รักหลงโรง ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักหลงโรง ตอนที่ 4


24 ก.ย. 2560 08:52
644,038 ครั้ง

ละคร นิยาย รักหลงโรง

รักหลงโรง ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

รักหลงโรง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ญนันทร

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนงา / หลี่เจิน

กำกับการแสดงโดย:

ปิยะพงษ์ คำภากุล

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

หลังจากเนตรดาราวางแผน “เขี่ย” กีรณาตกกระป๋องไปอย่างไม่มีวันได้ผุดได้เกิด และอ้อนบวรฤทธิ์ให้ฝากตนจนได้เข้าเสียบเป็นนางเอกแทนกีรณาแล้วก็ขัดแย้งกับโรสิตาที่เคยรวมหัวกันแกล้งกีรณา

ฝ่ายบวรฤทธิ์เมื่อไม่ได้กีรณามาปรนเปรอ ตนก็ยังมีเนตรดาราเป็นของตาย ต้องการเมื่อไรก็โทร.เรียก แต่วันนี้โทร.ไปแล้วเนตรดาราไม่รับสายจึงไปดักที่คอนโดที่ให้ไปอยู่แทนกีรณา เนตรดารากลับมากับนุ่มนิ่มที่ถือของตามมาส่ง นุ่มนิ่มสวัสดีบวรฤทธิ์ถามว่าท่านรู้จักน้องเนตรด้วยหรือ

“รู้จักดี ฉันเลี้ยงเขามาตั้งนาน เอ็นดูเหมือนลูก เหมือนหลาน เห็นข่าวเดี๋ยวนี้เป็นนางเอกดังเลยจะมาให้เลี้ยงข้าวคนแก่สักมื้อ”

“ถ้าอย่างนั้นนุ่มนิ่มไม่รบกวนนะคะ” บอกเนตรดาราว่า “งั้นพี่ไปคุยงานต่อเลยนะคะ นุ่มนิ่มลานะคะท่าน” นุ่มนิ่มสวัสดีลาอย่างรู้หน้าที่ พอนุ่มนิ่มไป บวรฤทธิ์ที่ยิ้มแย้มใจดีก็เปลี่ยนเป็นยิ้มเหี้ยมทันที

“ถ้าไม่อยากให้ฉากเมื่อกี๊เป็นเรื่องจริง อย่าบังอาจตัดสายฉันทิ้งอีก จำไว้!”

เมื่อขึ้นคอนโดเสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว บวรฤทธิ์ ขู่ก่อนกลับไปว่า

“ฉันส่งเธอให้ขึ้นสูงได้ ก็ถีบเธอให้ตกลงมาได้... เข้าใจไหม”

เมื่อบวรฤทธิ์ไปแล้ว เนตรดาราได้รับโทรศัพท์ขอบคุณจากอาดาที่ช่วยตนวันที่ไปรับเช็ค เนตรดารายังตีสองหน้าทำเป็นถามถึงกีรณาอย่างเป็นห่วง บอกอาดาว่าเจอกีรณาเมื่อไหร่ให้บอก ตนยังรักและเป็นห่วงเสมอ แต่พอวางสายจากอาดาก็จิกตาพึมพำ

“นังแกรนด์ ฉันจะลากแกมาลงนรกแทนฉันให้ได้!!”

ooooooo

กีรณามุ่งมั่นทุ่มเทศึกษางานของคณะลิเกเต็มที่ นอกจากศึกษาการทำงานแล้วยังเช็คสต๊อกของใช้เครื่องแต่งตัวและเครื่องดนตรีทุกชิ้นบันทึกไว้อย่างละเอียด ไหว้อธิษฐานกับเศียรพ่อแก่อย่างเคารพศรัทธา

เช้าวันนี้กีรณาเรียกประชุมคณะลิเก แจกแผ่นกฎกฏิกาของคณะลิเกให้แบ่งกันอ่าน ประกาศว่าตนจะปรับปรุงคณะลิเกของเราให้ทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นระบบมากขึ้น ทุกคนต้องอ่าน

หยกฟ้าอ่านแล้วโพล่งขึ้นอย่างไม่พอใจว่า ข้อหนึ่งใครมาซ้อมหรือมาประชุมสายจะโดนหัก 10 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างในวันนั้น หล่อบ่นว่าขนาดไม่โดนหักก็แทบจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว

กีรณาไม่สนใจ อ่านข้อสองให้ฟังว่า เงินรายได้ของคณะ จะต้องถูกหักเป็นเงินค่าส่วนกลางเพื่อบำรุงอุปกรณ์และข้าวของเครื่องใช้ในคณะสำหรับการแสดงสามสิบเปอร์เซ็นต์

ทุกคนฟังแล้วต่างรับไม่ได้ โวยกันลั่นว่า กฎอะไรวะ?...บ้าหรือเปล่า?...ไม่ไหว ไม่เอา!! เรื่องทำท่าจะบานปลาย มัทรีถามชาลีว่าเอายังไงดี กัณหายิ้มเยาะสะใจ ส่วนกีรณาค่อยๆถอยเพื่อตั้งสติ ตั้งหลัก

ตุลาเดินมาถึงทางเข้าบ้านยายขวัญได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็นึกว่ากีรณาก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว ในขณะที่มัทรีพยายามหว่านล้อมให้ทุกคนใจเย็น แต่ทุกคนเย็นไม่ลง โดยเฉพาะหยกฟ้าโวยดังกว่าเพื่อน

“เรื่องอะไรเราจะต้องยอมให้คนแบบนี้มาสั่งโน่นสั่งนี่ล่ะน้า ฉันว่าจะพากันตายทั้งคณะล่ะไม่ว่า”

“ตายยังไง กับแค่เรื่องกติกาในการอยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ยังรับกันไม่ได้ แล้วจะไปแข่งกับคณะอื่น ได้ยังไง อยู่กันแบบเช้าชามเย็นชาม ไม่พัฒนา” กีรณาโต้อย่างเผ็ดร้อน ถูกกัณหาโต้ว่านี่ว่าไปถึงยายใช่ไหมว่าดูแลคณะไม่ดี “ฉันไม่ได้ว่ายาย แต่ฉันพูดความจริง ฉันกำลังพยายามทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น”

กีรณาถูกทั้งหยกฟ้ากับกัณหาที่ไม่ชอบหน้าเธออยู่แล้วรุมกันโต้ จนหยกฟ้าตบหน้ากีรณาก่อนเลยเปิดศึกตบฟัดกันนัวเนีย มัทรีกับชาลีช่วยกันห้าม กีรณาประกาศว่าคนอย่างตนฆ่าได้หยามไม่ได้

“ฉันนี่แหละจะฆ่าแก! นังหลานอกตัญญู”

สิ้นเสียงหยกฟ้า กีรณาก็โดดถีบยอดอกหยกฟ้าเซถลาไปเข้าอกตุลาที่เดินเข้ามาพอดี หยกฟ้าอ้อนว่าเจ็บ กีรณาด่าว่าตอแหล! ตุลาสั่งให้หยุดแล้วพากีรณาไปนั่งคุยกัน เขาตำหนิเธอรุนแรงว่า

“เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะคุณไม่ฟังความคิดเห็นคนอื่น เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล”

กีรณาอ้างว่าตนเป็นผู้จัดการคณะ ตนมีสิทธิ์ ตุลาถามว่าเธอรู้จักคำว่าทีมเวิร์กไหม เธอตะแบงว่า แบบนี้เรียกว่าทำงานไม่เป็น ตุลาเชื่อว่าเธอหวังดีกับคณะแต่เธอต้องใช้ทางสายกลางด้วย

“คำว่าประสบความสำเร็จไม่มีคำว่าตรงกลาง!!!” เธอโต้อย่างไม่ยอมแพ้

ooooooo

ตุลาคุยกับหยกฟ้า หว่านล้อมว่ามันอาจจะไม่แย่อย่างที่เธอคิดก็ได้ อย่าเพิ่งตัดสินทั้งที่เขายังไม่ได้เริ่ม ตนเข้าใจ หลายคนไม่เห็นด้วยที่ลูกแก้วจะมาดูแลคณะ แต่นี่เป็นความตั้งใจของยายขวัญ ขอร้องว่า

“ขอให้คิดซะว่าทำเพื่อยายขวัญเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ามันไม่ไหวจริงๆเราค่อยว่ากันอีกที”

เมื่อตุลาขอให้ทำเพื่อยายขวัญ ทั้งหยกฟ้าและหล่อก็ลองดู แต่ถ้าไม่ไหวก็จะไม่ทนเหมือนกัน แต่กัณหาฟันธงว่ายังไงก็ไปไม่รอด หยกฟ้านี่แหละจะเป็นจนแรกที่ออกไป ชาลีติงว่าหยกฟ้าไม่ใช่คนเอาแต่ใจตัวเอง เขามีเหตุผลและรักลิเกรักยายขวัญ ไม่ไปง่ายๆหรอก

ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรกัณหาก็เชื่อว่ากีรณามาบริหารคณะไม่รอดแน่ สองพี่น้องเถียงกันเอาเป็นเอาตาย กัณหาถามความเห็นแม่ มัทรีบอกว่าตนไม่เข้าข้างใครแต่อยู่ข้างยายขวัญ บอกลูกทั้งสองเถียงกันต่อไป เถียงเสร็จเมื่อไหร่ให้ไปเรียก แม่จะไปรีดผ้าก่อน

ooooooo

เย็นแล้วไรวินทร์เก็บข้าวของเตรียมเข้ากรุงเทพฯ แต่พอไปถึงรถเขาผงะเมื่อยางทั้งสี่ล้อถูกปล่อยลมหมด เขาเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของกัณหาแน่ๆ

จริงอย่างที่ไรวินทร์คิด เพราะกัณหาหวงแม่และหมั่นไส้ไรวินทร์ที่มาคุยกับแม่บ่อยๆ เดินผ่านมาเห็นรถเขาจอดอยู่เลยแอบปล่อยลมยางทั้งสี่ล้อ!

ตุลาขับรถผ่านมาเห็นไรวินทร์กำลังหัวเสียถามว่ารถเป็นอะไร สองหนุ่มต่างแนะนำตัวเองแก่กัน ตุลาบอกว่าตนกำลังจะเข้ากรุงเทพฯจึงชวนไรวินทร์ไปด้วยกันจะได้เป็นเพื่อนกันด้วย

พอมาถึงกรุงเทพฯ ปรากฏว่าทั้งสองนัดเพื่อนไว้แถวเดียวกัน ซ้ำเมื่อไปเจอยังเป็นคนเดียวกันด้วย

ทั้งสองนัดรสิตามาพบ ถามกันจึงรู้ว่ารสิตาเป็นเพื่อนมหาวิทยาลัยกับตุลาและเป็นเพื่อนมัธยมกับไรวินทร์ เพราะเธอมีเส้นสายเพื่อนฝูงกว้างขวาง ไรวินทร์จึงให้เธอช่วยขุดค้นประวัติของเสี่ยฮุ่ยเพราะชาวบ้านร้องเรียนเรื่องการรับซื้อของป่ากับการบุกรุกป่าของเสี่ยฮุ่ยมาก

ฝ่ายตุลานัดพบรสิตาเพราะต้องการให้เธอหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีของแกรนด์กีรณาเรื่องเสพยาและมียาเสพติดในครอบครอง ย้ำกับไรวินทร์และรสิตาที่นั่งอยู่ด้วยกันว่า อย่าบอกให้ใครรู้ นี่เป็นความลับมาก ที่รู้กันก็มีแค่ตน น้ามัทรี กัณหา ชาลี กุ๊กกิ๊กกับรสิตากับหมวดเท่านั้น

“โห...รู้กันซะขนาดนี้ ลับมากเลยนะครับเนี่ย” ไรวินทร์ประชดอย่างเหนื่อยใจ

ด้วยความเป็นเพื่อน รสิตาที่เป็นคอลัมนิสต์ชื่อดัง “รสิตาอินไซด์เดอร์” ก็รับปากจะช่วยทั้งไรวินทร์และตุลา

ooooooo

ที่บ้านยายขวัญ กีรณายังวางระเบียบหยุมหยิมเข้มงวดจนทุกคนอึดอัด โดยเฉพาะเรื่องที่จะปรับทุกคนที่ดูแลเครื่องลิเกถ้าชำรุดเสียหาย ทุกคนเครียดจนลุงเสริมมือระนาดของคณะถึงกับช็อก

กัณหาด่ากีรณาว่าเป็นฆาตกร กีรณาอ้างว่าตนทำเพื่อคณะ ทั้งสองโต้เถียงกันจนมัทรีต้องบอกให้พอและขอให้ลูกแก้วเลิกประชุมก่อน ถ้าคุยมากกว่านี้ต้องมีอีกหลายคนช็อกแน่ๆ ไว้คุยกันวันหลังเถอะ

กีรณายอมเลิกประชุมก่อน มีอะไรจะนัดคุยทีหลัง พอกีรณาเดินออกไป กัณหาก็บอกมัทรีว่า

“แม่...ฉันว่าเราต้องการความช่วยเหลือ!”

เมื่อตุลากลับมาจึงต้องฟังทุกคนเล่าเรื่องกีรณาจนหูชา ดูกระดาษที่เปรียบเทียบปรับค่าเสียหายที่ทุกคนต้องจ่ายแล้วก็ยิ่งงง หลังจากหยกฟ้ากับหล่อเล่าแล้ว กัณหาเพิ่มเติมว่า

“ที่พวกเรามาหาพี่ตุลย์เพราะจะให้ช่วยพูดหน่อย บอกเขาด้วยอย่าเยอะ ถ้าอยากจะคุมคณะจริงๆกรุณาใช้สมอง ไม่ใช่ใช้ ‘เขี้ยว’ มาบริหาร ตอนแรกกัณหาจะพูดเองแต่แม่ห้ามไว้”

มัทรีบอกว่าขืนให้กัณหาพูดก็มีแต่จะด่ากันเท่านั้น ขอร้องให้ตุลาช่วยหน่อย ชาลีช่วยพูดอีกคนว่า

“คือพวกเราทำงานกันแบบครอบครัว ของในคณะยายขวัญเป็นคนซื้อก็จริง แต่ก็ปล่อยให้พวกเราดูแลกันเอง เราอยู่กันด้วยความไว้ใจ ถ้าลูกแก้วอยากทำงานกับพวกเราก็ต้องไว้ใจพวกเรา ลูกแก้วก็ดูจะเชื่อพี่มากที่สุด ช่วยพูดให้เขาเข้าใจการทำงานของพวกเราด้วย”

“ก็ไม่รู้ว่าจะทำให้เขาเข้าใจได้ไหม...แต่จะลองดู” ตุลาคิดๆรับปากอย่างหนักใจ

ooooooo

คืนนี้เมื่อตุลาคุยกับกีรณาที่บ้านของเขาเล่าถึงปัญหาค่าปรับที่ชาวคณะรับไม่ได้ กีรณาก็หาว่าพวกนั้นขี้ฟ้อง ตุลาบอกว่าเขามาขอความช่วยเหลือตนต่างหาก

“ขอให้ ‘ช่วยมาด่า’ ฉันเนี่ยนะ”

“ร้อนตัว ผมยังไม่ได้ด่าคุณสักคำ ผมแค่ถามว่า คุณจะไปเก็บเงินพวกเขาทำไม?”

กีรณาชี้แจงเสียงขุ่นเขียวว่าตนไม่มีเงินมาทำทุน จะทำให้ชาวคณะอยู่รอดมันต้องใช้ทุน ท้าว่าถ้าไม่อยากให้เขี้ยวก็รีบโอนที่ดินของยายมาตนจะได้เอาไปขาย เอาเงินมาลงทุน ตุลาดักคออย่างรู้ทันว่าถ้าเธอขายที่ได้เงินก็เปิดไปต่างประเทศไม่มาทนทำคณะลิเกที่ตัวเองไม่ชอบหรอก

“รู้ทันจริงๆ” กีรณาบ่นอุบอิบ

“ผมว่าวิธีนี้ไม่ได้ผลหรอก ต่อให้คุณเขี้ยวเขาก็ไม่มีเงินมาจ่ายคุณ คุณไม่ได้เงิน แถมยังจะไม่มีคนมาทำงานให้ เดี๋ยวคงได้ลาออกหนีไปกันหมด”

กีรณาอ้างว่าถ้าไม่ทำวิธีนี้ตนก็ไม่มีเงินมาลงทุน ทำไปก็เจ๊งอยู่ดี แล้วดราม่าตามถนัด โอดครวญว่าที่ดินยายก็ไม่ได้ หมดตัว หมดอนาคต หมดสิ้นศักดิ์ศรี ไม่เหลือแม้แต่ความเป็นคน

“พอๆๆไม่ต้องฟูมฟาย เอาเป็นว่า...” กีรณาหูผึ่งยิ้มแฉ่งถามว่าจะโอนที่ยายให้หรือ “ฝันไปเหอะ ผมแค่จะช่วยคิดว่าจะเอาเงินมาจากไหน ถ้าได้แหล่งเงินแล้วจะรีบบอก แต่ตอนนี้ขอให้หยุดความเขี้ยวไว้ก่อน ไปยกเลิกไอ้เรื่องหักค่าเสียหายบ้าบออะไรนั่นซะ”

“ก็ได้ แต่ถ้าคุณช่วยฉันหาเงินมาไม่ได้ ฉันก็จะกลับไปใช้มาตรการเดิม! ตามนั้น!!”

ooooooo

เพียงเช้าวันต่อมา ตุลาก็เอาเงินสองแสนให้กีรณา เธอดีใจรีบยื่นมือมารับ ตุลายังไม่ให้มีเงื่อนไขว่า

“ข้อที่ 1 ต้องทำรายงานบอกผมว่าเอาเงินไปทำอะไรบ้าง ข้อ 2 ต้องจ่ายดอกเบี้ยซึ่งผมยังไม่บอกว่าเท่าไหร่ มันจะผันผวนไปตามความตั้งใจทำงานของคุณ ถ้าตั้งใจมากดอกต่ำ ตั้งใจน้อย ดอกสูง”

“เฮ้ย บ้าหรือเปล่า ทำไมตั้งกฎประหลาดล้ำขนาดนี้” กีรณาหงุดหงิด บ่น “ใครเป็นเจ้าของเงิน...เพี้ยนรึเปล่าเนี่ย”

ตุลาสะดุ้ง เพราะเงินนี้เขายืมมาจากแม่แตงอ่อนและกฎนี้ก็แม่แตงอ่อนเป็นคนตั้งอย่างมีเจตนา กีรณาถามว่าตกลงใครเป็นเจ้าของเงิน ขอเห็นหน้าหน่อยได้ไหม

“ไม่ได้ เขาไม่ชอบเจอลูกค้า นี่อย่าเรื่องมากน่ะคุณ ตกลงเงินนี่จะเอาไหม”

“เอาก็ได้” กีรณาพูดอย่างไว้เชิงแต่คว้าเงินหมับ “คอยดูนะ ฉันจะทำงานจนเจ้าของเงินไม่คิดดอกเบี้ยซักบาท เพราะฉันจะลงแรงกายแรงใจ ทำให้ทุกคนยอมรับให้ได้!!!”

“อย่าเพิ่งคุย เอาตรงหน้าก่อน...แล้วก็อย่าลืมกฎสองข้อ” เธอบอกว่าแค่นั้นเองไม่ลืมหรอก “อีกอย่าง รีบไปบอกชาวคณะ ยกเลิกกฎบ้าบอของคุณได้แล้ว ไม่มีใครต้องจ่ายเงินเพิ่ม ทุกคนจะได้สบายใจ”

“เออๆๆรู้หรอกน่า ถ้ามีเงิน ฉันก็ไม่อยากทำแบบนั้นหรอก เออนี่คุณ...นอกจากเรื่องเงินแล้ว ฉันยังมีอีกเรื่องที่อยากให้คุณช่วย”

“ทำอะไร” ตุลาถามอย่างระแวงว่าจะมาไม้ไหนอีก

กีรณายิ้มอ้อนๆขอให้เขาขับรถพาไปซื้อของ ตุลาจึงพามากรุงเทพฯ ไปหาซื้อของที่ตลาดสำเพ็ง โดยกีรณาใส่แว่น ใส่วิกปลอมตัวไม่ให้ใครจำได้

จากการหาซื้อของที่กีรณาทำรายการมาอย่างดี ทั้งจดรายการ ปริ้นต์รูปจากคอมฯ ตัดภาพจากนิตยสาร เดินหาซื้ออย่างอดทนตั้งใจมาก

ท่ามกลางอากาศร้อนระอุและการเดินหาซื้อของกันอย่างทรหดทำให้กีรณาเห็นถึงความมีน้ำใจของตุลามากขึ้นเรื่อยๆ ตุลาเองก็เห็นถึงความอดทนตั้งใจจริงของกีรณา มองอย่างประทับใจ

เมื่อซื้อของจนครบ จึงเข้าร้านกาแฟในตลาดซื้อโอเลี้ยงกินกันอย่างกระหาย ตุลาชมว่าเธอทำการบ้านมาดี เตรียมทั้งรูป ราคา มาครบ กีรณายืดทันที คุยว่า

“ฉันบอกแล้วไง ถึงฉันจะเป็นดารา แต่ฉันก็สู้ชีวิตนะ ไม่ได้เป็นคุณหนู งอมืองอเท้า ทำอะไรไม่เป็น ถ้าฉันคิดจะทำอะไรแล้ว ฉันจะต้องทำให้สำเร็จ ใครทำงานกับฉันจะรู้ดี ไม่มีมาอ่านบทหน้ากอง จำบทไม่ได้ ไม่ทำการบ้าน ไม่ใช่ฉัน กีรณา ทุกอย่างต้องเป๊ะ!!”

ตุลาหัวเราะบอกว่าท่าจะจริง ขนาดเธอหายไป หนังสือเล่มนี้ยังเอาเรื่องของเธอมาขึ้นปก พลางหยิบหนังสือดาราที่วางอยู่ให้ดู หน้าปกพาดหัวว่า “แกรนด์ กีรณาเจ้าแม่ขาเหวี่ยง ไม่ได้ดั่งใจมีเจ็บ!!”

กีรณาดึงมาดู เป็นรูปของเนตรดาราใส่ชุดที่เธอต้องใส่ในละครฟอร์มยักษ์ของช่อง แต่เปลี่ยนให้เนตรดารามาเล่นแทน ดูแล้วกีรณาถอนใจพึมพำ...“เฮ้อ...สรุป ฉันคงไม่มีงานทำแล้ว...”

“มีสิ...” ตุลาปลอบใจมองชุดลิเกที่ซื้อมามากมาย “นี่ไง งานของคุณ ใครว่าไม่มี แล้วคุณก็ยังทำงานไม่เสร็จ ผมว่าเรารีบไปจัดการที่เหลือเหอะ จะได้รีบกลับบ้าน”

ตุลาวางค่าโอเลี้ยงแล้วหยิบของเดินไป กีรณาเดินตามไปหงอยๆ

กีรณาเวลานี้แต่งตัวธรรมดาๆ หน้าตาไม่ได้แต่ง หิ้วของพะรุงพะรัง เหงื่อไหลไคลย้อย ตุลามองแล้วหัวเราะหึๆ เธอถามว่าขำอะไร ตุลาไม่ตอบเห็นแผงขายแว่นตาอยู่ใกล้ๆเลยพาเธอแวะไปส่องกระจกดู พอเห็นสภาพตัวเองกีรณาก็สะดุ้งร้อง “เฮ่ย!!” ตุลาอดหัวเราะไม่ได้ เธอถามเสียงเขียวว่าขำหนักไปหรือเปล่า?

“ใครจะเชื่อว่าเคยเป็นซุปเปอร์สตาร์ เห็นภาพตอนนี้ดูไม่จืด...” กีรณาปรามว่าอย่าซ้ำเติม “ไม่ได้ซ้ำเติม แค่สะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเท่านั้น” กีรณาย้ำว่าซ้ำเติม ภาษาละครเรียกว่าขยี้ดราม่านางเอก “เอาเหอะ จะเรียกอะไรก็ได้ เอาที่สบายใจ” ตุลาตัดบทสบายๆ

ooooooo

เวลาเดียวกัน บวรฤทธิ์กับไอศูรย์ก็มาเดินหาทำเลจะเปิดบ่อนที่ตลาดนี้ ไอศูรย์บอกว่าที่นี่เหมาะมาก บวรฤทธิ์เห็นด้วยบอกให้จัดการเลย

ขณะเดินออกจากตรอกใกล้แผงขายแว่นตา

บวรฤทธิ์ถามไอศูรย์ว่าได้ข่าวแกรนด์กับอาดาหรือยัง ไอศูรย์บอกว่าส่งคนไปทุกจังหวัดแล้ว คงได้ข่าวเร็วๆนี้ หารู้ไม่ว่า แกรนด์กีรณายืนอยู่ใต้จมูกมันนั่นเอง!

กีรณาสะบัดหน้าจากตุลาที่พูดยั่วเธอ พลันก็ตกตะลึงเมื่อเห็นไอศูรย์กับบวรฤทธิ์เข้าพอดี! ตุลากระซิบให้เธอเฉยๆ ทั้งสองยืนตัวแข็งทื่อเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ เมื่อไอศูรย์กับบวรฤทธิ์เดินผ่านหลังไป

แต่เจ้ากรรม! ไอศูรย์เกิดสนใจแว่นตาเดินเข้ามาดู เท่านั้นไม่พอ บวรฤทธิ์ถามคนขายว่าแถวนี้มีร้านอะไรอร่อย พอคนขายบอกว่าบะหมี่ปากซอยกับข้าวขาหมู ก็ดั๊น...หันมาถามกีรณากับตุลาว่าเคยไปลองไหม ทั้งสองพยายามหลบหน้า ถูกด่าว่าถามไม่พูด ไม่มีมารยาท

ตุลาตัดสินใจจับมือกีรณาจะพาหนี พอดีไอศูรย์จับไหล่กีรณาจะมองหน้า ทำให้หมวก วิกผมและแว่นตาที่กีรณาอำพรางใบหน้าหลุด!

“นังแกรนด์!!!” บวรฤทธิ์คำรามราวกับเสือร้ายเห็นเหยื่อ ตุลาทั้งลากทั้งจูงกีรณาวิ่งหนีเข้าตรอก “จับมันให้ได้!!” บวรฤทธิ์สั่งลูกน้อง สั่งไอศูรย์ว่าถ้าตามจับมาไม่ได้ต่อไปไม่ต้องมาให้เห็นหน้ากันอีก ไอศูรย์สั่งลูกน้องต่อ แล้วแยกย้ายกันวิ่งหา

แต่เมื่อตามจับกีรณามาไม่ได้ บวรฤทธิ์ปรามไอศูรย์ว่าอย่าให้มีเป็นครั้งที่สาม ไม่อย่างนั้นตนจะให้หมาที่บ้านขึ้นมาทำงานแทน ถามว่ารู้ไหมว่ากีรณามาทำอะไรแถวนี้

“เห็นถือถุงพะรุงพะรังเหมือนเป็นพวกชุดเครื่องแต่งตัวอะไรสักอย่าง ผมเห็นไม่ชัด รู้แต่ว่ามันเป็นเพชรๆแววๆ”

“เพชรๆแววๆหรือ” บวรฤทธิ์สงสัยว่าของเหล่านั้นเกี่ยวอะไรกับกีรณาด้วย?

ooooooo

กลับถึงบ้านยายขวัญ ตุลาเตือนกีรณาว่า

ต่อไปเธอต้องระวังตัวมากกว่านี้ หยกฟ้ามาเจอถามว่าไปไหนกันมา ตุลาไม่ตอบแต่ยื่นถุงให้หยกฟ้าเอาไปเก็บ หยกฟ้าคาดคั้นว่าเขากับลูกแก้วไปไหนกันมา?

ตุลาบอกว่าไปช่วยลูกแก้วซื้อของ ก็ถูกซักอีกว่าทำไมต้องไปช่วย?

“เพราะพี่อยากช่วยทำให้ความตั้งใจของยายขวัญเป็นจริง หยกมาก็ดีแล้ว” พลางยื่นถุงให้หยกฟ้า “งั้นพี่ฝากหยกเอาเข้าไปให้เขาด้วยนะ พี่กลับละ”

หยกฟ้าฉุนขาดที่ถูกใช้ให้เอาของไปให้คู่ปรับ ชาลีเข้ามาชวนไปซ้อมต่อกัน มองถุงถามว่าหอบอะไรมา หยกฟ้าสะบัดเสียงว่าไม่รู้และไม่อยากรู้ด้วย แล้วเอาถุงให้ชาลีเอาไปให้ลูกแก้วแล้วกลับไปเลย

มัทรีถามกีรณาว่าซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย กีรณาว่าของของคณะ จะถ่ายรูปลงทะเบียนก่อนแล้วจะให้น้าเอาไปแจกจ่ายให้แผนกต่างๆ กัณหาถามขวางๆว่า ถ้าของเสียหายขึ้นมาต้องเสียตังค์ไหม

“ไม่ต้องแล้ว เพราะฉันจะไม่เก็บค่าอะไรทั้งนั้น ฉันขอยืนยัน ฉันกำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อทำให้คณะของเรา ‘รอด’ ถ้าเธอไม่ช่วยพายก็อย่าเอาเท้าราน้ำ”

กัณหาของขึ้นที่ถูกกล่าวหา เถียงกับกีรณาเอาเป็น เอาตาย จนมัทรีขอให้พอได้แล้ว ชวนกัณหาไปซ้อมกันดีกว่า ปล่อยให้กีรณาทำงานของเขาไป กัณหาถูกแม่จูงไปยังหันมาปรามาสว่า

“ฉันไม่เคยเอาเท้าราน้ำอยู่แล้ว มีแต่เธอนั่นแหละที่จะพายเรือพาพวกเราไปอดตายกันหมด คิดว่าเงินกับของที่ซื้อมาจะแก้ปัญหาได้รึไง บอกเลยว่า ‘ไม่มีทาง’ ไม่ว่ายังไงเธอก็พาคณะไปไม่รอด!!!”

กัณหาถูกมัทรีลากออกไปแล้ว กีรณาถอนใจเฮือกใหญ่ เซ็งมาก...

เช้านี้...ที่ลานบ้านยายขวัญ ทุกคนตื่นมาช่วยกันทำขนมเพื่อส่งขายตามปกติ กัณหาที่ยังเขม่นกีรณาอยู่ ถามอย่างหาเรื่องว่าเจ้าของคณะคนใหม่ยังไม่ตื่นอีกหรือคนอื่นทำงานกันงกๆ

มัทรีบอกว่าตื่นนานแล้วแต่ออกไปทำงาน กัณหาหน้าแตกที่หาเรื่องด่าไม่ได้ แอบถามมัทรีขณะจัดขนมเตรียมไปส่งว่าเขาไปทำงานอะไร ที่ไหน

“เขาบอกว่าไปหาข้อมูลที่บ้านพ่อตุลย์”

“เรานั่นแหละ รีบเลย เดี๋ยวกุ๊กกิ๊กไปโรงเรียนสาย” ชาลีเร่ง กัณหาเลยเงียบแต่ยังอยากรู้อยู่ดี

ที่แท้กีรณาไปยืมโทรศัพท์ของตุลาดูคลิปลิเกในยูทูบเป็นการแสดงสดบนเวทีของลิเกคณะดัง กีรณาดูอย่างศึกษาจริงจัง อินจนเผลอยกมือรำและร้องตาม แต่เสียงหลงจนแทบไม่เป็นลิเก เลยหัดรำตามไปอย่างเดียว

ตุลา เนา กับศรีกำลังรดน้ำสวนผักแอบมองกีรณาทั้งชื่นชมและขำ

ooooooo

ไม่กี่วันก่อน ชิบทำท่าจะตายให้ได้จนเสี่ยฮุ่ยตกใจถามว่าเป็นอะไร ชิบบอกว่าตนอกหัก แล้วลงไปดิ้นพราดๆ หลับหูหลับตาร้อง “ชิบอยากได้น้องกัณหา... ชิบอยากได้น้องกัณหา”

เสี่ยฮุ่ยบอกว่าโตแล้วอยากได้อะไรก็พูดดีๆ ลูกเสี่ยฮุ่ยอยากได้อะไรต้องได้ บอกชิบเตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน บอกว่า “อีกไม่นาน แกได้กัณหามาเป็นเมียแน่!”

เช้านี้ขบวนขันหมากของเสี่ยฮุ่ยมีแตรวงบรรเลง ก็ยกขบวนมาสู่ขอกัณหาที่บ้านยายขวัญกันอึกทึกครึกโครม มัทรี กัณหา และชาลีออกมาดูที่ลานบ้านงงๆ

กีรณากับตุลาได้ยินเสียงแตรวงก็แปลกใจ กีรณาบอกว่าเหมือนดังมาจากบ้านยาย ตุลาวิ่งออกไปทันที กีรณาบอกให้รอด้วยแล้ววิ่งตามไป

ที่ลานบ้านยายขวัญ แตรวงมาบรรเลงกันจนหูแทบแตก เสี่ยฮุ่ยตะโกนเจรจาสู่ขอกัณหาให้ชิบ แต่ถูกเสียงแตรวงกลบตะโกนกันไม่รู้เรื่อง กัณหารำคาญปาถาดขนมใส่ ตะโกน...

“เฮ้ย...แตรวงน่ะ หยุดก่อนสิเว้ย!!”

แตรวงหยุดกึก เสียฮุ่ยกำลังตะโกนบอกมัทรี พอดีว่า

“ฉันจะมาสู่ขอหนูกัณหาให้ไอ้ชิบ!”

มัทรี ชาลี และกัณหางง อึ้ง ช็อก!!

พอเสี่ยฮุ่ยบอกจะมาสู่ขอกัณหาให้ชิบแล้ว ชิบก็ออกไปยืนหน้าเตี่ยรำพึงรำพันความรักที่มีต่อกัณหาจนทนไม่ได้จึงให้ป๊ามาสู่ขอ ถูกกัณหาถีบเข้าที่ยอดอกเต็มรัก ชิบกระเด็นไปชนเสี่ยฮุ่ย เสี่ยฮุยกระเด็นไปชนเกลือกับน้ำตาลที่ยืนอยู่ข้างหลังล้มกันเป็นแถบ พวกแตรวงตกใจยกเครื่องดนตรีบรรเลงพลางวิ่งตามไป

เกลือ น้ำตาล เสี่ยฮุ่ยกับชิบ กระเด็นกันมากองอยู่แทบเท้าไรวินทร์ที่เดินเข้ามาพอดี พอลุกขึ้นได้เสี่ยฮุ่ยก็พุ่งเข้าใส่กัณหาที่วิ่งตามมาจะถีบซ้ำ

ตุลาร้องเตือนสติว่าทำร้ายผู้หญิงไม่ดีนะเสี่ย

ไรวินทร์ก็สำทับว่าต่อหน้าต่อตาตำรวจด้วย เสี่ยฮุ่ยประกาศ กร้าวว่าตนมาดีแต่มัทรีกลับปล่อยให้กัณหามาถอนหงอกกัน

มัทรีโต้ว่าเสี่ยไปทำกัณหาก่อน ทั้งสองโต้เถียงกันจนชาลีบอกเสี่ยให้รีบกลับไปดีกว่า

“จำไว้นะ...เจ็บคราวนี้...ฉันจำ” เสี่ยอาฆาต ถูกไรวินทร์ปรามว่าข่มขู่คุกคามแบบนี้นอนคุกได้นะ เสี่ยฮุ่ย หันไปตะโกนบอกพรรคพวก “ไปเว้ย กลับ!!” แต่ชิบยังหันไปคร่ำครวญตัดพ้อต่อว่ากัณหา

“โธ่...น้องกัณหา ทำไม...ทำไมใจร้ายกับพี่แบบนี้...น้องกัณหา...”

ทุกคนที่บ้านยายขวัญ มองตามพวกเสี่ยฮุ่ยไปอย่างเหนื่อยหน่าย...

กีรณาชมมัทรีว่าบทจะบู๊ก็บู๊ได้เหมือนกัน ตุลาเตือนว่าให้ระวังตัวด้วยโดยเฉพาะคนอย่างเสี่ยฮุ่ย

ooooooo

เสี่ยฮุ่ยพกความแค้น ความอับอายกลับบ้าน ชิบยังคร่ำครวญเรื่องกัณหาไม่เลิก

เสี่ยฮุ่ยบอกชิบว่ายังไงเอ็งต้องเอานางกัณหามาทำเมียให้ได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องทำคณะลิเกพวกมันเจ๊งด้วย!! พูดอย่างหมายมั่นว่า

“เมื่อมัทรีจนตรอก ทั้งแม่ทั้งลูกก็จะซมซานมาซบอกข้ากับเอ็ง ไอ้ชิบ ฮ่าๆๆๆ”

ไม่กี่วันต่อมา มัทรีก็บอกข่าวดีกีรณาว่ามีคนติดต่อคณะเราไปเล่นแล้ว กีรณาดีใจถามว่างานอะไร ที่ไหน มัทรีบอกว่า “งานศพ จัดที่วัดกลาง” กีรณายิ้มอย่างมีความหวังขึ้นมา

กีรณาดีใจมากออกจากบ้านเพื่อไปดูสถานที่ทันที แต่เพราะไม่รู้ว่าวัดกลางอยู่ที่ไหนจึงต้องไปขอแรงตุลาให้ช่วยพาไป แต่พอไปถึงวัดกลาง กีรณาไม่พอใจที่โรงลิเกถูกให้ตั้งหลังวัด เพราะมัทรีบอกว่าโรงลิเกจะตั้งที่หน้าวัดคนเข้ามาก็เห็นเลย แล้วทำไมตอนนี้มาอยู่ตรงนี้ “ฉันอยากรู้ว่าทำไม???”

เมื่อไปถามสนที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน สนบอกว่าเพราะจะเอาเวทีหมอลำไว้ด้านหน้าแทน กีรณาถามว่าทำไม! มั่นที่เป็นหัวหน้าคณะหมอลำบอกว่า เพราะเวทีหมอลำใหญ่อยู่ข้างหน้าจะได้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้เจ้าภาพ ส่วนลิเกก๊องแก๊งไม่ยิ่งใหญ่อลังการอยู่ข้างหลังน่ะดีแล้ว

กีรณาของขึ้นถามว่ารู้ได้ไงว่าเวทีของตนไม่ใหญ่ ไม่อลังการ! ตุลาพยายามสะกิดให้ใจเย็นๆ แต่หยุดไม่อยู่แล้ว กีรณาใส่ไม่ยั้ง แถมคุยคำโตว่าลิเกยุคตนปรับปรุงโฉมยกชุด อลังการสุดๆ รับรองว่าไม่น้อยหน้าใคร เป็นเกียรติเป็นศรีแก่เจ้าภาพแน่นอน คุยแล้วหยอดว่า

“แต่ถ้าคุณสนไม่สน!! แก้วก็ไม่ว่าค่ะ ย้ายคณะเราไปไว้หน้าเมรุก็ได้นะคะ ถ้าไม่เสียดาย”

สนคิดหนัก สุดท้ายบอกให้ลองดูเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าของใหม่จะยิ่งใหญ่สมคำโฆษณาหรือเปล่า บอกกีรณาว่า “ผมจะเอาเวทีลิเกไว้ด้านหน้า เวทีหมอลำไปด้านหลัง” เล่นเอามั่นหัวหน้าคณะหมอลำจุกไปเลย กีรณาเดินไปหามั่น

“ขอโทษด้วยนะลุง แต่เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนอย่างลูกแก้ว ฆ่าได้ แต่หยามไม่ได้” พูดแล้วเดินไปเลย มั่นพูดไม่ออกได้แต่มองตามไปอย่างเจ็บใจ

ตุลาถามกีรณาว่าไปโม้ไว้ขนาดนั้นแล้วมีแบบนั้นไหม กีรณาตอบหน้าตาเฉยว่า “ไม่มี” แต่ตอนพูดไปไม่ทันคิด ตุลาฉุนสอนว่า

“วงการนี้ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญ คุณไปคุยไว้แบบนั้น ทำไม่ได้ก็เสียชื่อ ดีไม่ดีเสียไปถึงยายคุณด้วย” กีรณาทำท่าจะเถียง “อย่าเพิ่งเถียง ฟัง!! ถ้าอยากอยู่วงการนี้นานๆ หนึ่งไม่โม้เกินจริง สองถ้าคิดจะโม้ก็ต้องทำให้ได้ตามที่โม้ไว้”

กีรณาถามอย่างถือดีว่าใครบอกว่าตนจะทำอย่างที่โม้ไว้ไม่ได้ ตุลาถามว่าแล้วจะทำยังไง?

ooooooo

เสี่ยฮุ่ยวางแผน “ฆ่า” คณะลิเกเป็นขั้นตอน ซื้อป้าไฝให้ติดตามการเคลื่อนไหวของคณะลิเกและรายงานตนอย่างละเอียด

ป้าไฝได้เงินก็ตาโต ยิ่งเมื่อเสี่ยฮุ่ยบอกว่าจะซื้อคณะลิเกนี้ เหล่ป้าไฝอ่อยว่าตนมีงานให้ทำ ป้าไฝตาโตอาสาว่า “มีฉันอยู่ทั้งคนนะเสี่ย”

“จริงด้วยสิ ให้แม่ไฝเป็นหัวหน้าคณะ แล้วสนับสนุนส่งเสริมหยกฟ้าให้เป็นนางเอกลิเกเงินล้าน”

ป้าไฝยิ้มแก้มแทบปริ ฝันไปไกล เสี่ยฮุ่ยมองอย่างสมใจที่ซื้อป้าไฝได้สมใจ

ooooooo

กีรณาคิดแก้ปัญหาให้ทำได้อย่างที่คุยไว้ สั่งปรับปรุงฉากและซื้อของมาเพิ่ม มัทรีถามว่าจะคุ้มหรือเพราะเขาจ้างแค่สองหมื่น กัณหาก็แซะว่าจะเอาเงินที่ไหนมาทำอย่างที่พูด

หยกฟ้าก็ว่าเอาเงินมาให้เป็นค่าตัวให้คนในคณะไม่ดีกว่าหรือ

“ฉันมีของฉันก็แล้วกัน!!!” กีรณาตัดบทย้ำว่า “บอกแล้วไง นี่คือการลงทุน ในส่วนของฉันที่เป็นเจ้าของคณะเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับคณะลิเกแก้วขวัญยุคใหม่ คนละส่วนกับที่ได้จากเจ้าภาพ อย่าเอามาปน”

เมื่อหยุดหยกฟ้าได้แล้ว กีรณาเล่าแผนงานของตนว่า

“งานนี้ ฉันต้องการความอลังการ!!! ทุกคนต้องฮือฮา!!! ถ้าหากต้องการให้คณะลิเกดูดี เจริญก้าวหน้า ไม่กระจอกงอกง่อยในสายตาคนอื่น ก็จงทำตามนโยบาย แต่ถ้าใครมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ คอยแต่จะขัดคอเพราะไม่พอใจ...จะออกตอนนี้เลยก็ได้นะ”

หยกฟ้าแหวถามว่าหมายถึงใคร ชาลีไกล่เกลี่ยว่า

“ลูกแก้วตั้งใจทำก็ดี เราเองก็ต้องตั้งใจด้วย คณะของเราจะได้อยู่รอดปลอดภัย”

“ถ้าเข้าใจตรงกันแล้ว ก็แยกย้ายทำหน้าที่ของตัวเอง ใครต้องซื้ออะไรใหม่ ก็มาเบิกกับน้ามัทรี ย้ำ...ทุกรายการต้องมีใบเสร็จ ไม่มีถือว่าอม!”

สั่งการแล้วกีรณาเดินออกไป หยกฟ้ามองกีรณาอย่างไม่พอใจ ทุกคนเริ่มทำตามหน้าที่ของตัวเอง

ooooooo

ตุลาจับตาติดตามการทำงานของกีรณา ถามว่าเหนื่อยไหม เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร บอกว่าถ้าตนไม่วางตัวแบบนี้ ก็จะเสียการปกครอง

“แต่คุณจะไม่ได้ใจใครเลยถ้าปกครองด้วยวิธีวางตัวเหมือนคนละชั้นกับพวกเขา”

“ไม่ได้อยากได้ใจ อยากได้ความสงบเรียบร้อยและเงิน จบนะ!” กีรณาตอบแล้วเดินไปอย่างไม่แคร์

ตุลาตามไปติดๆ บอกว่ายังไม่จบ กีรณาหันมาเลยถลำเข้าไปในอกของตุลาเต็มๆ ต่างมองกันอึ้ง

ป้าไฝมาเห็นพอดี ตาโตไม่พอใจ ไปยุหยกฟ้าว่าลูกแก้วอ่อยตุลา หยกฟ้าลิ่วไปถามกีรณาทันทีว่า

“มายุ่งกับพี่ตุลย์ทำไม เธอต้องการอะไร เธอต้องการหลอกใช้เขาให้ช่วยเธอทำคณะให้รอดแล้วก็หลอกใช้ให้เขาทำเรื่องโอนที่ยายขวัญมาให้เธอใช่ไหม”

ชาลีโผล่พรวดมาบอกให้หยกฟ้าใจเย็นๆ หยกฟ้าตวาดไม่ให้ยุ่ง ถามกีรณาว่าอ่อยพี่ตุลย์ทำไม

กีรณาถามว่าตุลาเป็นแฟนเธอหรือ หยกฟ้าอึ้งเพราะตนเป็นฝ่ายรักตุลาข้างเดียว

“แสดงว่าไม่ใช่ และนายตุลย์ก็บอกว่าเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเขา ออกตัวแรงแบบนี้ ยางอายไม่มีเหรอ” หยกฟ้าสะอึกเข้าหากีรณา ชาลีดึงไว้ “ปล่อยมันพี่ชาลี

ฉันจะบอกให้นะ นายนั่นน่ะ ไม่ใช่สเปก เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าฉันจะมาแย่ง ส่วนเรื่องหลอกใช้ ก็ไม่ต้องห่วงเหมือนกัน เพราะคนอย่างฉันไม่ต้องหลอกก็มีผู้ชายมาคอยรับใช้...เยอะ! ชัดแล้วใช่ไหม”

หยกฟ้าเถียงไม่ออก ขู่ว่าถ้ากีรณายังยุ่งกับตุลาอีก ตนจะลาออกจากคณะ! กีรณาได้แต่เซ็ง

ooooooo

ชาลีลากหยกฟ้าออกมาบอกให้ใจเย็น ที่ผ่านมาพี่ตุลาไม่เคยแสดงความสนใจอะไรหยกเลย ฉะนั้นถ้าเขาจะชอบลูกแก้วก็เป็นสิทธิ์ของเขา

หยกฟ้าเถียงว่าที่พี่ตุลาไม่พูดเพราะเขาขี้อาย ด่าชาลีว่าพูดอะไรไม่สร้างสรรค์ สะบัดหลุดกระฟัดกระเฟียดออกไป ชาลีได้แต่มองตามเศร้าๆ

เวลาเดียวกันหมวดไรวินทร์ก็นำกำลังไปจับพวกลักลอบค้าของป่า จับคนไม่ได้แต่ยึดของกลางได้มากมาย หมวดบอกจ่าถวิลว่าเราต้องหาทางเข้าถึงตัวเป้าหมายให้ได้ จ่าถวิลบอกว่าตนจะจัดคนสะกดรอยตามทุกฝีก้าว หมวดสั่งการเคร่งเครียดว่า

“ต้องตามไปให้ถึงคนสั่งซื้อ ผมไม่อยากได้แค่ตัวกลาง งานนี้ต้องถอนรากถอนโคนทั้งขบวนการ”

วันนี้เวทีลิเกติดตั้งตบแต่งเรียบร้อยแล้ว สีสันสดใสสะอาดเอี่ยม กีรณายืนมองเวทีอย่างพอใจ ตุลาเข้ามาบอกว่าตนจะกลับแล้ว กีรณาย้ำว่าอย่าลืมมาให้ทันเวลาลิเกแสดง อ้างว่าเริ่มด้วยกันก็ต้องอยู่ด้วยกันจนจบ ตุลามองหน้า บอกว่า “เอาความจริง” เธอจึงยอมรับว่า

“เผื่อมีปัญหา มีนายอยู่ใกล้ๆฉันก็อุ่นใจ” เห็นเขานิ่งก็อ้อน “นะ...”

ตุลาบอกว่าขอคิดดูก่อน พลันทั้งสองก็ชะงักเมื่อเห็นมั่นหัวหน้าคณะหมอลำเดินมาสีหน้าไม่พอใจ ตุลาทำท่าจะไป กีรณาดึงเสื้อไว้สุดแรง มั่นเดินเข้ามา มองหน้ากีรณาถามว่านี่หรือ แก้วขวัญ ขวัญประชายุคใหม่ มั่นบอกว่าดูดี แต่ดีให้ตลอดนะ เพราะเด็กรุ่นหลัง ปากดีทำกร่าง แต่กลวง สุดท้ายไม่เห็นรอดสักราย

พอมั่นกลับไป กีรณาหาว่ามั่นเสียหน้าที่ตนทำได้ ตุลาเตือนว่า โบราณว่าจิ้งจกทักยังให้หยุดฟัง นี่ผู้ใหญ่ทักฟังๆไว้บ้าง กีรณาหันไปอีกทางเบ้หน้าว่า ผู้ใหญ่แบบนี้ใครกันแน่ที่กร่าง แต่พอหันมาตุลาไม่อยู่แล้ว บ่นอุบอิบว่าไม่มีมารยาทคนคุยด้วยก็เดินหนี แล้วมองเวทีลิเกพึมพำอย่างพอใจ

“ทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็แค่รอเวลา...It’s show time!!!”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement