นิยาย ระเริงไฟ ตอนต่อไป (2) นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ระเริงไฟ ตอนที่ 2


27 พ.ย. 2560 07:32
15,906 ครั้ง

ละคร นิยาย ระเริงไฟ

ระเริงไฟ ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

ระเริงไฟ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

โสภี พรรณราย

บทโทรทัศน์โดย:

พิมพ์ธนา

กำกับการแสดงโดย:

กฤษฎา เตชะนิโลบล

ผลิตโดย:

บริษัท ซิติเซ่น เคน จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, วรนุช ภิรมย์ภักดี

เพ็ญขวัญเล่าเรื่องชาคริตเท่าที่รู้ให้เขมิกาฟังด้วยความเห็นใจ แต่กระนั้นก็ไม่เข้าข้างเพื่อนสนิทพี่ชาย และยืนยันกับเขมิกาว่าชาคริตต้องมาอธิบายความจริงทั้งหมดด้วยตัวเอง

เขมิกาหน้าเสีย ใจหวนคิดถึงช่วงเวลาดีๆ แม้จะไม่นานแต่เป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมาก ชาคริตแวะเวียนเข้ามาในชีวิตเธออย่างจงใจ ใช้ความอ่อนโยนและความอ่อนหวานทำให้เธอตกหลุมรัก เปิดโลกใบน้อยของคุณหนูอย่างเธอให้เจอสิ่งใหม่ๆ ตบท้ายด้วยการขอแต่งงานในเวลาไม่กี่เดือน

ระหว่างที่เขมิกาทบทวนความทรงจำ ชาคริตที่ข้องใจการหายหน้าหายตาของทัศนะโทร.เข้าบ้าน เพ็ญขวัญกำลังยุ่งเลยขอให้เขมิการับสาย น้ำเสียงคุ้นหูทำให้

ชาคริตชะงักไปอึดใจ เริ่มสังหรณ์ว่าเขมิกาอาจไม่ได้หายตัวไปไหนไกล แต่อาจมีใครบางคนรอบตัวเขาคอยช่วยเหลือ

แต่ถึงอยากแล่นไปบ้านทัศนะเพื่อหาความจริงแค่ไหน ชาคริตก็มีอย่างอื่นสนุกกว่ารอที่โรงพยาบาล การปั่นหัวญาดาซึ่งเริ่มเอะใจเรื่องเล่าของเขา และจับได้ในที่สุดว่าทุกอย่างที่เขาเล่าเป็นแค่เรื่องโกหก!

ญาดาไม่รอช้า รีบเช็กกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลและห้องพิเศษข้างๆห้องพักของพ่อ แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของคนที่มองหา ชาคริตมองอาการวิ่งพล่านของเธอด้วยแววตาสาแก่ใจ ก่อนตัดสินใจปรากฏตัวต่อหน้าเธอ

ท่าทางยียวนของชายหนุ่มแปลกหน้าที่เธอเพิ่งมั่นใจวันนี้ว่าคือชาคริตทำให้ญาดาหัวเสียมาก

“คุณเป็นใคร”

“แล้วคุณก็จะรู้เอง ไม่ต้องตามไล่ล่าผม ผมชอบเป็นฝ่ายไล่ล่ามากกว่า”

โดนประกาศศึกขนาดนี้ ญาดาถึงกับไปไม่ถูก ชาคริตสะใจมาก ทิ้งท้ายเสียงเยาะ

“อีกอย่างนึงนะคุณญาดา...โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ”

พูดจบก็ขึ้นรถสปอร์ตจากไป ทิ้งญาดาให้วิ่งตาม แต่รองเท้าส้นสูงยี่ห้อหรูก็ทำให้เธอช้ากว่าที่คิด ได้แต่กรีดร้องด้วยความขัดใจ ก่อนจะถอดรองเท้าคู่โปรดเขวี้ยงตามหลัง...

ooooooo

ความโกรธชาคริตไม่ทันหาย ญาดาต้องประสาทเสียอีกเมื่อไตรทศ น้องชายโทร.ตามไปห้ามพ่อที่รั้นจะออกจากโรงพยาบาลทั้งที่ไม่หายดี กมลพรรณกับปาริฉัตรดักรออยู่แล้ว ปั้นหน้าโศกเศร้า ขอร้องให้ญาดาพูดกับดิลก ญาดาเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรจึงตัดสินใจยอมให้พ่อกลับบ้านง่ายๆ

ดิลกจะได้กลับบ้านสมใจในวันรุ่งขึ้น ญาดากับไตรทศไม่อยากให้พ่อกระทบกระเทือนจิตใจเรื่องเขมิกาเลยคิดว่าต้องทำข้อตกลงกับกมลพรรณและปาริฉัตร

“ดาจ้างคนดูแลคุณพ่อเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่คุณพ่อยังอยู่ที่นี่ ก็ให้นางพยาบาลพิเศษเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

“ไม่เป็นไรค่ะ น้าเฝ้าท่านให้ได้ น้าไม่เหนื่อยอะไรเลย”

“ดาไม่ได้เกรงว่าน้ามลจะเหนื่อยหรอกค่ะ แต่เกรงว่าถ้าน้ามลกับฉัตรอยู่ คุณพ่อจะยิ่งเครียดหนัก ยิ่งพูดจาให้คุณพ่อเครียดอยู่อย่างนี้...อยู่ห่างๆดีกว่า”

กมลพรรณกลัวถูกปลดจากตำแหน่งแม่เลี้ยง

ไตรทศแสยะยิ้ม โพล่งไม่ไว้หน้า “เราคงไม่คิดหาแม่เลี้ยงคนใหม่หรอกครับ แค่หาคนที่ดูแลเอาใจใส่คุณพ่อจริงๆ แพงแค่ไหนเรายอมจ่าย ถ้าจ่ายแล้วคุ้มเงิน!”

ปฏิกิริยาของญาดากับไตรทศเรื่องดิลกทำให้กมลพรรณกับปาริฉัตรเจ็บใจมาก โดยเฉพาะคนแม่ ต้องข่มใจไม่อาละวาดเพราะยังหวังสมบัติของดิลก รอจนได้อยู่ลำพังกับลูกสาวจึงได้ระเบิดอารมณ์

“แกกับฉันจะกลายเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป นี่ต้องเป็นแผนเฉดหัวเราของนังญาดาแน่ๆ”

“ฉัตรไม่กลัว ไล่ยังไงฉัตรก็จะไม่ไป แม่อย่าเพิ่งคิดมาก มีคนมาช่วยดูแลคุณอาแล้ว แม่จะได้มีเวลาไปช็อปปิ้ง เข้าสปา ซื้อเครื่องเพชรมันทุกวันเลย...ชิลๆแม่”

กมลพรรณอยากจะบ้าตายกับความโง่ของลูกสาวคนเดียว “ชิลๆกับผีน่ะสิ ฉันได้เงินเดือนละไม่กี่แสน ซื้อกระเป๋าใบนึงก็หมดแล้ว ดีนะที่พอได้เงินจากเล่นหุ้นบ้าง ไม่งั้น...อดตาย!”

สถานการณ์ของสองแม่ลูกเริ่มไม่ค่อยดี ยิ่งดิลกป่วยและปล่อยทุกอย่างให้ญาดากับไตรทศดูแลยิ่งน่ากลัว กมลพรรณฝากความหวังไว้กับลูกสาวคนเดียว ปาริฉัตรรับปากจะไม่ทำให้ผิดหวัง...เธอจะจับผัวรวยๆให้ได้และคนคนนั้นต้องเป็นชาคริตเท่านั้น!

ooooooo

ทัศนะซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้เขมิกา ขอให้เธอส่งข่าวถึงคนในครอบครัว หรืออย่างน้อยก็ไปเยี่ยมดิลกที่ป่วยหนัก ถูกหามส่งโรงพยาบาลตั้งแต่คืนแต่งงานของเธอ

เขมิกาตกใจมาก เป็นห่วงพ่อแต่ก็ลังเล ยังไม่พร้อมเจอหน้าทุกคน ทัศนะเข้าใจความรู้สึกแต่อยากให้เธอคิดถึงพ่อมากๆ อาการที่ทรุดหนักอาจดีขึ้นในเร็ววันหากได้เห็นหน้าเธอ

ดิลกไม่รู้ตัวว่าจะมีคนมาเยี่ยม มัวดีใจได้กลับบ้าน ไม่ต้องอุดอู้กับหมอและพยาบาลที่โรงพยาบาล ญาดากับไตรทศมารับพ่อด้วยตัวเอง โดยมีกมลพรรณกับปาริฉัตรตามล้อมหน้าล้อมหลัง เสนอหน้าราวกับเป็นห่วงดิลกเสียเต็มประดา เลยถูกญาดาแกล้งด้วยการใช้ให้ขนข้าวของเยี่ยมและกระเช้าดอกไม้

ไตรทศกับดิลกรู้ว่าสองแม่ลูกโดนแกล้ง แต่ไม่พูดอะไร ญาดาไม่ยี่หระ อธิบายเหตุผลเสียงเรียบ

“ดาไม่เคยดูถูกคน ไม่ว่าสองแม่ลูกนั่นมาจากไหน อย่างน้อยเขาก็ช่วยดูแลคุณพ่อ แต่เมื่อเขาคิดถึงแต่ผลประโยชน์ ดาก็ถือว่าเขาไม่มีประโยชน์สำหรับดาเหมือนกัน!”

เขมิกาตัดสินใจไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาล โดยมีทัศนะไปส่ง คุณหนูคนสวยอยากเข้าเยี่ยมตามลำพัง รู้สึกผิดมากที่ทำให้พ่ออาการทรุด ทัศนะต้องให้กำลังใจ

“คุณเขม...ปัญหาจะแก้ได้เมื่อเราสู้กับความจริงนะครับ”

“เขมจะไปหาคุณพ่อที่ห้องค่ะ คุณนะกลับไปเถอะค่ะ”

“ผมทิ้งคุณให้อยู่คนเดียวไม่ได้”

“เขมไม่อยากให้คุณนะเดือดร้อนไปด้วย ไปเถอะค่ะ...เขมอยู่คนเดียวได้”

“ทุกคนจะต้องดีใจมากที่ได้พบคุณเขม”

ทัศนะกลับไปแล้ว เขมิกาสูดลมหายใจเรียกกำลังใจให้ตัวเองไปเผชิญหน้ากับครอบครัว แต่เธอคลาดกับขบวนของดิลกอย่างหวุดหวิด และไม่รู้เลยว่าชาคริตก็มาดักรอส่งพ่อของเธอที่ล็อบบี้โรงพยาบาล!

ooooooo

ขบวนของดิลกเคลื่อนตัวไม่เร็วนัก ส่วนหนึ่งเพราะกมลพรรณกับปาริฉัตรต้องหอบหิ้วกระเช้าของเยี่ยมด้วยความยากลำบากเพราะไม่มีคนช่วย ญาดากับไตรทศไม่ได้สนใจนัก ก่อนที่ทั้งหมดจะตาโตเมื่อเห็นว่ามีใครมาขวางขบวน

ชาคริตให้คนมาส่งกระเช้าอันสุดท้าย พร้อมปรากฏตัวเผชิญหน้ากับสมาชิกครอบครัวเมธาสิทธิ์อย่างไม่กลัวเกรง ไตรทศโมโหมาก ถลาจะต่อยให้หายแค้น แต่ถูกดิลกรั้งตัวไว้

“ผมดีใจที่ท่านยังดูแข็งแรงอยู่ พระท่านว่า...คนเราจะทำอะไรได้ก็ช่วงมีชีวิตเท่านั้น ถ้ารีบตายไป...จะไม่มีโอกาสแก้ไขเรื่องชั่วๆที่ทำไว้”

ดิลกกัดฟันแน่น ตอกกลับอดีตว่าที่ลูกเขย “แก...แกนั่นแหละที่ทำเรื่องชั่วๆ”

อาการความดันสูงของดิลกกำเริบอีกรอบ แต่ยังฝืนตัวเดินขาสั่นไปหาชาคริต

“แก...แกทำลูกฉันเจ็บ!”

ขาดคำก็ตบอีกฝ่ายหน้าหัน ชาคริตไม่สะทกสะท้าน สวนเสียงเยาะ

“แต่คนที่เจ็บยิ่งกว่าก็คือ...คุณ”

คำพูดแทงใจดำของชาคริตทำให้ดิลกทรุดกับพื้น ญาดาตกใจมากเรียกพยาบาลมาพาพ่อกลับไปรักษาตัว สภาพเหมือนคนจะขาดใจตายของดิลกไม่ทำให้ชาคริตนึกสงสาร เหยียดยิ้มเย็นและค่อยๆผละไปท่ามกลางความชุลมุน แต่ญาดาก็เห็นเข้าจนได้และตัดสินใจตามไปเคลียร์ด้วยสีหน้าเดือดจัด

ชาคริตเดินจะถึงรถสปอร์ตของตัวเองอยู่แล้ว ญาดารีบไปดักหน้า แหวลั่น

“ถ้าคุณพ่อรู้ว่าคุณเป็นซาตาน ท่านไม่มีวันยอมให้เขมแต่งงานกับคุณแน่”

“เทวากับซาตาน...คุณชอบหนังสือเรื่องเดียวกับผมเลย คุณเทิดทูนพ่อเหมือนเป็นเทวดา คุณจำตอนจบของเรื่องนี้ได้หรือเปล่า...สุดท้ายใครกันแน่ที่เป็นเทวดา ใครกันแน่ที่เป็นซาตาน!”

“คุณนี่พร่ำเพ้อเหมือนคนบ้าไม่มีผิด คุณมีปัญหาอะไรกับเราก็บอกมาเลย”

“คุณรับปัญหาไม่ไหวหรอก”

“คุณไม่คิดจะหยุดแค่นี้ใช่ไหม คุณคิดเหรอว่าเราจะยอมให้คุณเล่นงานฝ่ายเดียว”

“ที่ผ่านมา...ผมก็เห็นทางคุณเป็นฝ่ายรับมาตลอดนะ”

“ตอนนี้ฉันรู้จักคุณแล้ว...ชาคริต พิชชากร ถ้าคุณไม่วางมือจากครอบครัวฉัน ฉันจะเป็นฝ่ายไล่ล่าคุณบ้าง!”

ชาคริตชอบใจท่าทางเอาเรื่องของญาดา เขาเปิดประตูรถหยิบกล่องรองเท้าหรู คู่และขนาดเดียวกับที่เธอเคยถอดเขวี้ยงใส่รถเขาเมื่อวันก่อน

“ของขวัญสำหรับการเปิดเกมใหม่ของเราสองคน”

ญาดาถึงกับอึ้ง ไม่เคยเจอผู้ชายกวนประสาทแบบเขามาก่อน และชาคริตก็รู้ตัวดีประกาศกร้าวทิ้งท้าย

“ผมรู้ทุกเรื่องของคุณ ส่วนคุณไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลย ผมบอกความจริงคุณเรื่องนึงก็ได้ คุณจะได้ไม่เสียเปรียบผมเกินไป...ผมไม่ใช่ชาคริต พิชชากร!”

ooooooo

เหตุการณ์ชุลมุนที่ล็อบบี้โรงพยาบาลทำให้ทุกคนแตกตื่น แต่คนที่ดูจะสติแตกมากสุดคงหนีไม่พ้นเขมิกาที่ผ่านมาเห็นทุกอย่างโดยบังเอิญ คุณหนูคนสวยเป็นห่วงพ่อมาก รีบตามไปเยี่ยมถึงหน้าห้องไอซียู

ญาดากับไตรทศมาเฝ้าพ่ออยู่ก่อนแล้ว แม้จะรู้ว่าพ่อพ้นขีดอันตรายแต่ไม่วายกังวล

“ตอนที่รู้ว่าเขมคบกับเขา ทางเราไม่ได้ตรวจสอบประวัติอะไรเลยเหรอไตร”

“เราก็ตรวจสอบนะครับพี่ดา มันยังพาพี่เขมไปตรวจร่างกายสำหรับคอร์สคู่แต่งงานด้วย รู้งี้ส่งมันไปตรวจกับหมอโรคจิตก็ดีหรอก ผมว่ามันเป็นบ้า!”

“แล้วเขมไปรักผู้ชายอย่างนั้นได้ยังไง”

“กลัวไม่ได้แต่งงานล่ะมั้ง พี่เขมฝันหวานแต่จะได้แต่งงานกับผู้ชายโรแมนติกแสนดี ได้อยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างมีความสุข พี่เขมนี่เกิดมาผิดยุคจริงๆ ผู้หญิงยุคนี้ไปถึงไหนกันแล้ว”

“ไตร! เธอเป็นน้องนะ”

เขมิกาได้ยินทุกอย่าง เจ็บปวดใจมากที่การตัดสินใจของตนทำให้ทุกคนลำบาก โดยเฉพาะพ่อ ไตรทศไม่รู้ว่าพี่สาวคนรองแอบฟัง ระเบิดอารมณ์อย่างเหลืออดหลังเก็บกดมานานตั้งแต่วันงาน

“ที่บ้านเราเกิดเรื่องก็เพราะพี่เขม ถ้าเขาไม่หลงลมแต่งงานกับไอ้เส็งเคร็งนั่น คุณพ่อจะเจ็บหนักไหม ตอนนี้ผมไม่สนแล้วนะ พี่เขมจะไปอยู่ไหนกับใครก็ช่างเขา ไม่ต้องกลับมาเลยก็ยิ่งดี!”

ถ้อยคำรุนแรงของน้องชายทำให้เขมิกาไม่กล้าโผล่หน้าไปเยี่ยมพ่อ ผละจากไปเงียบๆจึงไม่ทันได้ยินประโยคต่อมาของไตรทศที่เริ่มได้สติ

“ผมขอโทษพี่ดา ผมขอโทษ...ผมอยากให้ครอบครัวเรากลับมาเหมือนเดิม”

ญาดาเข้าใจความรู้สึกน้องชายดี ไม่ดุแต่ตบบ่าหนาๆให้กำลังใจ...รู้ดีว่าเขาไม่ได้เกลียดเขมิกาอย่างที่พูด

ชาคริตสะใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขาแวะไปหาทัศนะที่ออฟฟิศทีมาร์ทเพื่อคืนหนังสือธรรมะที่ยืมไปเมื่อวันก่อน และถามเรื่องเขมิกาที่เขาเชื่อว่าซ่อนตัวที่บ้านอีกฝ่าย

ทัศนะไม่ตอบคำถามเรื่องเขมิกา แต่ถลาไปกระชากคอเสื้อชาคริต

“แกโกหกฉัน แกบอกว่าแกจะลืมอดีตให้หมด แกตกลงใจแต่งงานกับคุณเขมก็เพื่อยืนยันว่าแกจะเริ่มต้นชีวิตใหม่...ฉันถึงยอมช่วยแกทุกอย่าง...แกมันเลือดเย็น”