advertisement

เรือนกาหลง ตอนที่ 3

บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย...ลายน้ำ
17 ธ.ค. 2556 08:36

ไม้กับกาหลงเดินเข้าไปหาแม่กลอย คุกเข่าลงกราบแทบเท้า ไม้เอ่ยอย่างซาบซึ้งใจว่า

“ฉันขอบใจน้ากลอย ที่ยอมยกกาหลงให้ฉัน”

แม่กลอยเล่นแง่ทันทีว่าไม่ได้บอกว่าจะยกกาหลงให้ บอกไม้ว่า “เอ็งรู้ตัวดีว่า ไม่มีสมบัติพัสถาน เอาลูกสาวข้าไปแล้วจะอยู่กินกันยังไง”

ไม้บอกว่าตนมีนาของพ่อแม่และจะรับจ้างทำงานให้มากขึ้น กาหลงก็บอกว่าจะช่วยไม้อีกแรงหนึ่ง จะหาเงินให้แม่กับน้องอยู่สุขสบาย ไม้สัญญาอีกว่าจะไม่ให้กาหลงอดอยาก แล้วทั้งคู่ก็พนมมือมองหน้าแม่กลอยวิงวอนขอความเห็นใจ

“เมื่อเอ็งรักกันจริง ข้าจะไม่ขวาง แต่ข้าต้องมั่นใจว่าเอ็งจะเลี้ยงดูกาหลงได้”

“น้ากลอยบอกมาเถอะจ้ะ จะให้ทำอะไรไอ้ไม้ขอถวายหัว อย่าถึงกับให้ฉันไปเอาเดือนเอาดาวเลย ฉันคว้าไม่ได้จริงๆ”

“ปลูกเรือนหอให้กาหลง เรือนเอ็งต้องเสร็จก่อนวันพระ” แม่กลอยมีข้อแม้ที่ทำให้กาหลงกับไม้ตกใจ เพราะเวลาน้อยมาก กาหลงเชื่อว่าไม้ทำไม่ได้ ถามอย่างน้อยใจว่าแม่จงใจแกล้งไม้ทำไม “ถ้าทำไม่ได้...ถอดใจบอกเลิกราลูกสาวข้าซะ!”

“ฉันจะปลูกเรือนหอตามที่น้ากลอยต้องการ หากฉันทำไม่สำเร็จฉันจะถอดใจไม่ยุ่งเกี่ยวกาหลงอีก” ไม้ฮึดสู้สุดใจ แม่กลอยมองไม้อย่างไม่เชื่อว่าจะทำได้จริง

กาหลงกังวลว่าไม้จะทำได้ไม่ทัน แต่ไม้มั่นใจว่า ความรักที่ตนมีต่อกาหลงจะนำพาตนฟันฝ่าอุปสรรคไปได้

ooooooo

ที่ตลาดริมน้ำของหมู่บ้าน สัปเหร่อขาวกับจัน ไปป่าวประกาศขายของดี แล้วหยิบกระจาดที่มีผ้ายันต์ออกมาโชว์ประกาศว่านี่คือ “ผ้ายันต์กันผี!!”

เวลาเดียวกัน มัคนายกเฟื้องกับโขงเดินไปที่หลุมฝังศพจำปา เฟื้องปรารภกับโขงว่า

“ข้ากลับไปตรองคิด...ไอ้ขาวมันไม่ชอบมาพากล มันถึงไม่ยอมเผาศพจำปา”

“น้าเฟื้องหวาดระแวงมากไป...สัปเหร่อบอกแล้วว่า รอให้จับตัวคนฆ่าจำปาได้เสียก่อนแล้วจะเผาศพ”

“ข้าไม่เชื่อใจมัน เมื่อปีกลายรดน้ำมันพราย

เร่ขาย ครานี้ข่มขวัญผีตายโหงเฮี้ยนนักหนา มันต้องมีเล่ห์เพทุบาย”

ฟังมัคนายกเฟื้องแล้ว โขงเริ่มสงสัยตงิดๆขึ้นมาเหมือนกัน

ฝ่ายสัปเหร่อขาว ถือผ้ายันต์ออกป่าวร้องเร่ขาย “ยันต์กันผี ข้าปลุกเสกจากผ้าห่มศพเจ็ดป่าช้าในคืนเดือนดับ ใครได้บูชาจะแคล้วคลาดจากผีสางนางไม้ทั้งปวง!! หากใครไม่เชื่อดวงกุดดวงตกต้องตาย!!”

ตาสรกับยายมีสองผัวเมียปากตลาดโต้ทันควัน ตาสรบอกว่าไม่เชื่อ สัปเหร่ออย่างขาวหรือจะมีคาถาอาคม ยายมีประสานเสียงเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าเอาผีมาหากิน!

“ไอ้สร...นังมี!!” สัปเหร่อขาวมือไม้สั่นเหมือนเจ้าเข้าทันที จอกที่มาตีระนาดอยู่ตกใจถามว่าเป็นอะไร จันบอกว่าขาวถูกผีเข้าสิง ชาวบ้านพากันตกใจกลัวสัปเหร่อขาวยิ่งดิ้นพล่านไปทั่ว

หลายคนเข้าไปจับตัวไว้ แต่สัปเหร่อยังดิ้นจนทุกคนกระเด็นไป พริบตานั้นสัปเหร่อขาวลุกขึ้นชี้หน้าสรพูดเป็นเสียงผู้หญิงอย่างมีจริตจะก้านเหมือนผีจำปาเข้าสิงจริงๆ

“เอ็งกล้าลบหลู่ดูแคลนข้า รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร!”

ตาสรกับยายมีมองหน้ากันเล่ิกลั่กบอกกันว่าเสียงมันเปลี่ยนไป เสียงอย่างกับผู้หญิง ส่วนจันรีบยกมือไหว้ให้ดูขลังถามว่า “เอ็งเป็นใคร เข้าสิงผัวข้า”

“ข้าคือจำปา!” สัปเหร่อขาวตอบ ทุกคนตกใจตาเหลือก แต่เฟื้องสวนไปทันควันว่า

“ไอ้โกหก!!”

สัปเหร่อขาวตกใจตาเหลือกที่ถูกมัคนายกเฟื้องมาขวาง! แต่พริบตาเดียวก็ทำเสียงจำปาโวยวายใส่เฟื้อง ถูกเฟื้องปรามว่าเลิกหลอกผีอำชาวบ้านได้แล้ว

“เอ็งไม่เชื่อ เอ็งต้องเจอดี” สัปเหร่อขาวเต้นเร่าๆจะเข้าลุย

ตาสรกับยายมี ทีแรกตั้งท่าจะหนีแต่พอเห็นคนกับผีจะวางมวยกันก็เปลี่ยนใจหันกลับมาดูสัปเหร่อขาวเต้นเข้าหามัคนายกเฟื้อง ถูกเฟื้องชกไปหมัดเดียวก็ล้มตึง จันตกใจผวาเข้าประคองขาว อึดใจเดียวสัปเหร่อขาวก็ลุกขึ้น ทำหน้างงๆ ถามว่าที่นี่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น จันบอกว่าผีจำปาเข้าสิง

“เป็นไปได้ยังไง ข้าไม่รู้ตัวเลย”

“ความเพิ่งออกจากปากเอ็งหยกๆ ว่าผีจำปาเข้าสิง มาต่อยกับข้าอีกยกเถอะวะ!” เฟื้องท้าเหยงๆ แต่ขาวไม่กล้าปฏิเสธวุ่นวายว่าตนไม่เคยคิดท้าทาย เมื่อสักครู่จำปาพูดตนไม่ได้พูด

จันเข้ามาช่วยผัว บอกว่าตอนนี้ผีมันแล่นหนีไปแล้ว ขาวฉวยโอกาสหยิบผ้ายันต์ขึ้นมาโฆษณาต่อ

“ด้วยอิทธิฤทธิ์ของผ้ายันต์ที่ข้าปลุกเสก ทำลายล้างผีจำปาไปหมดสิ้น ใครมีบูชา หาได้เจอผีสางนางไม้

ไม่...เร่เข้ามา...เร่เข้ามา ข้าไม่ขาย ขอเพียงค่าครูตามศรัทธา”

ชาวบ้านกรูกันเข้ามาวางเงินแล้วเอาผ้ายันต์ไป เฟื้องเห็นแล้วเซ็งที่ชาวบ้านยังงมงาย ทนไม่ได้เข้าไปบอกชาวบ้านว่า ให้เลิกงมงายได้แล้ว ทำให้ขาวไม่พอใจ

“เอ็งสร้างเรื่องหลอกลวงชาวบ้าน วานตอบข้ามาให้หายข้องใจ เหตุใดผีจึงสำแดงเดชในเวลาตะวันโด่”

ตาสรกับยายมีประสานเสียงทันทีว่า ผีมันต้องมา ตะวันลับ ยิ่งเดือนดับยิ่งน่าหวาดผวา ชาวบ้านต่างชะงักเริ่มคิด

ขาวคิดแก้ตัวไม่ทัน ทำเป็นโมโหเฟื้องเก็บของบ่นงึมงำ

“รำคาญพวกมารผจญ นังจันเก็บของกลับเรือน ปล่อยให้พวกอวดดีมีภูมิโดนผีหักคอให้ตายโหง!”

ว่าแล้วเดินหนีไปพร้อมจัน จอกที่ตีระนาดเอาจริงเอาจังงง ลุกขึ้นตะโกนถาม

“ไม่เล่นแล้วรึ?”

ทั้งสองเดินหลบไปหลังตลาด จันบ่นว่าน่าจะขายผ้ายันต์ให้หมดกระจาดจะได้ได้เงินมากกว่านี้ ขาวตวาดว่าจะอยู่ให้เฟื้องดักคอรึไง ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มคลางแคลงใจ เดี๋ยวได้รู้กันหมดว่าตนแกล้งหลอกผีขายของ

“สัปเหร่อ...จะเร่งไปไหน ค่าจ้างตีระนาดก็ยังไม่จ่ายข้า” จอกวิ่งตามมาทวง เฟื้องตามมาเย้ยว่า

“ข้าพูดแทงใจดำถึงกับหอบของหนีเชียวรึ ไอ้สัปเหร่อตาขาว”

ขาวโต้ว่าตนไม่ได้หนี แต่หลบมาคุยกันให้ไกลตาชาวบ้าน  ไม่อยากให้ชาวบ้านกลัวผี เฟื้องเยาะเย้ยว่าใครที่ไหนจะเห็นผียามตะวันโด่

“ไม่เคยเห็นก็ใช่ว่าไม่มี ผีมันอยู่รอบๆตัว” จอกที่วิ่งมาทวงค่าแรงเห็นทั้งคู่โต้เถียงกันก็ตีระนาดให้จังหวะให้ตื่นเต้นเร้าใจ สัปเหร่อขาวก็พูดทำเสียงให้น่ากลัวว่า “ผีมันอยู่ทุกที่ วิญญาณมันล่องลอยอยู่ทุกแห่งหน ไม่ว่าจะตรงนั้น...ตรงนี้ หรือตรงโน้น!!” ขาวชี้ไปรอบตัว

ชาวบ้านที่มามุงดู หันมองไปตามสัปเหร่อขาวชี้อย่างหวาดกลัว

“พวกเอ็งจะเห็นผีเป็นตัวตนก็คราที่จิตพวกเอ็งอ่อน ในขณะดวงจิตผีมันแข็ง เนื่องจากพลังแห่งความแค้นพลังอาฆาต แม้แต่พลังแห่งรักเหมือนอย่างไอ้ไม้กับกาหลง!!”

สัปเหร่อขาวชี้ไปที่ไม้กับกาหลงที่เดินเข้ามาในตลาด ทุกคนมองไปที่นั่น ไม้กับกาหลงเห็นทุกคนมองมาก็แปลกใจ ตกใจ ขาวตรงไปหาไม้กับกาหลง พูดเป็นตุเป็นตะว่า

“ด้วยแรงรัก...ใจเด็ดเดี่ยวดวงจิตแข็ง...แม้ตายไป จะสามารถปรากฏกายอยู่ได้ ข้ามวันข้ามคืน...นังกาหลง!!” สัปเหร่อขาวชี้หน้ากาหลงหัวเราะลั่น กาหลงตกใจกลัวเดินหนีไปไม้เป็นห่วงรีบตามไป ขาวยังยืนหัวเราะน่ากลัวอยู่ตรงนั้น

เฟื้องเดินเข้ามาหยิบมะเขือยาวที่แผงของแม่ค้าทิ่มพรวดเข้าไปในปากขาว พอขาวพูดไม่ได้เฟื้องก็ด่า

“เอ็งมันดีแต่สร้างเรื่องให้หวาดกลัว หวังขายของหากินกับผีไอ้สัปเหร่อตาขาว!”

จอกตีระนาดรับส่ง โขงเข้ามาตวาดให้พอ เรียกให้กลับวัด จอกแบกระนาดวิ่งอ้าวตามโขงกับเฟื้องไป

แค่กๆๆขาวสำลักมะเขือ พอดึงออกจากปากได้ก็ด่า “คอยดูนะไอ้เฟื้อง พ่อจะปลุกผีให้หักคอ!!”

“พ่ี...ผีโผล่ยามตะวันโด่ได้รึ” จันยังติดใจสงสัย

ขาวบอกว่าตนพูดสาปส่งกุเรื่องให้เฟื้องเลิกรังควานเท่านั้น “เฮ้อ...โล่งอก...กลางคืนก็น่ากลัวเอาการ หากมีผีกลางวัน...ฉันมีหวังลมจับ!”

ooooooo

เพราะมีความกตัญญูรู้คุณ หลังจากแม่อิ่มกับ พุดซ้อนช่วยใช้หนี้ให้โชติจนกาหลงได้รับอิสระแล้ว ทั้งสองไปทำงานรับใช้บ้านแม่อิ่ม โดยกาหลงทำครัว และงานบ้านช่วยนวล ส่วนไม้ทำสวนดูแลต้นไม้

ไม่รู้ว่าพุดจีบชอบดอกไม้หอม จึงปลูกมะลิไว้เผื่อพุดซ้อนเก็บไปทำน้ำอบน้ำปรุงร้อยมาลัยถวายพระ ทั้งยังบอกว่า

“พุดจีบอยากชื่นชมดอกไม้อะไร วานบอกพี่ สารภีไหม? พุดจีบจะได้เอาไปทำแป้งร่ำสารภี พี่อยากช่วยทำงานตอบแทนน้ำใจพุดจีบ”

“ฉันช่วยพี่ด้วยใจ หาใช่หวังผลตอบแทนไม่”

“น้ำใจพุดจีบประเสริฐแท้ ดั่งนางฟ้านางสวรรค์ชะรอยมาจุติ” ไม้คุกเข่า จับมือพุดจีบพูดจนเธอแปลกใจ “ไอ้ไม้ขอเป็นทาสรับใช้แม่พุดจีบ ขอเพียงแม่สั่งมา”

พุดจีบมองหน้าไม้พูดไม่ออก...ไกลออกไป กาหลงเดินมาเห็นภาพนั้นพอดี เธอหยุดยืนมองห่างๆ

ไม้รำพันอย่างสำนึกบุญคุณ บอกว่า มีแรงกายเพียงใดก็จะพลีให้ กาหลงเดินมา เข้าไปนั่งคุกเข่าข้างไม้ เงยมองพุดจีบเอ่ย...

“ฉันกับพี่ไม้เป็นหนี้ชีวิต แม้นพุดจีบต้องการสิ่งใด ขอให้บอกฉัน ฉันพร้อมจะยอมมอบให้หมดหัวใจ”

พุดจีบคุกเข่าลงตรงหน้าทั้งสอง บอกให้พอเถิด เพราะ “ความเป็นเพื่อนมิอาจแทนด้วยทรัพย์ หรือหนี้ชีวิต ฉันขอให้เรารักกันเหมือนวันวาน ไม่มากข้อนักหรอก...อย่ามัวพร่ำจำนรรจาอยู่เลย พี่ไม้กับกาหลงจะปลูกเรือนหอที่แปลงใด?”

“มิต้องกังวลใจ ฉันกับพี่ไม้หาแปลงปลูกเรือนได้แล้วจ้ะ”

ไม้ฟังกาหลงแล้วนึกแปลกใจว่าเธอจะปลูกเรือน หอ ณ ที่ใด?

ooooooo

กาหลงพาไม้ไปยังที่ดินว่างเปล่าริมคลอง บอกว่าเราจะปลูกเรือนกันที่นี่ ไม้ตกใจเพราะเป็นที่ปลูกเรือนเก่าของพ่อกับแม่ที่ถูกโจรปล้นและเผาทิ้ง ติงกาหลงว่า

“ไม่ได้นะกาหลง พี่จะไม่ปลูกเรือนที่นี่...พ่อขาวเคยบอก อย่าปลูกเรือนทับที่คนตาย...มันอาถรรพณ์”

กาหลงถามว่าแล้วจะปลูกที่ไหน ไม้จะขอแบ่งแปลงนาเฟื้อง กาหลงติงว่าที่ผ่านมาเราทำให้ทุกคนต้องลำบากเพราะเรามาพอแล้ว ครั้งนี้เราควรจะช่วยเหลือ ตัวเอง ไม้ก็ยังไม่สบายใจเพราะพ่อแม่ตายที่นี่มันเป็น ลางไม่ดี

“ไม่มีอะไรนักหรอก มันก็แค่ความเชื่อ...ยังไม่เคยเกิดเหตุใด ฉันกลับคิดว่า วิญญาณพ่อกับแม่พี่ จะปกป้องคุ้มครองให้เราอยู่ร่มเย็นเป็นสุข”

เมื่อไม้ตามใจ กาหลงกังวลเรื่องไม้ที่จะเอามาปลูกเรือน ไม้บอกว่าเรื่องนั้นตนเตรียมการไว้แล้ว คราวนี้กาหลงเป็นฝ่ายแปลกใจบ้างว่า ไม้เตรียมการไว้อย่างไร?

วันต่อมา จอกกับโขงก็ไปตีฆ้องร้องป่าวประกาศที่ลานวัดว่า ยี่เกคณะชาววัดจะมาแสดง เชิญพ่อแม่พี่น้องพบกับพระเอกหน้าหวานนางเอกหน้าคม

ลิเกคณะชาววัด เปิดแสดงกันที่ลานวัดนั่นเอง ชาวบ้านต่างหอบลูกจูงหลานมาปูเสื่อจองที่นั่งดูกันเต็มลาน

พอดนตรีโหมโรงและออกแขกแล้ว มัคนายกเฟื้องก็ออกมาเล่าเค้าเรื่องก่อนแสดงสั้นๆ...

“ตามท้องเรื่อง ‘ไกรทอง’ พ่อไกรทองคนงามจะ แหวก น้ำระเบิดถ้ำไปช่วยตะเภาแก้ว ไม่ให้เป็นการเสียเวลา เชิญสำราญกัน ณ บัดนี้”

ลิเกคืนนี้ ไม้เล่นเป็นตัวไกรทอง กาหลงเล่นเป็นตะเภาแก้ว สัปเหร่อขาวเล่นเป็นชาละวัน โดยมีจอกกับโขงเล่นเป็นสมุนของชาละวัน เรียกเสียงหัวเราะจากคนดู

แต่พอลิเกเล่นถึงตอนไกรทองกับชาละวันต่อสู้กัน ชาละวันเสียท่าล้มลง ไกรทองถือหอกเข้าไปหมายแทงชาละวัน ชาวบ้านลุ้นกันตื่นเต้น พลันนักแสดงทั้งสองก็หยุดค้างไว้เหมือนหุ่น ชาวบ้านพลอยมองตาค้างเหมือนหุ่นไปด้วย

เฟื้องเดินออกมาประกาศหน้าตาเฉยว่า

“เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไกรทองจะปราบชาละวันได้หรือไม่ ฤาชาละวันจะพลิกผันห้ำหั่นไกรทองปราชัย รอชมได้ในคืนเดือนแรม!!”

“เฮ้ย!!!” เสียงชาวบ้านร้องเสียงหลง ตาสรกับยายมาหัวเสีย ยายมาถามว่าหยุดเล่นแบบนี้หมายจะขอเงินตบรางวัลหรือ ว่าแล้วควักเงินออกมาประกาศเทให้หมดตัว ตาสรป่าวร้องว่า “ใครอยากดู ควักเงินมา...”

กาหลงไหว้ขอบใจชาวบ้านบอกว่าตนไม่ต้อง การเงิน ไม้บอกว่าอยากได้ไม้เอาไปปลูกเรือนเป็นสินสอดขอกาหลง ชาวบ้านอยากดูลิเก  พร้อมใจกันกลับไปงัดฝาบ้านกระดานเรือนเอามาให้ ลิเกชาววัดจึงแสดงต่อจนจบเรื่อง

ปรากฏว่า ชาวบ้านแบกไม้มากองพะเนิน ไม้กับกาหลงคุกเข่ากราบขอบใจน้ำใจชาวบ้าน พันกับเอียดบอกว่า ไม่ต้องขอบอกขอบใจดอก สองคนมีน้ำใจช่วยตน ยอมเสี่ยงตายช่วยไล่จับโจรปล้นควาย พวกตนก็เป็นหนี้สองคนเหมือนกัน  ยายมาเข้ามาเสริมว่า “น้ำใจพวกเอ็งนั้นมากโข หัวคุ้งท้ายคุ้งเขารู้กันสิ้น”

“นี่แหละไม้ กาหลง ความดีของพวกเอ็งรู้ออกแซ่ไปทั้งบาง ไม่สูญเปล่า” เฟื้องย้ำ

“คนทำดีย่อมได้ดี ผีสางนางไม้เห็นในกรรมดีของเอ็ง” สัปเหร่อวกเข้าเรื่องผีจนได้

ooooooo

สัปเหร่อขาวถือค้อนไปงัดฝาโลงศพ จันถามว่างัดไปทำอะไร

“เอาไม้ไปให้ลูกปลูกเรือน...ฝาโลงนี่แหละกัน แดดกันฝนทนนักเทียว”

“มันจะดีรึ? เอาของคนตายไปให้คนเป็น!”จันใจ คอไม่ดี

“บุญสิไม่ว่า คนตายก็ตายไป เผาร่างหมดเวรหมดกรรม แบ่งปันไม้ให้คนเป็น...ช่างได้บุญนักแล”

ฟังขาวแล้วจันเชื่อจับค้อนไปช่วยขาวเลาะฝาโลงอีกคน

ไม้เอาผ้าแพรสีมาผูกเสาเอกของเรือน กาหลงเอากระทงใส่อาหารมาบูชาเจ้าที่ แล้วนั่งไหว้บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง

“ขอให้เรือนของลูก...สำเร็จสมดังหวังใจ” ไม้เอ่ย

“อย่าได้มีอุปสรรคใดมาแผ้วพานเถิดเจ้าประคู๊ณ...” กาหลงภาวนา

สิ้นเสียงกาหลง ลมพัดผ่านไปวูบหนึ่ง กาหลงมองหน้าไม้ใจคอไม่ดี ไม้ปลอบใจว่า

“อย่าได้หวั่นไหว...เจ้าที่เจ้าทางรับรู้คำอธิษฐานของกาหลงแล้ว”

ขณะนั้นเอง ขาวแบกไม้มากับจอก โขง และชาวบ้าน เดินตามกันมาเป็นขบวน เฟื้องมองไม้ที่ขาวแบกมาถามว่าได้ไม้มาจากไหนหรือ?

“เอามาจากฝา...” จันพูดไม่ทันจบ ขาวขัดขึ้นทันทีว่า “ฝาเรือน”

“นึกว่าเอ็งหากินกับผีจะงัดฝาโลงศพมาปลูกเรือน” เฟื้องดักคอ ทันใดก็มีลมพัดมาวูบหนึ่ง จอกสะดุ้งโหยง

“อย่ามัวโอ้เอ้มิทันกาล...มาช่วยกันเถอะ” ไม้เร่ง ทุกคนขมีขมันช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ooooooo

ที่บ่อนโชติ แม่กลอยไปเล่นไฮโลได้เงิน ขณะกำลังจะเก็บเงินก็ถูกโชติมาคว่ำโต๊ะ ต่อว่าแม่กลอยว่ายกกาหลงให้ศัตรู หมายหลบหน้าตน

“ฟังฉันประเดี๋ยว พ่อโชติอย่าขุ่นเคืองใจ”

“น้าเป็นใจยอมให้มันปลูกเรือนหอ?!”

“ฉันพูดแก้ลำไป เทวดาหน้าไหนจะปลูกเรือนได้ทันกาล ตัวไอ้ไม้เองก็ไม่มีแม้แต่ไม้กระดานทำโลงศพมันจะหาไม้จากที่ใดมาปลูกเรือนได้เล่า”

โชติฟังแล้วค่อยเบาใจ สั่งลูกน้อง “ตั้งโต๊ะให้น้ากลอย!!”

ทั้งแม่กลอยและโชติต่างมั่นใจว่าไม้ไม่สามารถปลูกเรือนได้ตามกำหนด

ooooooo

หารู้ไม่! ด้วยความเมตตาของชาวบ้านที่ร่วมแรงร่วมใจไม่เพียงหาไม้มาให้เท่านั้นหากยังช่วยกันลงแรงสร้างบ้านเสร็จอย่างเร็วก่อนกำหนดของแม่กลอยด้วยซ้ำ

ไม้กับกาหลงกราบขอบคุณทุกคนที่มีเมตตา ต่อตน ไม้วางแผนว่า

“หลังจากแม่กลอยชมเรือนแล้ว ไม่เกินสามวันฉันจะยกขันหมากไปสู่ขอกาหลง”

กาหลงซาบซึ้งในความรักของไม้ บอกว่า “ฉันขอให้เรือนนี้เป็นเรือนรักเรือนตายของฉัน”

“อย่าพูดอย่างนั้น เรือนนี้จะเป็นเรือนรักของเรา พี่เคยบอกกาหลงหลายคราแล้ว แม้ความตายก็ไม่อาจพรากเราจากกันได้” ไม้โอบกอดกาหลงไว้ ยืนมองเรือนที่สร้างขึ้นมาด้วยความรักอย่างสุขใจ

แต่ที่ท้ายหมู่บ้าน! โชติใช้ผ้าขาวม้าคาดหน้า ขี่ม้านำสิง มั่น และขาบ ลูกน้องคู่ใจ บ่ายหน้าไปยังเรือนกาหลงด้วยความแค้นใจ เมื่อไปถึง โชติสั่งเหี้ยม

“เผาเรือนมันเสีย!”

ไม้ต่อสู้สุดชีวิต เฟื้อง จอก และโขงพากันมาช่วย สองฝ่ายประจัญบานกัน ฝ่ายหนึ่งจะเผาเรือนกาหลงให้ได้ในขณะที่ไม้และพวกต่อสู้ป้องกันเรือนสุดชีวิต จังหวะหนึ่งไม้กระชากผ้าคาดหน้าโชติออก ทันใดนั้นผู้ใหญ่ช่วงก็ตะโกนขึ้นว่า

“เฮ้ยหยุด!”

โชติส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอย แต่พอพวกไม้จะตาม ผู้ใหญ่ก็ตะโกนห้าม

“พวกเอ็งไม่ต้องตามมันไป เสือหวาดมันอาจลวงไปดักฆ่า” ผู้ใหญ่ช่วงป้ายสีเสือหวาดทั้งที่รู้แก่ใจดี รับปากกับไม้ว่า “พวกเอ็งวางใจ ข้าจะไล่ล่าตามจับพวกเสือหวาดให้ได้” ไม้บอกว่าไม่ใช่เสือหวาด ถูกผู้ใหญ่ตวาด“ไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใคร ออกปล้นสะดมชาวบ้านทุกเมื่อเชื่อคืน”

เฟื้องโต้ว่าบ้านไม้ไม่มีวัวไม่มีควาย แต่พวกมันหมายจะเผาเรือน จอกเชื่อว่าพวกที่ทำต้องเป็นพวกที่ผิดใจกับไม้

“แล้วมันจะเป็นใครไม่ได้...ถ้าไม่ใช่...” โขงพูดไม่ทันจบ ไม้ก็โพล่งไปว่า

“ไอ้โชติ!!”

ผู้ใหญ่ช่วงปกป้องโชติ หาว่าพวกไม้ใส่ร้ายโชติทั้งที่เจ้าตัวนอนอยู่บ้าน ท้าว่าถ้าไม่เชื่อไปดูก็ได้ เฟื้องฮึดฮัดจะไปดู

“ไม่ต้องหรอกพ่อ” ไม้ห้ามไว้ “ในเมื่อพ่อผู้ใหญ่ยืนยันเป็นมั่นเหมาะ ป่วยการจะเอาความ” ไม้เดินไปพูดตรงหน้าผู้ใหญ่ว่า “ฉันหวังใจว่าพ่อผู้ใหญ่จะถือสัตย์ หาใช่พวกถือหางเข้าข้างลูกตัว พ่อผู้ใหญ่ย่อมตระหนักดี คนที่มีอำนาจปกครองคนย่อมให้ความเป็นธรรม หากแม้นทรยศต่อหน้าที่ เวรกรรมย่อมตามสนอง!!”

ผู้ใหญ่จ้องหน้าไม้อย่างไม่พอใจที่พูดข่มขู่ในที แต่ไม้ไม่สะทกสะท้านฝากผู้ใหญ่ว่า

“ฉันฝากคำวานบอกลูกชายพ่อผู้ใหญ่...ตะวันขึ้นเมื่อใด ฉันจะแห่ขันหมากไปสู่ขอกาหลง!!”

ผู้ใหญ่สั่งลูกให้กลับอย่างไม่พอใจ เฟื้องติงไม้ว่าน่าจะบุกไปจับผิดพวกโชติถึงเรือน ไม้พูดปลงๆอย่างรู้เช่นเห็นชาติเล่ห์เหลี่ยมของผู้ใหญ่ว่า

“อย่าหวังเลย จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน หาไม่ต้องเกิดเป็นความใหญ่ วันพรุ่งฉันจำต้องเร่งเสียแล้ว มันจะได้เลิกราวีเสียที” ไม้พูดอย่างมุ่งมั่นจนทุกคนมองสงสัยว่าไม้จะทำอะไร?

ฝ่ายผู้ใหญ่ พอกลับถึงเรือนก็ตบหน้าโชติฉาดใหญ่ตามถีบจนล้มด่าลั่น

“เอ็งฟังไม่เคยรู้ความ ข้าเตือนกี่หนว่าจะทำการใดคิดเสียให้ดี ริเป็นนักเลงก็ฝึกปรือให้เหนือศัตรู หาใช่ให้มันมาลบหลู่พาลดูถูกข้า!” ตบ ถีบ ด่าโชติแล้วช่วงก็เดินปึงปังเข้าห้อง

สิงรีบเข้ามาดูถามโชติว่าเป็นอย่างไรบ้าง โชติลุกยืนเอามือปาดเลือดที่กบปาก ขบกรามคำรามในลำคอ...

“สักวัน พ่อจะต้องเห็นว่าข้าแกร่งกาจไม่ต่างจากพ่อ!”

ooooooo

เช้านี้กาหลงแต่งตัวสวยเพราะไม้บอกว่าจะมารับแม่กลอยไปชมเรือน แต่กลายเป็นว่าไม้ยกขบวนขันหมากมาสู่ขอ!

“ยังมิทันพาแม่ชมเรือน จะมาสู่ขอได้อย่างไร” กาหลงตกใจไม้เล่าให้กาหลงฟังว่าเมื่อคืนถูกโชติพาลูกน้องจะมาเผาเรือน วันนี้จึงมารับน้ากลอยไปชมเรือนแล้วทำพิธีสู่ขอเสียเลย

แม่กลอยเดินออกมาดู ขาวเชื้อเชิญอย่างเป็นพิธีการไปชมเรือนกาหลง “ข้าไม่ไป!” แม่กลอยแผดเสียงไม่พอใจ เฟื้องเลยแหย่ว่าแก่แล้วไขข้อไม่ดี ร้องบอกจอกกับโขงให้ช่วยกันอุ้มไป พอทั้งสองปราดเข้าไป แม่กลอยตวาดไล่ “พวกเอ็งออกไปจากเรือนข้า ก่อนที่ข้าจะเอาน้ำร้อนสาดให้ครางอย่างกับหมา!!”จันไพล่เข้าใจเป็นว่า แม่กลอยอยากทำพิธีที่นี่ ร้องบอกพรรคพวกว่าช่างเป็นข่าวดีเสียนี่กระไร

“หยุดได้แล้ว!! ไม่ทำพิธงพิธีอะไรทั้งนั้น

“น้ากลอยสัญญากับฉัน หากฉันปลูกเรือนได้ น้ากลอยจะยกกาหลงให้ฉัน” ไม้ทวงสัญญา

“ใช่...ข้าเป็นคนพูดเอง แต่เอ็งฟังความไม่หมด...”

“แม่ต้องการอะไรอีกจ๊ะ” กาหลงร้อนใจ

“กว่าข้าจะเลี้ยงกาหลงมันเติบใหญ่ ข้าต้องเสียน้ำนมตรมน้ำตาไปเท่าใด...ตามธรรมเนียมประเพณีมันต้องมีสินสอดทองหมั้น รึเอ็งสักแต่จะเอาตัวลูกสาวข้าไปใช้งาน ไม่เคารพขนบบรรพบุรุษ...เอ็งรีบไปหาสินสอดใส่พานมาสู่ขอกาหลง”

ขาวกับจันตบเข่าฉาดรับจะจัดการให้ แต่พอแม่กลอยบอกว่า ตนไม่เรียกมากมายอะไรขอแค่ทองสองเส้นกับควายสองตัวก็พอ ขาวกับจันก็เหงื่อแตกเพราะทองไม่มีสักเส้น ควายก็ไม่มีสักตัว!

“ข้าให้โอกาสพวกเอ็งแล้ว หากไม่มีสินสอด ข้าคงต้องยกให้คนที่เลี้ยงดูลูกสาวข้าได้”

“แม่...” กาหลงครางแทบหมดแรง “แม่จงใจขัดขวางพี่ไม้ แม่ไม่รักษาสัญญา”

กาหลงวิ่งร้องไห้ออกไป ไม้เสียใจวิ่งตามกาหลงไป ส่วนพวกจอกผิดหวังมาก ด่าแม่กลอย “แม่ใจหิน!” เลยถูกแม่กลอยไล่ตะเพิดทุกคนออกจากเรือนตนไปเดี๋ยวนี้เลย!

ooooooo

กาหลงวิ่งกลับไปที่เรือน คว้าค้อนทำลายเรือนน้ำตาอาบหน้า ไม้เข้ามากอดกาหลงขอให้หยุด

“ปล่อยฉัน...ขืนแม่คอยขวางฉันอยู่อย่างนี้ เรือนหลังนี้ก็หาใช้การได้ไม่ ฉันไม่อยากเห็นมันตำตาตำใจ!” กาหลงสะบัดหลุด งัดไม้ทำลายเรือนสุดแรง

“พี่จะหาเงินค่าสินสอดให้ได้” ไม้โพล่งออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว กาหลงทรุดร้องไห้อย่างหมดหวัง ถามว่า

“แล้วพี่จะเอาเงินจากไหน ไม่มีทางที่พี่จะหาเงินได้มากโขอย่างนั้น”

“พี่จะไปต่อยมวยแลกเงินที่วิเศษไชยชาญ”

กาหลงเป็นห่วงเกรงไม้จะเป็นอันตรายเพราะหนทางไกลอีกทั้งโจรก็ชุม

“แม้ต้องเสี่ยงด้วยชีวิตพี่ก็ยอม เรือนนี้ต้องเป็นเรือนรักมิใช่เรือนร้าง...พี่จะทำทุกอย่างเพื่อกาหลงของพี่”

กาหลงกอดไม้ไว้ด้วยความรัก...ซาบซึ้งใจ...

ooooooo

นวลได้ข่าวไม้จะไปต่อยมวย รีบมาขอให้พุดจีบช่วยห้าม หรือไม่ก็ช่วยอุปถัมภ์สินสอดทองหมั้น

“ฉันรู้นิสัยของเพื่อนรักฉันดี กาหลงมิเปิดใจยอมรับความหวังดีจากฉัน ฉันคงต้องปล่อยให้เขาทั้งสองต่อสู้เพื่อความรักของตัวเขาเอง” พุดจีบเอ่ย

บอกนวลเช่นนั้นแล้ว พุดจีบเข้าห้องพระจุดธูปไหว้พระภาวนา...

“ด้วยความดีและบุญบารมีที่ลูกสั่งสมไว้ในอดีตชาติและกาลนี้ จงดลบันดาลให้พี่ไม้แคล้วคลาดภยันอันตรายทั้งปวง ประสบสุข...ทำการใดสำเร็จด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

ส่วนไม้ พากาหลงไปที่ต้นไทรงาม นั่งพนมมือภาวนา...

“ข้าแต่ศาลเจ้าแม่ไทรงาม ไอ้ไม้ไหว้วิงวอนขอให้ลูกแคล้วเขี้ยวคลาดงา ศัสตราวุธภัยพาล แม้นลูกถือมั่นในศีลในสัตย์ ขอให้ลูกนำชัยได้เงินกลับมาสู่ขอกาหลงด้วยเถิด...”

กาหลงเข้ามานั่งพนมมือเคียงข้างไม้ภาวนาน้ำตาไหลพราก

“ฉันกาหลง...ขอสาบานต่อศาลเจ้าแม่ ลูกจะรักและภักดีต่อพี่ไม้ไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ลูกจะรอคอยพี่ไม้กลับเรือน”

รุ่งขึ้น ไม้ออกเดินทางท่ามกลางเสียงฟ้าร้องครืนครั่น ไม้บอกกาหลงให้รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี กาหลงบอกไม้ว่า

“ฉันจะรอพี่ที่เรือน”

พุดจีบแอบยืนส่งไม้ด้วยความเห็นห่วงกาหลงส่งไม้ที่ออกเดินทางไปกับจอกและโขง พลันก็นึกอะไรได้ย้อนกลับไปที่เรือน คว้าค้อนมาซ่อมแซมเรือนที่ทำลายไปเมื่อคืนให้สวยงาม แล้วออกไปยืนดู พึมพำบอกไม้อย่างภูมิใจว่า

“พี่ไม้...เรือนรักหลังนี้...รอคอยพี่อยู่นะจ๊ะ”

ooooooo

ไม้ออกเดินทางไปวิเศษไชยชาญกับจอกและโขง ไปถึงเวทีมวยคาดเชือกที่มีชาวบ้านเชียร์มวยกันอึกทึกจึงพากันเดินเข้าไป

“ที่นี่แหละ เขาต่อยมวยเดิมพันหนักทีเดียว”จอกบอก

“จะไหวเหรอวะฉันได้ยินว่า ไอ้คนชื่อสัก เจ้าถิ่นที่นี่เป็นนักมวยหมัดหนักหาตัวจับยาก” โขงชักแหยง แต่พอจอกชวนกลับโขงก็โวยว่า “เฮ้ย! แล้วจะมาทำไมวะ”

“เอ็งบอกว่าสู้ไม่ไหว แล้วจะสู้ให้อายหมามันเรอะ” จอกพาดพิงถึงหมา แต่พอหันไปเห็นหมา ถูกมันเห่าเพราะเป็นคนแปลกหน้า จอกก็สะดุ้งโหยงโดดหลบหลังโขงให้พ้นสายตามัน

“ข้ามันหมาจนตรอก จะเจ็บตายก็ขอไว้ลายสักครา” ไม้ตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน

ทั้งสามตรงไปเวทีมวยที่ชาวบ้านกำลังเชียร์คู่ที่ต่อย กันบนเวทีอย่างเมามัน พริบตาเดียวสักต่อยคู่ต่อสู้รัวหมัดใส่จนดูไม่ทันเห็นแต่คู่ต่อสู้ล้มตึงน็อกกับพื้น ชาวบ้านเฮกันลั่น ต่างยื่นถุงเงินพนันจ่ายกัน

“มีใครหน้าไหนจะพนันขันต่อกับไอ้สักก็เข้ามา!” เสียงแก้วประกาศกวาดตามองหาคนกล้า แต่ชาวบ้านต่างส่ายหน้าหลบสายตา สักมองไปรอบเวทีพูดผยองว่า

“ไม่มีใครกล้า...ข้าจะได้กลับไปกอดเมีย”

“ข้าขอท้าต่อย!!” ไม้ตะโกนก้อง จ้องหน้าสักอย่างไม่กลัวเกรง

“ไอ้หนุ่มหน้ามน ข้าขอเตือนเอ็งด้วยความหวังดี ไม่อยากกลับไปนอนหยอดน้ำข้าวต้ม ก็ถอนคำเสีย ไม่งั้นเอ็งอาจกลายเป็นผีเฝ้าเวทีมวย” แก้วปราม เรียกเสียงหัวเราะจากชาวบ้านที่มองไม้ว่าไม่เจียมตัว

ไม้ไม่ยี่หระ ถามว่าหากตนชนะจะได้เงินรางวัลกี่มากน้อย แก้วย้อนถามว่า “เอ็งพกมาเท่าไหร่” พอไม้บอกว่าไม่มีเงินแก้วปัดอย่างไม่แยแสว่า “ไม่มีเงินก็เดิมพันไม่ได้”

“แต่ฉันมีหลวงปู่โต” ไม้ดึงสร้อยคอออกมาให้ดู แก้วชะงักลังเล แต่สักตะโกนบอกอย่างดูแคลนว่า

“ข้าชอบนักเทียวไอ้พวกใจกล้าท้าความตาย!!เอ็งล้มข้าได้ ข้าจะยกเงินให้หมดถุง!! แต่หากแพ้...ข้าจะยึดพระและยึดชีวิตเอ็ง!!”

ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮาหันมองไม้เป็นตาเดียว จอกกับโขงใจคอไม่ดีที่ไม้ต้องเดิมพันด้วยชีวิต รั้งตัวไม้ไว้ แต่ไม้สะบัดกระโดดขึ้นเวทีไม่ลังเล สักร่างยักษ์หน้าเหี้ยมมองไม้เหมือนลูกไก่ในกำมือ!

ชาวบ้านหันไปพนันขันต่อกันอย่างคึกคักอีกครั้ง

ooooooo

ที่เรือนกาหลง...ขณะกาหลงกำลังปลูกดอกไม้เตรียมรับยามที่ไม้กลับจากไปต่อยมวยหาเงินมาเป็นสินสอดจะได้ชื่นใจ จู่ๆก็ถูกอบเชยเข้ามาพร้อมเผื่อนกับงามคนรับใช้คู่ใจ

อบเชยมาถามกาหลงว่า อยากได้เงินเท่าไหร่แลกกับตัวไม้ ตนจัดการให้ได้ กาหลงไม่อยากมีเรื่อง ลุกจะเดินเลี่ยงไป อบเชยดักไว้ กาหลงบอกว่าตนไม่อยากคุยเรื่องบัดสี ถามว่าเมื่อผู้ชายเขาไม่รักยังหน้าด้านเยี่ยงนี้ไม่รู้สึกแขยงบ้างหรือไร

“ทำไมต้องอาย ในเมื่อข้ารักพี่ไม้” อบเชยย้อนถามไม่กระดากปาก กาหลงถามว่า ทั้งๆที่ไม้ไม่ได้รักงั้นรึ “พี่ไม้ไม่รักข้า เพราะเอ็งเล่นคุณไสยเสน่ห์ยาแฝด ใช้น้ำมันหมูน้ำมันหมาน้ำมันพรายดีดใส่พี่ไม้”

อบเชยระรานด่าว่าป้ายสีกาหลง หมายจะชิงไม้ไปให้ได้ กาหลงตอกย้ำว่า

“เอ็งก็รู้อยู่เต็มอกว่าพี่ไม้เทใจปลูกเรือนให้ข้า ยอมเสี่ยงชีวิตไปต่อยมวยพนันหาเงินมาเป็นสินสอด เอ็งเลิกคิดเข้าข้างตัวเองเสียที”

อบเชยปราดเข้าไปจะตบ ถูกคว้าแขนไว้ พอหันมองเห็นแม่กลอยจ้องหน้าเขม็งอยู่ กาเหว่ากับชบาพุ่งเข้ามาผลัก อบเชยออกมา อบเชยโวยวายว่าถูกรุม วิ่งหนีพลางตะโกนเรียกเผื่อนกับงามให้มาช่วย ปรากฏว่าเผื่อนกับงามถูกจับมัดเอาดอกไม้เหี่ยวกับใบไม้ใบหญ้าแห้งโปะหัวดูเหมือนคนบ้าก็ช่วยอะไรไม่ได้ พอเห็นอบเชยวิ่งหนีไปก็วิ่งตามกันแทบไม่ทัน

กาหลงแปลกใจที่แม่กลอยมาช่วยตน แต่พอขอบใจ แม่กลอยกลับสะบัดเสียงบอกว่าไม่ได้มาช่วย แต่ผ่านมาเก็บยอดกระถิน กาเหว่าดักคอแม่ว่าอย่าทำไขสือ แม่เห็นอบเชยเดินมาทางนี้เลยชวนพวกตนมาช่วย กาเหว่าเลยถูกแม่กลอยเขกหัวโป๊กที่ทำให้เสียหน้า กาหลงซึ้งใจตรงไปกอดแม่กลอยบอก “ฉันรักแม่จ้ะ...”

แม่กลอยผลักกาหลงออกบ่นแก้เกี้ยวว่า “ร้อนอบอ้าวจะตายชักยังมากอดอีก ตัวเหนียวหมดแล้ว” พลางมองที่เรือนกาหลงเปรยขึ้นว่า “น่าเสียดาย เรือนหลังนี้ ต้องถูกแซะไม้ไปทำฟืน!”

กาหลงอุทานตกใจ แม่กลอยพูดไม่มองหน้าว่าตนไม่ได้แช่ง แต่ไม้ไม่มีทางหาเงินมาได้แน่

“แต่หากพี่ไม้ได้สินสอด ฉันขอนะจ๊ะ ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แม่เลิกแกล้งตั้งเงื่อนไขให้พี่ไม้ต้องช้ำใจอีกนะจ๊ะ” กาหลงวิงวอน แม่กลอยไม่ตอบ แต่หันมาสั่งชบากับกาเหว่าให้กลับเรือน

กาหลงได้แต่มองตามแม่ไปด้วยความเป็นห่วงไม้ แล้วขึ้นเรือนเพราะฝนตั้งเค้ามามืดฟ้ามัวดิน

ooooooo

ที่เวทีมวยคาดเชือก...ไม้กระโดดขึ้นเวที ถอดเสื้อโยนลงมาให้โขง คาดเชือก พันข้อมือ สักยืนมองอย่างพร้อมจะสอยให้ร่วงในพริบตา!

ประหมัดกันไม่ทันไร ไม้ก็ร่วงลงไปกองจริงๆ! โขงกับจอกตกใจตะโกนเรียก “พี่ไม้!!” แต่ไม้ลุกไม่ขึ้น! ครั้นกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้นมาก็ถูกสักไล่ต้อนจนเซ ไม้กัดฟันเดินเข้ารัวหมัดใส่สักไม่ยั้ง ถูกสักสวนหมัดต่อยเข้าเต็มหน้าจนกระเด็น สักตามซ้ำไม่เลี้ยงจนไม้ฟุบลงไปกองกับพื้น

“พี่ไม้!!” จอกกับโขงตะโกนลั่น

ขณะไม้กำลังบอบช้ำสาหัส เพราะหมัดของสักยอดนักมวยที่ไม่มีใครล้มได้นั้น...

ที่เรือนกาหลง...ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก กาหลงรีบลุกไปปิดหน้าต่างแล้ววิ่งไปปิดประตูเรือน

ประตูเรือนถูกผลักเปิดอย่างแรง กาหลงผงะเมื่อโชติย่างสามขุมเข้ารวบตัวไว้

“พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...” กาหลงตะโกนดิ้นสุดแรง ถูกโชติที่แข็งแรง ลากไปผลักลงที่เตียง ขู่เหี้ยม

“ร้องไปก็ขาดใจเสียเปล่า เอ็งต้องเป็นเมียข้า!”

กาหลงสู้สุดชีวิต ดิ้นจนหลุดวิ่งเตลิดออกจากเรือนไปตามทุ่งนา ปากก็ร้องตะโกน “พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...” โชติกำลังหน้ามืดวิ่งไล่ตามไป กาหลงวิ่งไปจนใกล้ถึงศาลเจ้าแม่ไทรงามสะดุดพื้นล้มลง ทำให้โชติตามทัน มันมายืนมองหัวเราะพูดสะใจ “เอ็งหนีไปไม่รอดแน่”

“ฉันไหว้ล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลย” กาหลงยกมือไหว้อ้อนวอนถูกโชติผลักลงกับพื้น กาหลงดิ้นก็ถูกตบจนนิ่งไป

“เอ็งหนีข้าหลายคราจนหนักเกินไปแล้ว วันนี้... เอ็งเสร็จข้าแน่!!” โชติพูดอย่างสะใจ

ooooooo

พุดจีบเป็นห่วงกาหลงที่อยู่คนเดียวซ้ำฝนยังตกหนักด้วย จึงกางร่มไปหา พุดจีบตกใจเมื่อขึ้นเรือนพบสภาพข้าวของเกลื่อนกระจายและตัวกาหลงก็หายไป!

“พี่นวลเร่งไปตามหากาหลงที่เรือนแม่กลอย ฉันจะแลหาแถวนี้” พุดจีบบอกนวลแล้วมองหาร่องรอย พบรอยเท้ากาหลงวิ่งย่ำโคลนไปทางหนึ่ง

นวลวิ่งไปที่เรือนแม่กลอยไม่พบกาหลงอยู่ที่นั่น ร้องอย่างตกใจ “ที่โน่นไม่มี ที่นี่ไม่มา...ตายยยยย” แม่กลอยถามว่าพูดอะไร นวลเล่าอย่างตระหนกว่าตนกับพุดจีบไปที่เรือนกาหลงเห็นข้าวของเกลื่อนกระจายราวกับถูกโจรบุกปล้นจับตัวกาหลงไป

“ไอ้กาเหว่า เอ็งไปแลพี่สาวที่ทุ่ง!” แม่กลอย ตะโกนสั่ง ชบาบอกว่ากาเหว่าออกไปตกปลา “งั้นเอ็งไปกับนังนวล ไปดูให้รู้แจ้งว่านังกาหลงอยู่ที่ใด” แม่กลอยสั่งการเป็นการห่วงกาหลงมาก

ooooooo

กาหลงถูกโชติตบหน้านิ่งไป รู้สึกตัวตอนกำลังถูกโชติซุกไซ้อย่างกลัดมัน กาหลงอาศัยจังหวะที่โชติกำลังหน้ามืด แอบดึงมีดที่เอวโชติปาดหน้ามันจนร้องเสียงหลงแล้วลุกถือมีดขู่ “อย่าเข้ามา ไอ้จังไร!!”

สิงมั่นกับขาบได้ยินเสียงลูกพี่ร้องพากันวิ่งเข้ามา โชติสั่ง “จัดการมัน!” พวกมันรุมกันเข้าแย่งมีด ตบกาหลงจนสลบ โชติพูดอย่างแค้นใจ “มันทำหน้าข้าเป็นแผล เหลือจะทนให้มันไปโพนทะนาบอกใครเอามันไปถ่วงน้ำ!!”

“พี่เร่งไปใส่ยาเถอะ” สิงบอกโชติที่หน้าถูกกรีดจนโชกเลือด

ooooooo

ที่เวทีมวยคาดเชือก ไม้ถูกสักต่อยร่วงลงไปนอนหมดสติ โขงกับจอกตะโกนเรียกอย่างตกใจ แต่ไม้ยังนอนนิ่ง! จนครู่หนึ่งไม้รู้สึกตัว พอลืมตาก็อุทาน “กาหลง!”

ไม้ฝืนตัวกัดฟันลุกขึ้น โขงเป็นห่วงตะโกนให้ยอมแพ้ แต่ไม้กลับฮึดขึ้นมาพุ่งเข้าต่อยสักไม่ยั้ง โขงมองตาค้างพึมพำ “ผีตัวไหนเข้าสิง พี่ไม้ถึงมีแรงอย่างกับช้างสาร” ส่วนจอกตะโกนเหยงๆ “พี่ไม้เล่นงานมันให้สลบเหมือดไปเลย!”

ไม้ต่อยสักไม่ยั้งจนสักเซ จังหวะนั้นไม้เตะก้านคอผัวะ! สักล้มลงทันที จอกกับโขงกระโดดไปจับแขนไม้ชูให้ชนะ ท่ามกลางชาวบ้านที่ตะลึงอึ้งกันเงียบกริบ พอได้สติก็ปรบมือเชียร์ไม้กันสนั่นอย่างอัศจรรย์ใจ

ขณะที่ไม้ชกชนะสักหมายเอาเงินเดิมพันมาเป็นค่าสินสอดสู่ขอกาหลงนั้น...

ที่ริมบึงบัว...ปอง ลูกน้องคนหนึ่งของโชติที่กำลังช่วยขาบกับมั่นมัดมือมัดเท้ากาหลงเตรียมถ่วงน้ำตามคำสั่งของโชติ ถามหื่นๆว่าจะถ่วงน้ำจริงหรือ เสียดายของ ขาบกับมั่นกลัดมันขึ้นทันที ช่วยกันแก้มัดกาหลงมือไม้สั่น

“กาหลง...กาหลง...” เสียงพุดจีบตะโกนเรียกแว่วมา

“อุบ๊ะ! ไอ้พวกขัดคอ!!” มั่นสบถ แล้วพวกมันก็ช่วยกันยกร่างกาหลงลงเรือ

“กาหลง...กาหลง...” พุดจีบมาตะโกนเรียกกาหลงอยู่ริมบึง มั่น ขาบ และปอง ช่วยกันรีบพายเรือไปกลางบึงบัว เพื่อเอากาหลงไปถ่วงน้ำ!

ooooooo

เรือนกาหลง ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement