รักกันพัลวัน ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักกันพัลวัน ตอนที่ 4


23 พ.ย. 2560 09:19
1,457,178 ครั้ง

ละคร นิยาย รักกันพัลวัน

รักกันพัลวัน ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

รักกันพัลวัน

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

เชอริณ

บทโทรทัศน์โดย:

ปารดา

กำกับการแสดงโดย:

ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ฟีล กู๊ด เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณภัทร เสียงสมบูรณ์,ปรีชญา พงษ์ธนานิกร

แมตต์ลากตุลเข้าไปที่มุมวีไอพี ในร้านไวน์หรูของเพื่อนเขา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวประปราย

แมตต์นั่งกอดอกมองตุลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนิ่ง บนโต๊ะมีขวดเครื่องดื่มกับแก้ววางเต็มโต๊ะ แมตต์นั่งจ้องหน้าตุลอยู่นาน เธอทนไม่ไหวถามเสียงยานคางท้าทายทั้งที่เมาเละ

“อาววว...ว่าไงห๊ะ...นั่งจ้องหน้าเป็นชั่วโมงแล้ว จอาวไงก็ว่ามา...”

“เปิดอกคุยอย่างลูกผู้ชาย เธอเป็นแฟนน้องสาวฉันรึเปล่า” ตุลตอบกวนๆว่า มั้ง... “อย่ามากวนโมโหนะ!!! ตกลงเป็นแฟนน้องฉันรึเปล่า!!”

“ช่ายยยย...ซะเมื่อไหร่ล่ะ...ฮ่าๆๆ” ตุลหัวเราะขำกลิ้งที่ยั่วแมตต์ควันออกหูได้

“เอาไงกันแน่...ตกลงเป็นหรือไม่เป็น”

“ถ้าฉันบอกว่าม่ายเป็น แต่คุณคิดว่าเป็น ฉันก็เป็นอยู่ดี ถ้าฉันบอกว่าฉันเป็น ทั้งๆที่จริงแล้วฉันไม่ได้เป็น
คุณก็ต้องคิดว่าเป็น” ตุลพูดสะเงาะสะแงะ แต่กวนได้ใจจนแมตต์โมโห ตบโต๊ะปัง ตะคอก

“พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยได้ไหม ฉันขอถามเป็นครั้งสุดท้าย เป็น-หรือ-ไม่เป็น!!!”

“โอเคๆ เอาตรงๆเลยนะ...ม่ายเป็น แต่ต่อไป...ม่าย-รับ-รอง...”

แมตต์ตาแทบลุกเป็นไฟ ถามว่า “หมายความว่า เธอชอบน้องฉันใช่ไหม?”

“ชอบบบบดิ...คนอย่างไอ้ตุล ชอบใครก็ยืดอกรับแมนๆอยู่แล้ว ไม่ชอบ จะไปไหนมาไหนด้วยรึ”

“ตุลญาณา!!!” แมตต์ลุกพรวดโกรธจัด ตุลลุกประจันหน้าทันที ถามว่าใครเมากันแน่วะ แมตต์รู้ตัวทำเสียงเข้มกลบเกลื่อนว่า “ฉันขอสั่งเลย ต่อไปนี้ห้ามยุ่งกับพิมมี่เด็ดขาด ถ้าฉันจับได้อีกครั้งล่ะก็...ฉันไล่ออก!! ได้ยินไหม!!!”

ตุลไม่สะทกสะท้าน ยื่นหน้าเข้าไป เอามือตบแก้มแมตต์อย่างลามปาม

“โอเคๆ ได้เลยแมตต์ ใจเย็นๆ โมโหบ่อยๆเดี๋ยวสิวขึ้นนะ แค่นี้ใช่ไหม...ขอบใจนะที่เลี้ยงเหล้า ไปล่ะพรุ่งนี้เจอกันนะ VP 3”

ตุลส่งจูบ ตบไหล่แมตต์ป้าบๆ แล้วเดินหัวทิ่มหัวตำออกไป แมตต์ฉุนแต่พอเห็นสภาพเมาปลิ้นของตุลก็ถอนใจเฮือก นึก...งานเข้าอีกแล้วกรู...

ooooooo

ที่ร้านลาบข้างถนนตรงข้ามกับร้านไวน์หรูที่แมตต์กับตุลนั่งดื่มอยู่...มนตรีกับโตมรนั่งปรับทุกข์ปัญหาครอบครัวและความรักกัน กินลาบกินเหล้ากันจนเมาแอ๋

โตมรมองไปฝั่งตรงข้ามเห็นตุลเดินออกมานอกร้านมีแมตต์เดินตามมาติดๆ ทั้งสองมองหน้ากันสงสัยว่า
เกิดอะไรขึ้น

ตุลเดินออกมาเพื่อหาทางกลับบ้าน ทันใดก็ได้ยินเสียงแมตต์ตะโกนเรียก

“ตุลญาณา!!!”

ตุลทำหน้าอยากตาย นึกในใจว่าตามมาทำไม นี่เราต้องแกล้งทำเมาอีกเหรอเนี่ย! แกล้งเดินเซไปเซมาตามทางเท้าแล้วแถไปที่ถนนเพื่อโบกรถ

แมตต์ถลาไปคว้าแขนไว้ บอกให้เดินดีๆ อย่าลงไปที่ถนน อยากโดนรถชนตายอีกรึไง

“จะเรียกรถ ให้ยืนเรียกตรงนี้มันจะจอดไหมไปๆๆ ไม่ต้องยุ่ง เดี๋ยวฉันโทร.เรียกเพื่อนมารับ” ตุลแกล้งผลักแมตต์แรงๆ จนเขาเซไปข้างหลัง

มนตรีกับโตมรจับตาดูอยู่ตกใจลุกพรวดพร้อมกัน มนตรีบอกว่าตุลผลักคุณแมตต์ โตมรตาเหลือกถามว่าทะเลาะอะไรกันวะเนี่ย

แมตต์รีบเดินไปดักหน้าตุลเอามือดันไหล่ไว้ไม่ให้เดิน สั่งให้ไปขึ้นรถตนจะไปส่ง ตุลบอกจะกลับเอง

“ฉันไม่มีเวลาไร้สาระกับเธอนะ ฉันต้องกลับไปนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า เธอก็เหมือนกัน” พลางจับแขนตุลจะลากไป ตุลสะบัด แมตต์จับไหล่ก็ถูกสะบัดหลุดอีก แมตต์เลยล็อกตัวไว้แน่น ตุลดิ้นเลยเหมือนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน

ตุลผลักแมตต์อย่างแรงแต่ตัวเองเซเสียหลักหงายไปที่ถนน เหลือบเห็นมอเตอร์ไซค์เด็กแว้นพุ่งมาอย่างเร็ว ตุลตาเหลือกร้องลั่น แมตต์พุ่งเข้าคว้าตุลหลบได้หวุดหวิด ตุลตกใจใจเต้นตึ้กตั้ก

แมตต์ดุตุลว่าเมาขนาดนี้จะเรียกรถได้ยังไง เดี๋ยวรถได้ชนตายหรอก แล้วตัดสินใจจับแขนตุลพาดไหล่
ตัวเอง เอาตุลขี่หลังไป ตุลตกใจไม่ทันตั้งตัวร้องลั่น

“เฮ้ยยย...ทำไรวะ ปล่อย!”

แต่ไม่ว่าจะร้องจะดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุดเพราะแมตต์จับแขนที่พาดไหล่ตนยึดไว้แน่น

มนตรีกับโตมรช็อก มนตรีร้องว่าตุลล็อกคอคุณแมตต์ โตมรตาเหลือกบอกว่าแบบนี้โดนไล่ออกแน่

ทั้งสองลุกจากโต๊ะวิ่งข้ามถนนไปทันที

ooooooo

ตุลยิ่งดิ้นแมตต์ก็ยิ่งล็อกเธอไว้แน่น ตุลทุบหลังเขาอั้กๆ หวังให้ปล่อย เมื่อแมตต์ไม่ปล่อยก็รัดคอไว้แน่นจนเขาหายใจไม่ออก

“ตายๆๆๆ ไอ้ตุลมันบ้าคลั่งใหญ่แล้ว” มนตรีวิ่งเข้าไปตะโกนให้หยุดเดี๋ยวนี้ แล้วทั้งมนตรีกับโตมรก็ช่วยกันดึงตุลจากหลังแมตต์ ตุลหงายหลังมาทับทั้งสองล้มกันระเนระนาด แมตต์รีบฮุบอากาศหายใจหน้าแดงก่ำ

ตุลถามว่าสองคนมายุ่งอะไรด้วย ทั้งสองหาว่าตุลทำร้ายแมตต์ มนตรีชเลียร์ว่าตนเห็น ตนเป็นพยานให้คุณแมตต์ได้ ซ้ำขอโทษแมตต์แทนตุลด้วย ตุลเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนอย่าถือสาเลย ฝ่ายโตมรก็ขอร้องอย่าไล่ตุลออกเลย

ตุลเห็นมนตรีกับโตมรออกตัวแรงก็ตะโกนว่าเข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว ขี้เกียจอธิบายแล้วจะไป โตมรกับมนตรีจะไปส่ง แมตต์ถามว่าจะไปกันยังไง?

โตมรบอกว่าตนเอามอเตอร์ไซค์มา มนตรีเสริมว่าเดี๋ยวเราซ้อนสามไปกันสบายมาก

“จะซ้อนสามได้ไง” แมตต์ถาม แล้วสั่งให้มนตรีกับโตมรกลับไปพักให้หายมึน พรุ่งนี้เอาสติมาทำงาน แล้วมองตุล สั่ง “ตุลญาณา...เธอไปกับฉัน!!!”

ตุลฟังแล้วอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไป เมื่อไหร่จะหนีพ้นผู้ชายคนนี้ได้เสียทีนะ!

ooooooo

ฝ่ายพิมมี่กลับไปถึงบ้านก็วนเวียนคิดถึงแต่ภาพที่ฌอนกับสตีฟสนิทสนมใกล้ชิดกันระหว่างสาธิตเครื่องออกกำลังกาย ยิ่งคิดก็ยิ่งวุ่นวายใจ ถามตัวเองว่า

“ถ้าไม่ได้เป็น ไม่มีอะไรกัน จะไปนอนค้างด้วยกันทำไม?”

“คงไปเล่น scrabble ไม่ก็ต่อ lego กันมั้ง” เสียงป้ากลางแทรกขึ้น

พิมมี่ตกใจถามว่าป้ากลางมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ป้ากลางบอกว่านานแล้วเรามัวแต่ใจลอยพลางยื่นนมอุ่นๆให้ พิมมี่ขอบคุณ ออกตัวว่าตนมัวคิดโน่นนี่นั่นเพลินไปหน่อย

“เอาจิตไปผูกกับอะไร ต้องรู้จักดึงกลับมาบ้างนะลูก ไม่อย่างนั้นมันจะถลำลึก ยิ่งลึกมากก็ยิ่งขุ่นมัวมาก เราไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องใครทุกเรื่อง จริงไหม ปล่อยวางลูก... ปล่อยวาง...” เห็นพิมมี่หัวเราะแหะๆอย่างยอมรับ

ป้ากลางพูดหน้านิ่งว่า “แต่...ถ้าพ่อฌอนไปนอนค้างกับอีตาสตีฟนั่นจริงๆก็หมายความว่าพ่อฌอนคงเอาดีทางนี้ งั้นลุงแบรดก็ไม่ได้อุ้มหลานทางฝั่งพ่อฌอนแล้วสิ...รึไงพิมมี่”

“ไม่ทราบจริงๆค่ะ” พิมมี่ส่ายหน้าแอบถอนใจคิดหนัก ป้ากลางเหล่หลานสาวอย่างสังเกต

คืนเดียวกัน...ที่ห้องนอนคอนโดสตีฟ...เขายื่นรูปเด็กชายลูกครึ่งน่ารักวัยสองเดือนกว่าที่ถ่ายไว้ในโทรศัพท์มือถือให้ฌอนดู ฌอนดูแล้วน้ำตารื้นเจ็บแปลบขึ้นมาทันที

“โตขึ้นเยอะเลย อีกไม่กี่วันจะครบ 3 เดือนแล้ว กลับอเมริกาเที่ยวนี้ฉันต้องไปเป็นพ่อทูนหัวให้ลีโอด้วย” ฌอนอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนเอ่ยขอบใจสตีฟ แล้วถามว่านาตาลีสบายดีไหม สตีฟบอกว่าตอนนี้ได้พักงานก็อยู่บ้านดูลูก

ฌอนถามว่ามีความสุขดีใช่ไหม สตีฟพยักหน้าบอกว่าปีเตอร์รักนาตาลีมากและก็รักลีโอมากด้วย ฌอนนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วหันไปหยิบกล่องเครื่องประดับเล็กๆ ขึ้นมาเปิดออก ข้างในเป็นสร้อยคอทองคำขาวมีจี้รูปไม้กางเขนจิ๋ว เขายื่นกล่องให้สตีฟเอ่ยอย่างกล้ำกลืนความเจ็บปวดว่า

“ฝากของขวัญให้ลีโอด้วยนะ แล้ว...ช่วยบอกนาตาลีด้วยว่า...ฉัน...คิดถึง”

“โอเค” สตีฟรับกล่องของขวัญอย่างเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนรัก

ooooooo

แมตต์ขับรถเข้าไปในซอยเป็นตึกแถวและทาวน์เฮาส์ ตุลเหล่มองเขาแล้วบอกให้จอดจะลงตรงนี้ แมตต์มองหาถามว่าบ้านเธอหลังไหน ตุลชี้มั่วๆ แล้วรีบเปิดประตูลงไปทำเป็นเซเมาๆ ไล่ให้เขารีบกลับไป

แมตต์บอกให้เธอเข้าบ้านไปก่อน เดี๋ยวจะมานอนไฟดูดตายแถวนี้ตนจะมีบาปติดตัวไปด้วย ตุลอ้างว่า
เขาต้องขับรถไปอีกไกล นี่ก็ดึกมากแล้ว

ขณะกำลังยืนเซ้าซี้กันนั่นเอง บุญลือพ่อขี้เมาของตุลก็ร้องทักตุลว่ามาแล้วหรือ กำลังจะไปหาที่คอนโดพอดี ถามว่ามายืนทำอะไรอยู่แถวนี้

แมตต์เอะใจว่าตกลงบ้านเธออยู่ไหนกันแน่

บุญลือจัดแจงเล่าเป็นคุ้งเป็นแควว่า ตุลอยู่คอนโดซอยโน้น แล้วเร่งตุลให้รีบกลับบ้านกัน

แมตต์จึงให้ทั้งตุลและพ่อขึ้นรถเพื่อขับไปส่งที่คอนโด ตุลอยากจะบ้าตายที่พ่อบอกที่อยู่ตนแก่แมตต์ กลัวว่ามีปัญหากับเขาแล้วตนจะไม่มีที่หลบภัย ต้องโดนเขาตามมาควักมาจิกไปเล่นงานแน่ๆ

ที่แท้บุญลือมาดักทวงเงินเดือนเพื่อเอาไปใช้หนี้ที่แปะเขาไว้ ตุลบ่นว่าเมื่อไหร่พ่อจะเลิกเหล้าเสียที บุญลือย้อนว่า “แล้วเมื่อไหร่แกจะเลิกมีเมียเสียทีล่ะ”

“เลิกตั้งนานแล้ว ตอนนี้อยากมีผัวเข้าใจป่าว?!”

“ฮ่าๆๆ ให้มันจริงเถอะ แกเลิกเป็นทอมเมื่อไหร่ ฉันเลิกเหล้าเมื่อนั้น โอเค้ ฮ่าๆๆๆ”

บุญลือได้เงินแล้วก็เดินหัวเราะร่วนออกไป ตุลกุมขมับ คิดไม่ตกว่าทำไมไม่มีใครเชื่อตนเลย

รุ่งขึ้นตุลไปเจอแม่ที่ทำงานเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ หน้าตาอิดโรย ตุลถามว่าแม่ยังไม่ได้นอนเลยหรือ แม่บอกว่าเดี๋ยวไปงีบสักสองสามชั่วโมงแล้วไปเข้ากะที่ร้านเพชรคุณอุไรวรรณต่อ

ตุลห่วงแม่ว่านอนน้อย แม่ถามว่ามาแต่เช้ามีอะไรไหม ตุลเอาเงินให้แม่สามพัน บอกว่าเมื่อวานพ่อไปที่คอนโดแต่ตนไม่อยากฝากพ่อมาเดี๋ยวเอาไปลงขวดหมด

ตุลสงสารแม่ที่ทำงานหนัก อยากให้พัก แม่บอกว่ายังไหว

“ทำไมพ่อไม่เคยพูดอะไรแบบนี้บ้าง” ตุลบ่น แม่ให้ปล่อยพ่อเขาเถอะ เขาเป็นอย่างนี้มาเป็นสิบปีแล้ว ตุลจึงให้แม่ซ้อนมอเตอร์ไซค์พาไปส่งบ้าน

ooooooo

เมื่อตุลไปทำงานที่สวนสัตว์ เกิดเหตุร้ายแรงเมื่อโตมรวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่าเจ้ากางเขนหมีควายหนีออกจากคอก!

ทั่วทั้งสวนสัตว์ต้องระดมกำลังออกตามหากันจ้าละหวั่น แมตต์ขับรถกอล์ฟออกตามหา ตุลใช้วอล์กกี้ทอล์กกี้สั่งการให้กระจายกำลังกันตามหา

วันนี้มีคณะครูและนักเรียนกับนักท่องเที่ยว

อีกจำนวนหนึ่งเข้ามาเที่ยว ตุลสั่งให้เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวกับเด็กๆ อย่าเพิ่งเข้ามาโซนด้านใน แมตต์ถามว่าแล้วจะให้พวกเขาไปอยู่ที่ไหน

ตุลให้พานักท่องเที่ยวและเด็กนักเรียนไปรวมตัวกันที่หน้าส่วนแสดงโชว์แมวน้ำก่อน แมตต์ประกาศประสานว่า

“แจ้งทุกคนไปเลยว่าเราจะเปิดโชว์แมวน้ำรอบพิเศษให้ทุกคนเข้าชมฟรี บอกเจ้าหน้าที่ในส่วนของโชว์ให้สแตนด์บายด้วย ทุกขั้นตอนต้องเคลียร์ภายใน 20 นาที โชว์ก็ต้องพร้อมภายใน 20 นาทีเหมือนกัน ส่วนคีปเปอร์ทั้งหมดต้องตามหาหมีที่หลุดไปให้เจอ ทำยังไงก็ได้ให้หมีกลับเข้ากรง จบโชว์เมื่อไหร่ทุกคนต้องได้กลับไปดูสวนสัตว์ตามโซนต่างๆตามสิทธิ์ที่เขาซื้อบัตรเข้ามา เข้าใจไหม!”

พนักงานทุกคนเครียดกับคำสั่งเฉียบขาดของแมตต์ กับงานหนักและเวลาที่จำกัดมาก

ตุลวิ่งไปที่คอนโทรลรูมเจอแมตต์เดินมา เขาคาดโทษเธอว่า

“ถ้าหมีหลุดไปทำร้ายใครบาดเจ็บแม้แต่คนเดียวละก็...ฉันไม่เอาเธอไว้แน่!!”

ooooooo

ตุลดูที่กล้องวงจรปิดในห้องคอนโทรลรูม มีแมตต์ มนตรีและโตมรดูอยู่ด้วย โตมรเห็นสัตว์ขนสีดำวิ่งผ่านจอไปซุกอยู่หลังพุ่มน้ำ ร้องบอกว่ากล้อง 5 เห็นอะไรแวบๆ มนตรีเพ่งแล้วบอกว่านั่นมันลิง!

“นั่น!! ที่กล้อง 7 ต่างหาก” มนตรีร้องบอก ทุกคนหันมองไปที่กล้อง 7 แต่พอเจ้าหน้าที่ซูมไปกลายเป็นนกกระจอกเทศ!

ตุลกับแมตต์สแกนกล้องโน้นกล้องนี้ดู พลันก็ร้องพร้อมกัน

“กล้อง 8!!!”

เจ้าหน้าที่รีบซูมภาพดู เห็นหมีควายยืนอยู่ใกล้ๆ คอกร้างจริงๆ ตุลหยิบวอล์กกี้ทอล์กกี้สั่งทันที

“เจอเป้าหมายแล้วที่บริเวณใกล้คอกร้างหมายเลข 9 ขอให้คีปเปอร์ที่อยู่ใกล้จุดนั้นต้อนกางเขนเข้าไปที่คอกร้างหมายเลข 9 ด่วน ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

สั่งเสร็จตุลวิ่งออกจากห้องไป มนตรีกับโตมรรีบวิ่งตาม แมตต์รู้ว่าตุลจะทำอะไรและตัวเองควรทำอะไรในเวลาคับขันนี้

ฌอนอยู่ที่ห้องทำงาน นลินีวิ่งหน้าตาตื่นมาถามว่าเล่นอะไรอีกหรือ เธอคิดว่าเรื่องหมีควายหลุดจากกรงเป็นแผนของท่านประธานกับฌอนที่จะทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของแมตต์อีก

พอฌอนรู้ว่าหมีหลุดจากกรงก็เครียด ถามว่าเกิดเรื่องอย่างนี้ได้ยังไง เดินอ้าวออกจากห้องไปทันที

ฝ่ายตุลเมื่อเห็นหมีควายแล้วก็สั่ง “ซางเป่า” โตมรหยิบซางเป่าและลูกดอกอาบยาสลบขึ้นมาวางทันที ตุลขอกระเป๋ายาฉุกเฉิน มนตรีถามว่าต้องใช้ยาสลบเลยหรือ?

ตุลบอกว่าเผื่อกรณีฉุกเฉิน แล้วสั่งชาติให้เตรียมเปล รถ น้ำเกลือ อุปกรณ์ CPR ตามตนไปด่วน

แมตต์ยืนประเมินการแก้ปัญหาของตุลเห็นว่าเก่งใช้ได้แต่ยังไม่รอบคอบพอ เขาเดินไปหยิบปืนยิงยาสลบแล้วสั่งชาติ

“ดรอว์ยาให้ด้วย...ไซลาซีน 0.5 ซีซี โซลิทิล 2 ซีซี”

ชาติกับคีปเปอร์ชะงักอึ้งว่าทำไมแมตต์สั่งยาได้ถูกต้อง ทุกคนรีบจัดยาตามคำสั่งอย่างเร่งรีบ
งานต้อนหมีควายเข้าคอกไม่สำเร็จ มนตรีเร่งให้รีบเพราะหลังคอกนี้เชื่อมออกไปทางป่าด้านหลัง ถ้าหมีหลุดออกไปได้ งานเข้าหนักกว่าเดิมแน่ แมตต์ถามว่าที่นั่นมีอะไร

“หมู่บ้านกับโรงเรียนน่ะสิ” ฌอนมาถึงพอดีตอบเครียด เร่งว่า “โชว์ไทม์แมวน้ำเหลืออีกแค่ 5 นาที นายจะทำอะไรก็รีบทำ” ตุลเสนอว่าเวลาแค่นี้คงต้องใช้ยาสลบแล้วย้ายเข้ากรงไปที่คอกเดิม

“โตเป่าเอง” โตมรอาสาแล้วหันไปหยิบลูกดอกอาบยาสลบกับซางเป่าลูกดอก เดินออกไปอย่างเท่

โตมรเป่าลูกดอกอาบยาสลบปักฉึกเข้าที่ก้นหมีควาย ครู่เดียวมันก็โงนเงนแล้วฟุบลง มนตรีจะวิ่งเข้าไปโตมรบอกให้รอ 5 นาทีให้ยาสลบทำงานก่อน

ตุลดูนาฬิกาเห็นหมีไม่ขยับเขยื้อนก็สั่งเตรียมอุปกรณ์เคลื่อนย้าย โตมรเช็กเพื่อความแน่ใจ เดินเข้าไปหยิบก้อนหินปาหมีก็ไม่กระดิก จึงเอาไม้เข้าไปแหย่ แต่แล้วโตมรก็หน้าซีดเผือดเมื่อหมีผงกหัวขึ้นมา!

ที่แท้หมีสะบัดลูกดอกอาบยาสลบหลุดจากตัวจึงได้รับยาสลบไม่เต็มที่

ขณะนั้นเอง เจ้าหน้าที่เข้ามาบอกว่าตอนนี้ปล่อยนักท่องเที่ยวเข้ามาด้านในแล้ว ตุลกับแมตต์สบตากันตกใจ ฌอนเครียดจัด เสียงเข้มว่า

“จะทำอะไรก็รีบทำเข้าสิ!!” หันถามมนตรีว่าหมออยู่ไหน!! มนตรีบอกว่ากำลังมา ฌอนกดดันแมตต์พูดไม่ให้คนอื่นได้ยินว่า “พ่อพูดถูก คนอย่างนายปล่อยมือไม่ได้จริงๆ”

“Shut up!!! นายไม่ต้องยุ่ง ฉันจัดการเอง” แมตต์หยิบปืนยิงยาสลบวิ่งไปทางคอกร้างทันที ทุกคนมองตามอ้าปากค้าง คิดไม่ถึงว่าผู้บริหารจะยิงยาสลบได้

ooooooo

โตมรเข้าไปในระยะห่างจากหมีไม่ถึง 2 เมตร ยืนตัวแข็งครางโหยหวนเมื่อหมีเดินเข้าหา หมายให้หมีจำตนที่เป็นคนให้อาหารได้

ตุลขยับเข้าใกล้หมีประมาณ 5 เมตร ส่งสัญญาณไม่ให้โตมรทำให้หมีเห็นตน แล้วยกซางเป่าลูกดอกเล็งไปทางหมีที่เดินเข้าใกล้โตมรมาเรื่อยๆ

แมตต์ขยับเข้ามายืนข้างตุล ถือปืนยิงยาสลบเล็งไปที่หมี พูดเบาๆ

“ถอยไป ฉันจัดการเอง” ตุลบอกไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยเทรนมาก่อน มันอันตราย แมตต์กดเสียงเข้มว่า “แล้วจะปล่อยให้เพื่อนเธอโดนตะปบไส้แตกรึไงฉันไม่มีเวลาให้เธอเสี่ยง”

“กางเขนอาจจะตกใจเสียงปืนแล้วพุ่งเข้าตะปบไอ้โตหรืออาจจะวิ่งเตลิดไปทำร้ายคนอื่นได้ ให้ฉันลองใช้ลูกดอกดูก่อน ระยะแค่นี้ฉันมั่นใจว่าไม่พลาดแน่”

“นับหนึ่งถึงสาม ถ้าเธอพลาด ฉันยิง”

ทันใดนั้นหมีคำรามลั่น โตมรกลัวสติหลุดหงายหลังก้นจ้ำเบ้า ตุลเล็งซางเป่าลูกดอกไปทางหมีอย่างมีสมาธิ แมตต์ก็ยืนเล็งปืนอยู่ข้างๆ อย่างพร้อมเหนี่ยวไก ทั้งสองมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันแน่วแน่

ตุลนับหนึ่งถึงสาม หมีก็ผงาดเข้าหาโตมร ตุลเป่าลูกดอกทันที ลูกดอกพุ่งเข้าใส่หมีในวินาทีเดียวกัน! หมีผงะคำรามลั่น นิ้วแมตต์ก็ยังอยู่ที่ไกปืนแน่วแน่

โตมรยกมือปิดหน้ากลัวสุดขีด ครู่นึงไม่เห็นอะไรเกิดขึ้นจึงค่อยๆลดมือลง เห็นเจ้ากางเขนหมีควายทรุดลงกับพื้น โผล่แต่ก้นที่มีลูกดอกปักอยู่

ฌอนเห็นสถานการณ์คลี่คลายแล้วก็ถอนใจโล่งอก เดินออกไปเงียบๆ

เหล่าคีปเปอร์กระโดดโลดเต้นดีใจ มนตรีวิ่งไปหาโตมรกระโดดกอด

“รอดแล้วไอ้โต!! รอดแล้วววว”

“สำเร็จ!! สำเร็จจนได้” ตุลดีใจมากเผลอกระโดดกอดแมตต์แน่น ตะโกน “ไอ้โตไม่ตาย...กางเขนปลอดภัย...ดีใจจริงๆว่ะ”

แมตต์ยืนตัวแข็งทื่อที่จู่ๆก็ถูกตุลกระโดดกอด ครู่หนึ่ง ตุลรู้สึกตัวมองตัวเองว่ากอดใครอยู่ พอรู้ตัวก็ค่อยๆผละออกหัวเราะแหะๆแก้เก้อ

แมตต์มองตุลนิ่ง ใจแอบหวิวกับสรีระสาวที่ตนไม่เคยเห็นว่าเป็นผู้หญิง พริบตาเดียวเขาก็เก๊กวางฟอร์มขรึมตามเคย

เมื่อเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แมตต์เดินมาตามทางที่จะไปห้องประชุม เขาชะงักเมื่อเห็นฌอนเดินมาจากอีกทาง แมตต์พูดดักคออย่างไม่พอใจว่า

“ปล่อยฉันทำงานเองได้ไหม”

“ไม่ได้...นายคิดว่าฉันอยากเสียเวลาตามนายงั้นเหรอ งานฉันก็มี แต่มันเป็นคำสั่งของพ่อ ฉันหรือนายมีสิทธิ์ขัดคำสั่งพ่องั้นเหรอ” ฌอนมองแมตต์กวนๆ แล้วเดินผ่านไป

แมตต์ยืนถอนใจพยายามระงับสติอารมณ์

ooooooo

ในห้องประชุมบลู แพลนเนต พนักงานและหัวหน้าคีปเปอร์โซนต่างๆยืนเรียงแถวหน้ากระดานสองแถว แมตต์ก้าวเข้ามายืนตรงกลางเหล่าคีปเปอร์ ฌอนนั่งไขว่ห้างอยู่หลังห้อง ดูว่าแมตต์จะพูดอะไร

“ใครเป็นคนดูแลโซนหมีที่หลุดออกมา” แมตต์ถามหน้าเข้ม บุญช่วยยกมือรับผิดว่าผมเองครับ

“ตอนเกิดเรื่องคุณหายไปไหน” แมตต์จ้องเขม็ง บุญช่วยกลัวหัวหด โตมรจึงตอบแทนว่า

“หลานสาวน้าช่วยไม่สบายมากครับ ผมเลยอาสาช่วยแกให้อาหารเจ้ากางเขน แล้วให้แกกลับไปป้อนยาหลาน ที่บ้านแกไม่มีใครอยู่เลยครับ”

บุญช่วยยืนยันว่าเมื่อวานตอนเอาหมีเข้าคอกตนล็อกประตูแน่นหนาแล้ว ถูกแมตต์สวนทันทีว่า

“แก้ตัวยังไงก็ฟังไม่ขึ้น ในเมื่อหมีมันหลุดมาแล้ว คุณต้องรับผิดชอบเพราะคุณเป็นคนดูแลมัน”

ตุลทนฟังไม่ได้บอกว่าน้าช่วยไม่เคยทำงานสะเพร่าเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“แต่มันก็พลาดไปแล้ว ถ้าหมีหลุดไปทำร้ายนักท่องเที่ยว นอกจากเขาจะบาดเจ็บเสียขวัญ ชื่อเสียงบลูแพลนเนตจะเป็นยังไง คิดกันบ้างไหม ผมจะปล่อยให้คนแบบนี้ทำงานต่อไปยังไง!”

“ฉันขอรับผิดชอบเอง” ตุลยืดอกรับ “คุณจะลงโทษหรือทำทัณฑ์บนน้าช่วยยังไง ก็อย่าถึงขั้น
พักงานหรือไล่แกออก น้าช่วยเป็นคนดี รักสัตว์ รักบลู แพลนเนต ถ้าคุณไม่ต้องการคนรักสัตว์รักองค์กรทำงานที่นี่แล้วคุณต้องการคนแบบไหน”

มนตรีและเหล่าคีปเปอร์มองกันอย่างเห็นด้วยกับตุลแต่ไม่มีใครกล้าหือ แมตต์เครียดเหล่ไปทางฌอนที่นั่งมองด้วยสายตาท้าทายว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร

“ผมจะตัดเงินเดือนเดือนนี้ของคุณ 30 เปอร์เซ็นต์ และงดจ่ายเบี้ยเลี้ยงทั้งเดือน และถ้ายังเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก จะไม่มีการทำทัณฑ์บนอะไรทั้งนั้น ผมจะปลดคุณออกทันที” พูดแล้วมองหน้าตุล “คุณก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย” พูดแล้วเดินหน้าตึงออกไป ฌอนลุกเดินออกไปอีกคน

ตุลกับทุกคนเงียบกริบ มองหน้ากันตาปริบๆ

เมื่อพากันเดินออกจากห้องประชุม โตมรเปรยว่าไม่อยากเชื่อว่าคุณแมตต์จะแค่หักเงินเดือนกับเบี้ยเลี้ยงน้าช่วย มนตรีเองก็งง แต่ที่งงและทึ่งกว่านั้นคือคุณแมตต์ยิงยาสลบเป็น มนตรีสงสัยว่าคุณแมตต์เรียนบริหารสาขาไหนถึงสั่งยาสลบหมีได้ด้วย

โตมรทำกร่างบอกว่าอยากรู้เดี๋ยวจะถามคุณแมตต์ให้ พูดแล้วสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นแมตต์เดินมายืนอยู่ตรงหน้าสั่ง

“ทำรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดส่งผมภายในวันนี้”

“ครับผม” มนตรีกับโตมรตอบพร้อมกันอย่างแข็งขันแต่หน้าจ๋อย

ooooooo

วันนี้ฐานัทมาเจออโนมากับดารินทร์จึงชวนไปกินข้าวฉลองกัน สองสาวถามว่าฉลองอะไร เขาตอบอำๆว่าเดี๋ยวรู้เอง

ไปถึงห้องอาหารในออฟฟิศของฐานัท เจอแนนนั่งอยู่ก่อนแล้วมีอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ เธอถามว่านึกยังไงสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะเลย มองเลยไปเห็นอโนมากับดารินทร์เดินตามหลังฐานัทมาก็สงสัยว่า ตามมาทำไม?

ฐานัทบอกว่ากะชวนอโนมากับดารินทร์มากินด้วยเลยสั่งมาชุดใหญ่ เรียกสองสาวนั่ง บอกว่าเย็นนี้ตนนัดพาตุลไปสมัครงานเสร็จแล้วจะรีบกลับ บอกแนนว่าวันนี้เป็นวันพิเศษครบรอบที่เราคบกันมาสองปี แล้วหยิบกล่องช็อกโกแลตให้ บอกให้เปิดดูเลย

แนนฝืนยิ้มเพราะคิดว่าจะได้สร้อยได้แหวน เอ่ยขอบคุณแล้ววางบอกว่าตนยังไม่อยากกินตอนนี้ ฐานัท

บอกให้เปิดดู ดารินทร์ก็ลุ้นให้เปิด แนนจึงเปิด ปรากฏว่าข้างในมีกล่องแหวนทองคำเกลี้ยงวางอยู่

ฐานัทยิ้มหวานบอกว่าตนอยากให้วันนี้เป็นวันพิเศษจึงชวนอโนกับดามาเป็นพยานด้วย พลางหยิบแหวนสวมให้แนน เอ่ยหวาน...

“พี่ขอจองแนนไว้ก่อน หาฤกษ์แต่งได้เมื่อไหร่ พี่จะซื้อแหวนเพชรให้นะ”

ชายหนุ่มยิ้มปลื้ม แต่แนนฝืนยิ้ม ส่วนอโนมากับดารินทร์ที่กำลังหิวเห็นดังนั้นถึงกับกินไม่ลง สองสาวหลบมุมคุยกัน ถามกันว่าจะเอายังไง เพราะตุลนัดกับฐานัทไปสมัครงาน ตอนนี้กำลังจะเลิกงานแล้ว อโนมาถามว่า เขาสวมแหวนกันขนาดนั้นจะหวังอะไรอีก

แต่ดารินทร์ติงว่า ฐานัทขอแต่งงานทั้งที แต่แนน กลับฝืนยิ้มเหมือนปวดถ่าย

“ถ้างั้นเราปล่อยนังตุลไปกับพี่นัทเถอะนะ อย่าเล่าให้มันฟังเลย ต่อไป...เรื่องมันจะลงเอยยังไงกัน ก็ต้องแล้วแต่เบื้องบนก็แล้วกัน” อโนมาพูดปลงๆ

ooooooo

วันนี้ฌอนเดินมาบอกแมตต์ว่าตนรายงานเรื่องของเขาไปให้พ่อแล้ว เขาควรโทร.กลับไปอีกที

“รายงานตามความจริงหรือใส่ความให้พ่อรู้สึกว่าลูกในไส้ปัญญาอ่อน ไม่ฉลาดเท่าลูกนอกไส้” แมตต์ดักคอ ฌอนชักสีหน้าย้อนถามว่า

“แล้วมันต่างกันตรงไหน ยังไงนายก็แค่ whippersnapper ในสายตาพ่ออยู่แล้ว”

“ไอ้ฌอน!!!” แมตต์ลุกพรวดโกรธจัด

พอดีมีเสียงเคาะประตู แล้วโรสกับพิมมี่ก็เข้ามา เห็นท่าทางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันของผู้ชายทั้งสองก็หนาวๆ ร้อนๆ แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ยิ้มแย้มทักทาย

พิมมี่ทำเสียงร่าเริงทักว่าสองคนอยู่ด้วยกันพอดีเลย ตนกับโรสมาชวนไปกินข้าวกัน กลับมาครบเดือนแล้วยังไม่ได้เลี้ยงฉลองพร้อมหน้าพร้อมตากันเลย โรสก็อ้อนว่าเมื่อวานพิมมี่ก็ชวนพี่ฌอนไปแล้วแต่พี่ฌอนไม่ว่าง ฉะนั้นวันนี้ต้องว่าง บอกแมตต์เชิงบังคับว่า

“ส่วนพี่แมตต์หมดสิทธิ์ปฏิเสธ เมื่อวานทิ้งโรสไว้กับพิมมี่ วันนี้ต้องไถ่โทษ” แมตต์บอกว่าตนยังไม่เลิกงาน “โรสเช็กคุณหน่อยแล้ว ทั้งพี่ฌอนพี่แมตต์ไม่มีประชุม ไม่มีงานเลี้ยง ไม่มีอะไรยุ่งแล้ว เพราะฉะนั้นห้ามบ่ายเบี่ยง”

“นะคะ...ป้ากลางทำกับข้าวแล้ว ถ้าเราไม่ไป ป้ากลางจะเสียใจมากนะคะ” พิมมี่อ้อน

ทั้งแมตต์และฌอนมองหน้ากันอย่างเย็นชา

ooooooo

ที่ส่วนแสดงแมวน้ำในบลู แพลนเนต ตุล มนตรีและโตมรกำลังให้อาหารและร่วมฝึกแมวน้ำในส่วนแสดงร่วมกับคีปเปอร์ตัวจริง

มนตรีชวนว่าวันนี้เหนื่อยทั้งวันไปฉลองกันหน่อยไหม โตมรดี๊ด๊าแอบยกสองโป้งให้มนตรีบอกว่าตนก็อยากเลี้ยงขอบคุณตุลที่ช่วยตนด้วย

ตุลไม่ไปเพราะอยากพัก โตมรน้อยใจหาว่าที่ตุลไม่ไปเพราะตนเป็นคนชวน ตุลบอกว่าตนเหนื่อย ใครชวนก็ไม่ไปทั้งนั้น

ขณะนั้นเองฐานัทเดินหล่อเท่เข้ามาเรียกตุล พอหันไปเห็นฐานัท ตุลก็ดี๊ด๊าดีใจหายเพลียเป็นปลิดทิ้ง

ฐานัทบอกว่าตนมาหาลูกค้าแถวนี้เลยแวะเข้ามาดู ถามว่าเลิกงานหรือยัง ตุลบอกว่าเดี๋ยวก็เลิกแล้ว

“งั้นไปด้วยกันเลย”

“ค่ะ” ตุลตอบรับเสียงหวาน เดินตามนัทไปเหมือนตกอยู่ในความเคลิ้มฝัน

โตมรมองตามตาละห้อย บอกมนตรีว่าไม่เคยได้ยินตุลพูดหวานแบบนี้กับใครเลย ถามว่ามันคืออะไร? หมายความว่ายังไง?? มนตรีคลำคางวางมาดตอบอย่างผู้รู้ว่า

“มันจะหมายความว่ายังไง นอกจาก...ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ชอบทอม ไอ้ตุลก็คงเห็นเขาเป็นดี้ชัวร์”

ขณะฐานัทเดินมากับตุลนั้น โรสกับพิมมี่ที่ชวนแมตต์กับฌอนไปกินข้าวที่บ้านเดินผ่านมาเห็นฐานัทคู่ปรับเก่าเดินมากับตุลก็ตกใจถาม “ไอ้บ้านั่นโผล่มานี่ได้ไง”

แมตต์มองตามโรสไป เห็นฐานัทเดินมากับตุลก็ชะงัก ยิ่งเห็นตุลเดินมาอย่างดี๊ด๊าร่าเริงก็นึกปลงว่า

บ้ารึเปล่า โรสเร่งให้รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวป้ากลางจะรอที่โต๊ะอาหารบ้านแมตต์ ป้ากลางเตรียมอาหารไว้แล้ว ป้ากลางเตรียมอาหารที่แต่ละคนชอบเป็นพิเศษ โดยเฉพาะของโรส เป็นสลัดผักแคลอรีต่ำของโปรดของเธอ

“ขอบคุณนะคะ ป้ากลางรู้ใจโรสที่สุดเลย” โรสดีใจฉอเลาะที่โต๊ะอาหาร เป็นบรรยากาศในครอบครัวที่สนิท สนมอบอุ่น...ไม่มีวี่แววของความไม่ลงรอยกันเลย

ooooooo

ฐานัทพาตุลเดินผ่านย่านออฟฟิศเก๋ๆ เธอมองไปรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจ ถามว่าเขามารับจ๊อบแถวนี้หรือ ออฟฟิศเขาก็คงเก๋น่าดู

“อืม...เก๋แล้วก็ศักดิ์สิทธิ์ด้วย” ฐานัทตอบนิ่งๆ

ฐานัทพาตุลไปที่ศาลเจ้า ตุลมองอึ้งๆ ถามว่าเขามารับจ๊อบที่นี่หรือ เขาตอบว่าใช่ ที่นี่งานหนักแต่ตนมาด้วยใจล้วนๆ มาช่วยงานมูลนิธิ ตุลโผจับมือเขาบอกว่าประเทศชาติต้องการคนแบบนี้ ถามว่า

“มูลนิธิชื่ออะไร เราต้องช่วยยังไงบ้างคะ”

“มูลนิธิน้ำใจอาทร ช่วยเหลือคนเจ็บ เก็บศพไม่มีญาติ”

ฐานัทพูดออกตัวว่า ที่ตนไม่ได้สมัครให้เธอตั้งแต่แรกเพราะอยากให้มาดูก่อนว่าไหวไหม ตุลฟังแล้วได้แต่อึ้งกับอึ้ง...

“ตกลงไหวไหม ไม่ไหวก็ไม่เป็นไรนะ มันเป็นงานที่ผู้หญิงไม่น่าจะถนัดแล้วก็ไม่ชอบกันอยู่แล้ว” แล้วพูดขำๆ “ขอโทษทีว่ะ พี่ลืมไป เราไม่ใช่ผู้หญิงนี่นา”

“ถ้าตุลทำ ตุลจะได้อยู่ทีมเดียวกับพี่นัทรึเปล่า”

“อยู่สิ จะขึ้นเขาลงห้วย บุกป่าฝ่าดงที่ไหน...เราไปด้วยกันตลอด”

ตุลคิดหนัก คำว่า “ขึ้นเขา” ลอยเข้ามา ตุลจินตนาการ...เห็นตัวเองวิ่งร่าเริงอยู่บนเนินเขาสวย... “ลงห้วย” ก็จินตนาการว่าตัวเองวักน้ำเล่นกับพี่นัทในลำห้วยใส...ช่างโรแมนติกเสียจริงๆ

คิดถึง “บุกป่าฝ่าดง” ตุลก็จินตนาการว่าพี่นัททำมงกุฎดอกหญ้าแสนสวยมาสวมให้...

ขณะกำลังอยู่ในภวังค์แห่งจินตนาการอย่างมีความสุขนั้น พลันก็สะดุ้งเมื่อฐานัทเรียก

“ตุล...ตุล...” ตุลสะดุ้งจากภวังค์ เห็นแฟ้มงานตรงหน้าถึงกับร้อง “เฮ้ย!!!”

“นี่เป็นภาพอุบัติเหตุรถบัสตกเหวเละทั้งคัน ตอนนั้นเราต้องขึ้นเขาแล้วไต่ลงไปช่วยกันเอาศพขึ้นมา”

ฐานัทพลิกไปอีกหน้าเป็นภาพเจ้าหน้าที่อาสากำลังช่วยกันยกกระสอบศพขึ้นจากแม่น้ำ อธิบายว่า

“นี่คดีฆ่าหั่นศพยัดกระสอบถ่วงน้ำ ทีมงานต้อง ลงงมอยู่หลายชั่วโมงกว่าจะเจอ”

ฐานัทพลิกไปอีกหน้า เป็นภาพเจ้าหน้าที่อาสากำลังใช้ผ้าห่อศพไร้ญาติในป่าช้า อธิบายภาพว่า

“ส่วนนี่ก็งานล้างป่าช้าประจำปี บางทีต้องบุกป่าเข้าไป แต่เราก็ไปทุกปี”

ฐานัทเปิดไปรูปสุดท้าย เป็นภาพเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันปฐมพยาบาลทั้งตำรวจและคนร้าย บรรยายว่า “คำว่า ‘มนุษยธรรม’ ทำให้เราต้องช่วยทุกคน”

ดูรูปและคำอธิบายของฐานัทแล้ว จินตนาการของตุลพังทลายสลายไปในพริบตา! ตุลพะอืดพะอมพูดได้แค่ว่า “ตุลว่า...ตุล...จะ...จะ...” แล้ววิ่งเตลิดไปเลย...

ตุลวิ่งไปเข้าห้องน้ำปิดขังตัวเองไว้ ถามตัวเองอย่างสับสนว่า ระหว่างงานที่น่ากลัวนี้กับการได้เจอกับพี่นัทและอยู่ด้วยกันในทุกที่...จะทำอย่างไร สมองสับสนเฝ้าถามตัวเองว่า “ไหวไหม...เอาไงดี...”

ตุลออกจากห้องน้ำมาเจอฐานัท เขาถามว่า “เอาไง ถ้าสนใจก็กรอกใบสมัครเลย”

“ตุลอยากช่วยพี่นัท แต่ตุลไม่แน่ใจว่าจะทำดีรึเปล่า กลัวเป็นตัวถ่วง ทำให้พี่นัทไม่คล่องตัวน่ะสิ”

ขณะนั้นเอง เสียงวิทยุของฐานัทดังขึ้นแจ้งเหตุมีผู้หญิงจะกระโดดตึก ฐานัทตอบวิทยุแล้วบอกตุล

“เป็นภาระ...ไม่เป็นภาระก็ลองดู ไป” แล้วจับมือตุลวิ่งไปเลย

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารบ้านแมตต์...

ฌอนกับแมตต์ถูกจัดให้นั่งอยู่ตรงข้ามกัน บรรยากาศสงบๆ ป้ากลางชวนคุยสร้างบรรยากาศ ถามแมตต์ว่าทำงานเป็นอย่างไรบ้าง ได้ข่าวว่าตั้งแต่ทำงานมามีปัญหาไม่เว้นแต่ละวันเลยหรือ ไหวไหม?

“ไม่ไหวก็ต้องไหว มันเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องรับผิดชอบ” ฌอนตอบแทน ทุกคนมองหน้าเขาขวับ เขายังพูดต่อไปเหมือนอบรมในทีว่า “บลู แพลนเนต มีทั้งคนทั้งสัตว์ที่ต้องดูแลเป็นพันๆชีวิต จะทำตัวสบายๆ ดำน้ำดูปลาเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้หรอกครับ ต้องรู้จักปรับตัว”

“ไม่ต้องมาสั่งสอน!!!” แมตต์เสียงแข็ง “ฉันรู้ว่าหน้าที่ฉันคืออะไร ต้องทำอะไร ฉันรับผิดชอบงานเต็มร้อยอยู่แล้ว”

“เต็มร้อยไม่พอ ต้องเกินร้อย” ฌอนย้ำเหมือนสอนเด็ก

บรรยากาศในโต๊ะอาหารตึงเครียดขึ้นทันที ป้ากลางที่เป็นคนเริ่มการสนทนาเห็นท่าทั้งสองจะไม่จบง่ายๆ จึงชวนเปลี่ยนเรื่องคุย ชวนคุยเรื่องฆราวาสธรรม ธรรมะเริ่มจากคนในครอบครัวดีไหม

ขณะนั้นเองโทรศัพท์ของแมตต์ดังขึ้น เขาหยิบดูเห็นชื่อนาตาลี เขายิ้มอย่างหาทางกวนประสาทฌอนตอบน้ากลางว่า

“ดีครับน้ากลาง อยู่กับครอบครัว ก็ควรคุยเรื่องในครอบครัว” แมตต์เปิดสปีกเกอร์วางโทรศัพท์ไว้กลางโต๊ะให้ได้ยินกันทุกคน

นาตาลีพูดภาษาอังกฤษเล่าให้แมตต์ฟังว่า

“สวัสดีแมตต์ เสร็จพิธีศีลจุ่มของลีโอแล้ว ลีโอมีพ่อทูนหัวแล้วนะ...ฉันมีความสุขมาก ที่ปีเตอร์และลีโออยู่กับฉันที่นี่ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำให้ฉัน ฉันมีความสุขจริงๆ”

ป้ากลางกระซิบถามโรสว่าเขาพูดอะไรกัน ป้าฟังไม่รู้เรื่อง โรสจึงแปลให้ฟัง เป็นจังหวะที่แมตต์ตอบนาตาลีพอดี โรสแปลเร็วปรื๋อ...

“ดีใจที่คุณผ่านวันที่เลวร้ายมาได้ จำไว้ ใครก็ตามที่ทำเธอร้องไห้ เขาไม่มีค่าอะไร!!!”

ฌอนจ้องแมตต์อย่างไม่พอใจ บรรยากาศเริ่มเครียดขึ้นเรื่อยๆ แต่แมตต์ยังคงคุยกับนาตาลีและโรสก็แปลอย่างเอาการเอางาน

“สุดท้ายความผิดพลาดก็ทำให้เธอเจอคนที่ใช่... ยินดีด้วย...”

โรสแปลไม่ทันจบ ฌอนก็ตวาด “หยุดซะที!!”

โรสตกใจสติแตกร้องว้ายยยยย!!! แต่แมตต์ก็ยังพูดต่อไปอย่างสะใจว่า

“I know he loves you and it’ll be like this forever.”

“บอกให้หยุดไง!!!” ฌอนทุบโต๊ะปังลุกพรวด

“ทำไม มีปัญหาอะไร ฉันพูดอะไรแทงใจงั้นเหรอ” แมตต์กดปิดโทรศัพท์ถามอย่างท้าทาย ฌอนโน้มตัวมากระชากคอเสื้อแมตต์ดึงเข้าไป

“พี่ฌอน อย่าค่ะ” พิมมี่ตกใจร้องห้าม

“ไปเคลียร์กันข้างนอก!!” แมตต์ดึงคอเสื้อกลับเดินนำออกไป ฌอนตามไปทันที

“โรสแปลอะไรผิดคะคุณป้า นี่แปลคำต่อคำเลยนะคะ” โรสตกใจ...งง

“ผิดไม่ผิดค่อยว่ากัน สองคนนั่นจะชกกันแล้ว ไปห้ามก่อน เร็ว!!” ทั้งสามก็รีบลุกตามไป

ooooooo

รถกู้ภัยของมูลนิธิเข้ามาจอดที่หน้าคอนโดเดอะสวีทที่เกิดเหตุหญิงสาวจะโดดตึก

ระหว่างนั้นฐานัทได้รับโทรศัพท์จากรุ่นน้องที่ออฟฟิศว่าลูกค้าสั่งแก้แบบ เขาสั่งให้แก้ทั้งแบบและเฉดสีแล้วส่งมาให้ตนดูอีกที ตุลนั่งฟังการสั่งงานของฐานัท เธอทึ่ง คนอะไรเก่ง เท่ เป๊ะเว่อร์!

พอสั่งงานเสร็จ ฐานัทหันมาเห็นตุลมองปลื้มอยู่ถามว่ามองอะไร ตนมีอะไรผิดปกติหรือ ตุลเขินที่ถูกจับได้ว่าแอบมอง แต่แล้วก็ผิดหวังอย่างแรงเมื่อเขาชมว่า

“ใส่ชุดแบบนี้แล้วเท่นะเรา ไปยกเวทเพิ่มซิกซ์แพ็กอีกนิด สาวกรี๊ดสลบเลยเชื่อสิ”

อีกแล้ว!! ตุลค้านในใจ บอกตัวเองว่าให้บอกไปเลยว่าเป็นผู้หญิงแล้ว ขณะกำลังตัดสินใจจะบอกนั้น ม่อน...เจ้าหน้าที่มูลนิธิคนหนึ่งก็มาเคาะกระจกถาม

“จะลงได้ยังวะ เดี๋ยวน้องเขาได้โดดตึกลงมาก่อนหรอก”

ฐานัทขึ้นไปถึงห้องเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่บอกว่าห้องล็อกจากข้างใน ฐานัทกับม่อนไปเจรจากับห้องทางซ้ายขอปีนระเบียงใช้อุปกรณ์ข้ามไปยังห้องเกิดเหตุ ส่วนตุลก็ขอกับห้องทางขวาจะไปเจรจาถ่วงเวลาให้ฐานัทเข้าชาร์จ บังเอิ๊ญ...เป็นห้องที่นภอยู่กับแนน!

“ตุลถ่วงเวลาไว้ มีจังหวะเมื่อไหร่พี่จะเข้าชาร์จทันที” ฐานัทนัดแนะ

“ตุลจะพยายามเพื่อพี่นัทค่ะ Fighto!!”

“ขอบใจนะ” ฐานัทตบไหล่ตุลแมนๆแบบน้องชายแล้วผละไปเตรียมเข้าชาร์จ

ที่แท้สาวที่จะกระโดดตึกคือมะปรางที่เคยทิ้งตุลไปคบหากับเจที่เป็นวัยรุ่นชายจนตุลอกหักไม่เป็นผู้เป็นคนมาแล้ว แต่ทั้งตุลและมะปรางยังไม่เห็นกัน

ตุลปีนระเบียงโผล่ไปหว่านล้อม ถูกมะปรางตวาดว่า

“ไม่ต้องมาพูดดี ลองมาโดนอย่างมะปรางบ้างไหมล่ะ”

พอตุลได้ยินชื่อมะปรางก็อึ้ง ชะโงกหน้าดูถึงกับช็อก เพราะคือมะปรางที่ทิ้งตนไปจริงๆ มะปรางเองก็ช็อกเมื่อเห็นตุล

มะปรางบอกว่าเจหลอกตน ถ้าตนตายก็จะมาหักคอมันทั้งคู่ ตุลหว่านล้อมว่า

“มะปรางจะยอมตายเพื่อคนใจโลเลไม่เห็นค่าเราทำไม ถ้ามะปรางตายคิดว่าเขาจะกลับมาให้มะปรางหักคอหรือ แล้วคนที่รักมะปรางล่ะ ถ้าพ่อแม่ต้องเสียมะปรางไป ท่านจะเสียใจแค่ไหน มันคุ้มหรือ”

มะปรางนิ่งคิด ตุลดีใจหว่านล้อมอีกว่า

“เชื่อพี่นะ ยังมีคนที่รักและห่วงใยมะปราง รอมะปรางอยู่เยอะแยะ”

มะปรางมองตุลอย่างซึ้งใจ บอกว่าตนไม่น่าทิ้งตุลไปเลย ถามว่าตุลยังไม่มีใครใช่ไหม

ระหว่างที่ตุลกล่อมมะปรางอยู่นั้น ฐานัทก็เกี่ยวอุปกรณ์เพื่อเข้ามาที่ห้องมะปราง

ฝ่ายตุลพอมะปรางถามว่าตอนนี้ตุลไม่มีใครใช่ไหม ตุลก็อึ้ง เพราะใจกำลังหลงรักฐานัทอยู่ แต่ในสถานการณ์นี้จำต้องตอบไปว่า “ใช่”

มะปรางเปลี่ยนใจไม่กระโดดตึก ขอให้ตุลกลับมาเป็นแฟนกับตนเหมือนเดิม ตุลเผลอรับปากบอกให้มะปรางไปเปิดประตูก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน พอมะปรางเปลี่ยนใจไม่ฆ่าตัวตายก็เกิดกลัวจะตกตึกตายแข้งขาสั่นจะตกมิตกแหล่ ดีที่ฐานัทซึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้วรวบตัวกลับเข้ามาที่ระเบียงได้อย่างปลอดภัย ตุลเดินปาดเหงื่อกลับมาทางห้องของนภ ขอบคุณที่เขาให้ความร่วมมือพลางเปิดประตูออกไป

แนนเพิ่งเปิดประตูห้องน้ำออกมา พอรู้ว่าห้องข้างๆจะโดดตึก ก็ถามนภว่าทำไมตนไม่รู้เรื่องเลย

“เฮียกลัวแนนตกใจเลยงับประตูปิดเสียงไว้ ไม่มีอะไรหรอก เขาช่วยไว้ได้แล้ว”

เมื่อมะปรางกลับเข้าห้องแล้ว ตุลกอดไว้บอกว่าวันหลังอย่าทำอย่างนี้อีก แล้วจะพาไปส่งบ้าน แม้ตุลจะช่วยมะปรางไม่ให้โดดตึกได้ แต่ก็เซ็งเมื่อภาพลักษณ์ผู้หญิงที่ตนอุตส่าห์สร้างมานานกลับถูกมะปรางทำให้กลับไปกลายเป็นทอมอีกครั้งในสายตาของทุกคน

ตุลที่เข้าไปกล่อมมะปรางจากทางห้องของนภ ทำวิทยุหล่นอยู่ใกล้ระเบียง นภบอกว่าเป็นของหน่วยกู้ภัยจึงกดวอเรียก ฐานัทจึงย้อนกลับไปเอา ส่วนตุล มะปรางและคนอื่นก็แยกย้ายกันกลับ

ฐานัทมาถึงหน้าห้องนภเพื่อเอาวิทยุของตุลที่ลืมไว้ เห็นรองเท้าของแนนที่เขาซื้อให้ ชายหนุ่มตัวชาวาบ เขาจับลูกบิดประตูใจระทึก พอเปิดผลัวะเข้าไป เห็นนภกับแนนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนัวเนีย

ฐานัทช็อกเหมือนโลกถล่มทลายลงตรงหน้า!

เย็นแล้ว...แมตต์ขับรถมาที่หน้าคอนโดเดอะสวีท เขาเบรกรถเอี๊ยดเมื่อถูกเจขับรถตัดหน้าไป เขาลงจากรถหมายไปเอาเรื่อง แต่แล้วก็ช็อกเมื่อเห็นมะปรางเดินกอดตุลออกมาร่างแทบเป็นเนื้อเดียวกัน

เจลงจากรถตรงเข้าไปด่ามะปรางที่ทำเรื่องจนฉาวโฉ่ไปทั้งโลกแล้ว มะปรางเชิดใส่อย่างไม่แคร์ว่า

“ก็ช่างมันสิ!! เมื่อกี๊ฉันมันบ้าไปเอง แต่ตอนนี้หายบ้าแล้ว แกจะไปไหนก็ไป!!” เจกระชากออกมาให้คุยกันให้รู้เรื่องก่อน มะปรางสะบัดด่าไอ้ขี้เมา จะไปไหนก็ไปให้พ้น! เมื่อเจไม่ปล่อยตุลสะอึกเข้าไปตวาด

“ผู้หญิงเขาไม่เอา จะไปบังคับเขาได้ไงวะ!!!”

แมตต์สะอึกอึ้ง ยืนตัวชา ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจนได้ ยัยคาสโนว่าแย่งแฟนคนอื่นอีกแล้ว!!

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement