รากนครา ตอนที่ 9 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รากนครา ตอนที่ 9


29 ก.ย. 2560 17:34
2,137,918 ครั้ง

ละคร นิยาย รากนครา

รากนครา ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

รากนครา

แนว:

พีเรียด-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ปิยะพร ศักดิ์เกษม

บทโทรทัศน์โดย:

ยิ่งยศ ปัญญา

กำกับการแสดงโดย:

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย:

บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ปริญ สุภารัตน์, ณฐพร เตมีรักษ์,นิษฐา จิรยั่งยืน

ความพยายามของเจ้าแม้นเมืองสัมฤทธิผล เมื่อหมอฝรั่งตรวจครรภ์วันต่อมาพบว่าเด็กปลอดภัยและแข็งแรงดี เจ้าศุขวงศ์ยินดีที่สุด และถือโอกาสนี้พาหมอฝรั่งไปดูอาการเจ้าย่าเรือนคำที่กำลังไม่สบาย

เจ้าย่าเรือนคำไม่เต็มใจนัก กลัวหมอฝรั่งจะรักษาแบบที่ร่ำลือคือผ่าท้อง แต่ต้องผิดคาด เพราะการรักษาแบบฝรั่งไม่เลวร้ายอย่างที่คิด แค่วิธีการและชนิดของยาที่ใช้แตกต่างกันเท่านั้น

เจ้าศุขวงศ์รอดูจนอาการป่วยของเจ้าย่าเรือนคำดีขึ้น จึงให้อินทรส่งหมอกลับ ส่วนตัวเองรับมื้อเย็นตามคำขอเจ้าย่าและเจ้าละอองคำ โดยไม่รู้เลยว่าสองสาวย่าหลานจะมีแผนการบางอย่าง

เจ้าแม้นเมืองไม่รู้ว่าสวามีจะถูกรั้งตัว เตรียมตั้งสำรับรอจนมืดค่ำ กว่าอินทรจะมาบอกว่าเจ้าศุขวงศ์จะรับมื้อค่ำที่เรือนเจ้าย่าเรือนคำ ความน้อยใจผุดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เดาอย่างมั่นใจว่านอกจากมื้อค่ำถูกปาก คงมีเรื่องอื่นหรือใครอื่นทำให้สวามีถูกใจด้วยเป็นแน่

การคาดเดาของเจ้าแม้นเมืองไม่เกินจริงเลย นอกจากมื้อค่ำรสเลิศ เจ้าย่าเรือนคำยังเตรียมให้เจ้าละอองคำ ถวายตัวเป็นชายาอีกคนของเจ้าศุขวงศ์หลานชายคนโปรด

เขียนจันทร์เห็นเจ้าศุขวงศ์ไม่กลับเรือนก็ระแวงว่าเจ้าละอองคำจะยื้อตัวไว้ คำแก้วโมโหแทนเจ้านายสาว มาก ตั้งท่าจะไปตามถึงเรือนเจ้าย่าเรือนคำ แต่เจ้าแม้นเมือง ก็ห้ามเด็ดขาด

“จำเอาไว้เถอะ...ในโลกนี้มีอยู่สองสิ่งที่ใครก็แย่งชิงหรือปล้นไปจากเราไม่ได้ อย่างหนึ่งคือความรู้ อีกอย่างคือศักดิ์ศรี มันจะอยู่กับเราจนวันตาย ยกเว้นว่าเราจะทำลายหรือขายมันด้วยตัวเราเอง ในเมื่อเราไม่อยากเป็นที่เกลียดชังของใคร ก็จงอยู่อย่างเข้าใจคนอื่นให้มากนะคำแก้ว”

คำแก้วก้มหน้างุดด้วยความรู้สึกผิด ประกาศกร้าวจะไม่ยอมมีผัวให้ช้ำใจ เจ้าแม้นเมืองส่ายหน้าอ่อนใจ

“รักให้เป็น รักอย่างให้เกียรติคนที่เรารัก อย่ารักอย่างต้องการครอบครอง ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกคำแก้ว วันนี้เจ้าอาจไม่เข้าใจในสิ่งที่เราพูด แต่วันข้างหน้า...เจ้าจะเข้าใจด้วยตัวเจ้าเอง”

เจ้าแม้นเมืองตั้งใจแล้วจะไม่ขัดขวางเรื่องเจ้าละอองคำ หากเป็นความต้องการของสวามี เจ้าศุขวงศ์เสียอีก ต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างหนักไม่ให้จมกับตัณหาและแรงขับเคลื่อนตามธรรมชาติ

เสน่หาและความอ่อนเยาว์ของเจ้าละอองคำเกือบทำให้เขาเตลิด แต่เพราะสำนึกผิดชอบชั่วดีและความรักที่มีต่อเจ้าแม้นเมืองทำให้ยับยั้งชั่งใจสำเร็จ ขืนตัวไว้และบอกปฏิเสธ
เจ้าละอองคำหน้าชา น้ำตาร่วงด้วยความอับอาย

“ในสายตาเจ้าพี่...น้องคงไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงชั้นต่ำไร้ค่า น่าอายเหลือเกิน”

“ตรงกันข้ามละอองคำ...ในสายตาของพี่ น้องมีค่าเกินกว่าจะต้องมาแปดเปื้อนเพราะพี่ หยุดร้องไห้เสียเถอะ สำหรับพี่...น้องยังคงเป็นน้องสาวที่พี่รักและเอ็นดูเสมอ”

ooooooo

เพราะรู้สึกผิดที่เกือบนอกใจชายาคนสวย เจ้าศุขวงศ์จึงเอาใจเจ้าแม้นเมืองเป็นพิเศษ พะเน้าพะนอและแทบไม่ยอมห่างไปไหน เหมือนอยากจะชดเชยความผิดของตัวเองที่เกือบทำให้เธอต้องช้ำใจ

เจ้าแม้นเมืองชอบใจการแสดงออกถึงความรักของสวามีมาก แต่ความสุขแสนหวานตามประสาผัวเมียก็อยู่ไม่นาน เช้าวันต่อมาเจ้าย่าเรือนคำก็ให้คนมาส่งข่าว... เจ้าละอองคำจะฆ่าตัวตาย!

โชคดีเจ้าละอองคำทำไม่สำเร็จ แต่กระนั้น...การกระทำของเธอก็ทำให้ทุกคนเป็นห่วง โดยเฉพาะเจ้าย่าเรือนคำถึงกับเปิดอกคุยกับเจ้าแม้นเมืองว่าอยากให้เจ้าศุขวงศ์รับเจ้าละอองคำเป็นชายาอีกคน

คำขอจากเจ้าย่าเรือนคำทำให้เจ้าแม้นเมืองลำบากใจไม่น้อย เธอไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่อยากคุยกับเจ้าละอองคำตามประสาผู้หญิงด้วยกันก่อน

“เจ้าพี่รู้สึกสมเพชน้องมากใช่ไหม เจ้าพี่รู้อยู่แก่ใจว่าน้องคิดยังไงกับเจ้าพี่ศุขวงศ์”

“หัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน พี่เข้าใจ พี่ไม่เคยคิดขัดขวางน้อง เพราะสิ่งใดที่เป็นความสุขของเจ้าน้อย พี่ต้องน้อมรับด้วยความเต็มใจ อย่างน้อยน้องก็มาก่อนพี่ ถ้าวันนี้เชียงพระคำต้องสูญเสียน้อง คนที่จะเสียใจที่สุดก็คือพี่เอง”

“ความรักคือสิ่งงดงามที่สุดและโหดร้ายที่สุด น้องเพิ่งรู้แจ้งวันนี้เอง”

“ทำใจให้สบายละอองคำ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปเอง สำหรับพี่...เคยรู้สึกอย่างไรกับน้องพี่ไม่เคยเปลี่ยน น้องยังเป็นน้องที่พี่รักและเอ็นดูเสมอ”

แม้ปากจะบอกว่ายอมรับได้ แต่เจ้าแม้นเมืองก็อดกระเง้ากระงอดไม่ได้ เจ้าศุขวงศ์ไม่ถือสา นึกเอ็นดูด้วยซ้ำเมื่อเธอถามถึงเรือนหลังใหม่ที่รื้อจากภูผาเมือง เพราะเข้าใจว่าเขาจะใช้เป็นเรือนหอกับเจ้าละอองคำ

“มันคือเรือนหอของน้องต่างหาก...คืนแรกที่พี่พาน้องมาถึงเชียงพระคำ น้องยังจำได้ไหมแม้นเมือง...ว่าเราค้างแรมกันบนภูผาเมือง ความทรงจำและความรักของพี่ที่มีต่อน้องอยู่ที่เรือนหลังนั้น พี่ไม่ต้องการให้ใครไปใช้เรือนหลังนั้นอีก พี่ถึงสั่งให้รื้อลงมาปลูกที่นี่เพราะมันคืออนุสรณ์ความรักของเราสองคน”

“อย่างนั้น...ตบแต่งเจ้าละอองคำแล้วเจ้าจะให้เปิ้นขึ้นมาอยู่บนเรือนนี้ด้วยกันหรือยังไง”

“จะไม่มีงานแต่งอะไรทั้งนั้นแม้นเมือง”

“ข้าเจ้าเกรงว่าจะไม่งาม อย่างน้อยเจ้าย่าเปิ้นก็จะได้สบายใจนะเจ้า”

เจ้าศุขวงศ์ส่ายหน้า ยืนยันเสียงเข้ม “พี่จะไม่แต่งงานกับใครอีก พี่จะไม่มีเมียรอง เมียน้อย เมียบ่าว เพราะพี่มีเมียชื่อเจ้าแม้นเมืองคนนี้คนเดียวอยู่แล้ว...ชัดเจนพอรึยังแม้นเมือง”

เจ้าแม้นเมืองปลื้มใจมาก แต่ไม่วายสงสัยว่าเขาจะขัดใจเจ้าย่าเรือนคำได้อย่างไร เจ้าศุขวงศ์ต้องเล่าให้เบาใจว่ายืนกรานกับเจ้าย่าแล้วว่าตั้งใจจะอยู่แบบผัวเดียวเมียเดียว และเขาก็ไม่เคยรู้สึกกับเจ้าละอองคำมากกว่าน้องสาว

“ยังมีอะไรค้างคาในใจน้องอีกบ้าง”

“แล้วเจ้าไม่ห่วงความรู้สึกละอองคำบ้างรึไร”

“ละอองคำยังเด็กเกินไป ยังต้องเรียนรู้ทำความ เข้าใจความรักกับชีวิตอีกมาก น้องอย่ากังวลเลย พี่เชื่อว่า เวลานี้ละอองคำเข้าใจอะไรขึ้นมากแล้ว วันข้างหน้าละอองคำจะเข้มแข็ง มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างรู้คุณค่าและมีความมุ่งหมาย”

เจ้าแม้นเมืองสบายใจขึ้น แต่ไม่วายฟุ้งซ่าน กลัวเขามีหญิงอื่นอีก เจ้าศุขวงศ์ต้องย้ำให้มั่นใจ

“พี่บอกแล้วชีวิตพี่ขอมีน้องเพียงคนเดียว คนอื่นอาจคิดว่าการมีเมียมากคืออำนาจและบารมี แต่สำหรับพี่...เห็นแต่ความทุกข์ที่ตามมามากกว่า ขนาดพี่ไม่ทันมีเมียรอง ก็ทำเอาเจ้าเจ็บปวดขมขื่นใจเสียมากมายจริงไหม”

คำเย้าของเขาทำให้เจ้าแม้นเมืองค้อนขวับ เจ้าศุขวงศ์ชอบใจมาก ปลอบเสียงอ่อน

“ในโลกตะวันตกเท่าที่พี่ได้สัมผัสและใช้ชีวิตมา พี่เห็นแต่ฝาหรั่งอยู่กินกันอย่างผัวเดียวเมียเดียวตามคำสอนศาสนาของพวกเขา น้องเข้าใจแล้วใช่ไหม...การที่เราเอาความคิดอย่างฝาหรั่งตะวันตกมาเลือกใช้ไม่ได้หมายความว่าเรายอมก้มหัวหรือเสียศักดิ์ศรีของเราให้พวกฝาหรั่งแม้แต่น้อย อย่างไหนดีเราก็รับมา อย่างไหนไม่เข้าท่าเราก็ปฏิเสธ ถึงจะเรียกว่ารับมาอย่างมีสติและใช้ปัญญาของเราเอง”

ooooooo

บรรยากาศความรักอบอวลด้วยความสุขที่เชียงพระคำ ต่างจากสถานการณ์บ้าคลั่งเพราะความโกรธของเจ้านางปัทมสุดา เมื่อขิ่นแหม่ทูลฟ้องเรื่องมิ่นยักยอกเงินส่วนพระองค์ที่ประทานให้ชาวบ้าน

แน่นอนว่าการเป็นคนโปรดทำให้เจ้านางปัทมสุดาไม่เชื่อ ขิ่นแหม่ต้องหาหลักฐานและยุแยงผู้คนในวังจนมิ่นถูกจับได้คาหนังคาเขา และถูกนำตัวไปเฝ้าเจ้านางปัทมสุดาเพื่อรับโทษ

“มิพญาให้ความเป็นธรรมมิ่นด้วย มิ่นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้จริงๆ มิ่นถูกใส่ร้าย”

“ไม่มีใครใส่ร้ายมึงเพราะหลักฐานทนโท่เต็มเรือนมึง อีมิ่น...มึงมันงูเห่า! เก็บมาเลี้ยงดียังไง มึงก็แว้งกัดกูจนได้”

“มิพญา...ยกโทษให้มิ่นด้วย มิ่นผิดไปแล้ว มิ่นจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้วเพคะ”

“เอาตัวมันไปเฆี่ยนจนกว่าข้าจะสั่งให้หยุด!”

ขิ่นแหม่สะใจมาก เป็นตัวตั้งตัวตีให้พวกโขลนทำตามคำสั่ง โดยมีสายตาของเจ้ามิ่งหล้ามองตามด้วยความสมเพชปนเวทนา ก่อนจะคิดแผนการบางอย่างได้ว่าความแค้นของมิ่นอาจเป็นประโยชน์กับเธอ

ข่าวการลงโทษมิ่นอย่างโหดเหี้ยมและทารุณแพร่สะพัดไปทั่ววัง กษัตริย์เมืองมัณฑ์รู้นิสัยและสันดานของมิ่นดี เห็นด้วยว่าควรถูกลงโทษ แต่ไม่คิดว่าควรจะโดนหนักขนาดนี้

แต่ครั้นเขาเตือน พระนางปัทมสุดากลับไม่ยี่หระและเห็นเป็นเรื่องสมควร

“ถ้าไม่เห็นอีมิ่นเป็นตัวอย่าง แล้วไอ้อีแถวนี้มันจะจดจำเข็ดหลาบกันได้ยังไงหม่องหม่อง”

“ปกครองคนต้องใช้ทั้งอำนาจและเมตตาธรรมไปพร้อมๆกันนะซูซู ใช้แต่อำนาจอย่างเดียวไม่ได้หรอก”

“คนเลี้ยงไม่เชื่องอย่างอีมิ่น ไม่สมควรได้รับความเมตตา”

“อย่างน้อยก็นึกถึงความดีความชอบที่มันเคยทำบ้าง น้องเคยพูดจะหาใครรู้ใจดีกว่านังมิ่นไม่มีอีกแล้ว”

คำเตือนของกษัตริย์ไม่ได้ทำให้เจ้านางปัทมสุดาสำนึก แม้จะสั่งหยุดโบยมิ่นแต่ไม่ให้ใครช่วย แถมลดตำแหน่งอีกต่างหาก จากต้นห้องคนสนิทเป็นคนทำความสะอาด...คอยเก็บกระโถนขี้เยี่ยว!

แต่ที่ทำให้มิ่นช้ำใจสุดคือขิ่นแหม่ได้เลื่อนตำแหน่งจากบริวารในวังรับใช้ทั่วไป เป็นคุณท้าวหัวหน้านางกำนัลและเป็นต้นห้องคนสนิทของเจ้านางปัทมสุดาแทนเธอ

เจ้ามิ่งหล้าเฝ้ามองสถานการณ์ของมิ่นด้วยแววตาร้ายลึก ก่อนสั่งให้ฟองจันทร์พาตัวมิ่นไปทายา มิ่นยังหยิ่งและไม่ไว้ใจเจ้ามิ่งหล้า ยอมให้ทำแผลแต่ไม่ยอมพูดด้วย แต่เจ้ามิ่งหล้าไม่ยอมแพ้ แวะเวียนมาเยี่ยมจนมิ่นทนไม่ไหว

“มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ทั้งรู้ว่าไฟมันจะลวกมือก็ยังเอาไฟมาถือไว้”

“ข้ารู้ว่าคนอย่างเจ้าควรจะหนีอายด้วยการเชือดคอตัวเอง ไม่ใช่ยอมรับสถานภาพคนเก็บกระโถนขี้เยี่ยวอย่างนี้”

“ใครที่มันทำกับข้าเอาไว้ สักวันข้าจะเอาคืนให้สาสม”

“เจ้าไม่มีทางมีวันนั้นหรอกถ้าไม่มีข้า!”

ooooooo

หลังเปิดใจกัน เจ้าศุขวงศ์ก็แสดงความรักที่มีต่อเจ้าแม้นเมืองอย่างเปิดเผย กลายเป็นภาพชินตาเสียแล้วสำหรับคนทั้งวังที่เขาจะเดินตามชายาคนสวย อย่างเช่นวันนี้ที่เขาตามเธอไม่ห่าง ทั้งที่มีนัดคุยกับเจ้าหลวงศรีวงศ์

“เจ้าหลวงเปิ้นจะคอยนะเจ้า เจ้าพี่มาคอยเดินตามข้าเจ้าอยู่ทำไม”

“ก็...วันนี้พี่อยากอยู่ใกล้ๆเจ้า อยากเห็นเจ้าอยู่ในสายตาพี่ทุกนาที”

“เห็นกันอยู่ทุกวันไม่เบื่อรึไง”

“ไม่เบื่อ ไม่เคยเบื่อ แถมยิ่งจะรักมากขึ้นทุกวันมากกว่า”

กว่าเจ้าศุขวงศ์จะผละจากเจ้าแม้นเมืองก็ต้องเตือนหลายรอบ เปิดโอกาสให้เจ้าหน่อเมืองที่ซุ่มรอจังหวะอยู่แล้ว ส่งสัญญาณให้น้องสาวมาพบเพื่อพูดคุยเรื่องเจ้าศุขวงศ์

เรื่องราวการบุกทลายคลังอาวุธของกองทัพเชียงเงินในวัดร้างแถบชายแดนถูกถ่ายทอดถึงเจ้าแม้นเมืองหลังจากนั้น แม้เธอจะยืนยันว่าเจ้าศุขวงศ์ออกเดินป่าเพื่อสำรวจเรื่องค้าไม้กับอังกฤษ แต่เจ้าหน่อเมืองไม่เชื่อ เพราะมีหลักฐานแน่นหนา รวมทั้งพยานบุคคลคือเหล่าสมุนที่ได้ยินเต็มสองหูว่าหัวหน้าคนก่อเหตุคือเจ้าศุขวงศ์

“เจ้าพ่อเสียใจมาก โกรธมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น...มันเอาใจสยามจนไม่เห็นแก่ความเป็นญาติพี่น้องอย่างที่ปากมันพูดสักนิด ทั้งที่มีเจ้ามาเป็นตัวประกันอยู่ที่นี่ มันก็ยังไม่เห็นหัวเจ้าพ่อของเรา แม้นเมือง...ไอ้ศุขวงศ์คนนี้มันคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของเชียงเงิน!”

และเพื่อชำระแค้นให้สาสม เจ้าหน่อเมืองจึงอยากให้น้องสาวช่วยวางยาพิษเจ้าศุขวงศ์ ขวดใบจิ๋วแต่เต็มไปด้วยพิษร้ายแรงทำให้เจ้าแม้นเมืองหายใจไม่ทั่วท้อง ตัวสั่นจนเจ้าหน่อเมืองสัมผัสได้

“มือเจ้าสั่นด้วยความกลัวขนาดนี้ ความขลาดเข้าครอบงำจิตใจตั้งแต่เมื่อไรกัน”

“น้องระลึกถึงบุญคุณแผ่นดินเกิดแลเลือดเนื้อบรรพบุรุษเชียงเงินเสมอ”

“ไม่มีเหตุผลอื่นทำให้เจ้ากลายเป็นคนอ่อนแอเยี่ยงนี้ได้ นอกจากเจ้ายอมตกเป็นทาสรับใช้มัน เจ้ายอมเอาหัวใจตัวเองไปหลงรักมันแล้ว...อย่างนั้นใช่ไหมแม้นเมือง!”

น้ำเสียงคาดคั้นและดุดันของพี่ชายทำให้เจ้าแม้นเมืองหน้าชา พูดไม่ออกว่าหลงรักเจ้าศุขวงศ์ในฐานะสวามีอย่างสุดหัวใจ เจ้าหน่อเมืองจึงตีความท่าทางเหล่านั้นว่าตกลง

“มันจะต้องเจ็บปวดทรมานเหมือนกับที่มันทำกับพวกเรา วิญญาณบรรพชนเชียงเงินจะชื่นชมความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของเจ้า...ถึงวันที่พี่ได้รับข่าวดีจากเจ้า พี่จะรีบมารับเจ้ากลับไปอยู่เชียงเงินด้วยกันเหมือนเดิม”

ระหว่างที่เจ้าแม้นเมืองลำบากใจเรื่องวางยาสวามี เจ้าศุขวงศ์ปลาบปลื้มยินดียิ่งนักเมื่อเจ้าหลวงศรีวงศ์อยากจัดงานแต่งงานให้เจ้าจักรคำ และคนที่เจ้าจักรคำอยากแต่งงานด้วยก็คือเจ้าละอองคำ

เจ้าย่าเรือนคำแปลกใจมาก ไม่คิดมาก่อนว่าเจ้าจักรคำจะแอบมีใจให้เจ้าละอองคำ เจ้าศุขวงศ์เสียอีกที่สังเกตมาตลอด และมั่นใจว่าญาติหนุ่มกับญาติสาวจะลงเอยกันได้

“เจ้าย่า...ความรักเป็นเรื่องสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก หลานแน่ใจว่าเจ้าอุปราชจะดูแลละอองคำเป็นอย่างดี เพราะเจ้าอุปราชรักละอองคำมานานแล้วเจ้า”

“จักรคำจะไม่ตะขิดตะขวงใจใช่ไหม ถ้ารู้ว่าละอองคำมีใจให้เจ้า”

“หลานเชื่อแน่ว่าความรักของเจ้าอุปราชมั่นคง เจ้าย่าอย่ากังวลเลย ให้เวลาละอองคำสักนิด ละอองคำจะเรียนรู้ด้วยตัวเองว่าการได้อยู่กับคนที่รักตนมีค่าขนาดไหน ความรักเป็นเรื่องการแบ่งปัน ไม่ใช่การรอเป็นผู้ได้รับฝ่ายเดียว”

ooooooo

เจ้ามิ่งหล้าไม่ละความพยายามจะดึงมิ่นมาเป็นพวก แม้ว่าอีกฝ่ายจะทำเมินไม่สนใจเธอก็ตาม

“น่าเห็นใจที่เจ้ามีทางเลือกไม่มากนัก...กลับไปบ้านเกิดอย่างแบกความอัปยศอดสูกลับไปด้วย หรือทนอยู่ที่นี่ต่อ แต่ความน่าอดสูก็ไม่ต่างกัน”

“เลิกพูดจาทับถมข้าได้แล้ว”

“ข้าเพียงเตือนว่างานที่เราจะทำเสี่ยงขนาดไหน ความสำเร็จหรือความตายคือปลายทางที่เจ้ากับข้าจะได้รับ”

ถ้อยคำแฝงนัยบางอย่างของเจ้ามิ่งหล้าทำให้ มิ่นเอะใจ ก่อนจะตัดสินใจยอมร่วมมือ ด้วยการเป็นพยานในการถวายฎีกาต่อกษัตริย์เมืองมัณฑ์เรื่องเจ้านางปัทมสุดาโกหกว่าตั้งครรภ์องค์รัชทายาท!

ฎีกาปริศนาที่หาตัวคนส่งไม่ได้ทำให้เจ้านางปัทมสุดาตกในสถานการณ์ลำบาก เหล่าเสนาบดีแบ่งเป็นสองฝ่าย ตั้งหน้าตั้งตาเถียงกันแบบเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ข้อสรุป

เจ้ามิ่งหล้าตัวบงการที่แท้จริงเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสาแก่ใจ เอ่ยกับฟองจันทร์

“เวลาของความเปลี่ยนแปลงกำลังจะมาถึงแล้วฟองจันทร์ ความแน่นอนในโลกนี้คือความไม่แน่นอน แต่ที่แน่นอนที่สุดคือชัยชนะย่อมตกแก่ผู้แข็งแกร่งกว่าเสมอ ดูเอาไว้ให้เต็มตาฟองจันทร์ ที่ตรงนั้นอีกไม่นานมันจะเป็นที่ของข้า โลกจะต้องจดจำว่าครั้งหนึ่งราชธิดาจากเชียงเงินขึ้นนั่งบัลลังก์ราชินีเมืองมัณฑ์อย่างสมศักดิ์ศรี”

เจ้านางปัทมสุดาถูกเรียกตัวสอบสวนหลังจากนั้น เหล่าเสนาบดีต่างก้มหน้านิ่งด้วยเกรงกลัวฤทธิ์เดชของเธอ กษัตริย์เมืองมัณฑ์เห็นท่าไม่ดี จำต้องบอกว่าฎีกาเจ้าปัญหายังหาต้นตอคนยื่นเรื่องไม่ได้

“หมายความว่าเรื่องไร้สาระ เรื่องต่ำทรามหมิ่นเกียรติศักดิ์ศรีอย่างไรก็ทรงรับไว้หมดอย่างนั้นรึเพคะ”

“ซูซู...นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ประชุมในที่นี้ รวมไปถึงราษฎรเมืองมัณฑ์ต่างก็ตกใจกับสิ่งนี้พอๆกับน้อง น้องควรถือโอกาสนี้ไขข้อกังขาด้วยการพิสูจน์ความจริงนี้เถิด”

“น้องกลายเป็นผู้ต้องหา กระทำเรื่องเลวทรามชั่วช้าจนต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองเสียแล้วอย่างนั้นรึ ท้องพระโรงแห่งนี้กลายเป็นที่พิพากษาความผิดของน้องไปแล้วอย่างนั้นรึ”

จบคำก็แสร้งเป็นลมต่อหน้าธารกำนัล เจ้ามิ่งหล้าเฝ้ามองด้วยความสมเพช มั่นใจว่าเป็นมารยาสาไถยของอีกฝ่าย และคนอย่างเจ้านางปัทมสุดาคงไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างใครได้นาน

การคาดการณ์ของเจ้ามิ่งหล้าไม่เกินจริงเลย เจ้านางปัทมสุดาเร่งจัดการปิดปากหมอหลวงพยานปากเอกให้ตายแบบไร้ร่องรอย เจ้ามิ่งหล้าเลยต้องใช้ไม้ตายสุดท้ายคือรักษาตัวมิ่นอย่างดี และเดินแผนขั้นต่อไปคือสารภาพกับกษัตริย์เมืองมัณฑ์ว่าเป็นคนยื่นฎีกานั้นด้วยตนเอง!

ooooooo

คำสั่งจากเจ้าหน่อเมืองให้วางยาเจ้าศุขวงศ์ทำให้เจ้าแม้นเมืองลำบากใจมาก ความรักและความผูกพันที่ก่อตัวในระยะเวลาไม่นานทำให้ยังทำใจไม่ได้จะฆ่าสวามีผู้เป็นแก้วตาดวงใจของเธอ

ยิ่งเจ้าศุขวงศ์ทำดีกับเธอ เจ้าแม้นเมืองยิ่งหนักใจ แผนการของเจ้าหน่อเมืองจะสังหารเจ้าศุขวงศ์จึงยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง จนแม้แต่เจ้าหลวงแสนอินทะก็อดกังวลแทนลูกชายไม่ได้

“จะทำอะไร ปรึกษากันก่อนได้ไหม”

“สิ่งที่ข้าทำ มันยังไม่สาแก่ใจได้ครึ่งกับสิ่งที่ไอ้ศุขวงศ์มันสมควรได้รับด้วยซ้ำเจ้าพ่อ”

“เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ก็เพราะความหุนหันพลันแล่นของเจ้า”

“มันทำกับเชียงเงินของเราขนาดนี้ เจ้าพ่อจะให้ข้านิ่งเฉยได้ยังไง ไม่มีมันสักคน...งานของเราอาจจะยิ่งง่ายขึ้น สยามจะไม่มีทางสงสัยในความตายของมันเพราะทุกอย่างแนบเนียนอย่างที่สุด”

“เจ้ามั่นใจขนาดนั้นเชียวรึ”

“แม้นเมืองทำทุกอย่างได้เพื่อแผ่นดินเกิดของตัวเองเจ้าพ่อ...ลูกมั่นใจ”

สถานการณ์การเมืองว่าน่าปวดหัวแล้ว แต่สถานการณ์ในวังฝ่ายในน่าประสาทเสียกว่า เมื่อเจ้านางข่ายคำอาละวาดอย่างหนัก หลังพบว่าบุญมาเมียบ่าวของเจ้าหลวงแสนอินทะตั้งท้อง!

“อีสันดานไพร่ใฝ่สูง มึงคงคิดสินะว่ามีลูกให้เจ้าหลวงได้ มึงจะได้ขึ้นมาตีเสมอกู มึงรู้ไหมว่าสายเลือดบรรพบุรุษกูก่อร่างสร้างเชียงเงินมาเหนื่อยยากขนาดไหน แล้วอีคนชั้นต่ำอย่างมึงจะเผยอขึ้นมาเสมอกูด้วยวิธีสกปรกอย่างนี้ มันเหมาะควรแล้วอย่างนั้นรึอีบุญมา”

ขาดคำก็ตบฉาดใหญ่ ก่อนสั่งให้บริวารที่เหลือถีบบุญมาให้ตกบันได โชคดีที่เจ้าหลวงแสนอินทะมาขวางไว้

“เท่านี้ยังไม่วุ่นวายพอใช่ไหม จะต้องให้ถึงกับล้างผลาญให้วอดไปข้างหนึ่งใช่ไหม”

“ข้าเจ้าผิดตรงไหน ในเมื่อข้าเจ้าทำเพื่อแผ่นดินเชียงเงินเหมือนกัน วันข้างหน้าลูกสาวข้าเจ้าจะได้ขึ้นเป็นราชินีเมืองมัณฑ์ แล้วจะให้เปิ้นมองหน้าใครได้ยังไงว่าเปิ้นมีน้องร่วมสายเลือดที่แม่มันเป็นแค่บ่าวในเรือน”

“อย่าเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่แล้วตัดสินทุกอย่างแทนคนอื่นไปหน่อยเลย เจ้าอ้างว่าเพื่อลูก แต่ทุกครั้งก็เพื่อตัวเจ้าเองทั้งนั้น อย่าให้เกิดเรื่องเลวทรามอย่างนี้ขึ้นอีก ข้าขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย”

“ข้าเจ้าก็ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนกัน ถ้าเจ้าหลวงยังไม่เลิกคิดจะยกย่องเชิดชูมัน ก็อย่าหวังเลยว่ามันจะอยู่ร่วมโลกกับข้าเจ้าได้!”

ooooooo

นอกจากหมอหลวง เจ้านางปัทมสุดาก็ให้ขิ่นแหม่ตามหาตัวมิ่นเพื่อฆ่าปิดปาก แต่พยายามตามหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ จนกระทั่งถึงเวลาพิจารณาฎีกาอีกรอบ

เจ้ามิ่งหล้ารอโอกาสอยู่แล้ว ปรากฏตัวในท้องพระโรงเพื่อประกาศตัวต่อหน้าทุกคนว่าเป็นคนถวายฎีกาเจ้าปัญหา เจ้านางปัทมสุดาโกรธมาก แต่ต้องพยายามระงับอารมณ์

“บรรณาการจากหัวเมืองเล็กๆ บังอาจกระทำการเยี่ยงกบฏ”

“เชียงเงินเป็นหัวเมืองเล็กๆก็จริง แต่ฎีกานั้นแสดงให้ทรงตระหนักชัดแล้วว่าเชียงเงินมีความภักดีต่อราชบัลลังก์เพียงใด ผู้บิดเบือนกราบทูลความเท็จต่างหากเล่าคือกบฏ”

ถ้อยคำยอกย้อนแทงใจดำทำให้เจ้านางปัทมสุดาเนื้อเต้น เจ้ามิ่งหล้าสะใจมาก ท้าทายให้พิสูจน์

“หากพระองค์ทรงพระครรภ์จริงจะต้องทรงโกรธไปทำไม”

เจ้านางปัทมสุดาตาลุกวาวด้วยความโกรธจัด แต่เจ้ามิ่งหล้าก็หากลัวไม่

“หม่อมฉันยินดีถวายชีวิตหากฎีกาที่หม่อมฉันทูลเกล้าถวายเป็นความเท็จ กล้าที่จะเผชิญหน้าความจริงเถิดเพคะ อย่าให้ถึงกับต้องเรียกตัวใครต่อใครมาเป็นพยานกับเรื่องหมกเม็ดนี้เลย”

เจ้านางปัทมสุดาหน้าตึง สาปแช่ง “ดวงวิญญาณบรรพกษัตริย์ทุกพระองค์บนแผ่นดินนี้เป็นพยาน ข้า...ผู้สืบสายเลือดบริสุทธิ์แห่งราชวงศ์ มิเคยคิดทำสิ่งใดอันเป็นการหยามหมิ่นราชบัลลังก์ แต่หากมันผู้ใดกล่าวร้ายข้าด้วยความอันเป็นเท็จ ขอให้มันผู้นั้นจงพบแต่ความวิบัติ ตกนรกหมกไหม้ หาความสุขมิได้แม้แต่ชั่วลมหายใจเดียว”

กษัตริย์เมืองมัณฑ์เห็นท่าไม่ดี กลัวเรื่องไปกันใหญ่ ช่วยกล่อมเจ้านางปัทมสุดา

“บรรพกษัตริย์ทรงรับรู้ทุกคำพูดของน้องซูซู แต่เวลานี้สิ่งเดียวที่จะทำให้ทุกคนมั่นใจในความจริงคือพยาน”

จนแล้วจนรอดก็ไม่มีพยานโผล่มาช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของเจ้านางปัทมสุดา มีแต่มิ่น...พยานสนับสนุนข้อกล่าวหาที่ทำให้ราชินีเมืองมัณฑ์แทบกระอัก

“พระนางปัทมสุดาไม่ได้ทรงพระครรภ์จริงเพคะ”

“อีมิ่น...อีงูพิษ...มึงแว้งกัดกูเพราะมึงเจ็บแค้นที่กูสั่งเฆี่ยนมึงด้วยโทษยักยอกสมบัติหลวง มึงสมควรถูกเฆี่ยนจนตายคาหวาย ไม่สมควรได้รับความเมตตาใดๆ ทั้งสิ้นจากกู!”

มิ่นไม่สะทกสะท้าน โพล่งความลับที่เก็บมานาน “พระนางปัทมสุดาทรงแค่ต้องการให้พระองค์เอาพระทัยพระนางให้มาก พระนางจะได้ทรงมีข้ออ้างในการสร้างพระตำหนักทองคำเพคะ”
เจ้านางปัทมสุดาโกรธมาก ถลาไปตบตีมิ่นจนหัวโยกหัวคลอน ก่อนจะอ้อนวอนขอความเป็นธรรมจากกษัตริย์

“หม่อมฉันถูกใส่ร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีครั้งไหนเจ็บปวดเท่าครั้งนี้ ไม่เพียงคำให้ร้ายจากปากนังไพร่สันดานหยาบช้า แต่เพราะพระองค์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐเหนือคนทั้งปวงก็ทรงรับฟังแลเชื่อในคำให้ร้ายนั้นด้วย”

กษัตริย์เมืองมัณฑ์ต้องตั้งสติอย่างมากเพื่อไตร่ตรองความจากทั้งสองฝ่าย เจ้านางปัทมสุดาจนด้วยหลักฐาน ต้องสารภาพแบบขอไปทีว่าแท้งแต่ไม่กล้าบอกใคร เหล่าเสนาบดีเลยต้องช่วยกันคิดเพื่อหาข้อสรุปแทน

ooooooo

ข้อกล่าวหาเรื่องเจ้านางปัทมสุดาโกหกทั้งวังร้ายแรงเกินจะมองข้าม กว่าเหล่าเสนาบดีกับกษัตริย์เมืองมัณฑ์จะได้ข้อสรุปก็หลายอึดใจต่อมากษัตริย์เมืองมัณฑ์ลำบากใจมาก แต่ก็จำต้องประกาศคำตัดสิน

“ปัทมสุดา...เจ้าอยู่ในตำแหน่งราชินีเมืองมัณฑ์ก็จริง แต่ข้อกล่าวหาดูหมิ่นเราด้วยการโกหกหลอกลวง โทษของเจ้าคือให้ปลดจากสถานะกลับคืนสู่คนสามัญแลให้ประหารชีวิตด้วยการตัดคอ”

เจ้านางปัทมสุดาหน้าซีดเผือด ก่อนจะหายใจได้ทั่วท้องอีกครั้งเมื่อกษัตริย์ยอมลดโทษให้

“แต่เห็นแก่คุณงามความดีที่เจ้าเคยค้ำชูแผ่นดินแลราชบัลลังก์มา เราเห็นสมควรให้ลดโทษประหาร แลไม่จำเป็นต้องปลดออกจากตำแหน่งราชินี แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องกลับสู่ตำแหน่งราชินีภายใต้กฎมณเฑียรบาลเหมือนเมื่อแผ่นดินรัชกาลก่อน หาใช่กฎมณเฑียรบาลที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยฝีมือเจ้าไม่...เจ้ายอมรับได้รึไม่ปัทมสุดา”

เจ้านางปัทมสุดายอมแบบเสียไม่ได้ ก่อนจะตาลุกวาวเมื่อได้ยินรางวัลของเจ้ามิ่งหล้า

“เจ้ามิ่งหล้า...ความกล้าหาญแลมุ่งมั่นจะปกป้องเกียรติภูมิราชบัลลังก์เมืองมัณฑ์ แสดงให้เห็นถึงความภักดีแลเสียสละของเจ้า นับแต่วันนี้...เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของเจ้า เราขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นสมเด็จพระบรมราชเทวีของเรา”

คำตัดสินของกษัตริย์เมืองมัณฑ์ทำให้เจ้านางปัทมสุดาโมโห อาละวาดปาข้าวของเละไปหมด ขิ่นแหม่ต้องตามปลอบให้ตั้งสติ รอเวลาเหมาะสมเพื่อชำระแค้น

“มึงจะให้กูใจเย็นอยู่ได้ยังไงขิ่นแหม่ อีของบรรณาการจากบ้านป่าเมืองเถื่อนมันขึ้นมาตีเสมอกูแล้ววันนี้”

“แค่ตำแหน่งสมเด็จพระบรมราชเทวี ยังห่างชั้นมิพญาเพคะ”

“มึงยังมีหน้ามาพูดให้กูเจ็บใจอีก ไอ้เสนาบดีฝ่ายซ้ายหนุนหลังมันเต็มที่ เปิดหน้าว่าเป็นศัตรูกับกูอย่างไม่มีความเกรงกลัว...มึงคิดรึว่าพวกมันจะหยุดเพียงแค่นี้สักวันพวกมันคงเขี่ยกูลงจากตรงนี้เป็นแน่”

“บุญญาธิการมิพญาสูงส่งกว่ามันเพคะ อย่าทรงวิตกกังวลไปเลย หม่อมฉันอยู่ตรงนี้ทั้งคน มันผู้ใดบังอาจล่วงเกินมิพญาแม้เพียงธุลี มันต้องแลกด้วยไม่ชีวิตมันก็ชีวิตของหม่อมฉันเพคะ!”

จบเรื่องล้างแค้นเจ้านางปัทมสุดา มิ่นก็หมดหน้าที่และอยากกลับบ้านเกิด แต่ถูกเจ้ามิ่งหล้าขู่ หากพ้นเขตวังหลวง อาจไม่รอดจากเงื้อมมือของเจ้านางปัทมสุดา จึงอยากให้มิ่นพิจารณาอยู่รับใช้เธอต่อ

“พระนางปัทมสุดามีขิ่นแหม่อยู่เบื้องขวา ราชเทวีมิ่งหล้าก็มีมิ่นอยู่เบื้องขวาเหมือนกัน...เจ้าพอใจรึไม่เล่า”

“เป็นพระกรุณา หม่อมฉันลืมไปได้อย่างไรว่ามีหลายเรื่องที่ต้องสะสางให้หายค้างคาใจกับนังขิ่นแหม่”

“ความเปลี่ยนแปลงนี้แค่เริ่มต้น ถึงวันที่ข้าให้กำเนิดองค์รัชทายาทเมื่อไร วันนั้นเจ้าจะได้ทุกสิ่งที่เจ้าอยากได้”

ooooooo

ข่าวการเลื่อนตำแหน่งของเจ้ามิ่งหล้าเป็นราชเทวีในกษัตริย์แห่งเมืองมัณฑ์ทำให้เจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองปลื้มมาก และมั่นใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างเชียงเงินกับเมืองมัณฑ์จะเป็นไปได้สวย

เจ้านางข่ายคำไม่ได้สนใจข่าวดีของลูกสาวมัวร้อนรนด้วยความอิจฉาบุญมาที่ตั้งท้อง ถึงขั้นลากตัวมากรอกยาขับเลือดจนบุญมาขาดใจตาย!

กว่าเจ้าหลวงแสนอินทะจะรู้เรื่อง บุญมาก็กลายเป็นศพแล้ว เจ้านางข่ายคำไม่ได้สะทกสะท้านกับความโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ของตน เจ้าหลวงแสนอินทะโกรธมาก ตวัดมือตบหน้าฉาดใหญ่

“บาปกรรมที่เจ้าทำไว้จะสนองเจ้าสักวัน!”

“ข้าเจ้าก็ทำเพื่อแผ่นดิน เพื่อสายเลือดบริสุทธิ์ของบรรพกษัตริย์เหมือนกัน เจ้าหลวงนั่นแหละที่โหดเหี้ยมเลือดเย็นกับข้าเจ้ามาก รู้ทั้งรู้ว่าตำแหน่งเจ้านางหลวงเชียงเงินควรจะเป็นของข้าเจ้าคนเดียว ท่านกลับมองข้ามข้าแล้วเลือกพี่สาวข้าขึ้นไปแทน ข้าเจ้าเฝ้าจงรักภักดีมากขนาดไหน ท่านก็ไม่เคยเห็นค่าของข้าเจ้าเลย”

ความผิดหวังทำให้เจ้านางข่ายคำสารภาพหมด เปลือกว่านอกจากบุญมา เธอยังฆ่าเจ้านางกาบแก้วด้วย

“เจ้านางหลวงคนเก่าของท่าน...พี่สาวในไส้ของข้า เจ้าแม่ของเจ้าอุปราชหน่อเมืองและแม้นเมือง ไม่ได้ตายอย่างปกติ แต่ตายด้วยน้ำมือข้าเจ้าเอง ยาพิษขวดนั้นมันดีจริงๆ มันทำให้พี่สาวของข้าตายอย่างสงบ ไม่ต้องเจ็บปวดทรมาน ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรสักอย่างเดียว”

พูดจบก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหลวงแสนอินทะแทบล้มทั้งยืน ไม่อยากเชื่อว่าชายาที่อยู่ร่วมกันหลายปีอย่างเจ้านางข่ายคำจะอำมหิตและเลือดเย็นขนาดนี้...

เจ้าแม้นเมืองไม่รู้เรื่องความโหดร้ายของเจ้านางข่ายคำ กำลังมีความสุขเพราะเจ้าศุขวงศ์เอาอกเอาใจพาเธอชมทุ่งดอกชมพูป่าที่นำเม็ดจากเชียงเงินมาปลูก

“น้องต้องอย่าลืมเล่าให้ลูกของเราฟังนะว่าดงชมพูป่าที่นี่มีที่มาจากความรักของพ่อกับแม่ยังไง”

คำพูดเหมือนจะตายก่อนทำให้เจ้าแม้นเมืองร้อนตัว กลัวเขารู้เรื่องยาพิษของเจ้าหน่อเมือง

“เจ้าพี่อย่าพูดอย่างนี้”

“ตุ๊เจ้าสอนอยู่ทุกวันว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นธรรมดาโลก พี่อาจตายวันนี้วันพรุ่งนี้ก็ได้ ไม่มีใครรู้ ทางดีที่สุดคือเตรียมตัวให้พร้อมเผชิญหน้ากับความตายอย่างไม่ประมาท”

แม้รู้ว่าเขาพูดถูกทุกอย่าง แต่เจ้าแม้นเมืองยังทำใจไม่ได้ ร้องไห้จนเจ้าศุขวงศ์ตกใจ

“หยุดร้องไห้ได้แล้ว พี่จะไม่พูดเรื่องนี้อีก...ลูกของเราไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็เป็นลูกที่เกิดมาด้วยความรักของเรา และจะเติบโตอย่างแข็งแรงด้วยความรักของเราเช่นกันใช่ไหมแม้นเมือง...”

ooooooo

ความดีและความจริงใจของเจ้าจักรคำช่วยเยียวยาหัวใจบอบช้ำของเจ้าละอองคำจนหายดี ทั้งสองเปิดใจให้กันและจะมีงานแต่งในไม่ช้า เจ้าแม้นเมืองยินดีกว่าใคร มีความสุขมากเมื่อรู้ว่าเจ้าละอองคำทำใจเรื่องเจ้าศุขวงศ์ได้แล้ว

“น้องเหมือนตายไปแล้วได้เกิดใหม่ก็เพราะเจ้าพี่ น้องละอายใจจนแทบไม่อยากมีชีวิต แต่เจ้าพี่กับเจ้าศุขวงศ์ช่วยทำให้น้องได้คิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา น้องโง่เขลาและเห็นแก่ตัวสิ้นดีที่บังอาจเข้ายื้อแย่งความรักของเจ้าพี่ทั้งสองคน รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้”

“เรื่องที่ผ่านไปแล้ว อย่าเก็บมาทำให้จิตใจหม่นหมองเลยละอองคำ อีกไม่กี่เดือนน้องก็จะเป็นเจ้าสาวของเจ้าอุปราชแล้ว น้องควรทำใจให้สบายเถอะ เจ้าอุปราชรักน้องมากนะ”

“น้องคงพอมีบุญอยู่บ้างที่ได้พบ ได้ร่วมชีวิตกับคนที่รักน้องอย่างหมดหัวใจ แต่น้องจะจดจำความรักที่เจ้าพี่มีต่อเจ้าพี่ศุขวงศ์เป็นเยี่ยงอย่างจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ความรักที่เจ้าพี่ทั้งสองมีให้แก่กัน ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เทียบเท่าได้แล้ว”

เจ้าแม้นเมืองไม่คาใจเรื่องเจ้าละอองคำแล้ว แต่เรื่องยาพิษของเจ้าหน่อเมืองก็ทำให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะยังทำใจไม่ได้จะวางยาสวามีตัวเอง สุดท้ายจึงตัดสินใจเทยาพิษทิ้ง เก็บไว้แค่ขวดเปล่า แต่เรื่องก็ไม่จบ เพราะวันหนึ่ง...ขวดยาพิษนั้นก็หายจากที่ซ่อน!

เจ้าศุขวงศ์นั่นเองที่แอบหยิบไป และพยายามคาดคั้นให้เธอบอกความจริง

“มันคืออะไร พี่เห็นน้องพยายามหามันเหมือนมันมีความสำคัญมากทั้งที่มันเป็นขวดเปล่าๆ...น้องบอกพี่ได้ไหม”

“น้องขอคืนเถอะเจ้า”

“พี่คงให้คืนไม่ได้จนกว่าพี่จะรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่”

“เจ้าพี่ฆ่าน้องให้ตายคามือเดี๋ยวนี้เลยเถิด แต่ได้โปรดอย่าเค้นคอน้องให้ได้คำตอบเลย เจ้าพี่ก็รู้ดีว่ามันคืออะไร”

จบคำก็ทรุดตัวร่ำไห้อย่างหมดอาย ก่อนสารภาพว่ายาพิษขวดนี้เป็นของเจ้าหน่อเมือง

“เชียงเงินกับเชียงพระคำ พี่น้องกันรู้จิตใจกันดี...พี่รู้ว่าสักวันหน่อเมืองก็ต้องมา แล้วเขาก็มาจริงๆ”

“น้องยินดีรับโทษทัณฑ์สาหัสนี้ด้วยชีวิต จะให้น้องทำอย่างไร หน้าที่น้องคือต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด”

“แล้วทำไมน้องไม่ทำ ยาพิษสองขวดนั้น เททิ้งเสียทำไม”

“เชียงเงินคือภาระหน้าที่ที่อยู่เหนือหัว แต่เจ้าพี่กับลูกในท้องคือแก้วตาและดวงใจอย่างนี้ แล้วจะให้น้องเลือกอะไร เจ้าพี่ลงโทษน้องตามอาญาแผ่นดินเสียเถิด”

เจ้าศุขวงศ์สะเทือนใจมาก ดึงตัวชายาคนสวยมากอด ก่อนจะตัดสินใจสารภาพความจริงในส่วนของตน

“น้องโกรธพี่มากขนาดไหน เมื่อรู้ความจริงว่าธุระเข้าป่าของพี่ แท้จริงแล้วไปเพื่อทำลายคลังอาวุธของเชียงเงิน”

“เราสองคนยืนกันอยู่คนละฟากของอุดมการณ์”

“แต่พี่อยากให้น้องเข้าใจ...สิ่งที่พี่ทำก็เพื่อเห็นแก่ความเป็นบ้านพี่เมืองน้องของเชียงเงินและเชียงพระคำ พี่ไม่มีทางเลือกดีกว่านี้ หากเรื่องเชียงเงินซ่องสุมกำลังพลและอาวุธเล็ดลอดไปถึงสยาม หน่อเมืองและเจ้าพ่อของน้องจะต้องตกที่นั่งลำบากแน่เพราะข้อหากบฏนั้นร้ายแรงนัก”

เจ้าแม้นเมืองซึ้งใจมากที่เขารักและเป็นห่วงบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ และอดรู้สึกผิดไม่ได้ที่เกือบวางยาเขา

“ในเมื่อเจ้าพี่รู้ตั้งแต่ต้นว่าน้องกำลังหมายชีวิตเจ้าพี่ แล้วทำไมเจ้าพี่ยังไว้ใจกินข้าวร่วมสำรับกับน้อง”

“เพราะพี่แน่ใจว่าความรักที่น้องมีให้แก่พี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเสกสรรค์ปั้นแต่งให้ตายใจ พี่ไม่เชื่อว่าน้องจะฆ่าพี่ได้ลงคอ...แต่ถึงพี่จะมองทุกอย่างผิดไป ถ้าวันนี้พี่หาชีวิตไม่แล้ว พี่ก็ไม่นึกโกรธเคืองเจ้าสักนิด...พี่พร้อมจะตายด้วยน้ำมือน้องคนที่พี่รักที่สุดแม้นเมือง”

ความรักของเขาทำให้เจ้าแม้นเมืองแทบขาดใจ สะอื้นไห้ด้วยความรู้สึกผิด เจ้าศุขวงศ์ต้องดึงตัวมากอด

“ทำใจให้สบายเถิด เรื่องบ้านเมืองเป็นภาระของเราทั้งคู่ แต่พี่ยังเชื่อว่าถึงเวลานี้...อะไรๆก็ยังไม่สายจนเกินไป หากเจ้าพ่อและเจ้าพี่ของน้องจะเปิดใจยอมรับความจริงให้ได้ ไม่คิดแต่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป”

ooooooo

เจ้ามิ่งหล้าลำพองใจกับตำแหน่งราชเทวีคนใหม่แห่งเมืองมัณฑ์ ส่งม้าเร็วไปบอกพ่อกับพี่ชายให้ส่งบริวารสาวๆมาเพิ่ม เพราะไม่ไว้ใจคนจากเมืองมัณฑ์ กลัวเป็นสายให้เจ้านางปัทมสุดา

เจ้านางปัทมสุดาร้อนรนมาก หวาดระแวงสารพัด กลัวกษัตริย์จะโปรดปรานเจ้ามิ่งหล้า จึงพยายามตามสืบทุกทาง แต่ไม่ได้อะไรมาก นอกจากความช้ำใจ เพราะถูกเจ้ามิ่งหล้าเยาะเย้ยตลอด

และแล้วบทพิสูจน์ครั้งใหม่ก็มาถึง เมื่อเมืองฉานส่งธิดามาเป็นเครื่องบรรณาการ ถวายตัวแก่กษัตริย์เมืองมัณฑ์ เจ้านางปัทมสุดาอยากดึงตัวเป็นพวกเพื่อส่งเสริมอำนาจเหมือนเคย แต่ต้องพลาดท่าให้เจ้ามิ่งหล้าที่ตัดหน้าขอกษัตริย์ให้เจ้าหญิงจากเมืองฉานมาอยู่ในความดูแลเสียก่อน

เจ้านางปัทมสุดาโกรธมาก อาละวาดปาข้าวของจนขิ่นแหม่อ่อนใจ

“มันท้าทายกู...อีคนนี้มันจงใจทำลายล้างกู”

“ใจเย็นๆเพคะมิพญา ยังไงอำนาจบารมีมิพญาก็สูงส่งกว่ามันเพคะ”

“กูเฝ้ารอเฝ้าอดทน กูต้องใช้สติปัญญากูไปเท่าไรกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ความตายสำหรับอีคนนี้มันยังไม่สาสมกับความอัปยศที่มันยัดเยียดมาให้กู!”

เพลิงแค้นของเจ้านางปัทมสุดาทำให้เจ้ามิ่งหล้าต้องระวังตัว มิ่นเป็นมือขวาที่ดี เผยให้เห็นจุดอ่อนของอดีตเจ้านายว่าเป็นพวกเชื่อดวงและฤกษ์ยามแบบหัวปักหัวปํา แต่ก็ใช่ว่าเจ้ามิ่งหล้าจะเป็นต่อได้ฝ่ายเดียว

เจ้านางปัทมสุดาก็ค้นพบจุดอ่อนของเจ้ามิ่งหล้าเช่นกัน เมื่อเหล่าเสนาบดีที่จงรักกับเธอสืบมาได้ว่าเชียงเงินแอบซ่องสุมผู้คนและอาวุธแถบชายแดนเมืองมัณฑ์!

เจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองพยายามเคลื่อนไหวอย่างเป็นความลับ ไม่บอกแม้กระทั่งเจ้านางข่ายคำที่กำลังคลั่ง ขนข้าวของมากมายจะย้ายไปอยู่เมืองมัณฑ์กับเจ้ามิ่งหล้า

บริวารมากมายถูกสั่งให้เตรียมตัวเดินทางไปเมืองมัณฑ์ จนเจ้าหลวงแสนอินทะแทบไม่เหลือคนไว้ใช้ แต่เจ้านางข่ายคำก็ไม่สนใจ แขวะแบบไม่ไว้หน้าว่าสวามีคงหาคนใช้ใหม่ได้ไม่ยาก

“ข้าต้องทนฟังเจ้ากระทบกระแทกแดกดันไปอีกนานเท่าไร”

“ไม่นานหรอกเจ้า แล้วเจ้าหลวงก็สบายใจได้ เพราะข้าเจ้าออกจากเชียงเงินครั้งนี้คงไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก”

“หน้าที่ของเจ้าคืออยู่ที่นี่”

“ตำแหน่งพระมารดาราชินีเมืองมัณฑ์ ถึงไม่ได้ออกหน้าออกตามากมาย แต่คงได้รับการยกย่องบูชามากกว่าอยู่เป็นเจ้านางหลวงปลอมๆเพราะสิ้นคนนับถือยำเกรงที่เชียงเงินนี่แน่นอน อะไรก็หยุดความตั้งใจของข้าเจ้าไม่ได้หรอก!”

ooooooo

หลังปรับความเข้าใจกันได้ เจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองก็รักกันมากกว่าเดิม สายใยและสายเลือดในอกที่จะมีร่วมกันทำให้ความกินแหนงแคลงใจเลือนหายได้ โดยไม่รู้เลยว่าพายุลูกใหญ่จากเชียงเงินกำลังจะมาถึง...

นอกจากเรื่องรักระหว่างผัวเมีย สถานการณ์ของเจ้าย่าเรือนคำก็ดีขึ้น ความตึงเครียดที่ต้องเผชิญกับวัฒนธรรมสมัยใหม่และชาติตะวันตกผ่อนคลายลง อาการป่วยล่าสุดก็ดีขึ้นเพราะยาจากหมอฝรั่ง

และเมื่อเจ้าแม้นเมืองมาเยี่ยม เจ้าย่าเรือนคำเลยอดไม่ได้จะระบายถึงความคิดที่เปลี่ยนไป

“ความคิดบางอย่างอย่างฝาหรั่งมันก็ดีเหมือนกันนะ มันอยู่ที่เราจะหยิบมาใช้ให้เป็น ให้เหมาะกับตัวเรา ไม่ใช่รับมาทุกอย่าง...อย่างก้มหัวยอมเป็นทาสมัน เราก็มีรากเหง้าของเราเป็นศักดิ์ศรี ยังไงก็ต้องรักษาตัวตนของเราเอาไว้ให้ได้...เจ้าเห็นด้วยกับย่าใช่ไหมแม้นเมือง”

“เจ้า...เรากับพวกฝาหรั่งก็คนเหมือนกัน แตกต่างกันแค่ความคิดกับรากเหง้าที่หล่อหลอม ข้าเจ้าเคยชิงชังพวกฝาหรั่งเพราะมองว่าพวกเขาเป็นศัตรูต่อบ้านเมือง แต่ตอนนี้ข้าเจ้าเข้าใจอะไรๆขึ้นมากแล้ว”

“พระเจ้าแผ่นดินสยามท่านทรงฉลาดล้ำลึก ทรงปฏิบัติต่อพวกฝาหรั่งอย่างมิตร ทั้งที่รู้ๆกันว่าฝาหรั่งพวกนั้นคิดร้ายต่อบ้านเมือง ยังไงท่านทำให้พวกนั้นได้เห็นว่าสยามไม่ได้ด้อยอารยธรรมอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่เรามีรากเหง้าของเราเองที่ใครก็ย่ำยีไม่ได้ ย่าตั้งใจขอพรพระเสื้อเมืองพระทรงเมืองประทานพรให้พระเจ้าแผ่นดินสยามทรงพระเจริญ อยู่เป็นมิ่งขวัญเป็นหลักชัยไพร่ฟ้าฝุ่นเมืองไปให้นานๆด้วยเถิด...”

แม้จะเชื่อใจเจ้าแม้นเมือง แต่เจ้าศุขวงศ์ไม่ไว้ใจเจ้าหน่อเมืองจะบุกมาล้างแค้นเขาถึงเชียงพระคำ จึง ตัดสินใจลองเดินทางออกจากเมืองสักพักเพื่อรอดูสถานการณ์ แล้วทุกอย่างก็เป็นตามคาด เจ้าหน่อเมืองมาเอาเรื่อง

เจ้าแม้นเมืองในบ่ายวันเดียวกัน โทษฐานที่เธอไม่วางยาเขาตามแผน

“เจ้ายังนับถือข้าเป็นพี่ของเจ้าอยู่อีกรึแม้นเมือง ทุกคนที่เชียงเงินรอฟังข่าวความตายของไอ้ศุขวงศ์แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เคยได้ข่าวนั้น จนข้าต้องมาดูให้เห็นกับตาข้าเอง”

เจ้าแม้นเมืองสะเทือนใจมาก พยายามจะอธิบาย แต่เจ้าหน่อเมืองไม่ยอมฟัง

“เหตุผลอะไรก็ฟังไม่ขึ้นทั้งนั้น เจ้าพ่อผิดหวังในตัวเจ้ามาก ไม่ต้องพูดถึงดวงวิญญาณเจ้าอาสิงห์คำ เจ้าทรยศต่อบ้านเมืองด้วยเหตุผลโง่ๆอย่างนี้นี่เอง เจ้าหลงไปกับความรักจอมปลอมของมัน เจ้ารู้ไม่เท่าทันมันว่ามันจงใจมีลูกกับเจ้าเพื่อผูกมัดเจ้าไว้ด้วยหน้าที่ความเป็นแม่ เจ้าถูกมันล้างสมองจนสำนึกที่ควรมีต่อบ้านเมืองหายไปจากจิตวิญญาณเจ้าหมดแล้ว เจ้าให้อภัยคนที่มันทำร้ายบ้านเมืองตัวเองไม่พอ เจ้ายังยอมตกเป็นทาสรับใช้มันด้วย!”

“เจ้าพี่จะประณามน้องยังไงก็ได้ แต่ได้โปรดอย่ากล่าวหาว่าน้องเป็นคนทรยศต่อบ้านเมืองเลย น้องยอมรับว่าน้องอ่อนแอเกินไปจนห้ามใจจะรักเปิ้นไม่ได้ เจ้าพี่ได้โปรดเข้าใจและเห็นใจน้องด้วย...เรื่องของบ้านเมืองยังฝังแน่นในจิตวิญญาณของน้องเสมอ แต่เจ้าพี่ตรองดูให้ดีเถิด...โลกนี้เปลี่ยนไปแล้ว เชียงเงินจะอยู่รอดอย่างเป็นอิสระได้เหมือนกันแต่ไม่ใช่ด้วยวิธีที่เราคิดและยึดมั่นมาตลอดอย่างก่อนหน้านี้”

“หยุดคำพูดสิ้นคิดของเจ้าได้แล้วแม้นเมืองเจ้าถูกมันล้างสมองจนกลายเป็นคนขลาดเขลาไปเสียแล้ว วันที่ลูกของเจ้าลืมตาดูโลกและมันรู้ประสาพอ เจ้าก็บอกมันแล้วกันว่าเจ้าไม่มีตัวตน ไม่รู้ว่าโคตรเหง้าบรรพบุรุษของเจ้าเป็นใคร เจ้ามันไม่สมควรจะมีสายเลือดของบรรพบุรุษเชียงเงินแม้แต่หยดเดียว!”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement