ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 4


5 ก.ย. 2560 07:07
727,440 ครั้ง

ละคร นิยาย ราชนาวีที่รัก

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

ราชนาวีที่รัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

เฟื่องนคร

บทโทรทัศน์โดย:

ลูกทะเล

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อรรคพันธ์ นะมาตร์, แซมมี่ เคาวเวลล์

ทีมฉลามวาฬนำโดยต้นกล้าเข้าจับกุมเรือประมงแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย หนำซ้ำไต้ก๋งเรือยังล่อหลอกให้ต้นกล้ายิงขาเขาเลือดสาด

ทั้งหมดเป็นแผนของจ่ายศที่ต้องการเล่นงานต้นกล้ากับลูกทีมที่ชอบขัดแข้งขัดขาธุรกิจผิดกฎหมายของเฮียทับ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พวกต้นกล้าเดือดร้อนสมดังใจจ่ายศกับเฮียทับ เมื่อสื่อตีข่าวครึกโครมว่า

“การปฏิบัติงานผิดพลาดในครั้งนี้ไม่ได้ก่อความเสียหายในเชิงมูลค่าเท่านั้น แต่ยังกระทบความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าจะร้องเรียนให้ถึงที่สุดโดยไม่ยอมความ และต้องการให้มีการลงโทษเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานผิดพลาดในครั้งนี้ด้วย”

เฮียทับสะใจมาก ขณะที่ฐาปนิสรเห็นข่าวก็เป็นห่วงต้นกล้าทำท่าจะไปหา แต่โดนเฮียทับสั่งห้าม เพราะจะทำให้พวกมันสงสัยเรา สิ่งที่เราทำไปทั้งหมดอาจสูญเปล่า ลองคิดในทางกลับกัน ถ้าหากต้นกล้าถูกไล่ออกจากการเป็นทหาร มันอาจจะเป็นช่องทางให้ลูกดึงมันเข้ามาเป็นพวกเราได้ ฐาปนิสรคิดตามแล้วเห็นด้วย

แพรวเห็นข่าวนี้แล้วเช่นกัน เธอเป็นห่วงต้นกล้าแต่ไม่แสดงออก ตรงกันข้ามกับเจ๊ญาที่ห่วงศุภโชคถึงกับอดรนทนอยู่เฉยไม่ได้ ชวนหนึ่งนาทีพร้อมกับลากแพรวไปด้วยกันจนได้

เมื่อรู้ว่าพวกต้นกล้าทำงานพลาดจริงและถูกลงโทษพักงาน ทั้งสามคนเห็นใจและสงสาร แพรวแอบปลอบต้นกล้าลับหลังคนอื่นๆ

“อย่าคิดมากนะคะ ฉันรู้ว่าคุณเป็นทหารที่ดี ทำงานทุกอย่างด้วยความตั้งใจ ผู้บังคับบัญชาของคุณก็น่าจะรู้เหมือนกัน”

ต้นกล้าขอบคุณแพรวก่อนบอกว่าที่เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเพราะเจ้าของเรือร้องเรียนจนเป็นข่าว

“คนเรามักจะเห็นจุดดำบนกระดาษขาวก่อนเสมอ ทั้งที่พื้นที่สีขาวมีมากกว่า ทีมฉลามวาฬทำดีมาตลอด กลับไม่มีใครพูดถึง”

“เราไม่ควรทำผิดพลาดครับ เพราะจุดดำจะเล็กแค่ไหนมันก็ยังเป็นจุดดำ...ว่าแต่น้องแพรวหายงอนพี่แล้ว เหรอครับ เมื่อวานน้องแพรวยังไม่พูดกับพี่อยู่เลย ลืมแล้วเหรอครับ”

“เปลี่ยนเรื่องเร็วไปหรือเปล่า”

“ไม่นี่ครับ ตกลงเมื่อวานน้องแพรวโกรธพี่เรื่องอะไร”

แพรวอึกอัก จังหวะนั้นเองลูกน้องคนหนึ่งเข้ามาบอกต้นกล้าว่าพวกเรามีเรื่องจะปรึกษา แพรวเลยรอดตัวไม่ต้องตอบคำถาม

ตกเย็น แพรว เจ๊ญา และหนึ่งนาทีไปเดินซื้อของที่ตลาด ทุกคนยังไม่เลิกพูดเรื่องพวกต้นกล้าโดนลงโทษพักงานและอาจจะลามไปถึงขั้นโดนให้ออก ซึ่งเจ๊ญาเป็นห่วงศุภโชคมากเพราะชีวิตเขายิ่งลำบากอยู่ด้วย

ทันใดทั้งสามคนหยุดชะงัก ได้ยินโข่งกับขาบคุยเรื่องทหารเรือโดนลงโทษ สองพ่อลูกสมน้ำหน้าและพูดจาอคติต่อทหารจนแพรวทนไม่ได้ เข้ามาต่อว่าเลยเกิดทุ่มเถียงกันครู่หนึ่งก่อนที่เจ๊ญากับหนึ่งนาทีจะดึงแพรวออกไป

ต้นกล้ากับลูกทีมไปที่ท่าเทียบเรือประมง ต้องการคุยกับเจ้าของเรือเจ้าปัญหา แต่โดนลูกน้องไล่กลับไม่ยอมให้พบ ทำให้พวกต้นกล้ารู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เพราะถ้าจะเอาเรื่องทหารจริงๆ ทำไมไม่ออกมาโจมตี หรือไม่ก็วิ่งไปหานักข่าว

ส่วนพวกแพรวที่ไปเดินตลาด ก่อนจะกลับบังเอิญได้ยินลูกน้องจ่ายศคุยกันเหมือนจะขนของอะไรบางอย่างในคืนนี้ จึงกลับมาเล่าให้ต้นกล้าฟังเผื่อจะเป็นประโยชน์กับเขา

ตกกลางคืน ทีมฉลามวาฬออกปฏิบัติการอย่างลับๆ คราวนี้จับไต้ก๋งคนเดิมและลูกน้องได้พร้อมแรงงานเถื่อนจำนวนหนึ่ง ทำให้พวกต้นกล้าพ้นผิดในทันที สื่อรายงานข่าวว่าครั้งก่อนเป็นแผนการใส่ร้ายทหารของแก๊งค้ามนุษย์ ความจริงแล้วทีมฉลามวาฬไม่เคยทำงานพลาด

เฮียทับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ด่าจ่ายศไม่มีชิ้นดี แล้วประกาศว่าต่อไปนี้จะใช้วิธีของตนเล่นงานต้นกล้าให้ได้

เวลาเดียวกันในฐานทัพเรือ แพรวกำลังงอนต้นกล้าหลังจากรู้ว่าพวกเขาโกหกเรื่องโดนลงโทษพักงาน แถมยังเตรียมการเล่นงานคนร้ายไว้อยู่แล้ว

“จะหลอกคนร้ายก็หลอกไปสิ ทำไมต้องปิดฉันด้วย หลงเป็นห่วงแทบตาย”

“น้องแพรวห่วงพี่จริงเหรอครับ”

แพรวชะงัก รู้ตัวว่าหลุดปากก็รู้สึกเสียฟอร์ม เดินหนีออกจากกลุ่มไปทันที ศุภโชคให้ต้นกล้าตามไปง้อ แล้วไม่นานสองคนก็พากันกลับมาร่วมวงหมูกระทะเลี้ยงฉลองความสำเร็จกันอย่างสนุกสนาน

ต้นกล้าหยอดคำหวานใส่แพรวเป็นระยะจนโดนลูกน้องแซวระงม แพรวเขินอายหน้าแดงต้องลุกหนีออกไป อ้างว่าจะไปเอาน้ำแข็งมาเพิ่ม ต้นกล้าสบโอกาสลุกตาม หนึ่งนาทีนึกได้เรียกเขาไว้ก่อนจะมอบพระที่แพรวเช่ามา โดยให้ข้อมูลว่าปกติแพรวไม่ห้อยพระ ตนกับเจ๊ญาคิดว่า เธอไม่ได้เช่ามาให้ตัวเอง แต่จะเช่าให้ใครนั้นเขาต้องไปถามเอาเอง

แพรวเข้ามาเอาน้ำแข็งในบ้านพักของต้นกล้า เมื่อโดนต้นกล้าถามเรื่องพระ แพรวตกใจว่าเขาเอามา จากไหนและพยายามบ่ายเบี่ยงว่าตนเช่ามาบูชาเอง

เมื่อต้นกล้าไม่คืนให้แถมพูดจับผิดว่าแววตาของเธอฟ้องว่าโกหก แพรวโวยวายว่าเขาเพ้อเจ้อและจะแย่งคืน

“เอาคืนมา คุณก็มีเหรียญของน้องภีร์อยู่แล้วจะมาแย่งของฉันทำไม”

“ก็มันไม่เหมือนกัน น้องแพรวครับ พี่ชอบน้องแพรว พี่ก็แสดงออกตรงๆมาตลอดว่าชอบ ทำไมน้องแพรวไม่ตรงไปตรงมากับพี่บ้าง”

“เลิกพูดเข้าข้างตัวเองซักที เอาเหรียญของฉันคืนมา”

เมื่อเขาไม่ยอมคืน แพรวดึงดันเข้าแย่ง แต่เสียหลักล้มเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา เลยจะโดนเขาลงโทษด้วยการจูบ ทันใดภีรชาพรวดพราดเข้ามา แพรวตกใจแต่พยายามตั้งสติแล้วจูงมือภีรชาออกไป

ooooooo

ต้นกล้าเดินตามแพรวกับภีรชากลับมาร่วมวงหมูกระทะ ระหว่างที่ภีรชากับต้นกล้าคุยกัน สายตาทุกคู่จับจ้องมองมา ยกเว้นแพรวคนเดียวที่ก้มหน้ากิน แต่หูผึ่ง

“คุณแม่ฝากกะปิคั่วเสวยสูตรชาววังของโปรดพี่ต้นกล้ามาให้ค่ะ”

“คุณแม่ยังจำได้อยู่อีกเหรอครับว่าพี่ชอบ”

“ไม่ใช่เฉพาะคุณแม่นะคะที่จำได้ ภีร์ก็จำได้ค่ะ”

“นี่น้องภีร์คงไม่ได้มาสัตหีบเพื่อเอากะปิคั่วมาให้พี่อย่างเดียวใช่ไหม”

“เปล่าค่ะ พอดีภีร์ย้ายมาประจำที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมการแพทย์ทหารเรือแล้วค่ะ”

แพรวชะงักหยุดกินแต่ยังไม่หันไปมอง...ต้นกล้า ประหลาดใจ ถามภีรชาว่าทำไมขอย้ายมาได้เร็วนัก

“ภีร์ทำเรื่องไว้นานแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกใครเพราะรออนุมัติก่อน แล้วก็อยากเซอร์ไพรส์พี่ต้นกล้าด้วย เซอร์ไพรส์ไหมคะ”

“มากเลยครับ”

ศุกโชค ภาคิน สมคิด อาวุธ ทะเล ลูกน้องทั้งห้าคนของต้นกล้าต่างอมยิ้มกรุ้มกริ่ม เจ๊ญากับหนึ่งนาทีสบตากันไปมาและคอยจับสังเกตท่าทีของแพรว

สมคิดสร้างบรรยากาศให้รื่นรมย์ด้วยการแซวหมอคนสวยว่าทำให้ตนอยากไปโรงพยาบาลทุกวัน เล่นเอาภีรชาเขินจนยิ้มไม่หุบ มองหนุ่มๆหัวเราะอารมณ์ดี แต่มาสะดุดที่ต้นกล้านั่งนิ่งขรึม

“พี่ต้นกล้าไม่ดีใจเหรอคะที่ภีร์มาประจำที่นี่”

“ดีใจสิครับ”

“คงดีใจมากจนยิ้มไม่ออกน่ะครับ” แซวออกไปแล้วศุภโชครีบหุบปากสนิทเพราะเกรงกลัวสายตาคมกริบของต้นกล้าที่เหล่มองมา

เจ๊ญากับหนึ่งนาทีแอบซุบซิบได้ยินกันสองคนว่าสาเหตุที่แพรวก้มหน้าก้มตากินคงเพราะทนเห็นภาพบาดตาไม่ได้ แล้วพอภีรชาขอตัวกลับบ้านพัก ต้นกล้าอาสาไปส่ง แพรวรู้สึกเจ็บแปลบขอตัวกลับไปพักผ่อน หลังจากสองคนนั้นคล้อยหลังแล้วได้ยินสมคิดฟันธงว่าอีกไม่นานต้นกล้าคงมีข่าวดีเพราะเสน่ห์แรงมีแต่ผู้หญิงมาติดพัน แต่ดูท่าทางหมอภีรชาจะมาแรงแซงทางโค้งคะแนนนำโด่งกว่าคนอื่น

เมื่อแพรวกลับ เพื่อนอีกสองคนมีอันต้องกลับด้วย เพราะงานกร่อย ศุภโชคเคืองสมคิดที่พูดมากเลยเอาหมูยัดปากแทบสำลัก

ooooooo

ส่งภีรชาแล้วต้นกล้ากลับมาไม่เจอแพรว ถามศุภโชคได้คำตอบว่ากลับแล้ว ท่าทางเธอไม่ค่อยโอเค อยากให้ต้นกล้าตามไปเคลียร์

ต้นกล้าตกลงทันที แต่กว่าจะได้ไปก็โดนลูกน้องคะยั้นคะยอให้ดื่มเหล้าเมามาย ศุภโชคเป็นห่วงเพราะรู้มาตลอดว่าต้นกล้าคออ่อนจึงเดินตามด้วยความเป็นห่วง

ขณะนั้นเจ๊ญากับหนึ่งนาทีกำลังเทศนาแพรวเรื่องปากแข็งไม่ยอมรับว่ารักต้นกล้า ถ้ายังปฏิเสธหัวใจตัวเองอาจจะต้องเสียใจ แพรวฟังแล้วคิดตาม แต่ไม่ทันได้พูดอะไร เสียงต้นกล้าดังโหวกเหวกหน้าบ้าน เรียกน้องแพรวจ๋าเสียงยานคางจนทุกคนประหลาดใจ

ต้นกล้าเมาแอ๋บอกว่าตนมีเรื่องจะคุยกับแพรว ถ้าวันนี้ไม่ได้คุยก็ไม่กลับ ศุภโชคเห็นท่าไม่ดีขอโทษแพรวแล้วจะพาต้นกล้ากลับแต่ไม่สำเร็จ หนำซ้ำต้นกล้า ยังกระชากแขนแพรวเข้าห้องล็อกประตูอย่างรวดเร็วจนคนที่อยู่ข้างนอกพากันอึ้ง

ทุกคนกลัวต้นกล้าจะทำมิดีมิร้ายแพรวเพราะความเมาไม่ได้สติ ศุภโชคจึงวิ่งกลับไปเอากุญแจสำรองมาไขประตู แล้วก็พบว่าต้นกล้าโถมทับร่างแพรวอยู่บนโซฟาในสภาพหลับสนิท

แพรวบอกว่าไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด ให้รีบมาเอาต้นกล้าออกไปก่อนตนหนักจะแย่แล้ว ศุภโชคกับหนึ่งนาทีช่วยกันครู่หนึ่งก็สำเร็จ จากนั้นศุภโชครบกวนหนึ่งนาทีช่วยตนพาต้นกล้ากลับบ้านพัก ฝ่ายเจ๊ญาอยู่ทางนี้ก็จ้องหน้าแพรวคาดคั้นว่าเกิดอะไรขึ้น?

ooooooo

รุ่งเช้าต้นกล้ารู้สึกตัวแต่ยังมีอาการเมาค้าง มะเดี่ยวชงกาแฟดำมาให้ดื่มค่อยดีขึ้น ถามว่าเมื่อคืน ตนกลับมายังไง

“คุณโชคกับคุณหนึ่งนาทีมาส่งครับผม นั่นไงครับ พูดถึงก็มาพอดี”

ศุภโชคเข้ามานั่งมองหน้าต้นกล้า ถามว่าจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลยหรือ พูดแล้วก็ทบทวนความจำให้ว่าเมื่อคืนเขาฉุดแพรวเข้าบ้านล็อกประตูอยู่ในนั้นกันสองคน ต้นกล้าตกใจแทบสร่างเมา ลำดับเหตุการณ์ไม่นานก็จำได้ หน้าซีดหน้าเสียวิ่งออกจากบ้านไปทันที

ต้นกล้ามาถึงบ้านพักแพรวช้ากว่าภีรชา หลบเข้ามุมหนึ่งเมื่อได้ยินบทสนทนาของสองสาว

“ฉันนอนคิดทั้งคืนว่าสมควรจะบอกคุณรึเปล่า คือว่าฉันอยากให้คุณช่วยเรื่องพี่ต้นกล้าค่ะ”

“จะให้ฉันช่วยอะไรเหรอคะ”

“ช่วยทำให้พี่ต้นกล้ารู้สึกดีๆกับฉันในแบบที่ไม่ใช่พี่ชายกับน้องสาว คุณแพรวเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหมคะ”

แพรวหน้าถอดสี พูดเสียงแผ่วว่าตนเข้าใจ

“ขอโทษนะคะที่ต้องพูดตรงๆ ฉันเห็นคุณแพรวสนิทกับพี่ต้นกล้ามาก ก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยฉันได้”

แพรวอึกอักน้ำท่วมปาก จำใจฝืนยิ้ม “ได้ค่ะ ฉันจะช่วยคุณเอง”

“ขอบคุณมากนะคะคุณแพรว” ภีรชาดีใจจับมือแพรวแน่น แต่ต้นกล้ามองมาที่แพรวด้วยความน้อยใจ

หลังจากภีรชากลับไปแล้ว เจ๊ญากับหนึ่งนาทีตกใจและไม่พอใจที่รู้ว่าภีรชามาขอต้นกล้าจากแพรว

“เขาไม่ได้มาขอผู้กองจากฉัน เขามาขอให้ฉันช่วยให้ผู้กองชอบเขา”

“มันก็เหมือนกันนั่นแหละ ยัยชะนีนี่เห็นหน้าตาเรียบร้อย แต่ร้ายไม่ใช่เล่น”

“อย่าไปว่าหมอภีร์เลย จริงๆเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด”

“จะไม่ผิดได้ไง ก็ในเมื่อแกกับผู้กอง...”

“หยุด! ฉันกับผู้กองไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น ต้องให้บอกอีกกี่รอบถึงจะจำกันได้” แพรวเบรกเสียงแหลม

เจ๊ญาค้อนขวับ บ่นว่าถ้าต้นกล้ารู้เรื่องนี้ต้องเสียใจมากแน่ๆ เขารักแพรวแต่แพรวดันจะไปยกเขาให้คนอื่น แพรวคิดตามก็ไม่สบายใจ พลันเสียงโทรศัพท์มือถือเจ๊ญาดังขึ้น เห็นชื่อศุภโชคก็ยิ้มหวานรีบทำเสียงสวยรับสาย

“โทร.มาแต่เช้ามีอะไรเหรอคะหมวดโชค... เอ่อ...เดี๋ยวนะคะ ขอถามแพรวก่อน...นี่แพรว หมวดโชคบอกว่าผู้กองมาหาแก เมื่อกี๊แกได้เจอเขาหรือเปล่า”

ครู่เดียวเจ๊ญาก็หันกลับมาคุยกับศุภโชคต่อ ยืนยันว่าต้นกล้าไม่ได้มาที่นี่...พอวางสายก็บอกแพรวว่าศุภโชคติดต่อต้นกล้าไม่ได้ ไม่รู้หายไปไหน หนึ่งนาทีฉุกคิดขึ้นมาได้ พูดโพล่งจนทั้งแพรวและเจ๊ญาอดห่วงต้นกล้าไม่ได้

“หรือผู้กองจะมาที่นี่จริงๆ แล้วได้ยินเรื่องที่แกพูดกับหมอภีร์”

ooooooo

ต้นกล้าหลบหน้าทุกคนไปยืนเหม่อลอยคิดมากเรื่องที่แพรวกับภีรชาคุยกัน สักพักศุภโชคตามมาเจอและบอกว่ามีภารกิจด่วน!

เวลาเดียวกันแพรวกำลังโดนเจ๊ญากับหนึ่งนาทีกล่าวโทษขณะช่วยกันตามหาต้นกล้าภายในฐานทัพเรือ

“น่าสงสารผู้กอง เพราะแกคนเดียวเลยนังแพรว”

“เลิกด่าฉันซะทีได้มั้ย แล้วอีกอย่างแกก็แค่เดาว่าเขาอาจจะได้ยิน ความจริงเขาอาจจะไม่ได้ยินก็ได้”

“นังหนึ่งมันเป็นนักข่าว มันไม่เคยวิเคราะห์ข่าวพลาด เรื่องผู้กองเจ๊เชื่อมัน”

“แกลองคิดดู ผู้กองบอกหมวดศุภโชคว่าจะมาหาแก ช่วงเวลาเดียวกับที่หมอภีร์มาหาแกเป๊ะ แล้วผู้กองก็หายตัวไป เขาต้องได้ยินชัวร์ เชื่อฉัน”

“แกต้องไปเคลียร์กับผู้กอง”

“เคลียร์ทำไม...ทำไมต้องเคลียร์”

“อ้าวนังนี่ แกทำให้เขาเสียใจ แกก็ต้องขอโทษเขาสิ เขารักแกนะเว้ย”

แพรวเถียงข้างๆคูๆว่าใครบอก หนึ่งนาทีหมั่นไส้เต็มที แต่ไม่ทันจะทำอะไรก็เห็นทหารสามสี่นายวิ่งร้อนรนออกไป แพรวเห็นอาวุธวิ่งรั้งท้ายร้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“เมื่อคืนที่พัทลุงเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนประชาชน ถนนขาด ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนหนักมาก ขอตัวนะครับ ผมต้องรีบลงใต้”

อาวุธผละไป หนึ่งนาทีมองหน้าเจ๊ญาแล้วบอกว่าตนนึกอะไรออกแล้ว!

ooooooo

ภีรชากับทีมแพทย์เตรียมเดินทางไปกับพวกทหารเรือเพื่อช่วยผู้ประสบภัยที่ภาคใต้ ส่วนเจ๊ญา หนึ่งนาที และแพรวขอตามไปทำข่าวและเป็นจิตอาสา

แพรวกับเพื่อนทำหน้าที่ได้ดี ช่วยแจกจ่ายข้าวกล่องให้ชาวบ้านพร้อมกับพูดคุยให้กำลังใจ ขณะที่ภีรชากับหน่วยแพทย์ก็ตรวจรักษาคนป่วยไข้อย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ไม่มีใครบ่นสักคำ ส่วนพวกทหารทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ พร้อมเป็นที่พึ่งให้ประชาชนได้เสมอ

แต่แล้วมีชาวบ้านคนหนึ่งร่ำร้องหาลูกเมียที่พลัดหลงกัน ลุงสมานเล่าทั้งน้ำตาให้แพรวฟังว่าหลงกับลูกเมียตอนหนีน้ำป่าลงจากเขา แพรวสงสารลุงมาก สัญญาจะช่วยตามหาให้พบ

เมื่อแพรวมาบอกต้นกล้า ทหารทุกคนตื่นตัวขึ้นเขาไปช่วย แพรวขอติดตามไปด้วยเพราะสัญญากับลุงสมานไว้ โดยที่เจ๊ญากับหนึ่งนาทีไม่รู้เห็น เพิ่งจะรู้ก็ตอนที่ศุภโชคมาบอกในภายหลัง

ต้นกล้ากับลูกทีมแยกกันค้นหาลูกเมียลุงสมาน ผ่านไปพักใหญ่แพรวเจอทั้งสองคน แต่ระหว่างทางเดินกลับออกจากป่าเด็กหายไป ต้นกล้าจึงให้แพรวรออยู่กับแม่ของเด็ก ส่วนตัวเองไปตามหา แต่แพรวร้อนใจอยู่เฉยไม่ไหว ออกเดินร้องเรียกเด็กไปเรื่อย

เมื่อต้นกล้าพบเด็กที่บอกว่าตนออกจากกลุ่มเพราะปวดฉี่ เขารีบพากลับมาหาแม่แต่ไม่พบแพรวก็ตกใจมาก สั่งลูกทีมให้พาสองแม่ลูกกลับไปก่อนตนจะตามหาแพรวเอง

กว่าต้นกล้าจะได้พบแพรวก็เกือบค่ำ หนำซ้ำแพรวบาดเจ็บที่ขาเพราะเดินสะดุดตอไม้ที่แหลมคม ต้นกล้าเร่งพาเธอไปหาที่พักค้างคืนก่อนจะมืดมิดจนคลำทางไม่ถูก

ด้านลูกทีมของต้นกล้าพอกลับถึงจุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมก็ส่งคืนลูกเมียให้ลุงสมาน พร้อมกับเล่าให้พวกศุภโชคฟังว่าแพรวหลงป่า ต้นกล้ากำลังตามหาอยู่

เจ๊ญาได้ฟังตกใจแทบเป็นลม ภีรชาตรวจคนไข้อยู่ไม่ไกลได้ยินว่าต้นกล้าไปตามหาแพรวในป่าก็อดเป็นห่วงไม่ได้

ผ่านไปค่อนข้างดึกแต่ต้นกล้ากับแพรวยังไม่กลับมา เจ๊ญาเป็นห่วงแพรวมากจนทนไม่ไหว ลุกขึ้นโวยวายว่าป่านนี้แพรวจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

“ใจเย็นเจ๊ อย่างน้อยแพรวมันก็อยู่กับผู้กองไม่เป็นไรหรอก”

“นังหนึ่ง แกใจเย็นเหลือเกินนะ”

“ใจร้อนแล้วทำอะไรได้ไหมล่ะ ฉันก็ห่วงมันนะไม่ใช่ไม่ห่วง แต่เราขึ้นไปตามไอ้แพรวบนเขาไม่ได้”

เจ๊ญาหันขวับไปทางศุภโชค ขอร้องให้พาตนขึ้นเขาไปตามหาแพรว

“เอาไว้พรุ่งนี้เช้าถ้าพี่ต้นกล้ากับคุณแพรวยังไม่กลับลงมา ผมจะขึ้นไปตามให้เอง คืนนี้คุณญาทำใจให้สงบก่อนนะครับ”

“นี่ตกลงฉันทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากต้องรอๆๆๆอย่างเดียวเลยใช่ไหม”

เจ๊ญาหงุดหงิดงุ่นง่านเป็นห่วงแพรวเหลือเกิน ศุภโชคเข้าใจและเห็นใจ แต่ยังทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้

ooooooo

ต้นกล้าพาแพรวไปพักค้างคืนในถ้ำและล้างแผลที่เท้าให้เธอด้วยน้ำสะอาดที่มีติดกระเป๋าเป้มา แพรวรับรู้ได้ถึงความห่วงใยจากเขา แต่จำต้องตัดสินใจพูดเรื่องที่รับปากภีรชาไว้ด้วยการถามหยั่งเชิงว่า

“คุณรู้ใช่ไหมว่าหมอภีร์รู้สึกยังไงกับคุณ”

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยก่อนตอบโดยไม่มองหน้า “รู้...แล้วน้องแพรวรู้ไหมว่าพี่คิดยังไงกับน้องภีร์”

“ฉันไม่อยากรู้”

“แต่พี่อยากให้น้องแพรวรู้” ต้นกล้าเงยหน้ามอง แต่แพรวทำเป็นไม่สนใจฟัง ทั้งที่ลึกๆแอบใจเต้นแรง “พี่เห็นน้องภีร์เป็นแค่น้องสาวแค่นั้น เพราะอะไรรู้มั้ย”

แพรวดีใจแต่ปั้นหน้านิ่งเก็บความรู้สึก สวนกลับว่าตนจะรู้ได้ยังไง

“เพราะพี่มีผู้หญิงคนนึงอยู่ในใจแล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็คือ...”

แพรวรีบยกมือขึ้นปิดหู รู้ว่าต้นกล้าหมายถึงตน แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อมจะรับฟังเพราะยังไม่มั่นใจในตัวเขาเต็มร้อย จึงพูดโพล่งว่าไม่ต้องบอก ไม่อยากฟัง

“ไม่อยากฟังแล้วจะรู้เหรอ”

“ก็ไม่อยากรู้ไง”

“แต่พี่อยากบอก”

“ถ้าขืนยังพูดอีกคำเดียว ฉันจะไม่คุยด้วย”

คำขู่นั้นทำให้ต้นกล้าหยุดนิ่ง...เสียงฝนตกฟ้าร้องครืนๆ สักพักก็ผ่าเปรี้ยง แพรวตกใจกลัวเผลอตัวโผกอดต้นกล้าแน่น แต่ปากแข็งไม่ยอมรับว่ากลัว

ด้วยความง่วงและอ่อนล้าแพรวกำลังจะหลับได้ยินต้นกล้าสารภาพความในใจว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจเขาตลอดมา แต่เธอทำเป็นนิ่งสนิทเหมือนหลับจริงๆ

รุ่งเช้าแพรวตื่นมานั่งทบทวนคำพูดของต้นกล้าด้วยความว้าวุ่นและสับสน ต้นกล้าตื่นทีหลัง ชวนเธอเดินทางกลับ แต่ระหว่างทางแผลที่เท้าแพรวอักเสบจนเป็นไข้ ต้นกล้าต้องอุ้มเธอไปอย่างทุลักทุเล

เมื่อมาถึงจุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นเวลาที่เจ๊ญากำลังชักชวนศุภโชคให้ไปตามหาแพรว ทุกคนตกใจกับสภาพหมดสติของแพรว ภีรชาแนะนำให้เรียกเฮลิคอปเตอร์มารับแพรวกลับไปรักษาที่โรงพยาบาล ต้นกล้ารีบจัดการอย่างเร่งด่วนเพราะเป็นห่วงแพรวมาก

ooooooo

ภาพข่าวต้นกล้าอุ้มแพรวออกจากป่ากลายเป็นข่าวดีๆที่แชร์กันว่อนในอินเตอร์เน็ต หลังจากหนึ่งนาทีถ่ายรูปไว้แล้วเอามาลงว่าทหารเป็นฮีโร่ช่วยเหลือผู้หญิงออกจากป่า

แต่แม่ของต้นกล้าที่อยู่นครสวรรค์รับรู้ข่าวนี้กลับไม่ปลื้ม เพราะไม่ต้องการให้ลูกชายยุ่งเกี่ยวกับแพรว ขณะเดียวกันแม่ของแพรวซึ่งรู้ข่าวจากพงศ์พันธุ์ลูกชายคนโตก็รับไม่ได้ สองครอบครัวจึงเดินทางมาที่สัตหีบอย่างเร่งด่วน

วันเพ็ญแม่ของแพรวเกลียดครอบครัวต้นกล้าเข้าไส้ เพราะนางจุกแม่ของต้นกล้าเคยแย่งคนรักของวันเพ็ญมาก่อน และพงศ์พันธุ์พี่ชายของแพรวยังเคยถูกแฟนทิ้งเพื่อไปหาต้นกล้าอีก ทำให้วันเพ็ญแค้นฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าลูกชายจะแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วก็ตาม

วันที่สองครอบครัวเดินทางมาสัตหีบ ต้นกล้าเฝ้าแพรวอยู่โรงพยาบาล บุญเกิดกับจุกพ่อแม่ของเขาจึงยังไม่เจอตัว แต่บอกศุภโชคให้ติดต่อลูกชายตนด้วย เวลาเดียวกันวันเพ็ญกับพงศ์พันธุ์ไปเยี่ยมแพรวที่โรงพยาบาล โชคดีที่ไม่เจอต้นกล้าเพราะเขาเพิ่งออกจากห้องผู้ป่วยไปก่อนหน้านี้ครู่เดียว

แพรวตกใจมากเมื่อเห็นแม่กับพี่ชายมา ขณะพูดคุยกันเธอคอยมองไปที่ประตู ภาวนาอย่าให้เขากลับมาตอนนี้เลย ถ้ามาเจอกันต้องเป็นเรื่องแน่ เพราะตั้งแต่มาถึงวันเพ็ญยังบ่นไม่หยุดปาก

“นึกว่าชาตินี้จะไม่ต้องเจอกันแล้ว ทำไมยังตามมาหลอกมาหลอนกันอีก”

“เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว ลืมๆมันไปเถอะแม่ จะไปโกรธแค้นกันให้ได้อะไรขึ้นมา”

“แค้นนี้จนตายแม่ก็ไม่ลืม แกก็เหมือนกัน จำไม่ได้เหรอ สมัยก่อนโน้นแกถูกแฟนทิ้งไปหาต้นกล้าจนอกหักเกือบเสียผู้เสียคน ลืมไปแล้วเหรอไง แม่ลูกนิสัยเหมือนกันไม่มีผิด ชอบแย่งของรักของคนอื่น”

“เอ๊าแม่! ก็ผู้หญิงเค้าทิ้งผมไปเอง ใช่ความผิดของต้นกล้ามันซะที่ไหนล่ะ”

“แกไม่ต้องมาพูดเข้าข้างมันเลยนะ”

พงศ์พันธุ์เงียบกริบ แพรวฟังวันเพ็ญบ่นแล้วยิ่งกังวลกลัวต้นกล้าจะกลับมาเจอแม่ แต่ทันใดนั้นต้นกล้าก็เปิดประตูเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง ไม่ทันสังเกตว่ามีใครอยู่ในห้องบ้าง

“น้องแพรว เดี๋ยวอีกซักพักอาหารจะเข้ามาส่งนะครับ”

ทันทีที่ต้นกล้าเห็นหน้าวันเพ็ญก็อึ้งสนิท...พอตั้งสติได้รีบวางของแล้วยกมือไหว้ แต่วันเพ็ญเชิดใส่ไม่รับไหว้แถมไล่เขาออกไปไม่ให้มาวุ่นวายกับลูกสาวของตน

“แม่...พี่ต้นกล้าเป็นคนช่วยแพรวออกจากป่านะ”

“ออกรับแทนมัน แกยังชอบมันอยู่ใช่มั้ย”

“ไม่ใช่ค่ะแม่”

“แกจะรักจะชอบใครแม่ไม่ห้าม แต่ต้องไม่ใช่ต้นกล้า เป็นแค่พลทหาร กระจอกอยู่ยังไงก็กระจอกอยู่อย่างนั้น”

วันเพ็ญดูถูกต้นกล้า แต่พอได้ยินพยาบาลเข้ามาเรียกเขาว่าผู้กอง วันเพ็ญก็ชะงักหน้าเจื่อน

“ผู้กองคะ มีโทรศัพท์มาหาค่ะ บอกว่ามีธุระด่วน”

ต้นกล้ารีบร้อนออกไป วันเพ็ญถามแพรวทันที “เป็นผู้กองเลยเหรอ”

“ค่ะ พี่ต้นกล้าเป็นผู้กอง และเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษฉลามวาฬค่ะแม่”

“แล้วไง ไม่เห็นจะน่าตื่นเต้น”

พงศ์พันธุ์ส่ายหน้าระอาแม่แล้วเดินตามต้นกล้าออกไป

ต้นกล้าออกมารับสายจากศุภโชคที่โทร.รายงานว่าพ่อกับแม่เขามาหาที่บ้านพัก ต้นกล้าเซ็งหนักถึงกับหลุดคำพูดออกมาว่า ทำไมต้องมาพร้อมกันด้วย

“ใครมาพร้อมใครเหรอพี่” ศุภโชคแปลกใจ

ต้นกล้าไม่อยากเล่า บอกปัดว่า

“ช่างเถอะ ว่าแต่แกไม่ได้บอกพ่อกับแม่ใช่ไหมว่าฉันอยู่โรงพยาบาลกับน้องแพรว”

“ไม่ได้บอก แม่พี่โกรธมากที่เห็นข่าวพี่อุ้มคุณแพรวออกจากป่า ผมเลยไม่กล้าพูด”

“ดีนะที่แกฉลาด ไม่งั้นวันนี้โรงพยาบาลแตกแน่ ฉันฝากดูแลพ่อกับแม่ให้ก่อน แล้วจะรีบกลับ”

ต้นกล้าวางสายหน้าเครียดก่อนจะหันมาเจอพงศ์พันธุ์ยืนมองตนอยู่ แล้วสองหนุ่มก็เดินไปหาที่นั่งคุยกันด้วยดีไม่มีท่าทีบาดหมาง

“ฉันขอโทษที่ตอนนั้นดันไปชอบผู้หญิงคนเดียวกับแก”

“ฉันไม่ติดใจอะไรแล้ว ตอนนี้ฉันแต่งงานมีลูกแล้ว นี่ไงรูปลูกกับเมียฉัน ลูกชายฉันหล่อเหมือนฉันเลยว่ามั้ย” พงศ์พันธุ์เปิดรูปลูกเมียในโทรศัพท์มือถืออวดต้นกล้า

“ฉันว่าหล่อได้แม่มากกว่าว่ะ ฉันดีใจนะที่แกไม่โกรธฉัน แต่แม่แกยังเกลียดฉันอยู่”

“แม่ก็เป็นอย่างนั้นแหละ จริงๆไม่มีอะไรหรอก”

แม้พงศ์พันธุ์จะพูดให้กำลังใจ แต่ต้นกล้าก็แอบหนักใจ รู้ว่าความรักระหว่างตนกับแพรวคงเป็นไปได้ยาก

ooooooo

จุกนั่งรอต้นกล้าด้วยความกระวนกระวายใจอยู่กับบุญเกิด โดยมีศุภโชคนั่งอยู่ด้วย พอเห็นต้นกล้าเดินเข้ามา ศุภโชครีบขอตัวออกไปทันที

“สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับแม่ จะมาทำไมไม่บอกผมก่อน”

“แม่เขาเห็นข่าวเรากับหนูแพรวแล้วก็นั่งไม่ติด ต้องรีบแจ้นมานี่”

“ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ ทำไมไปอุ้มกันออกมาจากป่า แล้วทำไมถึงมาเจอกันได้อีก”

“มันบังเอิญน่ะครับ พอดีน้องแพรวมาทำข่าวเรื่องแรงงานเถื่อนที่นี่ แล้วน้องแพรวขอไปเป็นจิตอาสาช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมแล้วเกิดหลงป่า ผมก็เลยเข้าไปช่วยออกมาก็แค่นั้น”

“แค่นั้นแน่นะ”

“แน่สิครับแม่ ผมเป็นทหาร ไม่ว่าใครหลงป่าผมก็ต้องเข้าไปช่วยทั้งนั้นแหละ” ต้นกล้าพูดเอาตัวรอดเพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลาย...

เวลาเดียวกันนั้นแพรวก็กำลังหว่านล้อมแม่ขอให้ตนได้อยู่สัตหีบต่ออีกสักพัก แต่วันเพ็ญไม่ยอม บอกตรงๆว่าไม่ไว้ใจต้นกล้า กลัวจะมาวุ่นวายกับลูกตน

“ถึงพี่ต้นกล้าไม่มาวุ่นวายกับแพรว แพรวนี่แหละที่จะไปวุ่นวายกับเขา”

“ยัยแพรว! พูดอะไรออกมา แกเป็นผู้หญิงนะ”

“แพรวไม่ได้จะไปวุ่นวายกับเขาแบบนั้นซะหน่อย แพรวได้เบาะแสของพัสจากพี่ต้นกล้าค่ะ แล้วเขาก็รับปากแล้วว่าจะช่วยตามหาพัส”

“จริงเหรอ แล้วตอนนี้พัสอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง แล้วทำไมไม่เอาน้องกลับมา”

“เราแค่ได้ข่าวค่ะ แต่ยังไม่รู้ว่าพัสอยู่ที่ไหนกันแน่ แพรวถึงต้องอยู่ที่นี่ต่อไงคะแม่”

วันเพ็ญนิ่งคิดครู่หนึ่งก็ตกลงยอมให้แพรวอยู่ต่อ แต่แม่ต้องอยู่ด้วย จะได้คอยกันไม่ให้ต้นกล้าเข้าใกล้ลูก

“ไม่ต้องหรอกแม่ แพรวมีเจ๊ญากับหนึ่งอยู่เป็นเพื่อนแล้ว พี่พงศ์ช่วยพูดหน่อยสิ”

“กลับเถอะแม่ ผมเป็นห่วงลูกกับเมียผม”

“แกก็กลับไปคนเดียวสิ แม่จะอยู่ที่นี่กับแพรว”

“แล้วแม่ทิ้งพ่อไว้ที่โรงสีคนเดียวไม่กลัวมีสาวมาอ่อยพ่อเหรอ ผมเห็นคนที่เอาข้าวมาสีที่โรงสีเรา มีลูกสาวสวยๆทั้งนั้นเลยนะแม่”

วันเพ็ญรู้ทันลูก แต่ก็เครียดๆ หวงสามีเหมือนกัน บอกลูกว่ากลับก็ได้ แต่จะกลับพรุ่งนี้ คืนนี้นอนเฝ้าแพรวที่โรงพยาบาล แพรวบอกที่นี่ไม่สะดวกสบาย ให้แม่ไปนอนที่บ้านพัก ส่วนตนจะโทร.ตามเจ๊ญามานอนเป็นเพื่อน

เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว พงศ์พันธุ์ขับรถพาวันเพ็ญไปบ้านพักในฐานทัพเรือ เป็นจังหวะที่ต้นกล้ากำลังจะพาพ่อกับแม่ออกมากินอาหารทะเล

ขณะขับรถพาแม่มาที่บ้านพัก พงศ์พันธุ์พยายามพูดให้แม่เลิกแค้นเคืองครอบครัวของต้นกล้า แต่วันเพ็ญกลับขึ้นเสียงอย่างมีอารมณ์จนลูกชายเป็นฝ่ายเสียงอ่อย

“โธ่แม่...เมื่อไหร่แม่จะเลิกโกรธแค้นบ้านโน้นสักที เรื่องมันก็ผ่านมานานจนต่างคนต่างมีลูกมีครอบครัวกันหมดแล้ว”

“แม่กับนังจุกชาตินี้ไม่มีวันเผาผีกัน แม่เกลียดมันเข้าไส้ แม้แต่เงาก็ไม่อยากเฉียดเข้าใกล้ มีอย่างที่ไหนมาแย่งผู้ชายที่แม่ชอบ”

“แค้นฝังหุ่นจริงๆแม่เรา”

ทันใดนั้นรถต้นกล้าเลี้ยวออกมา ส่วนรถพงศ์พันธุ์กำลังจะเลี้ยวเข้า รถทั้งสองคันเกือบชนกัน ต่างฝ่ายต่างเบรกดังเอี๊ยด ทันทีที่วันเพ็ญเห็นจุกที่นั่งข้างต้นกล้าก็โกรธเลือดขึ้นหน้า แผดเสียงจนพงศ์พันธุ์สะดุ้งโหยง

“นังจุก!!”

ไม่ต่างจากจุกเมื่อเห็นวันเพ็ญก็รีบร้อนลงจากรถพุ่งตรงมาเผชิญหน้า พงศ์พันธุ์กลัวจะมีเรื่องรีบตามมาประกบแม่ ขณะที่ต้นกล้ากับบุญเกิดก็ตามประกบจุกอย่างหวั่นใจ

“นังวันเพ็ญ! โลกออกจะกว้าง ทำไมต้องมาบังเอิญเจอแกที่นี่” จุกเปิดฉากเสียงดังลั่น

แล้วจากนั้นสองคุณแม่ก็ทุ่มเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“ไหนๆก็เจอตัวแล้ว แกช่วยสั่งสอนลูกชายของแกด้วยนะว่าอย่ามายุ่งกับลูกสาวฉันอีก”

“แกต่างหากที่ควรจะดูแลลูกสาวตัวเองให้ดีอย่าปล่อยให้วิ่งแร่มาหาลูกชายฉัน”

“ลูกสาวฉันไม่ได้มีนิสัยเหมือนแกที่เที่ยววิ่งแรดๆไปหาผู้ชายถึงในบ้าน ไปอ่อยเขาถึงบนเตียง จนได้เขาเป็นผัว” วันเพ็ญพูดพลางเหล่บุญเกิดที่ยืนอยู่ข้างเมีย

“ฉันอ่อยที่ไหน ฉันไม่ต้องทำอะไร พี่บุญเกิดก็รักฉัน ไม่เหมือนใครบางคน ทำแทบตายแต่สุดท้ายก็ได้แต่มอง” จุกลอยหน้าตอบโต้ ทำให้วันเพ็ญยิ่งเดือดดาล

“แกยังปากหมาไม่เปลี่ยน แบบนี้มันต้องเจอ”

วันเพ็ญถอดรองเท้าออกมาจะตบจุก พงศ์พันธุ์รั้งแม่และขอร้องให้ใจเย็น

“แน่จริงก็เข้ามาสิวะ คิดว่าตบเป็นคนเดียวหรือไง” ว่าแล้วจุกถอดรองเท้าออกมาเหมือนกัน ต้นกล้าดึงแม่ไว้ ขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย อายคน

พงศ์พันธุ์กับต้นกล้าพยายามห้ามแม่ของตน แต่ไม่มีใครฟังสักคน ต่างท้าตบกันเหยงๆ จนต้นกล้าหนักใจเหลือเกิน...มองไม่เห็นทางที่จะลงเอยกับแพรวได้เลย

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement