รากนครา ตอนที่ 12 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รากนครา ตอนที่ 12


29 ก.ย. 2560 17:34
2,137,902 ครั้ง

ละคร นิยาย รากนครา

รากนครา ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

รากนครา

แนว:

พีเรียด-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ปิยะพร ศักดิ์เกษม

บทโทรทัศน์โดย:

ยิ่งยศ ปัญญา

กำกับการแสดงโดย:

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย:

บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ปริญ สุภารัตน์, ณฐพร เตมีรักษ์,นิษฐา จิรยั่งยืน

อาการคลุ้มคลั่งของเจ้าหน่อเมืองทำให้ทุกคนเชื่อว่าความคิดเรื่องก่อกบฏเป็นความคิดของเจ้าหน่อเมืองแต่เพียงผู้เดียว ส่วนเจ้าหลวงแสนอินทะ...แม้จะให้การสนับสนุนลูกชายคนเดียว แต่เมื่อคำนึงถึงข้อได้ข้อเสีย ความปลอดภัยของชาติบ้านเมืองเชียงเงินก็ต้องมาก่อน จึงยอมรามือในที่สุด

แต่กระนั้น...ความจริงเรื่องเจ้ามิ่งหล้าก็ทำให้ชาติตะวันตกไม่วางใจ มั่นใจว่าเธอต้องมีตัวตนที่เมืองมัณฑ์ จึงตั้งใจจะออกตามหาโดยให้เวลาสิบวัน หากจับได้ว่าใครให้ความช่วยเหลือจะต้องถูกดำเนินคดี!

แบร็กกิ้นพยายามเก็บอาการอย่างมาก ไม่แสดงท่าทีพิรุธ รอจนประชุมเลิกจึงขยับไปใกล้เจ้าศุขวงศ์

“คิดทางออกให้ดี เจ้าพวกนั้นไม่รามือแน่ กักขังหน่วงเหนี่ยวลักพาเป็นข้อหาที่เขาตั้งให้เจ้าได้ทั้งนั้น”

“ยังไงเราก็ขอขอบใจท่านมากแบร็กกิ้น”

“เพื่อนต้องช่วยเพื่อนเสมอ ในเมื่อการให้ไม่มีวันสิ้นสุด การตอบแทนก็ไม่มีวันจบสิ้นเช่นกัน”

ไม่ใช่แค่แบร็กกิ้นที่เอาใจช่วยเจ้าศุขวงศ์ แม้แต่เสด็จในกรมฯก็รู้สึกไม่ต่างกัน

“สิบวันเท่านั้นนะเจ้าน้อย...ระวังตัวด้วย สยามรับรู้ในทางลับมานานแล้วว่าเชียงเงินส่งราชธิดาไปเป็นบรรณาการที่เมืองมัณฑ์...พวกอังกฤษกำลังพุ่งเป้าที่เจ้าคนเดียว เข้าใจนะ...อย่าทำให้ข้อกล่าวหานั้นเป็นความจริง ไม่อย่างนั้นกระเทือนถึงใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแน่”

เรื่องเจ้ามิ่งหล้าว่าศึกหนักแล้ว เจ้าหน่อเมืองทำให้เรื่องยุ่งยากกว่าเดิมด้วยการแหกคุกหนีกลับเชียงเงิน บรรดาไพร่พลที่มีใจใฝ่การก่อกบฏดักรอกลางทางเพื่อแจ้งข่าวร้ายเรื่องเจ้าหลวงแสนอินทะถูกยึดอำนาจ

“เจ้าพ่อข้าจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างนั้นเพราะข้าไม่อยู่...แค่หนังสือฉบับเดียวจะมีความหมายอะไร ทันทีที่ถึงเชียงเงิน ข้าจะตัดหัวไอ้พวกคนนอกให้สิ้นจะปิดเมืองแล้วสู้กับพวกมันให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้าง”

“ข้าเห็นกับตา คนที่มันนำทางพวกมันเข้าเชียงเงินคือไอ้อินทร...คนสนิทของเจ้าศุขวงศ์”

“ไม่พ้นเป็นมึง...ไอ้ศุขวงศ์ มึงกับกูไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกันได้อีกแล้ว!”

เจ้าศุขวงศ์อาสาตามไปยับยั้งเจ้าหน่อเมืองไม่ให้ก่อการกบฏ โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าหน่อเมืองเปลี่ยนใจกะทันหัน ไม่กลับเชียงเงินทันที แต่แวะเชียงพระคำดักรอล้างแค้นเจ้าศุขวงศ์!

ooooooo

การรอคอยทำให้เจ้าแม้นเมืองใกล้เป็นบ้าทั้งห่วงและกังวลถึงเจ้าศุขวงศ์จนไม่เป็นอันทำอะไร เจ้าย่าเรือนคำได้แต่มองมาด้วยความสงสารปนเวทนา อยากให้หลานทั้งสองปรับความเข้าใจเพื่อรักษาความรักไว้

เจ้าแม้นเมืองตัดสินใจจะเปิดใจกับเจ้าศุขวงศ์ทันทีที่เขากลับมา แต่คนมาถึงเชียงพระคำก่อนกลับ

ไม่ใช่สวามีที่รอคอย แต่เป็นเจ้าหน่อเมืองที่พกความแค้นมาเต็มอก หวังใจจะให้น้องสาวลวงเจ้าศุขวงศ์มาฆ่า!

ฟองจันทร์เห็นท่าทางลับๆล่อๆของเจ้าแม้นเมืองจึงสะกดรอยตาม แต่ก็ถูกเจ้าหน่อเมืองจับได้ เรื่อง

เจ้ามิ่งหล้าถูกลักพาตัวมาซ่อนในเชียงพระคำเลยเปิดเผยอาการเกรี้ยวกราดของเจ้าหน่อเมืองทำให้เจ้ามิ่งหล้ากลัวตัวสั่น

“น้องละอายใจเกินกว่าจะกลับไปเชียงเงินได้”

“ละอายใจ...เจ้าละอายใจที่บ้านเมืองของตัวเองจะได้เป็นอิสระ แต่เจ้ากลับไม่ละอายใจในการมาซุกอยู่ใต้บารมีคนอื่นอย่างนี้...เจ้าหนีออกมาจากเมืองมัณฑ์ได้อย่างไรมิ่งหล้า”

คำสารภาพจากปากเจ้ามิ่งหล้าที่ว่าเจ้าศุขวงศ์เป็นคนช่วยเธอออกจากเมืองมัณฑ์ทำให้เจ้าหน่อเมืองโกรธจัด

“จริงอย่างที่พี่คาดทุกอย่าง เจ้าเห็นแล้วใช่ไหมแม้นเมือง เพราะมันทำให้เราไม่อาจหาหลักฐานมายืนยันความเป็นอิสระของเชียงเงินได้ มันทำให้พี่ถูกประณาม ทำให้เจ้าพ่อต้องถูกดูหมิ่น สมควรไหมแม้นเมืองที่พี่จะให้มันตาย”

ความแค้นของพี่ชายทำให้เจ้าแม้นเมืองลำบากใจมาก แต่ต้องข่มใจไม่แสดงความอ่อนแอ

“ขอเพียงชีวิตเดียวเท่านั้น อุทิศให้บรรพบุรุษและเชียงเงินแล้วเราจะไม่กลับมาที่นี่อีก เรามีบ้านมีเมืองของเราให้อยู่อาศัยเป็นอิสระและยืนอยู่ได้ด้วยขาตัวเอง ไม่ใช่แค่ประเทศราชอย่างที่นี่!”

เจ้าหน่อเมืองคิดใช้เรื่องเจ้ามิ่งหล้าจัดการเจ้าศุขวงศ์เพื่อทำลายชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของเชียงพระคำ และทันทีที่ถึงวันนั้น เจ้าแม้นเมืองจะต้องออกจากที่นี่และกลับเชียงเงินพร้อมเขา โดยไม่ต้องเอาเจ้าภูแก้วไปด้วย

ท่าทางเหมือนหายใจไม่ออกของน้องสาวทำให้เจ้าหน่อเมืองยิ่งโมโห เอ็ดลั่น

“พี่ขอสั่งเป็นคำขาด พี่ไม่ต้องการให้เลือดเนื้อของมันได้เหยียบแผ่นดินเชียงเงิน ในยามศึกขุนทหารทุกคนต้องสละชีพตัวเองได้ นี่เจ้าก็แค่จากเป็นกับไอ้เด็กไม่รู้ประสาคนหนึ่งเท่านั้น เจ้าทำใจไม่ได้รึไร”

เจ้าแม้นเมืองคิดหนัก ก่อนตัดสินใจวางแผนเพื่อช่วยชีวิตเจ้าศุขวงศ์ โดยยังรักษาสัญญากับพี่ชาย

“น้องแค่กำลังคิดไตร่ตรอง...น้องแน่ใจว่ายังไงคืนนี้เจ้าศุขวงศ์ก็ต้องกลับมา จะดีกว่าไหมถ้าน้องหาทางให้เขาขึ้นไปพบเจ้าพี่บนภูผาเมือง การพบปะระหว่างเจ้าพี่กับเขาจะได้องอาจเปิดเผย ไม่ใช่การลอบดักกันอยู่ริมทางเดิน น้องจะให้เขาขึ้นไปคนเดียว น้องจะอ้างว่าเจ้าพี่ยึดตัวภูแก้วไว้เป็นประกันก็ได้”

เจ้าหน่อเมืองตามแผนน้องสาวไม่ทัน เห็นดีด้วย “ตัดสินกันไปตัวต่อตัวอย่างชายชาติ ดีนักแม้นเมือง...หากพี่พ่ายฝีมือมันก็สมควรแล้วที่ต้องสังเวยชีวิต จะไม่บากหน้ากลับเชียงเงินเด็ดขาด!”

เจ้าแม้นเมืองลอบถอนใจโล่งอก ก่อนขอสัญญาจากพี่ชาย

“เมื่อได้ชีวิตหนึ่งชดใช้แล้ว เจ้าพี่จะจากไป...จะไม่ย้อนกลับมาเกี่ยวข้องจองเวรกับใครที่นี่อีก”

“ได้...แม้นเมือง...พี่สัญญา!”

ooooooo

เจ้าแม้นเมืองเริ่มแผนการตัวเองหลังจากนั้น ด้วยการเขียนจดหมายบอกความในใจ อธิบายการกระทำทุกอย่างของตนให้สวามีกับพี่ชายได้รับรู้

หลังจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปเรือนเจ้าย่าเรือนคำเพื่อบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมฟังข่าวดีจากบัวผันว่าหาแม่นมให้เจ้าภูแก้วได้แล้ว เจ้าแม้นเมืองจึงหมดห่วงเรื่องลูกชายเพราะจะมีคนดูแลอย่างดีหลังจบเรื่องราวทั้งหมด

เมื่อแยกจากเจ้าย่าเรือนคำ เจ้าแม้นเมืองสั่งฟองจันทร์คนสนิทที่ไว้ใจที่สุดไปส่งจดหมายให้คนของเจ้าหน่อเมืองที่นอกเมือง และให้รีบกลับมาดูแลเจ้ามิ่งหล้ากับเจ้าภูแก้ว ฟองจันทร์รับปากด้วยความเต็มใจ โดยไม่รู้ว่าเจ้าแม้นเมืองจะมีแผนสละชีพตัวเองเพื่อปกป้องเจ้าศุขวงศ์กับเจ้ามิ่งหล้า

ฟองจันทร์ไปส่งจดหมายแล้ว เจ้าแม้นเมืองจึงเข้าไปหาเจ้าภูแก้วลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

“ยังไม่หลับเหรอลูก ยังอุตส่าห์คอยแม่เหรอคนดี... หลับให้สบาย แล้วพรุ่งนี้แม่จะกลายเป็นเพียงความฝันที่ผ่านเลยไปไม่เหลือไว้แม้ในความทรงจำของเจ้า นี่คือความสมัครใจของแม่เอง...เพื่อลูก เพื่อพ่อของลูกและเพื่อทุกคน เพื่อหน้าที่ เพื่อความรับผิดชอบ...วันข้างหน้าลูกจะต้องเติบโตขึ้นมาอย่างไม่ใช่ลูกกำพร้า ไม่ใช่ลูกที่มีพ่อถูกป้ายสีด้วยปัญหาทางการเมือง ลูกจะต้องมองหน้าทุกคนในโลกนี้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี”

หลังให้นมลูกชายครั้งสุดท้าย เจ้าแม้นเมืองก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดินป่าของเจ้าศุขวงศ์ พร้อมถือดาบประจำตัวของเขา อุ้มเจ้าภูแก้วไปวางตรงหน้าเจ้ามิ่งหล้า...คนสุดท้ายที่เธออยากฝากภารกิจสำคัญ

เสียงร้องของเจ้าภูแก้วทำให้เจ้ามิ่งหล้ารู้สึกตัว เจ้าแม้นเมืองถือโอกาสลาลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย

“อยู่ดีนะภูแก้ว คืนนี้จงอดทนสักนิด และต่อไปก็อย่ารบกวน อย่าเกเรเอาแต่ใจ ฝากเนื้อฝากตัวกับแม่เจ้าให้ดี”

เจ้ามิ่งหล้าจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่เจ้าแม้นเมืองไม่สนใจ บอกเล่ากิจวัตรประจำวันของลูกชาย

“ภูแก้วจะตื่นอีกครั้งตอนใกล้รุ่ง ทุกๆวันจะแค่ส่งเสียงให้รับรู้เท่านั้น พรุ่งนี้เช้าอาจจะร้องหิวนมรบกวนน้องไปบ้าง แต่สายๆแม่นมที่ชื่อศรีมายคงจะมาแล้ว น้องอย่าโกรธ อย่ารำคาญลูกเลยนะมิ่งหล้า”

“นี่หมายความว่าอะไรแม้นเมือง”

“ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป...น้องคือแม่ของภูแก้ว คือแม้นเมือง ไม่มีมิ่งหล้าอยู่ในโลกนี้อีกแล้ว”

จบคำก็จับเจ้ามิ่งหล้ามัดมือมัดเท้า ก่อนอธิบายความจริงของแผนครั้งนี้ว่าทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตเธอ

“ยกโทษให้พี่ด้วยนะมิ่งหล้า พี่ไม่ได้อยากทำอย่างนี้ พี่จำเป็นต้องทำ สงบใจแล้วตริตรองตามพี่สักพักเถอะ...พี่ต้องมัดน้องไว้เพราะสิ่งที่พี่จะทำจำเป็นต้องให้มิ่งหล้ารู้ แต่น้องต้องเก็บงำไว้คนเดียวจนกว่าจะสิ้นราตรีนี้”

เจ้าแม้นเมืองขอร้องให้น้องสาวเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวจนกว่าจะเช้าและฟองจันทร์จะกลับมาแก้มัดให้

“เชื่อพี่เถิดมิ่งหล้า...ไม่ใช่เพราะพี่ต้องการแย่งของรัก ต้องการเข้าแทนที่น้อง พี่ถูกฝึกให้เก็บและกักความต้องการของตัวเองเพื่อบ้านเมืองเสมอมา หากเลือก...พี่ก็ขอไปทุกข์ตรมอยู่เมืองมัณฑ์ เพราะการมีชีวิตอยู่ที่นี่ พี่ต้องทนทรมานใจด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องยัดเยียดตัวเองมาอยู่กับความรังเกียจเดียดฉันท์ของผู้ชายที่ร่วมเรือน”

คำพูดเพราะอยากเอาชนะของเธอฝังหัวเจ้าแม้นเมืองจนบัดนี้ เจ้ามิ่งหล้ารู้สึกผิดมากที่ทำร้ายจิตใจพี่สาวมาตลอด เธอพยายามจะแย้งแต่เจ้าแม้นเมืองไม่สนใจ

“ทั้งเจ้าพ่อกับเจ้าพี่มองไม่ออก หรือไม่ก็มั่นใจว่าถ้าหลุดพ้นการปกครองของสยามก็จะเอาตัวรอดจากอังกฤษได้ จึงตกลงใจจะฉวยโอกาสที่มองว่าเป็นต่อนี้ยืนยันความเป็นอิสระของเชียงเงินต่อหน้าผู้แทนทั้งฝ่ายสยามและอังกฤษ”

เจ้าแม้นเมืองถอนใจยาว ระบายความอึดอัดใจถึงภาระที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ทั้งเรื่องกู้ชาติบ้านเมืองและเรื่องของหัวใจที่มีให้เจ้าศุขวงศ์แต่เพียงผู้เดียว

“พี่กับมิ่งหล้าเป็นเพียงหินสองก้อนที่ใช้ถ่วงตาชั่งเชียงเงินให้ตรง ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น น้องคงสงสัยล่ะสิว่าถึงเวลานี้...พี่ยืนอยู่ข้างไหน”

เจ้ามิ่งหล้าน้ำตานองหน้า สะเทือนใจมากกับชะตากรรมของทั้งตนเองและพี่สาว

“ถ้ามองที่เหตุผลส่วนตัว...ข้างหนึ่งคือพ่อ พี่ บ้านเมือง...ภาระหน้าที่ ความเชื่อและความหวังทั้งหมดที่เคยมี เคยหล่อเลี้ยงหัวใจ หล่อหลอมความคิดและตัวตนของเรา...แต่อีกข้างคือผู้ชายคนเดียวในชีวิต คนที่พี่เพิ่งยอมรับว่ารักเขายิ่งนัก แม้ว่าเขาจะไม่เคยมองพี่เป็นอื่นนอกจากเงื่อนไขและขวากหนามที่ผ่านเข้ามา...ผู้ชายที่เป็นพ่อของภูแก้ว ผู้ชายที่พาพี่มาพบโลกใหม่ โลกที่อบอุ่นสดใสและงดงาม”

แผนการร้ายของเจ้าหน่อเมืองถูกถ่ายทอดจากปากเจ้าแม้นเมืองอย่างหมดเปลือก เจ้ามิ่งหล้าสะเทือนใจมาก แต่ไม่เห็นด้วยที่พี่สาวต้องเสียสละทุกอย่างขนาดนี้

“ไม่ว่าข้างไหนก็ไม่มีที่ให้พี่ยืนหรอกมิ่งหล้า หากมองด้วยเหตุผลทางการเมืองแล้วคิดตามความจริงของยุคสมัย พี่ก็อยากจะคิดหวังฝากชีวิตและบ้านเมืองไว้ใต้ร่มบารมีของพระเจ้าแผ่นดินสยาม...”

เจ้าแม้นเมืองน้ำตาร่วง การได้อยู่กับเจ้าศุขวงศ์ทำให้เธอได้เปิดโลกและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เขาคือหัวใจที่เธอไม่อาจทำใจได้หากต้องส่งเขาไปตายด้วยน้ำมือของเจ้าหน่อเมือง

“จะให้พี่ส่งชายที่พี่รักไปพบกับความตาย พี่ทำไม่ได้หรอกมิ่งหล้า พี่เดินหน้าไม่ได้ แต่ก็หันหลังให้เชียงเงินแผ่นดินเกิดของเราไม่ได้เช่นกัน แต่พี่มีทางออกเพื่อทุกคนแล้ว แม้นเมืองจะขออุทิศชีวิตเพื่อชดใช้ให้ทุกเรื่องและทุกคน”

เจ้ามิ่งหล้าน้ำตาไหลพราก พยายามดิ้นรนเพื่อห้ามพี่สาว แต่เจ้าแม้นเมืองไม่ยินยอม

“ฟังนะมิ่งหล้า อย่างแรก...พี่ฝากลูก ฝากภูแก้วไว้กับน้อง อย่างที่สอง...ความผิดของพี่ที่มีต่อเชียงเงิน มีต่อเจ้าหลวง เจ้าอุปราชและบรรพบุรุษ พี่ขอชดใช้ด้วยชีวิตพี่เอง ชีวิตพี่จะไถ่ถอนชีวิตของเจ้าศุขวงศ์ จะปิดทางไม่ให้อังกฤษหาเรื่องบีบคั้นเราได้ เพราะจะไม่มีมิ่งหล้าอีกต่อไป มีแต่แม้นเมืองที่เจ็บหนักอยู่ที่นี่”

ความเด็ดเดี่ยวของเจ้าแม้นเมืองทำให้เจ้ามิ่งหล้าพูดไม่ออก ยิ่งได้ยินประโยคถัดมายิ่งปวดใจ

“ที่ทำอย่างนี้เพราะพี่รักทั้งเจ้าและเจ้าน้อยยิ่งกว่าชีวิต พี่ยินดีฝังตนเองลงใต้พื้นดินเพื่อค้ำจุนให้ทุกคนอยู่ได้ เราเกิดมาเพื่อทำอย่างนี้ อย่างที่พี่ต้องยัดเยียดตัวให้คนที่เขาไม่เคยรัก น้องก็ได้ทำไปแล้ว...ไปจมอยู่ใต้ดินแดนเมืองมัณฑ์นานเป็นปีเพื่อค้ำจุนเจ้าพ่อและเชียงเงิน”

จบคำเจ้าแม้นเมืองก็คว้าดาบตัดผมยาวสลวยของตนวางบนเบาะเจ้าภูแก้ว ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้น้องสาว

“อย่าร้องไห้ให้พี่เลย แค่จำไว้ว่าต่อไปนี้น้องไม่ใช่มิ่งหล้าแต่เป็นแม้นเมือง ส่วนพี่นั้นขอเป็นวิญญาณที่ไร้นามเรียกขาน...พี่เคยบอกมิ่งหล้าเมื่อนานแล้ว จำได้ไหม...พี่ขอเจดีย์สีขาวองค์เล็กๆในดงชมพูป่า...คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง”

เจ้ามิ่งหล้าน้ำตานองหน้า คำพูดในวันวานของพี่สาวก้องในหัว ตอนนั้นเธอไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แต่วันนี้... เวลานี้...ความมุ่งมั่นของเจ้าแม้นเมืองทำให้เธอเจ็บปวดใจมาก พ่ายแพ้ให้แก่หัวใจรักอันยิ่งใหญ่ของพี่สาว

ooooooo

เจ้าแม้นเมืองในคราบเจ้าศุขวงศ์ควบม้าไปเจอเจ้าหน่อเมืองตามนัด เจ้ามิ่งหล้าร้องไห้อย่างหนัก ดิ้นรนทุกทางเพื่อบอกให้คนข้างนอกไปช่วย

ระหว่างที่เจ้ามิ่งหล้าทำทุกทางให้คนมาช่วยและยับยั้งแผนการตายแทนของเจ้าแม้นเมือง เจ้าศุขวงศ์ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางจากเชียงเงินมุ่งหน้ากลับเชียงพระคำเพราะห่วงเจ้าแม้นเมืองกับเจ้าภูแก้ว แต่เมื่อถึงเรือนกลับไม่พบคนที่ห่วงหา จนต้องวิ่งไปตามถึงเรือนเจ้าย่าเรือนคำ

“หน่อเมืองเป็นกบฏเจ้าย่า...หลานนึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินหน่อเมืองนัดแนะแม้นเมืองว่าจะรับกลับเชียงเงินทันทีที่พร้อมสำหรับการแยกตัวเป็นอิสระ หลานจึงแน่ใจว่าหน่อเมืองจะมาที่นี่...มารับแม้นเมือง”

“เป็นไปไม่ได้ แม้นเมืองไม่มีทางผละจากไปเงียบๆ และง่ายๆอย่างนี้ เพราะแม้นเมืองรักเจ้า”

“หลานก็รักแม้นเมืองกับเจ้าภูแก้วเท่าชีวิตของหลานเอง ที่มานี่ไม่ใช่เพราะต้องการตามตัวหน่อเมือง แต่เป็นเพราะแม้นเมืองต่างหาก หลานยอมให้แม้นเมืองก้าวออกไปจากชีวิตหลานไม่ได้!”
เสียงร้องเจ้าภูแก้วดังจากเรือนเจ้ามิ่งหล้าทำให้เจ้าศุขวงศ์หน้าตื่น รีบวิ่งไปดูพร้อมคำแก้วและเขียนจันทร์ แล้วก็ต้องพูดไม่ออกเมื่อเห็นสภาพเลือดท่วมตัวของเจ้ามิ่งหล้าเพราะความพยายามดิ้นรนจากการถูกมัด

เจ้าศุขวงศ์รีบแก้มัดให้ เจ้ามิ่งหล้าจึงละล่ำละลักบอกแผนการของพี่สาว

“แม้นเมืองเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าพี่ไม่ได้ต้องการเขาเลย แต่ปักใจมั่นกับน้อง เจ้าพี่ไปหยุดแม้นเมืองให้ได้ เขากำลังขึ้นไปบนภูผาเมือง ขึ้นไปเพื่อยอมตายแทนเจ้าพี่ ไปแก้ปัญหาให้น้อง ไปเพื่อไถ่โทษให้ตัวเอง!”

“มันยังไงกันมิ่งหล้า พูดให้พี่เข้าใจมากกว่านี้”

“เจ้าพี่หน่อเมืองต้องการชีวิตเจ้าพี่เพื่อดับความแค้นก่อนกลับเชียงเงิน แม้นเมืองลวงว่าจะนัดเจ้าพี่ให้ขึ้นไปเผชิญหน้ากับเจ้าพี่หน่อเมือง แต่แม้นเมืองปลอมตัวเป็นเจ้าพี่เสียเอง แม้นเมืองจะสละชีวิตตัวเองไถ่โทษที่ละทิ้งเชียงเงิน จะยอมตายให้น้องอยู่ในนามของแม้นเมือง ไม่ให้อังกฤษเอาผิดกับเจ้าพี่โทษฐานซุกซ่อนตัวน้องไว้ที่นี่”

คำบอกเล่าของเจ้ามิ่งหล้าทำให้เจ้าศุขวงศ์ใจหายวาบ รีบควบม้าตามหาเจ้าแม้นเมือง แต่ก็สายไปแล้ว เจ้าหน่อเมืองผู้หน้ามืดตามัวกับความแค้นแทงเจ้าแม้นเมืองในคราบของเจ้าศุขวงศ์เสียแล้ว

เจ้าหน่อเมืองสะใจมากเมื่อเห็นศัตรูคู่อาฆาตล้มจากหลังม้า

“แรกทีเดียว...ข้าก็คิดว่าคนขลาดอย่างเจ้าที่ดีแต่ทำการลับหลัง จะไม่ยอมขึ้นมาเผชิญหน้ากับข้าบนนี้”

เจ้าแม้นเมืองในคราบเจ้าศุขวงศ์นอนนิ่ง แต่ไม่วายยิ้มบางๆเพราะแผนการสำเร็จแล้ว

“ไม่ต้องมีคำพูดอะไรมาสำแดงน้ำใจของเจ้า เจ้ากับข้ายืนกันคนละฝั่งของอุดมการณ์ ความเป็นพี่น้องทางสายเลือดที่เจ้ามักอ้างเสมอเพื่อให้ตัวเองดูมีหลักฐานน่าเคารพนับถือมันเป็นเรื่องไร้สาระ เชียงพระคำก็คือเชียงพระคำ อยากจะก้มหัวเป็นขี้ข้าใครก็เป็นไป แต่ไม่ใช่เชียงเงิน เชียงเงินก็คือเชียงเงินที่ใครหน้าไหนจะมาหยามหมิ่นไม่ได้!”

ooooooo

หลังชำระแค้น เจ้าหน่อเมืองก็ควบม้าออกไป

ทิ้งร่างของเจ้าแม้นเมืองในคราบเจ้าศุขวงศ์ให้นอนหายใจรวยรินใกล้หมดลมหายใจเต็มที

เจ้าศุขวงศ์ควบม้ามาถึง ถลาประคองร่างบอบบางของเจ้าแม้นเมืองในชุดเดินป่าของเขาอึดใจต่อมา หัวใจหล่นวูบเมื่อเห็นเลือดเต็มอกเสื้อและเหมือนจะไหลไม่หยุด

“แม้นเมือง...ได้ยินพี่ไหม แม้นเมือง...ทำไมน้องทำอย่างนี้ ทำไมน้องทำอย่างนี้!”

เสียงเรียกคุ้นหูและน้ำตาของเจ้าศุขวงศ์ทำให้เจ้าแม้นเมืองค่อยๆลืมตา

“แม้นเมือง...น้องต้องไม่เป็นไรนะ พี่มารับน้องกลับบ้านของเราด้วยกัน”

“น้องฝากหอมแก้มลูกทุกคืนแทนน้องด้วย ฝากบอกลูกเมื่อลูกรู้ความว่า...”

“ไม่...พี่ไม่รับฝากอะไรทั้งนั้น เราจะกลับบ้าน อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก แข็งใจไว้นะแม้นเมือง”

เจ้าศุขวงศ์ร้อนรนมาก พยายามจะอุ้มแต่เจ้าแม้นเมืองก็ขืนตัวไว้

“ไม่มีประโยชน์...ปล่อยน้องทิ้งไว้ที่นี่เถิดเจ้าน้องขอ...ลา”

“ไม่...พี่ไม่ยอมให้น้องจากไปอย่างนี้ เรามีอะไรๆที่ต้องทำด้วยกันอีกตั้งมาก ไม่มีน้องแล้วพี่จะมีชีวิตเพื่ออะไร”

“เพื่อลูก...เพื่อบ้านเมือง”

“แล้วหัวใจของพี่ล่ะแม้นเมือง น้องต้องมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยก็เพื่อบอกพี่สักคำจากปากน้องว่าน้องรักพี่”

เจ้าแม้นเมืองน้ำตาอาบแก้ม ยกมืออ่อนแรงสัมผัสใบหน้าชายที่เธอรักสุดหัวใจ

“น้อง...รัก...เจ้าพี่ด้วยชีวิต”

จบคำก็หมดลมอย่างไม่มีวันกลับ เจ้าศุขวงศ์เสียใจมาก แต่เพื่อให้แผนการสุดท้ายของชายาสุดที่รักสำเร็จด้วยดี เขาจำเป็นต้องรีบเผาศพของเธอและทำให้เจ้ามิ่งหล้าสวมรอยเป็นเจ้าแม้นเมือง

กว่าเจ้าหน่อเมืองจะรู้แผนตลบหลังของน้องสาว เจ้าแม้นเมืองก็จากโลกนี้ไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงจดหมายบอกลาและอธิบายเหตุผลเป็นครั้งสุดท้าย

“ความเปลี่ยนแปลงนั้นคือสิ่งที่เราจะสามารถยับยั้งมันได้จริงหรือเจ้าพี่ และความใหม่นั้นต้องทำลายศักดิ์ศรีของผู้คนเสมอไปหรือเปล่า...”

ข้อความในจดหมายทำให้เจ้าหน่อเมืองเครียดจัด ความรู้สึกผิดถาโถมที่ทำให้น้องสาวต้องตาย

“ข้าเจ้าเปลี่ยนแปลงไปมากมายเกินกว่าจะก้าวถอยหลัง และพันธภาระที่เชียงพระคำก็เป็นสิ่งที่ข้าเจ้าต้องรับผิดชอบ ไม่อาจตัดเยื่อใยละทิ้งไปได้เช่นกัน ข้าเจ้าขอรับผิดชอบกับการกระทำทุกอย่างของเจ้าศุขวงศ์ ขอรับโทษทัณฑ์แทนเขาด้วย ข้าเจ้ารักเขานัก...รักมากกว่าชีวิตตัวเอง ส่วนโทษทัณฑ์ที่ละทิ้งเชียงเงิน ข้าเจ้าขอรับร่วมในความเดียวกัน”

เจ้าแม้นเมืองทำตามที่เขียนในจดหมายทุกอย่าง สละชีวิตตัวเองไถ่โทษให้เจ้าศุขวงศ์ ช่วยชีวิตเจ้ามิ่งหล้าและยอมรับโทษเพราะผิดคำสัตย์สัญญาที่จะทำทุกอย่างเพื่อบ้านเมือง

“ข้าเจ้าขอไถ่โทษทัณฑ์ทั้งหมดด้วยชีวิตของข้าเจ้าเอง โปรดถือเป็นคำขอร้องของคนตาย ทิ้งทุกอย่าง รวมทั้งซากของข้าเจ้าไว้บนภูผาเมืองแล้วอย่าหวนคืนมาอีก ข้าเจ้าขอยอมพ่ายแพ้แก่ชะตากรรมและความเปลี่ยนแปลง...รักและเคารพเจ้าพี่เสมอ”

ความตายของน้องสาวทำให้เจ้าหน่อเมืองคลุ้มคลั่ง หนีเตลิดเข้าป่าและตายอย่างน่าเวทนาตามลำพังในอีกหลายปีต่อมาด้วยความรู้สึกผิด...เพราะความแค้นของตนทำให้น้องสาวต้องตาย

ooooooo

การตายของเจ้าแม้นเมืองถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ เพราะความยึดมั่นถือมั่น แข็งกร้าว ไม่โอนอ่อน และไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาทำให้หลายคนจบชีวิตอย่างน่าอนาถ

เจ้านางข่ายคำไม่ได้กลับเชียงเงิน หลังถูกปล้นกลางทางจนแทบไม่เหลืออะไรติดตัว เจ้านางแห่งเชียงเงินกลายเป็นคนเสียสติเพราะเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เธอจำอะไรไม่ได้ เดินกระเซอะกระเซิงเข้าไปในเมืองมัณฑ์เพื่อตามหาเจ้ามิ่งหล้า...ลูกสาวคนเดียวที่เธอปักใจเชื่อนักหนาว่าจะได้เป็นราชินีเมืองมัณฑ์ในไม่ช้า

ไม่มีใครสนใจเจ้านางข่ายคำ และเจ้ามิ่งหล้าก็ไม่มีโอกาสรับรู้เรื่องแม่ รวมทั้งชะตากรรมของทุกคนที่เชียงเงิน ทั้งเจ้าหน่อเมืองที่เตลิดเข้าป่าและเจ้าหลวงแสนอินทะที่ตรอมใจเพราะไม่เหลือใคร ภารกิจสุดท้ายจากเจ้าแม้นเมือง...พี่สาวคนละแม่ที่รักและหวังดีกับเธอตลอดมาทำให้ปล่อยวางและละทิฐิทุกอย่าง

เจ้ามิ่งหล้าสวมบทบาทเจ้าแม้นเมือง เลี้ยงดูเจ้าภูแก้วจนไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงตายจากไปเพราะร่างกายไม่แข็งแรง ส่วนเจ้าศุขวงศ์ทำตามที่รับปากกับเจ้าแม้นเมืองไว้ตั้งแต่คืนแรกที่อยู่ด้วยกันคือจะรักเธอคนเดียว

เมื่อเจ้าไศลรัตน์หรือเจ้าภูแก้วกลับเชียงพระคำหลังเรียนจบ เจ้าศุขวงศ์จึงพาลูกชายไปกราบเจดีย์บรรจุอัฐิของเจ้าแม้นเมืองและเล่าเรื่องทุกอย่าง

“นอกจากข่าวสวรรคตของพระพุทธเจ้าหลวง มีอีกครั้งเดียวเท่านั้นที่ทำให้พ่อเสียใจจนเจ็บหนักแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป หากไม่มีเจ้าคอยเป็นกำลังใจให้ ...นั่นก็คือตอนที่แม่ของเจ้าจากไป”

“ลูกจำได้ว่าเจ้าแม่ตายก่อนเราเดินทางไปยุโรปไม่กี่เดือนนี่เจ้าพ่อ ตอนนั้นลูกครบสิบเอ็ดขวบแล้ว”

“แม่ของเจ้า...พ่อหมายถึงแม้นเมือง”

“ก็ใช่ไงเจ้าพ่อ เจ้าแม้นเมืองของลูก”

“นั่นไม่ใช่แม้นเมือง ไม่ใช่ผู้ให้กำเนิดเจ้า แม่คนที่เลี้ยงเจ้ามาชื่อมิ่งหล้า”

“เจ้าพ่อ...นี่มันอะไรกัน”

“เจ้าไปอยู่กับอังเคิลแบร็กกิ้นตั้งหลายปี เขาไม่เคยเล่าอะไรให้เจ้าฟังเลยใช่ไหม”

“ไม่เคยเลย...เจ้าพ่อ”

“เพื่อนรักของพ่อคนนี้เก็บความลับได้ดีเสมอ”

เจ้าศุขวงศ์ยิ้มบางๆเมื่อนึกถึงแบร็กกิ้น มิตรภาพยาวนานไม่เคยทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนไป ไม่ว่าเมื่อไหร่อดีตนายหน้าค้าไม้เพื่อนเก่าของเขาก็ทำหน้าที่เพื่อนได้ดีเสมอ

สีหน้างุนงงของเจ้าภูแก้วทำให้เจ้าศุขวงศ์ตัดสินใจมอบภาพถ่ายฝีมือแบร็กกิ้น...ภาพถ่ายเจ้าแม้นเมืองตัวจริงที่ถ่ายคู่กับเขาเมื่อวันวาน ที่เขาทำใจทิ้งไม่ได้

“เวลานั้นพ่อต้องเจ็บปวดขมขื่นใจที่สุดเพราะต้องทำลายทุกอย่างที่เป็นตัวตนของแม่เจ้า เพื่อให้เชียงพระคำอยู่รอดจากเงื้อมมือมหาอำนาจ รูปถ่ายนั้นเป็นสิ่งเดียวที่พ่อไม่อาจหักใจทำลายได้”

เจ้าภูแก้วสะเทือนใจมาก แต่ก็ภูมิใจในความเด็ดเดี่ยวของแม่ “ทั้งเจ้าพ่อ ทั้งเจ้าลุงหน่อเมืองและทุกคนล้วนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเลือกยืนจุดไหนก็ต้องพบกับความเจ็บปวดเสมอ”

“ถูกของเจ้าแล้วเจ้าแก้ว...พ่ออยากให้แม่ของเจ้าได้ยินคำพูดนี้และได้เห็นเจ้าในยามนี้เหลือเกิน”

“เจ้าแม่แม้นเมืองของลูกเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุดในหัวใจของลูก...”

ooooooo

–อวสาน–

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement