รักหลงโรง ตอนที่ 12 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักหลงโรง ตอนที่ 12


24 ก.ย. 2560 08:52
644,722 ครั้ง

ละคร นิยาย รักหลงโรง

รักหลงโรง ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

รักหลงโรง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ญนันทร

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนงา / หลี่เจิน

กำกับการแสดงโดย:

ปิยะพงษ์ คำภากุล

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

พอเสียงปืนเงียบ ทุกคนจึงเห็นว่าตุลาโดนยิงที่กลางหลัง เนตรดาราถูกยิงที่ขา และไอศูรย์ถือปืนก้าวเข้ามา เนตรดาราถามว่าเขายิงตนแก้แค้นที่ตนฆ่าพ่อเขาหรือ

“นี่เธอเป็นคนฆ่านายบวรฤทธิ์งั้นหรือ?” กีรณาถาม เนตรดาราหันขวับบอกว่าใช่ ตนฆ่ามันเอง บอกไอศูรย์ให้ยิงตนเลย หรือไม่ก็ยืนมองก็ได้ แล้วเอาปืนจ่อหัวตัวเอง ตุลาโดดเข้าแย่งปืนจึงเกิดยื้อยุดกันชุลมุน ระหว่างนั้นเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ทุกคนชะงักอีกครั้ง!

ไอศูรย์ทรุดลงกับพื้นเลือดทะลักจากท้อง พริบตานั้นตำรวจกรูกันเข้ามาลากเนตรดาราที่กอดไอศูรย์ไว้ ร้องไห้คร่ำครวญ และหน่วยกู้ภัยก็เข้าช่วยเหลือตุลาที่เลือดไหลทะลักไม่หยุด เมื่อไปถึงโรงพยาบาล กีรณาวิ่งตามเตียงที่เข็นตุลาเข้าห้องฉุกเฉิน บอกรสิตาที่วิ่งตามมาว่า ตุลาต้องเจ็บเพราะตน รสิตากอดกีรณาลูบหลังปลอบเบาๆ

เนตรดาราถูกใส่กุญแจมือเอาเข้าห้องขัง เธอยังดิ้นพล่านตะโกนถามไม่หยุดว่าไอศูรย์เป็นยังไง ตนจะไปหาไอศูรย์ แต่ไม่มีใครสนใจเธอเลย

ที่บ้านยายขวัญ ไรวินทร์รู้ข่าวจากรสิตาที่โทร.มาบอก เขาบอกมัทรีว่าลูกแก้วกับตุลาถูกยิง มัทรีตกใจจนเป็นลม พอรู้สึกตัวขึ้นมาก็ถามไรวินทร์ทันทีว่าลูกแก้วกับตุลาเป็นยังไงบ้าง

“ไม่มีใครเป็นอะไรแล้วครับน้ามัทรี สิตาโทร.มาบอกว่านายตุลย์ถูกยิงก็จริงแต่ก็พ้นขีดอันตราย หมอผ่าตัดเอากระสุนออกให้แล้ว ส่วนคุณลูกแก้วก็ปลอดภัยดีมีแผลฟกช้ำแล้วก็ถลอกนิดหน่อยเท่านั้น”

มัทรีขอให้พาตนไปดูลูกแก้วกับตุลา กัณหาบอกว่าแม่ยังไม่แข็งแรงให้อยู่ฟังข่าวที่นี่ ตนจะเข้ากรุงเทพฯไปดูลูกแก้วให้เอง

กัณหากะเกณฑ์ให้ไรวินทร์ไปกับตน ทำเอาไรวินทร์งง ถามว่าทำไมเธอถึงอยากให้ตนไปกับเธอ เขาแกล้งแซวจนกัณหาเขิน แต่ที่แท้เขาก็มีธุระต้องเข้ากรุงเทพฯอยู่แล้ว

ooooooo

แตงอ่อนมาที่โรงพยาบาล ตรงเข้าไปที่เตียงตุลาด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ รสิตาบอกว่าเขาปลอดภัยแล้ว กีรณายืนอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดว่า

“มันเป็นความผิดของหนูเองค่ะคุณน้า เพราะหนูทำให้นายตุลย์ต้องเป็นแบบนี้ หนูขอโทษ...”

“อย่าโทษตัวเองเลย ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว” แตงอ่อนพูดปลอบใจแต่หน้าตึง แล้วนั่งลงข้างเตียง

กีรณามองอย่างสะเทือนใจ ค่อยๆปลีกตัวออกไป รสิตาจึงตามไป

กีรณาน้ำตาไหลอย่างรู้สึกผิด ยิ่งคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด เครียดจนยกมือกุมหัว

ขณะนั้นเองรสิตาเข้ามาพร้อมนมสดร้อน ยื่นให้อย่างอ่อนโยน บอกให้ดื่มสักหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น กีรณาขอบคุณ

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคะ ตุลย์ปลอดภัยแล้ว”

“...ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ฉันไม่เคยต้องเป็นอะไร แต่คนรอบข้างฉันต่างหากที่ต้องเดือดร้อนแทนฉันเสมอ”

รสิตาบอกว่าไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น อย่าคิดมากเพราะเธอยังต้องเหลือพลังไว้สู้คดีอีก

“ขอบคุณมากนะคะ” กีรณายิ้มให้ บีบมือรสิตาอย่างซึ้งใจ แล้วลุกขึ้น “ฝากดูแลนายตุลย์ด้วย...” พูดแล้วเดินไปเลย รสิตาถามว่าจะไปไหนก็ไม่ตอบ รสิตามองตามอย่างเป็นห่วง

โรสิตากับดาวมาเยี่ยมตุลา โรสิตาบ่นมาตามทางไม่หยุดปาก...

“ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เกิดไม่ว่างเว้น ยัยนุ่มนิ่มยังไม่ฟื้นเลย ตัวเองก็มาโดนจับ ทนายความก็โดนยิง หลักฐานก็หาย ไฮโซแชมป์ก็ไม่ช่วย นี่มันเรียกว่าอภิมหาความซวยของชีวิตยัยแกรนด์เลยนะเนี่ย”

“หยุดพูดเสียทีได้ไหม พี่ปวดหัว” ดาวปรามพลางเดินเข้าโรงพยาบาล โรสิตาจำต้องเงียบเดินตามดาวเข้าไป

แต่แล้วดาวก็ชะงักเมื่อเห็นกีรณาเดินออกมาอย่างเหม่อลอย ดาวรีบเดินไปหากีรณาทันที พอกีรณาเห็นดาวก็โผกอดร้องไห้ ดาวงงว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนโรสิตาพูดอย่างหมั่นไส้ว่า

“งานดราม่าไม่หยุดหย่อนจริงๆ”

ดาวเดินคุยกับกีรณาว่าทุกอย่างเป็นฝีมือของเนตรดาราคนเดียว แล้วแกรนด์จะโทษตัวเองทำไม กีรณาบอกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะตนบีบบังคับให้เนตรดาราต้องเลือกเส้นทางชีวิตแบบนี้จนทุกคนต้องเดือดร้อนไปด้วย

โรสิตาเดินตามมาประชดว่าไม่น่าเชื่อว่าแกรนด์ กีรณาจะสำนึกผิดแบบนี้ เป็นบุญตาจริงๆ ดาวปรามว่าเมื่อจะดีก็ดีให้ตลอด

“ก็โรซี่ไม่แน่ใจนี่คะว่าถ้าโรซี่ดีกับยัยนี่ แล้วยัยนี่จะดีได้ตลอดหรือเปล่า?” กีรณาถามว่าตนแย่ขนาดนั้นเลยหรือ “ต๊าย!! ไม่เคยรู้ตัวเลยรึไงยะ!!”

กีรณาฮึดขึ้นมาบอกว่าก็พอรู้ แต่ตนก็ทำตัวแย่กับคนที่นิสัยแย่เท่านั้น เลยโต้เถียงกันจนดาวต้องสั่งทั้งสองให้หุบปาก แล้วพูดกับกีรณาว่า

“แกรนด์อาจจะผิด แต่นั่นก็เพราะแกรนด์ไม่รู้ และอันที่จริง ยัยเนตรเองอาจจะไม่มีทางเลือกในช่วงแรก แต่เมื่อผ่านช่วงนั้นมาก็ได้โอกาสมากมายที่จะเปลี่ยนชีวิต แต่เขาไม่เลือกเอง เขาเลือกที่จะเดินลงทางต่ำด้วยตัวเอง ต่อให้มีมือร้อยมือมาฉุดเขาขึ้น เขาก็ต้องลงไปอยู่ดี เพราะเขาเลือกเอง เพราะฉะนั้นเลิกโทษตัวเองเลยแกรนด์”

กีรณานิ่ง อึ้ง ดาวจับมือให้กำลังใจว่า “เรื่องทุกอย่างมันกำลังจะจบแล้วแกรนด์ สู้อีกนิดนะ”

“ใช่ เรื่องทุกอย่างมันควรจะจบเสียที” กีรณาเข้มแข็งขึ้นมา

ooooooo

ไรวินทร์มาเจอรสิตาเฝ้าตุลาอยู่ รสิตาโผกอดดีใจที่เพื่อนมาในยามทุกข์ใจเพราะเป็นห่วงตุลา กัณหาตามเข้ามาเห็นก็ชักสีหน้าไม่รู้ตัว แกล้งทักเสียงดังให้ทั้งสองรู้ตัวแยกจากกัน

ทันทีที่เห็นรสิตาเต็มตา กัณหาจำได้ว่าเป็นคนจ้างคณะลิเกแก้บน รสิตารับว่าใช่ แต่ตนทำตามคำขอของเพื่อน โบ้ยให้ไรวินทร์เคลียร์กันเอง แล้วเลี่ยงไป กัณหากระชากคอเสื้อไรวินทร์เข้าไปกัดฟันกระซิบ

“เยี่ยมพี่ตุลย์เสร็จนายต้องอธิบายกับฉันให้หมด”

พอดีตุลารู้สึกตัวแล้ว กัณหาดีใจมากบอกเขาว่ารู้ไหมแม่เป็นห่วงจนเป็นลมไปเลย เดี๋ยวต้องโทร.บอก ส่วนรสิตาก็นึกได้บอกว่าตนก็ต้องโทร.บอกน้าแตงอ่อนเหมือนกัน น้าเพิ่งกลับไปพักเช้านี้เอง ตุลามองไปรอบๆ ถามว่าลูกแก้วอยู่ไหน ปลอดภัยใช่ไหม

ไรวินทร์บอกว่าตั้งแต่มายังไม่เห็นเลย รสิตาบอกว่าปลอดภัยดี แต่พอตุลาถามว่าตอนนี้อยู่ไหน ทุกคนก็มองหน้ากันเพราะไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ไหน แตงอ่อนบอกว่าเมื่อคืนกีรณาก็ไม่ได้กลับมาพักที่บ้าน

รสิตาโทร.หาดาวจึงรู้ว่ากีรณาอยู่กับเธอที่วีวิปโม ดาวฝากบอกตุลาว่าไม่ต้องห่วง ตนจะดูแลกีรณาเอง ดาวบอกกีรณาว่าตุลาฟื้นแล้ว ถ้าอยากเห็นกับตาก็ไปเยี่ยมกัน ตุลาคงต้องการกำลังใจ

“มีคุณรสิตาอยู่ข้างๆเขาแล้ว ไม่ต้องห่วงเขาหรอกค่ะพี่ดาว คนที่อยู่ข้างในนี้ต่างหากที่ต้องการการเยียวยาทางจิตใจ” กีรณามองไปทางโรงพักที่อยู่ข้างหลัง

แต่เมื่อไปเยี่ยมเนตรดารา กลับถูกเธอด่าสาดเสียเทเสีย หาว่ากีรณามาสมน้ำหน้าตน จนดาวทนไม่ไหวถามว่าเมื่อไหร่ความมืดบอดในใจของเธอจะหายไปเสียที เนตรดาราสวนทันควันว่า

“ก็จนกว่า...นังนี่มันจะฉิบหายไง! ฉันต้องการเห็นมันเจ็บปวดทุกข์ทรมานเหมือนที่ฉันเคยเป็น” ดาวติงว่าจนป่านนี้เธอยังคิดไม่ได้อีกหรือ “คิดได้สิ คิดได้ คิดว่าฉันจะไม่ยอมลงนรกคนเดียวหรอก ถ้าฉันต้องติดคุก นังแกรนด์ก็จะต้องตกนรก ตกเป็นจำเลยสังคมให้คนเขาตราหน้าด่าไปตลอดชีวิต!”

เนตรดาราหัวเราะอย่างคนสติแตก แล้วไล่ทั้งสองออกไปให้พ้น ตนไม่อยากเห็นหน้า

ออกมาแล้วดาวบอกกีรณาว่า บอกแล้วว่าอย่ามาก็ไม่ฟัง กีรณาคิดเครียดบอกว่าตนอยากให้ทุกอย่างจบเสียที ดาวถามว่า “แล้วมันจะจบได้ไหม คนอย่างเนตรดาราต้องรอให้กรรมสนองเท่านั้น”

“ค่ะ และแกรนด์ก็จะไม่ต่อกรรมกับเขาอีกต่อไป...”

“แกรนด์หมายความว่ายังไง” ดาวถาม แต่กีรณาไม่ตอบ นิ่งเงียบ สีหน้าเรียบเฉย...

ooooooo

“ไม่ต่อกรรม” ที่กีรณาพูดคือเธอจะไม่สู้คดี! เมื่อตุลารู้จากรสิตาว่าเมื่อกี๊น้าแตงอ่อนโทร.มาบอกว่าแกรนด์กับดาวไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้าน บอกว่าจะยอมแพ้ ตุลารับไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

เขาออกจากโรงพยาบาลไปหากีรณาที่วีวิปโม่ทันที

ดาวกำลังหว่านล้อมกีรณาคิดให้ดีที่จะยอมแพ้แต่ตนไม่เห็นด้วย ตุลามาถึงพอดีแทรกขึ้นว่า

“ผมก็ไม่เห็นด้วย!!”

กีรณาหันมอง เห็นรสิตาประคองตุลาที่มีผ้าคล้องแขนเข้ามา ตามด้วยไรวินทร์กับกัณหา กีรณาถามว่าอาการยังไม่ดี ออกจากโรงพยาบาลได้ยังไง

“ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องของผมหรอก มาพูดเรื่องของคุณดีกว่า ผมต้องการคำอธิบาย...”

กีรณาขอคุยกับเขาสองต่อสอง ตุลาเสียงเข้มว่าพูดตรงนี้แหละ ทุกคนก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอถึงจะยอมแพ้

“เพราะฉันไม่รู้ว่าจะสู้เอาชนะไปเพื่ออะไร ถ้าชัยชนะของฉันทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน”

แล้วเธอก็ระบายอย่างอัดอั้นว่า นับแต่เกิดเรื่องตนก็ทำให้ทุกคนวุ่นวายไปหมด ทุกคนต้องวุ่นวาย เสี่ยงตายเพราะตน นับแต่อาดา เรื่อยมาจนถึงนุ่มนิ่มที่ต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรา บวรฤทธิ์ต้องตาย ไอศูรย์ต้องบาดเจ็บ...จนสุดท้าย ตัวเขาเองก็ต้องถูกยิงจนบาดเจ็บเพราะตน แล้วสรุปว่า...

“ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะฉัน เพราะฉะนั้น ฉันควรจะหยุดสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเสียที”

ตุลาบาดใจมากที่เธอเรียกทุกคนว่าเป็นคนอื่น ทั้งๆที่ทุกคนสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของเธอและไม่เคยคิดว่าเธอเป็นคนอื่นแม้แต่วินาทีเดียว! ทุกคนรักและปรารถนาดีต่อเธอ ไม่เคยคิดว่าเธอเป็นคนอื่น แต่เป็นคนในครอบครัว เธอกลับคิดว่าทุกคนเป็นคนอื่น! ทำลายความเชื่อมั่นและความพยายามของทุกคนจนหมดสิ้นด้วยคำว่า ยอมแพ้ คำเดียว!!!

กีรณาบอกว่าตนไม่ได้อยากยอมแพ้ แต่ทุกครั้งที่เห็นคนที่ต่อสู้เพื่อตนต้องบาดเจ็บ ต้องตาย มันทรมานใจ จนรู้สึกว่าตนไม่สู้ดีกว่า พอกันที ตนเหนื่อยแล้ว พอแล้ว...

ทั้งกัณหาและไรวินทร์พยายามหว่านล้อมให้เธอสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อศักดิ์ศรีในชีวิต แต่เธอก็ยังดื้อรั้น ยืนกรานจะหยุด จนตุลาโพล่งขึ้นว่า

“กีรณา ผมขอถามอีกครั้ง คุณอยากให้พวกเราหยุดทุกอย่างจริงๆใช่ไหม” เธอตอบหนักแน่นว่าค่ะ ทำให้ตุลาพูดเสียงสั่นด้วยความสะเทือนใจว่า

“เราผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันตั้งมากมาย ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะยอมแพ้กับเรื่องแค่นี้ ผมผิดหวังในตัวคุณมาก ถ้าคุณบอกว่าคุณเจ็บ ผมเจ็บกว่าที่เห็นคุณยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้”

ตุลาพูดแล้วหันเดินออกไปเลย กัณหาพูดใส่หน้ากีรณาว่าคนขี้แพ้ ไม่ควรเกิดเป็นหลานยายขวัญเลย พูดแล้วเดินออกไปอีกคน กีรณาโผเข้ากอดดาวแน่น ดาวได้แต่ปลอบใจ ด้วยความเข้าใจทุกฝ่าย...
ในที่สุดตุลาตัดสินใจบอกรสิตาที่ตามมาปลอบใจว่า

“เราจะทำในสิ่งที่เขาอยากให้เราทำ!”

ส่วนไรวินทร์ก็พยายามพูดให้กัณหาใจเย็นๆ กีรณาอาจมีเหตุผลของเธอ บอกว่าในเมื่อลูกแก้วตัดสินใจอย่างนี้ เธอก็มีทางเลือกอยู่สองทาง กัณหาถามว่าทางไหน? ยังไง?

“ทางแรกคือ คุณจะทิ้งคุณลูกแก้วให้เผชิญกับทุกอย่างตามลำพัง คอยยืนสมน้ำหน้า ด่าซ้ำ หรือทางที่สองคือ คุณเลือกที่จะยืนข้างเธอ ยืนข้างคนที่เป็นครอบครัวของคุณ คนที่คุณบอกว่ารัก”

โรสิตาเฝ้านุ่มนิ่มอยู่ พูดกับร่างที่นอนนิ่งว่า สุดท้ายก็เสี่ยงตายหาหลักฐานฟรี แกรนด์ กีรณา ไม่เคยคิดถึงหัวใจใครนอกจากตัวเอง บอกนุ่มนิ่มว่า

“แกรีบๆฟื้นขึ้นมาเถอะ อย่าเป็นอะไรไปเพื่อคนใจหินอย่างนั้นเลย”

นุ่มนิ่มที่นอนนิ่งอยู่ แต่ที่นิ้วมือขยับเบาๆเหมือนรับรู้อะไรบางอย่าง...

ooooooo

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...ที่ห้องประชุมของบริษัท วีวิปโม่ กีรณา ดาว ไรวินทร์นั่งรอตุลาอยู่ แต่คนที่ถือเอกสารกระหืดกระหอบมากลับเป็นรสิตา

กีรณาถามถึงตุลา รสิตาบอกว่าเขาโอนคดีนี้มาให้ตนทำแทนแล้ว ถ้ากีรณาไม่มีปัญหาอะไรเพียงกรอกเอกสารและเซ็นชื่อตนก็จะเป็นทนายให้เธอได้ทันที

กัณหาไม่พอใจถามว่าตุลาอยู่ไหนจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง รสิตาบอกว่าตนไม่รู้ พอออกจากโรงพยาบาลเขาก็หายไปเลยแม้แต่น้าแตงอ่อนก็ไม่รู้

เมื่อคุยกับรสิตาแล้ว ไรวินทร์ไม่เชื่อว่าคนอย่างตุลาจะทิ้งหน้าที่ทิ้งความรับผิดชอบไปง่ายๆ กีรณาพูดเสียงอ่อยว่า เขาคงโกรธตนมากจริงๆ บอกดาวกับกัณหาว่า

“เขาทำเต็มที่และก็ทำดีที่สุดให้เราแล้ว ต่อจากนี้จะเป็นยังไงฉันก็เคารพการตัดสินใจของเขา”

คืนหนึ่งจู่ๆตำรวจก็เข้ามาที่ห้องขังที่เนตรดารานั่งคุดคู้อยู่ เธอเหลือบมอง พลันก็ตาโตด้วยความดีใจเมื่อเห็นไอศูรย์เดินตามตำรวจเข้ามา! เธอลุกพรวดไปยื่นมือไขว่คว้าหาไอศูรย์ ปากก็พร่ำถามว่าเขาไม่เป็นไรใช่ไหม ขอโทษตนไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

ไอศูรย์บอกว่าตนไม่โกรธเธอเลย เนตรดาราดีใจถามว่าเขาจะมาช่วยตนใช่ไหม

“ผมมามอบตัวต่างหาก ผมอยากจะรับผิดชอบในสิ่งที่ป๋ากับผมเคยทำไว้และผมก็อยากให้คุณทำอย่างนั้นเหมือนกัน

เนตรดารา งง สงสัย ระแวง ไอศูรย์บอกว่า พรุ่งนี้เธอจะถูกกันให้เป็นพยานในคดีฉี่ม่วงของแกรนด์ กีรณา ตนอยากให้เธอพูดความจริงว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แกรนด์เสพยาจริงหรือว่ามันเป็นเพียงการจัดฉาก

เนตรดาราปฏิเสธทันทีว่าไม่มีวัน ไอศูรย์ถามว่าทำไมเธอไม่ให้โอกาสตัวเองได้มีความสุข ทำไมไม่ให้โอกาสตัวเองกลับตัวกลับใจบ้าง เนตรดาราบอกว่ามันสายไปแล้ว ความสุขของตนคือการเห็นแกรนด์กีรณา พังพินาศ ตกเป็นจำเลยของสังคมตลอดไป!”

หลังจากคุยกับเนตรดาราแล้ว ไอศูรย์ออกมาโทรศัพท์บอกใครคนหนึ่งว่า

“ผมพยายามแล้วนะครับ แต่น่าจะไม่มีหวัง... ครับ...ยังไงก็ขอให้คุณโชคดีแล้วกัน ผมเอาใจช่วย”

วันนี้กีรณาไปขึ้นศาล ที่บ้านยายขวัญทุกคนลุ้นให้กำลังใจ กีรณายังขอกำลังใจจากยายขวัญด้วย

ooooooo

ที่ศาลอาญา...นักข่าวและแฟนคลับของกีรณามาทำข่าวและให้กำลังใจกันคับคั่ง มัทรีดูการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน เอะใจว่าทำไมทนายของกีรณาเปลี่ยนจากตุลาเป็นรสิตา?

เนตรดาราไปศาลอย่างผยองคิดว่าวันนี้ต้องเป็นวันพินาศของแกรนด์ กีรณาแน่นอน เมื่อเห็นทนายกลายเป็นรสิตาก็เยาะเย้ยว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นทนายคนไหนก็หนีไม่พ้นข้อหานี้ไปได้!

“ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกครับ” เสียงตุลาแทรกขึ้น ทุกคนหันมองด้วยความดีใจ โดยเฉพาะกีรณาดีใจจนพูดไม่ออก ตุลาบอกเนตรดาราว่า “เพราะคุณจะไม่ใช่พยานคนเดียวของคดีนี้อีกต่อไป สิตา...ทำเรื่องขอต่อศาลขอเบิกตัวพยานเพิ่มด้วย”

ทุกคนหันมองไปรอบๆว่าเป็นใคร เนตรดาราเยาะว่า “ใคร...ใครมันจะมาเป็นพยานให้มัน”

“ก็ผมไง!!” แชมป์ปรากฏตัวออกมาอย่างเท่ ตามด้วยโรสิตาที่เข็นรถนุ่มนิ่มมาด้วย แชมป์เห็นทุกคนตะลึงอึ้ง พูดสบายๆว่า “ไม่ต้องอึ้งกันหรอกครับ ผมไฮโซแชมป์ ตัวจริงเสียงจริง และก็มาพร้อมกับหลักฐานที่หายไป” พลางโชว์ฮาร์ดดิสก์ในมือ

เนตรดาราแผดเสียงปฏิเสธร้องกรี๊ดสุดเสียง แล้วล้มทั้งยืนไปเลย...

จากพยานหลักฐานที่แน่นหนา ในที่สุดศาลตัดสินให้แกรนด์ กีรณา เป็นผู้บริสุทธิ์และเนตรดาราถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ทุกคนที่บ้านยายขวัญดีใจมากและรอคอยวันกลับมาของลูกแก้วอย่างตื่นเต้น

ดาวขอบคุณไฮโซแชมป์ที่กลับมาช่วยกีรณาจนพ้นมลทิน กีรณามอบกระเช้าขอบคุณที่เหมือนชุบชีวิตให้ตนไม่อย่างนั้นตนคงไม่มีวันนี้ ไฮโซแชมป์บอกให้เอากระเช้าและคำขอบคุณให้ตุลาที่บินไปเกลี้ยกล่อมตนถึงอังกฤษให้เห็นแก่คุณธรรมและจริยธรรมจนตนยอมกลับมา ไฮโซแชมป์พูดเป็นนัยทิ้งท้ายว่า

“ของขวัญตอบแทนน้ำใจผม ขอเป็นอย่างอื่นดีกว่า”


เมื่อไปเจอกันที่บ้านแตงอ่อน กีรณาต่อว่าตุลาว่าทำไมไม่บอกตนก่อนว่าไปไหน ตุลาตอบหน้าตาเฉยว่าบอกไปเธอก็ต้องห้าม ตนขี้เกียจเถียง ถามว่าเธอจะกลับอ่างทองเมื่อไหร่ ตนจะได้เตรียมตัวกลับพร้อมกับกัณหาและไรวินทร์

“ฉันคงยังไม่กลับหรอก”

“คุณหมายความว่ายังไง” ตุลาชะงัก มองเธออย่างงุนงงสงสัยระคนผิดหวัง ถามว่าเธอจะทิ้งคณะแก้วขวัญ ขวัญประชาจริงๆหรือ กีรณาบอกว่าตนไม่ทิ้งแต่มีบางอย่างที่จะต้องสะสางให้เสร็จ นั่นคือ...

“ฉันจะกลับมาเล่นละคร จะกลับมาทำงานในวงการอีกครั้ง”

“งั้นผมคงต้องแล้วแต่คุณ” ตุลาตอบอย่างผิดหวังเจ็บช้ำที่ความพยายามทำให้ความหวังของยายขวัญสูญเปล่า...

ooooooo

จากนั้นไม่กี่วันข่าววงการบันเทิงก็ประโคมว่า แกรนด์ กีรณาจะหวนคืนวงการอย่างสง่างามและจะเปรี้ยงปร้างกว่าเดิมด้วยเพราะงานพุ่งเข้ามาหาเธออย่างไม่ขาดสาย

กีรณากลับมาเล่นละครเรื่อง “รักหลงโรง” สานต่อความฝันของกร ดาวขอบคุณเธอที่มาเล่นละครและรับงานพรีเซ็นเตอร์อีก ไม่อย่างนั้น วีวิปโม่คงเสียหายมาก และกรที่อยู่บนฟ้าคงมีความสุข บอกว่าวันมะรืนมีคิวถ่ายแล้วไม่ต้องตื่นเต้นเพราะจะให้โอ๋ไปดูแล

กีรณาขอเปลี่ยนคนดูแลและนักแสดงร่วมคือนุ่มนิ่มกับโรสิตามาเป็นเพื่อนรัก แล้วโผกอดทั้งสองอย่างซาบซึ้งที่ได้ช่วยตนมาตลอดทั้งที่ตนเคยทำไม่ดีกับทั้งสองคนมามาก

เมื่อกีรณายังไม่กลับอ่างทอง ตุลาจึงกลับไปคนเดียวท่ามกลางความผิดหวังของทุกคนที่บ้านยายขวัญ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยการกลับมาของลูกแก้ว แต่มัทรีพูดอย่างเข้าใจลูกแก้วว่า การทำอะไรที่ฝืนความรู้สึกหรือทำในสิ่งที่ใจไม่รัก มันทรมาน ไม่มีความสุข ถ้าลูกแก้วไม่รักลิเก ก็จะปล่อยให้ลูกแก้วทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุขจะดีกว่า

ตุลาผิดหวังมาก มัทรีปลอบว่า เขาทำดีที่สุดแล้ว ยายขวัญคงรับรู้ได้ สิ่งที่เราทำได้ต่อจากนี้คือ รอเวลาอย่างที่ลูกแก้วบอกไว้ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น เราก็จะได้คำตอบ

นับแต่นั้น...กีรณาก็มุ่งมั่นทุ่มเทเล่นละครเรื่องรักหลงโรงของกรให้ดีที่สุด รับงานอีเวนต์ที่ถาโถมเข้ามา ส่วนตุลาก็ทำสวน อ่านหนังสือเพื่อสอบผู้พิพากษาหามรุ่ง หามค่ำแม้บางครั้งสมาธิจะหลุดก็ตาม

จนกระทั่งละครรักหลงโรง ฉากสุดท้ายที่กีรณาแต่งชุดลิเกเต็มยศ ทั้งรำร้อง จนสุดท้ายทรุดร้องไห้กลางเวที ละครฉากสุดท้ายจบลงอย่างสมบูรณ์ ทุกคนโผกอดกันด้วยความดีใจ

ขณะกำลังเตรียมจะกลับนั้น อารดาในสภาพทรุดโทรมก็ปรากฏตัวขึ้น กีรณาพาอารดากลับไปที่วีวิปโม่ เดินคุยกัน ถามอาดาว่ากลับจากเชียงใหม่นานแล้วหรือ

อารดาบอกว่าเพิ่งกลับ กะว่ามาเจอแกรนด์แล้วก็จะไป เพราะอยู่สู้หน้าหลานที่ตนทำผิดไว้มากไม่ได้

อารดาขอโทษที่ตนเห็นแก่ตัวจนทำให้แกรนด์เดือดร้อน กีรณาบอกว่าช่างเถอะมันผ่านไปแล้ว

“แต่มันยังฝังใจอาอยู่ไม่หาย อามันเป็นอาที่ไม่ดี คิดค้ากำไรได้แม้กระทั่งหลานตัวเอง เลวจริงๆ”

กีรณาขอให้อาดาอย่าคิดมากทุกคนเคยทำผิดทั้งนั้น ตนก็เคยทำผิดทำไม่ดีมากมาย แต่ถ้าเราคิดได้ไม่หวนกลับไปทำอีกทุกอย่างก็จะดีขึ้นในที่สุด ถามว่า แล้วอาจะไปไหน อารดาบอกว่าไปตามทางของตน คิดว่าไม่ควรเกาะเป็นภาระแกรนด์อีก

กีรณาบอกว่าเข้าใจ แต่ขอให้ที่ที่อาดาจะไปมีแกรนด์อยู่ด้วย อารดาน้ำตาทะลักทันที กีรณาบอกว่า

“แกรนด์ยังรักและเคารพอาดาเหมือนเดิมนะคะ”

“ขอบคุณนะแกรนด์ ขอบคุณมากจริงๆ” สองอาหลานโผกอดกันอย่างซาบซึ้ง...

ooooooo

เมื่อคณะลิเกไม่มีนางเอกก็รับงานไม่ได้ ไม่มีรายได้ ทั้งชาลี กัณหา และหล่อ จึงต้องไปนั่งขายผักในตลาดหารายได้ ซ้ำยังถูกเกลือกับน้ำตาลลูกน้องชิบมาเยาะเย้ยถากถางอีก

กัณหาทนไม่ไหวพรวดขึ้นจะลุย แต่ชิบมาตบกะโหลกลูกน้องเอาใจเอาหน้ากับกัณหาเสียก่อน กัณหาไล่ไปไกลๆเลย เมื่อไม่ไปก็คว้ากระจาดผักไล่ฟาดจนพวกชิบหนีกระเจิง ชาลีบ่นว่าข้าวของเสียหายหมดแล้วตามไปเก็บผักเก็บกระจาด

“หยกช่วยไหม” หยกฟ้าเดินเข้ามาถาม ชาลีถึงกับอึ้ง

หยกฟ้าถามชาลีว่าตนจะกลับมาเล่นลิเกที่คณะอีกจะได้ไหม ชาลีอึ้ง หยกฟ้าพรั่งพรูความรู้สึกว่าตนทำผิดกับคณะแก้วขวัญ เห็นแก่ตัวเห็นแก่เงิน แต่ทำงานไม่มีความสุขเลย ชาลีถามว่าแน่ใจแล้วหรือ

“ยิ่งกว่าแน่อีกพี่ชาลี ฉันเคลียร์กับแม่เรียบร้อยแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นพี่ว่าทุกคนก็คงไม่มีปัญหาหรอก” ชาลียิ้มดีใจ มั่นใจ

แต่เมื่อกลับไปบอกมัทรี กัณหาตั้งแง่ว่าหยกฟ้ามีแผนอะไรหรือเปล่ายุแม่ว่าอย่ายอมให้กลับมานะ เลยถูกชาลีบ่นว่ามองหยกฟ้าในแง่ร้าย ให้โอกาสหยกฟ้าหน่อยไม่ได้หรือ สองพี่น้องโต้เถียงกันจนมัทรีลำบากใจ บอกให้หยุดเถียงกันได้แล้ว ตนขอเวลาคิดดูก่อนก็แล้วกัน

ที่กระท่อมของตุลา เจ้าตัวถือหนังสือกฎหมายที่จะต้องอ่านเพื่อสอบผู้พิพากษา แต่ใจลอย ขณะนั้นเอง รสิตาเดินเข้ามาเบาๆถามว่าใจลอยไปหาใครหรือ? แม่ฝากของกินมาเพียบเลย

ตุลาปฏิเสธว่าเปล่า แต่ไม่เนียน รสิตามองเขาอย่างพินิจพิจารณาจนตุลาถามว่าทำไมมองตนอย่างนี้ล่ะ? รสิตาเลียบเคียงถามว่าติดต่อแกรนด์บ้างหรือเปล่า ติดตามงานเธอบ้างไหม เขาตอบคำเดียวว่าไม่ แต่พอถามว่าคิดถึงแกรนด์มากใช่ไหม ตุลาก็เผลอหลุดว่า

“เราจะไปคิดถึงเขาทำไม เขายังไม่เคยคิดถึงเราเลย” พอรู้สึกตัวก็แก้ว่าหมายถึงเขาไม่คิดถึงคนที่นี่เลย แล้วเปลี่ยนเรื่อง “เดี๋ยวเราไปจัดของกินมาดีกว่า กินด้วยกันนะสิตา...”

ooooooo

ที่ห้องประชุมวีวิปโม่ กีรณากำลังลองชุดราตรี นุ่มนิ่มมองอย่างชื่นชมว่าสวยสง่าคู่ควรกับรางวัลที่จะได้รับพรุ่งนี้ กีรณาติงเขินๆว่าจะได้รับหรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็พอดีโอ๋เข้ามาบอกว่ามีคนมาขอพบแกรนด์...

รสิตามาขอพบแกรนด์หลังจากไปเลียบเคียงถามตุลาเรื่องความรู้สึกกับกีรณาแล้วเขาปฏิเสธว่าไม่มีอะไร เธอจึงมาเล่าให้กีรณาฟังถึงความรู้สึกที่ตนมีกับตุลาตั้งแต่สมัยเรียนมาด้วยกัน บอกกีรณาว่า

“ฉันจึงอยากรู้ว่าระหว่างคุณกับตุลย์คืออะไร เพื่อที่ฉันจะได้รู้ว่าฉันควรทำยังไงต่อไป...ถ้าคุณกับตุลย์รักกันฉันก็จะไม่เข้าไปแทรก” กีรณาถามว่าทำไมไม่ไปถามตุลาเอง “ฉันถามแล้วตุลย์ไม่บอกอะไร”

เมื่อกีรณาไม่พูดอะไร รสิตาตัดสินใจไปบอกรักตุลาที่อ่างทอง แต่ตุลาบอกว่าเราเป็นเพื่อนซี้กันนะ ตัดสินใจบอกรสิตาว่าตนมีคนที่รักแล้ว รสิตายิ้มพูดอย่างเจ็บลึกว่า

“ในที่สุดก็ยอมรับหัวใจตัวเองได้ซะทีนะตุลย์”

พอดีนุ่มนิ่มมาบอกว่ามีสารมาส่ง เป็นคำเชิญของกีรณาให้ตุลาไปงานประกาศรางวัล ตุลาบอกทันทีว่าตนไม่ไป แต่พอนุ่มนิ่มบอกว่าอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอแกรนด์ กีรณาแล้วก็ได้นะ ตุลาถามทันทีว่ากีรณาจะไปไหน นุ่มนิ่มบอกว่าไม่รู้ แต่ไปแน่

ที่แท้นุ่มนิ่มรู้อยู่แล้วว่ากีรณาจะประกาศอำลาวงการในงานนี้

อารดาเอาจดหมายเชิญมาที่บ้านยายขวัญ พอกัณหารู้ก็โวยวายไม่เคยกลับมาดูดำดูดีคณะเราแล้วยังมาเชิญไปร่วมงานรับรางวัลอีก ประกาศว่าไม่ไป ยังไงก็ไม่ไป มัทรีบอกว่าตนไม่ไป แต่จะให้กัณหาเป็นตัวแทนไป!

“แค่นี้ยัยแกรนด์...ยัยลูกแก้ว ก็คงดีใจมากแล้วล่ะค่ะ” อารดายิ้มดีใจ ในขณะที่กัณหาฮึดฮัดๆ

ooooooo

งาน “ดาราทอง” จัดขึ้นอย่างหรู มีพรมแดงปูให้นักแสดงเดินเข้างานและมีแฟนคลับยืนข้างพรมแดงหนาแน่น คึกคัก แสงแฟลชวูบวาบๆไม่ขาดระยะ

ภายในฮอลล์...พิธีกรหญิงชายก้าวไปที่โพเดียมท่ามกลางความตื่นเต้นของทุกคน

พิธีกรชายประกาศว่า

“คะแนนโหวตที่ส่งเข้ามาให้ผู้เข้าชิงทั้งห้าท่านของเรานั้น ล้นหลามกันเลยทีเดียว แต่ผู้ที่ได้รับรางวัลดาราทอง สาขาดารานำหญิงยอดนิยมประจำปีนี้ เรียกได้ว่า คะแนนถล่มทลายเว่อร์วังอลังการจริงๆครับ” แล้วพิธีกรก็แกะซองประกาศอย่างตื่นเต้น “ผู้ที่ได้รับรางวัลดาราทองสาขาดารานำหญิงยอดนิยมประจำปีนี้ได้แก่... คุณแกรนด์ กีรณา จากละครเรื่อง รักหลงโรง ครับ!!!”

เสียงปรบมือดังกึกก้องยาวนานไปทั้งฮอลล์ ที่บ้านยายขวัญก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

กีรณาก้าวขึ้นเวทีไปหยิบรางวัล เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้นอีก กีรณาเดินมาที่ไมค์กลางเวที

“ดีใจมาก...ดีใจจนพูดไม่ออกเลย...แต่ถึงจะพูดไม่ออก แกรนด์ก็คงต้องพูดให้ได้ และคงต้องขอพูดยาวนิดนึงนะคะ เพราะครั้งนี้คงเป็นการพูดครั้งสุดท้ายในฐานะนักแสดงที่ชื่อแกรนด์ กีรณา...”

ทั้งฮอลล์เงียบกริบ ทุกคนจ้องบนเวทีอย่างงวยงง คอยฟังกีรณาพูดต่อใจแป้ว

“การที่ใครสักคนจะเติบโตขึ้นในสายอาชีพของการเป็นนักแสดงได้ ต้องได้รับความรักความเมตตาจากทุกคน...” กีรณาบรรยายการเติบโตของตนท่ามกลางความรักของทุกคนจนได้เป็นดาวประดับวงการบันเทิง พูดอย่างซึ้งใจว่า “แกรนด์มีความสุขทุกวินาทีที่ยืนอยู่ในอาชีพนี้ และวันนี้ ถึงเวลาที่ดาวดวงนี้จะกลับสู่พื้นดินเดิมอีกครั้ง...ไม่ใช่เพราะทุกคนไม่รักแกรนด์แล้ว แต่เป็นเพราะแกรนด์ต้องกลับไปสานต่อความฝันของคนที่ แกรนด์รักที่สุด นั่นก็คือครอบครัวของแกรนด์ค่ะ”

“ลูกแก้วลาออกจากวงการ?!” มัทรีดูการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน อุทานอย่างคาดไม่ถึงกีรณาพรรณนาถึงมรสุมชีวิตที่ทำให้ตนคิดสั้น แต่เพราะคนในครอบครัวเล็กๆแต่มีพลังใจมอบให้อย่างมหาศาลทำให้ตนผ่านพ้นวิกฤติชีวิตช่วงนั้นมาได้ ทั้งที่ตนทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังนานเหลือเกิน เธอประกาศกลางเวที มือยังถือรางวัลอยู่ว่า

“แกรนด์จะกลับไปยืนเคียงข้างพวกเขาค่ะ เหมือนที่พวกเขาไม่เคยทิ้งแกรนด์ตลอดไม่ว่าทุกข์หรือสุข... ขอบคุณทุกคนนะคะที่รักแกรนด์”

กีรณาขอบคุณอาดา พี่ดาว นุ่มนิ่ม และโรสิตาในวงการ ขอบคุณกรที่วางใจให้ตนได้เล่นละครเรื่องแรกในชีวิตของเขา แต่วันนี้ตนขอเปลี่ยนเส้นทางเดินของตัวเอง ประกาศอย่างมั่นใจว่า

“แกรนด์จะกลับไปต่อยอดอาชีพลิเกที่ยายของแกรนด์รักต่อไปให้ดีที่สุด...แกรนด์จะเอาความรู้ ทักษะที่แกรนด์ได้เรียนรู้จากการเป็นนักแสดงมาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีพัฒนาลิเกไทยให้ก้าวไกลไปสู่สากล ถ้าแกรนด์ขอได้ แกรนด์ก็ขอให้ทุกคนยังรักและเมตตาแกรนด์ตลอดไปนะคะ แม้ว่าแกรนด์จะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้แล้วก็ตาม...ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ”

กีรณาพูดจบก็ปาดน้ำตาแล้วยิ้มสดชื่นมั่นใจ ท่ามกลางเสียงปรบมือสนั่นลั่นฮอลล์...

ooooooo

เมื่อกีรณาเดินลงจากเวทีก็ต้องชะงัก เห็นตุลาสวมชุดทักซิโด้หล่อสุดๆ ยืนเท่อยู่ข้างเวที เธอดีใจมากโผเข้ากอดเขาแน่น จนทุกคนที่เห็นภาพนั้นมองตาค้าง...

เมื่อไปเดินคุยกัน กีรณาบอกว่านึกว่าเขาจะโกรธตนจนไม่มาแล้ว ตุลาบอกว่าเขามาด้วยเหตุผลสองข้อ หนึ่งคือเอานาฬิกาหรูที่เธอถอดจ่ายแทนค่าโรงแรม

ตอนหนีลูกน้องบวรฤทธิ์คืนให้ ข้อสองคือ ของที่ยายขวัญฝากให้เธอ นอกจากสมุดภาพที่ให้ไปแล้ว ยังมีเงินอีกห้าแสนบาทด้วย

ตุลาบอกว่าเงินนี้ยายขวัญเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตเพื่อให้หลานสาวคนเดียวที่ยายรักที่สุด ความจริงยายขวัญไม่ได้ต้องการให้เธอมารับหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะแก้วขวัญอะไรทั้งนั้น แล้วสารภาพว่า...

“และนี่คือเหตุผลข้อที่สองที่ผมจะพบคุณ ก็เพื่อบอกความจริงกับคุณว่า พินัยกรรมของยายขวัญคือแผนการของผม ที่อยากให้คุณเรียนรู้ว่ากว่ายายขวัญจะเก็บเงินจากอาชีพลิเกให้คุณได้ขนาดนี้ มันยากลำบากแค่ไหน...คุณจะโกรธผมก็ได้นะ แต่นี่คือเจตนาของผม”

“ยายขวัญ...ยายจ๋า...” กีรณาซาบซึ้งจนน้ำตาไหลกอดสมุดบัญชีไว้แน่น ตุลาสะเทือนใจเข้าไปกอดปลอบ ไรวินทร์กับกัณหาที่ยืนอยู่ด้วยตลอดเวลาพลอยน้ำตาซึมไปด้วย...

ooooooo

ในวันฌาปนกิจศพยายขวัญ มีคณะลิเกแสดงอยู่หน้าศพ และกีรณาในชุดลิเกเป็นคนอ่านสดุดีผู้วายชนม์ บรรยายความรักและมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้ทุกคนในคณะยึดมั่นประกอบอาชีพลิเกนี้ต่อไป

เมื่อไปวางดอกไม้จันทน์ กีรณาเอ่ยอย่างสำนึกผิดว่า “อโหสิกรรมให้ฉันด้วยนะจ๊ะ ยายขวัญ” พูดเหมือนปฏิญาณต่อหน้ารูปยายขวัญว่า

“มาบัดนี้ แม้ยายขวัญจะล่วงลับไปแล้ว แต่ข้าพเจ้าหัวหน้าคณะลิเกแก้วขวัญ ขวัญประชา และสมาชิกทุกคนในคณะ จะขอสืบสานปณิธานของยายขวัญต่อไป พวกเราจะตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะคงไว้ซึ่งศิลปะอันทรงคุณค่านี้และจะพัฒนาต่อไป ให้ลิเกยังคงอยู่ในใจของคนไทยเราชั่วลูกสืบหลาน...”

ทุกคนยิ้มทั้งน้ำตาที่ความฝันของยายขวัญเป็นจริง แหงนมองควันสีเทาที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเหมือนส่งยายขวัญขึ้นสวรรค์...

เสี่ยฮุ่ยมาในงานสาบานขอเป็นเพื่อนรักกับมัทรี ครูที่ปรึกษาของวิทยาลัยที่กัณหาเรียนอยู่ก็มางานพร้อมจดหมายด่วนที่สุดแจ้งเตือนการพ้นสภาพเป็นนักศึกษาของกัณหา ความจึงแตกว่ากัณหาไม่ได้จ่ายค่าเทอมเพราะเอาเงินไปทำฉากลิเก

ไรวินทร์เป็นพยานว่ากัณหาทำเพื่อคณะลิเกจะได้มีฉากรับงานแสดงหารายได้เลี้ยงทุกคน และรับปากจะจัดการเรื่องเรียนให้กัณหาเอง

กีรณาบอกว่าไม่ต้อง กัณหาเป็นน้องตน ตนดูแลเองได้จะส่งกัณหาและกุ๊กกับกิ๊กเรียนจนจบให้ได้ แม้ความรู้สึกของกัณหาต่อไรวินทร์จะค่อยๆเปลี่ยนไป แต่กัณหาก็ยังห่ามๆห้าวๆตามประสา แต่เมื่อไรวินทร์ชมว่าเวลาเขินแล้วน่ารัก ก็ถูกปรามว่าพอเลยเดี๋ยวจะเจ็บตัว

“ต่อให้ต้องเจ็บตัวทั้งชีวิต ผมก็ยอม” แล้วจะเข้าหอม เลยถูกกัณหาไล่ตีจนตกคลองกันมอมแมมหยกฟ้ากลับมาเป็นนางเอกให้คณะแก้วขวัญท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นของทุกคนโดยเฉพาะชาลี ทำให้หยกฟ้ายอมรับชาลีโดยทั้งสองไม่ต้องเอ่ยคำว่า “รัก” กันเลย

ooooooo

เมื่อความรักความสามัคคีเกิดขึ้นในหมู่คณะ ลิเกคณะ “แก้วขวัญ ขวัญประชา 2” ก็โลดแล่นไปบนเส้นทางอย่างรวดเร็ว ชื่อเสียงโด่งดังเป็นลิเกที่ได้รับการต้อนรับจากทั้งคนแก่และวัยรุ่นเพราะกีรณาได้นำประสบการณ์และบทเรียนในวงการบันเทิงของตนมาประยุกต์ใช้กับลิเกได้อย่างกลมกลืน

มัทรีเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของกีรณาอย่างปลาบปลื้ม บอกยายขวัญบนสวรรค์อย่างปีติว่า

“แม่จ๋า...แม่ดูอยู่หรือเปล่า ลูกแก้วสานต่อความฝันของแม่ได้แล้วนะ ลิเกคณะเล็กๆของเราได้ก้าวไปให้คนต่างประเทศได้ดูด้วย หลานของแม่คนนี้เก่งจริงๆ แม่ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะ ยัยลูกแก้วดูแลครอบครัวเราได้อย่างดีเลยแหละ แม่กำลังยิ้มอยู่ใช่ไหมจ๊ะ...ฉันรู้นะ...”

มัทรียิ้มกับรูปของยายขวัญที่วันนี้ดูเหมือนจะยิ้มตอบด้วยความภาคภูมิใจในลูกแก้วด้วย

วันนี้กีรณากับตุลายืนดูป้าย “แก้วขวัญ ขวัญ–ประชา 2” ที่ตั้งตระหง่านอยู่ กีรณาเอ่ยอย่างภูมิใจว่า

“ไม่น่าเชื่อเลยว่า ในที่สุดเราก็ทำให้ลิเกคณะแก้วขวัญ ขวัญประชา กลับมาเติบโตและมั่นคงได้อีก”

ตุลาบอกว่าเธอเก่งมาก กีรณาบอกว่าเขาเก่งกว่า ถ้าไม่มีเขาตนคงไม่มีวันนี้ ไม่เจอกับครอบครัวที่อบอุ่น ไม่รู้ว่าความจริงใจคืออะไร หรือแม้กระทั่งไม่รู้ว่าตัวตนจริงๆของตนเป็นใคร และลึกๆในใจตนต้องการอะไร...เธอกุมมือตุลาไว้แน่น เอ่ยจากหัวใจว่า

“นายทำให้ฉันมองโลกจากความเป็นจริงไม่ใช่จากภาพมายาลวงตา ทำให้ฉันรู้จักและยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง และได้รู้ว่าความต้องการของฉันคืออะไร...ฉันขอบคุณนายจริงๆ”

“ผมก็ต้องขอบคุณคุณเหมือนกันนะ ที่ทำให้ผมได้พบกับความรัก...ผมรักคุณ...ยัยลูกแก้ว ไม่รู้ว่าไปรักตอนไหน แต่ก็รักไปแล้ว และผมก็อยากจะรักคุณอย่างนี้ตลอดไป คุณพร้อมจะให้ผมดูแลชีวิตคุณที่เหลือจากนี้ไหม” ตุลากุมมือกีรณาไว้มั่น มองตาอย่างลึกซึ้ง

“ดูแลฉัน...เหนื่อยนะจะบอกให้”

“ผมรู้ แต่เต็มใจที่จะเหนื่อย เพราะผมรักคุณ...ว่าไง...ตกลงไหม”

“ถ้านายคิดจะสู้ ฉันก็โอเค...” กีรณายิ้มเขิน ตุลาโอบกอดเธอไว้แน่นด้วยความรักหมดหัวใจ...

ooooooo

-อวสาน-

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement