รักกันพัลวัน ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักกันพัลวัน ตอนที่ 3


22 พ.ย. 2560 07:36
1,393,986 ครั้ง

ละคร นิยาย รักกันพัลวัน

รักกันพัลวัน ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

รักกันพัลวัน

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

เชอริณ

บทโทรทัศน์โดย:

ปารดา

กำกับการแสดงโดย:

ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ฟีล กู๊ด เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณภัทร เสียงสมบูรณ์,ปรีชญา พงษ์ธนานิกร

ที่เทอเรซร้านเบเกอรี่ไฮโซในห้างสุดหรูนี้ สโรชินีหรือโรสกำลังให้ช่างภาพถ่ายรูปกับกระเป๋าแบรนด์เนม 3–4 ใบ โดยมีคอลัมนิสต์ยืนคุมการถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด ถ่ายรูปแล้วคอลัมนิสต์สัมภาษณ์โรสว่าเดือนเดือนหนึ่ง เธอซื้อกระเป๋ากี่ใบ

ขณะคอลัมนิสต์กำลังสัมภาษณ์โรสอยู่นั้น แนนเดินอ้าวเลี้ยวมา ฐานัทจ้ำตามมาติดๆพยายามเรียกแนนให้คุยกันก่อน แนนเดินหนีบอกว่าถ้าเขาไม่ซื้อให้ ตนซื้อเองก็ได้ ทั้งสองเดินตามกันมาจนถึงบริเวณเทอเรซที่โรสกำลังให้สัมภาษณ์อยู่

โรสเห็นฐานัท จำได้ว่าเคยมีปัญหาเรื่องผ้าพันคอกันเธอเริ่มวอกแวก ฐานัทคว้าแขนแนนไว้บอกว่าตนซื้อให้ได้ แต่อยากให้แนนใช้สติหน่อย แนนถามว่าหมายความว่ายังไง!

พอดีคอลัมนิสต์ถามโรสว่าเธอทำยังไงกับกระเป๋าใบที่ไม่ใช้แล้ว พอดีฐานัทถามแนนว่าเธอจะเอากระเป๋าไปทำอะไรนักหนา ประชดว่าเอาไปถมที่หรือ? โรสที่สมาธิหลุดไปอยู่กับฐานัทและแนนแล้ว เลยตอบคอลัมนิสต์ไปว่า

“เอาไปถมที่ค่ะ” พอได้สติเธอรีบขอโทษ เทกใหม่ ในขณะที่ฐานัทกับแนนยังเถียงกันไม่จบ แนนโกรธที่ฐานัทว่าเธอไม่มีสติจะซื้อกระเป๋าไปถมที่ กระชากแขนเดินหนี ฐานัทตามไปคว้ามือเกี่ยวสายกระเป๋าเข้าโดยไม่ตั้งใจ กระเป๋าลอยหวือไปตกที่ตักของโรสพอดี!

“อะไรเนี่ย!” โรสมองว่ากระเป๋าลอยมาจากไหน ฐานัทกับแนนหน้าเจื่อน โรสกัดฟันกรอด ปรี๊ดแตก “คุณสองคนจะอะไรกันนักหนาห๊ะ!! ไปทะเลาะกันที่อื่นได้ไหม คนเขาจะกินข้าว ซื้อของ ส่วนฉันก็กำลังทำงาน!!!”

“ขอโทษ” แนนสะบัดเสียง เชิดใส่ฐานัทเดินสะบัดไป โรสจิกใส่ฐานัทที่ยืนเหวออยู่ว่า

“อย่านึกว่าฉันจำนายไม่ได้นะ ครั้งก่อนผ้าพันคอ ครั้งนี้กระเป๋า ครั้งหน้ารองเท้าเลยดีไหม”

“ไว้ค่อยทะเลาะกันวันหลังนะ วันนี้ผมไม่ว่าง” ฐานัทฝากไว้ก่อนแล้วรีบตามแนนไป

ooooooo

ตุลยังคงเคลิ้มถึงฐานัทไม่เลิก แต่แล้วอารมณ์ก็ดับวูบเมื่อมนตรีมาบอกว่าแมตต์เรียกให้ไปพบ

ตุลบ่นว่าเรื่องอะไรอีกล่ะ เช้าพบกลางวันพบแล้วเย็นยังจะพบอีก มนตรีบอกว่าไม่รู้แต่ท่าทางอารมณ์ไม่ดี ฉะนั้นตุลต้องท่องคาถาที่ตนให้ไว้ตลอด คือ 1.ห้ามสบตา 2.ห้ามเถียง 3.ค่ะลูกเดียว

ตุลเข้าไปยืนมือประสานกันก้มหน้าตรงหน้าโต๊ะทำงานของแมตต์ พอเขาเงยหน้าก็ถามเป็นชุด

“เธอรู้จักพิมมี่ได้ยังไง ที่ไหน เมื่อไหร่ สนิทกันแค่ไหน กี่ปีแล้ว”

ตุลท่องคำเตือนของมนตรี ก้มหน้าตอบ “ค่ะ” แมตต์เสียงเข้มว่าถามตั้งกี่คำถามตอบได้ยังไงว่าค่ะ ถามเสียงเข้มว่า “เธอรู้จักพิมมี่ได้ยังไง!”

“เจอกันที่เมลเบิร์น 3 ปีที่แล้ว ตอนฉันได้ทุนเรียนที่ออสเตรเลีย ฉันเป็นบัดดี้ตอนเรียนดำน้ำกับพิมมี่ 3 อาทิตย์เลยสนิทกัน...ค่ะ”

แมตต์ถามว่าแค่ 3 อาทิตย์สนิทขนาดกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันเลยหรือ ตุลเผลอถามฉุนๆว่าแล้วมันแปลกตรงไหน?

“มันไม่แปลกหรอกถ้าเธอเป็นผู้หญิง พิมมี่เป็นน้องสาวฉัน และเป็นกรรมการคนนึงของบลู แพลนเนต เธอรู้ใช่ไหมว่าพนักงานควรจะวางตัวกับผู้บริหารยังไง กรุณาให้เกียรติน้องฉันเหมือนเขาเป็นเจ้านายเธอคนนึง แล้วอย่าคิดอะไรเกินเลยกับน้องฉันเหมือนแองจี้เด็ดขาด ไม่งั้นเธอมีปัญหากับฉันแน่!!!”

แมตต์จ้องหน้าตุลอย่างเอาเรื่อง ตุลถอนใจเซ็ง...เซ็งกับความซวยที่ไม่จบไม่สิ้นสักที

บ่ายนี้ฐานัทเข้าออฟฟิศของเขา ถามพิงค์พนักงานในนั้นว่าแนนล่ะ? พิงค์บอกว่าออกไปตั้งนานแล้ว ได้ยินว่าลาครึ่งวัน ฐานัทจึงโทร.หาแนนอย่างร้อนใจ

ฝ่ายตุลกำลังสับสน ใจอยากไปทำงานกับฐานัทแต่แกล้งถามอโนมากับดารินทร์ว่าเอาไงดี ตนต้องให้คำตอบพี่นัท แล้วจะอ้างว่าไปไม่ได้เพราะอะไรดี เขาจะคิดไหมว่าตนเป็นพวกโลเล กลับไปกลับมา อโนมาบอกว่าให้บอกว่าติดธุระไปไม่ได้ ตุลสวนไปทันทีว่า

“ฉันไปได้!!!”

“น่านไง...” อโนมากับดารินทร์ร้องพร้อมกัน ดารินทร์ถามว่า “ตกลงคือแกว้อนต์?”

ตุลแก้เกี้ยวว่าไม่ใช่ตนว้อนต์คนเดียว พี่นัทเขาก็ว้อนต์ตน ไม่งั้นเขาไม่มาคะยั้นคะยอแถมพูดเต็มปากเต็มคำว่าอยากทำงานกับตน พูดไปพูดมาแล้วสรุปว่า

“พี่นัทเขาแบบว่าดีและเท่เกินกว่าฉันจะห้ามใจอ่ะ ฉันรู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกฉัน แต่ฉันก็อยากไปเจอเขา”

อโนมากับดารินทร์ฟังแล้วได้แต่ถอนใจเฮือกใหญ่แล้วตุลก็โทรศัพท์ไปบอกฐานัทว่าตนเคลียร์งานได้แล้ว จะนัดให้ไปเจอเขาที่ไหนดี ปรากฏว่าฐานัทติดธุระนัดเป็นพรุ่งนี้จะเคลียร์คิวให้เลย วันนี้ไม่ว่างจริงๆ ตุลปิดโทรศัพท์หน้าจ๋อยผิดหวังอย่างแรง

ฝ่ายฐานัทถูกแนนงอนไม่รับโทรศัพท์ จึงจะซื้อกระเป๋าไปง้อ เจออโนมากำลังจะกลับเลยขอแรงไปช่วยเลือกกระเป๋าเป็นของขวัญให้แนนหน่อย บอกว่านี่ก็งอนกลับบ้านไปก่อนแล้วโทร.ไปก็ไม่รับสาย

อโนมาถามว่าพี่นัทนัดตุลไว้ไม่ใช่หรือ เขาบอกว่านัด แต่งานเข้าเรื่องกระเป๋าของแนนเลยต้องเลื่อนตุลไปเป็นพรุ่งนี้ ดารินทร์มาเจอถามว่ามีอะไรกันหรือ พออโนมาเล่าให้ฟัง ดารินทร์ก็ชงให้ตุลเสียบทันที บอกฐานัทว่าตุลเป็นกูรูเรื่องกระเป๋าเลยล่ะ ฐานัทเชื่อโทร.หาตุล นัดเจอกันเพื่อไปซื้อกระเป๋าให้แนน

ตุลเลือกกระเป๋าหลายใบ แต่ฐานัทติงว่าแบบไม่ใช่บ้าง สีไม่ถูกกับสีผิวของแนนบ้าง ในที่สุดทั้งสองก็เลือกได้กระเป๋าที่ใจตรงกัน ต่างหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างสบายใจ

ฐานัทสบายใจมากที่เลือกซื้อกระเป๋าให้แนนได้ ตุลติงว่ามันแพงไปหน่อยไหม

“แพงมาก...แต่มันคุ้มค่ากับรอยยิ้มของคนที่เรารักนะ”

ตุลฟังแล้วยิ่งรู้สึกชื่นชมประทับใจผู้ชายคนนี้มาก ฐานัทขอบใจที่ตุลมาช่วยเลือกกระเป๋าให้ ชวนกลับไปด้วยกันไหมจะไปส่ง

“ตุลนัดอโนกับดาไว้ พี่นัทไปเหอะ แล้วก็...ขอให้แนนเลิกงอนพี่นัทนะ”

“ขอบใจมากไอ้น้องชาย” ฐานัทโอบไหล่ตุลแมนๆ แต่ตุลแทบละลายกับสัมผัสของเขา...

เมื่อตุลไปพบอโนมากับดารินทร์ที่ร้านตามนัด มาถึงเห็นตุลนั่งเอาสองมือจับผ้าปิดหน้าอยู่เหมือนกำลังร้องไห้ สองสาวคุยกันว่าไม่น่าชงให้ฐานัทชวนตุลไปเลย ต่อไปจะไม่ยุ่งเรื่องตุลกับฐานัทอีกแล้ว

“อะไรของแกสองคนวะเนี่ย ฉันไม่ได้เป็นอะไร...ฉันไม่ได้ร้องไห้...ฉันเพิ่งล้างหน้ามาเว้ย” ตุลบอกว่า “ฉันไม่ได้เศร้า แต่โคตรมีความสุขต่างหาก พี่นัทเป็นผู้ชายที่ละเอียดอ่อนสุดๆ รู้ใจแฟนทุกอย่าง อกก็แน่นเปรี๊ยะ แถมลมหายใจยังกลิ่นคาราเมลหอมชื่นใจอีกอ่ะ...โอ๊ย...ปลื้มมมม...”

สองสาวอึ้ง ถามว่าอกแน่นเปรี๊ยะกับลมหายใจกลิ่นคาราเมลน่ะ มันยังไง?!

ตุลเล่าว่าจังหวะหนึ่งตนหยิบกระเป๋าไม่ถึง ฐานัทยืนซ้อนข้างหลังช่วยหยิบให้ ตนนิ่งงันเหมือนอยู่ในอ้อมแขน ของเขา เล่นเอาสองเพื่อนสาวพลอยกรี๊ดไปด้วย แล้วทำท่าให้ดูว่าแบบนี้ใช่ไหมโดยประกบตุลทั้งหน้าหลังหัวเราะกันคิกคัก

แมตต์เข้ามาสั่งกาแฟได้ยินเสียงกิ๊วก๊าวหันไปมอง เห็นสามสาวประกบกันแน่น เขามองอย่างรับไม่ได้ ตุล หัวเราะคิกคักถอยหนี วิ่งไปกระแทกหลังแมตต์อย่างจัง เธอหันมองรีบขอโทษ แมตต์ค่อยๆหันมา พอตุลเห็น
สีหน้าเขา เธอตัวเย็นวาบยืนทื่อเหมือนถูกแช่แข็งกับสายตาพิฆาตของเขา!

ooooooo

พนักงานและลูกค้าในร้านเค้กคิงดอมต่างหันมองแมตต์กับตุลเป็นตาเดียว เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ตุลเห็นคราบกาแฟที่หกรดเสื้อแมตต์ก็ยิ่งใจเสีย มองเขาหน้าจ๋อย แมตต์โกรธแต่พยายามข่ม

“สนุกมากไปไหม จริงๆเธอจะสนุกกับการควงผู้หญิงทีละ 2-3 คนมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน โดยเฉพาะในเวลาเลิกงานแบบนี้ แต่การกอดจูบกันในที่สาธารณะแถมทำคนอื่นเดือดร้อนแบบนี้มันเกินไปไหม ถ้าคนอื่นไม่ใช่ฉันจะเป็นยังไง ทำอะไรไม่คิดถึงตัวเองก็คิดถึงหน้าตาบริษัทบ้างสิ!!!”

ตุลโดนชุดใหญ่จนยืนอ้าปากค้าง แมตต์เอาถ้วยกาแฟไปโยนถังขยะแล้วออกไปอย่างมีอารมณ์ อโนมากับดารินทร์ถลาเข้ามาหาตุล ดารินทร์ถามว่า

“ใครวะตุล ด่าเป็นชุด”

“VP 3” ตุลพูดลอดไรฟัน อโนมาสงสัยว่าอะไร ตุลอธิบายว่า “แวมไพร์เบอร์ 3 เจ้านายฉันเอง ที่เคยเล่าให้พวกแกฟังไง ว่าบ้านนี้ผีดิบกันทั้งบ้าน ไล่ตั้งแต่เบอร์ 1 พ่อ เบอร์ 2 พี่ชาย ยันอีตา VP 3 นี่”

ดารินทร์ถามประชดว่าท่าทางเขาจะเอ็นดูตุลเป็นพิเศษนะ

“ไม่พิเศษได้ไง เขาเป็นแฟนเก่าแองจี้ แล้วฉันก็เคยชกเขาด้วย”

อโนมากับดารินทร์ฟังแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อกที่ตุลต้องมาเจอกันอีก ทั้งสองมองหน้ากันแล้วถอนใจ

เมื่อแมตต์ไปพบโรสกับพิมมี่ที่ร้านอาหารตามนัด โรสถามว่าเสื้อไปโดนอะไรมา แมตต์บอกว่าเลอะกาแฟ เพื่อนทอมของพิมมี่ที่วิ่งไล่สาวๆจนชนตนกาแฟหกหมด

พิมมี่ถามว่าตุลหรือ แมตต์ยังอารมณ์ค้างย้อนถามว่า

“จะใครซะอีกล่ะ เดี๋ยวนี้สังคมที่นี่เปิดกว้างมากรึไงนะ ไปที่ไหนก็เจอพวกนี้”

โรสบอกว่าเห็นเขารวมตัวกันเป็นสมาคม มีกิจกรรมทำกันด้วย พิมมี่เสริมว่าเดี๋ยวนี้คนเปิดใจยอมรับกันมากขึ้น เขาเลยเปิดตัวคบกันอย่างเปิดเผย ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆเหมือนเมื่อก่อน

“แต่ถ้ารักกันแล้วไม่มีปัญหา ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน จะเกย์ ดี้ ทอมหรือจะเพศไหน พิมมี่ว่ามันก็ไม่สำคัญหรอกค่ะ”

“แหม...ออกตัวแรงขนาดนี้ แอบกิ๊กกั๊กกับทอมที่ไหนรึเปล่าเนี่ย” โรสแหย่ ทำให้แมตต์ยิ่งระแวง ชายหนุ่มมองน้องสาวอย่างค้นหาความจริง พิมมี่ทำไก๋ก้มดูเมนูทำไม่รู้ไม่ชี้

คืนนี้พิมมี่มองเครื่องสำอางครบชุดที่ฌอนฝากซื้อผูกโบสวยเป็นกิฟต์เซตที่วางบนโต๊ะในห้องนอนแล้วถอนใจ ถามป้ากลางที่เข้ามาว่า ผู้ชายที่ใช้ของแบบนี้เป็นคนแบบไหนกันแน่

ป้ากลางบอกว่าคงจะประเภทเห็นผู้หญิงเป็นได้แค่เพื่อน เอะใจถามว่า

“ว่าแต่พิมมี่ถามทำไม หน้าตากังวลแบบนี้ ผู้ชายคนนี้คงไม่ใช่ลูกค้าธรรมดามั้ง?” ป้ากลางหยั่งเชิง พิมมี่ได้แต่ยิ้มแหยๆ

รุ่งขึ้นพิมมี่เอาถุงใส่เครื่องสำอางที่จัดเป็นเซตไปให้ฌอนที่นั่งทำงานกับโน้ตบุ๊กที่โต๊ะ เขาขอบใจบอกว่าพรุ่งนี้จะให้คุณหน่อยทำเช็คให้ พิมมี่รับคำแล้วตัดสินใจคุยหยั่งเชิง

“จริงๆแล้วถ้าแต่งหน้าขนาดนี้ ต้องทำความสะอาดกับบำรุงผิวดีๆนะคะไม่งั้นผิวจะแย่เอา พี่ฌอนมีพวกคลีนเซอร์ ครีมบำรุง แล้วก็ครีมมาส์กหน้ารึยังคะ”

“ยัง จัดมาชุดนึงเลย รบกวนห่อเป็นของขวัญด้วย พรุ่งจะเอาไปให้เพื่อน” พิมมี่โล่งใจรับปากว่าจะทำให้สวยเลย “เดี๋ยว...พิมมี่ รบกวนแนบการ์ดถึงมิสเตอร์สตีฟให้พี่ด้วยนะ” พิมมี่ชะงักถามว่ามิสเตอร์สตีฟหรือภรรยา?

“สตีฟจ้ะ เพื่อนสนิทพี่ เขาใช้เอง”

พิมมี่นึกระแวงอีก ถามตัวเองว่ายังไม่พ้นเกณฑ์ใช่ไหมเนี่ย ป้ากลางดูอยู่มุมหนึ่ง หัวเราะหึๆ พึมพำว่า อย่างนี้นี่เอง...แล้วเดินจงกรมขึ้นบ้านไป

ooooooo

ฐานัทกลับบ้าน นั่งชื่นชมของขวัญที่ซื้อให้แนนรอเธออยู่ที่โซฟา จนตีหนึ่งจึงเห็นเธอกลับมา พอเธอเปิดประตูเข้ามาเมาๆ เขาก็เปิดไฟยืนกลางห้องยื่นของขวัญให้พร้อมคำอวยพร

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์จ้ะแนน”

แนนแทบสร่างเมา พูดแก้เกี้ยวว่านึกว่าเขาไปทำงานเลยออกไปฉลองวันเกิดย้อนหลังกับเพื่อนๆ ขอโทษที่กลับดึกไปหน่อย ฐานัทบอกไม่เป็นไร บอกให้แกะของขวัญดูซิว่าชอบไหม

แนนแกะดูเห็นเป็นกระเป๋าที่ตัวเองอยากได้ก็ดีใจ

“รุ่นที่แนนอยากได้เป๊ะเลยค่ะ สีก็ใช่ ขอบคุณพี่นัทมากนะคะที่รู้ใจแนน แต่ว่า...แนนได้มาแล้ว” แนนวางกระเป๋าที่ฐานัทซื้อให้ไว้ข้างตัวแล้วหยิบกระเป๋าที่นภซื้อให้วันนี้ออกมาดูอย่างชื่นชม บอกเขาว่า

“ใบของแนนมันรัน Serial number 9999 ด้านในด้วย เห็นไหมคะ พี่นัทเอาของพี่นัทไปเปลี่ยนใบอื่นไหม ถือไปไหนคนเขาก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าแนนมีสองใบ เอาเป็นรุ่นอื่นสีอื่นก็ได้ พี่นัทดูเอาก็แล้วกัน พี่นัทรู้อยู่แล้วนี่คะว่าแนนชอบแบบไหน”

แนนเอากระเป๋าของนภใส่ถุงแล้วหยิบกระเป๋าถือลุกไป ขณะนั้นโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น เธอหยิบดู เป็นไลน์ที่นภส่งภาพเซลฟี่ตัวเองนั่งดริงก์อิงแอบกับแนนมาให้ ตามด้วยข้อความ “ฝันถึงเฮียด้วยนะ”

แนนชำเลืองดูไม่เห็นฐานัทสนใจก็เดินเข้าห้องไป ส่วนฐานัทนั่งจ๋อยที่โซฟามองกระเป๋าใบละแปดหมื่น ที่อุตส่าห์ไปซื้อมาให้ แต่เธอไม่เห็นค่าเลย...

เช้านี้ขณะแนนไปเข้าห้องน้ำ มือถือเธอมีไลน์เข้าหลายครั้ง ฐานัทที่ยังนอนอยู่เกรงจะมีเรื่องด่วนจึงเปิดดู
ที่หน้าจอมีข้อความจาก “เสี่ยนภ” ว่า “หลับสบายไหมคนดี” ฐานัทสงสัยว่าใครเป็นคนส่งข้อความมา? เขานึกถึงเมื่อเดือนก่อน เขาก็เห็นข้อความในมือถือของแนนว่า

“ว่างอยู่รึเปล่าจ๊ะ โทร.หาเฮียหน่อย” จาก “เสี่ยนภ”

วันนั้นฐานัทถามว่าใครคือเสี่ยนภ แนนบอกว่าลูกค้าใหม่ และสองอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง เสี่ยนภก็ฝากดอกไม้ราคาแพงลิบมาให้แนน ยังความแคลงใจแก่ฐานัทมาก

ขณะฐานัทคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา มือถือแนนก็ดังขึ้นอีก เขาตัดสินใจยกขึ้นอ่าน เป็นข้อความจาก “เสี่ยนภ” อีกแล้ว “ฝันถึงเฮียรึเปล่า เมื่อคืนเฮียมีความสุข มากจนเก็บเอาแนนไปฝันเลยนะ”

ฐานัทช็อก! เมื่อไปถึงบริษัทแนนไม่พอใจที่เขาอ่านข้อความในไลน์ของตน ถามว่าเขามีปัญหาอะไร ฐานัทบอกว่าอยากรู้ว่าเสี่ยนภเป็นใคร

แนนยืนกรานว่าเป็นลูกค้า พอถูกซักแนนก็ทำเป็นเสียงแข็งหาเรื่องกลบเกลื่อนว่าถึงเขาจะไลน์มากี่ครั้ง ตนก็ยืนยันว่าเขาเป็นลูกค้า พาลว่า “หรือพี่นัทจะคิดว่าเขาเป็นกิ๊กแนนก็ตามใจ!!!”

แนนสะบัดไปทันที ฐานัทเรียกง้อ แต่เธอไม่แยแส เขาได้แต่ถอนใจ

เหตุการณ์นี้อยู่ในสายตาของอโนมากับดารินทร์ที่นั่งจิบกาแฟกินเค้กอยู่ สองสาวสบตากันเป็นนัย

ooooooo

แมตต์อ่านเอกสารที่เลขาเอามาให้แล้วบอกแบรดว่า บัญชีมีการตบแต่ง ตัวเลขเงินหายไปเป็นล้าน จับได้ถึงกลโกงของทักษะที่ทำเป็นขบวนการ บอกแบรดว่าเราต้องทำอะไรมากกว่าแค่ไล่เขาออก

ที่แท้แบรดรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แต่เขาต้องการให้แมตต์ค้นพบด้วยตัวเอง จึงให้เขามาทำตรงนี้ ย้ำว่า

“ฉันไม่ไว้ใจใครนอกจากคนในครอบครัว หน้าที่ของแกก็ต้องคิด อย่าให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีก”

“สรุปว่าพ่อรู้ทุกอย่างหมดแล้ว แล้วพ่อปล่อยให้ผมอ่านเอกสารเป็นร้อยๆหน้าทำไม แทนที่จะบอกผมแค่ห้านาทีก็จบ” แมตต์โกรธจัด

“ทำธุรกิจมันมันง่ายขนาดนั้นเหรอ วันข้างหน้าแกยังต้องเจออะไรอีกเยอะ หัดทำอะไรยากๆเข้าไว้ ยิ่งยากเท่าไหร่ แกก็จะยิ่งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น แกร่งเหมือนที่ฉันแกร่ง เป็นเหมือนที่ฉันเป็น”

“ผมอาจจะแกร่งอย่างพ่อแกร่งได้สักวัน แต่จะไม่มีวันเป็นอย่างที่พ่อเป็น...ไม่มีวัน”

แมตต์มองพ่อนิ่งก่อนจะเดินไป แบรดมองตามไปอย่างเจ็บปวด

แมตต์ทำงานอย่างถึงลูกถึงคน เขาซึมลึกถึงงานรูปธรรมเพื่อรู้ปัญหาและรู้งาน ทำเอามนตรีที่ทำงานฉาบฉวยต่างตื่นตัวกลัวกันหัวหด เขาดูการลำเลียงอาหารจากคลังอาหารสัตว์ ถามมนตรีว่า

“หลังคีปเปอร์ให้อาหารสัตว์เสร็จแล้ว ต้องทำอะไรต่อครับ”

“เรามีหัวหน้าคีปเปอร์ที่จะอธิบายงานในส่วนนี้ให้คุณแมตต์เข้าใจได้เคลียร์ที่สุด” พูดพลางผายมือไปที่ตุล “นี่เลยครับตุลญาณา”

มนตรีโยนเผือกร้อนให้ตุล ทำเอาตุลเหวอ แอบมองมนตรีตาขวาง จำใจต้องเดินนำแมตต์ไป

แล้วก็มีปัญหาให้ปวดหัวอีกเมื่อชาติมารายงานว่านักท่องเที่ยวกับเด็กๆมากันเยอะมาก มนตรีถามโตมรว่า รถกอล์ฟเรามีพอไหม โตมรบอกว่ามีเหลือเฟือ จักรยานก็เหลือแหล่ รถรางก็มีแต่ใช้ไม่ได้เพราะคนขับสไตรค์หมด ชาติบอกว่าตอนนี้วีไอพีจากกรุงเทพฯก็กำลังจะมาถึงแล้ว

นลินีหน้าตาตื่นรายงานแบรดว่า พนักงานแผนกเครื่องยนต์สไตรค์ไม่มาทำงาน วันนี้ท่านรัฐมนตรีและผู้ติดตามจะมาดูงานที่นี่ เหลือเวลาอีก 10 นาทีจะทำยังไงดี

มนูญที่เป็นหัวหน้าคนงานฝ่ายเครื่องจักรมาเจรจากับแมตต์เรียกร้องเงื่อนไขการทำงานหลายข้อ แมตต์ยินดีรับฟังแต่ตอนนี้ขอให้ลูกน้องเขากลับเข้าทำงานก่อนเพราะผู้ใหญ่จะมาดูงานที่นี่อีกไม่กี่นาทีนี้แล้ว แต่มนูญอิดออดกลัวเรื่องจะเงียบหาย เจรจาจนมนูญจะโทร.เรียกพนักงาน มนตรีได้รับโทรศัพท์บอกมนูญว่าไม่ต้องโทร.แล้ว ท่านรัฐมนตรีมาถึงแล้ว!

แมตต์พยายามหาทางแก้ปัญหา ถามว่าใครขับรถรางได้บ้าง โตมรบอกว่าตนขับได้ในโซนคิด แต่ถ้าไต่เนินขึ้นไปโซนนักล่าไม่แม่นเรื่องตีโค้ง แมตต์ร้อนใจ ถามว่าไม่มีใครขับได้เลยหรือ

“ฉันขับได้ ฉันเคยหัดขับขึ้นเขาตอนฝึกงานปีสอง”

ขณะนั้นเอง แบรดกับฌอนตรงมาที่แมตต์ พูดเสียงต่ำอย่างกดดันว่า

“ฉันจะไปรับหน้าท่านรัฐมนตรีไว้ก่อน แกต้องแก้ปัญหาให้เรียบร้อยก่อนที่ฉันจะพาท่านมาที่นี่ เข้าใจไหม”

แมตต์เครียดหนัก แบรดเดินนำคณะของรัฐมนตรีมาพอดี แนะนำแมตต์ว่าเป็นลูกชายคนเล็ก รัฐมนตรีเสนอว่ามากันเยอะ เรานั่งรถรางไปด้วยกันเลยดีไหม

“พอดีสัปดาห์หน้าเราจะจัดแคมเปญ ‘BIKE FOR WILDLIFE’ ขี่จักรยานชมสวนสัตว์เพื่อหารายได้สมทบทุนคุ้มครองสัตว์ป่าครับท่าน วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ท่านและคณะให้เกียรติมาถึงที่นี่ ผมขอความกรุณาเชิญท่านเป็นประธานนำร่องเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการนี้เลยนะครับ”

รัฐมนตรีตอบรับด้วยความยินดี ชวนชาวคณะมาออกกำลังกายด้วยกัน ทุกคนตอบรับยิ้มแย้มยินดี แมตต์ หันไปพยักหน้าให้ตุลที่ยืนอยู่ด้านหลังเอาเสื้อยืดและหมวกออกมาแจกทุกคน กลายเป็นขบวนจักรยานขี่ตามกัน ไปชมสวนสัตว์อย่างคึกคัก

แบรดกับฌอนยืนดูการแก้ปัญหาของแมตต์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ระหว่างนั้นดารินทร์กับอโนมาที่เห็นพฤติกรรมของแนนที่คบภับนภ ก็โทรศัพท์บอกตุลหวังจะให้เข้ามาเสียบทำคะแนน แต่ตุลกำลังเครียดกับงาน ซ้ำยังถูกแมตต์ดุว่า

“คุยอะไรกันไร้สาระ!! เธอต้องปั่นจักรยานประกบท่านรัฐมนตรีเพื่อตอบคำถามท่าน ชักช้าอยู่ได้ ทุกคนรออยู่ไม่เห็นเหรอ”

“แค่นี้นะ” ตุลรีบตัดสายบอกแมตต์ว่า “ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” แล้วรีบขี่จักรยานไปกับขบวน

ผลคืองานนี้เป็นที่ชื่นชมของรัฐมนตรีและคณะเป็นอย่างมาก แมตต์และทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสแช่มชื่นกันถ้วนหน้า

ooooooo

หลังจากแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าไปได้อย่างดีแล้ว แมตต์เรียกมนูญไปคุยเรื่องข้อเสนอที่พนักงานขับรถรางเรียกร้อง เขารับพิจารณาแก้ไขและให้ตามความเป็นจริง แต่ที่ยังแก้ไขไม่ได้ก็จะรับไปพิจารณาต่อไป

หลังเหตุการณ์ แบรดเรียกฌอน มนูญ และนลินี เข้าพบที่ห้อง เปิดเผยว่าทั้งหมดเป็นแผนของตนที่ให้พนักงานขับรถรางสไตรก์เพื่อทดสอบดูว่าแมตต์จะแก้ปัญหาอย่างไร นลินีถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า

“นี่เป็นเหตุการณ์สมมติเหรอคะ ท่านประธานเล่นอย่างนี้เลยหรือคะ”

มนูญบอกว่าแต่แมตต์ก็แก้ปัญหาได้ท่านประธานไม่ต้องห่วง

“เขายังต้องเจออะไรอีกเยอะ ปัญหาเฉพาะหน้าเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เจ้านี่ไม่เหมือนใครเปิดตำราสอนทีละหน้าไม่ได้หรอก ต้องเจอของจริงกันเลย”

“แอบโหดเหมือนกันนะคะท่าน”

“คุณสองคนทำงานกับผมมาก็หลายปี ผมไว้ใจคุณ เพราะฉะนั้นเรื่องวันนี้ขอให้จบในห้องนี้ ระหว่างที่ผมไม่อยู่ ขอให้ซีอีโอทำงานตามปกติอย่าช่วยอะไรมากเกินไป...พ่อฝากด้วยนะฌอน”

ฌอนรับคำ และทุกคนก็น้อมรับคำสั่งคำฝากฝังของแบรดอย่างจริงจัง

ooooooo

ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์บริษัท ฐานัทพยายามง้อแนนชวนไปกินข้าวกลางวันกัน แนนปั้นปึ่งอ้างว่างานยังไม่เสร็จ แต่ลุกขึ้นสะพายกระเป๋าที่นภซื้อให้ออกไป บอกว่านัดลูกค้าไว้แต่ถ้าเขาจะแอบตามไปก็ได้

ฐานัทยืนจ๋อย อโนมากับดารินทร์คอยแซะอยู่แล้ว เมื่อไปถึงห้องอาหารเห็นฐานัทนั่งกินข้าวคนเดียวหงอยๆ สองสาวก็ทำทีขอไปนั่งด้วย ดารินทร์เริ่มงานทันทีถามว่าแนนไปไหน ฐานัทบอกว่าไปกินข้าวกับลูกค้า ดารินทร์แซะว่า

“พี่นัทระวังนะลูกค้าผู้ชายเยอะด้วย” แล้วขยิบตามให้อโนมารับลูกต่ออโนมารับลูกทันควัน ทำเป็นคุยโทรศัพท์ปลอบใจแจ็คที่ถูกแฟนนอกใจ ยุให้เลิกกันเลย แล้วเล่าให้ดารินทร์ฟัง จงใจกระแทกความรู้สึกของฐานัทว่า

“มีอย่างที่ไหน นอนอยู่กับมันแท้ๆ แต่กิ๊กยังแอบไลน์มาหา”

ฐานัทฟังสองสาวเม้าท์กันแล้วคิดหนัก เพราะโดนกับตัวเองจริงๆ

หลังจากกระแซะเขย่าความรู้สึกของฐานัทแล้ว สองสาวโทร.บอกตุลให้ใช้โอกาสนี้ซับน้ำตาให้เขา

“จะดีเหรอวะ เขาอาจแค่มีปัญหากันเล็กๆ” ตุลลังเล แต่พออโนมาถามว่าหรือตุลจะถอนตัว ตุลถามทันทีว่าตนพูดหรือยัง? อโนมาบอกว่าถ้าไม่ก็ให้เตรียมตัวรับนัดพี่นัทได้เลย เดี๋ยวจะให้พี่นัทโทร.หา เพราะนัดกันไว้ว่าจะพาไปสมัครงานไม่ใช่หรือ เตรียมตัวเสียงสวยรับโทรศัพท์ได้เลย

บ่ายนี้ฐานัทก็โทร.หาตุลบอกว่าเย็นนี้จะแวะไปที่นั่นพอดีถ้าตุลไม่ติดอะไรจะได้พาไปสมัครงาน ตุลยิ้มหน้าบาน ทำเป็นเล่นตัวว่าขอเช็กดูก่อนไม่แน่ใจว่ามีงานอะไรค้างหรือเปล่า แต่พอฐานัทบอกว่าไม่สะดวกก็ไว้เจอกันวันหลัง เจ้าหล่อนก็รีบบอกว่า “วันนี้เลย”

“งั้นอีกชั่วโมงเจอกันที่ร้านเดิม”

“โอเคพี่ แล้วเจอกัน...” ตุลเสียงใสเปิดโทรศัพท์แล้วอายม้วน ยกมือทำรูปหัวใจเพ้อ “น่ารักจัง...ซารังเฮโย...”

ooooooo

ที่ทางเดินหน้าห้องทำงานผู้บริหารบลู แพลนเนต ...แมตต์เปิดประตูห้องทำงานออกมาเจอแบรด ฌอน มนูญ กับนลินี กำลังเดินผ่านไป เขาประชดว่า

“ถึงกับต้องเรียกคุณมนูญมาคุยอีกรอบเลยหรือครับ ท่านประธานไม่ไว้ใจผมรึไงครับ” ฌอนปรามว่าพ่อจะเดินทางเดี๋ยวนี้แล้วอย่าทำให้ไม่สบายใจได้ไหม แมตต์สวนทันทีว่า พ่อลูกจะคุยกัน คนอื่นเงียบไปเลย แล้วพูดกับแบรดว่า “พ่อจะตามรีเช็กงานผมทุกวันทุกเรื่องเลยใช่ไหม ถ้าไม่ไว้ใจแล้วให้ผมมานั่งทำงานที่นี่ทำไม”

แบรดบอกว่าตนรีเช็กงานของทุกคน ไว้เขาปีกกล้าขาแข็งเมื่อไหร่ตนจะเลิกยุ่ง ฌอนแทรกว่าแต่ไม่ใช่วันนี้เพราะวันนี้งานของเขาก็แค่ผ่าน แบรดสริมว่ามันยังไม่ดีพอ ครั้งต่อไปต้องดีกว่านี้และดีที่สุด

“ดีที่สุดของผมมันเท่ากับดีที่สุดของพ่อไหม!! ให้ผมทำให้ตายก็ไม่เท่าเศษเสี้ยวความที่สุดของพ่อ”

“ก็พยายามสิ ฉันเดินให้แกดู แกเดินตามฉัน มันยากตรงไหน”

“ตรงที่ผมไม่ชอบเหยียบรอยเท้าใคร ผมจะเดินไปตามทางของผม แล้วถ้ามันขัดหูขัดตาพ่อนักล่ะก็ ไล่ผมออกไปก็แล้วกัน!!” แมตต์อวดดี ท้าทาย เดินผ่านหน้าทั้งสองไปอย่างไม่แยแส

แบรดกับฌอนยืนมองตามแมตต์ไปอย่างเหนื่อยใจ...

ฝ่ายตุลกำลังมโนเคลิ้มที่จะได้ไปพบฐานัทเย็นนี้ ทั้งร้องทั้งเต้นอย่างร่าเริง พลันก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงสบถ...

“โธ่เว้ยยยยยย!!! ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ”

ตุลหันมองเห็นแมตต์ท่าทางหัวเสียสุดขีดกำลังเดินมา ผ่านเก้าอี้นั่งเล่นแถวนั้นก็เตะจนกระจายระบายอารมณ์ที่ถูกพ่อกดดันมา

ตุลตกใจหลบไม่ทัน แมตต์จ้องหน้าตุลเขม็งแล้วเดินผ่านไป ตุลยืนเกร็ง รู้สึกว่า นอกจากความเหยียด หยิ่งยโสโอหังแล้ว แมตต์ยังมีความบ้าในตัวอีกด้วย!

ooooooo

พิมมี่เอากล่องของขวัญสีเทาดำคาดโบสีม่วงเข้ามาในห้องฌอน บอกว่าของขวัญเรียบร้อยแล้วแนบการ์ดมาด้วย ฌอนขอบใจและเอาเช็คให้พิมมี่หยิบเช็ค เอ่ยขอบคุณ เลียบเคียงถามว่า วันนี้เขาอยู่ดึกไหม? พอฌอนบอกว่าไม่ดึกก็ชวนไปกินข้าวกัน อ้อนๆว่าตั้งแต่กลับมาตนยังไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้า พร้อมตากันเลย จะชวนแมตต์ไปด้วย

“พิมมี่ไปกินกับแมตต์ก่อนนะ คืนนี้พี่มีนัดแล้ว พี่ต้องเอาของขวัญนี่ไปเซอร์ไพรส์วันเกิดสตีฟ พรุ่งนี้เขาจะบินกลับอเมริกาแล้ว ถ้าไม่ไปคงอีกนานกว่าจะได้เจอกัน อ้อ...บอกแม่บ้านว่าไม่ต้องรอเปิดประตูให้พี่ พี่จะค้างกับสตีฟ คืนนี้คงฉลองกัน all night long”

ฌอนดึงการ์ดไปเขียนคำอวยพรอย่างตั้งใจ

พิมมี่ฟังแล้วใจเสีย ยิ่งระแวง...ฉลองอะไรกันนักหนา...เพื่อนหรือแฟนกันแน่???

ooooooo

บ่ายจัดแล้ว ตุลกำลังรอโตมรมาพายีราฟเข้าคอก โตมรกระเซ้าเย้าแหย่ตุลตามประสาที่พยายามจีบแต่จีบไม่ติด ซ้ำโดนทอมห้าวไล่เตะอีก

โตมรหนีบาทาตุลวิ่งไปจ๊ะแมตต์เข้าอย่างจัง รีบยกมือไหว้ขอโทษแล้วขอตัวไปเปิดคอกยีราฟเลย แมตต์เดินมาเจอตุลถือตะกร้าใส่ถั่วฝักยาวเหลือจากให้ยีราฟมาก็ถามหน้าตึง

“เมื่อกี้เธอเห็นอะไร” ตุลหันมองสงสัย เขาพูดเหมือนสั่ง “เธอไม่เห็น ไม่ได้ยินอะไร เข้าใจไหม” พูดแล้วมองกวนๆปรามๆเดินไป ตุลามองตาขวาง ระเบิดอารมณ์ตามหลังไปอุบอิบ...

“ไอ้บ้า...ไอ้ผีดูดเลือด!!! เป็นอะไรมากไหมเนี่ย!!”

ขณะตุลกำลังเก็บตะกร้าถั่วฝักยาว พิมมี่ก็มาสะกิด ตุลตกใจนึกว่าแมตต์ตามมาอีก แต่พอเงยหน้ากลายเป็นพิมมี่ ถามอย่างระวังตัวว่า

“วันนี้ว่างหรือคะผู้บริหาร โผล่มาทำอะไรแถวนี้” พิมมี่บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา

ตุลกับพิมมี่ไปนั่งคุยกันที่มุมพักผ่อน พิมมี่ปรารภเรื่องฌอนซื้อเครื่องสำอางฝากสตีฟ ตุลวิเคราะห์ว่าเป็นไปได้ที่สตีฟจะเป็นเกย์ ถามพิมมี่ว่า

“แต่ประเด็นคือคุณฌอนเป็นเพื่อนกับคุณสตีฟ หรือเขาสองคนเป็นแฟนกัน”

ตุลถามตรงใจที่พิมมี่ระแวงพอดี โพล่งไปว่า “นั่นน่ะสิ” ตุลเหล่เพื่อนเปรยว่าน่าสงสัย พิมมี่ตอบทันทีว่า

“ใช่...น่าสงสัยมาก”

“ไม่ใช่คุณฌอน...พิมมี่นั่นแหละน่าสงสัย คุณฌอนจะเป็นเกย์หรือไม่เป็นแล้วพิมมี่ไปเดือดร้อนอะไรด้วยล่ะ”
พิมมี่รู้ตัวแถข้างๆคูๆว่า ถึงฌอนจะไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ แต่ก็เป็นญาติตน เราก็ควรรู้ไม่ใช่หรือว่ารสนิยมทางเพศของญาติเป็นยังไง ตุลมองอย่างจับพิรุธถามว่า พิมมี่คิดอะไรกับฌอนอยู่หรือเปล่า

ถูกถามแทงใจดำเข้า พิมมี่เขินหน้าแดง กล้อมแกล้มว่าให้ช่วยดูหน่อยไม่งั้นตนคงไม่สบายใจ พอถูกตุลล้อให้สารภาพมาซะดีๆ ก็บ่ายเบี่ยงว่า

“ไว้สารภาพวันหลังแล้วกัน ตุลรับปากว่าจะช่วยพิมมี่ตามล่าหาความจริงเรื่องพี่ฌอนกับคุณสตีฟ...นะ
ตุลนะ นะ...น้า...พลีส...”

พิมมี่อ้อนจนตุลถามว่าจะไปล่าวันไหนเมื่อไหร่ พิมมี่บอกว่าวันนี้ เพราะฌอนนัดสตีฟไว้ เดี๋ยวก็ลงมา ตุลรับปากเพราะวันนี้ฟรี แต่พอนึกได้ก็บอกว่าไม่ได้...ไม่ได้ วันนี้ตนมีนัดสำคัญมาก

พิมมี่กอดแขนอ้อนว่าตนขอร้องครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ตุลมองเพื่อนอย่างลำบากใจ อยากช่วยเพื่อน
ก็อยาก แต่โอกาสที่จะได้ไปกับฐานัทก็ไม่ใช่จะหาได้ง่าย...เอาไงดี...

ooooooo

แนนยังงอนไม่เลิก วันนี้ฐานัทฝากแม็กที่ออกไปไซต์งานซื้อบานอฟฟี่ของโปรดของแนนมาฝาก พอเอาไปให้ แนนขอบคุณอย่างมึนตึง

ฐานัทบอกว่าเย็นนี้จะพาตุลไปสมัครงานอาจกลับช้าหน่อย เห็นเธอยังเย็นชามึนจึงขอโทษถ้าเมื่อเช้าทำให้เธอไม่พอใจ

“แนนไม่อยากได้คำขอโทษค่ะ สิ่งที่แนนต้องการคือความไว้ใจ พี่นัทให้แนนได้ไหมคะ” ฐานัทหน้าเจื่อนเมื่อแนนพาดพิงถึงเรื่องนภ แนนตัดบทว่า เขาจะไปไหนก็ไปเถอะตนปวดหัวจะกลับไปนอนพัก แต่พอเขาจะ
ขับรถไปส่งก็ปฏิเสธบอกว่าตนขับได้

พอแยกกัน ฐานัทควานในกระเป๋าเจอคีย์การ์ดคอนโดสองใบก็กลัวแนนจะเข้าห้องไม่ได้รีบตามไปเห็นรถแนนยังจอดอยู่จึงรีบตรงไป

แต่ไปถึงเห็นแนนขึ้นรถไปกับนภอย่างชื่นมื่น ฐานัทหัวใจแทบสลาย รีบโทร.บอกตุลว่าวันนี้ไปไม่ได้แล้วมีธุระสำคัญจริงๆ ขอเป็นพรุ่งนี้จะพาไปให้ได้

ตุลที่ตัดสินใจจะไปกับฐานัทจนพิมมี่เสียใจ งอน พอตุลมาบอกว่าวันนี้ว่างแล้วไปกับพิมมี่ได้ เธอก็หายงอน กระโดดกอดกันกลม

โรสคะยั้นคะยอให้แมตต์ไปเข้าฟิตเนสกับตน บอกว่าต้องไปให้ได้เพราะนัดเทรนเนอร์ไว้แล้ว แมตต์มาที่ลานจอดรถ เห็นพิมมี่กอดกันกลมกับตุลก็ไม่พอใจ รีบลงมาที่รถ

ขณะตุลกับพิมมี่กอดดีใจกันก็เห็นฌอนถือถุงของขวัญเดินมาที่รถ จึงรีบขับรถตามไป แมตต์ลงมาเห็นพอดี ก็ขึ้นรถตัวเองขับตามไปโดยมีโรสนั่งไปด้วยคิดว่าเขาจะไปฟิตเนส

ระหว่างนั้น แมตต์ร้อนใจโทร.เข้ามือถือพิมมี่ เธอตกใจกลัวเขาจับได้ว่าตัวเองมากับตุลเพราะเขาเคยสั่งห้ามไว้ โชคดีที่แบตหมดพอดีเลยรอดตัวไม่ต้องโกหก

ฐานัทขับรถตามนภกับแนนไป เห็นเลี้ยวเข้าฟิตเนสจึงเลี้ยวตามเข้าไป แต่พอจะตามเข้าไปข้างใน
พนักงานบอกว่าเราอนุญาตให้เข้าได้เฉพาะเมมเบอร์เท่านั้น ถ้าเขาจะเข้าก็สมัครเป็นสมาชิกแบบ one-day pass ก็จะเข้าใช้บริการได้ทุกห้อง ฐานัทเร่งว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ตนเข้าไปข้างในได้ก็แล้วกัน
ฝ่ายพิมมี่กับตุล ขับรถตามฌอนมา เห็นเขาเข้าฟิตเนสก็โล่งใจว่าไม่ได้เข้าโรงแรม แต่เมื่อตามมาแล้วก็ตามให้ถึงที่สุด

พิมมี่กับตุลตามไปเห็นสตีฟออกมาพบฌอน เมื่อฌอนเอาชุดเครื่องสำอางให้ก็แต๋วแตกกรี๊ดกร๊าดดีใจแล้วชวนฌอนไปดูอุปกรณ์ใหม่ที่เพิ่งซื้อมา สองสาวตาโตสงสัยว่าอุปกรณ์ใหม่คืออะไร??? แอบตามไปดู

แมตต์หงุดหงิดที่แบตหมดทำให้ติดตามพิมมี่ไม่ได้ โรสเร่งให้รีบไปฟิตเนสเพราะเทรนเนอร์รออยู่ พอแมตต์เลี้ยวรถเข้าไปเห็นรถของพิมมี่จอดอยู่ ก็สงสัยว่าถ้ามาฟิตเนสทำไมต้องทำลับๆล่อๆ แต่โรสเร่งให้ไปพบเทรนเนอร์ เขาจึงจำต้องไป

โรสพาแมตต์ไปฝากไว้กับเทรนเนอร์เพราะตนลงคลาสแซมบ้าไว้ เทรนเนอร์จึงพาแมตต์ชมอุปกรณ์ออกกำลังกายที่นี่ก่อน โรสนัดอีกชั่วโมงมาเจอกันที่นี่

การตามล่ากันกำลังชุลมุนชุลเก พิมมี่กับตุลตามฌอน และแมตต์ก็ตามพิมมี่อีกต่อเพราะหวงน้องสาวกลัวยัยทอมห้าวเป้งจะพาไปทำมิดีมิร้าย

สตีฟกับฌอนต่างออกกำลังกันจนได้เหงื่อแล้วชวนไปเซาน่าและสปากัน ตุลฟันธงว่าตามสูตรเป๊ะ

จากนั้นก็คงไปต่อกันบนเตียง พิมมี่เร่งให้รีบไปตามเดี๋ยวจะไม่ทัน

ขณะพิมมี่กับตุลตามไปนั้น ฌอนนึกได้ว่าลืมผ้าขนหนูจึงย้อนกลับไปเอากัน พิมมี่กับตุลตกใจหลบไม่ทัน ตุลตัดสินใจผลักพิมมี่ดันไปติดกำแพงใช้สองแขนยันกำแพงเอาตัวบังพิมมี่ไว้ เลยดูเหมือนกำลังจู๋จี๋กัน ฌอนเหล่มองแต่ไม่สนใจเดินผ่านไป

แต่แมตต์ที่เดินมาจากอีกทางเห็นเข้าเต็มตา เขาเรียกเสียงลั่น

“พิมมี่!!!”

เหมือนเสียงฟ้าผ่าลงมา ทั้งสองผละจากกันเห็นแมตต์มองตาเขียวปั้ดก็หน้าซีดเผือด!

ฌอนกับสตีฟเดินย้อนกลับมาเห็นแมตต์ก็แปลกใจ มองไปอีกทีเห็นพิมมี่ ฌอนบอกว่าเมื่อกี้เห็นแล้วแต่นึกว่าเป็นคนอื่นเลยไม่ได้ทัก เหล่ใส่ตุลถามว่าเราก็มาด้วยหรือ

“คือ...พิมมี่มาออกกำลังกายกันน่ะค่ะ” พิมมี่ตอบแทน

ฌอนแนะนำว่าสตีฟเป็นเพื่อนในมหาวิทยาลัยและเป็นหุ้นส่วนของที่นี่ แนะนำแก่สตีฟว่าแมตต์กับพิมมี่เป็นน้องตน แมตต์บอกว่าดีเลย ฝากเทรนเนอร์ช่วยดูแลพิมมี่ด้วย

“เชิญครับ” สตีฟฝากให้เทรนเนอร์ช่วยดูแลให้ดี แล้วขอตัวพาฌอนไปเซาน่าก่อน ชวนแมตต์ไปด้วยกันไหม

“ไว้คราวหน้านะครับ พอดีผมมีธุระต้องทำ”

พอฌอนเดินไปกับสตีฟ ตุลก็รีบชวนพิมมี่ไป แมตต์บอกตุลว่าตนมีธุระกับเธอ! แมตต์ยิ้มให้พิมมี่ที่เดินไปกับเทรนเนอร์แต่พอหันกลับมาทางตุล สีหน้าก็กลายเป็นนิ่งดุดัน สั่ง “ตามฉันมา!!!”

ตุลเดินคอตกตามไป สบถในใจ....“เฮ้อ...ซวยๆๆๆ!!!”

แมตต์โทร.หาโรส เธอรับโทรศัพท์บอกว่ากำลังจะโทร.หาเขาพอดีเลย ตนกำลังอาบน้ำไม่เกิน 20 นาทีเจอกัน แมตต์นั่งคุยกับโรสอยู่ในรถที่ตุลถูกคุมมานั่งตัวลีบอยู่ว่า

“ผมออกมาแล้ว โรสกลับกับพิมมี่แล้วกัน ผมมีธุระสำคัญ”

“สำคัญอะไรนักหนา ทำไมต้องออกไปปุบปับแบบนี้คะ” เสียงเธอไม่พอใจนัก แมตต์ขู่กลายๆว่า

“มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ต้องจัดการให้จบ วันนี้ แค่นี้นะ”

แมตต์ปิดมือถือแล้วหันมองตุลด้วยสายตาคมกริบ ตุลที่นั่งตัวลีบอยู่หนาวเยือกเย็นวาบไปทั้งตัว

ooooooo

นภเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ที่ล็อกเกอร์ชาย กำลังเอาข้าวของส่วนตัวออกจากล็อกเกอร์ มือถือเขาดังขึ้น พอหยิบดูก็รีบรับสายเสียงอ่อนหวาน

“จ้าแม่...พ่อกำลังจะออกไปแล้ว ก็รีบอยู่เนี่ย เพิ่งประชุมเสร็จ...จ้ะๆๆได้จ้ะแม่”

นภเดินออกจากห้องล็อกเกอร์อย่างร้อนใจ เป็นจังหวะที่ฐานัทเดินออกจากห้องอาบน้ำมาที่ล็อกเกอร์แต่คลาดกันเส้นยาแดงเดียว

แนนอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ออกมายืนรอ

นภที่ด้านนอก พอเห็นเขาเดินมาก็ตรงเข้ากอดแขนฉอเลาะ “กินข้าวที่ไหนดีคะเฮีย”

“เฮียไปไม่ได้แล้วแนน พอดีมีประชุมด่วน”

“อะไรกัน นี่มันทุ่มนึงแล้วนะคะ เฮียเป็นเจ้าของบริษัท เฮียสั่งเลื่อนไปประชุมพรุ่งนี้สิคะ”

“ก็เพราะเป็นเจ้าของบริษัทนี่แหละ เฮียถึงต้องรับผิดชอบมากกว่าคนอื่น” นภอ้างแล้วหยิบแบงก์พันปึกหนึ่งให้ “อย่างอนน่า เอ้า...เอาตังค์ไปกินกับเพื่อนๆ”

แนนยังอ้อนว่าอยากกินกับเฮีย นภบอกไว้คราวหน้า ตนรีบ แล้วจะไลน์หานะ แนนถามว่าไม่ไปส่งตนหรือ รถตนจอดอยู่ออฟฟิศ

“แนนโทร.เรียกแท็กซี่เอาแล้วกัน เดี๋ยวเฮียไปประชุมไม่ทัน” ว่าแล้วผละไปเลย แนนพับเงินใส่กระเป๋ายิ้มกริ่ม

ฐานัทออกจากห้องน้ำชาย ชะงักเมื่อเห็นแนน แต่เธอไม่เห็นเขาเธอเดินไปที่ล็อบบี้ ฐานัทร้องเรียกพลางจ้ำตาม

“แนน!!”

แนนได้ยินเสียงฐานัท รีบมองไปทางนภ เห็นเดินลับตาไปแล้วก็โล่งอก แนนตีหน้านิ่งหันมองฐานัท ที่มายืนข้างหลังแล้ว แนนยังทำงอนสะบัดใส่เดินหนีไป ฐานัทรีบเดินตามไปจับแขนเธอไว้ถามว่าไหนบอกว่าปวดหัวจะกลับไปนอนไง?

แนนบอกว่าปวดจนทนไม่ไหวเลยต้องเข้าสปาอบไอน้ำให้ผ่อนคลาย

ฐานัทถามว่าแล้วเฮียนภไปไหน ทำเอาแนนสะดุ้งแต่ทำแบ๊วถามว่าเฮียนภเกี่ยวอะไรด้วย

“ก็พี่เห็นแนนขึ้นรถมากับเขา” แนนสะอึกไปนิดหนึ่งแล้วเอาตัวรอดว่า พอดีเขามาตีสควอช ตนเลยขอติดรถมา แต่พอมาถึงก็แยกย้ายกัน แล้วทำเป็นพาลถามว่า “แล้วพี่นัทล่ะมาที่นี่ทำไม หรือว่าตามจับผิดแนน”

ฐานัทบอกว่าเมื่อเช้าเธอลืมคีย์การ์ด ตนเลยตามมาให้ แต่แนนกลับหาว่าเขาจงใจตามมาดูตนมากกว่าแล้วต่อว่าว่า ตนต้องการความเชื่อใจจากเขา แต่เขาทำให้ตนเห็นว่าเขาทำให้ตนไม่ได้จริงๆ

แนนพลิกสถานการณ์จนกลายเป็นว่าฐานัทเป็นคนผิด แล้วตะบึงตะบอนเดินหนีไป ฐานัทรีบง้อตามเคย

“แนน...เดี๋ยวก่อน พี่ขอโทษ ต่อไปพี่จะหนักแน่นให้มากกว่านี้ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก กลับบ้านกันนะ อย่าโกรธพี่เลยนะ...นะ...”

แนนแอบยิ้มสมใจที่ตนพลิกสถานการณ์ได้สำเร็จ จนฐานัทกลายเป็นฝ่ายผิดยอมสยบลงได้

เมื่อมาขึ้นรถ ปรากฏว่ารถออกไม่ได้เพราะมีรถมาขวางอยู่ ฐานัทให้แนนขึ้นไปนั่งในรถ ตัวเองลงมาแก้ปัญหา ขอให้รถคันนั้นขยับหน่อยรถตนออกไม่ได้

โรสนั่งในรถหันมา แล้วต่างก็ชะงักเมื่อจำกันได้ ความอคติที่มีต่อกันทั้งจากเรื่องผ้าพันคอและกระเป๋าที่ลอยมาตกที่ตัก ทำให้โรสโพล่งไปอย่างไม่พอใจว่าเขาตามตนมาหรือ

ฐานัทขอให้ขยับรถให้หน่อย โรสตอบเสียงมะนาวไม่มีน้ำว่า “อยากกลับก็เข็นเอาสิ”

“เพื่อนคุณไม่ปลดเกียร์ ว่างเข็นไม่ไป คุณช่วยโทร.ตามเพื่อนหน่อยได้ไหม”

โรสไม่โทร.บอกว่าเดี๋ยวพิมมี่ก็มาแล้ว ก็พอดีพิมมี่มาถึง เธอขอโทษที่ลืมปลดเกียร์ว่าง ชวนโรสไปกันเลย

แนนนั่งรอในรถนาน ลดกระจกหน้าต่างชะโงกมาเร่งว่าตนหิวแล้ว โรสเห็นแนนจำได้ เปรยเหยียดๆ

“สับรางเก่งจริงๆ” ฐานัทได้ยินแว่วๆ ถามว่าบ่นอะไร จะไปได้หรือยัง?? “พูดจาให้มันดีๆหน่อยได้ไหม เพราะแบบนี้น่ะสิแฟนถึงได้...” โรสยิ้มเย้ย

พิมมี่เร่งโรสรีบไปกันเถอะ ฐานัทมองมึนๆ นึกในใจ ผู้หญิงอะไรวะ...เจอทีไรทำหงุดหงิดใจได้ทุกที!

ooooooo

แมตต์ขับรถมาจอดที่ลานจอดรถส่วนตัวหลังร้านไวน์เก๋ๆแต่ดูวังเวงน่ากลัว จอดรถแล้วดับเครื่อง ตุลมองไปรอบๆที่มืดสลัว กลืนน้ำลายเอื๊อกกกก...พยายามทำเสียงปกติถาม

“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม” แมตต์เงียบ ตุลยิ่งกลัว “คุณจะฆ่าหั่นศพฉันยัดกระสอบถ่วงน้ำปิงเหรอ!”

แมตต์ไม่ตอบ เปิดประตูรถลงไป ปิดประตูปัง! แล้วเดินอ้อมมาทางฝั่งที่เธอนั่ง ตุลตาเหลือกมือสั่นรีบกดล็อกประตูแต่กดผิดกดถูก แมตต์กระชากระตูเปิด ลากเธอออกจากรถ ตะคอก

“ฉันบอกเธอกี่ครั้งกี่หน สั่งเธอกี่ครั้งกี่หน อย่ามายุ่งกับน้องสาวฉัน!!!”

“ฉะ...ฉัน...ไม่ได้ยุ่ง คุณเข้าใจผิด ฉันกับพิมมี่ไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่าเพื่อน”

“โกหก!! หมดเวลาแก้ตัว ฉันไม่ให้โอกาสเธออีกต่อไปแล้ว!”

“คะ...คุณ...จะทำอะไรฉัน” ตุลเหงื่อแตกพลั่ก

“เธอตายยยยย!!!!” แมตต์บีบคอเธอทันที

ตุลดิ้นตาเหลือกร้องเสียงขาดๆหายๆ “ปล่อย... ปล่อย...ช่วยด้วย...ปล่อย!!”

ตุลหลับตาปี๋ ไอโขลกๆ ดิ้นขลุกขลักๆ แต่พอลืมตาขึ้น กลายเป็นว่าเห็นแมตต์ยืนหน้านิ่งอยู่นอกรถ เธอนิ่งไปอึดใจ เอะใจว่าแล้วใครบีบคอตน! ก้มมองที่คอตัวเอง เห็นมือตัวเองกำลังบีบคอตัวเองเอาจริงเอาจัง เอามือออกทำหน้าแหยๆ

“อย่ามาทำกลบเกลื่อนนะ มานี่!” แมตต์ก้มลงปลดเข็มขัดนิรภัยของเธอออก ลากออกจากรถไม่อินังขังขอบ ปิดประตูปัง!

“คุณ...คุณจะพาฉันไปฆ่าใช่ไหม” ตุลกลัวฉี่แทบราด

“มั้ง!” แมตต์ยิ้มเหี้ยม!!!

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement