รักกันพัลวัน ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักกันพัลวัน ตอนที่ 7


22 พ.ย. 2560 07:36
1,393,958 ครั้ง

ละคร นิยาย รักกันพัลวัน

รักกันพัลวัน ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

รักกันพัลวัน

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

เชอริณ

บทโทรทัศน์โดย:

ปารดา

กำกับการแสดงโดย:

ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ฟีล กู๊ด เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณภัทร เสียงสมบูรณ์,ปรีชญา พงษ์ธนานิกร

โครงการ บลู ซี เวิลด์กลายเป็นจุดหลอมรวมใจแมตต์กับตุลเข้าด้วยกันอย่างเร็ว ทั้งเขาและเธอศึกษางานนี้ด้วยกันอย่างสนุก มุ่งมั่น ยืนดูภาพขนาดใหญ่ฉายเรื่องอุโมงค์ปลาจากอควาเรียมดังทั่วโลก

แมตต์เสนอให้เพิ่มความยาวของอุโมงค์อีก 15 เมตร ส่วนเรื่องสัตว์น้ำที่จะนำเข้า ตนดูลิสต์รายชื่อของเดิมทั้งหมดแล้ว เอาตามนั้น...

ทั้งสองทำงานกันอย่างลืมเวลาจนเที่ยงคืนครึ่ง ฐานัทโทร.มาหาแต่ตุลปิดเสียงโทรศัพท์ไม่ได้รับสายฐานัทโทร.แล้วโทร.อีก ตุลก็ไม่ได้รับสายเพราะสนุกอยู่กับงานจนลืมเวลา

อโนมากับดารินทร์โทร.หาตุลแต่เธอไม่รับสายเหมือนกัน สองสาวเป็นห่วงว่าตีสองแล้วทำไมไม่รับสาย คอนโดก็ไม่กลับ มองหน้ากันถามว่าหรือว่าอยู่คอนโดพี่นัท?

“มันคงไปสานต่อเรื่องที่แม่หมอทำนายไว้... อร๊ายยยย ฟิน” อโนมาเคลิ้มแทนเพื่อน ดารินทร์เสนอว่าพรุ่งนี้ค่อยไปแอบดูกัน

จนตีสามสิบห้าแล้ว แมตต์กับตุลนั่งตาปรือแต่มือยังถือปากกากับสมุดโน้ตอยู่ ทั้งสองนั่งสัปหงกอยู่ที่โซฟายาวตัวเดียวกัน...แต่พอสะดุ้งรู้สึกตัวก็ตื่นขึ้นมาคุยงานกันต่อ...

ตุลง่วงนอนจนหลับกลางอากาศ หัวพาดลงมาที่ตักแมตต์พอดี ชายหนุ่มจะปลุก แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้นอนหลับลึก เผลอยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู รู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างประหลาด...

ooooooo

รุ่งขึ้น...อโนมากับดารินทร์ไปที่คอนโดฐานัทแต่เช้า เจอเขาหิ้วโน้ตบุ๊กออกมาพอดี สองสาวกระโดดไปจ๊ะเอ๋ แซวว่าสดชื่นเชียว พักผ่อนไม่กี่วัน กระชุ่ม-กระชวยมาก ฐานัทถามว่าตุลล่ะ ดารินทร์ยิ้มค้างถามว่า

“อ้าว...ไงล่ะ มันไม่ได้อยู่กับพี่เหรอ?”

“เปล่า ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็โทร.คุยกันอย่างเดียว เมื่อคืนก็โทร.แต่ตุลไม่รับสาย”

“ไม่กลับคอนโดตัวเอง ไม่อยู่คอนโดพี่นัท...แล้วมันไปนอนไหน” ทั้งสามมองกันอย่างเป็นห่วง

ตุลหลับลึกจนแดดส่องเข้ามา ลืมตางัวเงีย เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังก้มมองใกล้มาก ตุลเคลิ้ม แต่พอมองชัดๆเห็นว่าเป็นแมตต์ก็เด้งผึงขึ้นร้องลั่น

“เฮ้ย!!!!”

ตุลลุกขึ้นนั่งตัวตรงอย่างเป็นการเป็นงาน เธอขอโทษไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่

แมตต์บอกสบายๆว่าหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ รู้ตอนนี้เหน็บก็กินขาหมดแล้ว ตุลบ่นว่าทำไมไม่ปลุก

“ก็...กำลังจะปลุกนี่ไง ตื่นแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตาซะแล้วเอาเอกสารพวกนี้ไปเข้าแฟ้มให้เรียบร้อย การประชุมครั้งแรกจะมีบริษัทเข้าร่วมประมูลกับมารีนเวิลด์ 7 บริษัท เขาจะเลือกเอา 3 บริษัทที่นำเสนอได้ดีไปคัดอีกที เธอมีหน้าที่ทำให้บลู แพลนเนต เป็นหนึ่งในนั้น”

ตุลรับคำ เก็บเอกสารเข้าแฟ้ม แมตต์แอบมองแล้วถอนใจเบาๆ ไม่เข้าใจความรู้สึกวูบวาบเมื่อครู่นี้เหมือนกันว่า...มันคืออะไรกันแน่...

ฐานัท อโนมากับดารินทร์ตามหาตุลทั่วสวนสัตว์แต่ไม่เจอ ดารินทร์ยิ่งเป็นห่วงว่าเพื่อนหายไปไหน มนตรีกับโตมรมโนว่าตุลอาจถูกฉุดไปทำมิดีมิร้ายแล้วถูกฆ่าตาย

ฐานัทมองไปข้างหน้าเห็นตุลเดินมา จึงร้องบอกเพื่อนๆ ดารินทร์ถลาเข้าไปถามว่าหายไปไหนมา

“ทำงานดึกไปหน่อย เลยค้างที่นี่เลย พี่นัท..มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“พี่เป็นห่วงตุลน่ะสิ เลยมาดูให้แน่ใจ ยังคิดอยู่เลยเนี่ยว่าถ้าไม่เจอตุลจะทำยังไง”

ตุลเผลอยิ้มปลื้มที่พี่นัทเป็นห่วงตนมาก แมตต์ที่ยืนอยู่ด้านหลังตุล มองตุลกับฐานัทคุยกันแล้วอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเลือดฉีดแรง หัวใจพลุ่งพล่านขนาดนี้?

พอตุลเล่าให้เพื่อนทั้งสามฟัง ดารินทร์โวยว่า วีพี 3 ใช้งานตุลจนน็อกไปเลยหรือ อโนมาบ่นว่าเขายิ่งเกลียดหน้าตุลสุดๆ ใช้งานดึกๆอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว

“ทำอย่างนี้พี่ว่ามันไม่ถูกนะ เขาให้โอทีเราบ้างรึเปล่า ยังไงตุลก็ผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย จะมาใช้งานดึกดื่นเที่ยงคืน แล้วจะกลับบ้านยังไง” ฐานัทไม่พอใจ

ตุลตื่นเต้นตาเป็นประกายวิ้ง...ดีใจที่พี่นัทมองตนเป็นผู้หญิงแล้ว ฐานัทดูออกปรามว่า

“นี่...ถึงเราจะชอบผู้หญิง แต่เราก็ไม่ใช่ผู้ชายนะ งานหนักทำไม่ไหวก็ต้องบอกเขาสิ ดูซิ อดหลับอดนอนตาเป็นหมีแพนด้าหมดแล้ว”

ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วแตะที่ใต้ตาตุลอย่างเป็นห่วง ตุลยืนตัวแข็งทื่อเขินหน้าแดง อโนมากับดารินทร์กิ๊วก๊าวดีใจแทนเพื่อน ฐานัทถามว่าเป็นไร ดารินทร์หัวเราะชอบใจบอกว่าดีใจที่เห็นทอมเขิน อโนมาก็บอกว่าพี่นัททำให้ตุลเขิน ทำให้ตุลยิ่งเขินที่เพื่อนชงออกนอกหน้า ด่าแก้เกี้ยว...ไล่ให้รีบกลับไปทำงานเสีย ตัวเองก็ทนเขินไม่ไหว บอกฐานัทว่า “ตุล...ตุลไปทำงานก่อนนะ”แล้วเดินไปเลย

ฐานัทมองตุลด้วยสายตาอ่อนโยน เอ็นดูผิดกับทุกครั้ง...

ooooooo

สายวันนี้...ตุลอาบน้ำเสร็จเดินออกมาที่ห้องทำงานคีปเปอร์แล้วชะงักกึก เมื่อเห็นมนตรีกับโตมรแต่งตัวเป็นบริกรโรงแรมห้าดาว มีอาหารเช้าเซตใหญ่พร้อมเสิร์ฟบนโต๊ะ

พอตุลเดินมาถึง โตมรโค้งเชิญใหญ่มาก มากจนตัวเกือบพับเป็นสองท่อน ตุลถามว่าอะไรเข้าสิงถึงได้บริการตนขนาดนี้ โตมรพล่ามไปตามประสา มนตรีบอกตุลให้รีบกินเลยเจ้านายอุตส่าห์สั่งให้ คงจะสงสารที่ใช้งานหนักเมื่อคืน ตุลเอะใจระแวงว่าแบบนี้คงจะไม่ให้โอที

“ไม่มีโอทีแต่มีเบี้ยประชุม” มนตรีเลื่อนซองขาวบนโต๊ะให้ “คุณแมตต์ถือว่าแกประชุมงานกับเขาเมื่อคืน เลยจ่ายให้เป็นพิเศษ”

ตุลอึ้ง ไม่คิดว่าคนอย่างแมตต์ วีพี 3 จะมีน้ำใจกับเขาเหมือนกัน

ooooooo

ที่ห้องทำงานแมตต์ แบรดในชุดเดินทางมาคุยกับแมตต์ด้วยสีหน้าตึงเครียด ย้ำกับเขาว่า หวังว่าการประชุมรอบแรกกับมารีนเวิลด์จะผ่านไปด้วยดี อย่าลืมว่านี่เป็นสิ่งที่เขาอยากทำไม่ใช่แค่ตนคนเดียว

ขณะนั้นเอง นลินีเข้ามารายงานว่าหัวหน้าทุกแผนกพร้อมที่ห้องประชุมแล้ว แมตต์มองหน้าพ่อถามว่าประชุมอะไรทำไมตนไม่รู้เรื่อง? แบรดบอกว่าเรื่องระบบความปลอดภัยและการทำงานของพนักงาน ในเมื่อแมตต์พูดกับเขาไม่รู้เรื่อง ตนก็ต้องพูดเอง แมตต์บอกว่าเรื่องนี้ตนจัดการได้

“ไม่ต้อง!! ตอนนี้แกจัดการบลู ซี เวิลด์ออกมาให้ดี ทำให้มารีนเวิลด์สนใจและเลือกเราให้ได้ถ้าไม่ได้ฉันจะโทษว่าเป็นความผิดของแก เข้าใจนะ”

พูดแล้วแบรดเดินออกไป แมตต์นั่งนิ่งอย่างรู้สึกกดดัน ทันใดนั้นนลินีก็เอาเอกสารมาให้เขาเซ็น เป็นสัญญาซื้อขายกับสวนสัตว์รัสเซีย แมตต์หยิบแฟ้มมาเปิดดูแล้วหน้าเครียดขึ้น...เครียดขึ้น...

ที่ห้องประชุม...หัวหน้าฝ่ายต่างๆเข้าประชุมกันพร้อมหน้า ฌอนสั่งให้เพิ่ม รปภ.ประจำแต่ละจุด ให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มทุกโซน ปรามหัวหน้าหน่วยซ่อมบำรุงว่า ถ้าจุดไหนมีปัญหากล้องเสียหรือไฟฟ้าขัดข้อง ตนจะให้ทุกคนรับผิดชอบร่วมกัน จะไม่มีการจ่ายเบี้ยเลี้ยง หรือโบนัสประจำปีใดๆทั้งสิ้น

ทุกคนในห้องเงียบกริบ ชาติไม่พอใจแต่พอเห็นตุลมองอยู่ก็รีบปรับสีหน้าเก็บอาการ

มนตรีรับคำแข็งขันว่าพวกเราจะช่วยกัน จะไม่ให้เกิดเรื่องเหมือนที่ผ่านมาเด็ดขาด

สิ้นเสียงมนตรี แมตต์ผลักประตูผลัวะเข้ามาถามว่าประชุมเสร็จหรือยัง ถ้าเสร็จแล้วเชิญทุกคนออกข้างนอก ตนมีเรื่องคุยกับท่านประธานเป็นการส่วนตัว ทำเอาทั้งห้องเงียบกริบแล้วทยอยกันออกไป...

ooooooo

เมื่อพนักงานออกไปหมดแล้ว แมตต์วางสัญญาซื้อขายสัตว์บนโต๊ะ พูดเสียงเข้มหน้าตึงว่าตนคิดว่าเรื่องนี้จบกันที่หัวหินแล้ว ถามว่าซื้อหมีขาวข้ามโซนมาอย่างนี้ไม่คิดบ้างหรือว่ามันทารุณสัตว์เกินไป

ฌอนถามว่าทำไมไม่มองอะไรเป็น Positive thinking บ้าง แมตต์โต้ทันทีว่า

“Positive thinking?...ยังไง พัฒนาการท่องเที่ยว? เอาสัตว์มาเลี้ยงในกรงแทนป่า หรือ Positive thinking ในแง่ผู้บริหาร ที่จะเรียกเก็บค่าตั๋วเพิ่มขึ้นจะได้เอาไปซื้อสัตว์แปลกๆมาโชว์ เสียไปเยอะก็ต้องเอาคืน ให้คุ้ม ใช่ไหม!!”

แบรดตบโต๊ะปัง ถามว่าตนสร้างสวนสัตว์นี้ขึ้นมาเพื่อใคร เขากับแม่รักสัตว์ไม่ใช่หรือ? ตนเป็นนักธุรกิจมันก็ต้องหาผลตอบแทน แต่มันทั้งหมดหรือเปล่า...ถ้าสัตว์ในโลกหน้าตาสายพันธุ์เหมือนกันหมด ตนคงไม่สร้างบลู แพลนเนตมาให้เขาด่า ยกตัวอย่างแมตต์เองว่า

“มันก็เหมือนกับที่แกชอบดำน้ำ แกคิดว่ามนุษย์ทุกคนในโลกนี้จะแบกถังออกซิเจนลงไปดูปลาในน้ำกันได้ทุกคนเหรอ!!!”

แมตต์เสียงอ่อนลงว่าสัตว์มันควรอยู่ในที่ของมัน อยู่กับธรรมชาติ

แบรดโต้ว่าตนไม่ได้จับมันมาฆ่า เราทำเพื่อศึกษา ค้นคว้าวิจัย ถามว่าถ้าสัตว์เกิดเจ็บป่วยเป็นโรคระบาดในป่าขึ้นมา เขามีปัญญาไปรักษามันหรือถ้าไม่ทำวิจัยก่อน

เมื่อแบรดพูดจนแมตต์เถียงไม่ออกแล้ว เขาเสียงอ่อนลงเหมือนสอนและสั่งว่า

“การอนุรักษ์มันมีหลายวิธี ไม่ใช่แค่ปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติอย่างเดียว ทำสวนสัตว์มันก็อนุรักษ์ได้เหมือนกัน หัดคิดให้มันกว้าง มองโลกตามความเป็นจริงเสียบ้าง เลิกโลกสวยแบบแม่แกสักที!!!”

แบรดเดินออกไปแล้ว ฌอนปรามแมตต์ก่อนตามไปว่า

“แกจะทำให้พ่อขึ้นเครื่องกลับบ้านอย่างแฮปปี้ได้บ้างไหม มีสักครั้งไหมแมตต์”

แมตต์นิ่ง นั่งลงผ่อนลมหายใจระบายความอึดอัด ...คิดๆแล้วที่พ่อพูดมาทั้งหมดก็มีเหตุผล

ooooooo

ที่ห้องคีปเปอร์ มนตรีกับโตมรสุมหัวกันนินทาแมตต์กับแบรดว่าคู่นี้เจอกันทีไรออฟฟิศแทบแตก

นินทาไปถึงสาเหตุที่แมตต์ผีเข้าผีออกอย่างนี้เพราะแม่ตาย พ่อส่งไปเรียนเมืองนอก กลับมาพ่อมี ครอบครัวใหม่ แถมลูกเลี้ยงอย่างคุณฌอนเก่งอีกต่างหาก

“ไม่รู้เรื่องจริงก็อย่าไปตัดสินเขาได้ไหม แกไม่ได้เจออะไรแบบเขา แกไม่รู้หรอกว่าเขารู้สึกยังไง” ตุลนั่งฟังอยู่นานถามขึ้นอย่างเห็นใจแมตต์ โตมรถามทันทีว่าแล้วตุลรู้หรือ เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย

“เอาเวลาที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องคนอื่นมาทำงานที่ผมสั่งให้เสร็จดีกว่าไหม” แมตต์โพล่งขึ้น

โตมรหน้าแทบไม่เป็นคน กลัวแมตต์จะได้ยินที่ตนเม้าท์กันมาตั้งแต่ต้น!

เมื่อมารวมกันที่ห้องทำงานแมตต์เพื่อหาตัวคนร้ายที่ขโมยเต่า โตมรหวังเอาหน้ารายงานว่าคนร้ายมันไม่รู้ว่าตั้งแต่แมตต์สั่งให้ติดกล้องวงจรปิดเพิ่มคราวที่หมีควายหาย คราวนี้รับรองว่าเด็ดมาก แล้วคลิกภาพในโน้ตบุ๊กให้ทุกคนดู

แต่แล้วก็หน้าแตกยับเมื่อภาพออกมาตอนแรกคนร้ายใส่หมวกไอ้โม่ง อีกภาพคนร้ายไม่ใส่หมวกแต่ดั๊น ...หันหลังให้กล้องเสียอีก!

แต่ในที่สุดก็รู้ว่าคนร้ายที่ปล่อยหมีควายกับขโมยเต่าอาจเป็นคนเดียวกัน เมื่อแมตต์ถามความสูงของคอกร้างและป้ายข้อมูลสัตว์ที่คนร้ายเดินผ่าน เทียบความสูงความหนาของคนร้ายและที่ทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อเห็นรองเท้าคนร้ายมีรอยขาดเหมือนกันเป๊ะ!

“คนเดียวกันแน่นอน” แมตต์มั่นใจ ทั้งสามถามกันด้วยสายตาว่า แล้วมันทำทำไม เพื่ออะไร?

ooooooo

บ่ายวันนี้ ขณะที่ตุลกำลังให้อาหารแรดที่ส่วนแสดงก็ได้รับโทรศัพท์จากพิมมี่ถามว่าว่างไหม ตนมีเรื่องจะปรึกษา ตุลถามว่าเรื่องเดิมหรือเปล่า พิมมี่บอกว่าใช่แต่หนักกว่าเดิม ให้ตุลมาหาหน่อยได้ไหม

ตุลบอกว่างานล้นมือเลย จะไปได้ก็สัก 6 โมงหรือทุ่มนึง พิมมี่โวยว่าตนรอไม่ไหว เดี๋ยวจะไปหา ตุลรีบห้ามว่าไม่ได้ เดี๋ยววีพี 3 เห็นตนคอขาดแน่ พิมมี่ทนไม่ได้บอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะมาหา แล้วปิดโทรศัพท์เลย ตุลว้าวุ่นใจกลัวมีเรื่อง บ่นอุบอิบ...

“โอ๊ยยย เรื่องผู้ชายนี่มันวุ่นวายจริงเว้ย!!!”

ตุลตัดสินใจจะแว่บไปหาพิมมี่ ไปยืมกุญแจรถมอเตอร์ไซค์โตมรบอกว่าเดี๋ยวเอามาคืน แล้ววิ่งอ้าวไปเลย พอไปถึงลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ของพนักงานก็ตรงดิ่งไปที่รถของโตมรขี่ออกไปทันที

แมตต์กับมนตรีกำลังมองหาจุดที่จะติดกล้องวงจรปิดในโซนลานจอดรถพนักงานกับทางเข้า มนตรีเห็นตุลขี่รถออกไปพอดี! แมตต์จิกมองสงสัยว่ายังไม่เลิกงานจะรีบร้อนไปไหน?!

ooooooo

วันนี้ฐานัทไปดูร้านเพชรของอุไรวรรณแม่ของโรส เป็นโปรเจกต์ของบริษัทที่โจ้รับผิดชอบ ไปเจอโรสนั่งเซลฟี่โชว์แหวนเพชรที่นิ้วรอแม่อยู่แต่อุไรวรรณมาไม่ได้

ทั้งสองหัวเสียที่ต้องมาเจอกันทั้งที่ไม่ใช่งานที่ตนต้องดูแล กระแนะกระแหนประสาคนไม่กินเส้นกันจนโรสอารมณ์เสียลุกสะบัดไป

ที่ห้องทำงานของฌอน แมตต์เอาเอกสารไปให้เซ็นเห็นเขาฟุบกับโต๊ะ แมตต์บอกว่าไม่สบายก็กลับไปพักเสีย ประชดว่าขาดงานวันเดียวตำแหน่งลูกดีเด่นไม่หายไปไหนหรอก

ฌอนเซ็นเอกสารแล้วนลินีตามมารับไป แมตต์บอกนลินีว่าช่วยหายาให้ฌอนด้วยถ้าไม่ไหวก็ให้พาไปส่งบ้าน นลินีรับคำด้วยความรู้สึกดี จริงๆแล้วแมตต์ก็แอบห่วงพี่ชายอยู่เหมือนกัน

ฝ่ายตุลญาณายืมมอเตอร์ไซค์โตมรแอบไปพบกับพิมมี่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง พอฟังพิมมี่เล่าเรื่องฌอนแล้วบอกว่าฌอนไม่ได้เป็นเกย์ กับสตีฟก็ไม่มีอะไรกัน ทุกอย่างแฮปปี้โอเคเลย

“แต่พี่ฌอนยังรักลูกเมียเขามาก”

“ลูกยังไงก็ต้องรัก แต่เมียเขาก็มีครอบครัวใหม่ไปแล้ว คุณฌอนจะทำอะไรได้ มันอยู่ที่พิมมี่ต่างหากว่าจะทำให้คุณฌอนลืมความรักครั้งเก่าแล้วเริ่มต้นใหม่ได้เมื่อไหร่”

พิมมี่ถามว่าตนจะเริ่มต้นยังไงดี ตุลให้ปรึกษาโรสดู พิมมี่บอกว่าตนสนิทกับโรสก็จริงแต่ไม่ได้คุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนตุล ตอนนี้แค่สบตาฌอนตนก็ยังไม่กล้าเลย เว้าวอนให้ตุลช่วยตน

ตุลบอกว่าพิมมี่ทำอาหารเก่ง ก็ให้ทำอาหารเป็นเสน่ห์ปลายจวักผูกใจฌอน พิมมี่โผกอดตุลขณะออกมาส่งกันที่หน้าร้านกาแฟ บอกตุลว่า

“ขอบคุณมาก ขอบคุณที่สุด เดี๋ยวพิมมี่จะกลับไปจัดชุดใหม่เย็นนี้เลย”

โรสเดินหงุดหงิดผ่านมาเห็นพิมมี่กอดกับตุลแนบแน่นเต็มตา ก็นึกถึงคำสั่งห้ามของแมตต์ที่ว่าไม่ให้ตนกับพิมมี่คบหรือเข้าใกล้ตุล โรสยิ้มเจ้าเล่ห์เข้าไปหาแมตต์ที่ห้องทำงาน บอกว่าตนไม่ได้มาฟ้องแต่เห็นเต็มตาว่าสองคนนั้นกอดกันและหอมกันกลางห้าง

เมื่อเป่าหูจนแมตต์โกรธแล้ว โรสทิ้งไพ่ตายว่า

“กับพิมมี่ แมตต์คงต้องห้ามเอง แต่กับโรส...ไม่รู้ล่ะ ถ้าแมตต์ยังไม่ยอมมาหมั้นโรส โรสคงใจอ่อนกับทอมเข้าสักวัน ตุลก็ล้อ...หล่อโอ๊ปป้าขนาดนั้น”

ปั่นหัวเป่าหูจนแมตต์โมโหแล้ว โรสเดินลั้ลลามาที่รถที่จอดอยู่หน้าออฟฟิศ เห็นตุลขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านไปที่ลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ของพนักงาน เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ กระแทกรองเท้าส้นสูงจนส้นหัก แล้วโทร.หาแมตต์บอกว่ารองเท้าตนส้นหักขอให้มาดูหน่อย

แมตต์มองจากกระจกหลังโต๊ะทำงานลงไปเห็นโรสนั่งกุมเท้าอยู่เหมือนจะร้องไห้ เขารีบลงไปทันที

โรสทำเป็นร้องเจ็บปวดมาก ตุลหันมาเห็นรีบวิ่งเข้าไปดูถามว่าเป็นอะไร โรสมารยาร้อยเล่มเกวียน

ตุลบอกว่าสงสัยขาจะแพลง ตุลจะพยุงเข้าข้างในก่อน แต่โรสสำออยว่าเดินไม่ไหว ตุลเลยกอดไว้

แมตต์มาเห็นพอดี! เขาโกรธจนลมออกหู ตรงเข้าไปด้านหลังโรสดึงออกมากอดไว้หลวมๆ จ้องหน้าตุล อย่างคาดโทษ ตุลถอยไปยืนหน้าจ๋อย แมตต์ประคองโรสเข้าไปในออฟฟิศ โรสยังออเซาะ แอบยิ้มสมใจที่ทำให้ผู้ชายที่ตนรักกับทอมแย่งกันอุ้มตน

เมื่อเข้าไปในออฟฟิศแล้ว โรสยังมารยาว่าสงสัยขาจะหัก แมตต์ถามว่าจะไปให้หมอเอกซเรย์ดูไหม โรสดีใจที่เป็นไปตามแผน แต่แล้วก็ผิดหวังหัวเสียเมื่อแมตต์ให้มนตรีที่เข้ามาส่งงานพอดีพาเธอไปโรงพยาบาล บอกว่าอีกสิบนาทีตนประชุมเสร็จจะตามไป พอดีมีโทรศัพท์เข้าเขาจึงเดินออกไปคุย

มนตรีเต็มใจรับใช้แมตต์สุดใจขาดดิ้น กางแขนถามโรสว่าเดินไหวไหม สะดวกท่าไหน ตนพร้อมแล้ว

“ไอ้บ้า...ใครจะให้แกอุ้ม!!” โรสด่าแล้วเดินกะเผลกหิ้วรองเท้าส้นหักออกไปอย่างหัวเสีย

มนตรีขับรถไปยังไม่ถึงโรงพยาบาลโรสก็สั่งให้จอด พลางปลดเข็มขัดนิรภัยบอกว่าตนหายแล้ว ไม่ไปโรงพยาบาลแล้ว ไล่มนตรีให้ลงจากรถไปหารถกลับสวนสัตว์เอง มนตรีจ๋อยสนิท...

ooooooo

ตุลถูกแมตต์เรียกไปดุว่าห้ามกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้เข้าใกล้พิมมี่กับโรส ถามว่ามีธุระอะไรสำคัญนักหนาถึงได้ออกไปข้างนอกในเวลาทำงาน แล้วเมื่อกี๊คืออะไร เธอจงใจลวนลามโรสใช่ไหม!!

ตุลบอกว่าโรสร้องขอความช่วยเหลือจะให้ตนดูดายได้ยังไง แมตต์ไม่เชื่อถามว่าเธอจะโกหกไปถึงไหน ตนเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าเธอยุ่งกับผู้หญิงสองคนนี้ “ฉันจะเอาเรื่องเธอให้ถึงที่สุด”

ตุลตกใจนึกว่าเขาจะไล่ออก แมตต์จ้องหน้าเจ้าเล่ห์บอกว่าตนจะใช้วิธีอื่น พูดพลางเดินเข้าหา

“ในเมื่อเธอเลิกชอบผู้หญิงไม่ได้ ฉันจะทำให้เธอหันมารักผู้ชายเอง”

แมตต์เดินเข้าหาตุล โน้มตัวเข้าใกล้จนลมหายใจรดกัน ตุลใจเต้นโครมคราม ตาเหลือกนึกในใจว่าตนรักผู้ชายอยู่แล้ว แต่เสียงสั่นร้องห้ามเขาเข้าใกล้

ขณะกำลังตื่นเต้นตึงเครียดนั่นเอง นลินีก็เปิดประตูเอาแฟกซ์มาให้แมตต์ ตุลถือโอกาสนั้นวิ่งหนีออกไป แมตต์เหล่มองแอบยิ้มขำที่ทำให้ทอมจอมกวนคนนี้ตกอกตกใจได้

ตุลวิ่งออกมาเจอโตมรที่คอยอยู่อย่างเป็นห่วงถามว่าโดนชกมาใช่ไหมจะพาไปทายาให้ ตุลบอกว่าตนไม่ได้โดนชก โตมรถามว่าแล้วโดนอะไรมา ตุลปฏิเสธรัวลั่นว่า “ไม่ๆๆๆๆ” แล้ววิ่งเตลิดไปเลย

“คุณแมตต์ทำอะไรวะ ตุลถึงได้หน้า หัว หูแดงขนาดนี้” โตมรเกาหัวแกรกทั้งเป็นห่วงทั้งงง

ooooooo

เย็นนี้เองฐานัทได้รับ ว.จากม่อนเจ้าหน้าที่มูลนิธิน้ำใจอาทรด้วยกันว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนกันสามคันซ้อนที่ถนนห้วยแก้ว ฐานัทบอกว่าตนจะไปเดี๋ยวนี้ แล้วโทร.ชวนตุลไปด้วย

ตุลดี๊ด๊า เอาแฟ้มโปรเจกต์ บลู ซี เวิลด์ ไปฝากโตมรเอาไปให้แมตต์ด้วย

ไปถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะชนท้ายรถสองแถวแดงที่จอดขวางถนน รถติดเป็นพืด คนเจ็บร้องระงม ฐานัท กับตุลจอดรถแล้ววิ่งลงไปทันที

ปรากฏว่ารถแดงพุ่งชนรถเก๋งที่อยู่ข้างหน้าที่จอดนิ่งอยู่อีกคัน มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือแว่วออกมา

ฐานัทรีบวิ่งไปดู กลายเป็นโรสที่ล้มหน้าคว่ำที่เบาะ ร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ฐานัทโผล่ไปดูนึกว่าคนเจ็บท้องคลอด โรสบอกว่าแขนตนต้องหักแน่เลย

“มีแรงคลานแล้วยังแหกปากร้องได้ขนาดนี้ ไม่เป็นไรมากหรอก รอหน่อยแล้วกัน ผมไปช่วยเคสหนักๆก่อน”

โรสคลานมาโผล่หน้าต่างตะโกนให้เขากลับมาช่วยตนก่อน เกิดตนทนพิษบาดแผลไม่ไหวตายไปใครจะรับผิดชอบ แต่ชายหนุ่มเดินไปเลย โรสตะโกนด่าหัวเสีย “ไอ้บ้านี่!!!”

ส่วนที่สวนสัตว์ แมตต์สั่งให้หาหลักฐานจับคนร้ายขโมยเต่าให้ได้ เย็นวันนี้มนตรีกับโตมรจึงให้พนักงานทั้งหมดเข้าแถวฉีดยาฆ่าเชื้อที่รองเท้า ที่แท้ต้องการหาหลักฐานรองเท้าขาดที่เห็นในกล้องวงจรปิด

พอชาติเดินมาถึง มนตรีผิดหวังที่ชาติใส่รองเท้าแตะมา ถามว่าทำไม ชาติบอกว่าเท้าเจ็บ

มนตรีเซ็ง ฉีดยาฆ่าเชื้อให้ปื๊ดหนึ่งแล้วไล่ให้ไปเลย มนตรีกับโตมรมองหน้ากันที่งานนี้คว้าน้ำเหลว มนตรีมารายงานแมตต์ว่าวันนี้ผู้ต้องสงสัยไม่ได้ใส่รองเท้าคู่นั้นมา

ทันใดนั้นแมตต์ได้รับโทรศัพท์จากโรสว่าแขนหัก เขาถามว่าตกลงหักทั้งแขนทั้งขาเลยหรือ มนตรีได้ยินบอกว่าแขนตนไม่แน่ใจ แต่ขาไม่เจ็บ แมตต์ถามว่าหมายความว่าไง?

“ก็ที่คุณแมตต์ให้ผมพาคุณโรสไปโรงพยาบาลเธอไล่ผมลงกลางทางบอกว่าหายเจ็บแล้ว”

แมตต์ฟังแล้วนิ่ง ตกลงเป็นอะไรกันแน่?

เมื่อพาโรสไปโรงพยาบาลแล้ว โรสยังโอดครวญเรียกร้องความสนใจ ฐานัทรู้ทันบอกตุลให้ไปช่วยคนที่บาดเจ็บมากกว่า โรสโวยวายให้ตุลอยู่เป็นเพื่อนตนก่อน ยอมรับว่า “ฉัน...ฉันกลัวผี”

ตุลจึงอยู่เป็นเพื่อน แต่โรสต้องบอกแฟนเธอว่าตนไม่ได้มาจีบ ตนไม่อยากมีปัญหา โรสโอเค ตุลจึงอยู่เป็นเพื่อน

ooooooo

ปากโรสบอกว่าโอเค แต่ใจคิดแผนร้าย ถามตุลว่าแมตต์จะถึงหรือยัง พอรู้ว่ากำลังมา ก็วางแผนว่าตนหิวน้ำให้ตุลเอาน้ำมาป้อนให้ ฉวยโอกาสนั้นทำน้ำหกใส่ตัวแล้วให้ตุลเช็ดให้

ตุลหลงกลเช็ดน้ำให้ตามตัว โรสชี้ให้เช็ดลึกเข้าไปในหน้าอกด้วย ขณะตุลกำลังล้วงเข้าไปเช็ดนั้น แมตต์มาเห็นพอดี แมตต์เลือดขึ้นหน้าปิดประตูปังจนโรสกับตุลสะดุ้งหันมอง

โรสสมใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แต่ตุลหน้าเสีย หลักฐานเห็นคาตาอย่างนี้...จะแก้ตัวยังไง!!

แมตต์ถามว่าเกิดอะไรขึ้น โรสทำทีอธิบายเหมือนช่วยแก้ต่างให้ตุลจนแมตต์ใจเย็นขึ้น ถามว่า

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้น มนตรีบอกว่าตอนเขาโบกรถกลับคุณก็ปกติดีทุกอย่าง”

“ค่ะ ตอนนั้นโรสดีขึ้นแล้ว เลยลงไปเอารองเท้ามาเปลี่ยน กะจะขับรถกลับ กำลังสวมรองเท้าอยู่ดีๆ รถสองคันนั้นขับแซงกันมา เบียดกันจนเสียหลักมาชนรถโรส ซวยจริงๆเลย จู่ๆต้องมาเจ็บตัวแบบนี้”

ระหว่างโรสดราม่านั้น ตุลรีบเผ่นแน่บ ส่วนแมตต์ ฟังโรสโอดครวญจบก็มีโทรศัพท์จากมนตรี แมตต์รับสายแล้วบอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ทำเอาโรสเซ็งที่อุตส่าห์ดราม่าแทบแย่ แต่ก็รั้งแมตต์ไว้ไม่ได้

ฐานัทกับตุลยังอยู่ที่โรงพยาบาล ตุลเร่งให้รีบกลับดีกว่า อยู่ที่นี่นานๆไม่ปลอดภัย

“ทำไม กลัวเจ้านายตามจิกไปใช้งานเหรอ...ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ทั้งคน ถ้าเขาตามจิก พี่จะบอกว่าอย่ามายุ่งกับแฟนผม” เก๊กเสียงเข้มแล้วหัวเราะถามว่าโอเคไหม แล้วกอดคอตุลเดินออกไป

ตุลเดินตามชายหนุ่มไปหัวใจฟูฟ่องตัวลอยใจหวิว...

แมตต์กำลังจะโทร.หาตุล แต่แล้วก็เปลี่ยนใจกดทิ้ง ถามตัวเองว่า นอกเวลางานเขาจะไปไหนก็ไม่แปลก แล้วทำไม...ทำไมตัวเองต้องไม่พอใจ?

ฐานัทพาตุลไปกินข้าวต้ม ขอบใจที่งานเยอะอยู่แล้วยังอุตส่าห์มาช่วยตนอีก ตุลว่าเขาทำงานนี้มานานและช่วยคนไว้เยอะ คนที่ควรได้รับคำขอบคุณคือเขาต่างหาก

“พอๆๆ ไม่ต้องขอบคุณกันไปมา เอาเป็นว่าเราเป็นคนดีทั้งคู่ ฮ่าๆๆๆ”

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะสดใสของตุลทำเอาฐานัทเผลอชมว่า

“เฮ้ย...ยิ้มแล้วน่ารักมากนะเนี่ย ยิ้มหวานเชียว ถ้าผมยาวอีกนิด มีหวังผู้หญิงมีเคือง” ตุลติงว่าตนทำแบบนั้นไม่ได้เพราะทำงานไม่สะดวก “เฮ้ย...ไม่ต้องไว้ แค่คาดผม ติดกิ๊บ ทาปากสีชมพูนิดๆ ก็คาวาอี้แล้ว” ตุลกลัวน่าเกลียด “น่าเกลียดอะไร น่ารักจะตาย”

ตุลเขินหน้าแดง ฐานัทเหล่ขำๆที่เห็นทอมเขิน

ooooooo

ค่ำนี้...พิมมี่กลับถึงบ้านก็ลงมือทำอาหารและเครื่องดื่มชุดใหญ่สุดฝีมือ อาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ลงมา อาหารชุดใหญ่บนโต๊ะยังไม่มีใครแตะต้อง เธอถามป้ากลางอย่างไม่สบายใจว่า

“พี่ฌอนไม่ลงมากินสเต๊กเหรอคะป้ากลาง หรือว่าชิมแล้วไม่ถูกปาก”

ป้ากลางบอกว่าลงมาแล้วแต่ยังไม่ได้ชิม เพราะตัวร้อนพะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียนตลอดเวลา ตนเลยพาขึ้นไปนอนและกำลังจะเอายาไปให้ พิมมี่จะไปทำโจ๊กให้ ป้ากลางบอกให้เอายาไปให้พี่เขาก่อน พิมมี่รับยาวิ่งไปอย่างกระตือรือร้นจนป้ากลางบอกตามหลังว่า

“ไม่ต้องวิ่งพิมมี่!! เดี๋ยวตกบันไดเจ็บไปอีกคนหรอกลูก...” ป้ากลางยิ้มพึมพำ “พอเปิดโอกาสให้หน่อย ก็ใส่เกียร์เดินหน้าเลยหลานฉัน...”

พิมมี่เปิดประตูห้องนอนฌอนเข้าไป เขาคิดว่าเป็นป้ากลาง พูดโดยไม่ลืมตามองว่า

“น้ากลางวางยาไว้นะครับ ฝากขอบคุณพิมมี่ด้วยอาหารที่จัดไว้ไม่ต้องเก็บนะครับ เดี๋ยวกินยาพอค่อยยังชั่วแล้วผมจะลงไปกินเอง”

พิมมี่เอาถาดยาวางไว้ที่หัวเตียง บอกให้ลุกขึ้นมากินยาก่อน นั่งข้างเตียงบอกอย่างเป็นห่วงว่าหน้าแดงมาก เอามืออังหน้าผากบ่นว่าตัวร้อนจี๋เลย ให้ลุกขึ้นมากินเสีย

“นอนพักก่อนนะคะ เดี๋ยวพิมมี่ไปเคี่ยวโจ๊กให้” ฌอนมองพยักหน้ายิ้ม “หลับตาค่ะ ไม่คิดเรื่องงาน ห้ามคิดอะไรทั้งนั้น” แล้วคลี่ผ้าห่มให้อย่างอ่อนโยน หยิบถาดยาเดินออกไป

พอเสียงปิดประตู ฌอนลืมตาขึ้นมองยิ้มบางๆ ความประทับใจก่อตัวขึ้นในหัวใจที่เงียบเหงา...

ทำโจ๊กเสร็จ พิมมี่ยกขึ้นไป เห็นฌอนนอนหลับอยู่ เธอแตะไหล่เขาปลุกเบาๆให้ตื่นขึ้นมากินโจ๊กก่อน เขางัวเงียขึ้นมาบอกว่ายังไม่หิว

“ไม่หิวก็ต้องกินนะคะ พี่ฌอนกินยาก่อนอาหารไปแล้ว เดี๋ยวยากัดกระเพาะ”

ฌอนบอกว่าตนไม่เป็นไร พิมมี่บอกโจ๊กกำลังอุ่นๆ พลางยกชามจะตักป้อน พลันอารมณ์อ่อนหวานก็กระเจิง เมื่อฌอนเสียงหงุดหงิดใส่ว่า

“บอกแล้วไงว่าไม่หิว อย่าเซ้าซี้ได้ไหม!”

พิมมี่ตกใจขอโทษเสียงสั่นบอกว่าไม่กวนเขาแล้ว วางชามโจ๊กจะเดินออกไป เสียงสั่นเครือของพิมมี่ทำให้ฌอนรู้สึกตัวลืมตามอง พิมมี่หันกลับมาบอกน้ำตาคลอก่อนออกไปว่า

“ถ้ากินเสร็จแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงอย่าลืมกินยาหลังอาหารนะคะ”

ฌอนลุกขึ้นนั่งอย่างรู้สึกผิด หันไปเห็นชามโจ๊กและถาดยาก็หยิบช้อนตักโจ๊กกิน โจ๊กอร่อยจนอึ้ง ตักกินช้อนแล้วช้อนเล่า เกิดคำถามในหัวใจตัวเองว่า...นานแค่ไหน แล้วที่ไม่มีใครเอาใจใส่แบบนี้เลย...

ooooooo

ค่ำแล้วฐานัทขับรถมาส่งตุลที่คอนโด เปิดกระโปรงท้ายรถหยิบแฟ้มให้ถามว่าทำงานสวนสัตว์ต้องมีเอกสารเยอะขนาดนี้เลยหรือ

“โปรเจกต์ใหม่น่ะพี่นัท บริษัทมีแผนจะเปิดอะควาเรียม ต้องรวบรวมแบบโครงสร้างภายนอกภายในที่เราต้องการให้สถาปนิก วิศวกร ออกแบบแล้วเอาไปเสนอบริษัทแม่ประมูลแข่งกับเจ้าอื่น ตุลต้องทำเสนอไปก่อน คุณแมตต์จะเป็นคนพิจารณาเลือกทีหลัง”

ฐานัทถามว่าจะให้ตนช่วยอะไรไหม ตนออกแบบโครงสร้างได้นะ ตุลจึงนึกได้ว่าเขาเป็นสถาปนิก ตุลดีใจมากถามเขาว่าช่วยจริงหรือ ขณะนั้นเองสายจากมนตรีเข้ามาขัดจังหวะ พอตุลรับสาย มนตรีถามว่ามัวทำอะไรอยู่ ตนโทร.มาเป็นสิบๆเที่ยวแล้วไม่รับสาย ตุลขอโทษเพราะลืมโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าหลังรถ ถามมนตรีว่ามีอะไรไหม

“ไอ้ทองม้วนน่ะสิ มันโดนรถชน หมอก็ไม่อยู่สักคน แกรีบมาเลย”

พูดเสร็จมนตรีวางสายเลย ตุลมองฐานัทอย่างเสียดายที่จะต้องรีบไปดูเจ้าทองม้วนแล้วที่โรงพยาบาลสัตว์ แมตต์เข้าไปดูอาการของกวางที่อยู่บนโต๊ะ มนตรีรายงานว่าหมอวัฒน์กำลังมาไม่เกินสองชั่วโมงคงถึง แมตต์ดูอาการทองม้วนแล้วบอกว่าไม่ทัน พลางเช็กอาการของทองม้วนอย่างชำนาญราวกับสัตวแพทย์มืออาชีพจนมนตรีมองทึ่ง

ที่ทางเดินในโรงพยาบาล...ตุลวิ่งหน้าตั้งเข้ามา เลี้ยวไปที่ห้องตรวจอย่างร้อนใจแมตต์ตรวจทองม้วนแล้วบอกว่าไม่น่ามีอาการตกเลือดข้างใน แต่ขาขวาหน้าหักคงต้องเตรียมวางยาสลบผ่าตัดเดี๋ยวนี้ ตนจะผ่าเอง

แมตต์ลงมือผ่าตัดตั้งแต่ 21.05 น. จนถึง 22.50 น. จึงเสร็จ เขาผ่าตัดอย่างชำนาญแม่นยำ ตุลมาช่วยงาน แต่แมตต์ไม่สนใจเธอเลย ผ่าตัดเสร็จแมตต์เดินหน้าตึงไป ตุลไปดักหน้า เขาถามว่ามีอะไร

“ฉัน...ฉันอยากจะขอโทษที่ฉันมาไม่ทัน เป็น ความผิดฉันเอง โดยหน้าที่แล้วฉันควรมาถึงก่อนทุกคนด้วยซ้ำ...ฉันขอโทษ” แมตต์ถามว่าแล้วเธอหายไปไหนมา “ฉัน...ฉันกลับบ้าน กะจะกลับไปทำพอร์ต บลู ซีเวิลด์ให้ทันวันประมูล”

แมตต์ประชดว่าหลังเลิกงานเป็นเวลาส่วนตัว เธอจะทำงานหรือไปไหนกับใครก็เป็นสิทธิ์ของเธอ

ตุลชะงักถามว่าเขาเห็นหรือ ยอมรับว่าตนแวะไปกินข้าวกับพี่นัทหลังจากนั้นก็กลับไปที่คอนโด แต่พี่ตรีโทร.ตามมานี่ก่อน แมตต์ถามเสียงขุ่นว่าอธิบายทำไม แล้วเดินไปเลย ตุลตะโกนตามหลังว่า

“ขอบคุณนะที่ช่วยชีวิตทองม้วนไว้” แมตต์ชะงักหันกลับมาบอกว่าตนทำตามหน้าที่กรรมการผู้จัดการ ตุลถามทึ่งว่า “คุณเป็นสัตวแพทย์ใช่ไหม?”

“เรื่องส่วนตัวของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องบอกเธอ” พูดเสียงมะนาวไม่มีน้ำแล้วหันเดินไปเลย

ooooooo

เช้านี้ตุลในชุดคีปเปอร์ยืนหน้ากระจกมองตัวเองนึกถึงที่ฐานัทชมเมื่อคืนนี้ว่ายิ้มหวาน ถ้าคาดผมติดกิ๊บ ทาปากสีชมพูนิดๆก็คาวาอี้แล้ว คาวาอี้เหรอ?...ตุลยิ้มกับตัวเองในกระจก ปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมา

ดังนั้น พอไปถึงหน้าสวนสัตว์ที่นัดฐานัทเอาเอกสารมาให้ ฐานัทเห็นตุลในลุคใหม่ก็อึ้ง กะพริบตามองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ตุลเสียความมั่นใจถามว่า “มัน...ไม่โอเหรอพี่นัท” เขาบอกว่าโอมากเลย แค่แปลกใจไม่คิดว่าตุลจะเชื่อตามที่ตนแนะนำ

ขณะฐานัทส่งเอกสารให้ตุลนั้น มะปรางขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดี มะปรางมองสุดตาพอเห็นชัดๆ ก็วกรถกลับมา มองตุลทึ่งบอกว่าตนยังไม่กล้าแต่งขนาดนี้เลย ถามว่านี่มันพี่ตุลของมะปรางหรือเปล่า

ตุลฉุกคิดอะไรบางอย่าง นอกจากยืนยันว่านี่แหละตัวจริงของตน ซ้ำบอกว่าฐานัทคือแฟนตนด้วย มะปรางรับไม่ได้เต้นเร่าๆ ปฏิเสธลั่น...ไม่จริ๊ง...ไม่จริง วิ่งขึ้นมอเตอร์ไซค์บิดไปเลย

หลังจากรับสมอ้างช่วยตุลหลอกมะปรางแล้ว ฐานัทกับตุลต่างเขินกัน ชายหนุ่มรีบขอตัวไปทำงานแต่จิตใจว้าวุ่นจนเดินผิดทาง ตุลกอดแฟ้มไว้แนบอก...แม้จะเป็นเพียงหลอกมะปรางแต่ตุลก็ฟินเคลิ้ม...

แต่พอตุลเดินไปเจอมนตรีกับโตมร ทั้งสองมองอึ้งงัน นึกว่านางเอกละครลิงหลุดมา

ตุลเอาเอกสารไปให้แมตต์ที่ห้องทำงาน เขาก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่ ถามโดยไม่มองว่าเอกสารโครงสร้างอาคารกับโครงสร้างภายในเรียบร้อยหรือยัง ตุลบอกว่าคร่าวๆ เขาถามเรื่องวัสดุก่อสร้างกับวัสดุตบแต่งภายใน

“ฉันสรุปไว้ในแฟ้มนี้ทั้งหมดแล้วค่ะ” ว่าพลาง ยื่นแฟ้มเอกสารให้ แต่แฟ้มเกี่ยวโต๊ะตก ตุลขอโทษรีบก้มเก็บ แมตต์ก็ก้มเก็บเหมือนกัน มือกับมือแตะกันโดยไม่ตั้งใจ แต่พอแมตต์เห็นหน้าตุลก็ถึงกับอึ้ง ถามรัว

“เป็นอะไร แต่งหน้าทำไม อยากเป็นผู้หญิงเหรอ??” ตุลตื้อตอบไม่ออก “ตกลงจะเป็นอะไรแน่ ทอม ผู้หญิง หรือกะเทย เลือกสักเพศไหม??” ตุลยิ่งประหม่า “อ้อ...หรือว่าติดใจวันนั้น”

แล้วแมตต์ก็ทำกรุ้มกริ่มยื่นหน้าเข้าไป ตุลหัวใจแทบหยุดเต้นร้อง ยะ...อย่า พลางถอยไปแทบจะล้มหงาย

แมตต์สนุกมาก เขารุกเข้าไปจนติดตัวตุลยื่นหน้าเข้าไปพูด

“ฉันบอกเธอแล้ว ถ้าเลิกชอบผู้หญิงเองไม่ได้ฉันจะทำให้เธอเป็นผู้หญิงแล้วมาชอบผู้ชายซะเอง”

“ม่าย!!!! ฉันชอบผู้หญิงงงงง!!!” ตุลร้องเสียงหลง ผลักแมตต์สุดแรงแล้ววิ่งเตลิดไป

แมตต์มองตาม หลุดขำออกมา เขามองตามไปด้วยสายตาเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว

ฝ่ายฐานัท เช้านี้เจอดารินทร์กับอโนมาที่แคนทีน ออฟฟิศ วันนี้ท่าทางเขาลังเลผิดปกติเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูด จนสองสาวถามว่าพี่นัทมีอะไร เขาจึงโพล่งถามว่า

“ตกลงตุลเป็นผู้หญิงหรือเปล่า” เห็นสองสาวมองด้วยสายตาประหลาดก็เฉไฉว่า “ไม่มีอะไรซีเรียสนะ พี่แค่ตั้งข้อสังเกตเฉยๆ เป็นทอมก็ไม่ได้ว่าอะไร”

“นี่มันคงจิกตาใส่พี่แล้วใช่ไหม” อโนมาถามตื่นเต้น แต่ฐานัทยังไม่ทันตอบ โจ้ก็เดินเข้ามาเร่งให้รีบไปกันเพราะลูกค้ามาถึงหน้าออฟฟิศแล้ว อโนมากับดารินทร์รีบลุก ตะโกนย้ำกับฐานัทก่อนวิ่งไปว่า “นังตุล มันเป็นผู้หญิงค่ะ” ดารินทร์ทะเล้นทำท่าสะกดจิตย้ำอีกว่า “จำไว้นะคะ ตุลมันเป็นผู้หญิง”

ดารินทร์กับอโนมากระโดดโลดเต้นดีใจที่ฐานัทมองตุลเป็นผู้หญิงแล้ว ฐานัทมองสองสาวที่วิ่งไป ยิ้มกริ่มไม่รู้ตัว...

ooooooo

โจ้กับดารินทร์และอโนมาจะไปพบลูกค้าซึ่งก็คือคุณหญิงอุไรวรรณแม่ของโรส แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด โจ้เกิดปวดท้องกะทันหันให้ฐานัทไปแทน และอุไรวรรณก็ติดธุระให้โรสมาแทน

ทั้งฐานัทและโรสต่างเซ็งมากที่ต้องมาเจอกันอีก เมื่อดารินทร์บอกว่าตนคุยรายละเอียดให้แล้ว เคาะงบแล้ว ฐานัทจึงลุกจะกลับ ดารินทร์กับอโนมาก็ลุกขึ้น

“เดี๋ยว...ทั้งสามคนนั่นแหละ” โรสเรียกไว้ ทำตาปริบๆเอ่ยเสียงอ่อน “ฉันมีเรื่องจะขอความช่วยเหลือ”

ทั้งสามมองโรสเป็นตาเดียวด้วยสายตาที่สงสัยระแวงว่าเธอมีเรื่องอะไร???

แล้วทั้งสามก็เซ็ง เมื่อโรสให้ช่วยถ่ายภาพตัวเองเพื่อโฆษณาสินค้า จุกจิกจู้จี้จนฐานัทบ่น

“นี่คุณ! ที่เรายอมช่วยก็เพราะเห็นคุณเป็นลูกค้า ไม่คิดจะเกรงใจกันบ้างเลยหรือ ถามจริง โปรโมตสินค้าให้เขาเนี่ย เคยใช้จริงรึเปล่า”

ถูกโรสด่าว่าถามไม่คิด เดือนๆตนโฆษณาสินค้าหลายตัว ขืนใช้ทุกตัวหน้าก็พังสิ แล้วขออีกสองรูป พอถ่ายเสร็จก็จิกยิ้มพูดลอดไรฟันว่า

“Posture ได้แล้ว ขอหนัก Profile หน้าซีกซ้ายนะ ซีกซ้ายฉันสวยกว่าซีกขวา”

“คนบ้าไรวะ หน้าซ้ายสวย หน้าขวาไม่สวย พิการเปล่าเนี่ย” ฐานัทถ่ายไปแอบบ่นไป

ooooooo

บ่ายนี้ขณะตุลในชุดกีฬากำลังยืนวอร์มอัพ ก็ได้รับโทรศัพท์จากพิมมี่ว่ากำลังมาหาพี่ฌอน อ้างว่าเขาไม่สบายเอาซุปมาให้ ให้ตุลช่วยดึงเวลาพี่แมตต์สักชั่วโมงได้ไหม ตนจะแวะไปดูพี่ฌอนแป๊บเดียว

“สบายใจได้ เดี๋ยวจัดให้สองชั่วโมงเลย...จ้า...แล้วคุยกันนะ จุ๊บๆ”

โตมรกับมนตรีได้ยินก็บ่นว่าพิมมี่อีกแล้ว อะไรกันนักหนา เห็นว่าคุณแมตต์ไม่เอาจริงเลยกำเริบ โตมรขู่ว่า “ต่อไปมีเรื่องอย่าหวังว่าพวกฉันจะช่วยแกอีก!!”

“แกกับพี่ตรีไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า มา...วอร์มกันเหอะ” ตุลตัดบท โตมรกับมนตรีมองอ่อนใจ

นลินีเข้ามาจะเอาเอกสารที่ฌอนเซ็นแล้วไปพิมพ์ใหม่ ฌอนนั่งเซ็นเอกสารแต่กินยาเข้าไปทำให้ง่วงมาก เลยเอนพักแต่หลับไม่รู้ตัว นลินีลังเลว่าจะปลุกดีไหม พอดีพิมมี่หิ้วหม้อซุปเข้ามา

“พี่ฌอนคงกินยาไปน่ะค่ะ เดี๋ยวพิมมี่หาให้นะ” แล้วพิมมี่ก็ไปพลิกเอกสารหยิบให้ ถามว่านี่ใช่ไหม

“ใช่ค่ะ แต่คุณแบรดสั่งให้คุณฌอนตรวจรายการจัดซื้อสินค้าตัวใหม่เข้าห้างที่สิงคโปร์ แล้วก็ตรวจร่างจดหมายติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐวิกตอเรียด้วยค่ะ เมื่อกี้คุณแบรดก็โทร.มาเร่งหน่อยแล้ว” พิมมี่รับปากจะจัดการให้เอง “ขอบคุณมากค่ะ งั้นเดี๋ยวหน่อยโทร.แจ้งคุณแบรดเลยนะคะ”

พิมมี่ฝากหม้อซุปไปแช่ตู้เย็นไว้ก่อน แล้วลงมือค้นหาแฟ้ม เธอทำไปก็หันดูฌอนไป

ooooooo

ที่ซุ้มนั่งเล่นในสวนสัตว์ ตุล มนตรี กับโตมรนั่งคุยกันว่าใกล้วันประมูลงานกับมารีน เวิลด์ เข้ามาทุกทีแล้ว แต่ยังจับตัวคนก่อเหตุไม่ได้ กลัวมันจะวกกลับมาก่อเรื่องอีก

ทั้งสามนั่งบ่นนั่งคิดกันอยู่นาน จู่ๆตุลก็ร้องอย่างตื่นเต้นว่า “เฮ้ยยย...เอางี้ไหม!”

แผนการของตุลคือ ให้เลื่อนการจัดแข่งขันเซปักตะกร้อจากจันทร์หน้าเป็นเย็นนี้ และให้เชิญแมตต์ไปชมเป็นเกียรติด้วย บอกแมตต์ว่าไปนั่งเป็นเกียรติเฉยๆ ตุลบอกเป็นนัยว่า

“ไม่มีริบบิ้นให้ตัด แต่อาจมีขโมยให้จับ”

บ่ายจัดวันนี้ ที่ลานกีฬาในสวนสัตว์ถูกปรับเป็นลานตะกร้อ รอบสนามถูกจัดอย่างสมบูรณ์แบบ มนตรีถือโทรโข่งยืนประกาศ

“กราบเรียนคุณเมธากวิน เจนนิงส์ กรรมการผู้จัดการที่รักและเคารพยิ่งของพวกเราชาวบลู แพลนเนต”

จากนั้นสวัสดีพี่น้องชาวคีปเปอร์ที่มาเชียร์กันแน่นขนัดอย่างไม่เคยมีมาก่อน แล้วเปิดการแข่งขันตะกร้อระหว่างทีมแอฟริกากับทีมสัตว์ปีก

ตุลกับโตมรเตรียมลงแข่งขันเต็มที่ ชาติเข้ามาเตรียมลงแข่งขันเช่นกัน มนตรีทักท้วงว่าเท้าเจ็บอยู่ไม่ใช่หรือ เรียกคนอื่นมาแทนดีกว่าไหม ชาติยืนยันว่าตนอยากเตะ โตมรกับตุลรีบอวยว่าถ้าทีมเราไม่มีชาติแย่เลยนะ เรื่องตะกร้อไม่มีใครสู้ชาติได้

ชาตินั่งลงถอดรองเท้าแตะ ตุล โตมร กับมนตรีมองกันตาเป๋ง ชาติควานมือลงในเป้แล้วหยิบถุงเท้าออกมา ทั้งสามผิดหวัง แต่ยังลุ้นเมื่อชาติล้วงมือลงในเป้อีกคราวนี้เอาสนับเข่าออกมา ล้วงอีกทีก็เอาผ้ารัดข้อมือซับเหงื่อออกมา

ทั้งสามที่จ้องลุ้นอยู่ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายชาติจึงล้วงเอารองเท้าออกมา!

ตุล โตมรและมนตรีมองตาลุก สบตากันอย่างสะใจ...เสร็จแน่!

ตุลกับโตมรประสานกันเล่นอย่างมีแผน โดยมีแมตต์ที่นั่งเป็นเกียรติอยู่คอยถ่ายรูปโดยเฉพาะช็อตเด็ดเมื่อชาติรองเท้าหลุดและมนตรีเข้ามาขอเวลานอกให้นักกีฬาแต่งตัวก่อนแล้วค่อยแข่งต่อ

หลังการแข่งขัน แมตต์ ตุล โตมรกับมนตรีเข้าไปในห้องทำงานของแมตต์เปิดทั้งกล้องวงจรปิดและรูปที่ถ่ายในสนามแข่งตะกร้อมาเทียบรองเท้า ปรากฏว่า เหมือนกันเป๊ะ!

แมตต์ถามว่าปกติชาติเป็นคนยังไง มนตรีบอกว่าเป็นคนนิ่งๆ ไม่มีเรื่องกับใคร ปรารภว่าชาติทำงานอยู่ที่นี่ 4 ปี เดาไม่ออกเลยว่าอะไรทำให้ชาติแว้งกัดบริษัทตัวเองแบบนี้ แมตต์บอกว่าถ้าเขาไม่หยุดก็จะต้องมีครั้งที่ 3-4 แน่ๆ

“ครั้งที่ 3! เมื่อกี๊ก่อนขึ้นมา ฉันเห็นไอ้ชาติที่...รีบไปกันเถอะ เร็ว!!”

ฌอนเปิดประตูเข้ามาเห็นทั้งสี่ท่าทางตึงเครียดก็เดาได้ว่าต้องเกิดเรื่องอะไรสักอย่างแน่

ทุกคนไปที่ด้านหลังคอกสิงโตขาวเห็นชาติที่ใส่หมวกไอ้โม่งและรองเท้าคู่เดิม สวมถุงมือยางชะโลมยาเบื่อละลายน้ำกับไก่ต้ม 4-5 ตัวในถาดอย่างใจเย็น!

“คุณทำแบบนี้ทำไม?!” แมตต์ตะคอกถาม ชาติตกใจมองไปเห็นตุล โตมรกับมนตรียืนอยู่หลังแมตต์

“นายมีปัญหาอะไร เพราะอะไรถึงทำแบบนี้” ตุลถาม

“เพราะแกไงไอ้ตุล!!!” ชาติมองหน้าตุลตอบอย่างเจ็บแค้น

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement