วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักหลงโรง ตอนที่ 1


20 ก.ย. 2560 07:39
547,798 ครั้ง

รักหลงโรง ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

รักหลงโรง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ญนันทร

บทโทรทัศน์โดย:

คนเขียนงา / หลี่เจิน

กำกับการแสดงโดย:

ปิยะพงษ์ คำภากุล

ผลิตโดย:

บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จรณ โสรัตน์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

ในฮอลล์จัดงานมอบรางวัล “THE BEST AWARDS 2016” แสงเสียงสีตระการตา มีผู้ร่วมงานนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเวที พิธีกรชายหญิงดำเนินรายการอย่างตื่นเต้นเร้าใจ

หลังจากเกริ่นนำแล้ว พิธีกรชายประกาศผู้ได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมประจำปี 2016 ได้แก่ “คุณกวินตรา ดาราฉาย”

อีกมุมหนึ่ง กีรณา ดรุโณทัย ที่รับบทแสดงเป็นกวินตรา ดาราฉาย ในละครที่ได้รับรางวัล ในชุดราตรีงามสง่า ลุกยืนดีใจ ไหว้ชดช้อย ยิ้มอ่อนหวาน ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง พิธีกรหญิงชื่นชมว่า

“ต้องยอมรับว่าผลงานในปีนี้ของคุณกวินตราโดดเด่นจริง โดยเฉพาะละครเรื่องล่าสุดของเธอ เรียกได้ว่า ตอนจบทำเอาถนนในกรุงเทพฯโล่งไปเลย”

“คว้าตำแหน่งละครที่มีเรตติ้งสูงสุดตลอดการออกอากาศด้วยนะครับ ถึง 22 เลยทีเดียว”

กีรณา ในชุดบทบาทของกวินตราในละคร เดินขึ้นเวที ตรงไปที่แท่นวางรางวัล

พิธีกรชายหญิงสลับกันพรรณนาถึงความเหมาะสมกับรางวัลนี้ของกวินตรา พิธีกรชายเอ่ยในขณะที่กวินตรากำลังเอื้อมมือไปหยิบรางวัลว่า

“ไม่มีใครที่ไม่ยอมรับ”

“ฉันนี่แหละที่ไม่ยอมรับมัน!!” เนตรดาราที่สวมบทนางร้ายคู่กับโรสิตาก้าวขึ้นบนเวทีตรงไปแย่งไมค์จากพิธีกรชายหญิงคนละตัวตะโกนขึ้น

คนทั้งฮอลล์ตกใจ ตะลึงอึ้ง! นักข่าวยิงชัตเตอร์รัว โปรเจกเตอร์ขึ้นภาพทั้งคู่ตัดสลับกับปฏิกิริยาของกีรณาที่มองอย่างตกใจ พิธีกรหญิงได้สติจะเข้าไปแย่งไมค์คืน ถูกโรสิตาแย่งกลับตวาดให้อยู่เฉยๆ ไม่งั้นเจอตบ! พิธีกรทั้งคู่ถอยกรูดไปยืนแอบอยู่มุมหนึ่งของเวที

เนตรดาราคว้ารางวัลจากกีรณาไปถือไว้ป่าวประกาศ กับผู้อยู่ในฮอลล์ว่า

“รางวัลอันทรงเกียรตินี้ ไม่ควรจะตกอยู่ในมือของมัน!!”

“ทำไมคุณต้องทำแบบนี้กับฉันด้วยคะ คุณเดือนประดับ” กีรณาถามเนตรดาราที่สวมบทบาทเดือนประดับในละคร ถูกย้อนถามอย่างนางร้ายในบทว่า อยากรู้หรือ จะได้ประกาศให้โลกรู้ว่าทำไม แล้วพูดกับคนในฮอลล์...

“กวินตรา ดาราฉาย ใช้ตัวเองเข้าแลกกับกรรมการเพื่อให้ได้รางวัลนี้!!!”

กีรณาโต้ว่าไม่จริง ตนถูกใส่ร้าย เนตรดาราอ้างว่าตนมีหลักฐานแล้วสั่งโรสิตาให้เปิดคลิป โรสิตาเปิดคลิปแล้วส่งให้ตากล้องจับภาพ พร้อมกับบนจอโปรเจกเตอร์ก็ปรากฏภาพถ่าย เป็นคลิปจากที่ไกลๆ เห็นกีรณาเดินตามผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในโรงแรม!

เสียงฮือกระหึ่มทั่วฮอลล์ แล้วกล้องก็หันไปจับภาพผู้ชายในคลิปซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าสุดของคณะกรรมการกำลังตกใจ ทันใดกล้องก็เลื่อนมาจับหน้ากีรณาที่น้ำตาไหลพรากด้วยความตกใจกลัว

“หลักฐานจะจะคาตา มีอะไรจะแก้ตัวไหม”

เนตรดาราถามแล้วสั่งโรสิตา “เอาไมค์ให้มัน! ฉันอยากให้คนทั้งประเทศได้ยินมันพูดชัดๆ!!” โรสิตายัดไมค์ใส่มือกีรณา เนตรดาราสั่งให้พูด!

กีรณาพูดเสียงสั่นทั้งน้ำตาว่า “มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด”

เนตรดาราหาว่ากีรณาเข้าโรงแรมกับชายคนนั้นเอาตัวเข้าแลกกับรางวัล กีรณาชี้แจงว่าเราเจอกันโดยบังเอิญและเข้ามาพร้อมกันเท่านั้น

โรสิตาเอาไมค์จากกีรณามาพูดเองว่า ไม่ต้องมาตีหน้าแบ๊ว ต่อหน้าทุกคนทำตัวเป็นนางฟ้าผู้บริสุทธิ์แต่ลับหลังแรดเงียบ เนตรดาราถล่มซ้ำว่า ทำตัวเน่าต่ำตมเหมือนกำพืด แม่มันเป็นยังไงลูกมันก็เป็นอย่างนั้น

กีรณาขออย่าว่าแม่ตนเพราะท่านตายไปแล้ว และตนก็ไม่ได้ทำอะไรผิด รางวัลนั่นเป็นของตนพลางจะเข้าไปแย่งรางวัลคืน ถูกเนตรดาราผลักล้มไปกองกับพื้น ด่าซ้ำว่า

“สมน้ำหน้า คนตอแหลอย่างมันต้องโดนแบบนี้!!! คนที่สมควรได้รับรางวัลคือฉันไม่ใช่แก!!”

แล้วถามคนทั้งฮอลล์ว่า “ทุกคนรู้ไหมคะ ว่านังนี่มันเป็นลูกลิเกเก่า มีชีวิตเน่าๆอยู่หลังตลาด มันทิ้งแม่มันมาเป็นดารา แล้วโกหกตอแหลประชาชนว่าเป็นลูกไฮโซ ตอแหลด้านๆ ทุเรศ!”

กีรณารู้ว่าเนตรดาราด่านอกบท มองไปหน้าเวทีด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ อ้อนวอน

“ใครก็ได้ ช่วยหยุดผู้หญิงคนนี้ที ฉันทนไม่ไหว แล้ว”

“ฉันไม่หยุด!!! ฉันจะฉีกหน้ากากแกนังคนไม่มียางอาย นังลูกเนรคุณ เกิดมาทำไมให้เสียชาติเกิด คนอย่างแกไร้ค่า ไม่มีราคา!!!”

เนตรดาราด่าเมามัน แต่ไม่ทันสิ้นเสียงกีรณาก็ตบเปรี้ยงทันที ทุกคนในฮอลล์ตะลึงค้าง

“คัต!!!” ผู้กำกับสั่งลั่น

ooooooo

การถ่ายทำละครหยุดทันที เนตรดารายืนร้องไห้กระซิกๆอยู่ข้างผู้กำกับ กีรณายืนเชิดอยู่มีนุ่มนิ่มกะเทย ผู้จัดการส่วนตัวยืนเจ๋ออยู่ข้างๆ

เนตรดาราร้องไห้ถามผู้กำกับว่าในบทไม่มีตบไม่ใช่หรือ พี่แกรนด์ตบตนทำไม ผู้กำกับบอกว่าใช่ กีรณาโต้ว่าในบทก็ไม่มีไดอะล็อกที่ด่าตนว่า ไร้ค่า ไม่มีราคาเหมือนกันไม่ใช่หรือ ผู้กำกับบอกว่า ก็ถูกเนตรดาราอ้างว่าผู้กำกับไม่สั่งคัตตนก็ต้องเล่นต่อ ตนกำลังอินเลยด่าไปอย่างนั้น ผู้กำกับบอกว่าตนก็อินเลยปล่อยให้ด่า

“ฉันกำลังอินเหมือนกัน ก็เลยตบ” กีรณาสวนทันควัน

“ผมก็อิน เลยปล่อย...เฮ้ย!!! ตบไม่ได้ มันผิดคาแรกเตอร์นะคุณแกรนด์ กวินตราเป็นผู้หญิงเรียบร้อยไม่ใช่มือตบ” ผู้กำกับกลับลำแทบไม่ทัน

กีรณาโต้ว่าเรียบร้อยยังไงถ้าถูกด่าขนาดนั้นตนก็ต้องตบได้เหมือนกัน นุ่มนิ่มแก้ตัวแทนกีรณาว่าเมื่อคืนนอนน้อยวันนี้เลยเบลอ องค์ยังไม่ได้ประทับ โรสิตาหาว่ากีรณาหมั่นไส้ที่เนตรดาราเล่นดีกลัวจะแย่งซีนตัวเองมากกว่า กีรณาด่าโรสิตาว่าใครถาม ไม่สาระแนจะตายไหมเลยกลายเป็นทะเลาะกันวงใหญ่ ผู้กำกับเข้าไกล่เกลี่ยว่า

“อย่าให้มีเรื่องเลยคร้าบบบ...ผมไหว้ล่ะวันนี้วันเปิดกล้อง นักข่าวมากันเยอะด้วย”

“แล้วจะเอายังไงคะ ฉันไม่อยากเสียเวลาลดตัวไปเถียงกับพวกนางอิจฉาปลายแถวที่ดีแต่ใช้กำลัง คงอยากจะเป็นข่าวสร้างกระแสให้ตัวเอง”

โรสิตาสะอึกเข้าไปจะเอาเรื่อง ผู้กำกับรีบขัดตัดบทให้เข้าฉากว่า “พอคุณแกรนด์ถูกผลักลงไปกอง คุณเนตรแค่ส่งสายตาเกลียดชัง แต่ไม่ต้องพูดอะไร แล้วผมก็จะคัต...โอเค้” เมื่อทั้งสองรับคำ ก็สั่ง “เคลียร์เซต เดี๋ยวเริ่มใหม่”

กีรณากับโรสิตารับคำผู้กำกับแต่ยังจ้องจิกจะกินเลือดกินเนื้อกัน ขณะเดินออกไปกีรณาจงใจกระแทกไหล่โรสิตาจนเซ โรสิตาจะตามไปเอาเรื่อง เนตรดารารั้งไว้บอกว่า อย่าเดี๋ยวเป็นข่าว ไม่ดี โรสิตา ด่าทั้งกีรณาและเนตรดาราที่ไม่ต่อสู้...เนตรดาราถอนใจแล้วเดินหนีไปเลย

“อย่าให้มีวันที่แกพลาดนะนังแกรนด์ ฉันจะเหยียบซ้ำ!” โรสิตาอาฆาตหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่คนเดียว

ooooooo

ที่มุมพักผ่อนนักแสดง กีรณากับนุ่มนิ่มเดินผ่านเห็นนักแสดงจับกลุ่มเม้าท์มอยกินส้มตำ ไก่ย่าง ปลาดุก ซุบหน่อไม้กันอยู่ กีรณามองอาหารเหล่านั้นน้ำลายสอ หันมาเห็นนุ่มนิ่มมองอยู่ถามว่า

“มองอะไรเหรอคะ อยากเข้าไปแจมกับพวกเขาเหรอคะ”

“ใครจะอยากแจม มีแต่พวกไก่กากินแต่ของเน่าของเหม็น” กีรณายักไหล่เชิดหน้าคอแข็งทันที นุ่มนิ่มลอยหน้าสอพลอว่า วางตัวเหนือระดับถูกต้องแล้ว กีรณาปรามว่า รู้ว่าประชด นุ่มนิ่มแก้ตัวว่า จริงใจต่างหากอย่าสนใจเสียงนกเสียงกาอย่างตนเลย รีบเอาใจว่าตนสั่งคลีนฟู้ดกู๊ดเทสต์ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

กีรณาสะบัดหน้าจากวงส้มตำเดินเชิดไป นุ่มนิ่มมองหมั่นไส้มาก เชิดหน้าอดทนเดินตามไป

ไปถึงห้องแต่งตัวที่ติดป้าย “แกรนด์ กีรณา” กีรณาเดินเชิดเข้าไปนั่ง รับขวดน้ำแร่แบรนด์นอกจาก นุ่มนิ่มดื่มดับอารมณ์

นุ่มนิ่มติงว่าอย่าอินเกินบทรุนแรงแบบนั้นบ่อยๆ สงสารน้องเนตรยังไงก็อยู่สังกัดเดียวกัน กีรณาปรามว่า

“อย่ามาสั่ง” นุ่มนิ่มรีบกลับลำว่าคุณแกรนด์ทำถูกต้องแล้ว เสียดายตบไปทีเดียว น่าจะตบรัวๆให้สมกับ
ที่มันด่าคุณแกรนด์เว่อร์ๆ

“แกรนด์ทำถูกไหมคะ” นุ่มนิ่มตอบทันทีว่าถูก “อยากจะเกิดในวงการนี้ก็ต้องอดทน เส้นทางซุปเปอร์สตาร์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แกรนด์กำลังสอนให้เด็กเรียนรู้ เหมือนที่แกรนด์เรียนรู้มาตลอดสิบปี ถูกไหมคะ”

“ถูกที่สุด”

“เลิกพูดเรื่องตัวประกอบเถอะ เสียเวลา ขอเวลาแกรนด์ทำสมาธิหน่อย ช่วยไปเอาน้ำแร่มาเพิ่มด้วย
อย่าลืม...แกรนด์ต้องดื่มน้ำแร่วันละแปดขวด” พูดแล้วเอนตัวนั่งหลับตาเรียกสมาธิ

“ค่ะ” นุ่มนิ่มรับคำเสียงอ่อนหวาน แต่พอหันเดินไปก็เหยียดปากหมั่นไส้ ปิดประตูเบามือบ่น “ไม่แปลกใจเลย ทำไมหล่อนถึงไม่มีใครคบ ชริ!!!”

หลังหลับตาทำสมาธิ กีรณาลืมตาขึ้นมองตัวเองในกระจก นึกถึงคำด่าของเนตรดาราก่อนหน้านี้ ที่ยังสะท้อนก้องอยู่ในหูอย่างเจ็บปวด

“นังลูกลิเก!!”

ooooooo

ลิเกคณะ “แก้วขวัญ ขวัญประชา” ของยายขวัญยายแท้ๆของกีรณาหรือลูกแก้ว ยายขวัญมีกัณหากับชาลีสองพี่น้องลูกของมัทรีนางเอกลิเกเก่าที่ถูกผัวขี้เมาฟันจนหน้าบากเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง

กัณหากับชาลีรักยายขวัญเหมือนแม่ ชาลีเป็นพระเอกลิเกตาหวานหล่อมาก มีแม่ยกตรึม

ยายขวัญในวัยเจ็ดสิบปกครองคนในคณะลิเกเหมือนลูกหลาน แกปากร้ายใจดี ปากเปียกปากแฉะจ้ำจี้จ้ำไชทั้งวัน ให้คนนั้นคนนี้ทำโน่นนี่นั่นเดี๋ยวจะไม่ทันเปิดวิก พูดมากเข้าจะเป็นลมลูกหลานก็หายาหอม
หาน้ำมาให้กิน มัทรีบอกยายขวัญว่า

“ไม่ต้องห่วง เด็กๆมันรับผิดชอบกันได้ ไม่เคยไม่ทันไม่ใช่เหรอ”

“มัทรีเอ๊ย...ข้าก็ไม่เคยไม่บ่นพวกมันไม่ใช่รึ”

“เออเนาะ...เพราะเสียงบ่นเสียงด่าของแม่นี่แหละที่ทำให้พวกมันทำงานเป็น งั้นบ่นต่อไปเรื่อยๆเลยนะ” ยายขวัญบอกให้มัทรีหัดบ่นหัดด่าบ้างไม่มีตนพวกมันจะได้เกรงใจแทน “แม่พูดอะไรอย่างนั้น จะอยู่ให้ถึง
ร้อยยี่สิบปีไม่ใช่เหรอ”

ยายขวัญถามว่าแล้วจะให้ตายเลยรึไง มัทรีบอกว่าแล้วค่อยพูดเรื่องนี้น่าแม่ แม่ขวัญหันไปเห็นลุงเสริม บุญมีกับนักดนตรีเข้ามาก็ถามประชดว่า ไม่มาตอนลิเกเลิกเลยล่ะ!!

ลุงเสริมหยอกว่าก็ว่าเหมือนกันแหละแล้วทำทีชวนพรรคพวกกลับไปก่อนค่อยมาใหม่ ยายขวัญโวยตามประสา ทุกคนหยอกล้อต่อปากต่อคำหัวเราะกันครื้นเครง

พอทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมงาน ยายขวัญมองไปรอบๆโรงลิเกอย่างมีความสุข ครู่เดียวก็หน้าหมอง นึกอยากเล่นลิเกขึ้นมา ร้องเรียก “มัทรีเอ๊ย...”

“มีอะไรแม่” มัทรีมองยายขวัญอย่างแปลกใจ

ooooooo

“บ้านไร่ปลายนา” เป็นชื่อที่นาที่ไร่ของตุลา หนุ่มวัย 20 กว่าๆ เป็นทนายความตั้งใจจะสอบเป็น ผู้พิพากษา ระหว่างเตรียมสอบมาอยู่ที่บ้านไร่ปลายนาเพื่ออ่านหนังสือ

ขณะตุลาในชุดโทรมๆกำลังทำนาอยู่หลังหุ่นไล่กา ได้ยินเสียงเปี๊ยกคู่หูวัยแตกเนื้อหนุ่มร้องเรียกโหวกเหวกก็โผล่ถามว่า มีอะไร กลับเจอหยกฟ้านางเอกลิเกของยายขวัญยืนบิดม้วนต้วนอยู่

หยกฟ้ามาชวนพี่ตุลย์ไปดูลิเกคืนนี้เปิดวิกแถวบ้านเสี่ยฮุ่ย ตุลาถามว่าโอกาสอะไร หยกฟ้าบอกไม่รู้แต่ช่างเถอะ ว่าแต่จะไปไหม ตุลาบอกไม่ไป อะไรที่เกี่ยวกับเสี่ยฮุ่ยตนไม่อยากยุ่ง

ทันใดนั้น เปี๊ยกวิ่งหน้าเริ่ดมาถึงตรงเข้าไปกระซิบอะไรกับตุลา เขาฟังแล้วยิ้มกว้างดีใจมากถามว่าจริงหรือ เปี๊ยกยืนยันว่าได้ยินคนเขาพูดกันทั้งหมู่บ้านเลย

“ไม่ไปไม่ได้แล้ว พี่ศรี พี่เนา ผมฝากด้วยนะ” ตุลาบอกศรีกับเนาพ่อแม่ของเปี๊ยก หยกฟ้าต่อว่าทันทีว่าทีตนชวนไม่ไปทำงี้ได้ไงงอนแล้ว เห็นศรีมองเอือมๆ ก็บอกว่า คนมันชอบอ่ะ ศรีถามว่าไม่อายปากบ้างรึ

“ด้านได้อายอด มีไรปะ?” หยกฟ้าลอยหน้าถาม ทำเอาทั้งศรีกับเนาผงะ อุทาน

“นังหยก!!!”

ooooooo

ที่เวทีในฮอลล์ เมื่อผู้กำกับสั่งเคลียร์เซต เริ่มใหม่ตามบท คราวนี้ทุกอย่างผ่านด้วยดีแต่อารมณ์ของกีรณากับเนตรดารากับโรสิตายังเขม่นหมั่นไส้กันเหมือนเดิม

ลงจากเวทีแล้ว กีรณาบ่นนุ่มนิ่มว่าวันหลังรับละครเช็กด้วย ถ้านางเอกเป็นลูกลิเกหรือทำอะไรเกี่ยวกับ
ลิเกตนไม่รับ เสียภาพลักษณ์ ตนไม่ชอบอะไรบ้านๆ ถามว่าวันนี้หมดแค่นี้ใช่ไหม

นุ่มนิ่มหันไปถามทีมงานคนหนึ่งที่กำลังเดินมา ทีมงานบอกว่าที่จริงก็หมดแล้วแต่ตนกำลังมาขออีกฉากได้ไหม จะหลอกถ่ายเป็นโลโรงแรมที่นี่

“อย่ามาทำรถถั่วงอกคว่ำใส่นะ ทำงานไม่มืออาชีพกันเลย” กีรณาสะบัดเสียงใส่แล้วเชิดไปเลย

“แปลว่าโน่ว์ค่ะ จบปึง” นุ่มนิ่มบอกทีมงานแล้วเดินตามกีรณาไป ทีมงานยืนเซ็งพูดไม่ออก

ooooooo
ที่หลังเวทีลิเก ยายขวัญกำลังแต่งหน้า มัทรีถามอย่างเป็นห่วงว่าไหวหรือช่วงนี้แม่เพลียบ่อย
กลัวจะเป็นลมกลางเวที

“เฮ่ย! เจ้าภาพขอ เราก็ต้องจัดให้สิ” มัทรีบอกว่าตนบอกเสี่ยฮุ่ยแล้วแกบอกว่าเป็นคนอื่นก็ได้ “ตอนนี้
ข้ายังมีแรง ไว้ไม่ไหวจริงๆเอ็งมาห้ามแล้วข้าจะเชื่อ” ยายขวัญพูดอย่างมั่นใจ

เมื่อห้ามยายขวัญไม่ได้ มัทรีบ่นเสี่ยฮุ่ยว่านึกอยากเห็นแม่เล่นลิเกอีกทำไมก็ไม่รู้ ยายขวัญ บอกว่านี่แหละกำลังใจสำคัญเลยล่ะ ขอแค่มีคนอยากดูตนก็อยากเล่น ไล่มัทรีไปไกลๆเลย พูดมากรำคาญแต่พอยายขวัญเห็นหยกฟ้าเดินหน้ามุ่ยเข้ามา ก็บ่นทันทีว่าอย่าคิดว่าเป็นนางเอกแล้วจะสำคัญได้อภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น หยกฟ้ารู้ว่าถูกบ่นเรื่องอะไรก็เถียงว่ามาสายนิดหน่อยแค่นี้เอง

“ก็แล้วถ้าทุกคนคิดกันอย่างนี้ คณะกูก็ฉิบหายหมดสิวะ! หรือว่าเอ็งไม่ได้กินข้าวหม้อเดียวกันกับข้ากับไอ้พวกนั้น” ยายขวัญของขึ้น หยกฟ้าตอบเสียงอ่อยว่ากิน “เออ!!! ก็ต้องทำตามกฎเหมือนทุกคน!”

หยกฟ้าไหว้ขอโทษยายขวัญสัญญาว่าต่อไปจะไม่สายแล้ว ยายขวัญไล่ให้รีบไปแต่งตัว ถ้าคราวหน้ามาสายอีกได้เล่นเป็นตัวอิจฉาแทนแน่

หยกฟ้าเดินไปนั่งข้างชาลีจะแต่งตัว ถูกหล่อที่ตั้งชื่อเอาเคล็ดแต่หน้าตาพิลึก หล่อตามจีบหยกฟ้าอยู่ถามว่าไปไหนมาพี่หล่อคิดทึ้ง...คิดถึง หยกฟ้าประชดว่าไปหาแม่มาถามว่าชัดไหม แล้วไล่ไสหัวไปเลย พอหล่อออกไป ชาลีถามว่ากินข้าวมาหรือยัง

“ไม่หิว!” หยกฟ้ากระชากเสียง แล้วแต่งหน้าอย่างหงุดหงิด ชาลีเงียบจ๋อย ถอยไปเลย

ที่หน้าเวที ตุลาในชุดลำลองสบายๆมากับเปี๊ยกคู่หู หอบเสื่อมามองหาที่ปูนั่ง ถัดไปไม่ไกลกัณหากับกิ๊กเด็กหญิงวัย 10 ขวบกำลังช่วยกันขายพวงมาลัยริบบิ้นให้ชาวบ้าน

ตุลาบอกเปี๊ยกให้รีบหาที่นั่งเอาหน้าสุดเลย เปี๊ยกแซวว่าทำอย่างกับไม่เคยดู ถามว่าพี่ตุลย์ดูลิเกคณะยายขวัญมาตั้งแต่ตนยังไม่เกิดไม่ใช่เหรอ

“เออ...แต่คืนนี้เป็นคืนพิเศษไม่เหมือนคืนก่อน ต้องซื้อมาลัยด้วย”

“เดี๋ยวเปี๊ยกจัดให้” เปี๊ยกแบมือขอตังค์ พอตุลาหยิบให้ก็วิ่งตื๋อไป ตุลานั่งบนเสื่อมองเวทีลิเกใจจดจ่อ

ooooooo

ตุลานั่งมองเวทีลิเก นึกถึงตาชม ตาของเขาที่ชอบพามาดูลิเกคณะ “แก้วขวัญ ขวัญประชา” ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ตาเคยถามว่าเบื่อไหม เขาบอกว่า “ไม่ครับ ผมชอบ สนุกดี”

ตาเล่าว่าเจ้าของคณะเป็นนางเอกเก่า ตอนนี้รำไม่ไหวแล้ว ตุลาถามว่า แฟนเก่าตาด้วยใช่ไหม ยายบอกตน ตาหัวเราะร่าบอกว่า

“ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนกันแล้ว คนมันไม่มีวาสนาต่อกัน ตุลย์...ถ้าตาตาย ช่วยดูแลยายขวัญด้วย”

“ครับตา” และวันนี้ตุลาได้มาดูลิเกยายขวัญอีก เขาชวนตาว่า “ดูลิเกกับผมนะครับตา” พลางชะเง้อหาเปี๊ยก สงสัยว่าทำไมไม่มาสักที

เปี๊ยกไปซื้อมาลัยริบบิ้นให้ตุลา ขณะนั้นผู้หมวดไรวินทร์ในชุดนอกเครื่องแบบ เดินหาซื้อมาลัยต่อคิวจากเปี๊ยก เปี๊ยกมัวแต่หยอกล้อกิ๊กที่ช่วยกัณหาขายมาลัย จนกัณหาปรามว่ารีบเอามาลัยไปให้พี่ตุลย์ได้แล้ว เปี๊ยกยังติดลมบอกว่าเดี๋ยวก็ได้ พลันก็สะดุ้งโหยงเมื่อถูกตบหัวป้าบ!

“โอ๊ย...อะไรวะ!! ใครวะ!!!” เปี๊ยกหันมอง เห็นไอ้ชิบลูกชายเสี่ยฮุ่ยมากับลูกน้องหลายคน

“กูเอง มึงจะทำไมไอ้เปี๊ยก ถอยไปกูจะซื้อมาลัยของน้องกัณหาพาเพลิน”

“ไปเพลินที่อื่นเลยไป ไอ้ชิบ...”

“หายเอ๊ย” เปี๊ยกพูดต่อกัณหาที่ไล่ชิบทันที ชิบตะคอกว่าตนชื่อชิบเฉยๆไม่ต้องแถมต่อให้ เปี๊ยกพูดหน้าตาเฉยว่า “ไม่ได้ต่อ เปี๊ยกบ่นลอยๆว่าเงินทอนหาย”

ชิบด่าเปี๊ยกไอ้เด็กเวรหลอกด่ากูเข้าดึงเปี๊ยกออกมา กัณหาต่อยสวนไปทันที ชิบทำเสียงหล่อถามว่า “ต่อยพี่ทำไมน้องกัณหา...”

“กับเด็กเก่งนักนะมึง ไปไกลๆเลย!!อย่ามากวนตีนแถวนี้”

ชิบถามว่า นี่มันงานพ่อตนจะให้ไปไหน หรือจะให้เข้าไปอยู่ในหัวใจน้องกัณหาพาเพลินจ๊ะ กัณหาง้างหมัดทันที ชิบเก๊กหล่อยื่นหน้าไปท้าว่า “คราวนี้น้องต่อย พี่จูบ เอาสิ”

“ได้” กัณหาต่อยเปรี้ยงทันที ชิบจะจูบเลยถูกถีบโครมกระเด็นไป ชิบโมโหพุ่งเข้าหาทันที แต่ถูกหมวดไรวินทร์พรวดเข้าขวางร้องเสียงเข้ม “เฮ้ย!!!”

ชิบชะงักกึก ไรวินทร์จ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง ชิบถามว่ามาเผือกอะไร ทำกร่างจะเอาเรื่อง สะบัดตัวร้องอย่าห้ามกู ปล่อย เกลือกับน้ำตาลสองพี่น้องสมุนของชิบบอกว่าไม่ได้ห้าม ชิบเหวอทำเฉไฉขู่ไรวินทร์ว่า

“กูถามครั้งสุดท้าย จะถอยไม่ถอย!!!” เกลือกับน้ำตาลรู้แกวลูกพี่กระซิบว่า พี่...มันเอาจริง ชิบงึมงำตอบว่า กูก็ว่างั้น แล้วหันไปทำเสียงแข็งถามไรวินทร์ “ไม่ถอยใช่ไหม ได้!!! กูถอยเอง ไปโว้ย ได้ยินเตี่ยเรียกแว่วๆ” แล้วชิบกับสมุนก็วิ่งแน่บตามกันไป

กัณหาด่าตามหลังว่าถือว่าพ่อรวยชอบกร่างรังแกคนอื่น ไรวินทร์เตือนว่าเราเป็นผู้หญิง เอาเข้าจริงจะสู้มันไหวไหม เชื่อพี่ อย่าไปมีเรื่องกับมัน เปี๊ยกบอกว่าถ้ามันมายุ่งอีกให้บอกเดี๋ยวจะเรียกแก๊งมาช่วย ไรวินทร์ปรามว่าอย่าหัดใช้กำลังแต่เด็ก อยากตายก่อนโตรึไง แล้วหิ้วเปี๊ยกออกไป

หมวดไรวินทร์มองมาลัยแล้วมองกัณหาอย่างประทับใจ กัณหารู้สึกแปลกหน้านึกระแวงถามว่าจะซื้อไหม ถ้าไม่ซื้อก็อย่ามายืนเกะกะ ไรวินทร์หยอกว่าแม่ค้าดุ๊ดุ กัณหาห้าวใส่ว่าเมื่อเย็นกินหมามาสามตัว ทำเอาไรวินทร์อึ้ง สั่งมาลัยสามพวง

“หกสิบ กิ๊กเอาให้เขาสามพวง” กิ๊กส่งมาลัยและรับเงินฉับไว ไรวินทร์มองกัณหายิ้มๆก่อนเดินออกไป กัณหาเหล่ตามถามกิ๊กว่า “เคยเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นไหมกิ๊ก”

กิ๊กบอกว่าไม่เคยเห็น กัณหายิ่งสงสัย มองตามไรวินทร์ที่เดินไปหาที่นั่งหน้าวิกลิเกอย่างสงสัย

ooooooo

กีรณาอยู่กับอารดาอาแท้ๆที่คอนโด คืนนี้กีรณาซื้อส้มตำปลาร้า ปลาดุกย่างมากินที่คอนโด พอเข้าห้อง เธอจกส้มตำปราร้า ฉีกปลาดุกย่างกินอย่างแซ่บซี้ด หมดมาดนางเอกไฮโซ

อารดาเดินเข้ามาบ่นอย่างมีเรื่องคุยค้างกันอยู่ว่า

“กะอีแค่กินข้าวกับท่านแค่มื้อเดียวมันอะไรนักหนา” กีรณาย้อนถามว่าแล้วท่านบวรของอาจะอะไรนักหนากับตน อารดาอึ้งไป แล้วบอกว่า “อาก็จะบอกตรงๆ ท่านชอบแกรนด์มากนะ”

“ไอ้แก่ตัณหากลับเอ๊ย ที่แท้ก็หว่านพืชหวังผล”

“แกรนด์!!! กำพืดๆๆอย่าแอ๊บแตก” อารดาปราม กีรณาโต้ว่าอยู่บ้านไม่ต้องแอ๊บก็ได้ “ฟังนะ...คิดว่าที่ท่านฝากฝังแกรนด์ให้เข้าสังกัดโมเดลลิ่งชื่อดังจนกลายเป็นดาราดังอย่างทุกวันนี้เพราะอะไร...มีน้ำใจเหรอ...ไม่มีคนดีขนาดนั้นแน่นอน”

กีรณาถามว่าอาดาอยากให้ตนทำอย่างนั้นหรือ อารดาอ้างว่าอยากเห็นเธอสบาย อาชีพดารามีวันหมดอายุ หมดเร็วด้วย เธอจะได้ไม่ลำบากเมื่อวันนั้นมาถึง กีรณามั่นใจว่าตนยังอยู่วงการนี้ได้อีกนาน ท้าว่า

“ไปบอกท่านบวรของอาให้ออกทางประตูสองเลย!!! และแกรนด์โกรธอาดามากที่คิดจะส่งแกรนด์ให้ไอ้แก่นั่น ขอโทษที่หยาบ แต่มันไม่ไหวจริงๆค่ะ!” พูดจบก็เข้าห้องปิดประตูไป อารดาโกรธมากบอกให้ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน

กีรณาเปิดประตูออกมา อารดานึกว่าจะมาคุยด้วย แต่เธอตรงไปหยิบจานส้มตำปลาร้ากับปลาดุกย่างเข้าไปกินในห้อง ปิดประตูใส่หน้าอารดาอีกปัง

“นังแกรนด์!!!” อารดาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

กีรณาเข้าห้องไปจกส้มตำปลาร้าฉีกปลาดุกย่างกินซี้ดซ้าดพลางเปิดทีวีดู ไม่มีช่องไหนถูกใจเปลี่ยนช่องไปมาก็กลับมาช่องเดิมอีก เป็นลิเก!

“โอยยย...ไม่มีอะไรสนุกๆดูเลยรึไง” แต่ดูไปดูมาก็เผยอยิ้มออกมา เลยดูไปกินส้มตำกินปลาดุกย่างไปฟังเสียงระนาดรัวกราวเพลงไหว้ครู ยายขวัญกับนักแสดงที่แต่งองค์ทรงเครื่องแล้วจุดธูปไหว้เศียรพ่อแก่ ทุกคนไหว้ครูด้วยความเคารพศรัทธา

ที่หน้าเวทีลิเก...ตุลานั่งอยู่กับเปี๊ยก ไรวินทร์นั่งอยู่ใกล้ๆแถวหน้า จ้องคอยลิเกออกโรง

เสี่ยฮุ่ยเดินเข้ามาอย่างยิ่งใหญ่ รับไหว้ทักทายชาวบ้านแล้วไปนั่งที่เก้าอี้ชุดอีกมุมหน้าเวที

ยายขวัญในชุดสวยงามรำออกมาที่หน้าเวที ตุลาและทุกคนปรบมือรัวชื่นชม พวกในคณะทั้งชื่นชมทั้งลุ้นมัทรีบอกกัณหาให้เตรียมยาดมไว้ แซวยายกันจนกิ๊กบอกให้เงียบหน่อยจะดูยายรำ
ยายขวัญรำอวยพรและขอบคุณเสี่ยฮุ่ยที่เป็นเจ้าภาพ แอบยักคิ้วให้ตุลาที่จ้องตาเป๋งอยู่ ตุลาหัวเราะชอบใจลุกขึ้นไปคล้องมาลัยให้ยาย คนอื่นๆเลยลุกตาม ตุลาคล้องมาลัยให้ยายแล้วหอมแก้มซ้ายขวาอย่างชื่นใจ ยายขวัญพึมพำ “พ่อยกของยาย”

กีรณาดูลิเกจากทีวีเพลิน พอนึกได้ก็บ่นตัวเองว่าดูอะไรเนี่ยบ้าจริง วางมือจากส้มตำปลาดุกถอนใจคิดถึงลิเกและยายขวัญขึ้นมาอย่างประหลาด ทันใดนั้นไฟดับพรึ่บ กีรณาตกใจร้องกรี๊ดดด ร้องหาอาดาและคลำหาเทียนให้วุ่น

ooooooo

ที่มุมวีไอพีในผับหรู...อารดานั่งตัวลีบอยู่หน้าบวรฤทธิ์ เขาถามอย่างไม่พอใจว่าตนควรทำยังไงต่อดีล่ะ อารดาขอให้รออีกนิดได้ไหม ให้ตนเกลี้ยกล่อมกีรณาอีกหน่อย

บวรฤทธิ์ผู้มีทั้งบารมีและอิทธิพลสร้างภาพตนเองเพื่อปูทางไปสู่การเมือง แต่เบื้องหลังทำธุรกิจมืด ผิดกฎหมาย เป็นเฒ่าหัวงูสะสมหญิงสาวไว้บำเรอ กีรณาเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่อารดานำมาเสนอเพื่อดูดเงินไปเข้าบ่อน

วันนี้บวรฤทธิ์ยื่นคำขาดว่าเขาจะต้องได้ตัวกีรณา เพราะรอมาเจ็ดปีแล้ว ตั้งแต่กีรณาเพิ่งอายุสิบห้าบวรฤทธิ์ก็ให้เงินส่งไปเทกคอร์สที่อเมริกาหนึ่งปี กลับมาก็ฝากเข้าโมเดลลิ่งจนได้เล่นละครเรื่องแรกอีกสองปี ตอนนั้นกีรณาเพิ่งอายุสิบแปดยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่กำลังฮอต ยุ่งกับงานและกำลังจะจบปริญญาตรีก็บอกว่าอยากให้เรียนจบก่อน

“รวมเป็นเจ็ดปี...แล้วจะให้รอจนผมแซยิดรึไง!! ถึงเวลาที่ผมต้องถอนทุนคืน...พรุ่งนี้” อารดาขอเวลาสามวัน “ครั้งสุดท้าย ไม่เกินสามวัน ผมต้องได้ตัวกีรณาไม่อย่างนั้นก็เอาเงินทั้งหมดที่เอาจากผมไปคืนมา!! ถ้าไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้ ก็คงต้องแลกด้วยชีวิตของคุณเอง”

อารดาตกใจกลัวตัวสั่น บวรฤทธิ์ยิ้มอย่างสะใจ

ooooooo

ที่ข้างเวทีลิเก ยายขวัญรำเสร็จมานั่งหมดแรงข้างเวที บรรดาลูกหลานช่วยกันพัดวีบีบนวด กัณหาเอายาหอมมาให้ ยายขวัญยังใจแข็งบอกว่าตนยังไม่ได้เป็นลม มัทรีบอกให้ถือไว้เผื่อเป็นจะได้ยกกินเลย

“นังนี่ มันกลัวข้าจะเป็นอะไรจริงๆเลยนะ”

“ก็ใช่น่ะสิ พวกเรามีแม่เป็นเสาเรือนเสาหลักอยู่คนเดียว ก็ต้องดูแล”

ยายขวัญมองไปหน้าเวที เห็นหล่อกำลังออกแขก ชาลีกับหยกฟ้ากำลังเตรียมตัว หล่อออกแขกแล้วแจ้งว่า คืนนี้จะแสดงเรื่องจันทโครพ

ชาลีในบทบาทจันทโครพรำออกมาหน้าเวที หล่อสุดใจขาดดิ้น พอร้องจะแนะนำตัว แม่ยกก็กรี๊ดดดด กว่าจะแนะนำตัวได้ยายที่เป็นแม่ยกก็กรี๊ดเสียหลายรอบ แซว กันไปมา เรียกเสียงหัวเราะได้ครื้นเครง แม่ยกกรี๊ดจนเจ็บคอ ชาลีจึงร้องแนะนำตัวเองว่า “คืนนี้ ผมจะมาร้องมาเล่น...เป็นจันทโครพ”

ยายขวัญมองชาลีเล่นลิเกยิ้มอย่างมีความสุข พูดกับมัทรีว่า

“เห็นพวกเอ็งยังรักที่จะเล่นลิเกแบบนี้ ข้าชื่นใจ จำไว้นะไม่ว่าโลกมันจะเปลี่ยนไปถึงไหน แต่เราต้องไม่ลืมว่ารากเหง้าเราเป็นใคร คนที่ลืมรากของตัวเองสุดท้ายก็ลืมตัวเอง และถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา”

“จ้ะแม่ ฉันจะสอนทุกคนให้รักและรักษารากเหง้าของตัวเองไว้ ลิเกจะยังอยู่ในลมหายใจของพวกเรา” ยายขวัญถอนใจรำพึงว่าตอนนี้ก็ห่วงแต่...“แม่...อย่าคิดมาก อย่าคิดอะไร แม่มีพวกเรา พวกเรามีแม่”

“เรามีกันและกันแค่นี้ก็พอนะยาย คนอื่นช่างหัวมันเถอะ” กัณหาปลอบ กิ๊กงงถามว่าคนอื่นใครหรือ มัทรีปรามกัณหาว่าทีหลังอย่าพูดแบบนี้ กิ๊กยังถามยิกๆว่าคนอื่นน่ะใคร มัทรีบ่นว่าซักซะจริง บอกว่าคนอื่นก็...ใครล่ะ...กัณหาแทรกขึ้นกลบเกลื่อนว่า “เบลล่า ยายชอบเบลล่า”

ยายขวัญหัวเราะเอิ้กอ้ากถามว่า “ใครวะเบลล่า... ฮ่ะๆๆ”

ทุกคนดูการเล่นลิเก ยายขวัญค่อยๆหลับตาลง ถ้วยยาหอมในมือตกแตก กัณหากับกิ๊กตกใจเขย่าตัวเรียก...ยาย!! มัทรีได้ยินวิ่งมาดู ตกใจร้องเรียก...แม่!!

ooooooo

ที่คอนโด...วันนี้ นุ่มนิ่มมารับกีรณาแต่เช้า ขณะเดินออกจากลิฟต์นุ่มนิ่มบอกว่า เมื่อกี้เห็นซากปลาดุกกับส้มตำปลาร้ากลิ่นหึ่งเลย กีรณาชักสีหน้าด่าไม่กระดากปากว่า

“ของแม่บ้านกินทิ้งไว้แล้วไม่ได้ล้าง คอยดูนะแกรนด์จะไล่ออก สกปรกที่สุด รับไม่ได้”

กีรณาทำท่ารังเกียจ นุ่มนิ่มตามน้ำไปว่า อ๋อ...ค่ะ พอออกจากลิฟต์ก็เจอแสงแฟลชวูบวาบ นักข่าวเต็มไปหมด กีรณายังคงเริ่ดเชิดนักข่าวถามว่าจริงหรือเปล่าที่ว่าเธอตั้งใจตบ

เนตรดาราจริงๆไม่ใช่เพราะอินกับบท กีรณาถอดแว่นดำออกอย่างเท่ย้อนถามว่าใครให้ข่าว! นักข่าวบอกว่าแหล่งข่าว เธอสวนไปทันทีว่าแหล่งข่าวที่ชื่อโรสิตาหรือเปล่าถ้าใช่แกรนด์ฝากพี่ไปถามคุณโรสิตาหน่อยว่ารู้จักคำว่าอินไหม หรือไม่รู้ เพราะไม่เข้าใจการแสดงถึงให้ข่าวมั่วๆแบบนั้น

มีไมค์จากอีกช่องยื่นเข้ามาถามว่า “แล้วเรื่องที่มีข่าวซุบซิบว่าท่านบวรกำลังสนใจตัวคุณแกรนด์อยู่ แล้วคุณอารดาแบบว่า..สนับสนุนให้เป็นนางเล็กนางน้อยของท่าน เป็นเรื่องจริงไหมคะ”

กีรณาหันขวับจ้องหน้านักข่าวคนนั้นอย่างเอาเรื่อง กระชากมือนักข่าวคนนั้นออกไปถาม

“ใครล่ะคะที่ให้ข่าวกับพี่ ถ้ามีอยู่จริงพาแกรนด์ไปเจอมันหน่อยได้ไหมคะ”

นุ่มนิ่มเห็นท่าจะไม่ดีเลยตัดบทว่าวันนี้พอก่อนดีไหมเดี๋ยวน้องแกรนด์มีงานจะไปไม่ทัน แล้วขอตัวไปเลย แต่กีรณายังหันพูดกับนักข่าวคนนั้นว่า

“อย่าลืมนะคะ ถ้าเจอแหล่งข่าวช่วยพามาเจอ แกรนด์หน่อย แกรนด์จะได้ถามเขาว่า เป็นเมียน้อยเขาเหรอถึงได้มายัดเยียดให้คนอื่นเป็นเมียน้อยเหมือนตัวเอง”

พูดจบก็สวมแว่นฉับเดินเชิดไป ปล่อยให้นุ่มนิ่มต้องโค้งขอโทษนักข่าวอย่างพินอบพิเทาแล้วรีบตามไป นักข่าวยืนเหว่อกับความแรงของกีรณา

ooooooo

ยายขวัญถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทุกคนเฝ้าอยู่หน้าตาไม่ได้ล้างดูราวกับยกลิเกมาทั้งโรง จนหมอออกมาทุกคนเข้าไปห้อมล้อมฟังหมอหน้าเครียด

“ทุกระบบในร่างกายของคุณยายตอนนี้ล้มเหลวทั้งหมด สืบเนื่องจากมะเร็งในเม็ดเลือดขาวที่แกเป็นมานานแต่มันไม่แสดงอาการจนกระทั่งตอนนี้ระยะสุดท้ายแล้ว เหลือเวลาไม่มากแล้ว หมอเสียใจด้วย”

ทุกคนช็อก มัทรีร้องไห้โฮ ชาลีกับกัณหาเข้าไปกอดปลอบแม่หมอให้ยายขวัญกลับไปพักที่บ้าน ตุลาเข้าไปมองยายตาแดงๆ ยายขวัญยังมีอารมณ์ขันบอกตุลาว่า ลูกผู้ชายร้องไห้ทำไม แค่มะเร็งไม่ได้มายิงแล้วหัวเราะร่าเรียกตุลาเข้าใกล้ หยิบกล่องเหล็กเก่าๆส่งให้

“ฝากให้ลูกแก้วด้วยนะ ถ้ามีโอกาส ถ้าเขาได้กลับมา”

ตุลาบอกว่าจะไปตามลูกแก้วมากราบยาย ยายขวัญถามว่ารู้หรือว่าเขาอยู่ที่ไหน ตุลาบอกว่ายายเคยบอกว่าเขาเป็นดารา ชื่อแกรนด์ กีรณา คงหาไม่ยาก

ยายขวัญติงว่าอย่าไปหาเขาเลย เขามีชีวิตที่ดีแล้วยายไม่ห่วง มีก็แค่ของในกล่องนี้ที่ยายอยากให้เขาถ้าตุลย์มีโอกาสเจอก็เอาไปด้วย

“ไม่ เขาต้องมารับกับมือของยายเอง เขาต้องกลับมากราบผู้มีพระคุณมากที่สุดของเขา ไม่ใช่ทำตัวอกตัญญูไม่ดูดำดูดียายอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้”

ตุลาขับรถกระบะเข้ากรุงเทพฯ หน้าตาเคร่งเครียด ในใจคิดแต่ชื่อ “แกรนด์ กีรณา!!!”

ตุลาดูจากเพจเฟซบุ๊กแกรนด์ กีรณา FC หัวข้อโพสต์ตารางงานบอกไว้ว่าวันนี้ถ่ายแฟชั่นที่สตูดิโอ THE FRAME ตุลาไปถึงดูป้ายชื่อแล้วมั่นใจว่ามาถูกที่แล้ว

แต่พอกีรณานั่งรถตู้เข้ามาแฟนคลับก็กรูกันเข้าไปกรี๊ด เธอเปิดม่านรถตู้โบกมือทักทายแฟนคลับ ตุลาแทรกเข้าไปเคาะกระจก กีรณายิ้มให้ ตุลาพยายามส่งสัญญาณกระทั่งตะโกนว่า “เปิดกระจก ผมมีเรื่องจะคุยด้วย” แต่ถูกเสียงแฟนคลับกลบ และกีรณาก็ปิดม่านแล้วรถก็เคลื่อนออกไปอย่างเร็ว

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement