วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 5


5 ก.ย. 2560 07:07
717,278 ครั้ง

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

ราชนาวีที่รัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

เฟื่องนคร

บทโทรทัศน์โดย:

ลูกทะเล

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อรรคพันธ์ นะมาตร์, แซมมี่ เคาวเวลล์

วันเพ็ญกับจุกด่าทอทะเลาะกันไม่หยุดจนผู้คนในฐานทัพเรือต่างพากันมามุงดู ต้นกล้ากับพงศ์พันธุ์อับอายเป็นที่สุด พยายามห้ามแต่ไม่สำเร็จ ซ้ำร้ายสองคุณแม่ยังทำท่าจะฟ้อนเล็บ ต้นกล้าเลยต้องทำขึงขังจะแจ้งตำรวจ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ราชการ ตนต้องทำตามระเบียบ

ปรากฏว่าสองคุณแม่ขาลุยหยุดกึก แยกย้ายกลับไปขึ้นรถตัวเอง หนึ่งนาทีกับเจ๊ญาตกอกตกใจอยู่ในกลุ่มไทยมุง พอเจ๊ญาไปถึงโรงพยาบาลก็เล่าให้แพรวฟังอย่างอิดหนาระอาใจ เส้นทางรักของแพรวกับตนกล้าเลือนรางริบหรี่เหลือเกิน

ด้านหนึ่งนาทีที่พาวันเพ็ญกับพงศ์พันธุ์มาที่บ้านพัก ก็โดนวันเพ็ญตำหนิว่าชวนแพรวมาทำงานที่นี่จนเจอกับต้นกล้า อยากให้ย้ายที่พักออกไปอยู่ที่อื่นโดยตนจะออกเงินให้เอง แต่หนึ่งนาทีแย้งว่าการอยู่ที่นี่สะดวกในการทำงานของตนและเบาะแสของพัสสน วันเพ็ญเลยนิ่งเงียบไป

ส่วนต้นกล้าพาพ่อกับแม่ไปกินอาหารทะเล จุกได้คิดหลังจากฟังบุญเกิดบ่นว่าเธอฉีกหน้าลูก ทำให้ลูกเสียหาย อับอายลูกน้องและเพื่อนร่วมงานที่มามุงดู จุกยอมขอโทษลูกชาย แต่เรื่องความแค้นกับวันเพ็ญ ยังไงจุกไม่มีวันเลิกรา

คืนนั้นเจ๊ญานอนเฝ้าแพรวที่โรงพยาบาล แพรวไม่สบายใจกับเหตุการณ์เมื่อเย็นที่รู้จากเจ๊ญา เธอนอนไม่หลับลุกจากเตียงผู้ป่วยออกไปยืนที่ระเบียงคุยโทรศัพท์กับต้นกล้า

เขาและเธอขอโทษกันไปมา ต่างกลุ้มใจเรื่องแม่ที่ไม่ยอมญาติดี แต่แพรวยังปากแข็งว่าไม่ได้ห่วงต้นกล้า แค่ไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ต้นกล้าสลดไปนิด บอกว่าแค่เธอไม่โกรธตนตามแม่ไปอีกคนตนก็ดีใจแล้ว...

รุ่งขึ้นวันเพ็ญไปเยี่ยมแพรวและได้ฟังภีรชาพูดถึงความดีงามของต้นกล้าที่มีต่อแพรวหลายอย่าง ทำให้วันเพ็ญตัดสินใจกลับมาคุยกับต้นกล้าในที่ทำงาน แต่อ้างกับทุกคนว่าจะไปซื้อของทำซุปบำรุงร่างกายให้แพรว

เมื่อได้ยินต้นกล้ายืนยันหนักแน่นว่ารักแพรวแล้วยังยินดีจะช่วยตามหาพัสสน วันเพ็ญพูดตรงๆว่าเรื่องที่ เขารักแพรว เราไม่มีทางเป็นครอบครัวเดียวกันได้เพราะตนไม่ชอบพ่อแม่ของเขา ส่วนเรื่องตามหาพัสสนเป็นเรื่องหน้าที่ที่เขาต้องทำ อย่าหวังว่าจะเอามาเป็นบุญคุณให้ตนใจอ่อน

“ผมไม่เคยหวังอะไรแบบนั้นครับ เรื่องที่ผมจะช่วยพัสและแรงงานทุกคนคือหน้าที่”

“งั้นก็ดี ฉันจะได้สบายใจขึ้น หวังว่านับจากวันนี้ไปเธอจะไม่มายุ่งกับยัยแพรวอีก”

“คุณน้ารังเกียจผมมากหรือครับ มีทางที่ผมจะเปลี่ยนใจคุณน้าได้ไหม”

“เธอคงเปลี่ยนพ่อแม่ของเธอไม่ได้ และที่สำคัญกว่านั้น เธอคงเปลี่ยนตัวเองไม่ได้”

ต้นกล้างุนงงว่าเปลี่ยนตัวเองคืออะไร วันเพ็ญ พูดโพล่งว่า ตนไม่ต้องการให้แพรวลงเอยกับทหาร เพราะ ตนมีลูกสาวคนเดียว อยากให้มีชีวิตที่ดีที่สุด ถ้าตนจะต้องฝากลูกไว้กับใครสักคนก็ต้องมั่นใจว่าเขาจะดูแลได้ดี

“ผมดูแลแพรวได้”

“เธอเป็นทหาร ชีวิตและหน้าที่ของเธอไม่ได้มีเพื่อครอบครัวไม่ใช่หรือ งานของเธออยู่บนความเสี่ยง ชีวิตเธอแขวนอยู่บนเส้นด้าย แล้วฉันจะวางใจให้เธอดูแลลูกฉันได้ยังไง ที่จริงเรื่องพ่อแม่เธอน่ะไม่เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเรื่องนี้... ฉันไม่อยากเห็นแพรวต้องเจ็บปวด เธอก็น่าจะรู้ดีแก่ใจ เพราะเธอก็เคยผ่านมันมาแล้ว...หวังว่าเธอจะเข้าใจ และไม่ทำให้ฉันหนักใจอีก ถ้าเธอรักแพรวจริง ก็ปล่อยแพรวไป อย่าเห็นแก่ตัว”

วันเพ็ญพูดจบก็ผละไป ทิ้งให้ต้นกล้ายืนอึ้ง หวนคิดถึงอดีตตอนพี่ชายซึ่งเป็นทหารเรือโดนระเบิดตายในหน้าที่ ทุกคนในครอบครัวเสียใจมาก แต่พี่ชายยังฝากความฝันของตนให้ต้นกล้าเป็นทหารเรือสืบต่อไป เพื่อประเทศชาติ เพื่อราชนาวี

เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้คนเป็นแม่หัวใจแตกสลาย พอวันนี้มาพักที่บ้านต้นกล้าแล้วเห็นรูปถ่ายลูกชายที่ตายจาก จุกทำใจไม่ได้ร้องไห้ออกมาอีก ต้นกล้ากลับมาเห็นน้ำตาแม่ก็สะเทือนใจ สัญญากับแม่และพ่อว่าตนจะระวังตัวให้ดีที่สุดในการทำหน้าที่ ตนต้องไม่ตาย

ในวันเดียวกันนี้แพรวออกจากโรงพยาบาลกลับมาบ้านพัก พงศ์พันธุ์ได้พูดคุยกับน้องสาวตามลำพัง ถามเรื่องพัสสนเผื่อตนจะช่วยอะไรได้บ้าง แพรวยืนยันว่าตนได้ข่าวพัสสนแล้วจริงๆ ไม่ได้โกหกแม่ แต่เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาถูกหลอกไปขายแรงงานบนเรือประมง ต้นกล้าเคยช่วยคนงานได้ชุดหนึ่งและหนึ่งในนั้นเคยเจอพัสสน เขาโทร.หาตนตามเบอร์ที่พัสสนให้ แต่ตนยังไม่ทันได้เจอตัว เขาก็ถูกฆ่าตายเสียก่อน

“นี่มันร้ายแรงกว่าที่พี่คิดไว้มาก”

“แพรวถึงบอกความจริงแม่ไม่ได้ไงคะ แม่ต้องช็อกแน่ๆ แพรวไม่อยากให้แม่เป็นอะไรไปอีกคน แค่ที่พัสติดยาจนหนีออกจากบ้านเพราะแพรว แพรวก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว”

วันเพ็ญยืนฟังอยู่หน้าห้อง ถ้วยซุปหลุดมือหล่นแตกกระจาย ช็อกกับเรื่องราวของลูกชายคนเล็ก

“แกว่ายังไงนะ พัสติดยา แล้วพัสก็หนีออกจากบ้านเพราะแก ทำไมแกถึงไม่บอกแม่ มันเกิดอะไรขึ้น”

“แม่ครับ ตั้งสติก่อนครับ ทำใจดีๆไว้”

“แกจะให้แม่ทำใจยังไง ตอนนี้น้องอยู่ที่ไหน แกพูดความจริงมานะ ตอนนี้พัสอยู่ที่ไหน” วันเพ็ญตวาดและเขย่าตัวแพรวที่เอาแต่ร้องไห้และขอโทษแม่ “ฉันไม่อยากได้ยินคำขอโทษจากแก ฉันอยากได้พัสคืน พัสอยู่ที่ไหน พูดความจริงกับฉัน”

“พัสถูกหลอกไปค้าแรงงานเถื่อน ทหารกำลังตามเรื่องนี้อยู่ พี่ต้นกล้ารับปากว่าจะช่วยพัสกลับมา...แม่คะ แพรวขอโทษ แพรวสัญญา ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน แพรวจะพาน้องกลับบ้านเราให้ได้ค่ะ”

วันเพ็ญสติหลุด ห่วงพัสสนมาก ร้องไห้คร่ำครวญจนเป็นลม พงศ์พันธุ์ปฐมพยาบาลและให้แม่กินยาคลายเครียด แล้วพรุ่งนี้จะพาแม่กลับบ้านแต่เช้า...

ooooooo

ต้นกล้าเก็บคำพูดของวันเพ็ญมาคิดจนเครียด เขาหาทางระบายทุกข์ด้วยการร่วมแข่งเวคบอร์ดกีฬาทางน้ำที่ตนถนัด

ขณะเดียวกันแพรวที่รับปากแม่ว่าจะพาพัสสนกลับบ้านให้ได้ก็คร่ำเคร่งกับการค้นหาข้อมูลเรื่องค้ามนุษย์ เสียจนเจ๊ญากับหนึ่งนาทีเป็นห่วง จึงชวนไปดูกีฬานี้เพื่อผ่อนคลายโดยไม่รู้ว่าต้นกล้าลงแข่ง ต่างจากภีรชาที่ตั้งใจมาเชียร์ต้นกล้าให้ได้รับชัยชนะ

แต่เพราะความไม่สบายใจเรื่องส่วนตัวทำให้ต้นกล้า ไม่มีสมาธิดีพอ เขาพลาดพลั้งได้รับบาดเจ็บจนหมดสติต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ฐาปนิสรรู้ข่าวจากเพื่อนก็จะรุดไปดูอาการ แต่เสี่ยทับไม่ยอมเพราะกำลังจะทำงานสำคัญด้วยกัน

เสี่ยทับกับฐาปนิสรเจรจาธุรกิจผิดกฎหมายกับลูกค้าชาวต่างชาติ โดยมีจ่ายศตามประกบจนรู้ว่าการเจรจา สำเร็จลุล่วงเพราะเสี่ยมีผู้ช่วยคนใหม่ จ่ายศกลัวตัวเองตกกระป๋องจึงพยายามตามสืบ แต่เสี่ยจับได้และเฉลยว่าผู้ช่วยคนใหม่ของตนคือศุภโชคลูกน้องของต้นกล้านั่นเอง

ศุภโชคไม่มีทางเลือกเพราะถูกเสี่ยทับบีบบังคับให้ใช้หนี้ของพ่อจำนวนมากด้วยกลโกง แถมเสี่ยยังจับพ่อของเขาไว้เป็นตัวประกัน ซึ่งเสี่ยทับมั่นใจมากว่าตราบใดที่ตนยังมีตัวประกัน ศุภโชคไม่กล้าหักหลังตนเด็ดขาด

ศุภโชคกดดันและคับแค้นเป็นที่สุด เขากลับเข้าที่พักในสภาพอ่อนล้าหมดแรง แต่พอรู้จากมะเดี่ยว ว่าต้นกล้าประสบอุบัติเหตุขณะแข่งกีฬา ศุภโชคตกใจรีบไปโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วงหัวหน้า

ทุกคนจับกลุ่มอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกระวน กระวาย แต่เมื่อหมอแจ้งว่าคนเจ็บฟื้นและปลอดภัย ทุกคน ต่างโล่งใจ เข้ามารุมล้อมต้นกล้าและซักถามอาการ ต้นกล้า บอกตนไม่เป็นไร ขอโทษที่ทำให้ตกใจกันไปหมด

หนุ่มๆลูกน้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้กองตายยาก ต้นกล้ายิ้มรับและว่าหากจะตายตนต้องตายในหน้าที่เท่านั้น แพรวได้ยินถึงกับหน้าถอดสี ขณะที่ภีรชาติงต้นกล้า ว่าไม่ควรพูดแบบนั้น รอผลตรวจละเอียดอีกทีค่อยกลับ

“ไม่จำเป็นหรอกครับน้องภีร์ พี่ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ กลับเลยดีกว่า”

ต้นกล้าก้าวลงจากเตียงเดินออกไป โดยไม่แม้แต่จะมองหน้าแพรว...หนึ่งนาทีกับเจ๊ญารับรู้ได้ถึงความผิดปกติทันที ภีรชาเรียกต้นกล้าไม่ยอมให้กลับ แต่เขาเดินลิ่วไม่ฟัง แพรวจะก้าวตามแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินภีรชาอาสาไปตามเอง

ภีรชาตามมาทันต้นกล้า ขอร้องเขาอย่าทำให้ตนเป็นห่วง ช่วยอยู่รอฟังผลตรวจก่อนได้ไหม ต้นกล้า อึกอักเพราะเห็นหญิงสาวจะร้องไห้ เข้ามาแตะไหล่เธอ และเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า

“น้องภีร์ครับ พี่ไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ พี่รู้ตัว ให้พี่กลับเถอะ”

“ทำไมพี่ถึงได้ดื้อแบบนี้”

“ถ้าไม่ดื้อ ก็ไม่ใช่พี่ต้นกล้าน่ะสิ...ไม่เอาน่า เป็นถึงคุณหมอแต่ยังไม่หายขี้แยอีก ขอบคุณที่เป็นห่วงพี่ ถ้าหากพี่รู้สึกไม่ดี พี่จะโทร.บอกน้องภีร์เป็นคนแรก ตกลงมั้ย”

“สัญญาแล้วนะคะ”

ต้นกล้าพยักหน้า จับศีรษะภีรชาด้วยความเอ็นดู แพรวยืนมองภาพนั้นด้วยความช้ำใจ หนึ่งนาทีกับเจ๊ญาเห็นแล้วห่อเหี่ยวเห็นใจและสงสารแพรว ครั้นพากันกลับมาถึงบ้านพักเห็นแพรวเดินหน้าเศร้าเข้าห้องนอน เจ๊ญา บ่นกับหนึ่งนาทีว่า

“ฉันสงสารแพรวจัง ทั้งๆที่รักกันแต่กลับอยู่ด้วยกันไม่ได้”

“เขาถึงบอกไงว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ และตอนนี้ไอ้แพรวมันก็คงจะทุกข์ใจมาก”

แล้วทั้งสองคนก็ถอนใจออกมาพร้อมกัน

ooooooo

แพรวระทมทุกข์จริงอย่างที่เพื่อนสองคนคาดเดา ไม่รู้จะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไรดี นอนซบหน้ากับหมอนร้องไห้เพื่อไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมา บอกตัวเองว่าต้องตัดใจจากเขาให้ได้...

เมื่อเจอต้นกล้าในเช้าวันถัดมา แพรวพยายามหลีกเลี่ยงไม่พูดคุย แต่ต้นกล้าดักหน้าและยื่นเหรียญพระ คืนให้

“ผมกำลังคิดว่าจะไปหาคุณอยู่พอดี ผมเอามาคืน”

“ทำไม?”

“คุณควรจะเอาเหรียญนี้ไปให้คนที่คู่ควรกับคุณ คนที่จะดูแลคุณได้เป็นอย่างดี คนที่จะทำให้คุณมีความสุข ซึ่งผมไม่ใช่คนคนนั้น”

“คนอย่างฉัน ถ้าให้อะไรใครแล้วจะไม่มีวันเอาคืน คุณเก็บไว้เถอะ หรือถ้าไม่ต้องการจะเอาไปให้ใครก็ได้ เท่านี้ใช่ไหมที่จะพูด ฉันจะได้ไป...ลาก่อนนะคะผู้กองจิรวัติ หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีก”

แพรวหันหลังเดินจากไปทั้งน้ำตา ต้นกล้ารู้สึกใจหาย ก้มมองเหรียญพระในมือและกำไว้แน่น พลันเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขารับสายแล้วพูดร้อนรนว่าจะเข้าไปเดี๋ยวนี้!

ต้นกล้าเข้ามาในห้องทำงานที่ลูกทีมฉลามวาฬทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ศุภโชครายงานว่า

“หน่วยข่าวกรองรายงานมาว่ากำลังจะมีการขนยาเสพติดลอตใหญ่ครับ”

“พิกัดอยู่ที่ไหน”

“โกดังร้างริมทะเลครับ”

“หน่วยฉลามวาฬทุกคนเตรียมตัว งานนี้เราจะพลาดไม่ได้”

ทุกคนรับคำเป็นเสียงเดียวกัน ยกเว้นศุภโชคที่สีหน้าวิตกกังวล พอคนอื่นๆเตรียมพร้อมไปขึ้นรถ ศุภโชค กลับหลบมุมส่งข้อความหาใครบางคน ต้นกล้ากวาดตารู้ว่าลูกน้องไม่ครบทีม จึงเดินย้อนกลับมาถามศุภโชคว่า ทำอะไรอยู่

ศุภโชคตกใจแต่ตั้งสติได้เร็ว โกหกว่าพ่อตนโทร.มา

“ไปได้แล้ว” ต้นกล้าพูดจบก็เดินนำไป ศุภโชค ก้าวตามด้วยสีหน้าท่าทางหวาดหวั่น

เมื่อไปถึงจุดหมาย ต้นกล้าสั่งลูกทีมกระจายกำลังกันล้อมจับคนร้ายค้ายาเสพติด แต่กลายเป็นว่าทุกคนบุกเข้ามาในโกดังร้างกลับพบแต่ความว่างเปล่า!

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้นเสี่ยทับนั่งหัวเราะชอบใจอยู่ที่แพปลาเมื่อจ่ายศกลับมาบอกว่าส่งยาให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว

“ฮ่าๆๆ มันสะใจ สะใจจริงเว้ย ในที่สุดฉันก็เอาชนะไอ้ต้นกล้าได้อีกครั้ง ถ้าไม่ได้หมวดโชค ฉันคงไม่มีความสุขเท่านี้ สงสัยต้องตบรางวัลให้มากๆหน่อยแล้ว ฮ่าๆๆ”

จ่ายศชักสีหน้าไม่พอใจ รู้สึกอิจฉาศุภโชค ขณะที่ฐาปนิสรเป็นห่วงต้นกล้า คาดว่าเขาคงโมโหมาก

“ก็ช่างหัวมันสิ จะไปสนใจทำไม ต่อไปนี้เสี่ยทับจะกลับมาผงาดอีกครั้ง ไอ้ต้นกล้าจะไม่มีทางขวางเราได้อีก”

พูดแล้วเสี่ยทับแสยะยิ้มสะใจ จ่ายศทนฟังไม่ไหว กลับออกไปพร้อมลูกน้อง แล้วเตะถีบเก้าอี้ล้มโครมครามด้วยความโมโห

“ชื่นชมแต่ไอ้โชค ทั้งๆที่ฉันทำงานมาก่อน เสี่ยงตายเพื่อนายทุกอย่าง แต่นายไม่เคยเห็นค่าในตัวฉันเลย”

“ก็ฆ่ามันซะเลยสิ พี่จะได้หมดเสี้ยนหนาม”

จ่ายศชะงักกึก สนใจคำพูดลูกน้องขึ้นมาทันที...

ส่วนทางด้านต้นกล้ากับทีมฉลามวาฬ ต่างหงุดหงิดหัวเสีย กลับมาที่กองเรือยุทธการ เข้าประชุมหาที่มาที่ไปว่าทำไม ถึงทำงานผิดพลาด

ต้นกล้าไม่เชื่อว่าหน่วยข่าวกรองจะรายงานพลาด สมคิดคาดเดา หรือว่าพวกมันจะเปลี่ยนใจ

“เป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากว่าพวกมันจะรู้ความเคลื่อนไหวของเรา”

“พี่คิดว่ามีหนอนบ่อนไส้ในกลุ่มพวกเราเหรอ”

อาวุธถามขึ้น แต่ต้นกล้านิ่งเงียบ อาวุธเลยหันไปถามทีละคนว่าใครเป็นหนอนบ่อนไส้ ก่อนจะมาหยุดที่ศุภโชคเป็นคนสุดท้าย เขาร้องลั่นปฏิเสธเสียงดังกว่าเพื่อน

“เฮ้ย! ไม่ใช่ฉัน...พี่ต้นกล้า ผมว่ามันไม่มีทางที่จะเป็นพวกเราได้หรอกนะครับ”

“นายพูดถูก ฉันมั่นใจว่าไม่ใช่หนึ่งในพวกเรา แต่มันอาจจะแฝงตัวอยู่ในหน่วยข่าวกรอง ฉันต้องหาให้ได้ว่ามันเป็นใคร ทั้งๆที่เป็นทหาร แต่กลับคิดคดทรยศ ต่อชาติและแผ่นดิน”

ต้นกล้าประกาศกร้าวด้วยสีหน้าดุดันเอาจริง

เล่นเอาศุภโชคใจคอไม่ดี เครียดไปเลย

ooooooo

เจ๊ญากับหนึ่งนาทีรู้เรื่องทีมฉลามวาฬทำงานพลาดก็อดห่วงความรู้สึกต้นกล้าไม่ได้ ยิ่งได้ฟังมะเดี่ยวบอกว่าผู้กองเครียดมากหลังโดนผู้บังคับบัญชาเรียกไปซักถาม แถมเมื่อวานก็เพิ่งประสบอุบัติเหตุ

สองคนยิ่งเป็นห่วงอยากให้แพรวไปคุยกับต้นกล้าเพื่อให้กำลังใจแต่แพรวปฏิเสธเสียงแข็ง หนึ่งนาทีจึงต้องออกอุบายว่าต้นกล้าอาการกำเริบปวดหัวมากผลพวงมาจากอุบัติเหตุ ลูกน้องให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมไป

แพรวเก็บอาการห่วงใยไม่ไหว หลงกลไปหาต้นกล้าถึงบ้านพัก พอมาเห็นกับตาว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรถึงรู้ว่าโดนหนึ่งนาทีหลอกเข้าให้แล้ว แต่ต้นกล้ากำลังต้องการเพื่อนจึงขอให้เธออยู่ก่อน จากนั้นเขาก็บ่นเรื่องงานล่าสุดที่ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ทั้งที่มั่นใจว่าเช็กข่าวรอบคอบดีแล้ว

แพรวให้กำลังใจว่าไม่มีใครทำถูกตลอด ต้องมีพลาดกันบ้าง

“แต่กับเรื่องนี้ มันไม่ควรพลาด การที่ผมหยุดพวกค้ายาไม่ได้ ก็เท่ากับว่าผมมีส่วนในการทำลายชาติ”

“อย่าโทษตัวเองสิ มันเป็นเหตุสุดวิสัย ฉันรู้ว่าคุณพยายามเต็มที่แล้ว เอางี้มั้ย เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า เขาว่าอาหารอร่อยๆจะช่วยทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น”

ต้นกล้าตกลง แต่พอไปถึงร้านอาหารเขากลับนั่งมองหน้าเธอนิ่งไม่แตะต้องอาหารที่สั่งมา เพราะมัวแต่คิดถึงคำพูดของวันเพ็ญที่ขอร้องให้เขาตัดใจจากแพรว

แพรวแปลกใจที่อยู่ดีๆต้นกล้าก็ขอตัวกลับโดยไม่กินอาหารสักคำ แต่วางเงินไว้บนโต๊ะก่อนเดินออกไป แพรวหยิบเงินนั้นตามมาคืนเขาตรงหน้าร้าน บอกตนรับไว้ไม่ได้เพราะเขาไม่ได้กินอะไรเลย

“อย่าทำให้ผมลำบากใจ ผมให้ผู้หญิงเลี้ยงข้าวไม่ได้”

“คุณเป็นอะไรของคุณ”

“ก็อย่างที่คุณพูดว่าเราไม่ควรเจอกันอีก ต่อไปนี้ก็ขอให้เราต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า”

แพรวทั้งจุกและเจ็บ บอกว่าเขาพูดถูก ตนโง่เองที่มาหาเขา ต้นกล้ารู้สึกผิดมาก อยากจะขอโทษแต่แพรวหันหลังเดินจากไปเสียก่อน

ต้นกล้าเดินคอตกออกมาเจอศุภโชคกำลังจะโดนยิง เขาร้องเตือนทันท่วงทีพร้อมกันนั้นก็ช่วยไล่จับคนร้ายแต่มันหนีรอดไปได้หลังจากชกต่อยกับสองหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ศุภโชคพอจะรู้ว่าเป็นฝีมือใครแต่ไม่ยอมพูดอะไรกับต้นกล้า นอกจากบอกว่าตนจะจัดการเรื่องนี้เอง

ไม่ทันข้ามวันจ่ายศโดนเสี่ยทับตบหน้าโทษฐานส่งคนไปทำร้ายศุภโชค จ่ายศเถียงไม่ออกเพราะเสี่ยมีหลักฐานทนโท่คือลูกน้องคนนั้นของจ่ายศ จำต้องขอโทษที่ทำอะไรลงไปโดยพลการ เพราะตนไม่ไว้ใจศุภโชค กลัวว่าสักวันมันจะแว้งกัดเรา

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าหมวดโชคไม่มีทางหักหลังฉัน หรือว่าไอ้สิ่งที่ฉันพูดมันไม่น่าเชื่อถือ”

“ไม่ใช่นะครับ”

“จำใส่สมองแกเอาไว้ด้วยว่าต่อไปนี้อย่ายุ่งกับหมวดโชค แกมีหน้าที่อะไรก็ทำไป ไม่ต้องมาก้าวก่ายหรือยุ่งวุ่นวายกับคนอื่น เข้าใจมั้ย”

จ่ายศรับคำ แต่ลึกๆในใจนั้นอาฆาตแค้น

ooooooo

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ศุภโชคเครียดจัด เพราะเชื่อว่ามีคนปองร้ายตัวเองด้วยเรื่องที่เขาเป็นพวกเดียวกับเสี่ยทับทั้งที่ต้องฝืนใจตัวเอง ระยะหลังมานี้ศุภโชคจึงไม่ค่อยสุงสิงกับทีมฉลามวาฬเหมือนเดิม

เช้าวันนี้มีรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาในฐานทัพเรือ ชายหนุ่มคนขับจอดรถถามมะเดี่ยวว่าบ้านพักให้เช่าไปทางไหน มะเดี่ยวบอกทางพร้อมกับถามว่ามาหาใคร ตนรู้จักแขกที่มาพักทุกคน

เมื่อรู้ว่าเขามาหาแพรว มะเดี่ยวอดรนทนไม่ได้ที่จะไปบอกต้นกล้าว่ามีผู้ชายดูดีแถมรวยมากมาหาแพรว ต้นกล้าทำปากแข็งว่าไม่สน ทั้งที่จิตใจร้อนรนอยากรู้เหลือเกินว่าหมอนั่นเป็นใคร

ชายคนนั้นชื่อเอกรินทร์ เป็นคนที่วันเพ็ญแม่ของแพรวอยากได้เป็นลูกเขยเพราะรูปหล่อฐานะดี แพรวเองก็รู้ว่าเอกรินทร์มีใจให้เธอ แต่เธอให้เขาได้แค่ความเป็นพี่น้อง

เมื่อเจอกันในวันนี้อย่างคาดไม่ถึง แพรวทักทายและซักถามเอกรินทร์จนรู้ว่าบริษัทที่เขาทำงานที่อเมริกาส่งให้มาประจำที่เมืองไทย พอถึงบ้านก็โทร.หาแพรว แต่วันเพ็ญบอกว่าแพรวมาทำงานที่นี่ และตนยังมีเวลาสองสามวันก่อนเริ่มงานเลยมาหาเธอ

หนึ่งนาทีกับเจ๊ญาเห็นความสนิทสนมของแพรวกับเอกรินทร์ก็อยากรู้เหลือเกินว่าหนุ่มคนนี้เป็นใคร แอบถามจนได้คำตอบว่าเป็นลูกของเพื่อนแม่ และแม่อยากให้ตนกับเอกรินทร์แต่งงานกัน

เมื่อเอกรินทร์ต้องการให้แพรวพาเขาเที่ยว หนึ่งนาทีสบโอกาสอยากให้แพรวที่กำลังมีปัญหากับต้นกล้าลองคุยกับหนุ่มคนอื่นดูบ้าง จึงสนับสนุนเต็มที่ให้เธอพาเอกรินทร์ไปเที่ยว ไม่ต้องห่วงงาน

แพรวจำใจพาเขาไป แต่พอถึงบึงใหญ่ที่เอกรินทร์อยากเล่นกีฬาทางน้ำ เธอเกิดเปลี่ยนใจกะทันหันจะพาเขาไปที่อื่นแทนเพราะเจอต้นกล้าอยู่ที่นี่ แต่เอกรินทร์อยากเล่นเจ็ตสกีเลยต้องตามใจ แถมยังขอนั่งเป็นเพื่อนเพราะอยากประชดต้นกล้าที่คอยจับตามอง

ต้นกล้าห่วงแพรวเพราะทราบดีว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็น เห็นแพรวเกาะเอวเอกรินทร์แน่น ต้นกล้าก็ทนดูไม่ได้ เป็นฝ่ายออกจากที่นี่ไปด้วยความหงุดหงิด

ตกเย็นทีมฉลามวาฬที่ขาดศุภโชคคนเดียวพากันไปกินอาหารที่ตลาด คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะโคจรมาเจอพวกแพรวที่พาเอกรินทร์มาหาของอร่อยกิน

สองฝ่ายเข้าร้านเดียวกันแต่นั่งคนละโต๊ะ หนุ่มๆลูกทีมของต้นกล้าทักทายแพรวกับเพื่อนอย่างคุ้นเคย ทำให้เอกรินทร์สงสัยว่าพวกเขาเป็นใคร เจ๊ญาเลยอธิบายพร้อมกับชี้บอกไปทีละคน

“คนนั้นคือผู้กองจิรวัติ เป็นหัวหน้าหน่วยฉลามวาฬ นั่นจ่าสมคิด จ่าทะเล หมวดอาวุธ หมวดภาคิน แล้วก็พลทหารมะเดี่ยวค่ะ”

“พวกผมกำลังทำเรื่องเกี่ยวกับการค้าแรงงานเถื่อน ซึ่งผู้กองจิรวัติเป็นคนดูแลเคสนี้และเป็นคนให้ข้อมูลกับพวกเราครับ”

ขาดคำของหนึ่งนาที เอกรินทร์ลุกขึ้นยืนหันหน้าไปทางโต๊ะต้นกล้า ทักทายผู้กองและขอเลี้ยงอาหารมื้อนี้ทุกคนตอบแทนที่ช่วยให้ข้อมูลเรื่องแรงงานเถื่อนกับพวกแพรว สั่งได้ตามสบาย ตนเลี้ยงไหว

ต้นกล้าไม่ชอบใจในความอวดรวยของเอกรินทร์และทนไม่ได้ที่เห็นแพรวพูดคุยกับเขาสนิทสนม จึงบอกลูกทีมของตนให้กินกันไป ตนขอตัวกลับไปสะสางงาน

ลูกน้องเหวอ สงสัยว่างานอะไรเร่งด่วนนัก แต่ไม่มีใครกล้าถาม...ต้นกล้าเดินออกมาไม่นานก็เห็นจ่ายศนั่งดื่มเหล้ากับลูกน้อง จ่ายศลุกพรวดปรี่ไปชวนต้นกล้าดื่ม

ต้นกล้าไม่พูดและจะเดินหนี จ่ายศรีบดักหน้าถามว่าตนถามทำไมไม่ตอบ

“ผมไม่อยากคุยกับโจรอย่างคุณ เข้าใจหรือยัง”

“ผมเป็นโจรตรงไหน ถ้าไม่มีหลักฐาน ก็อย่ามาปรักปรำ ไม่งั้นผมฟ้องนะ”

“ถึงวันนี้ฉันจะยังไม่มีหลักฐานเล่นงานแกกับเสี่ยทับ แต่อีกไม่นานฉันจะไปจับแกพร้อมกับเจ้านายของแกถึงที่”

“ฮ่าๆๆ คงจะมีวันนั้นหรอกนะผู้กอง ผู้กองไม่สังเกตบ้างเหรอว่าทำไมช่วงนี้มันเงี้ยบเงียบ แทนที่จะมาจับตามองพวกผม จับตามองคนของตัวเองให้ดีจะดีกว่า” พูดแล้วจ่ายศยิ้มเยาะก่อนเดินกลับมาที่โต๊ะ ต้นกล้ามองตาม สงสัยในคำพูดนั้น

เมื่อกลับมาถึงห้องทำงานพบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อก ต้นกล้าคิดทบทวนว่าตัวเองไม่น่าลืมล็อกห้อง แต่ไม่ได้ติดใจอะไรนัก หยิบหนังสือเล่มหนึ่งกลับออกไปที่บ้านพัก

ศุภโชคซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะทำงาน เขาแอบเข้ามาติดเครื่องดักฟังใต้โต๊ะ เสร็จแล้วกลับออกไปโดยไม่รู้ว่าตัวเองทำโทรศัพท์มือถือหล่นเอาไว้

จนเมื่อเช้าวันถัดมาต้นกล้าไปหาลุงสง่าพ่อของศุภโชคที่บ้านแล้วไม่พบ ชาวบ้านใกล้เคียงบอกว่าสง่าไม่อยู่เป็นอาทิตย์แล้ว ต้นกล้ากลับมาที่ห้องทำงานจึงโทร.หาศุภโชคเพื่อสอบถาม แต่ได้ยินเสียงมันดังอยู่ข้างโต๊ะ

เวลานั้นศุภโชคกำลังถามเพื่อนๆว่ามีใครเห็นโทรศัพท์มือถือของตนบ้าง ทุกคนปฏิเสธและลองโทร.เข้าเครื่องศุภโชคแต่เงียบกริบ อีกครู่ต้นกล้าเดินมายื่นมือถือคืนให้ศุภโชค เจ้าตัวตกใจถามทันทีว่าอยู่กับพี่ได้ยังไง

“ฉันก็ว่าจะถามนายอยู่ว่าทำไมมือถือของนายถึงหล่นอยู่ในห้องทำงานของฉัน”

“สงสัยจะเป็นตอนเมื่อวานผมเข้าไปหาพี่ที่ห้อง แต่พี่ไม่อยู่ ผมไม่รู้ตัวเลยว่าผมทำมือถือหล่นไว้”

ต้นกล้าไม่ได้ติดใจสงสัย ชวนศุภโชคไปที่กองเรือยุทธการ บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ศุภโชคหวั่นใจไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะคุยอะไร...ปรากฏว่าต้นกล้าซักถามเรื่องพ่อของเขาว่าอยู่ไหน เมื่อเช้าตนไปที่บ้านเขา รู้จากคนแถวนั้นว่าลุงสง่าหายไปเป็นอาทิตย์แล้ว

“ไม่มีอะไรหรอกพี่ พ่อผมไปเยี่ยมญาติ”

“แค่นั้นจริงเหรอ ไม่ใช่ว่าโกหกกันนะ”

“ผมไม่โกหกพี่หรอกครับ”

“งั้นก็แล้วไป จำไว้นะว่าฉันเห็นนายเหมือนน้องชายแท้ๆ ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนก็ให้มาบอก ไม่ต้องเกรงใจ”

ศุภโชคอึ้ง ไม่กล้าสบตาต้นกล้าเพราะรู้สึกผิดเต็มหัวใจ

ooooooo

เป็นเรื่องทันทีเมื่อต้นกล้าพบเครื่องดักฟังขนาดเล็กขณะก้มเก็บปากกาที่ตัวเองทำหล่นใต้โต๊ะทำงาน
หลังคิดทบทวนอยู่สักพักก็แน่ใจว่าเป็นฝีมือ

ศุภโชค ต้นกล้าจึงเรียกเขามาพบเป็นการด่วน ทำทีให้ข้อมูลว่าคืนนี้จะมีการขนแรงงานเถื่อน แล้วอีกไม่นาน
ศุภโชคก็ส่งข่าวไปยังเสี่ยทับเพื่อไม่ให้โดนจับ แต่เสี่ยทับยืนยันว่าตนไม่ได้ขนส่งอะไรทั้งนั้น

ความลับแตกทันที แผนจับผิดศุภโชคให้ได้คาหนังคาเขาของต้นกล้าได้ผลชะงัด ศุภโชคเถียงไม่ออกว่าทรยศต่อกองทัพ เป็นหนอนบ่อนไส้ที่ทีมฉลามวาฬกำลังต้องการตัว

ศุภโชคละอายใจ รีบกลับมาเก็บเสื้อผ้าและลาออกจากงาน ทั้งที่ต้นกล้าแค่ให้เขากลับไปคิดทบทวนใหม่ โดยไม่ได้บอกให้คนในทีมรับรู้ แต่มะเดี่ยวเห็นศุภโชคเก็บเสื้อผ้าและถามอะไรก็ไม่ตอบ จึงรีบไปบอกทุกคนว่าเกิดเรื่องใหญ่

เท่านั้นเองทีมฉลามวาฬต่างพากันมาคาดคั้นศุภโชค ซึ่งเขาบอกว่าจะกลับไปอยู่บ้าน การเป็นทหารไม่ได้ทำให้รวย สิ่งที่ตนต้องการคือเงิน

ทุกคนผิดหวังในคำตอบของศุภโชค โดยเฉพาะต้นกล้าที่หลงเข้าใจว่าศุภโชคคิดเช่นเดียวกับเขาว่าอาชีพทหารมีเกียรติ เป็นความภาคภูมิใจที่ได้ปกป้องประเทศชาติ ได้ทำเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน

“แกกลับตัวกลับใจตอนนี้ก็ยังทัน ฉันพร้อมที่จะให้โอกาส”

“พี่หยุดพูดได้แล้ว ผมตัดสินใจแล้ว ยังไงก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ ผมมันโง่ที่เลือกทำอาชีพทหารตั้งแต่แรก อาชีพนี้มันมีเกียรติมีศักดิ์ศรีก็จริง แต่มันไม่มีจะกิน”

ต้นกล้าสุดจะทนอีกต่อไป ชกหน้าศุภโชคเปรี้ยงเดียวเลือดกบปาก แพรวกับเอกรินทร์ผ่านมาเห็น รีบลงจากรถวิ่งเข้ามาห้ามแต่สองหนุ่มไม่ฟัง แพรวจึงสยบพวกเขาด้วยน้ำในถังสาดใส่ไปเต็มๆ

“หายบ้ากันได้หรือยัง!! อยู่ทีมเดียวกัน แต่ทำไมถึงทะเลาะกันแบบนี้ ส่วนคุณ...เป็นถึงหัวหน้า แต่ดันรังแกลูกน้อง”

“ผมไม่ได้อยู่หน่วยฉลามวาฬอีกแล้วครับคุณแพรว”

แพรวชะงัก ศุภโชคไม่สนใจคว้ากระเป๋าบนพื้นเดินผ่านต้นกล้าไป แพรวมองต้นกล้าและคนอื่นๆเพื่อขอคำตอบ แต่ไม่มีใครพูดอะไรสักคน

เมื่อต้นกล้าเดินหนี แพรวรีบก้าวตาม เอกรินทร์ไม่ชอบใจนักแต่ไม่กล้าไปแทรกกลางระหว่างคนสองคน
แพรวต้องการคำตอบว่าต้นกล้ากับศุภโชคทะเลาะอะไรกันถึงขั้นต้องชกต่อย ทั้งที่เขาสนิทกัน เป็นทีมเดียวกัน

“นี่มันไม่ใช่เรื่องของคุณ อย่ายุ่ง!!”

“โอเค ฉันไม่ยุ่งกับเรื่องนี้ก็ได้ แต่ฉันจะยุ่งกับเรื่องอื่น”

แพรวคว้าแขนต้นกล้าลากไปทายาตรงรอยแผลที่มุมปาก แต่ต้นกล้าขอทำเอง บอกให้เธอกลับไป ตอนนี้ตนอยากอยู่คนเดียว

“ฉันกลับก็ได้ แต่ถ้าคุณอยากได้คนคุยด้วย ก็โทร.มาหาฉันนะ”

ต้นกล้าไม่ตอบ แพรวเป็นห่วง ถอนใจก่อนจะเดินออกไป ต้นกล้านั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น สีหน้าเต็มไปด้วยความหม่นหมอง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement