให้เราไขว้เขวได้หรอกครับ”

จังหวะนั้น น้อยเข้ามาแจ้งว่าคุณนายลิ้นจี่ให้มาเชิญทั้งคู่ไปที่ห้องกินข้าว ท่านซื้อขนมมาฝาก ไม่นานนัก ราเมศว์เดินนำสุคนธ์มาที่ห้องกินข้าว ลิ้นจี่ไล่คนอื่นออกไปให้หมดมีเรื่องจะคุยกับลูกทั้งสองคนของท่านตามลำพัง แล้วรอจนคนอื่นๆไปกันหมด ลิ้นจี่บอกจุดประสงค์ที่เรียกทั้งคู่มาพบก็เพื่อจะทำความเข้าใจเรื่องครอบครัวของปราลี ราเมศว์รีบบอกว่าไม่เป็นไรไม่มีอะไรต้องทำความเข้าใจอีกแล้ว

“ไม่ได้ แม่ไม่อยากให้เมศว์เข้าใจแม่ผิด ที่แม่ไม่อยากให้แม่ของปราลีมาอยู่ด้วยก็เพราะ...แม่กับเขาเคยมีเรื่องกันมาก่อน แกสองคนก็รู้ใช่ไหม ถึงเรื่องจะผ่านมานานแล้ว แต่แม่ก็ยอมรับตรงๆว่ามันไม่สนิทใจ ไอ้ที่จะต้องมาเดินสวนกันไปมา เห็นหน้ากันทุกวันแม่ยังทำใจไม่ได้จริงๆ แม่อยากให้พวกแกเข้าใจแม่บ้าง”

ทั้งราเมศว์และสุคนธ์เข้าใจท่านดี ลิ้นจี่ขอบใจทั้งคู่มาก แล้วฝากให้ราเมศว์ไปบอกเมียกับแม่ยายของเขาตามนี้ด้วยจะได้เข้าใจตรงกัน สุคนธ์ลอบมองลิ้นจี่อย่างไม่ค่อยจะไว้ใจนัก ครั้นกลับมาที่ห้องทำงาน เธออดเตือนราเมศว์ไม่ได้ว่าไม่ควรจะไว้ใจคุณแม่ เธอไม่แน่ใจ ว่าท่านจะมีแผนการอะไรอีก

“ผมทราบแล้ว ผมเองก็คอยระวังตัวอยู่แล้ว”

สุคนธ์ให้เขาระวังไม่ใช่แค่ตัวเขาแต่ต้องระวังปราลีด้วย ระหว่างนั้นคนที่ทั้งคู่พูดถึงโทร.มาหาราเมศว์ซึ่งขอตัวออกไปรับสายข้างนอก ปราลีแค่จะโทร.มาบอกว่าเย็นนี้ไม่ต้องมารับ เธอมีธุระต้องไปทำ เขาขอไปด้วย จะให้รอนานแค่ไหนรับรองไม่มีบ่นสักคำ เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้องเธอไปเองได้

ราเมศว์รับรู้ถึงความผิดปกติพยายามซักว่ามีอะไร หรือเปล่า เธอกลับว่าไม่มีอะไรแล้วตัดบทขอตัวไปทำงานก่อน เขารีบบอกว่ารักเธอ ปราลีวางสายน้ำตาคลอเบ้าสะเทือนใจสุดๆ...

แสงรวีเห็นสีหน้าหม่นหมองของลูกแถมกลับมาคนเดียวไม่ได้ให้ราเมศว์มาส่ง ซักว่ามีเรื่องกันอีกแล้วใช่ไหม เธอไม่ยอมตอบอะไร แต่กลับเปลี่ยนเรื่องพูดหน้าตาเฉย

“อาทิตย์หน้าปุ๋มจะไปรีสอร์ตคุณวัฒน์ แม่อยากไปด้วยไหมคะ”

“ทำไมอยู่ดีๆก็เกิดจะไป”

ปราลีอ้างว่าวัฒน์โทร.มาชวนไปเที่ยวทุกวันก็เลยเกรงใจ แสงรวีสงสัยตกลงลูกจะเลือกใครกันแน่ เธอไม่เลือกเลยสักคน ถ้าแม่จะไปก็ต้องรีบบอก เพราะจะจองตั๋วมะรืนนี้ แสงรวีไม่ต้องเสียเวลาคิดตอบตกลงจะไปด้วย ปราลีขอร้องแม่อย่าบอกเรื่องนี้กับใคร

ooooooo

เช้านี้ราเมศว์มารับปราลีไปส่งที่ทำงานอีกเช่นเคย พยายามถามว่าที่เธอมีท่าทีห่างเหินเป็นเพราะอะไร เธอกลับเลี่ยงที่จะตอบคำถาม เขาตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าซอยหาที่จอดเหมาะๆเพื่อถามเธอให้รู้เรื่องตกลงมีอะไรกันแน่ เราควรจะเปิดใจให้กัน ถ้าเธอสงสัยอะไรในตัวเขาก็ให้ถามได้เลย เขาจะตอบตามความจริง

ปราลีหันหน้าออกนอกหน้าต่างรถ ราเมศว์ต้องจับไหล่ให้หันกลับมาพอเห็นน้ำตาคลอเบ้าก็ตกใจร้องไห้ทำไม ปราลีเลือกที่จะไม่ตอบ แกล้งเหลือบดูนาฬิกากลบเกลื่อน

“สายแล้ว เดี๋ยวฉันไปทำงานไม่ทัน”

ราเมศว์ยอมไปส่งปราลีแต่มีข้อแม้เย็นนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง เธอไม่ตอบรับหรือปฏิเสธได้แต่นั่งนิ่ง...

ท่าทีที่เปลี่ยนไปของปราลีทำให้ราเมศว์ไม่สบายใจ นำเรื่องนี้มาปรึกษากับรังสรรค์ซึ่งฟันธงว่าต้องมีบางอย่าง เกิดขึ้นแน่นอนไม่อย่างนั้นเธอไม่เปลี่ยนไป หรือคุณแม่จะไปพูดอะไรกับเธอ ราเมศว์โทร.ไปถามแสงรวีว่ามีใครไปที่บ้านบ้างก็ได้ความว่าไม่มี ตนพยายามถามเธอแล้ว แต่เธอทำเหมือนไม่มีอะไร

“งั้นผมจะบอกให้เตือนถามดู เขาเป็นเพื่อนกันเขาต้องบอกแน่ๆ” รังสรรค์สีหน้ามั่นใจ...

ไม่เป็นอย่างที่รังสรรค์คาดคิด ปราลีไม่ยอมบอกอะไรเตือนตาเช่นกัน อ้างไม่มีอะไร เพราะถ้ามีคงไม่ยอมให้ราเมศว์มารับส่ง แล้วขอตัวไปทำงานต่อ เตือนตาไม่ปักใจเชื่อ มุ่งมั่นจะคาดคั้นเอาความจริงให้ได้...

ด้านคุณหญิงเจริญศรียังไม่ยอมรามือง่ายๆ เสี้ยมให้สุนีรัตน์โทร.ตามราเมศว์ให้ช่วยพาไปโรงเรียนสอนเต้นบัลเล่ต์ เขาอ้างว่าไม่ว่าง เธอคงต้องให้คุณแม่ของเธอไปส่ง

“ไม่เอา น้องรัตน์จะให้พี่เมศว์ไปส่ง พี่เมศว์ไม่รักน้องรัตน์แล้วใช่ไหมคะ”

ทีแรกราเมศว์ไม่ยอมทำตามที่สุนีรัตน์ต้องการ แต่ทนเสียงรบเร้าของเธอไม่ไหว ใจอ่อนรับปาก คุณหญิงเจริญศรีดีใจมากกว่าลูกสาวเสียด้วยซ้ำ...

ความใจอ่อนของราเมศว์ครั้งนี้ทำให้ปราลียิ่งหมางใจที่เขาไม่สามารถตัดใจเลิกยุ่งกับสุนีรัตน์ได้ ยิ่งเขาอ้างที่ต้องพาเธอไปส่งโรงเรียนเต้นบัลเล่ต์เพราะเวทนาสงสารและไม่อยากใจร้ายมากไปกว่านี้

“งั้นก็เชิญคุณใจดีกับแกให้สุดๆไปเลย” ปราลีวางสายอย่างหงุดหงิด พยายามจะสงบจิตสงบใจแต่ทำไม่ได้ ทำงานไปก็ไม่มีสมาธิ ครุ่นคิดแต่เรื่องระหว่างราเมศว์กับเมียถูกต้องตามกฎหมายของเขา ก็เลยขอลาป่วยกลับไปทำใจที่บ้าน...

สุคนธ์ไม่เห็นด้วยกับการกระทำครั้งนี้ของราเมศว์ การที่เขายังตัดสุนีรัตน์ไม่ขาด ปล่อยให้คาราคาซังอยู่อย่างนี้ เขาอาจเสียปราลีไป สุคนธ์เชื่อว่าต้องมีคนอยู่เบื้องหลังคอยเสี้ยมให้สุนีรัตน์คอยตามติดเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจะต้องใจแข็ง ราเมศว์เสียงอ่อย วันนี้เขาให้สัญญากับเธอไปแล้ว

“งั้นก็ครั้งนี้ต้องเป็นครั้งสุดท้าย”

“ครับ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย” ราเมศว์น้ำเสียงหนักแน่น...

ปราลีทนไม่ได้ที่ราเมศว์ยังตัดสุนีรัตน์ไม่ขาดต่อให้เขารักเธอกับลูกแค่ไหน แต่เขาก็ยังคอยดูแลเอาใจใส่ผู้หญิงคนนั้นอยู่อีก เธอก็เลยจะเป็นฝ่ายตัดขาดจากเขาเอง โดยจะลาออกจากงานแล้วหนีไปของานวัฒน์ทำ แสงรวี ไม่เห็นด้วย ในเมื่อราเมศว์ไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นและที่เขาทำไปก็แค่เวทนาสงสาร

“เป็นคนดีน่ะดีแล้ว แต่ไม่ต้องถึงขนาดดีจนโง่หรอก คนเรามันต้องมีเหตุผล พิจารณาให้รอบคอบก็แล้วกัน แม่แนะนำได้แค่นี้ ส่วนปุ๋มจะเลือกอย่างไหนก็สุดแล้วแต่บุญแต่กรรมของปุ๋มเองเถอะ เชียร์มากๆพอเกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวจะมาโทษแม่ ไม่ว่าปุ๋มจะเลือกอย่างไหน แม่ก็จะอยู่ข้างปุ๋มเสมอ”...

แสงรวีกำลังจะออกไปข้างนอกตอนที่ราเมศว์โทร.มาถามว่าปราลีอยู่บ้านหรือเปล่า เพื่อนที่ทำงานบอกว่าเธอกลับไปแล้ว ท่านโกหกว่ายังไม่กลับ สงสัยจะไปธุระที่อื่น ราเมศว์บ่นอุบ เธอน่าจะบอกกันบ้าง

“เธอจ๋าเธอ คนเราไม่จำเป็นต้องบอกกันหมดทุกอย่างหรอก ขยักเอาไว้บ้างก็ได้ แค่นี้ล่ะนะ ฉันก็จะออกไปเสริมสวยไปช็อปปิ้งบ้างเหมือนกัน” แสงรวีพูดจบวางสาย

ราเมศว์พยายามโทร.หาปราลี นอกจากจะไม่รับสายเธอยังปิดเครื่องหนีอีกต่างหาก...

ปราลีคิดทบทวนอยู่หลายตลบ สุดท้ายตัดสินใจโทร.บอกวัฒน์ว่าพรุ่งนี้จะไปหาจะไปกันแค่เธอ แม่และลูกหมู เขาจะจัดการทุกอย่างให้เองรวมทั้งจองตั๋วเครื่องบินให้ด้วย

ooooooo

นอกจากจะให้ราเมศว์มาส่งมารอรับกลับจากโรงเรียนสอนเต้นบัลเล่ต์แล้ว สุนีรัตน์ยังถูกคุณหญิง เจริญศรีเสี้ยมให้ยื้อเขาไว้ให้นานที่สุด เธอจึงชวนเขาไปกินข้าวไปซื้อของเล่น กว่าจะพาไปส่งบ้านก็บ่ายคล้อยมากแล้ว ส่งเสร็จราเมศว์ทำท่าจะกลับ สุนีรัตน์ทวงสัญญาไหนว่าจะอยู่ดูการ์ตูนด้วยกันก่อน

“พี่ไม่ได้สัญญาสักหน่อย น้องรัตน์พูดเองต่างหาก”

“ไม่รู้ล่ะ ถ้าพี่เมศว์ไม่ยอมลง น้องรัตน์ก็ไม่ลง”

แจ่มจิตพยายามเรียกให้สุนีรัตน์ลงจากรถแต่เธอดื้อดึงไม่ยอมลง คุณหญิงเจริญศรีเข้ามาชวนให้ราเมศว์ลงมากินของว่างกันก่อน เขาอิ่มแล้วเพิ่งกินข้าวกับสุนีรัตน์มา

“อิ่มก็ต้องลงมากิน ลงมาคุยกับน้าก่อน อุตส่าห์พาน้องไปเที่ยว เชิญค่ะ” คำเชิญชวนแกมบังคับของคุณหญิงเจริญศรีทำให้ราเมศว์หนีไม่ออก...

คุณหญิงเจริญศรีเจ้าเล่ห์เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของของสุนีรัตน์จะให้ราเมศว์รับเธอกลับไปอยู่ที่บ้านอย่างเดิม เขาจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่ออีกไม่กี่วันก็จะนัดไปหย่ากันแล้ว ท่านยืนกรานจะไม่มีการหย่าแน่นอน คุยกับคุณพี่ลิ้นจี่แล้ว แจ่มจิตรีบพาสุนีรัตน์ออกไปไม่อยากให้ได้ยินเรื่องที่ผู้ใหญ่คุยกัน

ราเมศว์กับคุณหญิงเจริญศรีคุยกันไม่รู้เรื่อง ฝ่ายหนึ่งต้องการจะหย่าแต่อีกฝ่ายไม่ยอมหย่าและยังจะให้เขารับสุนีรัตน์กลับไปอยู่ที่บ้านอีกด้วย เขาพยายามอธิบายว่าทำแบบนี้รังแต่จะไม่มีความสุขทั้งเขาและสุนีรัตน์ แต่ท่านไม่สนใจ...

ในเมื่อราเมศว์กลับไปโดยไม่พาสุนีรัตน์ไปด้วย คุณหญิงเจริญศรีก็เลยจะเป็นคนพาเธอไปส่งเอง สั่งให้แจ่มจิตไปเก็บเสื้อผ้า สุนีรัตน์อิดออดไม่อยากไป ขอร้องให้แม่ชวนพี่เมศว์มาอยู่กับเธอที่นี่

“เขามาไม่ได้ค่ะ เขาต้องดูแลคุณป้าลิ้นจี่ คุณป้าท่านไม่ค่อยแข็งแรง ไป...ลงไปข้างล่างกัน เดี๋ยวป้าแจ่มจิตจัดเสื้อผ้าเสร็จ เราจะได้ไปกันเลย” คุณหญิงเจริญศรีว่าแล้วเดินนำสุนีรัตน์ที่ไม่ค่อยจะเต็มใจนักออกไป...

ทางด้านราเมศว์โทร.หาปราลีไม่ได้จึงมาตามหาถึงที่บ้านปรากฏว่ายังไม่กลับ ชะเง้อมองไปยังที่จอดรถก็ไม่เห็นรถของเธอจอดอยู่ เขาจะขอเข้าไปรอในบ้าน พวนไม่ยอมให้เข้า อ้างแสงรวีสั่งไว้ถ้าท่านไม่อยู่ไม่อนุญาตให้เขาเข้าบ้าน เกรงคุณแม่กับคุณแม่ยายของเขาจะมาอาละวาด

“ไม่มีใครรู้ว่าฉันมาที่นี่”

“โอย เดี๋ยวก็รู้ค่ะ ถ้าคุณหายไปเขาก็ต้องมาหาที่นี่อยู่แล้ว พวนต้องขออนุญาตปิดประตูล่ะค่ะ คุณแสงสั่งนักสั่งหนาถ้าไม่จำเป็นห้ามเปิดประตูค้างไว้ ขอโทษจริงๆค่ะ” พวนใส่กุญแจประตูแล้วเดินเข้าข้างใน ราเมศว์ได้แต่มองตามเซ็ง โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าความจริงแล้ว

ปราลีอยู่บ้านแต่เอารถไปจอดหลบๆไว้เนื่องด้วยไม่อยากจะเจอหน้าเขาอีก

ooooooo

ราเมศว์กลุ้มหนักที่ปราลีเอาแต่หลบหน้าไม่รู้จะหันไปหาใครก็เลยแวะไปหารังสรรค์ที่บ้านเพื่อปรับทุกข์ เขาไม่วายต่อว่าพี่ชายว่าไม่ควรตามใจคุณแม่แต่งงานกับสุนีรัตน์ตั้งแต่แรก

“ถ้าย้อนกลับไปได้พี่ก็คงต้องทำเหมือนเดิมนั่นแหละเพราะพี่สงสารคุณแม่ ชีวิตท่านไม่เคยสมหวังอะไรเลย อย่างน้อยท่านก็ได้สมหวังในเรื่องนี้”

คุยถึงเรื่องของคุณแม่เมื่อไหร่ สองพี่น้องจะคิดต่างกันทุกที ครั้งนี้ก็เช่นกัน ราเมศว์ไม่อยากเถียงกับน้องชายถึงคุณแม่จะเคยทำอะไรไม่ดีกับเราสองคนเอาไว้ เขาขอให้น้องอโหสิกรรมให้ท่าน รังสรรค์ยังไม่ทันจะว่าอะไรเตือนตาเข้ามาพร้อมกับอุ้มปุ้มปุ้ยบอกว่าป้าวิไลทำของว่างเสร็จแล้วไปกินกันได้เลย...

เตือนตาเห็นสีหน้าหม่นหมองของราเมศว์แล้วอดสงสารไม่ได้ โทร.ไปกล่อมปราลีให้เห็นใจเขาบ้าง เธอขอร้องเพื่อนรักให้เลิกพูดเรื่องนี้ เธอตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว และที่สำคัญมันเป็นความผิดของเขา ในเมื่อเขาแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ต้องยอมรับและอยู่ไปกับมัน เตือนตา ขอให้เธอให้โอกาส ให้เวลาเขาบ้าง

“ปุ๋มไม่อยากทุกข์อีกแล้ว ปุ๋มอยากจะก้าวไปข้างหน้าเพราะปุ๋มมีลูกหมูที่จะต้องดูแล เตือนนั่นแหละ ต้องเข้าใจและเห็นใจปุ๋ม ไม่ใช่เห็นใจเขา”...

ผลประโยชน์ระหว่างลิ้นจี่กับคุณหญิงเจริญศรีเริ่มไม่สอดประสาน แค่วันแรกที่ฝ่ายหลังพาสุนีรัตน์กลับมาอยู่ที่บ้านฝ่ายแรก ราเมศว์ก็ออกไปนอนค้างที่อื่นไม่ยอมกลับ ลิ้นจี่ทนไม่ไหวสั่งให้แจ่มจิตพาสุนีรัตน์กลับบ้านไป แจ่มจิตต้องขอเป็นพรุ่งนี้เพราะนี่มืดค่ำแล้ว จะโทร.เรียกคุณหญิงมารับ ลิ้นจี่จะจัดการให้เองแล้วไล่ให้ไปเก็บของ สุนีรัตน์เดินน้ำตาคลอออกไปกับแจ่มจิต ขณะที่ลิ้นจี่มองตามโล่งใจ

“เฮ้อ ฉันไม่น่าให้ตาเมศว์แต่งงานกับแม่ตุ๊กตาเสียกบาลนี่เลย”

“หมายความว่าคุณนายจะให้หย่ากันเหรอคะ” อำไพตาโตตื่นเต้น ลิ้นจี่พยักหน้าขืนให้อยู่ด้วยกันต่อไปราเมศว์คงไม่กลับบ้านอีกเลย อำไพยังสงสัยแล้วคุณหญิงจะยอมให้หย่าหรือ...

เป็นอย่างที่อำไพตั้งข้อสังเกต คุณหญิงเจริญศรีประกาศชัดเจน หัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมให้สุนีรัตน์หย่าแน่นอน ลิ้นจี่ไม่สนยืนยันจะให้หย่า ทั้งสองคนที่เคยจูบปากกันมาบัดนี้เถียงกันอุตลุด ลิ้นจี่ปากร้ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหันไปเล่นงานสุนีรัตน์จนร้องห่มร้องไห้ และประกาศบ้าง

“ถ้าทนได้ก็ทนเพราะฉันจะทำทุกอย่างให้ลูกฉันหย่ากับลูกเธอ”

ทั้งสองคนจ้องหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...

ทางฝ่ายสุคนธ์แวะมาหาราเมศว์ที่บ้านรังสรรค์เพื่อรายงานเรื่องนี้ให้ทราบ เขาสงสารสุนีรัตน์ที่ต้องมาพลอยเดือดร้อนไปด้วย จริงๆแล้วไม่ได้อยากจะใจร้ายกับเธอแม้แต่น้อย

สุคนธ์เองก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้นัก แต่มันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้สุนีรัตน์ไปจากชีวิตราเมศว์ และยังแนะให้เขาอยู่ที่นี่ต่อไปก่อนอย่าเพิ่งกลับบ้านจนกว่าคุณแม่จะจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งเขาต้องไม่รับโทรศัพท์ ไม่ติดต่อกับสุนีรัตน์ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้นเพราะจะทำให้เขาใจอ่อนและต้องตกอยู่ในวงจรนี้ไม่มีวันจบวันสิ้น แต่ถ้าจะให้ดีเขาควรเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์จะได้ตัดปัญหานี้ไปเลย

“เป็นอันว่าตกลง พี่จะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง คุณเมศว์อยากได้เบอร์อะไร”

“ผมไปด้วย เดี๋ยวผมไปเรียนคุณป้าก่อน”

จังหวะนั้น สุนีรัตน์โทร.มาหาราเมศว์พอดี สุคนธ์แนะถ้าอยากให้เรื่องนี้จบ อย่ารับสาย...

สุนีรัตน์ถึงกับน้ำตาคลอที่ราเมศว์ไม่ยอมรับสาย คุณหญิงเจริญศรีซึ่งคอยกำกับอยู่ใกล้ๆ จัดการโทร.หาเขาเอง มีเพียงสัญญาณให้ฝากข้อความ ท่านขบกรามแน่นด้วยความแค้นพาลโทษว่าเป็นเพราะสุนีรัตน์ยอมกลับบ้านเองถ้าไม่ยอมทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้ แจ่มจิตเถียงแทนไม่ใช่ความผิดของคุณหนู

“ก็เพราะคอยเข้าข้างคอยให้ท้ายอย่างนี้น่ะสิถึงได้ถูกเขาเสือกไสไล่ส่งเหมือนผู้หญิงข้างถนน จะไปไหนก็ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้า” คุณหญิงเจริญศรีไม่ได้สนใจความรู้สึกของลูกสาวแค่อยากจะเอาชนะลิ้นจี่

ooooooo

ราเมศว์ขับรถมารับปราลีตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างกลับพบว่าเธอไปทำงานแล้ว บ่นกับพวนว่านี่ปราลีต้องการจะหลบหน้าเขาใช่ไหม เธอแก้ต่างแทนปราลีไม่ได้จะหลบหน้าแค่ไม่อยากเดือดเนื้อร้อนใจต่างหากแล้วปิดประตูรั้วเดินเข้าข้างใน ราเมศว์ไม่เชื่อว่าปราลีจะออกไปแล้ว ขับรถไปจอดซุ่มดูอยู่อีกมุมหนึ่ง

ไม่นานนัก ปราลี ลูกหมูและแสงรวีออกมาหาวัฒน์ที่นั่งแท็กซี่มารับ พวนช่วยคนขับแท็กซี่ขนกระเป๋าเดินทางใส่ท้ายรถ วัฒน์ลงมาเปิดประตูให้แสงรวีกับปราลีที่อุ้มลูกหมูขึ้นนั่งเบาะหลัง ส่วนตัวเองนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ราเมศว์มองภาพนั้นอย่างเจ็บปวดใจกระทั่งแท็กซี่คันนั้นเคลื่อนออกไป

แม้จะปวดใจที่ปราลีพยายามจะหนีหน้า แต่ราเมศว์ตั้งใจมั่นจะต้องสู้เพื่อให้ได้ลูกเมียกลับคืนมาโดยมีสุคนธ์คอยเป็นกำลังใจให้...

ทางด้านลิ้นจี่ต้องการจะติดต่อกับราเมศว์แต่ไม่สำเร็จเพราะเขาเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ พยายามสอบถามจากสุคนธ์ก็อ้างไม่รู้ไม่เห็น ขนาดเอามือถือของเธอมาไล่ดูเบอร์ทั้งที่โทร.เข้าและออกก็ไม่พบเบอร์โทรศัพท์แปลกๆ ถึงกับถอนใจเซ็ง ถามเธอว่ารังสรรค์จะรู้ไหมว่าราเมศว์อยู่ไหน

สุคนธ์ไม่ทราบเหมือนกันแต่คิดว่าน่าจะรู้ อำไพเตือนถ้าลิ้นจี่ไปถามรังสรรค์คงไม่ยอมบอกอะไรแน่นอน ลิ้นจี่เห็นด้วยจึงยกหน้าที่ให้สุคนธ์เป็นคนไปจัดการ แต่ไม่ได้อะไร รังสรรค์ไม่รู้เรื่องที่ราเมศว์เปลี่ยนเบอร์ แม้ทั้งสองคนจะพบกันบ่อยแต่ไม่ได้ติดต่อกันทางโทรศัพท์ ลิ้นจี่โกรธหาว่าสุคนธ์กับรังสรรค์รวมหัวกันโกหกท่าน

“คุณแม่ใจเย็นๆก่อนค่ะ ยังไงคุณเมศว์ก็ต้องติดต่อมาหาคุณแม่อยู่ดี แต่ตอนนี้เขาคงมีเรื่องไม่สบายใจก็เลยอยากอยู่เงียบๆ สุขออนุญาตไปทำงานต่อนะคะ”

ooooooo

ขณะที่สุคนธ์เอาตัวรอดจากถูกลิ้นจี่จับโกหกมาได้อย่างเฉียดฉิว ปราลี ลูกหมูและแสงรวีมาถึงที่พักในรีสอร์ตหรูของวัฒน์ซึ่งเตรียมทุกอย่างไว้รอต้อนรับ แสงรวีเพิ่งเคยมาครั้งแรกถูกใจกับบรรยากาศสงบสบายของที่นี่และอดถามปราลีไม่ได้ว่าเลือกวัฒน์แน่แล้วใช่ไหม เธอส่ายหน้าคนที่เลือกมีเพียงลูกหมูเท่านั้น

“แต่แม่แน่ใจว่าคุณวัฒน์เขาอยากเป็นพ่อลูกหมู หรือว่าปุ๋มอยากจะรอคุณเมศว์”

“ไม่ค่ะ ลูกหมูไม่จำเป็นต้องมีพ่อ ปุ๋มเลี้ยงลูกของปุ๋มได้”

แสงรวีเตือนถ้าเป็นอย่างนั้นต้องหาคำตอบดีๆ ที่ไม่ทำให้วัฒน์สะเทือนใจมากนักก็แล้วกัน...

ที่บ้านของรังสรรค์ ระหว่างนั่งกินมื้อค่ำด้วยกัน ราเมศว์ชวนน้องชาย เตือนตาและป้าวิไลไปเที่ยวทะเล ป้าวิไลขอสละสิทธิ์เนื่องจากต้องไปวัดทุกวันพระ ส่วนรังสรรค์ยกหน้าที่ให้คุณภรรยาตัดสินใจ เตือนตาบังเอิญลาพักร้อนไว้พอดี อยากไปเที่ยวอยู่เหมือนกัน รังสรรค์ยังไม่ได้ลางาน คงต้องบอกเจ้านายก่อน

“ฉันจะบอกเจ้านายแกให้เองเพราะมันเป็นรุ่นน้องฉัน”

“งั้นก็ไปพักผ่อนกันให้สบาย ป้าจะอยู่โยงเฝ้าบ้านให้เอง”

เตือนตาอยากรู้ว่าเราจะไปเที่ยวไหนกัน ราเมศว์ได้แต่อมยิ้มไม่พูดอะไร...

ทางฝ่ายลิ้นจี่คิดถึงราเมศว์มากอยากให้กลับบ้านใจจะขาด วานสุคนธ์ไปตามตัวให้ บอกเขาว่าท่านยอมทำตามทุกอย่าง ขออย่างเดียวให้เขากลับมาอยู่บ้าน

“พรุ่งนี้ฉันจะไปพูดกับคุณหญิงเจริญศรีให้เด็ดขาด ถ้าแกยอมให้น้องรัตน์หย่ากับตาเมศว์ บางทีตาเมศว์อาจจะยกโทษและกลับมาหาฉัน”

ooooooo

ราเมศว์อยากให้เรื่องระหว่างตัวเองกับสุนีรัตน์จบก่อนจะตามไปง้อปราลี จึงแวะมาหาคุณหญิงเจริญศรีที่บ้านแต่เช้าเพื่อจะคุยเรื่องการหย่า เขาอยากให้ท่านเข้าใจด้วยว่าที่เขาแต่งงานกับสุนีรัตน์ก็เพราะคุณแม่บอกว่าภรรยาของเขาตายไปแล้ว เขามีภรรยาก่อนที่จะมาแต่งงานกับสุนีรัตน์

“ซึ่งเธอก็คือแม่ของลูกผมนั่นแหละครับ ผมเพิ่งมาทราบภายหลังว่าเธอยังมีชีวิตอยู่และมีลูกกับผมด้วย”

ป่วยการจะอธิบายเหตุผลกับคนไม่มีเหตุผลเพราะคุณหญิงเจริญศรีไม่ฟังอะไรทั้งสิ้นยืนกรานไม่ยอมหย่าและต้องการให้ราเมศว์รับผิดชอบในตัว

สุนีรัตน์ เขาบอกให้ท่านไปหาคนใหม่เพราะเขาไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ ท่านขู่จะฟ้องฐานหลอกลวงลูกสาวของท่าน ราเมศว์เตือนถ้าท่านจะเอาเรื่องขนาดนั้นคงไม่ได้อะไรนอกจากความอับอายขายหน้าและเสียชื่อเสียง ทันใดนั้นมีเสียงลิ้นจี่ดังขึ้นจากด้านหลัง

“ใช่ มันจะต้องมีการขุดคุ้ยสาดโคลนกันน่าดู แล้วไอ้เรื่องพวกนี้น่ะ ฉันถนัดนัก”

คุณหญิงเจริญศรีเริ่มจะขยาดกับท่าทางเอาจริงของลิ้นจี่ สุดท้ายก็ยอมหย่าและพากันไปเซ็นหนังสือหย่าในวันนี้เลย ราเมศว์ถึงกับถอนใจโล่งอก...

ราเมศว์เห็นเรื่องของตัวเองคลี่คลายไปในทางที่ดีเพราะได้ลิ้นจี่ช่วยเหลือก็เลยคิดว่าถ้ารังสรรค์ได้มากราบขอโทษคุณแม่ตอนนี้ตอนที่ท่านกำลังอารมณ์ดี ท่านอาจจะอภัยให้จึงโทร.ตามน้องให้มาเจอกันที่บ้าน เขากำลังขับรถเลี้ยวเข้าซอยบ้านแล้ว โดยรถคุณแม่ตามมาติดๆ

“ของผมอีกประมาณเกือบๆครึ่งชั่วโมง ถ้ารถไม่ติดน่าจะเร็วกว่านั้น เดี๋ยวเจอกันครับพี่เมศว์”

ooooooo

ในเวลาต่อมา ราเมศว์เข็นรถเข็นพาลิ้นจี่เข้ามาในห้องรับแขก แล้วก้มกราบขอบพระคุณแทบเท้าท่านที่ช่วยเหลือ ลิ้นจี่ขอร้องให้เขากลับมาอยู่บ้านเรา กลับมาอยู่กับท่าน ราเมศว์อึกอัก ลิ้นจี่รีบบอกถ้ายังไม่สะดวกใจก็ยังไม่ต้องกลับ ขอแค่เขารับปากจะกลับมาท่านก็สบายใจเพราะรู้ดีว่าเขาเป็นคนรักษาสัจจะ

“คือผมต้องขอเวลาบ้าง เพราะผมไม่ใช่ตัวคนเดียว ผมมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ”

ลิ้นจี่ยอมทุกอย่างเขาต้องการเวลาเท่าไหร่ก็ได้ ขอแต่อย่าให้ท่านตายก่อนก็แล้วกัน และถ้าเขาจะพาลูกเมียรวมทั้งแม่ยายมาอยู่ที่นี่ก็ได้ท่านไม่ห้าม ท่านสัญญาจะไม่ยุ่งไม่หาเรื่องหรือทำให้ลูกเมียของเขาต้องเจ็บช้ำ

ระหว่างนั้นรังสรรค์เดินเข้ามา ลิ้นจี่เห็นเขาเท่านั้นวงแตกทันทีไล่ตะเพิดไม่ไว้หน้า ทั้งที่เขาจะมากราบขอโทษ ราเมศว์ช่วยพูดอีกแรงหนึ่งให้ท่านอภัยให้แต่ไร้ผล

รังสรรค์ก้มกราบลาให้สัญญาจะไม่มาให้ท่านเห็นหน้าอีก แต่ขอเรียนให้ทราบว่าถึงท่านจะเกลียดเขาแค่ไหนเขาจะไม่มีวันลืมพระคุณของท่าน แล้วลุกออกไป ราเมศว์รีบตามมาปลอบถ้าจะให้ท่านกลับมารักใคร่เมตตาคงต้องใช้เวลา รังสรรค์ขอไม่รอ แล้วบอกเขาว่าตั๋วเครื่องบินได้แล้ว ให้รีบหน่อยก็แล้วกันเดี๋ยวจะไม่ทันเช็กอิน การเจอกับรังสรรค์ทำให้ลิ้นจี่อารมณ์บูด สั่งให้อำไพพากลับห้องไม่คุยอะไรกับราเมศว์อีก...

กว่าจะถึงรีสอร์ตของวัฒน์ก็ค่ำมืดแล้ว ราเมศว์ขอให้วัฒน์พาไปที่ห้องพักของปราลี ทันทีที่เจอหน้าราเมศว์ ปราลีถึงกับงงมาได้อย่างไร เขามาตามหาเธอมีเรื่องจะคุยด้วย เธอเดินหน้าเครียดไปเคาะประตูห้องแม่ บอกให้เก็บข้าวเก็บของเราจะไปจากที่นี่ แสงรวีมองลูกงงๆ พอเห็นราเมศว์กับพวกก็ถึงบางอ้อทันที

“อ้าวนั่นปุ้มปุ้ยนอนหลับสนิทเลย ไปหนูเตือนพาลูกเข้าไปนอนในห้องก่อน”

แสงรวีรับปุ้มปุ้ยมาจากรังสรรค์แล้วเดินนำเตือนตาเข้ามาในห้อง ปราลีตามเข้ามาด้วยพยายามจะให้แม่เก็บของจะได้ไปจากที่นี่ให้ได้ แสงรวีรำคาญไล่เธอไปโวยวายข้างนอกห้อง เดี๋ยวเด็กๆตื่นกันหมด ปราลีจึงต้องออกมาอย่างหงุดหงิด ราเมศว์ขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว ทีแรกเธอไม่ยอมคุยด้วยแต่ทนเสียงรบเร้าของเขาไม่ไหว

หลังจากได้พูดคุยกันและรู้ว่าราเมศว์หย่าเรียบร้อย อีกทั้งได้คำแนะนำที่ดีจากแสงรวีในที่สุดปราลีก็ยอมให้โอกาสเขาอีกครั้ง ทุกคนที่คอยลุ้นเอาใจช่วยต่างพากันโล่งอกที่ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้

ooooooo

เพื่อเป็นการแสดงความยินดีที่ปราลีกับราเมศว์กลับมาคืนดีกัน วัฒน์จัดเรือให้ทั้งคู่ได้ท่องทะเลฮันนีมูน เป็นเรือเล็กๆน่ารักไม่ใช่เรือยอชต์ลำหรู

ทั้งคู่ล่องเรือไปตามเกาะสวย โดยที่ปราลีอยู่ในอ้อมกอดของราเมศว์ตลอดเวลา ต่างดื่มด่ำในความรักและความสุขซึ่งกลับมาโดยไม่คาดฝัน

“ผมจะไม่กลับไปอยู่ที่บ้านคุณแม่ แต่ก็จะไปเยี่ยมท่านเป็นครั้งเป็นคราว ผมไม่มีบ้านแล้ว คุณจะอนุญาตให้ผมไปอยู่ด้วยไหม”

“ต้องถามคุณแม่ค่ะเพราะเป็นบ้านของคุณแม่ไม่ใช่ของปุ๋ม”

“ถ้าอย่างนั้นก็ผ่าน คุณแม่คุณอนุญาตเรียบร้อยแล้ว...ผมจะชดใช้ทั้งคุณและลูกโดยทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวอย่างดีที่สุด ผมสัญญา” ราเมศว์กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ทั้งสองคนนิ่งเงียบราวกับจะเก็บความสุขในช่วงเวลานี้ให้เต็มที่...

ราเมศว์ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับปราลี ขยันทำงานจนสามารถมีบ้านของตัวเองได้ในเวลาไม่ถึงสองปี

บ้านที่เต็มไปด้วยความรักและเสียงหัวเราะ ปราลีท้องแก่เดินกึ่งวิ่งอุ้ยอ้ายตามลูกหมูออกมาที่สนามหน้าบ้าน พลางร้องเรียกให้ไปกินข้าว แต่แกยังวิ่งหน้าตั้งไม่ยอมหยุด ราเมศว์ตามออกมาตะโกนเรียกให้เธอหยุดวิ่ง

“แต่ลูกหมูต้องกินข้าว”

“ช่างเถอะน่า เกินเวลาไปนิดหน่อยก็ได้ เลี้ยงลูกให้สนุก อย่าไปเครียด จำได้ไหมครับ”

ปราลีต่อว่าว่าเลี้ยงลูกตามใจไม่ดี เราต้องหัดให้แกมีวินัยตั้งแต่ยังเด็กถึงจะถูก เขาไม่อยากเถียงด้วย อาสาจะไปตามจับเจ้าลูกลิงมาให้เอง แล้วตั้งท่าขำๆจะวิ่งไล่ ลูกหมูรีบวิ่งหนีไปก่อน เขาได้แต่ตะโกนให้หยุด

“แกนั่นแหละหยุด”

ทั้งราเมศว์และปราลีต่างชะงักหันมองตามเสียงเห็นลิ้นจี่เข็นรถเข็นเข้ามา พลางต่อว่าว่าเด็กจะเล่นก็ปล่อยให้เล่นจะไปบังคับทำไม มีใครในโลกนี้ที่ชอบถูกบังคับบ้าง ช่างไม่เข้าใจธรรมชาติของเด็กบ้างเลย

สองผัวเมียมองหน้ากันเหลอหลา ลิ้นจี่ตะโกนเรียกลูกหมูมาหา เด็กน้อยทำตามอย่างว่าง่าย

“พ่อแม่ทำไมถึงได้ชอบบังคับจิตใจลูกหมูกันนักเดี๋ยวให้ทำโน่นทำนี่ สู้ย่าไม่ได้ ย่าเข้าใจหนูจริงไหมครับ”

“จริงครับคุณย่า” ลูกหมูกอดลิ้นจี่ไว้ สองย่าหลานกอดกันกลมด้วยความรัก

ooooooo

-อวสาน-