ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 2


5 ก.ย. 2560 07:07
727,442 ครั้ง

ละคร นิยาย ราชนาวีที่รัก

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

ราชนาวีที่รัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

เฟื่องนคร

บทโทรทัศน์โดย:

ลูกทะเล

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อรรคพันธ์ นะมาตร์, แซมมี่ เคาวเวลล์

ทีมของต้นกล้าพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันจับกุมคนร้ายค้ายาเสพติด แต่กว่าจะสำเร็จก็ใช้เวลาไม่น้อยเพราะต้องปฏิบัติการอย่างรอบคอบ เนื่องจากแพรวโดนคนร้ายจับไปเป็นตัวประกัน

ต้นกล้าช่วยแพรวกลับมาอย่างปลอดภัย แพรวรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ พูดกับเขาดีขึ้นกว่าเดิม

“ฉันขอบคุณคุณมากที่ช่วยฉันเอาไว้”

“ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงอันตรายแค่ไหน พี่ก็ต้องช่วยน้องแพรวให้ปลอดภัยอยู่แล้ว...แต่พี่ขอเปลี่ยนคำขอบคุณ เป็นอย่างอื่นได้รึเปล่า พี่อยากให้น้องแพรวฟังพี่ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว วันนั้นสิ่งที่น้องแพรวเห็นมันไม่ใช่ความจริง เมย์โทรศัพท์มาหาพี่ บอกว่าเธอกำลังจะ
ฆ่าตัวตาย พี่ก็เลยรีบไปหาเพื่อที่จะไปห้ามเขา โดยที่พี่ไม่รู้เลยว่าเมย์ก็โทร.ให้น้องแพรวมาเหมือนกัน ทุกอย่างมันเป็นแผนที่ต้องการให้น้องแพรวเข้าใจพี่ผิด”

“ฉันไม่รู้ว่าฉันจะเชื่อคุณดีไหม เพราะคุณพูดอยู่ฝ่ายเดียว”

“แล้วพี่ต้องทำยังไง น้องแพรวถึงจะเชื่อใจในตัวพี่”

“ไม่ต้องทำอะไร เราก็แค่คนเคยรู้จักที่ผ่านมาพบกันเท่านั้น อีกไม่นานพอฉันทำงานเสร็จ ฉันก็ต้องกลับไป ขอตัวก่อนนะคะ ฉันรู้สึกเพลียมากอยากกลับที่พักแล้ว”

แพรวตัดบทลุกออกไป ต้นกล้ายังห่วงไม่หาย ขับรถตามมาจอดเทียบและลดกระจกลงร้องบอก

“ให้พี่ไปส่งนะครับ”

“ไม่เป็นไร”

“แถวนี้ไม่ค่อยมีรถประจำทางแล่นผ่านมา น้องแพรวจะต้องเดินไปอีกหลายกิโลกว่าจะออกไปที่ถนนใหญ่ และพี่ไม่มีทางให้น้องแพรวต้องเดินไปคนเดียวนานแบบนั้นแน่ๆ ขึ้นรถนะครับ”

แพรวลังเลเล็กน้อยก่อนเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถเพราะเห็นว่าเย็นมากแล้ว

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้นจ่ายศได้ข้อมูลสถานที่พักของผู้หญิงชื่อแพรวที่เด่นโทรศัพท์คุยด้วยก่อนตาย ซึ่งไม่แน่ใจว่าเด่นพูดอะไรออกไปบ้าง แต่เพื่อความปลอดภัยจึงสั่งให้ลูกน้องตามไปฆ่าเธอ

ลูกน้องสองคนของจ่ายศดำเนินการในค่ำนั้นด้วยการทำให้ไฟดับมืดทั้งรีสอร์ตก่อนบุกเข้าไปทางห้องพักของแพรวแล้วทุบท้ายทอยเจ๊ญากับหนึ่งนาทีหมดสติ จากนั้นช่วยกันลากสองคนหลบไปแล้วมุ่งตรงเข้ามาในห้อง

ต้นกล้าขับรถมาส่งแพรวเห็นไฟในรีสอร์ตดับหมดก็แปลกใจ ถามพนักงานได้ความว่ามีคนตัดสายไฟที่เป็นสายเมน ตอนนี้กำลังตามหาตัวคนทำ

สองคนฟังแล้วรู้สึกระแวงแต่ก็พากันเดินไปทางห้องพักโดยต้นกล้าถือไฟฉายนำทาง เมื่อมาเห็นประตูห้องพักเปิดกว้าง ต้นกล้าบอกแพรวว่ามีบางอย่างไม่ชอบ มาพากล พลางกวาดไฟฉายไปมาและพบร่างของเจ๊ญากับหนึ่งนาทีในมุมหนึ่ง

ต้นกล้าจับชีพจรของสองคนรู้ว่าแค่สลบ และเชื่อว่าคนร้ายน่าจะอยู่ในห้อง จึงให้แพรวรออยู่ตรงนี้ ส่วนตัวเองเดินกลับมาหน้าห้องพัก เจอคนร้ายสองคนที่หาแพรวไม่เจอกำลังจะออกมาพอดี

สองคนร้ายชะงักเมื่อมีไฟฉายส่องหน้า ต้นกล้าจำได้ว่าเป็นลูกน้องจ่ายศ จึงพยายามตะครุบตัวแต่มันต่อสู้และกระโดดหนีออกไปทางหน้าต่าง

“พี่ต้นกล้าเจ็บตรงไหนรึเปล่า” แพรววิ่งเข้ามาถาม ต้นกล้าไม่ตอบแต่ส่งยิ้มให้ด้วยความดีใจ จนเธอสงสัยถามว่ายิ้มทำไม

“พี่ดีใจที่น้องแพรวเรียกพี่ว่าพี่ต้นกล้าน่ะสิ”

“เวลาแบบนี้ยังจะพูดเล่นได้อีกเหรอ”

“พี่ไม่ได้พูดเล่น พี่ดีใจจริงๆ” ต้นกล้ายืนยันหนักแน่นเสียจนแพรวชะงัก...เลิกพูดไปเลย

ooooooo

เจ๊ญากับหนึ่งนาทีฟื้นแล้วแต่ยังรู้สึกปวดต้นคอไม่หาย บ่นกันว่าโจรสมัยนี้ใจกล้าจริงๆ ทั้งที่พวกเราอยู่ในห้องก็ยังจะเข้ามาขโมยของ

“สองคนนั้นไม่ใช่โจร แต่เป็นลูกน้องของจ่ายศ ซึ่งจ่ายศคนนี้เป็นคนสนิทของเฮียทับ”

ฟังต้นกล้าแล้วสองคนงุนงงสงสัยว่าพวกมันเข้ามาทำไม

“นั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องถามพวกคุณ ไม่ใช่พวกคุณมาถามผม”

เจ๊ญากับหนึ่งนาทีมองหน้ากันงงๆ แต่แล้วเจ๊ญานึกอะไรออก ถามว่าจ่ายศกับนายเด่นเกี่ยวข้องอะไรกันหรือเปล่า

“จ่ายศเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจจะมีส่วนในการฆ่านายเด่น”

แพรวตกใจมาก เจ๊ญาหันขวับมองแพรว บังคับให้เล่าความจริงให้ต้นกล้าฟังได้แล้ว หนึ่งนาทีทำหน้างงเข้าไปใหญ่ ถามสองคนว่ามีเรื่องอะไรกัน?

ในที่สุดแพรวก็ยอมเล่าเรื่องพัสสนออกมา หนึ่งนาทีตกใจมากอุทานเสียงดัง

“น้องชายแกหายตัวไปหกเดือนแล้ว...ทำไมแกไม่บอกฉัน”

“เพราะฉันรู้ว่าแกเป็นคนขี้กังวลมากๆฉันถึงไม่อยากเอาปัญหาไปใส่แกอีกยังไงล่ะ แกอย่าโกรธฉันเลยนะ”

“ฉันจะโกรธแกได้ไง ฉันสงสารแกต่างหาก”

“ทำไมน้องแพรวถึงไม่บอกพี่แต่แรกว่าเกิดเรื่องกับพัส จะปิดบังพี่ทำไม”

“ฉันคิดว่าถ้าคุณเจอพัส คุณจะจับพัสน่ะสิ”

“น้องแพรวเห็นพี่เป็นคนใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ พี่จะช่วยตามหาพัสให้แพรวเอง เพราะการที่นายเด่นรู้จักกับพัส มันอาจจะหมายความพัสถูกเอาตัวไปขายเป็นแรงงานเถื่อนเหมือนกับนายเด่น น้องแพรวไม่ต้องกังวล พี่จะตามหาพัสให้เจอให้ได้”

แม้ต้นกล้าจะรับรองแข็งขันแต่แพรวก็อดห่วงน้องชายไม่ได้...ฝ่ายจ่ายศเมื่อรู้ว่าลูกน้องทำงานพลาด แล้วแพรวก็รู้จักต้นกล้าด้วย จึงสั่งลูกน้องอย่าเพิ่งทำอะไรวู่วาม รอดูท่าทีไปก่อนเพราะไม่แน่ใจว่าแพรวจะเป็นนางนกต่อหรือเปล่า

ooooooo

เมื่อที่รีสอร์ตไม่ปลอดภัยและคนร้ายอาจย้อนกลับมาอีก เช้าวันรุ่งขึ้นต้นกล้าจึงมารับแพรวกับเพื่อนไปอยู่ในกองเรือยุทธการ หนึ่งนาทีมองสำรวจบ้านพักและวิวทิวทัศน์โดยรอบแล้วชอบมากๆ โดยเฉพาะทหารหนุ่มๆที่วิ่งออกกำลังกายมองแล้วเพลินตาเพลินใจ

“ถ้าชอบก็ดีแล้วครับ ผมจะได้สบายใจ ถ้าขาดเหลืออะไร บอกต้นเรือโชคได้เลยนะครับ”

ต้นกล้าฝากศุภโชคดูแลทุกคนแล้วขอตัวไปทำงาน เจ๊ญารีบกระซิบบอกแพรวให้ไปส่งต้นกล้า แพรวนิ่วหน้าถามว่าทำไมต้องไปส่ง

“เรือเอกจิรวัติไปรับเราที่รีสอร์ตแต่เช้า แถมเมื่อคืนยังช่วยเราเอาไว้อีก แกก็ดูแลเขาหน่อยสิ เขาจะได้ดีใจ”

ฟังเจ๊ญากระซิบบอกแล้วแพรวยอมเดินตามต้นกล้าออกไป ต้นกล้ายิ้มแย้มดีใจชวนเธอคุย

“พี่เอาเบอร์โทรศัพท์ของพี่ให้ไว้กับคุณหนึ่งและคุณญาแล้ว ถ้าหากน้องแพรวต้องการความช่วยเหลืออะไร โทร.หาพี่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันคิดว่าพวกฉันดูแลตัวเองกันได้”

“พี่ไม่เชื่อ เวลาแบบนี้ไม่ใช่เวลาที่น้องแพรวจะมารักศักดิ์ศรีหรืออวดเก่งนะครับ คนที่น้องแพรวมีปัญหา เขาเป็นผู้มีอิทธิพลมาก พี่เป็นห่วงน้องแพรวจริงๆ”

“ไม่ได้เป็นแฟนกัน ไม่ต้องห่วงมากขนาดนี้ก็ได้”

“ไม่ได้เป็น ก็เคยเกือบๆจะได้เป็นนะครับ”

“หยุด! ไม่ต้องพูดต่อ เดี๋ยวมีคนมาได้ยินและจะเข้าใจผิด...คุณไปได้แล้ว จะมายืนมองหน้าฉันทำไม”

“มองหน้าก็ผิดเหรอครับ”

“ผิด! ผิดมากด้วย...ฉันไม่คุยด้วยแล้ว” แพรวรีบตัดบทเพราะเริ่มเขิน เดินกลับเข้าไปในบ้าน ต้นกล้ามองตามยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พูดกับตัวเองอย่างมีความหวัง

“ในที่สุดเราก็ได้มาอยู่ใกล้ๆกันอีกครั้งแล้วนะครับน้องแพรว”

ooooooo

หนึ่งนาทีมองออกว่าเจ๊ญาชอบศุภโชคจึงหาทางขอเบอร์โทรศัพท์เขามาได้อย่างแนบเนียน แล้วพอลับหลังศุภโชค หนึ่งนาทีก็ทวงบุญคุณเจ๊ญาว่าถ้าจีบติดเมื่อไหร่อย่าลืมเลี้ยงข้าวตนด้วย

“แน่นอน จัดชุดใหญ่ไฟกะพริบเลยจ้า” เจ๊ญายิ้มหน้าบาน

แพรวเดินหน้ามุ่ยกลับมา สองคนอยากรู้ทำไมกลับมาเร็วนัก แพรวตอบด้วยท่าทีหงุดหงิดว่าแค่เดินไปส่งทำไมต้องช้าด้วย

“เอ้า...ไอ้ฉันก็นึกว่าไม่ได้ไปส่งกันเฉยๆ”

“ลามก!!”

“แกน่ะสิลามก ฉันหมายถึงพูดคุย ไม่ได้หมายถึงเรื่องอย่างว่า คิดสกปรกนะเรา”

“นังหนึ่ง!!” แพรวแว้ดเจ๊ญารำคาญทั้งคู่ ให้หนึ่งนาทีเลิกยั่วโมโหแพรวได้แล้ว เราควรไปหาอะไรอร่อยๆกินกันเพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง

“อ้าวเหรอ ฉันก็นึกว่าเจ๊อิ่มทิพย์แล้วซะอีก” หนึ่งนาทีกระเซ้ายิ้มๆ เจ๊ญานึกถึงศุภโชคแล้วเขิน แพรวสังเกตท่าทีของสองคน ถามว่ามีอะไรกัน

“ไว้เม้าท์ให้ฟังในรถ ตอนนี้ไปกันก่อน” พูดจบหนึ่งนาทีจูงทั้งสองคนออกไป

เมื่อไปถึงจุดหมายคือร้านอาหารอร่อยราคาถูก สามคนกินไม่ยั้ง โดยไม่รู้ว่าพวกตนตกอยู่ในสายตาของฐาปนิสรที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟกับลูกคู่อีกสองคน

ฐาปนิสรเล่าให้จอยกับนกฟังว่าแพรวเป็นนักข่าวและคิดจะเขมือบต้นกล้าของตน ถ้าใครจัดการมันได้ตนจะให้หนึ่งหมื่น จอยกับนกตาลุกวาวลุกไปตบแพรวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย บอกว่าเพื่อนของตนฝากมา

เจ๊ญาโวยวายไม่ยอม แต่โดนสองสาวเรียกป้าความโกรธเลยเดือดพล่านพุ่งเข้าตบกันนัวมั่วไปหมด แพรวตกใจมากร้องบอกถ้ายังไม่เลิกตนจะโทร.แจ้งความเดี๋ยวนี้

จอยกับนกเห็นท่าทางเอาจริงของแพรวก็ขยาด ถอยกลับไปหาฐาปนิสรในร้านกาแฟ แพรวเลยถึงบางอ้อว่าใครคือตัวบงการ

เมื่อพากันกลับมาถึงบ้านพักในกองเรือยุทธการ แพรวเล่าให้เพื่อนฟังว่าฐาปนิสรเป็นกิ๊กของต้นกล้า ตนได้ยินกับหู รู้เห็นกับตา หล่อนประกาศว่าต้นกล้าเป็นของหล่อน

“คิดเองฝ่ายเดียวรึเปล่า ไม่น่าจะเป็นไปได้”

“แกรู้ได้ไง นายต้นกล้าเจ้าชู้จะตาย นอกจากคนนี้ ฉันว่าต้องมีอีกเพียบ ทุเรศที่สุด”

“นังแพรว แกรู้ตัวไหมว่าแกกำลังทำตัวเหมือนเป็นเมียผู้การต้นกล้าที่ตามหึงผัว”

“หยุดพูดเลย แค่คิดก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัวแล้ว ไปคิดงานดีกว่า”

แพรวเปิดกระเป๋าหาสมุดโน้ตแต่ไม่เจอ สงสัยลืมไว้ที่รีสอร์ตต้องรีบกลับไปเอา แต่เจ๊ญาท้วงว่าซื้อใหม่ดีกว่า

“ไม่ได้!! สมุดเล่มนั้นฉันจดไอเดียสำหรับเขียนนิยายเรื่องใหม่เอาไว้”

“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนมั้ย” หนึ่งนาทีเสนอตัวแต่แพรวปฏิเสธ บอกว่าตนจะรีบไปรีบกลับ

ooooooo

ที่แพปลาของเฮียทับ ลูกน้องกำลังรายงานเฮียทับว่าคนของเรือเอกจิรวัติยังคอยจับตาดูคนงานของเราอยู่ที่เดิม

“ไอ้จิรวัติมันดื้อด้านไม่เคยเปลี่ยน ทำตัวเป็นปลิงดูดเลือด น่ารำคาญ”

“เฮียจะให้ผมออกไปไล่มันมั้ยครับ”

“ขืนทำแบบนั้นก็ติดกับดักมันน่ะสิวะ”

ระหว่างนั้นจ่ายศเข้ามาถามเฮียว่ารีบให้ตนมาพบมีเรื่องอะไร เฮียชักสีหน้าไม่พอใจ ย้อนถามว่าตอนที่เข้ามาไม่เห็นอะไรเลยเหรอ

“เห็นอะไรเหรอครับ”

“ไอ้โง่!! ไอ้จิรวัติมันส่งลูกน้องมาเฝ้าที่นี่ทั้งวันทั้งคืนน่ะสิ” จ่ายศตกใจหันไปมอง โดนเฮียด่าซ้ำอีกดอก “แกจะหันไปมองทำไม ไม่รู้ว่ามันต้องการอะไร”

จ่ายศนึกได้บอกเฮียว่าผู้หญิงชื่อแพรวพรรณที่เด่นติดต่อไปรู้จักกับต้นกล้า อาจเป็นสาเหตุที่ต้นกล้าส่งลูกน้องมาเฝ้าที่นี่

“แกรู้แบบนี้แล้วทำไมถึงไม่จัดการนังนั่นซะ”

“ผมไม่กล้าทำอะไรวู่วาม”

“ขี้ขลาดผิดเวลาไปรึเปล่า...หาทางจับตัวนังนั่น แล้วฆ่ามันทิ้งซะ” เฮียทับสั่งเฉียบ จ่ายศรับคำแล้วโทร.สั่งลูกน้องให้รีบตามหาแพรวพรรณให้เจอ

เวลานั้นแพรวกำลังรอรถสองแถวเพื่อไปเอาสมุดโน้ตที่รีสอร์ต พอดีต้นกล้าขับรถผ่านมาเจอจึงอาสาไปส่ง แต่หญิงสาวปฏิเสธด้วยท่าทีงอนๆ

“ขอบคุณ แต่ไม่ต้อง ฉันไม่อยากเดือดร้อน เพราะคุณอีก”

“มีใครมารังแกน้องแพรวเหรอครับ”

“คงเยอะมากจนคิดไม่ออกเลยสินะ”

“น้องแพรวกำลังหาเรื่องพี่อยู่นะครับ อ้อ...หรือว่าหึง”

“ถ้าพูดคำว่าหึงอีกครั้ง โดนแน่!!”

ต้นกล้าอมยิ้ม ไม่นานรถสองแถวมาแต่คนเต็มรถ แพรวพยายามเบียดขึ้นไปแต่โดนดันลงมาแทบล้มถ้าต้นกล้าเข้ามาประคองไว้ไม่ทัน สุดท้ายก็ต้องยอมให้เขาไปส่งอย่างหมดทางเลือกถึงรีสอร์ต แพรวรีบลงไปโดยไม่ขอบคุณและไม่ให้เขารอ ต้นกล้าไม่พูดอะไรแต่ไม่ยอมกลับ ทำท่าจะเดินตามเข้าไปในรีสอร์ตแต่พอดีฐาปนิสรโทร.มา เขาจึงเตือนไม่ให้เธอวุ่นวายกับแพรว

“นี่นังแพรวมันมาฟ้องต้นกล้าเหรอคะ”

“แพรวไม่ได้ฟ้องอะไรทั้งนั้น แต่ผมพอจะเดาได้ว่าเป็นฝีมือคุณ กรุณาอย่ามายุ่งกับแพรวอีก”

“ถ้ามันไม่ยุ่งกับคุณ สรก็คงไม่ยุ่งกับมัน”

“คุณพูดจาไม่รู้เรื่องแล้วนะสร”

“สรก็เป็นของสรแบบนี้ และสรจะบอกให้คุณรู้เอาไว้ว่าอะไรที่สรอยากได้ จะไม่มีใครหน้าไหนมาแย่งไปได้ทั้งนั้น” ฐาปนิสรพูดจบก็วางสาย ต้นกล้าได้แต่ถอนหายใจ พลันเหลือบไปเห็นแพรวขึ้นรถไปกับลูกน้องจ่ายศ

แพรวโดนลูกน้องจ่ายศใช้ปืนขู่บังคับขณะจะเข้าไปเอาสมุดโน้ต มันพาเธอขึ้นรถออกไปโดยมีต้นกล้าไล่กวดแต่แล้วรถสองคันก็คลาดกันเพราะมีรถคันอื่นแซงมาแทรกกลาง

ooooooo

ต้นกล้าเป็นห่วงแพรวมาก ทันทีที่ได้เบาะแสจากลูกน้องที่เช็กกล้องวงจรปิดพบรถคนร้ายไปที่บ้านร้างก็รีบตามไปช่วยทันเวลาก่อนที่จ่ายศจะฆ่าเธอทิ้งเพราะเชื่อว่าเด่นบอกความลับเรื่องธุรกิจผิดกฎหมาย

แต่กลายเป็นหนีเสือปะจระเข้ เพราะเรือที่ต้นกล้ากับแพรวนั่งมาเป็นเรือของคนร้ายที่มุ่งหน้าไปยังเกาะที่ขนเด็กสาวมาซ่อนไว้ก่อนหน้านี้เพื่อนำไปส่งขายตามคำสั่งของเฮียทับ

เมื่อถึงเกาะแล้วหัวหน้าแก๊งรู้เห็นจึงเกิดการปะทะกันกับต้นกล้าก่อนที่ต้นกล้าจะพาแพรวหลบหนีไปเจอเด็กสาวสิบคน และหนึ่งในนั้นกำลังปวดท้องอย่างหนัก แพรวสงสารเด็กอยากพาไปหาหมอเร็วๆ ขณะที่ต้นกล้าก็พยายามช่วยเหลือเด็กทั้งหมดให้พ้นจากการค้ามนุษย์ แต่คนร้ายตามมาเจอแล้วเกิดต่อสู้กันอีกยก จนต้นกล้าถูกยิงแน่นิ่งต่อหน้าต่อตาแพรว

เสียงลูกน้องคนหนึ่งบอกหัวหน้าว่ามันตายแล้ว แพรวตกใจแทบช็อก ร่ำร้องว่าไม่จริง ดิ้นรนจะเข้าไปหาต้นกล้าแต่ถูกพวกมันต่อยท้องจนทรุดแล้วลากตัวไปขังรวมไว้กับเด็กสาวสิบคนเพื่อส่งขายพร้อมกันทีเดียวเลย

แต่แล้วพวกมันก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะศุภโชคนำลูกทีมขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาช่วยทุกคน หัวหน้าแก๊งพยายามหนีพร้อมกับจี้แพรวไว้เป็นตัวประกัน ต่อรองจะขอเฮลิคอปเตอร์เพื่อหลบหนี แต่จู่ๆต้นกล้าโผล่มาเอาปืนเล็งหัวมันและพยายามส่งซิกทำสัญลักษณ์มือบอกแพรวให้ลดตัวลง

แพรวจำสัญลักษณ์มือนั้นได้เพราะต้นกล้าเคยสอน เธอกลั้นใจลดตัวลงทั้งที่กลัว ส่งผลให้ต้นกล้ามีโอกาสยิงแสกหน้าคนร้ายจนดับดิ้น

หลังจากนั้นต้นกล้าฝากศุภโชคอยู่จัดการทางนี้ เพราะเขาต้องรีบพาแพรวกับเด็กที่ปวดท้องไปโรงพยาบาล เมื่อเด็กได้รับการผ่าตัดไส้ติ่งอาการปลอดภัย ต้นกล้ากับแพรวหมดห่วงพากันกลับไปยังกองเรือยุทธการ ไม่นานนักศุภโชคก็มารายงานว่าติดต่อครอบครัวของเด็กทุกคนได้แล้ว จ่าสมคิดกับจ่าทะเลจะดูแลเด็กจนถึงบ้าน ส่วนเรื่องค้ามนุษย์ตนส่งมอบให้กับทางตำรวจต่อเพื่อสืบหาว่าใครเป็นผู้บงการ

“ขอบใจมากที่คุณประสานงานทุกอย่างจนแล้วเสร็จ”

“ครับผม...งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ผมไปก่อนนะครับคุณแพรว”

แพรวรับคำ และเมื่ออยู่กันสองคนกับต้นกล้า แพรวถามเขาว่ารอดตายมาได้ยังไงทั้งที่ตนเห็นกับตาว่าเขาโดนยิง ต้นกล้าหยิบสร้อยที่ห้อยเหรียญรูปกรมหลวง-ชุมพรฯมีรอยบุบจากกระสุนส่งให้หญิงสาว เพราะสิ่งนี้เขาถึงรอดตาย แล้วรีบโทร.ติดต่อขอเฮลิคอปเตอร์จากกองยุทธการมาด่วน

แพรวอึ้ง มองเหรียญสลับกับมองหน้าต้นกล้าอย่างทึ่งมาก ต้นกล้าอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า

“พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือองค์บิดาของทหารเรือไทย ท่านเป็นคนช่วยชีวิตพี่เอาไว้ วันพรุ่งนี้พี่ว่าพี่จะไปเคารพท่าน น้องแพรวไปด้วยกันไหมครับ”

“ไปสิคะ ฉันเองก็อยากไปกราบท่านเหมือนกันจะเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับทหารเรือทั้งที เราก็ควรจะไปขอพรจากท่าน”

“พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าพี่ไปรับที่หน้าบ้านนะครับ”

แพรวพยักหน้าแทนคำตอบ ต้นกล้ายิ้มหน้าบาน พูดโพล่งว่า

“พี่ดีใจนะครับที่น้องแพรวรับปากจะไปเที่ยวกับพี่”

“ฉันไม่ได้จะไปเที่ยวกับคุณสักหน่อย ยังไงฉันก็ต้องไปกราบสักการะท่านอยู่แล้ว”

“พี่เชื่อก็ได้ครับ แต่ยังไงพี่ก็ยังดีใจอยู่ดีที่น้องแพรวไม่เคยลืมเรื่องของเราเลย”

“ถ้าหมายถึงเรื่องสัญลักษณ์มือนั่น ใครๆก็รู้”

“พี่ยังไม่ได้พูดสักคำว่าเป็นเรื่องไหน”

แพรวหงุดหงิดที่เสียรู้ต้นกล้า...แล้วพอกลับถึงบ้านพัก แพรวก็ได้รับการปลอบขวัญจากเจ๊ญากับหนึ่งนาที และจะพาไปรดน้ำมนต์ที่วัดวันพรุ่งนี้จะได้หมดเคราะห์หมดโศก แต่แพรวบอกว่าพรุ่งนี้ตนมีธุระ สองคนแซวอย่างรู้ทันว่าถ่านไฟเก่ากำลังคุกรุ่น แถมยังบอกว่าต้นกล้าเป็นพระเอกขี่ม้าขาวของแพรว ทำเอาแพรวเขินแต่กลบเกลื่อนด้วยการโวยวายก่อนจะขอตัวไปพักผ่อน

ooooooo

เฮียทับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ดุด่าจ่ายศที่ทำงานพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย

“นอกจากเรื่องนังนักข่าวที่แกทำไม่สำเร็จ ลูกน้องของแกยังทำงานฉันพังอีก ไหนว่าเรื่องนี้ปิดเงียบดีแล้ว แล้วไอ้พวกทหารมันรู้ได้ยังไง”

“ผมขอโทษครับเฮีย”

“ขอโทษเหรอวะ”

ขาดคำเฮียทับตบหน้าจ่ายศอย่างแรง ฐาปนิสรเข้ามาเห็น ถามพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น

“ทหารมันบุกเข้ามาช่วยเด็กที่เรากำลังจะเอาไปขายน่ะสิ และไอ้คนที่เข้ามาจับก็คือไอ้เรือเอกจิรวัติของแก ไหนแกบอกจะเอามันมาเป็นพวกให้ได้ แล้วนี่คืออะไร รู้ไหมว่าฉันเสียหายไปตั้งเท่าไหร่...ส่งคนไปเก็บไอ้จิรวัติซะ”

ได้ยินพ่อสั่งจ่ายศจัดการจิรวัติหรือต้นกล้า ฐาปนิสรกรีดเสียงด้วยความตกใจ

“ไม่ได้นะคะพ่อ สรขอโอกาสอีกครั้งนะคะ นะคะพ่อ อย่าเพิ่งทำอะไรต้นกล้าเลย”

เฮียทับนิ่งไปนิดก่อนตอบตกลง แต่ถ้าต้นกล้ายังมายุ่งกับงานของตนอีกแค่ครั้งเดียวตนไม่เอาไว้แน่!

เช้าวันรุ่งขึ้นต้นกล้าพาแพรวไปกราบไหว้อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ เสร็จแล้วไปที่ฐานทัพเรือสัตหีบ พาชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรทุกซอกทุกมุม แพรวตื่นตาตื่นใจอยากถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ต้นกล้าอาสาถ่ายให้ พร้อมกันนั้นก็กระเซ้าเย้าแหย่เธออย่างมีความสุข

เวลาเดียวกันที่กองเรือยุทธการ เจ๊ญากับหนึ่งนาทีเจอปัญหาน้ำไม่ไหล แต่จำได้ว่ามีเบอร์โทร.ของศุภโชค เจ๊ญาจึงโทร.ไปขอความช่วยเหลือศุภโชคมาซ่อมก๊อกน้ำให้ แต่กว่าจะสำเร็จก็เลอะเทอะทุลักทุเล โดนน้ำพุ่งใส่ตัวเปียกโชก เจ๊ญาต้องไปเอาผ้าขนหนูมาให้เช็ดตัว

หนึ่งนาทีเปิดโอกาสให้เจ๊ญาเต็มที่ เจ๊ญาได้เห็นกล้ามเป็นมัดของศุภโชคขณะถอดเสื้อที่เปียกออกก็ตาลุกวาว กลืนน้ำลายเอื๊อก แต่ไม่ทันที่เธอจะพูดหรือทำอะไรต่อ ศุภโชคก็มีอันต้องรีบขอตัวกลับไปหลังรับโทรศัพท์จากใครคนหนึ่ง

พ่อของศุภโชคที่กำลังป่วยลื่นล้มหัวแตก พยาบาลโทร.แจ้งและรีบทำแผลให้ ศุภโชคเป็นห่วงพ่อมาก เตือนพ่อไปหลายคำก่อนจะขอตัวไปจ่ายค่ารักษา แต่พยาบาลบอกว่าไม่ต้องแล้ว ทางโรงพยาบาลรับพ่อของเขาเป็นคนไข้พิเศษ ค่ารักษาพยาบาลฟรีทุกอย่าง

ศุภโชคชะงักเล็กน้อย แต่ไม่ได้คิดอะไรเยอะ ดีใจที่พ่อของตนโชคดีขนาดนี้...พอลับหลังสองพ่อลูก พยาบาลก็โทร.รายงานเฮียทับว่า

“ดิฉันทำตามที่คุณบอกแล้วนะคะ...ไม่ติดใจสงสัยอะไรเลยค่ะ”

“ทำดีมากจ้ะ แล้วเฮียจะโอนค่าขนมไปให้นะ”

ที่แท้เฮียทับยังไม่ล้มเลิกจะซื้อศุภโชคมาเป็นพวกเดียวกันให้ได้ ฐาปนิสรเดินมาได้ยินคำพูดพ่อก็ท้วงอย่างไม่พอใจ

“สรไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องลงทุนกับคนอย่างศุภโชคด้วย ในเมื่อสรกำลังพยายามทำให้ต้นกล้ามาเป็นพวกเดียวกับเราอยู่”

“เพราะฉันไม่เห็นทางว่าแกจะทำได้ แต่กับนายศุภโชค ฉันรู้จุดอ่อนของมัน ฉันจะทำให้มันเป็นหนี้ชีวิตฉัน และเมื่อถึงวันนั้นฉันจะให้มันชดใช้อย่างชนิดที่เรียกว่ามันไม่มีทางปฏิเสธได้”

เฮียทับสีหน้ามั่นใจ ฐาปนิสรหงุดหงิด พลันเสียงไลน์ดังขึ้น หญิงสาวกดไลน์กลุ่มเห็นข้อความจากจอยให้ทายว่าตนเจอใคร?

ไม่กี่อึดใจจอยก็ส่งรูปที่แอบถ่ายต้นกล้ากับแพรวบนดาดฟ้าเรือมาให้ดู ฐาปนิสรรีบกดขยายรูปนั้นและเพ่งมองด้วยความแค้น เฮียทับสงสัยขยับเข้ามาใกล้ลูกสาวแล้วอุทานเสียงดัง

“นี่มัน...นังแพรวพรรณ!!”

“พ่อรู้จักมันด้วยเหรอคะ”

เฮียทับหน้าเครียด บอกเล่าเรื่องราวอย่างเป็นกังวล ฐาปนิสรคาดไม่ถึงย้อนถามด้วยความตกใจ

“นังแพรวมันรู้ความลับเรื่องงานของเราด้วยเหรอคะ”

“พ่อไม่แน่ใจว่ามันรู้อะไรมากแค่ไหน แต่ที่แน่ๆมันรู้จักไอ้เด่น และมันก็เป็นนักข่าว เราจะปล่อยมันไว้ไม่ได้”

“งั้นก็เก็บมันซะเลยสิคะพ่อ จะรออะไรอีก”

“พ่อส่งคนไปจัดการแล้ว แต่มันดันหนีไปได้ เพราะไอ้ต้นกล้าช่วยมันเอาไว้ จนตอนนี้ก็ยังตามหาตัวมันไม่เจอ ไม่รู้ว่ามันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน”

“พ่อคะ สรว่าสรพอจะเดาได้แล้วว่านังเนี่ยมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน เรื่องนี้ขอให้สรเป็นคนจัดการนะคะ”

ฐาปนิสรอาสา...แล้วก็ไปพบแพรวอยู่ภายในฐานทัพเรือจริงอย่างคาดไว้ แต่เธอรอเวลาจนต้นกล้าออกไปข้างนอกก่อนค่อยเข้ามาหาเรื่องแพรวถึงบ้านพักโดยไม่ใส่ใจเจ๊ญาที่พยายามปกป้อง

แม้ถูกฐาปนิสรข่มขู่จะทำร้ายทั้งเธอและคนในครอบครัว แต่แพรวตอบโต้อย่างไม่กลัว และอดคิดไม่ได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องโทษต้นกล้าที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้หึงหวง จนตนเดือดร้อน

หลังจากฐาปนิสรลอยหน้ากลับไปแล้ว แพรวเดินตามหาต้นกล้าอยู่สักพัก ก่อนจะไปเจอเขากำลังสตาร์ตรถทั้งที่เพิ่งกลับเข้ามาได้ไม่นาน

ต้นกล้าร้อนใจหลังได้ข้อมูลจากตำรวจว่าคนร้ายที่ถูกจับได้ไม่ซัดทอดหัวหน้าแก๊งค้ามนุษย์ที่ถูกยิงตาย ซึ่งต้นกล้าเชื่อว่าต้องมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลัง

เฮียทับรู้จากตำรวจที่เป็นสายของตนว่าลูกน้องที่โดนจับกำลังโดนคาดคั้นอย่างหนักจึงสั่งให้รีบฆ่าปิดปาก ในขณะที่จ่ายศก็เสนอตัวจัดการต้นกล้าที่สาระแนดีนัก ด้วยการส่งลูกน้องปลอมตัวใส่ชุดทหารเรือเข้าไปตัดสายเบรกรถของต้นกล้า

แพรวดันทุรังขึ้นรถมากับต้นกล้าโดยไม่รู้ว่าอันตราย กำลังจะมาถึงตัว เธอโวยวายว่ากล่าวเขาเจ้าชู้ และเล่าเรื่อง ฐาปนิสรมาหาตนถึงบ้านพัก ต้นกล้าสงสัยว่าฐาปนิสรรู้ได้ยังไงว่าแพรวอยู่ในฐานทัพเรือ

ทันใดโทรศัพท์มือถือต้นกล้าดัง ภีรชาน้องสาวของภูริชโทร.มา เธอเรียนจบหมอและกำลังจะมาร่วมทีมกับแพทย์อาสาซึ่งต้นกล้านัดไปรับ แพรวได้ยินคำว่าน้องภีร์ก็ไม่ชอบใจ คิดว่าเป็นกิ๊กของเขาอีกคน

“คุณควรจัดการผู้หญิงของคุณให้เรียบร้อย อย่าให้ใครมาระรานฉันอีก ฉันหมดธุระแล้ว จอดรถด้วย”

ต้นกล้าเหนื่อยใจ พูดอะไรไปตอนนี้เธอคงไม่ฟัง จึงจะจอดรถตามที่เธอต้องการ แต่ไม่สำเร็จเพราะเบรกไม่อยู่ แพรวตกใจและกลัวมาก ร้องลั่นว่าทำยังไงดี?

เวลาเดียวกันนั้นจ่ายศกำลังรายงานเฮียทับว่าทุกอย่าง เป็นไปตามแผน ทุกคนต้องคิดว่าต้นกล้าตายเพราะอุบัติเหตุ ฐาปนิสรกลับมาได้ยินพอดี ตกใจและเป็นห่วงจะโทร.บอกต้นกล้า แต่เฮียทับแย่งโทรศัพท์มาและเย้ยว่าสายไปแล้ว ป่านนี้มันคงใกล้ตาย

ฐาปนิสรตัวชาวาบ บอกพ่อว่าถึงต้นกล้าจะตายตนก็จะไปหา เฮียทับโกรธมากสั่งจ่ายศจับลูกของตนขังไว้ อย่าให้ออกไปไหนได้!

ooooooo

ในภาวะเป็นตายเท่ากัน ต้นกล้าพยายามประคองรถและสติตัวเองอย่างมากเพื่อให้รอด!
เขาตัดสินใจปล่อยรถพุ่งลงบึงน้ำเพราะเชื่อว่าเป็นทางเดียวที่จะรอด แต่แพรวว่ายน้ำไม่เป็นหวีดร้อง หวาดกลัว ตัวสั่นงันงก

ต้นกล้ารีบเปิดกระจกรถสองข้าง ดับเครื่อง และปลดเข็มขัดนิรภัยทั้งของตัวเองและแพรวออกก่อนที่รถจะจมน้ำทั้งคัน แล้วช่วยดึงแพรวออกจากรถได้ทันเวลา

สองคนปลอดภัยแต่อยู่ในสภาพเปียกปอน ต้นกล้า ถอดเสื้อตัวนอกของตัวเองให้แพรวคลุมเพราะเสื้อเธอเปียกน้ำแล้วบางมาก จากนั้นสองคนพากันเดินไปเรื่อยๆ หวังว่ากว่าจะค่ำคงมีรถผ่านมา

แพรวยังขวัญเสีย ถามต้นกล้าว่ารถเขาเบรกแตกได้ยังไง ชายหนุ่มเชื่อว่ามีคนจงใจจะฆ่าตนให้ตาย แพรวตกใจและเป็นห่วงเขา แต่เขากลับแสดงความห่วงใยเธอมากเสียจนลืมนึกถึงตัวเอง

“มัวแต่ห่วงคนอื่น ห่วงตัวเองก่อนเถอะ”

“ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นคนอื่น...นั่นมีรถมาแล้ว”

สองคนอาศัยรถชาวบ้านกลับถึงบ้านพักใกล้ค่ำ ศุภโชครู้เรื่องก็วิเคราะห์ว่าคนร้ายต้องรู้ว่าต้นกล้าใช้รถคันไหน เป็นประจำ มันต้องจับตาดูเขาอยู่ อาจจะเป็นพวกแก๊งค้ามนุษย์

“ผมก็คิดแบบเดียวกับคุณ เจ้านายพวกมันคงรู้ว่าผมไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ”

“การที่มันรู้ข่าวเร็วแบบนี้ แสดงว่าอาจจะมีหนอนบ่อนไส้”

“ผมยังไม่กล้าฟันธง เพราะเราไม่มีหลักฐาน ถ้าไง ผมขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถด่วน และสั่งคนไปกู้รถขึ้นจากน้ำ ช่วยระวัง อย่าเพิ่งทำอะไร ทั้งนั้น รอจนกว่าทีมพิสูจน์หลักฐานจะมาถึง บางทีอาจจะมีเบาะแสหลงเหลืออยู่บ้าง”

“ได้ครับ” ศุภโชครับคำแล้วจะไป แต่ชะงักกับเสียงโทรศัพท์มือถือของตน

หลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จ ศุภโชคบอกต้นกล้าว่าผู้ต้องหาที่เขาไปสอบปากคำเมื่อเช้าผูกคอฆ่าตัวตายในห้องขังแล้ว ต้นกล้าเจ็บใจมาก บอกว่าแค่ฆ่าตัวตาย อย่าคิดว่าเรื่องจะจบ ตนไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปแน่

“ถ้ายังไงผมจะไปจัดการเรื่องรถของผู้การก่อน แล้วจะรีบไปที่โรงพัก”

“ผมจะไปด้วย...ผมไปส่งคุณที่บ้านพักไม่ได้แล้ว ต้องขอโทษที่ทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วย”

แพรวรับคำโดยดี มองตามสองหนุ่มไปด้วยความเข้าใจ...

ในเวลาเดียวกัน จ่ายศกำลังขอโทษเฮียทับที่ทำงานพลาด เฮียไม่พอใจ ให้จ่ายศรีบเก็บลูกน้องที่ตัดสายเบรกรถต้นกล้าก่อนที่มันจะถูกจับได้ ฐาปนิสรได้ยินว่าต้นกล้าปลอดภัยก็ดีใจ และสั่งห้ามพ่อส่งคนไปทำร้ายเขาอีก ถ้าพ่อไม่อยากเสียตนไป เฮียทับได้ฟังยิ่งแค้นใจและเกลียดชังต้นกล้ามากขึ้นไปอีก

ooooooo

เช้าวันถัดมา ศุภโชคมาเชิญเจ๊ญากับหนึ่งนาทีไปตรวจสุขภาพกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่มาบริการในฐานทัพเรือและมีประชาชนภายนอกเข้ามารับบริการจำนวนมาก

สองคนรับปากไปแน่และยังชวนแพรวไปด้วย แพรวจึงได้เห็นหมอภีรชาสนิทสนมกับต้นกล้าเป็นพิเศษ ต่างเอาอกเอาใจพูดจาหวานใส่กัน ต้นกล้าเรียกภีรชาว่าน้องภีร์ทุกคำ แต่กับแพรวที่เคยเรียกน้องแพรวกลับเปลี่ยนเป็นคุณแพรวจนฟังแล้วแปร่งหู อีกทั้งได้ยิน
มะเดี่ยวพูดเหมือนกับว่าต้นกล้ากับภีรชาเป็นแฟนกัน

แพรวไม่พอใจเดินหน้าตูมหนีออกไปจากเต็นท์ ต้นกล้าแคร์ความรู้สึกเธอจึงเดินตาม แต่นั่นยิ่งทำให้แพรว ยิ่งอยากหนี แล้วที่สุดก็เกิดเรื่องจนได้ แพรวเดินไม่ดูตาม้า ตาเรือเกือบโดนรถคันหนึ่งชนถ้าต้นกล้ามาดึงไว้ไม่ทัน ฝ่ายคนขับรถก็หักหลบจนเสียหลักควบคุมรถไม่ได้พุ่งชนเต็นท์แพทย์อาสาที่มีทั้งหมอและชาวบ้านอยู่เต็มไปหมด

ต้นกล้าเห็นความพินาศก็อึ้ง หันมองแพรวแววตาไม่พอใจจนเธอรู้สึกได้ ต้นกล้าสั่งลูกน้องให้เอารถออกรีบพาคนเจ็บไปโรงพยาบาล ก่อนที่เขาจะพาภีรชาที่ข้อมือซ้นไปห้องพยาบาล

ภีรชาไม่ยอมไปตรวจ ใช้ผ้าพันข้อมือและพูดติดตลกว่า “แค่ซ้นค่ะพี่ต้นกล้า โชคดีภีร์เสริมแคลเซียมไว้เยอะ กระดูกเลยแข็งค่ะ”

“ยังจะพูดเล่นได้อีก...อย่าทำอวดเก่ง พี่เป็นห่วง”

“ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง”

“ภีร์เป็นน้องไอ้ภู ก็เหมือนเป็นน้องสาวของพี่ ยังไงพี่ก็ต้องห่วงอยู่แล้ว แล้วพี่ก็ต้องขอโทษด้วย”

“พี่ต้นกล้าจะขอโทษทำไม มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่ ความผิดพี่สักหน่อย”

“แต่ส่วนหนึ่งมันก็มาจากพี่”

ภีรชาทำหน้างงๆ ต้นกล้าสีหน้าเคร่งเครียด รู้ดีว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะแพรวเป็นต้นเหตุ

บริเวณที่เกิดเหตุ ทหารกำลังเคลียร์พื้นที่ แพรวยืนมองหน้าจ๋อย หนึ่งนาทีกับเจ๊ญาอดรนทนไม่ไหวเข้ามาต่อว่าแพรว “ไง...เหวี่ยงซะระเนระนาดหมดเต็นท์ สาแก่ใจรึยัง”

“ทำไมเป็นคนไม่มีเหตุผลแบบนี้ ผู้การเขาก็คุยกับแกดีๆ จะอะไรกับเขานักหนา”

“แกไม่ต้องอยู่ช่วยงานฉันแล้ว กลับๆกรุงเทพฯไปเหอะ”

“หนึ่ง ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ให้ฉันอยู่ทำงานกับแกต่อเถอะ ไม่งั้นฉันจะหาข่าวพัสจากไหนล่ะ”

หนึ่งนาทีเมินไม่สน แพรวขอร้องเจ๊ญาให้ช่วยพูด แต่เจ๊ญากับหนึ่งนาทีบอกว่าคนที่แพรวควรขอโทษคือพวกหมอ ทหาร และชาวบ้านที่ต้องมาเจ็บตัว แล้วคนที่ควรขอโทษมากที่สุดคือคนที่เขาช่วยชีวิตเธอมาตั้งหลายหน แต่เธอยังงี่เง่าใส่เขา

“ต้องให้บอกชัดๆไหมว่าใคร โตแล้วน่าจะคิดเองได้” หนึ่งนาทีทิ้งท้ายดุดัน แพรวหน้าสลดลงทันใด

ooooooo

ต้นกล้าไม่เชิงไม่รับคำขอโทษจากแพรว แต่ขอให้เธอชดเชยความผิดด้วยการออกหน่วยบริการประชาชนบนเกาะกับทหาร

เมื่อเจ๊ญากับหนึ่งนาทีรู้เข้าก็อดกังวลไม่ได้ว่าแพรวจะไปก่อเรื่องอะไรขึ้นอีก แต่จะให้พวกตนไปด้วยนั้นไม่ได้เพราะมีงานด่วนต้องทำ เพราะหัวหน้าโทร.มาด่าหนึ่งนาทีว่าทำสกู๊ปไม่เสร็จสักที

“ทำไงได้ ผู้การต้นกล้าไม่ค่อยว่าง” หนึ่งนาทีบ่น

“แล้วแกต้องรอเขาคนเดียวเหรอ เปลี่ยนแหล่งข่าวได้ไหมล่ะ” เจ๊ญาหรี่ตาเจ้าเล่ห์ หนึ่งนาทีเข้าใจทันทีว่าแหล่งข่าวคนใหม่ที่ว่าคือศุภโชคนั่นเอง

เจ๊ญาโทร.ไปขอสัมภาษณ์ศุภโชค เขาตกลงแต่ขอเป็นช่วงเย็นเพราะตอนนี้ติดงาน...ศุภโชคกับเพื่อนๆเพิ่งได้ข้อมูลว่าชายที่ปลอมตัวเข้ามาตัดสายเบรกรถของต้นกล้าถูกฆ่าตายเสียแล้ว ทุกคนได้แต่เจ็บใจและเสียดายที่เราช้ากว่าพวกมันก้าวหนึ่งตลอด...

การออกหน่วยบริการประชาชนบนเกาะเป็นไปด้วยความราบรื่น แม้แพรวจะไม่ค่อยชอบใจนักที่ภีรชาร่วมทีมมาด้วย ฝ่ายภีรชาที่แอบชอบต้นกล้า พอเห็นท่าทีของเขาที่มีต่อแพรวก็รู้สึกกังวลใจ แต่พยายามไม่ใส่ใจมากนัก ทำหน้าที่ของตนไปตามปกติ

แพรวช่วยงานได้อย่างน่าพอใจจนได้รับคำชมจากต้นกล้า และมีความคิดอยากให้เธอมาด้วยบ่อยๆ แพรวเลยสงสัยว่างานแบบนี้มีบ่อยด้วยหรือ

“เป็นระยะๆครับ ยังมีชาวบ้านที่ลำบากอยู่มาก โดยเฉพาะชาวประมงที่อยู่หมู่บ้านเล็กๆบนเกาะ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยทีก็เดินทางลำบาก พวกเราจึงต้องจัดหมอและพยาบาลมาบ่อยๆ”

“เห็นรีสอร์ตเต็มไปหมด นึกว่าความเจริญเข้าถึงแล้ว”

“ชาวประมงที่นี่ยังหาเช้ากินค่ำครับ บางคนไม่มีเรือของตัวเอง ต้องไปเป็นลูกจ้างเขา ทำงานเรือใหญ่ลำบากออกเรือทีหลายเดือน อยู่บนเรือนานๆก็มีปัญหาเสี่ยงอุบัติเหตุ ขาดวิตามิน ป่วยโรคจากการทำงานบนเรือมีตั้งหลายโรคครับ”

“ไม่เคยรู้เลยว่าชีวิตชาวประมงจะลำบากขนาดนี้”

“ถ้านายจ้างดี ก็ยังได้รับการดูแลดี...กลับขึ้นฝั่งก็พอมีเวลาได้พัก แต่ที่น่าห่วงกว่าคือพวกที่อยู่บนเรือเถื่อน ต้องทำงานหนัก ไม่ได้เห็นแสงเดือนเห็นแสงตะวัน ไม่มีโอกาสกลับขึ้นฝั่ง”

“หมายถึงคนที่ถูกหลอกไปขาย...แบบที่คุณช่วยไว้ตอนที่เราเจอกันใช่ไหม”

ต้นกล้าพยักหน้า แพรวคิดถึงพัสสนขึ้นมาทันทีด้วยความกังวลและเป็นห่วง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement