พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 8 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 8


27 พ.ค. 2560 08:04
1,037,798 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

มีแขกมาร่วมงานศพไพโรจน์น้อยมาก พริ้งได้ซองจากแขกรีบเปิดดู พอเห็นเงินไม่กี่บาทก็โวยวายไล่หลังว่างก ให้แค่นี้อย่าให้ดีกว่า เสียแรงร่ำรวย ช้อยต้องปรามว่าแขกมีน้ำใจช่วยอย่าไปคิดว่ามากหรือน้อย

“จะไม่ให้คิดได้ยังไง ตอนเป็นๆมันไม่เคยให้ฉันสักแดง จะถอนทุนคืนได้ก็งานศพมันนี่แหละ ไม่งั้นฉันคงทิ้งให้มันเป็นศพอนาถาไปแล้ว” พริ้งว่าแล้วมองโลงศพไพโรจน์ด้วยความชิงชัง

ประสานเดินเข้ามาในศาลามองรูปถ่ายไพโรจน์ที่ตั้งอยู่หน้าโลงศพรู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้เขาฆ่าตัวตาย รับธูปจากช้อยก้มกราบศพขออโหสิกรรม พริ้งหันมาเห็นเขาเข้า ลุกหนี ประสานคิดว่าเธอเสียใจที่ไพโรจน์ตายก็ยิ่งไม่สบายใจ ปักธูปเสร็จหันมาถามช้อยว่าคุณพระเวทย์ไปไหนไม่เห็น ได้ความว่าไปราชการต่างจังหวัด

“เอ่อ คุณพริ้งเสียใจมากไหมครับ”

ช้อยอึกอัก ตอบไม่ถูก “ก็...มากค่ะเพราะคิดไม่ถึงว่าไพโรจน์จะทำแบบนี้”

“ผมเองก็คิดไม่ถึงคนอ่อนแออย่างนั้นจะใจเด็ดทำตัวเองได้ลง ขอโทษด้วยครับที่พูดแบบนั้นเพราะผมเคยเห็นและรู้ดีว่าผัวคุณพริ้งคนนี้เป็นคนอย่างไร”

ช้อยว่าลงเอยแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ถือว่าหมดเวรหมดกรรมกันไป ถ้ายังอยู่ด้วยกัน ไม่รู้จะลากกันไปลงเหวถึงไหนต่อไหน ประสานนั่งได้สักครู่ก็ขอตัวกลับก่อน ช้อยออกมาส่งเจอพริ้งอยู่หน้าศาลาสวดศพเข้าไปบอกว่าเขาจะกลับแล้ว เธอไม่สนใจจะกลับก็เชิญกลับได้เลย ช้อยตำหนิน้องสาวว่าหมออุตส่าห์มีน้ำใจมาร่วมงาน เธอกลับบอกว่าไม่ได้เชิญสักหน่อย ช้อยโกรธมาก

“หมอมีน้ำใจ มีบุญคุณกับเอ็ง เวลาทุกข์ร้อนไม่ว่าเรื่องอะไรใครช่วย เป็นญาติเป็นผัวกับเอ็งก็ไม่ใช่”

พริ้งน้ำท่วมปากจะบอกว่าประสานเป็นผัวอีกคนหนึ่งก็ไม่กล้าพูด ระหว่างนั้นมีแขกชายหญิงเดินเข้ามา ช้อยจึงหยุดด่าว่าน้องไว้ก่อน ฝ่ายหญิงประกาศลั่นว่าเป็นแม่จะมางานศพลูกชายที่ชื่อไพโรจน์ พริ้งทั้งตกใจทั้งโกรธเพราะไพโรจน์บอกว่าพ่อกับแม่ของเขาโดนระเบิดตายไปแล้ว แม่ไพโรจน์รู้จากเพื่อนของลูกว่าเขาฆ่าตัวตายเพราะคนชื่อพริ้ง ปรี่เข้ามาตบเธอฉาดใหญ่ ประสานเข้าไปกันไว้ “ป้าหยุด ไม่มีใครทำให้ใครตายทั้งนั้น”

“เออ กูเองแหละที่ทำให้มันตาย กูด่าจนมันน้อยใจหนีปากกูไปตาย ทำไมมึงจะทำไม” พริ้งเสียงกร้าว

พ่อกับแม่ของไพโรจน์ถึงกับผงะ พริ้งยังด่าคนตายอีกว่าปลิ้นปล้อนตลบตะแลง วันๆเอาแต่เกาะชายกระโปรงเธอเหมือนแมงดา แล้วแดกดันแม่ของไพโรจน์ว่าเลี้ยงลูกอย่างไรถึงได้เป็นอย่างนี้ ก่อนจะไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า ทั้งคู่จะไปได้อย่างไรในเมื่อนี่เป็นงานศพลูกชายของพวกตน ช้อยพยายามห้ามน้องสาวแต่ไม่มีประโยชน์ เธออาละวาดหนัก เดินขึ้นไปบนศาลาเอาพวงหรีดฟาดกับพื้น ตะโกนด่าศพแหยงๆ

“พอแล้วพริ้ง หมอ...ช่วยทีเถอะ” ช้อยสุดทนกับพฤติกรรมของน้องสาว

ooooooo

ประสานหิ้วพริ้งออกมาที่หน้าศาลาสวดศพ เธอสะบัดมือเขาหลุดจะกลับเข้าไปด่าศพไพโรจน์อีก ช้อยขวางไว้สั่งให้หยุด จะด่าทำไมคนตายไม่รับรู้อะไรแล้ว ถ้าจะด่าก็น่าจะด่าตัวเองที่ไปเลือกไพโรจน์เป็นผัว

“รู้ทั้งรู้ว่ามันเลี้ยงเอ็งไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่ามันโกหก รู้ทั้งรู้ว่ามันติดการพนันแต่เอ็งก็ยังเลือกจะอยู่กับมัน คนที่ทำให้เอ็งเสียใจคือตัวเอ็งเอง อย่าไปโทษใครเลย โทษตัวเองเถอะ”

“ไม่ต้องมาด่าฉัน เพื่อจะยกหางตัวเองหรอกพี่ช้อย จะอวดว่าตัวเองเลือกผัวดีกว่าฉันงั้นรึ”

ช้อยโกรธตบพริ้งหน้าหัน คนถูกตบไม่คาดคิดมาก่อนว่าพี่สาวจะทำรุนแรง ประสานรีบเข้าไปกั้นกลาง ขอร้องช้อยใจเย็นๆค่อยพูดค่อยจากัน

“ไม่ต้องพูดจาอะไรกันแล้ว เอาเลย เป็นคนดีกันนักใช่ไหมก็เผามันแทนฉันแล้วกัน ฉันจะไม่ยอมเสียอะไรให้มันอีกแล้ว พอ” พริ้งเดินออกไปหน้าตาเฉย ช้อยแทบทรุด ประสานรีบตามไปขอร้องพริ้งให้ใจเย็นๆก่อน ขืนหนีไปแบบนี้ชาวบ้านจะคิดอย่างไร เธอไม่สนใจ ห้ามเขาพูดอะไรอีก ถ้าไม่อยากให้เธอเกลียดขี้หน้าเขามากกว่านี้ ประสานหยุดกึก ได้แต่มองพริ้งเดินจากไป...

พริ้งยังคงโทษไพโรจน์ที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอหมดรักเขา แล้วเดินเชิดหน้าต่อไปทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังเหมือนที่เคยทำมาเสมอ จากนั้นไม่นาน เธอกลับถึงบ้านที่ว่างเปล่า มองไปรอบๆไม่เหลือใครช่างเหงาใจเหลือเกิน เมื่อเดินผ่านจุดที่ไพโรจน์นอนตาย ความกลัวแล่นจับ

ขั้วหัวใจ พริ้งรีบเดินหลบไปอย่างรวดเร็ว...

ภาพไพโรจน์นอนตายจมกองเลือดยังติดตา ทำให้พริ้งเก็บไปฝันร้ายสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก มองไปยังที่นอนที่ไพโรจน์เคยนอนอยู่ด้วยกัน ถึงกับทนดูไม่ได้ต้องยกมือขึ้นปิดตา

ooooooo

พริ้งทนอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนเจ็บปวดไม่ไหว หอบผ้าหอบผ่อนไปหาช้อยที่บ้านสวนซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน ช้อยกำลังบ่นกับคุณพระเวทย์ว่าน้องสาวหายหน้าไปตั้งแต่เผาศพไพโรจน์เสร็จ พูดไม่ทันขาดคำ มีเสียงพริ้งตะโกนเรียกช้อยดังมาจากหน้าบ้าน...

ทั้งช้อยและคุณพระเวทย์ต่างมองพริ้งที่ทำตัวราวกับไม่เคยโกรธเคืองอะไรกันมาก่อน แถมบ่นทำไมมาซื้อที่ไกลขนาดนี้ แล้วเด็กๆจะไปโรงเรียนกันอย่างไร คุณพระเวทย์ว่าแถวนี้มีโรงเรียนเดินไปได้

“เข้าเรื่องเถอะพริ้ง พี่รอฟังอยู่” ช้อยมองน้องสาวอย่างรู้ทัน

“ฉันทนอยู่บ้านนั้นต่อไปไม่ได้แล้วพี่ช้อย คุณพระ มันมีแต่ความทรงจำที่เลวร้ายตามหลอกหลอน ฉันจะมาขออยู่ด้วย” พริ้งทำท่าน่าสงสารหวังจะให้สองผัวเมียเห็นใจ ครู่ต่อมาช้อยพาพริ้งไปที่ห้องพัก จัดเสื้อผ้าเข้าตู้ให้ เธอชมพี่สาวว่าจัดห้องหับได้เป็นสัดส่วนดี บ้านใหญ่ขนาดนี้ทำคนเดียวไหวหรือ ช้อยมีคุณพระเวทย์ช่วยทำด้วย เนื่องจากเกษียณแล้วไม่ได้ทำอะไร อีกอย่างถ้าต้องไปจ้างคนอื่นสิ้นเปลือง ลูกยังต้องใช้เงินอีกมาก

“ติดขัดเรื่องเงินๆทองๆอะไรก็บอกฉันได้นะพี่ช้อย ฉันมี”

ช้อยแปลกใจที่คนงกอย่างพริ้งเอ่ยปากเรื่องเงิน เธอให้ยืมไม่ได้ให้เลย แต่ไม่คิดดอกเบี้ยตอบแทนที่ พี่ให้อยู่ด้วย ช้อยไม่รบกวนอะไรเธอแต่ถ้าอยากตอบแทนขอแค่เธอดูแลชีวิตตัวเองดีๆ ใช้สติคิดให้มากๆก่อนตัดสินใจทำอะไร อย่าทำให้ตนต้องเป็นห่วงอีก พริ้งไม่คิดเรื่องอื่น คิดแต่จะทำมาหากิน ตอนนี้เธอเอาบ้านไปจำนองเพื่อเอาเงินมาปรับปรุงคลินิก คราวนี้เธอจะตั้งชื่อใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคลว่า พริ้งการแพทย์

ooooooo

คลินิกพริ้งการแพทย์ใกล้จะเปิดดำเนินการ เหลือตกแต่งภายในอีกนิดหน่อย ฉวีขอบคุณพริ้งมากที่นึกถึงและตามให้มาทำงานด้วยอีกครั้ง พริ้งไม่ไว้ใจใครนอกจากเธอ เพราะพินิจเคยบอกว่าเธอจะเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุด

“ถามจริงๆหมอเขามีพระคุณอะไรกับคุณหนักหนา”

ฉวีเคยกินยาฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังในความรัก พินิจเป็นคนมาพบและช่วยชีวิตเอาไว้ เขาให้โอกาสครั้งที่สองในชีวิตทำให้ตนไม่กลายเป็นคนผิดบาปเพราะทำลายชีวิตตัวเอง ตนจึงตั้งใจจะตอบแทนพินิจและคนในครอบครัวของเขาให้ดีที่สุดตราบเท่าที่ยังเป็นที่ต้องการ

“ก็ดี ช่วยฉันหาหมอมาประจำที่คลินิกด้วยนะเอาที่รักษาเก่งๆ คนไข้ติดใจเหมือนหมอพินิจ อ้อ ฉันอยากให้มีผดุงครรภ์ด้วย หารายได้อีกทาง หาพยาบาลด้านนี้มาด้วยอีกคน”

ระหว่างนั้นขาไพ่จากบ่อนเดินเข้ามาทักทายพริ้งว่าพวกขาไพ่บ่นถึงเห็นหายหน้าไป ฉวีรู้ทันทีว่าพูดถึงบ่อนแต่ทำนิ่งเสียไม่แสดงอาการใดๆ พริ้งเห็นเธอไม่สนใจก็โล่งอก บอกขาไพ่ว่าว่างเมื่อไหร่จะแวะไป...

ทางด้านฉวีไม่สบายใจเรื่องที่พริ้งเข้าบ่อนจึงนำไปเล่าให้ประสานฟัง เขาบ่นด้วยความเป็นห่วงเมื่อไหร่พริ้งจะเลิกเล่นการพนันหรือต้องรอให้หมดตัวก่อน ฉวีสังเกตปฏิกิริยาของเขารู้สึกได้ว่าเขาห่วงพริ้งเกินกว่าความเป็นเพื่อน ครั้นเลียบๆเคียงๆถาม เขากลับอ้างว่าที่เป็นห่วงเธอเพราะพินิจฝากฝังไว้

“เมื่อครู่นี้คุณพริ้งให้ดิฉันหาหมอมาประจำที่คลินิก เธอขอให้ดูคนรักษาเก่งๆคนไข้ชอบเหมือนหมอพินิจ ตอนที่คุณพริ้งพูดถึงหมอพินิจดูเธอยังอาลัยและระลึกถึงหมอพินิจอยู่มากนะคะ หมอช่วยดูๆให้ด้วยได้ไหมคะ”

“ได้สิ ผมจะช่วยดูให้”

“เห็นหมอคอยช่วยเหลือคุณพริ้งมาโดยตลอดแบบนี้ ดิฉันเองก็มั่นใจได้ว่าหมอจะเป็นกัลยาณมิตรที่ดีกับคุณพริ้ง ซึ่งเคยเป็นภรรยาของเพื่อนรักหมอตลอดไป ไม่มีทางแปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น” ฉวีดักคอ ประสานรับรู้ได้ว่าคู่สนทนาสงสัยในตัวเขา ตอบเลี่ยงๆว่าตัวเองปรารถนาดีต่อพริ้งอย่างจริงใจ...

แม้รู้ดีว่าพริ้งไม่ชอบขี้หน้าแถมยังอาลัยอาวรณ์พินิจอยู่ แต่ประสานตั้งใจมั่นจะต้องเอาชนะใจเธอให้ได้...

พริ้งเจอซินแสคนหนึ่งโดยบังเอิญ ทีแรกเธอไม่สนใจไม่มีอารมณ์จะดูหมอ แต่พอเขาทักว่าเธอมีหลายผัว เธอถึงกับชะงัก สุดท้ายก็ยอมให้เขาดูดวงชะตาให้

ooooooo

ช้อยตกใจเกือบทำมีดหล่นเมื่อพริ้งเล่าให้ฟังว่าซินแสทำนายทายทักว่าเธอจะมีผัวนับสิบคน แถมบางคนไปแย่งคนอื่นมาอีกด้วย ช้อยเตือนอย่าไปเชื่อเรื่องพรรค์นี้ ชีวิตจะดีจะชั่วก็อยู่ที่ตัวเราทำ พริ้งเองก็ไม่เชื่อเพราะคนอย่างเธอไม่มีทางแย่งของของใคร ช้อยเห็นด้วย ทำแบบนั้นมันเป็นบาป

“ไม่ได้กลัวบาป แต่ไม่ชอบเป็นที่สองรองใคร ไปนะพี่ช้อย จะไปดูคลินิก ต้องเร่งหน่อยเดี๋ยวจะไม่เสร็จตามกำหนด” พริ้งว่าแล้วเดินนวยนาดออกไป ช้อยมอง ตามเบาใจอยู่บ้างที่น้องยังรู้จักยับยั้งชั่งใจ...

พริ้งกำลังจะเดินไปที่ประตูรั้วแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นประสานเปิดประตูเข้ามา เธอไม่อยากเสวนาด้วยจึงเดินเลี่ยงออกมาแต่เขาตามมาคว้ามือไว้ พริ้งพยายามสะบัดหนีแต่เขายึดไว้แน่น ทั้งอ้อนวอนขอร้องให้เธออภัยให้ แถมยังคร่ำครวญว่ารักเธอมาก ทำได้ทุกอย่างเพื่อเธอและย้ำว่าเธอเกิดมาเพื่อเป็นของเขา

“ฉันไม่ได้เป็นของใคร” พริ้งดึงมือเขาออกแต่ประสานจับไว้ไม่ยอมปล่อย

ช้อยเดินถือตะกร้าใส่ขนมออกมาเห็นพอดีก็หยุดมอง อีกฝ่ายเห็นเธอก็เกรงใจรีบปล่อยมือจากพริ้ง ร้องทักทายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ช้อยก็เลยต้องทำแบบเดียวกัน

“พี่จะฝากขนมไปให้คุณฉวีหน่อย คิดว่าไม่ทันพริ้งซะแล้ว”

พริ้งรีบคว้าตะกร้าจากมือพี่สาวแล้วเดินลิ่วออกไป ประสานลาช้อยก่อนจะจ้ำพรวดๆตาม ช้อยมองตามรู้สึกไม่ชอบมาพากล ยิ่งถูกเพื่อนบ้านทักว่านั่นชิ้นใหม่ของพริ้งใช่ไหม เธอก็ยิ่งไม่สบายใจ...

ประสานตามติดพริ้งทั้งที่โดนไล่ราวกับหมูกับหมา เธอไม่พอใจเอาตะกร้าฟาด เขาเข้าไปกอดเธอไว้เป็นการกันไม่ให้ถูกทำร้ายพริ้งดิ้นหนีจนเสียหลักตกท้องร่องไปด้วยกันโดยเธอนอนทับบนตัวเขา ประสานมองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความปรารถนา ขอร้องให้เธอเห็นใจเขาบ้าง เธอท้าทายหากเขาอยากได้เธอนักก็ให้ขอเธอแต่งงาน ประสานอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะทำตามที่เธอต้องการ พริ้งกลับปฏิเสธไม่ยอมแต่งด้วย อ้างไม่ได้รัก

“เห็นไหม ก็คุณเกลียดผมแล้วจะให้ผมขอแต่งงานเพื่ออะไร”

“แล้วจะยังตามตื๊อฉันทำไม ให้ฉันต้องเป็นขี้ปากชาวบ้าน” พริ้งพูดพลางลุกขึ้นปัดเสื้อผ้า

“จนกว่าคุณจะรักผมได้ในสักวันหนึ่ง วันนั้นผมจึงจะพูดขอคุณแต่งงาน”

พริ้งสุดทน เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นผู้ชายที่ไหนหน้าด้านเท่าประสานมาก่อนถ้าเขาอยากจะตามก็เชิญตามได้เลย เธอก็อยากรู้เหมือนกันจะตามได้สักกี่น้ำ...

ทางฝ่ายช้อยนำเรื่องที่ประสานเทียวไล้เทียวขื่อพริ้งอยู่นานสองนานแต่ไม่เห็นพูดจาให้เป็นเรื่องเป็นราวสักทีมาเล่าให้คุณพระเวทย์ฟัง แล้วตั้งข้อสังเกตหรือประสานจะมีพันธะแล้วอย่างที่คุณพระเวทย์เคยพูดไว้ เขาไม่เคยได้ยินใครพูดเรื่องประสานแต่งงานแล้ว

“คิดแล้วฉันไม่สบายใจเลย เฮ่อ แต่คงจะไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ล่ะมั้งคะเพราะพริ้งดูท่าจะไม่ชอบหมอสักเท่าไร ตบมือข้างเดียวคงไม่ดังหรอก” พูดจบช้อยลุกออกไป คุณพระเวทย์ครุ่นคิดหาทางสืบเรื่องของประสาน

ooooooo

พริ้งต้องการแกล้งประสาน จึงแวะเข้าบ่อนเขาจะตามแต่คนเฝ้าประตูไม่ยอมให้เข้า เธอเดินเข้าข้างในอย่างมีความสุขคิดว่าคงกำจัดเขาพ้นทางได้ พริ้งอยู่ในบ่อนเกือบครึ่งค่อนวัน กลับออกมาอย่างอารมณ์เสียเพราะเงินหมด ยิ่งเห็นประสานรออยู่ไม่ไปไหนก็ยิ่งหัวเสีย แดกดันว่าว่างนักหรือ

“วันนี้ตั้งใจว่างเพื่อคุณพริ้ง จะให้รอนานแค่ไหนก็รอได้”

“งั้นยืมเงินหน่อยจะเอาไปเล่นต่อ วันนี้ที่เอามา หมดแล้ว”

ทีแรกประสานทำท่าจะไม่ให้ แต่สุดท้ายต้องยอมทำตามที่พริ้งต้องการ คราวนี้เธอเอาเขาเข้าไปนั่งในบ่อนด้วย ดูเหมือนเขาจะเป็นตัวนำโชค พริ้งชนะพนันตลอดโกยเงินเข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็นกำขณะที่ประสานนั่งใจตุ๊มๆต่อมๆ กลัวตำรวจบุกเข้ามาจะพลอยติดร่างแหไปด้วยทั้งที่ไม่ได้เล่นพนัน...

กว่าประสานจะพาพริ้งมาส่งบ้านพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เขาถามเอาใจว่าพรุ่งนี้จะไปอีกไหม ถ้าไปจะได้มาคอยรับคอยส่ง เธอเห็นเขาเป็นตัวนำโชค จึงยินดีให้ตามรับตามส่ง เขากลับไปด้วยความหวังเต็มเปี่ยมอย่างน้อยคราวนี้เธอก็ไม่ไล่ตะเพิด...

พริ้งกำลังจะเข้าห้องพัก ช้อยออกมาทักทำไมกลับดึกนัก พอรู้ว่าเธอไปบ่อนมาขอร้องให้เลิก เธออ้างเล่นการพนันทำให้ไม่ฟุ้งซ่าน ไว้คลินิกเปิดเมื่อไหร่ เธอคงงานยุ่งไม่ได้ไป แต่ตอนนี้กำลังมือขึ้น มีประสานเป็นตัวนำโชคมาให้ ช้อยแปลกใจไหนบอกว่าเกลียดเขานักเกลียดเขาหนา

“เกลียดก็เปลี่ยนเป็นชอบได้ถ้ามีประโยชน์กับฉัน” ว่าแล้วพริ้งเดินเข้าห้องอย่างอารมณ์ดี ช้อยได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

สายวันถัดมา พริ้งแต่งตัวสวยเดินไปหาประสานที่ยืนรอรับอยู่ที่รถซึ่งจอดไว้หน้าบ้านสวนของช้อย เธอตื่นเต้นปนแปลกใจไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะมีรถเนื่องจากไม่เคยเห็นเขาใช้

“นานๆจำเป็นทีถึงจะเอาออกมาใช้ ต้องเป็นเรื่องสำคัญเท่านั้นจริงๆ อย่างเช่นเมื่อคนที่ผมรักอนุญาตให้ผมคอยรับคอยส่งได้” ประสานพูดจบเปิดประตูรถให้พริ้งขึ้นไปนั่งชูคอ...

วันนี้พริ้งเล่นพนันได้เงินเป็นกอบเป็นกำอีก จึงสรุปว่าประสานเป็นตัวนำโชคของเธออย่างแท้จริง เงินที่ได้มากมายทำให้ความเกลียดชังที่มีต่อเขาค่อยๆผ่อนคลายลง...

การเทียวไล้เทียวขื่อของประสานทำให้ช้อยไม่ค่อยจะชอบใจนัก เรียกน้องสาวมาถามตกลงเรื่องเธอกับประสานจะว่าอย่างไร ควงกันไปควงกันมาแบบนี้ดูไม่งาม พริ้งหาว่าพี่คิดมาก เธอคิดกับเขาแค่เป็นตัวโชคลาภ เหมือนเครื่องรางที่ต้องพกติดตัว เธอเล่นได้ทุกครั้งที่เขาไปด้วย จะให้คิดอะไรเกินกว่านั้นคงไม่มี ช้อยส่ายหน้าระอาใจกับความคิดแปลกๆของน้องสาว แล้วถามว่าวันนี้ไม่ไปบ่อนอีกหรือ พริ้งส่ายหน้า

“คุณประสานไม่ว่าง ฉันก็ไม่ไปเพราะหลังๆเวลาที่ฉันไปคนเดียวเสียทุกที”

“เวรกรรม” ช้อยบ่นอุบ พริ้งขี้เกียจฟังเธอเทศนา ขอตัวไปซื้อเครื่องสำอาง ครู่ต่อมาพริ้งมาเดินเฉิดฉายอยู่ที่ย่านการค้ากลางพระนคร ยิ่งมีความสุขยิ่งทำให้เธอสวยจนหนุ่มๆพากันมองเหลียวหลัง ระหว่างเดินบริหารเสน่ห์ให้หนุ่มๆน้ำลายหก พริ้งเหลือบเห็นรถของประสานแล่นผ่าน ดีใจจะตะโกนเรียกแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเบาะข้างคนขับมีผู้หญิงนั่งอยู่ เธอคนนั้นเอนหัวซบไหล่ประสานอีกด้วย ความหึงเข้าจู่โจม รีบวิ่งตามรถของประสานแล่นเร็วทำให้พริ้งตามไม่ทัน ได้แต่มองรถคันนั้นแล่นจากไปอย่างแค้นใจ...

ฝ่ายคุณพระเวทย์กับช้อยรู้ข้อมูลเกี่ยวกับประสานที่ลูกน้องเก่าของคุณพระไปสืบมาได้ถึงกับหน้าเครียด ทันทีที่พริ้งกลับมา สองผัวเมียเล่าให้ฟังว่าประสานมีเมียมีลูกแล้ว คุณพระเวทย์ให้คนไปสืบมาให้

“พี่ไม่รู้หรอกว่าหมอประสานจริงจังกับพริ้งมากแค่ไหน แต่มันไม่ถูกต้อง พริ้ง...ตัดไฟแต่ต้นลมเถิด รู้แล้วก็ต้องหยุด อย่าทำให้ครอบครัวของใครต้องแตกแยกบาปนัก”

พริ้งอายช้อยกับคุณพระเวทย์มาก รีบเดินเข้าห้องไม่หือไม่อืออะไรทั้งสิ้น...

เมื่ออยู่ในห้องเพียงลำพัง พริ้งทั้งโกรธทั้งแค้นใจมาก ยิ่งนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ต่างๆก็ยิ่งพบพิรุธในตัวประสานว่าทำไมเวลาที่เธอขอให้เขารับเธอกับตาหนูไปอยู่ด้วยเขาถึงอึกอัก หรือแม้แต่ตอนที่เขาพร่ำบอกว่ารักเธอแค่ไหน แต่กลับไม่คิดจะขอเธอแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว ยิ่งคิดพริ้งก็ยิ่งแค้น

ooooooo

หลังจากนั่งคิดนอนคิดเรื่องประสานมาทั้งคืน พริ้งเข้ามาขอร้องช้อยอย่าเพิ่งให้ประสานรู้ว่าเรารู้เรื่องเมียกับลูกของเขาแล้ว ช้อยไม่เข้าใจทำไมถึงบอกไม่ได้ จะต้องรอทำไมอีก

“เออน่ะเดี๋ยวก็รู้เอง”

ช้อยเดาออกว่าพริ้งมีแผนการบางอย่าง ขอร้องอย่าทำอะไรอีกเลย ถ้าโกรธประสานก็แค่ไม่คบไม่ยุ่งแล้วก็ไล่ไปให้พ้นๆจากชีวิต เธอยังไม่มีอะไรเสีย พริ้งคิดในใจทำไมจะไม่เคยเสียอะไรให้มัน ครั้งก่อนโดนมันข่มขืนยังแค้นไม่หายตั้งใจจะเก็บเขาไว้ใช้ประโยชน์ให้คุ้มก่อน ขอร้องช้อยให้ทำตามที่บอก ทีแรกเธอทำท่าจะไม่ยอม พริ้งต้องอ้อนวอนอยู่นานเธอถึงรับปากจะไม่พูดอะไรอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

“ขอบใจนะพี่ช้อย ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันดูแลตัวเองได้” พูดจบพริ้งไปนั่งรอประสานอย่างใจเย็น...

ช้อยกับคุณพระเวทย์กำลังช่วยกันหิ้วตะกร้าขนมจะเอาไปส่งขาย เจอประสานเดินสวนเข้ามา สองผัวเมียพยายามปรับสีหน้าเป็นปกติทักทายเขาตามมารยาท ก่อนจะพากันรีบออกไป แขกผู้มาเยือนรับรู้ถึงความผิดปกติได้ แต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร พริ้งร้องเรียกเขาเสียงหวานหยดอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เขาลืมท่าทีของสองผัวเมียไปเลย จากนั้นทั้งคู่เดินมาที่รถ ประสานรีบเปิดประตูรถให้ พริ้งมองไปที่เบาะข้างคนขับ

“ฉันนั่งทับที่ใครหรือเปล่าคะ ปกติที่นั่งตรงนี้มีใครเคยนั่งนอกจากฉันหรือเปล่า...เช่น เมียคุณ”

ประสานปฏิเสธทันทีว่าไม่มี พริ้งจับน้ำเสียงร้อนรนนั้นได้ยิ่งมั่นใจว่ามีอะไรปิดบัง จึงเดินตามแผนการของตัวเองทันที อ้างที่ต้องพูดแบบนี้เพราะถ้าเขาโกหกว่ายังไม่มีลูกมีเมียแต่ความจริงมี เธอคงหัวใจสลาย เธอคงไม่กล้ารักคนมีเจ้าของแล้ว ไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งสามีใคร ประสานถามเสียงสั่นว่ารักเขาจริงๆหรือ

“ค่ะ คุณทำให้ฉันใจอ่อนและรักคุณ”

“ผมดีใจที่สุด วันนี้คุณพริ้งรักผมแล้ว” ไม่พูดเปล่าประสานดึงพริ้งมากอด เธอทวงถามว่าจำได้ไหมว่า ถ้าเขาทำให้เธอรักเขาได้ เขาจะขอเธอแต่งงาน ประสานหน้าเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันอยากแต่งงานกับคุณ” พริ้งรุกไล่หนัก ประสานอึ้งหนักใจจะเอาอย่างไรดี

ooooooo

ด้วยความที่อยากจะได้ครอบครองพริ้งทำให้ประสานตัดสินใจแต่งงานกับเธอและมาทาบทามเธอจากช้อยและคุณพระเวทย์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว พริ้งต้องการให้งานแต่งงานครั้งนี้เอิกเกริกที่สุดจะลงประกาศในหนังสือพิมพ์อีกด้วย ประสานต่อรองขอแต่งเงียบๆมีรดน้ำกินเลี้ยงในหมู่ญาติก็พอ

พริ้งไม่ยอมอ้างตนเองมีเพื่อนฝูงมาก ส่วนประสานเองก็ทำงานมีหน้ามีตามีเกียรติก็ควรจะจัดงานให้สมเกียรติ แล้วย้อนถามหรือว่าไม่อยากให้ใครรู้ ประสานอ้างไม่ค่อยมีเงิน พริ้งยินดีออกเงินให้ คุณพระเวทย์กับช้อยไม่สบายใจ ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยเดิมพริ้งอยากเอาชนะจนใช้เงินซื้อผู้ชาย ประสานกระดากอายถ้าต้องใช้เงินของเธอ พริ้งต่อรองถ้าเขากระดากก็ให้ลาออกจากโรงพยาบาลมาทำคลินิกให้เธอ

“แต่เป็นหมอ ถ้าไม่อยู่โรงพยาบาลมันคง...” ประสานอ้างโน้นอ้างนี่ไปเรื่อย พริ้งยื่นคำขาดถ้าไม่ทำตามเธอก็ไม่แต่ง เขาครุ่นคิดหนักจะเอาอย่างไรดี...

ในเวลาต่อมาขณะประสานกำลังจะออกจากบ้านสวน คุณพระเวทย์ตามมาเตือนให้เขาคิดดูให้ดีๆก่อนจะตัดสินใจแต่งงานกับพริ้งเพราะอาจจะมีปัญหาตามมาก็ได้ เขาชักสงสัยหรือคุณพระเวทย์รู้อะไรมา...

ขณะที่คุณพระเวทย์พยายามเตือนสติประสาน ช้อยลากพริ้งมาคุยกันลำพังพี่น้อง ขอร้องให้ล้มเลิกความคิดจะแต่งงานกับประสาน ไม่อย่างนั้นจะได้ชื่อว่าแย่งผัวชาวบ้าน เธอกลับเถียงข้างๆคูๆว่าไม่ได้แย่ง เขามาเองต่างหาก ช้อยอยากรู้ที่พริ้งจะแต่งคราวนี้เพราะรักประสานจริงหรือ

“รัก ไม่อย่างนั้นฉันไม่ลงทุนทำถึงขนาดนี้หรอก”

“รักอีกแล้วรึ รักของเอ็งคืออะไร คือความอยากได้เป็นเจ้าของเพราะเขาทำประโยชน์ให้เอ็งอย่างนั้นรึ พี่ขอร้อง อย่าทำแบบนี้ เชื่อพี่สักครั้งเถอะ” ป่วยการที่ช้อยจะขอร้อง เพราะคนอย่างพริ้งตั้งใจจะเอาต้องได้ เธออ่อนใจกับน้องยิ่งนัก มองเห็นความยุ่งยากที่จะตามมาในอนาคต แต่อีกฝ่ายกลับมองข้าม...

ช้อยอดรนทนไม่ไหว แต่งตัวจะไปคุยกับประสานให้รู้เรื่อง คุณพระเวทย์รั้งตัวไว้ เพราะเตือนสติเขาไปแล้ว ประสานเป็นคนฉลาดย่อมรู้ความหมายที่ตนสื่อ สองผัวเมียได้แต่หวังว่าเขาจะฟังคำเตือน

ooooooo

ความหวังที่จะห้ามประสานและพริ้งไม่ให้แต่งงานกันของคุณพระเวทย์กับช้อยคว่ำไม่เป็นท่า ทั้งคู่ยังคงเดินหน้าจัดงานแต่งต่อไปโดยจัดใหญ่โตเอิกเกริกอย่างที่ฝ่ายเจ้าสาวต้องการ
งานแต่งจัดขึ้นที่ชั้นบนของเหลาแห่งหนึ่งมีแขกมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง แถมบัตรเชิญกินเลี้ยงมีโฆษณาคลินิกพริ้งการแพทย์แฝง แถมระบุที่ตั้งไว้ด้านหลัง นอกจากนี้พริ้งยังลงโฆษณางานแต่งในหนังสือพิมพ์อีกด้วย

อีกมุมหนึ่งในห้องแต่งตัวเจ้าสาว ช้อยเตือนพริ้งถึงข้อมูลล่าสุดที่คุณพระเวทย์ได้มาจากลูกน้องว่า ประสานยังไม่ได้เลิกกับภรรยาแม้จะยอมแต่งงานกับพริ้ง นี่แสดงให้เห็นว่าเธอเอาชนะเมียของประสานไม่ได้ พริ้งไม่สนใจ อีกไม่นานฝ่ายนั้นก็ต้องเลิกราไปเอง ช้อยสงสัยเธอแน่ใจได้อย่างไร

“ไม่งั้นฉันจะลงโฆษณางานแต่งในหนังสือพิมพ์ทำไม ถ้าไม่อยากให้เรื่องไปถึงหูเมียคุณประสาน เพราะ ฉันอยากให้มันเห็นแล้วเดี๋ยวมันก็ต้องเลิก”

“แล้วถ้าเขาไม่เลิกล่ะ มาอาละวาดเอาผัวเขาคืนจะทำยังไง”

พริ้งท้าให้มาได้เลย ดีเสียอีกจะได้ให้ประสานเลือกเลยว่าจะเอาใคร ช้อยไม่เข้าใจทำไมต้องรอให้เกิดเรื่องอับอายผู้คนเสียก่อน แต่งงานผัวคนที่สามก็อับอายพอแรงแล้ว ยังจะเป็นผัวที่ไปแย่งคนอื่นมาอีกมิต้องเดินเอาปี๊บคลุมหัวกันเลยหรือ พริ้งไม่อายต่อให้แต่งผัวคนที่สี่ห้าหกเจ็ด

“อย่าใช้อารมณ์กับเรื่องสำคัญขนาดนี้เลยพริ้ง เดินไปบอกหมอประสานซะว่าพริ้งรู้เรื่องเมียของเขาและจะไม่แต่งงาน” พูดไม่ทันขาดคำ ประสานเข้ามาในห้อง รับรู้ได้ถึงบรรยากาศตึงเครียด

“คุณพริ้งไปรับแขกกันเถอะ”

ช้อยมองพริ้งด้วยสายตาอ้อนวอน เธอมองพี่สาวสลับกับมองประสาน สุดท้ายเธอเลือกจะเดินไปกับเขา ช้อยอ่อนอกอ่อนใจที่น้องไม่เคยเชื่อฟังคำพูด และอดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะเกิดเรื่องขึ้น...

เป็นอย่างที่ช้อยหวั่นใจ วิไลเมียของประสานบุกเข้ามาในงานจิกตีตบพริ้งที่กำลังไหว้ขอบคุณแขกอยู่กับประสาน ปากก็ด่าทอว่านังผู้หญิงหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้านไปด้วย คุณพระเวทย์สั่งให้ช้อยพาตานิดกับสายสวาทออกไปข้างนอกอย่าให้เห็นภาพแบบนี้ แล้วเข้าไปบอกประสานให้ไปห้ามเมียของเขา

หมอหนุ่มได้สติเข้าไปดึงวิไลออกจากพริ้ง เธอก็เลยหันมาตบเขาแทน ด่าซ้ำว่าเลวมาก พริ้งตั้งหลักได้ ปรี่เข้าไปกระชากวิไลตบคืนไปเป็นสิบเท่าจนเซชนโต๊ะล้มระเนระนาด ประสานเข้าไปห้ามก็ถูกพริ้งตบหน้าหัน

“ไม่ใช่ฉันเพิ่งจะรู้ว่าคุณมีมัน แต่ฉันก็ให้โอกาสให้เวลาคุณไปบอกเลิกมัน แต่คุณก็ไม่ทำ นี่เป็นโอกาสสุดท้าย บอกมาจะเลือกใคร” พริ้งเห็นเขายังนิ่งอึ้งตะคอกใส่ “ฉันถามว่าจะเลือกใคร”

ประสานซึ่งยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพริ้งกับวิไลมองสองสาวสลับกันไปมาอยู่อึดใจ ก่อนจะเดินไปหาพริ้ง

“ผมขอโทษนะวิไล ผมรักคุณพริ้ง”

วิไลกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง วิ่งไปหยิบปืนในกระเป๋าถือ ขึ้นมาเล็งประสานกับพริ้ง แขกเหรื่อตกใจวิ่งหนีกระเจิง ประสานเอาตัวบังพริ้งไว้อย่างปกป้อง ยิ่งเห็นแบบนั้นวิไลยิ่งใจสลาย เสียแรงอยู่กินจนมีลูกด้วยกัน ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาสักนิด

ในเมื่อวิไลไม่ได้เขาก็อย่าหวังจะมีใครได้ ตัดสินใจยิงตรงหว่างขาประสานจนทรุด แล้วกราดยิงไปทั่วนัดหนึ่งเฉี่ยวแขนพริ้งเลือดอาบ วิไลยิงจนหมดแม็กกาซีน ก่อนจะทิ้งปืนลงพื้น วิ่งเตลิดไปที่หน้าต่างพุ่งหลาวลงไปคอหักตาย คุณพระเวทย์ตั้งสติได้วิ่งมาที่ร่างของพริ้งกับประสาน อุ้มร่างเธอขึ้นมาพลางเรียกให้คนอื่นมาช่วย

ฉวีกับแขกช่วยกันแบกประสานที่ยังมีสติ มองพริ้งด้วยความเป็นห่วง ช้อยพาลูกเข้ามาเห็นสภาพก็ตกใจกอดลูกไว้ในอ้อมแขนร้องไห้สงสารพริ้งจับใจ

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันที่ประสานออกจากโรงพยาบาลได้ ช้อยรีบมาปลุกพริ้งแต่เช้าจะได้ไปรับเขาด้วยกัน พริ้งจะเอ่ยปากขอโทษพี่สาวที่ไม่เชื่อคำตักเตือนจนเกิดเรื่องใหญ่โต แต่กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกคอหอยพูดไม่ออก รีบเปลี่ยนเรื่องพูด ให้คนเอากระเป๋าเสื้อผ้า ของตนไปไว้ที่คลินิกหรือยัง

“จัดการเรียบร้อยแล้ว”

พริ้งขอบใจพี่สาวสำหรับทุกอย่าง ช้อยรู้จักนิสัยเธอดีว่าปากแข็ง ได้แต่ยิ้มๆก่อนจะเอามือลูบหัวน้อง

“เรื่องร้ายๆมันจบไปแล้ว ต่อไปนี้ก็เริ่มต้นใหม่เริ่มให้ดี” คำพูดของช้อยทำให้พริ้งตื้นตันน้ำตาจะไหล แต่ต้องกลั้นเอาไว้ไม่ยอมให้พี่เห็น ครั้นอยู่คนเดียวในห้อง พริ้งร้องไห้โฮเสียใจที่ละเลยคำเตือนของพี่...

พริ้งหมดใจกับประสานตั้งแต่เกิดเรื่องแล้ว การส่งตัวที่คุณพระเวทย์ได้ฤกษ์มาใหม่ในวันนี้จึงเป็นแบบขอไปทีแค่ให้จบๆไปเท่านั้น ทั้งคู่ใช้คลินิกที่เพิ่งสร้างเสร็จแต่ยังไม่ได้เปิดทำการเป็นเรือนหอ ช้อยเห็นท่าทีของพริ้งตอนส่งตัวแล้วไม่สบายใจ ฝากฉวีเป็นธุระให้ด้วยหากมีอะไรไม่ชอบมาพากลรีบบอกตนทันที คุณพระเวทย์หาว่าช้อยกังวลเกินเหตุ หากพริ้งคิดจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของสองคนนั่นเราเป็นแค่คนนอก

“ฉันรู้ แต่ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยอมอยู่เฉยๆปล่อยให้พริ้งทำอะไรที่ไม่ชอบกลอีก เรื่องที่เมียเก่าหมอประสานมาอาละวาดในงานไม่ใช่เพราะส่วนหนึ่งเราวางเฉยเหรอคะคุณพระ ถ้ามันจะไม่เชื่อฉันอีกก็ให้มันรู้ไป ฉันจะขวางลำ ให้ถึงที่สุด คอยดูสิ” พูดจบช้อยเดินออกจากคลินิก คุณพระเวทย์ขอให้ฉวีทำตามที่ช้อยต้องการ แล้วเดินตามเมียรักออกไป คล้อยหลังไม่นาน พริ้งออกจากห้องหอมาเรียกฉวีให้ขึ้นไปพบ แล้วโยนถุงยาให้

“ยาของคุณประสาน ช่วยเอาให้เขากินตามที่เขียนลงบนซองนั่นแหละ”

ประสานตามออกมาตัดพ้อทำไมพริ้งถึงไม่เป็นคนจัดยาให้เขากินเอง เธออ้างว่าต้องไปหาเงินไม่มีเวลามาทำเรื่องเล็กๆพวกนี้ ตอนนี้คลินิกยังเปิดไม่ได้ เธอจะเข้าบ่อนไปหาเงินมาเสียดอกเบี้ย ฉวีเห็นท่าไม่ดีรีบหลบออกมา ประสานขอร้องให้พริ้งเลิกเล่นการพนัน พรุ่งนี้เขาจะรักษาคนไข้ให้เธอรอรับเงินได้เลยไม่ต้องออกไปหาเงินแล้ว และเขาจะทำงานให้เธออย่างเต็มที่ พริ้งเห็นเขายังเดินไม่ค่อยถนัดแล้วจะทำงานได้หรือ

“ได้สิ แค่นั่งตรวจคนไข้ไม่ได้ใช้ร่างกายหนัก ผมเป็นหมอนะ ผมรู้ตัวเองสิ วันนี้อย่าออกไปไหนเลยนะ ผมคิดถึงคุณใจจะขาด” ไม่พูดเปล่าประสานเข้ามาลูบไล้เนื้อตัวพริ้งซึ่งเริ่มสะเทิ้นจากรสสัมผัสของเขา “ผมรู้ว่าคุณยังโกรธผมที่ผมโกหกเรื่องวิไล ที่ผมขี้ขลาดจนทำให้เกิดเรื่อง ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมได้ไหม นับจากวันนี้ผมจะทำให้คุณมีความสุขมากที่สุด ให้คุณเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก”

จากนั้นทั้งคู่ไปจบกันที่เตียงนอนในห้องหอ แต่แล้วต้องตกใจแทบช็อก กระสุนที่วิไลยิงเข้าหว่างขาของประสานทำให้เขาไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน พริ้งถึงกับหัวเสียเนื่องจากอารมณ์ค้าง รีบสวมเสื้อผ้า คว้ากระเป๋าถือเดินออกจากห้อง ประสานเดินกะเผลกๆตามมาคว้าแขนไว้

“กลับเข้าห้องเถอะนะ ผมจะช่วยคุณเอง”

พริ้งผลักเขาอย่างแรงจนก้นจ้ำเบ้า ฉวีได้ยินเสียงเอะอะออกมาดูอยู่ห่างๆ ประสานร้องถามพริ้งว่าจะไปไหน เธอจะไปหาที่ระบายอารมณ์ แล้วหันหลังจะไปเห็นฉวียืนอยู่ก็อายมากรีบเดินหนี ประสานร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น ฉวีได้แต่มองไม่รู้จะปลอบใจอย่างไร

ooooooo

กว่าพริ้งจะกลับมาอีกทีก็เป็นเช้าวันรุ่งขึ้น ที่ระบายอารมณ์ของเธอคือบ่อนพนัน ประสานกลับคิดว่าเธอไปหาที่ระบายความใคร่กับผู้ชายอื่น จนมีปากเสียงกันรุนแรง เธอโกรธมากตบเขาหน้าหัน ประสานเห็นสายตาเกลียดชังที่จ้องมองมาก็ได้สติ ขอร้องเธออย่ามองเขาแบบนั้น แล้วเข้าไปกอดเธอไว้ทั้งน้ำตา

“อย่าทำเหมือนผมไม่มีค่า ให้โอกาสผมเถอะผมขอร้อง เราผ่านอะไรกันมามากมาย อย่าให้มันต้องสูญเปล่าเลย ผมจะพยายามทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม เพื่อให้คุณพริ้งมีความสุขที่สุดให้ได้”

ฉวีมองเหตุการณ์ด้วยความสะเทือนใจและแปลกใจ ทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องอะไร...

พริ้งลองสู้กับอาการป่วยของประสานดูสักตั้ง ซื้อยาสมุนไพรจีนบำรุงร่างกายมาต้มให้เขากินด้วยตัวเอง ฉวีเห็นความตั้งใจของเธอแล้วพลอยดีใจไปด้วย เข้าไปช่วยเธอกรอกยาลงขวดไว้ให้ประสานกิน

ยาหมดไปหลายหม้อแต่อาการของประสานไม่มีทีท่าจะดีขึ้น พริ้งตระหนักแล้วว่าเขาไม่มีทางรักษาหาย ต่างเจ็บปวดและผิดหวัง นานวันเข้า ความผิดหวังเปลี่ยนเป็นความเฉยชา แม้จะกินข้าวร่วมโต๊ะเดียวกัน แต่พริ้งไม่แม้จะปรายตามอง และเริ่มไม่สนใจในตัวเขาอีกต่อไป

ฉวีรับรู้ได้ถึงความห่างเหินของสองผัวเมีย พยายามชวนประสานพูดคุยเผื่อจะระบายความอัดอั้นออกมาบ้าง แต่เขาอายเกินจะบอกเรื่องที่ไร้สมรรถภาพทางเพศให้ใครรับรู้ได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้คนเดียว

พริ้งใช้บ่อนเป็นที่ระบายความอัดอั้นขณะที่ประสานเอาแต่ทำงานหนักเพราะไม่อยากเป็นคนไร้ประโยชน์ในสายตาของเมีย วันนี้พริ้งออกไปเล่นพนันเหมือนอย่างเคยกว่าจะกลับประสานเข้านอนแล้ว เธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าล้มตัวลงนอนข้างๆ เขานอนรอท่าอยู่พลิกมากอดเธอไว้ เธอกลับผลักไสไม่ไยดี

ประสานเจ็บช้ำใจมากลงไปดื่มเหล้าเพื่อดับความกลัดกลุ้ม ครั้นเมาได้ที่เข้าไปซุกไซ้พริ้งจะขอมีอะไรด้วย เธอดิ้นไม่ยอม เขาไม่สนใจยังคงไซ้ซอกคอ พริ้งยัวะกัดหูเขาแล้วถีบซ้ำกระเด็นตกเตียง

“ถ้ามันทนไม่ไหวก็ตะกายฝาผนังโน่นไป... อย่ามายุ่งกับฉัน” พริ้งเดินออกจากห้อง ประสานตามมาทันกันที่ห้องนอนเล็กคว้ามือเธอไว้ถามว่าจะทำอะไร เธอจะแยกห้องนอน เขาขอร้องให้กลับเข้าห้องหออย่าทำแบบนี้ใครรู้เข้าจะไม่ดี เธอกลับตะโกนเรียกฉวีเสียงลั่น คนถูกเรียกวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา

“คุณฉวี สั่งนังเด็กรับใช้ พรุ่งนี้ให้ขนของของฉันมาไว้ในห้องนี้ อย่าให้เหลือไว้สักชิ้นนะ” สั่งเสร็จ พริ้งเข้าห้องปิดประตูโครม ประสานยิ้มเจื่อนให้ฉวี แล้วกลับเข้าห้องนอนใหญ่ เธอมองตามไม่รู้ว่าเกิดอะไรกันขึ้น สักพักประสานกลับมาเคาะประตูห้องเพื่อง้อพริ้งอีกครั้ง แต่ถูกไล่ตะเพิด

ooooooo

พริ้งแก้เผ็ดประสานเรื่องเมื่อคืนสั่งให้ฉวีเปิดคลินิกเร็วขึ้นและปิดดึกหน่อยไม่ต้องมีวันหยุด เขาจะได้ทำงานหนักขึ้นไม่มีแรงมาไล่ปล้ำเธออีก แล้วออกจากร้านไม่สนใจความรู้สึกของประสานที่กำลังตรวจคนไข้อยู่

วันนี้พริ้งไม่ได้ไปบ่อน แต่แวะไปหาช้อยที่บ้านสวน เล่าให้ฟังว่าตอนนี้ไม่มีความสุข ประสานเอาแต่ดื่มเหล้าโดยไม่ยอมเล่าเรื่องที่เขาไร้สมรรถภาพทางเพศ แต่ถ้าจะให้หย่าเธอคงไม่เอากลัวจะถูกแบ่งสมบัติ ที่สำคัญเขายังทำเงินให้เธอได้มากอยู่เพราะคนไข้ติดใจเขา ช้อยสงสัยถ้าเขาทำงานให้ไม่ได้ถึงจะเลิกอย่างนั้นหรือ

“แล้วจะอยู่กับเขาหาพระแสงอะไรอีกล่ะพี่ช้อย”

“แล้วจะหาผัวใหม่อีกรึ นี่ใช่ไหมรักของพริ้ง ถ้าไม่มีประโยชน์อะไรให้ก็จะไม่เรียกว่ารัก เมื่อไหร่หนอ พริ้งจะรู้จักความหมายของคำว่ารักได้จริงๆ”

“รู้จักแล้วชีวิตฉันจะดีขึ้นไหม ทำให้ฉันไม่ต้องเจอผู้ชายเส็งเคร็งเฮงซวยไหม ถ้าไม่ก็อย่าให้รู้จักเลย

จำคำฉันไว้เลยนะพี่ช้อย ฉันเข็ดพอแล้ว แต่ละคนมีแต่ทำให้ฉันเดือดร้อน ต่อไปนี้ฉันจะเลิกหาผัวจะหาแต่เงินเพราะเงินไม่เคยทำให้ฉันเสียใจ” พริ้งสีหน้ามุ่งมั่น ครั้นกลับถึงคลินิก เธออยากรู้ว่าพยาบาลผดุงครรภ์ที่ให้ฉวีไปหาจะมาเมื่อไหร่ ได้ความว่าอาทิตย์หน้าถึงจะเริ่มงานได้ พริ้งอยากให้นอนที่นี่เผื่อมีคนคลอดลูกตอนกลางคืน

“ค่ะ แต่...จ้างหมออีกคนดีไหมคะ หมอประสานไม่ได้หยุดพักเลย”

“ให้นอนเป็นอัมพาตก่อน ค่อยจ้างคนใหม่” พูดจบพริ้งเดินลิ่วขึ้นข้างบน ไม่สนใจใครทั้งสิ้น

ooooooo

ทั้งทำงานหนัก ทั้งดื่มเหล้าจัดอีก ทั้งความเครียดเรื่องครอบครัวทำให้ประสานล้มป่วยทำงานไม่ได้นอนมาเป็นอาทิตย์แล้ว พริ้งเข้ามาโวยวายถึงในห้องขืนเป็นแบบนี้คนไข้มิหนีหมดหรือ ประสานขยับตัวลุกขึ้น ฉวีร้องห้ามจะลุกไปไหน เขาจะลงไปทำงาน พริ้งยิ้มพอใจเดินเลี่ยงออกมา ฉวีขอร้องให้เขานอนพักก่อน

“การตรวจคนไข้คือสิ่งเดียวที่ผมทำให้คุณพริ้งได้ ถ้าผมทำไม่ได้คุณพริ้งก็จะไม่ต้องการผม” ประสานเดินออกจากห้องจะลงไปตรวจคนไข้ แต่ปวดหัวจี๊ดจนตาพร่าเสียหลักตกบันได

พริ้งกำลังจะออกไปข้างนอกได้ยินเสียงโครมครามจึงเดินมาดู เห็นประสานนอนกองอยู่กับพื้นก็ตกใจ ฉวีรีบเข้าไปดูอาการของเขาพลางเรียกอารีพันธ์ พยาบาลผดุงครรภ์ที่เพิ่งมาใหม่ให้มาช่วยพยุงไปที่เตียง โดยที่พริ้งยืนดูเฉย อารีพันธ์แอบไม่พอใจที่เธอไม่ช่วยทั้งที่เขาเป็นผัวของเธอแท้ๆ...

อาการของประสานหนักพอควร หมอที่โรงพยาบาลตรวจแล้วพบว่าเป็นโรคเครียดและตับเริ่มอักเสบต้องพักฟื้นสองถึงสามสัปดาห์ พริ้งรอไม่ได้สั่งให้ฉวีหาหมอคนใหม่มาแทนโดยไม่ปรึกษาประสานสักคำ...

ด้วยความหล่อเหลาดูดีมีอนาคตของสมประสงค์หมอคนใหม่ถูกใจพริ้งมากอยากได้มาแทนที่ประสานจึงพยายามทอดสะพานให้ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน อารีพันธ์เองก็สนใจในตัวหมอหนุ่มเช่นกัน ยิ่งทำให้พริ้งมุ่งมั่นจะเอาเขามาเป็นของตัวเองให้ได้ ถึงขนาดอาสาพาเขาไปดูห้องพักด้วยตัวเองทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่

เมื่อได้อยู่ด้วยกันในห้อง พริ้งชวนสมประสงค์คุยโน่นคุยนี่หัวเราะหัวใคร่กันสนุกสนาน เขาเองก็ถูกใจเจ้านายแสนสวยคนนี้เช่นกัน ชมไม่หยุดปากว่าทั้งสวยทั้งเก่งอายุไม่ต่างจากเขาได้เป็นเจ้าของคลินิกแล้ว

“ขอบคุณนะคะ แหม คุยกับหมอสนุกจัง ฉันไม่ได้หัวเราะแบบนี้มานานแล้ว” ไม่พูดเปล่าเอามือไปแตะแขนสมประสงค์อีกด้วย “คุยกับฉันบ่อยๆนะคะ ที่นี่ไม่ค่อยมีใครคุยกับฉันนักหรอก”

มีเสียงประสานดังขึ้นด้านหลัง “มีคนอยากคุยด้วย คุณไม่คุยเอง”

ทั้งคู่หันมองตามเสียงเห็นประสานมองมาด้วยท่าทางหึงหวง พริ้งไม่ยอมแนะนำให้เขารู้จักกับหมอใหม่ เขาจึงแนะนำตัวเองว่าชื่อประสาน เป็นผัวของพริ้ง สมประสงค์ถึงกับหน้าเจื่อนเพราะพริ้งทำตัวเหมือนโสด เล่นหูเล่นตากับตนแพรวพราว สายตาที่ประสานมองมาทำให้สมประสงค์อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก...

พริ้งเดินหนีเข้าห้องยังไม่ทันปิดประตู ประสานตามเข้าไปแล้วล็อกกลอน ต่อว่าเธอที่ระริกระรี้ให้ท่าผู้ชายทั้งที่เขายังอยู่ ถ้าอยากมากนักเขาจะสนองให้แล้วผลักเธอล้มลงบนเตียง ตามขึ้นคร่อมจะปล้ำ พริ้งตวาดแว้ดให้ปล่อย เขาใช้มือข้างหนึ่งปิดปากเธอไว้ เธอป่ายมือเปะปะคว้าโคมไฟได้ฟาดหัวเขาเต็มแรง ลุกขึ้นชี้หน้า

“จำไว้นะ อย่ามายุ่งกับฉันอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้าย” ขู่เสร็จพริ้งเดินหนีออกจากห้อง...

สมประสงค์นั่งหน้าเสียอยู่ชั้นล่างกับอารีพันธ์โดยที่ฉวีกำลังจะเปิดประตูร้านเพื่อรับคนไข้ แต่มีเสียงดังตึงตังมาจากชั้นบน ทั้งสามคนตกใจมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ฉวีอาสาจะไปดูเอง สั่งห้ามเปิดประตูร้านให้รอดูก่อน แล้วรีบขึ้นไปชั้นสอง อารีพันธ์เปรยกับสมประสงค์ที่นั่ง ใจคอไม่ดีว่าสามีภรรยาคู่นี้ทะเลาะกันบ่อย

“หมอประสานรักมากหึงมากค่ะ คุณพริ้งเข้าใกล้ใครไม่ได้เลย หมออยู่ห่างๆคุณพริ้งไว้บ้างก็ดีนะคะ เจอแบบนี้จะลาออกตั้งแต่วันแรกหรือเปล่าคะ”

“ไม่หรอกครับ ผมมาทำงานแลกเงินเรื่องอื่นผมไม่สนใจ”

“ก็ดีค่ะ เหมือนฉัน” อารีพันธ์ยิ้มให้สมประสงค์ซึ่งยิ้มตอบอย่างคนที่มีใจตรงกัน...

ด้านฉวีกำลังจะขึ้นไปข้างบนแต่พริ้งเดินสวนลงมาเสียก่อน บอกว่าไม่มีอะไรไปเปิดร้านกันดีกว่า เวลาเป็นเงินเป็นทองอย่าไปยุ่งกับไอ้หมอประสาทคนนั้น ฉวีอึ้งนี่เป็นครั้งแรกที่เธอพูดถึงประสานอย่างไม่ให้เกียรติ พริ้งถามถึงสมประสงค์พอรู้ว่าอยู่กับอารีพันธ์ก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ยิ่งแอบได้ยินทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอก็ยิ่งหึงหวงเขา ทั้งที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากนี้เธอยังคอยสังเกตอากัปกิริยาของทั้งคู่ระหว่างทำงานด้วยกัน...

ตกดึกมีคนไข้จะคลอด อารีพันธ์กับสมประสงค์ต้องออกไปช่วยทำคลอดให้ ทำให้พริ้งหงุดหงิดงุ่นง่านมาก ประสานนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่เก้าอี้ตรงโถงหน้าห้องเห็นท่าทางของเธอก็เดาออกไล่ตะเพิดให้ไปอกแตกตายที่อื่น อย่ามาพล่านต่อหน้าตนมันทุเรศ

“นี่บ้านฉัน ฉันจะพล่านตรงไหนก็ได้” ว่าแล้วพริ้งทรุดตัวลงนั่งรอสมประสงค์ที่เก้าอี้ตรงข้ามกับประสานนั่งจงใจประจันหน้ากัน เขากลับเป็นฝ่ายทนไม่ได้เดินหนีเข้าห้องปิดประตูโครม

พักใหญ่กว่าสมประสงค์กับอารีพันธ์จะกลับ ทั้งคู่คุยกันกะหนุงกะหนิงจะเดินขึ้นบันได พริ้งซึ่งแอบฟังอยู่แกล้งทำท่าจะเป็นลม สมประสงค์ตกใจรีบวิ่งไปหาถามว่าเป็นอะไร เธอโกหกว่ามานั่งรอเขากับอารีพันธ์อยู่ๆก็เวียนหัวจะเป็นลม อารีพันธ์เห็นท่าทางออดอ้อนของพริ้งก็รู้ทันทีว่ามารยา

สมประสงค์รีบประคองพริ้งมานอนลงบนเตียงโดยมีอารีพันธ์ตามมาดูอย่างไม่ไว้ใจ พริ้งเห็นเธอมองอยู่ก็ยิ่งแสดงออกให้เห็นว่าคนนี้ตนจองแกล้งลูบไล้แขนเขา สมประสงค์เองก็รับรู้ได้ถึงแรงปรารถนาของเธอ ถึงจะพอใจแต่ก็เกรงใจอารีพันธ์ รีบจับมือพริ้งข้างที่ลูบไล้ตัวเองเอาไว้แล้วตบเบาๆอย่างปลอบโยน

“พักผ่อนดีกว่านะครับ”

“หมอคุยกับฉันสักครู่ก่อนได้ไหม ฉันอยากรู้ว่าออกไปข้างนอกงานเป็นยังไงบ้าง รบกวนมากไปไหมคะ”

“ไม่เลยครับ คุณพริ้งเป็นนายจ้างผม เป็นหน้าที่ที่ผมต้องรายงานอยู่แล้ว”

พริ้งไล่อารีพันธ์ที่ยืนมองอย่างขุ่นเคืองให้ไปนอน แถมบอกว่าไม่ต้องปิดประตูเดี๋ยวเขาจะอึดอัด อารีพันธ์อยากจะร้องกรี๊ดๆให้กับมารยาร้อยเล่มเกวียนของพริ้งแต่ไม่กล้า จำต้องกลับห้องอย่างหัวเสีย ฉวีเดินมาจากมุมมืดได้ยินเสียงหัวเราะหัวใคร่ดัดจริตของพริ้งดังขึ้นเป็นระยะๆ หวั่นใจกับเรื่องนี้ ต้องรีบรายงานให้ช้อยทราบ

ooooooo

พริ้งเห็นอารีพันธ์เป็นคู่แข่งที่จะมาแย่งสมประสงค์ จึงไม่เก็บอาการอยากได้เขาอีกต่อไป เริ่มแต่งตัวสวยและแสดงท่าทางยั่วยวนเขาเต็มที่ ทำทีเดินเข้าไปใกล้ บอกว่าเนกไทของเขาเบี้ยวแล้วจัดให้เข้าที่

ช้อยมาทันเห็นท่าทางสนิทสนมของทั้งคู่ก็ไม่ค่อยจะชอบใจ ลากตัวพริ้งออกมาคุยกันตามลำพัง พลางต่อว่าอย่าลืมว่าตัวเองแต่งงานมีผัวแล้ว ปาเข้าไปสามคนแล้วด้วย นี่คิดจะมีคนที่สี่หรือ เธอยอมรับหน้าชื่นว่าใช่ สมประสงค์สมควรที่จะเป็นผัวใหม่ของเธอ ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย

“ในเมื่อเขายังโสดมีอนาคต มีโอกาสทำให้ฉันเจริญรุ่งเรืองและรวยได้ ที่สำคัญเขาไม่เคยโกหกฉัน”

“พูดเหมือนหมอประสานไม่มีตัวตนจะมีผัวใหม่แล้วหมอประสานล่ะ จะเอาเขาไปไว้ที่ไหน”

“ฉันจะขอหย่า”...

ไม่ง่ายอย่างที่พริ้งต้องการ ประสานไม่ยอมหย่าและจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะอยู่ขวางไม่ให้เธอได้ขึ้นสวรรค์กับสมประสงค์ ยืนยันจะทำให้เธอทรมานอยู่ในนรกกับเขา จะได้รู้กันไปว่าใครจะอกแตกตายก่อนกัน

“นรกที่มีฉันอยู่มันจะยิ่งกว่านรก ไอ้ประสาน ฉันจะทำทุกอย่างให้แกทนไม่ได้คอยดู”...

พริ้งทำตามที่ประกาศไว้ หลังจากคลินิกเลิก เธอชวนสมประสงค์ไปกินมื้อเย็นที่เหลา อ้างมีเรื่องจะคุยด้วย เธอจะเปิดคลินิกสาขาใหม่จะให้เขาช่วยดูแลในฐานะ ที่ปรึกษาอีกตำแหน่งหนึ่ง สมประสงค์หลงกลตอบตกลงไปกับเธอทันที ทั้งที่เขานัดจะหาอะไรกินกับอารีพันธ์และฉวีแล้ว

เหลาที่พริ้งพาสมประสงค์ไปดื่มกินเป็นสถานที่เดียวกับที่จัดงานแต่งงานกับประสาน เธอใช้มารยาสารพัดรวมทั้งเล่าเรื่องที่ประสานไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้เพราะถูกเมียที่เขาซุกไว้ใช้ปืนยิงหว่างขา เธอพูดเอาดีเข้าตัวเองชั่วโยนให้ประสาน อ้างไม่มีความสุขแต่ก็ไม่อยากหย่าเพราะจะทำให้เรื่องที่เขาพิการทางเพศต้องถูกเปิดเผย เธอสงสารเขาเกินกว่าจะทำได้ สมประสงค์หลงเชื่อคำโป้ปดจึงคิดว่าเธอช่างแสนดีเหลือเกิน

“ยิ่งตอนหลังหมอประสานติดเหล้าหนัก คุยอะไรด้วยไม่ได้เลย ฉันถึงเลือกที่จะตัดสินใจเรื่องงานเอง เลยอยากให้คุณมาคุยด้วยไงคะ ยังสนใจอยู่ใช่ไหม”

“สนใจสิครับ สนใจมาก ผมอยากสร้างเนื้อสร้างตัวเร็วๆ”

“ถ้าคุณอยู่กับฉัน คุณจะได้ทุกอย่างที่ต้องการแน่นอน ฉันรวยคุณรวย” พริ้งใช้จุดอ่อนเรื่องเงินๆทองๆมาล่อเพราะรู้ว่าสมประสงค์อยากมีเงินก้อนเอาไว้เรียนต่อ...

ขณะที่พริ้งกำลังสนุกสนานกับการทอดสะพานให้สมประสงค์ ประสานซึ่งดื่มเหล้าจนเมาได้ที่ ทนพฤติกรรมของเมียไม่ไหว เดินโซเซฝ่าความมืดออกไปซื้ออุปกรณ์สำหรับเผาคลินิก...

ทางด้านพริ้งแอบเซ็งที่อุตส่าห์ทอดสะพานสิบช่องทางจราจรให้ สมประสงค์เองก็แสดงชัดเจนว่าอยากข้าม แต่สุดท้ายเขากลับส่งเธอแค่หน้าห้องไม่ยอมตามเข้าไปข้างใน แต่แค่ได้คุยได้หยอกล้อได้แต๊ะอั๋งเขา ก็ทำให้พริ้งสุขใจจนบอกไม่ถูก อยากจะคุยอยากจะใกล้ชิดกับเขาอีก รีบออกจากห้อง...

ฝ่ายสมประสงค์เจออารีพันธ์มาดักรอต่อว่าเรื่องที่เขาหายไปกินข้าวกับพริ้ง แต่เขาก็ใช้คารมกับความรักที่เธอมีให้เอาตัวรอดมาได้ พริ้งซึ่งแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่งเห็นเขางอนง้อจับมือถือแขนเธอก็แค้นใจมาก

ooooooo

พริ้งตั้งใจจะรวบหัวรวบหางเอาสมประสงค์มาเป็นผัวภายในคืนนี้ให้ได้ ทำทีเป็นหยิบตะกร้าบนหลังตู้ไม่ถึง วานให้เขาปีนเก้าอี้หยิบให้ ครั้นเขาส่งตะกร้าให้ เธอจงใจดึงมือจนเขาเสียหลักตกจากเก้าอี้ล้มทับเธอ

สมประสงค์ใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อถูกเนื้อถูกตัวพริ้งจังๆ ก่อนที่เขาจะเสียทีให้เธอ อารีพันธ์มาขัดจังหวะเสียก่อน พอเห็นเขาอยู่ในห้องกับพริ้งก็ต่อว่าต่างๆนานา พริ้งไม่พอใจตวาดแว้ดแล้วมันเรื่องอะไรของเธอ

“ผัวนอนอยู่ห้องข้างๆแท้ๆ ตัวเองกลับร่านเอาผู้ชายมากกในห้อง” อารีพันธ์ด่าไม่ไว้หน้า

พริ้งโกรธตบหน้าอารีพันธ์เซถลาแล้วตามเข้าไปจะซ้ำ อีกฝ่ายไม่ยอมแพ้ตบคืน สองสาวตบตีกันอุตลุดไม่มีใครยอมใคร พริ้งไม่พอใจมากไล่อารีพันธ์ออก เธอขู่ถ้าไล่เธอออกจะเอาไปโพนทะนาให้ทุกคนรู้ว่าพริ้งอยากได้ผัวใหม่ทั้งที่ผัวเก่ายังนั่งหัวโด่อยู่ในบ้าน อยากรู้เหมือนกันใครอยากจะมาที่คลินิกแห่งนี้อีก

“ถ้าอย่างนั้นมึงก็ไม่ต้องออกไป นอนตายคามือคาตีนกูอยู่ที่นี่แหละ” พูดจบพริ้งเข้าไปจิกทึ้งอารีพันธ์ซึ่งสู้ยิบตา พริ้งตบมาเธอตบกลับไปสองเท่า ฉวีเห็น

สองสาวฟัดกันนัวเนียบอกให้สมประสงค์ช่วยกันห้าม เขากอดอารีพันธ์ไว้ ส่วนฉวีกอดพริ้ง สมประสงค์เห็นท่าไม่ดีลากตัวอารีพันธ์ออกไป

เสียงด่าทอกันทำให้ประสานที่เมาอยู่ในห้องเครียดมากปาขวดเหล้าลงพื้น...

ในเวลาต่อมาที่หน้าคลินิก อารีพันธ์ถือกระเป๋าเสื้อผ้าพยายามชวนสมประสงค์ไปด้วยกัน แต่เขาโลภเห็นแก่เงินที่พริ้งเสนอจะให้จึงไม่ยอมไป อารีพันธ์จึงจากไปด้วยความผิดหวัง พริ้งมองอยู่สะใจมาก...

ดึกแล้วสมประสงค์หลับไม่ลง คิดถึงอารีพันธ์กับคำพูดเตือนสติ ตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจะไปหาเธอ แต่พอเปิดประตูห้อง เจอพริ้งในชุดนอนเซ็กซี่ยืนรออยู่ เธอไม่ปล่อยให้เขาหลุดมือ ดันเขากลับเข้าห้องแล้วปิดประตูตามหลัง เสนอทั้งตัวเสนอทั้งเงินทองแถมจะยกคลินิกให้ ถ้าเขาสัญญาว่าจะอยู่กับเธอ

เขาปล่อยให้กิเลสและความโลภครอบงำ อุ้มพริ้งไปที่เตียง ประสานทนไม่ไหวที่เมียหลับนอนกับชายอื่นทั้งที่ตัวเองยังอยู่ คว้ารูปถ่ายตัวเองกับพริ้งยืนเคียงกันในชุดแต่งงานขว้างทิ้ง ก่อนจะออกจากห้อง...

เสร็จกิจสมอารมณ์หมาย พริ้งนอนซบอกสมประสงค์ ออดอ้อนให้เขาบอกรัก แต่เขาไม่ยอมพูดได้แต่บอกว่าจะพยายาม มีกลิ่นควันไฟลอยเข้ามาในห้อง ทั้งคู่รีบคว้าเสื้อผ้ามาสวม แล้ววิ่งออกจากห้อง เจอประสานยืนหัวเราะเหมือนคนบ้ากำลังเอาน้ำมันราดไปตามมุมต่างๆของบ้านโดยไฟเริ่มลุกลามไปทั่ว สมประสงค์หันมาเห็นฉวีวิ่งหน้าตื่นเข้ามา บอกให้พาพริ้งออกไปก่อน แล้วเข้าไปจะดึงประสานหนีกลับถูกฝ่ายนั้นล็อกตัวไว้

“ปล่อยหมอสมประสงค์นะ” พริ้งร้องเอะอะ

“ไม่ปล่อยกูจะเอามันไปนรกกับกู มึงจะไม่มีวันมีความสุข มึงต้องเห็นกูกับมันถูกไฟนรกเผาไปด้วยกัน”

“ปล่อยผัวกูนะ ไอ้ประสาน” พริ้งตะโกนลั่น ประสานชะงักแสลงใจกับคำว่าผัว ทำให้สมประสงค์สบช่อง สะบัดหลุดจากเขาต่อยจนล้มคว่ำแล้ววิ่งไปหาพริ้ง ประสานเห็นทั้งคู่กอดกันก็ร้องไห้โฮ พริ้งไล่ให้เขาไปตาย อยู่ไปก็ไร้ค่าได้แต่หายใจทิ้งไปวันๆ แล้วพากันหนีออกไป ประสานเสียใจมากพุ่งออกทางหน้าต่าง ตกลงมาคอหักตาย สภาพไม่ต่างจากวิไล ท่ามกลางเพลิงที่ลุกไหม้คลินิก

ooooooo