วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักหลงโรง ตอนที่ 10


21 ก.ย. 2560 08:20
566,016 ครั้ง

รักหลงโรง ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

รักหลงโรง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ญนันทร

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนงา / หลี่เจิน

กำกับการแสดงโดย:

ปิยะพงษ์ คำภากุล

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

เมื่อจ่าถวิลบอกว่าไรวินทร์ติดอยู่ในโกดังกลางป่าไลน์ตอบไปก็ไม่อ่าน สงสัยแบตหมด กัณหาตกใจเป็นห่วง บ่นงึมงำว่าไปคนเดียวแบบนี้บ้าหรือเปล่า

กัณหาถามจ่าว่าตกลงจะทำยังไง จะช่วยนายหมวดนั่นออกมายังไง จ่าถวิลบอกว่ายังไม่รู้เพราะโกดังนั่นพวกมันคุมเต็มไปหมด อย่าว่าแต่คนเลย มดก็ยังเข้าไปยาก

คืนนี้กัณหาเป็นห่วงไรวินทร์จนนอนไม่หลับลุกขึ้นพึมพำ “นายจะเป็นยังไงบ้างนะ...นายไรวินทร์”

ฝ่ายตุลากับกีรณานั่งพิงกันหลับจนเช้า จึงขึ้นรถกลับ ตุลาเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของกัณหาสวนมา

เขาบีบแตรเรียก และจอดรถคุยกัน กัณหาบอกว่าทุกคนที่บ้านเป็นห่วงลูกแก้วให้รีบกลับไปเสีย ตุลาถามกัณหาว่าจะไปไหน เธอบอกว่าไปเรียน

ตุลาเอะใจ กัณหาบอกว่าจะไปเรียนแต่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปอีกทางหนึ่งจึงตามไปดู จึงรู้ว่ากัณหาไปที่สถานีตำรวจ เจอจ่ากำลังมืดแปดด้านไม่รู้จะช่วยไรวินทร์ยังไง กัณหาถามว่าให้ตนช่วยไหม?

จ่าถวิลไล่กัณหาให้กลับบ้านไปเลยไม่ต้องมาช่วยให้เรื่องยุ่งยากไปกว่านี้

กัณหาไม่ยอมกลับ ขณะกำลังโต้เถียงกันอยู่ ตุลากับกีรณาก็เข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ?

ขณะจ่ากำลังเล่าให้ตุลาฟัง ตำรวจก็เข้ามารายงานว่า

“สองวันที่ผ่านมาเสี่ยฮุ่ยก็อยู่บ้านตามปกติ ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรที่ส่อพิรุธเลยครับผม”

ตุลากับกีรณามองหน้าจ่าสงสัยว่าเสี่ยฮุ่ยมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย?

ooooooo

ตุลา กีรณา กับกัณหา ไปหาเสี่ยฮุ่ยที่บ้าน เสี่ยฮุ่ยถามว่ายกโขยงกันมาทำไม จะมาหาเรื่องหรือ?

“ไม่ต้องหาหรอกครับเสี่ย เพราะเรื่องมันมีอยู่แล้ว” ตุลาตอบสวนไป มองเสี่ยฮุ่ยอย่างเป็นต่อ

เมื่อเสี่ยฮุ่ยรู้เรื่องที่โกดังก็ปฏิเสธรัวว่าตนไม่รู้เรื่อง

“เอาจริงๆนะเสี่ย ถึงเสี่ยจะไม่ยอมรับ แต่ทางการตำรวจมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าเสี่ยเป็นผู้ว่าจ้างและดำเนินการก่อสร้างโกดังกลางป่านั้นจนเสร็จ” จ่าถวิลยืนยัน

ตุลาพูดเชิงขู่ว่าจริงหรือไม่จริงเดี๋ยวเชิญเสี่ยไปคุยกันที่โรงพักก็รู้ เสี่ยก็ยังยืนยันว่าตนไม่รู้ ตนเป็นเพียงคนติดต่อเรื่องสร้างโกดังเท่านั้น แต่สร้างไว้ทำอะไรตนไม่รู้ จะให้ตนไปสาบานที่ไหนก็ได้

“โกดังนั่นเป็นของไอ้แก่บวรฤทธิ์อย่างนั้นหรือ” กีรณาโพล่งถาม ตุลาต้องสะกิดให้ใจเย็นๆ

เสี่ยฮุ่ยถามว่าในโกดังนั่นมีอะไรหรือ กัณหาบอกว่าตอนนี้ยังไม่รู้ รู้แต่ว่ามีคนติดอยู่ข้างในออกมาไม่ได้และต้องการความช่วยเหลือด่วน พอเสี่ยฮุ่ยรู้ว่าเป็นหมวดไรวินทร์ก็ปัดว่าปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจ เราไม่ยุ่ง กัณหาโมโหอีก ตุลาบอกให้ใจเย็นๆ แล้วหว่านล้อมแกมขู่เสี่ยฮุ่ยว่า

“คิดให้ดีนะเสี่ย ว่าจะไม่ช่วยเราจริงหรือเปล่า เพราะถ้าเกิดในโกดังมันมีสิ่งผิดกฎหมายขึ้นมาจริงๆ เสี่ยจะต้องเข้าปิ้งด้วยแน่ เพราะยังไงก็มีชื่อเสี่ยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง จะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นคงฟังไม่ขึ้น แต่ถ้าเสี่ยกลับใจยอมช่วย เราจะกันเสี่ยไว้เป็นพยาน โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา หรืออาจไม่ต้องรับโทษก็ได้”

เสี่ยฮุ่ยฟังแล้วบอกว่าตุลาพูดเหมือนเป็นทนายความ ตุลาจึงเอานามบัตรให้ดูแสดงตัวเป็นทนายความจริงๆ บอกว่ากำลังจะสอบเป็นผู้พิพากษาเร็วๆนี้ด้วย เสี่ยฮุ่ยถามว่าแล้วจะให้ตนช่วยอะไร ยังไงให้ว่ามา

ฝ่ายเดชกำลังโมโหลูกน้องที่ปล่อยให้มีคนบุกรุกเข้าไปในโกดังแถมยังจับตัวไม่ได้ สั่งลูกน้องให้รีบเอาของลอตนี้ออกไปส่งก่อน เกิดมันเป็นตำรวจบุกเข้ามาอีกเราได้เจออภิมหาความซวยแน่!

ขณะลูกน้องกำลังช่วยกันขนของป่าที่มียาเสพติดยัดไส้ออกไปอย่างเร่งรีบนั้น เดชก็ได้รับโทรศัพท์จากเนตรดาราให้ช่วยตนด้วย ครั้งนี้ไม่ใช่จับตัวแกรนด์ กีรณา แต่ให้ฆ่าบวรฤทธิ์!

“หา!!! บ้าไปใหญ่แล้ว ท่านบวรฤทธิ์เป็นคนชุบเลี้ยงแกมานะโว้ย ที่แกได้ดิบได้ดีทุกวันนี้ก็เพราะท่าน” เนตรดาราบอกว่าชุบเลี้ยงตนเหมือนสัตว์ “เชิญแกบ้าไปคนเดียวเถอะนังเนตร ท่านบวรฤทธิ์มีแขนขาเยอะแยะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราไม่มีทางรอดแน่ ฉันไม่เอาด้วย!”

เดชวางสายอย่างหัวเสีย ด่าว่า “อีน้องเวร หาแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้”

ขณะนั้นเองลูกน้องเข้ามารายงานว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว เดชวิ่งไปดูเห็นยางล้อรถถูกเผาควันโขมง ที่แท้เป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำ โดยตุลานำกำลังซุ่มดูอยู่ นอกจากนี้ยังให้เสี่ยฮุ่ย ชิบ เกลือ กับน้ำตาล ระดมจุดประทัด หลอกเป็นเสียงปืนอยู่อีกด้านหนึ่ง เมื่อพวกเดชออกมาทั้งต้องดับไฟกลัวไหม้โกดังทั้งระแวงเสียงปืนจนวิ่งกันอลหม่าน

“ต่อไปก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ” ตุลาบอกกีรณา เธอหันบอกกัณหา แต่กัณหาหายไปแล้ว!

เดชนำลูกน้องไปตามเสียงประทัดที่มันคิดว่าเป็นเสียงปืน ไปเจอเสี่ยฮุ่ย ชิบ น้ำตาลกับเกลือกำลังจุดประทัดกันเมามันก็เข้าไปจะเล่นงาน แต่ถูกจ่าถวิลนำกำลังหน่วยรบพิเศษหลายสิบนายอาวุธครบมือล้อมจับ จ่าถวิลตะโกน

“วางอาวุธแล้วมอบตัวซะ!!”

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก!!” เดชตะโกนสวนไปและยิงปืนใส่ทันที เดชดันลูกน้องให้สู้กับตำรวจและอาศัยช่วงชุลมุนหนีเอาตัวรอดไป

ที่โกดัง กัณหาไปซุ่มหาทางช่วยไรวินทร์ เห็นไม่มีใครอยู่ก็พุ่งเข้าไปที่ประตู เสียงปืนดังขึ้น กัณหาตกใจหมอบลง พลันก็มีมือมาดึงขึ้น กัณหาตกใจหันมอง กลายเป็นไรวินทร์ เธอดีใจจนโผกอดหมวดไว้แน่น ไรวินทร์กอดตอบอึ้งๆ

“เฮ้ย!! จะทำอะไร?” เสียงตุลาร้องถาม ไรวินทร์เอาตัวบังกัณหาไว้พร้อมสู้ แต่พอเห็นว่าเป็นตุลากับกีรณาก็โล่งใจ

ooooooo

คืนนี้ทีวีรายงานข่าวการปะทะกันกลางป่าระหว่างตำรวจกับพวกค้ายาเสพติดอย่างครึกโครม ทุกคนที่บ้านยายขวัญนั่งดูทีวีเงียบกริบ ข่าวรายงานว่า...

“เย็นวันนี้ตำรวจหน่วยปราบปรามพิเศษ ร่วมกับตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง บุกเข้าช่วยเหลือผู้กองไรวินทร์ สันติราช ที่แฝงตัวไปสืบค้นคดีและติดอยู่ในโกดังกลางป่าข้ามคืน การบุกเข้าไปช่วยครั้งนี้ นำมาซึ่งการจับกุมและทลายแหล่งพักยาเสพติดรายใหญ่ที่ถูกสร้างอยู่กลางป่า และมาในรูปแบบของการสอดไส้อยู่ในของป่า และใช้วิธีเดินเท้าเพื่อส่งต่อยาเสพติดไปสู่ผู้ค้าและเอเย่นต์รายอื่นๆ ซึ่งขณะที่บุกเข้าจับกุมนั้นเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับคนร้ายอย่างดุเดือด”

รายงานข่าวสรุปว่า ปฏิบัติการครั้งนี้คนร้ายถูกวิสามัญไปบางส่วนและหนีเข้าป่าไปบางส่วน ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สามารถติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือได้ รวมถึงยึดยาเสพติดจำนวนมากที่อยู่ภายในโกดังเป็นของกลาง

ดูข่าวจบ หล่อชื่นชมลูกแก้วกับกัณหาที่ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้อย่างกล้าหาญ แต่มัทรีดูข่าวจบก็ปิดทีวีลุกเดินหน้าตึงออกไป

ชาลี กัณหา กับกีรณาตกใจว่ามัทรีเป็นอะไร ตามไปถาม ถูกมัทรีตัดพ้อต่อว่าที่พวกหนุ่มสาวทำอะไรไม่บอกกันเลย ทำให้ตนเป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถามว่าเคยคิดถึงหัวอกคนที่เป็นห่วงบ้างไหม

กัณหาเข้าไปกอดแม่บอกว่าที่ตนไม่บอกเพราะกลัวแม่เป็นห่วง ไม่อยากให้แม่เป็นห่วง

“มันไม่มีวันนั้นหรอกนะกัณหา วันที่แม่จะไม่ห่วงลูก คนเป็นแม่อย่างฉันก็ต้องห่วงพวกแกไปจนถึงวันตายนั่นแหละ แต่ขอแค่บอกกันให้ฉันรู้บ้างได้ไหม อย่าปล่อยให้ฉันเป็นห่วงโดยไม่รู้อะไรเลยได้ไหม...”

ไรวินทร์บอกว่าเป็นความผิดของตนที่เป็นต้นเหตุเรื่องทั้งหมด ตุลาบอกว่าตนก็ผิดที่ทำอะไรโดยพลการ กัณหาขอโทษบอกแม่ว่าตนไม่ได้ตั้งใจ

“ฉันก็ขอโทษนะน้า ที่ทำอะไรไม่บอกไม่ปรึกษา น้าอย่าโกรธเลยนะจ๊ะ” กีรณาเข้าไปขอโทษ

“น้าไม่เคยโกรธทุกคน นอกจากกัณหากับชาลี ทุกคนที่นี่สำหรับน้าก็คือลูก ไม่ใช่ลูกก็เหมือนลูก กินข้าวหม้อเดียวกัน ดูแลกันมานาน ตั้งแต่ที่ยายขวัญยังอยู่ เพราะฉะนั้น คนเป็นแม่อย่างน้าจะโกรธลูกตัวเองลงได้ยังไง น้าแค่เสียใจและก็เป็นห่วงทุกคนจริงๆ”

กีรณาโผกอดมัทรีบอกว่าตนเข้าใจแล้ว ส่วนกัณหาก็บอกแม่ว่าต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว...ทุกคนเข้าไปกอดมัทรีด้วยความรัก

ooooooo

คืนนี้บวรฤทธิ์ ไอศูรย์ และลูกน้องอีกสองคน อยู่ในห้องทำงานที่คฤหาสน์ ทีวีกำลังรายงานข่าวการทำลายโกดังกลางป่าที่อ่างทองว่า

หลังจากตำรวจหน่วยปราบปรามพิเศษร่วมกับตำรวจภูธรเมืองอ่างทองบุกทำลายที่พักยาเสพติดขนาดใหญ่แล้ว ทางตำรวจได้เบาะแสว่าโกดังนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรและใครเป็นเจ้าของซึ่งเจ้าหน้าที่ยังขอปิดเป็นความลับเพื่อประโยชน์ทางรูปคดี และขอฝากให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาหากพบเบาะแสหรือแหล่งกบดานของคนร้ายที่หนีรอดไปได้และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

“บัดซบที่สุด!” บวรฤทธิ์ตบโต๊ะปัง “ปล่อยให้ตำรวจบุกเข้าไปถึงโกดังได้เห็นหลักฐานทุกอย่างแบบนี้ก็ฉิบหาย!! ฉิบหายกันหมดแล้ว!!!”

ไอศูรย์ขอโทษ ตนไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้เพราะเดชไม่เคยทำงานพลาด ถามว่าแล้วจะให้ตนทำยังไงต่อไป

“ตามเก็บกวาดไอ้พวกที่หนีรอดไปทั้งหมดให้มันไม่รอด หรือไม่มีปากพูดซัดทอดอะไรเราได้อีกต่อไป ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ คนที่ต้องตายก็คือแก!!”

พูดแล้วบวรฤทธิ์เดินออกไปพร้อมลูกน้อง ทิ้งให้ไอศูรย์กัดกรามแน่นข่มความอัดอั้นอย่างที่สุด

คืนนี้เองเดชที่บาดเจ็บได้รับการติดต่อจากไอศูรย์นัดให้ไปพบกันที่ตึกร้าง เมื่อเดชไปถึงก็รีบบอกว่าตนมาถึงแล้ว ลูกน้องไอศูรย์สองคนเข้าไปหา เดชถามว่าไหนล่ะรถที่ไอศูรย์ให้มารับตน

“ฟังผิดหรือเปล่าพี่ คุณไอศูรย์เขาไม่ได้ให้พวกฉันมารับ เขาให้พวกฉันมาส่งพี่ต่างหาก” แล้วชักปืนออกมาทันที

“กูว่าแล้ว...” เดชหยิบของปาใส่แล้ววิ่งหนีไปที่ท่าน้ำหลังตึกร้าง ถูกลูกน้องไอศูรย์ตามทันยิงทิ้งและถีบตกน้ำไป

ooooooo

หลังผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมา กัณหายอมรับหัวใจตัวเองและมีท่าทีต่อไรวินทร์เปิดเผยขึ้น แต่ก็ยังปากแข็งว่าที่ตนไปช่วยเขาที่โกดังเป็นเรื่องมนุษยธรรม ที่กอดเขาก็เป็นการสำรวจว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

“ก็ได้...แต่ยังไงผมก็รู้สึกขอบคุณอยู่ดีนั่นแหละ เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ นับเป็นเรื่องราวดีๆในชีวิตของผมเลยนะจะบอกให้...และคืนนี้ผมจะไม่อาบน้ำ” ไรวินทร์กระซิบ หัวเราะเบาๆเดินไปขึ้นรถขับออกไป

กัณหาเขินจนหน้าแดง มองตามรถไรวินทร์ไปยิ้มค้าง ด่าแก้เขิน

“อีตาหมวดบ้า...”

ฝ่ายตุลาที่เปิดเผยความรู้สึกกับกีรณาและต่างยอมรับในความรู้สึกของกันและกัน คืนนี้เธอเดินไปส่งเขาที่กระท่อม แต่ตลอดทางไม่พูดอะไรสักคำ จนตุลาถามเธอจึงบอกว่ากำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้...เรื่องที่น้ามัทรีร้องไห้ ยอมรับด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งสะเทือนใจว่า

“ฉันเพิ่งเคยเจอความรู้สึกนี้...” ตุลาถามว่าความรู้สึกที่เป็นห่วงหรือ “ใช่...ชีวิตฉันไม่เคยมีใครห่วงฉันมานานแล้ว”

ตุลาบอกว่ามีคนห่วงเธอมาตลอด แต่ตอนนั้นเธอไม่ได้ใช้ใจมองเท่านั้นเอง เธอยังไม่เปิดใจ กีรณาถามว่าทำไมเขาชอบพูดจี้ใจดำตนอยู่เรื่อย ตุลาถามว่าเธอพร้อมที่จะไปเผชิญหน้ากับความจริง ไปต่อสู้เพื่อทวงความถูกต้องของตัวเองกลับมาหรือยัง

“พร้อมมาก!! ฉันจะต้องจบเรื่องทุกอย่าง ฉันจะไม่ยอมให้ครอบครัวของฉันต้องมาเดือดร้อนไปด้วยอีกแล้ว”

“ผมชอบคำว่า ครอบครัว ของคุณจัง จำไว้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะสู้ไปกับคุณด้วย” ตุลามองตาพูดจริงจัง จริงใจ กีรณาจับมือเขาไว้แน่น มองตาด้วยความรู้สึกเดียวกันอย่างมีความหวัง มั่นใจ

ooooooo

เนตรดาราถูกบวรฤทธิ์ลงโทษที่ลักลอบคบกับไอศูรย์แล้วโยนทั้งตัวเธอและของใช้ทุกอย่างออกจากห้อง แม้กระทั่งคอนโดที่ให้อยู่ก็เอาคืน เนตรดาราจึงต้องไปอยู่โรงแรม

คืนนี้เธอก็ได้รับข่าวร้ายจากทีวีว่าเดชถูกฆ่าตายศพลอยน้ำมาติดที่ท่าน้ำชาวบ้าน!

เนตรดารารู้สึกเหมือนฟ้าถล่ม จ้องโทรทัศน์ที่รายงานข่าวน้ำตาคลอ แค้นแทบกระอักเลือด เมื่อไปเจอไอศูรย์ที่เพนต์เฮาส์ เธอถามว่าเป็นฝีมือเขาใช่ไหม ไอศูรย์บอกว่าป๋าสั่งตนจำเป็นต้องทำ ไม่รู้จริงๆว่าเดชเป็นพี่ชายเธอ

เนตรดาราถามว่าถึงรู้เขาก็ทำใช่ไหม ไอศูรย์บอกว่าตนไม่มีทางเลือก

“แต่พี่เดชคือพี่ชายแท้ๆของฉัน แถมยังเป็นลูกน้องคนสนิทของคุณ!!”

“ผมจำเป็น เพราะถ้าพวกมันไม่ตาย ผมจะเดือดร้อน” เนตรดาราด่าว่าเห็นแก่ตัว! “ใช่ ผมเห็นแก่ตัว ต่อจากนี้คุณไม่ต้องมาหาผมอีก”

“เพราะคุณไม่อยากเดือดร้อน” เนตรดาราเสียงสะท้านน้ำตารื้น เมื่อไอศูรย์ตอบว่าใช่ เธออึ้ง ความเจ็บปวดพุ่งขึ้นเป็นทวีคูณ! ความสัมพันธ์ตัดขาด! เมื่อเนตรดาราตัดพ้อว่าเขาไม่เคยรักตนเหมือนที่ตนรักเขาเลยใช่ไหม เขาอึ้ง เนตรดาราจับตัวเขย่าให้ตอบ

“ผมรักคุณนะเนตร แต่...แต่ ผม...ผม...” เธอถามว่าเขารักตัวเองมากกว่าใช่ไหม! “ใช่!! ผมรักตัวเอง ผมขี้ขลาด เพราะฉะนั้นต่อไปนี้คุณไม่ต้องมาเสียเวลากับผมอีก ผมเป็นคนที่คุณอยากให้เป็นไม่ได้หรอก!!”

เนตรดารากลับมานั่งช็อกในรถ ร้องกรี๊ดๆๆ ทุบพวงมาลัยรถระบายความแค้น

จังหวะนั้นเอง มือถือเธอดังขึ้น เธอพยายามทำเสียงเป็นปกติก่อนรับสาย...คิดว่าคงโทร.มาให้ไปเซ็นสัญญาแน่ๆ บอกว่าตนกำลังจะไปที่บริษัท แต่พอฟังเสียงนุ่มนิ่มก็ตกใจถาม “อะไรนะ!!”

นุ่มนิ่มโทร.มาบอกว่างานพรีเซ็นเตอร์โฆษณาที่ดิวไว้กับเธอทั้งสามตัวเปลี่ยนเป็นคนอื่น เนตรดาราฉุนขาดถามว่าใคร ตอนนี้มีดาราคนไหนดังกว่าตนหรือ!

“ไม่มีใครดังกว่าเนตรดาราหรอก แต่มีคนที่ใหญ่กว่าสั่งมาให้เปลี่ยน” ดาวที่นั่งฟังอยู่ด้วยทนไม่ไหวพูดแทรกขึ้น เนตรดาราถามว่าใคร! พอดาวบอกว่าท่านบวรฤทธิ์ เธอก็นิ่งงัน

“และละครเรื่องหน้าที่ติดต่อเนตรไว้ ผู้จัดเขาก็มาขอยกเลิกไปแล้ว ถ้าเนตรมีปัญหาอะไรก็ไปถามท่านโดยตรงเลย ไม่ต้องมาไล่เบี้ยเอากับพวกพี่ เพราะพวกพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ความจริงพี่ว่าเนตรน่าจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดนะว่าทำไม...”

เนตรดาราออกมาจากห้องของดาวเดินทื่อแววตา แข็งเหมือนคนจิตหลุด ในหูยังแว่วเสียงนุ่มนิ่มที่ปลอบว่าถือเป็นการพักยาวก็แล้วกันแม้ว่ามันจะยาวไปหน่อย และเสียงดาวเสริมเตือนสติให้ข้อคิดว่า

“ก็ช่วงพักนี่แหละ ตั้งสติให้ดี คิดทบทวนให้ดี ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมนะ อยากได้ดีก็ต้องทำดี”

แม้จะแว่วเสียงของดาวที่เตือนสติ แต่แววตาที่แข็งกร้าวของเนตรดาราก็ไม่ได้อ่อนลงเลย...

ซึ่งก็ไม่ผิดความคาดหมายของดาว เพราะเมื่อนุ่มนิ่มถามว่าเนตรจะเข้าใจที่พี่พูดไหม ดาวตอบว่า...

“ดอกบัวมีสี่เหล่า ถ้ายัยเนตรไม่ได้จมอยู่ในโคลนตมรอเป็นอาหารเต่าปลาเหมือนบัวเหล่าที่สี่ ก็น่าจะพอเข้าใจได้บ้าง” แล้วทั้งดาวและนุ่มนิ่มก็ได้แต่มองหน้ากัน ถอนใจปลงๆ

ooooooo

กีรณาเตรียมเดินทางไปสู้คดีที่กรุงเทพฯ เช้านี้เธอเข้าไปหยิบรูปยายขวัญที่ตั้งอยู่ในห้องมากอด พูดกับรูปให้ยายเป็นกำลังใจให้ตนด้วย

พอดีกุ๊กกับกิ๊กมาบอกว่าตุลามาแล้ว กีรณาหิ้วกระเป๋าออกไป เจอทุกคนมายืนส่ง หล่อถึงกับรำอวยพรให้ลูกแก้วกลับมาพร้อมชัยชนะ มัทรีขอให้คุณพระคุ้มครอง ชาลีบอกว่ามีอะไรให้โทร.มาพวกเราเตรียมพร้อมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

ส่วนหมวดไรวินทร์ก็จัดตำรวจนอกเครื่องแบบสองคนขับรถตามไปส่งถึงกรุงเทพฯ

กีรณาขอบคุณทุกคน ตุลาถามว่าจะไม่พูดอะไรเลยหรือ เธอบอกว่าอยากกอด บอกทุกคนว่า

“ขอลูกแก้วกอดทุกคนได้ไหม” ทุกคนโผเข้ากอดกันกลม “ขอบคุณมากๆ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ฉัน ฉันจะสู้ให้ถึงที่สุด จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ได้ เพื่อยายขวัญ เพื่อทุกคน...”

“พวกเรารักหนูนะ ลูกแก้ว” มัทรีเอ่ย ทุกคนกอดกันตื้นตันน้ำตารื้นไปตามกัน...

เมื่อส่งลูกแก้วกับตุลาไปแล้ว หล่อเร่งให้ไปกินข้าวกัน พอหันกลับเข้าบ้านชาลีเห็นหยกฟ้ายืนเกาะ ประตูอยู่ชาลีชะงัก พอทุกคนหันมองก็ไม่เห็นอะไรแล้ว กัณหาบอกว่าชาลีตาฝาดมากกว่า

ที่แท้หยกฟ้ามาแอบดูจริงๆ แต่พอทุกคนหันมองเธอก็หลบ...

ooooooo

หยกฟ้ากลับไปถึงบ้านก็ถูกป้าไฝด่าว่าไปไหนมา ตั๊กโทร.มาตามบอกว่าหัวหน้าคณะโกรธใหญ่ที่นางเอกลิเกหายไป

หยกฟ้าบอกว่าตนลาไว้แล้ว จะโกรธก็โกรธไป ป้าไฝถามว่าเกิดเขาไล่ออกล่ะ! คณะนี้เขาไม่ใช่จะให้ใครเล่นเป็นนางเอกง่ายๆนะ

“ถ้าเขาจะไล่ก็ให้ไล่ไปเลย มีอย่างที่ไหนให้ฉันเล่นติดกันทุกคืน” หยกฟ้าฉุน บอกว่าตนเจ็บคอ ปวดท้องก็ต้องเล่น มันเกินไป ป้าไฝบอกว่าเงินเขาดี มาลัยล้นคอ แบงก์เป็นฟ่อนทุกคืน ไม่เหมือนตอนอยู่คณะแก้วขวัญสักนิด

“ใช่แม่...ตอนอยู่คณะแก้วขวัญงานน้อย มาลัยน้อย เงินน้อย แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าฉันมีความสุขมากกว่า... หรือว่า...บางทีเงินอาจไม่ใช่คำตอบของความสุขก็ได้นะแม่”

ป้าไฝฟังแล้วขัดหูขัดใจนัก จิกตาคำราม “อีนี่!”

ooooooo

เนตรดาราแค้นบวรฤทธิ์ที่ทำลายชีวิตตนพังพินาศ จึงวางแผนหลอกอารดาที่ถูกบวรฤทธิ์ตามล่าจนต้องหลบซ่อนตัวให้มาพบ ให้เงินจำนวนหนึ่งบอกว่าเอาไว้ชุบตัวและเป็นค่าเดินทางไปพบแกรนด์ กีรณา

เนตรดาราโกหกว่าไอศูรย์พบแกรนด์แล้ว แต่แกรนด์ยังเล่นตัว เชื่อว่าถ้าอาดาไปกล่อมแกรนด์น่าจะเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้แล้วส่งแกรนด์ให้บวรฤทธิ์แบบสวยๆ เรื่องบาดหมางทั้งหมดก็จะจบลงด้วยดี

อารดาตัดสินใจจะลองดูอีกสักครั้ง หวังว่าแกรนด์จะมีความกตัญญูอยู่บ้าง

“พี่แกรนด์ต้องยอมแน่ค่ะ เนตรเชื่ออย่างนั้น” เนตรดาราส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ “นี่เป็นที่อยู่ของพี่แกรนด์ตอนนี้นะคะ เนตรกับคุณไอศูรย์ดูแลพี่แกรนด์อย่างดี”

อารดาถามว่าเนตรดาราไม่ไปด้วยหรือ เธอบอกว่าอาดาคุยกับแกรนด์ประสาอาหลานจะดีกว่ามีตนอยู่ด้วย อารดาเชื่อสนิทใจ

คืนนี้ไอศูรย์เข้ามารายงานการ ‘จัดการ’ ทุกอย่างตามที่บวรฤทธิ์สั่งแล้ว บวรฤทธิ์พอใจบอกว่าดี สั่งการว่า

“ส่วนไอ้พวกที่มันเข้าปิ้งไปแล้ว ก็ส่งคนเข้าไปบอกพวกมันให้รู้ว่า ถ้ามันกล้าเอ่ยพาดพิงฉันหรือแกแม้แต่นิดเดียว ชีวิตพ่อแม่ลูกเมียมันจะต้องเจอกับอะไร”

“ครับป๋า”

“จัดการคนของแกแล้ว ก็ถึงเวลาจัดการคนของฉันบ้าง” บวรฤทธิ์หยิบแฟ้มบางๆส่งให้ไอศูรย์ สั่งเหี้ยม “พวกบ้านนอกที่อ่างทอง เก็บให้เรียบ อย่าให้เหลือ!”

พอไอศูรย์รับแฟ้มเดินออกไป มือถือของบวรฤทธิ์ก็สั่นมีข้อความเข้า เขาหยิบดูเห็นเบอร์ไม่คุ้น แต่ก็เปิดอ่าน...

“พบตัวยัยแกรนด์แล้ว พูดคุยกันเข้าใจ และเราอยากจะไถ่โทษกับท่าน ถ้าท่านยังต้องการตัวยัยแกรนด์อยู่ กรุณาออกมาพบเราอาหลานนะคะ”

“อารดา...โผล่หัวมาซะทีนะ นังสองอาหลานตัวแสบ!!” บวรฤทธิ์พึมพำสะใจ

ไอศูรย์ได้รับคำสั่งจากบวรฤทธิ์แล้วเดินมาสั่งลูกน้องที่หน้าคฤหาสน์ พอลูกน้องออกไป เขาได้ยินเสียงสตาร์ตรถ จึงไปดูที่หน้าต่าง เห็นบวรฤทธิ์ก้าวขึ้นรถแล้วลูกน้องขับออกไปทันที

ไอศูรย์แปลกใจ ถามลูกน้องบวรฤทธิ์ที่เดินผ่านมาว่า

“ดึกป่านนี้แล้วป๋าออกไปไหน” ลูกน้องบอกว่าไปเอาของ ไอศูรย์ซักว่าของอะไรสำคัญถึงกับต้องไปเอากลางดึก ลูกน้องบวรฤทธิ์บอกยิ้มๆว่า “คุณแกรนด์ กีรณา ครับ”

“รู้ไหมว่าป๋าไปที่ไหน?!” ไอศูรย์เอะใจ

ooooooo

อารดานั่งแท็กซี่มาถึง เธอมองไปในบ้านพึมพำ อย่างหงุดหงิดว่า

“ไม่รู้จะเล่นตัวอะไรกันมากมาย ยอมๆท่านก็สบายไปตั้งนานแล้ว ถ้าวันนี้พูดไม่รู้เรื่องอีกละก็...แม่จะจัดการขั้นเด็ดขาดจริงๆด้วย”

พอเข้าไปในบ้านไม่เห็นใคร บ้านก็เงียบผิดปกติ มีแต่แสงไฟสลัวจากด้านบน อารดาร้องบอก

“แกรนด์...อามาแล้ว”

เงียบ...

จังหวะนั้นเองเนตรดาราที่แต่งตัวเหมือนแกรนด์กีรณา ก็ย่องกริบตัดหลังอารดาขึ้นข้างบน อารดาเห็นหลังไวๆก็คิดว่าเป็นแกรนด์ รีบตามขึ้นไป แต่ขึ้นไปแล้วมองหาก็ไม่เจอ เห็นประตูห้องน้ำแง้มๆอยู่มีเสียงน้ำไหลจากข้างใน อารดาฉุน ร้องบอกเสียงแข็ง

“ยัยแกรนด์ ออกมาคุยกับอาเดี๋ยวนี้ ฉันไม่มีอารมณ์สนุกมาเล่นซ่อนแอบกับแกนะ!!”

เมื่อยังไม่มีเสียงตอบ อารดาเปิดประตูห้องน้ำผลัวะ แล้วชะงักกึก...ห้องน้ำว่างเปล่า!

“นี่มันอะไรกัน...ยัยแกรนด์...เล่นอะไร อาไม่ตลกนะ”

อารดาทำเสียงขึงขังทั้งที่ใจไม่ดี เมื่อทุกอย่างเงียบ ว่างเปล่า อารดาหมุนตัวจะออกไป พลันก็ผงะ ตาเหลือก อุทานเสียงปร่า...

“ท่าน!!!”

บวรฤทธิ์ยืนแสยะยิ้ม จ้องหน้าอารดาราวกับเสือโหย เห็นเหยื่อ!

ooooooo

ไอศูรย์มาเจอลูกน้องบวรฤทธิ์กำลังเปลี่ยนล้อรถ เพราะถูกตะปูเรือใบ เขาถามว่าป๋าอยู่ไหน พอลูกน้อง บอกว่าเข้าไปในบ้านก่อนแล้ว ไอศูรย์รีบเข้าไปในบ้าน ทันที

ภายในบ้าน...พอบวรฤทธิ์เห็นอารดาก็เย้ยว่า นึกว่า จะหนีไปจนตายเสียแล้ว ไม่คิดเลยว่าอยู่ๆจะเป็นคนบอกให้ตนมาหาเอง อารดางง ถามว่าตนน่ะหรือบอกให้ท่านมาหา!?

บวรฤทธิ์เอาโทรศัพท์มาเปิดให้ดูไลน์ที่ได้รับ ถามว่า “แล้วนี่นังแกรนด์มันอยู่ไหนล่ะ”

อารดาบอกว่าตนก็จะมาหาแกรนด์เหมือนกัน ถูกบวรฤทธิ์จับไหล่บีบจนอารดาร้องขอให้ปล่อย

“ปล่อยเหรอ?! ฉันลงทุนลงแรงกับแกสองคนไปมาก ยังไม่ได้ทุนคืนสักบาท บอกมา! หลานแกอยู่ไหน” อารดาบอกว่าไม่รู้จริงๆ ก็ถูกบวรฤทธิ์ตบฉาดใหญ่จนเลือดกบปาก ไหว้อ้อนวอนอย่าทำตนเลย “แกก็เลิกตอแหลซะทีสิ บอกมา แกเอาหลานแกไปซ่อนไว้ที่ไหน”

อารดาบอกว่าตนไม่รู้จริงๆ บวรฤทธิ์ถามว่าไม่รู้แล้วนัดตนมาทำไม อารดาบอกว่าตนไม่ได้นัด

“ถ้าไม่ใช่แก แล้วจะเป็นใคร?!”

“ฉันเอง!!!...” เสียงเนตรดาราแทรกเข้ามาพร้อมเสียงปืน “ปัง!!!”

เนตรดาราแต่งตัวคล้ายกีรณาพรวดออกมาพร้อมกับยิงใส่บวรฤทธิ์จนทรุด เลือดทะลักออกจากขาข้างหนึ่งทันที เนตรดารากำปืนแน่น ยิ้มเลือดเย็น แววตาเหี้ยมเกรียม

ทั้งบวรฤทธิ์และอารดาช็อก!!

ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ทั้งบวรฤทธิ์และอารดาพยายามหว่านล้อมเนตรดารา บวรฤทธิ์บอกว่า อย่าทำอะไรบ้าๆอย่างนี้

“ฉันไม่ทำหรอก ถ้าแกไม่บังคับให้ฉันต้องบ้า! แกฆ่าพี่เดชพี่ชายฉัน ไล่ฉันออกจากบ้าน ตัดหนทางทำมา หากินของฉันทุกทาง แกบีบฉันจนหลังชนฝา ทั้งๆที่ฉันพลีกายถวายตัวจงรักภักดีกับแกมาตลอด แกคิด
ว่าหมาจนตรอกอย่างฉันมันควรบ้าไหม! หา!! ควรบ้าไหม!!!”

เนตรดาราน้ำตาไหลอย่างคับแค้นใจ อารดากับบวรฤทธิ์ต่างหน้าซีดเผือด

ไอศูรย์ร้อนใจปีนรั้วเข้าไปในบ้าน แล้ววิ่งขึ้นชั้นสอง ทันที

บวรฤทธิ์เอาน้ำเย็นเข้าลูบเอาผลประโยชน์แลกกับเนตรดารา สัญญาว่าถ้าปล่อยตนไปแล้ว ตนจะไม่ เอาเรื่องอะไร ขอให้วางปืนก่อน เห็นเนตรดารายังแข็งกร้าว จึงหว่านล้อม...

“ฉันจะไม่เอาเรื่องอะไรเธอเลย และจะเรียกงานทุกชิ้นของเธอกลับคืนมาให้ด้วย เชื่อฉันสิ อย่าลืมสิว่าฉันคือคนที่ผลักดันให้เธอกลายเป็นดาว กลายเป็นเนตรดารา นางเอกอันดับหนึ่งของเมืองไทยในตอนนี้ ถ้าฉันยังอยู่ เธอจะเป็นเนตรดาราดาวเด่นบนฟ้าตลอดไป... เชื่อฉันสิ...”

บวรฤทธิ์กล่อมจนเนตรดาราสับสน เขาฉวยจังหวะนั้นพุ่งเข้าแย่งปืน ถูกเนตรดาราลั่นไกรัวใส่ทรุดจมกองเลือด ตายคาที่

ไอศูรย์วิ่งเข้ามาในบ้านพอดี เขาวิ่งไปตามเสียงปืน พรวดเข้าไปตะโกน

“ป๋า!! เนตร! คุณฆ่าป๋าทำไม คุณทำเกินไปแล้ว” เนตรดาราตะโกนอย่างบ้าเลือดว่าคนอย่างมันสมควรตาย! ซ้ำยังชูมือที่สวมถุงมือเย้ยว่า ที่บ้านหลังนี้ไม่มีรอยนิ้วมือ ตนเลย มีแต่รอยนิ้วมือของเขากับอาดา ตำรวจต้องคิดว่า ไม่เขาก็เป็นอาดาที่ฆ่าบวรฤทธิ์เพราะความโลภและต้องการ มรดก เนตรดาราหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ปรามว่า

“คิดให้ดีนะว่าจะเอายังไง”

ooooooo

ตุลาพากีรณาเข้ากรุงเทพฯมาสู้คดี เขาพาเธอมาพักที่บ้าน แตงอ่อนดีใจที่ลูกชายกลับมาและดีใจตื่นเต้นเมื่อเขาพาแกรนด์ กีรณามาด้วย ชมว่าตัวจริงไม่เหมือนในทีวีเลย

“แย่กว่าใช่ไหมคะ”

“ใครว่าล่ะ ในทีวีหนูก็สวย ตัวจริงหนูก็สวย แต่ในทีวีดูสวยแบบปรุงแต่ง ตัวจริงดูสวยแบบธรรมชาติ... มากจ้ะ เดี๋ยวน้าจะพาขึ้นไปดูห้องพักนะ”

กีรณาเดินตามแตงอ่อนขึ้นไป ตุลามองตามยิ้มมีความสุข

คืนนี้กัณหาในชุดเตรียมออกจากบ้านย่องออกจากห้องมองซ้ายมองขวาจะย่องไป พลันก็สะดุ้งโหยงเมื่อมัทรีถามว่าจะไปไหน

กัณหาชะงักกึก ชาลีรู้ทันปรามว่าเมื่อวานยังไม่เข็ด ใช่ไหม อยากให้แม่โกรธอีกใช่ไหม? กัณหาบอกว่าเข็ดแล้ว มัทรีถามว่าแล้วนี่กำลังจะไปไหน กัณหาถูกจับได้ไล่ทัน ก็ยิ้มเจื่อน

คืนเดียวกันนี้ ไอศูรย์ส่งลูกน้องสองคนไปเก็บเสี่ยฮุ่ยตามที่บวรฤทธิ์สั่งไว้ แต่พอมันเอาปืนจี้เสี่ยฮุ่ย ก็ถูกหมวดไรวินทร์กับตำรวจเอาปืนจี้อีกต่อ

“ถ้ายิง พวกแกจะตายเหมือนกัน!!” หมวดเสียงเข้ม จ่าถวิลสั่งให้มันวางปืน เสี่ยฮุ่ยดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ สำทับว่า

“วางอาวุธสิวะ ตำรวจเขาก็บอกอยู่!!”

“วางสิ!!!” ชิบทำกร่าง

ลูกน้องไอศูรย์จำต้องวางปืน ไรวินทร์รู้สึกดีที่มาช่วยเสี่ยฮุ่ยไว้ทัน

สายวันรุ่งขึ้น ไรวินทร์มาที่บ้านยายขวัญ คุยกับกัณหาอย่างโล่งอกที่ไปช่วยเสี่ยฮุ่ยได้ทัน

“เป็นอย่างที่นายคาดไว้จริงๆด้วย ว่าไอ้เจ้าพ่อค้ายานรกนั่นจะต้องส่งคนมาเก็บพวกเสี่ยฮุ่ย” กัณหาเอ่ย

“ดีที่เราเอะใจไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นคง...”

“เลิกพูดเถอะ ฉันไม่อยากจะคิด ถึงจะไม่ค่อยชอบหน้าสองพ่อลูกเขี้ยวลากดินนั่น แต่ก็ไม่ได้อยากให้ตายกลายเป็นศพหรอก”

ไรวินทร์รู้ว่าชิบคลั่งไคล้ใหลหลงกัณหาอยู่ ถามดักคอว่าเป็นห่วงชิบหรือ กัณหาเสียงสูงว่าเป็นห่วงเพราะเป็นเพื่อนร่วมหมู่บ้าน ไรวินทร์ถามว่า “แค่นั้นจริงหรือ??”

“ถึงจะห่วงมากกว่านั้น นายก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”

ไรวินทร์จริงจังขึ้นมาถามว่าหมายความว่าไง ก็พอดีชาลีกับมัทรีเดินเข้ามา ชาลีพูดแทรกขึ้นว่า

“แต่ฉันว่าแกห่วงเขามากนะ เพราะเมื่อคืนถึงขนาด จะย่องไปช่วยกลางดึกเลยนี่”

“ใช่...ดีที่น้ามาดักเอาไว้ก่อน ไม่งั้นคงบุกไปช่วยถึงบ้านแล้วล่ะ”

ไรวินทร์จ้องหน้ากัณหาถามว่า “นี่คุณเป็นห่วงนายชิบถึงขนาดนี้เลยหรือ?”

“จะบ้าเหรอ...ที่ฉันจะแอบย่องไปบ้านเสี่ยฮุ่ยเพราะฉันเป็นห่วงนายต่างหาก” พูดแล้วก็เขินจะเลี่ยงขึ้นบ้าน ถูกไรวินทร์คว้าแขนไว้ถามว่าเป็นห่วงตนใช่ไหม ตอบมาเร็วๆ “อื้อ...ฉันไม่ตอบ แต่จะต่อย!!”

กัณหาเขินจนต่อยหน้าไรวินทร์เข้าจริงๆ แต่เขาหลบทัน กัณหายิ่งเขินจะต่อยอีก

“หยุดเลยนังกัณหา พ่อไรวินทร์นะไม่ใช่เพื่อนเล่น จะมาต่อยตีอย่างนี้ไม่ได้ เดี๋ยวจะโดนแม่ตี”

มัทรีไล่กัณหาให้ขึ้นบ้านไป แล้วถามไรวินทร์ว่าเหนื่อยไหม หมู่นี้มีแต่เรื่องวุ่นวายเต็มไปหมด

“ไม่หรอกครับ มันเป็นหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อยู่แล้ว ผมเป็นข้าราชการ เป็นข้าของแผ่นดิน งานราชการก็คืองานของแผ่นดิน ที่มีผลเกี่ยวเนื่องกับผลประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชนทุกคน ดังที่ในหลวงของเราทรงตรัสไว้ เพราะฉะนั้นความรู้สึกเหนื่อยจึงไม่สำคัญเท่าหน้าที่ของเราหรอกครับ”

มัทรีบอกว่าฟังอย่างนี้ประชาชนอย่างน้าก็อุ่นใจ ไรวินทร์ถามว่าตุลาไม่ส่งข่าวมาบ้างหรือ มัทรีบอกว่า ลูกแก้วโทร.มาเมื่อคืนบอกว่าไปถึงแล้ว ส่วนเรื่องคดีความจะเริ่มคุยกันวันนี้ มัทรียกมือไหว้ขอให้ยายขวัญช่วยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีเถิด

“อย่ากังวลเลยแม่ คนดียังไงก็ต้องผ่านพ้นช่วงเวลาร้ายๆไปได้แน่” ชาลีปลอบ

“จริงครับ ผมเห็นด้วย”

ทั้งสามมองหน้ากันอย่างเชื่อมั่น มีความหวัง

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement