วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 9


5 ก.ย. 2560 07:07
717,868 ครั้ง

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

ราชนาวีที่รัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

เฟื่องนคร

บทโทรทัศน์โดย:

ลูกทะเล

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อรรคพันธ์ นะมาตร์, แซมมี่ เคาวเวลล์

แพรว หนึ่งนาที และเจ๊ญามาได้ยินลูกน้องเสี่ยทับคุยกันเรื่องโกดังผลิตยาเสพติด หนึ่งนาทีอยากได้ข่าวเด็ดประสานักข่าวหัวเห็ด แต่แพรวเกรงจะได้รับอันตรายจึงพยายามห้ามปรามและขอให้กลับไปบอกต้นกล้าก่อน

แต่หนึ่งนาทีไม่ฟัง ดื้อรั้นตามลูกน้องเสี่ยทับเข้าไปในโกดัง แพรวกับเจ๊ญาห่วงเพื่อนจำต้องปล่อยเลยตามเลยเข้าไปด้วยกันหมด โดยไม่รู้ว่าข้างในมีเสี่ยทับกับลูกสาวและสมุนอีกนับสิบกำลังวางแผนส่งยาลอตใหญ่กันอยู่

หนึ่งในสมุนของเสี่ยทับมีศุภโชคอยู่ด้วย ศุภโชคตกใจมากเมื่อเห็นพวกแพรวโดนสมุนเสี่ยทับจับได้ เขาแอบโทร.หาต้นกล้าแต่ไม่ได้พูดคุย ให้ต้นกล้าฟังเรื่องราวจากฐาปนิสรที่พูดปาวๆว่าจะฆ่าพวกแพรวทิ้ง

ต้นกล้าตกใจมากรีบบอกลูกทีมของตนรุดไปยังโกดังแห่งนั้น ฝ่ายศุภโชคก็พยายามถ่วงเวลานำเสนอเสี่ยทับกับลูกสาวให้เอาหนึ่งนาทีลงเรือประมงไปขาย ส่วนแพรวกับเจ๊ญาส่งไปขายซ่อง เจ๊ญารับไม่ได้กับความเลวร้ายของศุภโชค ก่นด่าและสาปแช่งเขาทั้งน้ำตา

เมื่อพวกต้นกล้ามาถึง เสี่ยทับกับสมุนออกมารับหน้าและจะเอาเรื่องพวกเขาให้ได้ในข้อหาบุกรุกโดยไม่มีหมายค้น แต่ต้นกล้าตอบโต้ว่าถ้าเสี่ยมั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิดต้องเปิดทางให้ตน ไม่อย่างนั้นตนก็มีสิทธิ์สงสัยว่าข้างในมีการกระทำผิดกฎหมาย ทำให้เสี่ยทับโมโหแต่ต้นกล้าไม่สนใจจะพาลูกทีมของตนเข้าไป

ศุภโชคทำขึงขังเพื่อความแนบเนียนไม่ให้เสี่ยสงสัยด้วยการเล็งปืนใส่ต้นกล้า “ขืนเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว ผมไม่รับรองความปลอดภัย”

ต้นกล้าไม่กลัว ปัดปืนในมือศุภโชคจนลั่นเปรี้ยง แล้วสองคนก็ยื้อยุดแย่งปืนพยายามเอาชนะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยคนอื่นๆของสองฝ่ายยืนคุมเชิง

ในที่สุดศุภโชคแกล้งปล่อยให้ต้นกล้าแย่งปืนได้และเรียกอาวุธมาคุมตัวศุภโชคไว้ ก่อนที่ตัวเองจะบุกเข้าไปข้างใน พบเห็นฐาปนิสรกำลังสั่งลูกน้องฉุดกระชากพวกแพรวหนีออกไปอีกด้าน

ต้นกล้าสั่งฐาปนิสรให้หยุดการกระทำนั้น พร้อมๆ กับอาวุธและสมคิดควบคุมตัวศุภโชคกับเสี่ยทับเข้ามา

“พ่อ...ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้”

“บอกลูกน้องคุณปล่อยแพรวกับเพื่อนซะ แล้วผมจะไม่เอาเรื่อง”

ฐาปนิสรลังเล ทั้งเครียดและเจ็บใจ เสี่ยทับหัวเราะหึๆ

“แกทำตัวเหมือนโจร แกบุกเข้ามาในที่ของฉัน เอาปืนจ่อฉัน ใครกันแน่ที่ทำเรื่องผิดกฎหมาย”

“ถ้าอยากทำให้มันถูก ฉันก็ไม่ว่า โทร.เรียกตำรวจ เลยสิ แต่ฉันไม่รับประกันว่าถ้าตำรวจมาถึงที่นี่มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง บางทีนอกจากข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว มันอาจมีอย่างอื่นด้วย”

เสี่ยทับเจ็บใจเป็นที่สุด หากโทร.ตามตำรวจมาต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างที่ต้นกล้าพูดแน่ ครั้งนี้จึงยอมแพ้ สั่งลูกสาวและสมุนปล่อยตัวพวกแพรวไป

เมื่อกลับมาถึงฐานทัพเรือ ต้นกล้าทั้งปลอบและเตือนพวกแพรวว่าคราวหน้าคราวหลังอย่าทำแบบนี้อีก เพราะอันตรายมาก หนึ่งนาทีตอบรับก่อนใคร บอกเข็ดแล้วจริงๆ ถ้าเจออะไรแปลกๆจะบอกพวกเขาก่อน

เสร็จเรื่องแพรวและเพื่อนแล้วต้นกล้าได้รับข้อความจากศุภโชค เขารีบพาลูกทีมออกไปดักจับสมุนของเสี่ยทับที่นำยาเสพติดไปส่งลูกค้า

พวกมันโดนรวบตัวได้พร้อมของกลาง ทำให้ฐาปนิสรร้อนใจจนนั่งไม่ติด รีบเก็บข้าวของเพื่อหลบหนีไปตั้งหลักเพราะกลัวตำรวจจะสืบสาวมาถึงตัว แต่เสี่ยทับกลับบอกว่าสมุนที่ถูกจับไม่กล้าพูดแน่เพราะลูกเมียพ่อแม่มันอยู่กับเรา

“โชคยังดี ถึงไอ้ต้นกล้าจะรู้ว่าทุกอย่างเป็นฝีมือเรา แต่มันก็ยังไม่มีหลักฐาน”

“แล้วเรื่องออเดอร์ของเราล่ะคะ ถ้าเราเร่งผลิตใหม่จะทันส่งมอบไหมคะ”

“ไม่มีทาง เราเสียทั้งคนทั้งของ พวกวัตถุดิบก็โดนยึดไปหมด”

“งั้นสรจะคุยกับลูกค้าเองค่ะ พวกเขาคงเข้าใจ”

“พวกมันรู้ได้ไงวะ ว่าเราจะหนีไปทางนั้น” เสี่ยทับ บ่นอย่างข้องใจ แต่ศุภโชคนิ่งขรึมไม่แสดงพิรุธใดๆ

ooooooo

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้นกล้าเป็นห่วงความปลอดภัยของศุภโชค จึงนัดพบกันอีกครั้งเพื่อเตือนให้อีกฝ่ายระวังตัว

“ช่วงนี้นายต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะโชค สถานะของนายมันเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ”

“ผมรู้ครับพี่”

“หลังจากนี้เราอาจต้องหาทางติดต่อกันด้วยวิธีอื่น ฉันไม่อยากให้นายถูกจับได้”

“ผมรู้อยู่แล้วครับ ว่าถ้าพลาดจะต้องเจออะไรบ้าง พี่ไม่ต้องห่วงผมหรอก มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็ต้องลุยต่อให้จบเกม ถ้ายังไม่ได้หลักฐานและข้อมูลเครือข่ายของเสี่ยทับทั้งหมด ผมจะไม่ล้มเลิกภารกิจเด็ดขาดครับ”

“ฉันนับถือใจนายจริงๆ ยังไงก็อย่าประมาทแล้วกัน”

ศุภโชครับคำแล้วเดินแยกไปคนละทางกับต้นกล้า แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะไปเจอเจ๊ญาในสภาพเศร้าซึมไร้ชีวิตชีวา...เมื่อเห็นศุภโชค เจ๊ญาพุ่งเข้าตบตีเขาไม่ยั้งอย่างคับแค้นและเจ็บปวด พร้อมพูดปาวๆว่าเธอเกลียดเขา ที่เขาคิดจะขายเธอ

“ถ้าคิดว่าผมชั่วก็ไปอยู่ไกลๆผมสิ มายุ่งกับผมทำไม ถ้าไม่อยากเจอแบบเมื่อวานอีกก็อยู่ห่างๆผม”

ศุภโชคผลักเจ๊ญาออกห่างแล้วเดินหนี หญิงสาวรีบร้อนก้าวตามแต่สะดุดล้มร้องขึ้นด้วยความเจ็บ ศุภโชคใจไม่แข็งพอ หันกลับมากุลีกุจอช่วยเหลือ ทำให้เจ๊ญารู้สึกสับสนว่าเขาเป็นคนยังไงกันแน่...

ฝ่ายต้นกล้าพอแยกจากศุภโชคก็รีบกลับบ้านเพราะรู้ว่าแพรวรออยู่...แพรวรอกินข้าวเย็นจนหลับแต่ไม่มีท่าทีโกรธเคืองหรืองอนเขาแม้แต่น้อย

สองคนรักและเข้าใจกันดีทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียวที่ยังหนักใจคือเรื่องแม่ แต่เขาและเธอไม่มีทางถอดใจ ขอใช้ความจริงใจเข้าสู้เพื่อผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้

ooooooo

หลังจากคนของตนถูกจับได้พร้อมของกลางทำให้เสี่ยทับระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะคุยธุรกิจอะไรกับลูกค้าต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ส่วนศุภโชคก็คอยจับตาเพื่อรายงานต้นกล้า แต่แล้ววันนี้เสี่ยทับกลับไม่ยอมให้ศุภโชคไปพบลูกค้าด้วย แถมยังแอบส่งฐาปนิสรไปคุยแทน

ศุภโชครู้ทันรีบนำเครื่องดักฟังและเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสจากต้นกล้ามาใช้งาน จนพวกต้นกล้าตามฐาปนิสรไปได้ แต่แท้จริงมันคือแผนซ้อนแผนของเสี่ยทับ ทำให้ทีมฉลามวาฬมาเก้อไม่เจอใครสักคน ที่สำคัญศุภโชคเองก็โดนเสี่ยทับจับได้คาหนังคาเขา แต่เสี่ยทับไม่รู้ว่าข้อมูลเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายถูกศุภโชคเก็บใส่ทัมบ์ไดร์ฟเอาไว้แล้ว

เมื่อความจริงเปิดเผยว่าศุภโชคคือสายของต้นกล้า แน่นอนว่าเสี่ยทับโกรธแค้นเป็นที่สุด เรียกจ่ายศมาปรากฏตัวทั้งที่ใครๆเข้าใจว่าเขาตายแล้ว

แท้จริงเหตุการณ์ยิงจ่ายศทิ้งเป็นเพียงการจัดฉากของเสี่ยทับที่ไม่เคยไว้ใจศุภโชค แต่ที่ตลอดมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพราะต้องการจับให้มั่นคั้นให้ตาย และในวันนี้ศุภโชคต้องตายสมใจเสี่ยทับแน่ด้วยน้ำมือของจ่ายศ

จ่ายศยิงศุภโชคไม่ยั้งจนร่างเขาหล่นหายไปกับสายน้ำ หลังจากนั้นเสี่ยทับโทร.ไปเย้ยต้นกล้า บอกให้รู้ว่าศุภโชคไม่มีวันกลับไปหาเขาอีกแล้ว

ทุกคนรู้จากต้นกล้าต่างพากันร้อนรนเป็นห่วง

เจ๊ญาเอาแต่ร้องไห้เสียใจหลังรู้ความจริงว่าศุภโชคไม่ใช่คนเลวอย่างที่เธอและใครๆตราหน้า แต่เขาคือผู้กล้าที่เสียสละเพื่อส่วนรวม

ต้นกล้าเล่าความจริงทั้งหมดและชื่นชมเชิดชูศุภโชคไปพร้อมกับทุกคน ต่างภาวนาขอให้คนดีอย่างเขาปลอดภัย ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

และแล้วสิ่งที่ทุกคนภาวนาก็สัมฤทธิผล ชาวประมงคนหนึ่งพบศุภโชคนอนหมดสติที่ชายหาดแต่ยังมีลมหายใจ!

ต้นกล้าพร้อมลูกทีมทุกคนรวมทั้งกลุ่มของแพรวพากันไปโรงพยาบาลหลังได้รับการติดต่อแจ้งข่าว ศุภโชคไม่เป็นอะไรมากเพราะใส่เสื้อกันกระสุน ภีรชานำสิ่งของที่อยู่ในตัวเขามาให้ต้นกล้า ซึ่งมีทัมบ์ไดรฟ์รวมอยู่ด้วย

เจ๊ญาเข้าเยี่ยมศุภโชคเป็นคนแรก สองคนพูดคุยหลายเรื่องแบบไม่มีกั๊ก แต่เรื่องความรักเจ๊ญามีอาการขวยเขิน ยิ่งได้ยินศุภโชคบอกว่าชอบเธอ สาวเจ้าถึงกับอายม้วนแทบจะร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ

ต้นกล้ายืนมองจากหน้าห้องเห็นอาการเจ๊ญาแล้วยกนิ้วให้ศุภโชค ก่อนจะค่อยๆหลบออกไปเพราะไม่อยากขัดจังหวะ ต่อมาเมื่อแพรวกับหนึ่งนาทีรู้จากต้นกล้าก็แทบจะร้องไชโย ดีใจที่เพื่อนรักมีความสุขเสียที

“แต่เรายังมีเรื่องที่ต้องระวังอยู่ เรื่องที่หมวดโชครอดต้องปิดเป็นความลับนะครับ”

“ไม่ให้พวกเสี่ยทับรู้ใช่ไหมคะ”

“ครับ ถ้าพวกมันรู้ว่าโชคยังไม่ตาย มันต้องพยายามฆ่าโชคอีกแน่”

“ไม่ต้องห่วงครับผู้กอง พวกเราจะระวังที่สุด” หนึ่งนาทีรับปากแข็งขัน

เช่นเดียวกับเจ๊ญาเมื่อรู้เรื่องนี้จากสองเพื่อนซี้ ก็พร้อมที่จะเก็บเรื่องศุภโชคยังไม่ตายเป็นความลับ เพราะยังไงตนต้องห่วงแฟนของตนอยู่แล้ว หนึ่งนาทีหมั่นไส้แซวว่าเดี๋ยวนี้เรียกแฟนเต็มปากเต็มคำ เจ๊ญายิ้มรับหน้าบานแล้วชวนกันไปซื้อของบำรุงร่างกายให้คนป่วย

สามคนเดินหัวเราะต่อกระซิกเลือกซื้อของอย่างมีความสุข แต่สักพักก็ชะงักเมื่อฐาปนิสรก้าวเข้ามายืนประจันหน้า

“ไม่เจอกันนาน สบายดีนะ”

“พวกเราสบายดี แต่จะมีบางคนแถวนี้ที่กำลังจะไม่สบาย” หนึ่งนาทีปากไวจนแพรวกับเจ๊ญาห้ามไม่ทัน

“แกแช่งฉันเหรอ”

“ไม่ได้แช่ง ฉันพูดความจริง สักวันกรรมจะตามสนองแกกับพ่อ”

“พอได้แล้วหนึ่ง กลับ!!” แพรวลากหนึ่งนาทีออกไป เจ๊ญาก้มหน้างุดรีบก้าวตาม

ooooooo

แค่คำพูดไม่กี่คำของหนึ่งนาทีทำให้ฐาปนิสรเกิดความระแวง สั่งลูกน้องเช็กไปที่โรงพยาบาลว่ามีคนป่วยชื่อเรือโทศุภโชคหรือไม่

โชคดีที่ต้นกล้าเพิ่งมากำชับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอาไว้ เรื่องศุภโชคไม่ตายจึงยังเป็นความลับต่อไป แต่เพื่อความปลอดภัยของศุภโชค ต้นกล้าเตรียมการพาเขาออกจากโรงพยาบาลกลับมาพักที่กองเรือในวันนี้ และขอให้หิรัญญาหรือเจ๊ญาทำหน้าที่พยาบาลพิเศษ

เมื่อเจ๊ญาต้องมาอยู่ดูแลศุภโชค แพรวจึงขอตัวออกจากบ้านต้นกล้าไปอยู่เป็นเพื่อนหนึ่งนาทีเพราะกลัวเพื่อนเหงา ต้นกล้าหายดีแล้วแต่ยังทำอิดออดไม่อยากให้แพรวไป แต่ไม่ว่าเขาจะอ้อนอย่างไร แพรวก็ไม่ใจอ่อน

ด้านฐาปนิสรที่หัวเสียเพราะยังไม่ปักใจเชื่อว่าศุภโชคตายจริง เธอมีปากเสียงกับจ่ายศและพลั้งมือตบหน้าเขาด้วยความโมโห จ่ายศโกรธแต่ต้องข่มอารมณ์ไว้ ส่วนเสี่ยทับที่ยังเห็นความดีของจ่ายศพยายามไกล่เกลี่ยก่อนจะให้ลูกน้องคนสนิทเข้าไปคุยกันในห้องส่วนตัว

ต้นกล้าถูกเรียกตัวด่วนหลังจากอาวุธกู้ข้อมูลในทัมบ์ไดรฟ์พบเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายของเสี่ยทับ ทหารและตำรวจหารือร่วมกันได้ไม่นาน ข่าวนี้ก็เล็ดลอดไปถึงหูเสี่ยทับอย่างรวดเร็ว

เสี่ยทับวางสายจากผู้หวังดีด้วยท่าทีร้อนรน

จ่ายศกับฐาปนิสรตกใจมากเมื่อรู้ว่าตำรวจมีหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการขนแรงงานเถื่อนและรายชื่อบุคคลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

ฐาปนิสรทั้งโกรธทั้งกลัวจ้องจ่ายศตาขวาง เอ่ยขึ้นอย่างฉุนเฉียว

“การที่ตำรวจมีหลักฐาน แสดงว่าหมวดโชคยังไม่ตาย สรบอกพ่อแล้ว เห็นมั้ยสรพูดผิดที่ไหน คนไม่มีฝีมือ ยังไงมันก็ไม่มีฝีมือ พ่อไม่น่าไว้ใจคนผิด”

“คุณจะมาโทษผมได้ไง ผมยิงมันเข้าที่หน้าอก เป็นใครก็ต้องตาย”

“แต่มันไม่ตาย แล้วแกจะรับผิดชอบยังไง”

“นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงกัน ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องหาทางออก”

“พ่อจะทำยังไง ป่านนี้ตำรวจคงกำลังจะมาจับพวกเรา”

“คนอย่างเสี่ยทับไม่มีวันให้จับง่ายๆ”

แน่นอนว่าทหารและตำรวจกำลังจะมาถึง พวกเสี่ยทับรีบเดินนำหน้ามาที่รถสองคัน เสี่ยสั่งลูกสาวให้ไปกับจ่ายศ เพราะถ้าหนีไปด้วยกันจะตายทั้งคู่ เราต้องแยกกันหนี

“พ่อคะ สรไม่อยากไปกับมัน”

“ลูกต้องไป เชื่อพ่อ แล้วพ่อจะติดต่อมาอีกครั้งว่าเราจะไปเจอกันที่ไหน นี่ไม่ใช่เวลาที่ลูกจะมาดื้อ ลูกต้องทำตามที่พ่อสั่ง”

ฐาปนิสรไม่มีทางเลือก จำต้องทำตามคำสั่งพ่อ...หลังจากทั้งหมดออกไปทางด้านหลังได้ครู่เดียว พวกต้นกล้ากรูเข้ามาทางด้านหน้า ค้นทั่วทุกมุมไม่เจอพวกเสี่ยทับสักคน แต่ไปเจอแรงงานเถื่อนจำนวนมากในห้องลับ ทุกคนอยู่ในสภาพอิดโรยไร้เรี่ยวแรง!

ooooooo

แพรวโล่งใจที่ต้นกล้ากลับมาอย่างปลอดภัย แต่เสียดายที่เสี่ยทับ ฐาปนิสร และจ่ายศหนีไปได้ เท่ากับภารกิจของต้นกล้ายังไม่จบ!

ศุภโชคยังต้องพักรักษาตัวอีกระยะโดยมีเจ๊ญาทำหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด และเช้าวันนี้มีเรื่องน่ายินดีเป็นที่สุด เมื่อสง่ามาหาลูกชาย สองพ่อลูกปรับความเข้าใจกันได้ด้วยดี สง่าภูมิใจในตัวลูกและขอโทษที่ตนเข้าใจผิดในสิ่งที่ลูกทำลงไป

ทางด้านจ่ายศที่พาฐาปนิสรหนีไปอยู่เซฟเฮ้าส์ หญิงสาวไม่เคยไว้ใจลูกน้องคนนี้ของพ่อ เธอพยายามติดต่อเพื่อนสาวเพื่อหาช่องทางหนี แต่จ่ายศจับได้จึงยึดโทรศัพท์มือถือของเธอไว้

ฐาปนิสรยังไม่ยอมแพ้ ออกอุบายให้จ่ายศไปซื้ออาหารแต่โดนรู้ทัน คราวนี้จ่ายศไม่ปล่อยเธอให้ออกฤทธิ์อีก เขาพยายามปลุกปล้ำเธอแต่ไม่สำเร็จ โดนเธอคว้าของแข็งฟาดหัวจนสลบแล้วแย่งโทรศัพท์มือถือคืนมา

หญิงสาวโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากต้นกล้าที่อยู่กับแพรวในกองเรือ ต้นกล้ายินดีช่วยเหลือโดยให้ฐาปนิสรแชร์โลเกชั่นมา แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบ เพราะเวลานั้นจ่ายศฟื้นขึ้นมาลากตัวเธอไปในพงหญ้าหมายจะข่มขืนเธอให้ได้

แน่นอนว่าฐาปนิสรต่อสู้สุดฤทธิ์ เสียงเธอกรีดร้องทำให้ต้นกล้ากับแพรวที่กำลังตามหาได้ยิน เมื่อสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน จ่ายศตั้งใจยิงต้นกล้าแต่ฐาปนิสรเอาตัวเข้าขวางและพูดจาสั่งเสียบางอย่างกับต้นกล้าก่อนจะสิ้นลมหายใจ โดยที่จ่ายศหนีลอยนวลไปได้

หลังจากจัดการเรื่องศพฐาปนิสรแล้ว ต้นกล้าตั้งใจออกข่าวเพื่อล่อให้เสี่ยทับออกมา แน่นอนว่าเสี่ยทับตกใจและเสียใจมากที่สูญเสียลูกสาวคนเดียว เขาโทร.หาจ่ายศเพื่อถามความจริง แต่จ่ายศกลับโยนความผิดให้ต้นกล้าว่าเป็นคนฆ่าฐาปนิสร

หลังจากโกหกเสี่ยทับไปแล้ว จ่ายศหาทางหนีด้วยการจะลงเรือไปกับแรงงานเถื่อน แต่พอดีลูกทีมของต้นกล้ามาตามหาพัสสนน้องของแพรวโดยนำรูปถ่ายมาให้ดู จ่ายศแอบฟังและพอรู้ว่าหนึ่งในจำนวนแรงงานเถื่อนนับสิบมีพัสสนรวมอยู่ด้วย จ่ายศวางแผนร้ายทันทีหลังจากพวกทหารพากันกลับไปมือเปล่า

จ่ายศเอาตัวพัสสนไปให้เสี่ยทับไว้ต่อรองกับแพรวเพื่อล่อต้นกล้ามาชำระแค้น โดยให้แพรวมาพบเพียงคนเดียว ถ้าตุกติกบอกใครจะได้ศพพัสสนกลับมา

ช่วงเวลาที่แพรวออกจากกองเรือโดยไม่บอกใคร มะเดี่ยวบังเอิญเห็นเธอจึงพยายามซักถาม แต่เธอไม่พูดอะไรนอกจากบอกว่าตนรีบ แล้วแพรวก็ขึ้นรถที่มาจอดรับออกไป มะเดี่ยวรู้สึกไม่ชอบมาพากลรีบโทร.บอกต้นกล้าแต่เขาไม่รับสาย จึงตัดสินใจขับมอเตอร์ไซค์ตามแพรวไป

แพรวขึ้นรถลูกน้องเสี่ยทับไป แต่เพิ่งเห็นว่าในนั้นมีจ่ายศอยู่ด้วย จ่ายศสังเกตเห็นมีรถขับตามรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก สั่งคนขับหาทางสลัดทิ้งให้ได้ แพรวหันกลับไปมองเห็นมะเดี่ยวก็ตกใจ

ในที่สุดมะเดี่ยวก็ตามไม่ทันแต่ถ่ายรูปรถคันนั้นไว้ได้ เมื่อต้นกล้าโทร.กลับมามะเดี่ยวจึงส่งรูปรถไปให้ ต้นกล้าใช้เวลาเช็กไม่นานก็รู้ว่ารถคันนั้นสวมทะเบียนปลอม

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement