วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 8


5 ก.ย. 2560 07:07
717,760 ครั้ง

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

ราชนาวีที่รัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

เฟื่องนคร

บทโทรทัศน์โดย:

ลูกทะเล

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อรรคพันธ์ นะมาตร์, แซมมี่ เคาวเวลล์

แพรวเป็นห่วงต้นกล้าจนเกินกว่าจะอยู่นิ่งเฉย เธอยอมผิดคำพูดไปเยี่ยมเขาทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยตัดขาดไม่ให้เขามายุ่งเกี่ยวกับเธออีก

ช่วงที่แพรวไปถึงเป็นจังหวะเหมาะที่ต้นกล้านอนหลับ เธอยืนมองเขาด้วยความสงสารก่อนจะกระซิบบอกให้หายเร็วๆ แต่พอจะกลับออกมาต้นกล้ากลับคว้ามือเธอไว้อย่างเร็ว

แพรวตกใจมากสะบัดมือวิ่งหนีเขาออกมา ต้นกล้าตัดสินใจดึงเข็มน้ำเกลือออกแล้ววิ่งตาม พลางร้องเรียกเธอให้รอก่อน แต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งต้นกล้าไปไม่ไหวและแผลที่ท้องมีเลือดออก แพรวจึงหันกลับมาช่วยพาเขาเข้าห้องก่อนจะตามพยาบาลมาทำแผลให้ใหม่

ภีรชารู้เรื่องก็รีบมาดูอาการต้นกล้า แพรวจะผละออกไปแต่ต้นกล้าไม่ยอม ทำให้ภีรชารู้สึกได้ว่าเมื่อสักครู่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง

แพรวตัดใจกลับออกไปด้วยท่าทีซึมเศร้า ภีรชาตามมาซักถามด้วยความสงสัย แต่แพรวไม่พูดอะไรนอกจากบอกว่าตนมาเยี่ยมต้นกล้าในฐานะคนรู้จัก และตอนนี้เขาปลอดภัยแล้วเพราะมีภีรชาคอยดูแล

“ฉันกลับก่อนนะคะ มีงานต้องรีบกลับไปทำ”

“แต่พี่ต้นกล้าอยากเจอคุณ เข้าไปหาเขาก่อนสักห้านาทีก็ไม่ได้หรือคะ”

“คุณคงแคร์ผู้กองมากใช่ไหม”

“ค่ะ...คุณก็รู้ว่าฉันชอบเขา ที่จริงมันยิ่งกว่านั้น พี่ต้นกล้าเป็นคนที่สำคัญที่สุดของชีวิตฉัน ชีวิตฉันไม่ค่อยมีใคร คุณพ่อเสียตั้งแต่ฉันยังเล็ก ฉันเลยมีแค่แม่กับพี่ชาย พอมาเจอพี่ต้นกล้า เขาดูแลฉันดีมาก เข้าใจฉันทุกอย่าง ทำให้ฉันอุ่นใจเวลาอยู่ใกล้ๆ ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงนะคะ แต่ว่านอกจากแม่กับพี่ชาย ฉันก็มีแค่พี่ต้นกล้านี่ล่ะค่ะ และฉันก็อยากเห็นเขามีความสุข”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องดูแลเขาให้ดี เพราะคุณนั่นแหละค่ะ ที่จะเป็นคนทำให้เขามีความสุข”

แพรวตัดใจกลับไปด้วยความหมองหม่น เจ๊ญากับหนึ่งนาทีเห็นสภาพแล้วเป็นห่วงเหลือเกิน แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากปลอบโยน...

แพรวกำลังทุกข์ใจเรื่องรักที่ไม่มีทางสมหวัง ขณะเดียวกันเจ๊ญาที่หลงรักศุภโชคเข้าอย่างจังก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะศุภโชคเปลี่ยนไปมากอย่างไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่เขาไปเป็นพวกเดียวกับเสียทับก็ทำตัวได้เลวทรามเพื่อเงิน เขาวางอำนาจขูดรีดชาวบ้านราวกับมาเฟีย เจ๊ญารับไม่ได้พยายามเข้าไปตักเตือนแต่เขาไม่ฟัง แถมยังผลักไสเธอล้มลงให้เจ็บใจยิ่งขึ้นไปอีก

หนึ่งนาทีปวดประสาทกับสองสาวที่อยู่ในห้วงแห่งทุกข์ คนหนึ่งเอาแต่ซึมเศร้าไม่มีสมาธิทำงาน อีกคนก็ร้องไห้ฟูมฟายทำใจไม่ได้ ฝ่ายต้นกล้าที่ยังอยู่โรงพยาบาลอยากคุยกับแพรว เพียรโทร.หาแต่เธอปิดเครื่องตลอดเวลา ภีรชาแอบสังเกตอยู่เงียบๆ รู้สึกได้ว่าต้นกล้ากำลังมีเรื่องไม่สบายใจ

ooooooo

ทันทีที่ต้นกล้าออกจากโรงพยาบาล เขาตั้งใจไปพบแพรวที่บ้านพัก แต่เอกรินทร์ตัดหน้ามาคุยกับแพรวก่อนด้วยเรื่องหมั้นที่วันเพ็ญต้องการ แพรวลังเล ขณะที่เจ๊ญากับหนึ่งนาทีไม่เห็นด้วยเพราะรู้อยู่ว่าแพรวยังไม่พร้อม หากเอกรินทร์ทำแบบนี้เท่ากับเห็นแก่ตัวและฉวยโอกาส

“ผมไม่ได้ฉวยโอกาส ถ้าน้องแพรวรับหมั้นผม น้าวันเพ็ญก็จะสบายใจขึ้น น้องแพรวเองก็จะได้อยู่ตามเรื่องพัสต่อ...พี่รู้ครับว่าน้องแพรวยังไม่เปิดใจให้พี่ พี่สัญญาว่านี่จะเป็นการหมั้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของน้องแพรวเท่านั้น และพี่จะไม่เอาเรื่องนี้มาบังคับจิตใจน้องแพรวเด็ดขาด”

“หมายความว่าถ้าแพรวยังไม่พร้อมจะลงเอยกับคุณ คุณก็จะไม่บังคับมันให้แต่งงานกับคุณใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ”

“เราจะเชื่อลมปากของคุณได้ยังไง”

“ผมเป็นสุภาพบุรุษพอ น้องแพรวเชื่อใจพี่หรือเปล่า”

“คิดให้ดีๆนะแพรว” หนึ่งนาทีสำทับด้วยความเป็นห่วงแพรวสับสนหนัก มองเพื่อนรักสองคนครู่หนึ่งก่อนตอบเอกรินทร์ว่า “ตกลงค่ะพี่เอก แพรวเชื่อใจพี่ค่ะ”

“ยื่นมือมาให้พี่สิครับ”

เจ๊ญากับหนึ่งนาทีตะลึง แพรวยื่นมือซ้ายให้เอกรินทร์ และในจังหวะที่สวมแหวนนั้นเอง ต้นกล้าเปิดประตูเข้ามาเห็นเต็มตา ถามเสียงเครียดหน้าเคร่งว่า

“นี่มันเรื่องอะไรกัน!!”

“อย่างที่ผู้กองเห็นนั่นแหละครับ ผมกับน้องแพรวเราตกลงหมั้นกันแล้ว” ตอบแล้วเอกรินทร์ขยับเข้าใกล้แพรว

เจ๊ญากับหนึ่งนาทีเห็นท่าไม่ดี ต้นกล้าเดินตรงเข้าหาแพรว ร้องเตือนเขาให้ใจเย็น แต่ต้นกล้าเย็นไม่ไหว ขอคุยกับแพรวเป็นการส่วนตัว

“แต่ผมเกรงว่าน้องแพรวจะไม่สะดวก”

“ขอโทษนะครับ แต่ผมถามน้องแพรว ไม่ได้ถามคุณ”

เอกรินทร์ชะงักไปนิดก่อนยืนยันว่าตนต้องปกป้องความสะดวกใจของแพรว แต่แพรวรีบตัดปัญหาก่อนจะบานปลาย

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เอก ถ้าผู้กองอยากคุยขนาดนั้น แพรวก็จะคุยกับเขาค่ะ”

แพรวตามต้นกล้าออกมาคุยกันนอกบ้าน แล้วเธอก็อึ้งกับคำถามของเขาจนแทบไปไม่เป็น

“น้องแพรวชอบเขาเมื่อไหร่ รักเขาตอนไหน ทำไมพี่ไม่เคยรู้ ที่พี่รู้คือเราสองคนต่างหากที่รักกัน”

“แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่ฉันพูดว่าฉันรักคุณ ฉันไม่เคยพูดว่ารักคุณ”

“แต่น้องแพรวก็ไม่เคยพูดว่ารักคุณเอกรินทร์เหมือนกัน แล้วน้องแพรวจะเลือกอยู่กับคนที่ตัวเองไม่ได้รักงั้นเหรอ เพราะคุณแม่ของน้องแพรวใช่ไหม ที่ทำให้น้องแพรวต้องรับหมั้นเขา”

“คุณเข้าใจผิดแล้ว แม่ฉันบังคับฉันไม่ได้ ถ้าหากว่าฉันไม่เต็มใจ”

“งั้นน้องแพรวก็บังคับตัวเอง บังคับตัวเองให้ตามใจทุกคน”

“ฉันไม่ได้โดนบังคับ เลิกคิดเองเออเองสักที และฉันก็ไม่ได้บังคับใจตัวเองด้วย ฉันเต็มใจหมั้นกับพี่เอก ได้ยินมั้ย”

“ไม่ว่าพี่พูดยังไงน้องแพรวก็จะยืนยันใช่มั้ย...งั้นพูดให้พี่ฟังหน่อยว่าน้องแพรวไม่ได้รักพี่”

แพรวอึ้ง แทบจะหยุดหายใจ แววตาต้นกล้าที่มองมาเต็มไปด้วยความทรมานใจ

“พูดสิ พูดให้พี่เชื่อว่าที่ผ่านมาพี่คิดไปเอง เข้าใจผิดไปเอง”

“ฉันกับพี่เอก เราต้องรักกันได้แน่ คนเราไม่จำเป็นต้องให้หัวใจบงการทุกอย่าง เรามีอิสระที่จะรักคนที่เราไม่ต้องเจ็บปวด ถ้าคุณหวังดีกับฉันจริง ก็ขอให้เข้าใจตามนี้ด้วย”

แพรวเดินผ่านไปพยายามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาให้อีกฝ่ายเห็น ต้นกล้ากำมือแน่น เงยหน้ามองฟ้าทั้งที่หัวใจปักดิ่งทิ่มดิน!

หลังจากเอกรินทร์กลับไปแล้ว เจ๊ญากับหนึ่งนาทีพยายามเตือนสติแพรวให้ทบทวนเรื่องหมั้นดีๆ อย่ารับหมั้นเอกรินทร์เพื่อแม่ ให้คิดถึงตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะสุขหรือทุกข์อยู่กับตัวแพรวเอง

“หนึ่ง...เจ๊...จำได้ไหมที่ฉันบอกว่าอยากให้พี่ต้นกล้าเลือกหมอภีร์ เขาจะได้มีความสุขกว่านี้”

“นี่แกจะนางเอกไปรึเปล่า แกตกลงหมั้นกับคุณเอกเพื่อให้ผู้กองตัดใจแล้วไปได้กับหมอภีร์งั้นเหรอ”

“เปล่า ฉันไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น ฉันก็แค่ทำเพื่อตัวเอง ฉันหมั้นกับพี่เอกเพื่อจะได้ออกจากเรื่องที่ไม่มีทางออกนี่ได้ซะที ฉันน่ะพูดว่าอยากให้ผู้กองเลือกหมอภีร์ แต่ตัวเองก็ยังไม่ยอมเปิดใจให้ใคร ก่อนที่ฉันจะหวังให้ใครไปเริ่มต้นใหม่ ตัวฉันเองก็ต้องทำมันให้ได้ซะก่อน”

“แล้วแกแน่ใจเหรอว่าคุณเอกเขาจะพาแกก้าวไปได้”

“ฉันรู้ว่าพี่เอกรักฉันจริง ทีแรกฉันถึงได้เลี่ยงเขาเพราะไม่อยากให้เขาเอาความจริงใจมาแลกกับความผิดหวัง แต่ในเมื่อฉันจะตัดใจจากผู้กองแล้ว ทำไมฉันถึงไม่ให้โอกาสเขาล่ะ”

เจ๊ญากับหนึ่งนาทีเงียบไปอย่างยอมรับในการตัดสินใจของแพรว

ooooooo

ต้นกล้าเครียดเรื่องแพรวรับหมั้นเอกรินทร์จนใครก็เข้าหน้าไม่ติด โดยเฉพาะลูกทีมฉลามวาฬ พวกเขาสงสัยว่าหัวหน้าเป็นอะไร วันทั้งวันทำแต่งานไม่ยอมหยุดพักทั้งที่ยังไม่หายป่วย

ภีรชามาเห็นก็แสดงความห่วงใย สีหน้าต้นกล้าเหมือนคนอมทุกข์ เธอนำบัตรเชิญงานเต้นลีลาศการกุศลของโรงพยาบาลที่จัดขึ้นเพื่อหาทุนซื้อเครื่องมือแพทย์มาให้เขาไปร่วมงาน ซึ่งต้องคะยั้นคะยอกันอยู่นานพอควรกว่าต้นกล้าจะตอบรับ

ในวันงานไม่คิดว่าเอกรินทร์จะควงแพรวมาด้วย ภีรชาบอกต้นกล้าว่าเอกรินทร์คือผู้บริจาครายสำคัญจึงได้รับเชิญมางานนี้ ต้นกล้าไม่ได้สนใจ สายตาจับจ้องอยู่ที่แพรวตลอดเวลาจนภีรชาสังเกตเห็น

ภีรชากับต้นกล้าเปิดฟลอร์เต้นรำกลายเป็นจุดเด่นของงาน สายตาเกือบทุกคู่ต่างหันมาชื่นชมความสวยหล่อเหมาะสมของคนทั้งคู่ ยกเว้นแพรวที่หน้าเจื่อนจนเอกรินทร์รู้สึกได้

“ถ้าน้องแพรวอยากจะกลับบ้านก็ได้นะครับ”

“ไม่ค่ะ แพรวยังไม่อยากกลับ”

“ถ้าอย่างนั้นออกไปเต้นรำกับพี่นะครับ ถ้าวันนี้เราไม่ได้เต้นรำกัน ทั้งๆที่น้องแพรวสวยขนาดนี้ พี่คงทำพลาดครั้งใหญ่ นะครับน้องแพรว”

แพรวไม่กล้าปฏิเสธ ทันทีที่ต้นกล้าเห็นภาพแพรวจับคู่เต้นรำกับเอกรินทร์ก็ชะงักมีปฏิกิริยาอีก ภีรชาเข้าใจ ยิ่งพอได้ยินเอกรินทร์พูดขณะเธอไปขอเปลี่ยนคู่เต้นรำว่าแพรวเป็นคู่หมั้น ภีรชาถึงกับเข้าใจทะลุปรุโปร่งว่าเหตุใดต้นกล้าถึงหมองเศร้าได้ถึงขนาดนี้

ภีรชาต้องการให้ต้นกล้าสดชื่นขึ้นบ้าง เธอขอเปลี่ยนมาเต้นรำกับเอกรินทร์แล้วให้แพรวไปเต้นกับต้นกล้า โดยเอาเรื่องบริจาคเงินของเอกรินทร์มาอ้างเป็นข้อสนทนา

ต้นกล้าสุขใจที่ได้เต้นรำกับแพรว แม้รู้ว่าเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆก็ตาม จบเพลงเอกรินทร์รีบมาขอแพรวคืน แต่อีกครู่ต่อมาแพรวขอตัวไปห้องน้ำเพราะทนความอึดอัดสับสนในใจตนไม่ไหว

ต้นกล้าตามออกมาเห็นแพรวรูดแหวนหมั้นออกจากนิ้วมือ แต่เธอไม่ยอมรับ บอกว่าแค่ขยับให้เข้าที่

“ใส่หรือไม่ใส่แหวน มันไม่สำคัญ ถ้าใจของคนสองคนอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าใจไม่อยู่ ถึงจะใส่แหวนเอาไว้ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร”

“แต่ถ้าใจไม่อยู่ ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะยอมสวมแหวนของผู้ชายคนนั้นหรอกค่ะ”

แพรวพูดในสิ่งที่บาดใจต้นกล้า แล้วจะดึงมือออกมา แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย

“แล้วถ้าเป็นแหวนของพี่ น้องแพรวจะยอมสวมไว้รึเปล่า” แววตาต้นกล้าเต็มไปด้วยความหวัง “พี่รู้ว่าพี่ไม่สมควรที่จะพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ แต่น้องแพรวช่วยอยู่เป็นเพื่อนพี่อีกสักพักจะได้ไหม”

แพรวดึงมือออกพร้อมพูดขอโทษแล้วหมุนตัวจะไป แต่ด้วยความรีบทำให้ข้อเท้าพลิกเกือบล้ม ถ้าต้นกล้าไม่เข้ามาประคองไว้

สองคนตกอยู่ในภวังค์รักที่ต่างมีให้กัน ที่สุดต้นกล้าหักห้ามใจไม่ไหวประทับจูบเธอแผ่วเบาทะนุถนอม แต่แล้วเสียงภีรชาเรียกต้นกล้าก็ทำให้แพรวได้สติรีบเดินจากไป

ooooooo

คืนเดียวกันนี้ ศุภโชคช่วยงานเสี่ยทับเรื่องแรงงานเถื่อนที่บังคับให้ออกเรือประมงทำงานไม่ให้โดนทหารเรือลาดตระเวนจับได้ ต้นกล้ากับลูกทีมฉลามวาฬตามมาทีหลัง เห็นศุภโชคเต็มตาแต่ไม่สามารถจับตัวไว้ได้ แถมศุภโชคยังพาแรงงานเถื่อนทั้งหมดหลบหนีไปได้อีกต่างหาก

พวกต้นกล้าเจ็บใจมาก บุกไปที่แพปลาของเสี่ยทับเพื่อเอาตัวศุภโชคไปสอบปากคำ แต่ศุภโชคฉลาดหลักแหลมเตรียมการบิดเบือนเอาไว้เป็นอย่างดี งานนี้พวกต้นกล้าเลยเอาผิดไม่ได้ ต้องกลับออกมาด้วยความเจ็บแค้น

นับวันการทำงานของศุภโชคทำให้เสี่ยทับเชื่อใจและไว้ใจ ขณะที่จ่ายศตกกระป๋องเป็นที่เรียบร้อย โดนฐาปนิสรค่อนขอดดูแคลนและไม่มอบหมายงานสำคัญให้ทำเหมือนแต่ก่อน

วันถัดมา ต้นกล้าเจอแพรวกับเอกรินทร์ที่ร้านอาหารภายในฐานทัพเรือ ต้นกล้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองคนและทำให้เอกรินทร์ดูด้อยกว่าตนที่รู้ใจแพรวทุกอย่างว่าชอบหรือไม่ชอบกินอะไร

แพรวอึดอัดกับความเจ้ากี้เจ้าการของต้นกล้าถึงขนาดทนไม่ไหวลุกขึ้นเดินหนีไป เอกรินทร์ทำท่าจะตามแต่โดนต้นกล้าช่วงชิงไปก่อน

ต้นกล้าพาแพรวไปขึ้นรถทั้งที่เธอไม่เต็มใจ ส่วนเอกรินทร์กำลังจ่ายเงินค่าอาหาร พอออกมาก็ไม่เห็น

ทั้งสองคนแล้ว เขาโทร.เข้ามือถือแพรว แต่ต้นกล้าแย่งรับบอกว่าขอพาแพรวไปธุระสักครู่ รับรองว่าจะมาส่งเธอที่บ้านก่อนหนึ่งทุ่ม

เอกรินทร์ไม่พอใจอย่างแรง แต่ไม่รู้จะไปตามที่ไหน ได้แต่มานั่งรอที่บ้านพักของแพรว โดยมีเจ๊ญากับหนึ่งนาทีจับตามองด้วยความกังวล

ต้นกล้าไม่ได้ทำอะไรแพรว แต่พาเธอมานั่งริมทะเลเป็นเพื่อน แล้วพาเธอกลับมาส่งบ้านตามเวลา เอกรินทร์ไม่พอใจการกระทำของต้นกล้า ตำหนิเขาเป็นการส่วนตัว โดยมีแพรว เจ๊ญา และหนึ่งนาทีจับตามองอยู่ในบ้านอย่างลุ้นระทึก กลัวจะเกิดความรุนแรง

“ผู้กองทำอย่างนี้ไม่ถูกต้อง”

“ผมขอโทษ เรื่องนี้เป็นความผิดของผมคนเดียว คุณอย่าโทษน้องแพรวเลย และที่ผมพาน้องแพรวไปวันนี้ มันก็ไม่ได้มีเรื่องเสียหาย”

“คุณจะให้ผมยอมรับง่ายๆที่จู่ๆมีผู้ชายคนอื่นมาพาคู่หมั้นของผมไปต่อหน้าต่อตางั้นเหรอ”

“คุณเอกครับ ความรู้สึกของคุณตอนนี้ก็คงไม่ต่างจากผม ตอนที่เห็นคุณสวมแหวนหมั้นให้กับแพรว มันจะต่างกันก็แค่สิ่งที่คุณรู้สึกกับแพรวในตอนนี้ ผมรู้สึกมาก่อนเป็นสิบปี ก่อนที่คุณกับแพรวจะรู้จักกัน วันนี้ผมเห็นแล้วว่าคุณเป็นคนดีคนนึง ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณทำให้แพรวมีความสุขได้จริงๆ ผมจะขอหลีกทางและยินดีด้วย แต่ตอนนี้ผมขอยอมรับแค่คุณเป็นคนนึงที่มีโอกาสจะได้ดูแลแพรว ส่วนผมเองก็ยังไม่หมดโอกาสนั้น”

“คุณคิดว่าคุณยังมีสิทธิ์ ทั้งที่คุณน้าวันเพ็ญปฏิเสธคุณ”

“คุณเองก็ยังคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ ทั้งที่ก็รู้ว่าน้องแพรวยังไม่ได้รักคุณ”

เอกรินทร์สะอึก เจ็บใจแต่ไม่อาจจะเถียงได้

“เราต่างมีจุดที่ได้เปรียบ เสียเปรียบ สำหรับผม ผมยอมรับได้ถ้าคุณจะพยายามทำอะไรเพื่อน้องแพรว คุณล่ะ คิดว่าผมมีสิทธิ์ทำเพื่อน้องแพรวมั้ย หรือต้องมีแต่คุณคนเดียวที่ได้สิทธิ์นั้น”

เอกรินทร์ฟังต้นกล้าพูดมา แม้ในใจปั่นป่วนแต่ควบคุมเอาไว้ได้อย่างดี...หลังจากต้นกล้ากลับไปแล้ว แพรวออกมาขอโทษเอกรินทร์อย่างรู้สึกผิด แต่ชายหนุ่มกลับบอกเธอว่า

“พี่ต้องขอโทษน้องแพรวมากกว่าที่พี่เข้ามาตอนนี้ทำให้น้องแพรวต้องสับสนมากขึ้น”

“พี่เอกคะ...แพรวไม่ได้สับสน”

“จะยังไงก็ตาม พี่จะยังไม่สละสิทธิ์เพราะน้องแพรวมีค่าสำหรับพี่มาก แต่ถ้าวันไหนที่น้องแพรวเลือกได้แล้วจริงๆ พี่จะเคารพการตัดสินใจของน้องแพรวนะครับ”

เอกรินทร์ทิ้งท้ายแล้วกลับไป แพรวรู้สึกไม่ดี ส่วนเจ๊ญากับหนึ่งนาทีหลังฟังแพรวเล่าเรื่องราวทั้งหมดก็วิเคราะห์กันว่าต้นกล้ากับเอกรินทร์ต่างไม่ถอยเพราะรักแพรว

“แต่ฉันไม่พร้อมให้ใครมาฝากความหวังกับฉันในตอนนี้”

“แพรว...แต่ที่เขาสองคนมารักมาหวังกับแก มันก็ไม่ใช่ความผิดของแกนะ แกน่ะแบกความรู้สึกของคนอื่นเอาไว้มากเกินไป”

แพรวคิดตามคำพูดเพื่อนแล้วถอนใจเฮือกใหญ่... สับสนและกลุ้มใจเหลือเกิน

ooooooo

แพรวเก็บคำพูดของเพื่อนมาขบคิดแทบทั้งคืนด้วยความเครียด ก่อนจะตัดสินใจไปจากที่นี่ในตอนเช้าตรู่โดยเขียนข้อความบอกไว้ว่า

“หนึ่ง...เจ๊...ฉันยอมรับว่าแบกความรู้สึกคนอื่นมากเกินไปอย่างที่พวกเจ๊พูด แต่ถ้าฉันยังจะต้องเจอ

สองคนนั้นอยู่ จะให้ฉันไม่แบกก็คงไม่ได้ เพราะงั้นฉันเลยอยากไปอยู่ที่ที่จะไม่ต้องเจอใครสักคน พวกเจ๊ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันดูแลตัวเองได้...ฉันขอยืมรถหนึ่งไปนะ ขอบใจมาก”

อ่านข้อความของแพรวแล้วสองเพื่อนซี้ตกใจมาก รีบไปบอกต้นกล้าเพื่อให้ช่วยตามหา

แพรวขับรถตระเวนหาที่พักแล้วจับพลัดจับผลูไปพบจ่ายศกับสมุนกำลังซ้อมเด็กวัยรุ่นติดยาคนหนึ่งโทษฐานที่ทำงานเกินหน้าที่ แอบขโมยยาเสพติดบางส่วนไปขาย

แพรวซุ่มถ่ายคลิปวีดิโอเอาไว้ แต่เธอโชคร้ายโดนพวกจ่ายศจับได้ ฝ่ายต้นกล้าพอรู้จากเจ๊ญาว่าแพรวหายไปก็รีบติดตามจีพีเอสรถหนึ่งนาทีมายังที่เกิดเหตุ

ต้นกล้าพยายามช่วยเหลือแพรวแต่ไม่สำเร็จ เขาถูกพวกจ่ายศทำร้ายจนสลบไปพร้อมแพรว ส่วนเด็กวัยรุ่นหนีไม่รอดโดนยิงตายคาที่ ก่อนที่จ่ายศจะเอาต้นกล้ากับแพรวไปขังในบ้านร้างกลางป่า

เจ๊ญากับหนึ่งนาทีเป็นห่วงต้นกล้าที่หายเงียบไปอีกคน ด้านเอกรินทร์ที่เพียรโทร.หาแพรวแต่โดนตัดสายทิ้งแล้วปิดเครื่อง เขาร้อนใจมาคาดคั้นเพื่อนของเธอ เป็นจังหวะเดียวกับที่มะเดี่ยวกระหืดกระหอบมาถามหนึ่งนาทีว่าเป็นเจ้าของรถที่ตำรวจพบจอดทิ้งอยู่ข้างตึกที่มีคนถูกยิงตายใช่ไหม

หนึ่งนาทียอมรับว่ายี่ห้อและทะเบียนรถคันนั้นคือของตน แต่ในที่เกิดเหตุไม่พบแพรวกับต้นกล้า ทุกคนตกใจและเป็นห่วง เอกรินทร์ไปขอให้ตำรวจที่รู้จักช่วยตามเรื่องนี้อย่างด่วน ขณะที่เจ๊ญากับหนึ่งนาทีขอให้ทีมฉลามวาฬมาช่วยอีกแรง

จ่ายศมีหนี้แค้นกับต้นกล้าหลายคดี จึงต้องการทำให้เจ็บปวดทรมาน โดยเฉพาะกระทำย่ำยีกับแพรวผู้หญิงที่เขารัก แต่ไอ้วายร้ายไม่ทันได้ลงมือก็โดนเสี่ยทับโทร.มาตามไปเสียก่อน

จ่ายศไปพบเสี่ยทับโดยให้ลูกน้องสองคนเฝ้าต้นกล้ากับแพรวไว้ เสี่ยไม่พอใจที่ศพเด็กวัยรุ่นเป็นข่าวทางทีวีทุกช่อง กลัวตำรวจจะสาวมาถึงตัวเอง จ่ายศบอกว่าไม่มีทางเพราะเด็กนั่นแค่ปลายแถว แต่ฐาปนิสรไม่เชื่อ หาว่าเขาประมาทแล้วยังคิดอะไรโง่ๆ

“ทำไมต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วยครับ ผมมีเหตุผลนะครับ ถึงทิ้งศพเอาไว้แบบนั้น”

ศุภโชคที่อยู่กับเสี่ยด้วยอยากรู้ว่าจ่ายศมีเหตุผลอะไร...แล้วคำตอบของจ่าก็ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึง เมื่อรู้ว่าต้นกล้ากับแพรวถูกจับขังไว้กลางป่า

จ่ายศย้อนกลับมาเพื่อชำระแค้นต้นกล้าแต่พบว่าเขากำลังพาแพรวหลบหนี การไล่ล่าจึงเกิดขึ้นท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน

ในที่สุดต้นกล้าพาแพรวหลบรอดสายตาพวกมันมาได้ แต่ต้นกล้าอยู่ในสภาพถูกยิงบาดเจ็บ แพรวเป็นห่วงเขาใจแทบขาด ไม่อยากสูญเสียเขาไป เธอสารภาพรักเขาจากใจและรอคอยจนถึงเช้ากว่าทีมฉลามวาฬจะมาช่วยเหลือ หลังจากพวกเขาได้เบาะแสจากใครบางคนที่จงใจส่งข้อความบอกมาทางโทรศัพท์มือถือ

หมอรักษาต้นกล้าอย่างเร่งด่วน แพรวเฝ้าหน้าห้องไม่ยอมไปไหน ร้องไห้หนักอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่ จนเอกรินทร์กับภีรชาต้องช่วยกันกล่อมแพรวให้กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สดชื่นเพื่อกลับมารอต้นกล้าฟื้น แพรวทำตามทั้งที่ใจยังพะวงเป็นห่วงต้นกล้า

เจ๊ญากับหนึ่งนาทีตามติดปลอบประโลมเพื่อนและช่วยเก็บเสื้อผ้าข้าวของใส่กระเป๋าเพื่อให้แพรวไปเฝ้าต้นกล้าที่โรงพยาบาล แต่ไม่ทันจะไป เอกรินทร์มาขอคุยกับแพรวสักครู่ ทั้งที่รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาเหมาะสมนัก

แพรวไม่ว่าอะไร เพราะเธอเองก็มีเรื่องอยากบอกเขาเหมือนกัน แต่เธอไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เอกรินทร์จึงขอเป็นฝ่ายพูดก่อน

“น้องแพรวจำได้ไหมครับว่าพี่เคยบอกอะไรกับน้องแพรว...พี่ยอมรับการตัดสินใจของน้องแพรวนะครับ ถ้ามันเป็นสิ่งที่น้องแพรวเลือกจากหัวใจของน้องแพรวจริงๆ น้องแพรวไม่ต้องพูดมันออกมาก็ได้ พี่ขอแค่ให้น้องแพรวมีความสุขก็พอ”

“ขอบคุณมากนะคะพี่เอก สักวันแพรวขอให้พี่เอกได้เจอกับเจ้าของจริงๆของแหวนวงนี้ ขอโทษและขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมานะคะ”

แพรวถอดแหวนคืนเอกรินทร์ และตอบรับด้วยความยินดีเมื่อเอกรินทร์ถามว่าเรายังเป็นพี่น้องเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม


“ค่ะพี่เอก เรายังเป็นพี่น้องเป็นเพื่อนกันค่ะ”

ส่วนกับภีรชาแพรวก็มีโอกาสได้พูดเปิดอกกับเธอเรื่องต้นกล้า ภีรชาเข้าใจและยอมรับความจริงทั้งที่เสียใจไม่น้อย แต่เธอยังคงเป็นน้องสาวที่น่ารักของต้นกล้าและเป็นเพื่อนที่ดีของแพรวตลอดไป

ooooooo

ทีมฉลามวาฬได้ข้อมูลว่าตำรวจออกหมายจับจ่ายศแล้วหลังจากพบคลิปเขาทำร้ายเด็กวัยรุ่นที่แพรวใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายไว้ได้ซึ่งมันถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ

จ่ายศร้อนใจรีบมาขอความช่วยเหลือจากเสี่ยทับ แต่กลับโดนฐาปนิสรด่ายับ ก่อนที่เสี่ยทับจะยิงเขาทิ้งอย่างโหดเหี้ยม เพราะไม่พอใจที่จ่ายศพูดข่มขู่ว่าถ้าไม่ช่วยตน เสี่ยต้องเดือดร้อนด้วยเหมือนกัน...

ต้นกล้าพ้นขีดอันตรายแต่อีกข้ามคืนถึงฟื้นขึ้นมาและพบว่าแพรวคือคนแรกที่เห็น แพรวพูดได้เต็มปากไม่กระดากเหมือนเมื่อก่อนว่าเธอรักเขามากและเราจะไม่จากกันอีกแล้ว

ถัดมาเกือบสัปดาห์กว่าต้นกล้าจะได้ออกจากโรงพยาบาล แพรวทำหน้าที่พยาบาลพิเศษดูแลเขาอย่างใกล้ชิดทั้งกลางวันกลางคืน นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งคู่อย่างไม่เคยมีมาก่อน

แพรวมาอยู่บ้านเดียวกับต้นกล้าแต่นอนกันคนละห้อง แต่แล้วคืนหนึ่งหลังจากส่งเขาเข้านอนเรียบร้อยแล้ว แพรวตื่นมากลางดึกและแวะมาดูเขาในห้อง ปรากฏว่าบนเตียงว่างเปล่า เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

ที่แท้ต้นกล้าแอบออกไปพบศุภโชคตามนัด ที่ผ่านมาศุภโชคไม่ได้ทรยศต่อเพื่อนทุกคนและประเทศชาติ แต่มันคือการซ้อนแผนของต้นกล้าที่ต้องการให้เขาเข้าไปล้วงข้อมูลธุรกิจผิดกฎหมายของเสี่ยทับเพื่อเล่นงานให้อยู่หมัด

ศุภโชคเคยตัดสินใจผิดที่เป็นห่วงพ่อถึงขนาดยอมเป็นหนอนบ่อนไส้ภายในกองทัพให้เสี่ยทับ แต่หลังจากเขาโดนต้นกล้าจับได้และพูดปรับทุกข์เรื่องพ่อ ต้นกล้าจึงวางแผนอันแยบยลนั้นขึ้นมา

ที่สำคัญเวลานี้ศุภโชครู้แล้วด้วยว่าแหล่งผลิตยาเสพติดของเสี่ยทับอยู่ที่ไหน จึงมาส่งข่าวต้นกล้าเพื่อรอเวลาบุกทลาย

เมื่อต้นกล้ากลับเข้าบ้านเจอแพรวนั่งหน้างอรอคอยอย่างกระวนกระวาย เขาจำต้องโกหกว่านอนไม่หลับเลยออกไปเดินเล่น ไม่นึกว่าจะทำให้เธอเป็นห่วง

“จะไม่ห่วงได้ไงคะ อยู่ๆหายไปไม่บอกสักคำ แพรวใจหายหมดเลย”

“พี่คิดว่าน้องแพรวหลับไปแล้ว ขอโทษนะครับ ตกใจมากมั้ย มาให้พี่ปลอบนะ”

เขาทำท่าจะกอด แต่แพรวผลักออกอย่างงอนๆ

“ไม่ต้องเลยค่ะ ทำความผิดแล้วยังจะฉวยโอกาสอีก” พูดแล้วแพรวผละไปหยิบหมอนกับผ้าห่มออกมานอนหน้าห้องต้นกล้าเพื่อความสบายใจ ป้องกันไม่ให้เขาหนีไปไหนอีก “พี่ต้นกล้าจะว่าแพรวงี่เง่าก็ได้ แต่แพรวตกใจมากจริงๆ และแพรวก็ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ถ้าอยู่ๆ แพรวหายไปบ้างพี่ต้นกล้าจะรู้สึกยังไงคะ รู้ไหมคะว่าแพรวกลัวไปหมด ทำอะไรช่วยนึกถึงหัวใจแพรวบ้างได้ไหมคะ”

“พี่ขอโทษครับ พี่ไม่ทันคิดจริงๆ ต่อไปพี่จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ทีหลังก่อนพี่จะไปไหนพี่จะบอกน้องแพรวทุกครั้งนะครับ”

“สัญญานะคะพี่ต้นกล้า ถ้าพี่ต้องออกไปเพราะ เรื่องงาน และมันเป็นความลับ ไม่ต้องบอกรายละเอียด แพรวก็ได้ ขอแค่อย่าให้แพรวตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอพี่แบบนี้อีกนะคะ”

“ครับ...สัญญาครับ”

ต้นกล้าทำตามคำสัญญาในเช้าวันถัดมา เขามารายงานตัวต่อแพรวอย่างอารมณ์ดี

“เรียนท่าน ผบ.ทบ. วันนี้ผมเรือเอกจิรวัติจะกลับไปทำงานตามปกติแล้วนะครับพ้ม”

“นี่พี่ต้นกล้าประชดแพรวเหรอ ผบ.ทบ.อะไรกันคะ”

“ผู้บังคับบัญชาที่บ้านไง”

แพรวหัวเราะขำกับคำพูดตลกหน้าตายของต้นกล้า แล้วพูดเป็นจริงเป็นจังว่าเขายังไม่หายดีทำไมต้องรีบไปทำงาน

“พี่ทำงานไหวแล้วครับ สัญญาว่าจะดูแลตัวเอง น้องแพรวไม่ต้องเป็นห่วง”

“ก็ได้ค่ะ”

“ต้องอย่างนี้สิ สมกับเป็นแฟนทหาร ขอบคุณนะครับ”

“งั้นกลางวันแพรวขอไปช่วยงานหนึ่งตามเดิมนะคะ เย็นๆเราค่อยเจอกัน”

ต้นกล้าตกลงตามนั้น...สองคนยิ้มให้กันด้วยความรักและเข้าใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement