ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 7


5 ก.ย. 2560 07:07
727,632 ครั้ง

ละคร นิยาย ราชนาวีที่รัก

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

ราชนาวีที่รัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

เฟื่องนคร

บทโทรทัศน์โดย:

ลูกทะเล

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อรรคพันธ์ นะมาตร์, แซมมี่ เคาวเวลล์

แพรวกลับมาหาแม่ที่นครสวรรค์โดยไม่รู้ว่าวันเดียวกันต้นกล้าก็กลับมาทำบุญครบรอบวันตายของพี่ชาย

สองครอบครัวอยู่ละแวกเดียวกัน แต่แม่ของทั้งคู่เป็นศัตรูกันตั้งแต่ต้นกล้ากับแพรวยังไม่เกิด จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะญาติดีกันด้วย

เมื่อแพรวกลับมาเพราะเป็นห่วงแม่ แต่วันเพ็ญยังเคืองลูกไม่หายที่ขัดคำสั่งและเห็นต้นกล้าดีกว่าตน แพรวคร้านจะเถียงให้แม่ไม่สบายใจจึงเดินหนีไปบ่นกับพี่ชายและพี่สะใภ้ ก่อนจะนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของจิรพันธ์พี่ชายของต้นกล้า

แพรวมาไหว้อัฐิจิรพันธ์ที่วัดและพูดระบายความในใจที่มีต่อต้นกล้า โดยไม่รู้ว่าเจ้าตัวยืนฟังอยู่ใกล้ๆกระทั่งเธอจะกลับแล้วหันมาเห็นก็ชะงักทำหน้าไม่ถูก

ต้นกล้าดีใจที่แพรวยังรู้สึกดีกับเขา จึงพยายามรื้อฟื้นความหลังที่เคยทำสิ่งดีๆร่วมกัน แรกๆแพรวเขินและเกร็ง แต่พอนานเข้าก็เพลิดเพลินและสนุกไปกับเขา

เฮียเพ้งพ่อของแพรวกลุ้มใจที่เห็นวันเพ็ญยังปั้นปึ่ง กับลูกสาว ขอให้เมียลดทิฐิลงบ้างเพื่อลูกของเรา วันเพ็ญกลับประกาศว่าตนไม่มีทางให้แพรวไปคว้าทหารจนๆอย่างต้นกล้า แต่ตนจะทำให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด

ว่าแล้ววันเพ็ญโทร.หาเอกรินทร์ทันที เป็นเวลาที่เอกรินทร์กำลังมุ่งหน้ามานครสวรรค์หลังรู้จากหนึ่งนาทีว่าแพรวกลับไปหาแม่

ต้นกล้าพาแพรวมาส่งบ้านแล้วเจอเอกรินทร์ที่เพิ่งมาถึง สองหนุ่มทักทายกันนิดหน่อยก่อนต้นกล้าจะขอตัว กลับไป ส่วนเอกรินทร์อยู่เป็นแขกของวันเพ็ญที่รอต้อนรับด้วยความเต็มใจ

วันเพ็ญรักและเอ็นดูเอกรินทร์มาก พูดจาทักทายและชื่นชมเขา แต่แอบจิกกัดแพรวเพราะยังงอนลูกอยู่ แพรวเหนื่อยใจกับแม่ ขอตัวไปอาบน้ำ ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสทองของวันเพ็ญที่อยากได้เอกรินทร์เป็นเขย เอ่ยปากอย่างไม่อ้อมค้อมว่าต้องการให้เขาหมั้นกับแพรว

เอกรินทร์ดีใจแต่ลึกๆก็ลำบากใจ เพราะไม่รู้ว่าแพรวรักเขาเหมือนที่เขารักเธอหรือเปล่า จึงยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธวันเพ็ญไป จนเมื่อตอนเขาจะกลับ แพรวเดินออกมาส่ง เขาพูดจากใจว่ารักและจริงจังกับเธอ แพรวรู้แกวว่าเขากำลังจะพูดอะไรต่อจึงพยายามหลีกเลี่ยง

“พี่เอกเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อม เป็นผู้ชายในฝันของสาวๆหลายคน ยังมีผู้หญิงอีกมากที่เหมาะสมกับพี่เอกมากกว่าแพรว”

“แต่ผู้หญิงพวกนั้น ไม่ใช่ผู้หญิงที่พี่รักนี่ครับ”

“แล้วพี่เอกรักแพรวตรงไหนคะ”

เอกรินทร์บอกว่ารักทุกอย่างที่เป็นแพรว โดยเฉพาะ จิตใจที่สวยงามมากกว่ารูปร่างหน้าตา แพรวฟังแล้วหนักใจมาก แต่ก็พูดตามตรงว่าตนเปิดใจรักใครไม่ได้อีกแล้ว

“พี่ไม่รู้ว่าน้องแพรวมีใครที่อยู่ในหัวใจ แต่พูดได้เต็มปากว่าพี่สามารถรักน้องแพรวไม่แพ้เขาคนนั้น ลองพิจารณาพี่ดูสักคนเถอะนะครับ อย่าเพิ่งใจร้ายกับพี่เลย”

เอกรินทร์เว้าวอนหน้าเศร้า แพรวลำบากใจถึงกับพูดไม่ออก

ooooooo

ตกกลางคืนต้นกล้านอนไม่หลับเพราะคิดมากที่เห็นเอกรินทร์ที่บ้านแพรว บุญเกิดเข้ามาคุยกับลูกชายหลายเรื่องก่อนจะลงท้ายด้วยเรื่องของแพรวซึ่งเขารู้ว่าลูกรักผู้หญิงคนนี้

“พ่อขอโทษที่พ่อเป็นต้นเหตุทำให้วันเพ็ญเกลียดแก ทำให้แกไม่สมหวังกับหนูแพรว”

“โธ่พ่อครับ ทำไมพ่อโทษตัวเองแบบนั้น ผมไม่เคยนึกว่าเป็นความผิดของพ่อเลยนะครับ”

“แต่ถ้าไม่ได้เป็นเพราะพ่อ แกกับหนูแพรวคงรักกันไปนานแล้ว”

“ถึงเราจะอยู่ด้วยกันในฐานะคนรักไม่ได้ แต่แค่ผมรู้ว่าน้องแพรวคิดไม่ต่างจากผม มันก็ทำให้ผมมีความสุขแล้วล่ะครับ...ดูอย่างพระจันทร์กับดาวสิครับพ่อ เขาเกิดมาคู่กัน แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นว่าจะต้องอยู่เคียงข้างกัน ขอแค่อยู่บนท้องฟ้าเดียวกันก็พอ”

บุญเกิดมองท้องฟ้าแล้วหันกลับมามองต้นกล้า เห็นความเศร้าผุดขึ้นมาในแววตาก็นึกสงสารลูกจับใจ

เช้าวันรุ่งขึ้นบุญเกิดตัดสินใจไปพบวันเพ็ญ ขอให้แยกแยะเรื่องของผู้ใหญ่อย่างเรากับเด็กออกจากกัน เพื่อ ให้แพรวกับต้นกล้าสมหวังในรัก แต่วันเพ็ญไม่ฟังแถมยังไล่ตะเพิดบุญเกิดอย่างเกลียดชัง

“กลับไปได้แล้ว และอย่ามาเหยียบที่นี่อีก ฉันไม่ต้อนรับ”

“แล้วฉันต้องทำยังไงเธอถึงจะหายเกลียดฉันได้ หรือว่าต้องให้ฉันขอโทษ ฉันขอโทษเธอก็ได้นะ ถ้าเธอต้องการ”

“มาขอโทษตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไร มันสายเกินไปแล้ว”

“มันไม่สายเกินไป ถ้าเธอเปิดใจ”

“ฉันจะให้โอกาสต้นกล้าก็ได้ แต่คุณต้องกราบฉัน ก้มลงกราบฉันตรงนี้...ทำได้รึเปล่า”

วันเพ็ญชี้เท้าตัวเอง บุญเกิดหน้าถอดสี แต่เพื่อความสุขของลูก คนเป็นพ่อไม่เกี่ยง แค่อยากรู้ว่าทำแล้ววันเพ็ญจะทำตามที่พูดหรือเปล่า

วันเพ็ญไม่ทันตอบ พงศ์พันธุ์วิ่งนำพ่อกับแพรวเข้ามาหลังจากโทร.ไปบอกต้นกล้าไว้แล้วว่าพ่อของเขามาที่บ้าน

“แม่...ทำไมแม่ให้คุณลุงทำแบบนี้”

“แกไม่ต้องยุ่ง! ยืนเฉยทำไม ทำสิ” วันเพ็ญตวาดแพรวและเร่งเร้าบุญเกิด

บุญเกิดย่อตัวลงคุกเข่า วันเพ็ญคาดไม่ถึงจะร้องห้าม ทันใดนั้นต้นกล้าพุ่งเข้ามาดึงแขนพ่อลุกขึ้น

“พ่อไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ เขาไม่เห็นว่าพ่อเป็นคนด้วยซ้ำ เขาถึงสั่งให้พ่อกราบเขา กลับบ้านเรากันเถอะครับพ่อ แล้วก็ไม่ต้องมาที่นี่อีก พ่อไม่จำเป็นต้องลดศักดิ์ศรีของตัวเองทำเพื่อผม”

ทุกสายตามองวันเพ็ญอย่างตำหนิ วันเพ็ญเมินหน้าไปทางอื่นทำเหมือนไม่สนใจ พอเห็นทั้งลูกผัวพากันส่ายหน้าก็เจื่อนไปเหมือนกัน แต่ยังถือดีถามเสียงแข็ง

“มองหน้าฉันทำไม หาว่าฉันผิดงั้นเหรอ”

“แม่ไม่ผิดหรอกครับ แม่ถูกเสมอไม่ว่าจะทำอะไร”

“ตาพงศ์! นี่แกประชดฉันเหรอ”

พงศ์พันธุ์ไม่ตอบแต่เดินหนี เฮียเพ้งส่ายหน้าแล้วเดินไปอีกคน วันเพ็ญอารมณ์เสียร้องถามไล่หลัง

“ส่ายหน้าแบบนั้น หมายความว่ายังไง”

เฮียเพ้งเดินลิ่วไม่หันกลับมา ทำให้วันเพ็ญฮึดฮัดขัดใจ พอเห็นแพรวขยับก็รีบถามว่าจะไปไหน?

“ไปขอโทษคุณลุงบุญเกิดแทนแม่น่ะสิคะ”

“ทำไมต้องไปขอโทษ”

“ก็เพราะว่าแม่ผิด และแพรวก็รู้ว่าแม่ไม่มีวันไปก้มหัวให้เขาแน่ ในฐานะที่แพรวเป็นลูก แพรวต้องไปทำแทนแม่ค่ะ”

“ถ้าเราทำแบบนั้น ก็เท่ากับว่าแม่ผิดจริงๆ”

“แม่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าความจริงมันคืออะไร ให้แพรวไปเถอะนะคะ แพรวไม่อยากได้ยินคนอื่นมาว่าว่าแม่แพรวเป็นคนไม่มีเหตุผล แพรวคงรับไม่ได้ เราควรทำทุกอย่างให้ถูกต้องนะคะแม่”

วันเพ็ญเงียบงัน สายตาอ่อนลง

ooooooo

สองพ่อลูกเดินกลับมาถึงหน้าบ้าน ต้นกล้าเซ้าซี้จะเอาคำตอบจากบุญเกิดให้ได้ว่าไปหาแม่ของแพรวทำไม

“ปัญหามันเกิดจากพ่อ พ่อก็ควรเป็นคนแก้ไม่ใช่เหรอ”

“พ่อครับ...”

“แกไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว อ้อ...แล้วเรื่องนี้ก็อย่า บอกแม่แกเด็ดขาด”

“ไม่ให้บอกฉันเรื่องอะไร” เสียงจุกดังขึ้นจนสองพ่อลูกสะดุ้งโหยงหน้าซีดเผือด “ฉันถาม...ทำไมไม่ตอบ”

สองพ่อลูกโดนคาดคั้นอย่างหนัก ในที่สุดก็ต้องพูดความจริงออกมา เท่านั้นเองจุกโมโหโกรธาแผดเสียงใส่บุญเกิดดังลั่น

“แกแอบไปหานังแฟนเก่ามา...”

“ใจเย็นก่อนครับแม่ ที่พ่อทำไปเพราะพ่อหวังดีกับผม”

“หวังดีบ้าบออะไร ยังไงแม่ก็ไม่มีวันอนุญาตให้แกกับนังเด็กนั่นคบกันอยู่แล้ว แล้วแกก็ยังโง่ไปขอร้องนังวันเพ็ญมันอีก รู้ก็รู้ว่านังเนี่ยมันเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นแค่ไหน แม่จะไปเอาเรื่องมัน”

จุกเดินจ้ำออกไปทันที แต่แล้วเห็นแพรวเดินเข้ามาก็ชะงัก ถามเสียงแข็งว่ามาทำไม?

“แพรวจะมาขอโทษคุณลุงแทนคุณแม่ค่ะ”

“ฉันไม่รับ ถ้าอยากให้ฉันไม่เอาเรื่อง ก็บอกให้นังวันเพ็ญมันมาขอโทษด้วยตัวเอง”

แพรวหน้าเสีย ต้นกล้ารีบเข้ามาไกล่เกลี่ยขอร้องแม่ใจเย็น อย่าทำให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ ส่วนแพรวก็ควรกลับไปก่อน แต่หญิงสาวสวนทันควันว่าไม่กลับ จุกถึงกับเดือดปุดหันไปคว้าขันตักน้ำในตุ่มสาดใส่ผู้มาเยือน

เมื่อต้นกล้าปกป้องแพรว จุกยิ่งไม่พอใจ ตักน้ำอีกขันสาดแพรวที่ยังไม่ขยับ แล้วยังจะทำแบบนี้อีก แต่แพรวไม่รอให้ถูกกระทำ แย่งขันจากมือจุกมาตักน้ำสาดตัวเองขันแล้วขันเล่า

“แพรวจะสาดน้ำไปเรื่อยๆจนกว่าคุณป้าจะอภัยให้แม่ของแพรวค่ะ”

บุญเกิดห่วงแพรวจะเป็นปอดบวมตาย แต่จุกไม่สนใจ สะบัดหน้าเดินหนีเมื่อลูกชายแย่งขันไปจากมือแพรว

“รีบพาหนูแพรวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะไม่สบาย ส่วนเรื่องแม่...พ่อจะจัดการเอง” พูดจบบุญเกิดก้าวตามเมียเข้าไปในบ้าน

ต้นกล้าพาแพรวมาเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องของเขา เลือกเสื้อยืดกับกางเกงเลให้เธอ ส่วนเสื้อผ้าชุดเดิมเอาไปตากแดด แพรวอยู่ในห้องคนเดียวเห็นหนังสือนิยายของตนวางบนโต๊ะ นึกไม่ถึงว่าเขาจะอ่าน แล้วยังมีการ์ดอวยพรวันเกิดเมื่อหลายปีก่อนของเธอที่เขายังเก็บมันไว้อยู่

แต่งตัวเสร็จแพรวออกมาพบต้นกล้าหน้าห้อง แต่แล้วสองคนหน้าเจื่อนไปด้วยกันเมื่อจุกกับบุญเกิดเดินมาเห็น ต้นกล้ารีบออกตัวกลัวแม่จะตำหนิแพรวที่เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องของเขา แต่ผิดคาด! จุกเดินผ่านไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

แพรวเตรียมตัวจะกลับ พลันทุกคนได้ยินเสียงจุกร้องลั่นเพราะลื่นล้มจนเจ็บสะโพก แต่จุกยังกระเย่อกระแย่งไปดำนาที่ทำค้างไว้ บุญเกิดห้ามก็ไม่ฟัง

ต้นกล้าให้แพรวกลับบ้านเองเพราะเขาจะช่วยแม่ทำงาน แต่แพรวไม่กลับ ขอช่วยอีกแรงโดยให้ต้นกล้าสอนวิธีการดำนา จุกไม่ชอบใจบ่นกระปอดกระแปดก่อนเดินหนีไปนั่งพัก แล้วพูดกับบุญเกิดที่ชื่นชมแพรวมีความตั้งใจดีว่าสร้างภาพ

“แล้วทำไมเขาต้องมาสร้างภาพกับพวกเราด้วยล่ะ”

“มาถามฉัน แล้วฉันจะรู้มั้ย”

“แกกำลังอคติกับหนูแพรวเค้าเกินไป เลิกใช้ตามอง แล้วใช้ใจของแกมองเขาซะใหม่”

จุกมองไปที่แพรวอีกครั้ง เห็นปาดเหงื่อ หน้าเปื้อนโคลน แต่เธอยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ อคติในใจจุกเปลี่ยนไปทันที

เสร็จจากงานต้นกล้ากับแพรวล้างเนื้อตัวสะอาด บุญเกิดมาตามสองคนไปกินข้าว บอกว่าแม่ของต้นกล้าฝากชวนแพรวด้วย

หนุ่มสาวดีใจ โดยเฉพาะแพรวที่ไม่คิดว่าแม่ของต้นกล้าจะอ่อนลงได้ขนาดนี้ หลังอาหารมื้อพิเศษสองคนเก็บจานชามไปล้าง ต้นกล้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คิดว่าแม่ของตนเปิดใจให้แพรวแล้ว

“การที่แม่ไม่พูด แสดงว่าแม่โอเค เพราะถ้าแม่ไม่พอใจ แม่จะด่าทันที แบบนี้เรื่องของเราก็ไม่น่าจะยาก”

แพรวรู้แต่ทำเฉไฉถามว่า “เรื่องของเราอะไร”

“ยังไม่ยอมรับอีกว่าน้องแพรวชอบพี่...นั่นหน้าแดงแล้วด้วย”

แพรวเขินมากก้มหน้าก้มตาล้างจาน ต้นกล้าได้ใจแหย่อีก

“ไม่ใช่แค่หน้าที่แดง หูก็แดง”

แพรวเขินและอาย ทำฟองน้ำยาล้างกระเด็นเข้าตาต้นกล้าอย่างไม่ตั้งใจ คราวนี้สองคนเลยสนุกกันใหญ่ หยอกกันไปเย้ากันมาแล้วประสานเสียงหัวเราะดังไปถึงหน้าบ้าน

“แม่ได้ยินเสียงไอ้ต้นกล้าหัวเราะมั้ย ไม่มีเสียงหัวเราะในบ้านเรานานแล้ว แม่ว่ามั้ย”

จุกไม่ตอบ แต่มีรอยยิ้มบางๆ คล้อยตามคำพูดของบุญเกิด

เสร็จสิ้นภารกิจทุกอย่างและเสื้อผ้าแพรวที่ตากไว้แห้งพอดี แพรวจะกลับบ้าน ส่วนต้นกล้าเตรียมตัวกลับสัตหีบเย็นนี้ ใจจริงเขาอยากให้เธอกลับพร้อมกัน แต่แพรวต้องไปบอกแม่ก่อน ต้นกล้าจึงรอเธอโทร.กลับมา

แพรวถึงบ้านรู้จากพงศ์พันธุ์ว่าแม่เก็บตัวเงียบในห้องตั้งแต่เธอไปบ้านต้นกล้า รู้ทันทีว่าแม่ยังไม่หายโกรธ จึงไปง้อขอคืนดีเพราะอยากเห็นรอยยิ้มของแม่

วันเพ็ญเลิกเล่นตัว บอกว่าแม่ไม่ได้อยากทะเลาะกับลูก แต่ยังไม่ยอมเกี่ยวก้อยคืนดี

“ถ้าอยากให้แม่หายโกรธ มันไม่ยาก แค่แพรวยอมหมั้นกับตาเอก แม่จะได้สบายใจว่าไอ้ต้นกล้ามันจะไม่มายุ่งกับแพรวอีก”

“แม่คะ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับแพรวนะคะ แล้วอีกอย่างแพรวยังไม่มีกะใจจะคิดเรื่องอะไรแบบนี้ ตราบใดที่เรายังไม่เจอตัวพัส”

“แพรวพูดอย่างกับว่าแม่ลืมเรื่องพัสไปแล้ว แม่น่ะคิดถึงพัสอยู่ตลอด เป็นห่วงจนบางคืนก็นอนไม่หลับ แม่อยากมีเรื่องที่ทำให้แม่สบายใจบ้าง เราจะทำให้แม่ไม่ได้เชียวเหรอ”

ฟังแม่แล้วแพรวสะอึกอึ้งไปเลย...หลังจากนั้นเธอโทร.บอกต้นกล้าว่ายังกลับด้วยไม่ได้ ชายหนุ่มเข้าใจ ขอกลับก่อนแล้วค่อยเจอกันที่สัตหีบ

ooooooo

เสี่ยทับนัดส่งของผิดกฎหมายลอตใหญ่ในคืนนี้โดยให้ศุภโชคเป็นคนคุม ทำให้จ่ายศไม่พอใจคิดวางแผนเล่นงานศุภโชคให้กระอักและพ้นจากการเป็นลูกรักของเสี่ย ด้วยการแอบส่งข้อความแจ้งข่าวเข้าโทรศัพท์มือถือต้นกล้าโดยใช้นามแฝงปกปิดตัวเอง

แต่ศุภโชคระมัดระวังตัวอยู่แล้ว เขาไม่ไว้ใจจ่ายศ จึงเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันในขณะนำของไปส่งลูกค้า ทำให้แผนของจ่ายศล้มเหลว แถมยังต้องมาฟังเสี่ยทับชื่นชมผลงานของศุภโชคให้เจ็บใจยิ่งขึ้นไปอีก

ศุภโชคสั่งลูกน้องไปส่งของสำเร็จ ส่วนตัวเองนั่งรถผ่านเส้นทางเดิมเพื่อพิสูจน์ลางสังหรณ์ แล้วก็เห็นจะจะว่ามีทหารดักจับ นำโดยต้นกล้าและลูกทีมฉลามวาฬ

แต่ทีมฉลามวาฬค้นรถไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ต้นกล้าคาดคั้นศุภโชคว่าเอาของกลางไปไว้ไหน

“ของกลางอะไรครับ”

“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ ฉันรู้ว่าแกกำลังทำอะไรอยู่”

“ทำพลาดแล้วก็อย่าตีโพยตีพายโทษคนอื่นสิครับผู้กอง ว่าแต่ฝีมือผู้กองตกไปเยอะเลยนะ ตั้งแต่ไม่มีผมอยู่ในทีม”

พวกฉลามวาฬโกรธมากจะเอาเรื่องศุภโชคให้ได้ ตราหน้าเขาว่าไอ้คนทรยศ!

“ฉันไม่สนหรอกว่าใครจะมองฉันยังไง ฉันอยู่ตรงนี้ฉันมีความสุขดี มีเงินเหลือกินเหลือใช้มากกว่าเงินเดือนทหารกระจอกๆหลายเท่า”

สมคิดโกรธจัดยกปืนขึ้นเล็งใส่ศุภโชค ต้นกล้ารีบห้าม แต่ไม่ล้มเลิกที่จะจับศุภโชค

“ฉันขอจับแก”

“จับผมในข้อหาอะไรไม่ทราบผู้กอง”

“แกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจจะมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ในครอบครอง”

ศุภโชคไม่ยอมให้ต้นกล้าจับ ต่างเล็งปืนใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ลูกทีมฉลามวาฬเจ็บใจแต่อยู่ในท่าเตรียมพร้อมทุกคน

“วางปืน ยอมมอบตัวซะดีๆศุภโชค อย่าให้ฉันต้องลงมือ”

“ผู้กองนั่นแหละวางปืน ถ้าไม่อยากโดนสอบทาง วินัยขั้นร้ายแรง พวกผมขับรถกันมาดีๆ ไม่ได้ทำผิดกฎหมายสักข้อ ผู้กองจะมายัดข้อหาให้ผมไม่ได้...ไอ้สงสัยว่าจะมีสิ่งผิดกฎหมายในครอบครองน่ะมันอยู่ในกฎหมายข้อไหนหรือครับ”

“ไอ้โชค ฉันไม่คิดว่าแกจะเลวได้ขนาดนี้”

ศุภโชคยิ้มสะใจ ลดปืนลงก่อนแล้วท้าทาย “เอาสิ ใครอยากยิงก็ยิงเลย แต่เตรียมรับผลจากการกระทำของตัวเองไว้ด้วย”

พวกต้นกล้าไม่มีใครกล้ายิง ศุภโชคได้ใจยิ้มกวนประสาท ยั่วยุให้อีกฝ่ายยั้งอารมณ์ไม่อยู่

“ถ้าคิดไม่ออกว่าจะทำไงต่อ ก็แยกย้ายเถอะนี้เสียเวลา”

“ครั้งนี้ฉันจะปล่อยแกไป แต่จำเอาไว้ว่านับตั้งแต่วินาทีนี้ฉันจะจับตาดูแกทุกฝีก้าว ระวังตัวเอาไว้ให้ดี อย่าได้ก้าวพลาดเด็ดขาด เพราะถ้าแกล้มเมื่อไหร่ แกก็น่าจะรู้ว่าคนอย่างฉันยิงปืนแม่นแค่ไหน”

ศุภโชคแอบกลืนน้ำลายอย่างหวั่นหวาด เมื่อเขากลับไปเล่าให้เสี่ยทับกับลูกสาวฟังก็ได้รับคำชมไม่หยุดปาก แถมเช็คให้อีกหนึ่งฉบับเป็นรางวัล และจัดลูกทีมให้ด้วยอีกสิบคน

จ่ายศซึ่งกลายเป็นหมาหัวเน่า ไม่ได้รับคำชมแถมยังโดนฐาปนิสรด่าเละเทะ ยิ่งอาฆาตศุภโชคจนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เดินตามมาหาเรื่องเขาทันทีที่พ้นจากห้องเสี่ย

“วันนี้แกแค่โชคดี แต่อย่าลำพองให้มากนัก”

“แทนที่จะหาเรื่องผม จ่าเอาเวลาไปพัฒนาตัวเองจะดีกว่า...ผมไม่มีปัญหาอะไรกับจ่านะ เราสองคนต่างก็ทำงานให้เสี่ย จ่าสนแค่หน้าที่ของจ่าเถอะ”

“คงนึกว่าข่มฉันได้สินะ มันจะเป็นแบบนี้อีกไม่นานหรอก สักวันฉันจะโค่นแกลงให้ได้”

“อย่าเสียเวลาเลย จ่ารู้ไหม หมาที่ดีแต่เห่า มันไม่น่ากลัวหรอก เพราะมันอาจจะกัดไม่เป็น”

“ไอ้โชค!!”

“ถ้าจะตกกระป๋อง มันก็เป็นเพราะตัวจ่าเอง ไม่ใช่เพราะผม” ศุภโชคยิ้มกวน เดินออกไปอย่างไม่ใส่ใจ

จ่ายศแค้นใจแต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากกล่าวคำ อาฆาตว่าสักวันตนจะทำให้ศุภโชคมาสยบแทบเท้าให้ได้

ooooooo

แพรวกลับมาสัตหีบทั้งที่ไม่สบายใจเรื่องแม่จะให้หมั้นกับเอกรินทร์ เธอทิ้งปัญหาไว้ให้พี่ชายช่วยแก้ แต่กลายเป็นพงศ์พันธุ์โดนแม่ด่าเละ

วันเพ็ญยืนกรานไม่อยากได้ลูกศัตรูเป็นเขย

แต่อยากได้เอกรินทร์ที่หล่อรวยมาดูแลแพรว เจ๊ญากับหนึ่งนาทีรู้ปัญหาของแพรวต่างพากันเป็นห่วง ส่วนต้นกล้าพอรู้จากมะเดี่ยวว่าเห็นแพรวที่บ้านพัก เขารีบมาพบเธอด้วยความคิดถึง แต่แพรวกลับหลบหน้าไป โดยให้เพื่อนโกหกว่าเธอยังไม่กลับมา

ต้นกล้าเกือบจะเชื่ออยู่แล้ว ถ้าไม่เหลือบเห็นถุงของฝากจากนครสวรรค์ เจ๊ญากับหนึ่งนาทีจำต้องพูดความจริงว่าแพรวกำลังเจอปัญหาหนักมาก ให้เขาไปถามกันเอาเอง

แพรวตกใจกับเสียงเรียกของต้นกล้าที่เดินเข้ามาข้างหลัง สงสัยว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่นี่ หรือว่ามีใครบอก

“ไม่มีใครบอกพี่ แต่พี่รู้ว่าน้องแพรวน่าจะมาหลบอยู่ที่ไหน และพี่ก็รู้จักทุกซอกทุกมุมของกองเรือดีที่สุด มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมน้องแพรวต้องหลบหน้าพี่ด้วย น้องแพรวเป็นอะไร วันก่อนเรายังคุยกันดีๆ”

“นั่นมันเรื่องของวันก่อน ตอนนี้เราคงต้องกลับสู่โลกของความจริงกันแล้ว”

“พี่นึกว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว พี่รักน้องแพรว และน้องแพรวก็รักพี่ไม่ใช่หรือ มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ น้องแพรวมีปัญหาอะไร...บอกพี่มาสิครับ”

“ฉันขอโทษ แต่อย่าเพิ่งให้ฉันพูดอะไรตอนนี้เลย ฉันไม่ไหว”

“น้าวันเพ็ญพูดอะไรอีกหรือครับ น้องแพรวไม่ได้ตัวคนเดียวสักหน่อย มีอะไรก็ให้พี่ช่วยคิดสิครับ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันไม่อยากให้ปัญหามันเพิ่มขึ้น”

“ทำไม”

“เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ เราอย่าฝืนกันอีกเลย ฉันไม่อยากเป็นคนอกตัญญู ไม่ว่าจะยังไง แม่ฉันก็รับคุณไม่ได้”

“เรื่องนั้นพี่จะแก้ปัญหาเอง อย่าเพิ่งถอดใจสิครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ก็พร้อมสู้ไปกับน้องแพรวเสมอ”

“คุณไม่เข้าใจ มันไม่มีประโยชน์ เราหยุดแค่นี้ดีกว่าค่ะ คุณยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกตั้งเยอะ อย่าให้ฉันกลายเป็นปัญหาของคุณ และคุณก็ไม่ควรจะเป็นปัญหาของฉันเหมือนกัน”

“พี่ไม่เข้าใจ”

“ยิ่งพยายาม ทุกอย่างมันก็จะยิ่งแย่ คุณปล่อยฉันไปเถอะ”

“น้องแพรวเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตพี่ พี่จะไม่ปล่อยน้องแพรวไปง่ายๆ” ต้นกล้าดึงแพรวมากอด แพรวพยายามตัดปัญหาทั้งที่เจ็บปวดสะเทือนใจ

“แต่คุณต้องปล่อย ไม่งั้นชีวิตของเราจะยุ่งยากขึ้นเรื่อยๆ ความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน เชื่อฉันเถอะค่ะ”

แพรวปลดมือเขาออกจากตัวแล้วเดินกลั้นน้ำตาจากไป ทิ้งให้ต้นกล้ายืนงุนงงอยู่ตรงนั้น

ooooooo

วันเดียวกันนี้เสี่ยทับกับฐาปนิสรพาศุภโชคและสมุนกลุ่มหนึ่งนั่งรถเข้าไปในป่าลึกสถานที่ตั้งแคมป์แรงงานเถื่อน

เสี่ยคุยอวดว่าที่นี่ปลอดภัย ถึงจะเข้าออกได้หลายทาง แต่ทุกด้านเป็นป่าทึบ ขณะที่ฐาปนิสรชี้มือไปที่กลุ่มแรงงานเถื่อนหลายสิบคน บอกว่าพวกเขาเต็มใจมาอยู่กับเรา

ในขณะที่สองพ่อลูกมั่นใจว่าไม่มีใครเข้ามาเจอได้ง่ายๆ แต่ลูกน้องคนหนึ่งกลับวิ่งมารายงานว่าเห็นชายสองคนเหมือนทหาร ศุภโชคตกใจไม่น้อย บอกเสี่ยกับลูกสาวให้รีบกลับไปก่อน ทางนี้ตนจะจัดการเอง

อาวุธกับสมคิดลูกน้องของต้นกล้านั่นเอง สองคนสำรวจป่าและเผอิญเห็นบัตรของศุภโชคตกอยู่พร้อมกับมีรอยล้อรถขนาดใหญ่ จึงแกะรอยใกล้แคมป์เข้าไปทุกที แต่พอพวกเขาโทร.รายงานต้นกล้า กลับได้รับคำสั่งให้กลับออกมาโดยเร็ว

แต่เพราะความแค้นที่มีต่อศุภโชคทำให้อาวุธกับสมคิดขัดคำสั่งต้นกล้ามุ่งหน้าไปยังแคมป์เพื่อจับให้มั่นคั้นให้ตาย

ศุภโชคไม่ยอมง่ายๆแน่ เขากับสมุนพยายามเล่นงานสองทหารเรือ แต่ระหว่างนี้ต้นกล้ากับลูกทีมพากันมาช่วยอาวุธกับสมคิดทันท่วงที

สองฝ่ายต่อสู้กันอยู่พักใหญ่ก่อนที่ศุภโชคจะใช้มีดปาดท้องต้นกล้าในขณะที่ต่อสู้กันด้วยมือเปล่าแล้วถีบเขากลิ้งลงเนินไปนอนแน่นิ่ง ก่อนที่ตัวเองจะหลบหนีลอยนวลไป

ทีมฉลามวาฬรีบพาต้นกล้าส่งโรงพยาบาลให้หมอภีรชารักษา อาวุธกับสมคิดรู้สึกผิดที่ขัดคำสั่งหัวหน้าจนเกิดเรื่อง แต่ต้นกล้าไม่ถือโทษ บอกกับลูกทีมทุกคน หลังจากหมอทำแผลเสร็จแล้วว่า

“พวกนายต้องใจเย็นกว่านี้ เรื่องที่อาวุธกับสมคิดขัดคำสั่งฉัน ขอให้รู้กันแค่ในทีม ฉันไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ อย่าขัดคำสั่งของฉันอีก เข้าใจไหม”

อาวุธกับสมคิดรับคำโดยดี ส่วนภีรชาขอให้ต้นกล้านอนโรงพยาบาลสักคืน ถึงแผลจะไม่ลึกแต่เธอกลัวติดเชื้อ...คราวนี้ต้นกล้าไม่บิดพลิ้ว เพื่อความสบายใจของหมอคนสวยจึงตกลงตามนั้น

ฐาปนิสรรู้เรื่องต้นกล้าบาดเจ็บในเช้าวันถัดมา เธอโกรธจัดเกรี้ยวกราดด่าทอก่อนตบหน้าศุภโชค จนเสี่ยทับทนไม่ไหว ตวาดให้เลิกบ้าเสียที เพราะต้นกล้าเป็นศัตรูของพ่อ

“แต่เขาไม่ใช่ศัตรูของสร สรช่วยงานพ่อทุกอย่าง พ่อให้สรทำอะไรสรก็ทำ แต่พ่อห้ามแตะต้องเขา”

“ทำไมพ่อจะแตะมันไม่ได้ แกจะงมงายไปถึงไหนฮึ!”

“สรไม่ได้งมงาย สรรักเขา ถึงเราจะเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน สรก็รักเขา ถ้ามีใครทำอะไรต้นกล้าอีกล่ะก็ ฉันนี่แหละที่จะไม่เอามันไว้”

ฐาปนิสรกวาดตาไปยังสมุนทุกคนของพ่อแล้วผลุนผลันออกไป เสี่ยทับหงุดหงิดไม่พอใจ บอกศุภโชคว่าอย่าถือสาคำพูดลูกไม่รักดีของตนเลย

ออกจากบ้านอย่างอารมณ์เสีย ฐาปนิสรบ่ายหน้าไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมต้นกล้า แต่เจอภีรชาสกัดขัดขวางไม่ให้เยี่ยม

“กลับไปซะ เธอไม่มีสิทธิ์”

“แล้วเธอมีสิทธิ์อะไร”

“ฉันช่วยชีวิตเขา...ที่พี่ต้นกล้าเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอกับพ่อชั่วๆของเธอ ฉันรู้นะว่าเธอทำอะไร สักวันพี่ต้นกล้าจะจับเธอกับพ่อเข้าคุก”

“อย่ามาปากดี ฉันบอกให้หลีกไป”

ภีรชาไม่ขยับ ฐาปนิสรเดือดดาลทำท่าจะตบ แต่กลุ่มลูกน้องของต้นกล้าเดินผ่านมาเห็นเธอเลยชะงัก

“คุณหมอ...มีอะไรให้พวกผมช่วยไหมครับ”

“มีค่ะ ช่วยไล่ผู้หญิงคนนี้ไปไกลๆที”

“ถือว่ามีพวกเหรอ แกช่วยต้นกล้าแล้วไง ยังไงเขาก็ไม่มีวันรักแก”

ภีรชาสะอึก สมคิดกับอาวุธออกโรงปกป้องหมอคนสวยทันที

“อย่าพาลสิครับคุณสร และอย่าใช้กิริยาแบบนี้กับคุณหมอด้วย พวกเราไม่ใช่ลูกน้องของคุณนะครับ”

“ไปซะเถอะครับ พี่ต้นกล้าไม่อยากเห็นหน้าคุณหรอก คงไม่ต้องบอกนะว่าเพราะอะไร”

“อย่ามายุ่งกับพี่ต้นกล้าอีก เขาไม่มีวันยืนข้างเดียวกับโจรอย่างเธอ จำไว้”

ฐาปนิสรอึ้งไปอย่างเจ็บปวด เพราะที่ภีรชาพูดเป็นความจริงทุกอย่าง เธอสะบัดหน้าเดินออกไปหน้าโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกแย่มาก คำพูดเมื่อสักครู่ของภีรชายังก้องในหัวซ้ำแล้วซ้ำอีก...

เธอเดินออกมาริมถนน สองมือกำแน่นอัดอั้นตันใจ ทันใดรถเสี่ยทับแล่นเข้ามาจอดเทียบ ลูกน้องลงมาเปิดประตูให้ ฐาปนิสรมองพ่อแวบเดียวก่อนขึ้นไปนั่งในรถไม่ยอมพูดอะไรสักคำ เสี่ยทับสีหน้าโกรธขึ้งสำทับเสียงเข้ม

“อย่าทำลายศักดิ์ศรีของพ่อด้วยการไล่ตามผู้ชายที่ไม่เคยสนใจแก แถมยังเป็นศัตรูของเราอีก”

ฐาปนิสรนิ่งเงียบเจ็บปวดแทบจะร้องไห้ รู้แก่ใจ ว่าเรื่องของเธอกับต้นกล้าไม่มีวันเป็นไปได้อย่างแน่นอน

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement