พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 9 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 9


27 พ.ค. 2560 08:04
1,037,798 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

ไฟไหม้ครั้งนี้สร้างความเสียหายให้คลินิกอย่างหนัก ต้องใช้เงินซ่อมแซมหลายบาททำเอาพริ้งถึงกับนั่งซึมหมดอาลัยตายอยาก ช้อยซึ่งสวมชุดดำเข้ามาเรียกทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดดำอีก ใกล้เวลารดน้ำศพประสานแล้ว พริ้งไม่ไป ไม่อยากไปเห็นหน้ามัน ช้อยด่าเสียงลั่นว่าจิตใจของเธอทำด้วยอะไร

“หมอมีแต่ให้เอ็งกลับสวมเขาให้หมออย่างหน้าไม่อาย จนทำให้หมอต้องมีจุดจบแบบนั้น”

พริ้งตัดสินใจเล่าให้พี่สาวฟังว่าประสานเคยข่มขืนเธอวันที่เธอเข้ากรุงเทพฯ มาตามเขาไปรักษาพ่อของพินิจ เขามอมเหล้าเธอแล้วก็ข่มขืน เธอถึงเกลียดเขา ช้อยตกใจคาดไม่ถึงว่าประสานจะเลวร้ายเพียงนี้ เข้าไปกอดพริ้ง เอาไว้อย่าเวทนา พริ้งยังเล่าให้ฟังอีกว่าหลังวันแต่งงานเธอพยายามจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ลืมความเกลียดชัง ไหนๆก็แต่งงานกันแล้ว แต่ชีวิตของเธอยังแย่ไม่พอ ประสานกลับบ้านในสภาพคนพิการทำหน้าที่ผัวไม่ได้

“ฉันพยายามรักษามันแต่ก็ไม่สำเร็จ กรรมเวรของมันที่โกหกฉันโกหกเมียมันทำให้มันต้องเป็นแบบนั้น ฉันขอหย่ามันดีๆแล้วนะพี่ช้อยจะได้ไม่ต้องมีใครทุกข์ทรมานแต่มันไม่ยอมปล่อยให้ฉันไปมีความสุข ทั้งๆที่ฉันมีสิทธิ์ที่จะมี แล้วจะให้ฉันยอมให้คนอย่างมันมากำหนดชีวิตของฉันหรือไง ฉันอยากมีความสุข ฉันผิดเหรอพี่ช้อย ที่มันตายเพราะมันทำตัวเองไม่ใช่เพราะฉัน อย่าด่าฉันเลย” พูดได้แค่นั้นพริ้งร้องไห้เป็นเผาเต่า

“ฉันไม่เคยได้อะไรจากมันนอกจากความเสียใจ ถึงตอนนี้ฉันก็แทบหมดตัวเพราะมันบ้าเผาคลินิกของฉัน ฉันไม่ไหวแล้วพี่ช้อย” พริ้งเงยหน้ามองฟ้า “ชาติที่แล้ว กูไปทำอะไรให้ใครนักหนากูถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้”

ช้อยดึงน้องมากอดแนบอกน้ำตาไหลพรากด้วยความเวทนา “พริ้งไม่เอา...ไม่เอา ตั้งสติไว้พริ้ง ช่างมัน เริ่มต้นใหม่ ลืมเรื่องร้ายๆไปให้หมด งานศพหมอประสาน พี่จะจัดการให้เอง”

ooooooo

ตั้งแต่เกิดเรื่องพริ้งเอาแต่นอนร้องไห้ไม่เป็นอันทำอะไร ส่วนเรื่องซ่อมแซมคลินิกก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉวี ช้อยสงสารน้องมากบ่นกับคุณพระเวทย์ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรม อยากเห็นน้องมีความสุขสักที เขาแนะถ้าอยากมีเครื่องคุ้มครองป้องกันตัว จากเรื่องร้ายๆ อยากมีชีวิตที่มีความสุขจริงๆก็แค่อยู่ในศีลในธรรม

“แต่ถ้ามันจะยังเกิดเรื่องร้ายอีกล่ะก็ค่อยคิดว่าเป็นเวรกรรมที่เราต้องชดใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“คุณพระกำลังจะบอกว่าพริ้งทำตัวเองด้วยใช่ไหมคะ”

คุณพระเวทย์นิ่งแทนคำตอบ แล้วถามถึงสมประสงค์ ว่าหายไปไหนแล้ว ช้อยเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้ถาม พริ้งเองก็ไม่พูดถึงสงสัยจะเลิกราหนีไปเพราะรู้สึกผิดบาป คุณพระเวทย์ภาวนาเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี ให้จบกัน ตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าเริ่มต้นผิดจะไปต่อก็ไม่มีทางถูกต้องได้...

คำภาวนาของคุณพระเวทย์ดูเหมือนจะไม่ได้ผล พริ้งกำลังคิดถึงรสสัมผัสเร้าใจของสมประสงค์ แล้วก็นึกโกรธตั้งแต่เกิดเรื่องเขาหายหัวไปเลย ทำไมไม่มาอยู่ข้างๆเธอในวันที่เธอต้องการเขาหรือเขาจะไปหาอารีพันธ์ คิดได้ดังนั้นก็อารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที...

สมประสงค์ไปหาอารีพันธ์อย่างที่พริ้งคาดไว้เพื่อขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ เธออภัยให้เขาและชวนให้มาเริ่มต้นกันใหม่

“เราจะตัดขาดจากอดีต ลืมทุกคน ทุกอย่างไปให้หมด เราจะอยู่กับปัจจุบัน ให้มีความสุขที่สุดนะคะหมอ”

ทั้งสองคนกอดกันด้วยความรักและความเข้าใจ ทำให้ชีวิตเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง...

ทางด้านพริ้งมั่นใจว่าสมประสงค์จะต้องไปหาอารีพันธ์จึงลองมาถามข่าวคราวของทั้งคู่จากฉวี แต่เธอบอกปัดว่าไม่รู้เรื่อง พริ้งโอดครวญว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับสมประสงค์หายตัวไปไหนไม่บอกอะไรเลย ตนจะขาดใจตายอยู่แล้ว หวังว่าฉวีคงเข้าใจในตัวเธอ ฉวีสวนทันทีว่าไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของการคิดถึงชู้รักในขณะที่ศพสามีเพิ่งจะเผา พริ้งโมโหที่ถูกประชดประชันถึงขนาดขู่จะไล่เธอออก ฉวีท้าให้ไล่ได้เลย

“เพราะดิฉันก็เต็มกลืนแล้วเหมือนกันที่ต้องทนเห็นคุณพริ้งทำลายคนดีที่ดิฉันเคารพไปแล้วถึงสองคน”

พริ้งลืมตัวตบฉวีหน้าหัน เธอไม่พูดอะไรอีกเดินหนีเข้าบ้าน พริ้งเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องพึ่งพาเธอรีบตามไปขอโทษขอโพยยกใหญ่ ฉวีนึกถึงบุญคุณของพินิจก็เลยจำใจให้อภัย พริ้งเจ้าเล่ห์แกล้งไอแคกๆ ขอน้ำดื่ม

ฉวีหลงกลบอกให้รอสักครู่แล้วเดินหายเข้าไปในครัว พริ้งรีบค้นตามตู้ตามโต๊ะทำงานของเธอกระทั่งเจอจดหมายของอารีพันธ์เขียนมาหาฉวีซ่อนอยู่ในนิยายเล่มหนึ่งซึ่งมีที่อยู่ในนั้นด้วยยิ้มดีใจรีบเก็บใส่กระเป๋าถือแล้วกลับไปนั่งที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับฉวีกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำในมือเอามายื่นให้

ยัยเจ้าเล่ห์รีบกินรีบคืนแก้ว แล้วขอตัวกลับ อ้างไม่สบายก่อนจะลุกออกไปเลย ฉวีมองตามงงๆเพิ่งสังเกตเห็นห้องตัวถูกรื้อค้น เห็นหนังสือนิยายไม่ได้อยู่ที่ที่ควรอยู่พุ่งไปดูเห็นซองจดหมายของอารีพันธ์หายไป

“ทำไมไม่เก็บไว้ให้มิดชิดกว่านี้นะ เฮ้อ” ฉวีนึก เจ็บใจ อยากจะเขกหัวตัวเองสักหนึ่งที...

ระหว่างทางกลับบ้านสวนของช้อย พริ้งหยิบ จดหมายของอารีพันธ์มาอ่าน ได้ใจความคร่าวๆว่าเธอหนีเรื่องเลวร้ายกับคนเลวร้ายอย่างพริ้งไปอยู่พิษณุโลก ตอนนี้เธอมีความสุขมากได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักและเขาไม่ใช่ใครที่ไหน หมอสมประสงค์นั่นเอง พริ้งทั้งตะลึงทั้งแค้นใจที่อารีพันธ์มาฉกเอาผัวคืนเดียวของตัวเองไป

“ถ้านังผู้หญิงมากผัว ช็อกการีในคราบคุณนายคนนั้นมันถามข่าวของฉันกับหมอ ซึ่งฉันมั่นใจว่ามันต้องถามแน่ ฝากพี่ฉวีบอกมันไปตามที่ฉันจดหมายมาด้วยนะคะให้มันรู้เอาไว้ว่า ความรักที่บริสุทธิ์เท่านั้นที่สามารถครอบครองหมอสมประสงค์ได้ ไม่ใช่ด้วยเรือนร่างที่แสนโสโครกและเงินของมัน”

ความแค้นแล่นขึ้นสมอง พริ้งกรีดร้องลั่นถนนราวกับคนบ้า ครั้นกลับถึงบ้านรีบยัดๆเสื้อผ้าใส่กระเป๋ายัดไปน้ำตาไหลไปด้วยความคับแค้นใจ

“กูไม่มีทางแพ้มึงอีอารีพันธ์ หมอเป็นของกู... หมอเป็นของกูได้ยินไหม ของกู”

ooooooo

พริ้งคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าออกจากบ้านแต่เช้าหวังจะให้ทันรถไฟเที่ยวแรก ช้อยเห็นเข้าก็แปลกใจถามว่าจะไปไหน เธอไม่ตอบเดินลิ่ว ช้อยวิ่งตามไปขวางไว้ คาดคั้นให้บอกว่าจะไปไหน เธอจะไปตามผัว ช้อยงงผัวคนไหนอีก พอรู้ว่าเป็นสมประสงค์ก็ขอให้พริ้งเลิกหลอกตัวเองได้แล้ว เขาแต่งงานไปกับอารีพันธ์แล้ว

“เอ็งจะโผล่ไปหาเขาอีกในฐานะอะไร”

“ในฐานะคนที่มาก่อน” พริ้งตอบหน้าด้านๆ ช้อยไม่ยอมปล่อยให้เธอไปแย่งผัวคนอื่นอีกแล้ว กระชากกระเป๋าเสื้อผ้าไปจากมืออีกฝ่าย พริ้งไม่ยอมแพ้กระชากคืน สองสาวยื้อยุดกันไปมา พริ้งขี้เกียจเสียเวลาด้วยปล่อยมือหน้าตาเฉยทำเอาช้อยเสียหลักหงายหลัง ในเมื่อไม่ให้เอากระเป๋าไปตนก็จะไปตัวเปล่าแล้วเดินลิ่วไปเลย ไม่สนใจเสียงเรียกให้กลับมาก่อนของพี่สาว...

ฝ่ายคุณพระเวทย์เห็นเมียรักเครียดเรื่องน้องสาว แนะให้ปล่อยวางเสียบ้าง หากเรื่องนั้นอยู่เหนือความควบคุม ของเรา เพราะถ้าเธอไม่รู้จักปล่อยวาง อาจเป็นเขาที่อายุยืนกว่า...

พริ้งสร้างความประทับใจให้กับชาวบ้านจังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่แรกพบ ระหว่างนั่งรถสองแถวจากตัวเมืองไปยังบ้านของอารีพันธ์ดันไปโวยวายว่ารถสองแถวแล่นชักช้าจอดป้ายตลอดทางแล้วเมื่อไหร่ตนจะถึงที่หมาย แถมด่าเด็กคุมท้ายรถว่าไอ้บ้านนอกอีกต่างหาก ก็เลยโดนอัญเชิญลงจากรถต้องเดินเท้าต่อไปเอง เดินจนขาลากไม่มีรถผ่านมาสักคัน เริ่มเหนื่อยและใกล้มืดแล้ว กัดฟันเดินต่อไปเพราะต้องการเอาชนะ

ข้างหน้ามีเกวียนเล่มหนึ่งค่อยๆเคลื่อนตัวไปช้าๆ พริ้งดีใจตะโกนเรียกให้หยุด แต่เกวียนไม่หยุด เธอรีบถอดรองเท้าวิ่งตาม...
ที่บ้านพักของอารีพันธ์ ขณะที่สมประสงค์กอดเมียรักไว้แนบอก อารีพันธ์ยังไม่ทันจะบอกข่าวดีกับเขาว่าตัวเองท้อง มีเสียงเคาะประตูบ้านถี่ยิบดังขึ้น สองผัวเมียรีบลงไปเปิดประตูรับคิดว่าเป็นคนไข้ พริ้งที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยฟางปรี่เข้าไปตบอารีพันธ์ แล้วจิกหัวกระชากเข้าข้างในบ้าน สมประสงค์รีบตามเข้าไปผลักแขกไม่ได้รับเชิญจนเซชนชั้นวางของและรูปถ่ายตอนแต่งงานของสองผัวเมีย เธอคว้ามาดูก่อนจะปาลงพื้น

“เอาผัวฉันคืนมาอีอารีพันธ์”

“อุตส่าห์ถ่อมาถึงที่นี่มาขอผัวคนอื่นหน้าด้านๆเนี่ยนะ สำนึกศีลธรรมมันไม่มีอยู่ในความคิดคนอย่างแกเลยจริงๆ หน้าด้าน มึงมาทางไหน ออกไปทางนั้นเลย อีพริ้ง” อารีพันธ์ด่าสู้ไม่ยอมแพ้ พริ้งตบเธอจนเซถลาท้องน้อยกระแทกโต๊ะ พยายามยันตัวลุกขึ้นด้วยความรู้สึกปวดแปล๊บๆแต่ไม่ได้คิดอะไร สมประสงค์เห็นพริ้งจะตามเข้าไปทำร้ายเมียรักซ้ำอีกรีบขวางไว้ ขอร้องให้หยุดได้แล้ว เธอไม่ยอมหยุดอีกทั้งทวงสัญญาจากเขา

“มันตายไปกับกองไฟในคืนนั้นแล้ว ที่ผ่านมา...ผมขอโทษ”

พริ้งตบหน้าสมประสงค์ด้วยความเสียใจ สั่งให้หยุดพูดตนไม่ต้องการฟัง เขาขอร้องให้พริ้งเลิกยุ่งกับเราสองคน พริ้งตบหน้าเขาอีก อารีพันธ์ไม่พอใจจะเข้าไปขวางแต่เขายกมือห้ามเชิญพริ้งตบตามสบาย เธอตบเขาไม่ยั้ง อารีพันธ์ทนไม่ไหวพุ่งเข้าไปผลักยัยผีบ้ากระเด็นออกไป แต่ตัวเองรู้สึกอุ่นๆที่หว่างขาก้มลงมองเห็นเลือดไหล เป็นทางก็ตกใจร้องเรียกสมประสงค์เสียงลั่น

“หมอ! ลูกของเรา หมอ”

สมประสงค์ตะลึงที่เห็นอารีพันธ์ตกเลือดรีบอุ้มไปยังอนามัย พลางปลอบให้ทำใจดีๆลูกจะต้องปลอดภัย

ไม่เป็นอย่างที่สมประสงค์คาดหวัง อารีพันธ์แท้งลูก เขาเดินหมดเรี่ยวแรงออกมาหน้าอนามัยร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวด พริ้งยืนมองเขาอยู่มุมหนึ่งไม่ได้รู้สึกผิด แต่รู้สึกว่าการทวงสมประสงค์คืนยากมากขึ้น

ooooooo

หมอหนุ่มร้องไห้จนหลับไปตรงหน้าอนามัย รู้สึกตัวตื่นอีกทีฟ้าเริ่มสางแล้ว รีบเข้าไปดูอารีพันธ์กลับเจอแต่เตียงว่างเปล่า แปลกใจเมียรักหายไปไหน หรือจะกลับบ้านไปแล้ว

คนที่สมประสงค์เป็นห่วงเดินเลื่อนลอยมาตามถนนด้วยหัวใจบอบช้ำอย่างหนักที่ต้องเสียลูกไปตั้งแต่ยังไม่เกิด ก่อนจะตั้งสติได้ นึกถึงสมประสงค์ขึ้นมาได้รีบหันหลังกลับบ้าน...

ในเวลาต่อมา สมประสงค์เปิดประตูบ้านเข้ามาเห็นพริ้งในชุดของอารีพันธ์นั่งหันหลังอยู่ที่โต๊ะกระจก เข้าใจผิดว่าเป็นอารีพันธ์ร้องเรียกด้วยความดีใจ วิ่งเข้าไปกอด แม้จะไม่พอใจที่เขาเห็นเป็นคนอื่นแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไรเพราะรู้ดีว่าตอนนี้ต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบ เขายังคงซุกหน้ากับแผ่นหลังของพริ้งอย่างเข้าใจผิด อารีพันธ์เข้ามาเห็นภาพผัวสุดที่รักกำลังกอดพริ้งอยู่ก็ยืนตะลึง

“ผมอยู่กับคุณแล้วนะ เรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้น เราจะลืมมันไปให้หมด ต่อไปนี้เราจะมาเริ่มต้นกันใหม่”

อารีพันธ์เข้าใจผิดคิดว่าสมประสงค์กลับไปคืนดีกับพริ้ง รับมือกับความเสียใจซ้ำสองอีกไม่ไหว เดินจากไปด้วยหัวใจแหลกสลาย ก่อนจะสติหลุดวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงหายเข้าไปในป่า

ฝ่ายพริ้งสัญญาจะลืมทุกอย่างให้หมดและจะเริ่มต้นกับสมประสงค์ใหม่ เขาถึงกับผงะที่รู้ว่าเธอไม่ใช่อารีพันธ์ พอตั้งสติได้ความตกใจเปลี่ยนเป็นความโกรธที่เธอทำลายครอบครัวของตนเองไม่พอยังจะมาวุ่นวายกับข้าวของของอารีพันธ์อีก พุ่งไปกระชากเสื้อผ้าที่พริ้งใส่ ไล่ตะเพิดด้วยความแค้น ตัวเสนียดอย่างเธอมีแต่จะหยิบยื่นความวายป่วงให้คนอื่น แล้วผลักเธอกระเด็น ก่อนจะออกไปตามหาอารีพันธ์

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าไม่มีหมอไปด้วย” พริ้งลากสังขารวิ่งตาม

สมประสงค์ตามหาอารีพันธ์ไปทั่วหมู่บ้านแต่ไม่เจอ สอบถามชาวบ้านที่เดินผ่านมาก็ไม่มีใครเห็น พริ้งพยายามจะรั้งเขาไว้แต่เขาไม่สนใจร้องเรียกอารีพันธ์ไปตลอดทาง พริ้งเห็นชาวบ้านที่มองมาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามก็ไม่กล้าตามกลัวถูกทำร้าย รีบกลับเข้าบ้าน...

ด้านอารีพันธ์หนีเตลิดลึกเข้าไปในป่าจนถึงลำธารเชี่ยวกราก เสียใจที่ต้องเสียลูกและเสียผัวในคราวเดียวกัน ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง...

มืดแล้วแต่ไม่เห็นสมประสงค์กลับมาสักที พริ้งนั่งรออย่างกระวนกระวายใจ สักพักเขาเดินหมดแรงเข้ามา เธอรีบวิ่งมาหา แต่เขาเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมให้เธอแตะต้องตัว แล้วทรุดตัวนั่งบนเตียงอย่างหมดอาลัย ตายอยาก พริ้งตามเข้ามานั่งกับพื้นซบหน้ากับขาของเขา พร่ำบอกว่ารักเขาไม่ได้น้อยไปกว่าคนอื่น

“หมออย่าใจดำกับฉันเลย พูดกับฉันบ้างอะไรก็ได้”

หมอหนุ่มมองเธอด้วยสายตาเย็นชาไม่พูดอะไรสักคำ พริ้งค่อยๆคืบคลานเข้าหาเขาหวังจะใช้รสสวาทมอมเมาแล้วผลักเขาลงนอนบนเตียง สมประสงค์กำลังเหนื่อยก็เลยไม่ขัดขืน พริ้งขอแค่ได้ทำหน้าที่เมียอีกคนหนึ่งของเขาก็พอ เขากลับนิ่งเหมือนหุ่น เธอเลยไม่กล้าทำอะไรได้แค่ลงนอนข้างๆเขา

สมประสงค์ชิงชังผู้หญิงคนนี้มาก พลิกตัวนอนหันหลังให้ไม่สนใจจะข้องแวะด้วย

ooooooo

สมประสงค์สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโขลกน้ำพริก ดีใจคิดว่าเป็นอารีพันธ์รีบวิ่งไปหา กลับเจอพริ้งทำกับข้าวอยู่ในครัว

“ตื่นแล้วเหรอคะหมอ เหลือน้ำพริกอย่างเดียวก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ หิวหรือยัง”

หมอหนุ่มผิดหวังเดินคอตกออกมาโดยที่พริ้งยังคงทำกับข้าวต่อไปอย่างตั้งอกตั้งใจหวังจะเอาใจเขา ไม่นานนักกับข้าวถูกยกมาตั้งบนโต๊ะอาหาร สมประสงค์อาบน้ำเปลี่ยนชุดจะไปทำงานเดินมาหยุดดู กับข้าวหน้าตาดูไม่ได้ ไข่เจียวไหม้ ผัดผักสุกบ้างไม่สุกบ้าง พริ้งยกถ้วยน้ำพริกกับผักเข้ามาเห็นเขายืนมองกับข้าว

“น่ากินไหมล่ะคะ ฉันรู้ว่าคุณชอบรับประทานผัก เมื่อเช้าไปจ่ายตลาดผักสดน่ากินมากก็เลย...” พริ้งพูดไม่ทันจบ สมประสงค์เดินออกจากบ้านไม่สนใจไยดี เธอเจ็บใจที่อุตส่าห์ทำ ขว้างถ้วยน้ำพริกในมือลงพื้นแตกกระจายแล้วนึกขึ้นได้ว่าทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์เพราะตัวเองจะต้องเสียเวลาเก็บก็เลยหยุดขว้าง...

ที่อนามัย ขณะสมประสงค์กำลังตรวจคนไข้ พริ้ง ในชุดสวยของอารีพันธ์โผล่เข้ามาพร้อมปิ่นโต ทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านมองเป็นตาเดียวกันพลางซุบซิบ แต่ไม่สามารถทำอะไรกับความหนาของใบหน้าเธอได้

“เมื่อเช้าหมอไม่ได้รับประทานข้าว ฉันเลยเอาปิ่นโตมาให้ค่ะ”

สมประสงค์อายมากไม่ตอบอะไร ก้มหน้าก้มตาตรวจชาวบ้านต่อไป พริ้งหน้าแตกที่ถูกเขาเมินใส่ จำต้องถอยออกมาด้วยความผิดหวัง ได้ยินชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่กำลังนินทาตัวเองอยู่เป็นทำนองมาวอแวกับหมอทั้งที่เขาไม่สนใจไยดี มองเธอเหมือนกิ้งกือไส้เดือน พริ้งไม่พอใจโยนปิ่นโตโครมลงกลางวง

“กูไม่ใช่ไส้เดือนกิ้งกือ แต่เป็นเมียหมอเหมือนกันเป็นมาก่อนนังอารีพันธ์ มันน่ะแย่งผัวกู กูมาทวงผัวกูคืน”

ทุกคนฮือฮา สมประสงค์ยืนฟังอยู่ด้วยความอับอาย พริ้งยิ้มสะใจทำให้เขาอับอายจะได้อยู่ที่นี่ไม่ได้

ooooooo

หลังจากชาวบ้านกับผู้ใหญ่บ้านออกตามหาอารีพันธ์ได้สามวัน ในที่สุดก็เจอเธอเป็นศพลอยมาติดลำธารชายป่าฟากโน้น สมประสงค์เสียใจมาก ไม่เป็น อันทำอะไร แม้จะเผาศพของเธอไปแล้ว เขาก็ยังทำใจไม่ได้ นั่งมองรูปถ่ายคู่กันในชุดแต่งงานแล้วร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ

พริ้งทนไม่ไหวเข้ามากวาดข้าวของของอารีพันธ์ใส่ตะกร้า รวมทั้งเสื้อผ้าในตู้ทั้งหมด แล้วเอาไปเผาที่หน้าบ้านพัก สมประสงค์ออกมาเห็นก็โกรธมาก เข้าไปหยิบของเหล่านั้นออกจากกองเพลิง พริ้งกลับโยนคืนเข้าไปอย่างเดิม อ้างว่ายิ่งเขาเห็นของพวกนี้ก็ยิ่งทำให้เสียใจจะเก็บไว้ทำไม

“ไม่ต้องมาคิดแทน ไม่ต้องมายุ่ง ไปให้พ้น” สมประสงค์ผลักพริ้งกระเด็นแล้วพยายามดับไฟ พริ้งตะโกนใส่เขาเสียงลั่นจะไม่ยอมไปไหนในเมื่อตนก็เป็นเมียเขาเหมือนกัน ชาวบ้านได้ยินเสียงเอะอะพากันออกมาดู

“ต้องให้บอกอีกกี่ครั้ง คุณไม่เคยเป็นเมียผม คุณมันก็แค่ผู้หญิงที่ผมนอนด้วย ออกไปจากชีวิตผม”

“ฉันจะไปต่อเมื่อหมอยอมไปกับฉัน ลืมที่นี่ซะเถอะ ตัวอัปรีย์ที่มีแต่สร้างความวายป่วงให้หมอคืออารีพันธ์ต่างหาก ฉันจะพาหมอไปมีชีวิตใหม่ ร้านของเรากำลังจะซ่อมเสร็จ หมออย่าเอาอนาคตตัวเองมาทิ้งที่นี่เลย”

สมประสงค์แค้นใจจนพูดอะไรไม่ออก ชาวบ้านต่างส่งเสียงฮือฮากับเรื่องฉาวโฉ่ที่เพิ่งได้ยิน...

สมประสงค์ทนอับอายขายหน้าชาวบ้านไม่ไหวและที่สำคัญต้องการจะแก้แค้นแทนลูกกับเมียที่ตายไป จึงตกลงใจยอมไปกับพริ้ง...

ด้านช้อยกับคุณพระเวทย์พากันอึ้ง เมื่อพริ้งพาสมประสงค์มาบอกว่าจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ ช้อยสงสัยแล้วเมียพยาบาลของเขาไปไหน

“อารีพันธ์ฆ่าตัวตายครับ หลังจากแท้งลูกในท้อง วันที่คุณพริ้งไปตามผม” สมประสงค์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ช้อยกับคุณพระเวทย์ตกใจมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พริ้งรีบแก้ตัวกลบเกลื่อนว่าอารีพันธ์แท้งเพราะอุบัติเหตุทำใจไม่ได้ก็เลยฆ่าตัวตาย สมประสงค์มองเธอด้วยสายตาเคียดแค้น ช้อยสังเกตเห็นใจคอไม่ดี

“ฉันไม่อยากให้หมอจมอยู่กับความเสียใจเลยพากลับมาที่นี่ มาเริ่มต้นใหม่ หมอเชื่อฉันว่าฉันปรารถนาดีกับหมอจริงๆ หมอก็เลยยอมมาใช่ไหมคะหมอ”

“ครับ ผมเชื่อคุณพริ้ง” สมประสงค์ยิ้มเยือกเย็น พริ้งมัวแต่ชื่นใจกับคำลวงโดยไม่รู้เลยว่าเขาตามมาเพื่อแก้แค้น คุณพระเวทย์ก็สังเกตเห็นเช่นเดียวกันกับเมียรักมองอย่างไม่สบายใจ ส่วนช้อยเชื่อว่าน้องสาวจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญเสียครั้งนี้ของสมประสงค์ รีบลากตัวน้องเข้าไปคุยในครัวพลางเตือนให้ระวังเวรกรรมจะมาตามเอาคืน ไหนก่นด่าเวรกรรมนักว่าทำไมถึงลงโทษเธอไม่รู้จักหยุดหย่อนก็เพราะเธอทำตัวแบบนี้

“ฉันบอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ถ้าจะคุยเรื่องเวรกรรมที่นังอารีพันธ์มันแท้งลูกตายโหงไปแบบนั้นเพราะมันแย่งผัวฉัน เป็นกรรมของมัน”

“เอ็งทำให้คนตายไปกี่คนแล้วนังพริ้ง มันจะจบยังไง จะต้องมีคนตายอีกกี่คนเพราะเอ็ง”

พริ้งไม่ได้สำนึกแม้แต่น้อย กลับตัดพ้อต่อว่าช้อยว่าทำไมถึงโยนความผิดให้ตนทุกเรื่อง ตนเป็นน้องแท้ๆ ไม่เคยมองกันดีๆบ้างเลยหรือ ช้อยจะว่าเธอว่าเป็นตัวกาลกิณีแต่ยั้งปากไว้ทัน ขอร้องน้องอย่าแต่งงานอีกเลย คนกินผัวอย่างเธอแต่งเท่าไหร่ผัวตายหมด พริ้งยืนกรานจะแต่งเพราะรักเขามาก ช้อยเบื่อกับคำๆนี้ของน้อง ผัวสามคนที่แล้วก็พูดแบบนี้ เธอยืนยันนี่จะเป็นหนสุดท้าย ป่วยการจะต้านทาน ช้อยจำต้องปล่อยไปตามกรรม

ooooooo

ช้อยเสียใจกับการกระทำของน้อง เดินร้องไห้เข้ามาในห้องนอน คุณพระเวทย์เข้ามาโอบกอดเมียรักไว้อย่างเป็นกำลังใจให้ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรกับพริ้งดีจะไล่ไปก็ไม่ได้ จะให้อยู่ก็เต็มกลืน มีแต่หาเรื่องร้อนเข้าเรือนไม่หยุดหย่อน เธอจะทนไม่ไหวแล้ว เขาแนะ ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทน ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ ช้อยมองงงๆ

“บางทีฉันก็มานั่งคิด หรือจะเป็นเพราะเราที่ตามใจยอมพริ้งมากเกินไปตั้งแต่แรก พริ้งถึงไม่เคยเชื่อ อาจถึงเวลาที่เราต้องแข็งใส่บ้างปะไร พริ้งอยากได้อะไรเราก็ไม่ต้องให้”

พริ้งแอบฟังอยู่มุมหนึ่งได้ยินเต็มสองหู เจ็บใจคุณพระเวทย์มากที่สาระแนยุแยงดีนัก ระวังจะไม่แก่ตาย เป็นจังหวะเดียวกับสมประสงค์จะออกไปข้างนอก เธอรีบวิ่งไปถามว่าจะไปไหน เขาจะไปหาเพื่อน เธออยากให้อยู่คุยเรื่องงานแต่งงานของเรากันก่อน เขาตามใจทุกอย่างเธออยากทำอะไรก็ทำได้เลย พริ้งฉีกยิ้มดีใจ แล้วขอไปกับเขาด้วย จะได้รู้จักเพื่อนๆของเขา เอาไว้เผื่อเชิญมางานแต่งของเรา

“เดี๋ยวผมบอกเอง” สมประสงค์ตัดบทแล้วเดินออกจากบ้าน พริ้งวิ่งตาม เขาหันขวับ ถ้าไม่อยากให้เขาอึดอัดอย่าตามแล้วผละจากไป เธอได้แต่มองตามเจ็บใจ...

อีกมุมหนึ่งในห้องนอนเจ้าของบ้าน ช้อยทำอย่างที่คุณพระเวทย์แนะนำไม่ได้ ขืนผลักไส พริ้งก็จะยิ่งเตลิดเปิดเปิงไปไกลหูไกลตา ตนจะห้ามปรามจะสั่งสอนอะไรก็ทำไม่ได้ มิแย่กันไปใหญ่หรือ เขาแนะถ้าอย่างนั้นช้อยจะต้องเข้มแข็งให้มากกว่านี้ ไม่ใช่มานั่งเครียดหรือนั่งร้องไห้ทุกครั้งที่พริ้งก่อเรื่อง และที่สำคัญอย่าถอดใจเพราะพริ้งมีเธอคนเดียวเป็นหลักให้ยึด ถ้าเธอถอนหลัก เขานึกไม่ออกว่าชีวิตของพริ้งจะเป็นอย่างไร

“ขอบพระคุณค่ะคุณพระที่เตือนสติฉัน ฉันเองก็นึกไม่ออกเหมือนกัน ชีวิตฉันจะเป็นอย่างไรถ้าไม่มีคุณพระ”

“ถึงเวลานั้นค่อยนึก ฉันเชื่อว่าแม่ช้อยนึกออกได้ไม่ยาก เพราะแม่ช้อยมีสติไม่เหมือนพริ้ง”...

พริ้งไร้สติอย่างที่คุณพระเวทย์พูด แทนที่จะนำพากับความเฉยชาของสมประสงค์ กลับคิดว่าการแต่งงานจะผูกเขาไว้กับตัวเองได้ จึงเร่งให้มีงานแต่งเร็วขึ้น ช้อยตกใจที่เธอจะแต่งงานวันพรุ่งนี้พยายามทักท้วง พริ้งกลับขู่ถ้าพรุ่งนี้ไม่ให้เธอแต่งงานที่นี่ ไม่ต้องมานับเธอเป็นน้องอีก ตายไปก็ไม่ต้องเผาผี ช้อยยอมทำให้ แต่จะเป็นหนสุดท้ายที่ตนจะแต่งงานให้เธอ พริ้งประกาศลั่น

“คอยดูเถิด ผัวคนนี้จะเป็นผัวคนสุดท้ายของฉันและจะอยู่กับฉันไปจนตาย”

ooooooo

วันรุ่งขึ้นพริ้งได้แต่งงานสมใจอยาก ครั้นส่งตัวเข้าห้องหอเรียบร้อย สมประสงค์กลับเดินออกจากห้องทั้งชุดเจ้าบ่าว ถอดมาลัยทิ้งพื้นอย่าไม่แยแส พริ้งวิ่งออกมาถามว่าจะไปไหน ได้ความว่าจะไปหาเพื่อน เธอโกรธมากตวาดแว้ดทำเหมือนเธอเป็นหัวหลักหัวตอแบบนี้ได้อย่างไร ช้อยกับคุณพระเวทย์ยืนดูอยู่ด้วยความตกใจ

“ฉันไม่ให้ไป ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอม”

“ให้ผมไปเถอะ เดี๋ยวก็กลับ...หรือจะไม่ให้กลับมาอีกเลย” สมประสงค์ขู่ พริ้งจำต้องให้เขาไป พอหันมาเห็นพี่สาวกับพี่เขยยืนมองอยู่ก็ทำไก๋ว่าพอดีเพื่อนมีซองช่วยงานแต่งงานจะให้ แต่ไม่ได้มา สมประสงค์ก็เลยไปเอาอีกสักครู่คงจะกลับ ช้อยพยักหน้าเออออไปอย่างนั้นเอง ส่วนพริ้งกลับเข้าห้องทิ้งตัวลงนอนร้องไห้บนเตียงที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ที่ไร้เงาของเจ้าบ่าว...

ดึกมากแล้ว ตอนที่สมประสงค์ล้มตัวลงนอนบนเตียง พริ้งรู้สึกตัวก็ดีใจเข้ามากอดเขาไว้ กลิ่นเหล้าจากตัวเขาเหม็นตลบ จะถามอะไร จะสารภาพรักอย่างไรเขาก็ไม่หือไม่อือด้วย แถมยังดึงมือเธอออกไม่ยอมให้กอด อีกทั้งนอนหันหลังให้อีกต่างหาก พริ้งทั้งโกรธทั้งน้อยใจแต่ทำอะไรไม่ได้

ooooooo

พริ้งพยายามทำหน้าที่เมียที่ดี ลุกขึ้นแต่เช้าเตรียมข้าวปลาอาหารให้ สมประสงค์กลับไม่ไยดีแม้แต่น้อย ตั้งแต่แต่งงานกัน เขาไม่เคยอยู่บ้าน ออกไปแต่เช้ากลับมามืดค่ำแถมมีกลิ่นเหล้าคลุ้ง เธอได้แต่มองด้วยความอัดอั้น ไม่รู้จะทำอย่างไรให้เขาเลิกเย็นชา อยากจะโวยแต่ก็ชะงักไว้ กลัวเขาจะโกรธและจากไป

คืนนี้สมประสงค์ฝันร้ายนอนละเมอเรียกชื่ออารีพันธ์ และร้องเรียกลูกไปพลางน้ำตาไหลทั้งที่ยังหลับ พริ้งลุกขึ้นมองเขาด้วยสายตาเจ็บปวด โน้มตัวเข้าไปจะกอดปลอบใจ เขากลับผลักเธอออกอย่างแรงจนตกเตียง พริ้งจะเข้าไปปลอบอีก แต่เขาละเมอออกมาอีกว่า “เกลียด...เกลียด ไป”

หญิงสาวไม่กล้าเข้าใกล้ถอยร่นไปนั่งอยู่มุมห้อง สมประสงค์ยังหลับต่อไปไม่มีวี่แววจะตื่น สักพักละเมอเรียกอารีพันธ์ให้กลับมาหา พริ้งนั่งร้องไห้มองเขาละเมอพร่ำเพ้อถึงแต่เมียรักที่จากไป...

ทางด้านช้อยรอจนสมประสงค์ออกจากบ้าน รีบเข้ามาคุยกับพริ้งซึ่งนั่งหน้าเครียดกอดเข่าเจ่าจุกกัดเล็บอยู่ที่มุมห้อง ด้วยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะครอบครองหัวใจสมประสงค์ ช้อยเตือนสติ ผัวไปทางเมียไปทางแบบนี้จะอยู่กันต่อไปได้อย่างไร เห็นๆกันอยู่ว่าเขาไม่ได้รักพริ้งแม้แต่น้อย จะยื้อไว้ทำไม นี่หรือความสุขที่เธออยากได้

“ใช่ ฉันต้องมีความสุขสิ ขอบใจนะพี่ช้อยที่ช่วยเตือนสติฉัน”

ช้อยดีใจคิดว่าพริ้งจะปล่อยสมประสงค์ไปตามทาง เธอกลับประกาศว่าเขาจะต้องอยู่กับเธอจนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง ช้อยเห็นแววตาของน้องก็ไม่ไว้ใจกลัวจะไปทำอะไรไม่เข้าท่าอีก...

ในเมื่อไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา คิดได้ดังนั้นพริ้งรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงไปยังบ้านหมอทำเสน่ห์ที่สายขาไพ่คนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่าเป็นเพราะเธอได้ตัวช่วยมาจากเจริญหมอทำเสน่ห์ ทำให้ผัวของสายทั้งรักทั้งหลง วันๆแทบไม่ได้ลุกจากเตียง

พริ้ง​สูด​ลม​หายใจ​เข้า​เพื่อ​เรียก​ความ​กล้าแล้ว​ขยับ​จะ​เข้าไป​แต่​ช้อย​เข้า​มา​คว้า​แขน​เอา​ไว้ เธอ​หัน​มา​เห็น​พี่​สาว​ก็​ตกใจ​มา​ได้​อย่างไร ได้ความ​ว่า​แอบ​ตาม​เธอ​มา​ห่างๆ ช้อย​ขอร้อง​อย่า​ทำ​แบบ​นี้ ป่วยการ​จะ​สั่งสอน​เช่น​เคย ลอง​พริ้ง​ตั้งใจ​ไม่​มี​ใคร​มา​เปลี่ยนใจ​ได้ ใน​เมื่อ​ห้าม​ไม่ได้ ช้อย​จึง​ต้อง​เข้าไปเป็น​เพื่อน​น้อง

เป็น​อย่าง​ที่​ช้อย​หวั่น​ใจ เจริญ​คิด​จะ​ปลุกปล้ำ​พริ้ง​ออก​อุบาย​ให้​ช้อย​ไป​รอน​อก​ห้อง ให้​ลูกศิษย์​รูด​ม่าน​ตรง​หน้า​แท่น​บูชา​ปิด​ไว้ แล้ว​ล็อก​ประตู​ห้อง ส่วน​เจริญ​หลอก​ให้​พริ้ง​ถอด​เสื้อ​ผ้า​ออก​เพื่อ​ทำ​พิธี เธอ​เอะใจ​เพราะ​ที่​สาย​เล่า​ให้​ฟัง​ไม่​เห็น​ต้อง​ทำ​อะไร​แบบ​นี้ เขา​อ้าง​ผัว​ใครผัว​มัน​พิธี​ก็​เลย​ไม่​เหมือน​กัน

ช้อย​แอบ​มอง​ทาง​ช่อง​แตก​ของ​ประตู​เห็น​เงา​ของ​พริ้ง​กำลัง​ถอด​เสื้อ​ต่อหน้า​เจริญ ลูกศิษย์​หายหัว​ไป​แล้ว เธอ​ตระหนัก​ทันที​ว่า​มี​อะไร​ไม่ชอบมาพากล​พยายาม​จะ​พัง​ประตู​เข้าไป พลาง​ตะโกน​เตือน​พริ้ง เจริญ​หื่น​ได้ที่ ค่อยๆย่างสามขุม​เข้าหา​เหยื่อ สั่ง​ให้​เธอ​หลับตา​แล้ว​นอน​ลง​ไม่​ต้อง​สนใจ​เสียง​ใคร​ทั้งนั้น เขา​ขึ้น​คร่อม​ร่าง​เธอ พริ้ง​เบือน​หน้า​หนี​ไป​เห็น​หนังสือ​โป๊​อยู่​ใต้​แท่น​บูชา​ก็​รู้ทัน​ที​ว่า​ถูก​หลอก

ไม่​กี่​อึดใจ​ประตู​ถูก​ช้อย​ถีบ​จน​เปิด​ออก​เผย​ให้​เห็น​พริ้ง​ที่​สวม​เสื้อ​ผ้า​แล้วแต่​ยัง​ไม่​เรียบร้อย​นัก​ถือ​เชิงเทียน​ยืนค้ำหัว​หมอ​หื่น​ซึ่ง​หัว​แตก​เลือด​อาบ ลูกศิษย์​จะ​เข้าไป​ช่วย​อาจารย์​โดน​พริ้ง​เอา​เชิงเทียน​ฟาดหัว​ล้ม​ฟุบ ช้อย​รีบ​คว้า​มือ​น้อง​วิ่ง​หนี พอ​เห็น​ว่า​ปลอดภัย​ก็​พา​กัน​หยุด​พัก​เหนื่อย ช้อย​ช่วย​พริ้ง​ติด​กระดุม​เสื้อ​ให้​เรียบร้อย

“พี่​ช้อย อย่า​บอก​ใคร​นะ...ฉัน​อาย”

ช้อย​รับปาก​จะ​ไม่​บอก​ใคร​แต่​อย่า​ทำ​อย่าง​นี้​อีก พริ้ง​อ่อนใจ​ไม่​รู้​จะ​ทำ​อย่างไร​แล้ว​ร้องไห้​โฮ​บอก​ว่า​ท้อแท้​เต็มที ไม่​ไหว​แล้ว เธอ​ได้​แต่​ดึง​น้อง​มาก​อด​ปลอบ​ใจ

ooooooo

ที่​มุม​หนึ่ง​ของ​บ้าน​สวน คุณ​พระเวท​ย์​อด​ถาม​ช้อย​ไม่ได้​ว่า​เมื่อ​ตอน​กลางวัน​เห็น​กลับ​มากับ​พริ้ง
​ไป​ไหน​กัน​มา​หรือ เธอ​โกหก​ว่า​ออก​ไป​ซื้อ​ของ​สำหรับ​ทำ​ขนม​มา​เพิ่ม เจอ​พริ้ง​พอดี​ก็​เลย​กลับ​มา​ด้วย​กัน เขา​เห็น​พริ้ง​หน้าตา​ไม่​สู้​ดี​นัก​มี​อะไร​หรือ​เปล่า สอง​ผัวเมีย​มัว​แต่​คุย​กัน​ไม่ทัน​เห็น​สม​ประสงค์​เดิน​เข้า​มา

“คง​จะ​ถอด​ใจ​ก็​คราว​นี้​แล้ว​ล่ะ​มั้ง​คะ”

“อย่าง​ที่​ฉัน​บอก​ถ้า​เริ่ม​ต้น​ผิด​เสีย​แล้ว​จะ​ไป​ต่อ​ก็​ไม่​มี​ทาง​ถูกต้อง​ไป​เสีย​ได้ ถ้า​พริ้ง​ตัดใจ​ได้​ก็​ถือว่า​ยัง​มีบุญ ที่​เอา​ตัว​เอง​ออก​มา​จาก​ทุกข์​เสีย​ได้”

สม​ประสงค์​ไม่​ต้องการ​ให้​พริ้ง​พ้น​ทุกข์​คิด​แผนร้าย​บาง​อย่าง​ขึ้น​มา​ได้​รีบ​เดิน​หลบ​ออก​มา ครั้น​เข้าไป​ใน​ห้อง​นอน เขา​กลั้นใจ​หลับ​นอน​กับ​พริ้ง​เพื่อ​ทำให้​เธอ​เปลี่ยนใจ​ไม่​ขอ​เลิก​รา​กับ​ตัว​เอง พริ้ง​ได้​เขา​ปรนเปรอ​สวาท​ก็​ลืม​ความ​ขุ่น​ข้อง​หมองใจ​จน​หมด​สิ้น ช้อย​ต้อง​ลาก​ตัว​ไป​ซัก​ถาม​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น

“หมอ​เขา​ขอโทษ​ฉัน​แล้ว​ว่าที่​ผ่าน​มา​เขา​ยัง​เสียใจ​เรื่อง​ลูก เห็น​ไหม​ฉัน​ไม่ได้​พูด​ผิด​เลย แต่​ตอน​นี้​เขา​ทำใจ​ได้​แล้ว​และ​จะ​เริ่ม​ต้น​ใหม่​กับ​ฉัน ทำให้​ฉัน​มี​ความ​สุข
มาก​ที่สุด”

ช้อย​ทำ​อะไร​ไม่ได้​นอกจาก​ต้อง​ปล่อย​เลย​ตามเลย

ooooooo

คลินิก​พริ้ง​การ​แพทย์​เปิด​ทำ​การ​อีก​ครั้ง​หลังจาก​ปิด​ซ่อมแซม​ไป​นาน พริ้ง​หวัง​จะ​มี​ราย​ได้​ใน​ส่วน​นี้​แต่​ไม่​เป็น​อย่าง​ที่​หวัง สม​ประสงค์​ทำ​งาน​บ้าง​ไม่​ทำงาน​บ้าง​ตาม​แต่​อารมณ์ วัน​นี้​ก็​เช่น​กัน เขา​ตรวจ​คนไข้​คน​แรก​เสร็จ​เดิน​ออก​จาก​คลินิก​ไป​หน้าตา​เฉย​ทั้งที่​ยัง​มี​คนไข้​รอ​อยู่​อีก พริ้ง​ไม่​พอใจ​วิ่ง​ตาม​จน​ทัน​ถาม​ว่า​เป็นบ้า​อะไร

“ทำ​งาน​แค่​วัน​สอง​สาม​ชั่วโมง​แล้ว​ก็​หายตัว​ไป​กลับ​มา​อีก​ที​กลิ่น​เหล้า​หึ่ง คนไข้​หนี​หมด เงิน​ก็​เก็บ​ได้​ไม่​เต็ม​เม็ด​เต็ม​หน่วย​รู้​ไหม​ว่า​ฉัน​เป็น​หนี้​เท่า​ไหร่ ค่า​ดอกเบี้ย​ยัง​ไม่​พอ หมอ​เป็น​อะไร”

“ผม​ก็​เป็น​ของ​ผม​อย่าง​นี้ ผม​ชอบ​กิน​เหล้า​ผม​ก็​ไป​กิน”

พริ้ง​ขอร้อง​ให้​เขา​บอก​มา​ว่า​เธอ​ทำ​อะไร​ให้​เขา​ไม่​พอใจ​เธอ​จะ​ได้​ปรับปรุง​ตัว​ใหม่ เขา​กลับ​บอก​ว่า​ ไม่​ต้อง​ทำ​อะไร​เลย​แล้ว​ผละ​จาก​ไป พริ้ง​มอง​ตามอย่าง​หมด​ความ​อดกลั้น ยิ่ง​กลับ​ไป​ถึง​คลินิก​เห็น​คนไข้​หนี​กลับ​ไป​หมด​ก็​ยิ่ง​โมโห คว้า​กระเป๋า​ถือ​ตาม​หา​สม​ประสงค์​ไป​ตาม​ร้าน​ขาย​เหล้า จน​เจอ​เขา​นั่ง​ดื่ม​เหล้า​อยู่​คว้า​เหล้า​เท​ทิ้ง​จน​หมด​ขวด พร้อม​กับ​ต่อว่า​ว่า​เป็น​หมอ​ควร​จะ​ไป​รักษา​คนไข้​ไม่​ใช่​มา​นั่ง​เมา​เป็น​หมา​แบบ​นี้

“ไม่​พอใจ​ก็​เลิก” สม​ประสงค์​ท้าทาย​เสร็จเดิน​แอ่น​ออก​จาก​ร้าน ครู่​ต่อ​มา​เขา​กลับ​มา​ที่​ห้อง​นอน​ของ​พริ้ง​กวาด​เสื้อ​ผ้า​ใส่​กระเป๋า​เดินทาง​จะ​ไป​อยู่​ที่​อื่น พริ้ง​เข้า​มา​ยื้อ​แย่ง​ไม่​ยอม​ให้​ไป​ไหน​ทั้งนั้น คุณ​พระเวท​ย์​ได้ยิน​เสียง​ทะเลาะ​กัน​รีบ​อุ้ม​ลูก​ทั้ง​สอง​คน​เข้าไป​ใน​สวน​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​ได้ยิน​อะไร สม​ประสงค์​กระชาก​กระเป๋า​คืน

“ว่า​ผม​เป็น​หมา​ไม่​ใช่​เหรอ หมา​อยู่​กับ​คน​ไม่ได้​ก็​ต้อง​ไป​ไง ถอย”

พริ้ง​ขอโทษ​ไม่ได้​ตั้งใจ​ว่า​เขา​อย่าง​นั้น ขอร้อง​อย่า​ทิ้ง​เธอ​ไป​จะ​ให้​ทำ​อะไร​ก็​ยอม เขา​ไม่​สนใจ​ขยับ​จะไป เธอ​โพล่ง​ขึ้น​ทันที​ว่า​เธอ​ท้อง ระดู​ไม่​มา​สอง​เดือน​แล้ว​เธอ​กำลัง​จะ​มี​ลูก​กับ​เขา​จะ​ทิ้ง​กัน​ไป​จริงๆหรือ เขา​ถึง​กับ​ชะงัก

ooooooo