รากนครา ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รากนครา ตอนที่ 3


29 ก.ย. 2560 17:34
2,146,744 ครั้ง

ละคร นิยาย รากนครา

รากนครา ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

รากนครา

แนว:

พีเรียด-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ปิยะพร ศักดิ์เกษม

บทโทรทัศน์โดย:

ยิ่งยศ ปัญญา

กำกับการแสดงโดย:

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย:

บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ปริญ สุภารัตน์, ณฐพร เตมีรักษ์,นิษฐา จิรยั่งยืน

ไม่มีใครคาดคิดว่าท่าทีสงบของเจ้ามิ่งหล้าจะมีแผนบางอย่างซ่อนอยู่ ธิดาคนเล็กแห่งเชียงเงินตบตาทุกคนในคุ้มหลวงและยอมออกไปทำพิธีบวงสรวงบูชาบรรพบุรุษที่วัดอำลาไปเมืองมัณฑ์ แต่กลับไม่ยอมให้ฟองจันทร์ต้นห้องติดตาม โดยอ้างว่าอยากใช้เวลาตามลำพัง

ระหว่างที่เจ้ามิ่งหล้าเตรียมตัวไปวัด เจ้าแม้นเมืองก็ถูกเจ้านางข่ายคำลากไปช่วยเตรียมข้าวของ

“เชียงเงินของเราถึงจะไม่ได้ใหญ่โตนักถ้าเทียบกับเมืองมัณฑ์ แต่เชียงเงินก็ต้องสำคัญต่อเมืองมัณฑ์มากน่ะแหละ ไม่อย่างนั้นเขาจะขอมิ่งหล้าไปทำไม...ใช่ไหมแม้นเมือง”

พูดพลางหยิบเครื่องประดับมากมายมาอวด หมายจะข่มลูกเลี้ยงสาว

“ถึงจะต้องไปเป็นรองเขา...อันดับที่เท่าไรก็ไม่รู้ แต่บารมีเจ้าหลวงเชียงเงินคงแผ่ไปคุ้มครองน้องไม่ให้ใครมาเหยียดหยามย่ำยีได้ตามใจชอบหรอก...จริงไหมแม้นเมือง”

เจ้าแม้นเมืองชินชาเสียแล้วกับการถูกกดเช่นนี้ จึงไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอะไร แต่เจ้านางข่ายคำก็ไม่หยุดโอ่

“น้าว่าเรื่องแบบนี้มันไม่มีอะไรแน่นอน...ได้ยินมาว่าพระชายากษัตริย์เมืองมัณฑ์ก็ไม่สวยอะไร เป็นผู้หญิงแข็งๆด้วยซ้ำ...มิ่งหล้าของน้าทั้งสวยทั้งฉลาด ช่างเอาอกเอาใจ ได้ถวายงานกษัตริย์เมืองมัณฑ์เมื่อไร น้าว่าบุญจะพาวาสนาจะส่ง...เผลอๆขึ้นไปเทียบชั้นพระอัครชายาด้วยซ้ำ...จริงไหมแม้นเมือง”

ท่าทางสงบไม่แข็งขืนของเจ้ามิ่งหล้าทำให้ทุกคนในเชียงเงินตายใจ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหลวงแสนอินทะและเจ้าหน่อเมือง การควบคุมเลยผ่อนคลายและหละหลวม เปิดโอกาสให้เจ้ามิ่งหล้าแอบหนีจากวัดไปหาเจ้าศุขวงศ์!

เจ้าศุขวงศ์ตกใจมากเมื่อได้ยินจากเจ้ามิ่งหล้าที่กำลังฟูมฟายว่าจะถูกส่งไปถวายตัวที่เมืองมัณฑ์

“น้องจะหนีออกจากขบวน น้องยอมตายดีกว่าที่จะไปที่นั่น”

“อย่าเพิ่งวู่วามมิ่งหล้า เจ้าพ่อของน้องมีเหตุผล เรื่องบ้านเรื่องเมือง...ใช่ไหม”

“ใช่เจ้า...เจ้าพ่อต้องการให้น้องเป็นตัวถ่วงเครื่องชั่งเมืองมัณฑ์ ขณะที่เจ้าพี่หน่อเมืองไปถ่วงทางสยาม ท่านว่าทุกคนต้องทำเพื่อแทนคุณพ่อแม่และบ้านเมือง น้องยอมเนรคุณ น้องจะไม่มีวันเหยียบเมืองมัณฑ์ น้องจะหนีจากขบวน”

คำประกาศกร้าวของเจ้ามิ่งหล้าทำให้เจ้าศุขวงศ์ต้องถอนใจยาว ก่อนจะปลอบเสียงอ่อน

“อย่าเพิ่งร้อนใจมิ่งหล้า พี่จะช่วย...พี่จะไปบอกความจริงให้เจ้าอากับเจ้าอุปราชหน่อเมืองรับรู้ ว่าแท้จริงแล้วเมืองมัณฑ์ไม่ได้ยิ่งใหญ่มั่นคงพอที่เชียงเงินจะต้องส่งตัวน้องไปแลก ตอนนี้เมืองมัณฑ์มีแต่เปลือกที่กลวงแล้วเท่านั้น”

“ไม่มีทาง...ไม่มีใครเปลี่ยนใจเจ้าพ่อได้ น้องรู้ดี... น้องไม่ต้องการให้เจ้าพี่ไปเปลี่ยนความคิดใคร เพราะรู้ดีว่ามันไม่มีทางสำเร็จ น้องต้องการให้เจ้าพี่พาน้องหนีจากขบวนเท่านั้น เจ้าพี่รับปากน้องแล้วนะว่าจะช่วยน้อง”

เจ้าศุขวงศ์ลำบากใจมาก แต่เจ้ามิ่งหล้าไม่สนใจ “เจ้าพี่ต้องช่วยน้อง แค่รับตัวน้องออกจากขบวน แล้วหลังจากนั้นชีวิตของน้องก็เป็นของเจ้าพี่ จะให้น้องไปเป็นข้าช่วงใช้ซุกซ่อนในคุ้มของเจ้าพี่ตลอดชีวิต...น้องก็ยอม”

ooooooo

เรื่องราวทำท่าจะไปกันใหญ่ เจ้ามิ่งหล้าหายไปวัดนานผิดปกติ เจ้าแม้นเมืองเป็นห่วงน้อง และเริ่มผิดสังเกตเมื่อรู้จากฟองจันทร์ว่าน้องสาวคนละแม่ไม่ยอมให้ใครติดตาม

ไม่มีใครรู้ว่าเจ้ามิ่งหล้าไม่ได้ทำพิธีบวงสรวงอำลาบรรพบุรุษ แต่กำลังอ้อนวอนเจ้าศุขวงศ์อย่างน่าเวทนา เมื่อเห็นว่าเขายังไม่รับปาก ก็ดึงปิ่นปักผมมาจ่อลำคอตัวเอง

“ถ้าเจ้าพี่ไม่ช่วยน้อง น้องก็ขอลาตายต่อหน้าเจ้าพี่ตรงนี้เลยจะดีกว่า ถึงอย่างไรก็ต้องตาย ตายตรงนี้น่าจะดีกว่าตายเพราะหนีเตลิดไปเป็นเหยื่อเสือช้างในป่าตามลำพัง”

“อย่ามิ่งหล้า...พี่จะช่วย ถึงอย่างไรก็ต้องช่วยมิ่งหล้าอยู่แล้ว แต่ขอให้พี่ลองด้วยวิธีการของพี่ดูก่อนเถิด หากพ่อและพี่ชายของน้องไม่ยอมเข้าใจ พี่ก็จะไปรับมิ่งหล้าออกจากขบวนแน่นอน!”

เจ้ามิ่งหล้ามีท่าทีอ่อนลง เจ้าศุขวงศ์ดึงตัวมากอดปลอบและดึงปิ่นปักผมจากมือเธอ

“เจ้าพี่ช่วยน้องได้ ช่วยได้จริงๆ น้องนึกแล้วว่ามีเจ้าพี่คนเดียวที่น้องจะพึ่งพาได้ สัญญานะว่าเจ้าพี่จะต้องช่วยน้องทุกครั้ง ช่วยตลอดไป...นานเท่าชีวิต สัญญาสิ... ให้มิ่งหล้าอุ่นใจว่ายังมีหลัก มีคนเคียงข้างคอยช่วยเหลือตลอดไป”

นอกจากขอให้เจ้าศุขวงศ์พาหนี เจ้ามิ่งหล้ายังยุยงให้เขาเข้าใจเจ้าแม้นเมืองผิดอย่างแนบเนียนด้วย

“น้องจนปัญญาจริงๆ แต่ก็เป็นโอกาสได้รู้ใจ รู้ความเมตตาของเจ้าพี่...ความจริงเรื่องนี้แม้นเมืองก็อาสานะเจ้า”

“อาสา...หมายความว่าอย่างไร”

“แม้นเมืองอาสาจะไปเมืองมัณฑ์ เขาไม่เคยรักใครเกินกว่าหน้าที่และบรรพบุรุษอยู่แล้ว แม้นเมืองยินดีทำทุกอย่างตามความต้องการของเจ้าพ่อและเจ้าพี่หน่อเมือง ขอแต่เพียงให้สิ่งนั้นเป็นผลประโยชน์ของเชียงเงิน แต่เมืองมัณฑ์ไม่ต้องการแม้นเมือง เขาระบุมาชัดเจนว่าต้องการตัวน้องซึ่งอยู่ในฐานะราชธิดา”

เจ้าศุขวงศ์ตัวชา เสียความรู้สึกต่อเจ้าแม้นเมืองอย่างรุนแรง และเจ้ามิ่งหล้าก็รู้ดี สะใจมาก

“กล้าหาญ...คิดหลอกลวงเมืองมัณฑ์ด้วยการสลับตัวเลยนะเจ้า หลอกว่าแม้นเมืองคือมิ่งหล้า แต่ไม่มีใครกล้าเสี่ยง เชียงเงินเล็กเกินไปและเมืองมัณฑ์ก็ใหญ่เกินไป คนอย่างแม้นเมือง...ไม่มีหัวใจรักใครหรอก นอกจากบ้านเมือง”

เจ้าแม้นเมืองเป็นห่วงเจ้ามิ่งหล้า มุ่งหน้าไปวัดเพื่อตามหา แต่กลับพบแค่บริวารสาวๆที่ถูกน้องสาวของเธอสั่งให้รอหน้าวิหาร โดยไม่รู้เลยว่าเจ้ามิ่งหล้ากำลังนัดหมายแผนการหนีกับเจ้าศุขวงศ์

“ออกเดินทางแต่เช้า คงต้องพักกลางวันแถวเขาช่องขาดพอดี พี่จะไปดักรอมิ่งหล้าที่นั่น”

“น้องจะนุ่งซิ่นเชิงปักสีม่วง จะสวมเสื้อสีดอกตะแบก เจ้าพี่จะได้สังเกตเห็นน้องได้ง่ายๆ”

“ตกลงตามนี้ พี่จะคอยที่ช่องเขาขาด แต่พี่ขอลองพูดกับหน่อเมืองและเจ้าพ่อของเจ้าดูอีกครั้งนะมิ่งหล้า”

“ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกเจ้าพี่ อะไรก็เปลี่ยนใจพวกเขาไม่ได้”

“มิ่งหล้าต้องเข้าใจด้วยว่าการกระทำอย่างนี้มันกระทบกระเทือนและหมิ่นเกียรติพวกเขามาก ถึงจะไม่มีใครรู้ แต่พี่ก็รู้ ถ้าพวกเขาไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับรู้ความเป็นไปของโลกจริงๆ พี่ก็จะช่วยมิ่งหล้าทำตามแผนการของมิ่งหล้า...พี่สัญญา”

“ชีวิตและจิตใจของน้องอยู่ในมือเจ้าพี่คนเดียวแล้วจริงๆ”

หลังนัดแนะแผนการ เจ้าศุขวงศ์บอกให้เจ้ามิ่งหล้ากลับ ไม่อยากให้อยู่นาน กลัวมีใครเห็นแล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ความตั้งใจของเขาก็ไม่เป็นผล เมื่ออินทรดันโผล่มาเจอเข้าแบบพอดิบพอดี!

ooooooo

เจ้าแม้นเมืองอดทนรอต่อไม่ไหว สั่งให้บริวารสาวๆช่วยกันพังประตูเข้าไปในวิหาร เจ้ามิ่งหล้าที่แอบหนีไปพบเจ้าศุขวงศ์กลับมาพอดี เจ้าแม้นเมืองเลยได้พบน้องสาวคนละแม่ในสภาพนั่งพนมมือสงบเงียบหน้าแท่นบูชา

“พี่กลัวว่าน้องจะคิดสั้น หนีปัญหาอย่างนั้นสิ”

“เปล่า...พี่ไม่เคยคิดอย่างนั้น พี่แค่เป็นห่วง”

“น้องทำใจได้แล้ว เกิดเป็นถึงราชธิดาแห่งเชียงเงิน อย่างไรเสีย...ภาระหน้าที่ต้องทดแทนคุณแผ่นดินก็ต้องหนักอึ้งใหญ่หลวงกว่าคนอื่นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

“ดวงวิญญาณบรรพบุรุษต้องยินดีกับสิ่งที่เรากำลังทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองนะมิ่งหล้า ดูแลรักษาตัวเองให้ดี วันแห่งความสำเร็จคงอยู่ไม่ไกล อย่างไรเสียเราก็เป็นพี่น้องกัน...พี่รักน้องนะมิ่งหล้า”

“ขอบใจนะแม้นเมือง ขอบใจพี่มากที่อุตส่าห์เป็นห่วงน้อง น้องจะไม่มีวันลืมความรักความห่วงใยจากพี่เลย...”

อินทรถึงกับผงะเมื่อได้ยินว่าเจ้าศุขวงศ์จะช่วยเจ้ามิ่งหล้าหนีการส่งตัวไปเมืองมัณฑ์

“ไม่ได้หรอกเจ้า เจ้าทำอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด”

“แต่เชียงเงินกำลังตบตาสยามอยู่นะอินทร ในเมื่อเราล่วงรู้อย่างนี้แล้ว เราก็ควรขัดขวางมิใช่หรือ”

“ชิงตัวราชธิดาเจ้าหลวงจากขบวนอาญาแผ่นดินถึงขั้นตัดหัวเชียวนะเจ้าน้อย”

“เรามั่นใจว่าถ้าวางแผนให้รัดกุม ทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดี”

“แต่ถ้าล้มเหลวล่ะเจ้าน้อย คิดเผื่อด้านที่เลวร้ายที่สุดด้วยเถอะ ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์เชียงเงินกับเชียง–พระคำจะสั่นคลอนเท่านั้น แต่อาจลุกลามใหญ่โตไปถึงสยามด้วย เจ้าตรองดูให้ดีอีกทีเถิด”

“เราตัดสินใจแล้วอินทร ยังไงเราก็ต้องช่วยมิ่งหล้าให้พ้นจากความทุกข์ครั้งนี้...”

ท่าทีของเจ้ามิ่งหล้าคาใจเจ้าแม้นเมืองมาก จนอยากหาเวลาปรับความเข้าใจก่อนต้องแยกกันไปทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง และก็เหมือนเจ้ามิ่งหล้าจะเดาใจเธอได้ ฉวยจังหวะรั้งตัวเธอไว้ก่อนกลับขึ้นเรือนพัก

“อีกนานเท่าไรนะแม้นเมือง เราสองพี่น้องถึงจะได้พบกันอีก”

“ไปแล้วไม่ได้ไปลับ...ยังไงเราก็ต้องกลับมาเยี่ยมเชียงเงินบ้านเกิดเมืองนอนของเราอยู่ดีมิ่งหล้า”

เจ้ามิ่งหล้าไล่บริวารสาวๆให้ออกไปก่อน และทันทีที่ได้อยู่ตามลำพังก็เปลี่ยนท่าทีเป็นแข็งกร้าว ยิ้มเยาะ

“พี่ดีใจใช่ไหม สาแก่ใจใช่ไหมแม้นเมือง ที่น้องต้องเป็นฝ่ายเดินทางไปรับกรรมทำหน้าที่ถึงเมืองมัณฑ์”

“มิ่งหล้า...น้องพูดอะไรอย่างนั้น!”

“ส่วนตัวพี่ก็ได้อยู่ที่ที่อยากอยู่ ได้ครอบครองทุกอย่างที่น้องอยากได้”

“น้องเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว พี่อธิบายให้ฟังหมดแล้ว แต่น้องไม่พยายามเข้าใจอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว”

“เข้าใจสิ...เข้าใจ...เข้าใจว่าขณะที่น้องทุกข์ร้อนแทบเป็นแทบตาย พี่ไม่เคยคิดช่วย ที่บอกจะช่วยก็กลายเป็นการฉกฉวยยื้อแย่งยัดเยียดตัวเองหน้าด้านๆ จำไว้นะ... เจ้าพี่ศุขวงศ์เขาไม่เคยต้องการพี่ เขารักน้องคนเดียว!”

ooooooo

ขณะที่เจ้าแม้นเมืองรับศึกจากเจ้ามิ่งหล้าน้องสาวคนละแม่ เจ้าศุขวงศ์ก็อึดอัดใจไม่ต่างกัน เมื่อถูกอินทรกดดันอย่างหนักให้ล้มเลิกแผนพาเจ้ามิ่งหล้าหนีการส่งตัว

“พรุ่งนี้เราจะขอเข้าเฝ้าเจ้าหลวงแสนอินทะแต่เช้า”

“เจ้าจะเข้าไปเพื่อทัดทานความคิดเจ้าหลวงอย่างนั้นหรือ”

“เราแน่ใจว่าเราโน้มน้าวเจ้าหลวงให้เปลี่ยนใจได้ เมืองมัณฑ์ยิ่งใหญ่ก็จริงแต่มิได้แข็งแกร่งอย่างที่ใครๆคิด”

“เจ้าน้อย...เจ้าก็รู้ว่าไม่มีทางเปลี่ยนใจเจ้าแสนอินทะได้”

“ถ้าท่านยังดึงดัน เราถึงจะใช้แผนต่อไป”

“ถึงชิงตัวเจ้ามิ่งหล้าได้ เจ้าคิดรึว่าเจ้าแสนอินทะจะล้มเลิกความคิด เจ้าอย่าลืมว่าเชียงเงินมีราชธิดาสองคน”

คำโต้แย้งของอินทรทำให้เจ้าศุขวงศ์อึ้งไปอึดใจ “เจ้าแม้นเมืองเต็มใจอาสาที่จะเป็นของขวัญสำหรับเมืองมัณฑ์อยู่แล้ว ผิดจากเจ้ามิ่งหล้ายังไง เจ้าแสนอินทะก็ต้องส่งเจ้าแม้นเมืองไปแทนอยู่ดีอินทร”

อินทรส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะพยายามหว่านล้อมเจ้านายหนุ่มอีกครั้ง

“ถึงให้สลับตัวกันอย่างเป็นความลับ เจ้าน้อยคิดว่าทางเมืองมัณฑ์จะไม่ล่วงรู้อย่างนั้นหรือ แล้วถ้าความแตก ความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องของเชียงเงินกับเชียง–พระคำจะมิร้าวฉานหรือ...เจ้าน้อยตรองดูให้ดีเถิด”

แม้จะรู้ว่าอินทรมีเหตุผล แต่เพราะน้อยใจเจ้าแม้น–เมืองทำให้เจ้าศุขวงศ์ดึงดัน “เราคิดดูแล้วอินทร...ในเมื่อเจ้าแม้นเมืองเต็มอกเต็มใจอาสาไปเมืองมัณฑ์เพื่อเชียงเงิน เจ้าแม้นเมืองก็ต้องรักษาความลับเท่าชีวิตของนางนั่นแหละ”

“เจ้าน้อย...เจ้ากำลังเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับงานการเมืองนะเจ้า”

“มิ่งหล้าคือน้องสาวของเรานะอินทร...เราต้องช่วย”

“เราจะได้ไม่คุ้มเสียนะเจ้าน้อย”

“ตกลงตามนี้ เตรียมคนของเราที่มีฝีมือไว้ให้พร้อม แล้วเชื่อมั่นในแผนของเราเท่านั้นอินทร”

อินทรไม่มีทางเลือกต้องยอมทำตามสั่ง เช่นเดียวกับเจ้าแม้นเมืองที่ถูกเจ้ามิ่งหล้าต้อนจนมุมให้รับรู้แผนการร้ายจะหลบหนีพิธีส่งตัวไปกับเจ้าศุขวงศ์ในวันรุ่งขึ้น

“พี่ต้องรู้ ต้องฟัง แต่ต้องสาบานก่อนว่าจะไม่แพร่งพรายให้ใครรู้ โทษของเราทั้งคู่ถึงประหารนะแม้นเมือง”

เจ้าแม้นเมืองยกมือปิดหู แต่เจ้ามิ่งหล้าก็ไม่ยี่หระ กดดันให้พี่สาวคนละแม่ต้องฟัง

“ดูเอาเถิดว่าน้องรักพี่แค่ไหน...รักมาก ไว้ใจมากจนยอมให้รับรู้ทุกสิ่ง น้องยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองกับน้ำใจของพี่”

แผนการจากปากเจ้ามิ่งหล้าจะทำลายความหวังและอนาคตของเชียงเงิน ทำให้เจ้าแม้นเมืองลำบากใจมาก ไม่อยากทรยศคำสัญญาที่จำใจต้องให้กับน้องสาวคนเดียว แต่ก็ทำใจหักหลังบ้านเมืองไม่ได้ สุดท้าย...เลยตัดสินใจไปบอกความจริงทุกอย่างกับเจ้าหลวงแสนอินทะและเจ้าหน่อเมืองในกลางดึกของคืนเดียวกัน

ooooooo

ความจริงจากปากเจ้าแม้นเมืองทำให้เจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองต้องซ้อนแผน ยอมให้เจ้านางข่ายคำตามไปส่งเจ้ามิ่งหล้าถึงเมืองมัณฑ์ และทำทุกอย่างให้เจ้ามิ่งหล้าตายใจว่าจะไม่ถูกขัดขวาง

ขณะเดียวกันก็ซ้อนแผนเจ้าศุขวงศ์ ด้วยการยอมให้เข้าพบเช้าวันต่อมา ก่อนจะพูดเป็นนัยถึงการเตรียมงานบางอย่างเพื่อส่งของตอบแทนไมตรีจากเมืองมัณฑ์

เจ้าศุขวงศ์ตามแผนสองพ่อลูกไม่ทัน มัวดีใจเพราะคิดว่าจะได้พูดเรื่องเจ้ามิ่งหล้าได้ง่ายขึ้น แต่กลับกลายเป็นไม่มีโอกาส เมื่อเจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองทำเรื่องน่าสงสัยมากกว่า

“เรื่องของตอบแทนเล็กๆน้อยๆ คงไม่ต้องรายงานไปถึงสยามและคงไม่มีใครเก็บเอาไปถวายรายงานให้ทราบถึงพระเนตรพระกรรณที่บางกอกเพื่อเอาหน้าหรอกเจ้าพ่อ”

เจ้าศุขวงศ์รู้ดีว่าถูกเจ้าหน่อเมืองแขวะ แต่พยายามทำเป็นไม่สนใจ “ขึ้นอยู่กับว่าเป็นของชนิดไหนเจ้าอา ถ้าเป็นทองเล็กๆน้อยๆเพื่อตอบแทนน้ำใจก็คงไม่มีใครต้องรายงาน และทางสยามก็คงไม่คิดสนใจเช่นกัน แต่ถ้าเป็นของมีค่าสูง เป็นสิ่งสำคัญในบ้านในเมือง หลานคิดว่าฐานะที่เราเป็นอยู่ อย่างไรเสียก็ควรรายงานให้สยามรับรู้”

เจ้าแม้นเมืองเห็นเจ้าศุขวงศ์มาหาพ่อกับพี่ชายแต่เช้าก็อดแอบฟังไม่ได้ แล้วถึงกับใจเต้นแรงเมื่อเห็นว่าเจ้าชายหนุ่มจากเชียงพระคำไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน แต่พยายามคาดคั้นพ่อกับพี่ชายของเธอให้บอกความจริงเรื่องของตอบแทนเมืองมัณฑ์ว่าเป็นสิ่งใดแน่

บรรยากาศการโต้เถียงร้อนแรงขึ้นทุกที เจ้าศุขวงศ์ไม่ยอมแพ้ กดดันทุกทางให้สองพ่อลูกยอมจำนน แต่เจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองก็ไม่ยอมง่ายๆ ตัดบทอีกต่างหากว่าทุกอย่างเป็นเรื่องภายในของเชียงเงิน

เจ้าศุขวงศ์ลอบถอนใจยาว ก่อนตะล่อมอย่างใจเย็นเพราะรู้แก่ใจว่าของสิ่งนั้นคือเจ้ามิ่งหล้า

“เจ้าอา...หลานเห็นว่าการส่งของตอบแทนน้ำพระทัยของกษัตริย์เมืองมัณฑ์เป็นสิ่งที่ดี แต่การลงทุนมากๆกับเมืองมัณฑ์เป็นสิ่งไม่จำเป็นอีกต่อไป ไม่ใช่แค่เพราะเราอยู่ในฐานะประเทศเอกราชของสยามเท่านั้น แต่เพราะเมืองมัณฑ์ไม่มีทางรอดพ้นจากมืออังกฤษแน่ เมืองมัณฑ์จะถ่วงเวลาอยู่ได้อย่างมากก็สองปีเท่านั้น”

เหตุผลและคำชี้แจงของเจ้าศุขวงศ์ทำให้เจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองขุ่นเคืองใจมาก เพราะสองพ่อลูกฝังใจเสียแล้วว่าสยามจะมายึดครองและฉกฉวยผลประโยชน์จากเชียงเงิน เลยจะทำทุกทางเพื่อกอบกู้เอกราชและเลือกจะเข้ากับเมืองมัณฑ์มากกว่า...อย่างน้อยๆเมืองมัณฑ์ก็เป็นดินแดนที่ยังเป็นไทและยิ่งใหญ่ที่สุดในล้านนา

เจ้าศุขวงศ์อ่อนใจมาก ตั้งท่าจะกล่อมอีกรอบ แต่ถูกเจ้าหลวงแสนอินทะตัดบทเสียงเข้ม

“ศุขวงศ์...นี่เป็นเรื่องภายในของเชียงเงิน คนเชียงเงินก็ตัดสินใจด้วยความคิดด้วยหัวใจด้วยข้อมูลของเชียงเงิน คนที่อื่นจะมารู้ดีกว่าเรานั้นเป็นไปไม่ได้ อาตัดสินใจแล้วและเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง”

ooooooo

เจ้าศุขวงศ์กลับจากคุ้มหลวงด้วยความผิดหวัง ไม่อยากพาเจ้ามิ่งหล้าหนีแต่ก็ไม่มีทางเลือก ส่วนเจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองได้แต่หัวเราะไล่หลังด้วยความสะใจที่ทำให้เจ้าศุขวงศ์ล่าถอยได้

เจ้าแม้นเมืองสะเทือนใจมากที่เห็นเจ้าศุขวงศ์พยายามพูดกับพ่อและพี่ชายเพื่อเจ้ามิ่งหล้า แถมเรื่องแต่งงานระหว่างเขากับเธอในอนาคตอาจยิ่งทำให้เขาเกลียดเธอมากขึ้น แต่กระนั้นธิดาคนโตแห่งเชียงเงินก็ไม่มีทางเลือก ต้องยอมทำตามแผนการที่เพิ่งวางไว้กับพ่อและพี่ชายเมื่อคืนที่ผ่านมา

กลับจากคุ้มหลวง เจ้าแม้นเมืองแวะมาดูอาการเจ้ามิ่งหล้า พบฟองจันทร์ที่เฝ้าหน้าห้องไม่ห่างเหมือนเคย

“น้องข้าเป็นอย่างไรบ้างฟองจันทร์”

“อยู่แต่ในห้องเจ้า...เจ้านางหลวงอยู่เป็นเพื่อนแต่เช้า ยังมีข้าวของที่ต้องเตรียมไปเมืองมัณฑ์ด้วยอีกหลายอย่าง”

เจ้าแม้นเมืองพอเดาสถานการณ์ได้ ถอนใจยาวด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะฝากฝังน้องสาว

“ฟองจันทร์....ข้าไม่รู้จะฝากกับใคร ขอฝากกับเจ้าก็แล้วกัน...ฝากดูแลเจ้ามิ่งหล้าแทนข้าด้วย ดูแลน้องข้าให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้...รับปากข้าได้ไหมฟองจันทร์”

“ข้าเจ้าจะดูแลเจ้ามิ่งหล้าด้วยชีวิตข้าเจ้าเองเจ้า”

“ขอบใจเจ้านักฟองจันทร์...ถ้าชาตินี้เรายังมีบุญวาสนาได้ค้ำจุนกัน เราคงจะได้พบกันอีก...”

ฝ่ายเจ้าศุขวงศ์...กลับจากคุ้มหลวงมุ่งหน้ากลับเรือนพัก แต่ไม่ทันถึงก็ได้ยินเสียงเอะอะ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าเป็นแบร็กกิ้นกำลังถูกเจ้าหน่อเมืองกับเหล่าทหารเตรียมลงโทษด้วยการตัดหัว!

แบร็กกิ้นรีบร้อนมาหาเจ้าศุขวงศ์เพราะมีเรื่องต้องบอก นายหน้าค้าไม้ชาวอังกฤษไม่ได้ย่างกรายเข้าเขตคุ้มหลวงเพราะรู้กฎดี แต่เพราะเจ้าหน่อเมืองมีอคติและอยากกำจัดชาวต่างชาติจึงหาเรื่องยัดข้อหาให้

เจ้าหน่อเมืองสาแก่ใจมากจะได้ตัดหัวแบร็กกิ้น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจ้าศุขวงศ์ปรากฏตัว

“ยกโทษให้กับความวุ่นวายของเขาสักครั้ง เขาเป็นแขกของเราเอง ต่อไปเราจะระวังให้มากกว่านี้”

“ทุกบ้านทุกเมืองมีกฎมีเกณฑ์ โทษของคนต่างชาติที่ล่วงล้ำเข้ามาในเขตกำแพงล้อม ร้ายแรงถึงประหาร”

“ท่านก็รู้อยู่แก่ใจดีเจ้าอุปราชว่าเขายังไม่ได้ล่วงล้ำเข้ามาสักก้าว”

“รู้ดีเกินไปแล้วเจ้าศุขวงศ์”

“เราเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตลอด...เห็นพร้อมๆกับท่านนั่นแหละเจ้าอุปราช”

สองเจ้าชายต่างเมืองสบตาวัดใจ ก่อนที่เจ้าหน่อเมืองจะยอมถอย แต่ไม่วายแสยะยิ้มร้าย

“ท่านนี่ช่างเป็นคนยึดหลักเกณฑ์และความถูกต้องเหลือเกินนะเจ้าศุขวงศ์ อย่ายึดเฉพาะเมื่อหลักเกณฑ์นั้นจะเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง แล้วละเลยเมื่อหลักเกณฑ์นั้นไม่เอื้อประโยชน์ให้ก็แล้วกัน...เราเกลียดคนที่แสดงตนว่าเปิดเผยตรงไปตรงมา แต่ที่แท้กลับมีแต่ความยอกย้อน ลักลอบทำสิ่งที่ไม่สมควร”

พูดจบก็สั่งปล่อยตัวแบร็กกิ้นและผละไปอย่างหัวเสีย ทิ้งเจ้าศุขวงศ์ให้ยืนตัวแข็งหน้าชา สังหรณ์ใจรุนแรงว่าเจ้าหน่อเมืองอาจรู้ความลับบางอย่างที่เขาจะทำเพื่อช่วยเจ้ามิ่งหล้า!

ooooooo

รอดจากเจ้าหน่อเมืองได้ แบร็กกิ้นถึงได้หายใจทั่วท้องอีกครั้ง บ่นไม่ขาดปากเรื่องความโหดเหี้ยมของอุปราชคนใหม่แห่งเชียงเงิน เจ้าศุขวงศ์ต้องปลอบให้คลายใจ ก่อนจะถามอย่างเป็นกังวล

“ท่านคิดจะร้องเรียนหรือไม่แบร็กกิ้น”

“ก็...กำลังคิดอยู่เหมือนกันแหละเจ้า เราจะมีกงสุลไว้ทำไม ถ้าไม่ใช่ให้ชำระความเรื่องแบบนี้ ทั้งข้าทั้งอังกฤษเข้ามาอย่างมิตร ต้องการจะคบหาอย่างเท่าเทียม แต่กลับได้รับการทำร้ายร่างกายเป็นรางวัล”

“แต่ท่านก็พยายามจะฝ่าฝืนธรรมเนียมของเชียงเงินนะแบร็กกิ้น”

“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ก้าวเข้าไปในเขตกำแพงล้อมสักก้าว เจ้าเป็นพยานให้ข้าได้ เท่าๆกับร่องรอยพวกนี้เป็นพยานได้ว่าข้าถูกทำร้ายอย่างไม่มีเหตุผล”

พูดพลางชี้ชวนให้ดูรอยฟกช้ำตามตัว เจ้าศุขวงศ์หน้าเสีย กลัวใจแบร็กกิ้นจะฟ้องกงสุล หากเป็นเช่นนั้นจริง เชียงเงินจะต้องเจอสถานการณ์ลำบาก แต่ไม่ทันท้วง นายหน้าค้าไม้ชาวอังกฤษโพล่งขึ้นเสียก่อน

“ที่ข้าจะเข้าไปในกำแพงล้อมนั่นน่ะก็เพื่อไปหาเจ้านะ ข้าอยากปรึกษาเจ้าเรื่องเดินป่า เจ้ากะเหรี่ยงคนนำทางคนใหม่ที่ข้าพบ มันจะพาเดินถึงชายแดนเมืองมัณฑ์ ข้าอยากเห็นป่าแถบนั้น แต่ก็อยากขออนุญาตเจ้าก่อนในฐานะที่เป็นแขกของเจ้า เพราะถ้าไปกับมัน ข้าต้องเดินป่านานหลายวัน...เกือบสองอาทิตย์เชียวละ”

เจ้าศุขวงศ์มีสีหน้าหนักใจ แบร็กกิ้นรู้ดีแต่ความอยากสำรวจทำให้กล้าต่อรอง “ถ้าข้าได้ไปเดินป่า... ข้าก็คงไม่ว่างไปร้องเรียนกงสุล และกว่าจะกลับออกมา แผลพวกนี้ก็คงหายสนิทหมดแล้ว ไม่มีหลักฐานอะไรเหลือ”

ข้อเสนอของแบร็กกิ้นทำให้เจ้าศุขวงศ์อึดอัดใจ แต่เพราะเห็นแก่เชียงเงิน เลยยอมตกลง

“เรามีข้อแม้อย่างเดียว...ท่านต้องเอาอินทรไปด้วย เราไม่ต้องการให้ท่านเดินป่าเตลิดไปจนหาทางกลับไม่เจอ อินทรชำนาญเส้นทางป่าแถบนี้ดีกว่าใครๆ ขากลับอินทรจะพาท่านไปสมทบขบวนของเราก่อนกลับถึงเชียงพระคำ”

“ไม่มีปัญหาเจ้า...ขอบคุณเจ้ามากที่เข้าใจข้า อีกอย่าง...เรื่องเมื่อครู่หากไม่มีเจ้า ข้าคงตายไปแล้ว หรืออย่างน้อยก็เจ็บหนัก ข้าไม่รู้จะขอบคุณเจ้ายังไง ทั้งๆที่รู้ว่าคำขอบคุณของข้ายังไงก็ไม่เพียงพอ ข้าเป็นหนี้ชีวิตเจ้า ...หวังว่าสักวันคงจะมีโอกาสตอบแทนชดเชยให้เจ้าบ้าง”

“ถ้ามี...เราก็ยินดีรับ...แบร็กกิ้น”

ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าแบร็กกิ้นจะได้ตอบแทน น้ำใจเจ้าศุขวงศ์เมื่อไหร่ ทุกคนมัวหมกมุ่นกับภารกิจของ ตัวเอง โดยเฉพาะเจ้าศุขวงศ์ที่ยืนกรานกับอินทรจะทำตาม แผนเดิม ช่วยเจ้ามิ่งหล้าจากการถูกส่งตัวไปเมืองมัณฑ์

“วันพรุ่ง...เจ้าไปกับแบร็กกิ้น ออกเดินทางแต่ย่ำรุ่ง ดูแลเขาให้ดี แต่ถ้าคิดว่าแบร็กกิ้นจะทำอะไรนอกลู่นอกทางก็ตักเตือนแนะนำเขาไปอย่างที่เจ้าเห็นสมควร กะวันให้ดีแล้วพาขบวนแบร็กกิ้นไปสมทบเราก่อนเข้าเชียงพระคำ”

“เจ้า...เจ้าล้มเลิกความคิดนั้นเสียเถิด มันเสี่ยงเกินไป”

“เชียงเงินกำลังตีสองหน้าหลอกลวงสยามนะอินทร”

“แต่ถ้างานนี้พลาด ผลเสียของมันจะลุกลามถึงความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องนะเจ้า”

“เรามั่นใจว่าแผนของเรารัดกุมพอ จะไม่มีใครล่วงรู้ความลับนี้”

“แล้วเจ้าคิดว่าชิงตัวเจ้ามิ่งหล้าได้ เจ้าแสนอินทะจะล้มเลิกความคิดไม่ส่งของขวัญไปเมืองมัณฑ์อย่างนั้นรึ”

คำทักท้วงของอินทรทำให้เจ้าศุขวงศ์นึกถึงเจ้าแม้นเมืองด้วยความปวดร้าว “ก็ให้เชียงเงินส่งคนที่สมัครใจไปเป็นของขวัญแทนแล้วกัน...เราเวทนาเจ้ามิ่งหล้า ยังไงนางก็เหมือนน้องสาวคนหนึ่งของเรา ในเมื่อรับปากสัญญาแล้วว่าจะช่วย เราก็ต้องซื่อสัตย์ต่อคำพูด อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เรายินดีรับผลของมัน...”

ooooooo

เจ้ามิ่งหล้าสวมบทลูกสาวที่ดี ยอมถูกส่งตัวไปเมืองมัณฑ์เพื่อให้ทุกคนตายใจ โดยไม่รู้เลยว่าแผนการของตนได้ถูกเจ้าแม้นเมืองนำไปบอกพ่อกับพี่ชายคนละแม่ให้รู้จนหมดแล้ว

และคืนนี้...เจ้านางข่ายคำก็พาเธอไปกราบลาพ่อกับพี่ชายคนละแม่ เจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองพยายามเก็บอาการไม่ให้เจ้ามิ่งหล้าสงสัย ก่อนจะอวยพรอย่างเย็นชา

“เจ้าไปอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี กษัตริย์เมืองมัณฑ์เห็นความสำคัญของเชียงเงินมิใช่น้อยจึงได้ขอตัวเจ้า เขาต้องให้เกียรติเจ้าเพื่อเห็นแก่หน้าพ่อ อนาคตของเชียงเงินอยู่ในมือเจ้าเช่นกันมิ่งหล้า เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นราชธิดาแห่งเชียงเงินเพื่อทำหน้าที่นี้...เพื่อเชียงเงิน”

เจ้ามิ่งหล้ากล้ำกลืนความขมขื่นใจไว้ ตัดสินใจแล้วต้องหนีจากการส่งตัวครั้งนี้ให้ได้ เช่นเดียวกับเจ้าแม้นเมืองที่ต้องรับชะตากรรมเป็นส่วนหนึ่งของแผนตลบหลัง... ยอมเป็นคนทรยศคำสัตย์สาบานที่มีกับน้องสาว แต่จะไม่ยอมหักหลังชาติบ้านเมืองเด็ดขาด!

เช้าวันสำคัญมาถึงในที่สุด...เจ้าศุขวงศ์หลอกทุกคน ในคุ้มหลวงจะไปเดินป่าทิ้งทวน ก่อนจะกลับเชียงพระคำในวันต่อมา ส่วนเจ้ามิ่งหล้าพยายามทำตัวเป็นปกติเตรียมแต่งตัวด้วยชุดสีที่นัดแนะกับเจ้าศุขวงศ์ไว้

แต่แผนของเจ้ามิ่งหล้าพังไม่เป็นท่า เมื่อจู่ๆฟองจันทร์มาหยิบชุดนั้นและเปลี่ยนชุดใหม่ให้ เจ้ามิ่งหล้ากรีดร้องอย่างหัวเสีย เจ้านางข่ายคำเลยปรากฏตัวพร้อมกับบอกว่าฟองจันทร์ทำตามคำสั่งของเธอ

“ลูกจะนุ่งผ้าใส่เสื้อตัวไหนมันก็เรื่องของลูก เจ้าแม่จะมาวุ่นวายทำไม”

“แม่ไม่เคยยุ่ง แต่วันนี้แม่ต้องยุ่งเพราะแม่ก็ต้องทำตามคำสั่งเหมือนกัน”

“คำสั่งใคร...เหนือกว่าเจ้าแม่จะมีใครออกคำสั่งได้นอกจาก...”

“เจ้าพ่อของเจ้าสั่งระงับการเดินทางของเจ้าวันนี้”

เจ้ามิ่งหล้าอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะโวยลั่น “ไม่จริง...ไม่จริง...เจ้าพ่อมีเหตุผลอะไร”

“ฤกษ์ไม่ดี...ไม่ควรเดินทางในวันนี้ แม้แต่เสื้อผ้าสีนี้ก็ไม่ควรใส่...มันเป็นอัปมงคล”

“ไม่จริง! เจ้าแม่โกหกลูก...เจ้าแม่!”

ขาดคำก็จะแย่งชุดคืน แต่เจ้านางข่ายคำสั่งให้บริวารสาวๆยื้อไว้

“นังพวกนี้! ยืนเฉยกันอยู่ได้ ช่วยกันจับเจ้ามิ่งหล้าเอาไว้”

บริวารสาวๆกรูกันมาจับตัว แต่เจ้ามิ่งหล้าขืนตัวไว้เต็มกำลัง

“ปล่อยข้า! ปล่อยข้านังพวกขี้ข้า เจ้าแม่...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

“เจ้ามีหน้าที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น”

“ลูกจะไปถามเจ้าพ่อ ลูกต้องการคำอธิบายจากเจ้าพ่อคนเดียว ยังไงลูกก็ต้องเดินทางวันนี้ให้ได้!”

ooooooo

เจ้ามิ่งหล้าดิ้นรนอาละวาดจะออกไปหาเจ้าหลวงแสนอินทะ แต่ถูกเจ้านางข่ายคำขังไว้ในเรือนพัก พร้อมกับบริวารสาวๆที่จะช่วยเธอแต่งตัวด้วยชุดใหม่

ฟองจันทร์ลำบากใจมากแต่เป็นคำสั่งเลยรีบนำชุดของเจ้ามิ่งหล้าไปให้เจ้าแม้นเมืองเปลี่ยน สวมรอยเป็นน้องสาวคนละแม่ร่วมขบวนเข้าป่าไปเจอเจ้าศุขวงศ์ตามนัด

“ขอบใจนะฟองจันทร์ ขอบใจเจ้ามาก”

“ป่านนี้เจ้ามิ่งหล้าคงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น”

“เพื่อเชียงเงินแผ่นดินเกิดของเรานะฟองจันทร์ ถึงตอนนี้มิ่งหล้าจะยังไม่เข้าใจ แต่ข้าเชื่อว่าวันข้างหน้า เขาจะต้องรู้ซึ้งถึงความพยายามของพวกเรา...เราอาจจะไม่มีวันได้พบกันอีก ยังไงข้าก็ขอฝากมิ่งหล้าให้เจ้าดูแลด้วยนะ”

“เจ้า...เจ้าแม้นเมืองอย่าได้ห่วง ข้าจะดูแลเจ้ามิ่งหล้าด้วยชีวิตของข้าเจ้าเอง”

พูดจบก็ทรุดตัวก้มกราบ เจ้าแม้นเมืองรีบรั้งไว้และดึงตัวมากอดแทน

“ระหว่างเรามิใช่นายกับข้ารับใช้นะ เราเป็นเพื่อนรักกันต่างหาก...ฝากด้วยนะฟองจันทร์...ฝากเจ้าด้วย”

เจ้าแม้นเมืองเศร้าใจและรู้สึกผิดมากที่ต้องทำตามแผนนี้ แต่ต้องแข็งใจเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยชุดของเจ้ามิ่งหล้า และลงไปร่วมขบวนที่พ่อกับพี่ชายจัดเตรียมไว้ให้

เจ้ามิ่งหล้าได้ยินเสียงกลองและเสียงเท้าคนกำลังผ่านเรือนพักก็อดไม่ได้ชะโงกหน้าไปดู แล้วต้องเบิกตาโพลงเมื่อเห็นเจ้าแม้นเมืองในเครื่องแต่งตัวของเธอ!

ความจริงตรงหน้าทำให้เจ้ามิ่งหล้าแค้นแทบกระอัก ตั้งท่าจะกระโจนหาพี่สาวคนละแม่ แต่ถูกบริวารสาวๆรั้งตัวไว้ ได้แต่กรีดร้องด่าทอไล่หลังขบวนอย่างโกรธจัด

“สักวันคำสาบานต้องเป็นจริง เจ้าจะไม่มีวันพบความสุข เจ้าต้องตายอย่างทุกข์ทรมานแม้นเมือง...อีคนทรยศ!”

อาการคลุ้มคลั่งทุรนทุรายของน้องสาวคนละแม่ทำให้เจ้าแม้นเมืองปวดใจมาก แต่จำต้องหันหลังให้และมุ่งหน้าสู่ป่าเพื่อพบเจ้าศุขวงศ์ตามนัดและดำเนินการตามแผนของพ่อและพี่ชาย

เจ้าแม้นเมืองสวมบทเป็นเจ้ามิ่งหล้า สวมเครื่องแต่งตัวตามที่นัดแนะกับเจ้าศุขวงศ์ แต่ใช้ผ้าคลุมปิดหน้าไว้จึงไม่มีใครรู้ว่าเธอไม่ใช่เจ้ามิ่งหล้า เจ้าศุขวงศ์ตามแผนการไม่ทัน ดักรอที่ช่องเขาขาดตามนัด และเมื่อเห็นขบวนจากเชียงเงินผ่านมาถึง ก็สั่งคนที่อินทรจัดมาให้ลงไปชิงตัวเจ้าหญิงจากเชียงเงิน!

ooooooo

เจ้าศุขวงศ์สวมบทเป็นหัวหน้าโจรป่าพาพวกไปชิงตัวเจ้าหญิงจากเชียงเงิน เจ้าแม้นเมืองใช้ผ้าคลุมศีรษะเขาเลยจำไม่ได้ และรีบนำตัวเธอหนีจากขบวนส่งตัวไปยังจุดพักม้าที่เตรียมไว้

“ไม่ต้องห่วงหรือกังวลอะไรทั้งนั้น คนของพี่จะดูแลน้องเป็นอย่างดี วันพรุ่งนี้เราถึงจะได้พบกัน”

จบคำก็หันไปกำชับคนที่อินทรหามาให้ดูแลเจ้าหญิงจากเชียงเงินเป็นอย่างดี ก่อนจะรีบมุ่งหน้ากลับคุ้มหลวง ไม่อยากให้ใครสงสัยหรือไหวตัวว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการชิงตัวเจ้ามิ่งหล้า!

เจ้าศุขวงศ์ชะล่าใจ คิดว่าแผนทุกอย่างดำเนินไปตามที่ต้องการ แต่ต้องนิ่วหน้าเมื่อกลับถึงเรือนพักแล้วพบว่าพญาวังขวากำลังง่วนกับการต่อระเบียงเรือนพักของเขาให้เป็นสองเรือน

พญาวังขวาไม่ได้อธิบายอะไร นอกจากเป็นคำสั่งพิเศษจากเจ้าหลวงให้ต่อเติมเรือนพักเพื่อรับรองใครบางคน เจ้าศุขวงศ์ไม่ได้สนใจนัก มัวโล่งใจที่แผนชิงตัวเจ้ามิ่งหล้าผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่ได้ระแวงเลยว่าจะถูกตลบหลัง!

หลังจากเดินเล่นในคุ้มหลวง โดยเฉพาะในดงชมพูป่า เพื่ออำลาเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าศุขวงศ์ไปพบเจ้าหลวงแสนอินทะเพื่อกราบลากลับเชียงพระคำ โดยมีเจ้าหน่อเมืองรออยู่ด้วยพร้อมกับโจรป่าหลายคนที่เพิ่งจับได้ในป่า

เจ้าศุขวงศ์ตะลึงมาก จำได้ดีว่าโจรป่าทั้งหมดคือคนของอินทร ใจหายวาบกลัวความลับแตก แต่ไม่ทันเอ่ยอะไร เจ้าหลวงแสนอินทะก็ปรากฏตัวและขอบคุณเขาเป็นการใหญ่

“เจ้าน้อย...มาถึงแล้วรึ อาไม่รู้จะขอบใจเจ้าได้อย่างไร... ขอบใจเหลือเกิน...ขอบใจจริงๆ”

สีหน้างุนงงของเจ้าศุขวงศ์เหมือนจับต้นชนปลายไม่ถูกทำให้เจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองสะใจมาก

“เจ้าจะบอกว่าเจ้าผ่านไปประสบเหตุด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็ตามทีเถอะ ยังไงอาก็ต้องขอบใจเจ้าและเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องตอบแทนเจ้าให้ได้อยู่ดี”

เจ้าหลวงแสนอินทะไม่ได้ปล่อยให้เจ้าศุขวงศ์ตั้งตัวนาน รีบโพล่งตามแผนที่เตรียมไว้ว่าส่งลูกสาวคนหนึ่งไปทำพิธีบวงสรวงนอกเมือง แต่ดันถูกกลุ่มโจรป่าโจมตี

“โชคดีที่เจ้าน้อยและคนของเจ้าไปพบพอดี...หลานคงเพิ่งแยกจากขบวนของเจ้าคนอังกฤษสหายของเจ้าที่เดินป่าลึกเข้าไปด้านนั้นกระมั้ง พวกนั้นท่องป่ากันต่อขณะที่หลานกับคนของหลานแยกตัวกลับเชียงเงินใช่ไหม...เจ้าน้อย”

รอยยิ้มเหมือนมีเลศนัยทำให้เจ้าศุขวงศ์อ้ำอึ้ง และเจ้าหลวงแสนอินทะก็รู้ดี รีบตีขลุมตามแผน

“เจ้าศุขวงศ์ช่วยชีวิตลูกสาวข้าไว้ ไม่อย่างนั้นลูกข้าก็อาจตายในเงื้อมมือโจร หรือไม่เช่นนั้นก็อาจหนีเตลิดเปะปะไม่รู้ทิศทาง ไปตายด้วยเสือช้างได้เท่าๆกัน ช่วยแล้วก็รีบกลับเข้าเมืองมาก่อนเพื่อส่งข่าว แต่บังเอิญว่าลูกข้ากับคนของเจ้าศุขวงศ์มาพบกองลาดตระเวนของหน่อเมือง จึงกลายเป็นว่าทั้งห้าคนมาถึงเชียงเงินก่อนเจ้าศุขวงศ์”

เจ้าศุขวงศ์จับต้นชนปลายไม่ถูก ซึ่งเข้าทางเจ้าหลวงแสนอินทะ จับมัดมือชกทันที

“ตามธรรมเนียมของเชียงเงิน ถ้าได้ช่วยชีวิตใครไว้แล้ว ชีวิตของคนคนนั้นย่อมตกเป็นสิทธิ์ของผู้ช่วยชีวิต...ชีวิตลูกสาวอาเป็นของเจ้าแล้ว...เจ้าน้อย จะเอาไปเลี้ยงดูแลแค่ไหนก็สุดแต่ใจของเจ้า วันพรุ่งอาจะทำพิธีส่งตัวให้ กรณีอย่างนี้เรียกว่าตบแต่งกันคงไม่ได้ แต่อาก็หวังว่าเจ้าจะเมตตาน้อง”

คำพูดผูกมัดของเจ้าหลวงแสนอินทะทำให้เจ้าศุขวงศ์ตั้งตัวไม่ติด แล้วถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินชื่อเจ้าแม้นเมือง

“แม้นเมืองรออยู่ที่เรือนรับรองข้างๆเรือนเจ้านั่นแหละ เจ้าน้อย...ตามประเพณีนางกลับเข้าหอหลวงไม่ได้อีกแล้ว ทางเดียวที่เหลืออยู่สำหรับแม้นเมืองคือเข้าพิธีกับเจ้าในวันพรุ่งแล้วก็ติดตามเจ้ากลับบ้านกลับเมือง”

เจ้าหน่อเมืองแทบกลั้นเสียงหัวเราะเย้ยหยันไว้ไม่ไหว แต่ต้องข่มใจฟังพ่อพูดถึงน้องสาว

“ลูกสาวของอาคนนี้ไม่สวยสะกระไร งานบ้านงานเรือนก็ไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราว อย่าถือสาน้องเลยนะ อาหวังแต่ว่าเจ้าจะเลี้ยงดูให้เกียรติตามสมควร อย่ามองว่าต้องรับไว้เพราะธรรมเนียมประเพณีบังคับ ถึงอย่างไรแม้นเมืองก็เป็นลูกสาวอา เป็นธิดาเจ้าหลวงเชียงเงิน ชีวิตของแม้นเมืองเป็นของเจ้าแล้วตามประเพณีตั้งแต่เจ้าช่วยเอาไว้กลางป่านั้น”

ooooooo

เป็นอันว่าแผนของเจ้าศุขวงศ์ล่มไม่เป็นท่า ถูกเจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมือง รวมทั้งเจ้าแม้นเมืองตลบหลังอย่างราบคาบ เช่นเดียวกับเจ้ามิ่งหล้าที่ถูกกุมตัวบนเรือนพักเพื่อเตรียมตัวไปเมืองมัณฑ์ตามคำสั่ง

แม้จะแอบยินดีลึกๆที่จะได้เป็นเจ้าของเจ้าแม้นเมือง แต่กระนั้นคำพูดยุแยงของเจ้ามิ่งหล้าที่ฝังหัวมาตลอดหลายวันก็ทำให้เจ้าศุขวงศ์ปักใจว่าเจ้าแม้นเมืองไม่ได้มีใจให้ แต่ยอมทำเพราะหน้าที่ต่อเชียงเงินเท่านั้น

เจ้าแม้นเมืองอึดอัดใจไม่แพ้กัน ด้วยเข้าใจว่าเจ้าศุขวงศ์มีใจรักเจ้ามิ่งหล้าน้องสาวคนละแม่ เลยยอมช่วยวางแผนชิงตัว เมื่อผลออกมาเช่นนี้ คนที่เขาต้องแต่งงานด้วยคือเธอ ก็อาจทำให้เขารังเกียจเธอจนแทบไม่มองหน้า

เจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองไม่ได้สนใจว่าใครจะต้องเจ็บช้ำกล้ำกลืนจากการวางแผนตลบหลังครั้งนี้บ้าง มัวแต่สะใจที่ได้เห็นท่าทางของเจ้าศุขวงศ์

“เจ้าพ่อเห็นหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมันไหม”

“มันแทบจะต้องกลั้นใจตายเชียวละ ตอนที่มันรู้ตัวว่าเสียรู้เราเสียแล้ว”

“ขี้ข้าสยาม...คิดว่าตัวเองฉลาดลุ่มลึกกว่าคนอื่นเสมอ บทเรียนนี้ต้องจำไปจนตายเชียวล่ะศุขวงศ์”

“แม้นเมืองไปร่วมชีวิตกับมันก็เหมือนเป็นหอกข้างแคร่ เหมือนหนามที่คอยทิ่มตำใจของมันไปอีกนาน”

“วันข้างหน้าแม้นเมืองจะคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวให้พวกเรารู้...กระสุนนัดเดียวยิงนกหลายตัวแท้ๆเจ้าพ่อ”

เจ้านางข่ายคำไม่ได้นึกยินดีกับแผนของสวามีและลูกเลี้ยงหนุ่ม มัวกลุ้มใจที่ต้องเห็นลูกสาวคนเดียวน้ำตานองหน้า ตรอมใจจนไม่กินข้าวกินปลา เจ้ามิ่งหล้าอาละวาดจนเป็นลมไปหลายรอบ เจ้านางข่ายคำตัดสินใจไปขอร้องสวามีให้มาดูลูกสาวสักครั้งเพราะกลัวลูกสาวจะคิดสั้น แต่เจ้าหลวงแสนอินทะปฏิเสธ

“คนอย่างลูกสาวเจ้าไม่มีทางคิดสั้นทำร้ายตัวเองหรอก แผนทุกอย่างเดินหน้าไปแล้ว จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น เจ้าเป็นแม่เลี้ยงดูกันมาอย่างรู้ใจ เป็นหน้าที่ของเจ้าต้องทำให้มิ่งหล้าเดินทางไปเมืองมัณฑ์อย่างเต็มใจ!”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement