รักหลงโรง ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักหลงโรง ตอนที่ 2


24 ก.ย. 2560 08:52
644,100 ครั้ง

ละคร นิยาย รักหลงโรง

รักหลงโรง ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

รักหลงโรง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ญนันทร

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนงา / หลี่เจิน

กำกับการแสดงโดย:

ปิยะพงษ์ คำภากุล

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

ตุลาวิ่งตามรถตู้ของกีรณาไป รถตู้ขับผ่านรถกระบะของเขาไป มีรถของปาปารัสซีขับตามรถตู้ไป ตุลารีบขึ้นรถขับตามไปอย่างเร็ว

ขณะที่กีรณาอยู่บนรถตู้ก็ได้รับโทรศัพท์จากอารดา เธอรับสายถามเสียงเย็นชาว่าอาดามีอะไร ตนกำลังจะกลับคอนโด อารดานัดให้ไปพบกันที่ห้อง 405 โรงแรมเดอะไฮ กีรณาถามว่าอาไปทำอะไรที่นั่น?

อารดาบอกว่าตนโกรธเธอไม่กลับไปนอนคอนโดจึงมานอนโรงแรม กีรณาง้อให้กลับก็ไม่กลับบอกว่ายังงอนอยู่ กีรณาจึงให้รถตู้ไปส่งที่โรงแรมแล้วกลับพร้อมกันก็ได้

รถตู้ของกีรณาบ่ายหน้าไปที่โรงแรมเดอะไฮ มีรถปาปารัสซีตามติด ตุลาขับกระบะตามไปไม่ลดละ

เมื่ออารดานัดกีรณาได้แล้วบอกบวรฤทธิ์ว่าอีกยี่สิบนาทีกีรณาจะมาถึง ทวงเงินก้อนสุดท้ายตามสัญญา บวรฤทธิ์เล่นแง่ว่าเมื่อกีรณาเป็นของตนแล้วจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ทันที

“ขอให้ทุกอย่างราบรื่นแล้วกันค่ะ ที่เหลือต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับท่าน ไม่ใช่ดิฉัน” อารดาพูดแล้วเดิน ออกจากห้อง บวรฤทธิ์หมายมั่นปั้นมือ ยิ้มน่ากลัวอยู่กลางห้อง!

กีรณามาถึง เธอเดินเข้าโรงแรมไม่รู้ตัวว่าถูกปาปารัสซีถ่ายรูปรัวทุกระยะ ตุลาจอดรถแล้ววิ่งตามเข้าไปในโรงแรม

กีรณาเข้าไปขอรับคีย์การ์ดจากพนักงานอ้างว่า คุณอาฝากไว้แล้วเดินไปขึ้นลิฟต์ ตุลาวิ่งเข้ามาเห็นพอดีรีบวิ่งตามไปแต่เข้าลิฟต์ไม่ทัน วิ่งกลับไปถามพนักงานว่ากีรณาอยู่ห้องไหน พนักงานถามว่าเกี่ยวข้องอะไรกับเธอก็อึกอัก พนักงานไม่บอก ตุลาคิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี

ส่วนปาปารัสซีสองคนเข้ามาไม่เห็นกีรณาแล้วจึงไปนั่งซุ่มรอที่ล็อบบี้

กีรณาไปถึงห้อง 405 ใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปยืนกลางห้องมองไปรอบๆม่านปิด เปิดไฟสลัว มีเสียงน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำ เธอคิดว่าอาดาคงอาบน้ำอยู่ เดินไปหน้าห้องน้ำร้องบอกว่าตนมาแล้วเดินกลับมา

เห็นไวน์แช่อยู่ในถังมีแก้วไวน์สองใบ กีรณายิ้มคิดว่า “สงสัยสั่งมาง้อ” แล้วเดินตรงไปที่ขวดไวน์
เสียงน้ำจากฝักบัวหยุดแล้ว เธอร้องบอก “แกรนด์รินไวน์ให้แล้วนะคะ” พอเสียงประตูห้องน้ำเปิดและเสียงคนเดินเข้ามา เธอพูดอย่างญาติดีด้วยว่า

“เราไม่ควรต้องทะเลาะกันเพราะไอ้แก่ตัณหากลับนั่นเลยนะคะอาดา เรามีกันอยู่สองคน ตอนนี้ ครอบครัวแกรนด์ก็มีแค่อาคนเดียว ถ้าเราต้องโกรธกันเพราะไอ้แก่ความคิดอุบาทว์นั่น มันน่าเสียใจนะคะ”

ที่แท้คือบวรฤทธิ์! เขาเดินมาหยุดข้างหลังกีรณาอารมณ์หื่น แล้วกลายเป็นไม่พอใจที่โดนด่า

“คำก็ไอ้แก่ สองคำก็ไอ้แก่...ทำร้ายจิตใจฉันมากเลยนะหนูแกรนด์” กีรณาตกใจถามว่าเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง อาดาอยู่ไหน? “ป่านนี้คงไปสนุกที่บ่อนไหนสักที่ หรือไม่ก็รออยู่หน้าตู้เอทีเอ็ม รอกดเงินที่ฉันจะโอนให้หลังจากที่ฉันได้ตัวเธอแล้วไงล่ะ กีรณา”

กีรณารู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น พยายามถอยห่างแต่มึนจนเซ ถามว่าเขาใส่อะไรในไวน์

“ยากล่อมประสาทนิดเดียว ยิ่งกว่าเมาเหมือนกินเข้าไปสักเหยือก” กีรณาถอยพยายามจะโทรศัพท์หาอาดา ถูกบวรฤทธิ์แย่งโทรศัพท์โยนไปที่เตียง “จะโทร.หาอาเธออีกทำไม เขาเป็นคนนัดให้เธอมาเจอกับฉันที่นี่เอง”

กีรณาไม่เชื่อขู่ว่าจะแจ้งความ บวรฤทธิ์หัวเราะลั่น ท้าว่า

“เอาสิ ฉันจะได้บอกให้คนทั้งโลกรู้กำพืดต่ำๆของเธอ นังเด็กบ้านนอก ชุบตัวที่เมืองนอก แล้วกลับมาโกหกคนทั้งประเทศว่าเป็นไฮโซ” กีรณาตกใจมากเมื่อถูกจี้จุดอ่อน บวรฤทธิ์ยังพล่ามอย่างเป็นต่อว่า “เงินที่อาเธอส่งไปเมืองนอกก็เงินฉัน กลับมาได้เข้าวงการก็เป็นเพราะฉัน แล้วฉันยังต้องส่งเงินให้อาเธอทุกปีอีกล่ะ เพราะอาเธอ สัญญาว่าจะทำให้เธอยอมเป็นของฉัน”

“ไม่จริง อาดาไม่มีวันขายฉันให้แก”

“ไปคุยกันเอาเอง ไม่ใช่คุยตอนนี้ เสียเวลา ตอนนี้เป็นเวลาถอนทุนคืน” บวรฤทธ์ย่างสามขุมเข้าตะครุบตัวกีรณา เธอพยายามลากสังขารหนีออกไปแต่มึนมาก จึงพยายามตะโกนสุดเสียง

“ช่วยด้วย!!!”

ooooooo

ตุลาคิดหนักว่าจะขึ้นไปหากีรณาได้ยังไง ตัดสินใจทำตัวตุ้งติ้งอ้างเป็นนุ่มนิ่มผู้จัดการส่วนตัวของกีรณา แต่ติดต่อกีรณาไม่ได้ จำเป็นต้องส่งชุดให้เธอใส่ไปงานคืนนี้ แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ห้องไหน

ตุลาวีนลั่นจนพนักงานยอมบอกห้องแต่อย่าบอกใครว่าตนบอกและขอลายเซ็นคุณแกรนด์ด้วยเพราะตนชอบมาก

ตุลาหลุดจากพนักงานมาได้ก็เข้าลิฟต์กดไปที่ชั้น 4 แต่มีแม่ลูกคู่หนึ่งวิ่งมาเข้าลิฟต์ด้วย พอเข้าลิฟต์ลูกวัย 6 ขวบก็กดปุ่มเล่นไล่ตั้งแต่ชั้นสองไปถึงชั้นหก แม่ห้ามไม่ทันได้แต่ขอโทษตุลาที่มองหน้าเจื่อน

ตุลาเซ็งมาก ยิ่งรีบก็ยิ่งมีปัญหา พอขึ้นถึงชั้นสามเจอนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มใหญ่ล้งเล้งกันอยู่หน้าลิฟต์

ถามตุลาว่า “อัพ? ดาวน์?” ตุลาบอกว่า “อัพน็อทดาวน์” นักท่องเที่ยวได้ยินแต่คำหลังก็ร้องโอเคดาวน์ และทยอยกันเข้ามาจนเต็มลิฟต์ ตุลาขี้เกียจพูดปล่อยเลยตามเลยทั้งที่ร้อนใจมาก

กีรณาถูกมอมยาทั้งยังถูกคุกคาม เธอหนีไปซ่อนตัว ในห้องน้ำ บวรฤทธิ์ตามไปทั้งขู่ทั้งกล่อมว่าให้ออกมาพูดกันดีๆ หาทางออกด้วยกัน อย่าให้ตนโมโหมากไปกว่านี้ ตนทำให้เธอเกิดได้ก็ทำให้ดับได้ อย่าลืมว่าตนเป็นใคร

กีรณาหาทางเอาตัวรอด เปิดประตูออกมาไหว้อ้อนวอนว่าอย่าทำลายชีวิตตนเลย ตนมาไกลแล้ว อย่าให้ประชาชนทั้งประเทศตราหน้าว่าตนเป็นคนโกหกเลย

บวรฤทธิ์เห็นน้ำตากีรณาก็ท่าทีอ่อนลงเข้าไปโอบโอ๋บอกว่าตนไม่อยากทำลายชีวิตเธอถ้าเราคุยกันดีๆ แล้วประคองเธอไปที่เตียง

กีรณาเดินเซๆตามไป แต่แววตาครุ่นคิดหาทาง จัดการกับบวรฤทธิ์ ที่กำลังหื่นหน้ามืด

ooooooo

พอลิฟต์ถึงชั้น 4 ตุลาจะรีบออกไปก็ถูกนักท่องเที่ยว จีนกลุ่มนั้นยืนล้งเล้งกันอยู่ว่าลิฟต์ขึ้นไม่ใช่ลงกว่าเขาจะแหวกออกไปได้ก็ทุลักทุเล

ขณะเดินหาห้อง 405 เจอผัวเมียทะเลาะกันเรื่องหึงหวงตบตีกันออกมานอกห้อง ตุลาต้องหลบหลีกกันไปมา

พอหลุดออกมาได้ก็รีบหาห้องต่อ

ในห้อง 405...เมื่อบวรฤทธิ์ประคองกีรณาไปที่เตียง เธอกลัวจนตัวสั่นแต่ยังมีสติพยายามควานหากระเป๋าถือ ที่วางอยู่บนเตียงเพื่อหาอะไรบางอย่าง บวรฤทธิ์ซุกไซ้อย่างหน้ามืด กีรณายังมีสติดีอ้อนให้ใจเย็นๆแต่มือยังควานหากระเป๋า ถูกบวรฤทธิ์หยิบเหวี่ยงออกไป

กีรณาจวนตัวใช้เล็บตะกุยหน้าบวรฤทธิ์จนผงะแล้วรีบลุกจากเตียง ถูกกระชากขาล้มฟาดที่เตียง คราวนี้ถูกเขาที่ทั้งหื่นและโมโหกระโจนใส่ โชคดีที่เธอควานกระเป๋าเจอและเอาเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมาจี้ที่เอวจนบวรฤทธิ์ตาเหลือกล้มฟุบลงที่พื้นข้างเตียง

กีรณาคว้ากระเป๋าได้ก็เกาะกำแพงห้องจะหนีออกไป ฤทธิ์ยาทำให้เธอล้มลงแต่ก็ยังมีสติหนีได้

ตุลามาถึงหน้าห้อง 405 พอดีกีรณาเปิดประตูออกมาในสภาพเมายามาก ตุลาตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอบอกว่าตนถูกมอมยา ตุลาจะพาไปแจ้งตำรวจ

“ไม่ต้องแจ้ง!!! ให้ใครรู้ไม่ได้! ฉันไม่อยากเป็นข่าว ขอร้อง พาฉันไปเร็ว!!”

ตุลาจึงประคองเธอไปที่ลิฟต์ซึ่งยาออกฤทธิ์จนเธอ ซบอกเขาหลับ รูดตัวลงไป ตุลาตกใจเขย่าเรียกไม่ให้หลับ พอเธอตื่นสะลึมลือก็เล่ากระท่อนกระแท่นว่า

ตนถูกไอ้แก่ตัณหากลับมอมยา เพราะอาแท้ๆของตนเป็นคนส่งตัวมาให้ อ้อนวอนว่า

“เรื่องนี้จะให้คนนอกรู้ไม่ได้ ผู้จัดการฉันก็ห้ามรู้ นังนี่เลี้ยงไม่เชื่องหรอก ฉันรู้ ฉันโคตรอายยยย...นายคนนอกหรือเปล่า” เธอจ้องหน้าเบลอๆถาม ตุลาบอกว่า ตนเป็นคนใน ในมากๆด้วย “เค...ถ้ามีใครรู้ฉันพัง...โคตรพัง!!!”

กีรณาจะหลับให้ได้ ตุลาทั้งประคองและปลุกให้ตื่น จนกระทั่งลิฟต์ลงถึงชั้นหนึ่ง ประตูลิฟต์เปิดตุลาพยายามพาเธอออกจากลิฟต์จะผ่านล็อบบี้ที่ปาปารัสซีนั่งอยู่

เขาจึงเอาหมวกของตนใส่ให้เธอ เอาตัวบังๆ พาออกไป ปาปารัสซีเห็นข้างหลังกีรณาจำได้ตามไป แต่ตุลาก็พาเธอออกไปจากโรงแรมจนได้

ที่หน้าโรงแรม พนักงานโรงแรมเรียกแท็กซี่ให้แขก ขณะเปิดประตูรถให้แขก ตุลาก็พากีรณาตัดหน้าขึ้นไปสั่งแท็กซี่บอกให้ออกรถเลย

ตุลาถามกีรณาว่าจะให้ไปส่งที่ไหน เธอสับสนบอกให้ไปส่งอ่างทอง แต่พอมีสติขึ้นเห็นตุลาก็ถามว่าเป็นใครสั่งแท็กซี่ให้จอด พอแท็กซี่จอดเธอเห็นกระเป๋าถือตัวเองอยู่ที่ตุลาซึ่งเขาช่วยถือให้ตอนออกจากลิฟต์ก็โวยวายว่าเขาปล้นตน ต่อยตุลาแล้วทั้งถีบทั้งดันเขาออกจากรถ สั่งแท็กซี่ให้ไปเลย

แท็กซี่บอกว่าตนคิดว่าเขาเป็นแฟนเธอเสียอีก กีรณาขอร้องแท็กซี่อย่าเอาเรื่องนี้ไปพูดที่ไหน ทิปหนักปิดปากแท็กซี่แล้วสั่งให้ไปส่งที่สุขุมวิท เธอเอนพิงเบาะอย่างเหนื่อยอ่อน เครียดมาก

ooooooo

ตุลาถูกถีบลงจากรถทิ้งไว้ข้างทาง พอลุกขึ้นก็ได้รับโทรศัพท์จากชาลี เขาตกใจนึกว่ายายขวัญเป็นอะไร พอรู้ว่ายายยังโอเคอยู่ก็โล่งใจ ชาลีถามว่าเจอลูกแก้วหรือยัง

ตุลาบอกว่าเจอแล้วแต่มีเรื่องยุ่งๆอยู่เลยยังไม่ได้บอก ชาลีเร่งให้รีบหน่อยไม่รู้ว่าวันไหนยายจะเป็นอะไร พอวางสายตุลารีบเช็กตารางงานของกีรณา แล้วเขาก็สบถเซ็งสุดขีด “แบตหมด! เวร!!”

ที่บ้านยายขวัญ...มัทรีทาแป้งให้ยายขวัญจนหน้าขาวผ่องบอกว่าสวยแล้วแม่ ยายขวัญถามกิ๊กว่าสวยจริงหรือ กิ๊กบอกว่าสวยจริง กิ๊กอยากสวยเหมือนยายแล้วโผเข้ากอด ยายกอดกิ๊กยิ้มอิ่มใจพูดน้ำตาคลอ

“เออไม่เสียแรงเอามาเลี้ยง มันช่างฉอเลาะให้ยายชื่นใจได้ทุกวัน ตอนที่พี่ลูกแก้วยังอยู่กับยาย เขาก็ตัวเท่านี้แหละกิ๊กเอ๊ย...”

กัณหาเข้ามาลากชาลีออกไปถามอย่างขัดใจว่าทำไมต้องไปตามหาผู้หญิงคนนั้นด้วย ชาลีบอกว่าเขาเป็นหลานแท้ๆของยายนะ กัณหาบ่นว่าเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นหลานยาย ไม่งั้นต้องกลับมาเยี่ยมมาดูแลยายบ้าง แล้วนี่อะไร มีแต่พวกเราที่ไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับยายเลย

“เขาไม่เคยคิดก็เรื่องของเขา แต่ที่เราทำเพราะยายอยากเจอลูกแก้วมาก”

“หลานอกตัญญู น่าจะตัดหางปล่อยวัดไปเลย”

“หยุดนะกัณหา!! อย่าด่าลูกแก้วแบบนี้อีก”

มัทรีปรามเสียงเข้ม กัณหาเถียงฉอดๆว่าก็มันจริงนี่ “เราไม่รู้เหตุผลจริงๆที่ทำให้เขาไม่โผล่มาว่ามีอะไร เพราะฉะนั้นเราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินเขา”

กัณหาเงียบ ชาลีเห็นด้วยกับแม่ บอกกัณหาว่าเราไม่เจอไม่ได้ข่าวลูกแก้วมาหลายปี เขาจะถูกอาเขาเลี้ยงหรือโตขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ กัณหายังทำหน้ารับไม่ได้ มัทรีย้ำว่า

“ตอนนี้สิ่งที่เราทุกคนต้องคิดถึงคือ ทำให้ยายสบายใจที่สุด ให้แกไปอย่างสงบไม่มีห่วง”

กัณหารับปากว่าได้ แต่ไม่สัญญาว่าถ้าไม่มียายเมื่อไหร่ตนจะไม่พูดแขวะมันอีก

ขณะนั้นเอง ป้าไฝแม่ของหยกฟ้าเดินเข้ามาถามว่า ยายขวัญเป็นยังไงบ้าง มัทรีรู้นิสัยป้าไฝดีมองหน้าแล้วถอนใจ ป้าไฝรู้ตัวบอกว่า ตนมาดี

ป้าไฝกับหยกฟ้าเข้าไปหายายขวัญที่นอนอ่อนเพลียอยู่ ยายขวัญขอบใจที่มาเยี่ยมแต่ป้าไฝปากไม่ดี บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยเดี๋ยวไม่ทันยายจะชิงตายไปเสียก่อน กัณหาฉุนขาดถามว่าทำไมป้าพูดหมาๆแบบนี้ เลยต่อปากต่อคำกับป้าไฝแบบไม่มีใครยอมใคร จนมัทรีต้องบอกให้กัณหาหยุด และหยกฟ้าก็บอกให้แม่พอป้าไฝ ยังอาฆาตกัณหา จนยายขวัญบอกว่าจะคุยอะไรก็คุยเลยจะทะเลาะกับเด็กทำไม

ป้าไฝบอกว่าจะให้หยกฟ้าออกจากคณะลิเกของยายขวัญไปอยู่คณะรำไพวรรณที่อำเภอ เพราะที่นั่นมีงานเยอะ ค่าตัวก็ให้มากกว่า นางเอกคณะนั้นออกเทปลูกทุ่งมานักต่อนักแล้ว คนโง่เท่านั้นที่ไม่ไป ยายขวัญบอกว่า หยกฟ้าอยากไปก็ไปเถอะ กัณหาไม่พอใจถามว่า ทำไมยายยอมง่ายๆล่ะ

“พอได้แล้วนังกัณหา อย่ามาสาระแนสงสัยการตัดสินใจของข้า จะมีประโยชน์อะไรรั้งให้คนที่ไม่มีใจอยู่ คณะลิเกยายขวัญไม่เคยบังคับใจใคร นังหยกเอ๊ย ...ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะว่า และก็จะไม่มีใครในคณะว่าเอ็งเหมือนกัน เหตุผลของเอ็ง...ข้าเข้าใจดี ไปเถอะ”

ยายขวัญพูดอย่างใจกว้างมีเมตตา มัทรีบอกป้าไฝว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลิเกคณะแก้วขวัญ ขวัญประชา ก็จะต้องยังอยู่ต่อไป

ป้าไฝชวนหยกฟ้ากลับ หยกฟ้าบอกว่าตนไม่ไปอยู่คณะรำไพวรรณ ตนจะอยู่กับลิเกคณะแก้วขวัญ ขวัญประชา ทำให้ป้าไฝโกรธมาก แต่หยกฟ้าก็ยืนยันความตั้งใจของตน

ooooooo

กีรณากลับถึงคอนโด สั่ง รปภ. ถ้ามีใครมาถาม เรื่องแกรนด์อย่าพูดอะไรเด็ดขาดและรีบโทร.บอกตน

เมื่อเข้าห้องแล้ว เธอโทรศัพท์หาอาดา โทร.ครั้งแล้ว ครั้งเล่าก็มีแต่เสียงบอกว่า “ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก” ความหวาดกลัวทำให้กีรณาปิดประตูแน่นหนาแล้วลากโต๊ะเก้าอี้มาขวางประตูไว้ เธอทำ อย่างเร่งรีบจนเหนื่อยหอบ...

ตกเย็น นุ่มนิ่มมาที่คอนโด รปภ.กันไว้ไม่ให้ขึ้น เพราะต้องโทร.บอกคุณแกรนด์ก่อน นุ่มนิ่มแอบบ่นว่าผีอะไรเข้าอีกล่ะ เมื่อได้รับอนุญาตให้ขึ้นไป ก็ถามกีรณาว่าเกิดอะไรขึ้น ทำเหมือนกลัวใครจะบุกมาปล้น

“คือ...แกรนด์ลองเปลี่ยนฮวงจุ้ยห้องดูน่ะค่ะ แต่ยังจัดไม่เสร็จ พี่ก็มา” กีรณาปดหน้าตาเฉย

นุ่มนิ่มมาบอกเรื่องเย็นนี้ต้องไปงานวันเกิดไฮโซแชมป์ กีรณาบอกว่าเหนื่อยไม่ไป นุ่มนิ่มเผลอเสียงดังว่า “ต้องไป” เพราะตนรับปากรับรองทุกอย่างว่างานนี้คุณแกรนด์ ไปแน่ กีรณาถามว่ากล้าขึ้นเสียงกับตนหรือ ขู่จะไล่ออก นุ่มนิ่มกลับลำทันทีไหว้ขอโทษ ขอร้องให้ไป ไม่งั้นผลประโยชน์มากมายจะหายไปหมด

กีรณาบอกว่ากลัวแฟนคลับโรคจิตตามเพราะตอนกลับจากโรงแรมตนเจอมาแล้ว นุ่มนิ่มจะสั่งบอดี้การ์ด ประกบให้ เธอตัดบทขอคิดดูก่อนแล้วเดินไปเลย นุ่มนิ่มยืนเหวอพยายามอดกลั้นเต็มที่

ooooooo

ฝ่ายตุลาเมื่อแบตหมดเช็กงานของกีรณาไม่ได้จึงรีบกลับไปที่บ้านแม่แตงอ่อน พอลงจากรถก็วิ่งเข้าไป เจอแม่ก็ยกมือไหว้สวัสดีแล้วขึ้นข้างบนทันที

แตงอ่อนดีใจที่ลูกกลับมา แต่งงเมื่อตุลามาถึงก็วิ่งขึ้นข้างบน จึงตามขึ้นไปเห็นเขาเปิดคอมฯรออย่างกระวนกระวายจึงเข้าไปชวนคุย

แตงอ่อนบอกว่าวันนี้นัดรสิตามากินข้าวเพราะเธอมาดูแลแม่แทนตุลย์ที่หนีไปเก็บตัวทำนาทำสวนของตา ถามว่าเมื่อไหร่จะขายๆเสียที อีกหน่อยเป็นผู้พิพากษาจะทำไหวหรือ ถามว่ารสิตาก็จะสอบผู้พิพากษาด้วยใช่ไหม

แม่ชวนคุยอะไร ตุลาก็ตอบอย่างขอไปทีเพราะใจจดจ่ออยู่กับคอมฯ จนแม่ถามว่าดูอะไรอยู่ พอเขาบอกว่า หาตารางงานของแกรนด์ กีรณา หรือลูกแก้ว เป็นหลานของยายขวัญ เพราะยายขวัญกำลังจะตาย ตนจะพาเธอกลับไปหายายให้เร็วที่สุด

“งั้นรีบเลยลูก” แตงอ่อนชะโงกไปดูช่วยลุ้นด้วย ครู่เดียวก็เจอ แตงอ่อนถามว่าที่ไหน

“ปาร์ตี้วันเกิดไฮโซแชมป์ที่โรงแรม...”

แต่พอตุลาจะออกไป ก็เจอรสิตาถือของเยี่ยมเข้ามาพอดี เธอดีใจแต่ตุลาบอกว่าตนต้องไปก่อน แล้วค่อยคุยกัน ทำเอารสิตาอึ้ง ดีใจเก้อ

ooooooo

อารดาไปเข้าบ่อนของบวรฤทธิ์ กดเงินแต่ไม่มี ซ้ำถูกไอศูรย์ลูกชายบวรฤทธิ์ตามมาเล่นงานเพราะบวรฤทธิ์โทร.บอกว่าถูกกีรณาช็อตด้วยไฟฟ้า อารดา ถูกลูกน้องไอศูรย์หิ้วปีกออกไปทันที

กีรณาไปงานวันเกิดไฮโซแชมป์ เจอโรสิตากับเนตรดารา โรสิตามองกีรณาอย่างพร้อมจะมีเรื่อง เนตรดารา ติงว่าอย่าหงุดหงิดเดี๋ยวจะหมดสนุก ชวนเข้าข้างในกัน บอกว่ามีอะไรสนุกๆรออยู่

ไฮโซแชมป์ควงกีรณาเข้าไป ส่งเครื่องดื่มให้ กีรณารับไว้แต่ยังไม่ดื่มบอกให้เขาไปต้อนรับแขกอื่นบ้าง ตนดูแลตัวเองได้ อย่าทำให้ตนถูกคนอื่นหมั่นไส้เลย พอไฮโซแชมป์ไปกีรณาก็ส่งแก้วไวน์ให้นุ่มนิ่มและขอน้ำแร่ ถามนุ่มนิ่มอย่างขัดใจว่า

“รู้ไม่ใช่เหรอว่าไม่ดื่มของพวกนี้หรืออะไรข้างนอก ทั้งนั้น”

ขณะนั้นเอง เนตรดารากับโรสิตาเข้ามาหากีรณา เนตรดาราถามว่าหัวเราะอะไรกันท่าทางน่าสนุกขอแจมด้วยคน เมื่อนุ่มนิ่มไปเอาน้ำแร่ให้กีรณา เนตรดาราก็ขอไปเข้าห้องน้ำแล้วออกไปเลย

ครู่หนึ่งนุ่มนิ่มเอาน้ำแร่ในแก้วไวน์มาให้กีรณา เธอบ่นว่าทำไมมาช้าคอแห้งจะแย่แล้ว นุ่มนิ่มบอกว่าพอดีมีงานเข้าเล็กน้อยยังเคลียร์กันไม่เรียบร้อยเท่าไหร่แล้วขอตัวไปเคลียร์ต่อ

พอนุ่มนิ่มออกไป โรสิตาก็ตรงเข้าหากีรณา ไล่บอดี้การ์ดให้ถอยไปตนมีเรื่องจะเคลียร์กับกีรณา แล้วเข้าไปต่อว่ากีรณาว่าดูถูกตน กีรณาเดินเข้าหารุกไล่โรสิตา ไปหลังแบ็กดร็อปข้างเวที จิกตากระซิบว่าโบราณว่าหมากัดอย่ากัดตอบ แต่ถ้าหมากัดไม่เลิก ตนก็ยอมเป็นหมาบ้า!! แล้วพุ่งเข้าใส่ โรสิตาพยายามร้อง แต่เสียงเพลงดังกลบไม่มีใครได้ยิน

นุ่มนิ่มเดินออกไปได้ยินเสียงเพลงทนไม่ไหวเห็นเนตรดาราเดินตามมาก็ลากออกไปเต้นด้วยกันอย่างเมามัน

กีรณาตบจิกทึ้งเล่นร้ายยิ่งกว่าโรสิตาเล่นบทนางร้าย ในละคร โรสิตายับเยิน ปรามก่อนผละไปว่า

“จำใส่หัวไว้เลย!! แกว่งปากหาเสี้ยนอีก คราวหน้าฉันจะตบให้จมูกยุบ ซิลิโคนกระเด็นออกมาทางปากเลยคอยดู!!”

กีรณาเดินเชิดออกไป พวกบอดี้การ์ดมองงงๆที่จู่ๆกีรณาก็เปลี่ยนจากมาดนางเอกเป็นนางร้าย และเมื่อเธอเดินออกไปเห็นนุ่มนิ่มกำลังเต้นเมามันอยู่กับเนตรดาราก็ตะโกนเรียกแล้วเต้นโยกยึกยักไปหาจนนุ่มนิ่มงง กระซิบถามว่า “คุณแกรนด์...สนุกไปไหมคะ?”

กีรณาเต้นเมามันจนนุ่มนิ่มผิดสังเกตมองอย่างตกใจบอกให้หยุดก็ยิ่งเต้นบอกให้นุ่มนิ่มเต้นด้วยกัน

ทันใดนั้นมีกลุ่มตำรวจเข้ามา ไฮโซแชมป์ตกใจเข้าไปถาม “นี่มันอะไรกันครับ!!”

“เราได้รับแจ้งว่ามีการใช้ยาเสพติดในงานปาร์ตี้ ผมต้องขออนุญาตตรวจค้นทุกคนในงาน รวมถึงตรวจปัสสาวะของทุกคนด้วย”

ทุกคนตกใจ นักข่าวพากันถ่ายรูป กีรณาหน้าซีดที่ตกเป็นข่าว

ตุลาที่แอบเข้ามาในงานตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้!

กีรณาโทษว่าเพราะนุ่มนิ่มคะยั้นคะยอให้มาทำให้ตนเสียภาพพจน์ ฝ่ายโรสิตาสะใจกับเหตุการณ์นี้ แกล้งพูดดังๆให้นักข่าวได้ยินว่า แกรนด์ กีรณามีพิรุธไม่เต็มใจให้ตำรวจตรวจฉี่ หรือว่ากลัวอะไร

กีรณาพยายามแสดงตัวว่าบริสุทธ์ยอมให้ตำรวจตรวจฉี่ทั้งที่ตัวเองก็อยู่ในสภาพเบลอๆแต่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเมายาอี

ตุลาแอบตามหลังนักข่าวเข้าไปในงาน เขาพยายาม จะแทรกเข้าไปหากีรณาแต่เข้าไม่ถึงจึงได้แต่ยืนดูอย่างเป็นห่วงอยู่ห่างๆแล้วทุกคนก็ช็อกเมื่อตำรวจประกาศผลการตรวจฉี่ว่า

“ของคุณกีรณา...ตรวจพบสารเสพติดครับ!”

สิ้นเสียงของตำรวจ โรสิตาก็ตะโกนจงใจตอกย้ำว่า “แกรนด์ กีรณา ฉี่สีม่วง!!!”

กีรณาตกตะลึงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ตุลาที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งตกใจอึ้งไม่คิดว่ากีรณาจะเป็นแบบนี้ ฝ่ายโรสิตาก็ยิ่งป่าวร้องเรื่องกีรณาฉี่สีม่วง กีรณาปฏิเสธลิ้นรัว ไม่ค่อยรู้เรื่องว่า

“ไม่มีทาง ไม่จริง ฉันไม่เคยยุ่งกับของพวกนี้...นั่นไม่ใช่ของฉัน ไม่จริง!!! ฉันไม่เคยอัพยา”

ตำรวจยืนยันว่าหลักฐานชัดเจน เราเป็นทีมตรวจสอบที่แม่นยำเชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ กีรณาเถียงว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับของพวกนี้ เอากระเป๋าถือมาเทพิสูจน์ตัวเอง ปรากฏว่ามีถุงพลาสติกเล็กๆ มียาอีเต็มถุง! นักข่าวรุมถ่ายรูปกันรัว

กีรณาหน้าซีด เข่าอ่อน พยายามปัดป้องไม่ให้นักข่าวถ่ายรูป ขณะเดียวกันตำรวจก็เข้าประกบทันที

ตุลามองอึ้ง...นึกสงสารยายขวัญจับใจ...

ที่บ้านยายขวัญ...คืนนี้ขณะมัทรีกำลังซ่อมชุดลิเกอยู่กับชาลี กัณหานั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ๆ ทีวีตัดสลับข่าวเข้ามา นักข่าวรายงานจากงานปาร์ตี้ไฮโซแชมป์เรื่องการจับกุมดาราสาวชื่อดัง แกรนด์ กีรณา ตรวจสอบพบสารเสพติดในปัสสาวะและถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดี!

ยายขวัญสะเทือนใจฟุบไปหน้าทีวีนั่นเอง!

ooooooo

ขณะกีรณาถูกตำรวจคุมตัวไปนั้น นักข่าวตามกันเกรียวต่างพยายามจะสัมภาษณ์ นุ่มนิ่มรับหน้านักข่าวว่าตอนนี้คุณแกรนด์จะไม่พูดอะไรทั้งนั้นทุกอย่างเป็นความเข้าใจผิด แล้วกันกีรณาออกไป

ขณะนักข่าวเซ็งอยู่นั้น ไฮโซแชมป์ก็มาให้ข่าวว่า “ผมขอแก้ข่าวนะครับ ระหว่างผมกับคุณแกรนด์เราเป็นเพียงแค่...คนรู้จัก เคยทำงานด้วยกัน จริงๆผมมีแฟนแล้วครับ”

เวลาเดียวกันนุ่มนิ่มก็ฉีกตัวออกจากกีรณา อ้างว่าจะหาทางช่วยเธอแต่ตอนนี้ให้เธอไปกับตำรวจก่อน ตุลาที่แทรกตัวตามขบวนมาได้ยินนุ่มนิ่มก็อึ้ง ตัดสินใจวิ่งตามขบวนตำรวจออกไป

ส่วนคนที่สะใจคือโรสิตา จูงมือเนตรดาราชวนไปฉลองกัน เนตรดาราตามไปอย่างกระหยิ่มใจ
ขณะตุลายืนมองรถตำรวจที่พากีรณาห่างออกไปทุกทีนั้น ชาลีโทรศัพท์เข้ามาถามข่าวคืบหน้า เขาบอกชาลีว่าพอดีเกิดเรื่องกับลูกแก้ว ตนเลยยังไม่มีโอกาสบอก ขณะนั้นกัณหาพรวดจะเข้าไปในห้องฉุกเฉินเพื่อบอกยายขวัญ ถูกมัทรีกระชากตัวดึงออกมา

“เอ็งฟังแม่นะกัณหา!! ไม่ว่าลูกหลานจะทำตัวไม่ดียังไง สายเลือดก็คือสายเลือด ยายยังรักและ
เป็นห่วงลูกแก้ว เอ็งเข้าใจไหม หยุดได้แล้ว เอ็งนั่นแหละที่จะไปซ้ำเติมให้ยายตายเร็วกว่าเดิม!”

พูดแล้วทั้งมัทรีและกัณหาต่างสะเทือนใจร้องไห้ออกมา ชาลีพลอยน้ำตาซึมไปด้วย

ooooooo

โรสิตากับเนตรดาราไปดื่มฉลองกันในโรงแรมหรู เนตรดาราทำทีพูดว่าน่าสงสารกีรณา โรสิตาถามว่าสงสารทำไม ตอนนี้ถึงเวลาที่ตนจะได้ดูชีวิตที่ตกต่ำดำดิ่งติดลบไม่ได้ผุดได้เกิดของแกรนด์แล้ว!

โรสิตาปากว่าสงสารแต่แอบสะใจเมื่อนึกถึงการกระทำของตัวเองทั้งหมด...

ที่งานปาร์ตี้ไฮโซแชมป์นั้น...โรสิตามาเห็นนุ่มนิ่มมือหนึ่งถือขวดน้ำแร่อีกมือถือโทรศัพท์และควานหาสมุดคิวเช็กงานวุ่นจึงอาสาถือขวดน้ำแร่ให้ แล้วแอบเทยาอีที่บดแล้วลงในขวด เท่านั้นไม่พอ ขณะตำรวจจะให้นุ่มนิ่มตรวจฉี่ นุ่มนิ่มถือกระเป๋าของกีรณาอยู่

โรสิตาจึงอาสาถือให้แล้วแอบเอายาอีเป็นถุงใส่ในกระเป๋าถือ ของกีรณาจนกีรณาตกเป็นผู้ต้องหาเสพและมียาเสพติดไว้ในครอบครองอย่างดิ้นไม่หลุด!

นึกถึงผลงานของตนแล้ว โรสิตาพึมพำสะใจว่า

“ต่อไปนี้ ชื่อแกรนด์ กีรณา จะต้องหายไปจากวงการบันเทิง...หึๆๆ”

เพียงชั่วข้ามคืน กีรณาจากนางฟ้ากลายเป็นผู้ต้องหายาเสพติด คนที่เคยใกล้ชิดก็ทิ้งไม่อยาก
ยุ่งเกี่ยวด้วย และทุกคนก็เชื่อว่าเธอทำผิดจริงเพราะหลักฐานแน่นหนาชัดเจน

พี่ดาวที่เป็นต้นสังกัดก็สั่งให้เธอเก็บตัวเงียบ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด งานทุกอย่างยกเลิกหมด กีรณาบอกว่าตนต้องใช้เงิน ต้องมีชีวิตต่อไป พี่ดาวถามว่าใครจะยอมให้เธอทำงานอีก นุ่มนิ่มก็ประสานเสียงเป็นปี่เป็นขลุ่ย พอกีรณาจะชี้แจงพี่ดาวก็บอกให้พอถามทนายว่าจะเอายังไงต่อไป

“ต่อจากนี้คุณแกรนด์ต้องเก็บตัวให้เงียบที่สุด ห้ามออกสื่อ ห้ามให้สัมภาษณ์เพื่อไม่ให้เสียรูปคดี หรือมีอะไรมาเป็นหลักฐานมัดตัวเราอีก” ทนายแนะนำ

กีรณาพยายามจะทักท้วงอธิบาย แต่พี่ดาวตัดบทขอไปประชุมเพื่อหาทางออกให้กับลูกค้าที่เรารับงานและรับเงินมาแล้วรวมทั้งกองละคร พูดแล้วบ่นอยากตาย เพราะไม่รู้ว่าจะโดนปรับโดนด่าอีกขนาดไหน

กีรณาจึงได้แต่ฟังเรื่องราวต่างๆอย่างสิ้นหวัง ร้อนใจว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร พี่ดาวให้รถเก่าๆไปส่งกีรณาที่คอนโด เธออายมากจึงให้เข้าทางด้านหลังคอนโดและขึ้นลิฟต์ขนของ พวกนักข่าวรวมทั้งตุลาที่รออยู่ประตูหน้าจึงต่างคอยเก้อ ไม่รู้ว่ากีรณาหายไปไหน

เมื่อหนีขึ้นห้องแล้ว กีรณาเปิดไอจีของตัวเองดู มีทั้งให้กำลังใจและด่าเต็มไปหมด

ooooooo

เนตรดาราทำลายชีวิตกีรณาจนป่นปี้แต่ตีสองหน้าทำเป็นเห็นใจ ผิดหวัง ทำตัวใกล้ชิดกับนุ่มนิ่มและพี่ดาว พอพี่ดาวบอกว่าจะหาคนอื่นมาทำงานแทนกีรณา ก็ทำทีถามว่าไม่เก็บไว้ให้
พี่แกรนด์บ้างหรือ

“ไม่ค่ะ เพราะพี่ไม่รอ ถึงรอมันก็ชัวร์อยู่แล้วว่าแพ้คดีแน่ ตอนนี้ธุรกิจพี่เสียหายไปเท่าไหร่แล้ว
ไม่ฟ้องกลับเรียกค่าเสียหายจากยัยนั่นก็บุญโข พี่จะให้ Vvip Mo ของพี่เจ๊งเพราะยัยนั่นไม่ได้!”

เนตรดาราทำหน้าเศร้าสงสาร แต่แอบยิ้มสะใจกับชะตากรรมของกีรณา หลังจากนั้นก็โทร.นัดนักข่าว กินข้าวเพื่อขอบคุณที่ช่วยเขียนข่าวเชียร์ บอกนักข่าวว่าเห็นพี่ดาวส่งแกรนด์ไปพักที่คอนโดแล้ว

พอนักข่าวคนนั้นวางสายจากเนตรดาราก็แจ้นไปบอกเพื่อนนักข่าวว่ากีรณาขึ้นห้องไปแล้ว พวกนักข่าวต่างงุนงงรวมทั้งตุลาด้วย ตุลาคิดหนักว่าจะทำอย่างไรต่อไปเพราะชาลีโทร.มาบอกว่ายายขวัญไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่

ตุลาตัดสินใจไปเจรจากับ รปภ.บอกว่ามีเรื่อง สำคัญจะบอก คือยายของกีรณากำลังจะตาย รปภ.
ไม่เชื่อเพราะถ้าเรื่องยายของเธอพ่อแม่เธอที่อยู่ต่าง-ประเทศย่อมต้องบอกแล้ว ไล่ให้ไปนั่งทางโน้นเลย

“พ่อแม่อยู่ต่างประเทศเหรอ...สะตอตัวแม่เหมือนที่ข่าวพูดจริงๆ” ตุลานึกในใจ แล้วเดินไปนั่งกับกลุ่มนักข่าวที่มุมหนึ่ง

เมื่อกีรณาขึ้นห้องไปอยู่กับตัวเอง ครุ่นคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วก็คิดไม่ออกว่าใครเป็นคนทำเรื่องใส่ร้ายตน คิดไม่ออกก็หวังพึ่งอาดา พอโทร.ไปก็มีแต่เสียงบอกว่าไม่มีสัญญาณตอบรับ กีรณาไม่หวังพึ่งใครหาทางช่วยตัวเองด้วยการหานักสืบมาช่วย

อารดาถูกไอศูรย์อุ้มไปให้บวรฤทธิ์ บวรฤทธิ์สั่งให้ไปเอาตัวกีรณามาให้ตนให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ให้เตรียมตัวตาย และสั่งไอศูรย์ให้ตามประกบอารดาให้ดีอย่าให้พลาด ถ้าพลาดก็อย่ามาให้เห็นหน้าอีก

ดังนั้นอารดาจึงมาหากีรณาที่คอนโด เล่นบทหน้าเนื้อใจเสือ ทำเป็นขอโทษกีรณากับเหตุการณ์ที่ผ่านมา บอกถ้าตนไม่ทำก็จะต้องถูกฆ่า ทำเป็นเห็นใจกีรณาบอกว่า ความจริงเป็นอย่างที่เล่า แต่กีรณาจะเชื่อตนหรือเชื่อบวรฤทธิ์ก็แล้วแต่

“แกรนด์เชื่ออาดาค่ะ” กีรณาใจอ่อน อารดาโผกอดกีรณาดีใจอย่างที่สุด เมื่อกีรณาเล่าถึงความทุกข์ที่มีอยู่ อารดาบอกว่าใจเย็นๆค่อยๆคิด แต่เราต้องหาที่อยู่ใหม่เพราะบวรฤทธิ์รู้ที่อยู่นี้อาจจะตามมาอีก บอกให้เก็บของด่วนแล้วไปกันเดี๋ยวนี้เลย

ระหว่างที่ช่วยเก็บของ อารดาฉกเอาแก้วแหวนเงินทองในเซฟของกีรณาใส่กระเป๋าสะพายของตัวเองไปหมด แต่พอลงมาเห็นตุลา กีรณาจำได้ว่าเป็นโจรที่ขโมยกระเป๋าสะพายตน ก็บอกให้อารดารีบหนีแต่ถูกไอศูรย์ที่พาลูกน้องมาเกาะติดฉุดขึ้นรถตู้ แต่ตุลาเข้าแย่งตัวกีรณามาได้พาขึ้นรถตัวเองหนีไปได้ พอรอดจากเงื้อมมือไอศูรย์ กีรณาก็ระแวงตุลาว่าจะมาไม้ไหนกับตน ตุลาบอกว่าตนไม่ได้จะมาทำร้ายเธอ แต่จะพาเธอไปหายายขวัญ กีรณาถามว่าเขาเป็นใคร

“ไม่ต้องสนใจว่าผมเป็นใคร แต่คุณต้องไปหายายขวัญกับผมเดี๋ยวนี้ ยายป่วยหนักและกำลังจะตาย...”

กีรณาตกใจ อึ้ง...แต่บอกว่าไม่ไป ตนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับที่นั่นอีกแล้ว ตุลาด่าว่ารู้ว่าเธอใจดำ แต่ไม่คิดว่าจะเลวได้ขนาดนี้ ถามว่าจะกลับไปดีๆหรือจะให้ลากไป กีรณายืนกรานไม่กลับ

ตุลาจับกีรณามัดเอาขึ้นรถกลับไปหายายขวัญ ระหว่างทางเธอปวดฉี่ก็ปล่อยลงไปฉี่เสร็จแล้วกลับมามัดไว้เหมือนเดิม ระหว่างนั้นตุลาได้รับโทรศัพท์จากชาลี คุยโทรศัพท์แล้วเขาเครียดมาก

พอไปถึงอ่างทอง แทนที่จะได้ไปบ้านยายขวัญตุลากลับต้องพาไปที่วัด กีรณาอึ้งเมื่อรู้ว่ายายขวัญจากไปแล้วแต่ยังทำหน้านิ่งอย่างเลือดเย็น ตุลาบอกเธอว่า

“ผมจะไม่บังคับอะไรคุณอีก นับจากนี้ตัดสินใจเอาเอง จะกลับหรือจะเข้าไปกราบท่านเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าสำนึกของความเป็นคนของคุณยังมีอยู่บ้าง”

พูดแล้วตุลาเดินเข้าไปในศาลาเลย กีรณาสับสน เสียใจ ตกใจมาก แต่ก็ยังไม่อยากเข้าไป

พอมัทรีเห็นหน้าตุลาก็ร้องไห้โฮ ตุลาเสียใจที่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับยายขวัญไม่ได้ ส่วนกีรณายืนห่างๆ ยังช็อกทำอะไรไม่ถูก อดคิดถึงอดีตตอนที่ยายขวัญเอามาอยู่ด้วยในวัยเพียงแปดขวบ ยายเลี้ยงอย่างอบอุ่นและสอนรำลิเกให้คู่กับกัณหาซึ่งอยู่ในวัยหกขวบ

กีรณารดน้ำศพยายขวัญแล้วนั่งหน้าเชิดพยายามไม่ร้องไห้ แต่แอบไปร้องไห้อย่างหนักที่ใต้ต้นไม้ข้างวัด พอตุลาไปเจอก็เช็ดน้ำตาจนแห้งทำเชิดเหมือนเดิม

มัทรีบอกกีรณาว่าจะสวดสามวัน กีรณาบอกว่าตนอยู่ไม่ได้เพราะมีธุระ แต่พอตุลาไปพบยืนร้องไห้ที่ใต้ต้นไม้ เธอบอกเขาว่าตนจะอยู่งานศพต่อก็ได้แต่เขาต้องพาไปอาบน้ำกินข้าวที่โรงแรมก่อน ตุลาหมั่นไส้บอกว่าถ้าจะไปก็ไปเอง กีรณาฮึดออกไปรอรถที่หน้าวัดซึ่งเปลี่ยวมาก

กีรณาไปยืนรอรถอยู่นานก็ไม่มีรถผ่าน มัทรีบอกตุลาว่ายายขวัญรอหลานเขาอยู่นะ ตุลาจึงเอารถกระบะพาไปส่งที่โรงแรม

เมื่อเข้าไปเช็กอิน พนักงานขอบัตรประชาชน กีรณานึกได้ว่าตนมีคดีอยู่ให้ตุลาใช้บัตรของเขาแทน

ครั้นโรงแรมให้วางมัดจำสามพัน กีรณาเอาบัตรเครดิตให้รูด รูดบัตรเป็นปึก แต่ไม่ผ่านสักใบ ครั้นจะเอาเงินสดให้ก็ไม่มี ขอยืมตุลาเขามีไม่พอ เธอจึงไปกดเอทีเอ็ม แต่ลุกพรวดไม่ระวังเซไปชนแจกันใบใหญ่แตก ทางโรงแรมเรียกค่าเสียหายสามหมื่น

กีรณาไปกดเอทีเอ็มตู้คืนบัตร เพราะอารดาเป็นคนเปิดบัญชีให้และปิดบัญชีไปแล้ว ในที่สุดกีรณาถอดนาฬิการาคาเกือบล้านให้ทางโรงแรมไว้เป็นประกัน แล้วตุลาก็พาเธอกลับไปที่บ้านยายขวัญ บอกว่าที่นี่เป็นที่ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอเวลานี้ มีเวลาให้อาบน้ำแต่งตัวใหม่สิบนาที!

กีรณาจำตุลาไม่ได้จริงๆ เพราะตอนที่พ่อพาเขามาฝากไว้เป็นหลานยายขวัญอีกคนนั้น เขาอายุ 15 และลูกแก้วอายุเพียง 8 ขวบ แต่พอเล่าอดีตให้ฟัง กีรณาก็จำได้ แต่แทนที่จะดีใจกลับด่าว่าโตขึ้นมาแล้วเป็นพวกโรคจิต ตุลาด่าคืนว่ายังไงตนก็ไม่ได้ชื่อว่าเป็นหลานเนรคุณ ทิ้งยายขวัญไปแล้วไม่เคยเหลียวแลเลย

“นายไม่รู้เรื่องอะไร อย่ามาพูดจะดีกว่า ถึงยังไงนาย มันก็เป็นแค่คนนอก เรื่องนี้มันเป็นเรื่องในครอบครัวของฉัน”

ตุลาได้แต่ส่ายหน้ากับความดื้อด้านของเธอ

ooooooo

วันนี้เสี่ยฮุ่ยจะไปงานสวดศพยายขวัญ แต่งตัวไว้ทุกข์แต่หน้าเนี้ยบผมเรียบแปล้เพราะจะได้เจอมัทรีที่ตัวเองหมายตาหมายใจอยู่

แต่ก่อนออกจากบ้าน หมวดไรวินทร์ที่เพิ่งย้ายมาประจำการที่โรงพัก ก็เข้ามาทำความรู้จักกับเสี่ยฮุ่ยผู้มีบารมีและอิทธิพลในละแวกนี้

นอกจากเสี่ยฮุ่ยจะอวดบารมีของตัวเองแล้วยังแนะนำชิบกับไรวินทร์ว่ามีอะไรก็มาหาได้ แล้วขอตัวเพราะมีธุระ พูดอย่างอารมณ์ดีว่า “ว่างๆมากินน้ำชากัน คนกันเอง ฮ่ะๆๆ”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement