ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 1


5 ก.ย. 2560 07:07
727,610 ครั้ง

ละคร นิยาย ราชนาวีที่รัก

ราชนาวีที่รัก ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

ราชนาวีที่รัก

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

เฟื่องนคร

บทโทรทัศน์โดย:

ลูกทะเล

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อรรคพันธ์ นะมาตร์, แซมมี่ เคาวเวลล์

แพรวพรรณหรือแพรว นักเขียนนิยายรักสดใสที่เพิ่งเริ่มงานเป็นนักข่าวควบคู่ไปด้วย ได้รับโจทย์จาก บก.ให้ไปติดตามสถานการณ์การทำประมงผิดกฎหมายที่เมืองชายทะเลแห่งหนึ่ง

แพรวเดินทางมากับหิรัญญาหรือเจ๊ญา นักเขียนรุ่นพี่ และหนึ่งนาที เพื่อนสนิทเพศชายรักชาย ขณะสามคนล่องเรือกลางทะเล คาดไม่ถึงว่าจะประสบกับเหตุการณ์ระทึกใจที่ทหารเรือซึ่งนำโดยเรือเอกจิรวัติหรือต้นกล้า หัวหน้าหน่วยฉลามวาฬปฏิบัติการตรวจค้นเรือประมงและจับกุมยึดเรือที่รุกล้ำน่านน้ำไทย

ไต้ก๋งซูกับลูกน้องหนีการจับกุมมาขึ้นเรือของแพรวที่กำลังสั่งคนขับเรือให้กลับเข้าฝั่งด่วน ต้นกล้าใช้เรือเล็กติดตามพวกมันมาแล้วเกิดการต่อสู้กันบนเรือ ก่อนที่ต้นกล้าจะโดนคนร้ายใช้มีดแทงเฉี่ยวแขนเพราะปกป้องแพรว แต่แล้วแพรวก็เสียหลักเซถลากระเด็นตกเรือ

เจ๊ญากับหนึ่งนาทีตกใจมาก กรีดร้องขอความช่วยเหลือจากทหาร ต้นกล้ากระโดดลงไปช่วยแพรว พร้อมๆกับเจ๊ญาเห็นเรือประมงและเรือเร็วหลายลำแล่นเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบเรือของตน ข้างลำเรือเขียนว่า “แพปลา ส.ทับ” อย่างชัดเจน

แพรวตกลงไปใต้น้ำ ได้ต้นกล้าลงมาช่วย พอเห็นหน้าเขาชัดๆ หญิงสาวจำได้แม่น อดีตที่เคยปลื้มเขาในฐานะเพื่อนของพี่ชายผุดขึ้นมาแล้วก็ดับวูบเพราะทั้งเหนื่อยและสำลักน้ำ แต่ยังคงมีสติรู้เห็นว่าเขาประกบปากผายปอดให้ก่อนที่เธอจะหมดสติไป

ooooooo

บนเรือยุทธการ เรือโทศุภโชค ลูกน้องของต้นกล้ารายงานว่าไต้ก๋งเรือกับลูกน้องหนึ่งคนหนีไปได้ ต้นกล้าคาดการณ์ทันทีว่า

“เป็นไปได้ว่าตอนนี้มันหนีขึ้นมากบดานอยู่บนฝั่งแล้ว พวกนี้บ่อนทำลายทรัพยากรของประเทศเรา อาจจะมีคนไทยรู้เห็นเป็นใจให้รุกล้ำน่านน้ำไทย เราต้องติดตามจับตัวมาให้ได้เพื่อขยายผลเป็นภารกิจต่อเนื่อง”

จู่ๆลูกน้องอีกคนเดินแกมวิ่งเข้ามาบอกต้นกล้าว่ามีรายงานด่วน...ต้นกล้ารับเอกสารมาดูแล้วถอนใจ

“อาศัยช่วงที่ทำประวัติ ขอเข้าห้องน้ำแล้วหลบหนีไปได้อีกคน”

“ใครครับ” ศุภโชคถาม

“แรงงานไทยเพียงคนเดียวที่ถูกหลอกไปทำงานบนเรือ”

“จะหนีทำไม เดี๋ยวเราทำประวัติเสร็จก็จะส่งตัวกลับบ้านแล้ว”

“นี่ไง นายคนนี้ชื่อเด่น มีประวัติหนีคดีเมื่อสามปีที่แล้ว คงกลัวเราจะส่งกลับเข้าคุก” พูดจบต้นกล้าแจกจ่ายรูปถ่ายนายเด่น ไต้ก๋งและลูกเรือให้ลูกน้องของตนจัดทีมออกตามหา ก่อนจะหันไปถามศุภโชคว่าผู้หญิงที่ตนช่วยเอาไว้ฟื้นหรือยัง?

เวลานั้นแพรวอยู่ในห้องพยาบาลบนเรือลำเดียวกัน เธอลืมตาเห็นเจ๊ญากับหนึ่งนาทียืนอยู่ข้างเตียง ถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หนึ่งนาทีทบทวนให้ฟังว่าแพรวตกน้ำ เท่านั้นเองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดผุดขึ้นชัดเจนจนแพรวอุทานว่า “ตายแล้ว!!”

เธอจำได้แม่นว่าโดนต้นกล้าประกบปากผายปอด พอเจ๊ญากับหนึ่งนาทีถามว่าเป็นอะไร ใครตาย แพรวไม่ตอบแต่ลุกพรวดบอกว่าตนอยู่ที่นี่ไม่ได้

“เดี๋ยวๆๆ แกจะรีบไปไหน ร่างกายแกเพิ่งฟื้น ยังไม่แข็งแรง”

“นั่นสิ อยู่ดีๆก็เป็นบ้าขึ้นมาซะงั้น”

“ฉันไม่ได้บ้า แต่ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ ฉันต้องรีบไปก่อนที่เจอเขาอีกครั้ง”

สองคนงงเป็นไก่ตาแตก มองดูแพรวลุกลี้ลุกลนถามหาเสื้อผ้าของตนจะเอามาผลัดเปลี่ยนชุดที่ใส่อยู่

“เสื้อผ้าแกมันเปียก ก็เลยเอาไปซัก”

“ช่างมัน ไปมันทั้งชุดนี้แหละ” แพรวออกเดิน เจ๊ญากับหนึ่งนาทีงงมาก แต่ทันใดต้นกล้าเดินเข้ามาทำให้แพรวที่กำลังจะออกไปชนอย่างจังและเกือบล้มถ้าเขาไม่ประคองกอดเอวเธอไว้

ต้นกล้ายิ้มให้แต่แพรวทำหน้าไม่ถูก ศุภโชคตามเข้ามาอีกคนก็ชะงักที่เห็นท่าทางของต้นกล้ากับแพรว เช่นเดียวกับเจ๊ญากับหนึ่งนาทีที่จ้องทหารเรือรูปหล่อตาเขม็ง

“น้องแพรวจะรีบไปไหนครับ”

คำถามของต้นกล้าทำให้เจ๊ญากับหนึ่งนาทีนิ่วหน้าแปลกใจว่าทำไมเขารู้จักชื่อแพรว แล้วเจ๊ญาก็ถามแพรวที่ผละออกห่างต้นกล้าว่า

“แกรู้จักเขาเหรอแพรว งั้นก็ดีเลย”

“ดียังไง”

“ก็คนนี้ไง เรือเอกจิรวัติ สุกปลั่ง เป็นแหล่งข่าวที่ฉันต้องมาเก็บข้อมูลเขียนบทความเรื่องประมงผิดกฎหมายจากเขา”

แพรวตะลึงงัน คิดในใจว่าทำไมต้องเป็นอีตานี่ด้วย

“น้องแพรวมองหน้าพี่นานแล้วนะครับ มีอะไรจะพูดกับพี่รึเปล่า” ต้นกล้าถามยิ้มๆ แพรวรีบปฏิเสธโดยไม่กล้าสบสายตา เขาเลยตอบกลับจนเธออึ้ง “เหรอครับ แต่พี่ว่าพี่มีเรื่องจะคุยกับน้องแพรว เรื่องยาวซะด้วย”

เจ๊ญา หนึ่งนาที และศุภโชคอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที แพรวเดินเลี่ยงออกมาหน้าห้องแต่ทุกคนก็ยังชักแถวตามมา

“ขอโทษนะคะ ฉันจำคุณไม่ได้ เรารู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่” แพรวใช้มุกนี้ แต่ต้นกล้าตอบกลับทันทีว่า

“น้องแพรวจำไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรครับ เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกนาน พี่จะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำให้น้องแพรวเอง”

แพรวหน้าถอดสี ก่อนจะเหลือบเห็นแขนของต้นกล้ามีผ้าพันแผล เธอนึกย้อนเหตุการณ์ครู่หนึ่งแล้วพึมพำออกมา “คุณเป็นคนช่วยฉันเอาไว้?”

“ใช่ครับ พี่ช่วยน้องแพรวเอาไว้ ทั้งตอนที่น้องแพรวจะโดนแทงและตอนที่น้องแพรวจมน้ำ แต่น่าแปลกนะครับที่จนถึงตอนนี้พี่ก็ยังไม่ได้ยินคำว่าขอบคุณ”

“จริงด้วยแพรว...รีบขอบคุณเรือเอกจิรวัติซะสิ” หนึ่งนาทีกระตุ้นเตือนแต่แพรวนิ่งเงียบไม่อยากพูด

“ไม่เป็นไรหรอกครับ น้องแพรวคงยังไม่พร้อม เพราะเมื่อก่อนทำกับผมเอาไว้เยอะ พี่จะรอวันนั้นนะจ๊ะ วันที่น้องแพรวจะพูดคำว่าขอบคุณและขอโทษกับพี่...

ส่วนคุณสองคน เดี๋ยวผมจะให้ลูกน้องสอบปากคำพวกคุณถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนน้องแพรวเชิญพักผ่อนตามสบาย ไม่ต้องรีบกลับนะครับ ทางเรายินดีต้อนรับ”

ต้นกล้ายิ้มราวกับผู้ชนะก่อนจะเดินออกไป แพรวลมแทบจับ ศุภโชคทำหน้าที่ของตนเชิญเจ๊ญากับหนึ่งนาทีไปที่ห้องสอบปากคำ แต่เพราะรีบเดินทำให้เจ๊ญาลื่นจะล้ม ศุภโชคมือไวรับร่างเธอไว้ทันท่วงที

“ไม่เป็นอะไรนะครับ”

เจ๊ญาตอบรับเสียงหวาน รู้สึกประทับใจศุภโชค หนึ่งนาทีดูปราดเดียวก็รู้ใจ กระซิบเจ๊ญาว่าหิวหญ้าอ่อนขึ้นมาแล้วใช่ไหม เจ๊ญาค้อนปะหลับปะเหลือกก่อนจะเดินตามไปนั่งจ้องหน้าศุภโชคในห้องสอบปากคำ ปล่อยให้หนึ่งนาทีเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางทะเลอยู่คนเดียว

“แล้วก่อนที่ไต้ก๋งกับลูกเรือจะหายตัวไป คุณเห็นอะไรผิดปกติบ้างไหมครับ อย่างเช่นมีเรือขับเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้เรือ หรือว่ามีใครว่ายน้ำเข้ามา”

“เออ ใช่ๆ ตอนนั้นอยู่ๆก็มีทั้งเรือหาปลา เรือสปีดโบ๊ต เจ็ตสกี ขับเข้ามารอบเรือเต็มไปหมด ใช่ไหมเจ๊...เจ๊ช่วยตอบกันหน่อยสิ”

เจ๊ญานั่งเคลิ้มมองศุภโชคเพลินมาก กระทั่งโดนหนึ่งนาทีหยิกก้นก็ตกใจหลุดจากภวังค์

“ว้าย...หยิกก้นฉันทำไมเนี่ย”

“มัวแต่มองอยู่นั่นแหละ ช่วยกันตอบหน่อยสิเจ๊”

“แล้วคุณจำหน้าคนขับเรือพวกนั้นได้ไหมครับ หรือว่าจำตำหนิอะไรของเรือพวกนั้นได้บ้าง”

“อุ๊ย...คุณทหารเรือขา ใครจะไปจำหน้าได้ล่ะคะ ไม่ได้หล่อเหมือนคุณทหารกันสักคน...แต่เดี๋ยวๆ ญาจำได้ที่เรือประมงลำนึงเขียนคำว่า...”

ศุภโชคลุ้นตัวโก่ง เจ๊ญานึกทบทวนไม่นานก็จำได้ข้างเรือประมงเขียนคำว่า “แพปลา ส.ทับ” ทำให้ศุภโชคได้เบาะแสสำคัญทันที อุทานชื่อเฮียทับออกมา!

ooooooo

เฮียทับเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ประจำจังหวัดที่บริจาคเงินในการช่วยเหลือประชาชนตลอด สนับสนุนกิจการภาครัฐทุกอย่าง แต่ทั้งหมดเป็นเพียงฉากหน้าที่สร้างไว้เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันภัยเท่านั้น เพราะเบื้องหลังแล้วเฮียทับดำเนินกิจการผิดกฎหมายทุกอย่าง

ทั้งน้ำมันเถื่อน ประมงผิดกฎหมาย ค้าประเวณี รวมถึงการค้ามนุษย์ ด้วยผลประโยชน์ที่โยงใยไปทุกเครือข่ายทำให้ไม่มีใครกล้าจัดการเฮียทับ มีเพียงต้นกล้าที่กำลังตามสืบหาหลักฐานเอาผิดเฮียทับอยู่ลับๆ

เด่นคือหนึ่งในคนที่โดนเฮียทับขู่บังคับให้ทำงานในเรือประมง โดยมีจ่ายศคอยดูแลคนงานอย่างเข้มงวด เมื่อเด่นหายตัวไป เฮียทับกลัวความลับของตนจะถูกเปิดเผยจึงสั่งจ่ายศตามล่าเด่นแล้วฆ่าปิดปากให้ได้

บังเอิญเด่นได้รู้จักกับพัสสนน้องชายของแพรวพรรณที่หายไปจากบ้านเป็นเวลาหลายเดือน พัสสนเข้ามาพัวพันกับยาเสพติดเพราะถูกทางบ้านบังคับเรื่องการเรียน เด็กหนุ่มหลงผิดและมีปากเสียงกับพี่สาวก่อนจะหายตัวไป ซึ่งแพรวพรรณพยายามติดตามข่าวคราวของน้องชายตลอดมา

เมื่อพัสสนกับเด่นตกอยู่ในสภาพเดียวกันคือโดนจ่ายศขู่บังคับให้ทำงานอยู่ในเรือประมงแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน พัสสนบอกกับเด่นไว้ว่าหากคนใดคนหนึ่งหนีไปจากเรือนรกนี้ได้เราต้องกลับมาช่วยอีกคนที่อยู่ที่นี่ ซึ่งเด่นให้คำสัญญาและรับกระดาษจดเบอร์โทรศัพท์ของแพรวที่พัสสนบอกว่าเป็นพี่สาวของตนไว้ หากหนีไปได้ให้โทร.หาทันที

ในวันนี้เด่นหนีออกมาได้ เขาจึงโทร.นัดแพรวมาพบในป่า เป็นเวลาที่ต้นกล้ากับศุภโชคได้เบาะแสของเด่นนำกำลังมาจับกุม แต่ทั้งแพรวและพวกต้นกล้าก็โดนจ่ายศชิงตัดหน้าฆ่าเด่นทิ้งเสียก่อน แพรวตกใจและผิดหวังมากจนเป็นลมเพราะเด่นคือเบาะแสเดียวที่จะนำพาเธอไปเจอน้องชายได้

เรื่องนี้แพรวไม่ได้บอกให้พวกต้นกล้ารู้เพราะกลัวพัสสนจะโดนจับ แต่บอกให้เจ๊ญารู้เพียงคนเดียว แพรวเชื่อว่าต้นกล้าต้องสืบว่าใครฆ่าเด่น และบางทีอาจจะทำให้ได้เบาะแสของพัสสน เธอจะตีสนิทกับต้นกล้าเพื่อหาน้องชายให้เจอก่อนที่ต้นกล้าจะเจอ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นหนึ่งนาทีท้องเสียเพราะกินอาหารหลากหลายและมากเกินจนไปสัมภาษณ์ต้นกล้าตามนัดไม่ได้ แพรวอาสาทันทีเพราะต้องการตีสนิทต้นกล้าอยู่แล้ว

เมื่อแพรวเผชิญหน้ากับต้นกล้าในร้านกาแฟ เธอพยายามไม่ตอบคำถามเรื่องเด่นที่เพิ่งโดนฆ่าตาย ต้นกล้าจับได้ว่าเธอโกหกแต่ไม่ได้คาดคั้นมากมาย กลับนั่งยิ้มมองเธอแถมเผลอจับมือจนโดนเธอดุเสียงเขียวให้ปล่อย

“โทษที พี่ลืมตัว มันเคยชิน เพราะเมื่อก่อนเวลาเราไปไหนมาไหนด้วยกัน พี่จะจับมือน้องแพรวเอาไว้แบบนี้ตลอด จำได้ไหมคะ”

แพรวทำหน้าไม่ถูกที่ต้นกล้าจ้องหน้าตนตาไม่กะพริบ ทันใดนั้นเสียงกรี๊ดของใครคนหนึ่งดังขึ้นจนคนในร้านหันมองอย่างตกอกตกใจ

ฐาปนิสรลูกสาวคนสวยของเฮียทับนั่นเอง เธอหลงใหลได้ปลื้มต้นกล้ามานานแล้วยังทึกทักว่าเขาเป็นแฟนจนรับไม่ได้ถ้ามีสาวคนไหนมาอยู่ใกล้ชิดเขา

“เอามือออกไปจากต้นกล้าเดี๋ยวนี้” ฐาปนิสรหลับหูหลับตาสั่งเพราะหึงหวง

“เฮ้ย! เดี๋ยวนะ ดูใหม่สิว่าใครจับมือใคร” แพรวท้วงสีหน้าบึ้งตึง

ฐาปนิสรจ้องมองเต็มตาก็เห็นชัดว่าต้นกล้าเป็นฝ่ายจับมือผู้หญิง เธอชักสีหน้าไม่พอใจมาก ต้นกล้ารีบเอามือออกจากแพรวทันที

“แกเป็นใคร?”

แพรวไม่ชอบใจการพูดจาวางอำนาจของผู้หญิงคนนี้ พูดยอกย้อนว่าทำไมตนต้องบอก แล้วลุกขึ้นยืนเก็บอุปกรณ์สัมภาษณ์ใส่กระเป๋า บอกต้นกล้าว่าวันนี้ท่าทางเขาจะไม่สะดวก เอาไว้นัดกันวันหลัง

“ยังจะกล้านัดอีกเหรอ”

“ใช่ค่ะ แล้วเราคงจะได้นัดกันบ่อยๆด้วย”

ฐาปนิสรโกรธแทบกรี๊ด แพรวออกเดินอย่างไม่สนใจ ต้นกล้ารีบก้าวตามมาจับแขน ฐาปนิสรเห็นดังนั้นก็โมโหหึงถึงขนาดพุ่งไปกระชากแพรวแล้วตบหน้าทันที เล่นเอาทั้งต้นกล้าและคนในร้านแตกตื่น

“จำไว้ว่าต้นกล้าเป็นของฉัน อย่ามายุ่ง”

แพรวทั้งเจ็บตัวและผิดหวังกับต้นกล้า พูดใส่หน้าเขาว่า “ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี นิสัยกินไม่เลือกของคุณก็ไม่เคยเปลี่ยน”

“มันไม่ใช่อย่างที่น้องแพรวคิด พี่กับสรไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“อ๊าย! ต้นกล้าพูดออกมาได้ไงว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“ก็เราไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ”

“เพราะแกใช่มั้ย ถึงทำให้ต้นกล้าเปลี่ยนไป” ว่าแล้วฐาปนิสรเงื้อมือจะตบอีก แต่คราวนี้แพรวไม่ยอมชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง

“นี่!! เอาคนของตัวเองไม่อยู่เอง ก็อย่ามาโทษคนอื่น แล้วขอโทษนะ ผู้ชายแบบนี้ฉันไม่มีวันเอามาทำเป็นพ่อพันธุ์หรอก!!”


“ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน อย่าให้ฉันเห็นแกกับต้นกล้าอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

แพรวไม่สนใจเดินจ้ำออกไปทันที ต้นกล้าหงุดหงิดแกะมือฐาปนิสรที่เกาะแขนตนออกแล้วพูดเสียงเข้มดุ

“ต้องให้ผมบอกกี่ครั้งว่าเราไม่เคยเป็นอะไรกัน”

“แต่สรชอบคุณ สรอยากจะเป็นอะไรกับคุณ”

ต้นกล้าอายเพราะคนมองมาเป็นตาเดียว เตือนหญิงสาวว่าจะพูดอะไรถ้าไม่คิดถึงหน้าตัวเอง ก็คิดถึงหน้าตนหน่อย ตนขอบอกไว้ตรงนี้ว่ายังไงตนก็ไม่มีวันชอบเธอ แล้วอีกอย่างแพรวไม่ได้เป็นอะไรกับตน เขาเป็นนักข่าวมาขอข้อมูล

ฐาปนิสรเงียบกริบ ต้นกล้าส่ายหัวหันหลังเดินออกไป เสียงหญิงสาวถามว่าจะไปไหน เขาหันขวับกลับมาสั่งทันที

“อย่าตามผมมาอีก”

น้ำเสียงเข้มๆบวกกับท่าทางหัวเสียของต้นกล้าทำให้ฐาปนิสรไม่กล้าก้าวตาม ส่วนแพรวเดินจ้ำออกไปด้วยความโมโห พลางจับหน้าตัวเอง บ่นอุบว่าซวยจริงๆ อยู่ดีๆก็โดนตบ

ทันใดนั้นมีมอเตอร์ไซค์แล่นมาบนฟุตปาท เสียงแตรดังลั่นทำท่าจะชนแพรวอย่างเบรกไม่อยู่ ต้นกล้าพุ่งพรวดมาคว้าตัวแพรวหลบทัน แล้วถามว่าเมื่อสักครู่หึงเหรอ?

“บ้า! ใครจะไปหึงคุณ หึงทำไม ฉันไม่อยากให้แฟนคุณตามมาตบฉันอีก”

“สรไม่ใช่แฟนพี่ จะต้องให้พูดอีกกี่รอบ”

“จะพูดอีกกี่รอบกี่รอบก็ไม่เชื่อ ฉันเกลียดที่สุดคือผู้ชายเจ้าชู้หลายใจ ปล่อยฉัน!!”

“ไม่ปล่อย”

“ไม่ปล่อยใช่มั้ย”

พูดขาดคำแพรวกัดซ้ำแผลที่แขนของต้นกล้าจมเขี้ยว ชายหนุ่มเจ็บจนร้องลั่น แพรวสังเกตเห็นมีเลือดซึมถึงกับหน้าเจื่อน ต้องไถ่โทษด้วยการพาเขากลับมาทำแผลที่ห้องพยาบาลในกองเรือยุทธการ

ต้นกล้าพอใจอยากใกล้ชิดแพรวอยู่แล้ว จึงแกล้งเจ็บเกินเหตุทำให้แพรวหมั่นไส้แกล้งทำแผลหนักมือขึ้น เลยเกิดดึงยื้อกันไปมาจนที่สุดแพรวเสียหลักล้มนั่งตักต้นกล้า ศุภโชคเข้ามาเห็นภาพนี้พอดี รีบขอโทษแล้วทำท่าจะถอยออกไป บอกว่าหัวหน้ายังไม่สะดวก ตนค่อยมาใหม่อีกครั้ง

“ไม่ต้อง...มีอะไร” ต้นกล้าพูดโพล่ง

ศุภโชคมองหน้าส่งซิกมา ต้นกล้ารู้ว่าเรื่องนี้เป็นความลับจึงเดินไปหาศุภโชคใกล้ๆ แพรวมองตามสงสัย ค่อยๆขยับเข้าไปช้าๆเพื่อแอบฟัง

“พบภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นลูกน้องเฮียทับใกล้กับที่เกิดเหตุเมื่อคืนที่นายเด่นตายครับ”

แม้ศุภโชคจะพูดกระซิบ แต่แพรวได้ยินเต็มสองหู ต้นกล้าหน้าเครียดหันกลับไปมองแพรวที่แสร้งทำหน้าตาไม่รู้เรื่อง

“พี่ขอตัวก่อน มีงานด่วนต้องรีบไปทำ”

“ค่ะ” แพรวรับคำโดยดี แต่มองตามสองหนุ่มเดินออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิดสงสัย

ooooooo

ต้นกล้ากับศุภโชคตั้งใจมาเอาผิดเฮียทับเพราะกล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุเด่นถูกฆ่าตายจับภาพลูกน้องของเฮียทับได้ ขณะเดียวกันจ่ายศลูกน้องคนสนิทของเฮียทับก็เพิ่งสืบรู้ว่าเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ที่คุยกับเด่นชื่อแพรวพรรณและอยู่ในพื้นที่นี้ด้วย

เฮียทับต้อนรับต้นกล้ากับศุภโชคด้วยรอยยิ้ม แต่พอโดนต้นกล้าจับผิดเรื่องลูกน้องที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเด่น เฮียทับก็ออกอาการไม่พอใจ พูดจาไม่ระวังจนอีกฝ่ายจับพิรุธได้

แพรวแอบตามต้นกล้ากับศุภโชคมาแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง แต่เพราะความห่างทำให้ไม่ได้ยินการสนทนา ซ้ำร้ายแพรวยังโดนฐาปนิสรลูกสาวของเฮียทับที่กลับมาเห็นลากตัวออกไปเอาเรื่องหาว่าแอบตามตนมา ทั้งที่แพรวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนี้อยู่ที่นี่

“ไม่รู้? แกไม่รู้จักฉันได้ยังไง ทุกคนในสัตหีบรู้จักฉันกันทั้งนั้น”

“ถ้าคิดจะมาอวดศักดากันล่ะก็...ขอโทษนะไม่กลัว”

ฐาปนิสรโกรธมาก ให้ลูกน้องรวบตัวแพรวไว้เพื่อที่ตัวเองจะได้ตบถนัดมือ แต่แพรวว่องไวหลบทันและผลักคนตบล้มก้นจ้ำเบ้าก่อนจะวิ่งหนีออกไปซ่อนตัวในรถกระบะรอดพ้นสายตาคนของฐาปนิสรไปได้ แต่แพรวไม่ทันสังเกตว่ารถคันนั้นเป็นของต้นกล้า

จนกระทั่งต้นกล้ากับศุภโชคเสร็จธุระกับเฮียทับแล้วขับรถออกไปสักพักก็เห็นแพรวผลุบโผล่อยู่กระบะท้าย ต้นกล้าจอดรถลงมาคาดคั้นแพรวว่าเข้ามาอยู่ในรถของตนได้ยังไง

“ฉันแอบตามคุณมา เพราะฉันอยากเห็นการทำงานของพวกคุณ”

“เลิกโกหกพี่ได้แล้ว รู้ไหมว่าสิ่งที่น้องแพรวทำมันอันตรายมากแค่ไหน ถ้าหากเกิดเรื่องกับน้องแพรวขึ้นมา ถ้าหากน้องแพรวไม่ได้โชคดีอย่างวันนี้ แล้วพี่จะทำยังไง บอกความจริงพี่มาได้แล้ว พี่รู้ว่าน้องแพรวไม่ได้จะมาหาข้อมูลอะไรทั้งนั้น น้องแพรวคิดจะทำอะไรกันแน่”

“คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ฉันทำในฐานะนักข่าวคนหนึ่งเท่านั้น”

แพรวยืนยันเสียงแข็งก่อนจะหันหลังเดินออกไป ต้นกล้าไม่เชื่อ และต้องรู้ให้ได้ว่าแพรวคิดจะทำอะไรกันแน่

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงที่พักในรีสอร์ต แพรวโดนหนึ่งนาที โวยวายเพราะให้ไปทำงานแต่กลับไม่ได้ข้อมูลอะไรมาสักอย่าง แพรวอ้างว่าต้นกล้าติดราชการด่วน ตนเลยต้องปล่อยตัวเขาไป

“โอ๊ย! อารมณ์เสีย แล้วจะนัดเขาได้อีกทีเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย”

“ใจร่มๆกันก่อนเถอะ เจ๊ว่าอย่าเพิ่งเครียด ออกไปหาอะไรกินกันดีกว่า”

“เจ๊ญาพูดถูก นังหนึ่ง ไหนๆแกก็หายท้องเสียแล้ว ก็ไปหาอะไรกระแทกปากอร่อยๆกันเหอะ ฉันเลี้ยงเอง”

หนึ่งนาทีเห็นแก่กิน กระดี๊กระด๊าพากันออกไปที่ตลาด บังเอิญไปเจอต้นกล้ากับลูกน้องสองคน แพรวอยากรู้ ความคืบหน้าเรื่องการตายของเด่นจึงทำทีขอนั่งร่วมโต๊ะกับพวกเขาแล้วสั่งปลาหมึกทอดกระเทียมมาเพื่อแกล้งต้นกล้า

แพรวจำได้แม่นว่าต้นกล้าแพ้ปลาหมึก กินแล้วจะเป็นผื่นแดง ขณะที่ศุภโชคกับมะเดี่ยวลูกน้องของต้นกล้าก็รู้เรื่องนี้ แต่เมื่อแพรวสั่งมาต้นกล้าก็พร้อมจะกิน

ต้นกล้ากินปลาหมึกแต่ไม่มีอาการแพ้ แพรวจับตามองด้วยความสงสัย กระทั่งมะเดี่ยวกับศุภโชคพูดขึ้นมาว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนหัวหน้าไม่กินปลาหมึกแน่ เพราะแพ้อย่างแรง แต่หัวหน้าก็พยายามฝืนกินทุกวันเพื่อเอาชนะ แพรวก็หายสงสัยและก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาใคร

“แล้วคุณไม่กลัวเหรอคะ บางคนถ้าแพ้อะไรมากๆอาจจะตายได้เลยนะคะ” เจ๊ญาตั้งคำถาม
“ผมไม่กลัวหรอกครับ เพราะว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งชอบทานปลาหมึกมาก เวลาผมไปไหนมาไหนกับเธอ มันทำให้เธอไม่ได้ทานของที่ชอบ”

“ผมเข้าใจแล้ว คุณก็เลยอยากทานปลาหมึกให้ได้เพราะผู้หญิงคนนั้น” หนึ่งนาทีเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ต้นกล้ายิ้มรับ ขณะที่เจ๊ญาเคลิ้มมากบอกว่าโรแมนติกจังเลย...

ออกจากร้านอาหารมาแล้วทั้งหมดเดินผ่านร้านขายยาดอง หนึ่งนาทีสนใจ มะเดี่ยวให้ลองดื่มเพราะร้านนี้เด็ดมาก หนึ่งนาทีไม่ปฏิเสธ ดื่มเข้าไปเป๊กเดียวซาบซ่านไปทั้งตัว เจ๊ญาเลยขอลองบ้าง ปรากฏว่าสมองโล่ง จึงคะยั้นคะยอให้แพรวดื่มด้วย

ต้นกล้ารู้ว่าแพรวคออ่อนจึงอาสาดื่มแทนเพราะเป็นห่วง แต่แพรวไม่ยอม ตวาดไม่ให้เขายุ่ง พอดื่มไปได้พักเดียวแพรวหน้าแดงก่ำมึนเมา เผลอพูดเรื่องราวในอดีตระหว่างตนเองกับต้นกล้าออกมาจนคนอื่นๆหูผึ่งตาพอง

“ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งทำดีกับแพรว เพราะว่ามันชดใช้ความผิดที่พี่ทำให้แพรวเสียใจไม่ได้”

หนึ่งนาทีกระซิบกับเจ๊ญาว่าแพรวเอามาจากนิยายเรื่องไหนที่ตัวเองเขียนหรือเปล่า เจ๊ญาไม่แน่ใจ ชักชวนให้รีบพาแพรวกลับรีสอร์ตก่อนดีกว่า แต่โดนแพรวแว้ดใส่

“หยุด!! แพรวยังพูดกับผู้ชายคนนี้ไม่จบ พี่ดูถูกหัวใจของแพรว...พี่ย่ำยีจิตใจของแพรว พี่ทำแบบนั้นได้ยังไง ทั้งๆที่แพรวรู้สึกดีๆกับพี่”

ทุกคนฟังแล้วอึ้ง มะเดี่ยวกับศุภโชคกระซิบคาดเดา กันว่าผู้หญิงคนนี้คงเคยเป็นแฟนเก่าหัวหน้าและอาจเป็นคนที่ชอบกินปลาหมึก

ต้นกล้าเป็นห่วงและสงสารแพรว ขอร้องให้เธอฟังเขาบ้าง แต่แพรวดึงดันว่าไม่ฟัง

“ถ้าน้องแพรวไม่ฟัง แล้วเมื่อไหร่น้องแพรวถึงจะได้รู้ความจริงเรื่องวันนั้น”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ฟัง”

“แต่ฉันอยากฟังนี่นา” หนึ่งนาทีพูดโพล่ง ต่อมเผือกทำงานพอๆกับเจ๊ญา

“คำพูดจากปากของพี่มันเชื่อไม่ได้อีกแล้ว” พูดใส่หน้าต้นกล้าไปแล้วแพรวมีอาการพะอืดพะอม ไม่กี่อึดใจก็อ้วกใส่เสื้อต้นกล้าก่อนที่ตัวเองจะหลับสนิทไปท่ามกลางความตกใจของทุกคน

ooooooo

ต้นกล้าพาแพรวมาส่งที่รีสอร์ต เจ๊ญากับหนึ่งนาที คอยดูแลใกล้ชิดและบอกต้นกล้าว่าแพรวเมาทีไรจะไร้สติขั้นสุดแบบนี้ทุกที

“ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ ผมรู้ดีว่าน้องแพรวเป็นยังไง ผมกลับก่อนนะครับ”

คำพูดของต้นกล้ายิ่งทำให้เจ๊ญากับหนึ่งนาทีฉงน อยากรู้เหลือเกินว่าเบื้องลึกเบื้องหลังสองคนนี้อะไรยังไงกันแน่...

กลับถึงที่พัก ต้นกล้าหวนนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นที่แพรวเข้าใจเขาผิดอย่างใหญ่หลวง

วันนั้นต้นกล้าไปหาผู้หญิงชื่อเมย์ เธอกำลังจะใช้คัตเตอร์กรีดข้อมือฆ่าตัวตาย ต้นกล้าช่วยเธอไว้ทัน แย่งคัตเตอร์จากมือเธอโยนทิ้ง

“อย่าคิดสั้นแบบนี้อีก เมย์ยังมีพ่อมีแม่ มีคนที่ห่วงใยและรักเมย์อีกมาก”

“เมย์ขอโทษ...”

เมย์ร้องไห้สะอึกสะอื้น สวมกอดและพร่ำพูดว่ารักเขามาก ต้นกล้ากอดตอบปลอบใจ ทันใดนั้นแพรวเปิดประตูเข้ามา เมย์ยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า

“เห็นแล้วนะแพรวว่าพี่ต้นกล้าเลือกฉัน”

แพรวเสียใจมากหันหลังวิ่งออกไปทันที ต้นกล้าจะตามไปอธิบายแต่เมย์กอดรัดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย...

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้นกล้าไม่ได้เจอแพรวอีกเลย จนกระทั่งมาเจอกันอีกครั้งที่นี่โดยบังเอิญ ซึ่งต้นกล้า มุ่งมั่นว่า ยังไงก็ต้องทำให้แพรวฟังตนให้ได้...

เช้าวันถัดมา แพรวตื่นมาพร้อมกับความมึนงง แถมยังโดนเจ๊ญากับหนึ่งนาทีคาดคั้นว่าเคยกิ๊กกับต้นกล้ามาก่อนใช่ไหม เมื่อคืนถึงได้พูดอะไรออกมาเยอะแยะเต็มไปหมด

แพรวหยุดคิดทบทวนครู่หนึ่งก็จำทุกคำที่พูดออกไปได้หมด แต่ยังกั๊กไว้ไม่เล่ารายละเอียดให้สองเพื่อนซี้ฟัง บอกแต่ว่าตอนนี้ตนไม่ได้คิดอะไรกับต้นกล้าแล้ว แต่มีเรื่องจะคุยกับเขาเดี๋ยวนี้
แล้วทั้งสามคนก็มุ่งหน้าไปยังกองเรือยุทธการสถานที่ทำงานของต้นกล้า แพรวขอรบกวนเวลาเขา

ไม่นาน ต้นกล้ายินดีเพราะอยากคุยกับแพรวอยู่เหมือนกัน แต่แล้วโทรศัพท์จากใครคนหนึ่งก็ทำให้ต้นกล้าต้องรีบไป แพรวคาดเดาว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่ ขณะที่เจ๊ญากับหนึ่งนาทีสงสัยว่าจะมีการจับกุมอะไรอีก ทั้งหมดจึงรีบตามไปเผื่อจะได้ข่าวเด็ด

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement