รักกันพัลวัน ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักกันพัลวัน ตอนที่ 6


23 พ.ย. 2560 09:19
1,438,394 ครั้ง

ละคร นิยาย รักกันพัลวัน

รักกันพัลวัน ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

รักกันพัลวัน

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

เชอริณ

บทโทรทัศน์โดย:

ปารดา

กำกับการแสดงโดย:

ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ฟีล กู๊ด เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณภัทร เสียงสมบูรณ์,ปรีชญา พงษ์ธนานิกร

หน้า​ร้าน​ข้าวต้ม​ที่​ริม​ถนน​คอน​โดฐานัท ขณะ​ตุ​ล​ยืน​อึ้ง​อยู่​นั้น แมตต์​เรียก​เกือบ​เป็น​ตวาด​ให้​ขึ้น​รถ ตุ​ล​ละ​ล้า​ละ​ลัง หัน​ไป​มอง​ที่​ร้าน​ข้าวต้ม​เห็น​ฐานัท​นั่ง​กิน​ข้าวต้ม​อย่าง​ซังกะตาย​อยู่

“ตุ​ลญาณา!!” แมตต์​ตวาด​เรียก ตุ​ล​สะดุ้ง​วิ่ง​ไป​ขึ้น​รถ​ทันที แต่​พอ​ขึ้น​รถ​แล้ว​ก็​อด​ไม่ได้​ที่​จะ​หัน​มา​มอง ฐานัท​อีก​จน​รถ​แล่น​ไป​ลับตา...

ไป​ถึง​ออฟฟิศ​บลู​ แพ​ลน​เนต ตุ​ล​รีบ​จัด​เอกสาร 20 ชุด​ตาม​คำสั่ง​ของ​แมตต์​อย่าง​เร็ว​แล้ว​ยก​มา​ให้​เขา​ที่​โต๊ะ​ทำ​งาน เขา​ถาม​เสียง​ขุ่น​ว่า มา​ส่ง​อะไร​ตอน​นี้ ตุล​ ถาม​ว่า​หรือ​จะ​ให้​ตน​ส่ง​อี​เอ็ม​เอส​ตาม​ไป​ให้​ที่​หัว​หิน

“เอา​ไป​ส่ง​ที่​รถ จะ​ให้​ฉัน​หอบ​ไป​เอง​เหรอ” กระชาก​เสียง​ถาม​แล้ว​ลุก​เดิน​ไป​เลย ตุ​ล​อยาก​จะ​ทุ่ม​เอกสารใส่​หน้า​นึก​ใน​ใจ​ว่า จะ​อะไร​นักหนา​วะ!! แต่​แล้ว​ก็​หด​มือ​กลับ​แทบ​ไม่ทัน​เมื่อ​เขา​สั่ง “โน้ตบุ๊ก​บน​โต๊ะ​ด้วย”

ตุ​ล​หัน​ไป​คว้า​โน้ตบุ๊ก​หอบ​พะรุงพะรัง​ออก​ไป​วาง​ของ​ทั้งหมด​ไว้​ที่​ด้าน​หลัง​รถ ปิด​ประตู​รถ​มา​ยืน​ข้าง​หลัง​มนตรี​กับ​โตมร​ที่มา​ยืน​ส่ง​เจ้านาย มนตรี​ขอ​อาราธนา​สิ่ง​ศักดิ์สิทธิ์​ทั้งหลาย​ใน​สากล​โลก​จง​ช่วย​ปกป้อง​คุ้มครอง​คุณ​แมตต์​ให้​เดินทาง​ปลอดภัย พลางยื่น​แผ่น​พับ​คาถา​เล็กๆให้ บอก​ว่า​เป็น​คาถา​ของหลวงปู่​สุข

“ขอบใจ​มาก​ฝาก​ดูแล​ที่​นี่​ด้วย” ปาก​พูด​กับ​มนตรี​แต่​ตาเหล่​ไป​ทาง​ตุ​ล “หวัง​ว่า​ผม​คง​ไม่​ต้อง​กลับ​มา​ไล่​ใคร​ออก​นะ”

“ไม่​ต้อง​ห่วง​ครับ ผม​จะ​ดูแล​บลู แพ​ลน​เนตอย่าง​สุด​ความ​สามารถ​เลย​ครับ”

แมตต์​ขับ​รถ​ออก​ไป มนตรี​กับ​โตมร​บ๋ายบาย​กัน​หน้าบาน

“ไป​ซะ​ที...เฮ้อ...พี่​ตรี​วัน​นี้​ตุ​ล​ขอ​ลา​ครึ่ง​วัน​นะ” พูด​จบ​แบบ​บอก​ให้​รู้​แล้ว​เดิน​ลิ่ว​ไป​เลย

ตุ​ล​กลับ​ไป​ที่​คอน​โดฐานัท​อีก​ครั้ง เจอ​เขา​สะพาย​เป้​ถือ​กุญแจ​รถ​ออก​จาก​ลิฟต์​พอดี เขา​ถาม​ว่า​ไม่​ทำ​งานหรือ ตุ​ล​ถาม​ว่า​เขา​จะ​ไป​ไหน แล้ว​เบือน​หน้าบ่น “กลิ่นเหล้า​หึ่ง​เลย”

ฐานั​ทบ​อก​ว่า​จะ​ไป​พัก​ร้อน ตุ​ล​จะ​ตาม​ไป​ด้วย เขา​ถาม​ว่า​ตุ​ล​ลา​พัก​ร้อน​ได้​ด้วย​หรือ

“ได้​สิ พี่​นัท​ขับ​รถ​สภาพ​นี้​ไม่​ไหว​หรอก ไป​พี่​นัท​จะ​ไป​ไหน เดี๋ยว​ตุ​ล​ขับ​ให้​เอง” ว่า​แล้ว​แย่ง​กุญแจ​รถ​ไปเลย ฐานัท​อึ้ง​เมื่อ​เห็น​ความ​จริงใจ​ของ​ตุ​ล

ตุ​ล​ขับ​รถ​ออก​จาก​เชียงใหม่​อย่าง​คร่ำเคร่ง​ผ่าน​ไป​หลาย​จังหวัด​แล้ว​ฐานัท​ยัง​แฮงก์​นั่ง​หลับๆตื่นๆ ตุล​ถาม​ว่า​ตกลง​จะ​ไป​ไหน​กัน​แน่

“หัว​หิน” เขา​โงหัว​ขึ้น​ตอบ​งัวเงีย ตุ​ล​ตกใจ​ถาม​ว่า​จาก​เชียงใหม่​ไป​หัว​หิน​เนี่ย​นะ! เห็น​เขา​เงียบ​หัน​ไป​ดู ปรากฏ​ว่า​หลับ​คอ​อ่อน​คอพับ​ไป​อีก​แล้ว...ซ้ำ​ยัง​เอน​มา​ซบ​ไหล่​ตน​ด้วย

ตุ​ล​ใจ​สั่น​หวิว แอบ​ยิ้ม​เขิน พูด​เสียง​แผ่ว​ประหม่า “เค...​ไป​ถึง​กระบี่​ภูเก็ต​ก็ได้...”

ooooooo

ไป​ถึง​หัว​หิน​ตุ​ล​ปลุก​ฐานัท เขา​ลง​ไป​แล้ว เธอ​ก้ม​ไป​หยิบ​ของ​ใน​ช่อง​เก็บ​ของ เป็น​จังหวะ​ที่​แมตต์​เดิน​คุย​มา​กับ​เจ้าหน้าที่​องค์การ​สวนสัตว์​ผ่านมา เขา​เลย​มอง​ไม่​เห็น​ตุ​ล

ตุ​ล​หยิบ​ของ​แล้ว​ลง​จาก​รถ ฐานัท​หาย​ไป​แล้ว เธอ​มอง​หา​จึง​เห็น​เขา​นอน​หมด​แรง​อยู่​บน​พื้น​ทราย​ทาง​ไป​บังกะโล เธอ​ตกใจ​วิ่ง​ไป​เรียก

“เฮ้ย!! พี่​นัท!!!”

แมตต์​ได้ยิน​หัน​ไป​มอง เห็น​ตุ​ล​กำลัง​พยายาม​ประคอง​ฐานัท​ขึ้น​มา เขา​พึมพำ​เครียด

“กิน​เหล้า​ไกล​ถึง​นี่!!” แมตต์​ข่ม​อารมณ์​เต็มที่ เดิน​กลับ​โรงแรม​ไป​กับ​เจ้าหน้าที่​สวนสัตว์ แต่​ใน​ใจ​คุก​รุ่น คำราม...ถ้า​วัน​จันทร์​กลับ​ไป​ทำ​งาน​ไม่ได้​ละ​ก้​อ ...มี​เรื่อง​แน่!!!

ooooooo

รุ่งขึ้นคณะของแบรด ฌอน พิมมี่และโรสก็มาถึงหัวหิน โรสแต่งตัวจัดเต็มเปรี้ยวเว่อร์ แต่พิมมี่แต่งเรียบๆ ทุกคนลงจากรถตู้เดินตามแบรดเข้าไปในโรงแรม

โรสยิ้มหวานเข้าไปทักแมตต์ที่ออกมารับ ฌอนเร่งให้พ่อรีบเข้าไปเพราะใกล้ถึงเวลาแล้ว โรสชวนพิมมี่ว่าผู้ชายเขาไปทำงานกันเราไปทำสวยกันดีกว่า พิมมี่บอกว่าตนไปไม่ได้ โรสถามทำไมล่ะ?

“พิมมี่เป็นกรรมการบลู แพลนเนตแต่ไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย วันนี้อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว พิมมี่ขอทำหน้าที่สักวันนะคะ”

โรสถามว่าแล้วตนจะทำยังไงล่ะ? พิมมี่บอกให้ไปพักผ่อนที่ห้องก่อนหรือจะลงไปว่ายน้ำที่สระก็ได้ พูดเอาใจว่า “แล้วตอนเย็นเราค่อยไปดินเนอร์พร้อมหน้า พร้อมตาทั้งครอบครัว”

“ก็ได้ แต่มาทะเลแล้วจะไปแฮงก์เอาต์ที่สระได้ไง มาทะเลก็ต้องสัมผัสทะเลสิจ๊ะ” โรสยิ้มร่าเริงที่จะได้โชว์ชุดว่ายน้ำ ในขณะที่พิมมี่แอบดีใจที่จะได้ใกล้ชิด ฌอนที่เธอรู้ชัดแล้วว่าเขาไม่ได้เป็นเกย์

ตุลเข้าพักในบังกะโลเก๋ๆหลับสนิทเพราะขับรถมาไกล พอเธอรู้สึกตัวก็เด้งขึ้น นึกอะไรได้ รีบออกมาดู ที่โซฟาด้านนอก กวาดตามองไม่เห็นฐานัทแล้ว! เธอตกใจกลัวเขาจะคิดสั้น วิ่งออกไปร้องเรียก

เมื่อตัวก็ไม่เห็น ร้องเรียกก็ไม่ตอบรับ ตุลใจเสียจะร้องไห้ พลันก็ตาโตเมื่อเห็นฐานัทเดินลุยลงทะเลไปครึ่งตัวแล้ว! ตุลวิ่งอ้าวลงทะเลไปดึงเขาไว้สุดแรง ชายหนุ่มถามว่าดึงตนทำไม บอกให้ปล่อย ตุลก็ยิ่งรั้งไว้ จนล้มจมน้ำเปียกม่อล่อกม่อแล่กทั้งคู่ พอโผล่ขึ้นมา ตุลขอร้องเขาทั้งที่กำลังสำลักน้ำว่า

“อย่าทำแบบนี้ได้ไหมพี่นัท ใครไม่สนใจไม่เห็นค่าพี่นัทก็ช่างเขาสิ พี่นัทจะเอาชีวิตตัวเองไปแลกทำไม คิดถึงคนอยู่ข้างหลังที่รักพี่นัทบ้างสิ ถ้าพี่นัทเป็นอะไรไป เขาจะรู้สึกยังไง!!”

ตุลพรั่งพรูความในใจออกมา เห็นเขายิ้มขำๆก็มองสงสัย

“เหนื่อยยัง ถ้าเหนื่อยแล้วก็ฟัง...พี่ไม่ได้จะฆ่าตัวตาย พี่ไม่เคยคิดแบบนั้น”

ตุลเอ๋อ...หน้าเหวอ มองเขาตาค้าง อายจนพูดไม่ออก

ฐานัทบอกว่าถ้าตนจะทำอย่างนั้นก็ทำตั้งแต่อยู่เชียงใหม่แล้ว ไม่ขับรถมาฆ่าตัวตายถึงนี่หรอก ตุลถามว่าเขาทำใจได้แล้วแน่นะ

“ไม่ได้ก็ต้องได้ เจ็บก็ต้องทน พี่บ้ามาหลายวันแล้วควรตั้งสติแล้วก็เลิกบ้าเสียที” ตุลจ้องตาเขาถามว่าจริงนะ “เออ...ขอบใจมากนะที่เป็นห่วง...ไอ้น้องชาย” ฐานัทกอดคอตุลโยกแบบแมนๆ ทำเอาตุลเขินจนแก้มแดง เขาถามว่า “เป็นอะไรวะ แก้มแดง...เป็นไข้รึเปล่า”

ตุลแก้เกี้ยวว่าอากาศมันร้อน เขาเลยจูงมือพาวิ่งลงทะเลชวนไปว่ายน้ำกัน ตุลยิ่งใจเต้นไม่เป็นส่ำกลัวใจตัวเองจะทนไม่ไหวเผลอปล้ำเขา เก้งก้างแกะมือออกบอกว่าตนไปสั่งข้าวรอดีกว่า

ooooooo

ขณะฐานัทว่ายน้ำเล่นอยู่คนเดียวนั้น ที่อีกมุมหนึ่ง โรสแต่งชุดว่ายน้ำจัดเต็มทั้งชุด แว่น หมวก แม้แต่รองเท้าแตะ เอามือถือขึ้นมาจะถ่ายรูปเก็บไว้โชว์

ขณะหมุนหามุมนั้น เห็นฐานัทกำลังดำผุดดำว่ายในทะเล โรสลดกล้องในมือลงทันที

“ฮึ่ยย...ตาฝาดแน่ๆ อยู่เชียงใหม่ตามมาถึงนี่ได้ไง” โรสกลั้นใจหันมองด้วยตาเปล่าเป็นจังหวะที่ฐานัทดำน้ำพอดี เธอพึมพำสงสัย “เด็กดอยอย่างนั้น ไม่น่าว่ายน้ำเป็นปลาฉลามแบบนี้ได้”

โรสเดินไปไม่สนใจ วางกระเป๋าที่เตียงผ้าใบแล้วสลัดชุดคลุม วิ่งลงทะเลอย่างร่าเริง

ฐานัทดำผุดดำว่ายอยู่อีกมุมหนึ่ง โรสลงว่ายน้ำ ตีกรรเชียงแล้วผลุบหายไป ที่อีกมุมหนึ่ง ฐานัทดูอยู่ครู่หนึ่งเห็นเธอชูมือขึ้นมาแล้วผลุบหายไปกลายเป็นขาทั้งสองข้างโผล่ขึ้นมาแทน

ฐานัทตกใจ ภาพในอดีตที่เห็นจูนคนรักเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยจมน้ำผุดขึ้นมา เขาโผว่ายไปหาโรส ทันที ใช้แขนเกี่ยวคอเธอจากด้านหลังพาว่ายเข้าฝั่ง

โรสตกใจร้องกรี๊ดดิ้นสุดแรง โรสยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งเกี่ยวคอไว้แน่นพยายามพาเข้าฝั่งทุลักทุเล

พอลากโรสเข้าฝั่งได้ แทนที่เธอจะขอบใจกลับด่าเขา ถามว่า ใครบอกว่าตนจะจมน้ำ ตนกำลังฝึกท่าเพราะเคยเป็นนักกีฬาระบำใต้น้ำของโรงเรียน! ฐานัทหน้าแตก พูดเสียงอ่อยว่า ผมนึกว่าคุณจมน้ำ...โรสฟังไม่ขึ้น หาว่าเขาแต๊ะอั๋งตน ฐานัทโมโหบอกว่าถ้าไม่ต้องการให้ช่วยก็เงียบไปเลย

“ไอ้บ้า เจอทีไรทำฉันอารมณ์เสียตลอด ไปไกลๆเลยนะ” โรสไล่แล้วลุกสะบัดไป พลันก็ทรุดลงร้องอย่างเจ็บปวด ตะโกนขอความช่วยเหลือ ฐานัททำหูทวนลม โรสตะโกนให้กลับมาช่วยตนก่อน หอยบาดเท้า ฐานัทจึงกลับมาดูเห็นว่าเธอถูกหอยเม่นตำ มองหาหินจะมาทุบก็ไม่มี ให้เดินไปก็เดินไม่ไหวเลยจับอุ้มไป โรสตะลึง หุบปากเงียบ!

ที่ชายหาดหน้าบังกะโล ตุลสั่งอาหารแล้วลงมาตะโกนเรียกฐานัท เมื่อไม่เห็นก็เดินหา สะดุดรองเท้าแตะของเขาที่ชายหาดก็คิดเตลิดไปว่าเขาอาจไปว่ายน้ำแล้วเป็นตะคริวจมน้ำ เธอวิ่งลงทะเลไปทันที

ooooooo

ที่มุมคอฟฟี่เบรกห้องสัมมนา...แมตต์เดินหน้านิ่ง ออกมา แบรดตามมาหน้าโกรธจัดถามว่าทำไมแมตต์ต้องหักหน้าตนกลางที่ประชุม!

แมตต์บอกว่าเพราะตนไม่เห็นด้วยกับการที่พ่อจะส่งช้างไปแลกกับหมีขาวเพราะสัตว์อยู่ต่างกันคนละขั้วโลก ถึงมันปรับตัวได้ก็ไม่มีความสุข

แบรดบอกว่าเราสามารถทำคอกให้ได้มาตรฐาน ชี้ให้แมตต์เห็นว่าถ้าบลู แพลนเนตมีหมีขาวมันจะทำรายได้ให้เรามากกว่าเดิม ถามว่าการเจรจากำลังเป็นไปด้วยดี เขาจะมาแย้งทำไม!

“ผลประโยชน์ รายได้ กำไร นักธุรกิจอย่างพ่อคิดได้แค่นี้ใช่ไหม”

สองพ่อลูกโต้เถียงกันอย่างมีอารมณ์ แบรดปรามาสว่าแมตต์คิดเหมือนเด็กสิบขวบไม่มีเหตุผล ไม่รู้จักโต ไม่รู้ว่าคนที่เป็นผู้บริหารต้องมีความรับผิดชอบ ต้องดูแลคนเป็นพันๆมันเป็นยังไง

“ผมเป็นแค่เด็กสิบขวบในสายตาพ่อตลอดเวลาสินะ ผมไม่ใช่นักธุรกิจที่เห็นแก่ตัว ไม่บ้าเงินบ้างานจนทิ้งคนที่อยู่ข้างหลังไปเหมือนพ่อ...ผมขอโทษ!!”

“ฉันมีงาน มีพนักงานที่ต้องรับผิดชอบ จะให้ฉันทำตัวเป็นศิลปินเหมือนแม่แก ฉันทำไม่ได้!”

“อย่าแตะต้องแม่ผม พ่อไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อแม่ด้วยซ้ำ!!!” แมตต์เดินหัวเสียออกไป

“นายจะไปไหน ยังประชุมไม่เสร็จ หัดมีความรับผิดชอบหน่อย” ฌอนกระหน่ำซ้ำ

“เบรก 20 นาทีฉันจะออกไปหายใจข้างนอก มีปัญหาอะไรไหม” แมตต์ถามกวนๆ เดินไปเลย

ooooooo

แมตต์เดินหัวเสียมาที่ชายหาดหลังโรงแรม ขณะยืนสูดอากาศระงับอารมณ์นั้น มองไปในทะเลเห็นคนผลุบโผล่ร้องขอความช่วยเหลือ เขาถอดแจ็กเกต วิ่งลงทะเลไปทันที

แมตต์ว่ายน้ำไปยังจุดที่เห็นคนจมน้ำ แต่ไม่เห็นคนแล้ว

ที่แท้คือตุลว่ายน้ำตามหาฐานัทจนเป็นตะคริวที่ขาซ้ายพยายามช่วยตัวเองแต่หมดแรงจมน้ำเสียก่อน แมตต์ดำน้ำลงไปเจอเธอจมอยู่ที่พื้นทรายก็เข้าช่วยเหลือด้วยท่าที่ถูกหลักการแพทย์พาเข้าฝั่งในสภาพที่ตุลหมดสติไปแล้ว

พอขึ้นมาชายหาดเขาวางร่างเธอลงที่พื้นทราย พลิกตัวเธอกลับ เขาช็อกเมื่อเห็นเต็มตาว่าคือตุล! เขาตัดสินใจใช้ปากผายปอดช่วยชีวิตเธอ

ที่อีกมุมหนึ่ง ฐานัทวางโรสไว้ที่ชายหาดแล้ววิ่งหายไปนาน กลับมาพร้อมก้อนหินในมือ โรสโวยว่าไหนล่ะหมอ? พอเขาชูก้อนหินให้ดูเธอก็ยิ่งโวยหาว่าเขาจะทำร้ายตนพยายามกะเผลกหนี ฐานัทไล่ตามจับชี้แจงว่า

“ฟังนะ! หอยเม่นตำเท้าคุณอยู่ ผมต้องเอาหินมาทุบให้หนามมันสลายไปกับเนื้อคุณถึงจะเดินได้ เข้าใจหรือยัง”

โรสบ่นกระปอดกระแปดว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกแล้วนั่งนิ่ง ฐานัทบอกว่าเจ็บ ทนเอาแล้วกัน โรสทำหน้าสยอง พอเห็นเขาเงื้อก้อนหินจะทุบเธอก็ร้องลั่นโผกอดเขาแน่น

ooooooo

พิมมี่เห็นแมตต์หายไปยังไม่กลับไปประชุมจึงออกตามหา มาเจอโรสกอดฐานัทหลับตาปี๋อย่างหวาดเสียวอยู่ที่ชายหาด ตกใจเข้าไปถามว่าพี่โรสเป็นอะไร

โรสบอกว่าถูกหอยเม่นตำเท้า ถามว่าประชุมเสร็จแล้วหรือ พิมมี่บอกว่ายังแต่แมตต์หายไป คุณลุงเลยให้ตนมาตาม

ฐานัททุบสลายหนามหอยเม่นเสร็จ ถามว่าหายเจ็บหรือยังลองเดินดู โรสเดินได้แต่ยังเจ็บอยู่

“สักพักก็ดีขึ้นเอง เสร็จธุระผมแล้ว คุณเคยช่วยผมไว้ ผมช่วยคุณกลับถือว่าหายกัน เป็นอันว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วนะ” ชายหนุ่มยิ้มให้แล้วเดินออกไปทันที พิมมี่มองตามถามโรสว่าใคร หน้าคุ้นๆ

“ก็ผู้ชายที่เคยมีเรื่องกับพี่ที่ฟิตเนส แล้วก็มาอ้วกใส่พี่ที่ปั๊มนั่นไง”

พิมมี่จำได้ มองตามฐานัทไปอย่างแปลกใจว่า ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมาเจอโรสที่หัวหินได้???

ooooooo

แมตต์เป่าลมเข้าปากตุลแล้วดูว่าเธอหายใจหรือยัง ตุลสำลักน้ำพรวดแต่ยังไม่ได้สติ ฐานัทที่ผละจากโรสมาเห็น เขาพุ่งเข้าผลักแมตต์ล้มก้นจ้ำเบ้า ตวาด

“เฮ้ย! คุณทำอะไรเพื่อนผม!!”

“เพื่อนคุณจมน้ำ ผมพยายามช่วยให้ฟื้น เป็นเพื่อนกันก็ดูแลกันต่อก็แล้วกัน ตอนนี้หายใจได้แล้ว”

แมตต์ลุกไปทันที ฐานัทนั่งลงดูตุลที่ยังไม่รู้สึกตัวอย่างเป็นห่วง...ตบหน้าเบาๆเรียก แต่ตุลยังไม่รู้สึกตัว เขาก้มลงจะเป่าปากให้ แต่ยังไม่ทันเป่า ตุลก็ลืมตาสะลึม สะลือ เห็นหน้าฐานัทจ่ออยู่ตรงหน้าตัวเองก็เคลิ้ม...ยิ้มดีใจเรียกเสียงแหบแห้ง...

“พี่นัท...ตุลว่ายน้ำตามหาพี่นัท นึกว่าพี่นัทเป็นตะคริว แต่ตุลดันเป็นซะเอง...ตุลยังไม่ตายใช่ไหม”

“เออสิ...ขอบคุณนะที่เป็นห่วงพี่จนแทบเอาชีวิตไม่รอดแบบนี้ ขอบคุณจริงๆว่ะ” ฐานัทกอดตุลแมนๆอย่างซึ้งใจ ตุลเต็มตื้นในหัวใจ ซบเคลิ้ม...อยากอยู่ในอ้อมกอดเขา อย่างนี้ไปตลอดชีวิตเลย...

ฝ่ายแมตต์มอบตุลให้ฐานัทดูแลต่อแล้วก็เดินตัวเปียกกลับโรงแรม โรสถามว่าไปทำอะไรมา ทำไมตัวเปียก อย่างนี้ แบรดเดินเข้ามาพูดหน้าเครียดว่ากวนโมโหตนหรือ ถึงได้โดดลงทะเลเหมือนเด็กสิบขวบไม่รู้จักเวล่ำเวลา ถามว่า “หรือเมื่อกี้แกยังทำฉันเสียหน้าไม่พอฮะ”

พิมมี่ขอให้คุณลุงฟังพี่แมตต์ก่อน ก็ถูกฌอนเร่งแบรดให้กลับเข้าประชุมได้แล้ว เราไม่ควรเลต แมตต์จึงบอกพิมมี่ว่าตนจะเลตห้านาทีเดี๋ยวตามไป

โรสกับพิมมี่มองหน้ากันงงๆว่าแมตต์ไปทำอะไรมา ทำไมถึงตัวเปียกอย่างนี้...

ฝ่ายตุลยังตกอยู่ในภวังค์เคลิ้มกับอ้อมกอดของฐานัท ทั้งที่ตัวเขาลุกไปชงโกโก้ร้อนแล้ว กลับมาเห็นตุล ยังตกอยู่ในภวังค์เคลิ้มก็เรียกสติ พอตุลรู้สึกตัวเธอ มองหน้า เขายิ่งเขิน รับถ้วยโกโก้ร้อนไปดื่ม ขอบคุณที่ช่วยตนไว้ ฐานัทเล่าตามจริงที่ตนเห็นเธอนอนนิ่งอยู่และจะเป่าปากแต่ตุลรู้สึกตัวเสียก่อน เธอถามว่ากลัวตนตายหรือ เขาหัวเราะร่วนบอกว่ากลัวผี

“พี่นัทรู้ไหม การได้ลืมตาขึ้นมาเห็นพี่นัทเป็นคนแรกมันเป็นอะไรที่...ดีจัง” ตุลลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น “ฮิ้ว...การมีชีวิต มีลมหายใจนี่มันดีจริงๆเลย”

ฐานัทมองตุลอย่างเป็นห่วงที่เพิ่งฟื้นแต่กระโดดโลดเต้นเมามันอย่างนี้กลัวจะช็อกตายไปจริงๆ...

ooooooo

ค่ำแล้ว...ที่เทอเรซห้องอาหารติดชายหาดในโรงแรม แบรดนั่งอยู่หัวโต๊ะ แมตต์กับฌอนนั่งขนาบซ้ายขวา ส่วนโรสกับพิมมี่นั่งข้างชายที่ตัวเองชอบ ทุกคน ดูผ่อนคลาย ยกเว้นแบรดที่ยังเหมือนครุ่นคิดอะไร

พนักงานบรรจงเสิร์ฟอาหารแล้วถอยไป ขณะที่หนุ่มๆสาวๆกำลังลงมือจะกิน แบรดก็เอ่ยขึ้นว่า

“ใครเสนออะไรผ่านในที่ประชุม ใครต้องสานงานอะไรต่อก็กลับไปรับผิดชอบ ไป follow up งานของตัวเอง” ทุกคนที่กำลังจะลงมือกินอาหารชะงักฟังอย่างอึดอัดแต่เก็บอาการ “Schedule โปรเจกต์ Blue Sea World ไปถึงไหนแล้วฌอน”

ฌอนยืดตัวตรงขึ้นทันที รายงานว่าตอนนี้บริษัทแม่ ที่ออสเตรเลียกำหนดวันมาแล้ว เราต้องเตรียมข้อมูลและโครงสร้างของส่วนแสดงโชว์เพื่อ pitch งานแข่ง กับเจ้าอื่น

แมตต์ทนไม่ไหวทะลุกลางปล้องขึ้นว่า เวลานี้เป็นเวลาอาหารไม่ใช่หรือ ขอกินข้าวแบบปล่อยสมองว่างๆ ไม่ต้องคิดเรื่องงานสักชั่วโมงได้ไหม โรสกับพิมมี่ชำเลืองมองหน้ากันแบบแมตต์วอนอีกแล้ว!

พิมมี่เสนอว่าทุกคนประชุมเครียดกันแล้ว หยุดคุยเรื่องงานสักพักดีไหม โรสเห็นด้วยกุลีกุจอตักปูนิ่มพริกไทยดำให้แบรดชิม แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อแบรดเสียงแข็งใส่แมตต์ว่า

“ทำไมแกไม่หัดพูดเรื่องงานให้มันเป็นเรื่องธรรมดา ฝึกให้ชินเป็นนิสัยเหมือนที่แกหายใจ”

“ผมไม่ได้หายใจเข้าออกเป็นงานๆๆอย่างพ่อ ผมไม่เห็นว่าเอกสารเป็นพันๆแผ่นหรือบนจอคอมพิวเตอร์ จะมีค่ามากกว่าคนที่อยู่ข้างๆ”

“ฉันไม่คิดว่าการจริงจังกับงานจะทำให้เด็กไม่รู้จักโตอย่างแกทุกข์ทรมานได้ขนาดนี้”

แมตต์โต้ทันควันว่า ทุกข์ทรมานเพราะลมหายใจมีแต่งานๆๆของพ่อทำให้คนที่ตนรักต้องตาย พ่อทิ้งครอบครัวเพื่อความเจริญก้าวหน้าของตัวเอง แม่กับน้าเล็กต้องตายเพราะพ่อ พ่อเคยเสียใจกับเรื่องนี้บ้างไหม หรือเห็นว่าการเกิดแก่เจ็บตายมันเป็นเรื่องธรรมดา!!

แมตต์ระเบิดอารมณ์ออกมาจนทุกคนอึ้ง แล้วลุกเดินไปที่ชายหาดเลย แบรดลุกตามทันที ฌอนขอตัวหมดอารมณ์กิน พิมมี่มองฌอนอย่างเป็นห่วง ส่วนโรสลุกตามแมตต์ไป กลัวแมตต์กับแบรดจะมีเรื่องกัน แต่เท้าที่ถูกหนามหอยเม่นตำเจ็บจนทรุดนั่ง

ที่โต๊ะไม่เหลือใครแล้ว โรสมองอาหารบนโต๊ะบ่น

“ฉันต้องรับผิดชอบสินะ!!!”

ooooooo

ตุลยังทั้งร้องทั้งเต้นดีใจเมื่อนึกถึงคำทำนายของหมอดูที่ว่า

“ผู้ชายคนนั้นคือคนที่มอบจูบแรก มอบชีวิต และมอบลมหายใจให้กับเจ้า”

ฐานัทดูแล้วพึมพำขำๆ “รอดตายก็เป็นบ้าเลยนะ ...ตุล”

ตุลถือโทรศัพท์เดินหัวเราะคิกคักมาที่หน้าบังกะโลไม่เห็นแมตต์ที่เดินจ้ำมาจากอีกทางหนึ่งและแบรดตามมาห่างๆ ตุลโทร.คุยฮิฮะด้วยหัวใจฟูฟ่องพองโตกับอโนมาว่า

“แก๊...เป็นเรื่องแล้ว ข่าวดีที่สุดในชีวิตเลย...แกจำแม่หมอที่แกพาฉันไปหาด้วยกันได้ไหมอโน...นั่นแหละแก๊...แกรู้ไหมว่าพี่นัท...”

ตุลพูดได้แค่นั้นก็หยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงแบรดตวาด “ไอ้แมตต์!! ที่แกพูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง”

ตุลหันมองเห็นแมตต์กับแบรดยืนอยู่ห่างไปไม่ไกลนัก รีบกระซิบบอกอโนว่าแค่นี้ก่อนนะแล้วปิดโทรศัพท์ นิ่งงันหูผึ่ง

แมตต์กับแบรดทะเลาะกันเรื่องแม่ของเขา แบรดบอกว่าตนกับแม่แมตต์จบกันด้วยดี แมตต์ยิ้มหยันถามว่า พ่อรู้ไหมภายใต้หน้าที่ยิ้มแย้มของแม่ แม่เจ็บปวดขนาดไหน...จ้องหน้าถามอย่างขมขื่นว่า

“รู้ไหมว่าการที่เด็ก 10 ขวบต้องมาเห็นแม่กับน้าตัวเองรถคว่ำต่อหน้าต่อตา หัวใจเด็กคนนั้นเป็นยังไง รู้สึกยังไง พ่อไม่รู้ เพราะพ่อไม่เคยรับรู้!!!”

แมตต์จำได้ฝังใจว่า วันนั้นแม่จะไปหย่ากับพ่อ เขาขอตามไปด้วย แม่บอกว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ให้แมตต์อยู่กับน้ากลาง แล้วเร่งน้าเล็กให้ไปกัน ไปช้าเดี๋ยวทางนั้นจะว่าเอา

น้าเล็กขึ้นไปนั่งที่คนขับพาแม่ออกไป แมตต์หันไปจับมือน้ากลางอ้อนวอน...

“น้ากลางครับ พาแมตต์ตามแม่ไปนะครับ แม่เสียใจ แม่แอบร้องไห้ทั้งคืน แมตต์กอดแม่ แมตต์รู้...แล้วถ้าแม่ไปเจอพ่อแล้วแม่เสียใจ ใครจะกอดแม่ครับน้ากลาง แมตต์ไหว้ล่ะ”

แมตต์ในวัย 10 ขวบกราบน้ากลาง เวลานั้น น้ากลาง ได้แต่กอดแมตต์ไว้ด้วยความสงสารแต่ไม่รู้จะทำยังไง

แมตต์ถามแบรดอย่างปวดร้าวว่า “พ่อรู้ไหม เด็กคนนั้นตามแม่ของเขาไป ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีกี่ชาติ เขาก็ไม่มีวันลืมภาพวันนั้น...”

ขณะน้ากลางขับรถตามรถของแม่แมตต์ไปนั้น แมตต์จ้องรถของแม่ไม่วางตา แล้วตะโกนลั่น

“แม่!!!”

รถบรรทุกคันหนึ่งแล่นตัดหน้ารถที่น้าเล็กกับแม่ นั่งอยู่ น้าเล็กเบรกกะทันหันรถเหวี่ยงปัดไปอย่างไร้ทิศทาง แล้วพุ่งเข้าชนต้นไม้อย่างแรง!!

แมตต์พูดถึงเหตุการณ์วันนั้นทั้งน้ำตาว่า

“ผมยังนึกเสียใจที่แม่ไม่ให้ผมไปด้วย ถ้าวันนั้นผมนั่งรถไปกับแม่ ผมคงได้ไปอยู่กับคนที่ผมรัก ไม่ต้องมาทนทรมานอยู่กับความเจ็บปวด อยู่กับคนที่ผมเกลียดแบบนี้!!”

“ไอ้แมตต์!!” แบรดตบแมตต์หน้าหัน ตุลที่ดูอยู่สะดุ้งเฮือก เห็นแมตต์มองพ่อของเขาเหมือนมองคนแปลกหน้าแล้วหันหลังเดินหนีไป แบรดมองตามแมตต์ไปอย่างรู้สึกผิด

ตุลยืนหน้าซีดเผือด มองตามแมตต์ไปอย่างคิดไม่ถึงว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย...

แมตต์เดินไปทรุดนั่งกอดเข่าน้ำตาไหล...เขาซบหน้ากับแขนตัวเองร้องไห้จนตัวโยน...

แบรดยืนมองแมตต์ด้วยหัวใจที่แตกสลาย แล้วเดินคอตกกลับไป

ส่วนตุลมองภาพแมตต์อย่างไม่เชื่อสายตาว่า วีพี 3 ที่ดูไร้หัวใจนั้น จะมีเบื้องลึกที่น่าสงสารมาก...

ooooooo

ฌอนออกจากโต๊ะอาหารแล้วไปนั่งดื่มที่หน้าเคาน์เตอร์ จมอยู่กับความเจ็บปวดที่ตัวเองไม่กล้าทำตามหัวใจตัวเองเหมือนแมตต์ คิดถึงที่นาตาลีต่อว่าเขาทั้งน้ำตาว่า

“ชีวิตคุณมีแต่งาน...งาน...งาน...คุณสนใจทุ่มเทให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิตจิตใจมากกว่าคนที่มีลมหายใจตรงนี้เสียอีก”

ยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวด ฌอนดื่มแล้วดื่มอีกจนเมา ดื่มหมดแก้วก็สั่ง “เอามาอีกแก้ว”

พิมมี่ขอให้พอได้แล้ว เขาบอกเธอให้ขึ้นไปนอนเสีย ตนอยากอยู่คนเดียว แต่เขาไม่ยอมหยุด สั่งบาร์เทนเดอร์ ให้เอามาอีกแก้ว!!

“ถ้าพี่ฌอนไม่ขึ้นไปกับพิมมี่ พิมมี่จะไปตามลุงแบรดมาเรียกพี่ฌอนกลับขึ้นไปนะคะ”

ฌอนชะงักเมื่อถูกพิมมี่ยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในที่สุดเขายอมให้พิมมี่ประคองขึ้นห้องพัก เธอจะผสมน้ำอุ่นให้อาบ เขานั่งก้มหน้าพูดอะไรไม่รู้เรื่อง พอพิมมี่ส่ายหน้าแล้วกู๊ดไนท์ เขาก็คว้ามือเธอไว้

“จะไปไหน ผมไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น” ฌอนดึงอย่างแรงจนพิมมี่เสียหลักล้มที่เตียง เธอช็อก ฌอน ยังคงคร่ำครวญ “ผมขอโทษ...ผมรักคุณนะ นาตาลี...ผมรักคุณ”

พิมมี่ช็อกหนักกว่าเก่า ลุกยืนตัวแข็งทื่อ ฌอนเห็นเธอยืนนิ่งเหมือนหุ่นก็ค่อยๆถอนตัวออกมา เพ่งมองแล้วเอ่ยอย่างผิดหวัง

“พิมมี่....พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษ...พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่นึกว่าพิมมี่เป็น...”

“นาตาลี...” พิมมี่พูดต่อให้อย่างเจ็บปวด พอตั้งสติได้ก็เอ่ย “กู๊ดไนท์นะคะ” แล้วออกไปเปิดประตูห้อง

ฌอนนั่งกุมหัว พึมพำเมาๆ...กรูทำอะไรลงไปวะเนี่ย???

ooooooo

ตุลคิดเรื่องแมตต์ เดินใจลอยกลับบังกะโล ฐานัทถามว่าไปไหนมา เธอบอกว่าไปเดินเล่น ถามว่าเขาพักร้อนกี่วัน ตนจะขอกลับก่อนเพราะวันจันทร์มีประชุม

ฐานัทบอกว่างั้นกลับด้วยกัน แต่ตุลอยากให้เขาพักให้คุ้มก่อน เพราะนานๆจะได้ลาพักร้อนสักที

“ได้ไง มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันสิ จริงๆที่มานี่พี่แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจะได้เลิกฟุ้งซ่านเรื่องแนน แต่พอเจอตุลจมน้ำไม่หายใจเข้าไปนี่ พี่คิดได้เลยนะ คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ เราจะไปสนใจคนที่ไม่รักเราทำไม สู้อยู่เพื่อคนที่รักเราและดีกับเราไม่ดีกว่าเหรอ จริงไหม”

ตุลยังอยากให้เขาพักชาร์จแบตให้เต็มที่ก่อนกลับไปทำงาน เขาบอกว่าคืนนี้นอนให้เต็มอิ่ม พรุ่งนี้หาอะไรอร่อยๆกินกันแล้วค่อยเดินทางกลับ บอกว่าขามาตุลขับ ขากลับให้นั่งสบายๆ เป็นคุณชายไปเลยตนจะขับเอง พูดพลางขยี้ผมตุลเหมือนหยอกน้องชาย

รุ่งขึ้นตุลตื่นแต่เช้าจะออกไปจ๊อกกิ้ง ชวนฐานัทไปด้วย เขาไม่ไปเพราะเมื่อวานว่ายน้ำจนเพลีย แต่เดี๋ยวตุลกลับมาจะพาไปกินโจ๊กเจ้าอร่อยกัน

ตุลวิ่งผ่านแถวหน้าโรงแรมก็มัวแต่มองหวังว่าจะเห็นแมตต์ จนวิ่งสะดุดแมตต์ที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมล้มไปด้วยกัน ตุลรีบขอโทษ กลบเกลื่อนแก้เกี้ยวถามว่าการประชุม เป็นยังไงบ้าง เขาตอบเนือยๆว่าก็ดี แล้วเตือนว่า “พรุ่งนี้มีประชุม หวังว่าคงจำได้นะ” พูดแล้วเดินกลับโรงแรมเลย

“ไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอวะเนี่ย” ตุลมองตามพึมพำ

ที่โรงแรม แบรด ฌอน โรสและพิมมี่ เข้ามานั่งที่โต๊ะอาหารเช้าแล้ว โรสถามว่าทำไมแมตต์ไม่ลงมาสักที บอกให้พิมมี่ช่วยโทร.ตาม

พิมมี่โทร.แล้ว แมตต์บอกว่าไม่หิวให้กินกันไปเลย แบรดถามว่าแล้วจะลงมาเมื่อไหร่

“คงสักพักมังคะ บอกจะไปสนามบินเอง เพราะต้องเอารถที่เช่ามาไปคืนน่ะค่ะ”

“งั้นโรสไปกับแมตต์นะคะ ทุกคนจะได้ไม่ต้องนั่งเบียดกัน”

ทุกคนคิดว่าเบียดยังไง รถตู้ออกกว้าง แต่ไม่มีใครพูด และที่โต๊ะอาหารนี่เอง ฌอนกับพิมมี่หยิบซอสจ๊ะกัน ต่างชักมือกลับทำหน้าไม่ถูก รีบก้มหน้าก้มตากินอาหาร

ฝ่ายฐานัท เมื่อตุลวิ่งกลับมาก็พาไปกินโจ๊กเจ้าอร่อย ตุลยังพยายามหว่านล้อมให้เขาพักอีกสองสามวันค่อยกลับ บอกว่าเสียดายเวลาพักร้อน

“เสียดายทำไม พี่คิดดูแล้ว ทำอะไรให้ยุ่งๆ เข้าไว้น่าจะดีกว่าอยู่เฉยๆ”

“ก็จริง ตอนตุลอกหัก ตุลอยู่คนเดียวไม่ได้เลยนะพี่ ก็มีอโนกับดา ที่ช่วยให้ผ่านวันแย่ๆไปได้”

“ใช่ เวลาช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น เวลาคงทำให้พี่ลืมแนนได้...ว่าแต่เราล่ะ เห็นอโนกับดาบอกว่ามะปรางกลับมาง้อขอคืนดีถึงออฟฟิศเลยหรือ”

ฐานัทยื่นหน้าเข้าไปถามแซวๆ ตุลเขินทำเป็นบ่นเพื่อนทั้งสองว่า อโนมา ดารินทร์รู้ โลกรู้ กระจายข่าวเร็วยิ่งกว่าแชร์ลงโซเชียลอีก ฐานัทฟังแล้วหัวเราะขำ

ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งเข้ามาชนโต๊ะว่างที่ตั้งอยู่ข้างๆฐานัทกับตุล ชายหนุ่มดึงตุลหลบได้หวุดหวิด ผู้คนแตกตื่นพากันมามุงดู ฐานัทกับตุลสวมวิญญาณเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยแหวกคนเข้าไปดูรถที่คนขับยังไม่เปิดประตูลงมา

ขณะตุลร้องขอชะแลงจะมางัดประตูรถ เกรงคนขับจะสลบอยู่ข้างในนั้นประตูรถก็เปิดออก แมตต์เดินมึนๆลงมา

“คุณแมตต์!!” ตุลตะลึง

แมตต์รับว่าเมื่อกี๊ตนวูบไป ขอโทษเฮียเจ้าของร้านโจ๊กและลูกค้า รับจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด

ฐานัทถามตุลว่ารู้จักเขาหรือ ตุลบอกว่าเจ้านายตนเอง บ่นว่าขับรถเสยฟุตปาทแบบนี้แสดงว่าหลับในชัวร์ สงสัยเมื่อคืนไม่ได้นอนจริงๆ ตุลเป็นห่วงว่าแล้วจะขับกลับเชียงใหม่ได้หรือ อาจเกิดวูบชนดะไปตลอดทาง ถามฐานัทว่าเขากลับคนเดียวได้ไหม ชายหนุ่มพยักหน้า งงๆว่าเธอถามทำไม?

ตุลเป็นห่วงแมตต์จึงไปขับรถให้เขาที่ยังสะลึมสะลือทั้งเมาทั้งง่วง เขาถามว่ารู้ได้ไงว่าตนไม่ได้นอนทั้งคืน ตุลบอกให้หยุดสงสัย หยุดถามแล้วนอนเสีย เดี๋ยวเที่ยงจะปลุกไปกินข้าว

ฝ่ายโรสกับพิมมี่ที่เตรียมเดินทางกลับพร้อมคณะ โรสเห็นท่าทีพิมมี่กับฌอนแปลกไปก็ถาม พิมมี่อึกอักบอกว่าแค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย โรสมองหน้าสงสัย ทักว่า มาสคาร่าเลอะ หยิบกระดาษทิชชู่จากกระเป๋าสะพายแล้ววางกระเป๋าไว้บนกระเป๋าใบใหญ่ หันไปเช็ดให้

พนักงานขนกระเป๋ามาถามว่าขนกระเป๋าขึ้นรถเลยใช่ไหม โรสบอกว่าขนไปหมดนั่นแหละ

แบรดมานั่งรถบอกโรสให้ดูแมตต์ให้ขับรถดีๆด้วยเขาไม่ชำนาญทาง

“ค่ะคุณลุง บ๊ายบายนะคะทุกคน แล้วเจอกันที่สนามบินค่ะ”

โรสโบกมือร่าเริงดีใจที่จะได้ไปกับแมตต์สองต่อสอง รีบขึ้นไปหาแมตต์ที่ห้อง เจอแต่แม่บ้านที่กำลังเปลี่ยนผ้าปูที่นอน บอกว่าคุณผู้ชายเช็กเอาต์ไปตั้งนานแล้ว!

โรสยืนมึนว่าแล้วตัวเองจะกลับยังไง พิมมี่ก็คงไปไกลแล้ว นึกได้จะโทรศัพท์ถาม จึงรู้ว่ากระเป๋าถือติดรถตู้ไปด้วย โรสว้าวุ่นใจว่าจะกลับยังไง มือถือ เครดิตการ์ด ติดรถตู้ไปหมดแล้ว!

ฐานัทกำลังจะขับรถกลับ เขาได้รับโทรศัพท์จาก “หอยเม่น” ก็แปลกใจ รับสายแล้วจึงรู้ว่าโรสตกรถ จำเบอร์โทรศัพท์ใครก็ไม่ได้ โชคดีที่แม่บ้านยังไม่ทิ้งกระดาษที่จดเบอร์เขาไว้

โรสบอกให้แวะส่งตนที่สุวรรณภูมิ พอดูนาฬิกาเห็นจะเที่ยงแล้วก็กรี๊ดที่เครื่องจะออกบ่ายโมงครึ่ง ไปไม่ทันแน่ บอกเขาว่าต้องซื้อตั๋วใหม่ให้ตนก่อน ถึงเชียงใหม่แล้วจะจ่ายคืนสามเท่า ฐานัทเล่นตัวขอเป็นสิบเท่า ต่อรองกันลงตัวที่ห้าเท่า โรสเร่งให้เขาเหยียบเต็มที่ ฐานัทเหล่มองแอบยิ้มที่ยั่วเธอได้

ooooooo

ฝ่ายแมตต์นั่งหลับๆตื่นๆ ถามตุลว่าถึงไหนแล้ว พอเธอบอกว่าให้นอนไปก่อนถึงบางปะอินแล้วจะปลุกกินข้าว เขาโวยว่าตนจะไปขึ้นเครื่องที่ดอนเมืองต่างหาก ตุลบ่นงึมงำว่าทำไมไม่บอกแต่แรก

พอถึงสนามบินดอนเมือง แมตต์สั่งให้เธอจอดรถตรงนี้เอากุญแจไปคืนที่เคาน์เตอร์ข้างใน ตุลจึงแยกจะไปหมอชิตขึ้นรถทัวร์กลับ

“มานี่” แมตต์คว้ามือเธอจูงเข้าไปในอาคารเพื่อซื้อตั๋วกลับเชียงใหม่

ฝ่ายโรสร้อนใจกลัวไม่มีตั๋วเครื่องบินกลับเชียงใหม่โทร.ไปที่บริษัททัวร์ให้ช่วยเช็กให้ ปรากฏว่าตั๋วสองใบสุดท้ายเพิ่งมีคนซื้อไปเมื่อครู่นี้เอง! โรสโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงโทษว่าเพราะเขาไม่ยอมโทร.ซื้อตั๋วให้เลยมีคนตัดหน้าซื้อสองใบสุดท้ายไปก่อนแค่ห้านาที

“เรื่องของคุณคุณต้องจัดการเอง จะชี้นิ้วสั่งคนอื่นได้ไง ตอนนี้เหลือทางเลือกสองทางจะไปรถทัวร์หรือจะนั่งหายใจรดกับผมไปจนถึงเชียงใหม่ อ้อ...หรือจะเลือกช้อยส์สุดท้าย...เดิน!”

โรสค้อนเขาตาแทบกลับ สะบัดมองไปข้างนอก หน้าบอกบุญไม่รับ ฐานัทแอบขำคุณหนูหอยเม่นที่วีนได้ทุกเรื่อง

แมตต์ขับรถตัวเองที่จอดอยู่สนามบินมาส่งตุลที่หน้าอพาร์ตเมนต์ของเธอ ขอบใจที่เธอขับรถจากหัวหินมาส่งที่สนามบิน อดประชดไม่ได้ว่า หวังว่าสาวๆที่เธอพาไปหัวหินด้วยคงไม่มาอาละวาดทีหลังนะ ตุลถามว่าสาวอะไร?

“หรือเธอจะบอกว่าไปเที่ยวหัวหินกับผู้ชายแค่สองคน เลิกเป็นทอมเปลี่ยนเป็นเกย์แล้ว??”

ตุลไม่ทันต่อปากต่อคำ ก็ได้รับโทรศัพท์จากโตมร ฟังแล้วตกใจมาก บอกโตมรว่าจะไปเดี๋ยวนี้เลย วางสายแล้วบอกแมตต์ว่า “เต่ายูนิฟอร่าหายไปค่ะ”

แมตต์อึ้งไปทันที

ooooooo

แมตต์กับตุลตรงไปพบมนตรีกับโตมรที่ส่วนแสดงเต่าทันที มนตรีรายงานปากสั่นหน้าซีดว่า

“ก่อนเลิกงาน...คีปเปอร์ที่ดูแลโซนสัตว์เลื้อยคลานก็เข้ามาตรวจนับเต่าตามปกติ แล้วก็พบว่าเต่ายูนิฟอร่าหายไปทั้ง 5 ตัวครับ” แมตต์ถามว่าหาดูทั่วหรือยัง? “ปูพรมหาทุกซอกทุกมุมแล้ว...แต่ไม่เจอครับ”

โตมรฟันธงว่าต้องมีคนขโมยไปแน่ ตุลว่าราคาตัวละเหยียบล้าน มันคงขโมยไปขายให้พวกลักลอบค้าสัตว์ แมตต์เครียดสงสัยว่าเป็นฝีมือคนนอกหรือคนในถามว่าเช็กกล้องวงจรปิดแล้วหรือยัง

มนตรีหน้าเหลือสองนิ้ว บอกว่ากล้องจับภาพมุมนี้เสียพอดี เมื่อเช้าไฟส่วนนี้ก็มีปัญหา ดีที่ชาติอาสาขึ้นไปซ่อมให้ ยืดอกรับว่า “เป็นความผิดของผมเองครับที่ไม่เช็กให้ดี”

แมตต์ถามว่าชาติไหน? แผนกซ่อมบำรุงมีคนชื่อชาติด้วยหรือ โตมรบอกว่าชาติที่เป็นคีปเปอร์โซนสัตว์ปีก แมตต์แหงนมองหลอดไฟที่มนตรีชี้ให้ดูซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ติดกล้องวงจรปิดนัก

“ฉันโทร.แจ้งความเลยนะคะ” ตุลหยิบโทรศัพท์ออกมา แมตต์แตะมือไว้

“ไม่ต้อง ฉันจะปรึกษาเพื่อนที่เป็นตำรวจก่อนถ้าเป็นฝีมือคนใน เรื่องนี้ต้องจัดการอย่างเงียบที่สุด” หันถามมนตรีว่า “ไม่มีพนักงานอื่นรู้เรื่องนี้ใช่ไหม”

มนตรีบอกว่านอกจากประสงค์ที่เป็นคีปเปอร์โซนนี้แล้วยังไม่มีใครรู้เพราะเป็นช่วงเลิกงานพอดี

“บอกประสงค์อย่าเพิ่งเล่าให้ใครฟัง ผมจะกลับไปคุยกับเพื่อน พรุ่งนี้เช้าสามคนมาพบผมที่ห้อง”

ทั้งสามรับปากพร้อมกัน แมตต์เครียดมองกรงแสดงเต่าที่ว่างเปล่าอย่างหนักใจว่าจะบอกพ่อยังไง

เช้าวันเดียวกัน...นลินีเดินตามแบรดกับฌอนที่กำลังจะไปห้องทำงาน ยื่นกระดาษปริ๊นต์ข่าวให้ดู แบรดรับไปอ่านแล้วอึ้ง ฌอนรับไปอ่านแล้วมองแบรดเครียดว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?

เป็นเวลาที่แมตต์กำลังประชุมกับตุล มนตรีและโตมรเครียด เขาประมวลเหตุการณ์แล้วคาดว่าเรื่องหมีควายกับการหายของเต่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ คนร้ายรู้จุดติดตั้งกล้องวงจรปิดอย่างดี ดีไม่ดีคนลงมืออาจเป็นคนเดียวกัน

ขณะแมตต์กำลังประชุมเครียด แบรดกับฌอนก็ผลักประตูพรวดเข้ามา แบรดถามแมตต์อย่างโกรธจัดว่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ตอนนี้ข่าวรู้ไปทั่วโลกแล้ว ด่าแมตต์ว่าแทนที่จะบอกตนกลับไปแจ้งความให้เรื่องใหญ่โต แบรดโยนข้อความพาดหัวข่าวให้ดู...

“พบแล้ว เต่ายูนิฟอร่า หลังหายจากสวนสัตว์บลูแพลนเนต คาดอาจโยงแก๊งค้าสัตว์ป่าหายาก”

แมตต์อึ้งว่าเป็นข่าวออกมาอย่างนี้ได้ยังไง ตนเพิ่งคุยกับเพื่อนที่เป็นตำรวจเมื่อชั่วโมงก่อนนี่เอง เพื่อนยังไม่ได้เบาะแสอะไรด้วยซ้ำ แบรดไม่สนใจด่าว่าระบบรักษาความปลอดภัยของเราล้มเหลว ฌอนถล่มซ้ำว่าเต่าราคาแพงหายไปใครจะรับผิดชอบ!

แมตต์ในฐานะกรรมการผู้จัดการขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว แบรดถามว่าพวกฝรั่งเขาจะคิดยังไงที่เกิดเรื่องในช่วงที่เราเตรียมจะ pitch โปรเจกต์ Blue Sea World เขาจะไว้ใจให้สวนสัตว์ที่มีปัญหาทั้งคนทั้งสัตว์มารับผิดชอบสาขาของเขาหรือ

ขณะแบรดกำลังด่าแมตต์อย่างหัวเสียนั้น นลินีเปิดประตูเข้ามาบอกว่าทางตำรวจโทร.มาแจ้งว่าได้ของกลางคืนแล้ว จะเปิดแถลงข่าวตอน 11 โมง และเชิญแมตต์ไปรับของกลางคืนด้วย ฌอนกลัวพ่อเครียดเลยขอไปเอง แบรดปรามแมตต์ว่ารักษาภาพลักษณ์ไว้ให้ดีจนถึงวัน pitch งาน Blue Sea World

แบรดเดินปึงปังออกไป ฌอนจิกมองแมตต์แล้วเดินตามไป ทิ้งให้แมตต์ยืนเครียดอยู่ตรงนั้น

ตุล มนตรีกับโตมรสงสัยกันว่าคนร้ายขโมยเต่าไปแล้วทำไมไม่เอาไปขาย หรือมันแค่ต้องการทำลายชื่อเสียงของบลู แพลนเนต?

แมตต์บอกว่าตนต้องจบเรื่องนี้ให้ได้ก่อนถึงวัน pitch โปรเจกต์ Blue Sea World ให้ทั้งสามปิดปากให้เงียบ เพราะตนค่อนข้างมั่นใจว่าคนในเป็นคนก่อเรื่อง จะให้ทั้งสามพูดเมื่อไหร่จะบอกเองแล้วสั่งตุลให้ไปรื้อแฟ้ม บลู ซี เวิลด์ที่ทักษะทำไว้ ไปให้ตนที่ห้อง

ooooooo

โรสไปหาพิมมี่ที่ร้านเสื้อเล่าเรื่องตนตกรถให้ฟังแล้วขอตัวไปหาแมตต์ โรสออกไปไม่นาน ฌอนก็เข้ามาขอคุยด้วย 5 นาที

พิมมี่ถามเขาว่านาตาลีเป็นใคร? ฌอนบอกว่าเป็นภรรยาของตน เรามีลูกด้วยกันแต่เลิกกันแล้ว นาตาลีแต่งงานใหม่ใช้ชีวิตอยู่อเมริกากับสามีและลูก ตนไม่รู้ว่าตอนที่เลิกกันนาตาลีท้อง เธอตั้งใจปิดตน

พิมมี่ถามว่าทำไมต้องเลิกกัน ฌอนบอกว่าตนบ้าเองที่ทำแต่งานจนเธอทนไม่ได้ พิมมี่กล้ำกลืนความเจ็บปวด ถามว่าแล้วเขาเคยไปเยี่ยมนาตาลีกับลูกไหม

ฌอนบอกว่าคิดถึงทั้งสองมากทั้งๆที่รู้ว่าตนไม่มีสิทธิ์ ฌอนขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นกับพิมมี่เมื่อคืน สัญญาว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก แล้วหันหลังพูดว่า...

“พี่รู้ว่าพิมมี่ไม่สบายใจ ถ้าอึดอัดที่ต้องเห็นหน้าพี่ พิมมี่ไม่ต้องเป็นฝ่ายหลบ แต่พี่จะย้ายไปเอง”

“อย่าไปเลยนะคะ” พิมมี่คว้าแขนเขาไว้มองด้วยสายตาเว้าวอน ฌอนชะงักประหลาดใจ แต่ไม่กล้าตีความหมายของสายตานั้นเอง...

ooooooo

มนตรีได้รูปที่ตำรวจเพื่อนของแมตต์ส่งมาให้ดู เป็นกระเป๋าเป้ใบใหญ่วางอยู่ในพงหญ้ากับเต่ายูนิฟอร่า 5 ตัวที่เอาออกจากกระเป๋าเป้ บอกโตมรให้ลองคิดๆดูว่าใครใช้กระเป๋าเป้แบบนี้บ้าง

โตมรยังไม่ทันพูดอะไรก็เห็นมะปรางเดินอ้าวเข้ามา จึงรีบออกไปขวาง บอกไม่ต้องเข้า ตุลเดินมาโน่นแล้ว มะปรางโผเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงตุลอย่างโหยหา

แล้วความลับดำมืดเรื่องใครเป็นคนขโมยเต่ายูนิเฟอร่าก็ถูกเปิดเผยออกมา เมื่อมะปรางเห็นชาติ ปั่นจักรยานผ่านมา จำได้ถามว่า ไหนบอกว่าจะไปต่างจังหวัด ไม่ไปแล้วเหรอ

ชาติตกใจบอกว่าเธอทักคนผิด มะปรางยืนยันว่าไม่ผิด ถามว่า

“ก็เมื่อวานพี่ลืมเป้ทิ้งไว้ ที่มะปรางเรียกพี่ไง จำไม่ได้เหรอ” ชาติอึกอักแล้วรีบขอตัว

มนตรีสงสัย ยื่นรูปให้มะปรางดูถามว่ากระเป๋าแบบนี้หรือเปล่า มะปรางตาโตบอกว่าใช่ ใบนี้แหละ ตุลพุ่งเข้าจับไหล่มะปรางเขย่า บอกให้เล่ามาชัดๆเลย ว่าเกิดอะไรขึ้น

“เมื่อวานมะปรางแวะดูว่าพี่ตุลกลับมาทำงานหรือยัง มะปรางเห็นผู้ชายคนเมื่อกี้สะพายเป้ใบใหญ่มาก เดินสวนมา มะปรางเห็นเขาเอาเป้ไว้ที่พงหญ้าแล้วเดินโทรศัพท์ออกมา”

มะปรางเล่าว่า ตนตะโกนบอกเขาว่าลืมกระเป๋าเป้ จะเดินเที่ยวทำไมไม่ฝากยามไว้ก่อน

“จะกลับต่างจังหวัด ไม่เดินแล้ว” ได้ยินเขาโทรศัพท์พูดกับปลายสายว่า “ไม่ต้องมาแล้ว ย้ายที่ เดี๋ยวกูโทร.ไปใหม่”

ทุกคนที่ฟังอยู่กระจ่างชัดทันที ตุลโผกอดมะปรางหอมแก้มซ้ายขวาขอบใจ บอกมนตรีว่าตนจะไปรายงานคุณแมตต์ก่อน บอกมะปรางว่าพรุ่งนี้จะเลี้ยงข้าวนะ ว่าแล้วหันหลังวิ่งออกไปเลย มะปรางถามว่าวันนี้ไม่ได้หรือ โตมรกับมนตรีรีบเสนอว่าจะพาไปเลี้ยงเอง

“เหม็นเบื่อผู้ชาย ชิส์...” มะปรางยี้หน้าใส่แล้วเดินเชิดไปเลย

เมื่อตุลไปรายงานแมตต์แล้วถามว่าจะเรียกชาติมาถามเลยไหม ชาติอาจรู้เห็นเรื่องนี้ก็ได้

“ถ้าจะจับให้ดิ้นไม่หลุดมันต้องมีหลักฐานมากกว่านี้ ฉันจะจัดการเอง ขอบใจที่มาส่งข่าว” พอตุลจะไปเขาเรียกไว้ถามว่า “เธอเป็นคนขอร่วมโปรเจกต์ บลู ซี เวิลด์ ที่คุณทักษะเริ่มไว้ใช่ไหม” ตุลหูผึ่งหันกลับมา เขาถาม “ยังสนใจโปรเจกต์นี้อยู่รึเปล่า”

ตุลตาเป็นประกายวาวขึ้นมาทันที เพราะนี่คือความฝันของตนเลยล่ะ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement