วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักหลงโรง ตอนที่ 8


21 ก.ย. 2560 08:20
554,892 ครั้ง

รักหลงโรง ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

รักหลงโรง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ญนันทร

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนงา / หลี่เจิน

กำกับการแสดงโดย:

ปิยะพงษ์ คำภากุล

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

ป้าไฝสะใจที่เมื่อคืนทำให้ลูกแก้วเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจได้ จัดเลี้ยงฉลองที่ร้านส้มตำไก่ย่างสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ เชิญชวนเสี่ยฮุ่ย ชิบ เกลือกับน้ำตาลกินกันให้เต็มที่ แต่ทุกคนนั่งหน้าหงอย

หยกฟ้าบ่นสงสารพี่ตุลย์ที่โดนแม่เอารองเท้าปาหน้า เสี่ยฮุ่ยสงสารมัทรีที่ถึงกับเป็นลม ชิบคร่ำครวญว่าตนคอยคล้องมาลัยให้กัณหาทั้งคืน แต่...แม้แต่หน้าก็ไม่ได้เห็น รู้ข่าวอีกทีไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว เกลือกับน้ำตาลเศร้าไปกับลูกพี่ด้วย...

เมื่อแต่ละคนกินกันไม่ลง ป้าไฝบ่นว่าแล้วใครจะช่วยตนห่อส้มตำไก่ย่างกลับ เกลือกับน้ำตาลบอกว่าไม่ต้องห่อพวกตนจะกินเอง ป้าไฝไล่ให้หลบไป ตนห่อเองก็ได้ เกลือกับน้ำตาลเลยหน้าละห้อย

ชาลีเฝ้ากัณหากับมัทรีที่โรงพยาบาล มัทรียังไม่รู้สึกตัวนอนให้น้ำเกลืออยู่ แต่กัณหาที่นอนพักฟื้นอยู่ ลุกขึ้นมากินอาหารอย่างหิวโหยแล้ว เพราะตั้งแต่ถูกอุ้มไปยังไม่ได้กินอะไรเลย

กัณหาบอกให้ชาลีกลับไปพักผ่อนค่อยกลับมาใหม่กลัวเดี๋ยวจะป่วยกันทั้งบ้าน ชาลีจึงกลับไปบอกว่าเย็นนี้จะมาใหม่ แต่พอชาลีออกไปไม่นาน หมวดไรวินทร์ก็เอาช่อดอกไม้สีสดสวยงามเข้ามา

กัณหาชักสีหน้าใส่ถามว่ามาทำไม ตนไม่อยากเห็นหน้า ไรวินทร์สวนไปทันทีว่าตนก็ไม่อยากเห็นหน้าเธอแต่เอาดอกไม้มาเยี่ยมและอยากขอโทษที่ตนยุให้เธอแต่งหญิงจนเกิดเรื่อง

ไรวินทร์สัญญาว่าจะจับตัวคนร้ายที่อุ้มเธอไปมาลงโทษให้ได้เพื่อความสบายใจของน้ามัทรีที่รักของตน จับมือกัณหามารับช่อดอกไม้ บอกว่าฝากเยี่ยมน้ามัทรีด้วย แกล้งย้ำให้บาดใจกัณหาที่หวงแม่ว่า

“บอกด้วยว่า ผู้หมวดไรวินทร์ตั้งใจเอาดอกไม้สวยๆมาให้น้ามัทรีมองทุกวัน น้าจะได้สดชื่นและก็ดีขึ้น ไวๆ...ฝากด้วยนะ” พูดแล้วยักคิ้วกวนๆก่อนเดินออกไป

“ไอ้ๆๆ ไอ้ผู้หมวดบ้า!!” กัณหากำช่อดอกไม้ไว้แน่น มองตามหมวดเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แล้วกลับมาบ่นตัวเองอย่างเสียหน้า “หื้อๆๆ ไม่น่าคิดเองไปก่อนเลย”

ที่แท้มัทรีรู้สึกตัวแล้ว พอกัณหาไปเข้าห้องน้ำก็ลืมตายิ้ม รู้ว่าไรวินทร์จีบกัณหา

พอไรวินทร์ออกไปเจอจ่าถวิลที่ยืนรออยู่นอกห้อง จ่าบอกว่ามีเรื่องด่วนจะบอกพอดี ยื่นหน้ามากระซิบอะไรบางอย่าง ไรวินทร์ฟังแล้วหน้าเครียดทันที

ooooooo

ชาลีกลับถึงบ้าน เจอกุ๊กกับกิ๊กรออยู่จะให้พาไปเยี่ยมน้ามัทรีกับพี่กัณหา ชาลีถามว่าแล้วหล่อล่ะไปไหน เด็กแฝดบอกว่าไม่เห็นแต่เช้าแล้ว

“สงสัยจะน็อก แล้วพี่ลูกแก้วล่ะ?” ชาลีถามถึงกีรณา กุ๊กกับกิ๊กบุ้ยใบ้ไปทางหนึ่ง ชาลีมองตามไป เห็นกีรณานั่งห่อเหี่ยวเหม่อลอย ในมือถือดอกหญ้าเล็กๆที่เก็บจากแถวนั้น ปากก็พูดไปเรื่อย...

ชาลีเห็นกีรณาถือดอกหญ้านั่งเศร้าพูดอยู่คนเดียว กุ๊กกับกิ๊กบอกว่าเป็นแบบนี้มานานแล้วด้วย ชาลีเข้าไปคุยด้วย กีรณาถามถึงมัทรีกับกัณหา

ชาลีบอกว่าตอนที่ตนออกมาแม่ยังไม่ฟื้น แต่กัณหากินข้าวได้แล้ว กินมากด้วยไม่ต้องห่วง เดี๋ยวตนจะพาไปเยี่ยมขออาบน้ำพักสายตาแป๊บเดียว เมื่อชาลีกับกุ๊ก กิ๊กออกไปแล้ว กีรณาก้มมองดอกหญ้าในมือเหมือนคิดหาที่พึ่งทางใจ

เมื่อพากันไปถึงโรงพยาบาล หมอแจ้งอาการของมัทรีว่าโดยทั่วไปไม่มีปัญหาแล้ว หมอให้กลับบ้านได้แต่ต้องระวังความเครียด ทุกคนยิ้มดีใจเตรียมพามัทรีกลับบ้าน

แต่ไม่ทันไรหล่อก็หน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมหนังสือพิมพ์ในมือบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว กีรณารีบบอกว่าห้องนี้ห้ามเครียด เป็นห้องปลอดความเครียด หล่อจึงจับมือกีรณาออกไปคุยกันข้างนอก

เมื่อหล่อเอาหนังสือพิมพ์ให้ดู กีรณาตกใจหน้าซีด พูดกับตัวเองอย่างตระหนก

“ฉันโดนออกหมายจับ ฉันควรทำยังไงดี!! นายตุลย์ นายอยู่ไหน!!”

ทันใดนั้นโทรศัพท์กีรณาดังขึ้น พอดูหน้าจอเธอดีใจเหมือนได้พบคนช่วยชีวิต อุทาน “นายตุลย์...”

“เสียงอย่างนี้แสดงว่ารู้เรื่องหายนะของตัวเองแล้วใช่ไหม?!” กีรณาคร่ำครวญว่าชีวิตตนเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เลยถูกดุว่า “แทนที่จะคร่ำครวญ ผมว่าเอาเวลาไปคิดหาวิธีแก้ปัญหาดีไหมคุณ”

แต่พอกีรณาขอให้เขาช่วย ตุลากลับบอกว่ามันเป็นปัญหาของเธอ! กีรณาโวยว่าเขาจะลอยแพตนหรือ สัญญากับยายไว้ว่ายังไง ตุลาอ้างว่าตนสัญญากับยายขวัญเรื่องช่วยดูแลคณะลิเกเท่านั้น ย้ำว่า

“ฟังให้ดีนะ ปัญหาของคุณ กรรมของคุณ คุณต้องช่วยตัวเอง ผม...ไม่...เกี่ยว!” พูดแล้ววางสายเลย กีรณาเต้นเร่าๆเรียก นายตุลย์...นายตุลย์...แต่เขาวางสายไปแล้ว

ตุลาไปส่งรสิตาถึงบ้านพอดี รสิตาฟังการคุยกับกีรณาของตุลาแล้วรู้สึกว่าเขาเป็นห่วงเธอมาก...

รสิตาลงจากรถขอบใจที่เขามาส่งถึงบ้าน ตุลาบอกว่าตนเต็มใจเพราะเธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดของตนเสมอ รสิตาบาดใจคำว่า “เพื่อน” ฝืนใจยิ้มถามว่า “ตุลย์ตัดสินใจจะทำอย่างนี้จริงๆเหรอ”

“อืม...เราตัดสินใจแล้ว พรุ่งนี้เจอกันนะ เดี๋ยวเรามารับสิตาเอง ต้องรบกวนสิตาอีกแล้ว”

“ไม่เป็นไร ก็เราเป็นเพื่อนที่ดีของตุลย์นี่นา...ขับรถดีๆนะ” รสิตยายิ้มให้ มองตามรถไปพึมพำ “เพื่อน” ใจหวิว แล้วเดินเข้าบ้านเหงาๆ

ooooooo

คืนนี้เนตรดารามาปรนเปรอบวรฤทธิ์ สังเกตเห็นเขาเครียดฉอเลาะว่าตนดูแลไม่ดีหรือ จะขอแก้ตัวใหม่ บวรฤทธิ์บอกให้พอ! ตนเบื่อเธอเต็มทีแล้ว! พอเนตรดาราเข้ายั่วยวนก็ถูกไล่ให้ออกไป!

เนตรดาราถามประชดว่าอยากให้แกรนด์มาแทนตนใช่ไหม ตอนนี้แกรนด์กำลังถูกตำรวจตามล่าตัวอีกไม่นานคงเจอ บวรฤทธิ์ตวาดให้หยุดพูดโง่ๆเสียที เพราะยิ่งตำรวจเข้ามายุ่งก็ยิ่งจะได้ตัวแกรนด์ยากขึ้น

เนตรดาราตัดพ้อว่าถ้าเบื่อต่อไปก็ไม่ต้องโทร.เรียกตนอีก ถูกย้อนทันทีว่าคิดว่าตนให้ค่าเธอขนาดนั้นหรือ อย่างเธอเป็นได้ก็แค่ของเล่นราคาถูกที่ตนอัพเกรดให้จนดูแพง แพงในสายตาคนอื่น แต่สำหรับตนที่รู้เช่นเห็นกำพืดเธอดี เธอก็ยังเป็นของเล่นราคาถูก ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงและดูเหมือนจะถูกลงเรื่อยๆด้วย

เนตรดาราร้องกรี๊ดพุ่งเข้าตบตีตะโกนว่าอย่ามาดูถูกกัน เลยถูกตบหน้าคว่ำจนเลือดปากซึม เนตรดารามองหน้าถาม “ท่านตบเนตร!!”

“ฉันทำได้กว่านี้เธอก็รู้...” บวรฤทธิ์กระชาก

เนตรดาราลากไปโยนออกนอกห้องไล่ให้ไสหัวไปเสีย ปรามว่า “จำไว้ว่าอย่าบังอาจทำตัวเป็นหมาบ้ากับฉันอีก เพราะไม่อย่างนั้น ฉันจะฆ่าแล้วตัดหัวเธอทิ้ง!!”

บวรฤทธิ์กลับเข้าไปในห้องโยนของทุกอย่างของเธอออกมาแล้วปิดประตูปัง!

เนตรดารากรี๊ดไม่ออก มองไปเห็นไอศูรย์ดูอยู่เขาถามว่าจะกลับแล้วหรือ ดูสภาพของเธอแล้วบอกให้รีบแต่งตัว เธอถามว่าวันนี้ไม่ไปส่งตนหรือ

“พอดีวันนี้ผมมีงานสำคัญที่ต้องตาม แต่ผมเตรียมรถกับคนขับไว้ให้แล้ว” พูดแล้วเดินไปเลย เนตรดารามองตามพึมพำว่าห่างเหินจังนะคะ ไอศูรย์หันมองบอกว่า “ครับ...นี่บ้านป๊า...”

เนตรดาราถูกบวรฤทธิ์ไล่อย่างไร้ค่า พึมพำแค้น

“นังแกรนด์...ฉันจะเอาแกมาเป็นตัวตายตัวแทนของฉันให้ได้!!”

ooooooo

หมวดไรวินทร์กำลังปฏิบัติหน้าที่สำคัญ คือการจับพวกลักลอบค้าของป่า ที่สำคัญคือการซุกซ่อนยาเสพติดอยู่ด้วย เดชได้รับหน้าที่นี้จากไอศูรย์ โทร.รายงานไอศูรย์ว่าทุกอย่างเรียบร้อย

เดชปล่อยข่าวลวงว่าพรุ่งนี้จะดำเนินการหลอกตำรวจ มันย่ามใจว่าวันนี้ตำรวจคงนอนเฝ้าสถานีกันอยู่ แต่หารู้ไม่ว่าการข่าวของตำรวจเจาะลึกและแม่นยำ วันนี้หมวดไรวินทร์จึงนำกำลังออกปฏิบัติการ ตามไปจนถึงโกดังเก็บของของพวกมัน หมวดสงสัยว่า...

“พวกมันขนของเข้าพักไว้กลางป่าเพื่ออะไร ทำไมไม่รีบส่งต่อไปปลายทาง”

“เรื่องนี้น่าสงสัยมาก แต่ที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือ งานนี้คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ธรรมดาแน่นอน อาวุธสงครามแน่นขนาดนั้น” จ่าถวิลเพ่งมองอาวุธสงครามที่พวกคนร้ายใช้อยู่

หมวดไรวินทร์จะเข้าไปข้างในเพื่อดูให้เห็นกับตาว่ามีอะไรอยู่ในนั้น บอกจ่าถวิลว่าไม่ต้องห่วง ตนจะหาทางเข้าไปแบบไม่ให้พวกมันรู้ตัว

“ไม่ใช่แค่หมวดครับ ผมจะไปกับหมวดด้วย เราจะไปด้วยกัน” จ่าถวิลเด็ดเดี่ยว

“ขอบใจจ่ามาก” หมวดยิ้มอย่างซาบซึ้งใจ

ที่หน้าโกดังกลางป่า เดชออกมาจากโกดังคุยโทรศัพท์รายงานไอศูรย์อย่างย่ามใจว่า

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับคุณไอศูรย์ ของอยู่ในที่พัก พอชำแหละ เราก็ส่งต่อได้ ผมว่าไม่น่าจะเกินสามวันครับ...ครับ...ขอบคุณครับ”

พอวางสายจากไอศูรย์ เดชก็ได้รับโทรศัพท์จากเนตรดาราที่เป็นน้องสาว เดชพึมพำว่าร้อยวันพันปีไม่เคยโทร.มา คงมีเรื่องอีกแน่ พอรับสายก็ถาม

“ว่าไง...” เนตรดราเสียงสั่นขอให้ช่วยตนด้วย “กูว่าแล้ว เรื่องดีๆไม่เคยมีถึงหูพี่มึงนะนังเนตร ไปก่อเรื่องอะไรอีกว่ามา!!”

ooooooo

เนตรดาราขอให้เดชช่วยตามล่าตัวแกรนด์กีรณาให้ ขณะเดียวกันก็พยายามจะถีบตัวเองให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เมื่อละครที่เข้ามาเสียบแทนกีรณาคืบหน้าช้าก็บอกให้นุ่มนิ่มหาทางเปลี่ยนตัวกรที่เป็นผู้กำกับ

นุ่มนิ่มบอกว่าละครเรื่องนี้เป็นละครที่กร ผู้กำกับเป็นคนเขียนเอง ทั้งนิยายและบทโทรศัพท์ ดูแลเองทั้งโปรเจกต์ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากครอบครัวของตัวเองที่อดีตเคยเป็นลิเกอยู่ต่างจังหวัด บอกว่า

“เพราะฉะนั้นไม่มีวันที่พี่กรจะยอมให้ใครมากำกับแทนเขาแน่ โนเวย์ค่ะ!!”

เนตรดาราฟังแล้วหงุดหงิดใจ จึงหาทางจัดการกรตามวิธีของตน โดยแอบใส่ยาในน้ำดื่มของกร จนกรดื่มน้ำแล้วหมดสติ ปากซีด เหงื่อผุดเต็มหน้า! ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

แต่การกระทำของเนตรดาราถูกโรสิตาที่จับตาดูอยู่จับได้ จึงแอบเอาแก้วน้ำของกรใส่ซองซิปล็อกไว้เป็นหลักฐาน

วันนี้รสิตาพาตุลาไปที่บริษัทของดาวเพื่อช่วยกีรณาทางอ้อม รสิตาพูดเชิงตัดพ้อว่าเขาเป็นห่วงกีรณาทุกเรื่องเลยนะ

“เรารับปากยายขวัญไว้...” ตุลาบอกแล้วตัดบทให้เข้าไปในบริษัทเลย

แต่พอเข้าไปบอกพีอาร์ขอพบคุณดาว ได้รับคำตอบว่าไม่อยู่เพิ่งออกไปก่อนหน้าที่พวกเขาจะมาครึ่งชั่วโมง ตุลาถามว่าไปไหน รสิตาถามว่าจะกลับมาเมื่อไหร่

“โรงพยาบาลค่ะ...ถ้าเป็นวันนี้ก็ไม่แน่ใจนะคะ เพราะที่โรงพยาบาลน่าจะวุ่นวายพอดู”

รสิตาถามว่าใครเป็นอะไรหรือ พีอาร์ถอนใจมองทั้งสองอย่างเหนื่อยใจที่ซักถามไม่มีทีท่าจะจบสักที

ooooooo

ที่โรงพยาบาล ทั้งโปรดิวเซอร์และผู้ช่วยผู้กำกับต่างตามเตียงเข็นของกรไปด้วยความตกใจเป็นห่วง

“พี่กร...พี่กรต้องไม่เป็นอะไรนะพี่...” โปรดิวเซอร์ตามเตียงเข็นไปติดๆ

“พี่กร...ฟื้นนะพี่...ฟื้น...” ผู้ช่วยผู้กำกับร้องเรียกไปตลอดทาง

เนตรดาราตามไปโรงพยาบาลด้วยความหวาดกลัวไม่คิดว่าเรื่องจะร้ายแรงถึงขนาดนี้ ตึงเครียดจนมือกำแน่น นุ่มนิ่มเข้ามาถามว่าเป็นอะไรหน้าซีดมาก เนตรดาราบอกว่าตนแค่ตกใจ โรสิตาที่รู้เห็นการกระทำของเนตรดาราและมีหลักฐาน ถามว่า

“ตกใจหรือว่ากลัวกันแน่”

เนตรดาราทำเสียงแข็งถามว่าทำไมตนต้องกลัว นุ่มนิ่มช่วยปกป้องว่าใครเจอเรื่องอย่างนี้ก็ต้องกลัว อย่ามาหาเรื่องกันเลย

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ก็แค่ถามเผื่อยัยน้องเนตรของพี่นุ่มนิ่มจะมีเรื่องอื่นที่ทำให้กลัว”

โรสิตาพูดเป็นนัยแล้วเดินไปเลย เนตรดาราวัวสันหลังหวะรู้สึกแปลกๆ รีบเดินตามไป แต่ถูกดาวเดินมาทักเสียก่อน เนตรดาราจึงชะงักมองตามโรสิตาไปอย่างเสียดาย...

ooooooo

ขณะกัณหากำลังเก็บเสื้อผ้าและของใช้เตรียมกลับบ้านนั้น เสี่ยฮุ่ย ชิบ เกลือกับน้ำตาลก็มาที่ห้องโดยเสี่ยฮุ่ยถือกระเช้าของบำรุงมาและชิบถือมาลัยติดแบงก์แน่นในมือ สองพ่อลูกยิ้มกริ่มเข้ามา

กัณหาชักสีหน้าถามว่ามาทำไมไม่ทราบ เสี่ยฮุ่ยบอกว่ามาเยี่ยมมัทรี ส่วนชิบก็อ้อนว่ามาเยี่ยมน้องกัณหา พลางจะเข้าไปคล้องมาลัยให้ ถูกกัณหาเบี่ยงตัวหลบอย่างรังเกียจซ้ำไล่ให้ไปไกลๆเลย

กีรณามาถึงโรงพยาบาลก็อาสาจะไปรับยาเอง ให้ชาลีไปรับมัทรีกับกัณหาที่ห้องชาลีไปถึงเห็นเสี่ยฮุ่ยกำลังมอบกระเช้าให้มัทรีและชิบพยายามจะคล้องมาลัยให้กัณหา ถูกกัณหาปฏิเสธก็งอแงจะคล้องให้ได้ เสี่ยฮุ่ยบอกกัณหาตัดรำคาญว่า

“รับๆไปเถอะนังกัณหา ถือซะว่าให้ฉันได้ไถ่โทษที่ทำให้ไอ้ชิบไม่ได้คล้องมาลัยแก ทำให้แกไม่ได้ขึ้นเวที”

คำพูดของเสี่ยฮุ่ยทำให้ทุกคนชะงักทันที แม้กระทั่งชิบก็ถามว่าป๊าทำอะไรให้น้องกัณหาไม่ได้ขึ้นเวที? ชาลีถามสำทับว่า “ตกลงเสี่ยฮุ่ยทำอะไรน้องฉันเหรอ”

เสี่ยฮุ่ยอึ้งเพราะตัวเองเผลอหลุดเอง ส่วนเกลือกับน้ำตาลเสนอหน้าแทรกขึ้นหวังช่วยเสี่ย

“เออะ...เสี่ยเขาไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยนะจ๊ะ” น้ำตาลหวานเต็มที่ ส่วนเกลือก็อวดฉลาดสำทับว่า

“ใช่ เสี่ยเขาไม่ได้สั่งให้พวกฉันจับนังกัณหาไปขังไว้ในห้องเก็บของหรอก!”

ความลับแตกดังโพละ! ทุกคนอึ้ง เสี่ยฮุ่ยยิ้มเรี่ยราดกับสายตาพิฆาตของมัทรี กัณหากับชาลี

ooooooo

กีรณาไปรับยาที่เคาน์เตอร์จ่ายยา พอดีเห็นข่าวและภาพจากทีวีรายงานการจากไปอย่างกะทันหัน ด้วยอาการหัวใจวายเฉียนพลันของกร รังสรรค์ ผู้กำกับชื่อดัง กีรณาตัวชาวาบ ยืนอึ้งก้าวขาไม่ออก

กีรณานึกถึงอดีตที่กรวางตัวให้เธอเล่นละครเรื่องแรกที่เขาเขียนขึ้นมาจากชีวิตจริงของตัวเอง ด้วยความคิดถึงครอบครัวของตัวเองที่แม่เป็นนางเอกลิเกและเป็นหัวหน้าคณะด้วย ตนโตมาก็ด้วยเงินค่าจ้างเล่นลิเก นางเอกในเรื่องก็ได้แรงบันดาลใจจากแม่ตัวเอง บอกว่าแกรนด์คนเดียวที่ตนไว้วางใจให้เล่นบทนี้

ทีแรกกีรณาก็ทำท่าจะปฏิเสธ แต่กรขอร้องเธอจึงรับเล่น มาวันนี้ได้ข่าวกรเสียชีวิตอย่างกะทันหัน คนที่ตนรักนับถือก็ตกใจเสียใจมาก ไม่อาจกลับไปพบหน้าทุกคนที่ห้องพักคนไข้ได้ เธอเดินออกไปอย่างไร้เป้าหมาย น้ำตาไหลอาบแก้ม...

กีรณาเดินคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาในชีวิตทั้งสุขและทุกข์ จนฟ้าร้องครืนๆก็ไม่รู้ตัว

ทันทีที่ความแตก ชาลีกับกัณหาจับเกลือกับน้ำตาลโยนออกไปนอกห้อง แล้วรุมลุยเสี่ยฮุ่ยที่ถอยกรูดไม่เป็นท่า สารภาพผิดและขอร้องอย่าทำอะไรตนเลย ขณะกำลังเอะอะโวยวายมะรุมมะตุ้มกันอยู่นั้น เสียงไรวินทร์ก็ถามเข้ามาว่าเอะอะอะไรกัน เสี่ยฮุ่ยถลาเข้าหาให้ผู้หมวดช่วยด้วย

เกลือกับน้ำตาลกลัวความผิดรีบออกตัวว่าเสี่ยเป็นคนสั่งให้พวกตนจับกัณหาไปขัง คณะแก้วขวัญจะได้ไม่มีนางเอก จะได้เจ๊ง! พวกเราทำตามคำสั่งเจ้านายเท่านั้น ชิบก็รีบบอกว่าตนไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ

“ทั้งลูกชาย ลูกน้องทรยศข้ากันหมด!!!” เสี่ยฮุ่ยเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“อ้อ...อย่างนี้นี่เอง...” ไรวินทร์พูดจบก็จับเสี่ยฮุ่ยเอามือไพล่หลังทันที “ดีจริงๆไม่ต้องไปตามหาผู้ร้ายให้เสียเหงื่อ...ไปโรงพัก” ไรวินทร์ล็อกแขนเสี่ยฮุ่ยดันตัวออกไป

มัทรีบอกไรวินทร์ว่าไม่ต้องพาไปโรงพักหรอกเพราะตนไม่ติดใจเอาเรื่อง บอกเสี่ยฮุ่ยจริงจังว่า

“แต่นับจากนี้ขอให้เราต่างคนต่างอยู่ ฉันขอให้เสี่ยอย่ามาวุ่นวายกับฉันและก็คณะแก้วขวัญอีก ถ้าเสี่ยเกลียดพวกเราขนาดนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะมาเกี่ยวพันกันไม่ว่าจะเรื่องไหนด้วย”

เสี่ยฮุ่ยใจเสียที่ถูกตัดรอน มัทรียังคงพูดอย่างเยือกเย็นด้วยเหตุผลว่าทุกคนในคณะแก้วขวัญไม่เคยทำอะไรให้เสี่ยเจ็บช้ำน้ำใจเลย นอกจากตน ย้ำกับเสี่ยว่า...

“ถ้าเสี่ยอยากจะแก้แค้นก็ควรแก้แค้นฉันไม่ใช่คนอื่น ครั้งนี้เสี่ยทำเกินไปที่ทำร้ายลูกสาวและคณะแก้วขวัญของฉัน ถึงฉันจะไม่เอาเรื่องแต่ฉันก็ไม่อยากเห็นหน้าเสี่ยอีกต่อไป อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก และถ้าเกิดเสี่ยยังไม่หยุด ยังตามราวีพวกเราไม่เลิก คราวหน้าก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

พูดจบก็ชวนชาลีกับกัณหากลับบ้าน ตนเหนื่อย ชาลีกับกัณหาจึงประคองแม่ออกไป

ไรวินทร์ปล่อยและจ้องเสี่ยฮุ่ยเขม็ง พอเสี่ยเดินคอตกออกไป ชิบ เกลือกับน้ำตาลโล่งอกรีบตามไป

กัณหาคิดไม่ตกถามมัทรีว่าทำไมแม่ทำอย่างนี้ มัทรีมองหน้าบอกว่าแม่ขอนะ ไหนว่าไม่อยากให้แม่เครียดไง กัณหาเลยเงียบ ขณะนั้นเองพยาบาลเข้ามาถามว่าคุณมัทรีกับคุณกัณหาห้อง 304 ใช่ไหม พอมัทรีรับว่าใช่ พยาบาลยื่นถุงยาให้บอกว่านี่เป็นยาที่คุณหมอสั่ง

“อ้าว...นี่ลูกแก้วไม่ได้ไปรับยาหรือ” ชาลีสงสัย พยาบาลบอกว่าคุณลูกแก้วฝากให้เอามาให้

“แล้วยัยลูกแก้วไปไหน” กัณหาถาม ทุกคนมองหน้ากัน ต่างก็ไม่รู้ เมื่อกลับไปถึงบ้าน มัทรียิ่งร้อนใจเมื่อรู้จากหล่อว่าลูกแก้วยังไม่กลับ ยิ่งฟ้าร้อง ฝนตั้งเค้าทะมึน ทุกคนยิ่งเป็นห่วงลูกแก้ว

กีรณาวิ่งหาที่หลบฝน ขณะนั้นเดชขับมอเตอร์ไซค์สวนมา รู้สึกคุ้นหน้ากีรณาแต่ไม่เอะใจ จนขี่รถเลยไปนึกถึงภาพกีรณาที่ไอศูรย์ให้ตามหาก็นึกได้ย้อนกลับไปแต่กีรณาก็หายไปแล้ว

กีรณาวิ่งไปเจอศาลาริมทางดีใจรีบวิ่งเข้าไปหลบฝน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูกลายเป็นจอดำไปแล้ว!

ที่ศาลาริมทางนี่เอง กีรณาถูกขี้เมาสองคนเข้ามาคุกคามจะลวนลาม เธอสู้สุดชีวิต โชคดีที่กัณหาตามมาเจอจึงช่วยกันสู้กับขี้เมา ไม่นานไรวินทร์ก็พาตำรวจสองนายตามมาเจอและช่วยกีรณากับกัณหาทัน

ไรวินทร์ให้ตำรวจสองนายจับขี้เมาไปโรงพัก ส่วนเขาพากีรณากับกัณหากลับบ้าน

ooooooo

ดาวยังนั่งจมอยู่กับความเศร้าเสียใจอยู่ที่บริษัทกับการจากไปอย่างกะทันหันของกร ทีวีกำลังออกข่าวกรว่าแหล่งข่าววงในหลุดออกมาว่ากรหัวใจวายเพราะเสพยาเกินขนาด!

ดาวในสภาพเสียใจ เหนื่อยใจและสับสนกับการจากไปของกร หยิบกระเป๋าเตรียมกลับ เหลือบเห็นนามบัตรใบหนึ่งมีโพสต์อิทเขียนติดอยู่ เธอเดินไปหยิบอ่าน...

“พี่ดาวคะ มีผู้ชายคนหนึ่งฝากนามบัตรไว้ให้พี่ดาวค่ะ เขายังบอกอีกว่าพรุ่งนี้จะติดต่อเข้ามาอีกทีค่ะ... โอ๋ พีอาร์”

ดาวดูนามบัตร ชื่อตุลา รักษ์สิริสกุล ทนายความ เธอคิดสงสัยว่าเขาเป็นใคร?

คืนเดียวกันที่บ้านตุลา เขาดูทีวีรายงานข่าวขณะเคลื่อนร่างกรออกจากสถาบันนิติเวชว่า...

“อย่างไรก็ตาม กำหนดการพิธีศพของ ผกก.ชื่อดังจะยังไม่ออกมาจนกว่าจะทราบผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด แต่มีความเป็นไปได้ที่ญาติจะนำศพคุณกรกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จังหวัดอ่างทอง”

ตุลาหยิบโทรศัพท์มาคิดจะโทร.หากีรณา อยากถามเรื่องกรแต่แล้วก็เปลี่ยนใจวางโทรศัพท์เดินไปเข้าห้องน้ำ อึดใจเดียวโทรศัพท์ดัง เขาคิดว่ากีรณาโทร.มา รีบกลับมาคว้าโทรศัพท์ดู แต่แล้วก็ผิดหวังเพราะเบอร์ที่โชว์หน้าจอไม่คุ้น

ตุลาดีใจเมื่อปลายสายแนะนำตัวเองว่าชื่อดาว ดาว V-vip Mo

ooooooo

นุ่มนิ่มอยู่กับเนตรดาราที่คอนโด บ่นว่าทำไมช่วงนี้มีแต่เรื่อง หรือว่ามีตัวซวยอยู่ใกล้ๆเรา เนตรดาราวัวสันหลังหวะสะดุ้งเฮือกแต่เก็บอาการอย่างเร็ว ฟังนุ่มนิ่มบ่นต่อใจคอไม่ดี

“นี่ถ้าผลพิสูจน์ศพออกมาว่าพี่กรตายเพราะเสพยาเกินขนาดจริง พวกเราจะต้องซวยยิ่งกว่านี้แน่ เพราะตำรวจคงจะยกโขยงกันมาสืบสวนสอบสวนให้วุ่นไปหมด... น้องเนตรว่า คนอย่างพี่กรจะเสพยาบ้าจริงๆเหรอคะ?”

เนตรดาราอึ้งแล้วอึ้งอีก นุ่มนิ่มยังคงพูดไม่หยุด...

“แต่พี่ว่าไม่มีทางพี่กรแกรักสุขภาพจะตาย

ยิ่งพักหลังแกไม่ค่อยสบาย แกยิ่งเฮลตี้ พี่เห็นกินคลีนทุกมื้อเลย” นุ่มนิ่มฉุกคิดอะไรได้ สงสัยว่า “หรือว่าจะมีใครอยากอัพบีทให้แกกำกับเร็วๆเลยหยอดยาขยันให้แกกิน จะได้ปิดกล้องไวๆ ไปรับงานอื่นเหมือนที่น้องเนตรอยากให้เป็นไงคะ”

เนตรดาราถูกจี้ใจดำเผลอตัวตวาดว่าพูดอะไร ระวังปากหน่อย ซี้ซั้วพูดแบบนี้ระวังจะไม่ได้ตายดี!!

นุ่มนิ่มตกใจบอกว่าตนก็แค่สันนิษฐานความเป็น ไปได้ทำไมต้องแช่งชักหักกระดูกตนด้วย มันแรงไปแล้วนะ เนตรดารารู้สึกตัวอึกอักขอโทษเสียงอ่อย อ้างว่าตนกำลังตกใจกลัวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บอกให้นุ่มนิ่มกลับไปก่อนตนอยากอยู่คนเดียวสักพัก เมื่อนุ่มนิ่มกลับไปแล้ว เนตรดาราก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว...

เนตรดาราเข้าไปในห้องน้ำเปิดน้ำล้างหน้า แล้วเงยมองตัวเองในกระจก คิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมานับแต่เธอได้เข้าเสียบแทนกีรณาในละครเรื่อง“รักหลงโรง” ของกร เธอมีปัญหาในกองอย่างมาก

คนทั้งกองต้องรอเธอออกไปถ่ายทำ เพียงเพราะเธออ่านนิตยสารที่ชอบยังไม่จบ ทั้งผู้ช่วยผู้กำกับและประสานงานมาเรียกก็บอกว่ายังไม่พร้อม จนกรต้องมาตามเอง ถามว่าทำไมไม่ออกไปสักที หน้า ผม ชุด ก็เปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เนตรดาราตอบไปอย่างยโสโอหังว่า

“แหม...รอเนตรนิดหน่อยพี่กรทำหงุดหงิดไปได้ ทีเนตรรอพี่กรนอนป่วยจนต้องยกกองไปตั้งหลายคิว

เนตรยังไม่ว่าอะไรเลยนะคะ” แล้วลุกเร่งกรที่ยืนมึนอยู่ “ไปถ่ายสิคะ อย่ามัวเสียเวลากันอยู่เลย ไปค่ะพี่นุ่มนิ่ม” เนตรดาราเดินออกจากห้องไปเลย ปล่อยให้กรยืนมึนกับคำพูดของเธออยู่ตรงนั้น

นอกจากนี้ ในการแสดงก็ต้องเทกจนนับครั้งไม่ถ้วนเมื่อกรติงว่าเธอเล่นได้ไม่ถึงอารมณ์ต้องใส่ความรู้สึกให้มากกว่านี้ เธอก็โต้อย่างอวดดีว่าตนตีความหมายมาดีแล้ว ความรู้สึกแค่นี้พอแล้ว

“เนตรดารา...หนูถ่ายละครเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เท่าไหร่แล้ว” กรถามอย่างเหลืออด เมื่อเธอบอกว่าเรื่องที่สอง กรปรามว่า “แต่พี่กำกับละครมาสิบสองปี ทำละครมาเกือบยี่สิบเรื่องแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าเถียง! พี่ในฐานะคนดูคนแรกของนักแสดง บอกว่าไม่พอก็คือไม่พอ! ขนาดซุปเปอร์สตาร์ดาราระดับฝีมืออย่างแกรนด์ ยังฟังพี่ แล้วเธอเป็นใครถือดียังไงจะไม่ฟัง!!”

ขณะนั้นโรสิตาฟังอยู่อย่างสะใจมากชมว่าพี่กรเจ๋ง ส่วนเนตรดาราหน้าชา กำหมัดแน่น!!

เมื่อนับวันเนตรดารายโสโอหังมากขึ้น กรบอกนุ่มนิ่มว่าตนไม่โอเคกับพฤติกรรมของเนตรดาราที่ทำตัวเป็นซุปเปอร์สตาร์ท่าใหญ่ไม่ฟังใครแม้กระทั่งตนที่เป็นผู้กำกับ บอกนุ่มนิ่มให้ตักเตือนสั่งสอนกันบ้าง ถ้าเตือนไม่ได้ก็ควรบอกคุณดาว ไม่ใช่ปล่อยให้ทำตามใจถือหางน้องในทางที่ผิด หนทางวิบัติจะมารออยู่ตรงหน้านะ

นุ่มนิ่มบอกว่าตนทราบ กรย้ำปรามว่า

“พังคนเดียวไม่ว่าหรอก แต่นี่จะทำงานพี่พังไปด้วย ละครเรื่องนี้คือหัวใจของพี่นุ่มนิ่มก็รู้ เฮ้อ...ไม่น่าเกิดเรื่องกับแกรนด์เลย ไม่งั้นพี่คงมีความสุขมากกว่านี้ที่ได้ทำงานกับนางเอกที่พี่อยากให้เขาเล่นที่สุด เสียดายจริงๆแกรนด์คนเดียวเท่านั้น ที่เหมาะกับบทนี้”

เนตรดาราแอบฟังอยู่ แทนที่จะสำนึกกลับแค้นริษยากีรณาที่โดดเด่นกว่าตน!

คิดถึงอดีตแล้ว เนตรดารายิ่งแค้น มองตัวเองในกระจก พึมพำเหี้ยม...

“นังแกรนด์คนเดียวเท่านั้นงั้นเหรอ...หึๆ สมควรแล้วพี่กร...สมควรแล้วที่พี่ตาย!!! ถ้าพี่จะไปหา ก็ไปหา นังแกรนด์แล้วกัน!!”

ooooooo

เพราะกีรณาตากฝนและต่อสู้กับพวกขี้เมา คืนนี้เธอมีไข้ ชาลีจึงจัดยาให้กินและให้นอนพักผ่อน มัทรีให้กุ๊กกับกิ๊กไปนอนกับตนเพื่อลูกแก้วจะได้พักผ่อนได้เต็มที่ ซ้ำยังจัดห้องให้อย่างสวยงาม

กัณหาเห็นแม่กับพี่ชายดูแลกีรณาอย่างดีก็ประชดว่า นี่มันโรงแรมระดับห้าดาวชัดๆเลย ถูกชาลีดุว่าแม่บอกว่ายังไง กัณหาเสียงอ่อยว่า แม่บอกว่าที่นี่คือบ้านเราทุกคนคือครอบครัว

“สำหรับคนในครอบครัวทำให้มากกว่านี้ก็ยังได้” ชาลีย้ำ

“แต่คนในห้องเขาเคยคิดว่าพวกเราเป็นครอบครัวของเขาบ้างไหม ทำไมถึงขยันสร้างแต่ปัญหามาให้” กัณหาย้อนถาม กีรณาที่อยู่ในห้องได้ยินถึงกับสะอึก จุก กัณหายังบ่นไม่หยุดว่า “ตั้งแต่กลับมาก็สรรหาแต่เรื่อง ถ้าเขาคิดว่าตัวเองเป็นคนในครอบครัวของเราสักนิด ก็คงไม่เป็นอย่างนี้หรอก

กัณหาพูดแล้วเดินไปเลย ชาลีส่ายหน้ามองตามกัณหาอย่างอ่อนใจ แต่ไรวินทร์เดินตามไปทันที เขาไปทวงคำขอบคุณที่วันนี้ตนช่วยเธอไว้หลายเรื่อง เมื่อกัณหากระชากเสียงขอบคุณ ไรวินทร์บอกว่าสบายใจแล้วและจะกลับ ก่อนกลับยังพูดเตือนสติกัณหาว่า

“นี่คุณ ผมจะบอกอะไรให้ บางครั้งเราบอกความ รู้สึกจริงๆกับคนที่เรารักได้นะ ว่าจริงๆแล้วเราเป็นห่วงเขาแค่ไหน กับคนในครอบครัวไม่ต้องมีทิฐินักหรอก จริงๆ...ไม่งั้นมันอาจจะมีคำว่าสายเกินไปก็ได้” พูดแล้วไรวินทร์เดินไปเลย กัณหามองตามรู้สึกตัวเองทำผิดไปเหมือนกัน...

ooooooo

เมื่อเนตรดาราถูกบวรฤทธิ์เฉดหัวทิ้ง ก็ไปหา ไอศูรย์อย่างเปิดเผยที่บริษัทของเขา ได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับเดชว่าเห็นคนคลับคล้ายคลับคลากีรณา ไอศูรย์สั่งให้ตามหาตัวมาให้ได้

เนตรดาราถามว่าเจอกีรณาแล้วหรือ เขาบอกว่ายังไม่แน่มันแค่เบาะแสเท่านั้น เนตรดาราวางแผนที่จะตามหาตัวกีรณาเอง จึงโทร.หาอารดา อาของกีรณาที่บัดนี้ตกต่ำถึงกับต้องเช่าโรงแรมจิ้งหรีดซ่อนตัว หลอกล่อให้ช่วยตามหากีรณา บอกว่านี่เป็นการช่วยอาดาเองด้วย

แต่ที่บ้านยายขวัญ วันนี้เกิดเรื่องใหญ่เมื่อกัณหาไปเรียกกีรณากินข้าว ปรากฏว่ากีรณาหนีไปแล้ว ทุกคนรีบออกตามหา ตุลาไปเจอกีรณากำลังจะขึ้นรถกะป๊อ เขาดึงเธอไว้บอกว่าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น นอกจากไปกับตน!

ตุลาลากกีรณามาที่รถ กีรณาสะบัดสุดแรงตะโกนให้ปล่อย ถามว่าทำบ้าอะไร

“ผมต่างหากที่ต้องถามคุณว่าเป็นบ้าอะไร จะหนีไปไหน?!!”

“เรื่องของฉัน”

ตุลาเตือนสติว่าทุกเรื่องคือเรื่องของเธอ แต่มันกระทบความรู้สึกคนอื่นรู้ตัวบ้างไหม!

“รู้สิ! ฉันถึงได้จะไปนี่ไง เพราะฉันอยู่ถึงทำให้ทุกคนเดือดร้อน คณะแก้วขวัญของยายก็ตกต่ำ น้ามัทรีก็ต้องมาป่วย ฉันคือตัวซวย ไม่ใช่ซวยตัวเอง แต่ยังเผื่อแผ่ความซวยไปถึงผู้อื่นด้วย เพราะฉะนั้น ฉันควรไปเสียก่อนที่ทุกคนจะเดือดร้อนเพราะฉันมากไปกว่านี้ นายก็รู้นี่ว่าจริงๆตอนนี้ฉันคือผู้ร้ายหนีคดีที่มีหมายจับติดตัว!!

ฉันอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ได้จริงๆ!!”

กีรณาพูดทั้งน้ำตาแล้ววิ่งหนีไปเลย ตุลาไม่ทันระวังตกใจตะโกนพลางวิ่งตาม

“คุณจะไปไหน?!! นี่คุณ...คุณณณณ...”

กีรณาวิ่งเตลิดไปไม่เหลียวหลัง...

ooooooo

กีรณาวิ่งไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำ หยุดกลางสะพานมองไปเบื้องล่าง ตุลาตะโกนสุดเสียง

“หยุดนะคุณลูกแก้ว...หยุดทำอะไรบ้าๆเดี๋ยวนี้!” กีรณาบอกว่าตนไม่ไหวแล้ว อยากตาย!

“ตายหนีปัญหา? ไม่อยากเชื่อ คุณคิดได้แค่นี้เองเหรอ?!!”

ตุลาพยายามหว่านล้อม แต่เมื่อกีรณาทำท่าจะตายให้ได้ เขาโมโหเลยยุให้โดดลงไปเลย! ด่าว่าเธอก็แค่เก่งแต่ปาก ที่แท้แล้วขี้ขลาดยอมตายเพื่อหนีปัญหา คนทั้งประเทศยิ่งจะเชื่อว่าเธอทำผิดจริงๆ ไม่กล้าลุกขึ้นมาสู้ปัญหา แบบนี้ตายไปก็อายกลายเป็นผีหนีความผิดติดตัว

ตุลาพูดๆๆๆพูดจนสาแก่ใจแล้ว ชี้ทางออกแก่เธอว่า

“แต่ถ้าคุณไม่ผิดก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ เอาศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมา!!”

เห็นกีรณายังสับสน ลังเล ตุลาเอากล่องที่ยายขวัญฝากไว้ให้ลูกแก้วมอบให้เธอ กีรณาเปิดออกในนั้นเป็นสมุดใส่รูปถ่าย หน้าปกเขียนว่า “หลานรักของยาย”

กีรณาพลิกดูเป็นรูปเธอตั้งแต่เด็กจนโตขึ้นจนกระทั่งรูปปัจจุบันที่ตัดจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์...

โดยตุลาบรรยายถึงความรักความปรารถนาดีที่ยายขวัญทำให้เธอทุกอย่าง แม้กระทั่งการส่งเธอไปอยู่กับอาดาก็เพราะไม่อยากให้เธอลำบากเหมือนยาย

ตุลาพูดจนกีรณาน้ำตาไหล และขอโทษเขา ตุลาบอกว่าไม่ต้องขอโทษตน เพราะเธอยังไม่ได้ทำผิดอะไร ย้ำกับเธอว่า “แค่อย่ายอมแพ้ แล้วลุกขึ้นต่อสู้ด้วยกันก็พอ”

“ฉันจะสู้ ฉันเป็นหลานยายขวัญ ฉันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ” กีรณาฮึดขึ้นมา

“มันต้องอย่างนี้...ผมจะสู้ไปกับคุณด้วย! ไป... กลับบ้าน” ตุลาจับมือเธอข้างหนึ่งไว้แน่นเหมือนจะไม่ยอมให้เธอหายไปไหน จูงเธอไปขึ้นรถกลับบ้านด้วยกัน...

ooooooo

เนตรดารานัดอารดามาพบกัน อารดาเล่าประวัติของกีรณาให้ฟัง เนตรดาราพูดอย่างดูถูกว่า แสดงว่าประวัติที่แกรนด์บอกสื่อคือการย้อมแมว! ถามว่าเป็นไปได้ไหมที่แกรนด์จะกลับบ้านที่อ่างทอง

ระหว่างที่เนตรดาราคุยกับอารดานั้น จู่ๆไอศูรย์ก็โผล่มาพูดขู่ในทีว่า ป๋าคิดถึงอาดามาก ตนจะไม่บอกป๋าว่าเจออาดา แต่อาดาต้องช่วยพวกตนจับตัวแกรนด์กีรณามาให้ได้!!

เนตรดาราเสริมทันทีว่า แล้วสิ่งที่ติดค้างอยู่ก็จะหมดไป อาดาก็จะสบายตัวสบายใจใช้ชีวิตได้อย่างปกติเสียที

แต่ขณะที่พวกเนตรดารา อารดา และไอศูรย์เดินออกไปจากร้านอาหารนั่นเอง ก็ถูกนักสืบที่โรสิตาจ้างมา แอบถ่ายรูปไว้ถี่ยิบ

นักสืบเอารูปไปให้โรสิตาดู บอกว่าไอศูรย์ในรูปคือลูกบุญธรรมของบวรฤทธิ์ ผู้มีอิทธิพลที่มีเบื้องหลังดำมืด ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า ดูก็รู้ทุกคนมาด้วยกันเพียงแต่แยกกันเดินเท่านั้น

“พวกมันมารวมตัวกันอย่างนี้แสดงว่าต้องมีอะไรเกี่ยวกับนังแกรนด์แน่” โรสิตาจิกตาอย่างอยากรู้

เมื่อตุลาพากีรณากลับบ้านแล้ว เธอไหว้ขอโทษมัทรี มัทรีกอดไว้แน่นบอกว่าไม่เป็นไร ลูกแก้วกลับมาพวกเราก็ดีใจแล้ว ทั้งชาลี กัณหา และหล่อต่างแสดงความดีใจ ลุงเสริมสัญญาว่าจะสอนให้ลูกแก้วร้องลิเกให้เก่ง จะได้เป็นนางเอกลิเกที่ดังที่สุดในอ่างทอง

ที่มุมลับหลังต้นไม้ เดชซุ่มดูอยู่ มันพึมพำอย่างสะใจ “อยู่นี่เอง...แกรนด์ กีรณา!”

เมื่อกีรณารู้สึกดีขึ้น ตุลาถามว่าพร้อมที่จะไปสู้คดีฉี่สีม่วงแล้วใช่ไหม กีรณาบอกว่าตนต้องหาทนายก่อน ตุลาบอกไม่ต้องไปหาที่ไหนพร้อมกับยื่นนามบัตร ตุลา รักษ์ศิริกุล ทนายความ ให้ดู กีรณาถึงกับอึ้งที่จุดไต้ตำตอเข้าอย่างจัง

“ผมเป็นทนายความ และผมรับว่าความให้คุณ” ตุลามองหน้าเธอ บอกจริงจัง จริงใจ

กีรณาโทร.ไปคุยกับพี่ดาว ถูกพี่ดาวแซวว่าสนิทกันขนาดนั้นกลับไม่รู้ว่าเขาเป็นทนายความ กีรณาบอกว่าก็แค่เพื่อนธรรมดา ซ้ำหน้าเขาก็ไม่ให้ด้วย ดาวฝากความหวังว่า ดีใจที่มีทนายฝีมือดีว่าความให้ ตนอยากให้แกรนด์กลับมาเร็วๆ เราจะกลับมาสู้ด้วยกัน

นุ่มนิ่มเข้ามาแต่เมื่อไรไม่รู้ พอดาววางสายจากกีรณา นุ่มนิ่มถามทันทีว่าติดต่อแกรนด์ได้แล้วหรือ ขณะที่นุ่มนิ่มคุยกับดาวอยู่นั้น เนตรดาราผ่านมาได้ยินเอาหูแนบประตูฟังตื่นเต้นแทบไม่กล้าหายใจ

ดาวบอกนุ่มนิ่มว่าแกรนด์กำลังจะกลับมาสู้คดี กำชับนุ่มนิ่มให้รูดซิปปากเรื่องนี้ให้สนิท

เนตรดาราที่แอบฟังอยู่กำหมัดแน่น แววตาร้ายกาจ จิกตาพึมพำ

“นังแกรนด์จะกลับมาสู้คดีเหรอ??!!”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement