advertisement

พรมแดนหัวใจ ตอนที่ 6

บทประพันธ์ รจเรข จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ดลกมล คนหลังบ้าน
24 ก.พ. 2557 08:29

พวงเห็นพิมพรพาจีรณะเข้ามาในคุ้มก็ทักท้วงว่าจะดีหรือถ้าแม่ เลี้ยงรู้จะต้องโกรธแน่ๆ พิมพรพูดขรึมๆ ว่าป้าก็ “บ่ฮู้ บ่หัน” สิจะได้ไม่มีเรื่อง

จีรณะสอนบ็อบบี้ครู่หนึ่งก็ขอไปเข้าห้องน้ำ พอดีโสภิตกลับมาพร้อมขนมมากมาย บ็อบบี้ดีใจบอกว่าจะให้ครูจีกินด้วย โสภิตชะงักกึกกวาดตามองหาจีรณะทันที!

ขณะที่จีรณะแอบเข้าไปในห้องทำงาน ของโสภิตพยายามมองหาหลักฐานที่จะเล่นงานแม่เลี้ยงนั่นเองก็ต้องสะดุ้งเมื่อ โสภิตถามจากข้างหลังว่า “คุณเข้ามาทำอะไรที่นี่!”

“คุณพิมขอให้ผมมาสอนหนังสือบ็อบบี้ เผอิญมันฉุกละหุกไม่ได้เตรียมอุปกรณ์มา เลยเข้ามายืมดินสอปากกากระดาษเป็นอุปกรณ์การสอนหน่อย”

ถูก โสภิตจับโกหกว่าจะเข้ามาขโมยของมากกว่าเพราะเห็นบ็อบบี้มีทั้งกระดาษดินสอ อยู่ครบแล้ว จีรณะตัดพ้อแก้เกี้ยวว่าเธอมองคนในแง่ร้ายแล้วทำท่าจะออกไปเนียนๆ โสภิตขอค้นตัวแล้วตรงเข้าลูบตามตัวทันทีเลยถูกจีรณะแกล้งพูดเบนความระแวงของ เธอว่า ตนบ้าจี้บ้างระวังจะจับถูกอะไรบ้าง

“บ้า ทะลึ่ง” โสภิตเขินเลยดึงกระเป๋าสตางค์ออกมาเปิดดู เห็นรูปพ่อเขา จีรณะรีบบอกว่านั่นรูปพ่อ ตนยังไม่มีแฟนเลยพกรูปพ่อติดตัว ครั้นดูเงินเห็นมีอยู่ไม่กี่ร้อยกับเศษสตางค์ เขาก็รายงานว่า

“เดือนนี้ ค่าวิจัยยังไม่ออก เลยเหลือแค่นั้น น่าสงสารไหม เฮ้อ...นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาเงินที่ไหนไปไถ่ทะเบียนรถคืน รู้งี้ผมจำนำคุณดีกว่า ยังไงก็คนกันเอง” โสภิตเลยยื่นกระเป๋าสตางค์คืน เขารับกระเป๋าจับมือหมับถามแววตาทะเล้นว่า “พอแล้วหรือ ค้นยังไม่ทั่วเลย”

เมื่อ ค้นตัวแล้วไม่เจออะไร โสภิตแช่งว่า “ใครทำอะไรไว้ กรรมก็ต้องสนองเอง” ก็ถูกจีรณะมองกรุ้มกริ่มถามว่าเธอเชื่อเรื่องบุญกรรม แต่ตนเชื่อเรื่อง

บุพเพสันนิวาส พูดแล้วต่างก็ไหลเข้าสู่อีกอารมณ์หนึ่ง กลายเป็นต่างมองหน้ากันนิ่ง

“ยัยภิต” พิมพรเข้ามาทัก ทั้งสองชะงักผละออก

จากกัน “มาทำอะไรกันในนี้คะ” พิมพรมองทั้งคู่อย่างสำรวจ

“ผมมาหาพวกแมกกาซีน จะเอารูปไปสอนบ็อบบี้น่ะครับ” จีรณะตั้งหลักไม่ทันอ้างไปเรื่อยเปื่อย

เมื่อ ไปนั่งคุยกันลำพังพี่น้อง โสภิตตำหนิพิมพรว่าทำอย่างนี้ไม่ถูกไว้ใจจีรณะมากไป ปล่อยให้เข้ามาในห้องทำงานที่มีเอกสารสำคัญเต็มไปหมด ผู้ชายคนนี้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว พิมพรไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเพราะจีรณะอาสามาติวให้บ็อบบี้เงินก็ไม่ต้องจ่าย เสร็จแล้วก็ยังจะให้บ็อบบี้ไปเรียนที่โรงเรียน ตชด.อีก

“เอาเป็นว่า เรื่องนี้ภิตจะเก็บไว้ไม่บอกแม่ แต่พี่พิมต้องไม่พาเขาเข้ามาในคุ้มอีก ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น ภิตจะไม่รับผิดชอบ” พูดแข็งๆ เสียงเข้มๆ แล้วเดินออกไป พิมพรมองตามอย่างไม่พอใจที่ถูกน้องวางอำนาจข่มพึมพำ

“มันจะเกินไปแล้ว พอแม่ไม่อยู่ก็วางอำนาจเชียวยัยภิต”

ooooooo

เมื่อจีรณะกลับไปถึงสำนักงาน  เห็นชาวบ้านมีร่องรอยถูกทำร้ายมาออกันอยู่มากมาย เขาถามภีมะว่าเกิดอะไรขึ้น

ภีมะบอกว่าชาวบ้านโดนพวกแม่เลี้ยงรังแกอีกแล้ว บัวหอมกับสายพิณช่วยกันเล่าเรื่องที่ถูกคนของแม่เลี้ยงบุกมาทำลายเครื่องมือทำมาหากิน บางคนถูกพังบ้านต้องไปอาศัยวัดอยู่ ทุกคนรุมกันฟ้องจนจีรณะต้องบอกว่า

“เดี๋ยวครับ ใจเย็นๆ ผมรู้ว่าทุกคนเดือดร้อน แต่ตอนนี้ผมกำลังหาหลักฐานเอาผิดแม่เลี้ยงฐานฉ้อโกงอยู่ ถ้าสำเร็จ หนี้ของทุกคนก็อาจจะได้รับการผ่อนผันเพราะ ฉะนั้นขอให้ทุกคนอดทน อย่างเพิ่งกระโตกกระตากเรื่องนี้”

ชาวบ้านพากันดีใจ ภีมะถามว่าเขาจะทำอย่างไร จีรณะพูดอย่างมั่นใจว่า “ผมมีวิธีก็แล้วกัน”

ยศหนีไปหาพีรพงษ์ที่บ้าน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง พีรพงษ์ชมว่า “ดีแล้วที่คุณไม่บอกความจริง ริเป็นผู้ร้ายต้องปากแข็งให้ถึงที่สุด” ยศถามว่าแล้วเขาจะเอาน้องสาวตนไปปล้ำจริงหรือเปล่า “เฮ้ย! บ้า ผมจะพาไปส่งบ้าน แต่มีคนฟาดผมจนสลบ แล้วก็เอาตัวน้องคุณไป มันต้องเป็นไอ้จีแน่”

“ทำไมยัยภิตไม่บอกผมเรื่องไอ้จี หรือว่า...ไอ้จีกับยัยภิต เฮ้ย! เป็นไปไม่ได้!” ยศไม่กล้าคิดต่อ

“บอกตรงๆผมเองก็คาใจอยู่ น้องคุณทำท่ารังเกียจรังงอนผมตลอดเวลา ถ้าเป็นเพราะรักนวลสงวนตัวผมทนได้ แต่ถ้าต้องมารอของมือสอง ผมไม่ไหว”

“ผมก็ไม่ยอมให้ไอ้จีมาเป็นน้องเขยผมเด็ดขาด น้องเขยผมต้องเป็นคุณเท่านั้น” ยศสอพลอจนพีรพงษ์ยิ้มพอใจ

ooooooo

หลังจากจีรณะไปสอนภาษาไทยให้บ็อบบี้ได้วันเดียว รุ่งขึ้นเขาไปที่คุ้มอีก ถูกโสภิตออกมาบอกให้กลับไปเสียเพราะตนหาครูมาติวให้บ็อบบี้ได้แล้ว

จีรณะเอะใจว่าพิมพรไม่เห็นบอก ตนขอพบพิมพรก่อน โสภิตอ้างว่าทั้งพิมพรและบ็อบบี้ไม่อยู่ แต่พูดไม่ทันขาดคำบ็อบบี้ก็วิ่งออกมารับครูจีของเขาด้วยความดีใจ

“โกหกตกนรกนะครับ” จีรณะมองหน้าโสภิตอย่างจับโกหกได้คาปากทีเดียว บ็อบบี้วิ่งมารับบอกว่ากำลังรอครูจีอยู่พอดีเลย จีรณะเลยแกล้งบอกว่า “แต่น้าภิตบอกว่าบ็อบบี้ไม่อยากเรียนกับครูแล้ว”

“โน...ผมไม่ได้พูดนะครับ” บ็อบบี้มองหน้าโสภิต เธอพูดแก้เกี้ยวว่า ครูจีมีงานเยอะน้าเลยหาครูคนใหม่มาให้แล้ว

“ไม่มีใครคนใหม่คนไหนทั้งนั้นแหละ ครูของบ็อบบี้ก็คือครูจีรณะนี่แหละค่ะ เชิญครูจีข้างในค่ะ” พิมพรออกมาแทรก โสภิตติงพี่สาวว่าเราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ “เธอพูดของเธอฝ่ายเดียวต่างหาก ฉันตกลงรับปากคุณจีไปแล้ว ฉันก็ต้องรับผิดชอบ เชิญค่ะ”

บ็อบบี้จูงมือครูจีของเขาเดินเข้าไปอย่างสนิทสนม โสภิตมองตามทั้งโกรธและเสียหน้ามาก จีรณะทำทีถามพิมพรว่าตนทำให้เธอลำบากใจหรือเปล่า ตนกลับก็ได้

“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละค่ะ พิมอยากให้ยัยภิตรู้ว่า พิมก็มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้เหมือนกัน”

โสภิตเดินเข้าไปในสำนักงานอย่างหงุดหงิด เห็นพิมพร บ็อบบี้และจีรณะคุยกันอย่างสนิทสนมสนุกสนานก็ยิ่งหัวเสีย พลันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

“ฮัลโหล...สวัสดีค่ะ คุณแม่ไม่อยู่ ไปธุระที่เพชรบูรณ์ค่ะ มีอะไรคะ...ค่ะ...ได้ๆ เดี๋ยวดิฉันไปเคลียร์เอง”

วางสายแล้วเธอคว้ากระเป๋าเดินออกไป ล็อกประตูออฟฟิศอย่างตั้งใจ

ขณะจีรณะกำลังสอนวิชาหน้าที่พลเมืองให้บ็อบบี้อยู่นั้น โสภิตเดินมาบอกพิมพรว่าตนมีธุระด่วนที่แบงก์

“ก็ไปสิ  ทำไมกลัวบ้านหายเหรอ  ฉันก็เจ้าของบ้านหลังนี้คนนึงเหมือนกัน ลืมไปรึเปล่า” พิมพรย้อนยียวน โสภิตเดินไปเซ็งๆ จีรณะปรารภว่าท่าทางโสภิตจะไม่พอใจมาก “ช่างเถอะค่ะ ไม่ต้องไปสนใจหรอก” พิมพรพูดอย่างไม่ยี่หระ

เวลาเดียวกันนี้ บรรดาลูกน้องของแม่เลี้ยงโดยการนำของชีพ กำลังตระเวนเก็บดอกเบี้ยไปทั่ว เจอชาวบ้านที่ไม่มีให้ก็ยึดข้าวเปลือก ยึดข้าวของ กระทั่งทำร้าย

โสภิตมาถึงหน้าธนาคารก็โทร.สั่งชีพที่กำลังรุมทำร้ายและยึดข้าวเปลือกของลุงบุญมีไปสามกระสอบ สั่งชีพให้กลับไปที่คุ้มก่อนเพราะจีรณะอยู่คุ้ม ตนไม่ไว้ใจ แต่ย้ำว่าให้ไปสังเกตการณ์เท่านั้น อย่าทำอะไรรุนแรงเด็ดขาด

ooooooo

ครูจีสอนหน้าที่พลเมืองแล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นสอนภาษาไทยให้บ็อบบี้ พิมพรมาบอกให้พัก ออกไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันก่อนดีไหม จีรณะเสนอว่าอำเภอนี้มีแต่อาหารพื้นบ้าน ตนกลัวจะไม่ถูกปาก อาสาจะทำให้ทานเองดีไหม

“คุณเนี่ยนะ?” พิมพรทำหน้าทึ่ง จีรณะบอกว่าถ้ามีของสดอยู่ตนทำอาหารฝรั่งให้ทานได้ พิมพรยิ่งงง แล้วพากันไปห้องครัวอย่างคึกคักร่าเริง

แต่พอไปถึงครัวก็ถูกพวงท้วงติงว่าถ้าแม่เลี้ยงรู้ต้องอาละวาดบ้านแตกแน่ พิมพรบอกว่ามีอะไรตนรับผิดชอบเอง

เมื่อเข้าครัว เอาของสดที่ต้องการออกมาแล้ว

จีรณะแบ่งหน้าที่ให้ทำกันตามความเหมาะสม บ็อบบี้ พวง และพิมพรต่างมีหน้าที่ช่วยกันทำถ้วนหน้า

แล้วนาทีสำคัญก็มาถึง เมื่อจีรณะแกล้งทำซอสกระเด็นใส่เสื้อแล้วขอไปล้างในห้องนํ้า แต่เป้าหมายของเขาคือห้องทำงานของโสภิต แอบเข้าไปหาข้อมูลการโกงและสัญญาไม่เป็นธรรมของแม่เลี้ยง โชคดีเจอแฟ้มโลโก้บริษัทแชร์ลูกโซ่ เขาเอาเหน็บเอวด้านหลังออกไปทันที

จังหวะไม่ดี เจอพีรพงษ์ขับรถพายศกลับมาพอดี ยศตรงมาถามอย่างหาเรื่องว่า เข้ามาทำอะไรที่นี่ จีรณะบอกว่าเจ้าของบ้านเชิญมา

“บ้านนี้ไม่มีใครต้อนรับแก” ยศตะคอก

จีรณะไม่อยากมีเรื่องบอกว่างั้นตนจะกลับ แต่พอจะขึ้นรถพีรพงษ์ก็เข้ามาตะปบแฮนด์รถจ้องหน้าขู่ว่า เข้ามาแล้วอย่าหวังจะออกไปง่ายๆ สิ้นเสียงก็ต่อยโครม ดีแต่จีรณะระวังตัวอยู่แล้วจึงหลบทันโดดเตะพีรพงษ์

จนเซ ยศลอบกัดเข้ามาถีบจีรณะจนคะมำ เขารีบเอามือตะปบด้านหลังไว้กลัวแฟ้มจะร่วง

ขณะจีรณะกำลังจะถูกทั้งสองรุมยำ พิมพรก็วิ่งเข้ามาผลักยศออก ยศอ้างว่าจีรณะบุกรุกบ้านเรา

“ไอ้บ้า! คุณจีเป็นแขกของฉัน ฉันเชิญเขามาสอนหนังสือบ็อบบี้” ยศถามว่าเอาศัตรูของเรามาสอนหนังสือหรือ พิมพรสวนไปทันทีว่า “ของแกต่างหาก”

“พอเถอะครับ ขอบคุณคุณพิมมากนะครับ ที่ให้เกียรติผม ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ผมยินดี แต่วันนี้ ผมคิดว่าผมควรกลับจะดีกว่า” จีรณะขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปทันที ทิ้งให้สองพี่น้องจ้องจิกราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกันอยู่ตรงนั้น

ooooooo

จีรณะเอาหลักฐานที่ขโมยมาให้ภีมะดู ภีมะบอกว่าหลักฐานครบ ถามว่าจะแจ้งความเมื่อไร?

“ไม่แจ้งตอนนี้ครับ ผมจะเอาหลักฐานทั้งหมดไปให้รุ่นพี่ที่สำนักงานอัยการเขตห้าที่เชียงใหม่เพื่อความแน่ใจว่าคดีนี้แม่เลี้ยงอมรากับพวกดิ้นไม่หลุดแน่ๆ”

ชีพที่โสภิตให้รีบกลับมาจับตาดูจีรณะที่คุ้มเพิ่งมาถึงเกือบพร้อมกับที่โสภิตกลับมา พอเธอถามว่าทำไมเพิ่งมา มันบอกว่าเพราะต้องเอาของไปเก็บที่โกดังก่อน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ทั้งสองจึงรีบไปดู

ปรากฏว่ายศกำลังทะเลาะกับพิมพร ยศขู่จะฟ้องแม่ที่พิมพรเอาคนนอกเข้ามาในคุ้ม ซํ้าดูถูกว่าพิมพรคิดจะหาพ่อใหม่ให้ลูก เลยถูกพิมพรด่าคว้าหมอนอิงขว้างปาใส่ โสภิตวิ่งเข้ามาหย่าศึก ถามว่านี่มันอะไรกัน!

ทั้งสองยังทะเลาะโทษกันไปมา จนเมื่อโสภิตถามป้าพวงจึงรู้ว่าจีรณะมาทำอะไรบ้าง โสภิตเป็นห่วงหลานจึงให้พวงรีบไปหาอาหารมาให้บ็อบบี้ ทันใดนั้นชีพวิ่งหน้าตื่นมาแจ้งว่าประตูห้องทำงานถูกงัด! แล้วก็มีเรื่องให้ตกใจยิ่งขึ้นเมื่อชีพบอกว่าบัญชีของแม่เลี้ยงหายไป แล้วขอให้เชื่อมกล้องวงจรปิดให้ดู

ดูจากกล้องวงจรปิดแล้ว พบว่าจีรณะเอาแฟ้มของแม่เลี้ยงไปจริงๆ ชีพวิ่งออกไปโทร.บอกพีรพงษ์ พอรู้เรื่องพีรพงษ์เรียกไอ้ชัชมาทำงานด่วนทันที!

พีรพงษ์ส่งสมุน 3 คนไปดักทำร้ายจีรณะระหว่างทางไปเชียงใหม่ จีรณะยิงต่อสู้แต่มันมีคนมากกว่า รถเขาถูกยิงเสียหลักพุ่งตกลงข้างทางไถลเข้าป่า ไม่นานก็มีเสียงระเบิดตูม!

สมุนพีรพงษ์มองหน้ากันยิ้มสะใจแล้วพากันขับรถหนีไป

ooooooo

โสภิตฝันร้ายตกใจตื่นตอนเช้า เธอรีบไปที่สำนักงาน “สมัชชา ชุมชน คนรักษ์ป่า” ที่ภีมะอยู่ ทุบประตูร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับ

โสภิตมองหาคนเพื่อจะถาม จึงเห็นภีมะกำลังสตาร์ตรถออกไปอย่างเร็ว เธอวิ่งตามแต่ไม่ทัน

เช้าวันเดียวกัน ที่ตลาดบริเวณร้านหนานเทือง บรรดามวลหมู่กลุ่มเดียวกัน มีบัวหอมเป็นหัวโจก กำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องข่าวลือทั่วตลาดเช้านี้กันอย่างตระหนก

บัวหอมเล่าว่า จีรณะถูกคนลอบทำร้ายเล่าเป็นตุ เป็นตะจนหนานเทืองกับสายพิณรู้สึกจะใส่สีตีไข่มากไป ดาบม้วนจึงบอกทุกคนว่า จีรณะ ขับรถตกเหว รถไหม้ทั้งคัน!

“แสดงว่าคุณจีตายแล้ว!” สายพิณทำท่าจะร้องไห้

“จริงหรือ คุณจีตายแล้วจริงหรือ พบศพหรือเปล่า” โสภิตมาถึงพอดี เผลอถามอย่างตกใจ

“รถไหม้ทั้งคันอย่างนั้น จะเหลือเรอะ” จ่าทองประชด

“ยังไม่พบศพครับ แต่...ไม่น่ารอด  ชาวบ้านแถวนั้น

บอกว่าได้ยินเสียงปืนหลายนัดด้วย” ดาบม้วนเสริม

“ไปสู่สุคติเถอะ พ่อจี...” หนานเทืองยกมือท่วมหัว โสภิตถึงกับเข่าอ่อน ต้องเกาะโต๊ะพยุงตัวไว้...

ooooooo

ภีมะขับรถออกจากสำนักงานไปที่บ้านพักจีรณะ แต่ไม่กล้าบอกข่าวร้ายจิตรา พอดีอาโปกลับจากตลาดมาถึงก็โผเข้าเกาะแขนจิตราร้องไห้โฮๆ

“อาโปไปตลาด เขาบอกว่านายรถตกเหว นายตายแล้ว...ฮือ...ๆๆ”

จิตราตะลึงงัน ปฏิเสธเสียงสั่นว่าไม่จริง ภีมะปลอบใจว่ารถตกเขาจริงแต่เรายังไม่เจอศพ จิตราเป็นลมไปทันที ส่วนอาโปก็เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด...

โสภิตกลับมาถึงคุ้ม คาดคั้นถามชีพว่าทำอะไรจีรณะ มันบอกว่าไม่รู้เรื่อง

“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ เอกสารพวกนั้นคืออะไร บอกฉันมา ทำไมถึงต้องฆ่าเขา ฉันจะไม่ยอมให้ท้ายคนทำผิดเด็ดขาดไม่ว่าจะเอาอะไรมาอ้างก็ตาม”

พอดีแม่เลี้ยงกลับมา บ่นว่าตนไม่อยู่วันสองวันเป็นต้องมีเรื่องทุกที ถามโสภิตว่า

“ชีพมันโทร.มาบอกฉันแล้วว่า ไอ้จีมันบุกมาบ้านเรา มาขโมยของของเรา บอกมาซิ เรื่องมันเป็นยังไง ใคร! ใครพามันเข้ามา”

พิมพรรับว่าตนเป็นคนพาเข้ามาสอนหนังสือ

บ็อบบี้ ถูกแม่เลี้ยงไล่ตะเพิดให้ออกจากบ้านทันที แต่

บ็อบบี้อ้อนยายขออย่าไล่แม่ออกไปเลย ยกมือไหว้ขอโทษสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี แม่ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีด้วย ทำให้แม่เลี้ยงใจอ่อนยอมให้โอกาสพิมพรเป็นครั้งสุดท้าย พอแม่เลี้ยงออกไป พิมพรถามโสภิตว่าจีรณะขโมยของไป จริงหรือ

“แค่สงสัยน่ะค่ะ ออฟฟิศถูกงัด เอกสารบางอย่างหายไป อาจไม่ใช่เขาก็ได้” โสภิตตอบหน้านิ่ง

ooooooo

แม่เลี้ยงกลัวว่าป่านนี้แฟ้มที่จีรณะเอาไปคงถึงมือตำรวจแล้ว สั่งชีพให้รีบไปโอนเงินออกจากบัญชีก่อน ชีพบอกว่าไม่ต้อง แฟ้มนั้นไม่มีวันถึงมือตำรวจแน่นอน เพราะมันระเบิดเป็นจุณไปกับรถของจีรณะแล้ว

กลัวเรื่องจะพัวพันมาถึงตัว แม่เลี้ยงโทร.ไปถามพีรพงษ์ เขาบอกว่าไม่ได้ทำอะไรแค่ให้ลูกน้องตามไปขู่เท่านั้น แต่จีรณะตกใจกระทืบเบรกจนรถพุ่งตกเขาไปเอง

“ค่อยโล่งอกหน่อย แสดงว่าเราไม่ได้ทำอะไร มันตายของมันเอง”

“ถูกต้องแล้วครับ มันทำตัวมันเองไม่เกี่ยวกับเรา นี่แหละ ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว หลักฐานที่มันขโมยไปก็ไหม้ในกองไฟหมด โยงเข้าหาเราไม่ได้เลยครับ” พีรพงษ์พูดอย่างลำพองใจ แม่เลี้ยงก็กระหยิ่มที่จะไม่มีอะไรพัวพันมาถึงตัว

แม่เลี้ยงสั่งชีพให้รีบจัดการทำลายหลักฐานเรื่องหุ้นยางพาราให้หมด และช่วงนี้ก็อย่าเพิ่งไปทวงเงินพวกชาวบ้าน รอให้เรื่องนี้ซาๆไปก่อน

โสภิตแอบฟังอยู่ เธอได้ยินทั้งหมด ยืนหน้าซีดด้วยความตกใจ กลับเข้าห้องนอนแล้วจึงปล่อยอารมณ์ ร้องไห้ออกมาอย่างที่ใจอยากร้อง...

หลังจากพีรพงษ์คุยกับแม่เลี้ยงแล้ว ก็ยุยศที่แทงสนุ้กอยู่ว่า จีรณะตายแล้วให้ไปปลอบใจจิตราเสีย เพราะเมื่อไม่มีจีรณะแล้ว ทุกอย่างก็จะราบรื่นฉลุย ยศกระเหี้ยนกระหือรือไปทันที เห็นภีมะขับรถออกจากบ้านจีรณะพอดี มันเข้าไปถามจิตราว่านั่นคือแฟนใหม่ของเธอหรือ

จิตราปรามว่าอย่าพูดอะไรบ้าๆอย่างนั้น ไล่ให้กลับไปเสียอย่ามายุ่งกับตนอีกยศทำเป็นสำนึกผิด แต่โทษว่าที่ตนทำไปนั้น เพราะถูกแม่ขู่ ตนทำตามแผนของแม่ทุกอย่าง พูดเอาตัวรอดแกมขู่จิตราว่า “จิตไม่รู้หรอกว่าแม่พี่น่ากลัวแค่ไหน”

“ทำไมจะไม่รู้คะ ที่พี่จีต้องประสบชะตากรรมแบบนี้ไม่ใช่เพราะขัดขวางผลประโยชน์ของแม่เลี้ยงหรอกเหรอ”

ยศยืนยันว่าจีรณะขับรถตกเขาเอง อ้างว่ามันเป็นเวรกรรม จิตราบอกว่าเป็นเวรกรรมของตนมากกว่าที่ทำให้จีรณะต้องมาเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเขา พูดอย่างเจ็บปวด เด็ดเดี่ยวว่า

“ขอให้เราหมดสิ้นเวรกรรมต่อกัน อย่าได้มาเกี่ยวข้องกันอีก” ยศจับตัวเธอไว้ จิตราดิ้นจนเป็นลมไป

เมื่อจิตรารู้สึกตัว เธอบอกให้ยศกลับไปเสีย ยศปากหวานว่าตนทิ้งเธอไปไม่ได้ เมื่อจีรณะไม่อยู่แล้วใครจะคุ้มครองเธอ จิตราเชื่อว่าพี่ชายยังไม่ตาย ยศฉวยโอกาสชวนไปตามหากัน ทำให้จิตรามีความหวัง ถามว่าจะไปหาที่ไหน

“จุดไหนที่รถตกลงไปเราก็ไปตามแถวนั้น ลูกหนี้แม่พี่อยู่ทั่วจังหวัด ต้องมีใครเห็นเหตุการณ์บ้างละน่า” ยศอ่อย

แล้วยศก็พาจิตรานั่งรถตระเวนไปจนถึงกลางคืนแล้วพาเธอเข้าพักในรีสอร์ต จิตราตกใจจะเดินหนี ขอร้องยศอย่าทำอย่างนี้ บ่นว่าเราไม่น่าหลงทางไปทั้งวันเลย

ยศทั้งขู่และปลอบใจว่าไม่ต้องกังวล ถึงไม่มีจีรณะแล้วเธอก็ยังมีตนอยู่ดูแลปกป้อง สัญญาสาบานต่างๆ นานาจนจิตราขอร้องให้พอ ยศถามว่าเธอเชื่อตนไหม

“จิตเป็นคนโง่ค่ะพี่ยศ ที่เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ...”

“จิตจะเป็นยังไง จิตก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่พี่รักและมันจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป...” พูดแล้วก้มจูบจิตราที่อ่อนไหวอยู่ในอ้อมกอด...

ooooooo

ชาวบ้านพากันไปดูจุดที่รถตกเหว โสภิตตามไปดูด้วย เธอใจหายเมื่อไม่เห็นร่องรอยของจีรณะเลย

แต่ที่หุบเขาแถวนั้น จีรณะที่นอนคว่ำหน้าอยู่ ค่อยๆรู้สึกตัว ตามเนื้อตัวเต็ม ไปด้วยรอยถลอกปอกเปิก เขาพยายามประคองตัวลุกไปที่ลำธาร ก้มวักน้ำกิน พลันก็สะดุ้งเมื่อมีปืนมาจ่อหลัง แต่พอหันมองก็หน้ามืดเป็นลมไปอีก

ที่แท้คือตียูกับเพื่อน ตียูดีใจมากที่พบจีรณะ บอกเพื่อนว่า “เขาเป็นคนดี เป็นคนมีพระคุณกับข้า” แล้วพาจีรณะไปพักกระท่อมที่เป็นแหล่งซ่อนตัวของตน เมื่อจีรณะรู้สึกตัว ตียูบอกว่านายไม่เป็นอะไร กระดูกไม่หัก ถามว่าใครทำอะไรนาย?

“พวกแม่เลี้ยงอมรา ไล่ยิงรถผมจนรถตกเหว มันต้องการฆ่าปิดปากที่ผมมีหลักฐานเอาผิดแม่เลี้ยงได้”

จีรณะยังรู้จากตียูว่า พีรพงษ์เป็นคนจ้างเขาตัดไม้ “มันอีกแล้ว ผมคงปล่อยไว้ไม่ได้ ถึงเวลาที่เราจะต้องเปิดโปงมันแล้ว ตายเป็นตาย ตียูจะหลบอยู่ในป่าอย่างนี้หรือจะไปกับผม”

“เอ้า...ตายก็ตายด้วยกัน” ตียูตัดสินใจเด็ดเดี่ยว

ooooooo

อาโปทนรอข่าวจากทีมค้นหาจีรณะไม่ไหว หนีออกไปหาญาติบนดอยให้ช่วยกันออกตามหา

เมื่อพากันมาถึงชายป่า ญาติอาโปหยุดทำพิธีบูชาผีขอให้พบจีรณะ ผู้กองเกียรติก้องตามมาเจอ บอกอาโปอย่างเหนื่อยใจว่าให้เธอทำพิธีกับญาติไปเถิด ตนจะไปกับป่าไม้

แต่พอผู้กองเดินมาถึงรถ มือถือเขาดังขึ้น ผู้กองตะลึงงันเมื่อเห็นชื่อหน้าจอ รีบกดรับทักอย่างตื่นเต้นดีใจสุดๆ

“ฮัลโหล...ไอ้จี แกอยู่ไหน?!”

พอรู้ที่อยู่  ผู้กองรีบไปหา  เจอตียูออกมาไหว้ขอโทษ

ที่วันนั้นยิงแล้วหนี  ผู้กองบอกว่าไม่เป็นไรตียูปลอดภัยก็ดีแล้ว เดี๋ยวเราจะได้ไปหาตำรวจกัน จีรณะท้วงติงทันทีว่า

“ไม่...เราจะเก็บตัวตียูเอาไว้ก่อน ฉันไม่ไว้ใจไอ้พวกนั้น มันต้องหาทางฆ่าปิดปากตียูแน่” ผู้กองถามว่า แล้วเขาไม่กลัวบ้านถูกยึดหรือ “กว่าศาลจะสั่ง เรายังมีเวลา ฉันอยากเสนอให้เอาตียูเป็นสายเอาไว้ติดต่อหาข่าวกับมอดไม้คนอื่นๆ จับตัวการให้ได้”

ผู้กองติงว่ามันเสี่ยง ตียูอาสาแข็งขันว่า

“ผมตัดสินใจแล้ว ผมอาศัยแผ่นดินไทยทำมาหากิน แต่กลับทำผิดมากกับแผ่นดินนี้ ถ้าจะตายก็ขอให้ตายอย่างมีประโยชน์เถอะ”

จีรณะพยักหน้าชื่นชม ผู้กองจึงถามจีรณะว่า “แล้วตกลงแกรู้ไหมว่าใครตามฆ่าแก?”

ooooooo

เป็นเรื่องประหลาดใจมาก เมื่อจู่ๆแม่เลี้ยงที่ไม่เคยกล้ำกรายใกล้วัด เช้านี้เกิดจะไปทำบุญที่วัด

บ็อบบี้ตามไปด้วย แต่พิมพรไม่ไปอ้างว่าอากาศร้อนอยากพักผ่อนอยู่ที่บ้าน

โสภิตเองก็แปลกใจที่แม่จะไปวัด ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ถูกแหวใส่ว่าไปวัดต้องมีเหตุผลด้วยหรือ ใครๆ ก็ไปกัน

ไปถึงวัดแม่เลี้ยงประคองสังฆทานถวายพระ พลางจบ...“ขอให้วิญญาณนายจีรณะไปสู่สุคติ อย่าได้มาจองเวรจองกรรมกับลูกช้างเลย งานนี้มันทำตัวของมันเอง ลูกช้างไม่เกี่ยว ไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยทั้งสิ้น”

จากนั้น โสภิตเอาน้ำไปเทรดที่โคนต้นไม้...

“ลูกขออุทิศบุญกุศลทั้งหมดที่ลูกได้สั่งสมมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน ให้กับดวงวิญญาณของนายจีรณะ ทวีวิเศษ อย่าให้เขาผูกใจเจ็บ อาฆาตแค้นแม่และครอบครัวของลูก และขอให้ความดีที่นายจีรณะได้ทำ ดลบันดาลให้วิญญาณของเขาได้ไปสู่สรวงสวรรค์...” เสียงเธอกลืนหายไปกับเสียงสะอื้น...

“สา...ธุ” เสียงจีรณะดังจากข้างหลัง โสภิตหันขวับมองตาค้างกับตัวตนที่มีเลือดเนื้อของจีรณะ เขาเอ่ยอารมณ์ดีว่า “ได้ยินคุณเอ่ยชื่อผมก็เลยมารับส่วนบุญด้วยตัวเอง”

“นาย...นายยังไม่ตาย...นี่นายยังไม่ตายจริงๆใช่ไหม” โสภิตดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ จับแขนเขาเขย่าถามน้ำตาคลอมองหน้าเขาไม่วางตา

“อย่าบอกนะว่าคุณดีใจที่เห็นผม ถ้าอย่างนั้น ที่คุณร้องไห้เมื่อกี๊ก็แปลว่าคุณเสียใจที่ผมตายน่ะซิ”

จีรณะยิ้มอำๆโสภิตรีบปาดน้ำตา ทำปึ่งบอกว่าตนคิดถึงพ่อต่างหาก จีรณะดักคอว่าเพิ่งรู้ว่าพ่อเธอชื่อเหมือนตน

“ก็...ก็..คุณเป็นคนที่ฉันรู้จัก เวลาฉันทำบุญ ฉันรู้จักใครฉันก็อุทิศให้หมดนั่นแหละ”

“ไม่ใช่กลัวผมจะมาหักคอเพราะแม่คุณสั่งฆ่าปิดปากผมหรอกเหรอ”

“คุณอย่ามากล่าวหาแม่ฉันนะ คุณต่างหากที่ใช้พี่พิมเป็นเครื่องมือ เข้าไปขโมยของในบ้านฉัน” โสภิต ขึงขังขึ้นมา

“แล้วทำไมคุณไม่แจ้งความ? เพราะไอ้ของนั่นมันเป็นของผิดกฎหมายใช่ไหมล่ะ?!” จีรณะจ้องหน้าเธอเขม็ง

ooooooo

แม่เลี้ยงยังนั่งเอี้ยมเฟี้ยมอยู่ตรงหน้าหลวงพ่อ ถามหลวงพ่อว่าที่บอกบุญไว้คราวก่อนไปถึงไหนแล้ว เห็นเงียบไป ตนเตรียมโอนเงินให้หลวงพ่ออยู่แล้ว
หลวงพ่อบอกว่าไม่กล้ารับกลัวไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยจะเป็นเวรกรรมผูกพันกันเปล่าๆ แม่เลี้ยงลดเสียงลงถามว่า

“คือถ้าดิฉันถวายเงินสร้างเมรุทั้งหมดแล้วอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรเนี่ย จะทดแทนกับบาปกรรมได้ไหมเจ้าคะ”

“โยมทำบุญโยมก็จะได้อานิสงส์จากบุญนั่นอยู่แล้ว อย่างน้อยก็จะช่วยทำให้จิตใจของโยมสงบเย็นเป็นกุศล ส่วนบาปที่โยมก่อก็อยู่ส่วนบาป มันทดแทนกันไม่ได้”

บ็อบบี้กำลังเรียนภาษาไทยถามว่าบาปคืออะไร หลวงพ่ออธิบายว่าบาปก็คือการทำความชั่ว การทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ทำแล้วคนทำก็จะมีแต่ความทุกข์ บ็อบบี้ร้องอย่างเข้าใจว่า

“โอ...ไอซี...ครูจีสอนว่า ถ้าเราทำไม่ดีกับคนอื่น คนอื่นก็จะทำไม่ดีกับเรา”

แม่เลี้ยงทนฟังไม่ได้เอ็ดเบาๆว่า พูดเรื่องบาปกรรมทำไมเรากำลังทำบุญทำกุศล แล้วหันไปเสนอหลวงพ่อ

“งั้น เอาอย่างนี้แล้วกันนะเจ้าคะ อิฉันตัดใจ เอ๊ย...ตั้งใจถวายเลย สองแสนเป็นค่าก่อสร้างเมรุ ถ้าเสร็จทันเผาศพนายจีรณะก็จะดีมาก”

หลวงพ่อเอะใจถามว่าจีรณะไหน? แม่เลี้ยงบอกว่าลูกชายครูเจือได้ข่าวว่าขับรถตกเขาตาย หลวงพ่อถามว่า

“ก็คนเดียวกับที่นั่งอยู่ข้างหลังโยมน่ะซิ”

แม่เลี้ยงหันมองพอเห็นจีรณะนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ข้างหลังก็หน้าซีดเผือดคิดว่าผีหลอก รีบกราบลาหลวงพ่อพาบ็อบบี้กลับ โสภิตเข้ามาแตะแขนก็ตกใจร้องกรี๊ดบอกโสภิตว่าผีหลอกตนต่อหน้าพระเลย

“ไม่มีผีที่ไหนทั้งนั้นค่ะแม่ คุณจีรณะยังไม่ตายค่ะ เขายังอยู่”

แม่เลี้ยงตกใจยิ่งกว่าคิดว่าถูกผีหลอกเมื่อครู่เสียอีก

“ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์ทุ่มทุนสร้างเมรุเผาศพผม นี่ถ้าผมรู้คงจะยอมตายประเดิมเมรุแม่เลี้ยงไปแล้ว เสียดายจริงๆ” จีรณะเข้ามาพูดตรงหน้า

ที่คุ้มแม่เลี้ยง พิมพรตกใจมากเมื่อยศมาบอกว่าจีรณะตายแล้ว ไม่ทันหายตกใจ แม่เลี้ยง โสภิตกับบ็อบบี้ก็กลับมาถึง พิมพรถามแม่เลี้ยงว่าจีรณะตายไปแล้วจริงหรือ แม่เลี้ยงห้ามเสียงสั่นว่าอย่าพูดชื่อนี้ตนไม่อยากฟังยศโผล่มาถามอีกคนว่าตกลงที่แม่ไปวัดไปดูศพจีรณะใช่ไหม

“หุบปาก!” แม่เลี้ยงตวาด บ็อบบี้ตอบแทนยายว่าครูจีไม่ตาย เมื่อกี๊ตนยังเจออยู่เลย ยศตกใจแต่ไม่เชื่อ

“บ็อบบี้พูดถูกแล้วล่ะค่ะพี่ยศ คุณจียังไม่ตาย”โสภิตยืนยัน ยศเถียงว่าไม่จริง เพราะพีรพงษ์เป็นคนบอกตนว่าจีรณะตายแล้ว ตำรวจก็ยืนยันว่าตายแล้ว “คุณจีรณะถูกคนร้ายไล่ยิงจนรถตกเขาจริงค่ะ แต่มีคนช่วยให้เขารอดมาได้”

ยศตกใจเผลอร้อง “ซวยละกู!” บ็อบบี้ถามอีกว่าซวยแปลว่าอะไร เลยโดนด่า “อย่าสอดได้ไหมเด็กเปรตเอ๊ย” บ็อบบี้สงสัยต่ออีกว่าเปรตแปลว่าอะไรแต่ไม่กล้าถาม

ooooooo

บรรดาชาวบ้านร้านตลาดยังเศร้าเสียใจกับการจากไปของจีรณะ บ้างก็แต่งชุดดำไว้ทุกข์บ้างก็ร้องไห้คร่ำครวญด้วยความอาลัยรัก

บุญมีเดินเข้ามาพูดอย่างโกรธแค้นว่า จีรณะตายเพราะฝีมือนังแม่เลี้ยงแน่นอน พวกเราจะยอมให้มันข่มเหงรังแกอยู่แบบนี้หรือ หนานเทืองถามว่า “แล้วหมู่เฮาจะไปยะอะหยังได้ มันต้องเป็นเรื่องของกฎหมายบ้านเมือง”

“ขืนรอกฎหมาย คนดีๆก็คงตายกันหมด” ดุ่ยกระแทกเสียงโต้

“ใช่...ของอย่างนี้มันต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน ไปแก้แค้นพวกมันกัน” ไทรชวนแต่ไม่มีใครเอาด้วย ต่างทำหูทวนลม

“ป่วยการไอ้ไทร บ้านทุ่งทองมันมีแต่คนตาขาว งั้น ก็รอให้มันขูดเลือดขูดเนื้อต่อไปแล้วกันแต่ข้าไม่ยอม!!” บุญมีประกาศสู้

สายพิณกับบัวหอมรำพึงรำพันถึงจีรณะ แล้วฉุกคิดได้ ถามกันว่ารถของจีรณะเลขทะเบียนอะไร

ทุกคนสะดุ้งขนลุกซู่เมื่อเสียงจีรณะบอกเลขทะเบียนรถของตน ต่างพากันแตกกระเจิงวิ่งซุกตัวกลัวผีตัวสั่นสวดมนต์กันงึมงำ จนกระทั่งจีรณะร้องบอกทุกคนว่า

“ใจเย็นๆ ทุกคน ผมไม่ใช่ผี ผมยังไม่ตายครับ ไม่ต้องกลัว...จับดูซิครับ” จีรณะเดินไปยื่นมือให้จับ หนานเทืองจับแขนจีรณะบีบคลำกลัวๆ กล้าๆ แล้วตะโกนบอก ทุกคนอย่างดีใจสุดๆ

“พ่อจีไม่ตาย ไม่ตายจริงๆด้วยพวกเรา พ่อจียังไม่ตาย...”

สิ้นเสียงบุญมีทุกคนก็พรวดออกจากที่ซุกตัววิ่งเข้ามากอดจีรณะกันชุลมุน

เมื่อจีรณะกลับถึงบ้าน จิตรากับอาโปดีใจสุดชีวิต โผเข้ากอดน้ำตาไหลพราก อาโปพูดอาฆาตว่าจะให้พ่อหมอทำพิธีสาปแช่งพวกมัน

“คนทำชั่วไม่ต้องแช่ง สักวันมันก็ต้องได้ชั่ว แล้ววันนั้นก็จวนจะมาถึงแล้ว” จีรณะพูดอย่างมั่นใจ

ooooooo

เมื่อข่าวจีรณะไม่ตายแพร่ไปทั่วทุ่งทอง แม่เลี้ยงโทร.มาคุยกับพีรพงษ์อย่างร้อนใจ พีรพงษ์รับรองว่าเรื่องไม่ถึงเราแน่ ที่สำคัญให้แม่เลี้ยงทำลายข้อมูลให้หมดเสียก่อน ที่เหลือตนจัดการเอง

ชีพกังวลว่าเงินในบัญชีเยอะมากถ้าตำรวจตรวจสอบบัญชีธนาคารเราจะตอบอย่างไร และโสภิตเองก็กำลังสงสัยว่าเอกสารที่จีรณะขโมยไปคืออะไร ถ้าเธอไปตรวจสอบต้องรู้และเป็นเรื่องแน่ เธอยิ่งเป็นคนตรงอยู่ด้วย ทำให้พีรพงษ์ฉุกคิดอะไรได้ สั่งชีพให้รีบกลับไปบอกแม่เลี้ยงให้โอนเงินเข้าบัญชีโสภิตให้หมด!

ฝ่ายจ่าทองกับดาบม้วนพยายามสอบถามหาหลักฐานจากจีรณะว่าสงสัยใครบ้างเผื่อจะมีเบาะแสแม่เลี้ยง

“ผมไม่อยากกล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐานครับ จ่ากับดาบไม่ต้องห่วงผมเชื่อในความถูกต้อง ใครทำอะไร ก็ต้องได้อย่างนั้น อาจจะนานหน่อย แต่ต้องมีวันนั้นแน่ ผมรอได้” จีรณะไม่เผยข้อมูลใดๆให้เสียการ

ส่วนตียูกลับเข้าป่าไปก็ถูกลูกน้องของพีรพงษ์ซ้อม จนสะบักสะบอมก่อนจะพาไปพบเจ้านาย รายงานว่า ตียู ยืนยันว่าไม่ได้บอกอะไรกับตำรวจ

“นึกว่าฉันจะเชื่อเหรอ แล้วแกกลับมาหาฉันทำไม ไม่กลัวฉันฆ่าปิดปากแกเหรอ” พีรพงษ์เล็งปืนใส่ถามเหี้ยม

ตียูบอกว่าตนไม่อยากติดคุก กลับมาทำงานก็ยังมี เงินไปให้ลูก อ้อนวอนนายอย่าฆ่าตนเลย ตนพูดความจริง กอปรกับลูกน้องคนสำคัญบอกพีรพงษ์ว่าถ้าตียูอยู่จะช่วย งานเราได้มาก เพราะรู้จักป่าแถวนี้ทุกซอกทุกมุม ถ้าฆ่าทิ้งก็น่าเสียดาย

“ฉันจะลองเชื่อแกดู แต่ถ้าแกทรยศ ฉันฆ่าแกล้าง ครัวแน่!” พีรพงษ์ทำท่าจะเหนี่ยวไกแต่แล้วก็ลดปืนลงตียูแอบถอนใจโล่งอก

ooooooo

พรมแดนหัวใจ ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

พรมแดนหัวใจ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement