รักหลงโรง ตอนที่ 9 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักหลงโรง ตอนที่ 9


24 ก.ย. 2560 08:52
644,116 ครั้ง

ละคร นิยาย รักหลงโรง

รักหลงโรง ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

รักหลงโรง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ญนันทร

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนงา / หลี่เจิน

กำกับการแสดงโดย:

ปิยะพงษ์ คำภากุล

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

เนตรดารากลับถึงคอนโดด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน ตาขวาง คำรามเบาๆ

“นังแกรนด์ แกจะกลับมาไม่ได้ ฉันไม่ยอม! แกจะกลับมาไม่ได้!!” พลันก็ตาลุกพึมพำ “พี่เดช...”

แต่พอหยิบโทรศัพท์จะโทร.ถึงเดชก็ชะงักเมื่อเห็นไลน์ที่ไม่ได้อ่านร้อยกว่าข้อความ พอกดเข้าไปดูปรากฏเป็นภาพรายงานการแถลงข่าวของแพทย์ในโรงพยาบาลเกี่ยวกับกร รังสรรค์

ผู้ประกาศรายงานว่าแพทย์ประจำหน่วยนิติวิทยาศาสตร์แถลงพบสารแอมเฟตามีนจำนวนมากในเลือดของนายกร รังสรรค์ เป็นการบ่งชี้ว่านายกรเสียชีวิตเพราะเสพยาเกินขนาด แต่ญาตินายกรยืนยันว่านายกรไม่มีทางเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างแน่นอน รายงานข่าวสรุปว่า...

“การตายของนายกรจึงเข้าข่ายของการถูกฆาตกรรม ญาติจึงเข้าแจ้งความเตรียมดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อจับตัวคนร้ายมาขอขมาและลงโทษให้จงได้”

เมื่อเนตรดารากดไล่อ่านข้อความในกรุ๊ปไลน์ ทีมงานและนักแสดงต่างแสดงความเห็นกันมากมาย โดยเฉพาะโรสิตาเขียนว่า “มีฆาตกรใจชั่วอยู่ในกองเรา!!” เนตรดาราเข่นเขี้ยวแค้นโรสิตา

ขณะนั้นเอง โทรศัพท์ดังขึ้น เนตรดาราตกใจหน้าซีด มองเบอร์เป็นของนุ่มนิ่มก็เบาใจ ทำเสียงปกติรับสาย นุ่มนิ่มโทร.มาชวนไปงานศพกร เนตรดาราปฏิเสธทันที

“ไม่ไปไม่ได้ค่ะ” นุ่มนิ่มเสียงแข็งขึ้น เนตรดาราถามว่าทำไมไม่ได้ “โอ้ย...ไม่น่าถามนะคะ น้องเนตรเป็นนักแสดงที่ร่วมงานในผลงานชิ้นล่าสุดของพี่กร แถมพี่กรเสียในกองถ่ายเราอีกยิ่งต้องไปใหญ่เลย”

“เหตุผลแค่นี้เองเหรอคะ?” เนตรดาราเสียงแข็ง

ดาวที่นั่งฟังนุ่มนิ่มตอบโต้กับเนตรดาราอยู่ทนไม่ไหวพูดเสียงแข็งขึ้นว่า

“เหตุผลแค่นี้พี่ก็ว่ามันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่พอที่

คนเราจะไปแสดงน้ำใจต่อผู้มีพระคุณในวาระสุดท้ายของเขาแล้วนะ หรือเนตรมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ไปร่วมงานศพพี่กร บอกมาสิ พี่พร้อมจะรับฟัง”

“ไม่มี”

“งั้นก็ดี เพราะบริษัทเราไม่มีนโยบายให้ศิลปินในสังกัดเป็นคนเนรคุณ” ด่านิ่มๆแล้วสั่งเสียงแข็ง “มะรืนพี่จะให้รถตู้ไปรับ ในเมื่อไม่สะดวกใจจะไปนักก็ไปแค่วันเผาก็พอ ไปสร้างให้คนเขาเห็นภาพคนดีของเนตร ซุปตาร์สาวของประเทศไทยให้ชัดๆอีกครั้ง”

“ค่ะ พี่ดาว” เนตรดารากระชากเสียงใส่ พอวางสายก็จิกตาพึมพำ “ถ้าคิดจะเป็นศัตรูกันละก็...ได้! ถ้ามีโอกาสเนตรจะจัดให้พี่ดาวอย่างสาสมเลยค่ะ”

แต่พอดาววางสายจากเนตรดารา โรสิตาก็เข้ามา ดาวถามว่ามีเรื่องอะไรด่วนหรือ นุ่มนิ่มก็ถามอย่างตำหนิว่ามีเรื่องอะไรอีก แค่เรื่องที่มีอยู่ก็มากจนสมองจะบวมอยู่แล้ว

“แต่เรื่องพวกนี้ โรซี่คิดว่าพี่ดาวกับเธอรู้ไว้ก่อนดีกว่านะคะ เพราะถ้ามารู้ทีหลัง อาจไม่ใช่แค่สมองบวมแต่สมองอาจจะตายไปเลยก็ได้”

พูดจบโรสิตาก็วางซองเอกสารสีน้ำตาลไว้บนโต๊ะ ดาวมองแปลกใจ นุ่มนิ่มมองอย่างอยากรู้

ooooooo

กีรณาตัดสินใจจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อต่อสู้คดี แต่พอรู้ว่าศพของกร รังสรรค์จะนำกลับมาทำพิธีที่อ่างทองอันเป็นบ้านเกิด เธอก็จะไปงานศพก่อนค่อยมากรุงเทพฯ

พอถูกตุลาทักท้วง กีรณาอ้างว่ากรเป็นผู้มีพระคุณ เป็นคนปั้นเธอขึ้นมาจนผงาดในวงการ ตนต้องไปส่งเขาเป็นครั้งสุดท้ายให้ได้

“คุณไปไม่ได้” ตุลาเด็ดขาดจนกีรณาชะงัก เขาถามว่าถ้าเธอก้าวเข้าไปในงานอะไรจะเกิดขึ้น! ตนในฐานะทนายเจ้าของคดีเห็นว่าเธอไม่ควรพบใครหรือให้ใครพบในตอนนี้ทั้งนั้นนอกจากตำรวจ

มัทรีเห็นด้วย กัณหาเสนอให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ก็ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ใจของเรา ย้ำว่าทุกคนเป็นห่วงเธอ

“ทุกคนเป็นห่วงฉัน แต่ไม่มีใครเข้าใจฉัน...ฉันพลาดที่จะได้ตอบแทนบุญคุณกับคนที่มีพระคุณกับฉัน แม้ในช่วงลมหายใจสุดท้ายของเขาฉันก็ไม่ได้อยู่ข้างพวกเขา คนแรกก็คือยายขวัญ และนี่ก็พี่กร ฉันแค่อยากไปส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะต่อไปถึงอยากทำก็จะไม่มีพี่เขาอีกแล้ว ทุกคนเข้าใจใช่ไหม” เห็นทุกคนเงียบ กีรณายืนยัน “ยังไงฉันก็จะต้องไปกราบศพพี่กรให้ได้”

ตุลาบอกว่าเข้าใจเธอแต่ตนเป็นห่วง กีรณาสะดุดหูถามว่าอะไรนะ? ตุลาเฉไฉว่าเธอเป็นลูกความของตน ตนก็ต้องเป็นห่วง กีรณาฟังแล้วขอบคุณ แต่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าต้องไป...

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะคุณทนาย ฉันมีวิธีพายัยแกรนด์เข้าไปอย่างปลอดภัย” เสียงดาวแทรกขึ้น

ทุกคนหันมองเห็นดาวยืนอยู่ตรงประตูบ้าน กีรณาดีใจสุดชีวิตโผกอดดาวแน่น...

ooooooo

ก่อนหน้านี้...เมื่อดาวเปิดซองที่โรสิตาเอามาให้ ในนั้นมีทั้งรูปถ่ายและทัมบ์ไดร์ฟ แต่เมื่อดูแล้วดาวบอกว่าหลักฐานแค่นี้มันบอกไม่ได้ว่าเนตรดาราทำอะไรผิด โรสิตาถอนใจบอกว่า

“เอาเป็นว่า ที่ฉันมาบอกวันนี้ ฉันก็ไม่ต้องการให้พี่ดาวหรือใครมาเชื่อฉันหรอกนะ แต่แค่อยากให้ระวังนังนี่ไว้ให้ดี มันคืองูพิษ ที่ทั้งกลับกลอก หน้าไหว้หลังหลอก ร้ายกาจกว่าที่ทุกคนคิด เพราะฉันโดนมากับตัวเองแล้ว และฉันจะหาหลักฐานมาพิสูจน์คำพูดของฉันให้ได้”

โรสิตาจะเดินออกไป แต่หันกลับมาพูดอีกว่า

“อีกอย่าง ถ้านังเนตรมันบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมมันเจออาดาของยัยแกรนด์แล้วถึงไม่บอกพี่ดาวให้รู้คะ หรือว่ามันจงใจจะปิดบังทุกคน เพราะมีแผนการบางอย่าง ข่าววงในเขาซุบซิบกันสนั่นว่าท่านบวรฤทธิ์พ่อนายไอศูรย์อยากได้ยัยแกรนด์มาเป็นของเล่นจนตัวสั่นนี่นา พี่ดาวน่าจะเคยได้ยินบ้างนะคะ”

ดาวกับนุ่มนิ่มต่างฉุกคิด เริ่มสับสน...พอโรสิตาไปแล้ว ดาวเป็นห่วงกีรณาขึ้นมาจับใจ

ฝ่ายเนตรดาราหวาดผวากลัวถูกจับได้ว่าเป็นคนวางยาจนกรเสียชีวิต คืนนี้ฝันร้ายว่ากรในสภาพหน้าซีดเป็นศพมาจ้องหน้าอย่างอาฆาตจนร้องกรี๊ดออกมา พอตื่นก็เหงื่อแตกพลั่ก ตัวสั่น มองไปรอบๆจึงรู้ว่าตัวเองฝันไป

เนตรดาราโทร.ไปอ้อนไอศูรย์ว่าตนฝันร้ายไม่กล้าอยู่คนเดียว ไอศูรย์จึงนัดเจอกันที่เพนต์เฮาส์ที่เดิม แต่พอเนตรดาราลงมาที่รถก็ถูกเดชมาดักขอค่าน้ำมันไปพบลูกค้า เนตรดาราควักเงินให้ปึกหนึ่งบอกว่า

“นี่แค่ค่าน้ำมันนะ แต่เป็นเงินค่าจ้างก้อนแรก ทำสำเร็จรับอีกก้อน”

“จ่ายหนักขนาดนี้ นังซุปตาร์ตกอับนั่นคงสำคัญกับแกมากสินะ”

“ใช่ ชีวิตมันสำคัญกับฉันมาก เพราะมันคือตัวตาย ตัวแทนของฉัน” เดชถามว่ามันทำอะไรให้หรือ “จับตัวมันมาให้ได้ เดี๋ยวพี่ก็จะรู้เอง!” เนตรดาราจิกตาเหี้ยม!

ooooooo

นุ่มนิ่มมาหาเนตรดาราที่ห้องปรากฏว่าไม่อยู่แต่เห็นรถยังจอดอยู่ พอดีเห็นเดชออกจากรถ นุ่มนิ่มแอบดูสงสัยว่าเป็นใคร ทำไมเนตรดาราถึงยอมให้ขึ้นรถตัวเอง

พอเดชขี่มอเตอร์ไซค์ไป นุ่มนิ่มเข้าไปที่รถ เนตร–ดาราตกใจมากที่มีคนเห็นตนกับเดช เมื่อนุ่มนิ่มซักถามว่าคนนั้นเป็นใคร ก็ปดว่าเป็นแฟนคลับ นุ่มนิ่มไม่เชื่อว่าเนตรดาราจะยอมให้แฟนคลับขึ้นรถ บอกว่ามีปัญหาอะไรเอาความจริงมาพูดกันดีกว่าตนจะได้ช่วยแก้ไข

เนตรดาราทั้งกลัวทั้งโกรธแต่พยายามข่มอารมณ์ยืนยันว่าไม่มีอะไร คนอย่างตนไม่สร้างปัญหาแน่ แล้วเดินไปเลย นุ่มนิ่มที่มีข้อมูลจากโรสิตามาแล้ว โพล่งตามหลังอย่างสุดทนว่า

“เลิกแอ๊บแบ๊ว ตีหน้าซื่อตาใสเสียทีเถอะ พี่ทนไม่ไหวแล้วนะ”

เนตรดาราหันขวับมาถามว่าทำไมต้องทนไม่ไหว ตนทำอะไรให้ไม่ทราบ นุ่มนิ่มถามว่าไม่รู้ตัวเลยหรือว่าตัวเองเปลี่ยนไปมาก หรือจริงๆแล้วไม่เคยเปลี่ยน แค่สตรอเบอรี่กับตนมาตลอด

เนตรดาราไม่พอใจมากปรามว่ามันจะมากไปแล้ว แต่นุ่มนิ่มเองก็สุดทนถามว่าตนพูดถูกใช่ไหมที่เห็นเธอเป็นคนดีที่แท้ก็แค่สวมหน้ากาก

“แล้วถ้ามันเป็นอย่างนั้น มันก็ไม่หนักส่วนไหนของพวกชอบเผือกอย่างพี่นี่!”

“อีเนตร!!”

“อีนิ่ม!!”

ทั้งสองต่างจ้องหน้ากันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ความสัมพันธ์ขาดสะบั้นไปทันที! เนตรดาราปรามนุ่มนิ่มว่ามีหน้าที่แค่ดูแลเรื่องงานอย่ามายุ่งเรื่องส่วนตัว รถก็รถของตนจะให้ใครขึ้นลงก็เรื่องของตน

“อีเนตร!! นังเด็กเนรคุณ พูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันรับหน้าที่ดูแลแกก็จริงแต่ฉันก็ดูแลแกด้วยใจ ฉันเป็นห่วงแก รักและหวังดีกับแกมาก แต่แกกลับพูดกับฉันอย่างนี้เหรอ!!”

“กองความรักความหวังดีของแกไว้ตรงนั้นแหละ เพราะฉันไม่ต้องการ ฉันคือเนตรดาราซุปตาร์สาว ของยุคนี้ แกมันก็แค่ผู้ดูแลศิลปิน จะว่าไปก็ไม่ต่างจาก คนใช้ เพราะฉะนั้น จะทำอะไรให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูงบ้าง” เนตรดาราด่าและดูถูก ชี้หน้าปรามว่า “และคราวหน้า คราวหลังอย่าสะเออะมาจับผิดเหมือนสอบสวนไล่ต้อนฉันเหมือนฉันเป็นนักโทษอย่างนี้อีก ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!!”

เนตรดาราขึ้นรถขับพรืดออกไปทันที

“กรี๊ดดดดด...อีเนตรดารา!! อีซุปตาร์ทรพี!!” นุ่มนิ่มน้ำตารื้น

ooooooo

กีรณาทำตามแผนของดาวที่จะไปเล่นลิเกในงาน และได้กราบศพกร รังสรรค์ผู้มีพระคุณด้วย พูดอย่างภูมิใจว่า พี่กรจะได้ดูลิเกที่แกรักมากที่สุดก่อนขึ้นสวรรค์ด้วย

ทั้งมัทรีและชาลีท้วงติง แต่กีรณาบอกว่าตนตั้งใจแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ไม่เปลี่ยนใจและคราวนี้จะเล่นให้ดีกว่าเดิมด้วย

แต่ขณะเตรียมของไปงานกันนั้น หล่อก็หน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่าไม่รู้รถใครเห็นมาจอดอยู่ตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว มีคนอยู่ในรถด้วย

“คิดมากน่าหล่อ” มัทรีติง “ไม่มีอะไรหรอก เขาคงมีธุระแถวนี้แหละ ถนนสาธารณะ ใครก็จอดได้ทั้งนั้นแหละ รีบเก็บของแล้วแยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว...ไป”

ooooooo

คืนนี้หลังจากจ่าถวิลเสร็จงานที่วัดกลางอันเป็นวัดที่จัดงานศพกร รังสรรค์ กลับมาที่โรงพัก เห็นไรวินทร์ยังนั่งทำงานอยู่ จ่ารายงานว่า

“สายของเรามีรายงานด่วนเกี่ยวกับโกดังกลางป่าที่เราไปเจอมาครับ สายของเราสืบรู้มาว่าคนที่ว่าจ้างให้มีการสร้างโกดังกลางป่าก็คือ...” ไรวินทร์แทรกขึ้นว่าเสี่ยฮุ่ย “ใช่แล้วครับ เสี่ยฮุ่ยจ้างผู้รับเหมาในเมืองกับชาวบ้านให้ช่วยกันสร้างโกดังนี้ตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน”

“แสดงว่าเสี่ยฮุ่ยอาจมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการนี้” ไรวินทร์ฟันธง จ่าถามว่าจะให้ตนไปเอาตัวมาสอบสวนไหม “อย่าเพิ่ง ผมไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น เพราะถึงเสี่ยฮุ่ยจะสมรู้ร่วมคิดจริง แต่ก็คงไม่คายความจริงออกมาง่ายๆ ดีไม่ดีจะสะกิดพรรคพวกของมันให้รู้ตัว คราวนี้แหละเราจะทำงานยากขึ้นไปอีก”

จ่าบอกว่าหมวดมีแผนยังไงให้บอกตนด้วย เราจะได้ไปด้วยกัน อย่าไปคนเดียวเพราะยามของมันแน่นหนามาก แม้แต่มดก็ยังรอดยาก เมื่อจ่ากลับไปแล้ว ไรวินทร์คิดทบทวนเหตุการณ์ที่ตนไปเจอโกดังในป่า ประมวลแล้วมั่นใจว่า “พวกเดียวกับมัน...”

วันต่อมา เดชออกมาจากโกดังสั่งลูกน้องว่า

“ถ้าพวกนั้นส่งของลอตแรกเรียบร้อย ก็ส่งสัญญาณให้ชำแหละแล้วแพ็กลอตสองต่อได้เลย เดี๋ยวฉันจะไม่อยู่แป๊บนึง ดูแลให้ดีนะ”

เดชออกมาขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ไรวินทร์ในชุดเหมือนพวกมันแอบดูอยู่ ไรวินทร์เอาโทรศัพท์เปิดเช็กดูเป็นรูปเดชที่กำลังคุยกับลูกน้องเมื่อครู่ เขามองตามเดชไปอย่างมุ่งมั่น

เดชไปหาลูกน้องที่จอดรถเฝ้าอยู่หน้าบ้านยายขวัญ สวนกับรถของคณะลิเกที่ขับออกไป เดชถามลูกน้องว่า “พวกมันไปไหนกัน”

“น่าจะออกไปรับจ้างเล่นลิเก แต่เป้าหมายของเรายังอยู่ข้างในกับน้าของมัน ไม่ได้ออกไปด้วย”

“ดี...งั้นก็ไปจัดการเลย” เดชชักปืนออกมากระชับในมือ

ooooooo

ในบ้านยายขวัญ...มัทรีกำลังจุดธูปขอให้ยายขวัญให้กำลังใจและคุ้มครองลูกแก้วให้ปลอดภัย ผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายทุกอย่างไปได้ด้วย

ทันใดนั้น ลูกน้องเดชบุกเข้าไปเอาผ้าปิดปากมัทรีจากข้างหลัง แล้วลากเอาไปขังไว้อีกห้องหนึ่ง เดชก้าวพรวดเข้ามามองหากีรณาแต่ไม่เจอ ลูกน้องคนนั้นยืนยันว่ากีรณาไม่ได้ออกไปกับคณะ

“ถ้ามันไม่ได้ออกไปไหน แล้วตอนนี้มันอยู่ไหนล่ะวะ!! ไอ้โง่เอ๊ย!!!” เดชโมโหสุดๆ

หารู้ไม่! ตุลาพากีรณาออกไปอีกทาง ไปเกือบถึงวัดกลางแล้ว กีรณาถามว่าทำไมไม่ให้ตนไปกับชาลีซ้ำยังพาอ้อมมาเสียไกล ตุลาตอบห้วนๆสั้นๆว่า “เพื่อความปลอดภัย” กีรณาฟังแล้วรู้สึกดีจัง...

ที่แท้เป็นแผนของดาวให้ตุลาพากีรณามาวัดกลาง เพราะรู้ดีว่าห้ามกีรณาไม่ได้จึงหาทางให้ปลอดภัยที่สุด บอกตุลาว่า ถ้าเขาเป็นห่วงกีรณาก็ดูแลให้ดี อย่าปล่อยให้คลาดสายตา ตุลาถามว่ามีอะไรหรือ ดาวพูดให้สบายใจว่า

“ฉันคิดว่าไม่น่ามีอะไรหรอกค่ะ แค่กันไว้ดีกว่าแก้”

เนตรดารากับนุ่มนิ่มมาถึงวัดกลางแล้ว ทั้งสองนั่งรถมาด้วยกันอย่างอึดอัด เสียงไลน์ของเนตรดาราดังขึ้น พอกดดูก็หน้าตึงทันที เมื่อเดชส่งข้อความมาว่า “นังแกรนด์มันหายไป!” เผลอโพล่งออกไปว่า “หายไปได้ยังไง?!!” แล้วกดส่งข้อความสั่งเดช “ไม่ว่ามันจะหายไปไหน พี่ก็ต้องหามันให้เจอ ฉันต้องได้ตัวมันเท่านั้น!!” ส่งเสร็จก็กระแทกตัวพิงเบาะรถอย่างหัวเสีย

เดชสบถหัวเสียว่าจะไปหาที่ไหน ลูกน้องให้ไปเค้นคอมัทรี เดชตะคอกว่าโปะยาจนสลบไปแล้วขู่ให้ตายก็คงลุกขึ้นมาบอกไม่ได้หรอก! พลันก็เหลือบเห็นที่กระดานจดตารางงาน เดชพุ่งไปดูทันที

“งานศพวัดกลาง” เดชอ่านตารางงานวันนี้ ตาวาวขึ้นทันที ไลน์บอกเนตรดาราว่า “มันน่าจะอยู่ที่วัดกลาง ฉันกำลังจะไป”

เนตรดาราที่กำลังสตรอเบอรี่กับดาว แขกและนักข่าว อ่านแล้วนิ่งไปทันที

ooooooo

เมื่อคณะมาถึงวัดกลางแล้ว ดาวพาชาวคณะเข้าไปยังห้องหนึ่งบอกว่าห้องนี้เป็นห้องปิดคนไม่ค่อยพลุกพล่านให้ทุกคนแต่งตัวที่ห้องนี้ ใกล้เวลาแล้วจะมาตามออกไปเอง ตนบอกญาติพี่กรไว้เรียบร้อยแล้ว

กีรณาขอบคุณ ดาวบอกว่า ตอนไปลาพี่กรอย่าลืมขอพรให้พี่กรช่วยให้เรื่องทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วย แล้วชวนลุงเสริมไปดูจุดวางเครื่องดนตรีกัน

กีรณาแต่งหน้าเอง ตุลาบอกว่าตนไม่วางใจ ทางที่ดี ขอเพิ่มอุปกรณ์อีกอย่างพลางยื่นให้ดู

ไม่นานหล่อก็โผล่หน้ามาถามทุกคนว่าพร้อมหรือยัง ทุกคนบอกว่าพร้อมแล้ว ตุลามองหน้ากีรณาถามว่าพร้อมแน่นะ เธอยืนยัน เขาจึงส่งฟันปลอมให้บอกว่า

“งั้นใส่อุปกรณ์เสริมของผมด้วย”

กีรณารับฟันปลอมจากตุลาใส่เข้าปาก ฟันเหยินจนหุบปากไม่ลง กลายเป็นแก้วหน้าม้าไปทันที!

ooooooo
เนตรดาราเครียดเมื่อเดชไลน์บอกว่ากีรณาอาจมางานนี้ เลี่ยงไปคุยโทรศัพท์กับเดชถามว่าแน่ใจหรือ คนเยอะแยะมันจะกล้ามาเหรอ? ปรามว่าอย่าทำอะไรโง่ๆที่นี่นะตำรวจเต็มไปหมด เดี๋ยวซวยกันหมด

“แล้วแกจะเอายังไงล่ะนังเนตร!” เดชหัวเสีย

“รอฟังสัญญาณจากฉันก็แล้วกัน”

พอกดวางสาย เนตรดาราก็พึมพำสงสัยว่ากีรณาจะมาทำอะไรที่นี่

ทันใดนั้นเสียงระนาดก็ดังขึ้น เนตรดาราหันมองเวที เห็นหล่อนั่งอยู่ข้างลุงเสริม กำลังเรียกแขก

“วินาทีต่อจากนี้ ขอเชิญทุกท่านพบกับลิเกคณะแก้วขวัญ ขวัญประชา”

เนตรดาราสะดุดหูชื่อคณะลิเก ฉุกคิดได้ว่าอารดาเคยเล่าประวัติของกีรณาให้ฟังว่าเป็นหลานของยายขวัญ เจ้าของลิเกคณะแก้วขวัญ ขวัญประชา ที่กำลังจะเจ๊งมิเจ๊ง แหล่อยู่ที่อ่างทอง

“หรือว่า...” เนตรดาราปะติดปะต่อเรื่องราวเดินออกไปนั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าทันที

หล่อนั่งพากย์ลิเกอยู่ข้างลุงสมว่า ลิเกวันนี้ เป็นลิเกเพื่อไว้อาลัยคุณกร รังสรรค์ เรื่องแก้วหน้าม้า พอหล่อพากย์เสร็จระนาดรัวรับ แล้วชาลีที่แสดงเป็นพระปิ่นทองก็ลากแก้วหน้าม้าถูลู่ถูกังออกมา!

พระปิ่นทองไล่แก้วหน้าม้าหน้าอัปลักษณ์ให้ไปยกเขาพระสุเมรุมาในเจ็ดวัน มิฉะนั้นก็จะถูกสั่งประหารไม่ปรานี!

แก้วหน้าม้ารำพันถึงชีวิตสิ้นหวังรู้สึกเหมือนจะตาย จนชะตามาพบกับพระฤาษีผู้มีความปรานี ร่ายมนต์เสกคาถาถอดหน้าม้าออกชุบชีวิตให้เป็นคนใหม่ พลันกีรณาก็ถอดฟันปลอมออกหันมาหาผู้ชม

“เอาออกทำไมเนี่ย!!” ตุลาตกใจ หงุดหงิด

“นางเอกลิเกคนนี้หน้าคุ้นๆเหมือน...ยัยแกรนด์...” โรสิตาพึมพำ แต่เนตรดาราจ้องตาเขม็ง

กีรณาร้องลิเกต่อ บรรยายชีวิตที่สวยงามหลังจาก ฤาษีเสกคาถาถอดหน้าม้าออก รำพึงรำพันถึงพระคุณของฤาษีพลางหันมองรูปกร พลั้งปากหลุดขอบคุณพี่กร ...พอรู้ตัวก็รีบเปลี่ยนเป็นขอบคุณฤาษี ขอให้ท่านได้ขึ้นสวรรค์ และขอให้ดวงวิญญาณของท่านช่วยเป็นกำลังใจให้ตนผ่านพ้นวิกฤติทุกอย่างไปด้วยดี...

กีรณาในบทแก้วหน้าม้าก้มกราบศพกร น้ำตาไหลพราก ดาวกับนุ่มนิ่มต่างน้ำตาคลอสะเทือนใจ

เนตรดาราฟังกีรณาร้องลิเกแล้วยิ่งแน่ใจว่านางเอกคนนี้คือแกรนด์กีรณาแน่นอน!

ooooooo

กีรณาวิ่งร้องไห้โฮเข้าหลืบไปน้ำตาไหลพรากๆ ทุกคนมองอย่างเห็นใจ ชาลีบอกตุลาให้อยู่เป็นเพื่อนลูกแก้วก่อน ตนจะไปเก็บของ ตุลาเอาผ้าเช็ดหน้าให้กีรณาซับน้ำตา...

“ขอบคุณ...ฉันขออยู่คนเดียวแป๊บนึงได้ไหม” กีรณาขอ ตุลาไม่ยอม เธอขอร้องว่าแป๊บเดียวจริงๆแล้วเดี๋ยวจะตามไป ตุลาจึงเดินออกไป พอดีเสียงออดเผาจริงดังขึ้น กีรณาหัวใจแทบสลายทรุดนั่งกับพื้น...

ขณะนั้นเอง เด็กหญิงคนหนึ่งเข้ามาเรียกพร้อมกับยื่นกระดาษโน้ตเล็กๆในมือให้ บอกว่ามีคนฝากมาให้แล้วกลับไป กีรณาคลี่กระดาษออกดู เธอตกใจเมื่อเห็นข้อความในกระดาษ!

“อาหนีมาที่นี่ เพราะไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ ออกมาพบอาที อาจะรออยู่ที่สุสานท้ายวัด อย่าบอกใคร อย่าไว้ใจใคร อากลัว ช่วยอาด้วยนะแกรนด์!!...อารดา”

ด้วยความเป็นห่วงอาดา กีรณาไปที่สุสานท้ายวัดตามนัด ในมือยังกำกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่น แต่ไปถึงแทนที่จะเจออาดา กลับถูกเดชเดินยิ้มร้ายออกมาทัก...

“มาตามหาคุณอาเหรอครับ คุณแกรนด์กีรณา....” กีรณาตกใจปฏิเสธว่าตนไม่ใช่แกรนด์กีรณา

“อ้อ...ต้องเรียกว่าคุณลูกแก้วถึงจะถูกใช่ไหม”

กีรณาตกใจที่ฝ่ายนั้นรู้จักตนลึกมาก เธอมองหาทางหนีทีไล่ ตัดสินใจเดินหนีไป แต่ถูกลูกน้องเดชออกมาขวาง เมื่อเธอพยายามหนีก็ถูกเดชเข้ามาตบหน้าจนล้ม กระดาษในมือหลุดกระเด็น เดชต่อยท้องซ้ำอีกสองหมัดกีรณาก็ทรุดกับพื้น!

ooooooo

เมื่อเผาจริงแล้ว ดาวมาตามหากีรณา ปรากฏว่าไม่มีใครเห็น ทุกคนมองหน้ากันใจไม่ดีรีบช่วยกันตามหาแต่ไม่มีใครเจอ!

พริบตาเดียว ขณะทุกคนกำลังตกใจเป็นห่วงกีรณาอยู่นั้น โรสิตาก็เข้ามากับเด็กหญิงคนนั้นบอกว่าไม่ต้องตาม ถามเด็กคนนี้ดูก็รู้ ทุกคนมองเด็กเป็นตาเดียว เด็กงง ถามว่าตนทำอะไรผิดหรือ?!

ที่บ้านยายขวัญ กัณหาในชุดนักเรียน ปวส.ขี่มอเตอร์ไซค์รับกุ๊กกับกิ๊กจากโรงเรียนกลับบ้าน แต่บ้านเงียบผิดปกติ กัณหาสงสัยว่าพวกชาลีคงยังไม่กลับจากงาน แต่เอะใจว่า “แต่แม่อยู่นี่”

ทุกคนเอะใจออกตามหาตามห้องต่างๆ จนเจอมัทรีถูกมัดขังอยู่ในห้องหนึ่ง!

กีรณาถูกลูกน้องเดชจับเอามือปิดปากเพื่อเอาตัวไป กีรณากัดมือมันจนต้องปล่อยแล้ววิ่งหนี เดชตะโกนให้จับไว้ให้ได้! กีรณาสู้สุดชีวิต โชคดีที่ตุลากับชาลีตามมาทัน ตุลาพุ่งเข้าสู้กับเดชบอกชาลีให้พาลูกแก้วหนีไปก่อน เดชสู้กับตุลาไปก็สั่งลูกน้องให้ตามไปเอาตัวกีรณามาให้ได้!

ตุลาอาศัยทีเผลอของเดชต่อยมันจนล้มแล้ววิ่งตามกีรณากับชาลีไป เดชเข่นเขี้ยว แล้ววิ่งตามไปสมทบกับลูกน้องรุมชาลี ชาลีตะโกนให้ตุลาพาลูกแก้วหนีไป ถูกเดชตามมาเอาปืนจ่อถาม

“จะไปไหน! ใครจะพานังนี่ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ถ้ากูไม่อนุญาต!!”

“แกก็วางปืนลง ถ้าไม่อยากตายเหมือนกัน!!”

จ่าถวิลตะโกนสั่ง เดชทำทียอม มันกระชากกีรณาจากตุลาไปเป็นตัวประกันแต่ตุลาไวกว่าคว้ากีรณาเหวี่ยงหลบไปได้ ถีบเดชจนหงายหลัง เดชเผลอเหนี่ยวไก

เสียงปืนดังไปถึงศาลาวัด นุ่มนิ่มได้ยินเสียงปืน เนตรดาราที่กำลังโพสท่าให้นักข่าวถ่ายรูปอยู่ได้ยินเสียงปืน แววตากังวลทันที

ตุลาพากีรณาหนีขึ้นรถขับออกไป เดชลุกขึ้นเห็นรถเก่าๆจอดอยู่จึงโดดขึ้นขับตามไป ลูกน้องของเดชที่ยิงต่อสู้กับตำรวจก็ถูกยิงที่แขนจนปืนตก

ตุลาเห็นเดชขับรถตามมาก็ขับออกนอกเส้นทางกีรณาถามว่าจะไปไหน ตุลาบอกว่าไม่รู้แต่ตอนนี้เรากลับบ้านไม่ได้จนกว่าจะหนีพ้นเสียก่อน

ขณะเดชขับรถตามรถตุลาไปนั้น เนตรดาราโทร.เข้ามือถือถามว่าทำอะไรเมื่อกี้ตนได้ยินเสียงปืน ตนบอกให้จัดการให้เงียบที่สุด แบบนี้ตำรวจมิแห่กันมาแล้วหรือ!

เดชกำลังขับรถตามรถตุลา ตวาดว่าตนไม่สน บอกว่าถ้าจะเอาตัวกีรณาก็ให้วางสายเลย แต่พอเดชวางสาย รถของตุลาก็หลุดไปจากสายตาแล้ว เดชสบถหัวเสีย

“โธ่เว้ย!!”

ทันใดนั้น เดชก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องที่เฝ้าโกดัง เดชรับสายก็ตกใจตาเหลือกถาม

“มึงว่าไงนะ ที่โกดังเกิดอะไรขึ้น!!”

ooooooo

ที่บ้านยายขวัญ เมื่อเจอมัทรีแล้วกัณหาไปที่สถานีตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือแต่มีตำรวจเฝ้าโรงพักอยู่เพียงคนเดียว กัณหามองหาไรวินทร์ก็ไม่เห็น

ระหว่างที่ตำรวจอื่นไปดูแลงานที่วัดกลางนั้น ไรวินทร์บุกไปสืบโกดังในป่าตามลำพัง เห็นยามคนหนึ่งแยกตัวไปฉี่ จึงไปดักเล่นงานจนสลบแล้วปลอมตัวสวมรอยเข้าไป

เดชรายงานไอศูรย์เรื่องที่โกดัง ไอศูรย์ตกใจมากตวาดว่าปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง บวรฤทธิ์จ้องหน้าไอศูรย์เขม็งถามว่าเกิดอะไรขึ้น!

ที่โกดังกำลังตึงเครียดสุดๆ เดชกลับไปตวาด ถามคมกับเขียวว่าเฝ้ายังไงทำไมถึงเป็นอย่างนี้!!

“มันปลอมตัวเข้ามาเนียนเป็นพวกเรา แล้วก็เล่นฉันซะหมอบ ฉันไม่รู้จริงๆ” เขียวปากคอสั่นถูกเดชซัดจนกระเด็น “ปล่อยให้มันเข้ามาล้วงถึงในนี้แล้วพวกมึงยังจะกล้าบอกว่ามึงไม่รู้อีกเหรอ เงาหัวจะไม่มีกันหมดแล้ว!!”

“แล้วเราจะทำยังไงดีพี่” คมถามเสียงสั่น

“ก็ไปตามล่าตัวมันมาให้ได้สิวะ มืดขนาดนี้มันคงยังหนีไปได้ไม่ไกล!!” ชี้ไปที่ลูกน้องอีกกลุ่ม “ส่วนพวกมึง เพิ่มเวรยามเฝ้าให้แน่นหนากว่านี้ ไป๊!!”

ที่มุมมืดหลังผ้ากั้น ไรวินทร์ซุ่มเงียบกริบ ดูการเคลื่อนไหวของพวกเดชไม่วางตา

ไรวินทร์นึกถึงตอนที่จัดการยามแล้วปลอมตัวเข้ามา เขาถ่ายรูปหลักฐานทุกอย่างที่เจอ เอายาเสพติดที่สอดไส้ของป่า ใส่ซองไปเป็นหลักฐาน

แต่ขณะกำลังเร่งเก็บหลักฐานอยู่นั้น ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของคมกับเขียวยามที่เฝ้าข้างหน้าเข้ามาว่า

“มีคนลอบเข้ามา!!”

ไรวินทร์ตกใจทำยาตกพื้นเกิดเสียงดัง เขาตกใจ “ฉิบหายแล้ว!!” พลางคิดหาทางออก เครียด แขม่วท้องหายใจให้เบาที่สุด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ยิ่งกังวลเพราะ แบตเตอรี่ใกล้จะหมด...

ooooooo

จ่าถวิลกับชาลีกลับมาถึงโรงพัก แปลกใจเมื่อเจอกัณหา มัทรี กุ๊กกับกิ๊กนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ ชาลีถามว่าเกิดอะไรขึ้น?

“มีคนบุกเข้ามาทำร้ายแม่ถึงในบ้านน่ะสิ แต่มาที่สถานีตำรวจกลับไม่มีตำรวจอยู่ช่วยประชาชนสักคน”

ชาลีตกใจถามว่าแม่เป็นอะไรหรือเปล่า มัทรีบอกว่ามันโปะยาสลบแล้วจับมัดไม่ได้ทำอะไร ข้าวของก็ไม่ได้ขโมยไปเลย ชาลีนึกออกว่ามันคงจะไปจับตัวลูกแก้วแต่ไม่เจอเลยบุกไปที่วัดแทน แต่แม่ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะตุลาดูแลลูกแก้วอยู่โทร.มาบอกว่าลูกแก้วปลอดภัยแล้ว

“แสดว่ามันทำกันเป็นขบวนการวางแผนลักพาตัวหนูลูกแก้วจริงๆเหรอเนี่ย ไม่ได้ ต้องรีบแจ้งหมวดไรวินทร์”

จ่าถวิลจะรีบออกไป กัณหาบอกว่าตั้งแต่มาตนยังไม่เห็นหมวดเลย จ่าหันถามตำรวจที่เฝ้าโรงพัก ตำรวจคนนั้นบอกว่าหมวดออกไปตั้งแต่ทีมจ่าไปดูแลวัดแล้ว

ทันใดนั้นก็มีเสียงไลน์เข้ามาจ่ารีบเปิดดู

“ช่วยผมด้วย ผมติดอยู่ในโกดัง!!”

จ่าอ่านแล้วบ่นว่านี่เข้าไปจริงๆหรือ บอกว่าอันตรายก็ไม่ฟังกันเลย ถามว่าแล้วนี่จะทำยังไงดีล่ะ?

ooooooo

ตุลาขับรถพากีรณาหนีจนปลอดภัยแล้ว เขาจอดรถบอกเธอว่าคืนนี้เราจะนอนที่นี่ แล้วขนเสื่อกับมุ้งจากรถมาปูเสื่อกางมุ้งกับกิ่งไม้ บอกให้กีรณานอนเสีย เธอถามว่าแล้วเขาล่ะ นอนที่ไหน นอนยังไง

ตุลารู้สึกดีที่เธอเป็นห่วง บอกให้เธอนอนเถอะตนจะเฝ้าให้ นึกได้ถามว่าหิวไหมมีขนมกับน้ำอยู่ที่รถเดี๋ยวจะเอามาให้

“ขอบใจนายมากนะที่คอยดูแล คอยเป็นห่วงฉัน...ถึงนายจะบอกว่านายทำเพราะยายฉันขอไว้ หรือเพราะอะไรก็ตาม ฉันขอบใจนายจริงๆ ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้โดดเดี่ยว หรืออยู่ตัวคนเดียวบนโลกที่โหดร้ายใบนี้ ฉันยังมีครอบครัวที่อบอุ่น มีน้ามัทรี มีกัณหา มีพี่ชาลี พี่หล่อ มีกุ๊ก กิ๊ก มีลุงเสริม แล้วก็...มีนายที่คอยอยู่เคียงข้างฉัน คอยปกป้องฉันเสมอ ขอบคุณจริงๆ”

กีรณาพูดและมองหน้าตุลาอย่างซาบซึ้งจริงใจที่สุด ตุลามองเธออย่างไม่อยากซ่อนความรู้สึกอีกแล้ว บอกเธอว่า...

“คุณไม่ต้องขอบคุณผมหรอก เพราะนอกจากจะเป็นคำขอของยายขวัญแล้ว มันก็...เป็นคำสั่งจากหัวใจของผมด้วย...ผมทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจที่สุด”

กีรณายิ้มเขิน ตุลาหยอกว่ารู้นะ...ว่าคิดอะไรอยู่ ถามว่าอยากกอดตนแบบนางเอกซาบซึ้งพระเอกในละครไหม กีรณายิ่งเขินทำเสียงเข้มว่า “หมั่นไส้ ใครอยากกอดนายกัน”

“คุณไม่อยากกอดผมเหรอ...ก็ได้...งั้นผมกอดคุณเอง” ตุลาโอบกีรณาเข้ามากอดทันที กีรณาขัดขืนเล็กน้อยแต่ครู่เดียวก็ปล่อยให้เขากอดไว้แน่น แถมยังกระซิบถามว่า “ตกลงคืนนี้คุณอยากให้ผมนอนไหม”

“ไม่ให้นอน นายต้องเฝ้ายามให้ฉัน” ตุลาตัดพ้อว่าไหนบอกว่าห่วงไง พูดไม่จริงนี่นา “พูดจริงสิ ฉันห่วงนาย ฉันก็จะเฝ้านายเหมือนกัน ฉันจะนั่งตรงนี้กับนาย”

ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันกลางป่าที่เงียบสงัด ฟังเสียงหัวใจที่เต้นอย่างมีความสุขของกันและกัน...

ooooooo

ส่งเนตรดารามาถึงคอนโดแล้วนุ่มนิ่มจะกลับ เนตรดาราเรียกไว้ถามว่าช่วงหลังวางดอกไม้จันทน์หายไปไหน นุ่มนิ่มบอกว่าก็อยู่ดูน้องเนตรให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่ห่างๆ

เนตรดาราเสียงเข้มว่าโกหก ตนไม่ได้อยู่ให้สัมภาษณ์นักข่าว พอนุ่มนิ่มถามว่าแล้วไปไหนล่ะ

ที่แท้นุ่มนิ่มเห็นเนตรดาราให้เด็กหญิงที่เล่นอยู่แถวนั้นเอากระดาษโน้ตไปให้กีรณา นุ่มนิ่มมองอย่างสงสัย โรสิตาเข้ามากระซิบว่าตามแล้วต้องตามให้สุด แล้วทั้งนุ่มนิ่มและโรสิตาก็ตามเนตรดาราไป

พอเด็กเอากระดาษโน้ตแผ่นนั้นให้กีรณาแล้ววิ่งกลับมา เจอนุ่มนิ่มกับโรสิตาที่ตามมาดู เด็กน้อยถามทั้งสองว่า “พวกพี่ๆมีอะไรเหรอคะ” สองสาวไม่ตอบ แต่มองหน้าอย่างรู้กัน ก่อนมองหน้าเด็กน้อยยิ้มเจ้าเล่ห์

เมื่อนุ่มนิ่มออกจากห้องเนตรดารามาเข้าลิฟต์ก็ตาวาวพึมพำอย่างรู้เช่นเห็นชาติเนตรดาราว่า...

“ยัยนี่มันงูพิษอย่างที่ยัยโรซี่ว่าจริงๆ”

นุ่มนิ่มลงมาถึงก็ก้าวออกจากลิฟต์ แต่ที่ลิฟต์อีกตัว ลูกน้องบวรฤทธิ์ก้าวเข้าไปกดขึ้น ต่างไม่เห็นกัน

ooooooo

พอนุ่มนิ่มไปแล้ว เนตรดาราโทร.หาเดช คุยกันไม่กี่คำก็แทบกรี๊ดถามเดชว่าปล่อยให้กีรณาหนีไปได้หรือ ทำไมทำอย่างนั้น!

แต่ไม่ทันพูดอะไรอีกลูกน้องบวรฤทธิ์ก็มากดออดเรียก พอเนตรดาราเปิดประตูมันบอกว่าท่าน

บวรฤทธิ์ให้มาเชิญไปพบ เธอเกี่ยงขอเป็นพรุ่งนี้เพราะวันนี้เหนื่อยมาก มันเสียงแข็งว่า

“ต้องไปเดี๋ยวนี้ครับ ท่านสั่ง”

พอเนตรดาราไปพบบวรฤทธิ์ที่ห้องหนึ่งในคฤหาสน์ของเขา เขาอยู่กับไอศูรย์และลูกน้องอีกสองคน พอไปถึงก็ถูกบวรฤทธิ์ตบอย่างแรง เธอถามว่าตบตนทำไม

“ฉันอยากจะฆ่าแกด้วยซ้ำ ใครใช้ให้แกวางแผนจับตัวนังแกรนด์โดยไม่บอกฉัน แกรู้ไหมว่าสิ่งที่แกทำมันทำให้ฉันเสียหายเท่าไหร่ นอกจากไม่ได้ตัวนังแกรนด์แล้วแกยังทำให้มันไหวตัวทัน แถมยังซวยมาถึงธุรกิจมูลค่ามหาศาลของฉันด้วย”

เนตรดาราบอกว่าตนทำด้วยความหวังดี บวรฤทธิ์พูดเหี้ยมว่าเธอทำเพื่อจะได้ทำระยำกับไอศูรย์ได้อย่างเปิดเผยเร็วขึ้นใช่ไหม เธอบอกว่าไม่เคยทำอย่างนั้น

ที่แท้บวรฤทธิ์รู้ทั้งหมดแล้ว เนตรดาราจึงจำต้องไหว้ขอโทษบอกว่าไม่ได้ตั้งใจแค่เผลอไปเท่านั้น ยกโทษให้ตนด้วย

บวรฤทธิ์สั่งลูกน้องให้ “สั่งสอน” เธอแล้วเดินออกไป เนตรดาราอ้อนวอนไอศูรย์ที่ยืนอยู่ตรงนั้นให้ช่วยตนด้วย เขาเพียงแต่มองเธอแว่บหนึ่งแล้วเดินออกไปเลย ปล่อยให้เนตรดาราถูกซ้อมร้องโอดโอย...

ไอศูรย์รู้ชะตากรรมของตัวเองรีบขอโทษบวรฤทธิ์ ถูกตวาดว่าตนไม่ชอบคำนี้แล้วตบหน้าสุดแรงด่าว่า

เลี้ยงหมามันยังรู้คุณ แต่เขาสำนึกบุญคุณตนบ้างไหม อย่าคิดว่าเป็นลูกบุญธรรมแล้วตนจะปล่อยไป จับไอศูรย์เหวี่ยงลงพื้น ตะคอก

“แกก็จะต้องโดนสั่งสอนเหมือนกัน!!”

ลูกน้องบวรฤทธิ์สองคนย่างสามขุมเข้าทั้งเตะ

ทั้งกระทืบไอศูรย์ไม่ยั้ง บวรฤทธิ์เดินไปจิบเหล้ามองอย่างเลือดเย็น

ไอศูรย์โดนซ้อมอย่างหนัก แววตาที่ร้องขอค่อยๆ แข็งกร้าวขึ้นอย่างน่ากลัว

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement