วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักหลงโรง ตอนที่ 7


21 ก.ย. 2560 08:20
586,410 ครั้ง

รักหลงโรง ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

รักหลงโรง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ญนันทร

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนงา / หลี่เจิน

กำกับการแสดงโดย:

ปิยะพงษ์ คำภากุล

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

วันนี้เป็นวันที่จะเปิดวิกลิเกที่วัดน้อยแล้ว ชาวคณะนั่งรถบรรทุกขนอุปกรณ์ไปถึงวัดก็ช่วยกันขนของจัดของกันขมีขมัน เจ้าหน้าที่วัดมาชี้จุดตั้งเวทีกำชับให้รักษาความสะอาดด้วย

กีรณาถามมัทรีว่าเจ้าภาพอยู่ไหน มัทรีบอกว่าไม่รู้และไม่ได้บอกด้วยว่าจะมากี่โมง

เจ้าหน้าที่เอาซองเงินมัดจำที่เจ้าภาพฝากไว้ให้ครึ่งหนึ่ง กีรณาถามว่าแล้วเขาไม่มาหรือ

“มาสิคะ!” เสียงรสิตาแจ๋แทรกขึ้น แล้วเดินบิดสะโพกเข้ามาอย่างมีจริต “สวัสดีค่ะทุกๆคน...คุณลูกแก้วหัวหน้าคณะคือคนไหนคะ” เธอมองไปมาระหว่างมัทรีกับกีรณา พอกีรณาบอกว่าตนเอง เธอก็ถอดแว่นออก อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตุลากำชับมาให้กดดันกีรณา วางมาดบอกกีรณาว่า ถ้าผิดพลาดจะไม่จ่ายเงินที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง ดีไม่ดีจะเอาเงินมัดจำคืนและปรับค่าเสียหายด้วย กีรณาฟังแล้วฮึด รับรองอย่างหนักแน่นว่า

“ไม่ต้องห่วงค่ะ การแสดงครั้งนี้ก็สำคัญกับคณะแก้วขวัญมากเหมือนกัน เราจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

“หวังว่าจะทำได้อย่างที่พูดนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันจะตั้งกระทู้ถึงคณะแก้วขวัญ ขวัญประชาในพันทิปแน่!” พูดแล้วเดินเชิดไป ในขณะที่ทั้งมัทรีและกีรณารู้สึกกดดันอย่างมาก

หลังจากรับสมอ้างเป็นเจ้าภาพมากดดันกีรณาแล้ว รสิตาไปหาตุลาที่ยืนรอฟังผลอยู่ ขณะนั้นเองไรวินทร์เดินเข้ามาทักว่าไม่นึกว่ารสิตาจะเป็นเจ้าภาพงานคืนนี้ แซวตุลาว่าเจ้าแผนการจริงนะคุณทนาย

ตุลาซึ่งสงสัยเรื่องฉากอยู่แล้วก็ดักคอกลับไปว่า “ก็พอๆกับผู้หมวดแหละ”

“โอเค ยอม...จับได้ไล่ทันสมเป็นทนายความจริงๆ แล้วคุณว่างานคืนนี้จะเป็นยังไงบ้าง”

ตุลาหวังว่างานคืนนี้คงจะราบรื่น ไรวินทร์คิดถึงกัณหาแล้วพูดขำๆว่า คงตลกมากๆด้วย แล้วก็ไปทวงสัญญากัณหาที่ว่า ถ้าเขารับสมอ้างเป็นคนทำฉากมาให้คณะแล้ว จะให้ตนทำอะไรก็จะยอมทุกอย่าง

กัณหารับปากอย่างอึกอัก ตะแบงเป็นว่าตนจะทำให้ทุกอย่าง...ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง

“อ้าวๆๆ พูดจากลิ้งกลอกเป็นลิงหลอกเจ้าแบบนี้ ผมไปบอกความจริงน้ามัทรีดีกว่ามั้ง”

“เฮ้ย! อย่านะ! ฉันยอมแล้ว นายจะให้ฉันทำอะไรบอกมาเลย ฉันจะยอมทำทุกอย่าง”

“ดีมาก” ไรวินทร์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ กระดิกนิ้วเรียกกัณหาเข้าหา พอเธอแข็งใจเดินเข้าไป เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบสองสามคำ กัณหาฟังแล้วถึงกับผงะตาเหลือก!

ooooooo

เพราะรสิตารับสมอ้างเป็นเจ้าภาพจัดลิเกคืนนี้ เธอจึงต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกับตุลา หลังจากกดดัน กีรณาแล้วเธอบอกเขาอย่าเครียดเรื่องคดีของกีรณานักเสร็จงานแล้วค่อยคุยกัน

ตุลาพยักหน้าแต่ก็อดเครียดไม่ได้เมื่อนึกถึงที่รสิตาบอกว่า เนื่องจากกีรณาไม่ไปรายงานตัวหรือส่งทนายไปตามเรื่อง หายเงียบไปเฉยๆจึงเข้าข่ายหนีคดีทางตำรวจจึงต้องออกหมายจับ

รสิตาถามว่าตุลาได้บอกเรื่องนี้ให้กีรณารู้หรือเปล่า เขาบอกว่าคงต้องบอกแต่ไม่ใช่เวลานี้

“ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก อะไรจะดวงตกขนาดนี้แม่คุณณณณ...” ตุลาถอนใจอย่างกังวล

เมื่อจัดเวทีและเตรียมงานเสร็จ มัทรีเรียกกีรณาให้มาแต่งหน้า พอมัทรีลงมือแต่งหน้าให้กีรณา กัณหาก็เข้ามากระซิบบอกแม่ว่าให้แต่งหน้าให้ตนก่อน

ชาลีถามว่านึกสนุกอะไรขึ้นมา จู่ๆถึงจะให้แต่งหน้า กัณหาบอกว่ามันจำเป็น มัทรีถามงงๆว่าจำเป็นยังไง กัณหาอึกอัก กุ๊กกับกิ๊กที่แต่งชุดนางฟ้าน่ารักที่กีรณาซื้อให้ก็ตอบแทนว่า

“ก็เพื่อสร้างสีสันให้การขายพวงมาลัยวันนี้ไงจ๊ะ”

กัณหาเลยผสมโรงว่าใช่ ถามว่าแม่จะแต่งให้ไหม มัทรีบอกว่าต้องแต่งให้ลูกแก้วเสร็จก่อน กีรณาได้ยินก็บอกว่าแต่งให้กัณหาก่อนก็ได้ ตนก็อยากออกไปทำสมาธิแป๊บนึง เสร็จแล้วโทร.ตามก็แล้วกัน

ooooooo

เสี่ยฮุ่ยอยู่ที่บ้าน ได้รับโทรศัพท์จากเกลือที่ส่งไปสอดแนมที่เวทีลิเกว่ากัณหากำลังให้มัทรีแต่งหน้าอยู่ ก็พึมพำอย่างสมใจว่า “เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆด้วย”

พอดีได้ยินเสียงชิบร้องเรียกเกลือกับน้ำตาลให้ไปหา เสี่ยฮุ่ยจึงกำชับเกลือก่อนวางสายว่า

“พวกแกสบโอกาสจัดการทันที อย่าให้พลาดล่ะ!!”

ชิบเรียกเกลือกับน้ำตาลให้มาช่วยดูว่าตนหล่อพอหรือยัง เมื่อไม่เจอสองคนก็บอกให้ป๊าดูให้ทีว่าหล่อขนาดนี้สาวเหลียวไหม? เสี่ยฮุ่ยปัดรำคาญว่าแต่งอะไรก็แต่งไปเถอะ

“ได้ไงป๊า...คืนนี้ฉันจะไปเป็นพ่อยกให้น้องกัณหาเชียวนะ จะให้แต่งอะไรก็ได้ได้ยังไง”

“เออ...นั่นซินะ ก็คืนนี้เป็นคืนพิเศษนี่นา หึๆ งั้นเดี๋ยวข้าไปแต่งหล่อบ้างดีกว่าจะได้ไปช่วยเอ็งเหมาพวงมาลัย”

ชิบดีใจกลัวหล่อสู้ป๊าไม่ได้รีบไปหวีผมเพิ่มเจล เสี่ยฮุ่ยมองตามยิ้มร้ายพึมพำ...

“หึๆเหมาไปเท่าไหร่ก็ได้คืนเท่านั้น เพราะคืนนี้จะไม่มีนางเอกให้แกคล้องมาลัยหรอกไอ้ชิบเอ๊ย...”

ooooooo

กีรณาไปไหว้ขอพรพระประธานในโบสถ์ ตุลาตามเข้าไปถามว่าขาดความมั่นใจเหมือนกันเหรอ? กีรณาหันมองเอ่ยเสียงอ่อยขอกำลังใจ “ชมฉันหน่อยสิ”

“คุณเป็นคนเก่ง เป็นนักแสดงเจ้าบทบาท การเป็นนางเอกลิเกวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่คุณได้รับ เพราะฉะนั้น คุณจะทำมันได้ เชื่อผมสิ” แล้วเข้าไปนั่งข้างๆ “มา...ผมขอพรเป็นเพื่อน”

ฝ่ายรสิตานอกจากช่วยตุลาแล้วเธอยังหาข้อมูลเกี่ยวกับเสี่ยฮุ่ยช่วยไรวินทร์ด้วย ฟังข้อมูลของรสิตาแล้ว ไรวินทร์สรุปว่า เสี่ยฮุ่ยมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่ รสิตาติงว่าพวกเขาอาจแค่รู้จักกันก็ได้

“โลกสวยอีกแล้วเพื่อนฉัน...แต่ใครคนนั้นก็คงใหญ่พอควร เพราะไม่อย่างนั้นเสี่ยฮุ่ยคงไม่กล้ากร่างขนาดนี้ ต้องสืบให้ได้ว่าเขาเป็นใคร” ไรวินทร์มุ่งมั่น

พลันเสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ของไรวินทร์ก็ดังขึ้น ไรวินทร์ดูนาฬิกาเป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว เขาชวน รสิตากลับไปที่วัดกัน เธอถามว่าจะรีบไปไหน ลิเกเล่นตั้งทุ่ม

“จะรีบไปดูตลก” ไรวินทร์พูดเป็นนัยขำๆในใจนึกถึงกัณหาม้าดีดกะโหลกที่จะมาแต่งหน้าคืนนี้

ไปถึงได้ยินเสียงหัวเราะกันอย่างครึกครื้น รสิตาจิกเสียงถามว่าหัวเราะอะไรกัน! จะแสดงอยู่แล้ว

นางเอกอยู่ไหน เริ่มแต่งตัวหรือยัง มัทรีบอกว่ากำลังจะโทร.ตาม ไม่ต้องห่วงเพราะนักแสดงทุกคนพร้อมขึ้นเวทีแน่นอน รสิตาย้ำว่า “หวังว่าจะทำได้อย่างที่พูดนะ” จนหล่อบ่นเบาๆว่า พูดเป็นอยู่ประโยคเดียวรึไง

“โอ้ย...เหนื่อย...” รสิตาออกมาบ่นอยู่ข้างนอก

เมื่อกีรณากับตุลาไหว้พระขอพรแล้ว ตุลาเตือนว่าก่อนแสดงอย่าลืมขอพรจากยายขวัญด้วย ยายจะได้คุ้มครองและเป็นกำลังใจให้เธอ กีรณาชักสีหน้าทันที พอดีมัทรีโทร.มาตามให้ไปแต่งหน้าเธอเลยแยกไป ตุลามองตามถอนใจพึมพำ

“เมื่อไหร่จะเลิกโกรธยายขวัญซะทีนะ” พอเดินไปอีกนิดก็เห็นเกลือกับน้ำตาลในคราบหนุ่มบาวก็งงว่าคืนนี้มีคอนเสิร์ตเพื่อชีวิตด้วยหรือ??

ไรวินทร์มาเห็นกัณหาที่แต่งหน้าแล้วก็ชมว่าสวย ตะโกนบอกกัณหาที่เดินไปทางห้องน้ำว่า

“ห้ามล้างหน้านะ วันนี้คุณสวยมากรู้ไหม”

เกลือกับน้ำตาลที่คอยท่าอยู่แล้ว สบโอกาสเมื่อกัณหาไปเข้าห้องน้ำเข้าอุ้มเธอไปตามคำสั่งของเสี่ยฮุ่ย แม้กัณหาจะสู้สุดฤทธิ์แต่ก็สู้แรงผู้ชายสองคนไม่ได้

กีรณาแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ พอเผยโฉมออกมาทุกคนชมว่าสวยราวกับเจ้าหญิง

ที่หน้าเวที ทุกคนในคณะมาไหว้ครูรวมทั้งไหว้ยายขวัญด้วย ทุกคนไหว้ครู พอถึงรูปยายขวัญกีรณาบอกมัทรีว่า “น้าขอแทนฉันแล้วกัน ฉันจะไปเตรียมตัว” พูดแล้วเดินไปเลย

มัทรีกับตุลาสบตากันอย่างเหนื่อยใจ ชาลีเข้าไปกระซิบถามแม่ว่า หล่อกับกัณหาหายไปไหนไม่มาไหว้ครูด้วย

มัทรีให้กุ๊กกับกิ๊กออกมาตามหากัณหา เจอไรวินทร์กำลังมองหาอยู่เหมือนกัน ต่างสงสัยว่ากัณหาหายไปไหนในเวลาสำคัญอย่างนี้

ขณะนั้นเองเสี่ยฮุ่ยกับชิบเดินเข้ามา เสี่ยทำทีถามว่ามีอะไรหรือหน้าเครียดเชียว ไรวินทร์ไม่ตอบย้อนถามว่าเสี่ยมาดูลิเกด้วยหรือ ชิบบอกว่าตนกับป๊าจะมาดูนางเอกใหม่ หมวดถามว่าเป็นใคร เสี่ยฮุ่ยพูดเป็นนัยว่าเดี๋ยวเห็นบนเวทีก็รู้เอง ยกเว้นว่าจะไม่ได้เห็น แล้วชวนชิบไปหาที่นั่งกัน

“รอแป๊บนะสองสาว เดี๋ยวพี่ชิบจะมาเหมามาลัย” ชิบบอกกุ๊กกับกิ๊กแล้วเดินกร่างไป

“กุ๊ก กิ๊ก เดี๋ยวพี่หมวดจะไปตามหาพี่กัณหาเองนะ เราสองคนรออยู่ตรงนี้จะได้ขายพวงมาลัยไปด้วยรอพี่กัณหาไปด้วย ถ้าพี่กัณหากลับมาต้องรีบส่งข่าวให้พี่รู้ เข้าใจไหม?”

ตุลาเดินตรวจอยู่หน้าเวทีเจอรสิตายืนดูผู้คนทยอยกันเข้ามา เห็นเสี่ยฮุ่ยเธอถามว่าใครหน้าคุ้นๆ

“อ๋อ นั่นเสียฮุ่ยกับลูกชายไง ที่ผู้หมวดไรวินทร์ให้รสิตาช่วยสืบเรื่องน่ะ”

รสิตาถามว่าทำไมดูเขาเครียดๆ ถามว่ากลัวเสี่ยฮุ่ยจะมาป่วนหรือ บอกว่าไม่ต้องห่วงตนจะเข้าไปนั่งคุมเชิงใกล้ๆ ในฐานะเจ้าภาพงานนี้ เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้มันพังเด็ดขาด”

ขณะนั้นเองไรวินทร์เข้ามาบอกว่ากัณหาหายไป ทั้งสองรีบไปบอกมัทรีกับกีรณา หมวดบอกว่าที่ซุ้มขายมาลัยก็ไม่อยู่ ลองหาในงานก็ไม่มี

มัทรีใจคอไม่ดีแต่ใกล้เวลาแสดงแล้ว บอกให้ทุกคนเตรียมตัวเพราะทุ่มครึ่งเป็นฤกษ์ที่เจ้าภาพกำหนดไว้ ถามว่าทุกคนพร้อมไหม

“ไม่พร้อมหรอกแม่” ชาลีเข้ามาพอดี มัทรีถามว่าอะไรอีกล่ะ? “ก็พี่หล่อก็หายไปด้วยนี่แม่”

การหายไปของหล่อเป็นปัญหาใหญ่เพราะไม่มีคนออกแขก ทุกคนจึงออกตามหากัณหากับหล่อกันให้ควั่ก เครียด

ชาลีทบทวนที่ไรวินทร์เล่าว่าเจอกัณหาครั้งสุดท้ายที่ไหน จึงไปดูที่ห้องน้ำ

ooooooo

กัณหากับหล่อถูกเกลือกับน้ำตาลจับมัดมือมัดเท้าและมัดปากพาไปขังที่ห้องเก็บของหลังห้องน้ำวัด หล่อถูกมัดเช่นเดียวกันและยังสลบอยู่

กัณหาถามว่าจับตนมาทำไม แต่พูดไม่รู้เรื่องเพราะถูกมัดปากน้ำตาลไปดึงผ้ามัดปากออก กัณหาถามว่า พวกมันเป็นใครและจับตนมาทำไม น้ำตาลไม่บอก

“ถ้าไม่บอก แล้วฉันหลุดออกไปได้ แกสองคนจะสยองมากกว่านี้แน่!!”

เมื่อชิบขาดเกลือกับน้ำตาลมาเสริมบารมีก็กร่างไม่ออก ขณะไปซื้อมาลัยอยู่นั้นเกลือกับน้ำตาลที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดาแล้วเข้ามาจ๊ะเอ๋ ถูกชิบด่าว่าหายหัวไปไหนมาทั้งวัน มันบอกว่าตนไปรับจ๊อบงานพ่อมา กุ๊กกับกิ๊กเร่งให้รีบจ่ายค่ามาลัยมาก่อน

“เอ้านี่...แล้วฝากกระซิบพี่กัณหาด้วยนะว่ามาลัยพวกนี้พี่ชิบจะคล้องให้น้องกัณหาคนเดียว” แล้วชิบ เกลือกับน้ำตาลก็เดินกร่างกลับไป

ป้าไฝกับหยกฟ้ามาดูลิเก หยกฟ้าหน้าบูดไม่อยากมาดูนางเอกใหม่เพราะยิ่งดูก็ยิ่งเจ็บ เดินไปเจอเสี่ยฮุ่ย ป้าไฝแซวว่ามาจองนั่งอยู่แถวหน้าเลยนะ เสี่ยบอกว่าตนกับชิบอยากดูหน้านางเอกใหม่

“อ้าว...นี่ยังไม่ได้เห็นอีกเหรอ” ป้าไฝจงใจถามเสียงดัง

เสี่ยฮุ่ยเสียงดังกว่าว่า มานั่งฟังเสียงระนาดรอนานแล้ว ไอ้ชิบก็เหมาพวงมาลัยมารอจนเหี่ยวหมดแล้ว พอสองคนจุดชนวนขึ้น ชาวบ้านก็ฮือขึ้นมา รสิตาเห็นท่าไม่ดีจึงลุกขึ้นมาบอกทุกคนว่า

“เล่นสิคะ เล่นแน่ๆ” เสี่ยฮุ่ยถามเธอเป็นใคร? “ฉันเป็นเจ้าภาพลิเกคืนนี้และเป็นฉันเองที่ให้เริ่มเล่นตอนทุ่มครึ่งเพราะฉันดูฤกษ์มา!”

เสี่ยฮุ่ยดูนาฬิกาบอกว่านี่ทุ่มสามสิบห้าแล้ว รสิตาแถเนียนๆว่าบวกลบได้สิบนาที ป้าไฝแทรกขึ้นกระหน่ำว่า ให้พูดความจริงมาว่าเล่นได้หรือไม่ เพราะลิเกคณะนี้ใกล้เจ๊งอยู่แล้ว ชาวบ้านก็ฮือขึ้นมาอีก

“เล่นได้แน่นอนค่ะ” รสิตายืนยันยิ้มใจเย็น เสี่ยฮุ่ยบอกว่าอีกห้านาทีถ้าไม่เล่นพวกตนจะกลับ พลางจ้องหน้า รสิตากวนๆ แต่เธอยังตีหน้านิ่งทั้งที่ใจร้อนมาก กีรณาถามมัทรีว่าจะเอายังไงดี

ขณะนั้นเองตุลาเดินเข้ามา มัทรีถามว่าเจอไหม เขาบอกว่าไม่เจอ พริบตาเดียวไรวินทร์ก็วิ่งเข้ามาบอกว่าตนก็ไม่เจอทั้งกัณหาและหล่อ

“แต่ผมเจอ!!” ชาลีเข้ามาบอกอย่างตื่นตระหนกพลางชูเครื่องประดับผมให้ดู “เจอนี่ ที่ติดผมที่แม่ติดให้กัณหา มันตกอยู่ในห้องน้ำหญิง”

“น้ามัทรีไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะตามหาสองคนนั้นให้เจอ!” ไรวินทร์แข็งขัน

ทันใดนั้นรสิตาเดินอ้าวเข้ามาอย่างร้อนใจบอกว่า “การแสดงต้องเริ่มเดี๋ยวนี้แล้วค่ะทุกคน!”

ชาลีถามว่าจะเริ่มได้ไงไม่มีคนออกแขก มัทรีบอกว่าหล่อหายตัวไป รสิตาเสนอว่าไม่ต้องออกแขกก็ได้ข้ามไปเล่นเนื้อเรื่องเลย

“ไม่ได้! ฉันต้องการให้การแสดงครั้งนี้สมบูรณ์ ครบถ้วน ตามความตั้งใจของคุณที่จ้างเรามา”

รสิตาถามว่าแล้วจะรอหรือ จะหาตัวนายหล่อเจอเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รสิตากดดันเพราะเธอก็ถูกเสี่ยฮุ่ยและคนดูกดดันมาอย่างหนัก กีรณาตอบทันทีว่า

“ไม่รอค่ะ เราจะให้คนอื่นขึ้นเล่นแทน”

กีรณามองขวับไปที่ตุลา ตุลาเห็นสายตาเธอก็ผวาร้อง “เฮ้ย! ไม่เอา ผมไม่เล่นลิเก!!”

“แต่นายก็ชอบดูลิเกตั้งแต่เด็ก นายต้องพอทำได้แหละน่า” กีรณากึ่งขอร้องกึ่งบังคับ

“ผมถนัดดูลิเก! ไม่ถนัดเล่นลิเก!”

“ตอนนี้ทักษะไม่สำคัญเท่าหัวใจอีกแล้ว คณะเรากำลังตกที่นั่งลำบาก ฉันถามนายจริงๆ นายมีใจจะช่วยคณะแก้วขวัญ ขวัญประชา หรือเปล่า นายตุลา?!”

ทุกคนมองตุลาเป็นตาเดียว เป็นสายตาที่ทั้งขอร้อง ทั้งกดดัน กีรณาจ้องหน้าเขาจริงจัง

ตุลาถูกกดดัน อึกอักไม่รู้จะทำยังไงดี...

ooooooo

เสี่ยฮุ่ยกับป้าไฝประสานเสียงกันกดดันคณะลิเกที่ได้ฤกษ์แล้วยังไม่แสดงสักที จนชาวบ้านก็โวยว่า

“อะไรกัน ไหนโปรโมตซะดิบดีว่าวันนี้จะเปิดตัว นางเอกใหม่ที่มาเล่นแทนนังหยกฟ้าไงวะ?!”

ทันใดนั้นเสียงออกแขกจากข้างเวทีก็ดังขึ้น! ทุกคนหันมองเวทีเป็นตาเดียว ที่อยู่ห่างเวทีออกไปก็พากันรีบเข้ามาหน้าเวที ดนตรีก็ประโคมอย่างยิ่งใหญ่

เสี่ยฮุ่ยกับป้าไฝหงุดหงิดว่ายังไงกัน?!

ที่หลังเวที ชาลีเป็นคนออกแขก หันไปเร่งตุลาที่ยังยืนเฉย “ยังไงพี่ตุลย์ จะออกไปได้หรือยัง”

“ยังอ่ะ...ยังไม่พร้อม!”

“ไม่พร้อมไม่ได้!!!”

เสียงกีรณาดุดัน พริบตานั้นก็ผลักตุลาถลาหน้าทิ่มออกไปหน้าเวที หยกฟ้าที่จ้องตาเป๋งอยู่ตกใจที่เห็นตุลาถลาออกมา เสี่ยฮุ่ยกับป้าไฝก็ทั้งตกใจและงุนงง

ตุลาตกกระไดพลอยโจน จำต้องร้องออกแขกเท่าที่จำได้จากที่ดูลิเกมาตั้งแต่เด็ก ร้องไปเหลือบมองกีรณา มัทรีกับชาลีที่ยืนลุ้นอยู่ข้างเวทีไป

“นี่เธอทำอะไร ทำไมพี่ตุลย์ของฉันถึงไปออกแขกอยู่บนนั้น” หยกฟ้าหันไปโวยรสิตา

“จะไปรู้เหรอ ฉันเป็นเจ้าภาพนะ ผู้จัดการคณะเขาจัดใครมาเล่นก็เรื่องของเขาสิ!!” รสิตาทำเสียงแข็งใส่ แล้วทำเชิดไม่สนใจเสียงนกเสียงกาทั้งที่ใจเป็นห่วงมาก เพราะตุลาออกไปร้องออกแขกวกไปวนมา

กีรณาเริ่มหงุดหงิดบ่นกับมัทรีว่าทำไมไม่ร้องสักที มัวแต่เอๆๆอยู่นั่น งี่เง่าจริงๆ! มัทรีบอกว่าตุลาร้องไม่ได้ อย่าไปว่าเขาเลย กีรณาเลยจับไมค์ยัดใส่มือชาลีที่ยืนอยู่ข้างๆ ชาลีรับไมค์งงๆ

“งงอะไร ร้องสิพี่ชาลี!” กีรณาสั่งแล้วตะโกนบอกตุลา “นายตุลย์ เต้น!!!” แล้วเธอก็ทำท่าเต้นออกแขกไปตามที่ชาลีร้องพยายามให้เหมือนที่สุดเท่าที่จำได้

ตุลาเต้นโดกเดกเก้งก้าง รสิตากับหยกฟ้าอึ้ง ชาวบ้านมองตาค้าง เสี่ยฮุ่ยงงถามว่า

“นี่พวกแกทำอะไรกัน ทำไมเป็นอย่างนี้”

“นั่นสิ ไอ้หล่อมันไปไหน? อย่าบอกนะว่า...” ป้าไฝสงสัย

ที่แท้หล่อเห็นกัณหาถูกจับจึงเข้าไปช่วย ถูกเกลือกับน้ำตาลทำร้ายและจับไปขังไว้ด้วยกันที่ห้องเก็บของหลังห้องน้ำ! และเพิ่งมาบอกเสี่ยฮุ่ยตอนลิเกไม่มีคนออกแขกจนตุลาต้องไปเต้นแร้งเต้นกาแทน

เสี่ยฮุ่ยให้รางวัลเกลือกับน้ำตาลสองเท่า เพราะทำให้ลิเกวันนี้กลายเป็นเรื่องตลกขบขันตั้งแต่เริ่มออกแขก ชาวบ้านบางคนที่เส้นตื้นก็ขำกลิ้ง แต่บางคนที่จริงจังก็ไม่พอใจจะพากันกลับ

ooooooo

ไรวินทร์กำเครื่องประดับผมที่ชาลีเก็บได้ในห้องน้ำวิ่งไปทางห้องเก็บของ กำลังมองซ้ายมองขวา จ่าถวิลกับตำรวจอีกคนก็วิ่งเข้ามา ทุกคนบอกว่าไม่เจอกัณหา

ภายในห้องเก็บของ กัณหากับหล่อที่ถูกมัดมือมัดเท้าพยายามช่วยกันแก้เชือกที่มัด หล่อที่สลบอยู่ไม่ถูกมัดปาก จึงช่วยเอาผ้ามัดปากออกให้กัณหา และช่วยกันแก้เชือก ตรงไปเคาะประตูห้องเก็บของร้องขอความช่วยเหลือ

ไรวินทร์ได้ยินเสียง พอฟังชัดรู้ว่าหล่อกับกัณหาถูกขังอยู่ข้างใน จ่าถวิลกับตำรวจรีบวิ่งไปหาเครื่องมือมางัดประตู

กัณหาที่สะบักสะบอมจากการต่อสู้กับเกลือและน้ำตาลมาอย่างหนัก ล้มตึงหมดสติ หล่อร้องลั่น

“เฮ้ย! กัณหา?!! แกเป็นอะไรวะ?!”

ไรวินทร์ได้ยินเสียงหล่อร้อง ตกใจตะโกนถาม “อะไรนายหล่อ กัณหาเป็นอะไร!!”

ที่หน้าเวทีลิเก ชาวบ้านกลุ่มใหญ่ไม่พอใจการออกแขกมั่วๆของตุลา พากันโห่ร้องไล่ลงจากเวที กีรณาจะลุกไปลุย มัทรีรั้งไว้ ทันใดเสียงรสิตาก็ประกาศว่า

“ทุกคนหยุดโวยวายกันก่อนนะคะ นี่แค่เป็นการออกแขกแบบใหม่ที่คณะแก้วขวัญสร้างสรรค์ขึ้นมาตามคำขอของฉันที่เป็นเจ้าภาพ ถ้าไม่ชอบแค่บอกกันดีๆ ไม่ต้องโวยวาย”

หยกฟ้าที่หลงรักตุลาก็ทนไม่ได้ ลุกขึ้นประสานเสียงกับรสิตาปกป้องตุลาทันที

“ใช่ จะโวยก็โวยคนคิด อย่ามาโวยพี่ตุลย์ของฉันนะ!” ป้าไฝปรามหยกฟ้าว่าไปยุ่งอะไรกับเขาด้วย “ก็อย่ามาว่าพี่ตุลย์ของฉันสิ!! พี่ตุลย์ไม่ใช่นักแสดงลิเก เต้นเอวพริ้วได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว ว่าไหมล่ะ”

เสี่ยฮุ่ยผสมโรงทำเป็นชมแต่ด่าและยุชาวบ้านในทีว่า

“จริงอย่างที่นังหยกฟ้าว่านะ เอาเกษตรกรมาเต้นออกแขกได้ขนาดนี้ก็นับว่าบุญโขแล้ว ข้าว่าพวกเราควรทนดูต่อไป เอ๊ย...หมายถึงควรให้โอกาสคณะแก้วขวัญต่ออีกสักหน่อย อย่างน้อยก็ให้โอกาสนางเอกใหม่ของคณะนี้ได้เกิด”

ชิบที่เหมามาลัยเตรียมมาคล้องให้กัณหาก็ตะโกนให้ชาวบ้านนั่งลง บอกรสิตาว่า

“แล้วก็บอกให้เล่นต่อได้แล้ว ชิบอยากคล้องมาลัยให้นางเอกใหม่ใจจะขาดรอนๆ” ชิบมองไปบนเวทีตะโกน “เอ้า...แล้วคุณพี่ตุลย์ยืนเกะกะเวทีอยู่ทำไม คนเขาโห่ไล่แล้วก็ลงๆไปสิ!!”

เสี่ยฮุ่ยกับป้าไฝพึมพำกันอย่างสะใจว่า...“นี่คือหายนะดอกที่หนึ่ง!!”

ตุลาเดินไปหลังเวทีกระชากหนวดออก บอกกีรณาฉุนๆว่า

“ต่อไปก็ตาคุณ อย่าขึ้นไปเป็นตัวตลกบนเวทีล่ะ” พูดแล้วเดินออกไป

ตุลาเดินไปหลังเวทีอย่างพยายามสะกดอารมณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พอดีจ่าถวิลวิ่งมาหา ตุลาจึงนึกได้ว่าไรวินทร์ให้มาช่วยตามหากัณหากับหล่อ

“ครับ ตอนนี้เจอแล้ว...แต่...”

ตุลาดีใจมาก ถามจ่าถวิลว่า “แต่อะไรครับจ่า?!” แต่ยังพะวงกับลิเกจึงยืนลุ้นอยู่ข้างเวที

ooooooo

ลิเกยังต้องแสดงต่อไป...ดนตรีประโคมขึ้นอีกครั้ง ชาลีดัดเสียงทุ้มประกาศว่า

“และวันนี้...ลิเกแก้วขวัญ ขวัญประชา จะมาในท้องเรื่องจันทโครพ โดยจะมีนางโมราในผอบคนใหม่ นางผู้นั้นจะเป็นใครติดตามกันได้เลย...”

พอประกาศจบ ชาลีในชุดพระเอกก็รำออกมาอย่างสวยงาม กีรณาดูอย่างตื่นเต้น มัทรีกุมมือกีรณาให้กำลังใจ “ทำเต็มที่นะจ๊ะลูกแก้ว...”

ที่หน้าเวที เสี่ยฮุ่ยกับป้าไฝลุ้นอย่างรู้กันว่าจะมีนางเอกออกมาไหม ทันใดนั้นกีรณาเอามือปิดหน้า ม้วนตัวออกมา กลุ่มเสี่ยฮุ่ยมองตาเป๋งถามกันว่า “ใคร???” มีแต่ชิบที่หลับหูหลับตาเพ้อ...“น้องกัณหาๆๆ”

ระหว่างที่กีรณาม้วนตัวออกมานั้น เท้าเหยียบชายกระโปรงสะดุดคะมำ ทำให้เห็นหน้ากีรณาเต็มๆ ทุกคนตกใจ หยกฟ้าคำราม “ยัยลูกแก้ว!!”

“หัวหน้าคณะถึงกับลงมาเล่นเองเลยนะคะ ปรบมือหน่อย! เย้” รสิตาสร้างบรรยากาศ แต่ไม่มีเสียงตอบรับเลย รสิตาเลยเย้เก้อ...

กีรณาลุกขึ้นมาเล่นต่อเนียนๆอย่างมืออาชีพ เริ่มร้องลิเกแม้เสียงจะเพี้ยนแต่เธอก็ตั้งหน้าตั้งตาร้องจริงจัง

“สวัสดีค่ะพี่น้อง...ดิฉันเป็นน้องที่อยู่ในผอบ ใช้ชีวิตเหมือนกบ...วนอยู่ในผอบเหมือนอยู่ในกะลา...อยากออกข้างนอกมานานแล้ว...อยากออกมาแอ่วผู้ชาย...”

คนดูฟังแล้วหน้านิ่ว เริ่มส่งเสียงไม่พอใจ ตุลามองกีรณาด้วยความเป็นห่วงว่าจะรอดไหม? มัทรีพึมพำว่าเนื้อร้องไม่ใช่...

“น้องกัณหา...ไปไหน?...” ชิบร้องอย่างผิดหวังเริ่มงอแง

ส่วนป้าไฝกับเสี่ยฮุ่ยยิ้มอย่างสะใจว่านี่คือหายนะดอกที่สอง!!

ลิเกยังดำเนินไปตามท้องเรื่อง ดำน้ำบ้าง มั่วบ้าง จนถึงตอนที่จันทโครพถูกโจรฆ่าตาย และนางโมราก็คร่ำครวญโหยหวนตามท้องเรื่องลิเกบ้าง นอกบทผสมละครบ้าง ดนตรีก็ประโคมให้อึกทึกเข้าไว้ แต่ก็กลบเสียงไม่พอใจของคนดูไม่ได้ เสียงโห่เสียงตะโกนไล่ดังขึ้นทุกที ซ้ำปาไข่ใส่หน้ากีรณาด้วย

“มันจะเกินไปแล้วนะ ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย!!” มัทรีทนไม่ได้ ชาวบ้านยังตะโกนด่า หาว่าโกหกหลอกลวงคนดู หาคนเล่นไม่ได้ต้องเอาหัวหน้าคณะมาย้อมแมวขาย ยั่วยุว่าปาไข่ไม่พอต้องรองเท้าด้วย!

“ลองปาขึ้นมาดูซิครับ อาจต้องมีขึ้นโรงพักกันมั่ง!!” ตุลาทนไม่ไหวตะโกนขึ้น

ป้าไฝตะโกนแทรกสร้างกระแสด่าคณะลิเกว่า เล่นห่วยสะบัดไม่พอ ยังด่าเจ้าภาพว่าปกป้องคณะลิเกอีก กีรณาที่ทนโดนด่าอยู่นานทนไม่ไหวอารมณ์ระเบิดตอบโต้ว่า

“ฉันทำดีที่สุดแล้ว และก็ทำได้แค่นี้แหละ พวกคุณจะทำไม ดูฟรีแล้วยังจะพูดมากอีก!!”

ตุลาพยายามเตือน มัทรีติงว่าทำไมลูกแก้วพูดแบบนี้

ชาวบ้านรุมด่ากีรณาไม่พอ ยังด่าว่าไม่มีพ่อแม่สั่งสอนก็อย่างนี้แหละ ด่ามัทรีว่าหัดสั่งสอนบ้างไม่ใช่ปล่อยให้มาทำปู้ยี่ปู้ยำคณะอย่างนี้ ชาลีเห็นแม่ถูกด่าก็ออกมาโต้

แต่แทนที่ชาวบ้านจะหยุดกลับลามปามด่าไปถึงยายขวัญว่ารักหลานตามใจหลานจนเสียคน ทิ้งคณะลิเกที่ยายขวัญสร้างมาอย่างยากลำบากให้หลานดูแล ด่าว่ารักหลานไม่ลืมหูลืมตา ก็สมควรแล้วที่คณะแก้วขวัญ ขวัญประชาใกล้จะเจ๊ง!!

ตุลาปกป้องยายขวัญว่า ยายไม่ได้รักหลานจนไม่ลืมหูลืมตา ท่านมีเหตุผลในการตัดสินใจ

“เหตุผลคำเดียวก็คือโง่น่ะสิ ที่คิดให้หลานที่อวดดีแต่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อดูแลคณะลิเก” ชาวบ้านคนหนึ่งด่าสาดเสียเทเสีย ชี้กราดไปที่ชาวคณะด่าต่อ “พวกแกทุกคนก็โง่ที่ยอมเชื่อหัวหน้าคณะที่ไม่ได้เรื่องอย่างยัยนี่ สุดท้ายถ้าคณะแก้วขวัญเจ๊ง ก็ต้องสมน้ำหน้าแล้ว!!”

ถูกชาวบ้านรุมด่าลามปามถึงพ่อแม่และยายขวัญ กีรณาน้ำตารื้น แต่พยายามกลืนน้ำตาเข้าไป พูดแทรกขึ้นอย่างสุดทน

“ใช่ ฉันมันไม่ดี ฉันทำผิด ฉันมันเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แถมอวดดีอีกต่างหากและฉันกำลังจะทำให้คณะแก้วขวัญเจ๊ง!! มีอะไรอีกไหม ด่าฉันมาอีก ด่าฉันมาเลย สมน้ำหน้าฉันให้หนักๆ จะกระทืบฉันจมดินก็ได้แต่หยุดว่าคนอื่นเสียที!! หยุดว่าน้ามัทรี หยุดว่ายายขวัญ หยุดว่าทุกคน แน่จริงก็ด่าแต่ฉันคนเดียวสิ อย่าทำตัวเป็นพวกนักเลงพาลคนอื่นไปทั่ว!!”

ชาวบ้านโดนด่าว่าเป็นพวกนักเลง พาลก็ถอดรองเท้าปาขึ้นไปบนเวที ตุลากระโจนเข้าเอาตัวบังกีรณาไว้ กีรณาน้ำตาไหลพราก ทนฟังชาวบ้านที่ระดมด่ากันเสียงขรมไม่ไหววิ่งออกไปจากเวที

“ลูกแก้ว...ลูกแก้ว...” มัทรีร้องเรียกอย่างเป็นห่วงแล้วเป็นลมไป ชาลีประคองแม่ไว้ทัน

จ่าถวิลกับตำรวจอีกคนไปหาเครื่องมือเพื่อมาเปิดประตูช่วยกัณหากับหล่อในห้องเก็บของ แต่งัดแงะอย่างไรก็เปิดไม่ได้ ซ้ำกัณหาก็หมดสติไปแล้ว หมวดไรวินทร์ตัดสินใจใช้ปืนยิงกุญแจ

พอประตูเปิดออก หล่ออุ้มกัณหาส่งให้ไรวินทร์ เขาเรียกจนเธอรู้สึกตัว ไรวินทร์ถามว่าไหวไหม กัณหาพยักหน้าแต่เป็นลมไปอีกรอบ ไรวินทร์รีบส่งเธอไปโรงพยาบาล

มัทรีนอนให้น้ำเกลืออยู่ก่อนแล้ว กัณหานอนเตียงข้างๆ โดยมีไรวินทร์กับชาลีนั่งเฝ้าอย่างใกล้ชิด

ooooooo

กีรณาวิ่งไปร้องไห้ที่ศาลาริมน้ำวัดน้อย ตุลาตามไปด้วยความเป็นห่วง ปลอบจนเธอหลับฝันไปว่า ยายขวัญมาหา กีรณาโผกอดยายขวัญร้องไห้ขอโทษ

“ยายไม่เคยโกรธลูกแก้วเลย ไม่โกรธเลยจริงๆ แก้วตาดวงใจของยาย ลูกแก้วเหนื่อย อยากนอนพักใช่ไหม มา...นอนสิลูก ยายเป็นหมอนให้หนูเอง” ยายขวัญให้กีรณานอนหนุนตักจนหลับไปอย่างอบอุ่น

ในฝัน...กีรณานอนหนุนตักยายขวัญเหมือนคนหลงทางได้หลักยึด ยายขวัญเช็ดน้ำตาให้ลูกแก้วอย่างแสนรัก...

ที่แท้...กีรณานอนหนุนตักตุลาอยู่ เขาเช็ดน้ำตาที่เปื้อนแก้มให้อย่างอ่อนโยนทะนุถนอม

ทันใดนั้นรสิตาโทร.มา ตุลารีบรับสายกลัวกีรณาจะตื่น รสิตาโทร.มาบอกว่าทางตนเรียบร้อยแล้ว มัทรีกับกัณหาปลอดภัย รสิตาถามว่าแล้วกีรณาเป็นยังไงบ้าง เขาอยู่กับเธอใช่ไหม เมื่อตุลาตอบรับ รสิตานัดแล้วค่อยเจอกันที่บ้าน

พอวางสายจากตุลาแล้ว รสิตาหันกลับ เจอกุ๊กกับกิ๊กยืนมองอยู่ด้วยสายตาเว้าวอน เธอถามว่ามีอะไรเหรอ กุ๊กกับกิ๊กถามว่าคุณนายจะไม่ปรับพวกเราใช่ไหม รสิตาบอกว่าใช่ กุ๊กกับกิ๊กถามอีกว่า

“แล้วจะจ่ายค่าแสดงที่เหลือให้พวกเราด้วยใช่ไหมคะ” รสิตาบอกว่าถูกต้อง แฝดทั้งสองดีใจถาม “ทำไมคุณนายใจดีจัง เมื่อตอนกลางวันยังเขี้ยวอยู่เลย”

รสิตานึกได้กลับลำว่า งั้นไม่จ่ายและก็ขอปรับเป็นสองเท่าแล้วกัน กุ๊กกับกิ๊กโอดครวญว่าใจดำเมื่อกี้ยังใจดีอยู่เลย รสิตาถามว่าจะเอายังไงกันแน่เนี่ย?

“เอาอย่างที่คุณนายว่าแหละค่ะ ไม่ปรับ แล้วก็จ่ายเต็ม” เสียงไรวินทร์แทรกขึ้น เด็กสองคนดีใจ ไรวินทร์จึงชวน “ไป กลับบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวพี่ไปส่ง ป่านนี้พี่หล่อกับลุงเสริมคงขนของถึงบ้านแล้วล่ะ”

กุ๊กกับกิ๊กถามว่าแล้วน้ามัทรีกับพี่กัณหาล่ะ?

รสิตาแซวหมวดว่าไม่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงแล้วหรือ เขาบอกว่าพี่ชายเขาเฝ้าอยู่แล้ว ทั้งสองหัวเราะอย่างรู้กัน กุ๊กกับกิ๊กมองทั้งสองอย่างสงสัย...

ooooooo

ไอศูรย์แอบพบกับเนตรดาราในห้องโรงแรมหรู เธอรู้จากเขาว่ากีรณาถูกออกหมายจับ และบวรฤทธิ์ย้ำอย่างหมายมาดว่า ดาวขอให้ช่วยปิดข่าวนี้ แต่ตำรวจก็ช่วยเต็มที่ ตนจะต้องได้ตัวกีรณามา

เนตรดาราทำทีสงสารกีรณาที่เป็นซุปตาร์ตกสวรรค์ซ้ำยังต้องกลายเป็นนักโทษหนีคดีอีกด้วย

“จริงๆก็ทำตัวเองทั้งนั้น ถ้ายอมป๋าไปตั้งแต่แรกชีวิตก็คงไม่เป็นแบบนี้”

“เขาเรียกว่าเป็นกรรมค่ะ แต่เนตรเชื่อนะคะ ว่ากรรมมันจะไม่หยุดแค่นี้แน่ คนอย่างพี่แกรนด์ ทำคนอื่นไว้เยอะ ก็ยังต้องโดนกลับอีกเยอะ!!!”

เนตรดาราแสดงความเห็นใจ แต่แววตาร้ายกาจ ไอศูรย์มัวแต่ดื่มไวน์นัวเนียเนตรดาราเลยไม่เห็นแววตา ร้ายกาจของเธอ...

ooooooo

ที่บริษัท V-vip Mo ของดาว อดีตผู้จัดการของแกรนด์กีรณา วันนี้มีนักข่าวไปดักรอสัมภาษณ์เรื่องแกรนด์ถูกออกหมายจับ ถามว่าตอนนี้แกรนด์หายไปไหน

คุณดาวไม่รู้จริงๆหรือจงใจช่วยกันปกปิด?

ดาวถามทุกคนในบริษัทว่าใครเป็นคนพูด

เรื่องนี้ไปเข้าหูนักข่าว เมื่อถามแล้วไม่มีใครยอมรับ ดาวกำชับว่าไม่ใช่พวกเรากันเองปล่อยข่าวก็แล้วไป ปรามทุกคนว่า

“ฉันเกลียดที่สุดคือการที่เห็นคนล้มแล้วไปกระทืบเขาซ้ำ อยากให้ทุกคนจำไว้ให้ดีว่า ก่อนหน้านี้เงินเดือนที่พวกเธอได้กว่าครึ่งมาจากน้ำพักน้ำแรงของแกรนด์ กีรณา ที่ทำเงินมหาศาลเข้าบริษัท หล่อเลี้ยง V-vip Mo และทุกคนให้เติบโต มีกินมีใช้ เพราะฉะนั้น จะทำอะไรก็อย่าแล้งน้ำใจให้มันมากนัก!”

เนตรดาราไปหานุ่มนิ่มที่มุมพักในบริษัท พูดอย่างไม่พอใจว่า พี่ดาวเป็นห่วงแกรนด์มาก ไหนว่าจะหมดสัญญากันแล้ว จึงรู้จากนุ่มนิ่มว่า ดาวกับแกรนด์รักกันมากเพราะร่วมสู้และสร้างบริษัทมาด้วยกัน

ฝ่ายบวรฤทธิ์ดูข่าวทีวีรู้ว่าแกรนด์ถูกออกหมายจับ และดาวผู้จัดการก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถามทุกข้อของนักข่าว มีแต่เนตรดาราที่ให้สัมภาษณ์ว่าตนไม่รู้เรื่องแกรนด์ถูกออกหมายจับ แต่ถ้าแกรนด์ไม่กลัวความผิดออกมารับความจริงก็ไม่น่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างนี้ บวรฤทธิ์ฟังแล้วโมโหปิดทีวีทันที

บวรฤทธิ์ถามไอศูรย์ว่าเผลอพูดเรื่องนี้กับใครหรือเปล่า ไอศูรย์ยืนยันว่าไม่มี บวรฤทธิ์จึงสั่งให้ไปตามตัวแกรนด์กีรณามาให้ตนให้ได้ ไม่ว่าวิธีไหน! ไอศูรย์จึงให้เดชไปจัดการ

หลังจากเกิดความวุ่นวายที่เวทีลิเกและกีรณาหลับฝันถึงยายขวัญ ตื่นมาเล่าให้ตุลาฟัง เขารู้สึกดีที่เธอเริ่มมีความรู้สึกดีต่อยายขวัญ กีรณาบอกว่าตนไม่ได้เกลียดยายแต่โกรธที่ยายให้ตนไปอยู่กับอาดาโดยไม่ถามความสมัครใจของตนสักคำ รู้สึกเหมือนยายผลักไสตนไปให้พ้น

ตุลาบอกว่ายายขวัญรักเธอมาก สักวันหนึ่งเธอจะรู้ เลิกอคติกับยายได้แล้ว

กุ๊กกับกิ๊กมาชวนกีรณาให้ไปเยี่ยมน้ามัทรีกับพี่กัณหา กีรณาจึงไปร้องเรียกตุลาให้ไปส่งกุ๊กกับกิ๊กหน่อย เปี๊ยกมาบอกว่าตุลาไม่อยู่ไปส่งพี่สาวคนสวยตั้งแต่เช้าแล้ว กีรณาถามว่าเขามีพี่ด้วยหรือ เปี๊ยกบอกว่าไม่ใช่พี่สาวหรอกแต่เป็นเพื่อนสนิท สวยมากเห็นว่ามาจากกรุงเทพฯคงมาเที่ยวอ่างทอง เมื่อคืนก็นอนค้างกับพี่ตุลย์ ที่นี่ด้วย

กีรณาชักสีหน้าถามว่านอนค้างกับตุลย์?! เปี๊ยกยิ้มระรื่นบอกว่าใช่ คงเป็นเพื่อนสนิท

กีรณาใจเต้นโครมคราม เจ็บจี๊ดที่หัวใจราวกับกำลังจะแตกสลาย จับที่หัวใจร้องเบาๆ...

“โอ๊ย...ทำไมเจ็บ...”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement