รากนครา ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รากนครา ตอนที่ 2


29 ก.ย. 2560 17:34
2,146,614 ครั้ง

ละคร นิยาย รากนครา

รากนครา ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

รากนครา

แนว:

พีเรียด-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ปิยะพร ศักดิ์เกษม

บทโทรทัศน์โดย:

ยิ่งยศ ปัญญา

กำกับการแสดงโดย:

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย:

บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ปริญ สุภารัตน์, ณฐพร เตมีรักษ์,นิษฐา จิรยั่งยืน

เจ้ามิ่งหล้าตกหลุมรักเจ้าศุขวงศ์ตั้งแต่แรกเห็นเธอพยายามสบตาบอกความในใจ แต่เขาไม่มองมาทางเธอเลย สายตาเฝ้าแต่วนเวียนไปที่ใครอีกคน...เจ้าแม้นเมือง

เจ้าหลวงแสนอินทะสังเกตเห็นอาการของเจ้าชายหนุ่มจากเชียงพระคำที่มีต่อเจ้าแม้นเมืองลูกสาวคนโต เลยถือโอกาสแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ เจ้าศุขวงศ์ชอบใจมากและอดไม่ได้จะแกล้งเย้า

“หลานเคยได้พบได้พูดคุยกับแม้นเมืองบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นทางการ เจ้าอากรุณาแนะนำให้รู้จักกันอย่างนี้ จะได้เรียกพี่เรียกน้องกันได้อย่างสนิทใจ”

นอกจากพูดคุยเชื่อมสัมพันธไมตรีฉันญาติ เจ้าหลวงแสนอินทะยังชวนเจ้าศุขวงศ์ให้อยู่ที่เชียงเงินต่อ รอลงไปเชียงใหม่พร้อมเจ้าหน่อเมือง เจ้าศุขวงศ์ไม่ปฏิเสธเพราะเข้าใจเจตนาของเจ้าหลวงแห่งเชียงเงินดี เช่นเดียวกับอินทร

“เจ้าน้อยคิดว่าเจ้าอุปราชหน่อเมืองจะไปถือน้ำพิพัฒน์สัตยาด้วยความจริงใจรึไม่”

“มันเป็นเพียงหมากการเมืองเท่านั้นอินทร หมากตัวนี้วางไว้ให้สยามตายใจ คลายความระแวงว่าปลาตัวเล็กๆอย่างเชียงเงินจะไม่ลื่นหลุดมือไปไหน...”

ท่าทีของเจ้าศุขวงศ์ที่มีต่อเจ้าแม้นเมืองทำให้เจ้ามิ่งหล้ากระวนกระวาย แต่ต้องสงวนท่าทีเพราะไม่อยากให้ใครผิดสังเกต และเมื่อสบโอกาส ธิดาคนเล็กแห่งเชียงเงินก็ไม่รั้งรอจะดึงความสนใจของเขามาที่เธอ

เช้ารุ่งขึ้น...หลังพิธีเก็บกระดูกเจ้าสิงห์คำ เจ้ามิ่งหล้าก็ทำตามแผนที่ตั้งใจ ส่งเจ้าแม้นเมืองไปเก็บกระดูกที่วัด ส่วนตัวเองรอต้อนรับเจ้าศุขวงศ์ที่ปะรำพิธีพร้อมเจ้าหลวงแสนอินทะและเจ้านางข่ายคำ

ท่าทางยิ้มแย้มเหมือนสนิทสนมมานานของเจ้าศุขวงศ์กับเจ้ามิ่งหล้าทำให้เจ้าแม้นเมืองเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้...นอกจากปล่อยเป็นเรื่องของโชคชะตาและพรหมลิขิต

เจ้ามิ่งหล้าย่ามใจมากที่กันเจ้าแม้นเมืองจากเจ้าศุขวงศ์ได้ เธอหาเรื่องชวนคุยไม่ขาดปาก เพราะอยากเข้าใกล้เขากว่าใคร ถึงขั้นฝืนใจทำสิ่งที่ไม่เคยชอบ อย่างอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ

เจ้าศุขวงศ์ตามมารยาหญิงไม่ทัน ตกปากรับคำช่วยแปลหนังสือภาษาอังกฤษในวันรุ่งขึ้น เจ้ามิ่งหล้าเลยต้องแวะไปหาเจ้าแม้นเมืองเพื่อยืมหนังสือ

เจ้าแม้นเมืองแปลกใจเมื่อน้องสาวคนละแม่ที่มักเบื่อหน่ายการอ่านมาขอยืมหนังสือ แถมเป็นหนังสือภาษาอังกฤษที่เจ้าตัวเคยยกให้เธอเมื่อหลายปีก่อน แต่วิสัยไม่ใช่คนช่างจับผิดหรือคิดมาก เลยไม่ได้ซักถามให้วุ่นวาย

เจ้าศุขวงศ์ไม่รู้ตัวว่าจะกลายเป็นสาเหตุความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง ความงามของสองสาวไม่ได้ทำให้เขาตื่นเต้นมากไปกว่าความนึกคิดและสติปัญญาของพวกเธอ และแบร็กกิ้นที่รู้จักเขามานานก็รู้ดี

“ข้าได้ยินว่าลูกสาวเจ้าหลวงแสนอินทะสวยมากใช่ไหมเจ้า”

“สวย...สวยมากทั้งคู่ แต่คนโตท่าทางจะหัวแข็งกว่า”

“น่าเสียดายที่ข้าคงไม่มีโอกาสเห็น แต่นี่เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เจ้าต้องอยู่เชียงเงินนี่ต่อไปอีกหลายวันรึเปล่า”

“เจ้าก็รู้จักเราดีนี่แบร็กกิ้น เรื่องผู้หญิงไม่ได้มีอิทธิพลเหนือเราถึงขนาดนั้น”

“คนอย่างเจ้า...ต่อให้สวยสะดุดตาก็ดึงดูดความสนใจเจ้าไม่ได้ แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนมีมากกว่าความสวยก็ไม่แน่”

“อย่างนี้ถือว่าเจ้ารู้จักเรามากเกินไปแล้ว...”

ooooooo

เจ้ามิ่งหล้าตื่นเต้นมากจะได้อ่านหนังสือกับเจ้าศุขวงศ์ ตื่นแต่เช้าบงการให้บริวารสาวๆตระเตรียมที่ทางบนหอหลวงเพื่อต้อนรับเจ้าชายหนุ่มจากเชียงพระเงิน เจ้าแม้นเมืองมองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความสงสัย ก่อนจะได้รู้ในเวลาต่อมาว่าแขกคนพิเศษของน้องสาวคนละแม่ก็คือเจ้าศุขวงศ์

เจ้าแม้นเมืองข่มอารมณ์หวั่นไหวหอบหนังสือเล่มโปรดไปนั่งเล่นที่ดงชมพูป่า คลาดกับเจ้าศุขวงศ์อย่างหวุดหวิด ไม่ได้เห็นภาพบาดตาบาดใจ เจ้ามิ่งหล้าแสดงท่าทีสนอกสนใจเจ้าศุขวงศ์แบบออกนอกหน้า

“น้องไม่เคยรู้สึกสนุกกับการอ่านหนังสือครั้งไหนเท่ากับครั้งนี้เลยเจ้าพี่ ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้มากมาย เจ้าพี่รอบรู้ไปเสียทุกสิ่งจนน้องอดทึ่งไม่ได้ น้องว่าพี่ต้องเป็นคนรอบรู้ที่สุด เก่งที่สุดในเชียงพระคำเป็นแน่”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมิ่งหล้า ในเชียงพระคำ หรือแม้แต่ในเชียงเงิน...ก็เต็มไปด้วยปราชญ์ผู้รู้ ความรู้ของพี่เทียบไม่ได้กับท่านพวกนั้นหรอก เพียงแต่พี่มีโอกาสดีกว่าคนอื่น เพราะพี่ได้เดินทางไปเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่มีโอกาสเท่านั้นเอง”

“อย่างน้อง...จะมีโอกาสได้เดินทางไปเห็นสิ่งแปลกๆอย่างเจ้าพี่บ้างรึเปล่าน้อ”

“ขอเพียงมีความตั้งใจใฝ่จะเรียนเพื่อรู้ โอกาสนั้นต้องเป็นของน้องแน่”

“น้องคงจะมีความสุข ถ้าได้ติดตามไปทุกที่ที่เจ้าพี่ไป”

แม้จะชวนคุยไม่ขาดปาก แต่สายตาเจ้าศุขวงศ์ก็สอดส่องหาเจ้าแม้นเมืองตลอด เจ้ามิ่งหล้าหงุดหงิดมากจนต้องแอบส่งบริวารสาวไปตามหาพี่สาวคนละแม่ว่าอยู่ที่ไหน!

เจ้านางข่ายคำเห็นบริวารวิ่งวุ่นตามหาเจ้าแม้นเมืองก็เอะใจ เมื่อรู้ว่าเป็นคำสั่งของเจ้ามิ่งหล้าก็ยิ่งสงสัย

“ไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกเจ้าแม่ ลูกแค่ต้องการให้แม้นเมืองอยู่ในสายตาลูกตลอดเวลาเท่านั้น”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีแล้ว กดได้ก็ต้องกด ถึงจะเป็นพี่ แต่แม้นเมืองก็ต่ำศักดิ์กว่าลูก สิ่งดีที่สุดลูกต้องได้เลือกก่อนแม้นเมืองเสมอ ขืนไม่กดเอาไว้ สักวันแม้นเมืองจะแย่งชิงของที่สมควรจะเป็นของลูกไป...จำคำแม่ไว้ให้ดี”

เจ้าศุขวงศ์อ่านหนังสือกับเจ้ามิ่งหล้าจบก็กลับที่พัก และระหว่างทางผ่านดงชมพูป่า...เขาได้พบคนที่เขารอและคิดถึงมาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา...เจ้าแม้นเมืองนั่นเอง

เจ้าแม้นเมืองไม่รู้ตัวเลยว่าถูกจับตามอง มัวยุ่งกับการพาลูกนกตัวน้อยกลับรังบนยอดไม้สูง เจ้าศุขวงศ์เห็นท่าทางไม่ถนัดของเธอจึงตัดสินใจเข้าช่วย จนในที่สุดก็พาลูกนกคืนรังได้สำเร็จ

“พ่อแม่นกมาแล้วเจ้า ประเดี๋ยวมันคงพาลูกกลับรังได้...ค่อยยังชั่วหน่อย”

“ยังหรอกแม้นเมือง...เราต้องรอดูอีกนิด พ่อแม่นกอาจไล่จิกตีมันเพราะไม่ยอมรับมันอีกแล้วก็ได้”

“ถ้าเป็นจริงอย่างเจ้าว่า ข้าเจ้าก็ทำบาปหนักที่ไปจับตัวลูกนกเข้า”

“ถ้าจะเป็นบาปหนัก พี่ก็ร่วมทำบาปกับเจ้าด้วยนั่นแหละ เพราะพี่ก็จับลูกนกตัวนั้นด้วยเหมือนกัน”

คำพูดปลอบโยนของเขาทำให้เจ้าแม้นเมืองหัวใจเต้นแรงจนต้องเก็บอาการไว้ โดยไม่รู้เลยว่าการพบกันโดยบังเอิญของเขากับเธอจะถูกใครบางคนเห็น!

เจ้ามิ่งหล้าแทบคลั่งเมื่อรู้เรื่องการพบกันของเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมือง แต่ต้องข่มใจไม่อาละวาดให้แตกตื่น ก่อนจะปิดปากบริวารสาวด้วยแหวนทองเกลี้ยง และรอเวลาเค้นคอพี่สาวคนละแม่อย่างใจเย็น...

ooooooo

หลังดูจนแน่ใจว่าลูกนกตัวน้อยจะไม่ถูกพ่อแม่นกจิกไล่ เจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองจึงผละไปคุยกันอีกมุม

“เจ้านี่ซุกซนไม่ใช่เล่นนะแม้นเมือง พบกันทีไร...พี่ก็เห็นเจ้าลัดเลาะซอกซอนอยู่นอกหอหลวงทุกครั้งไม่นับที่ได้พบในงานพิธี ท่าทางเจ้าจะไม่ชอบงานปักผ้ากรองดอกไม้เอาจริงๆ”

“ข้าเจ้าไม่ได้ออกมาซุกซน ข้าเจ้าออกมาช่วยงานเจ้าพี่...เอ้อ...เจ้าอุปราชที่หอหน้าต่างหากเล่า”

ท่าทางกระเง้ากระงอดของเธอทำให้เจ้าศุขวงศ์นึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก

“เจ้าอุปราชเชียงเงินใช้ให้เจ้ามาทำงานอะไรตรงนี้”

“ข้าเจ้าช่วยงานหอหน้า...งานเสร็จและข้าเจ้ากำลังจะกลับหอหลวง แต่บังเอิญมาพบลูกนกเสียก่อน”

“พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้นเอง”

สายตาเย้าๆของเขาทำให้เจ้าแม้นเมืองใจเต้นรัว จะผละหนีดื้อๆ แต่ถูกเขารั้งไว้ด้วยหนังสือเล่มโปรดที่เธอลืมไว้ ธิดาคนโตแห่งเชียงเงินอายมากที่ต้องกลับไปเอา แต่เขาแกล้งยื้อไม่ยอมปล่อย

“พรุ่งนี้เจ้าจะออกมาที่นี่อีกไหม”

“ข้าเจ้าตอบไม่ได้ ขอหนังสือคืนให้ข้าเจ้าเถอะ”

“เจ้าจะมาหรือไม่ก็ขอให้รับรู้ พี่จะรอเจ้าอยู่ที่นี่...ทุกวัน”

คำพูดทิ้งท้ายของเจ้าศุขวงศ์ทำให้อารมณ์เจ้าแม้นเมืองกระเจิดกระเจิง กระนั้นก็ต้องห้ามใจอย่างหนักไม่ให้หวั่นไหวกับคำหยอกเย้าแสนหวานของเขา โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะปักใจแล้ว โดยเฉพาะต่อท่าทางอ่อนโยนที่มีต่อลูกนกตัวน้อยและสติปัญญาเฉลียวฉลาดของเธอ

อินทรเห็นว่าเจ้านายหนุ่มอารมณ์ดีผิดสังเกต คิดว่าน่าจะเป็นเพราะหนึ่งในสองสาวจากเชียงเงิน

“มิ่งหล้าเหมือนเด็กที่อยากเรียนรู้ความเป็นไปของโลก เรารู้สึกต่อมิ่งหล้าเหมือนเป็นน้องสาว นี่หากว่ามิ่งหล้ามีอิทธิพลต่อเชียงเงิน คงไม่ยากจะเปลี่ยนความคิดบางอย่าง”

“เจ้าอดเปรียบเทียบกับอีกคนไม่ได้อยู่ดี”

“ถึงภายนอกจะดูเข้มแข็ง...แม้นเมืองก็มีด้านอ่อนโยนนะอินทร แม้นเมืองคงถูกอบรมสั่งสอนมาให้เป็นผู้นำ ให้รู้จักเก็บงำความรู้สึก ถ้าเปรียบเป็นหนังสือ เราว่าสองพี่น้องเป็นหนังสือที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง...เล่มหนึ่งอ่านง่าย เที่ยวเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง อีกเล่มต้องใช้เวลา อาจต้องใช้ความพยายามจะเข้าใจ ความน่าสนใจต่างกันนะอินทร”

ไม่ใช่แค่อินทรที่ผิดสังเกตท่าทางของเจ้าศุขวงศ์ แบร็กกิ้นก็เดาได้ว่าเขาอาจมีใจกับเจ้าหญิงแห่งเชียงเงิน

“เรื่องความรักกับคนวัยขนาดเจ้า มันร้อนแรงและไร้เหตุผลเสมอ”

“ท่านมองเราผิดแล้ว เราใช้เหตุผลและสติของเราตัดสินทุกอย่างเสมอ”

“เจ้าบอกตัวเองอย่างนั้นเพราะเจ้ายังไม่เคยรักใครต่างหาก ตอนที่ยืนบนฝั่ง พูดอะไรก็พูดได้ทั้งนั้น แต่เวลาที่พลัดตกลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวก็ไม่เห็นเคยมีใครพูดอะไรออกสักคำ”

ooooooo

เจ้ามิ่งหล้ารอคอยอยู่แล้วอย่างใจเย็น เมื่อพี่สาวคนละแม่กลับมาก็ไม่รั้งรอจะออกไปทักทาย เจ้าแม้นเมืองตกใจมาก หน้าซีดเพราะมีชนักปักหลัง ใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะเจ้าศุขวงศ์

เจ้าแม้นเมืองพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำถาม แต่เจ้ามิ่งหล้าไม่เชื่อ แกล้งคว้ามือพี่สาวมากุม

“น้องว่ามือพี่ยังเย็นเฉียบเลยนะแม้นเมือง แน่ใจหรือว่าไม่มีอะไรแอบซ่อนปิดบังอยู่”

แววตาคาดคั้นของเจ้ามิ่งหล้าทำให้เจ้าแม้นเมืองหวั่นใจไม่น้อย แต่ก็ไม่ยอมปริปาก

“รู้ไหมว่าพี่ไม่มีทางปิดบังน้องได้หรอก ไม่ช้าก็เร็วพี่ต้องเล่า เพราะเราไม่เคยมีความลับต่อกัน...จริงไหม”

เจ้าแม้นเมืองเห็นท่าไม่ดี พยายามดึงมือออกและปฏิเสธข้อหานั้น

“มือพี่ไม่ได้เย็นเสียหน่อย...มือน้องร้อนต่างหาก

น้องนั่นแหละจับไข้รึเปล่า...แต่คงไม่ใช่ร้อนไข้หรอก แต่ร้อนใจมากกว่าละมั้ง อุตส่าห์เข้ามารอพี่ถึงในห้อง มีเรื่องอยากจะเล่าให้พี่ฟังอีกล่ะสิ...ใช่ไหม”

เจ้ามิ่งหล้าสบตาพี่สาว ก่อนจะแกล้งพูดถึงเจ้าศุขวงศ์ “ไม่เล่าให้พี่ฟัง...ก็ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟังดี วันก่อนเจอกันที่วัดคงคาคำ น้องกับเจ้าพี่ศุขวงศ์คุยกันสนุก วันนี้เจ้าพี่ก็เลยขอเข้ามาคุยต่อ”

“คุยกันเรื่องอะไรบ้างล่ะ”

“สารพัดเรื่อง น้องมีคำถามอะไร เจ้าพี่ศุขวงศ์ก็ตอบได้หมด เจ้าพี่เป็นคนรอบรู้ ชวนน้องคุยได้ทั้งวันพรุ่งนี้เจ้าพี่ยังขอเข้ามาคุยกับน้องอีก...พี่คิดว่ายังไง”

เจ้าแม้นเมืองรู้จักนิสัยน้องสาวดี และรู้ด้วยว่ากำลังถูกอีกฝ่ายต้อนให้จนมุม

“เจ้าศุขวงศ์...เขาไม่ใช่คนที่เราควรจะไว้ใจให้ใกล้ชิดหรอกนะมิ่งหล้า”

คำเตือนของพี่สาวทำให้เจ้ามิ่งหล้าหน้าตึง แต่เจ้าแม้นเมืองก็ไม่หยุด อยากเตือนสติน้องสาว

“เขาไม่มีความคิดเห็นข้อไหนที่สอดคล้องกับพวกเราชาวเชียงเงินเลยนะ น้องดูเขาให้ดีๆสิ เขาเป็นเหมือนทาสสยาม เป็นข้ารับใช้พวกกุลาขาว เจ้าพ่อกับเจ้าอาเกลียดนักคนแบบนี้”

“พวกเราเหรอ...น้องว่าพี่คนเดียวมากกว่าละมัง...แม้นเมือง พี่ตัดสินคนง่ายเกินไป คับแคบเกินไป แล้วพี่รู้ได้อย่างไรว่าเขามีความคิดความเห็นแบบไหน พี่เคยพูดคุยกับเขาหรือ...เมื่อไหร่...ที่ไหน...อย่างไร”

ท่าทีคุกคามติดจะเอาเรื่องของน้องสาวทำให้เจ้าแม้นเมืองอึดอัด แต่พยายามอธิบายอย่างใจเย็น

“เรื่องแบบนี้ไม่ต้องถึงกับพูดคุยกันก็รู้นะมิ่งหล้า น้องดูเสื้อผ้ากับท่าทางเขาสิ คนที่เขาคบหาก็ด้วย”

“น้องรู้...ฝรั่งคนนั้นเป็นชาวอังกฤษ ไม่เห็นจะแปลก...เจ้าพี่เคยไปเล่าเรียนเมืองไกลและคบหาคนพวกนี้มานาน”

“เขาจะพาฝรั่งคนนั้นมาพักในเขตกำแพง เกือบมีเรื่องกับเจ้าพี่หน่อเมืองวันแรกที่มาถึงเชียงเงินเลยล่ะ”

“อ้อ...มิน่าเล่า...เขาอยากคุยกับพี่ด้วยเรื่องนี้น่ะเอง พี่เป็นน้องแท้ๆของเจ้าพี่หน่อเมือง เขาคงหวังว่าพี่จะช่วยชี้แจงเปลี่ยนความคิด ช่วยเกลี้ยกล่อมเจ้าอุปราชเท่านั้นเอง”

เจ้าแม้นเมืองถึงกับตัวชาเพราะคำพูดถากถางของน้องสาว และเจ้ามิ่งหล้าก็รู้ดี กระแทกซ้ำ

“โลกมันเปลี่ยนแปลงทุกวันนะแม้นเมือง ที่ไหนๆความใหม่มันก็ไหลบ่าเหมือนกระแสน้ำ เราคงเก็บกักไว้ไม่ได้อีกแล้วละ เขื่อนจะพังทลายเปล่าๆ เราต้องเปิดใจยอมรับ พร้อมกับทบทวนความเชื่อเก่าๆว่ามีเรื่องไหนควรปลดวาง”

แนวคิดที่แตกต่างจากปากน้องสาวทำให้เจ้าแม้นเมืองได้สติ “อย่าคิดตามเขานักเลยมิ่งหล้า บ้านนี้เมืองนี้เป็นของเรา และเราก็มีหน้าที่ต่อบ้านเมือง อย่าปล่อยให้เขาเข้าใกล้ เอาความคิดแบบนี้มาใส่ง่ายๆ”

“เขาเป็นยักษ์เป็นมารจะมาจับผู้คนที่นี่กินหรือไร ถึงมาห้ามไม่ให้น้องยอมให้เขาเข้ามาใกล้”

น้ำเสียงคุกรุ่นด้วยอารมณ์ของน้องสาวทำให้เจ้าแม้นเมืองหนักใจ แต่เจ้ามิ่งหล้าก็ไม่ยี่หระ

“อ้างแต่เชียงเงิน เชียงเงินมีแต่พี่คนเดียวที่เกิดที่นี่ โตที่นี่รึ น้องก็สายเลือดเชียงเงิน พี่จะมาครอบงำความคิดบีบบังคับให้ทุกคนคิดอย่างพี่ได้ยังไง เหตุผลของพี่น่ะ... จริงๆแล้วเพราะเชียงเงินหรือเพราะพี่อิจฉาน้องกันแน่แม้นเมือง!”

ooooooo

เจ้าแม้นเมืองเสียใจมากที่มีปากเสียงกับน้องสาว ต่างจากเจ้ามิ่งหล้า มีแต่ความโกรธแค้นด้วยปักใจว่าถูกพี่สาวคนละแม่หักหลัง จนแม้แต่เจ้านางข่ายคำก็เข้าหน้าไม่ติด และการเลือกเครื่องประดับที่เคยชื่นชอบก็ไม่ถูกใจ

“รองเท้าแบบฝรั่งเจ้าแม่ยังหวงไม่ให้ลูกใส่ เพชรพลอยพวกนี้ก็คงเหมือนกันนั่นแหละ”

เจ้านางข่ายคำส่ายหน้างงๆ ก่อนดุแบบไม่จริงจังนัก “งอนอะไรไม่เข้าเรื่อง สมบัติของแม่ทุกชิ้นอีกหน่อยก็ต้องเป็นของลูกคนเดียว แม่ไม่เคยหวง...แต่เรื่องเดียวที่แม่ขอ อะไรที่จะทำให้เจ้าพ่อไม่พอใจ...เว้นซะ ไม่อย่างนั้น ...คนอื่นจะชิงความรักความเมตตาไปจนหมด ไม่ต้องบอกลูกก็ต้องรู้ว่าแม่หมายถึงใคร...”

ระหว่างที่เจ้านายฝ่ายหญิงมีเรื่องหมางใจ เจ้านายฝ่ายชาย โดยเฉพาะเจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองเจ้าอุปราชคนใหม่ก็มีเรื่องคิดหนัก เมื่อมีม้าเร็วจากเมืองมัณฑ์ส่งสาส์นขอต่อรองบางอย่าง

“ก่อนงานเจ้าอา...ทั้งสยามแลเมืองมัณฑ์เริ่มไม่วางใจเรา สยามถึงขนาดส่งขุนนางผู้ใหญ่ขึ้นมาดูด้วยตัวเอง ทำทีเป็นมาร่วมงานอย่างมิตร ถ้าลูกลงไปรับตำแหน่งที่เชียงใหม่ก็คงทำให้เขาวางใจเราได้พักใหญ่”

“เมืองมัณฑ์เรียกร้องต้องการคนที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับเจ้า ถ้าเราส่งไปให้ได้ เมืองมัณฑ์ก็คงเหมือนสยามคือวางใจและเลิกจับตามองพวกเราไปพักใหญ่ น่าจะนานพอที่เราจะตระเตรียมกำลังไว้ เพื่อฉวยโอกาสเป็นอิสระในช่วงที่พวกเขาต้องหันหลังไปต่อรองแก้ปัญหากับพวกกุลาขาว”

“เมืองมัณฑ์ต้องการลูกคนหนึ่งของเจ้าพ่อ ลูกรู้ใจน้องดี...แม้นเมืองยินดีพลีชีวิตเพื่อเชียงเงิน...เจ้าพ่อ”

เจ้าหลวงแสนอินทะอยากให้เป็นเช่นนั้น แต่เมืองมัณฑ์จำเพาะเจาะจงว่าต้องการเจ้ามิ่งหล้าเพราะเป็นธิดาในเจ้าหลวงและเจ้านางคนปัจจุบันของเชียงเงิน ศักดิ์และสิทธิ์ย่อมสูงกว่าเจ้าแม้นเมืองที่เป็นธิดาจากเจ้านางผู้ล่วงลับ และอีกเหตุผลสำคัญก็คือเจ้าหลวงแสนอินทะต้องการจะส่งเจ้าแม้นเมืองไปให้เชียงพระคำ

“เราต้องทำให้เหมือนกับว่าเราใกล้ชิด เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับญาติ”

“มิน่าเล่า...เจ้าพ่อจึงได้ดึงตัวเจ้าศุขวงศ์ไว้”

“เขาเป็นคนเหมาะสมที่สุด ด้วยวัย ด้วยฐานะที่ไม่ด้อยหรือโดดเด่นจนเกินไป และที่สำคัญ...พ่อดูออกว่าเขาพอใจแม้นเมือง...มันทำให้เรื่องยิ่งง่าย เมื่อแรกพ่อหมายตาไว้ที่อินทรัฐหรือจักรคำ แต่เมื่อหมากมันเดินเข้ามาให้เรากินอย่างนี้ เราจะไม่กินแล้วไปเริ่มต้นใหม่ทำไมกัน”

“เจ้าพ่อจะบอกเรื่องนี้กับแม้นเมืองและมิ่งหล้าเมื่อไร”

เจ้าหลวงแสนอินทะถอนใจยาว “แม้นเมืองน่ะบอกเมื่อไรก็ได้ ไม่มีข้อโต้แย้งต่อรองอะไรหรอก ลูกคนนี้ยอมทำตามความต้องการของพ่อ ยอมอุทิศตัวเองเพื่อบ้านเมืองได้เสมอ”

“ถ้ามิ่งหล้ามีความคิดได้สักครึ่งของแม้นเมืองก็คงไม่ใช่เรื่องยาก”

“เอาแต่ใจตัวเป็นใหญ่อย่างมิ่งหล้า พ่อคงประวิงเวลาให้ตั้งตัวนานไม่ได้ ต้องรีบส่งไปเมืองมัณฑ์ให้เร็วที่สุด!”

ooooooo

เจ้าหน่อเมืองอุปราชคนใหม่แห่งเชียงเงินส่งม้าเร็วนำสาส์นตอบกลับเมืองมัณฑ์ในคืนเดียวกัน โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าศุขวงศ์จะแอบเห็นทุกอย่างและส่งอินทรไปสืบความ

ระหว่างรอข่าวจากอินทร เจ้าศุขวงศ์ไปที่หอหลวง เพื่ออ่านหนังสือกับเจ้ามิ่งหล้าตามนัด โดยมีสายตาของเจ้าแม้นเมืองมองตามด้วยความช้ำใจ และคิดเอาเองว่าเขากับน้องสาวคนละแม่คงมีใจตรงกัน

เจ้าแม้นเมืองพยายามรวบรวมสติทำงานที่คั่งค้าง แต่ภาพของเจ้าศุขวงศ์กับเจ้ามิ่งหล้า รวมทั้งคำพูดนัดแนะของเขาให้เธอมาคอยที่ดงชมพูป่าทำให้กระวนกระวาย ต้องออกไปสงบสติอารมณ์ที่วัดนอกเมือง

ส่วนเจ้ามิ่งหล้า...มีความสุขมากที่ได้ใช้เวลากับเจ้าศุขวงศ์อย่างที่รอคอยทั้งคืน

“คำศัพท์ที่พี่เขียนคำแปลไว้ให้ล้วนมีประโยชน์ ถ้าน้องหมั่นทบทวนจนขึ้นใจก็จะยิ่งดีเพราะวันข้างหน้าคงได้ใช้”

“น้องจะมีโอกาสได้พูดคุยกับฝรั่งที่ไหนกัน ในเมื่อน้องต้องอยู่ที่เชียงเงินนี่ตลอดไป”

“ไม่มีใครรู้ได้หรอกว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไร ความรู้เป็นสมบัติติดกายที่ไม่มีใครแย่งชิงจากเราไปได้”

“สักวันน้องคงได้มีโอกาสไปเที่ยวเชียงพระคำของเจ้าพี่บ้าง”

“ถึงเวลานั้น...พี่จะคอยต้อนรับให้สมเกียรติ ตอบแทนที่เจ้าพ่อของน้องเมตตาดูแลรับรองพี่อย่างดีที่เชียงเงิน”

“แต่กว่าจะถึงวันนั้น ไม่รู้ว่าน้องจะต้องทุกข์ทรมานใจเพียงไหนที่จะต้องห่างไกลเจ้าพี่”

“พบกันเพื่อจะได้ลาจาก และลาจากเพื่อจะได้พบกันใหม่อีกครั้ง เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตนะมิ่งหล้า...”

เจ้าศุขวงศ์กลับไปแล้ว เจ้ามิ่งหล้าร้อนรนมากกลัวเขานัดเจอเจ้าแม้นเมืองเหมือนเมื่อวันก่อน บริวารสาวๆบนหอหลวงเลยต้องออกตามหาให้วุ่น แต่ก็ไม่มีใครพบเจ้าแม้นเมือง

เจ้าแม้นเมืองไม่รู้ว่ามีคนตามหา อยู่ที่วัดเพื่อกราบอัฐิเจ้าสิงห์คำและขอพรให้เจ้ามิ่งหล้าสมหวังในความรัก

“เจ้าอา...หลานตัดสินใจถูกแล้วใช่ไหม จะไม่ถลำหัวใจลงไปกว่านี้ ความรักไม่มีอยู่จริง สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลานมันเป็นเพียงภาพลวงตาใช่ไหม หลานขอให้คำสัตย์สาบาน...ต่อไปนี้หลานจะขอทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด ทำงานเพื่อรับใช้เชียงเงินของเราเท่านั้น จะไม่ขอมีหัวใจเพื่อรักใครอีกแล้ว...”

เจ้าศุขวงศ์ไปดักรอเจ้าแม้นเมืองที่ดงชมพูป่าจริงๆ แต่กลับได้พบคนที่ไม่คาดคิด...เจ้าหน่อเมืองนั่นเองที่ผ่านมาโดยบังเอิญ ไม่ถูกชะตาอีกฝ่ายนักแต่จำต้องทักทายแบบขอไปที

“อารมณ์สุนทรีย์นำพาเจ้าศุขวงศ์มาชื่นชมความงามของดงดอกไม้...หรือนัดหมายกับใครบางคนที่นี่”

คำพูดเหมือนจับผิดของอีกฝ่ายทำให้เจ้าศุขวงศ์ลอบถอนใจยาวด้วยความเหนื่อยใจ

“เราแค่เดินผ่านมาและหยุดพักเหนื่อยกลางทางเท่านั้นเจ้าอุปราช”

“เจ้าคงคิดถึงบ้านที่เชียงพระคำแล้วกระมัง สิบกว่าวันแล้วที่เชียงเงิน เจ้าคงรู้สึกเบื่อหน่ายเพราะไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น แถมยังเหมือนถูกกักขังให้อยู่แต่ในเขตกำแพงล้อม”

“หาได้เป็นเช่นนั้นไม่เจ้าอุปราช ที่เชียงเงินมีแต่สิ่งแปลกใหม่ให้เราได้เรียนรู้ เราไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายเลย ส่วนกำแพงล้อมที่ท่านเปรียบเหมือนคุกที่กักขังเราก็

ไม่เป็นเช่นนั้น เราไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองถูกกักขัง ต่อให้สถานที่คับแคบยังไง ก็ไม่สามารถกักขังความคิดของใครได้หรอก... จริงรึไม่เจ้าอุปราช”

“เจ้าประทับใจสิ่งใดมากที่สุดในเชียงเงิน”

“เห็นจะเป็นไมตรีจิตฉันญาติที่เจ้าหลวงแลทุกคนมอบให้กระมัง”

เจ้าหน่อเมืองยิ้มเยาะ ก่อนเอ่ยอย่างมีนัย “ตอบได้ดี... สมกับเป็นเจ้าราชภาติยะแห่งเชียงพระคำ ท่านเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางกลับบ้านเถิด ขากลับสัมภาระอาจจะมากกว่าขามา เพราะเชียงเงินคงจะมีของขวัญของฝากให้ท่านพากลับไปเชียงพระคำด้วยเป็นแน่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าของขวัญนั้นจะถูกใจท่าน...”

ooooooo

เจ้าศุขวงศ์รอเจ้าแม้นเมืองที่ดงชมพูป่าจนเย็นย่ำ แต่เจ้าหญิงแห่งเชียงเงินก็ไม่ปรากฏตัว เขาจึงตัดสินใจกลับเรือนพักและฟังข่าวจากอินทรว่าม้าเร็วที่มาถึงเชียงเงินเมื่อคืนถูกส่งมาจากเมืองมัณฑ์!

เจ้าชายจากเชียงพระคำพอเดาสถานการณ์ได้ เชื่อมั่นว่าสาส์นจากเมืองมัณฑ์คงเป็นเรื่องด่วน เฉกเช่นเดียวกับสาส์นจากเชียงเงินที่ถูกส่งกลับไปเมืองมัณฑ์ในเช้าวันต่อมา

ข่าวสารการเมืองทำให้เจ้าศุขวงศ์ต้องคิดหนัก ไม่ต่างจากเจ้าแม้นเมืองที่ถูกเจ้ามิ่งหล้าน้องสาวคนละแม่จ้องจับผิดตลอดเวลา อย่างเช่นเย็นวันเดียวกันนี้ที่เธอกลับถึงเรือนแล้วพบว่าอีกฝ่ายกำลังอาละวาดใส่บริวาร

สีหน้านิ่งสงบของพี่สาวคนละแม่ทำให้เจ้ามิ่งหล้าต้องพยายามกลบเกลื่อนอาการกราดเกรี้ยว ก่อนจะอ้างว่ามารอพบอีกฝ่ายเพื่อคืนหนังสือที่ยืมวันก่อน

“น้องเก็บเอาไว้เลยก็ได้”

“ไม่ได้ใช้แล้วล่ะ...เจ้าพี่ศุขวงศ์น่ะสิ คงจะหาเรื่องคุยกับน้องไม่ให้น่าเกลียดละมัง อยู่ๆก็มาถามหาหนังสือฝรั่ง บอกว่าจะเข้ามาอ่าน มาแปลให้น้องฟัง นี่ก็อ่านจบแล้ว เจ้าพี่เขียนคำแปลบางคำไว้ให้น้องด้วย...ทีนี้ก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าพี่จะหาเหตุอะไรเข้ามาคุยกับน้องอีก”

เจ้าแม้นเมืองหน้าเจื่อน แต่ก็ไม่พูดอะไร เจ้ามิ่งหล้าเลยแกล้งเหน็บ “น้องก็ไม่ใช่น้องรักของเจ้าพี่หน่อเมืองเสียด้วย ไม่งั้นเขาก็คงหาเรื่องเข้ามาคุย ทำทีว่าจะใช้เป็นตัวเชื่อมถึงเจ้าอุปราชแห่งเชียงเงินอย่างที่คุยกับพี่”

คำพูดถากถางของน้องสาวทำให้เจ้าแม้นเมืองจุกในอก แต่ไม่ทันโต้ เจ้ามิ่งหล้าก็ต้องไปพบเจ้าหลวงแสนอินทะ ทิ้งเธอให้จมกับความเศร้าตามลำพัง...ชาตินี้คงไม่มีวันสมหวังในความรัก...

เสียงกรีดร้องเพราะถูกขัดใจของเจ้ามิ่งหล้าดังก้องคุ้มหลวง เจ้าแม้นเมืองตกใจมาก รีบไปดู สวนกับน้องสาวคนละแม่ที่ผลุนผลันกลับเรือนพัก โดยไม่ชายตามาทางเธอแม้แต่นิดเดียว

เจ้านางข่ายคำร้อนใจมาก รีบวิ่งตามเพื่อปลอบแกมขู่ให้ลูกสาวทำตามคำสั่งเจ้าหลวงแสนอินทะ คือเตรียมถวายตัวกับกษัตริย์เมืองมัณฑ์โดยเร็วที่สุด!

เจ้ามิ่งหล้าขังตัวเองในห้อง ไม่ยอมเปิดประตูให้ใครแม้แต่เจ้านางข่ายคำ

“มิ่งหล้า...เจ้าเอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้วนะ หยุดทำกิริยาเลวๆ เปิดประตูให้แม่เข้าไปหรือจะให้คนพังเข้าไป”

“พังเข้ามาสิ พังเข้ามาเลย จะได้พบแต่ศพข้าเจ้า!”

“ทำอย่างนี้ลูกจะทำให้แม่ลำบากรู้ไหม โธ่เอ๊ย...แม่อุตส่าห์ทนทุกอย่างก็เพื่อลูก สรรหาแต่สิ่งดีๆที่เป็นหนึ่งให้เกินหน้าทุกคนในเชียงเงิน ทำไมลูกไม่เข้าใจแม่ เปิดประตูเถิดมิ่งหล้า จะให้แม่อัดอั้นใจตายรึยังไง”

จนแล้วจนรอด เจ้ามิ่งหล้าก็ไม่เปิดประตูให้ใคร เจ้านางข่ายคำจึงต้องถอย พร้อมสั่งทุกคนปิดปากให้เงียบที่สุด ห้ามแพร่งพรายเรื่องคืนนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด!

เจ้าแม้นเมืองถูกแม่เลี้ยงสั่งแกมขอร้องให้ช่วยอยู่เป็นเพื่อนเจ้ามิ่งหล้า โดยมีฟองจันทร์ต้นห้องของเจ้ามิ่งหล้าอยู่เป็นเพื่อน เลยได้รู้ว่าเจ้ามิ่งหล้าอาละวาดคุ้มแทบแตกเพราะจะถูกจับถวายตัวกษัตริย์เมืองมัณฑ์!

ooooooo

เจ้าแม้นเมืองเป็นห่วงเจ้ามิ่งหล้า พยายามเคาะประตูเรียก อยากปลอบให้อีกฝ่ายสงบ จนเจ้ามิ่งหล้ายอมให้พี่สาวเข้าไปคุยด้วย โดยมีฟองจันทร์เฝ้าระวังหน้าห้อง ไม่ให้ใครเข้าไปแทรกหรือแอบฟังสิ่งที่สองพี่น้องคุยกัน

เจ้ามิ่งหล้าร้องไห้อย่างหนัก โถมตัวกอดเจ้าแม้นเมืองแน่นอย่างหาที่พึ่ง

“อย่าร้องไห้มิ่งหล้า ถ้าพี่ช่วยได้พี่จะช่วยน้อง”

“ช่วยได้...พี่ช่วยได้ พี่ไปเมืองมัณฑ์แทนน้องไง...ไปนะแม้นเมือง พี่ไปได้ ฐานะของเราเท่ากัน...พี่เป็นลูกสาวคนโตของเจ้าพ่อ ศักดิ์ศรีพี่สูงกว่าน้องเสียด้วยซ้ำ”

“ถ้าแทนกันได้พี่ก็จะไปแทนมิ่งหล้า”

“น้องรักพี่ที่สุดเลยแม้นเมือง...”

อาการฟูมฟายและต่อต้านของเจ้ามิ่งหล้าทำให้เจ้านางข่ายคำถูกเจ้าหลวงแสนอินทะตำหนิอย่างหนัก

“มิ่งหล้าเอาแต่ความต้องการของตัวเองจนเกินไปแล้ว คนเราเกิดมาก็มีภาระมีหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อบ้านเมืองและแทนคุณบรรพบุรุษ แม้แต่พ่อซึ่งมีตำแหน่งสูงสุดก็ไม่เคยยกเว้นให้ตัวเอง”

“ขอเวลาให้ลูกสักนิดเถิดเจ้า ลูกไม่ทันได้เตรียมตัว ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าเรื่องแบบนี้จะเดินทางมาถึงตัว และก็คงยังไม่เข้าใจด้วยว่ามันสำคัญและจำเป็นแค่ไหน”

“ก็แล้วมันยอมฟังรึเปล่าเล่า มันเป็นหน้าที่ของเจ้านะข่ายคำ เจ้าต้องทำให้ลูกเข้าใจและยอมรับให้ได้ นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครมีสิทธิ์เลือก ลูกเป็นสมบัติของพ่อแม่ ไพร่ฟ้าเป็นสมบัติของแผ่นดิน หน่อเมืองเองยังต้องทำสิ่งที่ฝืนใจ ต้องก้มหัวยอมรับอำนาจของสยามด้วยการไปร่วมพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาที่เชียงใหม่”

เจ้าแม้นเมืองไม่สนใจคำเตือนของฟองจันทร์ ตัดสินใจจะไปเมืองมัณฑ์แทนเจ้ามิ่งหล้า แต่เจ้านางข่ายคำไม่เห็นด้วย อคติคิดว่าลูกเลี้ยงสาวเสนอตัวเพื่อเอาหน้ากับเจ้าหลวงแสนอินทะผู้เป็นสวามี

“เหลวไหล...ลูกข้าเพียงแค่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ยังไม่เข้าใจเรื่องราวเท่านั้น ยังไงมิ่งหล้าก็ต้องไปเมืองมัณฑ์”

เจ้าหลวงแสนอินทะไม่สนใจอคติใคร แต่ยืนยันให้เจ้ามิ่งหล้าทำหน้าที่เพื่อเชียงเงิน เจ้าแม้นเมืองไม่ยอมแพ้ อ้อนวอนขอไปแทนเพื่อความสุขของน้องสาวคนละแม่

“ลูกเป็นลูกสาวคนหนึ่งของเจ้าพ่อ มีศักดิ์พอเพียงสำหรับการผูกมัดกับเมืองมัณฑ์...เจ้าพ่อได้โปรดเมตตา”

พูดจบก็กราบแทบเท้า แต่เจ้าหลวงแสนอินทะก็ไม่เปลี่ยนใจ

“เจ้าอย่ามาต่อรองแทนน้อง ไม่ใช่แต่มิ่งหล้าคนเดียวที่ต้องไปทำหน้าที่เพื่อเชียงเงิน เจ้าเองก็ต้องไปเหมือนกันแม้นเมือง เราต้องสร้างความผูกพันเป็นอันหนึ่งเดียวกับญาติของเรา!”

คำประกาศกร้าวของพ่อให้ทำหน้าที่ผูกมัดเชียงพระคำด้วยการถวายตัวเฉกเช่นเดียวกับเจ้ามิ่งหล้า ทำให้เจ้าแม้นเมืองตะลึงมาก แต่ไม่ทันสะระตะความคิด ก็ถูกเจ้านางข่ายคำตามมาเอาเรื่อง

“เจ้านี่ร้ายกาจนัก ทำทีเป็นรักน้อง หวังดีต่อน้อง แต่จริงๆแล้วเจ้ามันก็นักฉวยโอกาส”

“เจ้าน้าพูดอะไร ข้าเจ้าไม่เข้าใจ”

“เจ้ารู้อยู่แก่ใจดี...เมืองมัณฑ์รุ่งเรืองยิ่งใหญ่ขนาดไหน ยิ่งใหญ่กว่าสยามเสียด้วยซ้ำ เจ้าทำทีอาสาไปแทนน้อง แท้จริงแล้วเจ้าอยากจะเหยียบย่ำน้องขึ้นไปอยู่ในที่ที่สูงกว่า”

“ข้าเจ้าไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยเจ้าน้า”

“อย่ามาตีหน้าซื่อ...การไปเป็นชายากษัตริย์เมืองมัณฑ์ ถึงจะไปเป็นชายารอง ยังไงก็ต้องได้รับการยกย่อง ไม่ต่างไปจากเจ้าดาราที่จะถูกส่งตัวให้กษัตริย์สยาม เจ้านี่มันเห่อเหิมทะเยอทะยานเกินไปแล้วแม้นเมือง ล้มเลิกความคิดร้ายกาจของเจ้าได้แล้ว อย่างไรเสียมิ่งหล้าก็ต้องถูกส่งตัวไปเมืองมัณฑ์!”

ooooooo

เจ้าแม้นเมืองลำบากใจมาก ถูกกดดันจากสองฝั่ง ทั้งเจ้านางข่ายคำแม่เลี้ยงและเจ้ามิ่งหล้าน้องสาวคนละแม่ แต่คำขาดของเจ้าหลวงแสนอินทะก็ทำให้เธอถอดใจ

“ไม่ได้! เมืองมัณฑ์ต้องการตัวมิ่งหล้าคนเดียว... ไม่ใช่เจ้า เขาระบุมาในจดหมายว่าอย่างนั้น”

เจ้านางข่ายคำสะใจมาก ต่างจากเจ้าแม้นเมืองที่ถึงกับชะงักเมื่อเจอคำสั่งทิ้งท้ายของพ่อ

“เป็นหน้าที่ของเจ้า...แม้นเมือง เจ้าต้องเกลี้ยกล่อมให้มิ่งหล้ายอมไปถวายตัวที่เมืองมัณฑ์อย่างเต็มใจให้ได้!”

ภารกิจจากพ่อทำให้เจ้าแม้นเมืองคิดหนัก แม้เจ้าหน่อเมืองจะเชื่อมั่นว่าเธอจะทำสำเร็จ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้าเจ้ามิ่งหล้ากลับพูดไม่ออก อมพะนำอยู่นาน กว่าจะโพล่งออกไปได้

“ทางโน้นระบุมาชัด ไม่ใช่แค่ลูกสาวคนใดของเจ้าพ่อ เขาต้องการน้องคนเดียว...มิ่งหล้า”

เจ้ามิ่งหล้าถึงกับหน้าถอดสี ร่ำไห้และฟูมฟายอย่างหนัก

“ทำไมต้องเป็นน้อง ทำไมต้องเป็นมิ่งหล้าคนนี้”

“เพราะน้องสำคัญกว่าพี่ เขาเจาะจงต้องการคน สำคัญที่สุดในเชียงเงิน”

“ไม่! น้องไม่ยอม แล้วพี่ล่ะแม้นเมือง พี่ก็สำคัญ พี่เกิดก่อน...พี่เป็นพี่ เป็นลูกสาวของเจ้าพ่อเหมือนกัน น้องทำไม่ได้ ให้คนอื่นไป ให้คนอื่นไป ได้ยินไหม!”

“เราเกิดมาเพื่อทำอย่างนี้...มิ่งหล้า ชีวิตนี้ไม่ใช่ของเรา เราเกิดมาแทนคุณเจ้าพ่อ ค้ำจุนเชียงเงิน สืบสานความต้องการบรรพบุรุษ เราไม่มีสิทธิ์เลือกทำตามความ ต้องการของเรา เรามีหน้าที่ต้องกลบฝังชีวิตและจิตใจไว้เพื่อทุกคน”

“พูดดีนัก ปากดีนัก เป็นพี่พี่ทำได้ไหม ตอบมาซิแม้นเมือง พี่จะจากบ้านไปไกลแสนไกล ไปอาศัยที่ใหม่ที่ไม่มีอะไรเหมือนบ้านเราสักอย่าง เขาจะดีจะร้ายกับเราแค่ไหนก็สุดรู้ เราต้องโดดเดี่ยวดิ้นรนเอาตัวรอดตามลำพัง ยอมเป็นเบี้ยล่างเขาทุกอย่าง พี่จะยอมไหม ยอมอยู่กับผู้ชายที่เราไม่เคยพบ อาจจะแก่ ดุร้าย น่ารังเกียจ แล้วเราก็ต้อง...”

พูดไม่จบก็ทรุดตัวร่ำไห้กับพื้นอย่างน่าเวทนา เจ้าแม้นเมืองขยับไปกอด สงสารน้องสาวจับใจ

“พี่อยากทำแทน...มิ่งหล้า ถ้าเป็นพี่ พี่จะทำ พี่จะอุทิศทุกอย่างเพื่อเชียงเงิน เกิดเป็นข้าแผ่นดินก็ต้องอุทิศทุกอย่างเพื่อแผ่นดิน เราเกิดมาในที่ที่สูงกว่าผู้อื่น ก็หมายถึงภาระที่หนักหนาสาหัสกว่าด้วย”

“พี่พูดได้สิ...พี่พูดได้ เพราะพี่ไม่ต้องทำ”

“พี่ก็ต้องทำเหมือนกันมิ่งหล้า...”

เจ้าแม้นเมืองอึดอัดใจ แต่จำต้องเล่าเรื่องตนจะถูกส่งถวายตัวเช่นกันกับเมืองพี่เมืองน้อง เจ้ามิ่งหล้าเข้าใจในทันที เบิกตาโพลง โกรธมากที่พี่สาวคนละแม่จะได้แต่งงานกับเจ้าศุขวงศ์...เจ้าชายเชียงพระคำที่เธอหมายปอง!

“พี่ไม่ได้เลือกนะมิ่งหล้า พี่ไม่ได้เลือกจะให้เป็นอย่างนี้...เราสองพี่น้องไม่มีใครมีสิทธิ์เลือก”

แต่เจ้ามิ่งหล้าก็สติแตกแล้ว โผเข้าจิกตีพี่สาวคนละแม่อย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะประกาศกร้าว

“ทำอย่างนี้ เราก็ไม่ใช่พี่น้องกันอีกต่อไป!”

ooooooo

ความปรารถนาของเจ้าหลวงแสนอินทะจะใช้ลูกสาวทั้งสองเป็นเครื่องมือเชื่อมสัมพันธ์เมืองมัณฑ์กับเชียงพระคำเพื่อลวงสองฝ่ายให้ตายใจและจะประกาศอิสรภาพเวลาต่อมา ทำให้พี่น้องสองสาวต้องหมางใจกันอย่างหนัก โดยเฉพาะเจ้ามิ่งหล้าที่ปักใจเสียแล้วว่าถูกเจ้าแม้นเมืองทรยศ

“พี่ไม่ได้ทำมิ่งหล้า ขอให้เจ้าเข้าใจ พี่เองก็ถูกกระทำเช่นกัน”

“เพราะพี่ยอม พี่รู้เห็นเป็นใจ พี่ก็รู้ใจน้องดีอยู่แล้ว”

พูดพลางยกนิ้วจิ้มหน้าผากพี่สาว แผดเสียงลั่นด้วยความโกรธจัด

“พี่ก็รู้ดีว่าแค่หว่านล้อมให้เจ้าพ่อเปลี่ยนตัวเรา ทุกอย่างก็จะลงตัว แต่นี่พี่ไม่ทำ”

“พี่ทำไม่ได้มิ่งหล้า มันเสี่ยงและอันตรายเกินไปที่เมืองเล็กอย่างเราจะหลอกลวงเมืองมัณฑ์ ยิ่งเขากำลังจับตามองดูเราด้วยความระแวงอยู่แล้ว”

“ไม่ใช่ไม่ได้ พี่ไม่ยอมทำ พี่ก็ชอบเขาใช่ไหม น้องรู้นะ อย่าปฏิเสธเลยแม้นเมือง น้องมองออกตั้งแต่วันแรกที่เห็น...พี่ไม่ทำเพราะพี่หวังจะได้เขาใช่ไหม พี่อิจฉาน้อง พี่ไม่มีอะไรสู้น้องได้หรอกแม้นเมือง พี่ถึงอิจฉาน้องใช่ไหม!”

เจ้าแม้นเมืองทรุดตัวอย่างอ่อนแรง อยากอธิบายให้น้องสาวเข้าใจ แต่เจ้ามิ่งหล้าโมโหจนสติหลุดไปแล้ว

“ต่อให้พี่ใช้อุบายให้เจ้าพ่อยัดเยียดพี่ให้เขาอย่างนี้ ก็อย่านึกว่าเขาจะเปลี่ยนใจจากมิ่งหล้าคนนี้มาเป็นพี่หรอกนะ เขาต้องเกลียดพี่ ไม่ใช่สิ...คำว่ารังเกียจน่าจะเหมาะกับผู้หญิงหน้าด้านอย่างพี่มากกว่า!”

เจ้ามิ่งหล้าระเบิดอารมณ์อย่างสุดกลั้น พลันก็หัวเราะลั่นราวจะเย้ยหยันชะตาชีวิตของตัวเอง

“คิดกันเข้าไป ทำกันเข้าไปตามความต้องการของตัวเองกันทั้งนั้น แล้วเป็นไง ทุกคนมีความสุข คนที่ต้องอยู่กับความทุกข์ก็มีแค่มิ่งหล้าคนนี้คนเดียว!”

สถานการณ์ภายในเชียงเงินร้อนระอุเต็มที เช่นเดียวกับฟ้าฝนที่ตกหนักในค่ำคืนเดียวกัน เจ้าศุขวงศ์ยืนมองบรรยากาศรอบตัวด้วยความรู้สึกหนักหน่วงในอก สังหรณ์ใจชอบกลว่าอาจมีบางสิ่งเกิดขึ้น...

ค่ำคืนมืดมนในเชียงเงินผ่านพ้นไปในที่สุด เจ้านางข่ายคำแวะหาลูกสาวแต่เช้าด้วยความเป็นห่วง หวังจะปลอบขวัญและเกลี้ยกล่อมอีกครั้งให้ยอมทำตามความต้องการของเจ้าหลวงแสนอินทะผู้เป็นสวามี แต่เธอก็ต้องแปลกใจแทน เมื่อพบว่าเจ้ามิ่งหล้าไม่มีท่าทีแข็งขืนอย่างที่นึกกลัว แต่กลับนิ่งสงบอย่างประหลาด

“เจ้าแม่เล่าให้ลูกฟังได้ไหม...เมืองมัณฑ์ที่ว่ารุ่งเรืองกว่าสยาม ใหญ่โตโอฬารขนาดไหนกัน”

ท่าทีของเจ้ามิ่งหล้าทำให้เจ้านางข่ายคำยินดีมาก และเมื่อพบหน้าเจ้าแม้นเมืองในเวลาต่อมาก็ไม่โกรธขึ้ง แต่ยิ้มแย้มให้เหมือนเดิม เพราะเข้าใจลูกเลี้ยงสาวเป็นคนทำให้เจ้ามิ่งหล้ายอมถวายตัวแด่กษัตริย์เมืองมัณฑ์

เจ้าแม้นเมืองนิ่วหน้าไม่เข้าใจ แต่ไม่ทันอธิบายหรือซักถาม เจ้านางข่ายคำก็ตัดบท สั่งไม่ให้ออกไปไหน แต่ให้อยู่ช่วยเตรียมข้าวของสำหรับเจ้ามิ่งหล้าไปใช้ที่เมืองมัณฑ์

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement