ระเริงไฟ ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ระเริงไฟ ตอนที่ 1


17 ธ.ค. 2560 08:22
584,292 ครั้ง

ละคร นิยาย ระเริงไฟ

ระเริงไฟ ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

ระเริงไฟ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

โสภี พรรณราย

บทโทรทัศน์โดย:

พิมพ์ธนา

กำกับการแสดงโดย:

กฤษฎา เตชะนิโลบล

ผลิตโดย:

บริษัท ซิติเซ่น เคน จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, วรนุช ภิรมย์ภักดี

ณ โรงแรมหรูใจกลางเมือง ชาคริต พิชากร นักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรงค่อยๆถอดชุดเจ้าบ่าวอย่างใจเย็น สายตาพุ่งไปทางกระจกตรงหน้า เหยียดยิ้มเบาๆอย่างสมใจที่แผนทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี...

เขมิกา เมธาสิทธิ์ ลูกสาวสุดรักสุดหวงของดิลก เมธาสิทธิ์ นักธุรกิจหนุ่มใหญ่เจ้าของกิจการใหญ่โต ก้มมองชุดเจ้าสาวแสนสวยของตนด้วยสายตาภาคภูมิใจ...อีกไม่กี่นาทีงานแต่งงานของเธอก็จะเริ่ม

ครอบครัวเมธาสิทธิ์ ประกอบด้วย เขมิกา เจ้าสาวดาวเด่นของงาน ดิลกและไตรทศ ผู้เป็นพ่อและน้องชาย รวมไปถึงกมลพรรณและปาริฉัตร แม่เลี้ยงและลูกติด ทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่อมากหน้าหลายตาด้วยสีหน้าแช่มชื่น ก่อนจะเริ่มนั่งกันไม่ติด เมื่อเลยเวลาฤกษ์...เจ้าบ่าวก็ไม่ปรากฏตัว!

แขกเหรื่อเริ่มสงสัย กระซิบกระซาบถามกัน เขมิกายืนหน้าเสียตรงซุ้มดอกไม้หน้างาน โดยมีดิลกคอยปลอบ กมลพรรณกับปาริฉัตรลอบยิ้มให้กันด้วยความสะใจ ก่อนจะตีหน้าซื่อทำเป็นเห็นอกเห็นใจเจ้าสาวต่อหน้าคนอื่น

ไตรทศวิ่งพล่านตามหาชาคริตหรือเจ้าบ่าวของงานทั่วโรงแรมแต่ไม่พบแม้แต่เงา เช่นเดียวกับทัศนะ เพื่อนสนิทคนเดียวของเจ้าบ่าว ที่อึกๆอักๆแก้ตัวแทนชาคริตว่าอาจมีธุระด่วนเลยมาช้า

ชญานีน้องสาวบุญธรรมของชาคริตเฝ้ามองเหตุการณ์กระสับกระส่ายตรงหน้าด้วยสีหน้านิ่งเฉย เธอรู้แผนการทุกอย่างของพี่ชายบุญธรรมดี เช่นเดียวกับทัศนะ แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ อ้างว่าติดต่อพี่ชายไม่ได้

ทัศนะรู้สึกผิดไม่น้อย แม้จะรู้ตื้นลึกหนาบางแผนของชาคริต แต่ท่าทางเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาของเขมิกาก็ทำให้เขาใจไม่ดี ตัดสินใจไม่ลากลับเหมือนแขกคนอื่น แต่ช่วยไตรทศตามหาตัวชาคริตแทน

ชาคริตไม่ยี่หระว่าใครจะตามหาตัว นั่งรอในล็อบบี้ด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน เฝ้ามองไปทางประตูโรงแรมหรูราวกับต้องการรอใครบางคน...

ญาดา เมธาสิทธิ์ สาวสวยดีกรีนักเรียนนอก ลูกสาวคนโตของดิลก เพิ่งกลับจากต่างประเทศ เธอรีบร้อนลงรถเพื่อไปร่วมงานแต่งของเขมิกาน้องสาวสุดที่รัก

ชาคริตรออยู่แล้ว รีบไปดักรอที่ลิฟต์เพื่อทำตามแผนการ

ด้วยความรีบ ญาดาเลยไม่ลังเลจะตะโกนบอกคนในลิฟต์ให้รอ ชาคริตลอบยิ้มด้วยความสมใจ ก่อนแสร้งทำเป็นสุภาพบุรุษ เปิดประตูลิฟต์รอเธอ

“ผมว่าลิฟต์ตัวนี้รอคุณอยู่นะครับ”

“บังเอิญว่าคุณเปิดลิฟต์ให้ฉันต่างหากค่ะ”

“โลกใบนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญหรอกครับ”

ท่าทางและคำพูดแปลกๆของเขาทำให้ญาดานิ่วหน้า ชาคริตไม่อยากให้แผนแตกเร็วไปเลยเปลี่ยนท่าทีเป็นยิ้มบางๆและชวนคุยอย่างเป็นมิตร

“คืนนี้คุณคงมางานสำคัญ”

“ค่ะ...งานแต่งน้องสาวฉัน”

ลิฟต์เปิดตรงชั้นจัดงานพอดี ญาดาจึงบอกลา

ชาคริตพยักหน้าให้ก่อนทิ้งท้ายยิ้มๆ

“หวังว่าคุณคงไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญที่สุดในชีวิตน้องสาวคุณนะครับ...ยินดีที่ได้พบกันครับ”

ooooooo

ชาคริตปิดมือถือ ไม่มีใครติดต่อได้แม้แต่ชญานีกับทัศนะ น้องสาวบุญธรรมและเพื่อนสนิท ไตรทศโกรธมาก แหวลั่นอย่างเหลืออดที่ชาคริตทำให้เขมิกาและทุกคนในครอบครัวเสียหน้า

ชญานีได้ยินไตรทศด่าพี่ชายบุญธรรมก็อดไม่ได้ตอบโต้บ้าง

“พี่คริตตั้งใจหนีงานแต่งงานต่างหาก พี่คริตคงคิดได้ในนาทีสุดท้าย”

เขมิกาหันขวับ ถามเสียงสั่น “คิดได้ว่าอะไร”

ชญานีที่หมั่นไส้อีกฝ่ายมานานได้ที ตอกกลับไม่ไว้หน้า “คิดได้ว่าไม่ควรแต่งงานกับคุณน่ะสิ พูดตรงๆนะคุณเขม แต่งงานกันแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต...กับคุณเนี่ยนะ...ไม่ไหวมั้ง”

คำพูดของชญานีทำให้เขมิกาน้ำตาร่วง หัวใจสลายแต่ยังหลอกตัวเองว่าชาคริตคงมีเหตุผล ทัศนะมองมาด้วยความสงสาร เขาส่งสายตาปรามไปทางชญานี แต่ไม่ทันพูดอะไร ชาคริตก็โทร.เข้ามือถือเขาเสียก่อน

ชญานีแย่งมือถือทัศนะมากดเปิดลำโพงให้ได้ยินกันทั่ว เขมิกายิ้มทั้งน้ำตา คาดคั้นถามเหตุผลที่เขาไม่มาร่วมงานแต่ง ชาคริตไม่ตอบ แต่บ่ายเบี่ยงบอกว่ายังไม่ถึงเวลานั้น ไตรทศโมโหแทนพี่สาวมาก ตั้งท่าจะด่าให้หายแค้น แต่ก็ต้องตกใจหน้าซีดแทนเมื่อเขมิกาเกิดช็อก เป็นลมไปต่อหน้าต่อตา!

ญาดามาถึงงานทันเห็นน้องสาวเป็นลม เธอรีบสวมบทพี่สาวคนโตจัดการทุกอย่างและให้คนพาเขมิกาไปพักในห้องพักของโรงแรม เมื่อเขมิกาฟื้นก็ร้องไห้ฟูมฟาย ยังทำใจไม่ได้ที่งานแต่งล่มไม่เป็นท่า

สภาพน้องสาวทำให้ญาดาสงสาร แต่ต้องแข็งใจกล่อมให้ตั้งสติและถอดแหวนแต่งงาน เขมิกาสะเทือนใจมาก ลูบคลำแหวนบนนิ้วนางอย่างอาลัย ยังทำใจไม่ได้จนคนเป็นพี่สาวต้องย้ำ

“ถอดออกเถอะเขม...เขมยังมีแหวนพี่อยู่นะ”

เขมิกาเลื่อนสายตามองแหวนนิ้วก้อยที่พี่สาวเคยให้ด้วยท่าทางเลื่อนลอย ญาดาใจไม่ดี ปลอบเสียงอ่อน

“เขมมีพี่ มีคุณพ่อ มีนายไตรก็พอแล้ว ผู้ชายคนนั้นเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ผ่านมาเท่านั้น คิดซะว่าเป็นฝันร้าย”

“เขมไม่อยากเชื่อ ทำไม...ทำไมเขาทำกับเขมได้”

“แล้วพี่จะหาคำตอบให้เขมเอง”

ooooooo

ญาดาทำตามที่รับปากเขมิกาจริงๆหลังจากนั้น เริ่มด้วยการให้ไตรทศไปเจรจากับโรงแรมเพื่อปิดข่าว ส่งปาริฉัตรไปเฝ้าน้องสาว และให้กมลพรรณพาดิลกที่มีโรคประจำตัวคือความดันสูงไปพัก

ทัศนะอาสาอยู่ช่วย แต่ญาดาไม่เห็นด้วย อยากจัดการกันเองมากกว่า และคนแรกที่เธอต้องการคุยด้วยก็คือชญานีน้องสาวบุญธรรมของชาคริต!

ชญานีไม่ให้ความร่วมมือ บ่ายเบี่ยงเลี่ยงไม่ตอบคำถามจนไตรทศเหลืออด ตั้งท่าจะอาละวาด แต่ชญานีก็ผลุนผลันออกจากโรงแรมเสียก่อน ญาดาสั่งไตรทศตามประกบ เพราะเชื่อว่าชญานีต้องปิดบังบางอย่างเพื่อช่วยพี่ชาย

ระหว่างที่ญาดากับไตรทศตามหาตัวชาคริต...กมลพรรณกับปาริฉัตรพูดคุยกันในห้องพักเรื่องงานแต่งของเขมิกาล่มอย่างสนุกปาก โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าของห้องที่นอนพักรู้สึกตัวและแอบฟังทุกอย่างด้วยสีหน้าซีดเผือด

“ผู้ชายไม่ได้รักก็เลยหนีงานแต่งงาน ฉัตรล่ะอายแทนจริงๆ ฉัตรเป็นนังเขมนะ ฉัตรหนีไปโดดน้ำตายดีกว่า”

“โดดน้ำตายมันยากไป แล้วจะยิ่งฉาวกันไปใหญ่ เป็นแม่จะหนีไปตายที่ไหนเงียบๆ ไม่ให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน ไม่ทำให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลต้องป่นปี้มากไปกว่านี้”

“มันไม่กล้าหรอกแม่ ถูกเลี้ยงมาเหมือนเจ้าหญิง ตีนไม่เคยแตะดินก็เงี้ยแหละ เจ้าหญิงโลกสวยมาโลกแตกเอาวันแต่งงาน น่าสงสาร”

“พูดให้ถูก น่าสมเพชต่างหาก”

เสียงหัวเราะของสองแม่ลูกเสียดแทงใจเขมิกามาก สุดท้ายก็ทนไม่ได้ต้องผละจากห้องด้วยหัวใจแตกสลาย...

ทัศนะยืนกรานไม่ยอมกลับ อยากช่วยพวกญาดาตามหาตัวชาคริตด้วย ญาดาเลยขอรูปถ่ายของชาคริตเพื่อตรวจจากกล้องวงจรปิดโรงแรม แต่เขาไม่มีให้เพราะเพื่อนรักไม่ชอบถ่ายรูป

ญาดาประสาทเสียมากเพราะหาข้อมูลเกี่ยวกับชาคริตไม่ได้สักทาง แต่ไม่ทันทำอะไรมากกว่านั้น เธอก็ต้องรีบกลับไปที่ห้องพักเมื่อปาริฉัตรโทร.บอกว่าเขมิกาหายตัวไปแล้ว!

ooooooo

กมลพรรณกับปาริฉัตรช่วยกันกลบเกลื่อนความสะเพร่าของกันและกันที่มัวเม้าท์แตกจนเขมิกาหายตัวไป ญาดาโกรธมากและยิ่งเครียดเมื่อพบว่าน้องสาวไม่ได้เอาอะไรติดตัวไปเลยแม้แต่กระเป๋าสตางค์และมือถือ

สองแม่ลูกเกรงฤทธิ์เดชญาดาไม่น้อย รู้ดีว่าลูกสาวคนโตของดิลกฉลาด ทันคนและเด็ดขาด ไม่เหมือนน้องชายและน้องสาว แต่กระนั้นก็อดไม่ได้ แกล้งหลุดปากว่ากลัวใจเขมิกาจะฆ่าตัวตาย!

คำพูดพล่อยๆของกมลพรรณกับปาริฉัตรทำให้ดิลกอาการทรุด เขาโผล่มาทันได้ยินสองแม่ลูกแก้ตัวกับญาดาเรื่องเขมิกาหายตัวไปพอดี ญาดาเลยต้องพักเรื่องน้องสาวและพาพ่อส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ไตรทศยังไม่รู้เรื่องพ่อต้องเข้าโรงพยาบาล มัวหัวเสียชญานีที่จงใจกวนประสาท แกล้งขับรถวนรอบเมือง ก่อนจะมาจอดหน้าโรงแรมที่จัดงานตามเดิม ชายหนุ่มไม่รอช้า ขับไปจอดปาดหน้าและลงไปเอาเรื่อง

“เล่นสนุกพอหรือยัง”

“แล้วคุณล่ะ ตามรังควานฉันพอหรือยัง”

“รู้ตัวว่าถูกตาม...คุณกำลังไปหาพี่ชายคุณล่ะสิ ก็เลยไม่ไปไหนสักที สุดท้ายก็กลับมาที่โรงแรม”

ชญานียักไหล่ สวนกวนๆ “เปล๊า...ฉันเพิ่งนึกได้ว่าฝ่ายเจ้าสาวเปิดห้องพักไว้ทั้งฟลอร์ ก็เลยวนรถกลับมา กะว่าลองนอนโรงแรมห้าดาวสักคืน ไม่งั้นทางคุณจะเสียน้ำใจแย่”

ไตรทศเจ็บใจมาก แต่ไม่ทันโต้ก็ต้องรีบตามญาดาไปเฝ้าดิลกที่โรงพยาบาล ทิ้งชญานีให้มองตามด้วยแววตาสะใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด เมื่อคิดได้ว่าสถานการณ์ทำท่าจะลุกลามและกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นทุกที

ชาคริตเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง สาแก่ใจมากเมื่อคิดว่าแผนล้างแค้นครอบครัวเมธาสิทธิ์ โดยเฉพาะดิลก อดีตหุ้นส่วนของเก่งกาจ พ่อแท้ๆของเขาที่ถูกดิลกใส่ร้ายจนล้มละลายและติดคุก เปิดฉากอย่างสวยงามและทำท่าจะไปได้ดี จนไม่ยินดียินร้ายแม้แต่น้อยเมื่อชญานีโทร.บอกว่าดิลกอาการทรุดต้องเข้าโรงพยาบาล

โชคดีที่ดิลกถึงมือหมอทันเวลา รอดพ้นขีดอันตรายหวุดหวิด ญาดาเลยหันมาเอาเรื่องกมลพรรณกับปาริฉัตรที่ปากเสียจนได้เรื่อง สองแม่ลูกแค้นใจมากแต่ต้องข่มใจไม่ตอบโต้ โดยเฉพาะกมลพรรณที่ต้องปั้นหน้าเหมือนสำนึกผิดเพราะตัวเองไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับดิลก เลยไม่อยากมีเรื่องให้ถูกเฉดหัวจากบ้านเมธาสิทธิ์

ปาริฉัตรเสนอให้แจ้งความและแชร์เรื่องเขมิกาบนโลกโซเชียลให้เพื่อนๆช่วยตามหา แต่ถูกญาดาดักคอและตอกกลับหน้าหงาย พร้อมประกาศกร้าว

“เรื่องนี้ต้องรู้แค่ภายในครอบครัวเท่านั้น ใครคิดทำลายชื่อเสียงเขมอยู่ร่วมโลกกับดาไม่ได้ เข้าใจตรงกันนะ!”

ooooooo

ไตรทศแยกตัวไปหาเขมิกาต่อ เช่นเดียวกับทัศนะที่ขับวนรอบกรุงเทพฯแต่ไม่พบแม้แต่เงาของเธอ เพ็ญขวัญ น้องสาวคนเดียวของเขาโทร.ตามด้วยความเป็นห่วง เลยได้รู้เรื่องเขมิกาและอดเห็นใจปนเวทนาไม่ได้

เพ็ญขวัญสงสารพี่ชายที่ต้องลำบากเพราะเรื่องของชาคริต เลยช่วยคิดว่าเขมิกาน่าจะไปที่ที่เคยมีความทรงจำดีๆ ทัศนะเห็นด้วย รีบไล่น้องสาวไปนอนและขับรถไปที่แห่งหนึ่งทันที...

เวลาเดียวกันที่สะพานข้ามแม่น้ำกลางกรุง...เขมิกาในชุดเจ้าสาวเดินเหม่อลอยตามทาง ก่อนไปหยุดมองที่สวนสวยไม่ไกลกันนั้น...สถานที่ที่ชาคริตขอเธอแต่งงาน

เขมิกาหลับตาช้าๆนึกถึงอดีตเมื่อเดือนก่อน ตอนที่ชาคริตพาเธอมาสวนสวยนี้เพื่อเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน เวลาไม่กี่เดือนที่รู้จักกัน เขาทำให้คุณหนูคนสวยอย่างเธอเหมือนอยู่ในความฝัน ทำให้เธอรักและหลงใหลเขาชั่วข้ามคืน และไม่ลังเลใจจะตอบรับคำขอแต่งงานของเขา

เมื่อญาดารู้เรื่องวันต่อมาก็วีดิโอคอลมาคุยกับเธอจากเมืองนอก พยายามทักท้วง เขมิกายังจำน้ำเสียงดุๆของพี่สาวได้ตอนเธอเล่าว่ายอมรับปากแต่งงานเพราะชาคริตหยอดด้วยคำขู่แสนหวาน

“แต่งหรือไม่ต้องแต่งตลอดไป”

ญาดาไม่ได้เคลิ้มตามคำหวานของชาคริต แต่เขมิกากลับมองเป็นมุมน่ารักของเขา

“คุณคริตเขากลัวเขมไม่ยอมแต่งงานด้วยน่ะสิก็เลยต้องขู่เขม เขาทำตัวดุๆเหมือนพระเอกตบจูบในละครไงคะ”

“ไม่ตลกเลยนะเขม แน่ใจนะว่าเขาดีพอที่เขมจะแต่งงานด้วย”

“เขมไม่ชอบอยู่แค่เรื่องเดียว”

ญาดานิ่วหน้า รีบถาม “เรื่องอะไร”

“คุณคริตเขาไม่ยอมคุกเข่าขอแต่งงาน”

น้ำเสียงงอนๆของน้องสาว ทำให้ญาดาถึงกับถอนใจยาวในความโลกสวยของอีกฝ่าย

“เขม...มีเรื่องที่สำคัญกว่านั้น ถึงเขาเป็นเพื่อนคุณทัศนะเจ้าของบริษัทที่เราเป็นคู่ค้าด้วย ไม่ได้รับรองว่าเขาเป็นคนดี คุณพ่อตามใจเขมมากไปแล้ว อย่าเพิ่งตัดสินใจทำอะไรจนกว่าพี่จะกลับไป พี่ขอแค่สองอาทิตย์”

เขมิกาไม่ได้รับปาก และญาดาก็เตรียมใจไว้แล้ว เลยได้แต่ปล่อยให้น้องสาวทำตามใจ แต่ไม่วายขอดูหน้าตาของชาคริตว่าที่น้องเขย แต่ก็คลาดกันไปมาจนเขมิกาต้องบอกให้รอมาดูหน้าเขาตอนงานแต่งแทน

ooooooo

ไม่ใช่แค่เขมิกาที่ย้อนอดีตถึงวันวานแสนหวาน ญาดาที่ห่วงน้องสาวมากก็เป็นกังวลจนฝันไม่ค่อยดี เหมือนจะได้ยินเสียงเขมิการ้องเรียกให้ช่วย

ชาคริตมาถึงโรงพยาบาลกลางดึกของคืนเดียวกัน มุ่งหน้าไปหาญาดาถึงหน้าห้องไอซียูที่ดิลกรักษาตัว แต่แสร้งทำทีเป็นเรื่องบังเอิญ ญาดาระแวงที่เจอผู้ชายในลิฟต์ของโรงแรมอีกครั้ง ยิ่งเขาพยายามยื่นไมตรี ซื้อกาแฟมาให้ ยิ่งไม่ไว้ใจ จนเขาต้องแกล้งพูดขำๆว่าคงลักพาตัวเธอไปไม่ง่าย เพราะโรงพยาบาลมีกล้องวงจรปิด

คำพูดดักคอเหมือนรู้ทันของเขาทำให้ญาดาผ่อนท่าทีหวาดระแวง ก่อนจะรับมุกเขาอย่างเท่าทันกัน

“ก่อนอื่นคุณต้องปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จับฉันเปลี่ยนเป็นชุดคนไข้ ยัดใส่รถเข็น แล้วเข็นไปทางห้องซักรีดด้านหลัง ก็เรียบร้อยแล้ว”

“คุณยังมีอารมณ์ขันอยู่ แสดงว่าคนป่วยไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“ค่ะ...คุณหมอบอกว่าคุณพ่อพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ฉันอยากอยู่ใกล้ๆคุณพ่อ ตอนนี้ฉันวางใจอะไรไม่ได้เลย คุณล่ะคะมาเฝ้าไข้ใคร”

ชาคริตยิ้มเย็น ตอบหน้าตาย “คุณอาผมครับ...ไม่ใช่อาแท้ๆหรอกนะครับ คุณอาเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ สนิทจนตายแทนกันได้เลยล่ะครับ คุณอาท่านพ้นขีดอันตรายแล้วเหมือนกัน”

สีหน้าจริงจังทำให้ญาดาเชื่อสนิท ไม่รู้เลยว่าชาคริตตีบทแตก ไม่ได้โกหกแต่ก็ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด

ขณะที่ชาคริตหยั่งเชิงท่าทีของญาดา...เขมิกาดึงตัวจากอดีตแสนหวาน ตัดใจถอดแหวนแต่งงานและเขวี้ยงลงแม่น้ำ แต่กระนั้นภาพความทรงจำเก่าๆก็ตามหลอกหลอน จนเธอตัดสินใจชั่ววูบจะฆ่าตัวตาย!

จังหวะที่เขมิกาจะกระโจนลงแม่น้ำ ทัศนะที่ขับรถมาตามคำแนะนำของเพ็ญขวัญผู้เป็นน้องสาวก็มาถึง เขาตกใจมาก รีบตะโกนบอกเขมิกาให้ตั้งสติ

“อย่าคิดสั้นแบบนี้คุณเขม!”

“เขมไม่มีค่าสำหรับใครอีกแล้ว”

ท่าทีลังเลของเขมิกาทำให้ทัศนะกล้าพอจะขยับไปเกลี้ยกล่อมใกล้ๆ

“ครอบครัวคุณไง คุณมีค่าที่สุดสำหรับครอบครัวคุณ”

คำว่าครอบครัวทำให้เขมิกาใจอ่อนยวบ ทัศนะได้โอกาสเสนอตัว

“ผมสัญญาว่าผมจะพาชาคริตมาเคลียร์กับคุณให้ได้”

ทุกอย่างทำท่าจะไปด้วยดี แต่ชื่อของชาคริตก็ทำให้เขมิกาเตลิดอีกรอบ ภาพเหตุการณ์เขาขอแต่งงานทำให้เธอประสาทเสียและตัดสินใจชั่ววินาทีจะพุ่งตัวให้รถชน!

โชคดีที่รถเบรกทัน ทัศนะวิ่งตามมาคว้าตัวไว้ เขมิกาทิ้งตัวร้องไห้อย่างหมดอาย พลางขอร้องไม่ให้ส่งเธอกลับบ้าน ทัศนะถึงกับพูดไม่ออก ความสงสารแท้ๆทำให้ยอมรับปากจะไม่บอกใครเรื่องเธอ...

ooooooo

ชาคริตยังสวมบทบาทชายหนุ่มแปลกหน้าที่แสนดีนั่งคุยกับญาดาที่หน้าห้องไอซียู ท่าทางเหมือนเป็นสุภาพบุรุษของเขาทำให้ญาดาลดความระแวง ยอมจิบกาแฟที่เขาซื้อมาให้

ไตรทศโทร.บอกว่ายังหาตัวเขมิกาไม่พบ ญาดาผิดหวังแต่ฝืนทำเข้มแข็ง บอกให้เขากลับไปพักที่บ้าน ค่อยคิดหาทางใหม่ตอนเช้า ชาคริตเฝ้ารออย่างใจเย็น จนเธอวางสายจึงพูดเหมือนให้กำลังใจ

“การรอคอยเป็นเรื่องที่ทรมานใจที่สุด”

“ค่ะ...ทรมานที่สุด ไม่ว่ารอคอยข่าวดีหรือข่าวร้าย”

“แต่เมื่อการรอคอยสิ้นสุดลง คุณจะรู้สึกว่าคุ้มค่าที่รอ ถ้าหากแผนการเป็นไปอย่างที่คุณต้องการ”

“แต่วันนี้แผนการล้มเหลวไม่เป็นท่า”

ญาดาหลุดปากแล้วชะงัก รู้ตัวว่าพูดมากเกินไปแล้ว ชาคริตต้องข่มรอยยิ้มสะใจแทบแย่ ก่อนจะตีหน้าตกใจเมื่อเธอเล่าอย่างอัดอั้นว่าเจ้าบ่าวของน้องสาวเธอหนีงานแต่งงาน

“แล้วคุณพ่อคุณก็ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลอีก ผมเสียใจด้วยจริงๆ แล้วทำไม...”

“ทำไมฉันถึงบอกคุณงั้นเหรอคะ ข่าวฉาวๆแบบนี้ปิดไม่มิดหรอกค่ะ เป็นความผิดของฉันเอง ถ้าฉันไม่มัวห่วงงาน ฉันคงกลับมาห้ามน้องสาวทัน ยัยเขมรับปากฉันแล้วว่าจะรอ แต่ปุ๊บปั๊บก็จัดงานแต่งงาน ฉันหาตั๋วบินกลับแทบไม่ทัน นายนั่นคิดทำอะไร...ทำตัวลึกลับซับซ้อน เล่นสนุกกับชีวิตคนอื่น”

เมื่อได้ระบายอารมณ์ญาดาก็เบรกแตก ระเบิดทุกอย่างใส่ชายหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันแบบไม่รู้ตัว

“นายชาคริตต้องเป็นโรคจิต!”

ชาคริตกลั้นยิ้มแทบแย่ แกล้งถามเสียงซื่อ

“ผมก็ว่างั้น แล้วถ้าเจอเขา...คุณจะทำยังไง”

“ฉันจะจับเขามาคุกเข่าต่อหน้าน้องสาวฉัน ต่อหน้าครอบครัวฉัน แล้วให้กราบขอโทษ!”

“ผมขอเอาใจช่วยนะครับ ขอให้ตามตัวนายชาคริตเจอ”

จบคำก็ขอตัว ทิ้งญาดาให้มองตามยิ้มๆ แอบประทับใจที่เขาเป็นเพื่อนคุยที่ดี

ชาคริตสะใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน และย่ามใจพอจะแอบเข้าไปหาดิลกในห้องไอซียู สายออกซิเจนและสายระโยงระยางรอบตัวไม่ได้ทำให้เขานึกสงสาร รอคอยอย่างใจเย็นจนอีกฝ่ายรู้สึกตัว

ดิลกเพ่งมองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะตัวสั่นด้วยความโกรธ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือใคร

“ทำไม...แก...ทำกับเขมแบบนี้”

“รู้แล้วใช่ไหมว่าความรู้สึกที่ตายทั้งเป็น...มันทรมานยังไง”

ชาคริตสบตาคนบนเตียงอย่างไม่กลัว ท่าทางเหมือนจะประกาศศึกและเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ดิลกเริ่มหอบแรง หายใจติดขัด ความดันสูงขึ้นเรื่อยๆและชีพจรเต้นผิดจังหวะ เสียงสัญญาณเตือนดังลั่น เรียกหมอและพยาบาลให้วิ่งมาดู ชาคริตเลยฉวยจังหวะนี้แอบออกจากห้องไอซียู

ooooooo

ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรในห้องไอซียู ดิลกก็ไม่แน่ใจและคิดว่าตัวเองฝันร้ายเลยเห็นภาพหลอน ญาดาไม่อยากให้พ่อสะเทือนใจจึงขอร้องพยาบาลไม่ให้พ่อดูข่าวทีวีหรืออ่านหนังสือพิมพ์

ญาดามัวคิดมากเรื่องพ่อ ไม่ทันสังเกตมือถือตัวเองว่ามีสายเรียกเข้า สายจากทัศนะนั่นเอง แต่เป็นเพ็ญขวัญที่บังคับและกดดันให้เขาโทร.บอกญาดาเรื่องเขมิกามาพักที่บ้าน

เพ็ญขวัญกลัวเขมิกาจะคิดสั้น อยากให้คนในครอบครัวดูแล เลยจะโทร.ตามญาดามารับตัว แต่เมื่อได้สบตาเศร้าๆของเขมิกาเวลาต่อมา เพ็ญขวัญก็ต้องใจอ่อนยอมให้อยู่ด้วย

ทัศนะถอนใจยาวเมื่อน้องสาวยอมให้เขมิกาพักด้วย ก่อนจะหน้าเครียดใหม่เมื่อญาดาโทร.กลับมา เขาจำต้องรับสายและแก้ตัวแบบขอไปทีว่าโทร.ไปย้ำว่าหากได้ข่าวเขมิกา จะโทร.บอกเธอเป็นคนแรก

ญาดายังไม่วางใจเรื่องทัศนะกับชญานี เชื่อว่าทั้งสองต้องรู้เรื่องชาคริตแต่พยายามปิดบังไว้ หญิงสาวตัดสินใจจะจ้างนักสืบเอกชน แต่ไม่ทันหาข้อมูลชายหนุ่มแปลกหน้าคนเดิมก็โผล่มาเสียก่อน

ชาคริตเดินเกมรุกเต็มที่ ตีหน้าเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญอีกรอบที่เจอเธอในห้องอาหารของโรงพยาบาล แถมถือวิสาสะสั่งชุดอาหารเช้าเผื่อเธอ

“คุณมัวแต่ห่วงคนอื่นจนลืมห่วงตัวเอง เป็นพี่สาวคนโตก็ต้องแบกภาระหน้าที่หนักๆแบบนี้”

“คุณรู้ได้ไง...คุณอ่านจากข่าวน้องสาวฉันล่ะสิ”

“ผมไม่ชอบอ่านข่าวซุบซิบ ผมดูคนเป็น...รองจากคุณพ่อคุณก็มีคุณนี่แหละเป็นเสาหลักของครอบครัว”

ญาดาทึ่งมากที่เขาพูดเหมือนรู้จักเธอ และนึกสนุกลองทายเรื่องของเขาบ้าง

“คุณต้องเป็นลูกชายคนเล็ก ท่าทางคุณชอบเอาชนะคน”

“ผมเป็นลูกชายคนเดียว...ผมเป็นความหวังเดียวของพ่อ”

“เออ...จริงสิ ทำไมคุณพ่อคุณไม่มาเยี่ยมเพื่อนเองล่ะคะ”

“พ่อผมมาไม่ได้ครับ ผมก็เลยต้องมาสะสางทุกอย่างแทนท่าน พวกท่านไม่ได้พบกันหลายปีแล้วครับ ถ้าเจอกันคงเซอร์ไพรส์น่าดู คุณชอบเรื่องเซอร์ไพรส์ไหมครับคุณญาดา”

ญาดาอึ้งไปอึดใจที่เขารู้จักชื่อเธอ แต่ไม่ทันถาม ไตรทศก็ส่งเสียงทักมาเสียก่อน ชาคริตที่นั่งหันหลังให้เกร็งตัวเล็กน้อย สีหน้ายังนิ่งสงบ แต่ในหัวกำลังคิดหาทาง ไม่ให้ไตรทศเห็นหน้า...เพราะเขายังเซอร์ไพรส์ครอบครัวนี้ไม่จบ!

ooooooo

ชาคริตหาทางปลีกตัวจนได้ คลาดกับไตรทศแบบหวุดหวิด ญาดามองตามหลังชายแปลกหน้าที่เธอถูกชะตาด้วยสีหน้างุนงง แต่ไม่ทันรั้งไว้ ไตรทศก็ถลาตามเขาไปแล้ว

ไตรทศมั่นใจแม้เห็นแค่ด้านหลังว่าชายหนุ่มที่นั่งคุยกับญาดาต้องเป็นชาคริต แต่ก็ตามไม่ทัน ต้องกลับไปยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยง โวยวายกับพี่สาวถึงความปลิ้นปล้อนของชาคริต...อดีตว่าที่พี่เขย

“มันไม่ใช่แค่ทำร้ายพี่เขม แต่มันทำร้ายพวกเราทุกคน ผมคิดว่ามันตั้งใจ...มันตั้งใจทำให้พวกเราร้อนรนทุรนทุราย อยู่ไม่เป็นสุขแม้แต่นาทีเดียว”

ญาดายังไม่เชื่อว่าชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นจะเป็นชาคริต แต่ไม่มีหลักฐาน ได้แต่ปล่อยให้ไตรทศระบายความอัดอั้น โดยไม่รู้เลยว่าชาคริตแอบมองตามสองพี่น้องจากมุมไกลๆ...นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น!

กมลพรรณกับปาริฉัตรรับหน้าที่เฝ้าดิลกที่ยังพักฟื้นในห้องไอซียู สองแม่ลูกไม่ได้สนใจไยดีอะไรรอบตัวนัก นอกจากก้มหน้าก้มตาค้นหาข่าวฉาวงานแต่งของเขมิกาล่มบนโลกโซเชียล แต่อิทธิพลของเมธาสิทธิ์ก็ทำให้ข่าวดังถูกปิด ทำให้สองแม่ลูกเซ็งจัดเพราะไม่มีเรื่องเม้าท์

จบเรื่องเขมิกาที่ไม่มีอะไรให้ขุดและแฉ ปาริฉัตรจึงหันไปสนใจเรื่องดิลกแทน

“แม่ว่าเป็นสารพัดโรคอย่างคุณอานี่จะอยู่ได้อีกกี่ปี”

“ถ้ากินยาคุมความดัน คุมเบาหวานไว้ก็อยู่ได้อีกนาน”

“อยู่ได้อีกนานเลยเหรอ ไหนหมอบอกแม่ว่าหัวใจคุณอาเริ่มมีปัญหาแล้ว”

“ก็เป็นเรื่องปกติ โรคพวกนี้มาเป็นแพ็กเกจ ความดัน เบาหวาน หัวใจ แกแช่งให้ท่านตายไวก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก ฉันกับท่านไม่ได้จดทะเบียนกัน”

“แล้วเราจะไม่ได้อะไรเลยเหรอแม่ แม่ดูแลคุณอามาเป็นสิบปี”

สองแม่ลูกมัวถกเรื่องผลประโยชน์ ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย ว่าญาดากับไตรทศเดินมาถึงตัวและได้ยินทุกอย่าง

“อยากได้เท่าไหร่ล่ะฉัตร”

ญาดาถามเสียงเรียบ ปาริฉัตรหน้าเจื่อน รีบขอตัวกลับออฟฟิศ ทิ้งกมลพรรณให้เผชิญหน้าสองพี่น้องตามลำพัง โชคดีที่ญาดากับไตรทศเป็นห่วงดิลก ไม่มีใคร อยากใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง กมลพรรณเลยรอดตัว

ooooooo

อาการของดิลกไม่ดีขึ้น ความเสียใจที่เขมิกาหายตัวไปทำให้หัวอกคนเป็นพ่อแทบสลาย ญาดากับไตรทศเป็นห่วงมาก แต่ก็ทำได้แค่ปลอบและกำชับพยาบาลไม่ให้พ่อมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ

เขมิกาจมปลักกับความทุกข์ตัวเอง ไม่สนและไม่แคร์ ว่าใครต้องเป็นห่วง และบ้านทัศนะก็เป็นหลุมหลบภัยชั้นดี อย่างน้อยเธอก็ไม่เหงาเพราะมีเพ็ญขวัญเป็นเพื่อนคุย

เพ็ญขวัญชวนเขมิกาไปช็อปปิ้งข้างนอก แต่คุณหนูคนสวยปฏิเสธเพราะไม่อยากอับอาย

“คุณเขมไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องตัวหลบๆซ่อนๆ คนที่ต้องอาย เจอผู้คนไม่ได้อีกต่อไปมันควรจะเป็น...”

ชื่อชาคริตไม่ทันหลุดจากปากเพ็ญขวัญ เขมิกาก็โพล่งออกมาทั้งน้ำตา

“แต่เขมอาย...เขมไม่กล้ามองหน้าใครอีกแล้วเขมถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงที่ถูกผู้ชายทิ้งกลางงานแต่งงาน”

“อย่าร้องไห้อีกเลยค่ะ คุณเขมร้องไห้มาพอแล้ว เดี๋ยวขวัญจะทำให้คุณเขมยิ้มให้ได้”

วิธีของเพ็ญขวัญคือเปลี่ยนจากออกข้างนอกเป็นช็อปปิ้งออนไลน์ ทัศนะผู้ดูแลกิจการเว็บไซต์ทีมาร์ทถึงกับถลึงตาใส่เมื่อน้องสาวตัวแสบให้เขมิกาใช้เครดิตวงเงินของเธอ เขมิกาเห็นสองพี่น้องเถียงกันไปมาก็อดยิ้มไม่ได้ แต่เพียงไม่นานก็น้ำตาคลอเบ้าใหม่ เมื่อเห็นภาพแหวนแต่งงานที่เหมือนของเธอบนเว็บไซต์ทีมาร์ท...

บาดแผลในใจเขมิกาลึกและสร้างรอยร้าวมากกว่าที่คิด ญาดากับไตรทศรู้ดี และเพื่อรับมือคนเจ้าแผนการอย่างชาคริต สองพี่น้องจึงต้องหาข้อมูลแวดล้อมของอีกฝ่ายให้มากที่สุด

ไตรทศแค้นใจมาก เขาบอกพี่สาวถึงข้อสันนิษฐานของตนว่าชาคริตตั้งใจล้มงานแต่งงานตั้งแต่แรก

“งานแต่งงานใช้เวลาเตรียมงานแค่สองอาทิตย์ แต่ทุกอย่างลงตัวราวกับเตรียมงานมาเป็นปี ทั้งชุดเจ้าสาว ห้องจัดเลี้ยง ทุกอย่างเหมือนงานแต่งงานในฝันของพี่เขม ยกเว้น...ไม่มีรูปพรีเวดดิ้งหรือวีดิโออะไรทั้งนั้น”

“แล้วมีอะไรที่ผิดปกติอีก”

“มันบอกว่ามันไม่มีญาติที่ไหน นอกจากพ่อบุญธรรมที่อยู่ฮ่องกง เราก็เลยจองห้องพักไว้ให้ แต่นอกจากคุณทัศนะแล้ว ไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อนของมันมาแม้แต่คนเดียว”

“พ่อบุญธรรมนายนั่นชื่ออะไร ทำธุรกิจอะไร”

“ไม่รู้ครับ...เรารู้แต่ว่านายชาคริตเป็นหุ้นใหญ่ในบริษัททีมาร์ท”

“แล้วทำไมทุกคนถึงได้ยอมตามใจเขม”

“พี่เขมขู่ว่าถ้าไม่จัดงานแต่งงานจะหนีไปจดทะเบียนกันเงียบๆ ก็คงเป็นความคิดของไอ้ชาคริตนั่นแหละ”

“ถ้าเขมรักนายนั่นจนหัวปักหัวปําอย่างนี้ เขมคงไม่ได้หนีไปไหนไกล นอกจากไปตามหาไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้น เราเจอนายชาคริตที่ไหนก็ต้องเจอเขมที่นั่น!”

ญาดากับไตรทศเดินหน้าตามหาข้อมูลของชาคริตอย่างเต็มที่ แต่เจ้าตัวคนถูกสืบข้อมูลกลับไม่เดือดร้อน แถมทำตัวปกติเดินเข้าออฟฟิศเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ชญานีแอบหลงรักชาคริตพี่ชายบุญธรรมของตัวเอง มานาน เธอแอบโล่งใจและสะใจที่งานแต่งล่ม แต่กระนั้นก็เป็นกังวลเพราะดูท่าแผนของเขาจะทำให้หลายคนเคียดแค้น โดยเฉพาะไตรทศที่จ้องจับผิดเธอตั้งแต่เมื่อคืน

ชาคริตยักไหล่ไม่แยแส ก่อนถามถึงทัศนะ เพื่อนสนิทและผู้บริหารที่เขาแต่งตั้งให้ดูแลทีมาร์ทแทน ส่วนเขาต้องดูแลกิจการของพ่อบุญธรรมชาวฮ่องกงที่ต่างประเทศ ชญานีบอกว่าทัศนะไม่เข้าออฟฟิศ คงไปช่วยพวกญาดาตามหาตัวเขมิกาที่หายตัวจากโรงแรม

“ยัยเขมหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่า คุณดิลกถึงกับช็อกต้องถูกตัวหามส่งโรงพยาบาลไงคะ บ้านโน้นคงส่งรูปพี่คริตติดประกาศจับตายทุกโรงพักแล้วมั้ง”

ชญานีเป็นห่วง อยากให้ระวังตัว แต่ชาคริตยิ่งสนุก เปลี่ยนใจจากเข้าออฟฟิศไปป่วนญาดาที่โรงพยาบาล

ไตรทศแวะมาออฟฟิศทีมาร์ทเพื่อดักรอชาคริต แล้วก็ไม่ผิดหวัง เขาเห็นหลังไวๆของอีกฝ่ายตรงทางออกลานจอดรถชั้นผู้บริหาร ชญานีช่วยพี่ชายเต็มที่ ทั้งกวนทั้งป่วนจนเขาตามไม่ทัน

ooooooo

คำบอกเล่าของชญานีเรื่องเขมิกาหายตัวไปทำให้ชาคริตคิดแผนป่วนพวกเมธาสิทธิ์ได้อีกเรื่อง และครั้งนี้เขาก็เลือกจะปั่นหัวญาดาให้ประสาทเสียเรื่องเขมิกา

ญาดาแปลกใจระคนดีใจได้เห็นชายแปลกหน้าที่เจอกันบ่อยอีกครั้ง ชาคริตแกล้งออกจากห้องพักพิเศษข้างๆห้องพักของดิลก และปั้นหน้าเศร้าเล่าเรื่องน้องสาวบุญธรรมว่าอกหักและคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย

“ผมเห็นแต่เลือด...เลือดเต็มไปหมด หัวใจผมแทบหยุดเต้น ผมเสียใครไปไม่ได้อีกแล้ว”

ชาคริตไม่ได้โกหกทุกอย่าง ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริงของชญานีที่เขารับเป็นน้องบุญธรรมด้วยความสงสารและความผูกพันที่มีมานานตั้งแต่ตอนเจอกันที่บ้านเด็กกำพร้า

สีหน้าและแววตาสะเทือนใจเหมือนคนตีบทแตกของเขาทำให้ญาดาเชื่อสนิท สงสารและเห็นใจเขามาก

“แต่แกปลอดภัยดีแล้วใช่ไหมคะ”

“ครับ...ผู้หญิงเวลาอ่อนแอ รู้สึกตัวเองไร้ค่า ทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง...แม้แต่ทำร้ายตัวเอง ผมล่ะกลัวใจผู้หญิงจริงๆ ผมขอโทษนะครับที่เอาเรื่องแบบนี้มาเล่าให้คุณฟัง”

เรื่องเล่าของชาคริตทำให้ญาดาร้อนรน บุกไปหาทัศนะถึงบ้านเพราะเดาว่าชาคริตอาจไปซ่อนตัว เพ็ญขวัญเห็นท่าไม่ดี ปล่อยให้พี่ชายรับหน้าญาดา ส่วนตัวเองหลบไปคุยกับเขมิกาในห้อง

เขมิกาเห็นหน้าพี่สาวก็ตัวสั่น พร่ำบอกเพ็ญขวัญจะไม่ยอมกลับบ้าน

“ไม่กลับก็ไม่กลับค่ะ ขวัญกับพี่นะตกลงกันแล้วว่าเราจะรอจนกว่าคุณเขมจะพร้อม”

“ไม่ได้โกหกเขมนะ”

“เราไม่โกหกคุณเขมอยู่แล้ว”

“คนที่เขมรักที่สุด...ยังโกหกเขมได้ แล้วอย่างนี้เขมจะเชื่อคำพูดใครได้อีก”

สภาพขวัญเสียของเขมิกาทำให้เพ็ญขวัญพูดไม่ออก แม้จะอยากส่งตัวคืนแค่ไหน แต่เธอคิดว่าเขมิกายังไม่พร้อม คงต้องให้เวลาปรับตัวปรับใจอีกสักพัก ค่อยกล่อมให้กลับบ้านอีกที

ทัศนะลำบากใจไม่แพ้น้องสาว ญาดามีท่าทีตึงเครียดกว่าวันก่อนมาก กลัวเขมิกาจะตามหาตัวชาคริตและคิดสั้น ความกังวลของญาดาทำให้ทัศนะสะดุ้ง ภาพเหตุการณ์เขมิกาจะกระโดดสะพานข้ามแม่น้ำและจะพุ่งตัวให้รถชนผุดในหัวเขาอีกครั้ง แต่กระนั้นก็ไม่กล้าบอกความจริงกับญาดา

ท่าทางอึกอักของทัศนะทำให้ญาดาเอะใจ แต่เขาก็กลบเกลื่อนจนเธอเลิกสงสัยและเปลี่ยนมาถามเรื่องชาคริตแทนว่าเป็นใคร มาจากไหน เพราะเธอหาข้อมูลของเขาแทบไม่ได้

“นายคริตใช้ชีวิตที่ฮ่องกงเป็นส่วนใหญ่ ทำงานให้กับพ่อบุญธรรมที่โน่น ส่วนบริษัทที่นี่เขาให้ผมเป็นผู้บริหาร”

“คงเป็นความคิดเขาสินะที่ให้บริษัทเราร่วมลงทุนกับบริษัทคุณ แล้วเขาใช้โอกาสนี้เข้ามาในครอบครัวฉัน”

ทัศนะกลืนน้ำลาย เขารู้แผนการของชาคริตดีแต่ก็จำต้องโกหก

“ผมรู้แต่เรื่องงาน เรื่องอื่น...ผมไม่รู้จริงๆ ผมเองก็อยากเจอมัน อยากถามว่ามันทำกับคุณเขมอย่างนี้ได้ยังไง”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันขอจัดการเพื่อนคุณด้วยตัวของฉันเอง!”

ooooooo

ญาดากลับไปแล้ว เพ็ญขวัญไปบอกเขมิกาให้เบาใจ ก่อนปลอบไม่ให้คิดมาก เธอรู้จักนิสัยช่างเอาอกเอาใจของชาคริตดี แม้แต่เธอยังอดรักเขาในฐานะพี่ชายไม่ได้

เรื่องราวของชาคริตจากปากเพ็ญขวัญทำให้เขมิกาสะเทือนใจ พลางย้อนคิดถึงอดีตเมื่อหลายเดือนก่อน...

วันที่เธอเจอเขาเป็นครั้งแรก เขมิกาจำได้ดี ดิลกเป็นปลื้มชาคริตหุ้นส่วนหนุ่มจากทีมาร์ทมาก ไม่เว้นแม้แต่เธอกับปาริฉัตรที่แทบละสายตาจากเขาไม่ได้ และเขาก็ทำให้เธอหัวใจเต้นแรง เมื่อเขาแสดงท่าทีชัดเจนว่าอยากสานสัมพันธ์กับเธอ

ทัศนะเป็นอีกคนที่ทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ท่าทางของเขมิกาในวันนี้ทำให้เขาคิดถึงอดีต เขายอมรับว่ารู้ตื้นลึกหนาบางแผนของชาคริตดี...เพื่อนรักจงใจเข้าหาพวกเมธาสิทธิ์เพื่อล้างแค้น!

ชาคริตกับทัศนะเป็นเพื่อนรักตั้งแต่เด็ก เช่นเดียวกับพ่อของพวกเขา แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเก่งกาจ พ่อของชาคริตนำเงินของพ่อทัศนะไปร่วมลงทุนกับดิลกแต่ถูกโกงหมดตัว

ครอบครัวของทัศนะสิ้นเนื้อประดาตัว ส่วนเก่งกาจถูกดำเนินคดีติดคุกถึงทุกวันนี้ ชาคริตแค้นดิลกและพาลไปถึงทุกคนในครอบครัวเมธาสิทธิ์ และเขาก็ปฏิญาณจะทำทุกทางให้พวกนั้นชดใช้อย่างสาสม!

การล้างแค้นของชาคริตเริ่มต้นหลังจากนั้น เขาตัดสินใจไปทำงานที่ฮ่องกงจนได้เป็นลูกบุญธรรมของมาเฟียที่นั่น หนทางดำมืดของพวกมาเฟียเป็นทางลัดที่ทำให้เขามีทุกอย่างเช่นวันนี้...อำนาจและเงินตรา เก่งกาจที่ยังอยู่ในคุกไม่เคยเห็นด้วยกับทางเลือกของชาคริต และประท้วงด้วยการไม่ยอมรับสิ่งใดจากลูกชายคนเดียว

แต่กระนั้นชาคริตก็ไม่สน เขาชดใช้ให้ทัศนะกับเพ็ญขวัญด้วยบ้านหลังงาม ทัศนะจะไม่รับ แต่ชาคริตยืนกรานจนเขาต้องยอมพบกันครึ่งทาง คือเขาจะจ่ายค่าบ้านครึ่งนึง ส่วนอีกครึ่งถือเป็นของขวัญจากชาคริตให้เพ็ญขวัญ

ชาคริตใช้เวลาร่วมยี่สิบปีก่อร่างสร้างตัวและฐานอำนาจเพื่อเอาคืนพวกเมธาสิทธิ์ และวันนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่พวกนั้นจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดแสนสาหัสแบบที่เขากับพ่อเคยเจอ!

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement