วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักหลงโรง ตอนที่ 5


18 ก.ย. 2560 07:52
471,464 ครั้ง

รักหลงโรง ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

รักหลงโรง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ญนันทร

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนงา / หลี่เจิน

กำกับการแสดงโดย:

ปิยะพงษ์ คำภากุล

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

ยิ่งใกล้เวลาแสดง คนก็ทยอยกันมา ต่างหาที่ปูเสื่อกันคึกคัก พลันก็มีเสียงเอะอะเมื่อชิบเดินแหวกคนเข้ามาอย่างกร่าง ทุกคนหันมอง...แหม...มันแต่งหล่อหมาเหลียวมาเชียว

ที่หลังเวที กีรณายืนมองรูปยายขวัญนิ่ง พูดกับรูปว่า...

“หนูทำ เพราะไม่อยากให้ใครมาดูถูกว่าหนูไม่มีความสามารถ หนูไม่ได้ทำเพราะอยากทำ ถ้ายายจะเอาใจช่วยก็เอาใจช่วยคนอื่น หนูไม่เอา เพราะกำลังใจหนูดีมากอยู่แล้ว!”

กีรณาบอกกล่าวแล้วเดินคอแข็งออกไป มัทรีที่ยืนมองอยู่ก่อนแล้วถอนใจที่จนนาทีนี้กีรณาก็ยังมีอคติกับยายขวัญอยู่...

ที่หน้าเวที มีขี้เมากลุ่มหนึ่งมาตั้งวงกินเหล้ากันเอะอะโวยวายไม่พอ ยังไปยืนฉี่ที่หน้าเวทีอีก กัณหา เข้าไปห้ามก็ถูกท้าทาย กัณหาฉุนขาดโดดถีบยอดอกหงาย ไม่เป็นท่า พรรคพวกที่ก๊งกันอยู่วงแตกทันที

คืนนี้ หมวดไรวินทร์กับตุลาคุยกันที่ห้องทำงาน ของหมวดที่สถานีตำรวจ ดูข้อมูลปัญหาที่เกิดกับแกรนด์ กีรณาเรื่องเสพยา หมวดบอกว่าดูจากรายชื่อแขก ที่มาร่วมงานแล้วมีอยู่สองสามคนที่น่าสงสัย

ตุลาบอกว่าส่วนใหญ่จะเป็นพวกไฮโซตัวแม่ที่ชอบออกงานสังคม หมวดชี้ว่า จะมีที่เป็นดาราเหมือนกับคุณแกรนด์ที่อยู่ในงานสองคน และที่สำคัญรู้มาว่ามีเรื่องไม่ค่อยจะลงรอยกับหนึ่งในนั้น

“ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง” ตุลาชี้ หมวดพยักหน้าว่าเป็นไปได้

คุยงานเสร็จหมวดชวนไปหาข้าวกินกัน ชวนจ่าถวิลไปด้วย จ่าขอตัวเพราะเมียรอกินข้าวอยู่ที่บ้านบอกว่าหมวดมีครอบครัวเสียจะได้กินข้าวที่บ้าน หมวดร้องเฮ้ย...พูดอย่างกับหาได้ง่ายๆ ตุลาเลยถามหยั่งว่าสเปกของหมวดเป็นยังไง ห้าวๆอะไรแบบนี้ไหม

“เฮ้ย...ผมชอบผู้หญิงเรียบร้อย พูดเพราะ แบ๊วๆใสๆ” หมวดรีบปฏิเสธ

ooooooo

พวกขี้เมารุมกันเข้ามาเล่นงานกัณหา เนากับศรีเห็นดังนั้นก็วิ่งไปช่วย พวกนักเลงไม่รู้มาจากไหนสี่ห้าคนวิ่งเข้ามาช่วยพวกขี้เมา เลยกลายเป็นตะลุมบอน กันกลุ่มใหญ่

ชาลีกับมัทรีเข้าไปช่วยกัณหา กีรณากลัวๆกล้าๆ แต่ก็เข้าไปช่วย ส่วนชิบแต่งหล่อหมาเหลียวหัวหดหลบอยู่หลังรถเข็นขายปลาหมึกย่าง แต่ยังทำปากกล้าว่าใครทำร้ายน้องกัณหาต้องข้ามศพตนไปก่อน นักเลงหมั่นไส้สะอึกเข้าไปหา ชิบเลยแกล้งตายให้มันข้ามตัวเองไป

กุ๊ก กิ๊ก กับเปี๊ยกเห็นพ่อแม่พี่ป้าน้าอาสู้กับพวกนักเลงก็รวมตัวกันจะเข้าช่วย ศรีบอกให้ไปลุยชิบที่หลบอยู่ ทั้งสามร่วมกับศรีรุมชิบจนฟุบ กุ๊กกับกิ๊กถามว่าเราตีเขาทำไม ศรีบอกว่าหมั่นไส้และสบโอกาส

ที่หน้าเวทียังตีกันเละ เปี๊ยกเห็นนักเลงชักมีดออกมา ถามศรีว่าทำไงดีแม่! ศรีบอกให้ไปตามคนมาช่วย เปี๊ยก กุ๊กกับกิ๊กวิ่งอ้าวออกไป เจอตุลากับไรวินทร์ที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่งพอดี พอทั้งสองรู้ก็รีบไปทันที

กีรณาสู้ไปก็ดูเวทีลิเกไป ทุกอย่างพังพินาศหมด ความแค้นทำให้คว้าดาบไม้ของลิเกเข้าสู้กับนักเลงที่มีมีด ถูกมันฟันดาบไม้หักไม่เป็นท่า

“ปัง!!!” เสียง​ปืน​ดัง​ขึ้น ทุก​คน​ชะงัก​กึก เสียงจ่า​ถวิล​ประกาศ​กร้าว “หยุด! นี่​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ!!” พวก​นักเลง​หนี​กัน​กระเจิง ตำรวจ​วิ่ง​ตาม​ไล่​จับ​จ้าละหวั่น

กีรณา​ยืน​มอง​เวที​ลิเก​ที่​ตน​ตั้งใจ​ทำ​อย่าง​ดี​ที่สุด บัดนี้​สภาพ​ไม่​ต่าง​กับ​กอง​ขยะ เธอ​แทบ​หมด​แรง ตุลา​เห็น​แล้ว​สงสาร เห็นใจ

ชิบ​ที่มา​อย่าง​หล่อ​หมา​เหลียว กลับ​ไป​อย่าง​หมา​ไม่​แล พอ​เสี่ย​ฮุ่ย​เห็น​สภาพ​ลูก​ชาย​หัวแก้วหัวแหวน ​รู้​ว่าถูก​รุม​มา​ก็​เจ็บใจ สั่ง​เกลือ​กับ​น้ำตาล​ให้​พา​ไป​ทำ​แผลด่า​เกลือ​กับ​น้ำตาล​ว่า

“ทีหลัง​บอก​หมาหมู่​ให้​ดู​ตา​ม้า​ตา​เรือ​หน่อย​นะ”

“แต่​แหม...แลก​กับ​การ​เจ็บ​ตัว​ของ​พ่อ​ชิบ​นิดหน่อย กับ​ลิเก​คณะ​แก้ว​ขวัญ​หมดตัว​เนี่ย ฉัน​ว่า​คุ้ม​นะ”

ป้า​ไฝ​หัวเราะ​สะใจ เสี่ย​พลอย​ยิ้ม​ไป​ด้วย

ooooooo

ตำรวจ​จับ​นักเลง​กับ​ขี้​เมา​ไม่ได้​สัก​คน กีรณา​ถาม​ว่า​แล้ว​โรง​ลิเก​ตน​เป็น​แบบ​นี้​ใคร​จะ​รับผิดชอบ!

กีรณา​เห็น​สภาพ​เวที​ลิเก​แล้ว​แทบ​จะ​ร้องไห้ พลัน​ก็​ถูก​พวก​พ่อค้า​แม่​ค้า​มา​ถาม​ว่า​ข้าวของ​พวก​ตน​เสียหาย​หมด​ใคร​จะ​รับผิดชอบ! กีรณา​บอก​ว่า​ตน​ไม่ได้​เป็น​คน​เริ่ม​

ให้​ไป​เรียก​ร้อง​เอา​กับ​พวก​ที่มา​ก่อ​เรื่อง​ พวก​พ่อค้า​แม่​ค้า​ถาม​ว่า​จับ​ไม่ได้​สัก​คน​แล้ว​จะ​เอา​กับ​ใคร กีรณา​โบ้ย​ให้​ไป​เอา​กับ​ตำรวจ

“เอาอย่าง​นี้​นะ​ครับ” หมวด​รับ​ลูก “เดี๋ยว​ให้​ทาง​คุณ​ลูกแก้ว​แจ้งความ​ไว้​ก่อน เรา​จะ​ตาม​ตัว​คน​ก่อ​เหตุ​ให้​มา​รับ​โทษ​และ​ชดใช้​ค่าเสียหาย”

บรรดา​พ่อค้า​แม่​ค้า​โวยวาย​ถาม​ว่า​ชาติ​ไหน​ถึง​จะ​จับ​ได้ พวก​ตน​ต้อง​เลี้ยง​ครอบครัว​พ่อ​แม่ เมื่อ​ไม่​มีทุน​ไม่​มี​ของ​ขาย จะ​ให้​รอ​ ไม่​อด​ตาย​กัน​หมด​หรือ กีรณา​กับ​กัณ​หา​อึ้ง หยก​ฟ้า​ก็​แทรก​ขึ้น​อย่าง​หงุดหงิด​ว่า

“โอ๊ย...จะ​เอา​ไง​ก็​เอา​เร็วๆเหอะ ตกลง​คืน​นี้​จะ​ได้​ค่าตัว​หรือ​เปล่า​เนี่ย!”

กีรณา​คิดถึง​ค่า​จ้าง ลิ่ว​ไป​หา​สน​เจ้าภาพ​คืน​นี้ สน​ถาม​ว่า​จะ​จ่าย​ได้​ยัง​ไง ร้อง​ก็​ยัง​ไม่ได้​ร้อง​สัก​แอะ ตุลา​ไกล่เกลี่ย​ว่า​ให้​จ่าย​สัก​ส่วน​ได้​ไหม​เพราะ​ทาง​คณะ​ได้​จ่าย​ไป​ก่อน​แล้ว สน​ยืนยัน​ไม่​จ่าย ตุลา​บอก​ว่า​ก็​แค่​ขอ​ความ​เห็นใจ ทาง​คณะ​ก็​เสียหาย​ไป​เยอะ จับ​คนร้าย​ก็​ยัง​ไม่ได้

“ก็​อยาก​หน้า​ใหญ่​เอง ช่วย​ไม่ได้ แล้ว​เป็น​ยัง​ไง” มั่น​หัวหน้า​คณะ​หมอลำ​แทรก​ขึ้น

“ฉัน​รู้​แล้ว!!” กีรณา​โพล่ง​ขึ้น แล้ว​สาธยาย​ว่า เพราะ​ตน​มา​แย่ง​ที่​ของ​คณะ​หมอลำ ตา​ลุง​นี่​เลย​จ้าง​คน​มา​ป่วน​โรง​ลิเก​ตน ถูก​มั่น​ด่า นัง​บ้า!

กีรณา​ยืนยัน​ว่า​เป็น​ฝีมือ​ของ​มั่น ตุลา​แก้​ให้​ว่า​พี่​เขา​คง​ไม่​ทำ​อย่าง​นั้น​หรอก ถูก​กีรณา​ด่า​ว่า​อย่า​มา​โลก​สวย มั่น​ปราม​ว่า

“อย่า​มา​ดูถูก! ต่อ​ให้​ข้า​ไม่​ชอบ​ขี้หน้า​เอ็ง​แต่​ข้า​ไม่​ใช่​คน​ที่​ยอม​แลก​ศักดิ์ศรี​กับ​ความ​สะใจ ไม่​อย่าง​นั้น​คณะ​หมอลำ​ของ​ข้า​ไม่​มี​ทาง​อยู่​ได้​มา​จน​ป่านนี้ ถ้า​เอ็ง​ไม่​เลิก​นิสัย​หน้า​ใหญ่​ใจโต ความ​คิด​คับแคบ​ไม่​มี​วัน​ที่​เอ็ง​จะ​เจริญ​ต่อ​ไป มัน​จะ​ไม่​ใช่​แค่​โรง​ลิเก​ที่​พัง แต่​คณะ​เอ็ง​ทั้ง​คณะ​นั่นแหละ​จะ​พัง เพราะ​คน​อย่าง​เอ็ง มัน​ดูแล​รักษา​อะไร​ไม่​เป็น!” ด่า​แล้ว​มั่น​เดิน​ออก​ไป​เลย สน​ก็​ส่าย​หน้า​แล้ว​เดิน​ไป​อีก​ทาง

กีรณา​นั่ง​อย่าง​หมด​แรง ตุลา​มอง​นิ่ง เธอ​ประชด​ว่า​อยาก​ด่า​อะไร​ก็​ด่า ด่า​มา​ทีเดียว​เลย เขา​บอก​ว่า​ไม่​มี​แรง​ด่า อีกอย่าง​พวก​เขา​ก็​พูด​ไป​หมด​แล้ว เธอ​มอง​หน้า​ถาม​ว่า “นาย​เห็น​ด้วย?” พอ​ตุลา​ทำ​เสียง​อืม...กีรณา​ก็​นั่ง​คอตก

พวก​พ่อค้า​แม่​ค้า​ยัง​กดดัน​ให้​ทาง​คณะ​รับผิดชอบ​ค่าเสียหาย ขู่​ว่า​ถ้า​ไม่​จ่าย​จะ​แจ้งความ ไม่​จ่าย​อีก​ก็​จะ​ฟ้อง​สถานี​โทรทัศน์​ประจาน​ไป​ทั่ว​ประเทศ

กีรณา​กับ​ตุลา​เดิน​มา​ได้ยิน​พอดี กีรณา​ถึง​กับ​หน้าซีด เข้าไป​หามัท​รี​ถาม​ว่า​เจ้าภาพ​ว่า​ไง?

“เขา​ไม่​จ่าย แต่​ฉัน​จะ​ชดใช้​ค่าเสียหาย​และ​ค่า​เสีย​เวลา​ให้​กับ​ทุก​คน​เอง”

ตุลา​ดีใจ​ที่​เธอ​กล้า​แสดง​ความ​รับผิดชอบ

มัท​รี​ปรารภ​กับ​ลูกๆขณะ​ทำ​อาหาร​อยู่​ใน​ครัว​ที่​บ้าน​ว่า​เห็นใจ​ลูกแก้ว กัณ​หาบ​อก​ว่า​มัน​เป็น​หน้าที่​ของ​เขา​อยู่​แล้ว

“เงิน​ก็​เงิน​ยืม​พ่อ​ตุ​ลย์​เขา​มา เอา​มา​ลงทุน​ให้​คณะ ไอ้​ที่​เหลือ​ก็​จ่าย​ค่าเสียหาย ค่าตัว​เด็กๆมัน​หมด ไหน​จะ​ค่า​ซ่อม​ฉาก​อีก​จิปาถะ นี่​เท่ากับ​ทุน​หาย​กำไร​หด ไม่​ใช้​หนี้​หัว​บาน​เหรอ​วะ” มัท​รี​เห็นใจ

ชา​ลี​ถาม​ว่า​เรา​ช่วย​อะไร​ลูกแก้ว​ได้​บ้าง​ไหม กัณหาบ​อก​ว่า

“พี่ ฉัน กับ​แม่ ไม่​รับ​ค่าตัว​เมื่อ​คืน​ก็​ช่วย​แล้ว​ไง”

“แต่​ลูกแก้ว​เป็น​คนใน​ครอบครัว​เรา​นะ​กัณ​หา เขา​เป็น​หนี้​ก็​เพราะ​เอา​มา​ช่วย​พวก​เรา ทิ้ง​ให้​เขา​เครียด​อยู่​คน​เดียว​จะ​ดี​เหรอ?” มัท​รี​ติง

จังหวะ​นั้น​เอง กุ๊ก​กับ​กิ๊ก​ก็​โผล่​หน้า​มา​บอก​ว่า พี่​ลูกแก้ว​ให้​ทุก​คน​ไป​ประชุม​โดย​พร้อมเพรียง​กัน​ตอน​บ่าย​สอง กัณ​หา​บ่น​อย่าง​เหนื่อย​ใจ​ว่า

“มี​เรื่อง​อีก​แล้ว​แหงๆ”

ooooooo

กีรณา​เรียก​ประชุม​แจ้ง​ว่า​จะ​ยกเลิก​การ​แสดง​ทั้งหมด เพราะ​ฉาก​ขาด ​เครื่องดนตรี​พัง ไฟ​แตก​หลาย​ดวง หยก​ฟ้า​โวย​ทันที​ว่า​ไม่​เล่น​แล้ว​พวก​ตน​จะ​เอา​อะไร​กิน!?

มัท​รี​ขอ​ให้​ทุก​คน​ใจเย็นๆ เรา​เป็น​อย่าง​นี้​ชั่วคราว​เท่านั้น หยก​ฟ้า​ถาม​นาน​แค่​ไหน ช่วง​นี้​ยัง​ไม่​ถึง​หน้า​เก็บเกี่ยว​ด้วย ราย​ได้​เสริม​พวก​เรา​จะ​เอา​จาก​ที่ไหน คน​อื่น​ก็​ผสมโรง​โวย​กัน​เซ็งแซ่

“ไหว​หรือ​ไม่​ไหว ฉัน​ก็​ทำได้​เท่า​นี้​แหละ เมื่อ​คืน​ฉัน​จ่าย​ทุก​อย่าง ทั้ง​ค่าเสียหาย ทั้ง​ค่าตัว​ของ​ทุก​คน​ไป​หมด​แล้ว ตอน​นี้​ฉัน​หมดตัว ทำ​อะไร​ไม่ได้​ทั้งนั้น ถ้า​อยาก​ให้​กลับ​มา​รับ​งาน​ได้​ไวๆก็​ช่วย​กัน​ซ่อม​ฉาก ​ซ่อม​ชุด ซ่อม​เครื่องดนตรี​ให้​ดี​ขึ้น​ไวๆก็​แล้วกัน”

“ทำไม​พูด​ง่ายๆอย่าง​นี้​ล่ะ” หยก​ฟ้า​ตะโกน

“โธ่​เอ๊ย...นี่​ไง​ผล​ของ​การ​เอา​คน​โง่​แต่​อวด​ฉลาด​มา​เป็น​ผู้จัดการคณะ...ฮี่​โธ่!”

“พอได้​แล้ว​หยก​ฟ้า!!” กัณ​หา​แทรก​ขึ้นเสียง​เข้ม “เอา​เวลา​ด่าทอ​ดูถูก​กัน​ไป​ซ่อม​ฉาก​อย่าง​ที่​ยัย​ลูกแก้ว​ว่า​ดี​กว่า ถ้า​อยาก​มี​งาน​ก็​หุบปาก​แล้ว​ก็​ช่วย​กัน​ลงมือ​ทำ”

หยก​ฟ้า​เห็น​กัณ​หา​เอาจริง​ก็​เงียบ มัท​รี​กับ​ชา​ลี​มอง​กัณ​หา​อึ้งๆ เป็น​ครั้ง​แรก​ที่​กัณ​หา​เข้า​ข้าง​กีรณา

เมื่อ​ถูก​ด่าก็​ทำให้​ได้สติ กีรณา​ไป​หา​ตุลา​ที่​บ้าน​แต่​ไม่​แน่ใจ​ว่า​เขา​จะ​ให้​ยืม​เงิน​อีก​ไหม นึกถึง​คำ​ด่า​ของ​หยก​ฟ้า​ที่​ว่า “นี่​ไง...ผล​ของ​การ​ให้​คน​โง​่แต่​อวด​ฉลาด​มา​เป็น​ผู้จัดการ​คณะ” ยัง​ก้อง​ซ้ำๆอยู่​ใน​ความรู้สึก

“ใช่ เรา​มัน​โง่...โง่​จริงๆ!” กีรณา​ด่า​ตัว​เอง​อย่างเจ็บ​ช้ำ!

เมื่อ​ไป​ถึง​บ้าน​ตุลา หา​เขา​ไม่​เจอ เดิน​หา​จน​มา​เจอ​เขา​หลับ​มี​หนังสือ​กฎหมาย​วาง​อยู่​ข้าง​ตัว ใบหน้า​เขา​ยัง​เขียว​ช้ำ​เพราะ​ชก​ต่อย​กัน​เมื่อ​คืน เห็น​เขา​หลับ​ลึก​อย่าง​อ่อนเพลีย​เธอ​เลย​ไม่​ปลุก เดิน​ออก​ไป พอดี​ตุลา​ลืมตา​เห็น​เรียก​ไว้

“นึก​ว่า​ตาย​ไป​แล้ว​ซะ​อีก นอน​อืด​เชียว” กีรณา​พูด​แก้เกี้ยว

“ไกล​หัวใจ แค่​โดน​ต่อย​โดน​เตะ​ผม​ไม่​ยอม​ตาย​หรอก ผม​มัน​พวก​หนัง​เหนียว ความ​อดทน​สูง ไม่​ท้อแท้​ท้อถอย​ง่ายๆ”

“ไม่​ต้อง​มา​พูด​กระแทก​ฉัน​หรอก” ตุลา​แหย่​ว่า​รู้​ด้วย ฉลาด​นะ​เนี่ย “ฉลาด​สิ ฉลาด​มาก​ด้วย ฉลาด​จนคิด​อะไร​ไม่​ออก​เลย​ตอน​นี้ สงสัย​ฉัน​จะ​ทำ​คณะ​เจ๊ง​จริงๆเสีย​ละ​มั้ง”

กีรณา​ก้มหน้า​เศร้า ตุลา​รู้สึก​เห็นใจ​ขึ้น​มา เพราะ​ไม่​เคย​เห็น​เธอ​ใน​มุม​นี้ ยิ่ง​เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​ท้อง​เธอ​ร้อง​ก็​ยิ่ง​สงสาร กีรณา​ถาม​ว่า​มี​อะไร​ให้​กิน​ไหม เจอ​เรื่อง​แย่ๆตั้งแต่​เมื่อ​คืน ยัง​ไม่​มี​อะไร​ตก​ถึง​ท้อง​เลย

ตุลา​บอก​ว่า​ข้าว​น่ะ​มี​แต่​ไม่​มี​กับ บอก​ว่า​เดี๋ยว​จะ​ลอง​หา​แถว​นี้​ดู กีรณา​มอง​อย่าง​สงสัย​ว่า​เขา​จะ​ไป​หา​อะไร​มา​ทำ​กับข้าว​ให้​กิน

ตุลา​พา​กีรณา​ไป​เก็บ​ดอก​โสน​มา​ผัด​น้ำมัน​หอย​ให้​กิน เธอ​ชวน​เขา​กิน​ด้วย​กัน ยอม​รับ​ว่า​ตน​อยาก​มี​เพื่อน ตุลา​เห็น​แวว​ตา​ที่​เหงา​เศร้า​ของ​เธอ จึง​ไป​คด​ข้าว​มา​กิน​เป็น​เพื่อน...

ooooooo

วัน​นี้เนตร​ดารา​มี​ถ่าย​ละคร ระหว่าง​ที่​เธอ​ทำ​งาน โทรศัพท์​อยู่​ที่​นุ่มนิ่ม มีเสียง​ไลน์​และ​เสียง​โทร.​เข้า​มา​ไม่ได้​หยุด

ระหว่างนั้นโรสิตาเพิ่งเดินเข้ามาเพราะมีคิวบ่าย เนตรดาราพักพอดี ทั้งสองทักทายกันยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ในใจตรงกันข้าม ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเนตรดาราดังขึ้นอีก นุ่มนิ่มเอามาให้ดู

เนตรดารารับโทรศัพท์ไปดูหน้าจอแล้วหน้าตึง เพราะเป็นสายจากบวรฤทธิ์ ส่งโทรศัพท์ให้นุ่มนิ่มถือไว้ครู่เดียวก็โทร.มาอีก ขึ้นหน้าจอว่า “Boss” นุ่มนิ่มยื่นโทรศัพท์ให้

เนตรดารารับโทรศัพท์จากนุ่มนิ่ม สีหน้าตึงแต่ทักเสียงหวาน...“ฮัลโหล...ค่ะท่าน” พอปลายสายถามเสียงไม่พอใจว่าทำไมไม่รับสาย เนตรดาราก็ถือโทรศัพท์เดินห่างออกไปคุย

บวรฤทธิ์สั่งให้คืนนี้ให้มาหา ตนรู้เวลาเลิกกองของเธอแล้ว เนตรดาราตอบเสียงหวานว่า ดีใจที่ท่านอยากเจอตน แต่พอตัดสายก็จิกตาพึมพำ “ไอ้แก่ตัณหากลับ ฉันอยากให้แกหัวใจวายตายไปเลยจริงๆ”

“มันอยากให้ใครตาย?!” โรสิตาเงี่ยหูฟังอยู่สงสัยมาก

ooooooo

พอบวรฤทธิ์วางสายจากเนตรดารา ไอศูรย์ที่ฟังอยู่ถามว่าป๋ายังไม่เบื่อดาราหน้าหวานคนนี้อีกหรือบวรฤทธิ์บอกว่าตอนนี้เนตรดารากำลังขึ้นแท่นเป็นของเล่นราคาแพง มีไว้ประดับบารมีก็ไม่เสียหาย

“แสดงว่าป๋าไม่ต้องการนังแกรนด์ กีรณาแล้ว”

“ใครว่า นังแกรนด์นั่นมันยิ่งกว่าอยากได้ เพราะมันไม่ใช่แค่ของเล่น แต่มันคือคนที่ฉันแค้น! ถ้าจับมันได้ละก็ นอกจากจะปู้ยี่ปู้ยำให้หนำใจแล้ว ฉันจะส่งมันไปขาย ให้มันกลายเป็นนางเอกจอตู้ นางเอกคู่อ่างน้ำไปตลอดชีวิต... เออ...แล้วเรื่องไปเอาของคืนถึงไหนแล้ว”

ไอศูรย์บอกว่ากำลังดำเนินการอยู่ ไม่เกินสองวันนี้แน่ บวรฤทธิ์บอกว่าอย่าช้านักปลายทางเขารอปล่อยของอยู่ ชักช้าจะชวดเงินก้อนใหญ่

คืนนี้ไอศูรย์โทรศัพท์สั่งลูกน้องให้เอาของที่ป๋า ต้องการออกมาให้ได้ ต้องไม่มีคำว่าผิดพลาดอีก ขณะนั้นเอง เนตรดาราเพิ่งออกจากห้องของบวรฤทธิ์จะกลับ ออกมาเจอไอศูรย์ก็หยุดมอง อ่อยไอศูรย์ต่อ ทำทีจะเป็นลม พอไอศูรย์เข้าประคองก็ยั่วยวน ออดอ้อนว่าตนไม่เป็นอะไร พักผ่อนน้อยเท่านั้น

เนตรดาราค่อยๆออกจากอ้อมอกของไอศูรย์เดินระทวยไปขึ้นรถที่บวรฤทธิ์จัดไปส่ง ไอศูรย์มองตามอย่างรู้สึกแย่ที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรที่อยากทำได้

ooooooo

ฝ่ายกีรณาพอกินอิ่มมีแรง ก็เอ่ยปากให้ตุลาช่วยขอยืมเงินมาเพิ่มให้ตนได้ไหม ตุลาตอบทันทีว่าไม่ได้ ให้ใช้ของเก่าพร้อมดอกเบี้ยก่อน ใกล้ถึงกำหนดงวดแรกแล้วด้วย

กีรณาโอดครวญถึงความยากลำบากเวลานี้ แทนที่ตุลาจะใจอ่อนกลับถามเหี้ยมว่า รู้ไหมว่าเจ้าหนี้ของเธอเป็นใคร กีรณาทำตาใสบอกไม่รู้

“ใครๆก็เรียกแกว่า เจ๊เลือดเดือด! ใครเบี้ยวไม่จ่ายค่างวดแกเอาถึงตาย”

“เฮ้ย แล้วทำไงล่ะ ฉันยังตายไม่ได้” กีรณาอ้างว่าตนยังตกเป็นจำเลยของสังคม ยังต้องพิสูจน์ตัวเองว่าบริสุทธิ์ คณะลิเกก็ยังลูกผีลูกคน ถ้าตนตายไปก็คงตายตาไม่หลับเป็นผีมีห่วง แต่พอตุลาบอกว่าตนก็จนปัญญา เธอก็ฮึดขึ้นมาบอกว่า “ไม่เป็นไร ฉันจะพยายามหาทางดู” ขอบคุณสำหรับข้าวกับดอกโสนผัดน้ำมันหอยแล้วเดินออกไปเลย

คืนนี้กุ๊กกับกิ๊กได้ยินกีรณาถอนใจเฮ้อๆนอนไม่หลับ สองคนปรึกษากันว่าจะไม่ไปโรงเรียนเพื่อลดภาระของครอบครัว พอมัทรีรู้ก็สะเทือนใจนึกถึงชาลีเมื่อ

สองปีก่อนที่เลิกเรียนอ้างว่าขี้เกียจ

“ชาลีเอ้ย...แม่ขอโทษนะ” มัทรีเข้าไปกอดชาลีน้ำตาคลอ

“ขอโทษทำไมแม่ การดูแลแม่กับนังกัณหาให้มีความสุขเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว ฉันยอมหยุดเรียนเพื่อให้น้องได้เรียนดีกว่า ฉันอยากเห็นนังกัณหาได้เรียนสูงๆอย่างที่มันฝัน แม่จะได้ภูมิใจไงจ๊ะ”

คำพูดของชาลีทำให้มัทรีร้องไห้ซาบซึ้งน้ำใจลูก ส่วนกัณหาก็น้ำตารื้น ถึงกัณหาได้เรียนแต่ก็พยายามช่วยตัวเอง ให้ทางบ้านช่วยจ่ายค่าเทอมให้เทอมเดียว จากนั้นก็พยายามเก็บหอมรอมริบหาเงินจ่ายค่าเทอมเองหมด

จนถึงวันนี้กัณหาเหลืออีกเทอมเดียวก็จะจบ ปวช.แล้ว ชาลีบอกให้กัณหาเรียนให้สูงๆตามที่ตัวเองฝัน แม่จะได้ภูมิใจ

ในอดีตเมื่อกีรณามาอยู่กับยายขวัญในวัยแปดขวบ ยายขวัญดีใจ กอดไว้รำพันอย่างมีความสุข

“โอ้โห ลูกแก้วหลานยาย น่ารักจริงๆ” มัทรีเอาชุดนักเรียนมาให้ใส่ ลูกแก้วมองตัวเองในชุดนักเรียนบอก น้ามัทรีกับยายว่าตื่นเต้นจัง ยายขวัญพูดอย่างเอ็นดูว่า “ตื่นเต้นอะไรกัน ไปเรียนหนังสือนะไม่ได้ขึ้นไปรำลิเก ลูกแก้วต้องตั้งใจเรียนนะลูก ความรู้คือสมบัติที่จะติดตัวเราไปจนตาย ใครก็มาแบ่งมาขโมยจากเราไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าทิ้งการเรียนนะลูก มันหน้าที่ของเรา”

เมื่อลูกแก้วบอกว่าจะตั้งใจเรียน ยายขวัญก็ซื้อชุดนางฟ้าให้เป็นรางวัล บอกว่าลูกแก้วคือนางฟ้าของยาย

“ขอบพระคุณยาย ลูกแก้วรักยายที่สุดเลย...” ลูกแก้วโผกอดยายขวัญแน่น มัทรียิ้มกับภาพอบอุ่นนั้น... และวันนี้กุ๊กกับกิ๊กไม่ยอมไปเรียนหนังสือเพื่อลดภาระของครอบครัว ทำให้มัทรีไปปรึกษากับตุลาว่า

“พ่อตุลย์ น้าไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี กลัวเหลือเกินว่าปล่อยเอาไว้นานจะยิ่งแย่ทั้งเรื่องเรียนแล้วก็เรื่องสภาพจิตใจของกุ๊ก กิ๊ก”

กีรณาที่แอบฟังอยู่หลังต้นไม้ตัดสินใจออกมาบอกตุลาว่าตนอยากไปตลาด ให้พาไปหน่อย ตุลาหงุดหงิดถามว่าใจคอจะไม่ช่วยคิดแก้ปัญหาในบ้านที่เกิดขึ้นเลยหรือ กีรณาโต้ว่าการไปตลาดของตนคงไม่ทำให้เรื่องมันเลวร้ายลงหรอก

ทั้งสองโต้เถียงกันเพราะต่างคนต่างคิด มัทรีขอให้ตุลาใจเย็นๆเพราะแค่เรื่องเด็กก็แย่พออยู่แล้ว อย่าให้มีเรื่องผู้ใหญ่เพิ่มมาอีกเลย ตุลายังคิดไม่ตกบอกว่าตนทนไม่ได้ที่กีรณานิ่งดูดายทั้งที่สาเหตุมันเกิดจากเรื่องที่เธอก่อ

กีรณาฮึดขึ้นมาบอกว่าในเมื่อตนเป็นต้นเหตุก็จะขอแก้ปัญหานี้เอง ถูกตุลาปรามาสว่าจะแก้อะไรได้ปัญหาของตัวเองยังเอาไม่รอดเลย

“ดูถูกกันเกินไปแล้ว งั้นมาดูกัน ถ้าพรุ่งนี้ฉันทำให้กุ๊ก กิ๊กยอมไปโรงเรียนได้เหมือนเดิม ฉันจะขอให้นายทำอะไรก็ได้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน”

ตุลาถามว่าแล้วถ้าเธอทำไม่ได้ล่ะ กีรณาบอกว่าตนจะยอมทำทุกอย่างที่เขาจะให้ทำ แฟร์กันทั้งสองฝ่ายตกลงไหม ตุลาบอกเรามาลองดูกัน กีรณาจึงให้เขาพาไปตลาดก่อน

ทั้งสองมองหน้ากันอย่างท้าทาย

ooooooo

ไปถึงตลาด กีรณาให้ตุลารอตนจะไปหาซื้อของในตลาด ตุลาจึงนั่งรอที่ร้านกาแฟ แต่พอเขาสั่งชานมเย็นยังไม่ทันได้ หยกฟ้าที่มาตลาดกับป้าไฝเห็นเข้า ก็รี่ไปหาตุลาทันที

ตุลาถามหยกฟ้าว่ามาทำอะไรที่นี่ หยกฟ้าบอกว่ามาหาซื้อเสื้อผ้าสวยๆใส่ ดีใจที่เจอกัน อ้อนให้ช่วยเลือกเสื้อให้ด้วย เจ้ากี้เจ้าการสั่งเฮียเจ้าของร้านกาแฟว่าชงเสร็จแล้วให้ใส่ถุงไปส่งร้านเสื้อฝั่งตรงข้ามด้วย แล้วกึ่งลากกึ่งจูงตุลาลุกไป

พอดีกัณหาให้ชาลีมาเบิกเงินที่ธนาคารแถวตลาด ชาลีขอไปซื้อของให้แม่ก่อนแล้วค่อยโทร.หากัน

หยกฟ้าเลือกเสื้อได้ถูกใจเข้าไปลองในห้อง ให้ป้าไฝเข้าไปช่วยดู ตุลานั่งรออยู่ข้างนอก พอดีตุลาเห็นชาลีเดินมาจึงให้มารอหยกฟ้าแทนแล้วตัวเองก็รีบออกจากร้านจะกลับไปที่ร้านกาแฟ

กีรณายืนอยู่หน้าร้านขายเสื้อผ้าเด็กที่เธอเพิ่งเลือกซื้อออกมา เห็นคนงานกำลังรื้อป้ายโฆษณาสินค้าที่ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์ออกและเอาป้ายใหม่ที่เนตรดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ขึ้นติดตั้งแทน กีรณาสะเทือนใจจนน้ำตาคลอ

ตุลาออกมาเห็นกีรณายืนเหม่ออยู่ข้างถนนเอะใจว่าไปยืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนั้น พลางปรี่เข้าไปหา มองไปเห็นคนงานกำลังรื้อป้ายโฆษณาก็เดาออก เข้าไปบอกว่าจะยืนดูทำไมให้ปวดใจ

“นี่ฉันกลายเป็นดาวร่วงแล้วจริงๆ” กีรณารำพึงเศร้า

“ผมรู้ว่าคุณเสียใจ แต่ช่วยกลับไปร้องไห้ที่บ้านได้ไหม คุณไม่อายเหรอ คนมามุงดูใหญ่แล้ว...หรืออยากให้ความแตก”

“ฉันลืมตัว ฉันจะไปซื้อของต่อ” กีรณาพรวดพราดจะข้ามถนนโดยไม่ทันดูรถ ถูกเด็กแว้นเฉี่ยว ตุลาคว้าหลบได้ทันแต่ก็ล้มไปด้วยกัน เด็กแว้นซิ่งมอเตอร์ไซค์ผ่านไป ยังกร่างหันมาด่า

“เดินถนนหัดดูรถบ้างสิพี่!!!”

“ไอ้เด็กเวร!! ทำผิดแล้วยังกล้ามาด่าคนอื่นอีก” ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนด่า

ตุลากระชากกีรณาล้มพลิกตัวรองรับเพื่อไม่ให้เธอเจ็บ ทั้งสองกองอยู่ที่พื้นทางเท้า ได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน สบตากันตกอยู่ในภวังค์...

หยกฟ้าลองเสื้อออกมาเห็นชาลีนั่งรออยู่ก็โมโหเดินผ่านเขาไป มองไปอีกฝั่งเห็นตุลากับกีรณากอดกันอยู่ที่พื้นทางเท้าก็พุ่งไปจับกีรณาเหวี่ยงออกไปด่าลั่น

“ออกไปนะ นังหน้าด้าน!!”

ตุลาลุกขึ้นปรามหยกฟ้าว่าทำเกินไปแล้ว เธอดึงตุลาออกไปให้ห่างกีรณา ตุลาสะบัดออกมา

“พี่ตุลย์!!! ไปยุ่งกับมันทำไม พี่ตุลย์กำลังเป็นเหยื่อมันไม่รู้ตัวรึไง”

ตุลาบอกว่าตนไม่คุยตรงนี้อายชาวบ้าน เข้าไปจูงกีรณาออกไป กีรณาเห็นหยกฟ้าร้องกรี๊ดๆก็แกล้งอ้อนตุลา ทำเป็นขาเจ็บให้เขาประคองออกไป หยกฟ้าแผดเสียง กรี๊ดๆจนตุลาปรามว่าถ้าไม่หยุดร้องก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก หยกฟ้าหาว่าตุลาเข้าข้างกรีณา

“พี่เข้าข้างความถูกต้องต่างหาก เมื่อหยกยังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เราก็ไม่ต้องคุยกัน” ตุลาพากีรณาออกไปทันที หยกฟ้ากรี๊ดดดด...ประกาศ

“ได้! ในเมื่อพี่ตุลย์ไม่เห็นหยกอยู่ในสายตา...ฉันลาออก!”

ทั้งกีรณาและตุลาต่างอึ้ง มีแต่ป้าไฝที่ดีใจแทบกรี๊ดออกมาที่หยกฟ้าประกาศลาออกจากคณะ

กัณหากลับมาหาชาลีเห็นนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ถามว่าเป็นอะไร ซื้อของให้แม่เสร็จแล้วหรือ ชาลีไม่มีแก่ใจจะทำอะไรอีกฝากกัณหาซื้อของต่อ ตัวเองขอกลับบ้านก่อน กัณหางงๆว่าชาลีเป็นอะไร

แต่กัณหาไม่ทันได้ไปซื้อของก็ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายแล้วกระชากกระเป๋าไป กัณหาล้มไปกองกับพื้นแต่ยังห่วงกระเป๋า

“เฮ้ยยย...เงินฉัน!!!”

ooooooo

ตุลากลับมาเล่าเรื่องหยกฟ้าลาออกจากคณะให้มัทรีฟัง มัทรีกุมขมับบ่นว่าความวัวไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก ถามว่าจะทำยังไงต่อไป

กีรณากินปูนร้อนท้องบอกว่าตนไม่ได้เป็นต้นเหตุ ตุลาถามว่าจะว่าเป็นตนใช่ไหม? กีรณาโทษว่าเพราะเขาทำเฉยเมยกับหยกฟ้านั่นแหละ ทั้งสองโต้เถียงกันอีก มัทรีหย่าศึกอย่างปวดหัวว่า

“หยุดเถียงกันเถอะจ้ะ น้าขอละนะ ตอนนี้เราต้องช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหาเพิ่ม”

ขณะนั้นเองชาลีกลับมาถึง ถามว่าพี่ตุลย์กลับมาแล้วหรือ บอกตุลาว่าหยกฟ้าตามหาให้ควั่กอยู่ที่ตลาด เห็นอึ้ง ชาลีถามว่านี่คือมีเรื่องอีกแล้วใช่ไหม ตุลากับกีรณาพยักหน้าพร้อมกันอย่างเหนื่อยหน่าย

ooooooo

หมวดไรวินทร์นำจ่าถวิลไปสืบเบาะแสพวกลักลอบค้าของป่าที่ตลาด แต่เจอคนร้ายกระชากกระเป๋า กัณหาวิ่งผ่านมาเลยให้กัณหาซ้อนรถช่วยไล่จับคนร้าย

ไรวินทร์กับกัณหาไล่จับคนร้ายได้ ชาวบ้านพากันมามุงดู ในนั้นมีไอ้เดชลูกน้องของไอศูรย์ที่เคยปะทะกับตำรวจคราวก่อนรวมอยู่ด้วย ไอ้เดชค่อยๆหลบออกไปจากวงไทยมุง โทรศัพท์รายงานไอศูรย์

เมื่อไอศูรย์ได้รับรายงานก็ขอกำลังช่วยจากบวรฤทธิ์ อ้างว่า

“ไอ้เดชมันส่งข่าวมาว่า ไอ้ผู้หมวดหน้าใหม่ที่เพิ่งถูกส่งตัวมาประจำการที่นั่นมันดูมีฤทธิ์ไม่ธรรมดาไอ้ที่ของเราโดนดักจับกลางทางก็ฝีมือมัน” บวรฤทธิ์ถามว่ากลัวหรือ “ไม่ได้กลัวครับป๋า แค่อยากอุดช่องโหว่ คืนนี้ไอ้เดชกับพวกจะลงมือกันแค่ไม่กี่คน ถ้า...”

“เอาล่ะ...” บวรฤทธิ์ตัดบท “ไม่ต้องพูดมาก ฉันจะให้ตัวช่วยแก ส่วนวิธีการจะเป็นยังไง แกไปบอกมันเอาเองแล้วกัน เพราะฉันเองก็เบื่อคำว่าพลาดของแกเต็มทนแล้ว”

บวรฤทธิ์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเหมือนจะส่งเบอร์ของใครบางคนให้ไอศูรย์

เสี่ยฮุ่ยรับโทรศัพท์แล้วพึมพำอย่างลำพองใจว่างานเข้าอีกแล้ว งานดีเงินมา พลันหูก็แว่วใครมาครางหงิงๆอยู่ใกล้ๆ ไปดูเห็นชิบกำลังทำท่าเหมือนจะตายเพราะอกหักกัณหาไม่สนใจ ถูกเสี่ยฮุ่ยถีบโครมด่าลั่น

“ฉันเคยสอนแกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าเป็นลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง จะมาสำออยด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง” ชิบโอดครวญว่าแต่เรื่องผู้หญิงสำหรับตนเป็นเรื่องใหญ่ เลยถูกเสี่ยตบผัวะ ชิบถามว่าตบตนทำไม “ฉันจะทั้งตบ ทั้งถีบแกจนกว่าแกจะหายบ้า ไอ้ชิบ!!!”

เสี่ยฮุ่ยบอกชิบว่าต่อไปนี้จะไม่ยอมให้ทำตัวไร้สาระอีกแล้ว สั่งเข้มว่า

“แกจะต้องทำงานสร้างรายได้ ทำประโยชน์ให้คุ้มกับค่านมค่าข้าวที่ฉันเลี้ยงพวกแกมา เริ่มต้นตั้งแต่คืนนี้เลย!”

“ป๊าจะให้พวกเราทำอะไรอ่ะ?” ชิบถามเสียงอ่อย ส่วนเกลือกับน้ำตาลมองหน้ากันทำตาปริบๆ

ooooooo

เมื่อได้กระเป๋าคืนแล้ว ไรวินทร์พากัณหาไปส่งที่บ้าน พอลงจากรถกัณหาก็เดินลิ่วเข้าบ้านเลย หมวดร้องทวงตามหลังว่า ขอบคุณสักคำก็ไม่มี สงสัยกลัวดอกพิกุลจะร่วง

แทนที่จะขอบคุณ กัณหาย้อนว่านั่นเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้วทำไมต้องขอบคุณด้วย แล้วกระซิบบอกหมวดว่าอย่าให้แม่รู้เรื่องนี้เด็ดขาด

เมื่อมัทรีออกมาทัก กัณหาก็กันท่าว่าหมวดกำลังจะกลับพอดี แต่หมวดกลับขอฝากท้องที่นี่สักมื้อเพราะแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย มัทรียินดีเชิญเข้าบ้านก่อน กัณหามองอย่างขัดใจมาก

คืนนี้ขณะกีรณาอยู่ในห้องเก็บชุดลิเกนั้น ได้ยินเสียงมัทรี กัณหา กับหมวดคุยกันแว่วเข้ามา จึงรู้ว่าหยกฟ้าลาออกจากคณะเราแล้ว เพราะไม่พอใจที่เห็นตุลาสนิทสนมกับตนที่ตลาด

กัณหาโวยวายว่ามันจะอะไรกันนักหนา ไม่มีเครื่องดนตรีก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังไม่มีนางเอกอีกยิ่งแย่ไปใหญ่โทษว่า “เรื่องวุ่นวายนี่มันเกิดเพราะคนที่ไม่เข้าพวกคนเดียว”

“อย่าพูดอย่างนั้นกัณหา ยังไงลูกแก้วก็คือคนในครอบครัวของเรา หยกฟ้าก็เหมือนกัน ที่กลุ้มใจเพราะกำลังคิดหาทางแก้ปัญหาอยู่ ไม่ใช่ให้มาตีโพยตีพายโวยวายซ้ำเติมแบบนี้” มัทรีปราม

กัณหางอนบอกว่างั้นแม่ก็คิดไปแล้วกัน ตนจะขึ้นบ้านก่อน มัทรีถามว่าไม่กินข้าวก่อนหรือ กัณหาบอกว่ากินไม่ลงแล้วแยกไปเลย

กีรณาฟังแล้วอึดอัด คิดหนัก ตัดสินใจกับตัวเองว่า

“ฉันจะต้องแก้ปัญหาได้สิ คนอย่างแกรนด์กีรณา ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆอยู่แล้วนี่...แต่ปัญหามันเยอะจัง จะแก้อะไรก่อนดีล่ะ...กีรณา...”

กีรณาดูของที่ซื้อมา หยิบชุดนางฟ้าเล็กๆออกมาคลี่ดู ตัดสินใจ

“เอาเรื่องนี้ก่อนแล้วกัน...”

กีรณาถือชุดนางฟ้าเดินไปที่ห้องนอนยายขวัญที่กุ๊กกับกิ๊กนอนอยู่อย่างมุ่งมั่น

ooooooo

กีรณาปลอมเป็นยายขวัญเข้าไปหากุ๊กกับกิ๊ก แต่ถูกเด็กทั้งสองจับได้ว่ากีรณาปลอมเป็นยายขวัญมาหลอก เลยถูกเด็กทั้งสองถามว่ายายไม่เคยสอนหรือว่าโกหกไม่ดี

“แล้วยายขวัญไม่ได้สอนเหรอว่าคนดีต้องไม่เกโรงเรียน” กีรณาตะแบงหาเรื่อง “แล้วยายขวัญสอนไหม ว่าหน้าที่ของเด็กดีคือตั้งใจเรียน หน้าที่ของเด็กคือการไปโรงเรียน ถ้าไม่ยอมไปแสดงว่าไม่ทำตามหน้าที่ และเด็กที่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ก็คือเด็กไม่ดี ยายได้สอนหรือเปล่า”

กีรณาพลิกสถานการณ์จนกุ๊กกับกิ๊กตามไม่ทัน พยักหน้าหงึก บอกว่าสอน กีรณารุกต่อไม่ให้ตั้งตัวได้ว่าแล้วทำไมไม่ทำตาม เด็กดีต้องทำตามคำสอนของผู้ใหญ่สิ

“เราแค่อยากช่วยที่บ้านบ้าง อยากช่วยประหยัด” สองคนเสียงอ่อย

กีรณาเลยอบรมยาว นอกจากสอนให้ต้องมีจิตสำนึกในหน้าที่ของตัวเองแล้ว ยังบอกให้คิดถึงวิญญาณของยายที่อยู่บนสวรรค์จะคิดยังไงถ้ามองลงมาแล้วเห็นสองคนเป็นอย่างนี้ ยายจะเสียใจแค่ไหนที่กุ๊กกับกิ๊กไม่ฟังคำสอนของยาย กีรณาพูดจนเด็กทั้งสองฟังเหวอแล้วถามว่า “ตอบซิ ยายจะเสียใจแค่ไหน”

“เสียใจมากค่ะ” กุ๊กกับกิ๊กตอบอย่างรู้สึกผิดมาก

“งั้นพรุ่งนี้ก็ไปโรงเรียน แล้วก็ตั้งใจเรียนให้เหมือน เดิม เรียนเก่งๆให้ยายภูมิใจ พอเรียนจบกุ๊กกับกิ๊กก็จะช่วยที่บ้านได้อย่างที่อยากทำ”

กุ๊กกับกิ๊กรับคำ กีรณาจึงมอบชุดนางฟ้าให้ บอกว่าเป็นรางวัลสำหรับเด็กดี ทั้งสองดีใจกอดกีรณาแน่น เธอรู้สึกดีกับสัมผัสที่ไม่เคยได้รับอย่างบอกไม่ถูก มองรูปยายขวัญที่อยู่ในห้องเหมือนยายกำลังมองมาอย่างชื่นชม

รุ่งขึ้นกุ๊กกับกิ๊กก็แต่งตัวไปโรงเรียน เป็นที่อัศจรรย์ใจของมัทรีกับกัณหามาก

“ลูกแก้วทำยังไงจ๊ะ ถึงเปลี่ยนใจยัยกุ๊ก กิ๊กได้” มัทรีถามทึ่ง

“มันเป็นเรื่องของฝีมือจ้ะน้ามัทรี” กีรณายืดแล้วบอกกัณหาว่า “เห็นไหม ฉันไม่ใช่ตัวปัญหา แต่ฉันเป็นคนแก้ปัญหา” พูดแล้วหัวเราะร่วนออกไป มัทรีถามว่าไม่กินข้าวก่อนหรือ “ไม่หิวค่ะ มันอิ่มใจ”

ชาลีดีใจชมว่าลูกแก้วเก่งเหมือนกันนะ กัณหาไม่ยอมรับเบ้หน้าบอกว่าฟลุกมากกว่า!

กีรณาไปหาตุลาที่บ้าน ศรีบอกว่าไม่อยู่ไม่รู้ไปไหน เธอจึงขอเข้าไปรอในบ้าน

ooooooo

ตุลาเป็นห่วงคณะลิเก จึงไปหาหยกฟ้าที่บ้านเพื่อขอให้กลับไปเป็นนางเอกลิเก ก่อนที่ตุลาจะมาป้าไฝพยายามที่จะให้หยกฟ้ายืนยันว่าจะลาออกจริงๆ หยกฟ้ายืนยันเป็นตายยังไงก็ไม่กลับ

“แล้วถ้าพี่ขอล่ะ หยกจะกลับไปไหม” ตุลามาถึงพอดีถามแทรกขึ้น หยกฟ้าหันไปเห็นตุลายืนยิ้มหวานให้อยู่ก็ดีใจ แต่ป้าไฝเห็นตุลามาก็เซ็ง

ตุลาหว่านล้อมให้หยกฟ้ากลับไปเล่นลิเกอีก เมื่อหยกฟ้าปฏิเสธเสียงแข็งว่ายังไงก็ไม่กลับ ตุลาถามว่า

ตนมาขอโทษแล้วนะ ยังไม่ยอมยกโทษให้เหรอ ป้าไฝกลัวหยกฟ้าจะใจอ่อน ด่าตุลาว่าตบหัวแล้วลูบหลัง พอแม่ด่าตุลาหยกฟ้าก็ปกป้องเขา ป้าไฝเป่าหูว่าที่ตุลามาขอเพราะกลัวคณะลิเกจะเจ๊งใช่ไหมล่ะ

ตุลาตัดสินใจบอกว่าใช่ หยกฟ้าผิดหวังต่อว่าที่เขามาขอเพื่อกีรณาจริงๆ

“พี่ไม่ได้ต้องการจะช่วยลูกแก้ว แต่พี่ต้องการจะช่วยยายขวัญต่างหาก ก่อนตายยายขวัญฝากฝังให้พี่ช่วยดูแลคณะลิเกแก้วขวัญสิ่งที่แกรักที่สุด รักเท่าชีวิต หยกก็รู้ แล้วตอนนี้มันกำลังจะพังเพราะพี่ หยกว่าพี่จะรู้สึกยังไง ป้าไฝกับหยกลองคิดดู ผมเป็นคนทำให้หยกโกรธ แต่หยกกลับไปลงที่คณะลิเกของยายขวัญ มันถูกต้องแล้วเหรอ”

สองแม่ลูกฟังเพลินเผลอตอบพร้อมกันว่า “ไม่ถูก” พอรู้ตัวป้าไฝถามว่านี่จะมาขอโทษหรือมาด่าหยกกันแน่? ตุลาบอกว่าตั้งใจมาขอโทษแต่ขออธิบายสักนิด หวังว่าหยกกับป้าจะเข้าใจ ป้าไฝเห็นหยกฟ้าท่าทีอ่อนลงก็โวยวายไม่ให้ฟังเพราะตุลาเข้าข้างลูกแก้ว

หยกฟ้าบอกว่าตนไม่ลาออกก็ได้ แต่มีข้อแม้ ป้าไฝผิดหวังมาก ถามหยกฟ้าว่าจะทำอะไร??

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement