advertisement

เพลงรักบ้านนา ตอนที่ 20

พระนิพนธ์ของ ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย นันทนา วีระชน
13 ม.ค. 2555 15:02

หลังจากเศรษฐีบุญช่วยถูกปราบปรามจนถอนรากถอนโคนแล้ว ความสงบสุขก็กลับคืนมาสู่ชาวบ้านนาอีกครั้ง แม้จะยังอยู่ในสภาพที่ต้องฟื้นฟูอย่างหนักหลังน้ำท่วม แต่เมื่อมีความรักสามัคคีของชาวบ้าน อุปสรรคก็ไม่เป็นปัญหา

วันนี้ สดกับแสนเตรียมของไปทำบุญที่วัดบ้านนา ร้องถามลูกๆว่า

“ไปกันได้รึยังล่ะ เดี๋ยวไม่ทันหลวงตาท่านฉันเช้า แม่ไม่ได้ไปทำบุญที่วัดนานแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องยุ่งๆ”

“ฉันก็เหมือนกัน ฉันจะได้ทำบุญให้พ่อด้วย” ศรีแพรบอกพลางเดินมาสมทบ

“พี่ศรีแพร ฉันดีใจที่พี่กลับมาเป็นพี่สาวคนเดิมของฉัน” ศรีไพรมองพี่สาวอย่างชื่นใจ

“ขอบใจนะน้อง ที่น้องพยายามเตือนสติพี่ ตอนนี้แค้นที่อยู่ในใจของพี่มันหมดไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านนาจะกลับมาเริ่มต้นใหม่อีก”

ศรีไพรถามว่ารวมทั้งเรื่องเมินด้วยใช่ไหม ศรีแพรทำหน้าตึงบอกว่า “ขอคิดดูก่อน”

“โธ่...พี่...ตอนนี้คนบ้านนาเขารู้กันแล้วว่าพี่ทวน

พี่เมินเขาหายไปไหนมาตั้งสิบปี เขาไปเป็นมือปราบกลับมาปราบอธรรมในบ้านเราไงล่ะ” แสนช่วยลุ้นพี่สาว เลยถูกสดปรามว่าไม่ใช่เรื่องของเด็กอย่ายุ่ง ปล่อยให้ผู้ใหญ่เขาจัดการกันเอง

ขณะนั้นเอง เจ๊กตงกระชากลากถูเนี้ยวผ่านหน้าบ้านไป เนี้ยวร้องไห้พยายามขืนตัวไว้ ถูกเจ๊กตงเอ็ดไปตลอดทางว่า

“ไป...กลับไปนี่เตี่ยจะโยงลื้อไว้กับขื่อ แล้วตีๆๆๆ หน็อย...ใช้ให้ไปตามหาไอ้ศรีไพรหน่อยเดียว ลื้อกลับไปมีผัว มีใครไม่มี ไปมีไอ้แขก ศัตรูอันดับหนึ่งของเตี่ย!”

ศรีไพรวิ่งลงจากเรือน ถามเจ๊กตงว่าจะทำอะไร ให้ปล่อยเนี้ยวเดี๋ยวนี้ แต่ทั้งเจ๊กตงและเนี้ยวไม่ฟัง เนี้ยวยังคงร้องไห้ไปต่อว่าเตี่ยไปว่า

“อั๊วจะรักกับใครเตี่ยก็มีปัญหาทั้งนั้น ตอนที่อั๊วรักพี่ทวนเตี่ยก็มีปัญหา”

“ตอนนี้เตี่ยอยากให้ลื้อกลับไปรักอาทวน รู้ไหม...ว่าอาทวนอีเป็นอะไร อีเป็นถึงมือปราบ โธ่...อั้วไม่น่าตาถั่วเล้ย...” เจ๊กตงบ่นอย่างเสียดาย

ศรีแพรลงมาสมทบ บอกเจ๊กตงให้ปล่อยเนี้ยวก่อน สดก็ร้องถามว่ามันเรื่องอะไรกันถึงได้ตีอาม่วยเนี้ยวอย่างนี้ ม่วยเนี้ยวโตแล้วนะ

“ก็เพราะอีโตแล้วน่ะซิอีถึงได้ทำเรื่องงามหน้า” สดถามว่าเรื่องอะไร เจ๊กตงพูดเหมือนไม่อยากพูดว่า “อีม่ายรักดี...อี...อีมีผัวแขก...” พูดแล้วเจ๊กตงก็ร้องไห้ออกมา ทั้งอับอาย เสียใจ เจ็บใจ

ทุกคนมองหน้าเนี้ยวเชิงถาม เนี้ยวพยักหน้ารับแหยๆ พวกศรีไพรเลยพากันเงียบหมด

ooooooo

เมื่อที่บ้านเศรษฐีบุญช่วยไม่มีใครแล้ว สไบกับแหว่งก็พากันขนสมบัติที่หยิบฉวยได้ รวมทั้งที่สไบยักยอกไว้แล้วให้แหว่งเอาไปซ่อน แต่พอไปขุดจะขนหนี ปรากฏว่าที่เอาไปฝังไว้เหลือแต่ไหเปล่า สไบมองแหว่งอย่างระแวง แหว่งบอกว่าสงสัยเมินจะมายึดไปเป็นของกลางหมดแล้ว

ทั้งสองโต้เถียงกันกลับมาที่เรือนใหญ่ ชาริณียังอยู่ในห้องเศรษฐี ได้ยินเสียงสองคนก็รีบหลบแอบฟัง

“แกแน่ใจนะว่าฝังไว้ที่นี่ ทองแท่งที่ฉันส่งให้แกทางใต้ถุนเรือนน่ะ มันไปไหนหมด”

แหว่งยืนยันว่าตนฝังไว้ที่นั่นจริงๆไม่เชื่อถามเมินดูได้

“คุณเมิน...” ชาริณีอุทานอย่างแปลกใจที่เรื่องนี้เกี่ยวกับเมินด้วย

ooooooo

ที่วัดบ้านนา...พระภิกษุนั่งเรียงราย ศรีแพรกับศรีไพรกำลังตักบาตรอยู่ เมินอยู่ถัดๆไปคอยชะเง้อมองศรีแพร ทวนสะกิดให้เมินขยับเข้าไปตักบาตรร่วมขันกับศรีแพร ในขณะที่ศรีแพรปั้นหน้าปึ่งทำมึนตึงใส่เมินตลอดเวลา

“คนรักกัน...เชื้อชาติศาสนาไม่ใช่ปัญหาหรอกเจ๊กตง อาม่วยเนี้ยวลูกสาวของลื้อ จะแต่งงานกับแขก ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ไม่เคยได้ยินหรือที่เขาว่า รักแท้น่ะไม่มีชาติศาสนาหรอก รักกันได้ทุกคน...เฮ้อ...ไม่ใช่กิจของสงฆ์เล้ย...โยม...” หลวงตาเทศน์แล้วถอนใจที่ต้องมาจัดการกับปัญหาทางโลก

“หลวงพ่อขอรับ เจ๊กตงยอมไม่ได้ ม่วยเนี้ยวทำผิดประเพณี เจ๊กตงจะส่งอีกลับเมืองจีน”

เนี้ยวบอกว่าตนไม่ไป เจ๊กตงหันมองลูกสาวเคืองๆ

ooooooo

เมินขยับเข้าไปง้อศรีแพร กระซิบกระซาบเบาๆ เพราะหลวงตานั่งอยู่ว่า

“ศรีแพรจ๋า ยังโกรธพี่อยู่อีกหรือ พี่ทิ้งศรีแพรเข้าไปอยู่ในบ้านเศรษฐีบุญช่วยเพราะ...”

“พี่จำเป็นจริงจริ๊งงงงง” ทวนพูดต่อทำเสียงสั่นๆล้อเลียน ถูกเมินตวาดเบาๆว่าอย่ามายั่วศรีแพรของตน คนนี้ตนทั้งรัก ทั้งหวง เลยถูกทวนขัดคอว่า ทีเมื่อก่อนไม่เห็นพูดอย่างนี้

สองหนุ่มทั้งล้อ หยอก และแหย่กัน จนหลวงตาเห็น ได้ยินเลยปรามว่า

“เอาล่ะ ไอ้สองตัวนั่นเลิกทะเลาะกันเสียที ทะเลาะกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก กินข้าวก้นบาตรเดียวกัน ยังไม่เลิกกัดกันอีกแน่ะ”

พอทั้งสองสงบปากคำลง มหาเฉื่อยก็เอ่ยขึ้นมา

“วันนี้วันบุญ ชาวบ้านนามาตักบาตรทำบุญกันพร้อมหน้า หลวงพ่อท่านจะได้ถือโอกาสนี้ประกาศว่า...ไอ้ทวนกับไอ้เมินเด็กวัดบ้านนา ได้กลับมากวาดล้างสิ่งสกปรกกับอิทธิพลเถื่อนให้สิ้นไปจากบ้านนาของเรา”

“ไช...โย้...” หมอกกับทอกทำตัวเป็นหน้าม้าร้องขึ้น ชาวบ้านพากันปรบมือด้วยความชื่นชมยินดี

จากนั้น หลวงตาเริ่มเทศน์ว่า...

“ต่อไปนี้ พวกเราจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข พ่อแม่ก็ดูแลรักใคร่ลูกให้ดีๆ ลูกก็ทำหน้าที่ต่อพ่อแม่ให้ดีที่สุด

รักกันในครอบครัว มันจะได้เป็นรั้วป้องกันภัย น้ำท่วมได้มันก็ลดได้ ขอน้ำใจของพวกเราอย่าได้ลดลงตามน้ำเลย...”

“เทศน์ได้ประทับใจเหลือเกินขอรับหลวงพ่อ” กล่ำเอ่ยขึ้น

“แล้วอย่าฟังเปล่าๆ แบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาล่ะ นำไปปฏิบัติ อย่างที่ในหลวงท่านทรงพระราชทานแนวคิด อยู่ให้พอ ชีวิตพอเมื่อไหร่ นั่นแหละ...ความสุข”

ทุกคนพากันก้มลงกราบหลวงตาพร้อมกัน

ooooooo

ทำบุญตักบาตรฟังเทศน์แล้ว ชาวบ้านก็ทยอยกันกลับ สด แสน ศรีแพรกับศรีไพรพากันลงจากศาลาวัด เมิน ทวน ทอกกับหมอกทำทีเดินชมวิวรีรออยู่แถวบันไดศาลา

ศรีไพรบอกสดว่าให้กลับไปก่อนตนจะเลยไปอำเภอ ศรีแพรพูดแทรกขึ้นว่าตนจะพาแม่กลับไปเอง ทวนที่รีรออยู่เสนอตัวจะเป็นไม้กันหมาให้

“จะเดินไปส่งแม่กับไอ้แสนก็ดีเหมือนกันนะ ถึงเรื่องร้ายๆจะหมดไปจากบ้านนาแล้ว แม่ก็ยังไม่ไว้ใจ” สดพูดเชิงอนุญาต เมินได้ทีเลยรี่เข้าไปอาสาช่วยสดหิ้วของ ศรีแพรสะบัดค้อนให้ขวับหนึ่งแล้วทำเมินเฉย

“ส่วนผม...” ทวนเรียกความสนใจบ้าง สดเลยบอกศรีไพรว่า

“ศรีไพร ให้ทวนเขาไปเป็นเพื่อนซีลูก เผื่อกลางทางหมาเห่า พ่อทวนเขาจะได้ทำหน้าที่ไม้กันหมาให้”

เมิน ทอก กับหมอก เผลอหัวเราะก๊ากๆออกมา ทวนสะดุ้งมองตาขวาง หมอกรีบแก้สถานการณ์ พูดหยอกว่า

“งั้นก็แยกย้ายกันไปแบบ...แบบ...แบบลงตัว”

ศรีแพร สด และแสนแยกไป หมอกกับทอกขยับจะตาม ถูกเมินแกล้งกระแทกเซไปทางศรีไพร หมอกเลยประชดว่าตนไปกับทวนก็ได้ แล้วหันไปชวนศรีไพรไปกันเถอะ

ศรีไพรเห็นพวกหนุ่มๆกันท่ากันไปมาก็อดขำไม่ได้ เดินนำไปก่อน ทวนเสริมหล่อก่อนเดินเท่ตามศรีไพรไป

ooooooo

แม้ศรีไพรจะมีความรู้สึกดีๆกับทวนกลับคืนมา แต่ก็ยังระแวงเรื่องชาริณี ทวนเดินตามไปก็ง้อไปว่า

“ศรีไพร นี่ศรีไพรจะไม่ให้อภัยพี่จริงๆหรือ ที่พี่ต้องโกหกคนบ้านนาก็เพราะความจำเป็นจริงๆ ตอนที่พี่หายไปเพราะหลวงตาท่านขอทุนรัฐบาลให้พี่กับไอ้เมินไปเรียนต่อ พี่กับมันไปกันคนละทางเลยไม่รู้ใครไปเป็นอะไร”

ศรีไพรชะงัก หันกลับมองหน้าทวนเต็มตา ถามว่า

“เวลานานขนาดนั้น ก็สมเหตุสมผลไม่ใช่หรือ ที่คนบ้านนาจะคิดว่าพี่ไปติดคุก”

“ใครจะคิดยังไงก็ไม่สำคัญเท่ากับศรีไพรคิดนะ ตอนนี้พี่กลับมาแล้ว พร้อมจะร่วมกับชาวบ้านนาสู้ชีวิตหลังน้ำลด”

ศรีไพรนิ่งไปครูู่่หนึ่ง ตัดสินใจถามว่า “พี่ทวน แล้วชาริณีล่ะ”

ooooooo

ที่วัดบ้านนานี่เอง ชาริณีมาบวชชีพราหมณ์นุ่งขาวห่มขาวนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าแม่ชี ฟังแม่ชีพูดอย่างตั้งใจ

“ตัดสินใจให้ดี...อย่ารีบร้อน...อายุยังน้อยนัก ยังมีกำลังที่จะกลับไปสู้โลก สิ่งที่มันเกิดขึ้น มันจะผ่านไป มันจะพัดพาเอาความทรงจำเลวร้ายไปด้วย เวลา...มันกักเก็บอะไรไว้ไม่ได้ทั้งหมดหรอก”

“หนูต้องการ...ที่จะอยู่อย่างสงบสักพักค่ะแม่ชี มันอาจจะเป็นเวลาสั้นๆ หนูก็ไม่รู้ว่ามันจะใช้เวลานานแค่ไหนที่จะลืม ถ้าบุญมี...จะได้รับใช้ศาสนาในฐานะผู้หญิง ก็ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต”

“งั้นก็สมาทานศีล ทำจิตใจให้สงบ ชีวิตน่ะมีดีตรงที่... มันมา...แล้วก็ไป...”

แม่ชีนำชาริณีหลับตาทำสมาธิ ทวนกับศรีไพรก้าวเข้ามา ต่างหันสบตากันเงียบๆ

ooooooo

เมื่อเมินช่วยถือของให้ พาสด แสน และศรีแพร กลับถึงบ้าน สดบอกแสนให้เอาของขึ้นไปเก็บข้างบนเพื่อเปิดโอกาสให้เมินกับศรีแพรได้คุยกันตามลำพัง ศรีแพรยังทำหมางเมินไปคว้าคันเบ็ดกับข้องเดินออกไป

เมินเรียกไว้ ถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะไปตกปลามากิน พูดประชดว่าตนไม่ได้มีเงินดาวเงินเดือนเหมือนคนบางคน เมินติงว่าวันนี้วันพระนะ ทำเอาศรีแพรตกใจทิ้งข้องปลาพูดเขินๆว่าลืมไป

เห็นศรีแพรทำท่าผ่อนคลายลง เมินชี้แจงออดอ้อนว่า

“เลิกโกรธพี่เสียทีเถอะ นอกจากศรีแพรแล้ว พี่ไม่เคยรักใครเลยนะ พี่ไปอยู่กรุงเทพฯสิบปี คิดถึงศรีแพรทุกวัน พี่ตั้งใจว่า ถ้าไม่ได้ดีแล้วจะไม่กลับมาให้ศรีแพรอายใคร เพราะพี่คิดอย่างนั้นพี่ถึงอยู่ได้”

ศรีแพรทำท่าไม่เชื่อ สะบัดหน้าเดินห่างไป เมินอ่านใจเธอออก ยิ้มอย่างมีความหวังรีบตามไป

เพราะรีบเดินหนี เลยทำให้ศรีแพรตกคันนา เมินถลาไปช่วยเลยตกไปคลุกโคลนด้วยกัน ศรีแพรในอ้อมกอดเมิน มองหน้าเขาด้วยแววตาอ่อนโยน เมินอ้อนถามว่า
“ศรีแพรให้อภัยพี่แล้วใช่ไหม...งั้นคืนนี้...” เมินหันมองไปรอบๆอย่างระวังก่อนกระซิบว่า “คืนนี้ส่งตัวเลยนะ”

ooooooo

เมินวางแผนส่งตัว โดยให้ทวน ทอก และหมอกมาช่วยกันส่งขึ้นทางหน้าต่างห้องนอนของศรีแพร ปีนป่ายกันทุลักทุเลจนเกิดเสียงดัง สดลุกขึ้นมาร้องถามศรีแพรว่าเสียงอะไร เมินทำเสียงแมวร้องเมี๊ยวๆ...สดบ่นว่าเหมือนมีเสียงหมาเห่าอยู่ข้างล่าง ทวน ทอก และหมอก เลยช่วยกันเห่าช่วยกันหอนเสียงขรม

“แหม...มากันครบทั้งหมาทั้งแมวเลยนะแม่” แสนพูดขำๆ พอดีศรีแพรออกมาบอกแม่ว่าไม่มีอะไร แสนกับศรีไพรที่รู้กันอยู่ก็ช่วยกันตะล่อมพาแม่ไปนอน

เสียงหมายังเห่าหอนไม่หยุด ศรีแพรคว้ากระโถนปาไปที่พุ่มไม้ เสียงหมาหยุดทันที มีเสียงวิ่งกันป่าราบแทน

ไล่บรรดาหมาๆทั้งหลายไปแล้ว เมินกอดศรีแพรไว้อย่างมีความสุข กอดให้สมกับที่รอคอยวันนี้มานาน...

ooooooo

รุ่งขึ้นศรีไพรกับแสนไปตลาดกัน แสนถามว่าป่านนี้แม่จะรู้หรือยังว่าเมินปีนหน้าต่างหาศรีแพร ถ้าแม่รู้ ไม่รู้จะว่ายังไง ศรีไพรบอกว่า แม่ก็ดีใจน่ะซี ที่บ้านเราจะได้มีผู้ชายคอยดูแล และศรีแพรก็จะได้กลับมาเป็นผู้หญิงเหมือนเดิมเสียที

ไปเจอทวนเดินตามหลวงตามาบิณฑบาตที่ตลาด พอทวนเห็นศรีไพรก็ทิ้งหน้าที่ให้ทอกกับหมอกเดินตามหลวงตา ส่วนตัวเองหลบไปหาศรีไพรที่กำลังดูของในตลาด ทำทีบอกศรีไพรว่า

เมินไปติดคุกตลอดชีวิตแล้ว เมื่อไรตนจะถูกศรีไพรพิพากษาติดคุกตลอดชีวิตบ้าง
ศรีไพรบอกว่าถ้าเขาต้องโทษก็ไม่หนักหนาสาหัสหรอก ทวนแบะอกยอมรับโทษด้วยความเต็มใจ ศรีไพรเลยบอกว่าไม่มีอะไรมากแค่ให้ไถนาแทนควายเท่านั้น

“อีกแล้วเรอะ!” ทวนตาเหลือกเพราะเคยลิ้มรสมาแล้ว

ooooooo

เรื่องของเจ๊กตงกับเนี้ยวและสุมิตรยังไม่จบ เมื่อเจ๊กตงไม่ยอมให้เนี้ยวแต่งงานกับสุมิตร แต่เนี้ยวจะแต่งให้ได้ สุมิตรไปหาก็ถูกเจ๊กตงไล่ตีจนต้องหนีไปพึ่งหลวงตาที่บิณฑบาตผ่านมาพอดี

หลวงตาต้องเทศน์เพื่อแก้ปัญหาทางโลกอีกตามเคย “เจ๊กตง...ในเมื่อสุมิตรกับม่วยเนี้ยวรักกัน เจ๊กตงเป็นพ่อไม่อยากเห็นลูกมีความสุขหรือโบราณท่านว่า ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ผูกอู่ก็ต้องตามใจคนนอน เจ๊กตงไม่ได้ไปอยู่กับเขาสักหน่อย”

เจ๊กตงโอดครวญว่า ข้อนั้นตนเข้าใจ แต่แขกสุมิตรทำแสบ ยึดถือประเพณีแขกเคร่งครัด ต้องให้ผู้หญิงไปสู่ขอผู้ชาย บังคับให้เจ๊กตงต้องเอาทอง เงินสด พันธบัตร เครื่องหมายการค้ากับใบกำกับภาษีไปเป็นสินสอดทองหมั้นสู่ขอให้เนี้ยว

“อั๊วเสียทั้งเงิน ทั้งทอง ทั้งสินสอดทองหมั้นแล้วยังเสียลูกสาวอีก เจองูกับแขกไม่ตีแขกก่อนยังไงไหว พระคุณเจ้า”

เจ๊กตงเล่าไปร้องไห้ไปด้วยความแค้นใจ ทำเอาหลวงตา เทศน์ไม่ออก หันไปสบตากับมหาเฉื่อยอย่างกระอักกระอ่วนใจ

ooooooo

ทอกกับหมอกทุ่มโถมกำลังช่วยทวนไปไถนาแทนควายให้ศรีไพรตามเงื่อนไขที่ศรีไพรวางไว้ ทำเอาทั้งสองเหนื่อยแทบขาดใจ กลับมาถึงวัด บอกหลวงตาว่าอยากกลับไปเรียนหนังสือจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้ มหาเอาด้วย แต่คราวนี้หลวงตาไม่ส่งไปเรียนที่กรุงเทพฯเหมือนทวนกับเมิน  แต่หลวงตาจะสอนเอง

เมื่อทวนตัดสินใจแบะอกยอมรับเงื่อนไขของศรีไพรแล้ว ทวนทำสุดแรงจนสำเร็จและหาทางไปเจรจาสู่ขอศรีไพรกับสดด้วยตัวเอง โดยมีแสนเป็นตัวกลาง

แต่พอไปเจอหน้าสด ทวนกลับอึกอักพูดไม่ออก จนแสนต้องทั้งลุ้นทั้งให้กำลังใจ สดเองก็พอดูออก เลยถามตรงๆว่าพูดไม่ออกหรอ ทวนจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมด ขยับเข้าใกล้แล้วจับมือสดขึ้นมา เอ่ยเสียงอ่อน...อ้อน...

“แม่ครับ...ผมมาขอ...” อารามตื่นเต้นเลยยกมือสดขึ้นจูบก่อนบอกว่า “มาขอศรีไพรแต่งงานครับ

สดตกใจ ส่วนเมินที่ลุ้นอยู่ ดีอกดีใจที่เพื่อนจะได้ติดคุกหัวโตเหมือนตนแล้ว ทวนเขิน ลุกไล่เตะเมินแก้เกี้ยว ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของบรรดากองเชียร์ทั้งหลาย

ooooooo

หลวงตาสอนหนังสือให้ทอกกับหมอกมีมหาเฉื่อยพ่วงมาอีกคน หลวงตาถือไม้เรียวติดมือ สอนไม่จำก็หวดก้น จนนักเรียนโข่งทั้งสามหลังแอ่นร้องโอดโอย สุดท้าย มหาเสนอว่าวันนี้เอาแค่นี้ก่อนได้ไหม

ทอกพูดขึ้นก่อนเพื่อนว่า “ผมลาป่วย” หมอกรีบบอกว่า “ผมลากิจ” มหาพูดหน้าตายว่า “มหาเฉื่อยลาชั่วนิรันดรขอรับ”

หลวงตาระอาใจกับนักเรียนโข่งพวกนี้ ทอกโอดครวญว่าแบบนี้กลับไปทำนาดีกว่า หมอกก็บ่นว่าลาออกก็ไม่ได้กว่าจะเป็นมือปราบอย่างทวนได้ มีหวังตูดลายพร้อย หลวงตา บอกทั้งสองอย่างภูมิใจว่า

“ใช่...ไอ้ทวนกับไอ้เมินน่ะ...มันได้ดีเพราะไม้เรียวของข้า...”

แต่สำหรับการไถนาแทนควายในเนื้อที่นาหนึ่งร้อยไร่ของศรีไพรนั้น ทั้งเมิน หมอก และทอกแม้กระทั่งเจ๊กตง ต่างช่วยกันเต็มที่เพราะไม่อยากให้ทวนต้องนอนเดียวดายในหนาวที่จะมาถึงนี้

ระหว่างที่ชาวบ้านนากำลังฟื้นฟูหลังน้ำท่วมกันอย่างเร่งรีบเพื่อให้ทันกับฤดูกาลทำนานั้น สไบกับแหว่งอาศัยจังหวะนี้แอบกลับมาที่บ้านเศรษฐีบุญช่วยเพื่อขุดทองที่สไบเม้มไว้แล้วให้แหว่งเอาไปซ่อน

แต่แทนที่จะได้ทอง กลับถูกเมินจับกุม พร้อมกับบอกว่า ทองทั้งหมดนั้นตำรวจยึดและตกเป็นของหลวงไปแล้ว

ooooooo

ในที่สุด นาหนึ่งร้อยไร่ของสดก็ไถเสร็จ นั่นหมายถึงเวลาที่ทวนติดคุกใกล้เข้ามาทุกที

ขบวนขันหมากมาขอแต่งงานของทวน อึกทึกครึกโครม ชาวบ้านพากันมาร่วมขบวนร้องรำกันอย่างสนุกสนาน ขบวนบ่ายหน้าไปที่บ้านเรือนไทยของสด เพื่อสู่ขอศรีไพร

สดตื่นเต้นมาก จนศรีแพรบอกแม่ว่าให้เก็บอาการหน่อยยังไงวันนี้แม่ก็มีลูกเขยคนที่สองแน่

เมื่อขบวนขันหมากมาถึง สดเร่งให้รีบขึ้นเรือนเร็วๆ ทวนถูมืออย่างมันเขี้ยว บอกเมินอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องว่า

“ฉันพร้อมที่จะติดคุกตลอดชีวิตเหมือนแกโว้ย...”

ขณะขบวนขันหมากกำลังจะยกขึ้นเรือนนั่นเอง ช้อยก็ร้องเสียงดังมาแต่ไกล บอกทุกคนอย่างตื่นเต้นว่าอย่าเพิ่งแต่ง ให้พาตนส่งโรงพยาบาลก่อน

กล่ำวิ่งมาบอกว่าช้อยกำลังจะออกลูก ทำเอาทุกคนร้องพร้อมกัน “อีกแล้วเหรอ...”

ปรากฏว่าพาช้อยส่งโรงพยาบาลไม่ทัน ช้อยบัญชาการให้ทุกคนช่วยกันเบ่งหน่อยเพราะหัวเด็กโผล่ออกมาแล้ว พลางก็ส่งสัญญาณ “หายใจเข้าลึกๆหายใจออกยาวๆหนึ่ง... สอง...สาม...เอ้าเบ่ง...อื๊ดดดดด”

ทุกคนส่งเสียงช่วยกันเบ่ง วินาทีนั้นเองเสียงเด็กก็ร้องไห้จ้าขึ้น เป็นชีวิตใหม่ที่ออกมาในวันมงคลจริงๆ...

ooooooo

วันนี้ ที่ลานวัดบ้านนา นายอำเภอเรียกประชุมชาวบ้านเพื่อแจกพันธุ์ข้าวพระราชทาน นายอำเภอเดินนำเกษตรกรถือพานทองบรรจุข้าวปลูกพระราชทานเข้ามา สดพูดออกมาอย่างปลื้มปีติว่า

“ข้าวปลูกพระราชทานของในหลวงท่าน ทรงพระมหา– กรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อพวกเราชาวนา ในหลวงพระราชทานพันธุ์ข้าวปลูกให้ชาวนาหลังน้ำท่วม ขอจงทรงพระเจริญ...”
เสียงร้องรับ “ขอจงทรงพระเจริญ...ทรงพระเจริญ...” กึกก้องไปทั่วบ้านนา

พันธุ์ข้าวพระราชทาน หว่านลงในท้องนาที่ไถคราดไว้เรียบร้อยแล้ว...ไม่นาน ท้องนาก็กลายเป็นสีเขียวขจี ต้นกล้าไหวเอนไปตามแรงลมเป็นละลอกคลื่นสวยงาม

แล้วท้องนาที่เขียวขจี ก็เปลี่ยนเป็นสีทองไปทั้งทุ่ง...

หลังการเก็บเกี่ยว มีงานวัดที่วัดบ้านนา ชาวบ้านนาพากันไปทำบุญและเที่ยวงานวัดกันอย่างสนุกสนาน มีความสุข ความสงบร่มเย็น กลับคืนมาสู่บ้านนาอีกครั้ง...

ooooooo

–อวสาน–

เพลงรักบ้านนา ตอนที่ 20

อ่านเรื่องย่อ

เพลงรักบ้านนา

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement