ระเริงไฟ ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ระเริงไฟ ตอนที่ 3


17 ธ.ค. 2560 08:22
584,292 ครั้ง

ละคร นิยาย ระเริงไฟ

ระเริงไฟ ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

ระเริงไฟ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

โสภี พรรณราย

บทโทรทัศน์โดย:

พิมพ์ธนา

กำกับการแสดงโดย:

กฤษฎา เตชะนิโลบล

ผลิตโดย:

บริษัท ซิติเซ่น เคน จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, วรนุช ภิรมย์ภักดี

ข่าวการเปลี่ยนเจ้าของบีสตาร์จากดิลกเป็นชาคริตทำให้ปาริฉัตรต้องแล่นไปบอกแม่ถึงโรงพยาบาล กมลพรรณตกใจมาก รีบเปิดมือถือเช็กสถานการณ์หุ้น ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากผลประโยชน์ของตัวเอง

ปาริฉัตรแอบถ่ายสำเนาสัญญาฉบับใหม่ที่ชาคริตถือไปโชว์ในห้องประชุมบอร์ดเมื่อเช้ามาด้วย แต่ดันเผอเรอวางบนหัวเตียงของดิลก เมื่อญาดามาเห็นเลยเป็นเรื่อง กมลพรรณเห็นท่าไม่ดี สั่งให้ลูกสาวกราบขอโทษญาดากับดิลก สร้างความโกรธแค้นให้แก่ปาริฉัตรเป็นอย่างมาก

“แกมันโง่ แค่เสี้ยมให้พ่อลูกทะเลาะกันก็พอ นี่ดันเอาสัญญาใหม่มาแฉหมดเปลือก ถ้าท่านหัวใจวายตายไป เราจะไม่ได้เงินสักแดง จำใส่หัวไว้ด้วย!”

“ยังไงคุณอาก็คงแบ่งเงินให้เราบ้างล่ะ”

กมลพรรณอยากจะเป็นบ้ากับความโง่ของลูกสาว “ท่านยังตายตอนนี้ไม่ได้ เราต้องยักยอกถ่ายเทของในบ้านให้หนำใจก่อน พวกเครื่องลายครามกังไสที่สุมๆอยู่ขายได้เป็นแสนเป็นล้าน”

“หาผัวรวยคนเดียว...ก็จบ!”

ไม่ทันขาดคำ ผู้ชายคนเดียวที่ปาริฉัตรหมายตามาทำผัวรวยก็โผล่มา ชาคริตนั่นเองที่แกล้งเพิ่งเห็น

สองแม่ลูก ทั้งที่ได้ยินทั้งสองโต้เถียงกันทุกอย่าง ปาริฉัตรสวมบทโศกทันที โดยมีกมลพรรณเป็นลูกคู่ ชาคริตรู้ทันแต่แสร้งทำเป็นไม่รู้และหลอกถามข้อมูลจากสองแม่ลูกจนรู้ว่าญาดาคือลูกรัก ลูกสาวคนสำคัญ...หัวใจของดิลก

ญาดาไม่ได้ยี่หระว่าชาคริตจะมาไม้ไหน เป็นห่วงพ่อมากที่แทบคลั่งเมื่อรู้เรื่องบีสตาร์ถูกฮุบ ไตรทศเพิ่งมาถึง ตกใจมากเมื่อเห็นสำเนาสัญญาฉบับใหม่ในมือพ่อ สองพี่น้องพยายามกล่อมให้พ่อใจเย็นๆ ทั้งเรื่องเขมกับเรื่องบริษัท แต่ดิลกไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น หันไปกดดันลูกสาวคนโต

“สัญญากับพ่อ สัญญานะดาว่าอย่าให้ไอ้ชาคริตมาฮุบบริษัทของเรา!”

“ถ้าเขาอยากได้บีสตาร์นัก เราก็ยกให้เขาไป ดาจะสร้างบริษัทใหม่ให้คุณพ่อเอง ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม”

“ไม่...ไม่...เอาบริษัทพ่อกลับมา พ่อไม่ต้องการบริษัทใหม่ พ่อต้องการบริษัทนี้...บริษัทที่พ่อสร้างกับมือเอง พ่อสูญเสียไปมากมาย พ่อไม่ยอมเสียบริษัทไป... ไม่...ไม่เด็ดขาด!”

ญาดากับไตรทศอึ้งกับน้ำเสียงจริงจังของพ่อ โดยเฉพาะญาดา แคลงใจที่พ่อไม่สนใจถามถึงเขมิกาแต่รักและห่วงบีสตาร์มากกว่า ถึงกระนั้นในฐานะลูกสาวคนโต เธอก็รับปากจะทำทุกทางเพื่อแย่งบีสตาร์คืน

ไตรทศโพล่งแบบอดไม่ได้ “เราจะทำอะไรได้ครับพี่ดา สัญญาของไอ้ชาคริตถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ผมไม่เข้าใจจริงๆ คุณวินิจเป็นเพื่อนคุณพ่อแท้ๆกลับมาหักหลังเราได้ยังไง”

“คนเห็นแก่เงินก็อย่างนี้ ขายได้ทุกอย่างกระทั่งความซื่อสัตย์ เพื่อนทรยศเพื่อน พี่ว่าเลวยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด!”

ดิลกน้ำตาไหล เจ็บลึกแทบกระอักแต่บอกใครไม่ได้ว่าต้องแลกกับอะไรบ้างเพื่อบีสตาร์...แม้แต่มิตรภาพเพื่อนแสนดีในอดีต...เก่งกาจพ่อของชาคริต

ooooooo

เขมิกายืนยันจะรอเจอชาคริตที่เดอะคลับจนเกือบถูกไฮโซอันธพาลสองคนฉุดไปทำมิดีมิร้ายในห้องเชือด โชคดีที่ทัศนะตามไปช่วยทันเวลา คุณหนูคนสวยเลยรอดมาได้

ทัศนะโกรธมากที่เธอขัดคำสั่งไปที่เดอะคลับอีก อารมณ์หึงปนห่วงทำให้โพล่งแบบไม่ทันคิด “คุณไม่เข็ดเรื่องไอ้คริตอีกเหรอ ธุระอะไรจะสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของตัวเอง ถ้าวันนี้คุณเป็นอะไรไป ผมจะทำยังไง”

เขมิกาสับสนและอึดอัดใจมาก เธออยากเคลียร์กับชาคริตเรื่องบัญชีลับของบีสตาร์ที่เธอหลุดปากเล่าสมัยยังเป็นคู่หมั้น แต่เพราะมันคือความลับของบริษัทที่ทำให้พ่อติดคุกเลยอธิบายกับใครไม่ได้

เพ็ญขวัญเห็นพี่ชายกับคุณหนูคนสวยยืนคุยหน้าบ้านจึงออกมาตามทั้งที่ตัวเองมีอาการหอบหืดกำเริบ ทัศนะกับเขมิกาเถียงกันไม่ได้สนใจเพ็ญขวัญ

“ถึงเขมเมาก็ตัวเขม เขมดูแลตัวเองได้ เขมอยู่ได้”

“ทั้งที่วันนี้เกือบเอาตัวไม่รอดเนี่ยนะ”

“ขอโทษที่เขมเป็นตัวภาระให้คุณ เขมสร้างแต่ปัญหา เขมไปจากบ้านหลังนี้ก็ได้”

พูดจบก็หมุนตัว ทัศนะจะรั้งแต่ต้องชะงักเมื่อเพ็ญขวัญล้มตึงต่อหน้าต่อตา!

ทัศนะกับเขมิกาพักยกเรื่องทะเลาะ ช่วยกันปฐมพยาบาลเพ็ญขวัญจนอาการดีขึ้น สองพี่น้องหยอกล้อกันน่ารักจนเขมิกาอดใจอ่อนยวบไม่ได้ ก่อนจะหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าแหวนบนนิ้วก้อยหายไป

เขมิการีบวิ่งไปหาที่รถ ทัศนะไปช่วยส่องไฟจากมือถือ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ คุณหนูคนสวยสติแตกมาก เพราะแหวนวงนี้เป็นของขวัญชิ้นสำคัญจากญาดาตอนเธอเรียนจบ

ญาดาสวมแหวนวงนี้ติดตัวเสมอและมอบให้เขมิกาเป็นของขวัญเรียนจบเมื่อหลายปีก่อน คุณหนูคนสวยปลื้มมากเพราะรู้ดีว่าแหวนวงนี้เป็นสมบัติของแม่ มันจึงเหมือนเป็นของแทนใจและเป็นตัวแทนจากแม่ผู้ล่วงลับ

คิดได้ดังนั้น เขมิกาก็ร้อนรนมาก ขอยืมรถไปหาที่เดอะคลับ แต่ทัศนะไม่อนุญาต

“ไปไม่ได้ นี่มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมโทร.สั่งผู้จัดการให้”

“เขมจะไปหาเอง แค่แหวนวงเดียวเขมยังรักษาไว้ไม่ได้ แล้วเขมจะทำอะไรได้”

“นี่มันอาจจะเป็นสัญญาณบอกให้คุณเริ่มต้นใหม่ ทิ้งชีวิตเก่าไปซะ ทิ้งทุกอย่าง...ไม่ว่าแหวนวงนี้จะสำคัญยังไง คุณก็ต้องทำใจกับความสูญเสีย คุณอยากอยู่ได้ด้วยตัวเองใช่ไหม เริ่มซะวันนี้เลย...อย่าดีแต่พูด!”

ระหว่างที่เขมิกาคิดหนัก ญาดากับไตรทศกลุ้มใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะท่าทางของดิลกหลังรู้เรื่องสัญญา

“คุณพ่อดูห่วงแต่บริษัท ไม่เห็นห่วงพี่เขมเลย”

ญาดาคิดเหมือนกันแต่ไม่อยากพูดให้น้องชายมองพ่อไม่ดี “ไม่มีพ่อคนไหนห่วงลูกน้อยกว่าทรัพย์สมบัติหรอก เรื่องเขม...ไตรช่วยพี่อีกแรงนะ คอยจับตาการเคลื่อนไหวทางโน้นไว้ พี่ไม่เชื่อว่านายชาคริตต้องการแค่ฮุบบริษัทเรา”

“ผมก็ว่างั้น มันต้องการทำลายบริษัทเรามากกว่า ตั้งใจทำลายครอบครัวเรา มันทำเพื่ออะไร ผมไม่เข้าใจ”

“คนที่ทำร้ายคนอื่นมักจะต้องถูกทำร้ายมาก่อน...”

ooooooo

การคาดเดาของญาดาไม่เกินจริงเลย ชาคริตมีอดีตเลวร้ายไม่น่าจดจำนัก โดยเฉพาะเรื่องของเก่งกาจ พ่อแท้ๆของเขาที่ต้องติดคุกหลายปีเพราะคดีฉ้อโกงและฆ่าคนตาย

ชาคริตแวะมาเยี่ยมพ่อที่ทัณฑสถานชาย พลางคิดถึงเรื่องเมื่อสิบปีก่อนตอนเขามาลาพ่อไปทำงานที่ฮ่องกง เก่งกาจไม่อยากให้ลูกชายไปเสี่ยง แต่ขอร้องเท่าไหร่ชาคริตก็ไม่เปลี่ยนใจ

“อนาคตของผมคือทำอะไรก็ได้เพื่อกลับมาทวงความยุติธรรมให้กับพ่อ”

“กฎหมายกำลังทำหน้าที่ทวงความยุติธรรมให้พ่อ ...ไม่ใช่แก!”

ชาคริตกวาดตามองรอบๆทัณฑสถาน ก่อนส่งสายตาเป็นคำถามให้พ่อว่านี่หรือคือความยุติธรรม เก่งกาจถอนใจหน่ายๆ หนักใจเหลือเกินกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของลูกชายคนเดียว

“อย่าเอาชีวิตไปทิ้งเพราะความแค้น เพียงแค่ตัดสินใจเริ่มต้น ลูกก็จะสูญสิ้นความสุขไปจนตาย”

คำขอร้องจากพ่อทำให้ชาคริตอึ้งไปอึดใจ แต่ยืนยันไม่เปลี่ยนใจ เขาเดินทางไปฮ่องกงหลังจากนั้นและเลือกเส้นทางมาเฟียจนได้เป็นลูกบุญธรรมของมาเฟียท้องถิ่น ก่อร่างสร้างตัวจนมีฐานะและอำนาจอย่างทุกวันนี้

เก่งกาจรับรู้เรื่องราวของลูกชายตลอดและไม่เคยเห็นดีเห็นงามด้วย พยายามเตือนให้ถอยจากวงการดำมืดเหล่านั้นเสมอ แต่ชาคริตก็จมกับความแค้นในอดีตพาตัวเองดำดิ่งมาถึงวันนี้

ชาคริตดึงตัวเองจากอดีต กวาดตามองรอบๆ ทัณฑสถานในวันนี้ระหว่างรอพ่อมาพบ เก่งกาจเป็นนักโทษชั้นดี ไม่ก่อปัญหา จนได้รับการลดโทษเหลือไม่กี่ปี แต่ชาคริตยังไม่พอใจ แกล้งทักทันทีที่เจอหน้า

“งานหนักเกินไปไหมครับ จะให้ผมย้ายพ่อไปแผนกไหนก็บอกได้เลย”

“ไม่ต้องทำอะไรเพื่อพ่อแล้ว ไอ้ที่ทำอยู่ก็หยุดซะ”

“พ่อพูดเรื่องนี้กับผมมาหลายครั้งแล้ว”

“แล้วแกหยุดไหม...พ่อรับโทษตามกฎหมาย มันเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ถึงพ่อไม่ได้ตั้งใจฉ้อโกง แต่เพราะความโง่ของพ่อ ทำให้หลายร้อยครอบครัวต้องล้มละลาย บางคนฆ่าตัวตายไปก็มี”

“แล้วไอ้ดิลกได้รับโทษอะไร พ่อต้องโทษติดคุกเป็นร้อยปี แล้วคดีฆ่าคนตายที่พ่อไม่ได้ทำอีก...พ่อลืมแล้วเหรอ”

เก่งกาจไม่เคยลืม เรื่องราวเมื่อยี่สิบปีก่อนผุดในหัวอีกครั้ง เวลานั้นเขาร่วมทุนกับดิลกและสมชัย เพื่อนรักทั้งสองเปิดบริษัทขายสินค้าขายตรง โดยมีอุดมการณ์อยากให้ผู้ด้อยโอกาสมีกิจการของตัวเอง แต่เพราะความไว้ใจและความซื่อ กว่าเก่งกาจจะรู้ตัว ดิลกกับสมชัยก็โยกเงินหนีไปที่อื่น ทิ้งเขาให้รับเละทุกข้อกล่าวหา

ดิลกกับสมชัยไม่ยี่หระเสียงโวยวายและการประท้วงของเหล่าสมาชิกที่มาทวงเงิน และเมื่อเก่งกาจไม่เล่นตามเกม จะคืนเงินให้สมาชิกทุกบาททุกสตางค์ ทั้งสองจึงจัดแจงเรียกตำรวจมาจับ

“แกทำกับฉันได้ไง ฉันทุ่มเงินให้แกหมดตัว ไว้ใจแกทุกอย่าง แกฆ่าฉันทั้งเป็น...ไอ้ดิลก!”

จบคำเก่งกาจก็ถลาไปบีบคอดิลก สมชัยเข้าห้ามแต่ดันถูกดิลกผลักล้มหัวฟาดตายคาที่!

ดิลกตกใจหาทางเอาตัวรอด ชกเก่งกาจจนสลบเหมือดแล้วหนี ทิ้งความผิดทุกอย่างให้เพื่อนรัก

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เก่งกาจถูกจับพร้อมข้อหาฉ้อโกง ฆ่าคนตายและอีกสารพัดข้อหา เขาต้องรับโทษ จำคุกถึงร้อยปี แต่เพราะเป็นนักโทษประพฤติดี เวลานี้เลยได้ลดโทษเหลือยี่สิบปี

ชาคริตอาฆาตแค้นดิลกมาก เขามีชีวิตอยู่เพื่อรอวันล้างแค้น และวันนี้ก็ถึงเวลานั้นแล้ว

“มันต้องเจ็บเหมือนที่เราเคยเจ็บ”

เก่งกาจถอนใจยาว คร้านจะเกลี้ยกล่อมลูกชาย “เราต้องพูดเรื่องนี้กันอีกกี่ครั้ง โทษพ่อเหลือยี่สิบปีตามกฎหมายแพ่ง แล้วไงล่ะ...โทษของพ่อลดหย่อนลงเรื่อยๆ อีกไม่ถึงปีก็ออกจากที่นี่ได้แล้ว”

“พ่อจะปลงก็ปลงไปคนเดียวเถอะ ผมปลงด้วยไม่ได้ ยี่สิบปีที่ผ่านมา...เราเจออะไรกันมาบ้าง”

ทำไมเก่งกาจจะไม่รู้ แต่เขาไม่อยากฝังตัวเองกับความโกรธแค้น “ไม่ใช่เราแต่เป็นแกต่างหากที่เจออะไรมาบ้าง พ่อพยายามห้ามแล้ว ไม่ให้แกเข้าวังวนโจร แต่แกก็ไม่เชื่อ สุดท้ายแกนั่นล่ะจะสูญสิ้นทุกอย่าง”

“พ่ออ่อนแอ ไม่กล้าลุกมาแก้แค้นศัตรู แต่ผมไม่เหมือนพ่อ ใครทำอะไรไว้ มันต้องชดใช้สิ่งที่เราสูญเสีย”

“ถ้างั้นก็ไม่ต้องมาอีก”

พูดจบก็กลับห้องขัง ทิ้งชาคริตให้มองตามเครียดๆ ผิดหวังที่พ่อไม่เห็นความพยายามจะแก้แค้นของเขา

ooooooo

ญาดาบุกถึงออฟฟิศทีมาร์ทเพื่อเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ ทัศนะลำบากใจมาก อยากช่วยเพราะสำนึกผิดชอบชั่วดี แต่ใจแข็งไม่พอจะทรยศเพื่อนอย่างชาคริต

เรื่องสัญญาทัศนะอาจช่วยไม่ได้มากเพราะถูกร่างมาอย่างรัดกุม แต่เรื่องเขมิกา ทัศนะสามารถช่วยได้และอยากบอกความจริงกับญาดา แต่ไม่ทันอ้าปาก ชาคริตก็โผล่มาขัดจังหวะ

ญาดาผงะเล็กน้อย ก่อนจะตั้งหลักได้ ชาคริตชอบใจท่าทางหยิ่งๆ แกล้งยั่วประสาทจนเธอแทบคลั่ง

“เมื่อผมอยากเจอคุณ ผมต้องได้เจอ ไม่เหมือนคุณ...อยากเจอเขมแต่ไม่ได้เจอ...ขอร้องผมคำเดียว...จบ!”

“ฉันยอมรับว่าเกมแรกฉันแพ้ แต่เกมต่อไปฉันต้องเป็นฝ่ายชนะ”

“เอาชนะด้วยการคุ้ยประวัติของผมงั้นหรือ”

“คุณลบประวัติตัวเองจากอินเทอร์เน็ตได้ คุณไม่ธรรมดา คุณน่ากลัวมาก เพราะทั้งรวย...ทั้งเลว!”

“ผมก็ไม่อยากให้คุณกลัว ผมอยากให้คุณรักผมมากกว่า...เหมือนอย่างที่เขมรัก...รักจนยอมผมได้ทุกอย่าง”

คำพูดกวนประสาทของเขาทำให้ญาดาเหลืออด เงื้อมือจะตบแต่ถูกคว้ามือไว้และกระชากตัวมาใกล้

“ผมตามมาเพื่อจะบอกว่าอย่าเสียเวลาเลย..ถ้าผมไม่อนุญาต คุณไม่มีวันเจอเขมหรอก...ไม่ได้เจอตลอดชีวิต!”

“คุณตามฉันมาเพื่อระบายอารมณ์ต่างหาก เก็บกดจากใครล่ะ คุณจะกร่างแค่ไหน ถ้าไม่มีคนแคร์ มันก็ไร้ค่า!”

ญาดาแหวแล้วผละไป ชาคริตหน้าตึง ก่อนจะปรับสีหน้าหันหาเพื่อนรัก ทัศนะหงุดหงิดเป็นทุน โพล่งใส่หน้าอีกฝ่ายทันทีที่ทำให้เขมิกาเกือบถูกฉุดเมื่อคืนก่อน

“เพราะแก! คุณเขมเกือบตกนรกทั้งเป็น”

“เขมไปที่นั่นเอง ไม่มีใครบังคับ หมายความว่าเขาเลือกที่จะลงนรกเอง”

“ไอ้คริต! แกทำให้คุณเขมเป็นแบบนี้ แกยังไม่สำนึกอีกเหรอ”

“แล้วแกล่ะ...หวังดีกับเขมมากเกินไปรึเปล่า หรือว่าแกคิดอะไรกับเขม”

“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณเขม ถ้าวันนี้คุณเขมดันทุรังไปหาแกอีกแล้วเขาเป็นอะไรขึ้นมา แกต้องรับผิดชอบ!”

ทัศนะผลุนผลันไปแล้ว ทิ้งชาคริตให้จมกับสำนึกผิดชอบชั่วดี ก่อนจะนึกแผนบางอย่างได้ โทร.เรียกปาริฉัตรให้มาพบที่เดอะคลับ โดยไม่รู้ว่าเขมิกาตัดสินใจไปที่นั่นด้วยเพื่อหาแหวนของขวัญจากญาดา

เพ็ญขวัญไม่อยากให้เขมิกาไปหาแหวนที่เดอะคลับตามลำพัง ทัศนะคิดไม่ต่างกันแต่ทิฐิและอารมณ์หึงหวง เพราะปักใจว่าเขมิกายังตัดใจจากชาคริตไม่ได้เลยไม่ตามไปด้วย แต่สุดท้ายก็ทนลูกตื๊อเพ็ญขวัญไม่ไหว ยอมตามไปคุ้มครองเขมิกาอีกรอบด้วยความเป็นห่วง

วันเดียวกันที่โรงพยาบาล...กมลพรรณเบื่อเฝ้าดิลกมาก นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ยินดียินร้ายที่เห็นเธอ ยังดื้อรั้นและร่ำร้องอยากกลับบ้านทุกวันจนหมอกับพยาบาลต้องเฝ้ายามให้วุ่น

แต่วันนี้ต่างจากวันอื่นๆ...สถานะเจ้าของบีสตาร์ที่เปลี่ยนไปของดิลกทำให้กมลพรรณเริ่มวิตก แอบช่วยกันกับปาริฉัตรขโมยเครื่องประดับของเมียเก่าผู้ล่วงลับของดิลกไปขาย ญาดาผ่านมาเห็นและผิดสังเกตท่าทางพิรุธจนเกือบมีเรื่อง แต่ต้องพักไว้ก่อนเพราะไตรทศวิ่งมาบอกว่าได้ข่าวเขมิกา

ooooooo

กมลพรรณรอดตัวหวุดหวิด เพราะญาดาบึ่งรถไปตามเขมิกาเสียก่อน โดยไม่รู้เลยว่าน้องสาวคนเดียวกำลังเผชิญหน้ากับคนที่ไม่อยากเจอที่เดอะคลับ

ปาริฉัตรที่มาตามนัดของชาคริตนั่นเอง เขมิกาอึดอัดใจมาก ไม่อยากบอกว่ามาหาแหวน โชคดีที่ปาริฉัตรไม่ได้เซ้าซี้ แต่อยากยุแยงให้เธอแตกกับญาดาและไตรทศมากกว่า

“ฉัตรเป็นห่วงคุณค่ะ ยังไงเราก็ครอบครัวเดียวกัน พี่น้องแท้ๆคุณเขมสิคะที่ไม่ห่วงคุณเลย ทุกคนที่บ้านไม่มีใครตามหาคุณเขมแล้ว คุณเขมไม่ใช่คนสำคัญของบ้านอีกต่อไป คุณดาต่างหาก นี่ถ้าคุณดาหายไปคงเป็นคนละเรื่อง”

เขมิกาพยายามวางเฉยกับคำพูดปั่นหัวของปาริฉัตร แต่ก็เป็นเรื่องอีกจนได้เมื่ออีกฝ่ายเห็นเธอเข้าไปในห้องเชือด หรือห้องลับที่รู้กันในหมู่สมาชิกว่าเป็นห้องสำหรับพาสาวๆมาเชือด

ปาริฉัตรคิดเองเออเองว่าเขมิกาตกอับต้องใช้บริการห้องเชือดเพื่อหาเงิน คุณหนูคนสวยอับอายมาก และเปลี่ยนใจจะกลับ เลยไม่ทันรู้ว่าผู้จัดการเดอะคลับเจอแหวนวงสำคัญของเธอแล้ว ปาริฉัตรเห็นแหวนสวยก็ตาวาว รีบบอกให้ฝากไว้ได้เพราะเธอกับเขมิกาเป็นพี่น้องกัน

ชาคริตมาถึงเดอะคลับพร้อมกับทัศนะที่มารับเขมิกา สายตาเย็นชาของเพื่อนรักทำให้ชาคริตอดอึ้งไม่ได้ เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาแน่ใจว่าเขมิกามีความสำคัญต่อทัศนะมากแค่ไหน

เขมิกาเห็นชาคริตก็ชะงักไปอึดใจ ก่อนจะตีหน้านิ่งเดินไปประจันหน้า

“เราต้องคุยกัน แต่ไม่ใช่วันนี้ ถ้าเขมโทร.ไปช่วยรับสายด้วย”

พูดจบก็ผละไป ทัศนะตามติด ทิ้งชาคริตให้ยืนมึนกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคุณหนูคนสวย แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้และเดินหน้าตามแผนโดยใช้ปาริฉัตรเป็นเครื่องมือ

เขมิกาถูกทัศนะบังคับให้กลับด้วยกัน คลาดกับญาดาที่เพิ่งมาถึงเดอะคลับอย่างฉิวเฉียด ชาคริตเห็น

ญาดาก็ตาวาว รีบยึดแหวนของเขมิกาคืนจากปาริฉัตรและตามไปตอแยเหมือนเคย

ญาดาเห็นชาคริตอยู่กับปาริฉัตรก็นึกรังเกียจ จะผละหนีแต่เขาก็ตามไปยั่วประสาท

“มีแต่คนอยากเข้าใกล้ผม โดยเฉพาะคนในครอบครัวคุณ...เรียกว่าผมชี้นิ้วเลือกได้เลย”

“ปาริฉัตรไม่ใช่คนในครอบครัวฉัน และเขมจะเป็นคนสุดท้ายที่ถูกคุณหลอกใช้ ถ้าทำได้ฉันจะพาครอบครัวฉันย้ายไปอยู่ประเทศอื่นเลย ฉันรังเกียจคุณขนาดนั้น...รู้ไว้ด้วย!”

“พ่อคุณไม่ยอมไปไหนหรอกถ้าหากไม่ได้บีสตาร์คืน...คนโลภที่ไม่รู้จักคำว่าพอแบบนั้น”

ญาดาโกรธมาก อยากโต้บ้างแต่ปาริฉัตรมาป่วนเสียก่อน หญิงสาวไม่อยากเสวนาด้วยเลยเดินหนี ชาคริต สั่งให้คนของเขาไปส่งปาริฉัตร ส่วนตัวเองตามไปปั่นประสาทญาดาให้เจียนคลั่งด้วยความเป็นห่วงเขมิกา

“เขมเมาจนไม่ได้สติเลยโดนผู้ชายสองคนลากขึ้นห้อง แต่คนของผมช่วยไว้ทัน เขมจะไม่มาที่นี่อีก ฉะนั้นคุณไม่ต้องมาตามหาให้เสียเวลาหรอก”

“ไม่จริง! คุณพูดให้ฉันกลัว คุณจะทรมานพวกเราไปถึงไหน คุณก็มีน้องสาว คุณไม่เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพี่หรือไง อย่าใช้วิธีนี้ ถ้าคุณยังเหลือความเป็นคนอยู่”

ญาดาไม่เชื่อ ชาคริตเลยโชว์แหวนของเขมิกาเพื่อยืนยันคำบอกเล่าของเขาก่อนผละไป ทิ้งญาดาให้ยืนตะลึงตามลำพัง...หรือจะเกิดเรื่องกับเขมิกาจริงๆ

ooooooo

เหตุการณ์วุ่นวายที่เดอะคลับทำให้ทัศนะใจไม่ดี กลัวเรื่องลุกลามและเขมิกาจะเป็นอันตราย เขมิกายังไม่พร้อมเจอคนในครอบครัวจึงปฏิเสธ เลยถูกเขาเข้าใจผิดคิดว่ายังมีใจให้ชาคริต

“คุณทำยังไงก็ไม่ทำให้มันกลับมาหรอก เลิกเรียกร้องความสนใจจากคนที่ไม่ได้รักคุณซะที”

เขมิกาเจ็บจี๊ด รู้ดีแก่ใจว่าชาคริตไม่เคยรักเธอ

“เขมรู้...แต่ที่เขมไปหาคุณชาคริตไม่ใช่เพราะรักอีกต่อไปแล้ว”

ทัศนะรู้สึกผิดมากที่พูดแรง อยากขอโทษแต่ต้องอึ้งแทนเมื่อเธอบอกเหตุผล

“เขมต้องการเคลียร์กับเขา เขมบอกเรื่องบัญชีลับของบริษัทให้เขารู้ แล้วไอ้บัญชีลับนี่ก็สามารถทำให้พ่อเขมติดคุกได้...เหตุผลแค่นี้พอไหมที่เขมต้องกระเสือก กระสนไปหาคุณชาคริต...คุณเข้าใจไหมคุณนะ...เข้าใจไหม!”

สถานการณ์ของเขมิกาน่าอึดอัดไม่น้อย ไม่ต่างจากสถานการณ์ของไตรทศที่จู่ๆถูกปลดเป็นพนักงานฝึกหัด ชญานีรับหน้าที่ดูแลและควบคุมเขาแทนชาคริต ไตรทศไม่เต็มใจแต่เพื่อบีสตาร์ของพ่อเลยยอมเซ็นสัญญาทดลองงาน

การทดลองงานของไตรทศเริ่มต้นวันเดียวกัน เขาแทบบ้าเมื่อชญานีพาไปฝึกในโรงงานด้วยตำแหน่งระดับล่าง แต่ครั้นโวยวายก็ถูกปรามาสว่าเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

“ผมไม่เคยดูถูกงาน ไม่ว่างานอะไร แต่ผมไม่ทำงานให้พวกที่ไม่มีดีแต่ชอบดูถูกคนอื่น”

“ฉันไม่ได้ดูถูกคุณ ฉันพูดเรื่องจริง ถ้าคุณไม่ใช่ลูกชายคุณดิลก คุณจะได้เป็นบอร์ดบริหารเหรอ”

“คุณต่างอะไรกับผม คุณก็ได้ตำแหน่งมาเพราะเส้นพี่ชาย”

“ฉันกับคุณต่างกันมาก ฉันผ่านประสบการณ์ที่คุณคิดไม่ถึง ถ้าคุณเป็นฉัน คุณได้ตายข้างถนนแน่”

ไตรทศยอมแบบไม่มีทางเลือก เช่นเดียวกับญาดาต้องมารายงานตัวกับชาคริตที่ออฟฟิศทีมาร์ท เธอคาดคั้นถามเรื่องเขมิกา แต่เขาก็ยียวนไม่บอกแถมพูดจาสองแง่สองง่ามให้เธอเข้าใจผิด

“ห้ามแตะต้องน้องสาวฉัน บอกฉันมาว่าเขมอยู่ไหน ฉันจะพาเขมกลับบ้าน...บอกฉันมา!”

“คุณยอมทำทุกอย่างเพื่อน้องสาวคุณหรือเปล่าล่ะ”

“ฉันยอม...ฉันจะไม่ให้เขมอยู่ใกล้คุณแม้แต่นาทีเดียว บอกฉันมาเขมอยู่ไหน...บอกมา!”

ชาคริตบังคับให้ญาดาหลับตาจะจูบ จู่ๆไตรทศก็พรวดพราดมาขัดจังหวะเพราะจะเอาเรื่องที่ถูกกดให้ฝึกงานตำแหน่งต่ำๆ ชญานีตามมาด้วย โกรธมากเมื่อรู้เรื่องและแทบอดใจไม่ไหวจะเคลียร์กับพี่ชายบุญธรรมตามลำพัง

“พี่คริตล้มงานแต่งกับคนน้องแล้วมายุ่งกับคนพี่...มันน่าเกลียด!”

“คนพี่น่าเอาชนะกว่าเยอะ แต่คนน้อง...ก็ยังต้องเก็บไว้เป็นหมากในเกม”

“พี่คริตจะวุ่นวายอะไรกับครอบครัวนี้นักคะ นีคิดว่าได้บริษัทมาแล้วก็จบกันไป พี่คริตจะทำอะไรอีก”

“คอยดูต่อไปสิ”

“พี่คริตให้นีช่วยนะ นีช่วยพี่ได้ทุกอย่าง คราวที่แล้ว ...ถ้านีไม่ดูต้นทางให้ พี่คริตจะหนีงานแต่งงานได้เหรอ”

“แต่คราวนี้นีช่วยไม่ได้หรอก พี่คนเดียวที่รู้ว่าต้องเล่นงานนายดิลกยังไงถึงจะสาสม!”

ooooooo

ชาคริตกันไม่ให้ชญานียุ่งเรื่องล้างแค้น เช่นเดียวกับญาดาที่กล่อมให้ไตรทศเลิกโวยวายและยอมฝึกงานตามคำสั่งของชาคริต เล่นตามเกมอีกฝ่ายเพื่อเก็บข้อมูลและหาโอกาสเอาคืน!

ญาดาเหนื่อยใจมาก นับวันปัญหาจะรุมเร้า ทั้งเรื่องบริษัทและเรื่องเขมิกาจนเธอแทบบ้า แต่เรื่องไหนก็ไม่ร้ายเท่าการป่วนประสาทของชาคริตที่เริ่มมีอิทธิพลกับใจเธอมากขึ้นทุกที

สถานการณ์ของญาดาเริ่มไม่ค่อยดี ยิ่งชาคริตเอาตัวมาใกล้ชิดเท่าไหร่ ยิ่งหวั่นไหว หญิงสาวกลุ้มใจมากเพราะไม่รู้จะหันหน้าปรึกษาใคร จนกระทั่งใครคนหนึ่งปรากฏตัว...

กสิณแฟนหนุ่มของญาดานั่นเองที่แอบบินจากสวิตเซอร์แลนด์มาเซอร์ไพรส์แฟนสาว ญาดาดีใจมากและถือโอกาสระบายความอึดอัดใจถึงปัญหาทั้งหมด กสิณเสนอให้ขายหุ้นบีสตาร์ทิ้งแล้วเปิดบริษัทใหม่ ญาดา คิดเหมือนกันแต่ดิลกไม่ยอมเพราะผูกพันกับบริษัทที่ก่อตั้งกับมือมาก

“บีสตาร์ไปได้อีกไม่กี่ปีหรอก พ่อคุณตามยุคตามสมัยไม่ทันแล้ว...ที่บริษัทคุณอยู่ได้ก็เพราะคุณภาพเท่านั้น นี่ถ้าไม่ใช่เพราะคุณได้โปรดักต์จากแล็บที่สวิสของผม บอกตรงๆ...แบรนด์คุณดับไปนานแล้ว”

ญาดาแอบเคืองที่เขาดูถูกบีสตาร์ แกล้งพูดลอยๆ “อย่าลืมว่าดาร่วมพัฒนาโปรดักต์กับคุณมาตลอดนะ

บีสตาร์ถึงได้คงคุณภาพไว้ได้ ดาเริ่มเบื่อสวิสแล้ว อาจจะลองเปลี่ยนไปจ้างแล็บประเทศอื่นดูบ้าง”

กสิณกลัวเสียผลประโยชน์ โพล่งทันควัน “ไม่ได้! ผมไม่ยอม! คุณไม่เห็นหรือว่าเราสองคนเหมาะสมกันยิ่งกว่าคู่ไหนๆ เราไปได้ด้วยกันทุกเรื่อง ผมไม่ยอมให้คุณเปลี่ยนใจเด็ดขาด”

จบคำก็เปลี่ยนมาอ้อน พะเน้าพะนอให้เธอรับคำขอแต่งงานของเขา ญาดาลอบถอนใจเบื่อๆ แต่ยังถนอมน้ำใจขอผัดไปก่อน รอให้เธอจัดการเรื่องบริษัทและหาตัวเขมิกาเจอค่อยพูดกันใหม่

กสิณไม่เซ้าซี้และเสนอตัวช่วยเธอเอาคืนชาคริตด้วยการจ้างแฮกเกอร์มือดีป่วนเว็บไซต์ทีมาร์ท ญาดาอึ้งไปอึดใจ ลังเลแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจได้...คนอย่างชาคริตต้องได้บทเรียนบ้าง!

วันเดียวกันที่บ้านทัศนะ...ชาคริตโผล่มาเซอร์ไพรส์เขมิการาวกับเดาใจเธอได้ เขมิกาตกใจมากแต่ไม่นานก็ถอนใจยาว ทำใจเสียแล้วว่าไม่เคยรู้จักอดีตคู่หมั้นของตัวเองจริงๆ

“คุณทำตัวลึกลับซ่อนเร้นเหมือนปีศาจ”

“ก็แค่ภายนอก แต่ในใจผมหวังดีกับคุณเสมอ”

“หวังดี...แล้วทิ้งเขมในคืนแต่งงานทำไม”

“คุณอยากฟังความจริงไหมล่ะ”

เขมิกาน้ำตาคลอ ถึงเตรียมใจมาบ้าง แต่ความจริงยังเป็นสิ่งน่ากลัวเสมอ และท่าทางของเธอก็ทำให้ชาคริต สรุปเองว่าเธอคงไม่พร้อม เขมิกาอดไม่ได้ต่อว่าเขาเรื่องทำให้เธอขายหน้าและฮุบบีสตาร์หน้าตาเฉย

ชาคริตยักไหล่ไม่ยี่หระ ก่อนจะยื่นแฟลชไดรฟ์ในมือให้ เขมิกาจำได้ทันทีว่ามันคือบัญชีลับของบีสตาร์

“บัญชีลับ...บัญชีที่ไม่ได้ยื่นเสียภาษี ถ้าผมจะทำลายบริษัทคุณ ผมแจ้งสรรพากรไปนานแล้ว”

“เขมเชื่อคุณได้ใช่ไหม”

“ผมไม่โกหก...กับคนที่ผมหวังดีด้วย คุณจำ นาทีแรกที่เราเจอกันได้หรือเปล่า”

เขมิกาจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้เสมอ ชาคริตยิ้มบางๆแล้วบอกว่าเธอสวยแต่เปราะบางเกินกว่าจะอยู่บนโลกของความจริง คำพูดแทงใจดำของเขาทำให้คุณหนูคนสวยฮึดสู้ ประกาศกร้าวจะไม่หนีปัญหาอีก ชาคริตย่ามใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน...ยุให้เขมิกาเข้มแข็งและงัดข้อกับครอบครัว

“การหนี ไม่ใช่การแพ้ แต่เป็นการถอยตั้งหลักเพื่อกลับมาสู้กับปัญหาที่ต้องเผชิญ ตอนนี้พี่สาวคุณตามหาคุณแทบพลิกแผ่นดิน คุณจะกลับไปพบหน้าญาดาอย่างนักสู้หรือผู้แพ้ก็เลือกเอา...”

ooooooo

ทัศนะเห็นและได้ยินทุกอย่าง อึดอัดและหนักใจที่ชาคริตไม่ปล่อยมือจากเขมิกา แต่พูดอะไรไม่ได้มากเพราะไม่อยากทรยศเพื่อนรักและไม่อยู่ในสถานะจะเตือนเธอได้

เพ็ญขวัญดีใจที่เขมิกาตัดสินใจกลับบ้าน แต่ยังห่วงกลัวคุณหนูคนสวยจะเครียดและคิดสั้น เขมิกาต้องยืนยันว่าเธอเปลี่ยนไปแล้วและจะไม่ยอมโง่ทำร้ายตัวเองเพราะผู้ชายคนเดียวอีก

เขมิกากลับบ้านเช้าวันต่อมา ทัศนะอยากไปส่งใจแทบขาดแต่เพราะทิฐิเลยทำหยิ่ง เพ็ญขวัญต้องตื๊ออยู่นานกว่าจะใจอ่อน แต่ไม่ทันตามไป ชญานีก็โทร.บอกว่าเว็บไซต์ทีมาร์ทล่ม!

ทัศนะรุดไปออฟฟิศทีมาร์ทและสั่งพนักงานฝ่ายไอทีเตรียมรับสถานการณ์ ชญานีมาบอกเรื่องอีเมลปริศนาที่เพิ่งถูกส่งมาขู่ให้นับถอยหลังรอเว็บไซต์ล่ม ชาคริตมาถึงพอดีพร้อมแฮกเกอร์มือดีที่เพิ่งจ้าง แต่ยังมีท่าทีสบายๆเพราะคิดว่าคงเป็นแผนป่วนของพวกมือสมัครเล่น

แต่เพียงไม่นานชาคริตก็ต้องเปลี่ยนใจ หน้าเคร่งเมื่อญาดาโทร.เข้ามือถือ ชายหนุ่มเดาได้ทันทีว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของเธอ แต่ไม่รู้เลยว่ากสิณเป็นคนจัดการทุกอย่าง

“วันนี้มาวัดกันดูว่าฉันจะล้มบริษัทของคนฉลาดอย่างคุณได้หรือเปล่า”

“แค่ต้องการคำตอบว่าเขมอยู่ที่ไหน ถึงกับต้องเล่นแรงขนาดนี้เลยเหรอ”

“เรื่องเขมก็ใช่ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ...ฉันจะทำให้คุณรู้ว่าคุณไม่ได้เหนือไปกว่าฉัน!”

ชาคริตยังไม่เชื่อว่าญาดาจะทำได้ แต่ชั่วพริบตาคอมพิวเตอร์ในออฟฟิศทีมาร์ทก็รวนและดับทีละเครื่อง ชญานีกับทัศนะเครียดมาก เช่นเดียวกับชาคริตที่ตัดสายญาดาทิ้งทันที

ญาดาสะใจมากที่เอาคืนชาคริตได้ กสิณจัดการให้ส่วนอื่นๆของทีมาร์ทล่มตามไปหลังจากนั้น ชาคริตเครียดจัด สั่งแฮกเกอร์ที่เพิ่งจ้างเสียงเข้มให้กู้ทุกอย่างคืน แต่เพราะไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน ความป่วนจึงดำเนินต่อไป

ชาคริตเสียศูนย์เป็นครั้งแรก แต่ทิฐิและนิสัยชอบเอาชนะทำให้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ญาดายื่นข้อเสนอให้บอกที่อยู่ของเขมิกาแลกกับการยกเลิกภารกิจ ชาคริตยังรั้นไม่ยอม ทัศนะเลยตัดสินใจบอกแทนว่าเขมิกาอยู่กับเขาที่บ้าน

ญาดาอึ้งไปอึดใจ ผิดหวังมากที่เคยเชื่อว่าทัศนะอยากช่วยเธอจากใจจริง

“ฉันมองคนผิดไปจริงๆ”

ทัศนะรู้สึกผิดมาก สารภาพหมดเปลือก “ผมขอโทษ...ผมกลัวว่าคุณเขมจะเตลิดไปที่อื่นเลยไม่บอกคุณดาตั้งแต่ต้น แต่คุณเขมไปจากบ้านผมแล้ว ไม่ยอมบอกว่าไปไหน”

ชาคริตเดาว่าเขมิกาคงกลับบ้านตามคำยั่วยุของเขา เลยฉวยโอกาสนี้บอกให้ญาดาหยุดภารกิจ

“ได้...แต่คุณต้องยอมรับว่าครั้งนี้คุณแพ้ฉัน!”

คำขอของญาดาทำให้ชาคริตเสียศักดิ์ศรีมาก แต่เวลาและเงินที่สูญไปก็ทำให้เขาต้องยอมแบบเสียไม่ได้

“ผมยอมรับ...ครั้งนี้ผมพลาด”

“ไม่ใช่พลาด”

“ผมแพ้คุณ”

“ฉันให้เวลาคุณยี่สิบสี่ชั่วโมง พาเขมกลับมาให้เรา!”

ooooooo

เพราะได้คำตอบเรื่องเขมิกา ญาดาจึงยอมรามือและทำให้ทุกอย่างในออฟฟิศทีมาร์ททำงานตามเดิม ชาคริตเจ็บใจมากแต่ต้องข่มใจยอมรับความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรก ส่วนชญานีข้องใจและไม่เข้าใจทั้งชาคริต และทัศนะ โดยเฉพาะรายหลังที่ทำท่าเหมือนเขมิกาคือคนสำคัญ

“ทำไมพี่นะต้องช่วยเขมิกาด้วย หรือพี่คริตสั่ง...พี่คริตสั่งอะไร พี่นะต้องทำตามทุกอย่าง พี่นะจะเป็นคนดีทดแทนบุญคุณพี่คริตไปจนตายหรือไง”

“พี่ไม่ได้ทดแทนบุญคุณนายคริต พี่รับคุณเขมมาอยู่ที่บ้านก็เพราะ...พี่ต้องการล้างบาปต่างหาก!”

ทัศนะอึดอัดใจมากที่ต้องทำร้ายครอบครัวญาดา แต่เพราะชาคริตมีบุญคุณเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาทำให้เขาต้องฝืนใจทั้งที่ในใจรู้สึกผิดอย่างมาก...

ดิลกกระวนกระวายเรื่องบีสตาร์ อาละวาดจะกลับบ้านจนกมลพรรณต้องมารับจากโรงพยาบาล ปาริฉัตรที่ลำพองใจคิดว่าชาคริตชอบพอเพราะเขาปรนเปรอด้วยของมีค่ามากมายตั้งท่าจะเหวี่ยงความเรื่องมากของดิลก แต่ไม่ทันอ้าปาก สองแม่ลูกก็ต้องชะงักเมื่อเขมิกาปรากฏตัว

การกลับมาของเขมิกาทำให้ทุกคนในครอบครัวเมธาสิทธิ์ยินดีและโล่งใจ โดยเฉพาะญาดา แต่อดสงสัยไม่ได้ เพราะน้องสาวกลับมาครั้งนี้มีท่าทีแปลกกว่าทุกครั้ง ทั้งนิ่งและมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แถมประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนจะเอาบีสตาร์คืนจากชาคริตให้ได้

กมลพรรณกับปาริฉัตรยังไม่เลิกขโมยของเมียเก่าของดิลกไปขาย คราวนี้เขมิกาผ่านมาเห็น รู้ทันและจัดการขอกุญแจห้องแม่คืนจากแม่เลี้ยงทั้งหมด ปาริฉัตรแค้นใจมาก แกล้งอวดแหวนเพชรที่ชาคริตให้

เขมิการำคาญจะเดินหนี แต่ถูกปาริฉัตรไปดักหน้า “ที่หายไปตั้งหลายวันนี่หายไปกับผู้ชายหรือคะ แล้วผิดแผนอะไรหรือคะถึงได้กลับมา แล้วยังจะบากหน้ากลับไปทำงานที่บริษัทอีก เป็นฉัตร...ฉัตรอายคนนะคะเนี่ย”

“ไม่ต้องห่วงเขมหรอก ห่วงตัวเองดีกว่า เขมมีอนาคตที่ดีรออยู่แน่นอน อ้อ...แหวนของคุณคริตเก็บไว้ดีๆล่ะ เผื่อเอาไว้ขายได้ จะได้ไม่ต้องขายอย่างอื่น”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งสองแม่ลูกให้หน้าหงาย ตกใจมากที่เขมิกาเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

ooooooo

ไม่ใช่แค่เขมิกาที่เปลี่ยนไป ทัศนะก็แข็งข้อกับชาคริตเพราะไม่ชอบใจอีกฝ่ายที่ยังไม่ปล่อยมือจากเขมิกาทั้งที่มีไม้ตายเป็นบัญชีลับของบีสตาร์ซึ่งหากนำไปเปิดเผย ดิลกคงได้รับโทษไปแล้ว

“ไม่ได้...พ่อฉันทรมานในคุกเหมือนตายทั้งเป็นมายี่สิบปี ไม่ว่าใครเกี่ยวข้องกับนายดิลกก็ต้องทรมานด้วย”

“แกพาลแล้วล่ะ แกอยากให้ทุกคนรู้ว่าแกทรมานแค่ไหน ทั้งๆที่คนที่แกกำลังปั่นหัวไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย แล้วฉันล่ะ...ฉันต้องรับรู้ความทรมานของแกด้วยหรือเปล่า”

“ไอ้นะ...แกเป็นเพื่อนคนเดียวของฉัน”

“เห็นฉันเป็นเพื่อนแน่นะ หรือเห็นฉันเป็นทาสรับใช้ เป็นเพื่อนกัน...ไม่หลอกใช้กันหรอกว่ะ”

ชาคริตอึ้งกับปฏิกิริยาของเพื่อนรัก เพราะหมกมุ่นกับเรื่องล้างแค้น เขาเลยไม่เคยสนว่าต้องทำผิดหรือทำร้ายจิตใจใครบ้าง และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เขาแอบรู้สึกผิดที่ลากเพื่อนรักมาในวังวนนี้ด้วย

ญาดาเปิดศึกกับชาคริตเต็มรูปแบบ ไตรทศเห็นพี่สาวคนโตทำได้เลยคิดแผนเอาคืนบ้าง และเป้าหมายของเขาก็คือชญานี...น้องสาวบุญธรรมของชาคริต

ชญานีไม่รู้เรื่อง ทั้งเรื่องแผนของชาคริตและความแค้นของเขา หญิงสาวแค่ทำตามคำสั่ง ดูแลและควบคุมการฝึกงานของไตรทศ แต่เพราะไม่ชอบหน้ากันเป็นทุน สองหนุ่มสาวเลยโต้เถียงกันเสมอ

ไตรทศรู้ดีว่าคนอย่างชญานีเล่นงานตรงๆไม่ได้ เลยคิดแผนหลอกให้รักเพื่อเล่นงานภายหลัง และวันนี้เขาก็เริ่มแผนร้ายด้วยการบุกถึงบ้านเธอเพื่อเจรจาขอสงบศึก

“ให้เพื่อนอยู่ใกล้ตัว ให้ศัตรูอยู่ใกล้กว่าว่างั้น”

“ถ้าคุณยอมให้ผมอยู่ใกล้กว่าเพื่อน ผมยอมเป็นศัตรูคุณก็ได้นะ เอาจริงๆ...ผมอยากโฟกัสเรื่องงาน ไม่ว่าบริษัทจะเป็นของใคร ผมก็จะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด...เหมือนคุณ...ผมมีเรื่องจะบอกแค่นี้ล่ะ”

ไตรทศผละไปแล้ว แต่ไม่วายทิ้งตุ๊กตาจำลองตัวเล็กๆไว้เป็นเพื่อนเธอ ชญานีถึงกับหน้าแดงวูบ แอบหวั่นไหว ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาใช้จุดอ่อนที่เธอมีตุ๊กตาของชาคริตเป็นของรักของหวงมาเป็นเหยื่อล่อ!

กสิณฉลองความสำเร็จที่เล่นงานชาคริตได้ในคืนเดียวกัน เขาลากญาดามากินมื้อค่ำในร้านหรู แต่กลับถูกชาคริตป่วนด้วยการจองทั้งร้านตัดหน้า กสิณโกรธโวยวายจะเอาเรื่อง ญาดาอายมากเดินหนี เข้าแผนชาคริตพอดี เขารีบตามประกบและลากเธอไปเคลียร์บนห้องพักส่วนตัวของเขา

“ตามสืบมานานแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมอยู่ที่ไหน คุณควรจะภูมิใจนะที่ผมให้เกียรติคุณเป็นแขกคนแรกของที่นี่”

“ฉันไม่ได้ต้องการมาที่นี่”

“แต่ผมต้องการคุยกับคุณที่นี่...เรื่องส่วนตัวก็ต้องคุยในพื้นที่ส่วนตัว!”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement