ระเริงไฟ ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ระเริงไฟ ตอนที่ 2


17 ธ.ค. 2560 08:22
587,758 ครั้ง

ละคร นิยาย ระเริงไฟ

ระเริงไฟ ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

ระเริงไฟ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

โสภี พรรณราย

บทโทรทัศน์โดย:

พิมพ์ธนา

กำกับการแสดงโดย:

กฤษฎา เตชะนิโลบล

ผลิตโดย:

บริษัท ซิติเซ่น เคน จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, วรนุช ภิรมย์ภักดี

เพ็ญขวัญเล่าเรื่องชาคริตเท่าที่รู้ให้เขมิกาฟังด้วยความเห็นใจ แต่กระนั้นก็ไม่เข้าข้างเพื่อนสนิทพี่ชาย และยืนยันกับเขมิกาว่าชาคริตต้องมาอธิบายความจริงทั้งหมดด้วยตัวเอง

เขมิกาหน้าเสีย ใจหวนคิดถึงช่วงเวลาดีๆ แม้จะไม่นานแต่เป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมาก ชาคริตแวะเวียนเข้ามาในชีวิตเธออย่างจงใจ ใช้ความอ่อนโยนและความอ่อนหวานทำให้เธอตกหลุมรัก เปิดโลกใบน้อยของคุณหนูอย่างเธอให้เจอสิ่งใหม่ๆ ตบท้ายด้วยการขอแต่งงานในเวลาไม่กี่เดือน

ระหว่างที่เขมิกาทบทวนความทรงจำ ชาคริตที่ข้องใจการหายหน้าหายตาของทัศนะโทร.เข้าบ้าน เพ็ญขวัญกำลังยุ่งเลยขอให้เขมิการับสาย น้ำเสียงคุ้นหูทำให้

ชาคริตชะงักไปอึดใจ เริ่มสังหรณ์ว่าเขมิกาอาจไม่ได้หายตัวไปไหนไกล แต่อาจมีใครบางคนรอบตัวเขาคอยช่วยเหลือ

แต่ถึงอยากแล่นไปบ้านทัศนะเพื่อหาความจริงแค่ไหน ชาคริตก็มีอย่างอื่นสนุกกว่ารอที่โรงพยาบาล การปั่นหัวญาดาซึ่งเริ่มเอะใจเรื่องเล่าของเขา และจับได้ในที่สุดว่าทุกอย่างที่เขาเล่าเป็นแค่เรื่องโกหก!

ญาดาไม่รอช้า รีบเช็กกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลและห้องพิเศษข้างๆห้องพักของพ่อ แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของคนที่มองหา ชาคริตมองอาการวิ่งพล่านของเธอด้วยแววตาสาแก่ใจ ก่อนตัดสินใจปรากฏตัวต่อหน้าเธอ

ท่าทางยียวนของชายหนุ่มแปลกหน้าที่เธอเพิ่งมั่นใจวันนี้ว่าคือชาคริตทำให้ญาดาหัวเสียมาก

“คุณเป็นใคร”

“แล้วคุณก็จะรู้เอง ไม่ต้องตามไล่ล่าผม ผมชอบเป็นฝ่ายไล่ล่ามากกว่า”

โดนประกาศศึกขนาดนี้ ญาดาถึงกับไปไม่ถูก ชาคริตสะใจมาก ทิ้งท้ายเสียงเยาะ

“อีกอย่างนึงนะคุณญาดา...โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ”

พูดจบก็ขึ้นรถสปอร์ตจากไป ทิ้งญาดาให้วิ่งตาม แต่รองเท้าส้นสูงยี่ห้อหรูก็ทำให้เธอช้ากว่าที่คิด ได้แต่กรีดร้องด้วยความขัดใจ ก่อนจะถอดรองเท้าคู่โปรดเขวี้ยงตามหลัง...

ooooooo

ความโกรธชาคริตไม่ทันหาย ญาดาต้องประสาทเสียอีกเมื่อไตรทศ น้องชายโทร.ตามไปห้ามพ่อที่รั้นจะออกจากโรงพยาบาลทั้งที่ไม่หายดี กมลพรรณกับปาริฉัตรดักรออยู่แล้ว ปั้นหน้าโศกเศร้า ขอร้องให้ญาดาพูดกับดิลก ญาดาเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรจึงตัดสินใจยอมให้พ่อกลับบ้านง่ายๆ

ดิลกจะได้กลับบ้านสมใจในวันรุ่งขึ้น ญาดากับไตรทศไม่อยากให้พ่อกระทบกระเทือนจิตใจเรื่องเขมิกาเลยคิดว่าต้องทำข้อตกลงกับกมลพรรณและปาริฉัตร

“ดาจ้างคนดูแลคุณพ่อเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่คุณพ่อยังอยู่ที่นี่ ก็ให้นางพยาบาลพิเศษเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

“ไม่เป็นไรค่ะ น้าเฝ้าท่านให้ได้ น้าไม่เหนื่อยอะไรเลย”

“ดาไม่ได้เกรงว่าน้ามลจะเหนื่อยหรอกค่ะ แต่เกรงว่าถ้าน้ามลกับฉัตรอยู่ คุณพ่อจะยิ่งเครียดหนัก ยิ่งพูดจาให้คุณพ่อเครียดอยู่อย่างนี้...อยู่ห่างๆดีกว่า”

กมลพรรณกลัวถูกปลดจากตำแหน่งแม่เลี้ยง

ไตรทศแสยะยิ้ม โพล่งไม่ไว้หน้า “เราคงไม่คิดหาแม่เลี้ยงคนใหม่หรอกครับ แค่หาคนที่ดูแลเอาใจใส่คุณพ่อจริงๆ แพงแค่ไหนเรายอมจ่าย ถ้าจ่ายแล้วคุ้มเงิน!”

ปฏิกิริยาของญาดากับไตรทศเรื่องดิลกทำให้กมลพรรณกับปาริฉัตรเจ็บใจมาก โดยเฉพาะคนแม่ ต้องข่มใจไม่อาละวาดเพราะยังหวังสมบัติของดิลก รอจนได้อยู่ลำพังกับลูกสาวจึงได้ระเบิดอารมณ์

“แกกับฉันจะกลายเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป นี่ต้องเป็นแผนเฉดหัวเราของนังญาดาแน่ๆ”

“ฉัตรไม่กลัว ไล่ยังไงฉัตรก็จะไม่ไป แม่อย่าเพิ่งคิดมาก มีคนมาช่วยดูแลคุณอาแล้ว แม่จะได้มีเวลาไปช็อปปิ้ง เข้าสปา ซื้อเครื่องเพชรมันทุกวันเลย...ชิลๆแม่”

กมลพรรณอยากจะบ้าตายกับความโง่ของลูกสาวคนเดียว “ชิลๆกับผีน่ะสิ ฉันได้เงินเดือนละไม่กี่แสน ซื้อกระเป๋าใบนึงก็หมดแล้ว ดีนะที่พอได้เงินจากเล่นหุ้นบ้าง ไม่งั้น...อดตาย!”

สถานการณ์ของสองแม่ลูกเริ่มไม่ค่อยดี ยิ่งดิลกป่วยและปล่อยทุกอย่างให้ญาดากับไตรทศดูแลยิ่งน่ากลัว กมลพรรณฝากความหวังไว้กับลูกสาวคนเดียว ปาริฉัตรรับปากจะไม่ทำให้ผิดหวัง...เธอจะจับผัวรวยๆให้ได้และคนคนนั้นต้องเป็นชาคริตเท่านั้น!

ooooooo

ทัศนะซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้เขมิกา ขอให้เธอส่งข่าวถึงคนในครอบครัว หรืออย่างน้อยก็ไปเยี่ยมดิลกที่ป่วยหนัก ถูกหามส่งโรงพยาบาลตั้งแต่คืนแต่งงานของเธอ

เขมิกาตกใจมาก เป็นห่วงพ่อแต่ก็ลังเล ยังไม่พร้อมเจอหน้าทุกคน ทัศนะเข้าใจความรู้สึกแต่อยากให้เธอคิดถึงพ่อมากๆ อาการที่ทรุดหนักอาจดีขึ้นในเร็ววันหากได้เห็นหน้าเธอ

ดิลกไม่รู้ตัวว่าจะมีคนมาเยี่ยม มัวดีใจได้กลับบ้าน ไม่ต้องอุดอู้กับหมอและพยาบาลที่โรงพยาบาล ญาดากับไตรทศมารับพ่อด้วยตัวเอง โดยมีกมลพรรณกับปาริฉัตรตามล้อมหน้าล้อมหลัง เสนอหน้าราวกับเป็นห่วงดิลกเสียเต็มประดา เลยถูกญาดาแกล้งด้วยการใช้ให้ขนข้าวของเยี่ยมและกระเช้าดอกไม้

ไตรทศกับดิลกรู้ว่าสองแม่ลูกโดนแกล้ง แต่ไม่พูดอะไร ญาดาไม่ยี่หระ อธิบายเหตุผลเสียงเรียบ

“ดาไม่เคยดูถูกคน ไม่ว่าสองแม่ลูกนั่นมาจากไหน อย่างน้อยเขาก็ช่วยดูแลคุณพ่อ แต่เมื่อเขาคิดถึงแต่ผลประโยชน์ ดาก็ถือว่าเขาไม่มีประโยชน์สำหรับดาเหมือนกัน!”

เขมิกาตัดสินใจไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาล โดยมีทัศนะไปส่ง คุณหนูคนสวยอยากเข้าเยี่ยมตามลำพัง รู้สึกผิดมากที่ทำให้พ่ออาการทรุด ทัศนะต้องให้กำลังใจ

“คุณเขม...ปัญหาจะแก้ได้เมื่อเราสู้กับความจริงนะครับ”

“เขมจะไปหาคุณพ่อที่ห้องค่ะ คุณนะกลับไปเถอะค่ะ”

“ผมทิ้งคุณให้อยู่คนเดียวไม่ได้”

“เขมไม่อยากให้คุณนะเดือดร้อนไปด้วย ไปเถอะค่ะ...เขมอยู่คนเดียวได้”

“ทุกคนจะต้องดีใจมากที่ได้พบคุณเขม”

ทัศนะกลับไปแล้ว เขมิกาสูดลมหายใจเรียกกำลังใจให้ตัวเองไปเผชิญหน้ากับครอบครัว แต่เธอคลาดกับขบวนของดิลกอย่างหวุดหวิด และไม่รู้เลยว่าชาคริตก็มาดักรอส่งพ่อของเธอที่ล็อบบี้โรงพยาบาล!

ooooooo

ขบวนของดิลกเคลื่อนตัวไม่เร็วนัก ส่วนหนึ่งเพราะกมลพรรณกับปาริฉัตรต้องหอบหิ้วกระเช้าของเยี่ยมด้วยความยากลำบากเพราะไม่มีคนช่วย ญาดากับไตรทศไม่ได้สนใจนัก ก่อนที่ทั้งหมดจะตาโตเมื่อเห็นว่ามีใครมาขวางขบวน

ชาคริตให้คนมาส่งกระเช้าอันสุดท้าย พร้อมปรากฏตัวเผชิญหน้ากับสมาชิกครอบครัวเมธาสิทธิ์อย่างไม่กลัวเกรง ไตรทศโมโหมาก ถลาจะต่อยให้หายแค้น แต่ถูกดิลกรั้งตัวไว้

“ผมดีใจที่ท่านยังดูแข็งแรงอยู่ พระท่านว่า...คนเราจะทำอะไรได้ก็ช่วงมีชีวิตเท่านั้น ถ้ารีบตายไป...จะไม่มีโอกาสแก้ไขเรื่องชั่วๆที่ทำไว้”

ดิลกกัดฟันแน่น ตอกกลับอดีตว่าที่ลูกเขย “แก...แกนั่นแหละที่ทำเรื่องชั่วๆ”

อาการความดันสูงของดิลกกำเริบอีกรอบ แต่ยังฝืนตัวเดินขาสั่นไปหาชาคริต

“แก...แกทำลูกฉันเจ็บ!”

ขาดคำก็ตบอีกฝ่ายหน้าหัน ชาคริตไม่สะทกสะท้าน สวนเสียงเยาะ

“แต่คนที่เจ็บยิ่งกว่าก็คือ...คุณ”

คำพูดแทงใจดำของชาคริตทำให้ดิลกทรุดกับพื้น ญาดาตกใจมากเรียกพยาบาลมาพาพ่อกลับไปรักษาตัว สภาพเหมือนคนจะขาดใจตายของดิลกไม่ทำให้ชาคริตนึกสงสาร เหยียดยิ้มเย็นและค่อยๆผละไปท่ามกลางความชุลมุน แต่ญาดาก็เห็นเข้าจนได้และตัดสินใจตามไปเคลียร์ด้วยสีหน้าเดือดจัด

ชาคริตเดินจะถึงรถสปอร์ตของตัวเองอยู่แล้ว ญาดารีบไปดักหน้า แหวลั่น

“ถ้าคุณพ่อรู้ว่าคุณเป็นซาตาน ท่านไม่มีวันยอมให้เขมแต่งงานกับคุณแน่”

“เทวากับซาตาน...คุณชอบหนังสือเรื่องเดียวกับผมเลย คุณเทิดทูนพ่อเหมือนเป็นเทวดา คุณจำตอนจบของเรื่องนี้ได้หรือเปล่า...สุดท้ายใครกันแน่ที่เป็นเทวดา ใครกันแน่ที่เป็นซาตาน!”

“คุณนี่พร่ำเพ้อเหมือนคนบ้าไม่มีผิด คุณมีปัญหาอะไรกับเราก็บอกมาเลย”

“คุณรับปัญหาไม่ไหวหรอก”

“คุณไม่คิดจะหยุดแค่นี้ใช่ไหม คุณคิดเหรอว่าเราจะยอมให้คุณเล่นงานฝ่ายเดียว”

“ที่ผ่านมา...ผมก็เห็นทางคุณเป็นฝ่ายรับมาตลอดนะ”

“ตอนนี้ฉันรู้จักคุณแล้ว...ชาคริต พิชชากร ถ้าคุณไม่วางมือจากครอบครัวฉัน ฉันจะเป็นฝ่ายไล่ล่าคุณบ้าง!”

ชาคริตชอบใจท่าทางเอาเรื่องของญาดา เขาเปิดประตูรถหยิบกล่องรองเท้าหรู คู่และขนาดเดียวกับที่เธอเคยถอดเขวี้ยงใส่รถเขาเมื่อวันก่อน

“ของขวัญสำหรับการเปิดเกมใหม่ของเราสองคน”

ญาดาถึงกับอึ้ง ไม่เคยเจอผู้ชายกวนประสาทแบบเขามาก่อน และชาคริตก็รู้ตัวดีประกาศกร้าวทิ้งท้าย

“ผมรู้ทุกเรื่องของคุณ ส่วนคุณไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลย ผมบอกความจริงคุณเรื่องนึงก็ได้ คุณจะได้ไม่เสียเปรียบผมเกินไป...ผมไม่ใช่ชาคริต พิชชากร!”

ooooooo

เหตุการณ์ชุลมุนที่ล็อบบี้โรงพยาบาลทำให้ทุกคนแตกตื่น แต่คนที่ดูจะสติแตกมากสุดคงหนีไม่พ้นเขมิกาที่ผ่านมาเห็นทุกอย่างโดยบังเอิญ คุณหนูคนสวยเป็นห่วงพ่อมาก รีบตามไปเยี่ยมถึงหน้าห้องไอซียู

ญาดากับไตรทศมาเฝ้าพ่ออยู่ก่อนแล้ว แม้จะรู้ว่าพ่อพ้นขีดอันตรายแต่ไม่วายกังวล

“ตอนที่รู้ว่าเขมคบกับเขา ทางเราไม่ได้ตรวจสอบประวัติอะไรเลยเหรอไตร”

“เราก็ตรวจสอบนะครับพี่ดา มันยังพาพี่เขมไปตรวจร่างกายสำหรับคอร์สคู่แต่งงานด้วย รู้งี้ส่งมันไปตรวจกับหมอโรคจิตก็ดีหรอก ผมว่ามันเป็นบ้า!”

“แล้วเขมไปรักผู้ชายอย่างนั้นได้ยังไง”

“กลัวไม่ได้แต่งงานล่ะมั้ง พี่เขมฝันหวานแต่จะได้แต่งงานกับผู้ชายโรแมนติกแสนดี ได้อยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างมีความสุข พี่เขมนี่เกิดมาผิดยุคจริงๆ ผู้หญิงยุคนี้ไปถึงไหนกันแล้ว”

“ไตร! เธอเป็นน้องนะ”

เขมิกาได้ยินทุกอย่าง เจ็บปวดใจมากที่การตัดสินใจของตนทำให้ทุกคนลำบาก โดยเฉพาะพ่อ ไตรทศไม่รู้ว่าพี่สาวคนรองแอบฟัง ระเบิดอารมณ์อย่างเหลืออดหลังเก็บกดมานานตั้งแต่วันงาน

“ที่บ้านเราเกิดเรื่องก็เพราะพี่เขม ถ้าเขาไม่หลงลมแต่งงานกับไอ้เส็งเคร็งนั่น คุณพ่อจะเจ็บหนักไหม ตอนนี้ผมไม่สนแล้วนะ พี่เขมจะไปอยู่ไหนกับใครก็ช่างเขา ไม่ต้องกลับมาเลยก็ยิ่งดี!”

ถ้อยคำรุนแรงของน้องชายทำให้เขมิกาไม่กล้าโผล่หน้าไปเยี่ยมพ่อ ผละจากไปเงียบๆจึงไม่ทันได้ยินประโยคต่อมาของไตรทศที่เริ่มได้สติ

“ผมขอโทษพี่ดา ผมขอโทษ...ผมอยากให้ครอบครัวเรากลับมาเหมือนเดิม”

ญาดาเข้าใจความรู้สึกน้องชายดี ไม่ดุแต่ตบบ่าหนาๆให้กำลังใจ...รู้ดีว่าเขาไม่ได้เกลียดเขมิกาอย่างที่พูด

ชาคริตสะใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขาแวะไปหาทัศนะที่ออฟฟิศทีมาร์ทเพื่อคืนหนังสือธรรมะที่ยืมไปเมื่อวันก่อน และถามเรื่องเขมิกาที่เขาเชื่อว่าซ่อนตัวที่บ้านอีกฝ่าย

ทัศนะไม่ตอบคำถามเรื่องเขมิกา แต่ถลาไปกระชากคอเสื้อชาคริต

“แกโกหกฉัน แกบอกว่าแกจะลืมอดีตให้หมด แกตกลงใจแต่งงานกับคุณเขมก็เพื่อยืนยันว่าแกจะเริ่มต้นชีวิตใหม่...ฉันถึงยอมช่วยแกทุกอย่าง...แกมันเลือดเย็น”

บุญคุณทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานทำให้ทัศนะยอมช่วยชาคริตเข้าหาพวกเมธาสิทธิ์ แต่เขาไม่คิดว่าเพื่อนรักจะมีแผนร้ายกว่านั้น ชาคริตไม่ยี่หระท่าทางโกรธจัดของเพื่อน แถมด้วยมาดยียวน

“ฉันจะล้างไพ่ใหม่ต่างหาก แล้วเริ่มเกมใหม่หมด ที่เคยคิดว่าจะเล่นงานนายดิลกคนเดียว มัน...สนุกยังไม่พอ เล่นงานรุ่นลูกด้วยดีกว่า ไม่มีอะไรเจ็บเท่าเห็นคนที่รักทรมานใจหรอก”

“คนอย่างแก...หนังสือธรรมะพันเล่มหมื่นเล่มก็ช่วยอะไรไม่ได้”

“ก็พอช่วยได้นะ อย่างเช่น...จิตมีไว้ตรอง สมองมีไว้คิด ชีวิตมีไว้ต่อสู้ ศัตรูมีไว้เพิ่มพลัง”

“แกอย่าทำให้ศาสนาต้องมัวหมองเลยว่ะ อย่าอ้างคำสอนมั่วซั่วเพื่อประโยชน์ตัวเอง”

“ฉันชอบอีกประโยค...ความอดทนคือบททดสอบของคนดี...อันนี้เจ๋ง ฉันอดทนยี่สิบปีนี่เรียกว่าดีขั้นเทพได้เลย”

“ฉันขอร้อง...แกอย่าทำเรื่องอะไรเลวๆอีก ไม่งั้นฉันจะบอกความจริงให้ทุกคนรู้!”

ทัศนะขู่เสียงเข้ม แต่ชาคริตรู้จักนิสัยเพื่อนดี แกล้งท้าให้บอกความจริงกับชญานีเป็นคนแรก ทัศนะขัดใจมากที่ทำอะไรชาคริตไม่ได้ ได้แต่ปึงปังเข้าห้องประชุมด้วยท่าทางหัวเสียสุดๆ

ooooooo

ชญานีสงสัยท่าทางแปลกๆของทัศนะ แม้เขาจะไม่หยุดงานเหมือนช่วงแรกๆที่เขมิกาหายตัวไป แต่รีบมารีบกลับเหมือนคนมีความลับ ชาคริตพอเดาได้ แต่เพื่อให้แน่ใจเลยส่งชญานีไปสืบเบอร์มือถือเครื่องใหม่ที่ทัศนะเพิ่งซื้อ

ชาคริตคิดว่ารู้แล้วว่าเขมิกาซ่อนตัวที่ไหน ต่างจากไตรทศที่ปักใจว่าชญานีซ่อนตัวชาคริตไว้และอาจช่วยพี่ชายกักขังตัวเขมิกา และวันนี้เขาก็เดินเกมรุกบุกค้นถึงบ้านเธอ

ท่าทางเกรี้ยวกราดเหมือนคนบ้าของไตรทศทำให้ชญานีเริ่มกลัว แต่ทำใจดีสู้เสือยืนกรานว่าไม่รู้เรื่อง

“ถ้ายังไม่บอก ผมจะคุกคามคุณอย่างนี้ เหมือนอย่างที่ไอ้ชาคริตทำกับครอบครัวผม!”

“ออกไป! ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ”

“นาทีนี้คงมีใครมาช่วยคุณทันหรอก”

พูดจบก็คว้าตัวเธอหมับ ชญานีกลัวมาก เอื้อมไปหยิบของหัวเตียงแต่ไม่กล้าขว้าง...มันคือตุ๊กตาจีนตัวเก่าที่ชาคริตเคยให้เมื่อหลายปีก่อน สมัยเธอเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ฮ่องกง ความทรงจำดีๆที่เขาดูแลและช่วยเหลือเธอทุกอย่างก่อเกิดเป็นความรักลึกซึ้งเกินคำว่าพี่น้อง และเธอก็ทำใจไม่ได้ถ้าต้องทำลายมัน

ไตรทศเห็นท่าทางลังเลของเธอก็พอเดาได้ ดักคออย่างรู้ทัน

“ใครให้เหรอ...พี่ชายคุณให้ล่ะสิ เขารับคุณมาอุปการะตั้งแต่คุณอายุสิบขวบ เขาดีต่อคุณ คุณคิดแค่นี้ใช่ไหม คุณถึงไม่แยแสกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย”

“ใช่! ไม่ว่าพี่คริตทำอะไร ฉันจะอยู่ข้างพี่คริต ฉันตายแทนพี่คริตได้ คุณไปทำการบ้านมาใหม่ไป คนที่คุณกำลังเล่นงานน่ะ คุณรู้จักเขาดีพอแล้วเหรอ เพราะฉัน... ฉันยังไม่รู้จักพี่ชายตัวเองเลย!”

ชญานีทรุดตัวกับพื้น ร่ำไห้อย่างหมดอายเมื่อคิดถึงเรื่องราวของชาคริตพี่ชายบุญธรรมที่เธอไม่เคยเข้าใกล้หัวใจ ไตรทศตกใจไม่น้อยที่เห็นท่าทีของเธอ สงสารและแปลกใจ...สุดท้ายก็เป็นฝ่ายล่าถอย ทิ้งชญานีให้นั่งจมกองน้ำตากอดตุ๊กตาจีนด้วยหัวใจร้าวราน...

ญาดาไม่พอใจมากที่ไตรทศไปค้นบ้านชญานีโดยพลการ แม้น้องชายจะทำเพราะหวังดีและเป็นห่วงเขมิกา แต่เธอไม่เคยเห็นด้วยที่ผู้ชายจะใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง ไตรทศหน้าเจื่อนที่โดนดุ แต่เพียงไม่นานก็เปลี่ยนเป็นหน้าเคร่ง เมื่อพี่สาวคนโตประกาศกร้าวจะฉีกสัญญาที่ทำกับทีมาร์ท

“เขมเจ็บแค่ไหน พี่จะทำให้นายชาคริตเจ็บกว่าเขมร้อยเท่าพันเท่า!”

ooooooo

เขมิกาแอบไปเยี่ยมพ่ออีกจนได้ แต่ไม่ทันได้เจอ ชาคริตก็ทำให้เธอต้องผลุนผลันออกจากโรงพยาบาล เมื่อเขาแกล้งบอกให้เธอมาเจอที่เดอะคลับ หากอยากรู้เหตุผลและความจริงจากเขา

ความเจ็บปวดและอับอายทำให้เขมิกาเสียศูนย์ แต่เมื่อเห็นสภาพของพ่อและความวุ่นวายของพี่สาวและน้องชาย คุณหนูคนสวยก็ต้องตั้งสติและตัดสินใจไปเจอชาคริต

ชาคริตย่ามใจมากเมื่อเขมิการับนัด รีบสั่งผู้จัดการเดอะคลับที่เขามีหุ้นเป็นเจ้าของ ดูแลและต้อนรับอดีตคู่หมั้นอย่างดี เขมิกาหัวใจเต้นแรงเมื่อได้เจอชาคริตอีกครั้ง แต่ความร้ายกาจของเขาก็ทำให้เธอต้องตัดใจ

“ฉันต้องการรู้ความจริงว่าทำไมคุณถึง...ทิ้งฉัน”

“รอก่อน...ผมต้องการให้คุณพบใครบางคน แล้วผมจะบอกความจริงทั้งหมดให้คุณฟัง...รึคุณไม่กล้า”

คำท้าทายของชาคริตทำให้เขมิกาสังหรณ์ใจ ก่อนจะหน้าซีดเมื่อคิดได้ว่าเขาอาจเรียกญาดามาที่นี่ แต่เพราะทิฐิและความอยากรู้ทำให้เธอยอมรับคำท้า ชาคริตชอบใจมากและเริ่มต้นแผนการปั่นประสาทของเขาอีกครั้ง

ชาคริตจัดการล่อลวงเขมิกาให้ดื่มจนเมาหนัก ก่อนโทร.ตามญาดาให้มาเจอ

“ผมอยากชวนคุณมาฟังเพลงด้วยกัน คืนนี้ว่างไหมครับ”

ญาดาที่พยายามโทร.หาเขาหลายชั่วโมงแต่เขาปิดเครื่อง แทบคลั่ง

“ฉันไม่ว่างจะคุยเรื่องไร้สาระกับคุณ!”

“คุณชอบดนตรีอะคูสติกไหมครับ”

“ฉันไม่สน...เข้าใจไหม”

“เสียดาย...งานอะคูสติกเฟสคืนนี้คืนสุดท้ายเสียด้วย เขมก็ชอบอะคูสติกนะครับ นึกว่าคุณอยากเจอเขมเสียอีก”

เพราะชื่อเขมิกาแท้ๆ ทำให้ญาดาตกหลุมพรางยอมไปเจอชาคริตที่เดอะคลับ ไตรทศตามไปด้วยความเป็นห่วงพี่สาวทั้งสอง แต่ทั้งสองก็คลาดกับเขมิกาที่เมามายไม่ได้สติและถูกชาคริตจับส่งขึ้นแท็กซี่แล่นผ่านไปต่อหน้าต่อตา

ไตรทศรีบขับรถตามแท็กซี่ ทิ้งญาดาให้บุกไปเอาเรื่องชาคริตตามลำพัง สภาพเมาแอ๋ของเขมิกา...

น้องสาวที่เธอประคบประหงมอย่างดีตั้งแต่เด็กทำให้เธอโกรธเจียนคลั่ง แต่สติก็ทำให้เธอยั้งตัวเองไว้ได้ ไม่ให้ลงไม้ลงมือกับเขา

“ฉันจะไม่ลดตัวไปทำเรื่องแย่ๆกับคนต่ำๆอย่างคุณ!”

ชาคริตเห็นญาดาเก็บอาการก็พยายามยั่วประสาท

“แต่ที่ผมเห็นนี่ ไม่ใช่ผมนะที่ทำเรื่อง...ไม่ค่อยน่าดูน่ะ”

“ที่เขมเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณ!”

“ปัญหาอาจเกิดจากครอบครัวคุณเองก็ได้ เขมถูกตีกรอบชีวิตมากไป พอได้โอกาสก็เลยลองแหกคอกสักหน่อย ผมแค่เป็นคนถอดสลักปัญหาให้คุณเห็น”

“คุณเก่งแต่โยนความผิดให้คนอื่น”

“พ่อคุณเก่งยิ่งกว่า!”

พูดจบก็จะผละไป ญาดาไม่ยอมถลาไปดักหน้า

“คุณชาคริต! คุณเอาเขมไปไว้ที่ไหน คุณปั่นหัวฉันทำไม”

“ก็คุณโดดลงมาเล่นเกมกับผมเองไม่ใช่เหรอ แล้วสุดท้าย...ผมมั่นใจต้อง...ได้...จากคุณ”

สายตาโลมเลียของเขาทำให้ญาดาหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย

“เลว! คนอย่างฉันไม่มีวันยอม...เสีย แต่คุณต้องได้แน่”

ชาคริตยักไหล่ไม่แยแส ญาดาต้องข่มสติอย่างมากไม่ให้บ้าตาม ขยับไปสบตานิ่ง

“ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วไง...อีกไม่นานเกินรอ!”

ooooooo

ชาคริตไม่ได้ตั้งใจจะทำมิดีมิร้ายเขมิกาอยู่แล้ว แค่ดึงมาเป็นตัวล่อให้ญาดาประสาทเสีย คุณหนูคนสวยอดีตคู่หมั้นของเขาเลยถึงบ้านทัศนะอย่างปลอดภัยแต่ในสภาพที่เจ้าของบ้านทั้งสองคนพูดไม่ออก

เพ็ญขวัญกับทัศนะช่วยกันพาเขมิกาเข้าบ้าน ก่อนที่ฝ่ายหลังจะสังหรณ์บางอย่าง คว้ามือถือเครื่องใหม่เอี่ยมของเขมิกามาดูแล้วก็พบว่าเบอร์โทร.ออกล่าสุดคือเบอร์ของชาคริต!

ญาดากลับถึงบ้านด้วยหัวใจแตกสลาย สภาพเขมิกา ที่เมามายไม่ได้สติทำให้เธอสงสารจับใจ ไตรทศที่คลาดกับรถแท็กซี่ของเขมิกา กลับบ้านในสภาพเซ็งจัดไม่ต่างกัน สองพี่น้องมองตากันเงียบๆ ไม่ได้ซ้ำเติมหรือโวยวายใส่กัน และกัน แต่ถอนใจยาวและตั้งสติ...พรุ่งนี้เราจะสู้กันใหม่

ไตรทศขึ้นไปพักผ่อนแล้ว ทิ้งญาดาให้นั่งทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ภาพของเขมิกาเมื่อหลายเดือนก่อน ...ตอนยังเป็นแค่น้องสาวขี้อ้อนร้องขอตามไปดูงานที่ต่างประเทศกับเธอ

ญาดาหลับตาช้าๆ น้ำตาพานไหลอย่างช่วยไม่ได้ เธอผูกพันกับเขมิกามากกว่าใคร เลี้ยงดูอุ้มชูกันมาตั้งแต่เด็ก ทุกอย่างในชีวิตน้องสาว เธอเป็นคนดูแลและคอยกำหนด เขมิกาบริสุทธิ์และใสซื่อเกินกว่าจะตามเล่ห์เหลี่ยมคนเจ้าแผนการอย่างชาคริต และเธอก็อดโทษตัวเองไม่ได้ที่เลี้ยงน้องมาแบบทะนุถนอมเกินไป

ภาพถ่ายครอบครัวในโถงบ้านทำให้ญาดายิ่งสะอื้น บรรยากาศอบอุ่นและเสียงหัวเราะของทุกคนในบ้านถูกทำลายเพียงเพราะผู้ชายคนเดียว...ชาคริต!

ชาคริตลำพองใจมากที่ทำให้พวกเมธาสิทธิ์โดยเฉพาะญาดาเสียศูนย์ เขาเดินหน้าเกมรุกด้วยการจ้างวินิจ มือขวาและผู้ดูแลเอกสารด้านกฎหมายของดิลก เปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับเดิมทั้งหมด

วินิจเป็นผู้ช่วยที่ดิลกไว้ใจมากกว่าใคร การใช้เงิน กว้านซื้อทุกอย่างที่ดิลกรักทำให้ชาคริตสะใจมาก วินิจไม่เต็มใจทำนัก แม้จะยอมรับข้อเสนอเพราะเห็นแก่เงินค่าจ้างก้อนโต แต่ก็แอบกลัวติดคุก ชาคริตจึงแกล้งรับปากส่งๆจะไม่ยอมให้วินิจต้องเดือดร้อนเพราะแผนการของเขา

ชาคริตนัดหมายให้วินิจส่งสัญญาฉบับใหม่วันต่อมา เพราะรู้ดีว่าญาดาต้องไม่อยู่เฉย เปิดเกมโต้กลับเขาด้วยการสั่งคนทำเรื่องยกเลิกสัญญาระหว่างบีสตาร์กับทีมาร์ท

วินิจตั้งใจจะหนีหลังส่งสัญญาให้ชาคริต แต่ก็ถูกสั่งอุ้มแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ชาคริตไม่ได้สำนึกกับความโหดร้ายของตัวเอง บุกถึงห้องประชุมใหญ่ของบีสตาร์เพื่อประกาศเรื่องสัญญาฉบับใหม่

สัญญาฉบับใหม่มีใจความสำคัญคือปรับเปลี่ยนการแบ่งหุ้นใหม่ให้ชาคริตได้ส่วนแบ่งถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งวินิจให้ดิลกเซ็นเมื่อวันก่อน โดยหลอกว่าเป็นแค่การแก้ไขเงื่อนไขการจัดจำหน่าย และการแก้ไขนี้ทำให้ชาคริตกลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบีสตาร์ทันที

ญาดามีสติมากกว่าใคร เธอนั่งอ่านสัญญาใหม่อย่างใจเย็น ต่างจากไตรทศที่โวยลั่น

“นี่มันสัญญาปลอม คุณพ่อไม่มีวันยกบริษัทให้แกหรอก ฉันไม่ยอมให้แกโกงบริษัทเราหน้าด้านๆอย่างนี้ ฉันจะให้ฝ่ายกฎหมายของเราเล่นงานแก!”

“เชิญตามสบาย แต่ระหว่างรอกระบวนการทางกฎหมาย บีสตาร์ต้องหยุดผลิต หยุดจำหน่าย...หยุดทุกอย่าง”

“ไม่ต้องรอถึงตอนนั้นหรอก ฉันจะเอาแกเข้าคุกตอนนี้เลย ฐานปลอมแปลงเอกสาร”

ไตรทศจะเอาเรื่องต่อ แต่ถูกญาดาซึ่งสุขุมกว่าสั่งให้เงียบ เพราะรู้แน่แล้วว่าวินิจถูกซื้อตัว ชาคริตประทับใจความฉลาดของญาดาไม่น้อย แต่กระนั้นก็ไม่มากพอให้เขาเปลี่ยนใจเรื่องล้างแค้น

“ผมขอสรุปสั้นๆ ตอนนี้เราสองบริษัทได้ควบรวมกิจการเป็นหนึ่งเดียว นับตั้งแต่วันนี้ผมเป็นคนเดียวที่มีอำนาจสูงสุดของบริษัท”

“หมายความว่า...คุณชาคริตจะขึ้นเป็นประธานบริษัทแทนคุณดิลกใช่ไหมครับ”

เสียงพนักงานหลายฝ่ายถามกันอื้ออึง ชาคริตเลยสรุปง่ายๆ

“ผมไม่ชอบมีตำแหน่งรุงรัง เอาเป็นว่า...ตอนนี้ผมเป็นเจ้าของบีสตาร์แต่เพียงผู้เดียว!”

ooooooo

การปรากฏตัวและการประกาศความเป็นเจ้าของ บีสตาร์ของชาคริตทำให้พนักงานระส่ำระสาย คงมีแค่ปาริฉัตรที่สะใจและแอบหาทางไปดักเจอชาคริต แต่ไม่ทันขยับก็ต้องเบรกตัวโก่ง เมื่อเห็นญาดาตามมาเอาเรื่องเขา

ญาดาสติแตกไม่แพ้ไตรทศ แต่ในฐานะลูกสาวคนโตที่ดิลกรักและไว้ใจทำให้เธอต้องตั้งสติ ชาคริตชอบใจมากที่ปั่นหัวเธอได้แต่แกล้งทำเป็นขรึม

“ถ้ามีปัญหาเรื่องสัญญา ก็ลองปรึกษาฝ่ายกฎหมายของคุณดู แต่ป่านนี้คุณวินิจคงนอนอาบแดดที่ฮาวายแล้ว”

“นี่คุณทำธุรกิจด้วยวิธีสกปรกแบบนี้เองเหรอต่ำทรามจริงๆ โกงกันซึ่งๆหน้า ฮุบบริษัทของคนอื่น บริษัทที่คุณไม่เคยเสียเหงื่อแม้แต่หยดเดียวให้ แต่บริษัทนี้เป็นทั้งชีวิตของเรา...คุณทำเพื่ออะไร”

“เพื่อความสะใจ”

อาการโกรธจนตัวสั่นของญาดาทำให้ชาคริตต้องกลั้นยิ้ม เขากวาดตามองรอบตัวเห็นพนักงานหลายคนมุงดูด้วยความสนใจ เลยอดไม่ได้จะเย้า

“ใครจะรู้ว่าคุณญาดาจะมีวันนี้!”

ญาดาเห็นสายตาสอดรู้สอดเห็นของเหล่าพนักงานจึงพยายามรวบรวมสติ แต่ชาคริตก็ไม่หยุดยั่ว

“ดีนะที่ตึกเราอยู่ใกล้กัน ผมจะได้มาตรวจงานที่นี่สะดวก”

“ถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังต้องการอะไรอีก”

“วันนี้พอก่อน พรุ่งนี้ขอให้หัวหน้าทุกฝ่ายมารายงานตัวกับผมที่ทีมาร์ท เชิญคุณดิลกด้วยนะครับ ผมยังไม่รู้ว่าจะเอาแกไปยัดไว้ไหนดี ตำแหน่งไหนจะเหมาะ ...ขอคิดสักคืน!”

ทัศนะรับรู้เรื่องสัญญาฉบับใหม่ด้วยความหนักใจ อยากช่วยพวกญาดาแต่ข้อความและเงื่อนไขในสัญญาก็รัดกุมจนเขาขยับแทบไม่ได้ ได้แต่ปรามแกมขอร้องให้ชาคริตยกเลิกแผนการฮุบบีสตาร์

ชาคริตยักไหล่ไม่แคร์ ก่อนจะตาวาวเมื่อเห็นญาดาหิ้วรองเท้าคู่ใหม่ที่เขาเพิ่งให้เธอเมื่อวันก่อนมาตามทางเดินของออฟฟิศทีมาร์ท

“พรุ่งนี้ฉันไม่ว่าง ฉันเลยมารายงานตัวล่วงหน้า”

“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ”

“ขอแสดงความยินดีท่านประธานบีสตาร์คนใหม่ แต่โจร...ถึงใส่สูทยังไงก็เป็นโจรอยู่ดี”

ท่าทางของญาดาเหมือนระเบิดเวลา ตัวสั่นสะท้านด้วยความโกรธจัดแต่พยายามระงับไว้ ชาคริตเหยียดยิ้มเย็น ไม่สะทกสะท้านกับท่าทีเอาเรื่องของเธอ ยั่วประสาทกลับ

“ผมคิดว่ารองเท้าคงไม่ใช่ของขวัญสำหรับการแสดงความยินดีมั้งครับ...ไม่กล้าเหรอ”

“โชคดีแล้วที่เขมไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายอย่างคุณ ไม่งั้นน้องสาวฉันคงต้องตกนรกทั้งเป็น”

“คุณรู้ได้ไงว่าเขมพ้นมือผมแล้ว อ้อ...รวมถึงตัวคุณด้วย แล้วบอกข่าวดีพ่อคุณหรือยังว่าบริษัทคุณกำลังล่มสลาย...หาทางบอกดีๆล่ะ พ่อคุณวูบบ่อย จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้”

ญาดาปรี๊ดแตก เขวี้ยงรองเท้าในมือใส่เขา

“อย่าแตะต้องครอบครัวฉัน!”

ชาคริตหลบทัน สบตาเธออย่างท้าทาย

“เห็นหรือยังว่าคุณทำอะไรผมไม่ได้”

“วันนี้วันของคุณ อย่าให้เป็นวันของฉันบ้าง!”

พูดจบก็ฮึดฮัดจากไป ทิ้งชาคริตให้มองตามยิ้มๆ ชอบและสะใจมากที่ทำให้ญาดาเต้นตามได้ขนาดนี้ ทัศนะกับชญานีที่เห็นเหตุการณ์ตลอดมองหน้ากันอึ้งๆ แต่ไม่ทันพูดอะไร ชาคริตก็โพล่งเสียก่อน

“ไอ้นะ...ดูแลเขมิกาให้ดีล่ะ ฉันยกให้ สำหรับฉัน ...ผู้หญิงคนนี้สิใช่!”

ooooooo

ญาดาเครียดจัดเรื่องบีสตาร์ ไม่รู้จะบอกดิลกที่อาการไม่ค่อยดีอย่างไร ยิ่งเห็นพ่อกระตือรือร้นอยากให้เธอเล่าสถานการณ์ที่ออฟฟิศ ยิ่งร้อนรนกลัวพ่อรู้ความจริงแล้วจะอาการทรุด

จนแล้วจนรอด ญาดาก็ทำใจบอกความจริงเรื่องบีสตาร์ถูกชาคริตฮุบไม่ได้ เช่นเดียวกับเขมิกาที่ยังทำใจไม่ได้ ต้องบุกเดอะคลับไปถามความจริงทุกอย่างจากชาคริต

ชาคริตไม่ยอมออกมาพบเขมิกา แต่สั่งผู้จัดการเดอะคลับไปรับหน้า โดยไม่รู้เลยว่านอกจากคุณหนูคนสวย เดอะคลับยังได้ต้อนรับไตรทศที่บุกมาเอาเรื่องเขาด้วย

แต่เพราะไตรทศไม่ใช่สมาชิกเดอะคลับ พนักงานเลยไม่ให้เข้า ไตรทศหัวเสียมาก ประกาศจะจ่ายค่าสมาชิกเท่าที่ต้องการ ชญานีผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ หมั่นไส้จนอดแขวะไม่ได้

“เดอะคลับไม่ได้รับสมาชิกที่มีแต่เงิน แต่ต้องมีเกียรติด้วย”

“มีเกียรติอย่างพี่ชายคุณงั้นเหรอ”

“ใช่...มีเกียรติ มีหน้าที่การงานดี แล้วต้องมีสมาชิกเก่าเซ็นรับรอง ถึงจะเข้าเป็นสมาชิกที่นี่ได้ ฉันเป็นสมาชิกอยู่ สามารถพาแขกเข้าได้คนนึง แต่คุณห้ามไปตื๊อแขกคนอื่นให้ซื้อหุ้นหรือลงทุนอะไรนะ”

“ผมไม่ใช่พนักงานขาย”

“แต่ก็ไม่ใช่เจ้าของธุรกิจแล้ว ตอนนี้คุณเป็นแค่ลูกจ้างของพี่ชายฉัน!”

ถ้อยคำตอกย้ำของชญานีทำให้ไตรทศแค้นใจ จะผละไปแต่ถูกชญานีตามไปดักหน้า

“ไม่เข้าไปจริงๆเหรอ พี่สาวคุณอาจจะมาที่นี่อีกก็ได้นะ”

ไตรทศหันขวับ มีความหวัง แต่ชญานีก็ดับมันดื้อๆ

“ไม่ต้องห่วง ข่าวพี่สาวคุณหายตัวไปรับรองไม่รั่วไหล ไม่งั้นค่าสมาชิกที่นี่จะแพงหูฉี่รึ เงินปิดปากคนได้เสมอ”

“คุณกับพี่ชายเหมือนกันไม่มีผิด เห็นเงินคือพระเจ้า!”

“ถ้าลองคุณเกิดมาจากกองขยะสิ คุณจะรู้ว่าเงินสำคัญแค่ไหน”

แววตาเศร้าลึกเหมือนปิดบังบางอย่างทำให้ไตรทศ เอะใจ แต่ไม่ทันถาม ชญานีก็โพล่งกลบเกลื่อน

“ฉันมาที่นี่บ่อยๆ แล้วจะดูๆเขมิกาให้นะ”

“ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกคุณ!”

“แต่ตอนนี้คุณต้องให้ฉันช่วยแล้วล่ะ ไม่งั้นคุณคงกลับบ้านไม่ได้”

เพราะไตรทศไม่ได้เป็นสมาชิกเดอะคลับ พนักงานเลยไม่ให้บริการ ชญานีจึงใช้สิทธิ์ของตนช่วยให้คนไปเอารถของเขา ก่อนจะส่งสายตากวนประสาท...สมัยนี้ผู้หญิงหรือผู้ชายก็เป็นเหยื่อกามได้ทั้งนั้นในที่จอดเปลี่ยวๆ!

ooooooo

เขมิกาโทร.ตามชาคริตมาอธิบายเรื่องทั้งหมดตามที่เคยรับปาก แต่ชาคริตไม่สนใจจะสานสัมพันธ์หรือเล่นเกมอะไรกับเธออีก จึงบอกปัดและส่งข้อความไปบอกทัศนะที่กำลังหัวหมุนเพราะเขมิกาหายไปจากบ้านมารับกลับ

วางสายจากเขมิกา ชาคริตก็มุ่งหน้ามาโรงพยาบาลเพื่อปั่นหัวญาดาเหมือนเคย แต่เธอไม่นึกสนุกด้วย และเกือบจะราดกาแฟร้อนๆที่เขาซื้อมาฝากใส่ ถ้าเขาจะไม่จับมือไว้และใช้ทิชชูแผ่นหนาพันรอบแก้วให้เธอ

ท่าทางคล่องแคล่วเหมือนทำเรื่องแบบนี้เป็นประจำทำให้ญาดาเลิกคิ้ว ชาคริตเอ่ยเหมือนรู้ใจ

“ผมทำงานมาแล้วหลายอาชีพ ถ้าคุณรู้...คุณจะแปลกใจ”

“ทุกอาชีพคงเป็นธุรกิจที่โกงเขามาทั้งนั้น แต่ช่างเถอะเรื่องธุรกิจ ฉันอยากรู้เรื่องเดียว...ทำไม”

ญาดาหมายถึงเรื่องบีสตาร์ แต่ชาคริตทำไขสือ ตีความว่าเธอหมายถึงน้องสาว “ทำไมเป็นเขม ไม่เป็นคุณงั้นเหรอครับ ถ้าผมได้พบคุณก่อน เรื่องคงไม่จบแบบนี้ ไม่เป็นไรครับ เรามาเริ่มเรื่องของเราใหม่ก็ได้”

คำพูดยียวนทำให้ญาดาแทบคลั่ง ต้องตั้งสติไม่เต้นตาม “โลกนี้มีคนเสียสติ คนหลงตัวเอง คนบ้า คนผิดปกติเต็มไปหมด คุณคงเป็นอย่างใดอย่างนึง...แต่บอกให้นะ ไม่ว่าจะทำร้ายใครเพื่อสนองความบ้าของคุณมากแค่ไหน คุณไม่มีวันเติมส่วนที่ขาดในชีวิตได้...หัวใจของคุณจะว่างเปล่าอย่างนี้ไปจนตาย!”

ชาคริตถึงกับอึ้งเมื่อถูกพูดแทงใจดำ และญาดาก็อ่านท่าทางนั้นออก สะใจมาก มั่นใจว่าโจมตีถูกจุด และไม่รอช้าจะขยี้ซ้ำเมื่อเขาเดินหนี

“เจ็บก็เป็นนี่”

“แค่คำพูดเพ้อเจ้อ”

“แต่ฉันรู้ว่าคุณเจ็บ คำไหนที่เจ็บ...ว่างเปล่า...เป็นบ่อยสินะ ว่างเปล่าไร้เป้าหมาย ไม่รู้อะไรคือดีชั่ว ถึงชอบทำอะไรผิดๆแล้วป่าวประกาศว่าตัวเองทำถูก!”

ญาดากัดไม่ปล่อย อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอและทุกคนในครอบครัวเมธาสิทธิ์เคยเป็น ชาคริตโมโหมากและเอาคืนด้วยการลากตัวเธอเข้าลิฟต์จะพาไปบอกความจริงกับดิลก

ตัวเลขในลิฟต์กับท่าทางเอาจริงของเขาทำให้ญาดาหน้าซีด ละล่ำละลักขอเวลา ชาคริตได้ทียอมตกลง แลกกับเรื่องส่วนตัวของเธอทุกอย่างที่ต้องส่งอีเมลถึงเขาทุกวัน โดยเฉพาะเรื่องเมื่อหกเดือนก่อน ตอนเธอไปดูงานต่างประเทศ

“ผมอยากรู้ว่าคุณมีมุมว่างเปล่า...เหมือนอย่างที่ว่าผมบ้างไหม”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement