advertisement

ลูกทาส ตอนที่ 13

บทประพันธ์ รพีพร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย เอกลิขิต
11 เม.ย. 2557 07:54

การตัดสินใจของพระยานิติธรรมธาดาทำให้น้ำทิพย์หงุดหงิดไม่น้อย ไม่เห็นด้วยกับตุลาการหนุ่มที่จะเลี้ยงตุ๊กตาอย่างเมียก้นครัว ต้องหลบๆซ่อนๆไม่ให้คู่หมั้นสาวรู้เรื่องเพราะกลัวเสื่อมเสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล แก้วรับฟังด้วยความไม่สบายใจ ไม่เห็นด้วยกับตุลาการหนุ่มเช่นกันแต่พูดมากไม่ได้

“ที่คุณน้ำทิพย์พูดมาก็ถูกทุกประการ แต่ในเมื่อท่านเจ้าคุณก็ดูแลตุ๊กตากับลูกเหมือนเดิม แลตุ๊กตาก็เต็มใจให้เป็นเช่นนี้ เราเป็นคนนอก ก็คงพูดอะไรไม่ได้มากดอกขอรับ”

“เต็มใจหรือจำใจกันแน่จ๊ะแก้ว ฉันเป็นผู้หญิงเหมือนกัน รู้ดีว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากกินน้ำใต้ศอกดอกนะ ยิ่งมาก่อนด้วยแล้ว มันยิ่งทำใจยาก แต่ที่ต้องยอมก็เพราะความรัก ผิดกับผู้ชายที่เห็นแก่ศักดิ์ศรีแลความคู่ควรมาก่อน”

แก้วลำบากใจเพราะฝ่ายก็คนรัก อีกฝ่ายก็ผู้มีพระคุณ น้ำทิพย์มองมาอย่างเข้าใจดีและเปลี่ยนเรื่องสนทนาเพราะไม่อยากให้เขาเครียด แก้วยินดีมากเมื่อทราบว่าพระยาไชยากรมีอาการดีขึ้น สุขภาพใจและกายแข็งแรง พร้อมไปยื่นคำร้องเพื่อไปรับราชการอีกครั้ง น้ำทิพย์พลอยโล่งใจไปด้วย แต่ยังไม่มั่นใจเพราะพ่อเคยยื่นไปหลายครั้งแต่ถูกปฏิเสธทุกครั้ง...บางทีข้าราชการรุ่นคุณพ่ออาจไม่จำเป็นสำหรับความก้าวหน้าของสยามก็เป็นได้

ในขณะที่พระยาไชยากรพยายามอย่างหนักเพื่อกลับเข้าราชการ...แก้วกลับได้ดิบได้ดี ก้าวหน้าในหน้าที่การงานจนได้เลื่อนขั้นเป็นเสมียนเพราะมีปัญญาและความสามารถจนเจ้านายเล็งเห็น อดีตทาสหนุ่มยังไม่มั่นใจ กลัวอายุที่น้อยและชาติกำเนิดของตนจะทำให้ข้าราชการคนอื่นหมั่นไส้ เจ้านายประจำกระทรวงต้องพูดให้สบายใจ

“เวลานี้จะยึดอาวุโสไม่ได้ดอก ด้วยบ้านเมืองต้องเร่งเปลี่ยนแปลง คนรุ่นเก่าแม้จะแก่วิชาแต่ก็ยึดขนบธรรมเนียมเก่าๆมากไป ตอนนี้คนรุ่นหนุ่มที่มีความคิดก้าวหน้าจึงจำเป็นกว่า”

แก้วลังเล กลัวข้าราชการคนอื่นไม่ยอมรับแต่เจ้านายประจำกระทรวงยืนกรานและแนะนำให้เขารอเวลาไปเรียนโรงเรียนสอนกฎหมายที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว จะทรงจัดตั้งในไม่ช้า แก้วตื่นเต้นมาก มีความหวังจะก้าวหน้าในหน้าที่การงานและมีอนาคตที่ดี ไม่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้ลูกทาสในเรือนเบี้ยตลอดชีวิต

ฝ่ายน้อมปลื้มมากที่แก้วได้เลื่อนตำแหน่ง อบเชยไม่อยากเชื่อแต่ไม่อยากดูถูก เพราะรู้ดีว่าแก้วเป็นคนรักเรียนและใฝ่หาความก้าวหน้าเพียงใด น้อมท้าให้ไปถามจากปากเจ้าตัว แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินคนในตลาดเอ่ยทักบุญเจิมว่าเป็นเมียแก้วเพราะความเข้าใจผิด น้อมโมโหหึงและแล่นไปฟ้องนิ่มกับน้ำทิพย์ถึงเรือนพระยาไชยากร น้ำทิพย์หน้าเสีย โต้ว่าเป็นความเข้าใจผิด ต่างจากน้อมที่โวยลั่นราวกับแก้วเป็นคนรักของตัวเอง

“ฉันพูดเรื่องจริง น้ำตาลใกล้มดใครมันจะอดได้ พ่อแก้วนะพ่อแก้ว กำลังจะก้าวหน้าในราชการอยู่แล้ว ถ้าไปได้ผู้หญิงขี้คุกมาเป็นเมีย มิต้องหยุดอยู่แค่เสมียนดอกหรือ ไหนว่าคุณน้ำทิพย์เป็นคนรักของแก้ว ทำไมไม่ห้ามปราม”

น้ำทิพย์มีท่าทีอึกอัก จนด้วยถ้อยคำอธิบาย นมอ้อนเห็นด้วยกับน้อมทุกประการ อยากให้เจ้านายสาวกำราบบุญเจิมไว้บ้างถ้าไม่อยากให้มีปัญหาเหมือนครั้งก่อน แต่น้ำทิพย์ไม่สบายใจและคิดว่าควรปล่อยทุกอย่างให้แก้วเป็นคนตัดสินใจ ไม่อยากให้ลำบากใจที่ต้องผิดใจกับบุญเจิมซึ่งเขารักเหมือนน้องสาวเพราะตน

ooooooo

พระยาไชยากรเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจเรื่องบุญเจิม แถมบอกนิ่มว่าเป็นเรื่องดีเพราะลูกทาสอย่างแก้วเหมาะกับทาสด้วยกันอยู่แล้ว อย่าได้คิดอาจเอื้อมตีตัวเสมอน้ำทิพย์ แต่เรื่องที่ทำให้พระยาจอมงกหัวเสียอย่างหนักคือจดหมายแจ้งปฏิเสธการกลับเข้าราชการและการมาถึงของมาโนชเพื่อขอถอนหมั้นน้ำทิพย์!

เมื่อเค้งทราบเรื่องมาโนชถอนหมั้นน้ำทิพย์ก็เบ้หน้า ดูถูกว่ายอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้ เฉียวหูมีหัวคิดมากกว่าและคิดว่าคนเจ้าแผนการและร้ายกาจอย่างมาโนชคงมีความคิดซับซ้อนกว่านั้น ที่ถอนตัวคงเพราะอยากให้พระยาไชยากรตายใจและหาจังหวะกลับไปปล้นสมบัติและฉุดน้ำทิพย์มาทำเมียน้อยอีกครั้ง เค้งเหยียดยิ้มน้อยๆ เช่นเดียวกับเฉียวหู

“ผู้หญิงก็ให้มันไป แต่สมบัติต้องเป็นของพวกเรา ใครรู้เห็นก็ปิดปากมันเสียให้หมด!”

ฟากบุญเจิมไม่สบายใจเรื่องคนในตลาดเข้าใจผิดความสัมพันธ์ของเธอกับแก้วว่าเป็นผัวเมียกัน แต่เมื่อเห็นความรักและหวังดีของเขาที่มีต่อกริชลูกของอ่อนก็อดมีความหวังไม่ได้ อยากมีครอบครัวอบอุ่นและสงบสุขอีกครั้ง หลังจากที่ต้องผ่านความทุกข์ทรมานมานาน แต่สุดท้ายความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็ทำให้ตัดใจ ไม่อยากเข้าไปแทรกกลางความรักของแก้วกับน้ำทิพย์ แต่นมอ้อนไม่เชื่อและจงใจหาโอกาสไปพูดยุแยงให้เธอไปจากแก้ว

“เอ็งก็รู้ว่าคุณน้ำทิพย์กับพ่อแก้วรักกัน แลฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันมามาก แต่เวลานี้คุณน้ำทิพย์เธอต้องทุกข์ใจเพราะเอ็งอยู่ที่เรือนพ่อแก้ว หากเอ็งคิดจะแย่งก็ขอให้รู้ไว้เถิดว่าเอ็งกำลังทำบาป”

บุญเจิมตั้งท่าจะปฏิเสธแต่นมอ้อนไม่ฟังและขอร้องให้ไปจากชีวิตแก้วเสีย ถ้าไม่อยากทำลายชีวิตรักและหน้าที่การงานของเขา น้ำทิพย์ซึ่งผ่านมาได้ยินพร้อมกับแก้ว ทนไม่ไหวและขอร้องให้นมอ้อนหยุดพูดทำร้ายจิตใจบุญเจิมเสียที แก้วไม่สบายใจมาก ไม่เคยรู้มาก่อนว่าความรักและเอ็นดูที่มีให้บุญเจิมจะก่อปัญหาเช่นนี้ น้ำทิพย์เข้าใจดีและขอโทษแทนนมอ้อนที่พูดจารุนแรงกับบุญเจิม

“นมอ้อนทำไปเพราะรักฉัน แลระแวงบุญเจิม เพราะบุญเจิมเคยหึงหวงแก้วจนนำเรื่องที่เรือนขังทาสไปบอกคุณพ่อ จนแก้วเกือบต้องตายมาแล้ว นมอ้อนจึงเกรงว่าบุญเจิมจะทำอีก”

“กระผมเข้าใจดี แลไม่ได้ตำหนิคุณนมเลย แต่อยากจะขอให้คุณนมให้โอกาสนังเจิมมันบ้างเท่านั้นเองขอรับ นังเจิมมันสำนึกผิดแล้ว แลมันก็ได้ชดใช้ในความขาดสติของมันแล้ว...แพงมากเสียด้วยสำหรับผู้หญิง
คนหนึ่ง”

น้ำทิพย์หน้าเศร้าลง พูดไม่ออกเพราะบุญเจิมเสียสละเพื่อแก้วมากจนยากจะปฏิเสธ แก้วเข้าใจความรู้สึกคนรักดี จึงจับมือและแสดงความจริงใจ “ที่นี่ในเขตวัด ไอ้แก้วไม่กล้าปดดอกขอรับ ผู้หญิงคนเดียวที่กระผมรักคือคุณน้ำทิพย์เท่านั้น แต่ถ้าจะให้กระผมทิ้งนังเจิมก็เลวเกินคน เพราะนังเจิมมันไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว นอกจากกระผม”

“ฉันเองก็ไม่เคยต้องการให้แก้วทำแบบนั้นดอกจ้ะ เพราะถ้าแก้วทอดทิ้งบุญเจิมเพราะฉัน ฉันก็คงไม่เชื่อว่าแก้วรักฉันจริง หากแต่มันเป็นความเห็นแก่ตัวมากกว่า”

ฝั่งบุญเจิมเครียดหนัก เชื่อตามนมอ้อนว่าตัวเองเป็นตัวขวางความรักและความเจริญของแก้ว เลยตัดใจเก็บของเตรียมไปอยู่ข้างนอกตามลำพัง แต่โชคร้ายเจอกับเข้มที่กำลังอยากฝิ่นอย่างหนักและรีดไถ่เงินจากเธอ แก้วตามมาช่วยทันเวลาและพาเธอกลับบ้าน แถมต่อว่าที่คิดตีจากโดยที่เขาไม่ยินยอม

บุญเจิมร้องไห้สะอึกสะอื้น รู้สึกผิดที่เป็นตัวถ่วง “พี่คงคิดว่าพี่ติดค้างฉันใช่หรือไม่ พี่ถึงต้องคอยดูแลฉัน ไม่จริงดอกพี่แก้ว ฉันช่วยพี่เพื่อไถ่โทษที่ฉันทำร้ายพี่กับคุณน้ำทิพย์ต่างหาก พี่ไม่เคยติดค้างอะไรฉันเลย”

“เอ็งเข้าใจผิด ข้าดูแลเอ็งเพราะเอ็งเป็นน้องข้า เรื่องนี้ข้าจะไม่พูดกับเอ็งอีก แต่ขอให้เอ็งจำเอาไว้ว่าถ้าเอ็งหนีไปเพราะอยากช่วยข้า ข้าจะลาออกจากราชการทันที ถ้าน้องคนเดียวข้าดูแลไม่ได้ แล้วข้าจะรับราชการไปช่วยใคร”

บุญเจิมร้องไห้โฮ ซาบซึ้งในน้ำใจแก้วมากที่ไม่รังเกียจคนขี้คุกอย่างเธอ แก้วจำต้องลูบหลังปลอบโยนเพราะเข้าใจความรู้สึกอึดอัดดี กว่าบุญเจิมจะคลายเศร้าก็เป็นเวลาหัวค่ำ แก้วตัดสินใจไปตามหาเข้มแถวโรงฝิ่นเพื่อจ้างให้หาข่าวความเคลื่อนไหวของมาโนช เพราะเชื่อว่าจะต้องก่อเหตุไม่ดีแน่ เลยอยากรู้ข่าวเพื่อหาทางป้องกัน

“ข้าไม่เชื่อเป็นอันขาดว่าคนอย่างคุณมาโนชจะยอมถอย ข้าจึงอยากให้เอ็งตามสืบเรื่องนี้ให้ข้า เพราะเอ็งอยู่ในโรงฝิ่น ย่อมหาข่าวสารพวกอั้งยี่หรือพวกนักเลงที่มาสูบฝิ่นได้ไม่ยาก แลข้าจะให้เบี้ยตอบแทน”

“ถ้าไม่ต้องเผชิญหน้ากับคุณมาโนช ข้าทำได้ทั้งนั้นแหละ ข้าจะบอกเอ็งเรื่องอั้งยี่ที่คุณมาโนชเลี้ยงไว้ก็แล้วกัน ถือว่าตอบแทนบุญคุณที่เอ็งให้เบี้ยข้า มันสองคนชื่อเฉียวหูกับเค้ง มีฝีมือน่ากลัวมาก มาอยู่กับคุณมาโนชตั้งแต่พวกอั้งยี่แตกกระสานซ่านเซ็นไปหลายเดือน ตอนนี้พวกมันเริ่มรวมตัวกันใหม่ น่าจะทำอะไรสักอย่างแต่ยังไม่มีใครรู้”

แก้วพยักหน้ารับช้าๆ พอใจมากเพราะเพียงครั้งแรกก็ได้ข่าวที่ต้องการจากเข้มแล้ว

ooooooo

มาโนชไปเอาของหมั้นคืนจากพระยาไชยากรในหลายวันต่อมา ยิ้มเยาะและแสร้งขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ที่พ่อของเขาไม่ได้มาพูดยกเลิกด้วยตัวเอง พระยาจอมงกไม่ยี่หระ ค่อนแคะว่าตนคงสิ้นวาสนาไร้ประโยชน์ แล้วคงไม่มีค่าพอให้ใครมาเสียเวลาเจรจา แต่ถึงกระนั้นก็อดเสียดายไม่ได้ เพราะยังไงศักดิ์ศรีมาโนชก็ดีกว่าลูกทาสอย่างแก้ว

เฉียวหูกับเค้งมองท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องของมาโนชอย่างเหยียดๆ รู้ดีว่าไม่อยากได้อะไรมากไปกว่าทรัพย์สมบัติของพระยาไชยากร โดยเฉพาะลูกสาวสุดสวยอย่างน้ำทิพย์ เค้งอิดออดไม่อยากรับใช้ แต่เฉียวหูอยากให้อดทนเพราะความโง่ของมาโนชจะทำให้เหล่าอั้งยี่ได้ประโยชน์อย่างมหาศาล...เดี๋ยวพวกเราก็จะได้กลับมาเป็นใหญ่อีกครั้ง!

ด้านแก้ว...ไม่สบายใจและเป็นห่วงความเป็นอยู่ของตุ๊กตากับลูก เลยตัดสินใจถามพระยานิติธรรมธาดาว่าบอกเรื่องตุ๊กตาให้คนอื่นทราบหรือไม่ ตุลาการหนุ่มหน้าเครียด แต่สุดท้ายก็เลือกสารภาพกับพระยาเดชารณภพและลออ แต่เรื่องที่น่าหนักใจกว่าคือหากดารารู้ความจริงจะมีปฏิกิริยาเช่นไร พระยาขี้เมาเริ่มกังวล เพราะแม้เรื่องนี้จะเป็นธรรมดาในสังคมไทย แต่ว่าที่ลูกสะใภ้เติบโตในเมืองฝรั่ง อาจรับไม่ได้ก็ได้

พระยานิติธรรมธาดาหนักใจไม่แพ้กัน แต่เพื่อความเป็นธรรมกับคู่หมั้นสาวเลยต้องไปสารภาพเรื่องตุ๊กตากับลูกในเช้าวันต่อมา ดารามีสีหน้าเรียบเฉยจนยากจะเดาว่ารู้สึกกับเรื่องนี้อย่างไร

“ฉันยอมรับผิดทุกอย่างที่ไม่ได้บอกเธอก่อน หากเธอต้องการให้ฉันรับผิดชอบประการใด ฉันก็ยินดี”

ดารานิ่งไปครู่ก่อนจะยิ้มบางๆ “อย่างที่เจ้าคุณพ่อของท่านเจ้าคุณบอกล่ะค่ะ ในสยามไม่ถือสาเรื่องนี้ แลท่านเจ้าคุณก็อายุไม่น้อยแล้ว หากไม่มีใครเลย กลับจะน่าแปลกใจกว่า แต่ถึงกระนั้นฉันก็ไม่ได้เห็นด้วยดอกนะคะ”

พระยานิติธรรมธาดายิ้มแย้มชอบใจ “ขอบใจเธอมาก แต่เธอไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายเหมือนเรือนอื่นดอกนะ เพราะฉันให้ตุ๊กตากับลูกอยู่คนละเรือนกับเธอ ไม่มาเกี่ยวข้องกันเป็นอันขาด”

พระยานิติธรรมธาดาโล่งใจ แต่ต้องหน้าเจื่อนเมื่อดาราขอเจอตุ๊กตากับลูก ตุลาการหนุ่มจำยอมตามใจ คิดว่าเรื่องคงจบเพราะได้เปิดอกคุยกันทั้งสองฝ่าย แต่ภาพความรักและเอ็นดูของพระยาเดชารณภพกับลออที่มีต่อหลานชายคนแรก รวมทั้งเมียบ่าวอย่างตุ๊กตาทำให้อดระแวงไม่ได้ ดารากลัวว่าที่สามีจะรักเมียบ่าวมากกว่าเลยตัดสินใจขอให้เขาให้เงินก้อนแก่ตุ๊กตากับลูกและห้ามยุ่งเกี่ยวด้วยอีกตลอดชีวิต ตุลาการหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำขนาดนั้น

“ฉันแค่อยากป้องกันไว้ก่อนค่ะ ท่านเจ้าคุณก็ทราบไม่ใช่หรือคะ ว่าบางเรือนถึงกับบังคับให้ลูกชายที่เกิดจากเมียบ่าวต้องบวชไม่สึกเลยทีเดียว เพื่อจะได้ไม่ต้องเข่นฆ่ากันภายหลัง”

“ตุ๊กตาเป็นคนเจียมตัว เธอก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือ แลตุ๊กตาก็จะสอนลูกให้เจียมตัวเช่นกัน แถมลูกที่เกิดจากฉันกับเธอเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ในการสืบทอดตระกูลต่อไป ถึงขั้นนี้แล้วจะต้องกลัวการเข่นฆ่าแย่งชิงสมบัติไปทำไมกัน”

ดารายืนกรานตามเดิม ไม่ยี่หระแม้แต่น้อยที่คู่หมั้นหนุ่มจะตัดพ้อต่อว่าเธอใจไม้ไส้ระกำ บังคับให้เขาตัดขาดลูก

“ถ้าอย่างนั้น ท่านเจ้าคุณก็ต้องเลือกค่ะ เพราะฉันจะไม่ยอมอยู่กับความหวาดระแวงเป็นอันขาด แลฉันจะไม่ยอมให้ลูกของฉันต้องนับพี่นับน้องกับลูกบ่าวด้วย ท่านเจ้าคุณเป็นคนชาญฉลาด น่าจะรู้นะคะว่าควรเลือกทางไหน”

พระยานิติธรรมธาดาลำบากใจมาก รู้ดีว่าหากขัดใจคู่หมั้นสาวคงจะเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้พ่อแม่พลอยเสื่อมเสีย ตกดึกคืนนั้นเอง เขาจึงไปหาตุ๊กตาถึงเรือนแพเพราะอยากถามอะไรบางอย่าง

“ฉันให้ตุ๊กตากับลูกแยกมาอยู่เช่นนี้  แลยังไปหมั้นหมายกับผู้หญิงอื่นอีก ตุ๊กตาเคยนึกโกรธเคืองฉันบ้างหรือไม่”

“ถ้าพูดถึงโกรธ ตุ๊กตาไม่เคยโกรธท่านเจ้าคุณดอกค่ะ ถ้าจะโกรธก็โกรธโชคชะตาตัวเอง ที่เกิดมาต้อยต่ำเกินไป แต่ถึงเวลานี้ตุ๊กตาทำใจได้แล้วค่ะ ถึงท่านเจ้าคุณแต่งงานกับคุณดาราวันนี้ ตุ๊กตาก็ไม่เสียใจหรือน้อยใจอีกแล้ว”

“แล้วอะไรทำให้ตุ๊กตาทำใจได้ เวลาที่ผ่านไปนานเข้าอย่างนั้นหรือ”

“ไม่ใช่ค่ะ ลูกต่างหากล่ะคะ ลูก...ทำให้ตุ๊กตารู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด ขอเพียงตุ๊กตามีโอกาสได้เลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นคนดีเหมือนพ่อของเขา ความเสียใจหรือน้อยใจอย่างอื่นก็ไม่มีความหมายแล้วล่ะค่ะ”

พระยานิติธรรมธาดาสะเทือนใจมาก ความรู้สึกผิดถาโถมเพราะไม่อยากทิ้งตุ๊กตากับลูก แก้วทราบเรื่องในเช้าวันต่อมาและเห็นใจตุลาการหนุ่มมาก แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเพราะหนักหนาเกินที่ลูกทาสอย่างเขาจะแนะนำ พระยานิติธรรมธาดาตัดสินใจเด็ดขาดและไปหาคู่หมั้นสาวที่บ้านบ่ายวันเดียวกัน ดาราเข้าใจว่าเขาคงเลือกเธออย่างไม่ต้องสงสัยก็นึกกระหยิ่มใจ แต่เขากลับทำให้เธอผิดหวังเมื่อบอกว่าไม่สามารถทิ้งตุ๊กตากับลูกได้

“ฉันสัญญาจะไม่ยกใครเหนือกว่าเธอหรือลูกที่เกิดจากเธอเป็นอันขาด ด้านทรัพย์สมบัติ ฉันก็จะทำหนังสือแจกแจงให้ชัดเจน ไม่ให้เธอต้องเดือดร้อนดอก”

ดาราไม่พูดอะไรเลย แต่แสดงออกรุนแรงด้วยการให้บ่าวไพร่ขนของหมั้นมาเทลงพื้น พระยานิติธรรมธาดาโมโหมาก ไม่อยากเชื่อว่าลูกสาวเจ้าพระยาซึ่งร่ำเรียนธรรมเนียมฝรั่งจากเมืองนอกเมืองนาจะทำเช่นนี้

“ฉันไม่อยากเก็บของพวกนี้ไว้เป็นราคีแก่เรือนฉันค่ะ เมื่อท่านเจ้าคุณเห็นนังไพร่นั่นดีกว่าฉัน ก็เชิญท่านเจ้าคุณกลับไปหามันเถอะค่ะ ของของท่านเจ้าคุณ ฉันก็ไม่ต้องการ”

“ฉันน่ะหรือเห็นตุ๊กตาดีกว่าเธอ ตรงข้าม...ฉันให้เกียรติเธอมากกว่าด้วยซ้ำ แต่เธอจะให้ฉันเอาเงินฟาดหัวตุ๊กตากับลูกแล้วทิ้งเขา โดยที่เขาไม่มีความผิดอะไรมันโหดร้ายเกินไป หรือเธออยากเห็นฉันเป็นคนทมิฬหินชาติ”

“พูดอย่างนี้...หมายความว่าฉันบังคับให้ท่านเจ้าคุณเป็นคนเลวอย่างนั้นหรือคะ ทั้งที่เรื่องมันเกิดจากความมักมากของท่านเจ้าคุณเองต่างหาก ทำไมถึงไม่คิดบ้าง”

“ฉันรู้ตัวว่าผิด แต่เธอเรียกร้องสิ่งที่ฉันให้ไม่ได้ จะให้ฉันทำอย่างไร”

“ก็ไม่ต้องทำอย่างไรดอกค่ะ ในเมื่อท่านเจ้าคุณไม่รู้ว่าอันไหนทองอันไหนกระเบื้อง ก็ป่วยการจะคุยแล้ว แค่เอาของหมั้นของท่านเจ้าคุณไปให้พ้นเรือนฉันก็พอ!”

ooooooo

แม้พระยานิติธรรมธาดาจะไม่พอใจอย่างหนักเพราะถูกอดีตคู่หมั้นขว้างปาข้าวของจนกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านทั่วคุ้งน้ำ แต่น้ำทิพย์ชอบใจมากและนับถือในความเป็นสุภาพบุรุษของตุลาการหนุ่มที่กล้าประกาศความต้องการของตัวเองให้ดารารับรู้ หากเป็นชายอื่นอาจจะรับปากไปก่อนและแอบเลี้ยงตุ๊กตาเป็นเมียเก็บเป็นแน่

แก้วยิ้มรับ ไม่แปลกใจเพราะเชื่อว่าคนอย่างพระยานิติธรรมธาดาเป็นคนรักความยุติธรรม น้ำทิพย์อยากจะพูดขอความเป็นธรรมให้ตุ๊กตาบ้าง แต่ไม่ทันได้พูดก็ต้องถูกพระยาไชยากรลากกลับเรือนเสียก่อน เพราะไม่อยากให้มาเกลือกกลั้วกับอดีตทาสอย่างแก้ว น้ำทิพย์พยายามแก้ต่างให้คนรักว่าได้เป็นข้าราชการไม่ไร้เกียรติเหมือนแต่ก่อน นิ่มมาช่วยไกล่เกลี่ย ไม่อยากให้สามีอคติเพราะเชื่อว่าแก้วอาจได้เป็นขุนเพราะเป็นคนใฝ่ดี พระยาไชยากรเบะปากดูถูก

“ถึงได้เป็นขุนก็ล้างกลิ่นสาบทาสไม่ได้ดอก เพราะมันเป็นลูกทาสในเรือนเบี้ย มันเกิดที่นี่...ที่เรือนทาสอีกิ่ง”

น้ำทิพย์ทนไม่ไหวโต้กลับแทนคนรัก “แล้ววิชาความรู้ของแก้วล่ะคะ มันล้างสาบทาสไม่ได้เลยหรือ แก้วอุตส่าห์เล่าเรียน แม้จะถูกกีดกัน ถูกลงโทษเท่าใดก็ตามเพื่อรอวันได้เป็นไท แล้วใช้วิชาความรู้ให้เป็นประโยชน์ ความเพียรแลใฝ่ดีของแก้วมันไม่มีค่าเท่ากับสายเลือดที่เลือกเกิดเองไม่ได้เลยหรือคะ”

พระยาไชยากรโมโหมาก “ลูกอย่ามาย้อนพ่ออย่างนี้นะน้ำทิพย์ ไม่ว่าไอ้แก้วมันจะดีวิเศษยังไง พ่อก็ไม่มีวันให้ลูกแต่งงานกับมันเด็ดขาด หากพ่อสิ้นแรงใกล้ตาย พ่อก็จะไปฆ่ามันก่อน”

ฝ่ายเข้มแฝงตัวไปทำงานในโรงฝิ่นเพื่อสืบข่าวจากเฉียวหูกับเค้ง และก็ไม่ผิดหวังเพราะได้ความว่าสองอั้งยี่วางแผนจะปล้นเรือนพระยาไชยากร เมื่อแก้วทราบเรื่องก็ตกใจมาก ถามไถ่อย่างร้อนรนว่าจะลงมือเมื่อใด เข้มส่ายหน้าไม่รู้ แต่เชื่อว่าน่าจะเร็ววันนี้เพราะมาโนชฝังใจกับน้ำทิพย์และทรัพย์สมบัติมหาศาลของพระยาไชยากร แก้วยื่นถุงค่าจ้างให้เข้มและขอให้เปลี่ยนไปตามมาโนช เพราะเชื่อว่าต้องเคลื่อนไหวอะไรน่าสงสัยแน่ๆ

แก้วตัดสินใจไปเตือนพระยาไชยากรตอนเจอกันที่กระทรวงยุติธรรมในวันต่อมา แต่พระยาจอมงกไม่เชื่อเพราะเชื่อว่าตัวเองเลี้ยงมาโนชมาตั้งแต่เด็ก คงไม่คิดเนรคุณเช่นนั้นแน่

“กระผมไม่ได้กล่าวหาโดยเลื่อนลอยนะขอรับ เพียงแต่บอกไม่ได้เท่านั้นว่าได้ข่าวมาจากที่ใด คุณมาโนช วางแผนย้ายออกไปเพื่อให้คุณนายน้อมถอนพวกนักเลงออกจากเรือน จะได้สมคบพวกอั้งยี่เข้าปล้นขอรับ”

“กูไม่เชื่อ...มึงไสหัวไปได้แล้วไอ้แก้ว กูมาที่นี่เพื่อยื่นคำร้องกลับเข้าราชการ ไม่ได้มาฟังมึงโป้ปดมดเท็จ”

แก้วเหนื่อยใจแต่ไม่ยอมแพ้ และส่งข่าวให้ลอยกับพวกนักมวยมาช่วยป้องกันเรือนพระยาไชยากร แถมไปบอกน้อมให้เตรียมพวกนักเลงไว้ให้พร้อม เพราะเชื่อว่ามาโนชกับพวกอั้งยี่ต้องลงมือในเร็ววันแน่

ฟากมาโนชเดินตรวจโรงสีร้างนอกเมืองด้วยความชอบใจ นึกฝันหวานจะได้ขึ้นสวรรค์กับน้ำทิพย์ในอีกไม่กี่เพลา เฉียวหูกับเค้งแอบยิ้มเยาะและถามว่าจะให้ลงมือปล้นเมื่อใด มาโนชใจร้อนอยากทำให้เสร็จสิ้นในคืนนี้

เข้มซึ่งแอบสะกดรอยตามมาโนชตลอดสะดุ้งเฮือก นึกกลัวแทนพระยาไชยากรกับน้ำทิพย์ที่จะถูกปล้นและฆ่าตายคาเรือนวันนี้ เค้งกับเฉียวหูได้ยินเสียงขลุกขลักจากมุมหนึ่งจึงรีบไปดูและตามไปฆ่าเข้มปิดปากเพราะไม่อยากเสียแผน แก้วมาถึงทันดูใจเข้มนาทีสุดท้าย เลยทราบแค่ว่าจะมีการปล้นและดักฉุดน้ำทิพย์แต่ไม่รู้ว่าเวลาใด

ooooooo

พระยาไชยากรให้ลูกสาวกับเมียแต่งตัวอย่างสวยงามไปงานวัดเนื่องในวันมาฆบูชา อบเชยอดดีใจกับญาติสาวไม่ได้ที่ได้ออกงานกับสามีสมใจ แต่ก็เศร้ากับน้ำทิพย์ที่ถูกพ่อใช้เป็นเครื่องมือ หวังใช้ความสวยของเธอทำให้ได้กลับไปมีหน้าที่การงานรับราชการอีกครั้ง

แก้ววิ่งสุดชีวิตไปเตือนพระยาไชยากรถึงเรือนแต่ไม่ทันเลยตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากพระยา นิติธรรมธาดา ตุลาการหนุ่มรับฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะเรื่องจะดักฉุดน้ำทิพย์และปล้นเรือนพระยาไชยากร สองหนุ่มต่างวัยและสถานะนั่งปรึกษากันเคร่งเครียด สุดท้ายเลยตัดสินใจบอกให้แก้วนำพวกลอยไปคุ้มกันน้ำทิพย์ที่วัด ส่วนตุลาการหนุ่มกับอ้นจะไปช่วยดูแลที่เรือนพระยาไชยากร

ด้านเฉียวหู...แบ่งพวกอั้งยี่ออกไปสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งแยกไปกับเค้งเพื่อปล้นเรือนพระยาไชยากร ส่วนอีกกลุ่มตามไปดักฉุดน้ำทิพย์กับตน พระยาไชยากรไม่ระแวดระวัง มัวตื่นเต้นกับแสงสีและข้าราชการน้อยใหญ่ที่มาเดินเล่นในงานวัด หมายมั่นปั้นมือจะได้สานสัมพันธ์หาทางกลับเข้าสู่ราชการอีกครั้ง แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่มีใครสนใจและอยากเสวนากับเขา เพราะเห็นว่าพระยาจอมงกคงสิ้นวาสนาและไม่มีทางได้กลับไปใหญ่โตอีก

น้ำทิพย์สงสารพ่อแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเพราะเขาไม่ปล่อยวาง นิ่มรู้สึกไม่ต่างกัน และเข้าใจหัวอกคนหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างสามีว่าคงต้องใช้เวลาเพราะเกิดมามีอำนาจเกือบทั้งชีวิต คงยากจะทำใจ ทันใดนั้นเอง...

เฉียวหูกับพวกก็ตรงมาฉุดน้ำทิพย์และทำร้ายพระยาไชยากรกับนิ่มจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แก้วนำพวกลอยมาช่วยแต่เฉียวหูก็พาน้ำทิพย์หนีไปได้เสียก่อน พระยาไชยากรเป็นห่วงลูกจนลืมทิฐิและตะโกนบอกให้แก้วรีบตามไปช่วยลูกสาว

เวลาเดียวกันที่เรือนพระยาไชยากรก็วุ่นวายไม่แพ้กัน เมื่อเค้งนำพวกบุกเรือนเพื่อปล้นสมบัติ พระยานิติธรรมธาดากับอ้นรออยู่แล้วและใช้ปืนยิงขู่ ร่วมกับพวกทาสผู้ชายที่มาช่วยป้องกันเรือนอย่างแข็งขัน อบเชยกับนมอ้อนพาลูกชายคนเล็กของพระยาไชยากรไปซ่อน โดยทิ้งพวกผู้ชายไว้บนเรือนเพื่อสู้กับพวกเค้ง

ฝ่ายน้ำทิพย์ถูกเหวี่ยงเข้าไปในโรงสีร้างจนเสียหลักล้มลง มาโนชปรากฏตัวและแสยะยิ้มร้าย หมายมั่นปั้นมือในใจจะต้องได้ญาติสาวเป็นเมียให้ได้ น้ำทิพย์มองมาด้วยสายตาเกลียดชังสุดขีด

“ฉันมันโง่เอง เห็นว่าพี่ย้ายออกจากเรือนแลถอนหมั้นกันแล้ว เลยคิดว่าจะนับญาติกันต่อไปได้ ลืมไปว่าวิสัยแร้งกาย่อมอดกินซากเน่าไม่ได้ฉันใด คนชั่วก็อดทำชั่วไม่ได้ฉันนั้น”

“ถึงขั้นนี้แล้วยังจะปากดีอยู่อีกหรือ ดูซิว่าหากเปลี่ยนจากญาติเป็นผัวแล้วยังจะปากร้ายอยู่อีกหรือไม่”

น้ำทิพย์ขู่จะฟ้องพ่อ แต่มาโนชไม่กลัวเพราะเชื่อว่าพระยาไชยากรไม่ยอมเสียชื่อแน่หากลูกสาวมีเรื่องถูกข่มเหง น้ำทิพย์เถียงไม่ออกเพราะรู้จักนิสัยพ่อตัวเองดี เฉียวหูรำคาญสองคนโต้กันไปมาเลยเร่งให้จัดการน้ำทิพย์ ไม่อยากเสียเวลาและจะได้หมดบุญคุณต่อกัน แต่เหมือนทุกอย่างจะช้าเกินไปเพราะแก้วตามมาถึงเสียก่อนพร้อมกับพวกลอย

ในขณะที่แก้วกับลอยต่อสู้กับกลุ่มเฉียวหูอย่างดุเดือด น้ำทิพย์ก็กำลังดิ้นรนหนีมาโนชอย่างบ้าคลั่ง

“ปล่อยฉันนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้...ต่อให้พี่สร้างราคีให้ฉัน ฉันก็ไม่มีวันสยบยอมต่อพี่เป็นอันขาด แล้วอย่าคิดว่าฉันจะต้องทนอับอายเพื่อให้พี่ลอยนวล ถึงคุณพ่อจะเสียหน้าแค่ไหน ฉันก็ต้องลากคอพี่เข้าคุกให้ได้”

“ก็เอาสิ...ฉันก็อยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วใครมันจะชนะ ถือว่าตัวเองเป็นลูกพระยาไชยากร หยิ่งยโสจนไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสายตา แต่กลับใฝ่ต่ำไปรักใคร่กับทาสอย่างไอ้แก้ว”

“ฉันรักแก้ว ไม่ว่าแก้วจะเป็นอะไรฉันก็รักแก้ว แต่ฉันไม่มีวันรักคนชั่วช้าอย่างพี่ดอก”

“ก็ได้...เชิญแกไปรักไอ้ทาสนั่นให้สมใจ แต่วาสนาทาสอย่างไอ้แก้ว ก็ได้แค่ของเหลือเดนที่ฉันทิ้งแล้วเท่านั้น”

มาโนชโมโหสุดขีด ตรงเข้าปลุกปล้ำน้ำทิพย์หวังทำเมียให้หายแค้น แก้วผละจากพวกลอยมาช่วยคนรักได้ทันเวลา แต่ก็พลาดท่าถูกมาโนชใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงลอบยิงจากด้านหลังจนล้มลงกับพื้น...ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย!
ooooooo

ในขณะที่เรือนพระยาไชยากรวุ่นวายเพราะเค้งยกพวกไปปล้น โดยมีพระยานิติธรรมธาดา พวกทาสและกลุ่มนักเลงที่น้อมส่งมาป้องกันเต็มกำลัง น้ำทิพย์ร้องไห้แทบขาดใจและกระเสือกกระสนไปดูสภาพแก้วที่นอนจมกองเลือดตรงมุมห้อง ส่วนมาโนชแสยะยิ้มร้าย สะใจมากที่ได้ฆ่าอดีตลูกทาสซึ่งเป็นมารหัวใจมานาน

น้ำทิพย์โกรธจัด ประกาศกร้าวไม่ยอมเป็นเมียเขาเด็ดขาด มาโนชตั้งท่าจะปล้ำให้หายแค้น แต่แก้วฮึดสู้และรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกระชากมาโนชมาชกเต็มแรง สองหนุ่มต่างฐานันดรต่อสู้กันอย่างดุเดือด ไม่แพ้ด้านนอกที่พวกลอยต้านพวกเฉียวหูสุดพลัง ในที่สุดเฉียวหูกับมาโนชก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ถูกฆ่าตายเพราะแพ้ภัยตัวเองทั้งนั้น!

ฟากเรือนพระยาไชยากรอลหม่านไม่แพ้กัน พวกเค้งใช้กำลังที่เหนือกว่าบุกเข้าห้องสมบัติ พระยานิติธรรมธาดาขัดขวางเต็มกำลังจนถูกอัดปางตาย แต่ก็ใช้กำลังเฮือกสุดท้ายแทงเค้งตายในที่สุด

กว่าพระยาไชยากรกับนิ่มจะกลับถึงเรือนก็ดึกโข เช่นเดียวกับน้ำทิพย์ ทั้งหมดหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นสภาพยุ่งเหยิงของเรือน เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการสอบสวนและแจ้งว่าพวกที่ก่อเหตุคืออั้งยี่หนีคดี โดยมีมาโนชบงการ พระยาจอมงกพูดไม่ออก น้ำทิพย์จึงตัดสินใจโพล่งออกไปว่ามาโนชฉุดเธอหวังทำเมียน้อยและยิงแก้วปางตาย!

พระยาไชยากรหน้าเสีย รู้สึกผิดไม่น้อยที่ไม่เชื่อคำเตือนของอดีตลูกทาส ยิ่งเห็นสภาพเศร้าโศกของบรรดาทาสหญิงที่ต้องสูญเสียผัวเพราะปกป้องเรือน พระยาจอมงกเลยต้องคิดหนักและตัดสินใจให้นิ่มจ่ายเงินค่าชดเชยและเลี้ยงดูเหล่าทาสที่เหลืออย่างดีเพื่อตอบแทนความดี แต่ที่ทำให้ทุกคนทึ่งก็เมื่อเขาไปเยี่ยมแก้วถึงเรือน

“ถ้าเอ็งขาดเหลือเงินทองค่ารักษาก็บอกข้ามา ข้าจะให้ ถือว่าขอบใจเอ็งที่เคยเตือนข้าเรื่องพ่อมาโนช แต่เอ็งอย่าได้คิดเป็นอันขาดว่าข้าทำดีกับเอ็งแล้ว เอ็งจะตีตัวขึ้นมาเสมอข้าได้”

“กระผมไม่เคยคิดตีตัวเสมอท่านเจ้าคุณเลย ที่กระผมเพียรพยายามก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ถึงกระผมจะเกิดมาเป็นทาส แต่ใจกระผมไม่ได้เป็นทาสด้วย วันหนึ่งที่มีโอกาส กระผมก็สามารถได้ดีเช่นคนอื่นที่เกิดมาเป็นไทได้เช่นกัน”

“เอ็งพูดเช่นนี้ คงแค้นเคืองที่ข้าเคยกดหัวเอ็งสินะ แล้วเหตุใดไม่ล้างแค้นเล่า เพราะนางกิ่งก็ตายเพราะข้า”

แก้วก้มกราบจนพระยาไชยากรพูดไม่ออก “กระผมไม่เคยลืม ว่าหากท่านเจ้าคุณมีเมตตาสักเพียงนิด แม่ของกระผมคงไม่ตาย แต่กระผมก็ไม่เคยลืมเช่นกันว่าท่านเจ้าคุณเลี้ยงดู ให้ข้าวให้น้ำแลหยูกยารักษายามเจ็บไข้แก่พ่อแม่แลตัวกระผม กระผมจึงไม่เคยคิดแค้นท่านเจ้าคุณเลย ขอท่านเจ้าคุณอย่าได้คลางแคลงใจไอ้แก้วในข้อนี้เลยขอรับ”

ooooooo

พระยาไชยากรนิ่งไปอึดใจและหมุนตัวจากไป ไม่พูดอะไรสักคำจนแก้วใจไม่ดี แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรให้ดีกว่านี้

ฝ่ายบุญเจิมนำจดหมายลาป่วยของแก้วไปให้เจ้านายที่กระทรวงในวันรุ่งขึ้น เพราะอดีตทาสคงต้องพักรักษาตัวอีกพักใหญ่จากแผลที่ถูกมาโนชยิง แต่ดันไปได้ยินเหล่าข้าราชการหลายคนพูดถึงวีรกรรมของแก้ว ว่ากล้าหาญจนน่าได้เลื่อนขั้นแต่คงไปไม่ไกลแน่ถ้ามีเมียขี้คุกอย่างบุญเจิม

ถ้อยคำกล่าวหาของคนในกระทรวงทำให้บุญเจิมเครียดหนัก จนต้องไปนั่งปรับทุกข์กับอัฐิคอกที่วัดเหมือนหลายวันที่ผ่านมา อดีตทาสสาวอึดอัดใจเหลือเกิน ไม่อยากเป็นตัวถ่วงความเจริญของแก้ว แต่จะหนีเหมือนครั้งที่แล้วก็ไม่ได้เพราะแก้วยื่นคำขาดจะลาออกจากราชการทันทีหากเธอดึงดันจะไปจากเขาอีก

บุญเจิมร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจ เสียใจและจนใจกับเรื่องที่ผ่านมาจนทำตัวไม่ถูก พระสงฆ์รูปหนึ่งผ่านมาเห็นเลยเวทนาพูดจาเตือนสติว่าความทุกข์ของเธอไม่มีใครช่วยให้ดับหรือหายไปได้ ต้องดับด้วยใจของเธอเอง

“อิฉันเป็นคนโง่เขลา ถ้าจะให้ดับทุกข์ด้วยตัวเองคงทำไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ หลวงพ่อเมตตาชี้ทางให้อิฉันด้วยเถิด”

“อาตมาก็ช่วยสีกาไม่ได้ดอก แต่ธรรมะของพระพุทธองค์ทรงสอนว่าให้พิจารณาเหตุแห่งทุกข์นั้นว่าเกิดจากอะไร แล้วใช้ปัญญาของตัวเองแก้ไขที่เหตุนั้นโยมลองพยายามดูก่อนเถิด”

ค่ำวันเดียวกันที่เรือนเช่าของแก้ว...น้ำทิพย์มาเยี่ยมพร้อมกับน้อมและนมอ้อน ตกใจไม่น้อยที่บุญเจิมหายตัวไปตั้งแต่เช้า ไม่กลับมาหุงหาอาหารและป้อนหยูกยาให้แก้วอย่างที่ควรจะเป็น แก้วคิดว่าบุญเจิมอาจมีเรื่องบางอย่าง แต่น้ำทิพย์ปลอบให้รอจนเช้า หากยังไม่กลับค่อยออกไปตามอีกครั้ง

บุญเจิมไม่กลับเรือนทั้งคืนจนแก้วเริ่มกังวลและออกตามหาพร้อมกับน้ำทิพย์ จนพบบุญเจิมบวชเป็นชีที่วัดแถวบ้าน แม่ชีบุญเจิมขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงแต่คิดว่าคงเป็นทางออกดีที่สุดสำหรับทุกเรื่อง แก้วยังเครียดเพราะคิดว่าอดีตทาสสาวต้องบวชเพราะไม่อยากให้เขามัวหมองเพราะคนขี้คุกอย่างเธอ

“แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นเช่นนั้น แต่หลังจากฉันปลงตก ใจฉันก็สงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แลฉันก็อยากอุทิศส่วนกุศลให้แก่คอกด้วย ฉันจึงตัดสินใจขอรับใช้พระพุทธศาสนาตลอดไป”

ooooooo

 วันเวลาผ่านไปเกือบห้าปี บ้านเมืองประเทศไทยเปลี่ยนไปตามสมัยนิยม แต่ที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับแก้วคือได้มีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนกฎหมายแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งโดยพระ เจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมขณะนั้น

พระยานิติธรรมธาดาเห็นว่าแก้วร่ำเรียนวิชากฎหมายมานานนับปี รวมกับประสบการณ์และบทเรียนเล็กๆน้อยๆที่สั่งสมตอนรับราชการ จึงเสนอให้ไปสอบเป็นเนติบัณฑิตเพราะจะทำให้เขาก้าวหน้าเร็วกว่าเป็นข้าราชการธรรมดา อย่างน้อยๆก็อาจได้เป็นหลวงและเมื่อถึงเวลานั้น คำสัญญาที่แก้วเคยให้กับน้ำทิพย์ว่าจะแต่งงานกับเธอจะได้สมใจเสียที

ไม่เพียงแต่แก้วเท่านั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ตุลาการหนุ่มเองก็ได้เลื่อนตำแหน่งโดยไม่ทันตั้งตัว ได้เป็นเจ้าพระยาตั้งแต่ยังหนุ่ม เมื่อพระยาไชยากรทราบเรื่องก็ถึงกับพูดไม่ออก ไม่นึกมาก่อนว่าเจ้าคุณเรือนแพที่นึกดูถูกมาตลอดจะได้ยศถาบรรดาศักดิ์เหนือกว่าตนจนเทียบไม่ติด แถมยังได้รับพระบรมราช– โองการให้เป็นคนตัดสินใจจะรับพระยาไชยากรกลับเข้าราชการอีก ยิ่งทำให้พระยาจอมงกเครียดจัด ไม่อยากบากหน้าไปขอแต่ก็ไม่มีทางเลือก

น้ำทิพย์ทราบเรื่องการเลื่อนตำแหน่งของเจ้าพระยานิติธรรมธาดาจากเพื่อนฝูงในวัง และตรงไปแสดงความยินดีถึงเรือนแพ ตามประสาคนที่รู้จักกันมานาน แถมยังยุให้ตุลาการหนุ่มปลดปล่อยทาสก้นครัวอย่างตุ๊กตา

“ทาสนั้นมีหลายอย่างค่ะ ตุ๊กตาก็เป็นทาสประเภทหนึ่ง...คือทาสรักแลความภักดีที่มีต่อท่านเจ้าคุณอย่างไรล่ะคะ ทาสประเภทนี้ไม่อาจยกเลิกได้โดยกฎหมาย เพราะทาสประเภทนี้ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของชายที่รักไปชั่วชีวิต”

เจ้าพระยานิติธรรมธาดาพูดไม่ออก เพราะคำพูดของน้ำทิพย์แทงใจจนไม่รู้จะเถียงยังไง

“ท่านเจ้าคุณอาจจะเห็นว่าฉันละลาบละล้วง แต่ในฐานะลูกผู้หญิงเหมือนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันไม่อาจยอมได้ เพราะฉันรู้ว่าตุ๊กตาคงไม่มีวันพูดแน่ฉันจึงอยากจะขอความเป็นธรรมจากท่านเจ้าคุณแทนตุ๊กตาค่ะ”

แก้วทึ่งมากที่น้ำทิพย์กล้าพูดกับเจ้าพระยานิติธรรมธาดาแบบนั้น แต่เต็มไปด้วยความชื่นชมมากกว่าความรู้สึกอื่นที่คนรักมีใจเป็นธรรมและเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันไม่แบ่งชั้นวรรณะ น้ำทิพย์ปลื้มมากและได้ดีใจกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าแก้วสอบเนติได้ชั้นที่หนึ่งและได้รับตำแหน่งเป็นหลวงรัตนอรรถชัย อดีตลูกทาสในเรือน เบี้ยตื้นตันจนน้ำตาไหล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยื่นมาตบบ่าเบาๆอย่างให้กำลังใจ

ฝ่ายเจ้าพระยานิติธรรมธาดาตัดสินใจทำตามที่น้ำทิพย์แนะนำ ด้วยการขอพระราชทานตราตั้งให้ตุ๊กตาเป็นท่านผู้หญิง อดีตเมียบ่าวซึ้งใจมาก โผกอดสามีด้วยความรักจับหัวใจ ตุลาการหนุ่มซับน้ำตาให้อย่างเบามือ พร่ำบอกเธอว่าขอเขายกย่องเธอให้สมกับความดีและความรักที่เธอมีให้มาตลอด...จนกว่าจะตายจากกัน

ฝ่ายพระยาไชยากรสำนึกผิดถึงเรื่องที่ผ่านมา ทั้งเรื่องที่หลงไว้ใจมาโนชจนเกือบต้องสูญเสียลูกสาวและทรัพย์สมบัติมหาศาล รวมทั้งเรื่องนิ่มที่หากรู้อนาคตคงให้เกียรติและดูแลเธอดีกว่านี้ แต่ที่ทำให้ทุกคนทึ่งคือ เมื่อเจ้าพระยานิติธรรมธาดานำแก้วมากราบขอบคุณ ที่ชุบเลี้ยงจนได้ดิบได้ดีและขออโหสิกรรมที่เคยล่วงเกิน

พระยาไชยากรขบกรามแน่นในตอนแรก แต่เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาและความสุขของลูกสาวคนเดียว จึงตัดสินใจพูดกับแก้วอย่างจริงใจ “ฉันคงอวยพรให้คุณหลวงไม่ได้ดอก...แต่ความกตัญญูกตเวทิตาที่คุณหลวงมี จะเป็นสิ่งนำพาคุณหลวงจำเริญยิ่งขึ้นไปเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาคำอวยพรจากปากใครทั้งสิ้น”

ทุกคนโดยเฉพาะแก้วกับน้ำทิพย์ดีใจมากที่ความดีเอาชนะใจพระยาไชยากรได้ในที่สุด สองหนุ่มสาวได้แต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ท่ามกลางความยินดีของทุกคนในครอบครัวและญาติสนิทมิตรสหาย

เรื่องน่ายินดีไม่จบลงแค่นั้น อนาคตสดใสของแก้วกับน้ำทิพย์ดำเนินต่อไป พร้อมกับอิสรภาพของเหล่าลูกทาสตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจนระบบทาสหมดจากเมืองไทยในหลายสิบปีต่อมา

แก้วกับน้ำทิพย์ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข พร้อมกับลูกหลานที่เกิดตามกันมาอีกหลายคน แต่ไม่เคยลืมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทำให้เขากับเธอได้สมรักและมีความสุขกับทุกวันที่ผ่านมา ได้เป็นไทและไม่ต้อง ทุกข์ทรมานกับความแตกต่างทางชนชั้น ทุกๆวันที่ ยี่สิบสามตุลาคมของทุกปี สองสามีภรรยาจะพร้อมใจกันนำ พวงมาลาไปสักการะพระบรมรูปทรงม้าแล้วก้มกราบด้วยความเคารพ

“ถ้าไม่มีพระเมตตาจากพระองค์ท่าน เราสองคนก็คงไม่ได้อยู่อย่างมีความสุขอย่างทุกวันนี้” น้ำทิพย์เปรย

“อย่าว่าแต่ตำแหน่งอธิบดีศาลหรือบรรดาศักดิ์พระยาพานทองเลย แม้แต่ความเป็นคนก็ยังมีไม่เท่าคนอื่นด้วยซ้ำ ยิ่งเรื่องจะได้คุณน้ำทิพย์บุตรสาวคนสวยของพระยาไชยากรมาเป็นภรรยานั้นยิ่งเลิกคิดไปได้เลย”

น้ำทิพย์ยิ้มขำๆที่สามียังมีแก่ใจเย้าแหย่ทั้งที่อายุมากแล้ว แก้วหัวเราะอย่างมีความสุขและชักชวนลูกหลานที่ตามมาดูแลก้มลงกราบพระบรมรูปทรงม้าด้วยความรักและเทิดทูนอย่างสูงสุด

ooooooo

- อวสาน -

ลูกทาส ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

ลูกทาส

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: