ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 3


5 ก.ย. 2560 07:07
727,710 ครั้ง

ละคร นิยาย ราชนาวีที่รัก

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

ราชนาวีที่รัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

เฟื่องนคร

บทโทรทัศน์โดย:

ลูกทะเล

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อรรคพันธ์ นะมาตร์, แซมมี่ เคาวเวลล์

พัสสนน้องชายของแพรว ถูกจับมาทำงานในเรือประมงรวมกับคนอื่นๆ แต่ละคนต้องทนทุกข์อยู่กับการข่มขู่บังคับ สภาพทรุดโทรมมาก บางคนป่วยไข้ทำงานไม่ไหวผู้คุมก็ผลักทิ้งลงทะเลอย่างไร้ความปรานี

ความโหดเหี้ยมเลือดเย็นนี้ทำให้พัสสนมุ่งมั่นว่าต้องหนี ขืนอยู่ต่อไปสักวันเขาคงตายคาเรือ...แล้วพัสสนก็สบโอกาสเหมาะตอนพวกมันจอดเรือแวะเติมน้ำมันที่เกาะ โดยไม่รู้ว่าเวลานี้มีทหารและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มาให้บริการประชาชนบนเกาะมีคนของจ่ายศคอยคุมเชิงทหารที่นำพาหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มา มันรายงานให้จ่ายศรู้ แต่จ่าบอกให้ดูท่าทีไปก่อน บางทีอาจไม่มีอะไร แต่อย่าให้พวกมันออกนอกเขตหมู่บ้าน

ต้นกล้ารู้สึกผิดสังเกตกับชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ เมื่อเสร็จงานจึงขอตัวกลับโดยไม่กินข้าวปลาอาหารที่ผู้ใหญ่บ้านจัดเตรียมไว้ให้ แต่ไม่ทันที่ทุกคนจะขึ้นเรือก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ซึ่งคนของจ่ายศบนเกาะบอกว่าไม่มีอะไร คงมีคนขึ้นไปล่าสัตว์บนเขา

แต่ความจริงแล้วพัสสนหนีการจับกุมของผู้คุมบนเรือ เด็กหนุ่มหนีตายหัวซุกหัวซุนแต่สุดท้ายก็ถูกพวกมันจับกลับขึ้นเรือไปอีกจนได้

เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ต้นกล้ารีบพาคณะของตนออกจากเกาะโดยเร็ว แล้วย้อนกลับมาใหม่พร้อมลูกทีม โดยไม่ยอมบอกให้แพรวรู้อย่างเด็ดขาด

ต้นกล้าเชื่อว่าบนเกาะมีการลักลอบทำเรื่องผิดกฎหมายจึงต้องการมาตรวจสอบ โดยแยกกับกลุ่มของศุภโชคที่ปลอมตัวไปสืบในหมู่บ้าน ส่วนเขากับลูกน้องอีกจำนวนหนึ่งอ้อมไปอีกทาง

แพรวตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันเห็นพัสสนโดนยิงเลือดท่วม เธอเป็นห่วงน้องชายอย่างมาก ชวนเจ๊ญากับหนึ่งนาทีมาหาต้นกล้าที่บ้านพัก เมื่อไม่พบตัวก็ซักถามจนมะเดี่ยวต้องพูดออกมาว่าต้นกล้าพาลูกน้องไปที่เกาะ

ในที่สุดพวกต้นกล้ากับลูกน้องจ่ายศก็ปะทะกันดุเดือด ใช้เวลานานพอควรกว่าทหารจะสยบคนร้ายได้ พวกมันถูกจับมาสอบสวนในกองเรือยุทธการ แพรวรู้ก็รีบมาหาต้นกล้าทั้งที่เป็นเวลาตีสอง

ต้นกล้าส่งกำลังพลอีกชุดไปเคลียร์พื้นที่บนเกาะจนรู้ว่าที่นั่นถูกใช้เป็นที่ส่งเสบียงให้เรือเถื่อนหลายเดือนแล้ว ศุภโชคหวังว่าเหตุการณ์คืนนี้จะสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้

ขณะสองหนุ่มคุยกันอยู่นั้น เสียงแพรวเรียกต้นกล้าดังอยู่ด้านนอก สองหนุ่มออกมาเห็นแพรว เจ๊ญา และหนึ่ง-นาทีก็แปลกใจ ถามว่าดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอนกันอีก

แพรวห่วงน้องชาย นำรูปถ่ายมาให้ต้นกล้าแล้วส่งต่อให้คนร้ายที่ถูกจับมาได้ดูอีกทอด ก่อนจะได้คำตอบชัดเจนว่าพัสสนหนีจากเรือเถื่อนขึ้นมาบนเกาะตอนที่ทหารนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปบริการประชาชน

“แล้วตอนนี้พัสอยู่ไหน” แพรวถามพรวด

“ใจเย็นๆนะครับ พัสถูกจับได้ ก็เลยถูกจับกลับไปที่เรือแล้ว”

แพรวเข่าอ่อน เสียดายที่คลาดกับน้องชายและป่านนี้ไม่รู้เขาจะเป็นยังไงบ้าง เธอกล่าวโทษเป็นความผิดของตนที่ช่วยน้องไม่ได้ หนึ่งนาทีกับเจ๊ญาช่วยกันปลอบโยน ขณะที่ต้นกล้าบอกให้แพรวมองในแง่ดีว่าตอนนี้พัสสนยังมีชีวิตอยู่

“แล้วหลังจากนี้ล่ะ พวกมันจะลงโทษพัสยังไง คุณรู้หรือเปล่า”

ต้นกล้าตอบไม่ได้ ทุกคนพูดอะไรไม่ออก แพรวสะอึกสะอื้นหนักมาก

“เพราะพี่ไม่ดีเอง ถ้าพัสเป็นอะไรไป พี่จะไม่ยอมยกโทษให้ตัวเอง” แพรวคร่ำครวญและร้องไห้จนเป็นลม

ooooooo

เช้าวันใหม่ ภีรชาเตรียมตัวกลับแต่ไม่มีต้นกล้ามาส่ง เธอรู้สึกน้อยใจและสงสัยว่าเขาไปไหน?

ต้นกล้าห่วงใยแพรวตั้งแต่เมื่อคืน...เช้านี้ยังวนเวียนไปดูแล เมื่อเห็นเธอไม่ยอมกินอาหารทั้งที่เพื่อนคะยั้นคะยอ ชายหนุ่มเข้ามาจูงมือแพรวออกนอกบ้าน จะพาไปยังสถานที่ที่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้น

แพรวขัดขืนไม่ยอม โวยวายว่าตนไม่มีอารมณ์จะไปไหนทั้งนั้น แต่พอได้ยินเขาบอกว่าถ้าอยากรู้เรื่องที่จะเกิดขึ้นกับพัสสนก็ต้องไป แพรวสนใจขึ้นมาทันที...

ภีรชาแอบมองสองคนเดินไปด้วยกัน จิตใจห่อเหี่ยวอย่างบอกไม่ถูก

ต้นกล้าพาแพรวไปที่หมู่บ้านชาวประมง จุดประสงค์ก็เพื่อให้หญิงสาวคลายความกังวล

“ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงพัส แต่การโทษตัวเอง แล้วก็เอาแต่คิดมากมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น”

“งั้นฉันควรทำยังไง ถ้าคุณรู้ก็บอกมาสิ”

“ผมกำลังพูดกับคุณด้วยเหตุผล การที่คุณคิดไปว่าพวกโจรจะทำร้ายพัสยังไงบ้าง มันเป็นแค่ความคิด ไม่ใช่ความจริง แล้วคุณจะคิดเพื่อบั่นทอนกำลังใจตัวเองทำไม”

“เพราะฉันไม่ใช่พวกโลกสวย พวกโจรคงไม่เลี้ยงต้อนรับพัสกลับขึ้นเรือหรอก...จริงไหม...ถ้าคนที่คุณรักมากกำลังตกอยู่ในอันตราย คุณจะไม่คิดอะไรเลยเหรอ ถ้าทำได้คุณก็ไม่มีหัวใจแล้วล่ะ”

“ผมมีหัวใจ เราทุกคนมีความรู้สึกครับคุณแพรว แต่เราต้องมีสติด้วย เราถึงจะแก้ปัญหาได้”

เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งต้นกล้าหยุดนิ่ง มองตรงไปที่หญิงกลางคนกับเด็กหนุ่มกำลังช่วยกันเก็บแหที่ตากไว้

“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม แล้วสองคนนั่นเป็นใคร”

“เด็กผู้ชายคนนั้นชื่อเข้ม เมื่อสองปีก่อนเข้มเคยถูกหลอกไปขายแรงงานเถื่อน และผมเป็นคนช่วยเขาออกมา ก่อนเจอผม เข้มเคยพยายามหนีออกจากเรือลำนั้นสองครั้ง พวกมันจับเข้มกลับไปได้ แต่มันไม่ทำร้ายเข้มจนถึงตาย เพราะยังต้องการใช้เข้มทำงาน ถ้าพวกมันคิดจะฆ่าเข้ม มันไม่ลากเข้มกลับไปที่เรือหรอก ฆ่าทิ้งซะตั้งแต่ตอนแรกก็หมดเรื่อง กรณีพัสก็เหมือนกัน”

“พวกมันจะไม่ฆ่าพัสจริงๆใช่ไหม”

“ผมจะช่วยพัสกลับมาให้ได้ เหมือนที่ผมเคยช่วยเข้ม” ต้นกล้าให้ความมั่นใจ จับมือเธอบีบเบาๆเหมือนเป็นสัญญา...

แพรวซาบซึ้ง ยิ้มรับด้วยความรู้สึกดีๆสำหรับคำปลอบโยนและกำลังใจนั้น

“จำไว้นะครับ ไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายแรงแค่ไหน เราต้องไม่หมดหวัง”

“ฉันจะพยายามเข้มแข็ง ขอบคุณมาก”

“ผมไม่ได้แค่พูดให้คุณรู้สึกดีขึ้น แต่ผมตั้งใจจะช่วยพัสกลับมาให้ได้จริงๆ คุณจะต้องได้เจอพัสแบบที่ยังมีลมหายใจอยู่”

เมื่อเห็นว่าแพรวผ่อนคลายความกังวลเรื่องน้องชายลงแล้ว ต้นกล้าชวนเธอไปกินอาหารทะเลที่ลุงสง่าพ่อของศุภโชคออกเรือหากุ้งหอยปูปลามาได้สดๆ

สองคนนำมาปิ้งย่างกินกันอย่างเอร็ดอร่อย กินไปกระเซ้าเย้าแหย่กันไปอย่างมีความสุข ก่อนที่ต้นกล้าจะตาไวเห็นจ่ายศเข้ามาคุยกับลุงสง่าเรื่องเงินที่ให้ขอยืม

ต้นกล้าไม่เผยตัวแต่กลับมาเล่าให้ศุภโชคฟัง ศุภโชค ไม่พอใจที่พ่อยืมเงินจ่ายศ เขารีบไปซักถามพ่อก่อนจะนำเงินสองหมื่นไปใช้คืนจ่ายศ ส่วนที่เหลืออีกสามหมื่น จะเอามาคืนให้ภายในสองสัปดาห์

จ่ายศไม่พอใจในความหยิ่งยโสของศุภโชค แต่เฮียทับกลับหัวเราะชอบใจ เพราะมั่นใจว่าสักวันเงินของตนต้องซื้อศุภโชคได้

ooooooo

เย็นนี้มีการแสดงดนตรีในสวนโดยคณะดุริยางค์ทหารเรือ ต้นกล้าชวนแพรวมาฟังเพลง ซึ่งเจ๊ญากับหนึ่งนาทีแซวว่าเป็นการออกเดตของสองคน

แพรวรู้สึกดี และจะดีมากๆถ้าไม่มีภีรชาโผล่มา ต้นกล้าคาดไม่ถึงเหมือนกัน เพราะเข้าใจว่าภีรชากลับ กรุงเทพฯไปแล้ว

ภีรชาอยากใกล้ชิดต้นกล้า เธอให้เหตุผลว่าวันนี้วันหยุดเลยอยู่พักผ่อนต่อ ตั้งใจว่าอีกสองวันค่อยกลับ แพรวฟังแล้วแอบเซ็งขึ้นมาทันที

ฝ่ายเจ๊ญาที่พยายามจะจีบศุภโชค แต่ก่อนหน้านี้บังเอิญเห็นเขากับมะเดี่ยวหยอกล้อเล่นกัน ก็เลยกลัวว่าเขาจะเป็นพวกชายรักชาย หนึ่งนาทีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้จึงอาสาจะพิสูจน์ให้เอง

เมื่อเห็นต้นกล้าดูแลเอาใจภีรชา แพรวรู้สึกตัวเอง เป็นส่วนเกินจึงปลีกตัวออกห่างไป แต่เมื่อต้นกล้าตามมาซักถามเธอกลับทำปากแข็งว่าไม่ได้รู้สึกอะไร แถม

แพรวยังทำท่าจะอารมณ์เสีย ต้นกล้าจึงชวนเธอกลับไปฟังเพลงไพเราะและมีความหมายดีๆ ทำให้แพรวกลับมายิ้มได้อีกครั้ง ส่วนภีรชาหน้าสลด ซ่อนความไม่พอใจที่เห็นต้นกล้าให้ความสนิทสนมกับแพรว

การแสดงดนตรีจบลงอย่างสวยงามและประทับใจผู้ชม แต่ภาระหน้าที่ของต้นกล้าและเพื่อนทหารเรือกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีก หลังจากต้นกล้าได้รับแจ้งว่ามีเรือประมงทำผิดกฎหมาย

ต้นกล้าพร้อมด้วยลูกทีมออกปฏิบัติภารกิจนี้อย่างเร่งด่วน จับโขงกับขาบสองพ่อลูกชาวประมงที่นำอวนตาถี่มาจับปลาในทะเลทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมาย

หลังจากถูกจับจนโดนยึดเรือและเสียค่าปรับไปแล้ว สองพ่อลูกเดินบ่นกลับมาที่บ้านด้วยความหงุดหงิดโมโห แล้วยังมาโดนจ่ายศรอทวงหนี้อยู่อีก สองพ่อลูกแทบกราบกรานขอผัดผ่อนไปก่อน เล่าว่าวันนี้โชคไม่ดีโดนทหารจับ ยังไม่รู้จะได้เรือคืนเมื่อไหร่ ถ้าไม่มีพวกทหารพวกตนคงทำมาหากินคล่องกว่านี้ จ่ายศฟังแล้วเกิดความคิดบางอย่างและยอมผ่อนผันหนี้ให้โดยดี

เสร็จภารกิจในคืนนี้แล้วแทนที่ต้นกล้าจะได้กลับมาพักผ่อน เขาต้องไปหาฐาปนิสรที่ผับแห่งหนึ่งเพราะเธอโทร.มาด้วยน้ำเสียงเมามายน่าเป็นห่วง

ที่แท้เป็นการจัดฉากของฐาปนิสรเพื่อทำให้แพรวผิดใจกับต้นกล้า โดยฐาปนิสรแอบให้เพื่อนถ่ายรูปตนกับต้นกล้าขณะกอดรัดนัวเนียกันภายในผับส่งไปให้แพรวดู ต้นกล้าเข้าใจว่าหญิงสาวเมาจึงอยากช่วยเหลือประสาคนรู้จักกัน

แต่แพรวกับเพื่อนเห็นรูปนั้นแล้วอึ้ง...ต้นกล้าบอกว่าไปทำงาน แล้วทำไมถึงไปอยู่ในผับกับผู้หญิงได้

ooooooo

แพรวไม่พูดไม่จากับเพื่อนตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้า เจ๊ญากับหนึ่งนาทีเดาออกว่าแพรวหึงหวงต้นกล้า แต่พอพวกเขาซักถามแพรวปฏิเสธเหมือนเดิม

หนึ่งนาทีโดนหัวหน้ายื่นคำขาดให้เวลาทำงานที่มอบหมายให้เสร็จภายในสองอาทิตย์ แพรวจึงช่วยนัดแหล่งข่าวเพื่อไปสัมภาษณ์และจะช่วยร่างคำถามให้ด้วย

แพรวเอางานบังหน้าเพื่อไม่ให้คิดฟุ้งซ่านเรื่องต้นกล้ากับฐาปนิสร แต่เจ๊ญากับหนึ่งนาทีรู้ทัน จึงผลักไสไล่ส่งแพรวไปเคลียร์กับต้นกล้าให้รู้เรื่อง

เมื่อแพรวเปิดรูปถ่ายเจ้าปัญหาให้ต้นกล้าดู บอกว่าผู้หญิงของเขาส่งมาให้ตน ต้นกล้าคาดไม่ถึงว่าฐาปนิสร จะกล้าทำแบบนี้

แล้วต้นกล้าก็เล่าเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้แพรวฟัง ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าฐาปนิสรแกล้งเมา จนกระทั่งจะพาเธอกลับบ้านแต่เธอโวยวายไม่ยอม ตัดพ้อต่อว่าเขาใจร้ายหลอกให้รักอยู่ข้างเดียว ทำให้เขาเอะใจว่าเธอไม่ได้เมา จึงแยกตัวกลับออกมาก่อน

แพรวยืนกอดอกรับฟังเรื่องที่ต้นกล้าเล่าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“พอฟังพี่เล่าจบ น้องแพรวก็เข้าใจพี่แล้วใช่ไหมครับ”

“ไม่เข้าใจ คุณรู้ว่าเธอแกล้งเมา แต่ไม่รู้ว่าถูกแอบถ่ายรูป”

“ครับ พี่ไม่นึกว่าเขาจะใช้แผนนี้”

“คุณนี่ซื่อมาก มากเหลือเกิน มากจนรู้ไม่เท่าทันเล่ห์กลผู้หญิง”

“ว่าพี่โง่ตรงๆก็ได้”

“รู้ตัวก็ดี”

“ตกลงว่าน้องแพรวเชื่อที่พี่เล่า”

“เชื่อไม่เชื่อไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ตรงที่คุณทำตัวแย่”

“อ้าว? ไหงมาว่าพี่แบบนี้ล่ะครับ”

“หรือว่ามันไม่จริง คุณทำให้เขาเข้าใจผิด ไม่รักไม่ชอบก็อย่าไปยุ่งกับเขาตั้งแต่แรก นี่เขาเรียกให้ไปหาก็ไปหา มันเท่ากับว่าคุณไปให้ความหวังเขา แบบนี้ชาติหน้าเขาก็ไม่เลิกตื๊อคุณหรอก”

แทนที่ต้นกล้าจะแสดงความไม่พอใจ เขากลับยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

“ยิ้มอะไร ไม่ได้เล่นตลก”

“พี่ดีใจที่น้องแพรวหึง...เอ่อ...พี่หมายถึงเชื่อใจพี่น่ะครับ”

“ใครเชื่อใจคุณ ที่ฉันไม่หลงกลไอ้แผนตื้นๆแบบนี้ เพราะฉันฉลาดต่างหาก”

“เหรอครับ”

“ก็ใช่สิ ไม่ต้องคิดเข้าข้างตัวเองเลยนะ” แพรวค้อนขวับ แต่ต้นกล้ายิ้มกริ่มอารมณ์ดี

ooooooo

ภีรชายังคงอยู่บ้านพักในฐานทัพเรือ ครุ่นคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างต้นกล้ากับแพรวแล้วฟันธงว่า

“พี่ต้นกล้าต้องชอบคุณแพรวแน่ แต่คุณแพรวล่ะ คิดยังไง”

ภีรชาหน้านิ่วคิ้วขมวดจนมะเดี่ยวที่เดินมาเห็นอดทักไม่ได้ว่าต้องมีเรื่องกลุ้มใจแน่ๆ หญิงสาวไม่ยอมรับ ทั้งที่ภายในใจว้าวุ่นและคิดหนัก

ผ่านไปอีกสักพักภาพที่เห็นยิ่งตอกย้ำความคิดของตัวเอง...ภีรชาเดินมาเห็นต้นกล้าจับมือแพรว แต่พยายามทำไม่รู้ไม่ชี้ ชวนทั้งคู่ไปไหว้พระที่วัดแห่งหนึ่ง

แพรวโทร.บอกหนึ่งนาทีว่าไปสัมภาษณ์แหล่งข่าวด้วยไม่ได้แล้ว หนึ่งนาทีโวยวายแต่แพรวก็ตัดสายทิ้งหน้าตาเฉย เจ๊ญาเลยต้องไปกับหนึ่งนาทีแทนแพรว...

ที่วัด แพรวเช่าพระชื่อดังองค์เล็กตั้งใจนำมาให้ต้นกล้าเอาไว้คุ้มครองป้องภัย แต่กลายเป็นเธอยังไม่ทันจะให้ ภีรชาก็ด่วนมาตัดหน้าเสียก่อน

“ภีร์รู้ค่ะว่าพี่ต้นกล้ามีความดีคุ้มครอง แต่ภีร์อยากให้พี่ต้นกล้าพกเหรียญหลวงพ่อไว้ด้วยเพื่อความสบายใจของภีร์นะคะ”

“ขอบคุณมากครับ”

“ภีร์เช่าไปให้พี่ภูเหมือนกันค่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะคะ”

ต้นกล้ายิ้มให้ภีรชา แต่แพรวลอบถอนใจอย่างเซ็งๆ พอออกจากวัด ต้นกล้าพาสองสาวแวะกินอาหาร ฐาปนิสรกับจอยและนกมาทีหลัง เห็นแล้วหมั่นไส้สองสาวจนอยากจะเข้าไปตบ

ฐาปนิสรสะกดใจไม่ทำรุนแรงต่อหน้าต้นกล้า แต่เลือกที่จะทำให้ต้นกล้าลุกออกไปจากโต๊ะอาหารด้วยการจ้างพนักงานนำกระดาษโน้ตข้อความว่ารถของเขาถูกชนมาให้

ต้นกล้าร้อนใจรีบออกไปดูรถ อยู่ทางนี้ฐาปนิสรให้จอยกับนกคอยดูต้นทาง ก่อนที่ตัวเองจะเข้าไประรานแพรวกับภีรชา

“ท่าทางเจริญอาหารจัง เธอดูสบายใจกว่าที่ฉันคิด” ฐาปนิสรทักแพรวและเหลือบมองภีรชาอย่างไม่เป็นมิตร “ฉันสับสนจริงๆ นี่เธอใจกว้างจนเห็นต้นกล้ากอดฉันแล้วไม่รู้สึกอะไร หรือว่าเธอหน้าด้าน เลยไม่ยอมเลิกยุ่งกับเขากันแน่”

ภีรชาทั้งอึ้งและงง ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ขณะที่แพรวชักสีหน้าไม่พอใจอย่างแรง

“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ฉันไม่สนเรื่องของเธอกับเรือเอกจิรวัติหรอก เพราะฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเขา”

“โกหก!!”

“เลิกก่อกวนฉันสักที ไม่อายตัวเองบ้างเหรอ อยากจับผู้ชายแต่เขาไม่เล่นด้วย แล้วยังพาลเหวี่ยงไปทั่ว ประจานตัวเองแบบนี้”

“แก...แกกล้าดียังไง”

“หรือฉันพูดผิด นึกว่าฉันดูไม่ออกเหรอว่ารูปที่ส่งมาน่ะ เธอจัดฉาก”

“จัดฉากบ้าบออะไร ฉันจะบอกให้เอาบุญ ต้นกล้ากับฉัน เราเคยรักกันมาก่อน”

“ใช้คำว่าเคย แปลว่ามันเป็นอดีต” ภีรชาแทรกขึ้นมา...ฐาปนิสรโมโหทำท่าจะเอาเรื่อง

“อย่ายุ่งกับคุณหมอภีรชา เธอมีปัญหากับฉัน ก็มาเคลียร์กับฉันนี่”

แพรวปกป้องภีรชา ฐาปนิสรเงื้อมือจะตบแพรว แต่ช้ากว่าภีรชาที่คว้าแก้วน้ำบนโต๊ะสาดใส่หน้าฐาปนิสร

“คุณคงหงุดหงิดเพราะอากาศร้อน ฉันก็เลยคิดว่าน้ำเย็นๆซักแก้วน่าจะช่วยคุณได้”

ฐาปนิสรร้องกรี๊ด เต้นเป็นเจ้าเข้า ภีรชาพูดโพล่งว่าสงสัยจะยังไม่หายร้อน งั้นคงต้องอีกแก้ว

“นี่คิดจะรุมกันเหรอ” พูดขาดคำฐาปนิสรจะตบภีรชา แต่โดนแพรวชกปากแตก จอยกับนกตกใจวิ่งพรวดเข้ามาดูเพื่อน พูดปากคอสั่นว่าต้นกล้ากลับมาแล้ว

“ฝากไว้ก่อนเถอะ” ฐาปนิสรอาฆาตแล้วผละไปพร้อมเพื่อนอย่างรวดเร็ว

ต้นกล้ากลับมาเห็นพื้นเปียกน้ำ รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ภีรชาทำท่าจะฟ้องแต่แพรวชิงพูดว่า

“ไม่มีอะไรค่ะ แค่น้ำหก กินข้าวกันต่อดีกว่า

คุณภีร์ลองนี่หรือยังคะ เห็นหน้าตาเรียบๆแต่แซ่บน่าดู ประทับใจเลยล่ะค่ะ”

ภีรชารู้ความนัย อมยิ้มแล้วรับมุก “เขาถึงพูดกันว่าอย่าตัดสินอะไรจากภายนอกไงคะ”

“อะไรกันครับเนี่ย พี่ออกไปแค่แป๊บเดียว คุยอะไรกันไม่เห็นจะเข้าใจ”

“ไม่บอกค่ะ ความลับของผู้หญิง” พูดแล้วภีรชาสบตาแพรวอย่างขำๆ ต่างเริ่มชอบอัธยาศัยใจคอของกันและกัน

ooooooo

ภายในร้านค้าสวัสดิการทหารเรือ หนึ่งนาทีกับเจ๊ญาเห็นมะเดี่ยวกับศุภโชคมาซื้อเจลหล่อลื่น แปลกใจว่าซื้อไปทำไม วิตกจริตคิดว่าสองคนนี้เป็นคู่เกย์จึงแอบตามสอดส่องถึงหน้าบ้านโดยเจ๊ญาเอาเก้าอี้มารองขาขึ้นไปยืน แต่พลาดหล่นลงมาดังโครมทำให้มะเดี่ยวกับศุภโชคจับได้

เจ๊ญาเผชิญหน้าสองหนุ่มคนเดียวเพราะหนึ่งนาทีวิ่งหนีไปก่อนแล้ว พอเห็นจารบีในมือมะเดี่ยว เจ๊ญารู้ทันทีว่าตนเองเข้าใจผิด ศุภโชคเดาได้ว่าเธอคิดอะไร จึงบอกมะเดี่ยวว่าต่อไปนี้ห้ามเรียกจารบีว่าเจลหล่อลื่น ตนไม่อยากโดนเข้าใจผิดอีก

ที่แท้เมื่อสักครู่สองหนุ่มอัดจารบีลูกปืนล้อจักรยาน แต่บทสนทนาสอดคล้องชวนให้เข้าใจผิด พอไล่มะเดี่ยวกลับไปแล้วศุภโชคจึงถามเจ๊ญาตรงๆว่าตนเหมือนเกย์มากเหรอ

“เปล่านะคะ ที่ฉันสงสัยเพราะหมวดหล่อมากแต่ไม่มีแฟน...หมวดเคยมีแฟนไหมคะ”

ศุภโชคส่ายหน้าแทนคำตอบ เจ๊ญาอยากรู้ลึก รุกคืบไปอีกว่าเคยจีบผู้หญิงไหม ปรากฏว่าเขาส่ายหน้าอีก

“นั่นไง แล้วจะไม่ให้สงสัยได้ไง อยู่มาจนป่านนี้ไม่ชอบผู้หญิงสักคน”

“คนที่ชอบน่ะเคยมีครับ แต่ผมไม่จีบเขาเอง”

“ทำไมล่ะคะ”

“ผมจนครับ ครอบครัวผมยังลำบาก บ้านยังต้องเช่า หนี้สินก็มี ผมไม่อยากให้ใครมาลำบากกับผม ชีวิตผมมันแย่กว่าที่เห็นเยอะ เวลาผมเจอผู้หญิงดีๆ ก็เลยคิดว่าอย่าดึงเขามาจมปลักกับเราเลย ปล่อยให้เขาไปมีอนาคตที่ดีจะดีกว่า”

“ฉันว่าหมวดคิดมากเกินไป อนาคตเป็นสิ่งที่ช่วยกันสร้างได้นะคะ ผู้หญิงที่ไม่กลัวความลำบากก็มี เป็นโอกาสที่จะได้วัดใจคนจะที่มาอยู่ข้างๆเราไงคะ”

ศุภโชคอมยิ้มไม่พูดอะไรอีก เจ๊ญาประทับใจ ปลื้มหนักกว่าเดิม

ooooooo

เสร็จจากไหว้พระ ต้นกล้าขับรถมาส่งแพรวกับภีรชาที่บ้านพักและกำชับภีรชาว่าถ้ากลับถึงกรุงเทพฯแล้วให้ไลน์บอกด้วย

ภีรชารับคำด้วยรอยยิ้ม พอต้นกล้าออกรถไปแล้วหญิงสาวก็ถามแพรวว่าสาเหตุที่ผู้หญิงคนนั้นมาหาเรื่องในร้านอาหารเพราะเข้าใจว่าแพรวชอบต้นกล้าใช่ไหม

“อย่าพูดเลยค่ะ ยิ่งย้ำฉันก็ยิ่งเซ็ง”

“แต่คุณแพรวดูสนิทกับพี่ต้นกล้าจริงๆ จนบางครั้งฉันก็คิดแบบเดียวกับเขา”

“ที่ดูสนิทกันเพราะฉันรู้จักเขามาตั้งแต่อยู่ประถม เขาเป็นเพื่อนของพี่ชายฉันค่ะ ก็แค่รู้จักกันมานาน ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น”

“จริงนะคะ”

แพรวพยักหน้า ภีรชาสีหน้าดีขึ้นมาก พูดออกมาตรงๆว่า

“ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจ คือภีร์รู้สึกดีกับพี่ต้นกล้าน่ะค่ะ รู้สึกมานานแล้ว พอเห็นคุณแพรวกับพี่ต้นกล้า ภีร์นึกว่าจะอกหักแล้วซะอีก”

แพรวอึ้งมากแต่ฝืนยิ้ม บอกอีกฝ่ายว่าไม่อกหักหรอก ตนรับรอง

“ฉันดีใจที่ได้รู้จักคุณแพรวนะคะ หวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันได้”

“ค่ะ แพรวก็ยินดีที่ได้รู้จักคุณเช่นกัน” แพรวยิ้มเจื่อนๆได้แต่พยายามปั้นสีหน้าให้ปกติ ขณะที่ภีรชายิ้มสบายใจอย่างที่สุด

ooooooo

หนึ่งนาทีนั่งไม่ติด เดินวนไปมาอยู่หน้าบ้านพักชะเง้อคอรอคอยว่าเมื่อไหร่เจ๊ญาจะกลับมาเสียที

สักพักเจ๊ญาเดินตาลอยเข้ามา หนึ่งนาทีพุ่งเข้าใส่ ละล่ำละลักถามด้วยความอยากรู้

“เป็นไงบ้างเจ๊ ขอโทษนะที่ฉันวิ่งหนีมาคนเดียว ตอนนั้นมันตกใจ หมวดเขาโกรธมากหรือเปล่า”

“เปล่า ฉันประทับใจ แกทำดีแล้วล่ะที่ทิ้งฉันไว้คนเดียว ฉันเลยได้คุยกับเขาสองต่อสอง มันดีมากๆเลย คนอะไรก็ไม่รู้ ยิ่งได้สัมผัสใกล้ๆยิ่งรู้สึกดี๊ดี อยากได้เป็นสามีมาก”

เจ๊ญาเคลิ้มขั้นสุด หนึ่งนาทีเหวอหนัก เหลือบเห็นแพรวเดินกลับเข้ามา

“นั่นกลับมาอีกคนแล้ว เป็นไงไปไหว้พระมา มีบุญมาฝากพวกฉันมั้ย”

แพรวหน้าเครียดไม่ตอบ ถอนใจแล้วเดินเข้าบ้าน หนึ่งนาทีงุนงงบ่นกระปอดกระแปด

“เอ้า! อะไรของมัน...ผู้หญิงแถวนี้ไม่มีปกติสักคน”

แพรวเข้าห้องนั่งเซ็งกับความปากไวของตัวเองที่พูดกับภีรชาไปแบบนั้น แล้ววางพระที่ตั้งใจเช่าให้ต้นกล้าไว้หลังตู้ก่อนเดินกลับมานั่งซึม หนึ่งนาทีกับเจ๊ญาตามเข้ามาเห็นอาหารแพรวก็พยายามคาดคั้นว่าเป็นอะไร

คำตอบเหมือนเดิมอีกตามเคยคือไม่มีอะไร

จากนั้นก็อ้างจะทำงานห้ามรบกวนสมาธิ สองคนไม่เชื่อ ซุบซิบกันว่าแพรวปากแข็งทุกที พอกระแซะแซวเรื่องต้นกล้ากับภีรชาเพื่อจับพิรุธ แพรวเก็บอาการไม่มิด แถมบอกว่าตนตัดสินใจจะสืบเรื่องพัสสนเองโดยไม่พึ่งต้นกล้า

“ทำไมอยู่ๆตัดสินใจแบบนี้”

“ฉันเบื่อ ผู้หญิงเขาเยอะ มีแต่เรื่องวุ่นวาย ฉันรำคาญ”

“แล้วแกจะทำยังไง ถ้าแกไม่พึ่งเขา”

“ไม่รู้เหมือนกัน ก็ต้องลองดู” แพรวตัดบทท่าทางหนักใจอยู่เหมือนกัน เจ๊ญากับหนึ่งนาทีเป็นห่วง...

ฝ่ายฐาปนิสรที่โดนแพรวชกปากแตก เธอกลับมาเล่าให้พ่อฟังด้วยความโมโหพร้อมกับอาฆาตมาดร้าย

“คอยดู ฉันต้องหาทางเขี่ยแกให้ออกไปจากชีวิตต้นกล้าให้ได้”

“ตัดใจซะที พ่อจะได้ฆ่ามันทิ้ง”

“ไม่ได้นะคะ ไม่ว่าต้นกล้าจะเป็นยังไง ห้ามพ่อแตะต้องเขาเด็ดขาด”

เฮียทับระอาความเอาแต่ใจของลูกสาว จังหวะนี้จ่ายศเข้ามารายงานเฮียทับว่า

“นายครับ งานที่เราจะต้องทำเร็วๆนี้ทำท่าจะมีปัญหาแล้วครับ มีทหารไปป้วนเปี้ยนที่ท่าเรือบ่อยมาก ผมเกรงว่ามันจะรู้อะไรบางอย่าง”

“ไอ้ต้นกล้ามันป่วนงานพ่อขนาดนี้ ลูกยังจะปกป้องมันอีก”

“สรไม่ได้ห้ามพ่อแก้ปัญหาสักหน่อย พ่อจะทำยังไงก็ได้ แต่ห้ามฆ่าต้นกล้า”

“เอาอย่างนี้ไหมครับนาย ยังมีวิธีหนึ่งที่นายจะกำจัดอุปสรรคได้โดยไม่ต้องฆ่าใคร” จ่ายศยิ้มมั่นใจ เล่าแผนของตนให้เฮียทับฟังลับหลังฐาปนิสร

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นแพรววิ่งออกกำลังกายภายในฐานทัพเรือ จู่ๆต้นกล้าวิ่งเข้ามาทักอย่างอารมณ์ดี แต่เธอกลับนิ่งขรึม นึกถึงคำพูดของภีรชาที่บอกว่ารู้สึกดีกับต้นกล้า ทำให้แพรวไม่อยากจะเสวนาด้วย

ไม่ว่าเขาถามอะไร แพรวไม่ตอบทั้งนั้น ต้นกล้ารู้สึกแปลกๆ แต่ยังใจเย็นกระเซ้าเย้าแหย่ว่า

“ถามไม่ตอบแบบนี้...หรือว่าเมื่อเช้าลืมแปรงฟัน” แพรวตาเขียวใส่ ค้อนขวับแต่ไม่พูด “ชัวร์! ไม่ได้แปรงฟันแน่ๆ ถึงไม่ยอมพูด”

“จะบ้าเหรอ ฉันไม่มีอารมณ์คุยกับคุณต่างหาก กวนประสาทที่สุดเลย”

“ทำไมอารมณ์เสีย พี่ทำอะไรผิดอีก”

แพรวไม่ตอบ รีบวิ่งออกไป ต้นกล้าไม่เข้าใจ บ่นพึมพำว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งที่เมื่อวานยังดีอยู่เลย

เสียงโทรศัพท์มือถือต้นกล้าดัง เขากดรับและนิ่งฟังปลายสายสักครู่ก็มีสีหน้าเคร่งเครียด รีบกลับเข้ามาประชุมกับทีมฉลามวาฬด้วยเรื่องหน่วยลาดตระเวนพบเรือไม่ระบุสัญชาติลอยลำใกล้เขตน่านน้ำไทยสองวันแล้ว และจากที่สังเกตมันลอยลำอยู่เฉยๆไม่ทำประมงอะไรทั้งสิ้น น่าสงสัยว่าจะเป็นการเตรียมทำเรื่องผิดกฎหมาย

“ถ้ามันยังไม่เข้ามาในเขตของเราคงทำอะไรได้ยาก มีข้อมูลอื่นอีกหรือเปล่า”

“พิกัดของเรือลำนั้นครับ”

เมื่อได้พิกัดเรือ ทีมฉลามวาฬก็ออกปฏิบัติภารกิจกันในเย็นนั้นทันที เจ๊ญาจะนำขนมไปให้ศุภโชคเลยเก้อ หนึ่งนาทีบอกว่าหน่วยฉลามวาฬไปกันทั้งหน่วยท่าทางจะงานใหญ่ เจ๊ญาเป็นห่วง แต่แพรวยังคงนิ่งเฉยจนโดนหนึ่งนาทีแขวะ

“เจ๊ต้องสงบใจให้ได้ เหมือนที่แพรวมันสงบนิ่งอยู่ตอนนี้”

“เกี่ยวอะไรกันฉันด้วย คุยอะไรกันก็ไม่รู้ อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง เข้าห้องดีกว่า” แพรวกลบเกลื่อนความรู้สึก รีบร้อนลุกขึ้นมือปัดโดนแก้วกาแฟตกแตก ทุกคนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นลางไม่ดี

ooooooo