รักกันพัลวัน ตอนที่ 9 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักกันพัลวัน ตอนที่ 9


22 พ.ย. 2560 07:36
1,406,626 ครั้ง

ละคร นิยาย รักกันพัลวัน

รักกันพัลวัน ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

รักกันพัลวัน

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

เชอริณ

บทโทรทัศน์โดย:

ปารดา

กำกับการแสดงโดย:

ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ฟีล กู๊ด เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณภัทร เสียงสมบูรณ์,ปรีชญา พงษ์ธนานิกร

โรสหายเมาเป็นปลิดทิ้ง รีบบอกแมตต์ว่าตนไม่มีอะไรกับตุล ตนรักเขาคนเดียว ชอบมานานแล้ว ที่ตนไปวุ่นวายกับตุลเพราะอยากให้เขาหึง ออดอ้อนอย่าโกรธตนเลยนะ

“โรส...ฟังนะ” แมตต์ตั้งสติก่อนพูดให้เคลียร์ว่า “ไม่ว่าคุณจะรักผู้หญิงคนนั้นหรือผู้ชายคนไหน เราสองคนก็เป็นได้แค่เพื่อน”

โรสรู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า ถามว่าทำไมเขาไม่เปิดใจคบตนในฐานะอื่นบ้าง แมตต์ย้ำว่า

“เราไม่ได้เพิ่งรู้จักกันนะโรส ผมรักและเป็นห่วงคุณมาก แต่ฐานะเพื่อน...” โรสช็อกทั้งเจ็บทั้งอาย แมตต์สงสารจับมือเธอ “ไป...กลับบ้านนะ เดี๋ยวผมไปส่ง”

โรสมองหน้าเขาน้ำตาซึม บอกว่าตนขอตั้งสติก่อน ขออยู่กับตัวเองสักพัก แล้วเดินกลับเข้าร้านไป แมตต์ยืนมองด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้ว่าผิดหรือถูกที่ตนพูดความจริงไปอย่างนั้น...

อโนมากับดารินทร์จะไปกินจิ้มจุ่มกัน แต่พี่อาร์ตแฟนของดารินทร์เกิดท้องเสียกะทันหันต้องเข้าโรงพยาบาล ดารินทร์ขอโทษเพื่อนที่หิ้วท้องรอ สัญญาว่าพรุ่งนี้ถ้าพี่อาร์ตดีขึ้นเราจะไปกินกัน

อโนมาบอกว่าไม่เป็นไร ให้ดารินทร์รีบไป เดี๋ยวพี่อาร์ตจะโทร.ตามอีก พอดารินทร์ขับรถไปแล้ว อโนมายืนอยู่คนเดียว รู้สึกเปลี่ยวเหงาจับใจ...

ooooooo

อโนมาเข้าไปในร้านลาบ พอเด็กเสิร์ฟมาถามว่ามาคนเดียวหรือก็พาลโกรธย้อนถามว่าเห็นกี่คนล่ะ แล้วสั่งลาบเป็ด ข้าวเหนียวนึ่ง และเบียร์อีกขวด

เป็นความบังเอิญที่เหมือนมีใครลิขิตไว้ ที่ร้านเดียวกันนี้ โตมรมากินอยู่ก่อนแล้วและเริ่มเมาได้ที่ นั่งคร่ำครวญชะตากรรมของตัวเองว่า “คนหล่อ รักสัตว์ แถมจิตใจดี มีอนาคต ทำไมถึงยังโสดวะ”

“เป็นโสดดีจะตาย” ดารินทร์บอกกับตัวเอง “ถ้ามีแฟนแล้วต้องคอยดูแลเอาอกเอาใจจนไม่มีเวลาส่วนตัว ไม่มีซะดีกว่า ภาระชัดๆ”

คนเหงาสองคนมาเจอกันแม้ไม่ได้คุยกันโดยตรงแต่ความรู้สึกที่เหมือนกันเลยรำพึงรำพันเหมือนคุยเรื่องเดียวกัน ซ้ำโตมรเมาจนหลับกลางอากาศซบบ่าอโนมาพอดี๊...พอดี!!

อโนมาตกใจ หันมองพอเห็นเต็มตาก็ผงะ ร้องเหมือนเจอผี “เฮ้ยยย...ไอ้โต!!”

เมื่อจะกลับโตมรเมามาก อโนมาตัดสินใจลากคอเสื้อโตมรลงจากรถ โตมรถามเสียงอ้อแอ้ว่า

“เฮ้ยๆๆจะพาฉันไปไหนเด็กเนิร์ด!!!”

ooooooo

คืนนี้พิมมี่ว่ายน้ำในสระที่บ้าน พอขึ้นมาดื่มนมที่ครัว เจอฌอนยืนอยู่ เธอเกร็ง ใจสั่นไหวอย่างระงับไม่อยู่ ฌอนยืนมองแล้วหยิบทิชชูซับคราบนมที่ปากให้ ทำเอาพิมมี่แทบหยุดหายใจ

พิมมี่เอ่ยขอบคุณแล้วจะเลี่ยงไป ฌอนคว้ามือไว้ถามว่าทำไมเจอหน้าตนทีไรก็เอาแต่หลบหน้า พิมมี่บอกว่าไม่มีอะไรแล้วจะเดินหนี ฌอนรวบเอวไว้เธอตกใจประหม่าบอกให้ปล่อย

“พี่จะปล่อยแต่บอกก่อนว่าเป็นอะไร”

“ถ้าพี่ฌอนยังกอดพิมมี่อยู่อย่างนี้ พิมมี่จะไปจากพี่ฌอน พิมมี่จะตัดใจจากพี่ฌอนได้ยังไง ปล่อยพิมมี่เถอะค่ะ”

พอฌอนปล่อย พิมมี่รีบเดินหนีไปก่อนที่จะรู้สึกเจ็บมากกว่านี้ ฌอนยืนอึ้งกับสายตาและน้ำเสียงของพิมมี่ที่เหมือนตัดพ้อ พอกลับเข้าห้อง เขาดูตั๋วเครื่องบินที่จะไปซีแอตเติลกับพาสปอร์ตในมือ เขาฉุกคิด

“นี่พิมมี่มีใจให้เราหรือ???”

ทันใดนั้น มีเสียงโครมจากห้องนอนแบรด ฌอนวิ่งไปดูเห็นแบรดล้มกับพื้นถามว่าหน้ามืดหรือ เจ็บตรงไหนไหม จะพาไปหาหมอ แบรดบอกว่ากลับเมลเบิร์นก็เจอหมอแล้ว เดี๋ยวกินยาแล้วนอนก็จะดีขึ้น

ฌอนเป็นห่วงแบรด แต่เมื่อเขาบอกเช่นนั้นก็จะไปเอาน้ำให้กินยา พอฌอนหันหลังให้เท่านั้น แบรดก็นิ่วหน้าอย่างปวดหัวรุนแรง...

ฐานัทขับรถไปส่งตุลที่คอนโด ฟังตุลเล่าแล้วเขาฟันธงว่าโรสใช้ตุลเป็นเครื่องมือทำให้แมตต์หึงชัวร์ตุลถามว่าทั้งหมดคือการแสดงหรือ

“ที่เสียใจเรื่องคุณแมตต์คงเรื่องจริง แต่ที่เมานี่การแสดงร้อยเปอร์เซ็นต์ ต่อไปตุลก็อยู่ห่างยายนั่นไว้ก็แล้วกัน จะได้ไม่มีปัญหากับเจ้านาย”

ที่อีกมุมหนึ่ง แมตต์โผล่มาเห็นฐานัทมากับตุลก็ชะงักหลบดูและฟัง

ตุลบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะเคลียร์กับแมตต์เองว่าตนกับโรสไม่มีทางเป็นไปได้ ตนเป็นผู้หญิงล้านเปอร์เซ็นต์ ฐานัทบอกว่าตนเชื่อ มองตุลตาเป็นประกายวิบวับบอกว่าถ้าเจ้านายตุลไม่เชื่อก็ให้บอกไปว่าเราเป็นแฟนกัน นัดพรุ่งนี้เลิกงานแล้วจะรีบไปรับ แมตต์เจ็บจี๊ดกับสิ่งที่ได้เห็นได้ยิน...

ooooooo

แมตต์ก้าวพรวดออกไปถามตุลว่าโรสไม่ได้มากับเธอหรือ ตุลเหลอหลาบอกว่าเปล่า ทำไมหรือ?

“ฉันกลับไปหาโรสที่ร้านแล้วไม่เจอ พนักงานที่นั่นบอกว่าเธออยู่กับโรสเป็นคนสุดท้าย เธอกลับไปหาโรสใช่ไหม คุยอะไรกัน รู้ใช่ไหมว่าโรสหายไปไหน” แมตต์ถามรัวแทบไม่หายใจ

ตุลเล่าว่าตนไปบอกโรสให้เลิกดื่มและกลับบ้านเถอะ ถ้ากลัวคุณแมตต์เข้าใจผิดก็ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ตนจะอธิบายให้เขาเข้าใจ

“มันไม่เกี่ยวกับเธอหรอก มันเป็นความใจร้ายของแมตต์ล้วนๆ” โรสดื่มต่อรำพึงรำพันว่า คนเชียงใหม่เชียร์ให้ตนกับแมตต์แต่งงานกันทุกบ้าน แต่แมตต์ทำแบบนี้ตนอายไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน อยากหายไปจากโลกนี้ ตายๆไปเลยยิ่งดี

โรสไล่ฐานัทไปให้พ้น ไม่ต้องมาเยาะเย้ยตน ฐานัทบอกว่าตนมารับตุลกลับบ้านต่างหาก แล้วดึงมือตุลออกไป ตุลยังอดเหลียวไปดูโรสอย่างเป็นห่วงไม่ได้

เล่าแล้วตุลบอกว่าโรสเสียใจมาก ซ้ำบอกว่าอยากตายๆไปเลยยิ่งดี พูดถึงบทเรียนของตนที่เคยอกหักว่า เคยคิดอย่างนี้เหมือนกัน ยิ่งพูดก็ยิ่งเป็นห่วง แมตต์ใจไม่ดีถามว่าทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วย ถามว่าลองคิดดูว่าโรสจะไปไหนได้บ้าง เมาขนาดนั้นก็คงไปไหนได้ไม่ไกล

ตุลบอกว่าออกจากร้านไวน์เลี้ยวขวาไปก็เป็นถนนนอกเมือง แต่ดึกป่านนี้ถนนคงโล่งแล้ว แต่ถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะเจอขัวเหล็ก!!

โรสขับรถไปทางขัวเหล็กจริงๆเธอจอดรถลงไปสะบัดรองเท้าตรงไปที่ราวสะพาน! ฐานัทขับรถตามมาจำรถโรสได้ เห็นเธอลงจากรถพุ่งพรวดไปที่ราวสะพานก็ตกใจวิ่งตามไปเรียก

“คุณ...คุณณณ” พอถึงตัวก็คว้าไว้ เป็นจังหวะที่โรสทำท่าจะพุ่งลงสะพานไปพอดี เขาตะโกนใส่หน้าว่า ทำไมทำอะไรโง่ๆแบบนี้!! โรสสะบัดตะโกนให้ปล่อย หันกลับไปทางราวสะพาน ฐานัทจับไว้แน่นเขย่าตัวเรียกสติ ถามว่าทำไมใจเสาะอย่างนี้ เล่าว่าตนอกหักหนักยิ่งกว่าเธอยังไม่เคยอยากตายเลย เตือนสติว่า “เกิดเป็นคนมันยากเย็นขนาดไหน จะมาฆ่าตัวตายทำไม”

แต่แล้วก็หน้าแตกเมื่อโรสตะโกนใส่หน้าว่า ใครบอกว่าตนจะฆ่าตัวตาย ตนแค่...พูดได้แค่นั้นก็อ้วกพุ่งใส่ตัวชายหนุ่มเต็มๆ ฐานัทโกรธจนอยากจะจับเธอโยนลงจากสะพานไปเลย!

ขณะนั้นเอง แมตต์กับตุลมาเจอรถและรองเท้าของโรสตกอยู่ ตุลกลัวเธอจะโดดขัวเหล็กลงไป แมตต์บอกให้โทร.แจ้งความ ตุลบอกว่าไม่ทันแล้ว ให้โทร.แจ้งหน่วยกู้ภัยด่วน แล้วโทร.หาฐานัทให้มาช่วยคนจะโดดน้ำปิง ถามว่าต้องทำยังไงก่อน ลงไปงมเลยไหม?!

ฐานัทเดินถือเสื้อเปื้อนอ้วกที่ซักแล้วมาที่รถ เห็นโรสนั่งตาปรืออยู่ เขาบอกตุลว่า

“ตุลไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ยายนั่นไม่ได้โดดสะพาน อยู่กับพี่นี่ล่ะ คนเพี้ยนอย่างนี้ไม่ฆ่าตัวตายหรอก อยู่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นได้อีกนาน...”

ตุลดีใจถามว่าโรสอยู่กับเขาใช่ไหม แมตต์ถามทันทีว่าโรสไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม ฐานัทบอกว่าไม่ต้องห่วงเดี๋ยวตนจะขับรถไปส่งที่บ้าน

พอวางสายจากฐานัท ตุลบอกแมตต์ว่าโรสอยู่กับพี่นัท เขาดึงโทรศัพท์จากตุลไปถามว่าโรสไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม พอฐานัทบอกว่าเดี๋ยวตนจะขับรถไปส่งที่บ้าน แมตต์ก็ขอบคุณ

ฐานัทเห็นโรสหน้าซีด ถามว่าสำนึกผิดแล้วใช่ไหม ที่แท้โรสเห็นเขาใส่เสื้อพวกกู้ภัยที่ช่วยเก็บศพก็สยองแสยง บอกว่าเหม็นหึ่งเลย

“เสื้อเพิ่งเบิกมาใหม่ๆ ที่เหม็นน่ะอ้วกคุณ!!!” ฐานัททำเสียงดุจนโรสเงียบกริบ

ooooooo

แมตต์มาส่งตุลที่หน้าคอนโด ขอบใจที่ออกไปด้วยกัน ตุลถือโอกาสชี้แจงอีกว่าตนกับโรสไม่มีอะไรกัน เขารักแมตต์มาก ตนก็...ตุลจะบอกว่ามีแฟนแล้ว แต่หยุดกึก แมตต์ดักคอว่ามีแฟนแล้วผู้หญิงหรือผู้ชาย

แมตต์ถามว่าแค่เป็นข้ออ้างหรือรักกันจริงๆ ถูกคาดคั้นหนักเข้าตุลก็ฉุนถามว่าจะเอาคำตอบทำไม นี่มันเรื่องส่วนตัวของตนกับพี่นัท เขาหรือใครก็ไม่เกี่ยว ขอบคุณที่มาส่งแล้วรีบลงจากรถเลย

แมตต์หงุดหงิดมองตามตุลอย่างขุ่นมัวใจ กำลังจะขับรถออกไปก็เหลือบเห็นดอกกุหลาบที่ตุลลืมไว้ เกิดหึงหวงไม่รู้ตัว เขาหยิบดอกกุหลาบขว้างไปที่สนามหญ้าข้างที่จอดรถ

พอตุลเดินไปจะเข้าลิฟต์ก็นึกได้ว่าลืมดอกกุหลาบที่ฐานัทให้ วิ่งกลับไปโบกมือร้องโหวกเหวกให้จอดรถ พอแมตต์จอดรถตุลขอหาดอกกุหลาบแต่ไม่เจอ ขอโทษที่ทำให้เขาเสียเวลา ตนคงทำหล่นที่ไหนสักที่ ปิดประตูแล้วเดินคอตกกลับไป

แมตต์มองตามตุลทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิด ที่สำคัญรู้สึกน้อยใจอยู่ลึกๆ เขาไปเก็บกุหลาบตามไปคืนให้ที่หน้าลิฟต์ ตุลดีใจมากถามว่าหล่นอยู่ในรถใช่ไหม เจอตรงไหน

“ข้างที่จอดรถ เธอทำให้ฉันต้องลงไปเก็บดอกไม้ที่ฉันเขวี้ยงทิ้งไปแล้ว”

ตุลสะดุดหูกับน้ำเสียงตัดพ้อของเขา เธอถามตัวเองว่าทำไมต้องสนใจความรู้สึกของเขามากกว่าดอกกุหลาบของพี่นัท?

ooooooo

โตมรตื่นขึ้นมาตอนเช้าเห็นตัวเองนอนเปลือยอยู่ใต้ผ้าห่มในห้องสวยก็โวยวายว่าถูกข่มขืน ครู่หนึ่งอโนมาในชุดทำงานเดินเข้ามา โตมรต่อว่าที่ขืนใจตน

“หยุดแหกปากได้แล้วไอ้หน้าลิง แกอย่ามั่นหน้านักได้ไหม ใครจะหน้ามืดปล้ำแก” อโนมาคว้าหมอนฟาดไม่ยั้ง โตมรยังไม่หยุดถามว่าถ้าไม่ใช่แล้วทำไมตนอยู่ในสภาพอย่างนี้? อโนมาบอกว่าเมื่อคืนเขาอ้วกใส่ตัวเองจนเลอะ ตนจึงเอาเสื้อผ้าไปซักตากไว้หลังบ้าน ด่าใส่หน้าว่า

“เนื้อฟ่าม กล้ามเหลวไร้ซิกซ์แพ็กแบบแก ฉันไม่มองให้เสียเวลา ฉันต้องถนอมสายตาไว้ให้คนที่ฉันรักเหมือนกันเว้ย”

โตมรถูกตราหน้าว่าเนื้อฟ่าม กล้ามเหลวก็เจ็บใจลุกพรวดขึ้นให้ดูว่าฟ่ามตรงไหนเหลวตรงไหน

“ไอ้บ้า แกรีบแต่งตัวแล้วไปจากบ้านฉันเลยนะ ถ้าช้าเกินห้านาที แกเดินออกไปเองฉันไม่รอ”

พูดแล้วอโนมารีบจ้ำออกไป ขนลุกขนพองกับภาพอุจาดอุบาทว์ตาของโตมร

ooooooo

ที่สวนสัตว์ในส่วนแสดงเพนกวิน ตุลกำลังยื่นปลาให้เพนกวินอย่างใจลอยคิดถึงตอนที่แมตต์ยื่นดอกกุหลาบคืนให้อย่างไม่เข้าใจว่าทำไมต้องคิดถึงเขา??

แล้วตุลก็สะดุ้งที่จู่ๆพิมมี่ก็เข้ามาหน้าตาเศร้าหมอง ตุลพาไปนั่ง ฟังพิมมี่ปรับทุกข์ให้ฟังแล้ว ตุลให้กำลังใจราวกับกูรูความรักว่า

“ที่คุณฌอนพูดแบบนั้น คงหมายความว่า ไม่มีใครสำคัญเท่าลูกกับแม่ของลูก ตุลว่าก็เป็นเรื่องปกตินะ คนเคยเป็นครอบครัวเดียวกัน จะห่วงใยกันมันก็ไม่แปลก การให้ความสำคัญไม่ได้หมายความว่าจะรักใครอีกไม่ได้นี่”

“พิมมี่ไม่เข้าใจตัวเองเลย ทำไมความรักทำให้เราเปราะบางได้ขนาดนี้ พิมมี่ไม่ใช่คนแบบนี้สักหน่อยตุลก็รู้ ตอนนี้มันมีแต่ความไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ”

“ยิ่งไม่แน่ใจยิ่งควรหนี ถ้าพิมมี่ไม่กล้าสบตาไม่กล้าถามเพราะกลัวเจ็บ พิมมี่ก็ต้องหนีแล้วก็ไม่มีวันจบ คุณฌอนอาจมีปัญหามากกว่าที่เราคิดก็ได้นะ ทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัวที่คาราคาซัง ไหนจะเรื่องคุณแมตต์หวงพิมมี่ยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ตุลว่าถึงเขาจะแอบรู้สึกดีกับพิมมี่ยังไง เขาก็ต้องคิดหนัก”

พิมมี่ยอมรับว่าที่ผ่านมาตนคิดถึงแต่ใจตัวเองฝ่ายเดียว ไม่ได้คิดถึงพี่ฌอนเลย ฮึดสู้บอกตุลว่า

“ต่อไปนี้ พิมมี่จะไม่หนีปัญหาแล้ว พิมมี่จะไปคุยกับพี่ฌอนเดี๋ยวนี้แหละ เป็นไงเป็นกัน”

พิมมี่ขอบใจตุล แต่ยังไม่ทันออกไปก็ได้ยินเสียงแมตต์คุยกับมนตรีเข้ามา พอเขาเห็นพิมมี่ก็ชะงักถามว่ามาถึงนานแล้วหรือ ให้ขึ้นไปรอตนที่ห้อง เดี๋ยวจะไปคุยด้วย พอพิมมี่เดินตัวลีบไป แมตต์ก็บอกตุลให้ตามตนมา ตุลละล้าละลังก็ฉุดแขนไปเลย มนตรีมองพึมพำงงๆ

“ยังไงกันวะไอ้ตุล ทำท่าเหมือนจะเลิกเป็นทอมแต่ดันมาอี๋อ๋อกับคุณพิมมี่ซะงั้น แล้วคุณแมตต์นี่ก็ยังไงวะ ไม่เห็นลงโทษมันจริงๆจังๆซะที ได้แต่ตามตอแยมันอยู่ได้”

พอไปถึงห้องทำงาน แมตต์ย่างสามขุมเข้าจ้องหน้าตุลถามว่าเธอกล้านัดพิมมี่มาพบที่นี่หรือ ตุลบอกว่าพิมมี่มาหาตนเอง เธอมาปรึกษาอะไรบางอย่าง

แมตต์สืบเท้าเข้าไปจ้องเขม็งถามว่าปรึกษาเรื่องอะไร ตุลหน้าแดงปากสั่น แมตต์ยิ่งเชื่อว่าเธอมีพิรุธ

ตุลบอกว่าเขาเหยียบเท้าตน พอแมตต์ก้มมองถอนเท้าออก ตุลก็วิ่งอ้าวไปเลย

ฝ่ายพิมมี่รีบไปหาฌอนอย่างมีความหวัง เจอนลินีถือแฟ้มผ่านมาบอกว่าฌอนไม่อยู่ หันไปเห็นแมตต์ผ่านมาพอดีนลินีบอกว่าเอาเอกสารมาให้เซ็นแทนฌอน

ความจึงแตกว่าฌอนไม่อยู่ลาพักร้อนไปต่างประเทศให้ตนจองตั๋วไปซีแอตเติลคงไปเยี่ยมเพื่อนที่มีลูกเล็กๆ ให้ตนซื้อชุดเด็กชาวเขาให้ด้วย และยังซื้อผ้าคลุมไหล่ปักไหมสวยมาก ฌอนเป็นคนเลือกเองแต่ให้ตนดู สงสัยน่าจะเป็นของขวัญแม่เด็ก

แมตต์ตัดบทว่ามีอะไรจะให้เซ็นก็เอามาเลย นลินีเอาเอกสารให้แล้วขอตัวไปเลย

พิมมี่ยืนฟังแมตต์กับนลินีคุยกันเรื่องฌอน เธอหน้าซีดแล้วซีดอีก หัวใจที่พองฟูตอนมาฟีบลงจนแทบหมดแรง เธอบอกแมตต์ก่อนที่น้ำตาจะไหลว่า

“พี่แมตต์จะคุยอะไรเอาไว้วันหลังนะคะ พิมมี่ปวดหัว ขอตัวกลับก่อนค่ะ” ว่าแล้วรีบไปเลย

แมตต์มองพิมมี่อย่างแปลกใจ ค่อยๆปะติดปะต่อเรื่องราวที่สงสัยมานานจนเป็นรูปเป็นร่างขึ้น

ที่จริงฌอนกับแบรดอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ฌอนซื้อตั๋วไปซีแอตเติลแต่เป็นห่วงแบรดที่อาการไม่ดีเขาจึงเปลี่ยนใจจะไปส่งแบรดให้ถึงมือหมอที่เมลเบิร์นก่อน

ooooooo

เพราะเมื่อคืนโรสเสียใจที่แมตต์บอกว่าคิดกับตนแค่เพื่อน ดื่มจนเมาไม่ได้สติ วันนี้ตื่นขึ้นมาในสภาพแฮงก์สุดขีด คุณหญิงอุไรวรรณนั่งดูอยู่ด้วยความเป็นห่วง ปลอบใจลูกว่า

“ผู้ชายในเมืองเชียงใหม่มีตั้งแยะนะลูก ลูกพ่อเลี้ยงแสงที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกก็หล่อนะลูก ลูกเจ้าสัวพรเทพก็เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงนะจ๊ะ แล้วก็ลูก...”

“คุณแม่พูดเรื่องอะไรคะ” โรสลุกขึ้นเบรกแม่งงๆ

“อ้าว...ก็เมื่อคืนกลับมาร้องไห้ฟูมฟายว่าแมตต์ไม่ได้รักหนู คิดกับหนูแค่เพื่อน แม่เลยอยากให้ลูกมองคนอื่นบ้าง”

“อ๋อ...โรสพูดเพราะเมาน่ะค่ะ ตอนนี้สร่างแล้วเลยอยากให้โอกาสแมตต์อีกครั้ง โรสรู้ตัวว่าโรสก็มีดี เพียงแต่ยังไม่ได้เอาออกมาให้แมตต์เห็นเท่านั้น”

โรสลุกขึ้นเลือกเสื้อผ้าในตู้อย่างกระฉับกระเฉง คุณหญิงเห็นลูกมองโลกในแง่ดีก็เบาใจ ทันใดโทรศัพท์มือถือของโรสที่หัวเตียงดังขึ้น แม่อยู่ใกล้เลยเปิดดู

เป็นสายจาก “โจรสลัด” ซึ่งก็คือฐานัทนั่นเอง

โรสรีบเอาโทรศัพท์ไปบอกแม่ว่าไม่มีอะไร แล้วกดรับสายถามว่า “มีอะไรโทร.มาแต่เช้า”

“เช้าบ้านคุณสิ นี่มันเที่ยงแล้ว มีเวลาว่างออกมาเจอไหม ขอคุยธุระด้วย 10 นาที”

เมื่อไปเจอกันที่ร้านกาแฟเก๋ๆ โรสพูดด้วยท่าทีหยิ่งยะโสหลงตัวเองว่า

“ถึงฉันจะมีปัญหากับแมตต์ ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเปิดใจให้ผู้ชายอื่นง่ายๆนะ”

ที่แท้ฐานัทต้องการมาเตือนเธอที่ไปวุ่นวายกับตุล บอกว่าต่อไปห้ามเข้าใกล้ตุลอีก โรสถามว่าเขาเดือดร้อนอะไร ชอบทอมหรือ ฐานัทบอกว่านั่นมันเรื่องของตน แต่ถ้าเธอทำให้ตุลต้องมีปัญหากับคุณแมตต์อีกตนเอาเรื่องเธอแน่

“แหม...ตุลนี่เสน่ห์แรงจัง มีผู้ชายตามรักตามห่วงขนาดนี้” โรสเหน็บ

“แหงล่ะ...คุณเองก็ทั้งสวยทั้งรวย การศึกษาก็ดี น่าจะมีเสน่ห์พอจะยึดคุณแมตต์ไว้เองได้ ไม่เห็นต้องใช้ตุลเป็นเครื่องมือ หรือเพราะคุณไม่มีความสามารถไม่มีคุณค่าจะมัดใจผู้ชายดีๆอย่างคุณแมตต์ได้”

โรสหน้าเสียที่ฐานัทพูดแทงใจดำ ฐานัทเห็นเธอหน้าเสียก็อึ้ง รู้สึกผิดที่พูดแรงเกินไป

เย็นนี้เลิกงานแล้ว อโนมากับดารินทร์กำลังกลับ ดารินทร์นั่งที่คนขับเผลอทำโทรศัพท์หล่นจึงก้มเก็บ สะดุดตาอะไรบางอย่าง หยิบขึ้นมาดูแล้วตกใจเพราะเป็นกางเกงในผู้ชายสีรุ้งฉูดฉาด

ดารินทร์ถามอโนมาว่าใส่กางเกงในสีรุ้งด้วยหรือ อโนมาบอกว่าไม่ ตนมีแต่สีครีม ชมพู ฟ้า มองกางเกงในที่อโนมาคีบขึ้นมาแล้วตกใจบอกว่านี่มันกางเกงในผู้ชายใช้แล้วด้วย!

ดารินทร์ปล่อยกางเกงในทิ้งทันที ถามว่าแล้วกางเกงในผู้ชายมาอยู่ในรถได้ไง หรือเมื่อคืนแยกกันแล้วอโนมาไปสอยใครมา ถามล้อๆอำๆว่า “บอกมาซิว่าใคร”

อโนมาคิดเป็นการใหญ่ ก่อนจะเบิกตาร้องแผดเสียง “อ๊ายยยยยย!!!”

ooooooo

ที่สวนสัตว์ โตมรฟูมฟายคร่ำครวญกับมนตรีที่ถูกอโนมาว่าด่าเนื้อฟ่ามกล้ามเหลวไม่มีซิกซ์แพ็ก พลางเลิกเสื้อให้ดู มนตรีบอกว่าซิกซ์แพ็กของเขาอาจอยู่ต่ำลงไปก็ได้ โตมรเลยรูดซิปเลื่อนกางเกงลงไป

มนตรีตาเหลือกเมื่อเห็นโตมรยืนโทงเทง!

อโนมาให้ดารินทร์ขับรถไปที่สวนสัตว์ทันที ถามมนตรีว่าโตมรอยู่ไหน โตมรโผล่มาแต่หัวตัวอยู่หลังพุ่มไม้ อโนมาชูถุงก๊อบแก๊บใส่กางเกงในสีรุ้งตวาดถาม

“แกมาลืมกางเกงในไว้ในรถฉันได้ไง!”

โตมรชี้แจงว่าเมื่อเช้ากางเกงในตนยังไม่แห้งจึงเอาใส่กระเป๋ากางเกงไว้กะจะมาใส่ที่นี่ บ่นเหนียมๆว่ามิน่า ทำไมรู้สึกโล่งๆพลางเอามือกุมเป้าไว้

โตมรถูกอโนมาทั้งด่าทั้งทุบ ทนไม่ไหวเลยเอามือปัดป้อง ข้างล่างเลยโล่งโจ้ง สองสาวร้องกรี๊ดราวกับถูกผีหลอก โตมรได้สติรีบดึงกางเกงขึ้นมารูดซิป

“มีอะไรอโน...ด่าเสียงดังไปถึงกรงเสือ” ตุลโผล่มาถาม กวาดตามองทุกคนอย่างสงสัย

ooooooo

เมื่อสามสาวไปนั่งคุยกันที่ศาลาริมน้ำในสวนสัตว์ ตุลขำก๊ากกับเรื่องราวที่อโนมาเล่า ดารินทร์แอบขำกิ๊กกั๊ก อโนมาบ่นว่านี่เป็นความซวยในวัยเบญจเพสตามโบราณว่าจริง

“มันอาจจะไม่ใช่ความซวย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความรักก็ได้ มนต์รักกางเกงลิงไง ฮ่าๆๆ”

“เงียบไปเลยนังตุล ตั้งแต่มีความรักกับพี่นัทเนี่ย หมาเดินผ่านก็ขำนะ”

ตุลบอกว่าคนมีแฟนโลกมันก็สวยอย่างนี้แหละ ยุให้อโนมารีบมีกับเขาบ้าง ดารินทร์หูผึ่งแซวว่าเรียกพี่นัทว่าแฟนเต็มปากเต็มคำเลยนะ เขาขอเป็นแฟนแล้วหรือ

ตุลเล่านัยน์ตาเคลิ้มว่าพี่นัทให้อ้างกับวีพี 3 ได้เลยว่าตนเป็นแฟน ให้ดอกกุหลาบบอกว่าเคยให้ดอกไม้ผู้หญิงมาหลายคนแต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่รู้สึกดีแบบนี้เลย ดารินทร์กับอโนมากรี๊ดกร๊าดแทบขาดใจ

“คุยอะไรกันสาวๆสนุกกันใหญ่” เสียงฐานัททักแล้วเดินเท่เข้ามา ตุลรีบบอกว่าไม่มีอะไร เขาบอกว่ามารับตุล ถามว่าอโนมากับดารินทร์นัดกับตุลไว้หรือ สองสาวบอกว่าเปล่า เขาจึงชวนไปกินข้าวด้วยกัน

ดารินทร์อ้างว่าตนต้องไปเฝ้าพี่อาร์ตที่โรงพยาบาล อโนมาก็ต้องรีบไปเคลียร์บัญชีที่ต้องส่งพรุ่งนี้ เชิญพี่นัทกับตุลตามสบายเลย สองสาวมองล้อๆจนฐานัทเขิน

ooooooo

เย็นนี้ขณะแมตต์ยืนสั่งงานพนักงานที่ทางเดินใกล้ลานจอดรถนักท่องเที่ยว เขาได้ยินโตมรวิทยุคุยกับมนตรีว่าตุลออกไปกับฐานัทแล้ว แมตต์มองตามรถฐานัทที่ขับพาตุลออกไปอย่างหงุดหงิด

ฝ่ายโรส เมื่อตัดสินใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว ก็จะไปนั่งที่ร้านขายเพชรของแม่ บอกว่าตนจะทำให้ยอดขายเดือนนี้พุ่งทะลุเพดานเป็นเกียรติประวัติร้านเราเลย บอกแม่ว่า

“โรสอยากทำงานค่ะคุณแม่ จะได้ไม่มีใครว่าโรส โรสจะทำให้แมตต์เห็นว่าโรสก็มีดีกับเขาเหมือนกัน”

ขณะนั้นเอง สมฤดีแม่ของตุลที่เคยอยู่ที่ร้านและเห็นโรสมาตั้งแต่เด็ก ถือข้าวต้มมัดเข้ามาชวนให้ชิมกัน พอโรสกินข้าวต้มมัดก็ชมว่าอร่อยมาก ถามว่าซื้อมาจากไหน สมฤดีบอกว่าทำเอง เพราะเมื่อวานได้กล้วยมาเครือหนึ่งกะจะหิ้วไปกินสุกที่บ้าน แต่ลุงเห็นเลยบอกให้ทำข้าวต้มมัดกินกัน แม่ของโรสเสริมว่า

“ลุงบุญลือแฟนสมฤดีน่ะลูก เมื่อก่อนเป็นมือขวาของพ่อเราเลยนะ ฝีมือเจียรเพชรนี่ที่หนึ่งเลย”

โรสกินข้าวต้มมัดชมว่าอร่อยมาก แล้วยังแยกแยะรสได้อย่างละเอียดรวมๆแล้วกลมกล่อมมาก สมฤดีชมว่าเก่งมากแค่ชิมยังรู้ถึงส่วนผสม ฟังแล้วอยากจะชิมตาม

เย็นนี้โรสไปหาแมตต์ที่ห้องทำงาน เธอเงียบขรึมจนแมตต์อึดอัด เขาขอโทษที่ทำให้เธอไม่สบายใจ

“ไม่ต้องขอโทษค่ะ โรสจะมาขอบคุณแมตต์ต่างหาก เพราะคำพูดของแมตต์ทำให้โรสกลับมานั่งคิด โรสรู้เลยค่ะว่าโรสใช้ชีวิตประมาทเกินไป ง่ายเกินไป จนเสียโอกาสทำงานสร้างประสบการณ์ให้กับตัวเอง ตอนนี้โรสคิดได้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่โรสน่าจะทำได้ดีแล้วก็มีความสุขด้วย มันยังไม่สายไปใช่ไหมคะแมตต์”

“คุณจะทำอะไร”

“โรสจะเป็นบล็อกเกอร์รีวิวอาหารและสินค้าทุกอย่างที่ชิมและใช้ค่ะ” แมตต์ชมว่าดี ได้แชร์อะไรดีๆให้คนอื่นด้วย โรสยิ้มภูมิใจคุยว่า “เมื่อกี้โรสลองเขียนแล้วคอลัมน์นึง มันรู้สึกดีจริงๆนะคะแมตต์” แมตต์ชมว่าเก่งตัดใจได้เร็วตนจะเป็นกำลังใจให้ “โรสไม่ได้ตัดใจ แต่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เราสองคนมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ต่างหากค่ะ”

แมตต์กร่อยสนิท เพราะเธอไม่ได้เข้าใจเลย แต่กลับฮึดที่จะเดินหน้านับหนึ่งกับตนใหม่!

ooooooo

โตมรยังคงพร่ำเพ้อน้อยอกน้อยใจที่ตุลไม่เห็นตนในสายตาและออกไปกับฐานัทอย่างชื่นมื่น คร่ำครวญจนมนตรีรำคาญ ตวาดว่าหนวกหู แล้วเก็บแฟ้มงานออกไปอย่างหงุดหงิด

ฝ่ายแมตต์ เห็นตุลออกไปกับฐานัทก็เดินหงุดหงิดมาตามทาง พอถึงหน้าออฟฟิศทำท่าจะเดินเข้าไป แต่แล้วเปลี่ยนใจ ย้อนกลับออกมา

แมตต์ขับรถไปจอดที่หน้าคอนโดของตุลขณะนั้นเป็นเวลา 21.35 น.แล้ว เขาซื้อกาแฟกระป๋องมาดื่ม พอเห็นรถฐานัทมาส่งตุลก็ไปแอบดูที่ท้ายรถ เห็นทั้งสองลากันอาลัยอาวรณ์ ความริษยาก็พุ่งปรี๊ด บีบกระป๋องกาแฟแน่น กลั้นอารมณ์ไม่อยู่ก็เขวี้ยงกระป๋องเฉียดหัวฐานัทไปนิดเดียว!

ฐานัทหันมอง เจอบุญลือพ่อของตุลเข้าไปมองถามตุลว่าเจ้านายหรือ ตุลบอกว่าเพื่อน บุญลือชวนกินเบียร์สักกระป๋องไหม ตุลบอกไม่ได้ พี่นัทต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า เขาจึงสวัสดีลาและยิ้มหวานให้ตุล

พอฐานัทเดินไป บุญลือก็เหล่มองอย่างประเมินความสัมพันธ์ ตุลถามพ่อว่าไม่ทันสิ้นเดือนเลยมาเบิกเงินแล้วหรือ บุญลือบอกว่าเปล่า ตนเอาข้าวต้มมัดมาให้ บอกให้แกะกินเลย

ตุลยังอิ่มกินไม่ลงจะใส่ตู้เย็นเก็บไว้ บุญลือบอกไม่ต้องใส่เดี๋ยวข้าวเหนียวคืนตัว เก็บไว้ข้างนอกสองสามวันก็ไม่เสีย แล้วจะกลับ ตุลจะไปส่งก็ไม่เอา เดินสะเงาะสะแงะไป ตุลไม่ฟังเสียงจับแขนพ่อลากไป

แมตต์ยังไม่กลับ เห็นตุลลากบุญลือออกมาก็หลบแต่บุญลือเห็นเสียก่อน บอกตุลพลางร้องเรียก แมตต์จำต้องหันกลับไปไหว้ ตุลถามว่าเขามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาบอกว่าเพิ่งมา ตุลถามว่ามีธุระอะไรหรือ

บุญลือเห็นว่ามีงานจึงแยกกลับ แต่พอตุลถามแมตต์ว่ามีงานด่วนอะไร เขากลับถามหน้าตาเฉยว่า

“ที่ห้องมีกาแฟไหม”

ตุลงงไปอึดใจ เมื่อพาเขาขึ้นไปที่ห้อง เชิญนั่ง แล้วไปชงกาแฟให้ แมตต์นั่งที่โซฟาเหลียวมองอย่างสำรวจ เห็นตุ๊กตาปลาฉลามติดชื่อ “พี่นัท” วางอยู่ ไม่เพียงเท่านั้น พอมองที่โต๊ะก็เห็นดอกกุหลาบที่ฐานัทให้เสียบอยู่ที่แจกัน!

พอตุลชงกาแฟมาให้ นั่งลงแล้วคว้าตุ๊กตาปลาฉลามมากอดอย่างเคยชินและแก้เขิน ถามว่ามีงานด่วนอะไร

“ผมต้องการคุยกับคุณสองคน ไม่ต้องการให้มีบรรยากาศเหมือนมีคนอื่นอยู่ด้วย” พูดพลางพยักพเยิดไปที่ตุ๊กตาปลาฉลามที่ตุลกอดอยู่ ตุลรีบวางตุ๊กตานั่งเอาตัวบังไว้ แต่พอหันมาแมตต์วางถ้วยกาแฟ เอาหลังมือกระแทกแจกันดอกกุหลาบหล่นเนียนๆ แล้วทำเป็นขอโทษบอกว่าตนไม่ทันเห็น

ตุลรีบเก็บดอกกุหลาบเอาแจกันไปเติมน้ำที่ซิงก์

“วางไว้แถวนั้นเลยนะ ผมแพ้กลิ่นกุหลาบ”

ตุลมองหน้าเขาสงสัยว่าอะไรนักหนาเชียว! ถามเชิงเร่งว่ามีงานด่วนอะไรหรือ เขาทำอ้อยอิ่งบอกว่ามาดื่มกาแฟและมาฟังคำตอบว่าพิมมี่คุยอะไรกับเธอ ตุลจุก พอนึกได้ก็ตอบกวนๆว่า เรื่องส่วนตัว

แมตต์ถามว่าจะให้ตนเชื่อหรือว่าเธอเป็นแฟนกับน้องสาวตน เพราะเธอมีแฟนอยู่แล้ว สวีตกันเสียจนจะโดนกระป๋องฟาดหัว ตุลถามว่ากระป๋องที่เฉียดหัวพี่นัทไปเป็นฝีมือเขาหรือ กลับถูกถามกวนๆว่าถ้าใช่แล้วเธอจะทำโทษตนไหมล่ะ!

ตุลเห็นแววตาเว้าวอนของเขาก็เสียงอ่อน ขอเหตุผล เขาบอกว่าไม่มี ครั้นเชิญให้กลับก็ไม่กลับ ตุลบอกว่าเขาจะมานอนห้องตนไม่ได้ แมตต์ก็ล้มตัวลงนอนเขลงที่โซฟาอย่างสบายอารมณ์

“คุณแมตต์!!!” ตุลหัวฟัดหัวเหวี่ยงไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้ชายดื้อตาใสคนนี้...เลยขึ้นไปนั่งยองๆทั้งเขย่าทั้งดึงให้ลุกขึ้น แมตต์แกล้งขืนตัวทำให้ตุลเสียหลักถลาหน้าทิ่มลงกลางอกเขาพอดี ตุลจะโวย แต่พอเห็นสายตาเว้าวอนของเขาก็โวยไม่ออก

“เฮ้ยยย!!!! ทำอะไรวะไอ้ตุล!!!” เสียงบุญลือโวยขึ้น ทั้งตุลและแมตต์ต่างผวาเฮือกแยกจากกัน

บุญลือถามแมตต์ว่าถูกตุลปล้ำหรือ แมตต์บอกว่าตุลไม่ได้ทำอะไรตน บุญลือบ่นว่าถ้าตนไม่ลืมกุญแจบ้านในถุงข้าวต้มมัดเรื่องคงเลยเถิดไปกว่านี้ ตุลบ่นว่าไม่ใช่อย่างที่พ่อเข้าใจ เมื่อไหร่พ่อจะเลิกเมาเสียทีจะได้พูดกันรู้เรื่อง

“ก็บอกแล้วไง แกเลิกเป็นทอมเมื่อไหร่ ฉันก็เลิกเมาเมื่อนั้น รออยู่เนี่ย”

เมื่อถูกขัดจังหวะ แมตต์ลุกขึ้นบอกบุญลือว่าตนคุยธุระเสร็จแล้วกำลังจะกลับพอดี อาสาจะไปส่งคุณอา แล้วรีบเชิญบุญลือไปขึ้นรถ

พอแมตต์กับพ่อออกไปแล้ว ตุลก็ทิ้งตัวหงายผลึ่งกับโซฟาอย่างเหนื่อยหน่าย...หมดแรง...

ฐานัทกลับถึงคอนโด ก็ได้รับโทรศัพท์จากโรสอวดว่าตนมีงานทำแล้ว กลัวเขาไม่เชื่อก็บรรยายว่า

“ฉันจะเป็นบล็อกเกอร์แนะนำเรื่องอาหาร และเมนูแรกที่ฉันจะเขียน รับรองดังไปทั่วเชียงใหม่นั่นคือ ...ข้าวต้มมัดอร่อยล้ำสามโลก” แล้วยื่นโทรศัพท์ไปที่หน้าจอโน้ตบุ๊กเพื่อโชว์บล็อกของตัวเองที่เพิ่งทำเสร็จ บอกเขาว่า “คุณเป็นผู้โชคดีคนแรกที่จะได้ฟังและคอมเมนต์บทความของฉัน จะเต็มใจหรือไม่ คุณก็ต้องฟังและวิจารณ์ โทษฐานที่คุณชอบว่าฉันกะโหลกกะลา”

ฐานัทขออาบน้ำก่อน 10 นาที โรสให้เวลา 10 นาทีเขาต้องพร้อมแล้ววางสายเลย

“ฉันไปเป็นทาสเธอตั้งแต่เมื่อไหร่...ยายหอยเม่น!!!” ฐานัทบ่นงึมงำ

ฐานัทอาบน้ำเสร็จรอเป็นชั่วโมงแล้วโรสก็ยังเงียบ เขาจึงโทร.หาเธอ โทรศัพท์เรียก แต่โรสนอนหลับปุ๋ยไปแล้ว...

ooooooo

ดึกแล้ว ขณะตุลหลับสนิทอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์จากแมตต์ก็ปลุกขึ้น ตุลงัวเงียขึ้นรับสายถามทั้งที่ยังหลับตาว่ามีอะไรอีก เขาบอกว่าโทร.มาบอกว่าส่งพ่อเธอถึงบ้านแล้ว

ตุลขอบคุณแล้วจะปิดเครื่อง แมตต์ถามว่าแค่นี้เหรอ ตุลฉุนถามว่าแล้วจะให้ถีบจักรยานไปกราบขอบคุณเขาที่บ้านรึไง ตนไม่ยอมเป็นเหยื่อให้เขาป่วนทั้งคืนหรอกแล้วปิดโทรศัพท์เลย

แมตต์ยังอยากได้ยินเสียงเธออีก นั่งคิดๆอึดใจเดียวก็มีเสียงไลน์เข้า เขากดดูอดยิ้มกับความบ้าบอของตุลไม่ได้เมื่อเห็นรูปตัวเองขึ้นเต็มจอคอมพ์และตุลยองๆ ยกมือไหว้ท่วมหัวอยู่หน้าจอ

รุ่งขึ้นตุลหิ้วข้าวต้มมัดไปฝากมนตรีกับโตมร

ทั้งสองดีใจได้ลาภปากแต่เช้า แต่ขณะกำลังแกะข้าวต้มมัดจะกิน ตุลก็ได้รับโทรศัพท์จากบุญลือถามว่าเอาข้าวต้มมัดไปให้เจ้านายกินหรือยัง

พอรู้ว่าตุลเอาข้าวต้มมัดมาให้มนตรีกับโตมรกิน บุญลือก็โวยลั่นสั่งให้หยุด ให้เอาข้าวต้มมัดไปให้คุณแมตต์ชิมก่อน สองคนนั้นไว้ทีหลัง ตุลถามว่าทำไม?

“ฉันสัญญากับเขาไว้แล้ว ถึงจะเป็นไอ้แก่ขี้เมา แต่พูดคำไหนคำนั้นเว้ย หยุดไอ้สองคนนั้นก่อน ไม่งั้นฉันจะโทร.บอกเขาให้มาเอาข้าวต้มมัดกับแก เมื่อคืนแลกเบอร์กันแล้ว...หยุดก่อน!!!”

“หยุดดดด...” ตุลร้องบอกสองคน “ทุกมัดมีเจ้าของแล้ว ไว้กินวันหลังนะ” ตุลดึงข้าวต้มมัดจากมือทั้งสองหย่อนลงถุงตามเดิม

เช้าวันเดียวกัน สมฤดีแปลกใจที่บุญลือตื่นมาช่วยมัดข้าวต้มแต่เช้า บุญลือบอกว่าไม่อยากให้เสียของ กล้วยทั้งเครือจะกินยังไงไหว เอามาทำข้าวต้มมัดแจกมันจะไปยากอะไร เล่าถึงความหลังว่า

“ตอนเด็กๆ พ่อเคยช่วยแม่ทำขายเป็นกะละมัง ไม่ได้ทำมา 20-30 ปีแล้ว ลองแบ่งให้คนอื่นชิมดูจะได้รู้ว่าไปวัดไปวา ถวายพระกับเขาได้รึเปล่า”

“เวลาพ่อไม่กินเหล้า พูดรู้เรื่องดีนะ” สมฤดียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของบุญลือ แต่แล้วก็หุบยิ้มจ๋อยเจื่อนเมื่อบุญลือบอกว่า นึ่งเสร็จก็จะไปก๊งกับไอ้หล้าไอ้สงค์ นัดมันไว้แล้ว...

ตุลยึดข้าวต้มมัดจากมนตรีกับโตมรคืน รีบเอาไปให้แมตต์ที่ห้องทำงาน ถามว่าเมื่อคืนคุยกับพ่อคงไม่ได้เผาตนนะ แมตต์ถามว่ากลัวจะฟ้องว่าเธอปล้ำตนหรือ บอกว่าเรานั่งกันเงียบๆ พอถึงบ้านคุณอาก็บอกว่าพรุ่งนี้จะให้เธอเอาข้าวต้มมัดมาให้ชิมตอบแทนที่มาส่ง

แต่พอตุลจะไป แมตต์ก็บอกว่าขอกาแฟแก้วหนึ่ง วันนี้นลินีลา ฉะนั้นเธอต้องทำสองหน้าที่ ทั้งงานที่สวนสัตว์และงานเลขาตนด้วย ตุลชะงักหน้าตึง เขาบอกอย่างรู้ทันว่า

“ผมให้เบี้ยเลี้ยงพิเศษ ไม่ต้องห่วง ผมไม่ใช้แรงงานเธอเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรอกน่า”

พอตุลคล้อยหลังไป แมตต์ก็ยิ้มสมใจที่หาเรื่องรั้งเธอไว้ใกล้ตัวได้

ooooooo

สายๆวันนี้ สมฤดีเอาข้าวต้มมัดแกะใส่จานอย่างสวยงามไปให้โรสที่กำลังนั่งพิมพ์บทความในบล็อกคร่ำเคร่ง พอเห็นข้าวต้มมัด โรสก็ดี๊ด๊าคิดได้ว่าจะใส่อะไรลงในบทความอีก

พอพิมพ์บทความเสร็จโรสก็โทร.นัดฐานัทขอโทษที่เมื่อคืนไม่ได้โทร.กลับเพราะหลับเสียก่อน แต่วันนี้ตนพร้อมแล้ว ฐานัทบอกว่าเธอพร้อมแต่ตนไม่พร้อมเพราะมีประชุมทั้งวัน เบรกแค่ช่วงกลางวันและตนก็มีนัดแล้วด้วย โรสจึงนัดเป็นพรุ่งนี้ สิบโมงเช้า

ฐานัทไม่ทันตอบ โรสก็วางสายไปแล้ว เขาวางสายเซ็งๆแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ

แมตต์ยังคงตั้งหน้าตั้งตาแกล้งให้ตุลอยู่ใกล้คอยรับใช้ตน สั่งกาแฟถ้วยแล้วถ้วยเล่า ซ้ำปริ๊นต์รูปที่ตุลไหว้เขาในจอคอมพ์ออกมาให้ดูด้วย ตุลโวยว่าน่าเกลียดแล้วดึงรูปไปวางซ้อนที่หนังสือโต๊ะตัวเอง ทันใดก็มีสายจากฐานัทเข้ามานัดกลางวันไปกินอาหารญี่ปุ่นที่นิมมานคัตสึกัน

แมตต์หูผึ่ง ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที แกล้งสั่งงานเนียนๆ ว่าเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์จะเข้ามาตรวจงานตอนสิบเอ็ดโมงครึ่ง ตุลเลยเสียงอ่อยบอกฐานัทว่าเที่ยงนี้ตนไปไม่ได้แล้ว กว่าจะเสร็จงานก็คงบ่าย เอาไว้ตอนเย็นจะล้างท้องรอ ฐานัทบอกว่าไม่เป็นไรแล้วค่อยเจอกัน

แมตต์ยืนฟังอยู่ พอตุลวางสายหันมาเห็น เขาสั่งกาแฟดำถ้วยหนึ่ง ตุลติงว่าเมื่อกี้เพิ่งชงมา

“ถ้วยนั้นมันหวานเลี่ยน ผมไม่ชอบไปชงมาใหม่” แมตต์ประชดอย่างมีอารมณ์ แล้วตัวเองก็สงสัยว่าทำไมต้องอารมณ์เสียหงุดหงิดเรื่องตุลกับฐานัทด้วย

ooooooo

ตุลนำเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ตรวจสวนสัตว์และอธิบาย รายงาน อย่างคล่องแคล่ว เจ้าหน้าที่พอใจ บอกว่าจะทำหนังสือแจ้งผลการตรวจและรับรองการต่อใบอนุญาตตามมาให้

โตมรดูนาฬิกาบ่นว่าเกือบบ่ายสองแล้วหิวมาก แมตต์จึงชวนทุกคนไปกินกันตนเลี้ยงเอง แต่ไม่ทันจะขยับ ทุกคนก็เห็นฐานัทเดินหิ้วปิ่นโตเบนโตะกับตะกร้าใส่ถ้วยกาน้ำชา เหมือนมาปิกนิก

“เห็นตุลติดงานพี่เลยซื้อมาให้ เสร็จงานแล้วใช่ไหม ไปกินข้าวกันเถอะ” ฐานัทยิ้มแย้มอบอุ่น ตุลแทบลอย หันไปขอตัวกับทุกคน

แมตต์มองอย่างไม่พอใจ โตมรคร่ำครวญตามเคย มนตรีมองทั้งสองแล้วเปรยๆ

“มันชักจะยังไงแล้วว่ะ ไอ้ตุลกับคุณนัทเนี่ย คบกันแบบไหน พี่น้องแมนๆหรือคู่เกย์ หรือยังไง”

แมตต์สั่งโตมรให้ตามไปที่ห้อง โตมรหน้าจ๋อยนึกในใจ...งานเข้าอีกแล้ว...

ที่สวนร่มรื่นในสวนสัตว์ ฐานัทเอาอาหารและน้ำชาออกมาเตรียมพร้อม ตุลดูแล้วชมว่าน่ากินจัง เขาบอกว่าหิวก็กินเลย ตุลหยิบตะเกียบกำลังคีบอาหาร เสียงอุบาทว์ของโตมรก็แทรกเข้ามา บอกว่าคุณแมตต์ให้เอาจดหมายมาให้ ตุลถามว่าจดหมายอะไร?

“เจ้าหน้าที่จากไต้หวันมาขอดูงาน คุณแมตต์ให้ตุลทำจดหมายตอบรับแนบโปรแกรมคร่าวๆให้เขาดู บ่ายสองโมงครึ่งต้องเสร็จ เพราะทางนั้นรออยู่”

ตุลเซ็ง ฐานัทดูนาฬิกาบ่นว่านี่มันบ่ายสองแล้วอีกครึ่งชั่วโมงจะกินทันได้ไง ตุลบอกเขาว่าตนไม่มีเวลากินแล้ว ต้องรีบทำงานให้เสร็จก่อน ฐานัทบอกให้เธอทำงานไปเดี๋ยวตนจะป้อนเอง แล้วลงมือป้อนจนตุลเขิน

แมตต์ที่ตั้งใจจะแกล้งตุลไม่ให้ได้กินอาหารกับฐานัทอย่างมีความสุข สั่งโตมรให้ไปป่วนแล้วตัวเองก็เอากล้องส่องดูอย่างสะใจ

แต่ที่ไหนได้กลับเห็นฐานัทป้อนอาหารให้ตุลที่กำลังเร่งงานอย่างมีความสุขทั้งคนป้อนและคนกิน แมตต์เจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ขณะนั้นเอง มนตรีเดินเข้ามาบอกว่าอาหารมาแล้ว เห็นเขายืนนิ่งก็ขยับเข้าไปดูบ้าง ไม่ดูเปล่ายังบรรยายให้แมตต์เจ็บปวดยิ่งขึ้นว่า

“อื้อหือ...นี่ถึงขั้นป้อนข้าวป้อนน้ำกันเลยหรอ แปลก...ผู้ชายหล่อเท่ระดับเทพขนาดนี้ ทำไมไม่ชอบผู้หญิงหวาน ดันมาชอบทอม คุณแมตต์ว่าไหม”

ถามแล้วเห็นเงียบ พอหันมองก็ร้อง “อ้าว...คุณแมตต์...รอด้วย...ผมก็หิวนะครับ...” มนตรีจ้ำอ้าวตามแมตต์ที่เดินไปไกลแล้ว...

ooooooo

โรสไปที่ร้านเสื้อผ้าของพิมมี่เพื่อหาชุดในการเปิดตัวบล็อกเกอร์ “LadyRose Guru” รู้ลึก...รู้จริง...รู้ทุกสิ่ง...Around The World

พิมมี่บอกว่าตนอยากมองโลกในแง่ดีคิดบวกแบบโรสบ้าง โรสยิ้มสดใสถามว่าจะเศร้าไปทำไม ไม่ใช่ตนไม่เสียใจ แต่เมื่อคิดทบทวนว่าตนทำตัวกะโหลกกะลาเดินช็อปปิ้งไปวันๆจริงหรือ คิดแล้วเราก็ยิ่งต้องทำให้เขาเห็นว่าเรามีดีชนิดที่เขาคิดไม่ถึง พิมมี่ถามว่าถ้าพยายามแล้วเขายังไม่เห็นล่ะ

“ก็ต้องพยายามต่อไป ผู้ชายดีๆสมัยนี้หายากจะตาย ถ้าเราเจอแล้วเรารู้ว่าเราดีพอและรักเขามากพอ เราก็ต้องมีกำลังใจ ต้องคิดบวก ต้องไม่ตัดโอกาสตัวเอง เราต้องสู้เพื่อผู้ชายของเรา!”

โรสพูดอย่างมุ่งมั่นมาก พิมมี่ฟังแล้วฮึด มีกำลังใจขึ้นมากมาย

ตุลทำเอกสารเสร็จเดินตามหาแมตต์เพื่อเอาเอกสารให้ เจอเขาดูคีปเปอร์ฝึกแมวน้ำอยู่ที่สระซ้อม ตุลจึงเอาเอกสารไปให้ แมตต์รับไปแทนที่จะสนใจเอกสารกลับถามว่า

“มื้อกลางวันอร่อยไหม?” ตุลบอกว่าก็ดี เขาถามหาเรื่องว่า “เพราะรสชาติหรือคนป้อน?”

เป็นเรื่องทันที ตุลของขึ้น บอกว่าเป็นเจ้านายตนก็จริงแต่ไม่มีสิทธิ์มาตามดูตนตลอดเวลา

แมตต์ยังวนเวียนแขวะเรื่องนี้ ตุลเลยแกล้งยั่วว่าตนกำลังลังเลว่าจะเลือกใครดีระหว่างพี่นัทกับพิมมี่ จี้จุดเดือดของแมตต์เข้าอย่างจัง เขาจับแขนตุลบีบอย่างแรงดึงเธอไปทางส่วนแสดงโชว์ด้านนอก

โตมรหิ้วถังอาหารแมวน้ำมาเห็นพอดี ตกใจว่าจะฆ่ากันตายหรือเปล่า รีบไปลากมนตรีมา

แมตต์ลากตุลไปที่อัฒจันทร์โชว์แมวน้ำ บีบไหล่ตุลอย่างแรงคาดคั้นถามว่าเธอพูดถึงพิมมี่อย่างนั้นเพื่อยั่วโมโหตนใช่ไหม ตุลเลยบอกว่าถ้าไม่เชื่อ งั้นตนบอกว่าคบกับพิมมี่อยู่ก็ได้ ตนลากพี่นัทมาตบตาเขาเท่านั้น ซ้ำยั่วว่า ขนาดแฟนเขายังมาเป็นแฟนตนได้ ทำไมน้องสาวเขาจะเป็นแฟนตนไม่...

ตุลพูดไม่ทันจบก็ถูกแมตต์จูบปิดปากเสียก่อน ตุลหมดฤทธิ์ยืนแข็งทื่อสะท้านไปทั้งตัว แมตต์เองก็สับสนว้าวุ่นใจค่อยๆถอนหน้าออกมา ตุลได้สติผลักเขาอย่างแรง

มนตรีกับโตมรมาถึงเห็นพอดี ทั้งสองตวาดให้ตุลหยุดเดี๋ยวนี้! ก็พอดีนลินีโทร.มาหาตุลและฌอนก็โทร.มาหาแมตต์ราวกับนัดกันไว้ บรรยากาศคลี่คลายทันทีเมื่อนลินีบอกตุลและฌอนก็โทร.มาบอกแมตต์ว่าบลู ซี เวิลด์ผ่านการพิจารณารอบแรกแล้ว!!

ปัญหาและความบาดหมางทั้งหมดมลายไปทันที ทุกคนมุ่งมั่นที่จะเริ่มงาน ทำให้บลู ซี เวิลด์ เสนอโปรเจกต์พิเศษแข่งกับอีก 3 บริษัทให้ได้!!

ooooooo

ขณะพวกที่เมืองไทยกำลังตื่นเต้นดีใจกับข่าวใหญ่ข่าวดีของบลู แพลนเนตนั้น ที่เมลเบิร์นกำลังตึงเครียดเพราะหมอแจ้งว่ามะเร็งของแบรดลามจากขั้นที่ 2 สู่ขั้นที่ 3 แล้วเสนอให้เขาพักงานก่อน

แต่แบรดไม่ยอมพักงาน ฌอนหว่านล้อมว่าเวลานี้โปรเจกต์ที่มารีนเวิลด์ผ่านรอบแรกแล้วและแมตต์ก็ดูแลบลู แพลนเนตได้แล้ว ส่วนงานอื่นตนจะดูแลเอง เสนอว่าถึงเวลาแล้วที่แมตต์ควรจะรู้เรื่องนี้

“เรื่องที่พ่อป่วยน่ะเหรอ รู้แล้วจะได้อะไรขึ้นมา ฌอนคิดว่าแมตต์มันจะร้องไห้เสียใจอย่างนั้นเหรอ ถ้ามันเป็นอย่างนั้นพ่อจะสบายใจไหม แล้วถ้ามันตรงกันข้าม ถ้าแมตต์ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยล่ะ บางทีการอยู่แบบไม่รู้อะไรเลย มันก็ดีที่สุดแล้ว เอาเป็นว่าพ่อขอร้อง”

ฌอนนิ่งไปอย่างเห็นใจแบรด แต่ก็อึดอัดที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแมตต์

ooooooo

ก่อนหน้านี้ เมื่อฌอนไปถึงคฤหาสน์เจนนิงส์ที่เมลเบิร์นใหม่ๆ คิดถึงพิมมี่ ลังเลว่าจะโทร.ถึงเธอดีไหม เป็นเวลาเดียวกับที่พิมมี่ก็ลังเลว่าจะโทร.หาเขาดีไหม แล้วเธอก็ตื่นเต้นดีใจเมื่อได้รับโทรศัพท์จากฌอน

ต่างทักทายแล้วนิ่งเงียบไปเหมือนไม่รู้จะพูดอะไร ในที่สุดฌอนเป็นฝ่ายถามว่าสบายดีไหม เป็นห่วงนะ ดูแลตัวเองด้วยนะ แค่นั้นพิมมี่ก็น้ำตาซึมแล้ว เธอมองโทรศัพท์เจ็บปวดและอึดอัดใจ

แต่วันนี้เมื่อพิมมี่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรสและฮึดที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อผู้ชายที่ตนชอบ เธอจึงโทร.หา ฌอน เขาดีใจมากบอกว่ากำลังจะโทร.หาเธออยู่พอดี บอกว่าพ่ออยากให้คุณหน่อยเมลงานโปรเจกต์ บลู ซี เวิลด์ที่แมตต์พรีเซนต์ผ่านแล้วมาให้ ช่วยจัดการให้ได้ไหม ด่วนเลย แล้วจึงถามว่าพิมมี่มีอะไร

พิมมี่กลั้นใจถามว่าที่นั่นอากาศหนาวไหม ให้ระวังหวัด กินวิตามินซีวันละเม็ดด้วย

“ครับ...แล้วพิมมี่ล่ะเป็นยังไงบ้าง พี่อยากเห็นพิมมี่มีความสุข อยากให้พิมมี่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน น่ารักมากเลยรู้ไหม”

ขณะนั้นเอง เจนแม่ของฌอนเข้ามาบอกว่ามีโทรศัพท์จากนาตาลี เสียงลีโออยู่ข้างๆมั้ง อ้อแอ้เชียว ฌอนขอตัวกับพิมมี่ แต่เธอวางสายไปแล้ว!

พิมมี่ได้ยินที่เจนบอกฌอนทั้งหมด เธอตัดสายทันที แล้วนั่งมองโทรศัพท์ตื้อไปหมด...

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement