advertisement

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 4

บทประพันธ์ ซ่อนกลิ่น จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
6 ก.ค. 2556 11:37

ชายเล็กไปตามสร้อยจนลืมจันทาไว้ที่เรือนพ่อใหญ่ จ่อยจึงอาสาพากลับ คลาดกันกับไกสอนและทับทิมที่เดินมาเรือนพ่อใหญ่อย่างเร่งรีบ

พ่อใหญ่อ่านรายงานจากสายข่าวในเมืองเล่าให้ไกสอนกับแฮรี่ฟังว่า

“สายข่าวจากในเมืองส่งข่าวมาว่า ตอนนี้ทางเวียงพูคำหยุดความเคลื่อนไหว ทหารเวียงที่มาฝั่งไทยกะทยอยข้ามกลับไปสิหมดแล้ว”

ไกสอนถามว่านายพลเซกองเลิกคิดส่งคนตามกำจัดกองกำลังกู้ชาติแล้วใช่ไหม

“ไม่ใช่หรอกท่านไกสอน ตอนนี้สถานการณ์ในเวียงพูคำเริ่มตึงเครียด ตั้งแต่มีข่าวลือออกไปว่า เจ้าหลวงสุริยวงศ์ยังทรงมีชีวิตอยู่ก็เริ่มมีการชุมนุมเรียกร้องให้เจ้าหลวงกลับไป ตอนนี้นายพลเซกองคงต้องการกำลังทหารไปควบคุมสถานการณ์ในประเทศก่อน” แฮรี่วิเคราะห์สถานการณ์ให้ฟัง

ไกสอนเสนอให้พวกเรารีบอพยพไปจากที่นี่ก่อนที่พวกทหารเวียงจะกลับมาอีก ทบทวนว่า พวกเราจะอพยพไปตามแผนที่เคยวางไว้ พ่อใหญ่กับตนและจ่อย จะพาสร้อยกับพวกผู้หญิงล่วงหน้าไปก่อน

“บ่แม่น! การอพยพเทือนี้ เจ้าสร้อยสิบ่ไปกับพวกเฮา เฮาหาที่ปลอดภัยให้กับเจ้าสร้อยไว้แล้ว!” พ่อใหญ่ขัดขึ้น

ทุกคนหันมองพ่อใหญ่อย่างแปลกใจ

ooooooo

ชายเล็กเดินตามสร้อยกลับเรือนพ่อใหญ่ ชายเล็กหยอกเย้าจนสร้อยโมโหไม่ยอมรับเป็นเพื่อนตามที่ได้ผูกข้อมือให้ ชายเล็กคว้ามือไว้ อ้างว่าผูกข้อมือแล้วจะกลับคำไม่ได้

จ่อยพาจันทามาส่งที่บ้านแม่เฒ่า เจอชายเล็กกำลังจับมือสร้อยพอดี ต่างมองอย่างตกใจที่ทั้งสองจับมือถือแขนกัน สร้อยสะบัดมือเดินตะบึงตะบอนไป จ่อยตามสร้อยไป ส่วนชายเล็กพาจันทากลับเรือนแม่เฒ่า

เมื่อมาถึงหน้าเรือนแม่เฒ่า จันทาพูดหยั่งใจชายเล็กว่า ดูท่าทางคุณชายคงไม่อยากไปจากที่นี่แล้วกระมัง

“ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากอยู่ที่นี่ไปอีกสักพัก แต่ฉันหายตัวมาหลายวัน คงต้องรีบกลับไปก่อนที่ข่าวนี้จะรู้ไปถึงครอบครัวฉันที่กรุงเทพฯ แล้วฉันก็ต้องรีบพาเธอกลับเข้าเมืองด้วย ฉันจะได้จัดการเรื่องของเธอให้เรียบร้อย”

“คุณชายแน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจทีหลัง ที่จริงคุณชายไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบดูแลจันทาเลย ถึงจันทาจะไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน แต่ก็พอมีเพื่อนที่จะไปขออาศัย...”

“เราพูดเรื่องนี้กันจบแล้ว จันทา เธอจะต้องไปอยู่กับฉัน ฉันจะดูแลเธอเอง ฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนใจและจะไม่นึกเสียใจทีหลังด้วย”

คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นของชายเล็ก ทำให้จันทาหัวใจพองโตขึ้นมาอีกครั้ง...

จ่อยที่แอบชอบจันทา คิดไม่ตก ถามสร้อยว่าถ้าจันทาไปอยู่กับชายเล็กที่กรุงเทพฯก็ต้องเป็นเมียชายเล็กใช่ไหม สร้อยฟังแล้วก็ใจหายพึมพำเหมือนเพิ่งฉุกคิดได้... “รับไปเป็นเมีย?”

ooooooo

ฝ่ายคณะที่มาตามหาชายเล็ก ต่างต้องปวดหัวกับศินีนุชที่ตามมาและใช้ชีวิตราวกับมาท่องเที่ยว กระเป๋าสี่ใบของเธอเป็นภาระที่ต้องขนเข้าป่าไปอย่างทุลักทุเล
ไม่เพียงศินีนุชที่ทำให้ขบวนล่าช้าเท่านั้น ยังมีพรานเกิ้นที่แก่หง่อมมานำทางอีก ชายพีร์อ่อนใจเพราะพรานเกิ้นเอง แค่ไปตักน้ำยังหลงกลับที่พักไม่ถูกมาแล้ว แต่เมื่อหมู่คณะเห็นพ้องจึงต้องเลยตามเลย

ศินีนุชกลายเป็นภาระอย่างมากของคณะ นอกจากสัมภาระมากมายแล้ว ยังสำอางแม้แค่เหยียบโคลนก็โวยวาย ซ้ำเดินห้านาทีหยุดพักครึ่งชั่วโมงอีก เมื่อชายพีร์กับชายภัทรบ่นมากเข้า ชายใหญ่จึงเสนอให้หาที่ตั้งแค้มป์แล้วให้เธออยู่เฝ้าแคมป์ ทิ้งใครไว้เป็นเพื่อนเธอสักคน พวกเราจะได้ออกตามหาชายเล็กได้คล่องตัว

เพื่อการเดินทางเร็วขึ้น ในที่สุดก็ต้องให้ศินีนุชนั่งเสลี่ยงให้พรานเกิ้นที่แก่จนเหนียงยานกับบุญโฮมช่วยกันแบกเสลี่ยง ส่วนชายพีร์ชวนชัชวีร์ล่วงหน้าไปหาที่ตั้งแคมป์ จะได้เริ่มตามหาชายเล็กกันได้เสียที

ooooooo

สร้อยถูกพ่อใหญ่เคี่ยวเข็นให้เรียนหนังสือและอ่านประวัติศาสตร์โลกอย่างจริงจัง นำการศึกษานั้นมามองประวัติศาสตร์ของเวียงพูคำ ปลุกสำนึกให้รักและต่อสู้เพื่อกลับไปสู่แผ่นดินเกิด

“ถ้าไอ้นายพลเซกองยังปกครองเวียงพูคำอยู่ เฮาสิกลับไปได้จังได๋ล่ะแฮรี่” สร้อยตั้งประเด็นถาม

“เฮาก็ต้องตามหาผู้มีอำนาจปกครองเวียงพูคำโดยชอบธรรมก่อนสิ”

“นี่ได้ข่าวเจ้าหลวงสุริยวงศ์แล้วแม่นบ่ เจ้าหลวงอยู่ไส ข้อยสิไปช่วยตามให้เอง แล้วข้อยสิช่วยเจ้าหลวงล้มอำนาจไอ้นายพลเซกองเอง!”

แฮรี่อธิบายถึงการวางรากฐานการปกครอง และการจะแย่งชิงการปกครองกลับมาก็ต้องมีรัชทายาทสืบราชสมบัติต่อ สร้อยฟังแล้วบ่นอย่างท้อใจว่า ยากเกินกำลังของตนที่จะไปตามหาเจ้าหลวงที่คงไม่ได้อยู่ในป่าให้ตามหาได้ และเจ้าหลวงก็มีรัชทายาทด้วย ถามว่ามันไม่ใช่แค่นิทานหลอกเด็กของแม่เฒ่าหรือ

“เจ้าหลวงทรงมีพระโอรสอย่างแน่นอนและไม่ได้มีแต่พระโอรสเท่านั้น ยังทรงมีพระธิดาด้วย พระโอรสที่เป็นเจ้ารัชทายาทที่เรากำลังตามหาตัวอยู่ชื่อเจ้ารังสิมันต์”

สร้อยถามว่า แล้วพระธิดาชื่ออะไร แฮรี่อึกอัก ก็พอดีพ่อใหญ่กับไกสอนเดินเข้ามา พ่อใหญ่ตัดบทแทรกขึ้นว่า รู้แค่นั้นก็พอแล้ว วันนี้เรียนแค่นี้พอ แฮรี่ขอโทษพ่อใหญ่ แต่ตนคิดว่าถึงเวลาที่จะให้เจ้าสร้อยรู้แล้ว

“เจ้าสร้อยสิได้ฮู้เฮื่องที่ควรฮู้แน่ แต่ยังบ่ใช่เวลานี้” พ่อใหญ่จริงจังนิ่งขรึมอย่างหนักใจที่จะบอกความจริงแก่เจ้าสร้อยฟ้า

ooooooo

จันทามาปรนนิบัติดูแลชายเล็กที่บ้านตาจั่นอย่างดี จนชายเล็กบอกว่าไม่ต้องทำอะไรหรอก ตนดูแลตัวเองได้ จันทาบอกว่าตนยินดีและเต็มใจทำ เพราะเคยทำงานหนักกว่านี้มาแล้ว

ชายเล็กปรารภว่ากลับไปคราวนี้คงต้องหาคนรับใช้ไว้สักคน เพื่อช่วยงานจันทาและกันข้อครหาด้วย ถามว่าหรือจะส่งไปอยู่กรุงเทพฯดี แต่ก็ต้องหาเหตุผลดีๆ ให้คุณย่ารับได้ ปรารภอย่างหนักใจว่า เรื่องของเราอาจไม่ง่ายอย่างที่คิดก็ได้

สร้อยมาได้ยินทั้งสองคุยกัน เธอชะงักอึ้ง เข้าใจว่าทั้งคู่คุยเรื่องการแต่งงานกัน จึงหันหลังเดินกลับ พอดีชายเล็กหันมาเห็นรีบเรียกไว้ แต่สร้อยไม่หยุด ชายเล็กจึงบอกจันทาว่า

“เดี๋ยวฉันกลับมานะ ไม่ต้องกลัว เรื่องของเรายังไงก็ต้องมีทางออก คุณย่ามีแต่หลานชาย ท่านต้องดีใจแน่ที่ได้หลานสาวเพิ่มอีกคน” พูดแล้วรีบลงเรือนตามสร้อยไป

“ได้หลานสาวเพิ่มอีกคน...บ่ใช่หลานสะใภ้...นี่หมายความว่าจังได๋” จันทาใจไม่ดี เริ่มถามตัวเองว่า หรือที่ผ่านมาตนคิดเองฝ่ายเดียว...

ชายเล็กวิ่งตามสร้อยมา แต่แวบเดียวเธอก็หายไปแล้ว มาเจอแม่เฒ่าถามว่าเห็นสร้อยไหม แม่เฒ่าตอบเป็นปริศนาว่าใช้แต่ตาจะไปเห็นอะไร ชายเล็กนิ่งคิด พอตีความออกก็คิดไล่ไปว่า สร้อยจะหายไปไหนบ้าง นับแต่บ้านแม่เฒ่า บ้านพ่อใหญ่ ต้นไม้ ลำธาร กระทั่งไปถึงน้ำตก

แต่พอวิ่งไปที่น้ำตก ก็ไม่มีวี่แววของสร้อย แต่จู่ๆ ก็มีมีดที่อยู่ในปลอกทิ่มมาด้านหลัง ทำเอาชายเล็กเสียววูบ

สร้อยนั่นเอง! เธอถามดุดันว่าตามมาทำไม

สร้อยไล่ชายเล็ก จะไปมีลูกมีเมียที่ไหนก็ไป ทำเอาชายเล็กงงว่าสร้อยไปเอาข่าวนี้จากไหน สร้อยไม่สนใจบอกว่าที่ตนไปหาที่บ้านเพราะอยากรู้ว่าสถานการณ์ของเวียงพูคำเป็นอย่างไรบ้าง ชายเล็กที่ติดตามข่าวสารเรื่องนี้อยู่จึงเล่าว่า

“เวียงพูคำปิดประเทศมากว่าสิบปี เพิ่งจะยอมเปิดประเทศเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ก็มีข่าวเล็ดรอดมาว่า สถานการณ์ในเวียงพูคำไม่สู้ดีนัก ประชาชนไม่พอใจการปกครองแบบเผด็จการของนายพลเซกอง จึงมีการชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นแทบทุกวัน ฉันเชื่อว่าคงมีผู้คนล้มตายไปไม่น้อยทีเดียว”

สร้อยรำพึงอย่างมีความหวังว่า ถ้าเจ้าหลวงกลับไปปกครองเวียงพูคำเมื่อไร เมื่อนั้นเวียงพูคำก็จะได้กลับมาสงบสุขเหมือนเดิม ตนจะพาพ่อใหญ่กลับแผ่นดินเกิด แต่ไม่รู้ว่าวันนั้น...จะมาถึงเมื่อไร

“สร้อยฟ้า...ฉันให้คำสัญญากับเธอไว้แล้วนะว่า วันไหนที่เธอกลับเวียงพูคำฉันจะไปกับเธอด้วย” ชายเล็กย้ำ สร้อยถามว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกันจะมาเสี่ยงชีวิตกับตนทำไม “ใครบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน เราผูกเสี่ยวกันแล้วนะ”

เลยถูกสร้อยปฏิเสธว่า การผ่านความเป็นความตายกันมาครั้งเดียว ตนไม่นับเป็นเสี่ยวด้วยง่ายๆหรอก

“แล้วฉันจะต้องทำยังไง เธอถึงจะรับฉันเป็นเพื่อน” ชายเล็กถามอ้อนๆ สร้อยมองเขาอย่างพินิจพิจารณาแล้วจึงวางแผนทดสอบ พาเขาไปที่น้ำตก บอกให้กระโดดลงไป ชายเล็กลังเล สร้อยเลยโดดลงไปเอง ชายเล็กตกใจโดดตามไปทันที

สร้อยโผล่พ้นน้ำว่ายไปตามกระแสน้ำอย่างคล่อง แคล่ว เธอไม่เห็นชายเล็กก็ใจคอไม่ดี ครู่หนึ่งชายเล็กทะลึ่งขึ้นโบกมือร้องขอความช่วยเหลือ บอกว่าตนว่ายน้ำไม่เป็น สร้อยหลงเชื่อรีบว่ายเข้าไปช่วย แต่พอรู้ว่าถูกหลอกก็โมโหจับกดหัวลงน้ำอย่างแรง ซ้ำยังทุบตีไม่ยั้ง ชายเล็กทั้งหลบทั้งหัวเราะ ต้องหยุดสร้อยด้วยการกอดไว้แน่น

สร้อยจะแกล้งชายเล็ก แต่กลับถูกเขาแกล้งจนเสียรู้ ซ้ำยังถูกกอดแน่นร้องให้ปล่อยก็ไม่ยอมปล่อยจนกว่าจะยกโทษให้ สุดท้ายสร้อยต้องยอมจึงเป็นอิสระ จากสัมผัสที่ได้รับทำให้ความรู้สึกเธอเปลี่ยนไป ยอมญาติดีด้วยและพากันขึ้นจากน้ำอย่างเหนื่อยอ่อน

ระหว่างนั้น ชายเล็กบอกสร้อยว่าตนจะไปจากที่นี่พรุ่งนี้แล้ว และเราอาจไม่ได้พบกันอีก มองหน้าที่สวยใสไร้การตกแต่งของสร้อย บอกเธอว่า...

“สร้อยฟ้า...ฉันจะไม่มีวันลืมเธอได้แน่ และฉันก็ไม่อยากให้เธอลืมฉันเหมือนกัน ฉันรู้ความหมายของคำว่า ‘เสี่ยว’ มากกว่าที่เธอคิด เราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แต่เราเป็นเพื่อนแท้ที่ตายแทนกันได้”

ชายเล็กกุมมือเธอไว้อย่างสุภาพ สร้อยปล่อยมือตัวเองไว้ในมือเขาอย่างเต็มใจ...

ooooooo

จ่อยที่หลงรักจันทา เมื่อรู้ว่าเธอจะไปกับชายเล็กก็พยายามหว่านล้อมไม่อยากให้ไป เมื่อเห็นว่ากล่อมจันทาไม่สำเร็จ ก็คิดจะให้ไกสอนผู้เป็นพ่อช่วยพูดให้

แต่พอไปถึงเรือนพ่อใหญ่ กลับได้ยินพ่อใหญ่คุยกับไกสอนและแฮรี่ถึงเรื่องจะให้สร้อยไปกับคุณชายรัชชานนท์ ไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพื่อตนจะได้ไม่ต้องห่วงพะวงอะไรอีก เมื่อพวกเราอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว จึงค่อยรับสร้อยกลับมาอยู่ด้วย ไกสอนท้วงติงว่า ซนเป็นทโมนอย่างสร้อยไปอยู่ไม่พ้นวันคงหนีกลับมาแน่

“ถ้าจังซั่น เฮาคงต้องส่งเจ้าสร้อยไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ถ้าคุณชายบ่มีปัญหา มื้ออื่นกะให้เจ้าสร้อยเดินทางไปพร้อมคุณชายเลย” พ่อใหญ่บอกแฮรี่กับไกสอน

จ่อยที่จะมาขอให้พ่อช่วยพูดให้จันทาอย่าไปกับชายเล็กถึงกับหน้าเสีย รีบผลุบถอยไป พ่อใหญ่มองขวับไปที่หน้าห้องเหมือนรู้ว่ามีใครมาแอบฟังอยู่

พ่อใหญ่ตัดสินใจแล้วก็รีบจัดการทันที ให้ทับทิมไปตามสร้อย เป็นจังหวะที่จ่อยวิ่งหน้าตั้งคาบข่าวมาถึงพอดี

ระหว่างรอสร้อย พ่อใหญ่คุยกับรัชชานนท์พูดอย่างเกรงใจที่ทำให้เขาต้องลำบากใจ ชายเล็กบอกว่าตนไม่ลำบากใจเลย เพียงแต่ถ้าจะให้พาสร้อยไปกรุงเทพฯตอนนี้ ตนยังไม่อยากกลับ แต่จะให้พี่ชายช่วยได้ ถามว่าสร้อยพร้อมจะเดินทางเมื่อใด

สร้อยรู้ข่าวจากจ่อย ก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาโวยวายกับพ่อใหญ่ว่าตนไม่ยอมไปเด็ดขาด ไกสอนกับแฮรี่เห็นอารมณ์ของสร้อยแล้วขอให้พ่อใหญ่ทบทวนคำสั่งใหม่หรือหาทางอื่นดีไหม
“เฮาคึดดีแล้ว บ่ว่าจังได๋เฮากะบ่เปลี่ยนใจ!” พ่อใหญ่ตอบอย่างเด็ดเดี่ยวหนักแน่นมากจนทุกคนเงียบไป

สร้อยวิ่งหายไปไม่นานก็กลับมาเก็บเสื้อผ้าจะหนีออกจากบ้าน บอกพ่อใหญ่ว่าไม่ต้องไล่ ตนจะเป็นฝ่ายไปเอง พ่อใหญ่ต้องชี้แจงเหตุผลมากมาย แต่สร้อยก็ยืนยันว่าตนไม่กลัวอะไรทั้งสิ้นแม้แต่ความตาย ตนกลัวอยู่อย่างเดียวคือกลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าพ่อใหญ่อีก

ไม่ว่าสร้อยจะทั้งร้องไห้ ทั้งคร่ำครวญ กระทั่งอาละวาดอย่างไร พ่อใหญ่ก็ยังมั่นคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง

ooooooo

สร้อยเสียใจวิ่งหนีออกจากบ้านไปเรือนตาจั่นที่ชายเล็กพักอยู่  เข้าไปซ่อนตัวใต้ผ้าห่มจนชายเล็กกลับมาเจอเห็นเธอร้องไห้จนตาบวมช้ำ ชายเล็กตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“เจ้าต้องช่วยข้อย!” สร้อยร้องไห้สะอึกสะอื้น เมื่อฟังสร้อยเล่าแล้ว ชายเล็กชี้ให้เห็นถึงความเป็นห่วงและหวังดีของพ่อใหญ่ แต่สร้อยก็ยังร้องไห้ขอตายที่นี่ดีกว่าหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว ชายเล็กถามว่า “ถ้าทุกคนยอมตายกันหมดแล้วจะเหลือใครกลับไปกอบกู้แผ่นดินเวียงพูคำกลับ คืนมาล่ะ ฉันให้สัญญา เธอจะต้องได้กลับมาพบพ่อใหญ่อย่างแน่นอน”

สร้อยยังคงร้องไห้อย่างทำใจไม่ได้ ชายเล็กกอดเธอปลอบใจ ต่างอยู่ใต้ผ้าห่มโดยไม่ได้ตั้งใจ

ที่เรือนพ่อใหญ่ ไกสอนให้คนไปลาดตระเวนกลับมาจึงมาเล่าให้พ่อใหญ่ฟังว่า ไม่เจอทหารเวียงแม้แต่คนเดียว เห็นมีแต่คนเมืองมาเที่ยวป่ากลุ่มใหญ่ ตอนนี้พักแรมอยู่ที่น้ำตก แต่ดูแล้วเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาไม่มีพิษมีภัยอะไร

แผนการส่งสร้อยไปกรุงเทพฯกับชายเล็กเป็นรูปธรรมขึ้น เพื่อป้องกันเสียงครหา พ่อใหญ่จะให้สร้อยไปในฐานะญาติของจันทา และให้ชายเล็กหาที่เรียนให้สร้อยด้วย โดยพ่อใหญ่จะมอบหมายภาระหน้าที่สำคัญให้สร้อย พลางหยิบแหวนเจ้าหลวงออกมาวางไว้บนโต๊ะ พูดกับไกสอนและแฮรี่ว่า

“ถ้าเจ้าสร้อยฮู้เรื่องนี้ คุณชายกะต้องฮู้ด้วย ปัญหากะคือ เฮาสิไว้ใจคุณชายผู้นี้ได้ซำได๋ เฮาจะวางอนาคตของเวียงพูคำไว้ในมือของมงกุฎแห่งเทพได้บ่...”

ทั้งสามออกตามหาสร้อย ไปเคาะประตูบ้านตาจั่น พอเปิดประตูเข้าไป ทุกคนตกตะลึงเมื่อเห็นสร้อยกับชายเล็กนอนกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่ม พ่อใหญ่อุทานออกมาแทบไม่เป็นภาษา
“อีสร้อย!!”

สร้อยกับชายเล็กผละจากกันตกใจสุดขีด ลุกมองพ่อใหญ่ที่จ้องมาตาแดงก่ำจนแทบถลนออกมา ทุกคนเงียบกริบอยู่ในความกลัวไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!

ooooooo

พ่อใหญ่ใช้ไม้ค้ำยันพาตัวเองออกมาที่นอกชาน สร้อยกับชายเล็กลนลานตามออกมาเพื่อชี้แจง พ่อใหญ่หันมองด้วยแววตาที่ทำให้ชายเล็กถึงกับเข่าอ่อน พ่อใหญ่สั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

“เก็บข้าวของของคุณเสียคืนนี้ พรุ่งนี้ผมจะให้คนไปส่งที่ชายป่า!”

ชายเล็กพยายามจะชี้แจงว่าตนกับสร้อยฟ้าไม่มี อะไรกัน ก็ถูกไกสอนและแฮรี่ชี้ให้เห็นว่าการกระทำของทั้งสองผิดผีบ้านผีเฮือน ให้คิดดูเอาเองก็แล้วกันว่ามันเป็นความผิดที่ใหญ่หลวงแค่ไหน

“แล้วผมควรจะทำยังไงดีครับ”

“นั่นเป็นเรื่องที่คุณต้องหาคำตอบเอาเอง คุณยัง โชคดีอยู่นะคุณชายรัชชานนท์ ถ้าที่นี่เป็นแผ่นดินของเวียงพูคำคุณชายไม่มีชีวิตรอดกลับไปแน่” แฮรี่ชี้ถึงโทษมหันต์ ที่ทำให้ชายเล็กยิ่งเครียดจัดไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร

เมื่อสร้อยกลับถึงเรือน ก็เข้าไปนั่งแทบเท้าพ่อใหญ่อย่างสำนึกผิด เฝ้าอ้อนวอนพ่อใหญ่ให้ลงโทษตนดีกว่าที่จะไม่ยอมพูดอะไรด้วยอย่างนี้ ไกสอนกับแฮรี่พยายามช่วยไกล่เกลี่ย แฮรี่หาทางออกว่า

“ที่จริงตอนนี้คนที่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ก็มีแค่พวกเรา ส่วนคุณชายรัชชานนท์ ผมแน่ใจว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่พูดเรื่องนี้อีกแน่ ให้เรื่องมันจบตรงนี้เลยแล้วกันนะครับพ่อใหญ่”

“ถึงผู้อื่นบ่ฮู้ เฮาบ่เคยมองข้ามความผิดของไผ เจ้าสร้อยเองกะสิอยู่ด้วยความละอายแก่ใจไปตลอดชีวิต”

คุณชายรัชชานนท์เดินเข้ามาฟังเงียบๆ เอ่ยขึ้นอย่างยอมที่จะรับสภาพทุกอย่างว่า

“มีทางแก้ไขยังไงหรือครับ...ถ้ามีทางแก้ไขเรื่องนี้ได้ ผมยินดีทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขสิ่งที่ผมทำลงไป ถ้าหากมีการลงโทษ ก็ขอให้ลงโทษผมคนเดียว ผมขอรับผิดชอบทุกอย่างเอง”

“ถ้าหากคุณจะรับผิดชอบจริงๆตามจารีตประเพณีของเรา คุณก็ต้องรับผิดชอบโดยการ แต่งงานกับเจ้าสร้อย!”

สร้อยตกใจปฏิเสธลนลาน พ่อใหญ่จึงให้ทุกคนออกไปก่อนแต่ให้คุณชายรัชชานนท์อยู่คุยกันตามลำพัง

เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว พ่อใหญ่หันมองหน้าคุณชายรัชชานนท์แบบให้เปิดอกคุยกันอย่างลูกผู้ชาย!

นั่นคือ คุณชายรัชชานนท์จะต้องแต่งงานกับสร้อย! ชายเล็กตัดสินใจยืดอกยินดีรับผิดชอบสร้อยฟ้า พ่อใหญ่เตือนว่าคิดให้ดีที่จะแต่งงานกับสาวชาวป่าที่คุณชายเองก็ไม่รู้ว่าต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงกับอะไรบ้าง ชายเล็กเชื่อว่าเมื่อพ่อใหญ่ให้ตนพาสร้อยไปจากที่นี่แล้วคงไม่ต้องเสี่ยงกับอะไรอีก นอกจากว่า...พ่อใหญ่ว่ามีแผนการอะไรต่อจากนี้ ถามว่า พ่อใหญ่คิดจะบุกเวียงพูคำเมื่อไรหรือ

พ่อใหญ่นิ่งไปเลี่ยงที่จะตอบ ชายเล็กจึงเป็นฝ่ายพูดถึงเวียงพูคำว่า

“หมู่บ้านวลาหกไม่ใช่หมู่บ้านลี้ภัยของชาวเวียงพูคำเท่านั้น แต่ยังเป็นกองกำลังกู้ชาติที่กำลังรอวันที่จะกลับไปกอบกู้แผ่นดินคืนให้เจ้าหลวง ผมไม่รู้หรอกครับ พ่อใหญ่เคยมีตำแหน่งอะไรที่เวียงพูคำ แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาๆแน่ ถึงได้เป็นผู้นำกองกำลังที่สำคัญมากจน นายพลเซกองต้องส่งทหารมาตามล่าไม่ได้หยุด”

“ผมเป็นเพียงแค่ผู้นำของชาวเวียงพูคำกลุ่มเล็กๆ ที่อยากกลับแผ่นดินเกิดเท่านั้น แต่ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่กับผม ทุกคนมีค่าหัวทั้งนั้น คุณอยู่กับเจ้าสร้อยก็เท่ากับคุณตกอยู่ในอันตราย อย่างนี้แล้ว คุณยังคิดจะรับผิดชอบเจ้าสร้อยอีกหรือคุณชายรัชชานนท์”

พ่อใหญ่มองหน้าชายเล็กแน่นิ่งเหมือนจะวัดใจกัน

คุณชายรัชชานนท์แสดงความเป็นสุภาพบุรุษจุฑาเทพที่กล้าหาญ ยืนยันรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำลงไป พ่อใหญ่ถามว่าแล้วรักลูกสาวตนหรือเปล่า ชายเล็กบอกว่าตนไม่รู้ ยังตอบไม่ได้ แต่ที่รู้ตอนนี้คือ สร้อยฟ้าเป็นเพื่อนตายของตน พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ผู้ชายอย่างผม ไม่มีวันพร้อมจะแต่งงานกับใครหรอกครับ แต่ผมพร้อมที่จะดูแลปกป้องลูกสาวของพ่อใหญ่...ดูแลปกป้องด้วยชีวิตของผมเอง!!”

ooooooo

ไกสอนกับแฮรี่และสร้อยที่ถูกพ่อใหญ่ไล่ออกมาที่หน้าเรือน ต่างถกเถียงกันตามทัศนะที่คิดต่างกัน

ไกสอนติงแฮรี่ว่า คิดง่ายเกินไปว่าสร้อยแต่งงานกับคุณชายแล้วทุกอย่างจะจบ ลืมไปแล้วหรือว่าสร้อยเป็นลูกสาวใคร แฮรี่โต้ว่าพ่อใหญ่ตั้งใจให้สร้อยไปกับคุณชายแต่แรกแล้ว และยิ่งเมื่อสร้อยไปในฐานะเมียก็จะอยู่อย่างปลอดภัยมากขึ้น

“แล้วคุณคิดถึงอนาคตของอีสร้อยบ่ ถ้าเจ้าหลวงกลับคืนไปครองบัลลังก์เวียงพูคำได้มื้อได๋ อีสร้อยกะต้องกลับไปด้วย” ไกสอนเสียงเข้ม แฮรี่ส่ายหน้าย้อนถามว่าเมื่อไรจะถึงวันนั้นก็ไม่รู้ อาจจะอีกสิบปียี่สิบปี นี่เองโชคชะตาถึงได้พาคุณชายมาที่นี่ คุณชายผู้นี้แหละที่จะเป็นทางออกของเรา “บ่! คุณชายผู้นี้บ่ใช่ทางออก แต่เป็นตัวปัญหา! มงกุฎแห่งเทพอะหยังกัน ตั้งแต่เพิ่นฮอดหมู่บ้านเฮา กะมีแต่เฮื้องได้ทุกมื้อ!” ไกสอนพูดอย่างรับไม่ได้

จ่อยวิ่งมาเห็นสร้อยก็ดีใจที่เจอตัวแล้ว แต่เห็นบรรยากาศตึงเครียดที่ผู้ใหญ่สองคนกำลังโต้เถียงกันก็ยืนเหวอ สร้อยทนฟังไม่ได้ โพล่งไปว่า “บ่ต้องเถียงกัน จังได๋ข้อยกะบ่แต่ง!”
ไกสอนสวนไปว่าเรื่องสำคัญอย่างนี้  เจ้าตัดสินใจเองไม่ได้ แฮรี่ย้ำว่า คนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ได้คือพ่อใหญ่คนเดียว

“ไผสิแต่งงาน!! ไผกะได้บอกข้อยมา ไผสิแต่งงาน อีสร้อย! บ่ใช่เจ้าบ่?! เจ้าสิแต่งงานกับไผ? เกิดอะหยังขึ้น!?”

สร้อยเครียด คิดหนักไม่สนใจฟังอะไรทั้งนั้น แต่พลันก็สะดุ้งเมื่อพ่อใหญ่ออกมาบอกไกสอนให้ไปตามแม่เฒ่ามา สร้อยถามว่าตามมาทำอะไร

“พ่อสิปรึกษาเฮื่องงานแต่งงานของเจ้า!”

เมื่อกลับเข้าในห้อง ทั้งพ่อใหญ่และสร้อยต่างอยู่ในอารมณ์อาลัยอาวรณ์ว้าวุ่นใจไม่น้อยกว่ากัน พ่อใหญ่ปลอบใจสร้อยว่า “พ่อคงฝืนชะตาฟ้าลิขิตบ่ได้ ในเมื่อพ่อต้องเสียแก้วตาไป กะขอเสียไปให้กับผู้ที่พ่อฝากชีวิตเจ้าได้”

สร้อยกอดเอวพ่อใหญ่ ถามว่าแล้วชีวิตพ่อใหญ่จะฝากไว้กับใคร ตนสาบานไว้แล้วว่าจะเป็นคนพาพ่อใหญ่กลับเวียงพูคำเอง พ่อใหญ่พูดอย่างกล้ำกลืนว่า ถ้าอยากพาพ่อกลับเวียงพูคำก็ต้องแต่งงานกับคุณชายรัชชานนท์ ชี้แจงแก่สร้อยว่า...

“ก่อนหน้านี้ที่พ่อขอร้องให้คุณชายพาเจ้าไปกรุงเทพฯ นอกจากพ่ออยากให้เจ้าไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน พ่อยังมีภาระหน้าที่มอบให้เจ้าเฮ็ด พ่อสิให้เข้าไปตามหาเจ้ารังสิมันต์ เจ้ารัชทายาทของเฮา...เจ้าเคยถามว่าเจ้าเป็นแก้วตาแล้วไผคือดวงใจของพ่อ เจ้ารังสิมันต์นี่แหละเป็นดวงใจของพ่อ เป็นดวงใจของชาวเวียงพูคำทั้งแผ่นดิน! เจ้าสิต้องตามหาเพิ่นให้เจอ!”

พ่อใหญ่มอบแหวนให้สร้อย บอกว่านี่คือแหวนของเจ้าหลวง เจ้ารังสิมันต์เองก็มีแหวนแบบนี้อยู่ ให้สร้อยใช้แหวนนี่เป็นเบาะแสในการเริ่มต้นตามหาเจ้ารัชทายาท

สร้อยถามว่าแล้วเจ้าส่องดาวพระชายาของเจ้าหลวง พ่อใหญ่ไม่คิดจะติดตามหรือ พ่อใหญ่หน้าสลดลง บอกว่าเจ้าส่องดาวคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เพราะถ้ายังอยู่ไม่ว่ายากเย็นแสนเข็ญอย่างไร เจ้าส่องดาวก็จะต้องหาทางส่งข่าวให้รู้ไม่ใช่เงียบหายไปเป็นสิบปีอย่างนี้

“แล้วเป็นหยังพ่อใหญ่ถึงมั่นใจว่า เจ้ารัชทายาทยังบ่ตายล่ะ”

“เจ้าส่องดาวสัญญาไว้ ถึงต้องตายกะสิปกป้องรักษาชีวิตเจ้ารัชทายาทไว้ให้ได้ พ่อเชื่อในคำสัญญาของเพิ่น พ่อเองกะสัญญากับแม่เจ้าไว้คือกัน พ่อสิปกป้องเจ้าจนลมหายใจสุดท้าย”

“แล้วข้อยสิไปตามหาเจ้ารัชทายาทที่ได๋”

“ตอนที่พวกเฮาหนีข้ามมาฝั่งไทยได้ พ่อได้ข่าวว่าเจ้าส่องดาวพาเจ้ารังสิมันต์หนีเข้าตัวเมืองไป พ่อให้คนไปตามหาอยู่นานแต่กะบ่เจอ พ่อคาดว่าเจ้าส่องดาวคงสิหนีไปกรุงเทพฯแล้ว เพราะต้องหาที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่สุดให้ลูก ตอนเด็กเจ้าส่องดาวเคยมาอยู่กรุงเทพฯหลายปีเพิ่นคงขอความช่วยเหลือจากคนฮู้จักบ่ยากนัก ถ้าเจ้าสืบหาได้ว่าเจ้าส่องดาวไปขอความช่วยเหลือจากไผ แล้วเจ้ากะเจอเจ้ารังสิมันต์เอง”

สร้อยถามว่าทำไมพ่อใหญ่ถึงรู้เรื่องเจ้าส่องดาวมากมาย พ่อใหญ่ตัดบทถามว่า สร้อยรู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมถึงต้องแต่งงานกับคุณชายรัชชานนท์ และทำไมพ่อถึงส่งสร้อยไปกรุงเทพฯ
สร้อยไม่ถามต่อ แต่ก้มมองแหวนในมืออย่างรู้สึกถึงภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งของตน

ooooooo

เมื่อเข้าใจภาระหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ของตนเช่นนี้ รุ่งขึ้น เมื่อชายเล็กตื่นขึ้นมาก็เห็นสร้อยนั่งอยู่ที่ปลายเตียงแล้วสร้อยบอกทันทีว่า ตนพร้อมที่จะแต่งงานแต่ไม่ยอมเป็นเมีย
คุณชายรัชชานนท์ไม่ได้ถือเป็นเรื่องตึงเครียดแต่อย่างใด ยิ่งเมื่อสร้อยบอกว่าตนมีภาระหน้าที่ต้องไปตามหาเจ้ารัชทายาทและเจอเมื่อไรตนก็จะกลับมาหาพ่อใหญ่ พูดแล้วถามว่าเข้าใจแล้วใช่ไหม แล้วลุกเดินไป

“เดี๋ยวๆ เรื่องแต่งงานแต่ในนามนี่เข้าใจ แต่เรื่องตามหารัชทายาทนี่มันอะไรกัน?”

เมื่อฟังสร้อยเล่ารายละเอียดแล้ว ชายเล็กมีข้อแม้บ้างว่า เธอจะต้องยอมเป็นเมียตน เลยถูกทั้งด่าทั้งทุบเสียหลายทีชายเล็กปัดป้องพัลวัน แล้วจึงชี้แจงว่าหมายความว่าเราไม่ได้เป็นผัวเมียกันจริงๆ แต่เธอต้องแสดงว่าเป็นเมียตน เพราะตอนนี้หม่อมย่าของตนพยายามจะจับตนแต่งงาน ถ้ารู้ว่าตนแต่งงานแล้วจะได้เลิกยุ่งกับตนเสียที

ในที่สุดลงเอยกันด้วยข้อแลกเปลี่ยนให้สร้อยทำตัวให้หม่อมย่ายอมรับเป็นสะใภ้ให้ได้ และชายเล็กก็ยอมช่วยสร้อยตามหาเจ้ารัชทายาท

จันทาผิดหวังมากเมื่อรู้ว่าคุณชายรัชชานนท์จะแต่งงานกับสร้อย จนชายเล็กต้องมาชี้แจงเรื่องที่ตนแสดงความรับผิดชอบและจะดูแลเธอตลอดไปว่า เป็นความรักของพี่ชายที่มีต่อน้องสาว จันทาไม่โทษชายเล็กแต่โทษตัวเองอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่าเพราะเรียนหนังสือน้อยจึงเข้าใจคำพูดของชายเล็กผิด เธอยอมรับสภาพแม้จะเจ็บปวด

ooooooo

ทางวังจุฑาเทพ เชื่อว่าการตามหาชายเล็กคงไม่มีปัญหาจึงเงียบกันไป ดารณีนุชที่มาติดตามข่าวก็พยายามย้ำว่าเมื่อชายเล็กกลับมาก็จะจัดพิธีหมั้นทันที

อนุพันธ์แสดงท่าทีชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้ศินีนุชแต่งงานกับชายเล็กเพราะสัญญาของผู้ใหญ่หรือใครบังคับ ย้ำว่าการทำอะไรที่ฝืนใจตนเองจะไม่มีความสุข มันจะมีแต่ความทรมานใจเท่านั้น

แต่สองคุณย่าและดารณีนุชต่างยังคาดหวังว่าชายเล็กกับศินีนุชจะต้องได้แต่งงานกัน กระทั้งย่าอ่อนเอาความฝันที่ตนได้แหวนมาตีความหมายเข้าข้างความอยาก ความเชื่อของตัวเองกันอย่างดีอกดีใจ

ที่แท้ ศินีนุชใส่ใจกับการตามหาชายเล็กน้อยมากเพราะมัววุ่นวายกับการใช้ชีวิตในป่าที่ตัวเองไม่คุ้นชิน ไม่ว่าจะกินจะนอนอาบน้ำกระทั่งจะเข้าห้องน้ำ กลายเป็นภาระที่บรรดาคุณชายต้องผลัดเวรกันช่วยดูแล ชายพีร์ดูจะต้องรับหน้าที่บ่อยกว่าใคร จนพยายามหลีกเลี่ยงบอกชายใหญ่ว่า ให้ตนติดในป่าสักสามเดือนยังดีกว่าอยู่กับเธอหนึ่งวัน

แม้ดารณีนุชจะมีปัญหากับอนุพันธ์ตลอดมาแต่เธอก็แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพยายามควงออกงานต่างๆ อย่างโก้หร่านเพื่อสยบข่าวลือว่าเตียงหัก

และวันนี้ ดารณีนุชก็ฉวยจังหวะเผลอของอนุพันธ์ที่หันไปหยิบเสื้อในตู้ คว้าตลับนาฬิกาไปเปิดดู เห็นรูปของเจ้าส่องดาวก็ปรี๊ดแตกว่า “ถ้าฉันเดาไม่ผิด คงเป็นรูปของแม่ไอ้ชัชใช่ไหม ฉันเคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้” แต่เธอก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน ซ้ำยังถูกอนุพันธ์ไม่พอใจปรามว่าอย่ามาละเมิดเรื่องส่วนตัวของตนไม่อย่างนั้นข่าวลือที่เธอกลัวอาจจะเป็นจริงก็ได้ พูดแล้วคว้าเสื้อสูทเดินออกไป อดหวั่นใจไม่ได้กลัวดารณีนุชจะจำส่องดาวได้ เพราะตอนที่ส่องดาวมาเรียนหนังสือนั้น เธอคือเพื่อนบ้านของเขานั่นเอง

ooooooo

พิธีแต่งงานแบบชาวเวียงพูคำ สวยงาม ดูขรึมขลังตามความเชื่อถือศรัทธาของชาวบ้าน

คุณชายรัชชานนท์อดตื่นเต้นกับการแต่งงานไม่ได้ เอากล้องให้แฮรี่ช่วยถ่ายรูปไว้ บอกว่าจะได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ในใจลึกๆ คิดว่า “มีหลักฐานขนาดนี้ หม่อมย่าจะต้องเชื่อว่าเราแต่งงานจริงๆ”

เพราะไม่คุ้นชินกับประเพณีแบบชาวเวียงพูคำ เมื่อถึงเวลาที่มอบแหวนให้กัน บ่าวสาวจะเอาแหวนใส่มือให้อีกฝ่าย แต่ชายเล็กเผลอหยิบแหวนสวมให้ที่นิ้วนางสร้อย แม้ผู้ใหญ่จะรู้ว่าทำผิดธรรมเนียมแต่ก็ไม่ถือ บางคนก็มองยิ้มๆ อย่างเอ็นดู

แม้แต่ในพิธีแต่งงาน สร้อยก็ไม่ยอมให้ชายเล็ก เมื่อถึงเวลาที่แม่เฒ่าจับมือสร้อยให้แตะที่พานบายศรีแล้วจับมือคุณชายรัชชานนท์ให้แตะพานบายศรี โดยไขว้แขนทับบนแขนสร้อย แต่สร้อยไม่ยอมเอามือตัวเองไขว้ทับแขนคุณชายหน้าตาเฉย ทำให้พวกผู้ใหญ่เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้

หลังจากแม่เฒ่าทำพิธีสู่ขวัญแต่งงานแล้ว พ่อใหญ่เอามือแตะที่หัวสร้อยอยู่นานอย่างพยายามข่มใจ สร้อยโผกอดเอวพ่อใหญ่อย่างตื้นตันใจ พ่อใหญ่จึงหันเอ่ยกับคุณชายด้วยความรู้สึกตีบตื้นว่า

“ฝากดูแลลูกสาวของผมด้วยนะครับ คุณชายรัชชานนท์”

“ครับ พ่อใหญ่...ผมให้สัญญา”

ผ่านกระบวนการพิธีที่ขรึม ขลัง ทำให้ความรู้สึกผูกพันที่มีต่อกันของคู่บ่าวสาวงอกงามขึ้นไม่รู้ตัว หลายครั้งที่สบตากันอย่างลึกซึ้ง

ในวันแต่งงานของสร้อยกับคุณชายรัชชานนท์นี่เอง จันทาตัดสินใจออกจากหมู่บ้านไป จ่อยตามไปด้วยความเป็นห่วงคิดว่าเธอจะไปฆ่าตัวตาย แต่จันทาบอกอย่างเข้มแข็งว่า

“ข้อยบ่คึดสั้นจังซั่นดอก ข้อยต้องฮักษาชีวิตไว้เพื่อพ่อ บ่จังซั่นความตายของพ่อข้อยกะบ่มีค่าอะหยังเลย ข้อยสิต้องอยู่ต่อไป แต่ข้อยสิไปให้พ้นจากที่นี่ บ่ต้องห่วง ข้อยอยู่คนเดียวได้ บ่ต้องมีไผมาดูแล ชีวิตนี้ข้อยบ่หวังพึ่งผู้ใดอีกแล้ว”

ooooooo

วันนี้ ชายพีร์จับไม้สั้นไม้ยาวกับพี่ๆ ถูกให้อยู่เป็นเพื่อนศินีนุช ส่วนที่เหลือจึงแยกย้ายกันออกตามหาชายเล็กในป่า

ชายภัทรเป็นคนเจอสร้อยหยกของชายเล็ก ร้องบอกชายใหญ่ว่าชายเล็กต้องเคยผ่านที่นี่แน่ๆ แต่ก็ใจไม่ดีเกรงชายเล็กจะเกิดเรื่องร้ายแรงจนสร้อยหยกตกไม่รู้ตัว ชวนกันรีบออกตามหาต่อไป จนไปถึงจุดที่มีหมอกควันลอยคลุ้ง ชายใหญ่บอกน้องๆ ว่า ชาวบ้านบอกว่าที่นี่มีอาถรรพณ์ เพราะมีหมอกควันคลุมจนมองไม่เห็นทาง ใครเข้าไปแล้วก็ต้องหลงกลับมาที่เดิมทุกที

“ไปเถอะครับพี่ชายใหญ่ ผมว่าถ้าไปทางนั้นจะต้องได้ร่องรอยหรือเบาะแสของชายเล็กอีกแน่” ชัชวีร์เสนอ

ทุกคนเดินไปจนถึงถ้ำทางเข้าหมู่บ้านวลาหก ชายภัทรถามว่าจะเอาอย่างไรดี เพราะมองไม่เห็นทางเข้าเลย ชายใหญ่เสนอให้ลุยเข้าไปเลยถ้าเจอชายเล็กก็ถือว่าคุ้มค่ากับการเสี่ยง

“ผมเห็นทางเข้าแล้วครับ” ชัชวีร์ร้องบอกอย่างดีใจ แล้วเดินนำเข้าไปในถ้ำทันที เมื่อทุกคนตามเข้าไปก็ถูกหมอกควันที่หนาทึบขึ้นทุกที ครอบคลุมจนมองไม่เห็นกันเลย...

ooooooo

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement