รักกันพัลวัน ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักกันพัลวัน ตอนที่ 2


22 พ.ย. 2560 07:36
1,393,946 ครั้ง

ละคร นิยาย รักกันพัลวัน

รักกันพัลวัน ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

รักกันพัลวัน

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

เชอริณ

บทโทรทัศน์โดย:

ปารดา

กำกับการแสดงโดย:

ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ฟีล กู๊ด เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณภัทร เสียงสมบูรณ์,ปรีชญา พงษ์ธนานิกร

อโนมากับดารินทร์มาบอกตุลว่า พวกตนได้บอกพี่นัทแล้วว่าตุลถูกหักอกติดกันสามปีซ้อน ตอนนี้หัวใจสลายดูภายนอกปกติแต่ภายในพร้อมจะคลุ้มคลั่ง

ตุลทำท่าจะบ้าตาย เพราะพูดไปแบบนั้นพี่นัทต้องคิดว่าตนยังเป็นทอมอยู่แน่เลย ดารินทร์บอกว่าเป็นเหตุผลเดียวที่พวกตนจะนัดพี่นัทให้มาเจอกับเธอได้เนียน อโนมาบอกว่าพวกตนนัดให้แล้ววันนี้หกโมงเย็นที่ร้านเดิม บอกพี่นัทว่าตุลอยากทำงานพาร์ทไทม์ของเขา

“นี่เป็นโอกาสที่แกจะได้ใกล้ชิดพี่นัทแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆแล้วนะเว้ย ที่เหลือแกไปต่อยอดทำให้เขารู้เอาเองว่าแกเปลี่ยนใจมาเป็นผู้หญิงแล้ว”

อโนมากับดารินทร์กะเกณฑ์จัดการให้ทุกอย่างให้ตุล แต่ก่อนจะถึงจุดนั้นได้ ตุลต้องรับรู้ความจริงจุดนี้ให้ได้ก่อน ขณะอโนมาจะบอกว่าพี่นัทมีแฟนแล้ว มนตรีก็ขับรถกอล์ฟเข้ามาบอกตุลว่าน้ำหวานกับฮันนี่ไม่ยอมให้ฉีดยาให้ไปช่วยจัดการให้หน่อย อโนมากับดารินทร์เลยไม่ได้บอกเรื่องสำคัญให้ตุลรู้

เพราะมัวแต่จัดการกับเรื่องที่สวนสัตว์ ตุลไปถึงร้านกาแฟที่นัดกับอโนมาและดารินทร์ช้า สองสาวผุดลุกผุดนั่งเพราะจะต้องบอกตุลเรื่องพี่นัทมีแฟนแล้วก่อนที่พี่นัทจะมาถึง

เจ้ากรรม! พี่นัทมาถึงก่อนจริงๆ!! สองสาวทำหน้าไม่ถูกแอบถามกันว่าจะเอายังไงดี ทันใดนั้นตุลก็โผล่พรวดมาผมเปียกเพราะวิ่งฝ่าฝนเข้ามา เอามือเสยผมให้ดูดี ท่าเท่จนพี่นัทแซวว่า

“ท่าเสยผมนี่ขอซื้อได้ไหม พี่ยังเสยไม่ได้แมนเท่านี้เลย”

“พี่นัทน่ะแมนโคตรอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรมากกว่านี้หรอก โทษทีนะออกมาเลทไปหน่อย ฝนดันตกอีก พี่นัทมานานหรือยัง”

พี่นัทบอกว่ามาถึงก่อนแป๊บเดียว ถามว่าได้ข่าวว่าอกหักเหรอ ตุลฝืนยิ้มบอกว่าต่อไปนี้จะไม่รักใครอีกแล้ว อยากเปลี่ยนอะไรๆดูบ้างเผื่อมันจะดีขึ้น ตุลพยายามจะบอกเขาว่าตนจะเปลี่ยนเป็นหญิงแล้ว

“ดีแล้ว เบื่อๆเซ็งๆก็หาอะไรทำเปลี่ยนบรรยากาศ จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน เห็นเพื่อนบอกว่าเราอยากมาทำงานพาร์ทไทม์ช่วงกลางคืนกับพี่ใช่ไหม”

“ใช่ ตุลสนใจมากพี่” ตุลกระตือรือร้นมาก

ดารินทร์ใจคอไม่ดีเพราะยังไม่ได้บอกตุลเรื่องพี่นัทมีแฟนแล้ว บอกให้ไปลองก่อนดีกว่า แต่ตุลจะไปทำเลย มีพี่นัทอยู่ทั้งคนตนอุ่นใจ อโนมากับดารินทร์พยายามยั้งไว้ก่อน เลยบอกว่าวันนี้ตุลมีธุระต้องคุยกับตนก่อน แล้วทั้งอโนมากับดารินทร์ก็เข้าประกบลากตุลออกไป พลันก็ชะงักกึกเมื่อเห็นแนนเดินรี่เข้ามา

“ยังไม่เสร็จธุระอีกเหรอคะพี่นัท แนนรอนานแล้วนะ”

“เสร็จแล้วจ้ะ แนน...นี่ตุลเพื่อนดากับอโนเป็นรุ่นน้องพี่ที่มหาวิทยาลัย” แล้วบอกตุลว่า “แนนอยู่ฝ่ายพีอาร์ที่บริษัทจ้ะตุล เป็นแฟนพี่เอง เอาเป็นว่าถ้าตุลสนใจจริงๆ พรุ่งนี้พี่พาไปสมัครแล้วกันนะ”

ตุลตะลึงอึ้งยืนช็อกกลางอากาศเมื่อรู้ว่าพี่นัทมีแฟนแล้ว ถามตัวเองว่านี่ฉันอกหักตั้งแต่ยังไม่ทันได้คบกันเลยหรือนี่...

ตุลมองผ่านกระจกในร้านออกไปฝนยังตก พี่นัทถอดแจ็กเกตกันฝนให้แนนเดินไปด้วยกัน ตุลก็ยิ่งเจ็บปวดนึกถึงที่พี่นัทเคยกางร่มให้ตน ตุลนิ่งงันจนดารินทร์

เป็นห่วงถามเพื่อนรักว่าเป็นอะไรหรือเปล่า อโนมาบอกว่า มีอะไรก็ระบายออกมาเถอะ

“แค่คิดว่า...พอจะเริ่มอะไรใหม่ มันก็...ไม่ได้เริ่ม” ตุลพูดอย่างคนใจสลาย

“ฉันขอโทษ ฉันพยายามจะบอกแกแล้วเมื่อกลางวัน ที่ฉันกับอโนไปหาแกก็เพื่อจะบอกเรื่องนี้ แต่...”

“ช่างมันเถอะ รู้กับใจเห็นกับตาอย่างนี้ดีแล้ว จะได้ไม่ลงลึกไปมากกว่านี้”

ตุลน้ำตาซึมไม่อยากให้เพื่อนเห็นความอ่อนแอจึงลุกเดินไปบอกว่าไม่ต้องตามมานะ ตนอยากอยู่คนเดียว แต่อโนมากับดารินทร์เห็นอาการแล้วบอกกันว่าไม่น่าปล่อยให้อยู่คนเดียวรีบลุกตามไป ดารินทร์บอกว่าอย่าคิดสั้นฆ่าตัวตายนะ อโนมาก็เตือนเดินข้ามถนนระวังรถชนตายนะ

ตุลบอกว่าไม่ต้องห่วง แต่ดารินทร์ดูอาการแล้วบอกว่าตุลเฮิร์ตยิ่งกว่าตอนมะปรางบอกเลิกเสียอีก

“ยิ่งกว่าเฮิร์ตคือมันสับสนน่ะ เป็นทอมก็โดนหักอก เปลี่ยนเป็นผู้หญิงก็ดัน...อกหัก” อโนมาเห็นใจ

ตุลเดินใจลอยมาถึงหน้าร้านสะดวกซื้อ เจอมะปรางเข้าพอดี มะปรางเข้ามาขอโทษตุลเรื่องที่กระบี่ ตุลคิดว่ามะปรางผิดหวังกับเจจะกลับมาขอคืนดี แต่ที่แท้มะปรางเพียงมาขอโทษที่ทำให้ตุลเสียใจ แต่ตนพบทางที่ใช่ที่สุดแล้ว ให้พี่ตุลตัดใจจากตนเสีย พูดแล้ววิ่งกลับไปขึ้นรถเจที่จอดรออยู่

“เจ็บซ้ำซากได้อีกนะไอ้ตุล แค่นี้ยังไม่พอ มันยังเจ็บได้อีก” ตุลน้ำตาคลออย่างสุดกลั้น โทร.ไปหาอโนมาร้องไห้ฟูมฟายเหมือนใจจะขาด

“แก!!!!! ฉันทนไม่ไหวแล้ว ถัดจากพี่นัทกับแฟน ฉันมาเจอใครแกรู้ไหม มะปรางกับไอ้เจ้าของเรือนั่น แกคิดดูสิ คนเรามันจะซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรขนาดนี้ ฮือๆๆ”

ดารินทร์ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน อโนมาบอกว่าอย่าข้ามถนนนะเดี๋ยวรถชน อโนมาบอกให้หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ บอกมาว่าอยู่ไหนเดี๋ยวจะไปรับตุลเดินใจลอยท่ามกลางฝนพรำ ทันใดนั้นตุลร้องโอ๊ย ดังเข้าไปในโทรศัพท์แล้วเงียบหายไป อโนมาตะโกนถาม

“แกโดนรถชนเหรอ!!! ไอ้ตุล!!!”

แมตต์ที่กำลังขับรถจะไปหาพิมมี่นั่งอยู่ในรถมองผ่านกระจกและสายฝนพรำออกไปใจสั่นระทึก...

ดารินทร์ตะโกนถามตุลว่าถูกรถชนที่ไหน ตุลบอกว่าไม่ได้โดนชนแต่เหยียบเปลือกกล้วยลื่นล้มกระแทกพื้น อโนมาบอกว่าลุกไหวก็รีบลุกแล้วรออยู่ตรงนั้นก่อน

เดี๋ยวจะไปรับ ตุลลุกเดินคลำก้นเดินไป แมตต์ขับรถเลี้ยวเข้าซอยถูกจักรยานคันหนึ่งตัดหน้า แมตต์เบรกทันมองจักรยานแต่พอหันกลับมาก็แทบช็อกเมื่อเห็นตุลเดินกะโผลกกะเผลกมาในระยะกระชั้นชิด เขาหักหลบและตุลก็หลบได้ตามสัญชาตญาณ

แต่พอตุลพ้นจากรถของแมตต์ ก็มีมอเตอร์ไซค์สวนมาชนจนล้มฟุบไปกับถนน มอเตอร์ไซค์ตะบึงรถหนีไปทันที แมตต์รีบเปิดประตูรถลงไปดู บรรดาไทยมุงก็มาดูกัน แมตต์แหวกคนเข้าไปเห็นตุลฟุบกับถนนเลือดแดงฉานที่หัว เขาบอกชาวบ้านที่มามุงให้ช่วยเรียกรถพยาบาลด่วน

ระหว่างนั้นตุลรู้สึกตัวพลิกลืมตาเห็นลางๆแล้วหมดสติไปอีก แมตต์เห็นใบหน้าตุลก็สะดุดตาว่าหน้าคุ้นๆ แต่เคยเห็นที่ไหนนึกไม่ออก
ที่แท้คือเมื่อ 3 ปีก่อน แมตต์คบกันกับแองจี้ แต่เขาลืมวันเกิดเธอ แองจี้งอนและหันไปคบกับตุลญาณาทอมหล่อสุดฮอตในขณะนั้น แมตต์เจ็บปวดและจำใบหน้าตุลญาณาฝังใจ

เมื่อพาตุลไปโรงพยาบาล นางพยาบาลค้นกระเป๋าตุลจึงรู้ว่าเธอเป็นพนักงานที่สวนสัตว์บลูแพลนเนท

แมตต์ชะงักกึกหันมองตุลเต็มตาจึงจำได้ว่าที่แท้ก็ไอ้ทอมห้าวเป้งที่มาฉกแองจี้ไปจากตนนั่นเอง!

ooooooo

ตุลหมดสติไปสามวัน รู้สึกตัวขึ้นมาก็เห็นสมฤดีกับบุญลือพ่อกับแม่อยู่ข้างเตียง

ตุลถามว่าตนเป็นอะไร อยู่ที่ไหนเนี่ย ทบทวนแล้วจำได้ว่าถูกรถชน บอกว่ายังดีที่ชนแล้วพามาส่งโรงพยาบาล

บุญลือบอกว่ามันชนแล้วหนีมีผู้ชายคนนั้นมาช่วยไว้ ตุลถามผู้ชายคนไหน นึกยังไงก็นึกไม่ออกถามตัวเองอย่างหงุดหงิดว่า “ใครวะ...”

“ฉันเองว่ะ”

อโนมากับดารินทร์มาเยี่ยมตุลพอดี สองสาวบอกว่า พี่นัทเป็นห่วงเธอแต่งานเข้าเลยไม่ได้มาด้วย

“ไม่ต้องมาปลอบ แฟนเขาสวยเก๋อายไลเน่อร์คมขนาดนั้น เขาจะห่วงฉันทำไม” อโนมาถามว่าตัดใจจากพี่นัทได้แล้วหรือ ตุลบอกว่าไม่ตัดแล้ว จะให้ตนเอาอะไรไปสู้เขา สู้ไม่ได้สักอย่าง ให้ตนแข่งกันจีบแนนยังดูมีเปอร์เซ็นต์มากกว่า

แล้วตุลก็พร่ำเพ้อถึงกระแต ดารินทร์กับอโนมา

คิดว่าเป็นสาวคนใหม่ของตุล ถามไปถามมากลายเป็นเสือโคร่งตัวใหม่

ooooooo

วันนี้แบรดเรียกหัวหน้าแผนกต่างๆมาพบเพื่อแนะนำให้รู้จักกับลูกชายที่จะมาดูแลที่นี่ แบรดยืนคู่กับฌอนเบื้องหน้าพวกเขา

มนตรีเข้าใจว่าเป็นฌอน พูดเอาใจเอาหน้าว่าที่จริงไม่ต้องแนะนำก็ได้ พวกตนรู้จักคุณฌอนดีอยู่แล้ว แบรดบอกไม่ใช่ฌอน เพราะฌอนต้องดูแลเจเอ็น กรุ๊ป แต่เป็นลูกชายคนเล็กที่จะมาดูแลที่นี่เต็มตัว

“อ๋อ...คงเป็นคุณแมตต์ที่ท่านพูดถึงบ่อยๆใช่ไหมครับ” มนตรีอวดรู้ต่อ โตมรได้ยินชื่อแมตต์ก็สะดุดใจ ทันใดแมตต์เดินเข้ามา เห็นพนักงานมากมายก็พูดกับพ่อกวนๆว่า

“อีกสองวันถึงจะเริ่มงาน พ่อน่าจะให้ผมพักผ่อนก่อนนะครับ”

ทุกคนหันมองตามเสียง มนตรีกับโตมรถึงกับชะงักเมื่อเห็นแมตต์เต็มตา! แบรดไม่สนใจแมตต์แนะนำกับบรรดาหัวหน้าพนักงานเป็นการเป็นงานว่า

“ลูกชายผม เมธากวิน เจนนิงส์ ซีอีโอคนใหม่ของที่นี่ จะเรียกแมตต์ก็ได้”

มนตรีกับโตมรหงายเงิบพึมพำ ซีอีโอ!!! พูดไทยได้...ชัดด้วย...

“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ คุณมนตรี คุณโตมร...สบายดีนะ”

ทั้งมนตรีและโตมรถึงกับขาสั่นพั่บๆ คิดในใจว่างานนี้ตูตายแน่...เพราะออกฤทธิ์กับแมตต์ไว้เยอะ!

ooooooo

ที่โรงพยาบาล ฐานัทถือถุงของเยี่ยมเดินมากับแนน เขาจะมาเยี่ยมตุล แนนขอรออยู่ที่มุมรับรองอ้างว่าเข้าไปก็ไม่รู้จะคุยอะไร เธอไปนั่งพักที่โซฟา วางกระเป๋ากับผ้าพันคอแบรนด์เนมสีชมพูอ่อนไว้ข้างตัว

โรสพาอุไรวรรณมาหาหมอ ได้เวลานัดพอดีโรสจึงนั่งรออยู่ข้างนอก โรสใช้ผ้าพันคอแบรนด์เนมสีเดียวกับแนนเป๊ะ

แนนหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดอ่านแมกกาซีนออนไลน์ฆ่าเวลา ดูกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดอย่างหลงใหลอยากได้มาก ไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากนภ เธอรับสายทักเสียงหวาน ตกใจเมื่อรู้ว่านภอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกันและเห็นตนแล้วด้วย

แนนตกใจคว้ากระเป๋าเดินไปมองเลิ่กลั่กลืมผ้าพันคอไว้ที่โซฟาสนิท

ฐานัทเข้าไปเยี่ยมตุลที่ท่าทางหมดอาลัยตายอยาก บอกว่าซื้อของอร่อยมาฝาก ตุลก็ว่ากินไม่ลง แต่พอบอกว่าซื้อขนมจีนน้ำเงี้ยวป้าสาหน้ามอมาฝาก ตุลก็เด้งดึ๋งขึ้นมานั่งบอกว่าพี่นัทรู้ใจจริงๆ มองหาถ้วยชาม ฐานัทขำอาการลมพัดลมเพของตุลที่ลุกขึ้นมาโซ้ยขนมจีนน้ำเงี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

ตุลอร่อยจนลืมไปว่ามือเจ็บ ตักน้ำแกงขึ้นซดพลันก็ต้องวางช้อนเพราะเจ็บมือ ฐานัทจึงเอามาป้อนให้ ตุลกินไปเขินไป แต่ฐานัทหลุดขำว่า

“ตลกว่ะ เหมือนผู้ชายป้อนข้าวผู้ชายเลย ฮ่าๆๆ” ตุลแทบสำลักถามว่าตนเหมือนผู้ชายขนาดนั้นเลยหรือ “ไม่รู้เว้ย แต่อย่าสบตาพี่ละกัน พี่เขิน โอเคเปล่า ฮ่าๆ” ฐานัทป้อนขนมจีนไปขำไป

ตุลอยากจะบ้าตายที่จนแล้วจนรอดพี่นัทก็ดูตนเป็นทอมอยู่ดี ครู่หนึ่งตัดสินใจบอกว่า

“ตุลไม่อยากเป็นแบบนี้แล้ว ตุลจะเปลี่ยนมาเป็น...”

พูดไม่ทันจบโทรศัพท์ของฐานัทก็ดังขึ้น แนนโทร.มาเร่งนั่นเอง ตุลเลยบอกว่าพี่นัทมีนัดก็ไปเถอะ

ตนอิ่มแล้ว ฐานัทโน้มตัวไปหยิบชามขนมจีน ตุลโน้มตัวไปหยิบแก้วน้ำ ใกล้ชิดกันโดยไม่ตั้งใจ แต่ทำเอาตุลหัวใจเต้นโครมคราม

“หายไวๆนะเว้ยน้องชาย” ฐานัทเอามือขยี้ผมตุลอย่างเอ็นดู ตุลมองตามชายหนุ่มไปอย่างเพ้อๆเคลิ้มๆ แววตาเป็นประกายวุ้งวิ้ง...

ฐานัทรีบออกไปหาแนนที่กำลังคุยโทรศัพท์ติดพันกับนภ แนนเห็นฐานัทเดินมาก็ตกใจว่างานนี้รถไฟชนกันแน่ รีบหาทางแก้ปัญหา บอกฐานัทว่าตนลืมผ้าพันคอที่โซฟาให้ช่วยไปหยิบให้ที ตนจะไปรอที่รถ

ฐานัทหลงเชื่อเอากุญแจรถให้แล้วเดินย้อนกลับไปเอาผ้าพันคอที่โซฟา

เป็นเวลาที่นภลาหมอพอดี มีสายเข้าจากแนนเขารีบกดรับ

“ครับคุณแนน อ้าว ว่าจะพาไปกินข้าวช็อปปิ้งสักหน่อย ออกไปแล้วเหรอครับ” นภเดินคุยโทรศัพท์เลี้ยวออกไป

ooooooo

ขณะรอแม่ที่ไปพบหมอนั้น โรสนั่งที่โซฟาวางกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดไว้ข้างตัวใกล้ผ้าพันคอที่แนนลืมไว้ เปิดกล้องมือถือยกกระเป๋าแบรนด์เนมขึ้นแอ็กท่าถ่ายรูปเซลฟี่กับกระเป๋าถือ เพื่อโปรโมตให้เจ้าของแบรนด์แล้วนั่งดูไอจีที่โซฟา

“ไม่ถึง 5 นาที ยอดไลค์เกือบ 3 พัน ฮิๆ ลงอีกรูปดีกว่า” โรสยิ้มระรื่นภูมิใจ ขยับกระเป๋าให้ดูเก๋แล้วลุกขึ้นหามุมถ่ายอีก

ขณะนั้นเอง ฐานัทเดินมาที่โซฟาเห็นผ้าพันคอก็ตรงไปหยิบ โรสเห็นจากในกล้อง เธอช็อกที่มีคนมาหยิบผ้าพันคอรุ่นลิมิเต็ดของตนไปต่อหน้าต่อตา พุ่งเข้าไปโวยว่าหน้าตาก็ดีแต่มาขโมยของคนอื่น

ฐานัทถามว่าขโมยอะไร ผ้าพันคอผืนนี้ของแฟนตนเธอลืมไว้ โรสโวยว่าอย่ามาแถ เข้าแย่งผ้าพันคอจากมือฐานัทโต้ว่าผ้าพันคอรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นมีใครใช้กันเกร่อที่ไหน

“แต่แฟนผมวางไว้ตรงนี้ แล้วผมก็จำได้ว่ามันรุ่นนี้สีนี้ เพราะผมเป็นคนซื้อให้เขาเอง ผมโทร.เรียกเขามายืนยันก็ได้”

“ก็โทร.สิ...จะได้รู้กันไปว่าใครจะหน้าแหกกันแน่” โรสปรี๊ดแตกจ้องฐานัทตาเขียวปั้ด

ฐานัทโทร.หาแนน เป็นเวลาที่เธอกำลังฉอเลาะกับนภนัดเป็นพรุ่งนี้เจอกันเพราะเมื่อกี๊ตนเห็นกระเป๋าออกมาใหม่สวยมาก อยากได้มากเลย ฐานัทนิ่งไปเพราะสายแนนไม่ว่าง ถูกโรสด่าว่าเล่นลูกไม้พวก 18 มงกุฎ ฐานัทขู่จะฟ้องฐานหมิ่นประมาท

“ไอ้บ้านี่!! ขโมยของเขาแล้วยังจะกล้ามาฟ้องเขาอีก ไปดูกล้องวงจรปิดเลยไป ถ้าผ้าพันคอมันเป็นของฉัน ฉันไม่ฟ้อง แต่ฉันจะลากนายเข้าคุก!!”

“แล้วถ้ามันเป็นของผมล่ะ คุณจะว่ายังไง”

“ฉันก็...ขอโทษสิ ไม่เห็นยาก” โรสพูดหน้าตาเฉยมั่นใจว่าผ้าพันคอนี้เป็นของตนแน่ๆ

ขณะนั้นเอง อุไรวรรณที่เพิ่งโบทอกซ์หน้าตึงเปรี๊ยะ ที่คอพันผ้าพันคอของโรส เดินมาบอกว่า

“โรส...แม่เสร็จแล้วจ้ะ”

ฐานัทมองไป บอกว่าผ้าพันคอของเธอน่าจะอยู่ที่คอแม่เธอนะ โรสหน้าแตกทำหน้าไม่ถูกถามแม่ว่าทำไมผ้าพันคอตนไปอยู่ที่คุณแม่ล่ะ

“ก็ตอนที่เข้าไปมันหนาว แม่เลยยืม จำไม่ได้เหรอ”

โรสนึกได้แต่ยังวางฟอร์มชวนแม่กลับ ฐานัททวงคำขอโทษ โรสหันมาค้อนพูดอย่างเสียไม่ได้ว่า

“ขอโทษ ไปค่ะคุณแม่” แล้วรีบพาแม่เดินออกไป อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

ooooooo

แนนสับหลีกนภนัดค่อยเจอกันพลางเดินไปที่รถ เห็นรถของเขาจอดอยู่ข้างรถของฐานัท นภเดินมาที่รถถามว่านั่นรถเธอหรือ แนนบอกว่ารถเพื่อน นภชวนไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีไหม

“พรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ พอดีแนนมีประชุม สำคัญมากด้วยนะคะ” แนนอ้อนควงแขนนภไปส่งที่รถ นภขึ้นนั่งกำลังจะปิดประตู แนนดึงไว้แล้วก้มลงไปหอมแก้ม นัดพรุ่งนี้เจอกัน แล้วปิดประตู ยืนมองนภขับรถไป

“ใครหรือแนน” ฐานัทมาถึงพอดี แนนสะดุ้งทำหน้าไม่ถูกแต่กล้อมแกล้มเอาตัวรอดว่าเป็นลูกค้าที่จ้างเราออกแบบคฤหาสน์ 100 ล้านไง แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องถามว่าผ้าพันคอตนล่ะ พอฐานัทส่งผ้าพันคอให้เธอก็ชวนรีบไปกันเถอะร้อนแสบผิวไปหมดแล้ว

ฐานัทเปิดประตูรถให้แนนขึ้นนั่งแล้วตัวเองอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับที่มุมหนึ่ง...อโนมากับดารินทร์ยืนมองอยู่ต่างหมั่นไส้แนนมาก ดารินทร์ด่าว่า สตรอตัวแม่จริงๆ

โทร.ไปบอกพี่นัทตอนนี้เลยดีไหมว่าความจริงเป็นยังไง อโนมาติงว่า

“ปล่อยไปเหอะ ของอย่างนี้บางทีก็ต้องให้พี่นัทรู้เอง บอกไปก็ไม่มีประโยชน์ นังตุลมันคงถอดใจไม่สู้แล้วล่ะ”

ooooooo

อโนมากับดารินทร์ไปหาตุลที่โรงพยาบาล ไปถึงก็ได้ยินตุลชมว่าฐานัทซื้อน้ำเงี้ยวป้าสามาให้ ตนเจ็บมือก็ป้อนให้ ลงไปนอนดิ้นบนเตียงพร่ำเพ้อ...

“โอ้ยๆๆ เจนเทิลแมนแอนด์แฮนด์ซั่มขนาดนี้ ฉันควรจะรักเขาอีกครั้งไหมแก๊!!!”

สองสาวมองหน้ากัน อโนมากระซิบถามว่า “สรุปยังไงวะเนี่ย”

“ตกลงมันโดนรถชน หรือเป็นไบโพลาร์กันแน่วะ” ดารินทร์มึนตึ้บ ดูตุลนอนเพ้อแล้วถอนใจ

ooooooo

วันนี้พิมมี่เห็นณอนว่ายน้ำในสระก็มองกล้ามและซิกซ์แพ็กของเขาเคลิ้ม ป้ากลางมาเห็นถามว่ามองอะไร เธอเฉไฉว่าต้นไม้บ้านเรามันรกน่าจะให้คนมาตัดออกหน่อย ป้ากลางดักคอว่านึกว่าแอบดูผู้ชาย พิมมี่กลบเกลื่อนว่าจะแอบดูทำไมตรงนี้ไกลจะตาย สู้ลงไปว่ายด้วยจะไม่เห็นกว่าหรือ

อาภรณ์หรือป้ากลาง ร่ายยาวเวลาว่ายน้ำของฌอนตั้งแต่เช้า กระทั่งค่ำมีโชว์กระโดดสปริงบอร์ดด้วย บอกว่าอยากจะโดดกับเขาก็เอา

พิมมี่ถามว่าขึ้นจากสระกี่โมง ตนจะได้กะเวลาไปวัดไซส์สูทได้ถูก ป้ากลางบอกว่าน่าจะทุ่มนิดๆ

ค่ำวันนี้ พิมมี่จึงมาด้อมๆมองๆแถวสระเพื่อจะได้จัดไซส์สูทให้เขา มองไปในสระไม่เห็น แต่พอหันกลับก็เกือบซบแผงอกเขา ฌอนถามว่าจะว่ายน้ำหรือ พิมมี่ประหม่าเขินจนหน้าแดงปากคอสั่นว่า

“ปะ...เปล่าค่ะ คิดว่าพี่ฌอนว่ายน้ำเสร็จแล้ว” ฌอนถามว่ามาหาตนหรือมีอะไร “พิมมี่จะขอวัดไซส์พี่ฌอน จะได้จัดสูทเข้ารูปพอดีตัวน่ะค่ะ”

ฌอนบอกให้วัดเลย พอพิมมี่เอาสายวัดทาบแผงอกชายหนุ่ม ใจก็เต้นตึ้กตั้ก แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเสียงแมตต์ถามขึ้นว่า

“ทำอะไรพิมมี่”

พิมมี่ชะงัก พอบอกว่าจะวัดไซส์เสื้อให้ฌอน แมตต์บอกว่าตนวัดให้เอง แล้วดึงสายวัดจากพิมมี่ จัดแจงวัดเองราวกับมืออาชีพ วัดไปคุยไปกับฌอนว่า

“นาตาลีอัพรูปลูกแล้วนะ นายไม่ซื้อของขวัญรับขวัญหลานหน่อยเหรอ”

ฌอนชะงักหน้าตึงทันที ถามพิมมี่ว่าเสร็จแล้วใช่ไหมตนขอตัว แล้วเดินไปเลย แมตต์ตะโกนตามหลังว่า

“พนักงานบริษัทโดนมอเตอร์ไซค์ชนจะออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้...เซ็นอนุมัติค่ารักษาด้วย” ฌอนถามว่าทำไมเขาไม่เซ็น

“ฉันเริ่มงานมะรืนนี้ พรุ่งนี้ยังเป็นหน้าที่นาย นายต้องเซ็น”

แมตต์ยิ้มกวนๆ ฌอนมองหน้าอย่างไม่พอใจแล้วผละไป พิมมี่มองท่าทีของทั้งสองหายใจไม่ทั่วท้อง เดินกลับเข้าบ้าน เจอป้ากลางเดินออกจากห้องพระพอดี เลยถาม

“ป้ากลางคะ ทำไมพี่แมตต์ถึงไม่ชอบหน้าพี่ฌอนเลยคะ พิมมี่เห็นเจอกันทีไรทะเลาะกันทุกที”

“ลุงแบรดแยกไปมีครอบครัวใหม่กับแม่ฌอนตั้งแต่แมตต์ยังเด็ก เด็กก็คือเด็ก ยังรับความสูญเสียไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าเข้ากันไม่ได้ ไปด้วยกันไม่ได้ หรือว่าถึงทางตัน หมายความว่ายังไง สำหรับแมตต์การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก คือครอบครัวที่สมบูรณ์และมีความสุข ถ้ามีใครแทรกเข้ามาแทนที่ โดยเฉพาะแทนที่แม่ของเขา เขาก็ต้องไม่ชอบคนที่เข้ามาใหม่เป็นธรรมดา”

“พี่แมตต์พูดถึงผู้หญิงชื่อนาตาลีกับพี่ฌอนด้วย พิมมี่เห็นพี่ฌอนเหมือนจะอึ้งไป ป้ากลางรู้ไหมคะว่าเธอเป็นใคร”

“ชีวิตป้าก็อยู่แต่เมืองไทย ป้าอาจจะรู้มากรู้ลึก แต่ไม่ได้รู้ไกลไปถึงเมลเบิร์นหรอกนะ มาเดินกำหนดลมหายใจกลับห้องด้วยกัน จะได้เลิกฟุ้งซ่าน” ป้ากลางตัดบท พาพิมมี่เดินจงกรมออกไป

พิมมี่เดินตามป้ากลางไปเงียบๆ ทั้งที่อยากรู้ใจแทบขาดว่านาตาลีคือใคร?

ooooooo

ตุลออกจากโรงพยาบาลไปทำงานวันแรกก็เจอแมตต์เข้าไปถึงเขตหวงห้าม เธอโวยวายว่าเข้ามาได้ไง พนักงานที่นี่ยังเข้ามาไม่ได้เลย นอกจากระดับเฮดๆเท่านั้น ตีหน้ายักษ์ถามว่า “คุณเป็นใคร”

แมตต์ย้อนถามว่าตนต้องรายงานพนักงานระดับเธอด้วยหรือว่าเป็นใคร?

ต่างถือดีโต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดง ในที่สุดแมตต์ยิ้มเยาะ บอกให้ดูหน้าตนดีๆ ผู้หญิงอย่างเธอเคยทำอะไรกับตนไว้บ้าง

ตุลถามกวนๆว่าตนทำอะไร ชาตินี้หรือชาติไหน

“ชาตินี้ แต่ 3 ปีที่แล้ว!!! จำแองจี้ได้ไหม คุณแย่งแองจี้ไปจากผมทั้งๆที่เรายังไม่ได้เลิกกัน คุณเป็นผู้ชายแบบไหนกันวะ!!” แมตต์เสียงแข็งจนตุลอึ้ง!!

เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนถูกรื้อฟื้นขึ้นมา คืนนั้นแมตต์ในสภาพเมามายไปเคาะประตูเรียกแองจี้ให้ออกมาคุยกัน แต่แองจี้ไม่คุย แมตต์กระชากจะพาไปขึ้นรถ

เกิดยื้อยุดกันจนแองจี้ล้มกระแทกพื้น ตุลอยู่กับแองจี้ทนไม่ได้ชกแมตต์จนล้มกลิ้ง ตะโกนใส่หน้า

“ผู้หญิงเขาไม่รักจะบังคับให้เขารักได้ยังไง!! เป็นผู้ชายรึเปล่าวะ!!!”

ตุลจ้องหน้าแมตต์แล้วประคองแองจี้เข้าบ้าน แมตต์พลิกหน้ากลับมามองมีเลือดออกที่มุมปาก เขาตะโกนอย่างเจ็บแค้นว่า

“แล้วไอ้ผู้ชายที่มันแย่งแฟนคนอื่น มันเป็นผู้ชายแบบไหนวะ!!”

นึกถึงอดีตแล้วแมตต์ยังแค้น ยื่นหน้าเข้ามาถามตุลว่า ตกลงคุณเป็นผู้ชายประเภทไหน ย้ำเสียงเข้มว่า “ตอนนั้นผมไม่เอาเรื่องคุณเพราะคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้เจอกันอีก แต่คุณมันซวยเองที่มาเจอผมจนได้ เพราะฉะนั้นเตรียมตัวรับให้ดี ผมเอาคืนแน่”

“เอาคืนยังไง จะเล่นงานฉันเหรอ เข้ามาถึงนี่ได้คงเส้นใหญ่พอตัว ไปสิไปฟ้องผู้จัดการเลยว่าฉันพูดจาไม่ดี ไม่มีมารยาทกับคุณ อย่างดีฉันก็แค่โดนพักงาน” ตุลยักไหล่ไม่แคร์

“ผมจะไม่ฟ้องผู้จัดการคุณ เพราะผมจะเล่นงานคุณด้วยตัวผมเอง” แมตต์จ้องหน้าเขม็ง

“เฮ้ย...ผู้ชายหน้าไหนบังอาจมาคุยกับตุลของโตวะ!!” โตมรเดินกร่างเข้ามาทางด้านหลังแมตต์ พอแมตต์หันมองด้วย

สายตาคมกริบ โตมรก็คอหดแทบหยุดหายใจ ทักนอบน้อม “อุ๊ย! สวัสดีครับคุณแมตต์ ไม่คิดว่าคุณแมตต์จะเดินมาถึงนี่”

ตุลเห็นท่าทีนอบน้อมของโตมรก็งง โตมรทำยืดแนะนำว่า

“นี่คุณแมตต์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณแบรด น้องชายสุดเลิฟของคุณฌอน คุณแมตต์มานั่งเป็นซีอีโอคนใหม่ของที่นี่”

ตุลช็อก! เวรแล้วไง!!!

โตมรลากตุลเดินลัดเลาะตามกรงสัตว์ ทำท่าตกอกตกใจว่า มีเรื่องกับใครไม่มีไปมีเรื่องกับซีอีโอ

“ฉันยังไม่คิดเลยว่าตัวเองจะซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรอย่างนี้!!!” ตุลกลุ้มหนัก

เมื่อมนตรีรู้เรื่องนี้ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดหนัก บ่นว่าไปมีเรื่องกับเขาได้ไง เดี๋ยวเขาก็ต้องแทงเรื่องมาที่ตน ตนก็ต้องพิจารณาไล่ตุลออก บอกว่าแบรดกับฌอนเจ้าระเบียบเฮี้ยบมาก เตือนตุลว่าตอนนี้ต้องอยู่สงบๆทำงานไป เลี่ยงเจอหน้าได้เลี่ยง ตนไม่อยากไล่เธอออก เข้าใจไหม

โตมรขอร้องมนตรีว่าถ้าแมตต์มาปรึกษาเรื่องไล่ตุลออก พี่ตรีต้องช่วยตุลนะ คุณแมตต์ต้องเชื่อพี่อยู่แล้ว มนตรีเล่นตัวว่า

“ก็ไม่รู้จะช่วยได้รึเปล่า ขนาดคุณทักษะ คุณแบรดกับคุณฌอนยังเชิญออกมาแล้ว คุณแมตต์ก็คงโหด

ไม่ต่างกัน” แล้วเตือนตุลว่าให้ระวังตัวให้ดีก็แล้วกัน เดี๋ยวต้องเข้าประชุมแล้ว ขอสั่งเอาไว้ตรงนี้เลย ห้ามจ้องหน้าเขา ถามว่าทำได้ไหม

“ทำไมจะไม่ได้ อย่างกับอยากมองนักนี่!!” ตุลถอนใจเซ็งที่ซวยไม่จบไม่สิ้นสักที

ooooooo

แบรดรีโนเวทห้องของทักษะให้เป็นห้องทำงานของแมตต์ แมตต์จึงรู้ว่าทักษะถูกให้ออกแล้วต่อว่า แบรดว่าไหนว่าจะให้ตนเรียนรู้งานจากทักษะไง

แบรดบอกว่างานทักษะมีปัญหาหลายอย่างจึงต้องเชิญเขาออก แมตต์ถามว่าทำไมพ่อไม่บอกตนก่อน แบรดมองแมตต์อย่างเย็นชาถามว่า

“ทำไมต้องบอก รู้ตอนนี้หรือตอนไหนก็ค่าเท่ากัน หรือรู้แล้วแกจะไม่ทำ จะถอนตัว พนักงานทุกคนรอแกแถลงนโยบายในฐานะซีอีโอคนใหม่อยู่ แกจะปล่อยให้เขารอเก้อก็ตามใจ”

“ไม่ต้องห่วง ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย ฉันจะคอยช่วยนายเอง” ฌอนแทรกขึ้น

“ไม่ต้องช่วย จะไม่ถาม จะไม่มีปัญหา” แมตต์เดินหน้าตึงออกไป แบรดกับฌอนมองหน้ากันทำนองว่า ดูซิว่ามันจะไปได้สักกี่น้ำ

มนตรีแสดงความกล้าหาญ เดินนำตุลกับโตมรไปที่ห้องประชุม ปลุกเร้าใจว่า

“ใจเย็น ของอย่างนี้ต้องใจเย็นสู้เสือ แกน่ะ หลบๆอยู่ข้างหลังเลยไอ้ตุล ฉันในฐานะหัวหน้าทีม จะเป็นทัพหน้านำไปเอง เราต้องมั่นใจว่าเราเก่ง เราอยู่มานานแล้ว ยังไงเขาก็ต้องพึ่งเรา ไม่กล้าทำอะไรเราหรอก”

มนตรีพูดจบก็ชะงักกึกเมื่อเห็นแมตต์เดินตึงๆ

แผ่รังสีอำมหิตมา มนตรีหน้าถอดสีหัวหดอุทาน

“ฉิบหาย!!! คุณแมตต์!!!”

พริบตานั้น ทั้งสามต่างโดดหลบตัวใครตัวมัน แต่ไม่พ้นสายตาอำมหิตของแมตต์ เขามองทั้งสามอย่างไม่สบอารมณ์แล้วเดินผ่านไป

โตมรที่แอบดูอยู่ถอนใจโล่งอก โตมรกับตุลมองไปทางมนตรีหัวหน้าผู้กล้าหาญเห็นเอาหน้าซุกจนแทบจะสิงเข้าไปในเสาอยู่แล้ว ตุลเรียก “พี่ตรี” มนตรียังซุกเสาอยู่ถามอู้อี้ว่า ไปยัง? โตมรบอกไปแล้ว มนตรีถึงถอนหน้าจากเสาถอนใจเฮือกกกก

“ไหนบอกว่าทัพหน้าไง” ตุลติง

“ทัพหน้าแต่ต้องระวังหลังเว้ย” มนตรียังทำปากกล้าตะแบงไปตามเคย

ooooooo

เมื่อเข้าห้องประชุม มนตรีย้ำกับตุลว่า ให้นั่งเฉยๆอย่าด่าเขาทางสายตา อย่ามีปัญหา

เมื่อแมตต์ แบรด และฌอนเดินเข้ามา ทุกคนยืนขึ้นพร้อมกัน ตุลลุกตามทุกคนอย่างเสียไม่ได้ มนตรีรีบเอ่ยอย่างนอบน้อม

“สวัสดีครับคุณแมตต์”

“บางคนอาจจะรู้จักกันมาแล้ว บางคนอาจจะยังไม่รู้จัก ผมขอแนะนำลูกชายของผมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมธากวิน เจนนิงส์ ซีอีโอคนใหม่ของที่นี่” แบรดเอ่ย

ทุกคนปรบมือต้อนรับพร้อมเพรียงกัน ตุลจำต้องปรบเปาะแปะไปกับเขา แมตต์นั่งที่หัวโต๊ะ แบรดกับฌอนนั่งขนาบมองแมตต์ด้วยสายตากดดัน

“ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่มาทำความรู้จักกันในวันนี้ ในฐานะซีอีโอคนใหม่ของบลู แพลนเนต ผมอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการทำงาน ขอให้ทุกคนช่วยกันทำสวนสัตว์ของเรามีมาตรฐานในการจัดการ ...บริการที่ดี นักท่องเที่ยวที่มาจะได้รับความประทับใจกลับไป หวังว่าทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจกันนะครับ”

มนตรีในฐานะผู้จัดการขอพูดแทนทุกคน จะมุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนาบลู แพลเนตให้เป็นสวนสัตว์ที่มีคุณภาพ

ในทุกๆด้านไม่แพ้ที่ใดในโลก พนักงานทุกคนปรบมือให้ มนตรียืด ยิ้มหน้าบาน

“ดีครับ เริ่มที่คุณภาพของพนักงานก่อน เท่าที่ผมเดินสำรวจมาสองวัน ผมคิดว่าเรื่องเร่งด่วนที่เราต้องทำก็คือการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับพนักงาน ใช่ไหมครับ...คุณมนตรี คุณโตมร”

แบรดกับฌอนสบตากันไม่คิดว่าแมตต์จะแอบมาสำรวจงานแล้ว มนตรีเสนอว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวนอกจากที่ใช้ภาษาอังกฤษแล้วทัวร์จีนก็เข้ามาเยอะมาก

แมตต์ประกาศว่า เราจะจัดอบรมภาษาอังกฤษและภาษาจีนให้พนักงานทุกคนได้เรียนอาทิตย์ละ 3 ชั่วโมงหลังเลิกงาน สั่งมนตรีให้ช่วยทำตารางเรียนให้ด้วย บอกทุกคนว่าจะประเมินผลกันเป็นรายสัปดาห์

นอกจากนี้ก็ต้องช่วยกันดูแลความสะอาดภายในบลู แพลนเนตให้ดีขึ้น มนตรีรับปากแข็งขันว่าจะกำชับเรื่องนี้กับทุกคนอีกครั้ง

“เรื่องสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือเรื่องกิริยามารยาทของพนักงาน” ตุลสะดุ้งรู้ตัวว่าโดนแน่ แต่ยังข่มใจสงบนิ่ง แมตต์พูดย้ำว่า

“พนักงานทุกคนต้องแสดงกิริยามารยาทและพูดจาสุภาพกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือใครก็ตามที่เข้ามาที่นี่ ซึ่งผมคิดว่าคงไม่ต้องจัดอบรมกันนะครับ เพราะทุกคนเป็นคนไทยคงจะรู้ว่ากิริยามารยาทแบบไทยๆเป็นยังไง จริงไหมครับคุณตุล...เอ่อ...ขอโทษนะครับตุลอะไรนะ ตุลพลหรือตุลศักดิ์นะครับ”

ทุกคนแอบขำ แต่ตุลแทบจะปรี๊ดแตก โตมรที่นั่งติดกันรู้แกวรีบเหยียบเท้าตุลปราม มนตรีที่นั่งขนาบก็จับแขนตุลไว้กระซิบ

“อย่าห้าว” ส่วนโตมรเตือน “สติ...สติ” ตุลกัดฟันตอบแมตต์ว่า

“ตุล-ละ-ญา-ณา ค่ะ!!!”

“ขอบคุณครับ คุณ-ตุล-ละ-ญา-ณา” แมตต์ยิ้มกวนๆจ้องตุลนิ่ง จนตุลต้องหลุบตาต่ำกลัวมีเรื่อง

ประชุมเสร็จ แบรด ฌอน กับแมตต์ เดินออกไปแล้ว มนตรี โตมรกับตุลอยู่รั้งท้าย

“นี่ถ้าโตกับพี่ตรีไม่ดึงแขนเหยียบขาไว้ คงมีการชกกันปากแตกกลางที่ประชุมแล้วใช่ไหม” โตมรถาม

“อุตส่าห์ย้ำแล้วย้ำอีก ไม่ว่าคุณแมตต์จะว่ายังไง แกก็ต้องไม่สบตา ยังไงเราก็ลูกน้อง มันมีแต่เสียกับเสีย ซวยกับซวย

บ้านนี้เขาซอมบี้กันทั้งบ้าน คุณแมตต์ก็ซอมมมมม...” มนตรีหยุดกึกเมื่อเห็นแมตต์โผล่จากหลืบข้างทางออกมาจ้องเขม็งใส่ทุกคน!

มนตรีกลับลำเปลี่ยนเรื่องทันทีบอกแมตต์ว่า รับรองว่าเราทั้งสามจะให้ความร่วมมือช่วยกันผลักดันให้บลู แพลนเนตเป็นสวนสัตว์อันดับ 1 ของโลกให้ได้ ส่วนโตมรก็รีบขอตัวไปทำงาน

“เชิญ! ยกเว้นคุณ-ตุล-ละ-ญา-ณา ตามผมมา”

ทุกคนเหวอ มนตรีพึมพำสยองว่าถูกไล่ออกแน่ๆ ตุลนิ่ง เครียด

ooooooo

แมตต์พาตุลไปที่ห้องประชุม ตุลถูกชำระความที่แสดงความก้าวร้าวต่อแมตต์ในวันที่เขาเข้าไปในเขตหวงห้าม เธอชี้แจงอย่างไม่พรั่นพรึงว่า

“ที่ฉันทำก็เพื่อปกป้องบริษัท ฉันต้องสกรีนคนภายนอกเพราะคนที่เข้ามาอาจจะมาทำร้ายหรือแพร่เชื้อโรคให้สัตว์ และบางทีสัตว์มันอาจจะคลุ้มคลั่งทำร้ายคนก็ได้ คุณจะมาจ้องจับผิด มาลงโทษทำทัณฑ์บนหรือไล่ฉันออกไม่ได้นะ”

“ผมไม่ทำทัณฑ์บนคุณ แต่จะ...”

“ไล่ฉันออก...นี่คุณจะไล่ฉันออกเหรอ!!!” ตุลตัวชาวาบพูดแทรกขึ้นก่อนที่เขาจะพูดจบ

“ใช่!!” แมตต์ตอบหน้านิ่ง ตุลหัวใจแทบหยุดเต้น “แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ที่เรียกมาก็เพราะอยากจะเตือนในฐานะที่คุณเป็นพนักงานของบลู แพลนเนต การไปเดินเอ๋ออยู่กลางถนนมันเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของคนอื่น แล้วก็ตัวคุณเอง”

ตุลมึนตื้อ พยายามจับต้นชนปลายว่าเขาพูดอะไร? มันเรื่องอะไร? แมตต์ยังพูดไปเรื่อยว่า

“รถวิ่งมาชนคุณ ไม่รถบุบคุณก็บุบ แล้วถ้าผมไม่ได้อยู่ตรงนั้น คุณตายไปแล้ว”

“คือ...จะบอกว่าคุณเป็นหมอ??” ตุลถามกวนๆงงๆ

“ผมเป็นคนพาคุณไปส่งโรงพยาบาล”

ตุลอึ้ง นึกถึงที่พ่อบอกว่า “มันชนแล้วหนี ดีที่ผู้ชายคนนั้นมาช่วยไว้” เธอมองหน้าเขาเต็มตา ถาม

“ถ้างั้น...ผู้ชายคนนั้นก็คือ...คุณ!!!”

ตุลช็อก เมื่อจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...

คิดเห็นตัวเองในสภาพสะลึมสะลือ เห็นใบหน้ากรุ้มกริ่มของแมตต์ยื่นเข้ามา พูดว่า “สลบอย่างนี้ ต้องผายปอด” เวลานั้นเธอพยายามดิ้นหนีร้องลั่น “ไม่...ไม่นะเว้ย...” ตุล นึกถึงคำทำนายของแม่หมอทันที... “ผู้ชายคนนั้น คือคนที่มอบจูบแรก มอบชีวิตและมอบลมหายใจให้กับเจ้า...”

ตุลตกในภวังค์...เธอกรีดร้องรับไม่ได้ แมตต์ที่คุยกันอยู่ดีๆ งงกับท่าทางเหมือนเสียสติของเธอ

“นี่คุณ!! กรี๊ดหูแตกทำไมเนี่ย ล้มหัวฟาดแล้วสติสตังยังไม่เข้าที่รึไง ห๊ะ!!!”

“คุณไม่ได้...ไม่ได้...” ตุลละล่ำละลักพูดไม่ออก

“ไม่ได้อะไร ถ้าไม่ได้ผมคุณคงหยุดหายใจไปแล้ว ต้องให้ย้ำไหม ผมนี่แหละที่ต่อลมหายใจให้คุณ”

แมตต์ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้ตุลช็อก ถามแทบไม่เป็นภาษา...“ต่อลมหายใจ!!! มะ...หมายความว่า คุณจะ...จูบฉันแล้ว...อ๊ากกกก”

“เพ้อคลั่งบ้าบออะไรห๊ะ...ผมไม่จูบผู้ชายด้วยกันให้ฟ้าผ่าหรอก”

แมตต์ทำเสียงเข้ม แล้วนึกถึงเหตุการณ์ขณะนั้น...

วันนั้นเขาประสบเหตุตุลถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหนี เขาลงจากรถไปดูเห็นเธอสลบจึงให้ชาวบ้านช่วยเรียกรถพยาบาล ขณะเดียวกันก็พยายามเรียกตุลให้ได้สติ เขาพลิกหน้าเธอขึ้นดูว่ายังหายใจอยู่หรือเปล่า ตุลพยายามปรือตามองแต่ลืมตาไม่ขึ้นแล้วก็หมดสติไปอีก

แมตต์เห็นหน้าตุลเต็มตาก็จำได้ว่าเป็นคนที่แย่งแองจี้ไปจากตน แต่เมื่อตรวจดูอีกทีเธอหยุดหายใจแล้วเขาบอกให้โทร.เรียกหมอฉุกเฉินด่วน พลางยกคางให้แหงนหน้าไปด้านหลังเพื่อเปิดทางหายใจให้โล่ง...

แมตต์เล่าว่าเห็นเธอไม่หายใจแล้วเลยให้คนแถวนั้นโทร.เรียกหมอแค่นั้น ตุลแอบโล่งใจที่ยังไม่เสียจูบแรก ถามว่าแล้วยังไงต่อ เรียกตนมาเพื่อจะบอกว่าเขาเป็น

ผู้มีพระคุณงั้นหรือ?

“ไม่ใช่แค่นั้น แต่จะย้ำว่า ต่อไปนี้คุณห้ามเอ๋อ ห้าม ป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย ห้ามเรื่องชู้สาว ห้ามไปแย่งผู้หญิงของใคร เพราะถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาอีกละก็...ผมจะไม่ทำทัณฑ์บน แต่จะไล่คุณออกทันที!!”

แมตต์พูดเหมือนประกาศิตแล้วเดินออกไปเลย ตุลมองค้าง อยากจะตามไปตั๊นหน้าผู้ชายเรื่องมากคนนี้สักเปรี้ยงจริงๆ!

ooooooo

แมตต์กลับไปห้องทำงาน นลินี เลขาที่ทำงานกับทักษะมาเคาะประตูถือแฟ้มเข้ามาทักเสียงหวาน

“สวัสดีค่ะ คุณเมธากวิน ดิฉันนลินี เรียกสั้นๆว่าหน่อยก็ได้ค่ะ ท่านประธานให้ดิฉันมาเป็นเลขาฯส่วนตัวของคุณ ดิฉันขออนุญาตเรียกคุณแมตต์นะคะ นี่เป็นแฟ้มรวบรวมงานของฝ่ายต่างๆที่ต้องนำเสนอให้ซีอีโออนุมัติค่ะ แล้วก็มีจดหมายบางส่วนรอคุณพิจารณา”

แมตต์บอกว่าอยากดูงานเก่าๆที่ทักษะเซ็นไว้ย้อนหลังไป 6 เดือนก่อนจะออกไปด้วย นลินีติงว่าเยอะมาก เขาบอกว่าไม่ต้องห่วงตนมีเวลา

“ดิฉันจะรวบรวมมาให้นะคะ ส่วนเอกสารในแฟ้มนี้ อีก 1 ชั่วโมงดิฉันจะเข้ามารับนะคะ โต๊ะทำงานดิฉันอยู่ด้านนอก คุณแมตต์มีอะไรเรียกใช้ได้ตลอดเวลานะคะ” นลินียิ้มจริงใจให้แมตต์แล้วออกไป

วันนี้พิมมี่เอาชุดที่ฌอนสั่งไว้มาให้เขาที่บลู แพลนเนต มาเจอตุลเข้าพอดี ต่างโผเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันด้วยความดีใจที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นปี

แมตต์ยืนอ่านเอกสารอยู่ที่หน้าต่าง มองมาเห็นพิมมี่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับตุลก็ชะงัก ไม่พอใจ

พอตุลรู้ว่าพิมมี่เอาชุดมาให้ถามว่าแมตต์แต่งตัวแน่นขนาดนี้เลยหรือ พิมมี่บอกว่าไม่ใช่ของแมตต์เป็นของฌอน แล้วกระซิบว่ามีอะไรจะปรึกษาหน่อย ถามตุลว่า

“คือ...ตุลว่า ผู้ชายแต่งตัวจัดขนาดนี้มีสิทธิ์ว่าจะไม่ได้ชอบผู้หญิงแต่ชอบผู้ชายด้วยกันหรือเปล่า”

ตุลบอกว่าต้องดูหลายอย่างประกอบกัน ดูแค่เสื้อผ้าหน้าผมไม่พอหรอก คุณฌอนอาจเป็นผู้ชายแนวเมโทรเซ็กชวลก็ได้ พิมมี่ถามว่าแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าผู้ชายคนไหนเป็นเกย์ คนไหนเป็นเมโทรเซ็กชวล?

ตุลแนะนำวิธีพิสูจน์ ให้หาทางใกล้ชิดเขามากๆ หรือไม่ก็แกล้งสะดุดฝุ่นแข้งขาอ่อน ตุลทำท่าประกอบให้ดูทำเป็นสะดุดฝุ่นโผเข้ากอดพิมมี่แล้วหัวเราะกันคิกคัก

แมตต์มองอยู่ เขาไม่พอใจมาก โยนแฟ้มลงบนโต๊ะเดินปึงปังออกจากห้องทันที

พิมมี่กับตุลยังกอดกระเซ้าเย้าแหย่กันฮิฮะ พลันก็ชะงักกึกเมื่อมองไปที่หัวบันไดเห็นแมตต์ยืนจังก้า

หน้าบึ้งจ้องอยู่ พิมมี่รีบผละออกบอกว่าตนเอาชุดมาให้พี่ฌอน พอดีเจอตุลเป็นเพื่อนพิมมี่เอง

แมตต์ชักสีหน้าใส่ ตุลรู้สถานการณ์บอกพิมมี่ว่าให้รีบเอาของไปส่งเถอะ ตนก็จะกลับไปทำงาน พิมมี่ขอตัวกับแมตต์ เขามองอย่างระแวงว่าน้องสาวของตนกับยัยทอมห้าวเป้งนี่เป็นเพื่อนกันแค่นั้นแน่หรือ?

ก่อนแยกกัน ตุลย้ำกับพิมมี่อย่างรู้กันว่า อย่าลืมพิสูจน์ล่ะ

ooooooo

ถึงห้องทำงานของฌอนแล้ว ตุลเดินเลยไปก็ได้รับโทรศัพท์จากฐานัท ทำเอาใจเต้นตึ้กตั้ก ปลอบตัวเองให้หายใจลึกๆแล้วรับสายเสียงสวย

“สวัสดีค่ะพี่นัท...”

ฐานัทโทร.มาถามว่ายังอยากทำงานพิเศษอยู่หรือเปล่า ตุลถอนหายใจอย่างยอมแพ้สาวสวยครบเครื่องอย่างแนน บอกว่าตอนนี้ตนไม่ค่อยสะดวก ฐานัทบ่นเสียดายเพราะอยากทำงานกับคนจริงจังอย่างเธอ ตุลใจมาเป็นกอง รีบบอกว่าขอคิดดูก่อน ถ้าเคลียร์งานทางนี้ได้ เดี๋ยวจะโทร.หา

“ไงก็โทร.มานะ พี่จะรอ”

“ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ” ตุลหัวใจพองฟู พอวางสายก็กระโดดตัวลอย เอามือล้วงกระเป๋าผิวปากเพลง “ใช่เลย” ของไท ธนาวุฒิ ครึ้มใจตัวลอย

ooooooo

ฝ่ายพิมมี่สูดลมหายใจลึกๆ ตั้งสติ เอาชุดที่ฌอนสั่งเข้าไปให้ที่ห้องทำงานของเขา ท่องวิธีพิสูจน์ฌอนที่ตุลแนะนำไว้จนขึ้นใจ

หาช่วงจังหวะที่จะได้ใกล้ชิดใจสั่นริกๆ หายใจไม่ทั่วท้อง ช่วยผูกเนกไทให้ แต่ฌอนเกรงใจขอผูกเอง ทำเอาสาวเจ้าผิดหวัง หาวิธีอื่นอีกแต่ก็จุดอารมณ์ไม่ติด พิสูจน์ไม่ได้

พิมมี่ใช้ไม้ตายสุดท้ายคือสะดุดฝุ่นถลาไปหา ได้ผล! ฌอนรีบรับร่างไว้ พิมมี่เงยหน้ามองชายหนุ่มหัวใจแทบละลาย ตาจ้องตากันนิ่ง จนพิมมี่คิดว่าเกือบแล้ว...เกือบแล้ว...

แต่จู่ๆฌอนก็ถามโพล่งขึ้นว่า

“พิมมี่ใช้รองพื้นของอะไรน่ะ หน้าวาวลุคสาวเกาหลีเลย พี่ชอบ”

“บ๊อบบี้ บราวน์ค่ะ” พิมมี่ผละออกจากอ้อมกอดฌอนเซ็งเป็ด แล้วยิ่งเซ็งเมื่อฌอนถามว่ามีติดมาไหม ขอลองหน่อย พอพิมมี่เอาให้ ก็ทดลองกับหลังมืออย่างชำนาญ

ฌอนเทสต์แล้วชมว่าเนื้อข้นดี ท่าทางจะปิดเนียนดี ถามว่าใช้แล้วสีดร็อปไหม พิมมี่แทบไปไม่เป็นเมื่อฌอนซักถามการใช้อย่างละเอียด พอบอกว่าไม่ดร็อป อยู่ได้ 12 ชั่วโมง เขาก็สั่ง

“งั้นพี่เอาตัวนี้แหละ จัดแป้ง มาสคาร่า อายแชโดว์ บลัชออน ลิปสติก อ้อ เอาแบบเป็นพาเลตต์ครบทุกสีนะ จัดเป็นกิฟต์เซตมาเลย”

พิมมี่ช็อก! ตอบแบบไปไม่เป็นว่า “เอ่อ...ค่ะ...ได้ค่ะ” แล้วแอบผิดหวังอย่างแรง ฟันธงว่าแบบนี้ถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแล้ว

พอดีแมตต์มาเคาะประตูแล้วเปิดผลัวะเข้ามาเลยเหมือนจะจับผิดอะไร พอเข้ามาเห็นพิมมี่ยืนห่างๆกับ ฌอนก็ถอนใจโล่งอก ทำเป็นทักกวนๆ ชวนเนียนๆ

“ขอโทษ เห็นส่งของกันนานเลยเข้ามาดู... เสร็จธุระรึยังพิมมี่ พี่หิวข้าวแล้ว”

ooooooo

ที่ร้านอาหารห้างสุดหรูในเชียงใหม่ ฐานัทกับแนนทานอาหารเสร็จแล้ว แนนยังนั่งอัพเดตเทรนด์แฟชั่นในมือถือแล้วอ้อนอยากได้กระเป๋าคอลเลกชั่นใหม่แบรนด์โปรดของตน อ้อนฐานัทไปซื้อ

ฐานัทติงว่ากระเป๋าที่ห้องล้นตู้แล้วนะ แนนวีนแตกทันทีว่า พี่นัทไม่เข้าใจแฟชั่น!!!...ไม่เข้าใจผู้หญิง กระเป๋าเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่ง ตัดพ้อว่าวันเกิดตนที่ผ่านมาบอกจะพาไปเลี้ยงก็มาเลทเป็นชั่วโมง บอกซื้อดอกไม้มาให้ก็ไม่มี ซื้อจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ กระเง้ากระงอดว่าวันนั้นไม่ได้ดอกไม้ วันนี้ต้องได้กระเป๋า ฐานัทถามว่าเท่าไหร่

“ไม่แพงค่ะ 8 หมื่นนิดๆ” ฐานัทบอกว่าใบที่เพิ่งซื้อไปเกือบ 6 หมื่นนะ แนนชักสีหน้าวี้ดใส่ “จะไม่ซื้อก็บอก ไม่ต้องอ้อมค้อม!!!” แล้วคว้ากระเป๋าลุกเดินตุปัดตุป่องออกไป ฐานัทรีบตาม...

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement