รักกันพัลวัน ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

รักกันพัลวัน ตอนที่ 1


22 พ.ย. 2560 07:36
1,394,060 ครั้ง

ละคร นิยาย รักกันพัลวัน

รักกันพัลวัน ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

รักกันพัลวัน

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

เชอริณ

บทโทรทัศน์โดย:

ปารดา

กำกับการแสดงโดย:

ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์

ผลิตโดย:

บริษัท ฟีล กู๊ด เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณภัทร เสียงสมบูรณ์,ปรีชญา พงษ์ธนานิกร

ที่ The Great Barrier Reef, Queensland Australia เมธากวิน หรือแมตต์ สัตวแพทย์หนุ่มลูกครึ่งไทยออสเตรเลียวัย 25 หล่อละลายใจสาว กำลังดำน้ำอยู่ใต้ท้องทะเล

แมตต์ดำน้ำดูชีวิตสัตว์ใต้ท้องทะเลและปะการังสวยงามอย่างมีความสุข เขาดูปลากระเบนนกอย่างตื่นตาตื่นใจ ตื่นเต้นหวาดเสียวกับฉลามนานาพันธุ์ที่แหวกว่ายอยู่รอบตัวเขาและนักดำน้ำอื่นๆ

เวลาเดียวกัน ที่ใต้ท้องทะเลหมู่เกาะสิมิลัน ตุลญาณา หรือตุล สาวหล่อมาดเท่วัย 23 ปี จบคณะสัตวบาล ก็กำลังดำน้ำแหวกว่ายหยอกล้ออยู่กับฝูงปลาน้อยใหญ่และปะการังสีสันสดใสโดยเฉพาะปลาการ์ตูนตัวน้อยที่น่ารักชวนหลงใหล เธอทักทายฝูงปลาเหล่านั้นเหมือนเพื่อนเก่าที่มาเจอกัน

พอตุลโผล่พรวดขึ้นผิวน้ำว่ายมาข้างเรือ บัดดี้เจ ที่ขึ้นเรือมาก่อนแล้วก็ส่งมือช่วยดึงตุลขึ้นมาบนเรือ ตุลขึ้นเรือไม่ทันได้นั่ง มะปรางกับเพื่อนๆก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด กรูกันเข้ามาเอาผ้าซับหน้า เช็ดผมและเสิร์ฟน้ำให้

“พี่ตุลเก่งจังเลยค่ะ ทั้งเท่ทั้งเก่ง” เพื่อนมะปรางปลื้มมาก ฝ่ายมะปรางสาวน้อยหน้าใสขี้อ้อนที่ตุลเอ็นดูมากถือแก้วแชมเปญแทรกเข้ามากลางวงแซะเพื่อนๆที่ห้อมล้อมตุลออกไปพลางปราม

“หยุดดด...อย่าแตะต้องคนมีเจ้าของ!!! ชื่นชม แทะโลม จิกตาอ่อยได้ แต่...ห้ามแตะ...เครื่องดื่มเย็นๆค่ะพี่ตุล” มะปรางส่งแก้วแชมเปญให้ตุล

“เพิ่งขึ้นจากน้ำ งดแอลกอฮอล์ รอให้ถึงฝั่งก่อน ไว้มื้อเย็นนะ พระอาทิตย์ตกโรแมนติก” ตุลปฏิเสธอย่างอ่อนโยนมองตาหวานเชื่อม มะปรางโผเข้าหอมแก้มตุลฟอดใหญ่ ตุลหอมกลับ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดสยิวกิ้วของเพื่อนๆ

ที่ The Great Barrier Reef เรือลอยลำอยู่กลางทะเล แมตต์โผล่ขึ้นผิวน้ำ สะบัดผมน้ำกระเซ็นสุดเท่ ส่งสัญญาณให้บัดดี้ที่ขึ้นเรือก่อนแล้วมาเกาะบันไดเตรียมจะไต่ขึ้นเรือ แต่คลื่นซัดเรือโคลง แมตต์ลื่นหลุดจากบันไดทำท่าจะหงายตกทะเล ทันใดก็มีมือของชายหนุ่มยื่นมาคว้าแขนแมตต์ไว้ทัน

ฌอน ชายหนุ่มวัย 30 ในชุดลำลองหล่อเนี้ยบนั่นเอง ฌอนดึงมือแมตต์ขึ้นมาบนเรือ

“ขอบใจ” แมตต์ดึงมือออกจากฌอน เดินไปถอดชุด ไม่ได้สนใจฌอนอีกเลย

“นี่น่าจะเป็นทริปดำน้ำทริปสุดท้ายของนายนะปีนี้” ฌอนเอ่ยขึ้น

“อีกสองอาทิตย์ฉันจะไป Gordon Rock กาลาปากอส” แมตต์พูดหน้าตาเฉย

“หมดเวลาสนุกแล้วแมตต์”

“ทำไมนายต้องมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตฉันด้วย” แมตต์เสียงขุ่น

“ไว้รอถามพ่อสิว่าทำไม” ฌอนตอบมองหน้ากวนๆ แล้วเดินหนีไป แมตต์มองไม่พอใจที่ฌอนเอาพ่อมาอ้าง
ฌอนมาเป็นครอบครัวเดียวกับแมตต์เพราะหลังจากแม่ของแมตต์เสียชีวิต พ่อเขาคือมิสเตอร์แบรด เจนนิงส์ ก็ได้เจนเป็นภรรยาใหม่ มีฌอนเป็นลูกติดพ่วงมาด้วยนั่นเอง

ooooooo

ตะวันคล้อยบ่ายจนเกือบเย็นแล้ว...ตุลกับมะปรางและเพื่อนๆสี่ห้าคนไปห้องอาหารในรีสอร์ต มะปรางถือเค้กปักเทียน 24 เล่มเข้ามา พลันสาวๆเพื่อนมะปรางก็ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ขึ้น พอเพลงจบก็พากันร้อง

“เซอร์ไพรส์!!!”

“Happy birthday!!! ค่ะพี่ตุล” มะปรางอวยพรเสียงใส

“ไม่คิดว่ามะปรางจะจำวันเกิดพี่ได้” ตุลซึ้งจนน้ำตาคลอ ก้มลงเป่าเทียนดับพึ่บ

“ที่จัดทริปดำน้ำให้พี่ตุลที่นี่ก็เพราะจะจัดเบิร์ธเดย์เซอร์ไพรส์ให้ที่นี่ล่ะค่ะ” มะปรางเอ่ยปลื้ม แล้วทุกคนก็หยิบแชมเปญจากถาดที่บริกร ชูแก้ว ร้องพร้อมกัน “เชียร์ส!!!”

มะปรางโผเข้าหอมแก้มตุล สาวๆขยับจะเข้าไปหอมบ้าง ตุลมองหน้ามะปรางอย่างเกรงใจ มะปรางพูดอย่างใจกว้างว่า

“อะ...วันนี้เป็นวันพิเศษ ฉันอนุญาตให้พวกแกหอมพี่ตุลก็ได้”

สิ้นเสียงมะปราง เพื่อนๆต่างกรูกันเข้าไปหอมแก้มตุล ตุลปลื้มมาก ชีวิตจะป๊อปอะไรขนาดนี้...

ค่ำวันเดียวกัน ที่โต๊ะอาหารในคฤหาสน์เจนนิงส์ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย...แบรดผู้เป็นพ่อนั่งที่หัวโต๊ะ เจนแม่ของฌอนนั่งติดกับแบรดทางขวามือ แมตต์นั่งทางซ้ายตามด้วยฌอน ทุกคนนั่งกินกันเงียบๆอย่างไร้อารมณ์ แล้วแบรดก็เอ่ยกับแมตต์เป็นการเป็นงานว่า

“ฉันให้เลขาฯจองตั๋วกลับเมืองไทยให้แล้ว แกต้องกลับไปเรียนรู้งานของทักษะ”

แมตต์ถอนใจเฮือกใหญ่ติงว่าทักษะทำงานดีอยู่แล้วก็ให้เขาทำต่อไป ถูกแบรดเสียงดังใส่ว่า

“แต่เขาไม่ใช่เจ้าของ แล้วฉันก็ไม่เข้าใจ แกจะถ่วงเวลาทำไม ยังไงแกก็ต้องกลับไปทำงานที่นั่น”

“ผมไม่ชอบงานบริหาร ผมอยากดำน้ำ อยากทำตามที่เรียนมา”

“แกเลือกได้ ถ้าแกเป็นคนอื่น ไม่ใช่คนตระกูลเจนนิงส์!! คนบ้านนี้ทำธุรกิจ เงินที่ส่งแกเรียนจนจบโทก็เพื่อให้แกกลับมาทำงานที่ JN GROUP แกจะทำตัวเป็นศิลปินลอยไปลอยมาเหมือนแม่แกไม่ได้”

“อย่าแตะต้องแม่ผม!!”

“ใจเย็นๆค่ะ” เจนแตะมือแบรดเบาๆ “ที่จริงแมตต์ก็เพิ่งจบไม่นานอาจจะอยากเดินทาง อยากค้นหาตัวเอง”

“คนอย่างเมธากวิน เจนนิงส์ ไม่ต้องค้นหา ทุกอย่างเตรียมไว้รอเขาอยู่แล้ว” แบรดหันมองแมตต์ “แกควรจะขอบคุณแม่เขานะที่พยายามเข้าใจแกตลอด”

“แม่ผมชื่อทิชา มาดาม...” แมตต์หยุดมองไปที่เจน แล้วตวัดสายตาไปที่ฌอนบอกว่า “เป็นแม่ของผู้ชายคนนั้น พ่อสับสนอะไรครับ” พลางลุกขึ้นเตรียมจะออกจากโต๊ะ ทำให้ผ้าเช็ดปากที่วางบนตักหล่นพื้น เจนหน้านิ่ง ฌอนโกรธแทนแม่ เอ่ยขึ้นว่า

“ตามมารยาทแล้วนายไม่ควรลุกจากโต๊ะทั้งที่ของหวานยังไม่เสิร์ฟ หรือถ้าทนไม่ได้ก็ควรจะเก็บผ้าเช็ดปากที่พื้นขึ้นมาวางอย่างสุภาพ”

แมตต์มองฌอนขวับแล้วก้มหยิบผ้าขึ้นมาพับเรียบร้อยแต่แล้วก็โยนผ้าลงบนโต๊ะตรงหน้าฌอนก่อนผละไป

“เก็บเสื้อผ้า อาทิตย์หน้าเตรียมกลับเมืองไทย!!!” แบรดเสียงเข้มตามหลัง แมตต์หยุดนิดหนึ่งแล้วเดินออกไป ทิ้งให้ทั้งสามอึ้ง มองอย่างหนักใจ

ooooooo

ที่ร้านอาหารในรีสอร์ต ตุลดื่มจนเริ่มมึนท่ามกลางเสียงเชียร์ของมะปรางกับเพื่อนๆ ตุลบ่นเสียงลิ้นไก่สั้นว่าให้ตนซดอยู่คนเดียว มึนแล้วนะเนี่ย

“อยากให้มึนค่ะ เจอเซอร์ไพรส์อีก 3 ดอกจะได้รับไหว” มะปรางฉอเลาะ ตุลถามว่ายังมีอะไรอีก ลองว่ามาซิ ถ้าไม่เซอร์ไพรส์ละก็...คืนนี้ทำโทษหนักนะ

ขณะนั้นเอง เจเดินยิ้มกริ่มเข้ามา ตุลถามว่าเอาเรือมาคืนโรงแรมหรือ มะปรางรีบบอกว่าเจเป็นเจ้าของเรือ นำเข้าเรือสปีดโบ๊ตกับพ่อเขา ตุลขอโทษบ่นว่าแล้วไม่บอกกันก่อน ถามมะปรางว่า

“แล้วเซอร์ไพรส์ที่ 2 ว่ามา ชักตื่นเต้นแล้ว”

“มะปรางขอเลิกกับพี่ตุลค่ะ” มะปรางยิ้มหวาน

ตุลชะงักอึ้งไปอึดใจแล้วหัวเราะร่า เดาว่าเซอร์ไพรส์ที่สามมะปรางจะบอกว่ามะปรางอำพี่ตุลเล่นใช่ไหม หัวเราะอารมณ์ดีถามว่า ใช่ไหม รู้ทันน่า...แต่แล้วก็ชะงักกึกเมื่อมะปรางพูดขรึมว่า

“เปล่าค่ะ มะปรางจะเลิกกับพี่ตุลจริงๆ เพราะเซอร์ไพรส์ที่ 3 คือมะปรางกับพี่เจเราคบกันเป็นแฟนแล้วค่ะ มะปรางไม่อยากทำร้ายจิตใจพี่ตุลเกินไป เลยขอพี่เจจัดงานเลี้ยงสั่งลาพี่ตุลก่อน ไม่ว่ากันนะคะ...เพราะหล่อลากดินอย่างพี่ตุลเป็นโสดไม่นานหรอกค่ะ เชื่อสิ มะปรางไปก่อนนะคะ” แล้วชวนเพื่อน “ไปพวกแก ฉลองปาร์ตี้สละโสดกัน”

พูดจบมะปรางก็ควงแขนซบเจออกไป ตุลชาไปทั้งตัวแทบหายเมา พึมพำเสียงแผ่วโผย...

“ไม่จริง...ไม่จริง...ไม่จริง...”

ooooooo

จนเวลาผ่านไป 1 อาทิตย์แล้ว ตุลหลับตาปี๋โผเข้ามาร้องโหยหวนว่า ไม่จริง...ไม่จริง บอกว่าที่แท้ตนฝันไป
ถูกอโนมากับดารินทร์ในชุดจะไปทำงานบอกว่า แกไม่ได้ฝัน กระนั้นตุลก็ยังพึมพำไม่จริง...ไม่จริง...จนสองสาวต้องร้องบอกเสียงดังว่า

“จริง!!!” แล้วอโนมาก็ทบทวนให้ฟังว่า “แกถูกยัยมะปรางหักอกที่สิมิลัน แล้วกลับมานอนครวญครางที่เชียงใหม่ 7 วัน 7 คืนแล้ว”

“ที่จริงแกน่าจะชินได้แล้วนะ ไม่ใช่ถูกผู้หญิงทิ้งครั้งแรกซะที่ไหน เจอไป 3 ครั้งแล้วนี่” ดารินทร์เสริม ตุลยิ่งคร่ำครวญ ถามว่าตนทำผิดอะไร ทำไมต้องเป็นตน ถามเพื่อนทั้งสองว่า

“แกรู้ไหมว่าอกหักรักคุดติดกันสามปีมันเป็นยังไงมันเจ็บแค่ไหน ฉันทนไม่ได้ ฉันอยู่ไม่ด้ายยยย”

อโนมาถามว่าแล้วจะทำยังไง ตุลบอกว่าจะฆ่าตัวตาย ดารินทร์ติงว่าปืนก็ไม่มี จะเอามีดเสียบพุงหรือ กว่าจะตายทรมานน่าดู ตุลเปลี่ยนเป็นจะเอาผ้าปูที่นอนผูกคอตาย

อโนมากับดารินทร์บรรยายสภาพศพที่ลิ้นจุกปากน่าสยดสยอง เตือนว่าถึงตัวเองจะตายแต่ก็ควรเห็นแก่หน้าตาพ่อแม่บ้าง ตุลเลยจะกินยาตาย ดารินทร์บอกว่าน้ำลายฟูมปากยิ่งทุเรศไปใหญ่

“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง มันทรมานนะเว้ย ฉันไม่อยากทรมานอีกต่อไปแล้ว ฉัน...ฉันจะโดดตึกตาย” พูดจบก็พุ่งออกไปที่ระเบียง อโนมากับดารินทร์ตกใจพรวดตามออกไป

ตุลหันกลับมองเพื่อนทั้งสอง ฝากลาพ่อแม่ เพื่อนฝูงอีกเป็นโขยง อโนมารับปากจะบอกให้ตุลบอกทั้งสองว่าอย่าห้าม ยังไงตนก็โดดแน่เพราะตัดสินใจแล้ว

“เอาที่สบายใจเลย” ดารินทร์ตามใจ ตุลทำท่าจะโดดไม่ได้ยินเพื่อนห้ามก็หันมาถามว่า

“พวกแกไม่คิดจะห้ามฉันเลยรึวะ”

อโนมาบอกว่าทีแรกก็คิดจะห้าม แต่เห็นตึกสูงแค่ 2 ชั้นโดดไปก็คงไม่ตาย อาจจะแค่ขาหัก ปอดฉีก หรือไม่ก็เป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต ตุลทำเชิดบอกว่าตนไม่กลัวความสูง ไม่กลัวความเจ็บปวด ไม่กลัวตาย

ดารินทร์รู้จุดอ่อนของตุลว่ากลัวจิ้งจก ร้องบอกว่ามันก็เกาะขาอยู่นั่น

ได้ผล! ตุลตกใจร้องกรี๊ดสะบัดขาเร่าๆจะเอาจิ้งจกออกเลยเสียหลักโงนเงนทำท่าจะตกไปจริงๆ อโนมากับดารินทร์พุ่งเข้าไปคว้าตัวดึงเข้ามาในระเบียงร่วงลงมานอนกองกับพื้น

หล่นลงมากองทับกัน ตุลไม่สนใจลุกพรวดมองหาจิ้งจก อโนมากับดารินทร์หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง ตุลจึงรู้ว่าถูกหลอก ทั้งโกรธทั้งอายระเบิดอารมณ์ใส่ทันที

“พวกแกเห็นความทุกข์ของฉันเป็นเรื่องน่าขำเหรอ!! เรื่องอกหักหัวปีท้ายปีของฉันเป็นเรื่องน่าหัวเราะมากใช่ไหม!!!” ว่าแล้วลุกตะบึงตะบอนเข้าข้างใน ดารินทร์กับอโนมารีบจ้ำตาม

“เปล่านะเว้ย พวกฉันเห็นใจนะ คิดหัวจะแตกอยู่เนี่ยว่าทำไมทอมหล่อสุดติ่งอย่างแกถึงถูกผู้หญิงทิ้ง ทั้งๆ ที่พวกนั้นเป็นฝ่ายมาชอบแกก่อน” ดารินทร์ย้ำ

นึกถึงอดีตสมัยเรียน ม.ต้นในโรงเรียนหญิงล้วน ตุลในชุดกีฬาถือลูกบาสเล็งไปที่แป้น ท่าเท่ระเบิดจนเพื่อนนักเรียนมองกันตาเป็นประกาย ในนั้นมีอโนมาและดารินทร์อยู่ด้วย เมื่อเรียน ม.ปลายลงแข่งวิ่งผลัดก็รับจากไม้สามวิ่งเข้าเส้นชัยอย่างเท่อีก นักเรียนหญิงก็ยิ่งพากันคลั่งไคล้ จนตุลเองก็ทึ่ง

เวลานั้นมีฮานะลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นได้ใจจากตุล จนคนอื่นๆพากันหัวใจสลาย

แต่น่าเสียดาย เมื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยฮานะไปเรียนต่อและแต่งงานกับฝรั่ง เมื่อขึ้นปี 2 ตุลได้ทุนไปเรียนที่เมลเบิร์น แองจี้ก็มาปลื้มควงกันอยู่เป็นปี สุดท้ายรักแท้ก็แพ้ระยะทาง บอกเลิกกันผ่านเฟซบุ๊ก

“แต่แกเป็นโสดไม่ถึง 3 ชั่วโมง ยัยมะปรางก็ตามเกาะแกยังกะเหาฉลาม” อโนมาทบทวน

“ยัยมะปรางดาวนิเทศทำหนุ่มทั้งมหาวิทยาลัยอกหักเพราะมาชอบสาวหล่ออย่างแก” ดารินทร์เสริม แล้วอโนมาก็ตบท้ายว่าแต่แล้วมะปรางก็ทิ้งไปอีก ทำให้ตุลอกหัก 3 ปีซ้อน ตุลหงุดหงิดถามว่าจะมารื้อฟื้นทำไมให้มันเจ็บ

“ก็รู้ พวกฉันถึงอยากจะถามแกไงว่าแกจะทนเจ็บไปอีกกี่ครั้ง?” ดารินทร์ถาม

“จริงสิ...ในเมื่อปัญหามันอยู่ที่ผู้หญิงใจโลเลพวกนั้น ฉันก็ต้องตัดต้นตอของปัญหา ต่อไปนี้ฉันจะไม่มีวันยอมเจ็บเพราะผู้หญิงหน้าไหนอีกเป็นอันขาด”

อโนมาถามว่าจะไปบวชชีหรือ ตุลบอกว่าไม่ ดารินทร์ถามว่าหรือจะเป็นเกย์

“ฉันจะเป็นผู้หญิงเต็มตัว ฉันจะมีรักเดียวใจเดียวกับผู้ชายคนเดียวต่างหาก!!!” ตุลประกาศกร้าว

“หา!!” สองสาวร้องราวกับถูกผีหลอกกลางวันแสกๆ

ooooooo

ตุลเรียนจบคณะสัตวบาลและมาทำงานอยู่ที่สวนสัตว์ Blue Planet มีเพื่อนร่วมงานคือโตมรหนุ่มวัย 23 ปีที่หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แต่ตัวเองมั่นใจว่าหล่อเกาหลี

โตมรแอบชอบตุล พอรู้ว่าตุลจะเปลี่ยนมาเป็นหญิงก็ไม่อยากเชื่อ เจอตุลที่ห้องเตรียมอาหารสัตว์ก็กระแซะถาม

“อย่าหาว่างั้นงี้เลยนะ ถ้าตุลตัดสินใจแบบนี้แล้ว ตุลก็ต้องลองคบกับผู้ชายดู มิชชั่นมันถึงจะสมบูรณ์” ตุลตอบเซ็งๆว่ากำลังรอคนที่ใช่อยู่ โตมรเสนอตัวทันทีว่า “จะรอทำไม คนที่ใช่ก็โตนี่ไง ตุลเป็นแฟนกับโตนะ
ลองคบดูก่อนก็ได้”

โตมรพร่ำเพ้อถึงความเหมาะเจาะของตนกับตุล จนตุลรำคาญบอกว่าฝันไปเถอะ ไล่ไปไกลๆเลยเดี๋ยวเตะซี่โครงหัก ว่าแล้วยกถาดอาหารสัตว์เดินไปเลย โตมรมองตามฝันเฟื่อง พึมพำอย่างมีความหวัง...

“เพิ่งอกหักก็แบบนี้แหละ รับความจริงไม่ได้ ทำเป็นหนี สักวันเหอะ...ตุลต้องใจอ่อนกับโต โตเชื่อในความจงรักภักดีและฟีโรโมนของโต!”

ตุลเอาอาหารไปให้สัตว์ในกรงอย่างซังกะตาย รำพึง

“เกิดเป็นพวกแกนี่มันก็ดีนะ กิน...นอน ถึงเวลาก็จับคู่กันเลย ไม่ต้องเสียเวลาคบ ไม่ต้องถูกทิ้งให้อกหักรักคุดแบบฉัน”

“เป็นอาทิตย์แล้วยังไม่หายโศกอีกเหรอวะตุล” มนตรีผู้จัดการสวนสัตว์วัย 40 ถามพลางเดินเข้ามา “เอาใจมาไว้ที่งานสิ จะได้ลืมเรื่องผู้หญิง” มนตรีดูนาฬิกาแล้วเตือนว่า “จะได้เวลาโชว์อยู่แล้วยังฟีดไม่เสร็จอีก มัวแต่รำพึงรำพันกับเก้งกวางล่ะสิถึงช้า เพิ่งได้เลื่อนเป็นหัวหน้านะเรา ตั้งใจทำงานให้มันเต็มที่หน่อย”

มนตรีเตือนและตำหนิประสาหัวหน้าผู้เคร่งครัด ตุลรับคำเสียงอ่อย โตมรช่วยแก้ให้ว่าเพราะชาติเพิ่งโทร.มาลาป่วยเมื่อเช้านี้ ตุลเลยต้องรับผิดชอบงานของเขาด้วย

“ชาตินี่มันยังไง ชักจะลาบ่อยไปแล้วนะ” มนตรีบ่น บอกตุลว่า “ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป แต่อยากจะเตือนไว้ก่อนนะ อีกไม่กี่วันซีอีโอใหม่จะมาทำงานที่นี่ เราต้องกำชับลูกน้องให้ตั้งใจทำงานให้ดี นายฝรั่งเฮี้ยบนะจะบอกให้”

“ฮ้า!!! นี่มิสเตอร์แบรดจะย้ายมาคุมงานที่นี่เหรอ โอ้...พระเจ้า นึกถึงตอนที่ท่านเรียกไปคุย ตอนนั้นภาษาอังกฤษโตบรรลัยแมนมาก”

โตมรตกใจ หนักใจ มนตรีบอกว่าตอนนี้ก็ยังบรรลัยอยู่ ให้หัดพัฒนาตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆเอาแต่ตามจีบทอมอยู่อย่างนี้ ไล่ให้กลับไปโซนของตัวเอง จะได้เวลาแสดงแล้ว

โตมรเดินอิดออดออกไป มนตรีมองตามส่ายหน้าระอาแล้วเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง ส่วนตุลนั่งทำงานต่อเซ็งๆ

ooooooo

แมตต์มาถึงไทยก็ตรงไปที่บ้านพักที่เชียงใหม่ เจออาภรณ์ที่เขาเรียกว่าน้ากลางกำลังตัดแต่งต้นไม้อยู่ อาภรณ์ดีใจมากต่างโผกอดกันกลม

อาภรณ์พาแมตต์ขึ้นไปที่ห้องพระที่มีรูปและโกศอัฐิของแม่เขา แมตต์นั่งพับเพียบเอาพวงมาลัยมะลิพนมมือไหว้ วางพวงมาลัยลงบนพานแล้วก้มกราบ...

อาภรณ์บอกว่าต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องไลน์ ไม่ต้องโทรศัพท์คุยกันอีกแล้ว ไม่อย่างนั้นมาเมืองไทยแค่ปีละหน ตนกับพิมมี่คิดถึงจะแย่

“ถ้าไม่มีน้ากลางกับพิมมี่ ผมก็คงทำใจกลับเมืองไทยไม่ได้เหมือนกัน”

“ที่จริงแม่เขาก็จากไปนานแล้ว แมตต์ควรทำใจยอมรับความเป็นไปของชีวิตนะลูก”

“แต่ผมเห็นบ้านนี้ทีไรก็อดคิดถึงแม่ไม่ได้ อดนึกสาเหตุการตายของแม่ไม่ได้ ถ้าเขาไม่ทิ้งครอบครัว ถ้าแม่ไม่ต้องไปหย่า แม่กับน้าเล็กก็คงไม่...”

“เรื่องหย่ามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่นะแมตต์เท่าที่น้ารู้ พ่อกับแม่เขาจากกันด้วยดี”

“ขึ้นชื่อว่าแยกกัน มันก็ไม่มีทางจะรู้สึกดีได้หรอกครับ มันต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บปวดอยู่แล้ว และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ว่าก็คือแม่ของผม”

“ยิ่งจมกับอดีตยิ่งติดกับปัญหา เราจะยิ่งทุกข์นะลูก ชีวิตคนเรามันสั้น ต้องรู้จักลืมให้ไวอภัยให้เร็ว ยังไงเขาก็เป็นพ่อ เขาส่งเสียเลี้ยงดูเรา แมตต์ควรเปิดใจเข้าใจเขาบ้างนะลูก”

“แค่อยู่ร่วมโลกกันได้ก็พอแล้ว อย่าให้ถึงขนาดต้องเข้าใจเขาเลยครับน้ากลาง”

แมตต์พูดอย่างยังทำใจไม่ได้ อาภรณ์ได้แต่อ่อนใจกับความแข็งกร้าวของเขา

ooooooo

วันนี้...ที่สวนสัตว์ Blue Planet มีคณะนักเรียนมาทัศนศึกษาหลายโรงเรียน มนตรีบอกโตมรที่เดินคุยกันมาว่า มัคคุเทศก์กับพีอาร์ออกไปดูแลเด็กๆหมด ให้เขาช่วยรับนักท่องเที่ยวหน่อย

โตมรบอกว่าสบายมากเรื่องเอนเตอร์เทนคน ขอให้บอก พอดีครูคนหนึ่งถือแผ่นพับมาถามมนตรี เขาอธิบายเส้นทางให้อย่างกระตือรือร้น

ทันใดนั้นแมตต์ก็เดินเข้ามาหาโตมร พูดภาษาอังกฤษเป็นไฟ โตมรหูไม่กระดิกเครียดขึ้นมาทันทีขอให้เขาพูดใหม่ช้าๆอีกครั้ง

“Can you show me around and inform me about all animals?” แมตต์พูดช้าๆชัดๆ

โตมรเริ่มเดาได้ว่าแมตต์ต้องการอะไร เอ้ออ้า ตอบรับแต่ให้รอเดี๋ยว พูดไทยผสมอังกฤษว่าใจเย็นๆนะ ขณะเดียวกันก็มองหาคนช่วย แต่ไม่มีใครอยู่เลย ตัดสินใจเป็นไงเป็นกันหันบอกแมตต์ให้ตามมา ถามว่าต้องการรถกอล์ฟไหม แมตต์บอกว่าตนชอบเดิน

โตมรบอกว่ามันกว้างมาก แมตต์ก็ยังอยากเดิน สุดท้ายโตมรก็ตามใจเดินนำไปแอบบ่นกระปอดกระแปดว่า

“นี่เห็นว่าเปิด AEC แล้วนะ ไม่งั้นกรูไม่ลำบากขนาดนี้หรอก”

โตมรพาแมตต์ไปที่กรงนกฟลามิงโก้ที่ตุลกำลังเดินตรวจอยู่ อธิบายกระท่อนกระแท่นว่านี่คือฟลามิงโก้ ทำท่าเหนื่อยลิ้นห้อยถามแมตต์ว่า ตนจะหยุดพักสักนิด ให้เขาเดินดูรอบๆนี้ก่อนได้ไหม แมตต์โอเค แล้วเดินดูในบริเวณใกล้ๆนั้น

ตุลได้ยินเสียงโตมรจึงหันดู โตมรบ่นว่าถ้ามัคคุเทศก์เหลือ ตนก็ไม่ลำบากอย่างนี้หรอก ตุลบอกให้เขาดูแลลูกค้าต่อไป ตนต้องตรวจฟลามิงโก้ก่อนเพราะดูท่าทางตัวนี้ไม่ค่อยสบาย

แมตต์เดินกลับมา พอดีตุลสวมหน้ากากอนามัยตรวจฟลามิงโก้ตัวหนึ่งตรงหน้า แมตต์ชี้ไปที่นกถาม “How’s she?”

“She is my fan เป็นแฟนกัน” โตมรตอบอย่างมั่นใจ

แมตต์รู้ว่าโตมรหมายถึงตน บอกชัดๆว่า “I mean that flamingo”

“อ๋อ...นก Not sure. She look อยู่ But she is my fan. Good girl.”

ทีแรกแมตต์นึกว่าตุลเป็นผู้ชาย กระซิบถามอย่างแปลกใจว่า Girl?

“คือ...Sometimes girl, sometime boy.”

“OK. Let’s see another zone.” แมตต์บอกมึนๆ แต่โตมรงงถามตุลว่าเขาว่าอะไร ตุลบอกว่าเขาชวนให้ไปดูที่อื่นต่อ โตมรทำหน้าเหนื่อยบ่นอุบอิบ...

“เฮ้อ...ซื้อบัตรวีไอพีรึไงวะเนี่ย ดูละเอียดทุกซอกทุกมุมอย่างกับจะไปแข่งแฟนพันธุ์แท้”

“อย่าบ่น เขาเป็นลูกค้า เขามีสิทธิ์จะเดินดูกี่รอบก็ได้ ถึงหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยวไม่ใช่หน้าที่โดยตรง แต่ถ้าขาดคนเราก็ต้องช่วย ถ้าเราบริการไม่ดีแล้วเขาเอาไปต่อว่าในโซเชียล ใครจะมาเที่ยว Blue planet”

“จ๋าจ้ะ...ไม่รักไม่เชื่อนะเนี่ย” โตมรหยอดจีบแล้วหันบอกแมตต์ “Go next. Follow I, Please.”

ตุลถอดหน้ากากอนามัยออก แมตต์เดินตามโตมรไปพอดี เลยไม่ได้เห็นหน้าเธอ

ชมสวนสัตว์แล้ว บ่ายแก่ๆแมตต์ไปที่ร้านขายเสื้อผ้าของพนิตพิชาหรือที่เรียกกันเองว่าพิมมี่ พอเห็นแมตต์ พิมมี่ก็วิ่งเข้ากระโดดกอดอย่างสนิทสนม ถามว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่

แมตต์บอกว่ามาถึงเมื่อเช้านี้เอง แวะบ้านแล้วไปเที่ยวนิดหน่อยก่อนมาที่นี่ พิมมี่ดักคอว่าเจอไฟลท์

บังคับให้กลับมาอยู่ที่นี่เลยใช่ไหม แมตต์หน้านิ่งบอกว่า “ก็ทำนองนั้น”

“พี่แมตต์อาจจะฝืนใจแต่พิมมี่ดีใจมากที่ต่อไปนี้จะได้เจอพี่แมตต์ทุกวัน แล้วก็อุ่นใจด้วยที่พี่แมตต์จะได้มาช่วยงาน” แมตต์ถามอย่างเอ็นดูว่าใครรับปากจะช่วยงานเรา “แหม...พี่แมตต์มีน้องสาวคนเดียวคือพิมมี่ไม่ช่วยพิมมี่แล้วจะไปช่วยใครล่ะคะ”

พิมมี่กอดแขนแมตต์ออดอ้อนจนเขาเก๊กขรึม

ไม่ไหวเลยยิ้มอย่างเอ็นดู

ooooooo

เย็นเลิกงานแล้วตุลเดินซึมออกมาทางด้านหน้า โตมรขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดเรียกให้ขึ้นรถ เดี๋ยวตนจะไปส่ง ตุลบอกยังไม่อยากกลับบ้าน

“โตไปส่งได้ทุกที่น่า จะไปไหนบอก มอเตอร์ไซค์คันนี้รับดามใจคนอกหักไม่มีเซอร์วิสชาร์จ ไปไหนว่ามา”

“ไปไหนก็ได้ที่ไม่มีนาย!!” อโนมาตอบแทนตุล เลยถูกโตมรด่าว่าไม่สวยแล้วยังมารยาททรามอีก อโนมาไม่สนใจเรียกตุลให้ขึ้นรถโฟล์คสีชมพูหวานของตน บอกตุลว่ามารับไปหาหมอ

ตุลบอกว่าดีเหมือนกันจะขอยาแก้เครียดมากินสักเดือนสองเดือนแล้วเดินไปขึ้นรถอโนมา

“อ้าว...ตุล ทำไมทิ้งโตแบบนี้ล่ะ! โตมาก่อนนะ!! ยายแว่นเนิร์ดแตกเอ๊ย มาทีไรวงแตกตลอด”

อโนมาพาตุลไปที่ตึกแถวกลางเก่ากลางใหม่

บอกตุลว่าดารินทร์บอกว่าหมอคนนี้เก่งและเป๊ะมาก พอดีดารินทร์วิ่งมาหาทั้งสอง ขอโทษที่ตนคุยกับลูกค้าเลยเลทไปหน่อย ถามว่าเข้าไปหาแม่หมอกันหรือยัง

“แม่หมอ??” ตุลทำหน้างง ดารินทร์บอกว่าใช่เป็นหมอยิปซี ดูดวงแม่นมาก

ตุลบอกว่าไม่เอา คิดว่าจะพาไปหาหมอแก้เครียด อโนมาบอกว่านี่แหละแก้เครียดได้ยิ่งกว่ากินยาอีก ดารินทร์อวดว่าแม่หมอเขาไปเรียนวิชากับพวกยิปซีมา 20-30 ปี เพิ่งกลับมาเมืองไทยได้อาทิตย์เดียว ลูกค้าตนคอนเฟิร์มว่าแม่นเว่อร์เลยล่ะ

ตุลหันหลังกลับทันที ดารินทร์ถามว่าจะไปไหน ส่วนอโนมาตะโกนตามหลังว่า

“แกไม่อยากรู้เหรอว่าแกจะเป็นผู้หญิงสำเร็จไหม แล้วผู้ชายคนแรกของแกหน้าตาเป็นไง”

“ไม่อยากรู้!!!” ตุลตะโกนตอบ แต่ในที่สุดตุล

ก็กลับไปหาแม่หมอตามความหวังดีของเพื่อน

แม่หมอหลับตา สองมืออังอยู่บนลูกแก้ววิเศษ

ตุลถามว่าเห็นหรือยัง แม่หมอบอกว่าเห็นลางๆ ครู่เดียวก็บอกว่า

“เห็นแล้ว...เห็นแล้ว ผู้ชายคนนั้นคือคนที่มอบจูบแรก มอบชีวิต และมอบลมหายใจให้กับเจ้า”

อโนมากับดารินทร์กิ๊วก๊าวดีใจยิ่งกว่าตุล ตบบ่าเพื่อนบอกว่า

“แกมีผัวชัวร์!”

ตุลพลอยตื่นเต้นไปด้วย ดารินทร์ถามว่าอีกนานไหมกว่าจะได้เจอกัน แม่หมอบอกว่าเจอกันแล้ว สามสาวสะดุ้งโหยง แม่หมอย้ำว่าเป็นหน้าเก่าไม่ใช่หน้าใหม่ สามสาวมองหน้ากันสายตาเต็มไปด้วยคำถาม อโนมาเดาว่า “หรือจะเป็นไอ้โต?”

“ไม่นะ!!!” ตุลสยอง แม่หมอหลับตาคลำลูกแก้วอีกทีบอกว่า

“ผู้ชายคนนี้...สูง...เท่...ดูดีและมาพร้อมดอกไม้”

สามสาวมองหน้ากันอย่างตื่นเต้น เดาไม่ออกว่าเป็นใคร? กลับมานั่งที่ร้านไอศกรีมแล้วก็ยังเดากันไม่ออก ตุลบอกว่าถ้าเป็นไอ้โตตนขอกลับไปเป็นทอมถูกทิ้งอย่างเดิมดีกว่า สาธยายคุณสมบัติของโตมรว่า

“มันเป็นเพื่อนที่ดี โคตรดีแต่ไม่ไหวจะแบกมันเป็นแฟน ฉันอยากแค่เป็นเมีย ไม่อยากเป็นแม่คอยสั่งงานมันทุกอย่าง เป็นผู้ชายมันต้องลุกขึ้นมานำผู้หญิงสิวะ หรือเดินไปข้างๆกันก็ยังดี”

ดารินทร์ติงว่าอย่าเพิ่งคิดมาก อโนมาย้ำว่าแม่หมอ บอกว่าหน้าเก่าถ้าไม่ใช่ไอ้โตก็ต้องเป็นพี่ตรี

“เฮ่ย...พี่ตรีแกมีเมียแล้ว อายุก็น้องๆพ่อฉัน แกตัดออกไปได้เลย” ตุลตัดบท

อโนมายังพยายามคิดว่าเป็นใคร ทบทวนที่แม่หมอบอกมองไปรอบๆ พลันก็ตื่นเต้นเมื่อเห็นฐานัทเดินเข้าร้านมาพร้อมช่อกุหลาบขาวผูกโบสีชมพูอย่างพร้อมที่จะมอบให้ใครคนหนึ่ง

“นั่นไง...พี่นัท!!” อโนมาโบกมือเรียก

ฐานัท สถาปนิกหนุ่มหล่อมาดเซอร์หันมาตามเสียงเรียก ตุลถึงกับตะลึงเมื่อเห็นฐานัท ฉุกคิดคำทำนายของแม่หมอที่ว่าผู้ชายคนนั้นมาพร้อมช่อดอกไม้ ก็ยิ้มตาเป็นประกาย ฐานัทเดินมาที่โต๊ะทัก

“ไง มากินไอติมกันเหรอ อโน...ดา...” มองตุลแล้วหยุดนึก

“จำตุลไม่ได้เหรอพี่นัท” ดารินทร์ถาม ฐานัทมองตุลแล้วยิ้มเมื่อนึกถึงอดีต...

ooooooo

ตอนนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 3 ช่วงซัมเมอร์มีหนุ่มสาวร่วมออกค่าย 10–20 คน สร้างห้องสมุดครั้งนั้น ฐานัทและตุลก็ออกค่าย แต่บรรดาสาวๆชาวค่ายต่างกลุ้มรุมดูแลเอาอกเอาใจตุลจนฐานัทอึ้ง

ตุลจ้องหน้าฐานัทลุ้นให้จำได้ พอเห็นสีหน้าเขาก็เดาว่า สงสัยจะจำไม่ได้ ฐานัทยิ้มหวานเท่กระชากใจย้อนถามว่าทำไมจะจำไม่ได้ ทำเอาตุลเขินแทบกรี๊ดอโนมากับดารินทร์ต่างตื่นเต้นสงสัยว่า ฐานัทจะเป็นคนที่แม่หมอบอกแน่ๆ ชายหนุ่มพูดต่อว่า

“ใครจะจำตุลสุดหล่อขวัญใจสาวๆไม่ได้ล่ะ”

ทั้งสามแป่ว...หน้าเจื่อน เพราะเขาไม่ได้มองตุลเป็นผู้หญิงเลย ซ้ำยังพูดต่ออีกว่า

“พี่จำตุลได้แม่นตั้งแต่วันแรกที่เจอ วันนั้นพี่ลงแข่งรักบี้กับคณะวิดยา แทนที่สาวๆจะเชียร์นักรักบี้ถาปัด กลับเฮไปกรี๊ดประธานเชียร์ของวิดยาซะนี่ ช่วงนั้นฮอตโคตรๆเลยนะเรา สาวๆเพียบ”

“ตอนนี้อกหัก ไม่มีสาวในสต๊อกแล้วพี่” ตุลรีบบอก แทนที่ฐานัทจะเข้าใจกลับตบบ่าแมนๆ ปลอบ

“เฮ้ย...ใจเย็นๆ หล่อวัวตายควายล้มอย่างเรา เดี๋ยวก็มีเข้ามา”

ตุลเช็ง อโนมากับดารินทร์มองหน้าเพื่อนอย่างเข้าใจความรู้สึก แต่ตุลก็บอกฐานัทไปว่าตนก็จำเขาได้แม่นเหมือนกัน เล่าถึงความประทับใจในอดีตตอนเรียนปี 4 ว่า...

วันนั้นฝนตกพรำๆ ตุลกางร่มมาส่งมะปรางที่หน้าตึก พอหันจะเดินกลับ เจ้ากรรม...ลมพัดแรงจนก้านร่มพับไปด้านหลัง ตนรีบเก็บร่มแล้ววิ่งฝ่าสายฝนไป แต่จู่ๆก็มีร่มมากางให้ เอ่ยชวนสุภาพ

“ไปด้วยกัน”

ฐานัทนั่นเอง...ตุลบอกว่าไม่เป็นไรฝนแค่นี้เอง เขาติงอย่างห่วงใยว่า

“เปียกน่ะไม่เท่าไหร่ แต่จะไม่สบายเอาน่ะสิ วีกหน้าสอบไฟนอลแล้วนะ...อย่าลืม”

ความอบอุ่นอ่อนโยนห่วงใยของฐานัททำเอาสาวห้าวอึ้ง มองเขาอย่างชื่นชม คิดไม่ถึงว่าจะมีผู้ชายมาเดินกางร่มให้สาวทอมอย่างตน ฐานัทบอกว่านั่นเรื่องเล็กแท้ๆ

“เรื่องเล็กสำหรับคนอื่นแต่ใหญ่สำหรับตุล ไม่เคยมีเพื่อนคนไหนใจดีกับตุลแบบนี้มาก่อน ตุลเลยประทับใจมากเลย...จำได้ไม่เคยลืม”

แววตาอารมณ์ที่ตุลมองฐานัท ทำเอาอโนมากับดารินทร์มองหน้ากันอึ้ง ทึ่งที่เพื่อนรักบทจะเลิกเป็นทอมก็กระแดะได้เกินหญิงไปเลย

ooooooo

เวลาเดียวกัน...ที่ร้านขนมเก๋ๆ พิมมี่มานั่งรอแมตต์อยู่ แมตต์เข้ามาพร้อมช่อกุหลาบสีขาวเหมือนของฐานัทแต่ผูกโบสีขาว เขาเดินตรงมายื่นช่อกุหลาบให้พิมมี่

“กุหลาบขาวตามที่ออเดอร์มาเป๊ะ ไหนจะเลี้ยงอะไรพี่ ร้านนี้อะไรอร่อย”

พิมมี่บอกว่าตนไม่ได้เลี้ยง แต่มีคนอยากเลี้ยง แมตต์งงถามว่าใคร ทันใดนั้นมีมือนุ่มๆเอื้อมมาปิดตาเขาจากข้างหลัง แมตต์ถามว่า “ใคร”

“จำได้ไหม...ใครเอ่ย...” เสียงสดใสร่าเริง

“มือหอมๆ นุ่มๆแบบนี้จะเป็นใคร...ถ้าไม่ใช่โรส”

โรสดีใจมากชมว่าพี่แมตต์น่ารักที่สุดที่จำโรสได้ พิมมี่พูดแทรกว่าใครจะจำไม่ได้ล่ะโรสเล่นแบบนี้กับพี่แมตต์มาตั้งแต่ 8 ขวบแล้ว โรสบอกว่าตนไม่มีวัน ลืมพี่แมตต์ที่อดทนสอนตนขี่จักรยาน ตีแบต ว่ายน้ำ เล่นกีฬาสารพัดอย่าง กระทั่งบังคับให้กินผักผลไม้แทนของหวานด้วย

โรสเหลือบเห็นช่อกุหลาบชมว่าสวย ของใครหรือแมตต์จะบอกว่าของพิมมี่ แต่พิมพี่ชิงแทรกว่า

“ของพี่โรสไงคะ พี่แมตต์ซื้อมาให้พี่โรสน่ะค่ะ ว่าจะซ่อนให้เซอร์ไพรส์สักหน่อยไม่ทันแล้ว” ว่าพลางยื่นช่อกุหลาบให้โรส โรสรับไปดมอย่างชื่นใจ เอ่ยซึ้ง...

“น่ารักที่สุด ขอบคุณนะคะพี่แมตต์ งั้นเดี๋ยวเราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันค่ะ โรสเลี้ยงรับพี่แมตต์กลับมาอยู่เมืองไทยเอง ไปด้วยกันนะจ๊ะพิมมี่”

พิมมี่รู้ใจโรสว่าอยากดินเนอร์กับแมตต์ตามลำพังจึงขอตัวอ้างว่าต้องกลับไปเคลียร์งาน แต่แซวว่ากินเสร็จห้ามล็อกคอพี่แมตต์พากลับบ้านตัวเองนะ

“รับรองว่าส่งถึงหน้าประตูบ้านพิมมี่เลยจ้ะ ไปก่อนนะ” โรสกอดช่อกุหลาบมือหนึ่ง อีกมือกอดแขนแมตต์เดินไปอย่างสุดปลื้ม

ที่ร้านไอศกรีม...ดารินทร์ได้รับไลน์จากพี่อาร์ตคนรักว่ามารับ จอดรถรออยู่หน้าร้านแล้ว จึงขอตัวไปก่อน พอดารินทร์ลุกไป ฐานัทก็ได้รับโทรศัพท์จากแนนคนรักจึงขอตัวลุกไปรับโทรศัพท์

พอฐานัทลุกไป ตุลก็ดี๊ด๊าบอกอโนมาว่าใช่เลย ตรงตามคำทำนายแม่หมอเปี๊ยบ อโนมาเห็นด้วย แต่จะเตือนตุลว่าอย่าเพิ่งออกตัวแรง เพราะฐานัทมีแฟนแล้ว แต่ไม่ทันพูดตุลก็เพ้อต่ออย่างเคลิ้มฝันว่า

“จะไม่ให้ฉันออกตัวแรงได้ไงวะ ในเมื่อพี่นัทเป็นผู้ชายคนเดียวที่ฉันอยู่ใกล้แล้วไม่ขยะแขยง เป็นคนเดียวที่ฉันแอบรู้สึกดีมาตลอด”

อโนมาบอกตุลว่าตนมีเรื่องจะบอก แต่พอดีฐานัทเข้ามาบอกว่าตนต้องไปก่อนพอดีมีนัด ตุลรีบบอกว่าเราสองคนก็จะกลับพอดี เขาถามว่ากลับยังไง ตุลบอกว่าอโนมารอเตี่ยมารับ ส่วนตนนั่งรถแดงกลับ ฐานัทบอกว่าตนจะไปส่งลงตรงไหนให้บอกก็แล้วกัน

“ค่ะ” ตุลเด้งขึ้นราวกับติดสปริง รีบบอกลาอโนมา

“แต๊ดแต๋ก็เป็นนะแก” อโนมามองตามพึมพำหมั่นไส้

ooooooo

ที่ทางเดินทางเท้าหน้าช็อปปิ้งมอลล์...

โรสควงแขนแมตต์เดินมาอย่างชื่นชมกอดช่อกุหลาบผูกโบขาวในมืออย่างถนอม อีกฝั่งตุลเดินไปกับฐานัทถือช่อกุหลาบผูกโบสีชมพูเยื้องไปด้านหลังเล็กน้อย แต่เดินมาในทิศทางเดียวกับโรสและแมตต์

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อตำรวจไล่จับคนร้ายและยิงปืนขู่ ต่างตกใจหลบกันพัลวัน ถูกผู้คนที่แตกตื่นชนล้มทับกันเอง ฐานัทชนกับโรสอย่างจัง จนช่อดอกไม้หลุดมือทั้งคู่

พอสถานการณ์คลี่คลายทั้งสองคู่ต่างออกจากซอกที่ซ่อน ฐานัทบอกตุลว่าตนจะไม่ทันนัดแล้ว เธอกลับเองได้ไหม จึงแยกกันตรงนั้น

เดินออกมาแล้วตุลเพิ่งรู้ตัวว่าช่อกุหลาบหาย รีบวิ่งย้อนกลับไปเจอช่อกุหลาบหล่นอยู่ก็คว้าขึ้นมา โดยไม่ทันเห็นว่าเป็นช่อที่ผูกโบสีขาว ส่วนโรสก็หยิบช่อกุหลาบผูกโบสีชมพูขึ้นมาโดยไม่ทันสังเกตเช่นกัน

ตุลถือช่อกุหลาบมองหาฐานัทแต่ไม่เห็นแล้ว เจ้าหล่อนมองช่อกุหลาบพึมพำเคลิ้ม...

“สูง เท่ ดูดี หน้าเดิมมาพร้อมดอกไม้ เฮ้อ...ทีนี้ก็เหลือแต่จูบแรกสินะ...”

แมตต์กลับถึงบ้านก็เจอแบรดนั่งรออยู่แล้ว พร้อมเอกสารตรงหน้าสองปึกวางอยู่ แบรดถามเสียงขุ่นว่าหายหัวไปไหนมาทั้งวัน

แมตต์ถอนใจพรวดถามว่าเขาจำเป็นต้องรายงานพ่อทุกเรื่องหรือเปล่า แบรดตอบทันควัน

“แกไม่จำเป็นต้องรายงานฉันทุกเรื่อง แต่แกก็ทำตามที่ฉันสั่งทุกเรื่อง” หยิบแฟ้มตรงหน้าโยนลงบนโต๊ะสั่ง “อ่านงานที่ทักษะทำไว้ซะ อาทิตย์หน้าแกต้องเข้าประชุม” แมตต์ถามเซ็งๆว่าแค่นั้นใช่ไหม “อ่านให้ละเอียด ไม่เข้าใจอะไรไปถามฌอน”

แบรดสั่งแล้วเดินไปเลย แมตต์มองเอกสารบนโต๊ะนิ่ง ไม่พอใจ ทำไมชาตินี้ตนต้องพึ่งฌอนตลอดชีวิตเลยหรือ?!

พิมมี่เพิ่งกลับถึงบ้าน เธอเห็นชายหนุ่มนั่งที่ห้องนั่งเล่น แต่ง่วนกับการเปิดไฟล์สรุปผลการประกอบการของเจเอ็นกรุ๊ป พิมมี่นึกว่าแมตต์จึงเข้าไปปิดตาหยอกเลียนเสียงโรสว่า

“จำได้ไหม ใครเอ่ย” ฌอนชะงักนั่งตัวตรงเป็นการเป็นงานขึ้นทันที พิมมี่หยอกว่า “อึ้งไปเลย มือไม่นุ่มไม่หอมเหมือนพี่โรสล่ะสิ”

ฌอนยังคงนิ่งเงียบ พิมมี่เอะใจ พอดีฌอนหันมา พิมมี่ตกใจ ตะลึงในความหล่อซอมบี้ของเขา รีบขอโทษบอกว่านึกว่าเป็นแมตต์ถามว่ามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ ฌอนบอกว่าตอนบ่าย บอกว่าเราไม่ได้เจอกัน ๕-๖ ปีแล้ว ถามว่าเพิ่งกลับมาหรือ

“เช็กสต๊อกอยู่น่ะค่ะพิมมี่เปิดร้านนำเข้าพวกเสื้อผ้า น้ำหอม เครื่องประดับแบรนด์เนม”

ฌอนนิ่งไปครู่หนึ่ง บอกว่าเสาร์หน้าตนมีประชุมแล้วต้องไปงานกลางคืนต่อ ให้เธอจัดชุดให้สักชุดได้ไหม พิมมี่รับปากกระตือรือร้น แต่พอฟังฌอนร่ายยาวเรื่องชุดตลอดจนรองเท้าละเอียดยิบ พิมมี่ก็ถึงกับอึ้งแต่ก็
รับปากจะจัดให้

พอดีแมตต์ในชุดนอนเดินลงมาเห็นพิมมี่คุยอยู่กับฌอน เขาไม่ทันพูดอะไร ฌอนก็เอ่ยขึ้นว่า

“พ่อบอกนายเรื่องงานแล้วใช่ไหม แฟ้มนั่นเลขาคุณทักษะส่งมา ฉันอ่านดูแล้วไม่มีอะไรยาก แต่ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถาม...มีอะไรจะถามไหม” ฌอนมองอย่างผู้เหนือกว่า

แมตต์บอกว่ามี แต่หันไปถามพิมมี่หน้าตาเฉยว่ากินข้าวมาหรือยัง พิมมี่รู้สึกถึงบรรยากาศที่ไม่ปกติ
จึงขอตัวไปอาบน้ำก่อน พอพิมมี่ไป แมตต์ก็เดินไปชงกาแฟไม่สนใจฌอนแม้แต่น้อย

ตุลประคองช่อดอกกุหลาบผูกโบสีขาวกลับถึงบ้านก็โทร.คุยกับอโนมาและดารินทร์เพื่อนรัก เล่าบรรยากาศหนีกระสุนปืนอย่างตื่นเต้นและที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าคือหลบกระสุนเข้าไปในซอกแคบแนบชิดกับพี่นัทจนได้ยิน
เสียงหัวใจเขาเต้น

ดารินทร์ตื่นเต้นถามว่าได้จูบกับพี่นัทแล้วใช่ไหม ตุลบอกว่ายัง แค่กอดเขาเท่านั้น เพื่อนรักทั้งสองต่างดี๊ด๊าดีใจกับเพื่อน ตุลเองก็เล่าไปเขินไปมือไม้ปัดป่ายจนปัดช่อดอกไม้บนโต๊ะหล่นกลีบกุหลาบร่วงสองสามกลีบ เธอใจแป้วรีบหยิบขึ้นมา บอกเพื่อนรักว่าขอเอาดอกไม้ไปใส่แจกันก่อนเดี๋ยวจะเหี่ยว

ooooooo

โรสกลับถึงบ้านก็เอาช่อกุหลาบผูกโบสีชมพูวางไว้ที่เตียง อุไรวรรณผู้เป็นแม่เดินเข้ามาแซวว่ากินข้าวมื้อเดียวอิ่มไปสามวันเลยหรือเปล่า ขอพ่อแม่แมตต์แต่งงานหรือยัง

โรสเขินบอกว่าถ้าที่นี่เป็นอินเดียตนทำไปนานแล้ว แม่ถามว่าดอกไม้นั่นใครซื้อให้ เราซื้อแล้วบังคับให้แมตต์มอบให้ใช่ไหม พอโรสบอกว่าแมตต์ซื้อให้ก็ชมว่าหวานเป็นเหมือนกันนะให้กุหลาบผูกโบชมพูด้วย โรสบอกว่าสีขาว แต่พอมองไปเป็นสีชมพูจริงๆ ก็คิดว่าตนจำผิด ไม่ติดใจขอแต่เป็นดอกไม้ที่แมตต์ให้ตนอิ่มใจแล้ว

ฝ่ายตุลก็เอาดอกไม้ไปจัดใส่แจกันจึงรู้ว่าเป็นโบสีขาว เอะใจแต่ไม่ติดใจคิดว่าตัวเองมัวแต่มองหน้าฐานัทจนจำผิด นอนดูดอกไม้ จินตนาการถึงชายหนุ่มจนนอนไม่หลับ ต้องปิดไฟข่มใจให้หลับ

วันรุ่งขึ้นเด็กๆจากมูลนิธิเด็กกำพร้าประมาณ 30 คน มาชมสวนสัตว์บรรยากาศเจี๊ยวจ๊าวตื่นเต้น ตุลต้อนรับคณะเด็กๆอย่างสดชื่น อารมณ์ดีเป็นพิเศษ กล่าวต้อนรับและพาเด็กๆชมสัตว์ โซนแรกคือ Zoon Kids
โตมรพยายามเสนอตัวจะแทรกเข้าไปแจมด้วย ถูกตุลกระซิบไล่ไปให้พ้นก่อนที่จะถูกต่อยกรามหักแล้วพาเด็กๆขึ้นรถรางกัน โตมรบ่นอุบอิบโบกมือให้พวกเด็กๆอย่างเสียดาย

พอหันกลับก็เห็นแมตต์กำลังจ่ายเงินที่ช่องขายตั๋ว โตมรสะดุ้งเฮือกรีบหลบไปหลังรถรางที่จอดอยู่ ถูกมนตรีสะกิด ก็บอกว่ารอให้หมอนั่นไปก่อน มนตรีถามว่าหลบใคร โตมรไม่ทันตอบแมตต์ก็เดินมาทัก มนตรีหันไปจึงรู้ว่าโตมรหลบนักท่องเที่ยว

โตมรบ่นว่าหมอนี่ให้พาเดินขาลากมาแล้ว ถูกมนตรีเขกหัวดุว่าทำอย่างนี้ได้ยังไงเราเปิดสวนสัตว์ก็เพื่อให้คนได้รู้ได้เห็นข้อมูลสัตว์ที่เขาไปดูเองไม่ได้ โตมรบอกว่าหมอนี่ถามอะไรที่มันอธิบายยาก

“ก็ต้องฝึกฝนสิ มันจะยากอะไรนักหนา ดูฉันเป็นตัวอย่างนี่” มนตรีทำเก่งเดินเข้าไปหาแมตต์ถามด้วยภาษาอังกฤษงูๆปลาๆ “OK. Today you want go where หือ?”

ตุลพาเด็กๆไปชมสัตว์ที่ Zoon Kids เด็กๆสนุกกันมาก มนตรีพาแมตต์มาชมในโซนเดียวกันเขาถ่ายรูปสัตว์อย่างตั้งใจ ตุลติดเข้าไปในกล้องด้วย แมตต์ชะงักรู้สึกคุ้นหน้า เขายกกล้องจับไปที่หญิงสาวแล้วซูมภาพเข้ามาเป็นจังหวะที่ตุลจับหมวกแก๊ปปิดหน้าบังแดดพอดี ร้องบอกเด็กๆให้เข้าไปดูหมีขอกับตัวลีเมอร์ข้างในกัน แมตต์รีบจ้ำตาม

มนตรีกับโตมรเข้าล็อกแขนเขา แมตต์บอกว่าจะเข้าไปดูข้างใน มนตรีพยายามทั้งพูดทั้งทำท่ายกมืออธิบายว่าให้ไปดูที่อื่นก่อนเพราะวันนี้เด็กๆมาดูกัน ปาดเหงื่อแล้วโยนกล้องให้โตมรบอกให้ไปดูที่อื่นก่อน

โตมรเซ็ง แต่ก็พยายามพูดภาษาไทยปนอังกฤษว่าให้เด็กดูก่อนผู้ใหญ่ทีหลัง บอกให้ไปดูโซนแอฟริกาก่อน แต่แมตต์มัวชะเง้อมองตุลเลยไม่ทันฟัง

แมตต์มองทั้งสองอย่างเหนื่อยใจ คิดสมเพชว่า ทีมงานเป็นแบบนี้...บริษัทเจริญแน่...

ooooooo

วันนี้อโนมากับดารินทร์มาที่บริษัทสถาปนิก PLAN 66 ARCHITECT ของฐานัท อโนมาบอกเขาว่าเดี๋ยวตนจะบอกตุล แล้วเย็นนี้เจอกัน

ขณะนั้นเอง ญาณิสาหรือแนน คนรักของฐานัทเข้ามาเธอเดินรี่เข้าไปยืนข้างเขา แสดงความเป็นเจ้าของถามว่าคุยอะไรกัน ดารินทร์แกล้งแหย่ว่าเรื่องส่วนตัวของตนกับพี่นัท แนนกระเง้ากระงอดว่าพี่นัทมีความลับกับตนหรือ

ฐานัทติงดารินทร์ว่าหางานให้ตนอีกแล้ว มองแนนด้วยความรักบอกว่าไม่มีอะไรอโนมากับดารินทร์นัดตนให้ไปเจอกับเพื่อนเขา แนนถามทันทีว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย พอฐานัทบอกว่าทอมก็โล่งใจชวนไปกินข้าวกันเพราะตนหิวแล้ว

อโนมากับดารินทร์คุยกันอย่างหนักใจกับความขี้หึงของแนนและเชื่อว่าคนที่ง่วนอยู่แต่กับงานตามความแรดของแนนไม่ทัน

“เพราะงั้น คนดีอย่างพี่นัทควรมีสิทธิ์เลือกสิ ถึงสุดท้ายเขาอาจจะไม่เลือกไอ้ตุลก็เถอะ ที่สำคัญเพื่อนเราควรมีโอกาสใช้ความเป็นหญิงลองรักใครสักคนไหมวะ” ดารินทร์เสนอ อโนมาบอกว่ายังไม่ทันเริ่มก็หนักใจแทนตุลแล้ว

ในที่สุดทั้งสองตกลงกันว่าลองดูแต่เราต้องบอกตุลก่อนว่าพี่นัทมีแฟนแล้ว ทั้งสองรีบออกไปทันที

แมตต์จะไปดูการให้อาหารเสือแต่ไปช้าเลยไม่ได้ดู ขณะนั้นเขาเห็นอโนมานั่งรถกอล์ฟมีดารินทร์กับตุลนั่งไปด้วย แมตต์มองอึ้ง ถามโตมรว่า “They’re all girls”

โตมรถอนใจเฮือกใหญ่บ่นว่าที่พูดไปไม่เข้าสมองเลยใช่ไหม แล้วพูดใหม่ใช้ทั้งไทยคำฝรั่งคำทำมือประกอบวุ่นวาย บอกว่าคนที่ดูเหมือนชายนั้นเป็นเพื่อนหญิงของตน แต่ตอนนี้เธอจะเป็นหญิงแล้ว

แมตต์ยิ่งฟังก็ยิ่งงง ดูนาฬิกาแล้วบอกว่าต้องไปแล้ว พบกันคราวหน้าแล้วกัน โตมรดีใจกระโดดกอดขอบคุณบอกว่า พบกันอีกปีสองปีข้างหน้าเลยก็ได้

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement