วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 5


27 พ.ค. 2560 08:04
1,041,806 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

พริ้งยืนตะลึงอยู่หน้าซากคลินิกที่มีแต่กองเศษอิฐเศษหิน ก่อนจะร้องไห้โฮออกมา ทิ้งตัวลงนั่งแปะกับพื้นหมดเรี่ยวหมดแรง ประสานขี่จักรยานเข้ามาเห็นเธอนั่งร้องไห้ รีบเข้าไปปลอบให้ทำใจดีๆไว้

“ฉันหมดตัวแล้ว ฮือๆๆ อยากจะเยาะเย้ยฉันใช่ไหม เอาเลย”

ประสานไม่มีวันทำกับเธออย่างนั้นเด็ดขาด ฉวีตามมาสมทบ เขาร้องถามว่ามีอะไรเหลือบ้างไหม ฉวีส่ายหน้าแทนคำตอบ พริ้งยิ่งร้องไห้หนัก พาลด่าไปถึงสงครามที่ตัวเองเคยชมชอบ แต่ตอนนี้กลับต้องหมดตัวเพราะไอ้สงครามบ้าๆนี่ แล้วร้องไห้ปานจะขาดใจ ประสานต้องโอบกอดไว้

สักพักเธอยันตัวลุกขึ้นเดินอย่างหมดอาลัยตายอยากจะกลับบ้าน ประสานเป็นห่วงอาสาจะไปส่ง เธอกำลังสติแตกด่าเขาว่าดีแต่พูด ดีแต่สัญญาจะช่วยแต่ทำไม่ได้เหมือนพินิจไม่มีผิดเพี้ยน นอกจากจะด่าประสานแล้วเธอยังพาลด่าประเทียบโดยไม่รู้ว่าท่านสิ้นใจไปแล้ว ประสานพยายามปลอบให้ใจเย็นก่อนแต่ไร้ผล

“เพราะฉันเชื่อฟังคนอื่นฉันเลยฉิบหายแบบนี้ไง ต่อไปนี้อย่าหวังว่าฉันจะเชื่อใครอีก ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องพูดไม่ต้องอะไรทั้งนั้นไปให้พ้น” พริ้งระเบิดอารมณ์เสร็จวิ่งออกไป ประสานจะตามก็ไม่กล้า ฉวีได้แต่มองตาม

พริ้งเดินก่นด่าทุกคนในชีวิตโดยไม่รู้ว่ามีภัยมาถึงตัว ทันใดนั้นมีมือมาปิดปากและล็อกคอเธอเอาไว้...

ประสานคว้าจักรยานจะกลับ ฉวีเป็นห่วงพริ้งขอร้องให้เขาตามไปดูให้หน่อย ถ้าไม่เป็นห่วงคลินิกเธอคงไปเองแล้ว ประสานตัดสินใจไม่ตาม พริ้งกำลังโกรธคงไม่อยากเห็นหน้าเขา แล้วปั่นจักรยานออกไป ฉวีจะไปดูเธอเอง แต่มีคนจะเข้าไปขโมยข้าวของก็เลยต้องอยู่เฝ้าไว้ก่อน...

ทางฝ่ายพริ้งถูกชายฉกรรจ์สามคนรุมปล้นทรัพย์ทองหยองที่ใส่ถูกถอดเกลี้ยง หนึ่งในโจรถูกใจเธอมาก พยายามลวนลาม พริ้งตกใจถีบยอดอกเขากระเด็นด่าซ้ำว่าชิงหมาเกิดหรือ คนท้องคนไส้ถึงไม่ยกเว้น โจรถูกด่าก็ของขึ้นตรงเข้าคร่อมพริ้งไว้ กระชากเสื้อขาดเผยให้เห็นสร้อยห้อยล็อกเกตที่คอ เพื่อนโจรอีกสองคนไม่กล้าห้ามได้แต่มองหน้ากันไม่รู้จะทำอย่างไรกับเพื่อนหื่นกาม

“ได้ของแล้ว เผ่นก่อนเถอะว่ะ” พูดจบสองโจรชวนกันหนี โจรหื่นซุกไซ้ซอกคอพริ้ง แต่ล็อกเกตเกะกะก็เลยกระชากขาด เธอโวยวายนั่นสร้อยของผัวเธอเอาคืนมา แล้วตะกายจะแย่งคืน สร้อยหล่นพื้น ล็อกเกตฝาเปิดเผยให้เห็นรูปพินิจด้านใน โจรหื่นรีบคว้ามาดู ทันใดนั้นประสานเข้ามาเตะโจรหื่นล้มกลิ้ง แล้วตามเข้าไปจะซ้ำแต่โจรหื่นวิ่งหนีไปเสียก่อน เขาเห็นสภาพสะบักสะบอมของพริ้งดึงตัวมากอด เธอผลักเขาออก

“โผล่มาทำไมตอนนี้ ไม่รอให้มันปู้ยี่ปู้ยำจนหนำใจก่อนล่ะ แล้วค่อยมา”

“ผมขอโทษ” ประสานจะเข้าไปกอดอีก พริ้งชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง อย่าเข้ามาใกล้อีก เธอเกลียดเขา แล้วลากสังขารลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เขาจะช่วยก็ไม่กล้ากลัวถูกด่าได้แต่ยืนมอง พริ้งกัดฟันลุกขึ้นจนได้ ใช้มือขยุ้มเสื้อที่ขาดวิ่นไว้แล้วเร่งฝีเท้ากลับบ้าน ประสานเป็นห่วงได้แต่ตามไปห่างๆ

ooooooo

พริ้งโซซัดโซเซมาตามทาง ขอทานซึ่งโดนระเบิดอาการเพียบหนักคว้าข้อเท้าเธอไว้ ขอร้องให้ช่วยเขาด้วย เธอสะบัดเท้าหลุดได้ตะคอกใส่หน้า

“ร้องให้คนอื่นช่วยแล้วแกเคยให้อะไรคนอื่นบ้าง มีแต่แบมือขอ ทำตัวเป็นขยะไม่มีค่า ก็ตายเป็นหมาข้างถนนไปเถอะ” พริ้งพูดจบเดินข้ามขอทานไป ประสานมองเขาที่ค่อยๆสิ้นใจตายตาไม่หลับ เอื้อมมือไปปิดเปลือกตาให้แล้วเดินตามพริ้งไป ไม่นานนักเธอกลับถึงบ้าน ช้องนาง แววและชาญกำลังเก็บของลงหีบเห็นเธอในสภาพยับเยินก็ตกใจ ถามว่าไปโดนอะไรมา พริ้งไม่พูดอะไรได้แต่มองตาขวางก่อนจะเดินขึ้นห้อง

ประสานเห็นเธอปลอดภัยแล้วหันหลังจากไป...

ฝ่ายพริ้งเข้าห้องได้ไม่มีใครให้พาลใส่ก็พาลลูกในท้อง หาว่าเป็นตัวซวย ตั้งแต่ท้องก็มีแต่เรื่องซวยตลอด ช้องนางเปิดประตูผลัวะเข้ามาโดยไม่เคาะก่อน คาดคั้นให้พริ้งบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เธออ้างว่าหนีระเบิด แววเห็นสภาพแล้วเหมือนไปฟัดกับใครมามากกว่า พริ้งไม่พอใจลุกพรวดจะเอาเรื่อง สองนายบ่าวถอยกรูด

เธอตะคอกใส่ในเมื่ออยากรู้นักก็จะเล่าให้ฟัง เริ่มต้นตั้งแต่คลินิกถูกระเบิดพังยับ แถมยังถูกโจรปล้นทรัพย์ไปหมด เท่านั้นไม่พอเธอยังจะถูกโจรปล้ำทำเมียทั้งที่ท้อง โชคดีที่รอดมาได้ ช้องนางกับแววถึงกับตะลึง

“สาแก่ใจหรือยัง สะใจแล้วใช่ไหม รู้นะว่าสาปแช่งกูอยู่ทุกวัน เพราะพวกมึง...พวกมึง”

แววเห็นท่าทางเหมือนหมาบ้าของพริ้งรีบเอาตัวบังช้องนางไว้ ยังไม่ทันจะตั้งตัว ฝ่ามือพริ้งฟาดเปรี้ยงเต็มหน้า แล้วตามเข้าไปตบตีแววอุตลุดระบายแค้นกับสิ่งที่โดนกระทำ แววไม่กล้าตอบโต้อะไรมากนัก ช้องนางพยายามห้ามแต่พริ้งไม่สนใจ ระหว่างนั้นชาญพาคุณพระเวทย์กับช้อยเข้ามา เห็นพริ้งตบตีแววอยู่

“มันบ้าไปแล้ว ที่คลินิกถูกระเบิดลงแถมถูกปล้นเกือบถูกข่มขืนอีก ฉันห้ามไม่ให้มันออกไปมันก็ไม่เชื่อ มันไม่ฟังใครแล้ว” ช้องนางฟ้องฉอดๆ คุณพระเวทย์เข้าไปดึงตัวพริ้งออกจากแวว สั่งให้พอได้แล้ว

พริ้งอาละวาดหนักเพราะขวัญกระเจิง คุณพระเวทย์ต้องกอดเธอไว้ไม่ให้ดิ้น ช้อยเข้ามาช่วยกอดอีกแรงหนึ่ง พริ้งถึงกับปล่อยโฮด้วยความอัดอั้น

ooooooo

พริ้งนอนหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง โดยมีช้อยคอยดูแลอยู่ข้างๆ คุณพระเวทย์ยืนดูอยู่กับช้องนาง รวมทั้งแววและชาญ ช้องนางหมั่นไส้ลูกสะใภ้เต็มทน ตอนผัวตายไม่เห็นจะเป็นจะตายขนาดนี้

“ดูแลกันไปนะ แล้วช่วยบอกมันด้วยว่าให้รีบเก็บของเก็บเสื้อผ้า ฉันจะย้ายไปอยุธยาเร็วๆนี้แล้ว”

“ไม่ไป” พริ้งตวาดแว้ด ช้องนางแค่จะให้เธอ

พาหลานในท้องไป พอคลอดเสร็จเมื่อไหร่จะไปอยู่ไหนเชิญเธอตามสบาย แล้วหันไปเรียกแววกับชาญออกมา แต่ไม่วายบ่นตามหลัง

“อยากจะให้คลอดก่อนกำหนดเหลือเกิน ทรมานใจนัก ออกมาดูโลกเร็วๆเถอะหลาน ย่ารออยู่ใจจะขาดแล้ว จะได้หมดเวรหมดกรรมกันสักที”

พริ้งเจ็บใจมากแต่ไม่มีแรงจะเกรี้ยวกราดอะไรอีก หันไปฟ้องช้อยว่าเห็นฤทธิ์แม่ผัวของเธอหรือยัง เธอไม่ได้พูดไกลเกินจริงแม้แต่น้อย ช้อยยื่นข้อเสนอ หรือพริ้งจะไปอยู่หนองแขมกับพวกเรา พริ้งแปลกใจจะย้ายเหมือนกันหรือ แล้วจะไปเมื่อไหร่ ทั้งคู่จะไปหลังเสร็จงานศพประเทียบแล้ว พริ้งตกใจคาดไม่ถึง

“คุณพี่ประเทียบเพิ่งสิ้นใจเมื่อหัวค่ำนี้เองพริ้ง” คุณพระเวทย์ว่าแล้วโอบช้อยที่ร้องไห้กระซิกๆไว้

“พี่มาบอก พริ้งจะไปกราบแกเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่าคงไม่บังคับ ให้สำนึกในใจของพริ้งคิดเอาเอง กลับเถอะค่ะคุณพระ ยังมีหลายอย่างให้ทำเหลือเกิน” ช้อยพูดจบเดินออกจากห้องไปกับคุณพระเวทย์ ทิ้งให้พริ้งนั่งอึ้งอยู่เพียงลำพัง บอกไม่ถูกว่าเสียใจ ดีใจหรือโล่งใจกันแน่กับการตายของประเทียบ...

อยู่ในระหว่างสงครามงานศพจึงจัดอย่างเรียบง่ายแล้วก็เผาเลยไม่เก็บ ช้อยเหลือบไปเห็นพริ้งยืนอยู่หน้าเมรุดีใจน้ำตาไหลที่อย่างน้อยเธอก็มาแสดงความเสียใจต่อผู้มีพระคุณ

ooooooo

ช้อยกับปริกกำลังช่วยกันเก็บข้าวของลงหีบ โดยที่คุณพระเวทย์คอยดูแลตานิดกับสายสวาทลูกสาวคนเล็กอยู่ใกล้ๆ ช้อยชวนปริกไปอยู่ด้วยกัน เพราะในจดหมายของประเทียบฝากให้ตนดูแลเธออย่าให้ต้องลำบาก ปริกปล่อยโฮด้วยความปลาบปลื้ม ก่อนจะก้มกราบสองผัวเมียที่เมตตา แต่มีคำถามหนึ่งข้อจะถาม

“คุณพริ้งจะไปอยู่กับคุณๆไหมคะ ปริกจะได้ทำใจไว้ล่วงหน้า”

“พริ้งยังไม่ได้ตอบฉัน วันเผาคุณพี่ก็รีบกลับ ยังไม่ได้พูดอะไรกัน”

เสียงพริ้งดังขึ้นก่อนตัวจะเดินเข้ามาว่าไม่ไปอยู่ด้วย จะไปอยู่อยุธยากับพ่อผัวแม่ผัว เพราะถ้าเธอไม่ไป ทางนั้นจะมีข้ออ้างไม่ให้สมบัติแก่เธอ ปริกกับพริ้งมีปากเสียงเถียงกันอีก ช้อยรำคาญสั่งให้พริ้งหยุดได้แล้ว ทะเลาะกันตั้งแต่เด็กจนจะเป็นแม่คนอยู่แล้ว แล้วถามย้ำว่าไม่ไปแน่ใช่ไหม เธอพยักหน้า

“ว่าจะมาขอที่อยู่ที่หนองแขม เผื่อจะจดหมายถึง ไปอยู่ที่โน่น ฉันคงเหงา”

คุณพระเวทย์แนะว่าพริ้งมีสิทธิ์เลือกได้ เธอตั้งใจจะเลือกแบบนี้ แล้วถามว่าบ้านประเทียบขายได้เท่าไหร่ สมบัติของท่านจะแบ่งกันอย่างไร ช้อยกับคุณพระเวทย์อึ้งรู้ดีว่าพริ้งมาทวงสมบัติ แต่เธอต้องกลับไปอย่างผิดหวังเพราะประเทียบไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้นอกจากหนี้สิน เงินค่าขายบ้านยังไม่พอใช้หนี้ด้วยซ้ำ คุณพระเวทย์ต้องเอาเงินส่วนของตัวเองโปะให้ พริ้งบ่นอุบไปตลอดทาง

“อีคุณพี่ ตายเป็นผีแล้วยังร้าย ไม่น่าเสียเวลาไปเผาเลยจริงๆ”

ครู่ต่อมา พริ้งมาถึงหน้าคลินิก เห็นฉวีกำลังเกณฑ์คนให้แบกลังใส่ของที่เหลือๆออกมาวาง ร้องถามว่าเหลืออะไรบ้าง ได้ความว่ามีแต่ของเล็กๆน้อยๆ พวกเครื่องมือแพทย์กับของใช้ไม่กี่อย่างนอกนั้นเสียหายหมด ฉวีจะขอลากลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด แต่ถ้าเธอยังทำคลินิกต่อ ตนก็จะยังอยู่

“ทำสิ มันเป็นงานเพียงอย่างเดียวที่ฉันรู้เรื่อง คงต้องรอให้สงครามเลิกถึงจะกลับมาทำ ทำไปตอนนี้ก็มีแต่หมดตัว ไม่รู้มันจะมาทิ้งระเบิดอีกตอนไหน เกลียดอีสงครามบ้าบอมันทำฉันหมดตัว”

ฉวียื่นกระดาษจดที่อยู่ของตัวเองให้พริ้งจะได้ส่งข่าวถึงกันได้ พริ้งรีบออกตัวระหว่างรอเปิดร้านเธอไม่จ่ายเงินเดือนให้ ฉวีเข้าใจและรับได้ พริ้งเองก็ให้ที่อยู่ที่อยุธยาเผื่อมีอะไรฉวีจะได้ติดต่อได้ ระหว่างนั้นมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาหาพริ้ง ยัดกระดาษที่พับเป็นห่อเล็กๆ ใส่มือ เธอถามว่าอะไร เด็กไม่ตอบวิ่งหนีไป

พริ้งแกะกระดาษออกดู มีข้อความสั้นๆเขียนว่า “หมอเคยรักษาผมไม่คิดเงิน ผมขอโทษ คืนรูปหมอให้ แต่สร้อยผมขอเอาไปขายกิน” อ่านเสร็จพริ้งยื่นกระดาษให้ฉวีอ่านต่อ แล้วเปิดล็อกเกตที่มีรูปพินิจออกดู ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าถือ ฉวีไม่อยากจะเชื่อว่าสุดท้ายก็เป็นพินิจที่ช่วยพริ้งเอาไว้

“ฉันจะเก็บรูปหมอไว้ อย่างน้อยตายไปก็ไม่ไร้ประโยชน์ซะทีเดียวนัก เอาไว้กันผีกันขโมยให้ฉันได้”...

ช้อยซาบซึ้งใจมากที่คุณพระเวทย์ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ร้อนของประเทียบ ช่วยปลดหนี้สินให้จนทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน เขาถือว่าประเทียบเป็นผู้มีพระคุณท่านยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อให้เราไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง แล้วจะให้ทนอยู่เฉยๆได้อย่างไร จำเป็นต้องรักษาศักดิ์ศรีของท่านเอาไว้ ช้อยเข้าไปกอดสามีไว้

“เงินทองของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้แต่พระคุณของคุณพี่ไม่ตอบแทนตอนนี้จะให้ตอบแทนตอนไหน”

ooooooo

ประสานขี่จักรยานมาจอดหน้าบ้านพินิจ เห็นประตูคล้องกุญแจแน่นหนา ในบ้านปิดเงียบก็ใจหาย คิดถึงพริ้งเหลือเกิน ไม่รู้จะติดต่อได้อย่างไร นึกถึงอะไรขึ้นมาได้ รีบปั่นจักรยานไปที่คลินิกหวังจะถามจากฉวีแต่ไม่เจอ ลองสอบถามจากเพื่อนบ้านได้ความว่าเธอกลับบ้านนอกไปหลายวันแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าบ้านเธออยู่ไหน

“แล้วผมจะได้เจอคุณอีกเมื่อไหร่นะ คุณพริ้ง” ประสานได้แต่พึมพำหน้าเศร้าอยู่ตรงนั้น...

คนที่ประสานตามหา ผิดหวังกับสภาพบ้านที่ย้ายมาอยู่ นอกจากจะหลังเล็กแล้ว ยังอยู่ห่างไกลตัวเมืองอยุธยา สอบถามแม่บ้านที่หิ้วสัมภาระเข้ามาให้ในห้องว่าแถวนี้มีหนังกลางแปลงมาฉายบ้างไหม ได้ความว่าไม่มี จะมีก็แต่รำวง พริ้งอยากรู้อีกว่ามีคนมารำวงมากไหม

“มากอยู่เจ้าค่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนพระนครที่อพยพมาล่ะเจ้าค่ะ เขาว่าแก้เครียดแก้เหงาเพราะต้องห่างบ้านห่างเรือนนักล่ะเจ้าค่ะ”

พริ้งสนใจขึ้นมาทันที อย่างน้อยก็มีอะไรสนุกๆให้ทำบ้าง...

หลังจากจัดข้าวของเครื่องใช้เข้าที่แล้ว พริ้งลงมือเขียนจดหมายถึงช้อย บ่นให้ฟังว่าที่อยุธยาเงียบเหงามาก เธอกำลังจะเป็นบ้าตายเพราะความเหงา บ้านของพ่อแม่ของพินิจอยู่ในชนบทไม่ใช่ที่ตัวเมือง ไปไหนมาไหนก็แจวเรือไป กว่าเธอจะลงเรือได้ทุลักทุเลมาก

“บรรยากาศช่างแตกต่างจากพระนคร ในสายตาของฉันมันสงบสุขเสียจนฉันทนไม่ไหว ฉันชินกับชีวิตที่วุ่นวายมากกว่า ฉันเกลียดความเงียบไม่ชอบความเหงา บ้านนี้ไม่เห็นหัวฉันยังไงก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น มีพิเศษขึ้นมาอีกคนก็คือพ่อผัวฉัน แกเริ่มไม่ชอบหน้าฉัน ตั้งแต่รู้ว่าฉันกักตุนยา ที่เล่าไม่ได้แปลว่าฉันจะใส่ใจหรอกนะ จะชอบหรือไม่ชอบ แกก็แสดงออกเหมือนกัน แต่ฉันรู้ว่าแกเกลียดฉันเหมือนอีแม่ผัว”

พริ้งเริ่มหงุดหงิดมากขึ้นเพราะท้องใหญ่โตทำให้ทำอะไรไม่สะดวก เดี๋ยวนี้เธอตัดเล็บเท้าเองไม่ได้แล้ว เธอยังเขียนไปฟ้องพี่สาวอีกด้วยว่าถึงใครจะเกลียดชังเธอก็เกลียดไป เธอไม่สน

“วันๆไม่มีอะไรให้ทำเลยพี่ช้อย นอกจากนั่งมองต้นไม้ต้นหญ้าทั้งที่กำลังเขียวชอุ่มกับที่กำลังจะตาย อยู่พระนครยังมีระเบิดให้ชีวิตได้ตื่นเต้นบ้าง นึกอยากให้ระเบิดมาลงที่นี่สักสองสามลูก”...

ช้อยอ่านจดหมายจากพริ้งมาถึงตรงนี้ถึงกับสะดุ้งโหยง คุณพระเวทย์อดถามไม่ได้ว่ามีอะไร เธอเล่าว่าพริ้งอยากให้ระเบิดไปลงที่อยุธยาสักลูกสองลูก ปริกไม่วายเหน็บแนมพริ้งว่าเป็นแปลกประหลาดแท้ๆ มีแต่คนอยากหนีระเบิด แต่เธอกลับเรียกหา ช้อยต้องปราม ปริกถึงสงบปากสงบคำได้

“พริ้งอยู่สบายดีรึ คงใกล้คลอดแล้วสินะ” คุณพระเวทย์อดเป็นห่วงพริ้งไม่ได้...

พริ้งเขียนจดหมายมาเล่าให้ช้อยฟังอีกว่าท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีแล้ว วันนี้เธอนึกสนุกเดินตามแม่บ้านที่เคยซักถามเรื่องรำวงเข้ามาดูชาวบ้านรำวงกันอย่างสนุกสนาน เธออยากเข้าไปร่วมรำวงด้วย แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆวงที่เขารำกัน เจอแต่สายตาคนมองอย่างตำหนิ ถึงกับอึ้ง

“ฉันอุ้ยอ้ายเต็มทน ทำอะไรก็ไม่คล่องอยากจะไปรำวงสนุกๆกับเขาก็ไม่ได้ พูดแล้วก็หงุดหงิด คลอดเมื่อไหร่ ฉันจะรำมันเจ็ดวันเจ็ดคืนติดเลยคอยดู ฉันขอสาบานถ้าฉันมีผัวใหม่ ฉันจะไม่มีวันท้องอีกเด็ดขาดจำคำฉันไว้เลย” พริ้งยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า ตอนจะกลับเจอชายหนุ่มชาวบ้านหน้าตาดีคนหนึ่ง ยืนมองเธอตาวาวอยู่และยิ้มกรุ้มกริ่มให้ เธอเหลียวมองไปรอบๆคิดว่าเขาคนนั้นยิ้มให้คนอื่น แต่ไม่มีใครมีแต่เธอคนเดียว

พริ้งนึกเขิน แต่ก็ทำให้เธอรู้ว่าตัวเองยังสวยและมีคนสนใจอยู่ แล้วเดินเชิดออกไป

ooooooo

ช้อยอ่านจดหมายพริ้งแล้วอดตำหนิไม่ได้ที่ริอ่านจะมีผัวใหม่ทั้งที่ยังไม่คลอด ตั้งใจจะต้องเขียนจดหมายไปสั่งสอนน้องสาวสักหน่อย แล้วหยิบอุปกรณ์เขียนจดหมายของตัวเองออกมา

“ถึงพริ้งน้องรัก การเป็นแม่คนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะผ่านมันไปไม่ได้ ขอแค่พริ้งอดทน วันนี้พริ้งอาจจะบ่น แต่เชื่อพี่เถอะ พอได้เห็นหน้าลูกครั้งแรกเมื่อไหร่ พริ้งจะลืมความยากลำบากทั้งหลายที่เคยเจอทันที”

พริ้งอ่านจดหมายสอนน้องของพี่สาวแล้วถึงกับบ่นอุบสงสัยช้อยคงจะแก่ทันผัวแล้วแน่ๆ พลันเหลือบไปเห็นแววแอบมองตัวเองอยู่ โวยวายทันทีว่าจะแอบดูทำไม แววแก้ตัวน้ำขุ่นว่าไม่ได้แอบดูแต่ยืนอยู่ตรงนี้นานแล้ว ก่อนจะชะโงกหน้าไปถามว่าจดหมายใครหรือ

“อย่ามาแส่”

“อุ๊ยตาย อุตส่าห์ถามดีๆนะ หรือไม่อยากให้รู้”

“มันเรื่องส่วนตัว อย่ามาสาระแน” พริ้งเดินหงุดหงิดจากไป แววรีบนำเรื่องนี้ไปเสี้ยมให้ช้องนางเข้าใจผิดว่าพริ้งได้รับจดหมายจากชู้ ซึ่งอาจจะเป็นเพื่อนของพินิจก็ได้

“เห็นก้อร่อก้อติก กับคุณพริ้งอยู่ที่งานศพคุณหมอพินิจไม่ใช่รึเจ้าคะ คงจะถูกใจกันอยู่หรอก ถึงได้จดหมายมาถึงกัน คุณพริ้งเขียนส่งไปหลายฉบับแล้วนะคะ แววเห็น วุ้ย...ยิ่งคิดยิ่งสงสารคุณหนูที่กำลังจะเกิดมา มีแม่สำส่อน”

ช้องนางเกลียดลูกสะใภ้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงหลงเชื่อคำลวง สั่งให้แววหาทางไปเอาจดหมายฉบับนั้น มาให้ แววไม่รอช้าไปซุ่มอยู่แถวห้องพักของพริ้ง ครั้นเจ้าของห้องออกไปอาบน้ำ รอจนเธอเดินลับสายตา แววออกจากที่ซ่อนย่องเข้าห้องเป้าหมายก่อนจะงับประตูตามหลัง...

แววยังไม่ทันจะค้นห้อง พริ้งย่องเข้ามากระชากผมจนหน้าหงาย ตะคอกใส่เข้ามาหาอะไร แววจะมาหาจดหมายจากชู้รักของเธอ พริ้งโกรธควันแทบออกหู ขึ้นกูขึ้นมึงเสียงลั่นว่าผัวของตนตายไปแล้ว ถ้าตนจะมีใครก็เรียกว่าชู้ไม่ได้ แววสวนทันที เธออาจจะมีใครตั้งแต่ผัวยังไม่ตายก็ได้ สองคนเปิดฉากตบตีกันอุตลุด ช้องนางต้องเข้ามาห้าม แล้วหันไปเอ็ดแววว่าตนใช้ให้มาหาจดหมายไม่ได้ใช้ให้มาตบกับพริ้ง

“คุณแม่คิดได้ยังไงว่าฉันจะมีชู้”

ช้องนางเห็นพริ้งหูตาแพรวพราวไปทั่วแม้แต่ในงานศพผัวตัวเองก็ไม่เว้น ลูกในท้องจะใช่ลูกของพินิจหรือเปล่าท่านเองก็เริ่มจะไม่แน่ใจ พริ้งยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้หญิงประเภทที่เอาไม่เลือก

ที่สำคัญตนเป็นเมียหมอที่มีมรดกเป็นถุงเป็นถังทั้งรวยทั้งโก้ แล้วจะโง่ไปมั่วกับคนอื่นให้แม่ผัวหาเรื่องไล่ออกไปทำไม คนอย่างตนไม่ยอมเสียจะต้องได้กับได้เท่านั้น ช้องนางรู้แก่ใจดีว่าลูกสะใภ้เป็นอย่างที่พูดจริงๆ เพื่อพิสูจน์ตัวเองพริ้งหยิบจดหมายจากช้อยให้ช้องนางดู พอรู้ความจริงท่านถึงกับหน้าเจื่อน...

กลับถึงห้องตัวเอง ช้องนางเล่นงานแววยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นบ่างช่างยุจนเกือบจะเปิดศึกกับพริ้งทั้งที่พยายามต่างคนต่างอยู่ แววไม่วายเสี้ยมเชื่อที่นังนั่นพูดหรือ ช้องนางเชื่อเพราะรู้ดีว่าพริ้งงกสมบัติ ตอนนี้เป้าหมายของมันก็คือรอให้ท่านกับชาญตายจะได้ครองมรดกทั้งหมดของพินิจ

“เรื่องอื่นมันไม่สนใจหรอก สันดานมันเป็นอย่างนี้”

แววไม่วายยุอีกถ้าเป็นอย่างนั้นช้องนางกับชาญก็อย่าเพิ่งรีบตายให้อยู่จนมีเหลนโหลนกันไปเลย...

ฝ่ายพริ้งนั่งเครียดอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เก็บจดหมายของช้อยใส่ลิ้นชัก เงยหน้ามองตัวเองในกระจกเงา รู้สึกเหนื่อย เหงาไม่มีใคร ค่อยๆใช้สองแขนกอดตัวเองร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น

ooooooo

วันรุ่งขึ้นพริ้งได้รับจดหมายจากประสานถึงกับอึ้ง ไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะรู้ที่อยู่ รีบเข้าห้องเปิดจดหมายออกอ่านถึงได้รู้ว่าเขาได้ที่อยู่ของเธอจากฉวี ที่เขียนมาหาเพียงเพื่อจะขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ทำให้เธอเสียใจและผิดหวัง อยากทำให้ดีกว่าและอยากเจอเธออีกครั้งเพื่อจะได้บอกสิ่งที่อยู่ในใจที่เก็บกดมานาน

“แต่ผู้หญิงทั้งสวยทั้งเก่งอย่างคุณพริ้ง คงไม่คิดอยากจะมาเจอผู้ชายที่คุณพริ้งเกลียดขี้หน้านักหนาคนนี้ ผมคงได้แต่คิดถึงคุณพริ้งจนใจแทบขาดอย่างนี้อยู่ร่ำไป”

พริ้งหลุดยิ้มที่มีคนชื่นชม นึกอยากจะไปหาประสาน ไปฟังสิ่งที่อยู่ในใจเขา...

ดึกวันเดียวกัน ช้อยฝันร้ายถึงพริ้ง ร้องห้ามเสียงหลงว่าอย่าไป สะดุ้งตื่นเหงื่อท่วมตัว คุณพระเวทย์พลอยตกใจตื่นไปด้วยถามว่าเป็นอะไรฝันร้ายถึงพริ้งหรือ เธอบอกว่าไม่มีอะไร สงสัยจะเป็นห่วงน้องมากก็เลยเก็บเอาไปฝัน คุณพระเวทย์ปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง พริ้งเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ช้อยอยากรู้ว่าเขาแน่ใจได้อย่างไร เขามั่นใจว่านอกจากพริ้งจะเอาตัวรอดได้แล้ว ยังแกร่งอาจถึงขั้นกร้านด้วยซ้ำ

“ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย หล่อหลอมหัวใจคนออกมาได้สองแบบนะแม่ช้อย หนึ่งคือ เข้มแข็งอย่างคนที่เข้าใจโลกและสองคือ อ่อนแอลงมากกว่าเดิม แต่สร้างความหยาบกร้านขึ้นมาปกปิด ไม่เข้าใจโลกแต่โยนความผิดให้คนทั้งโลก ซึ่งคนสองประเภทนี้ จะไม่มีทางยอมให้ใครมาทำร้ายตัวเองได้ง่ายๆ”

“คุณพระเห็นว่าพริ้งเป็นคนอย่างหลัง”

คุณพระเวทย์ยอมรับว่าใช่ ช้อยโกรธที่มาว่าน้องสาวนอนหันหลังให้ทันที แต่ในใจลึกๆรู้ดีว่าเขาพูดถูก

ooooooo

ช้องนางกับชาญกำลังตักบาตรอยู่หน้าบ้านโดยมีแววคอยส่งของให้ พริ้งแต่งตัวสวยหิ้วกระเป๋าถือเดินผ่านพระสงฆ์ก็ยกมือไหว้อย่างขอไปที แล้วเดินต่อไปไม่สนใจใคร ช้องนางใส่บาตรเสร็จชวนแววเดินตาม พลางตะโกนเรียกพริ้งให้หยุดก่อน จะรีบไปไหน หรือจะพาหลานตนหนี เธอปฏิเสธว่าไม่ได้หนี

“ฉันจะไปโรงพยาบาล พี่ช้อยจดหมายมาให้ฉันไปตรวจจะได้รู้กำหนดคลอดว่าจะคลอดวันไหนแน่”

“แล้วทำไมไม่ตรวจที่อนามัยแถวนี้”

พริ้งไม่เชื่อมือหมอที่นี่ รับปากจะรีบไปรีบกลับแต่ถ้ากลับไม่ได้จริงๆก็แวะไปดูบ้านของช้องนางให้เห็นช้อยว่าบ้านพวกอพยพอย่างพวกเราถูกงัดฝาบ้านเอาไปทำฟืนหมด ช้องนางตกใจร้องเอะอะ พริ้งขอตัวไปก่อนเดี๋ยวไม่ทันรถไฟ ท่านทักท้วงไม่กลัวตายหรือ ระเบิดลงพระนครกันโครมๆอย่างนั้น

“โธ่คุณแม่ คนเราถ้าไม่ถึงที่ตายก็ไม่ตาย บางคนอยู่บ้านเฉยๆมัวแต่จ้องจับผิดด่าคนอื่น เครียดจนหัวใจวายตายก็มี แล้วจะกลัวระเบิดไปทำไม” แช่งทางอ้อมจบ พริ้งจ้ำพรวดๆออกไป กว่าช้องนางจะรู้ว่าถูกแช่ง คนแช่งไปไกลแล้ว ตะโกนด่าไล่หลังก็ไม่มีประโยชน์...

ระหว่างนั่งอยู่บนรถไฟ พริ้งรู้สึกปวดท้องหน่วงๆ เป็นระยะๆ ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอบ่อยเข้าชักเอะใจ จำได้ว่าช้อยเคยเล่าให้ฟังว่าเวลาตอนปวดท้องจะคลอด รู้สึกเหมือนท้องจะเสีย จะปวดหน่วงๆทั่วไปหมด แต่สักพักมดลูกจะเริ่มหดตัวและบีบเกร็ง จากนั้นจะเจ็บเป็นพักๆแล้วก็หายไป และจะเจ็บถี่ขึ้นเรื่อยๆ

พริ้งเริ่มเหงื่อแตก มั่นใจว่าตัวเองเจ็บท้องจะคลอด พยายามสะกดความเจ็บไว้ อีกตั้งไกลกว่าจะถึงพระนคร เธอใจเด็ดกลั้นความเจ็บจนถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง พยายามลากสังขารมองหาสามล้อ เห็นคันหนึ่งมาเข้าไปโบกเรียก แต่กลับโดนผู้หญิงคนหนึ่งปาดหน้าขึ้นไปนั่ง เธอโวยวายที่ถูกตัดหน้าจะเอาเรื่องให้ได้ทั้งที่เจ็บท้องจะคลอด ทันใดนั้นมีเสียงหวอเตือนภัยดังสนั่นทุกคนตกใจ

“จะมาทิ้งระเบิดอะไรตอนนี้ ให้กูไปออกลูกก่อนไม่ได้หรือไง ไอ้ฝรั่งเวร” พริ้งตะโกนด่าขึ้นไปบนฟ้า หันมองอีกทีคนขี่สามล้อกับผู้หญิงคนนั้นวิ่งหนีป่าราบไปแล้ว พร้อมกับผู้คนที่แตกตื่นวิ่งหนีตายกันอลหม่าน พริ้งเงอะงะไม่รู้จะทำอย่างไรดี พลันไพโรจน์หนุ่มหน้าตาดี ในชุดนักศึกษา คว้าข้อมือเธอไว้ สองคนต่างประทับใจกันตั้งแต่แรกเห็น ตาสบตานิ่งงันเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ครั้นตั้งสติได้ไพโรจน์พาพริ้งลงไปในหลุมหลบภัย

พริ้งไม่สามารถอดกลั้นต่อไปได้ คลอดลูกในหลุม หลบภัยท่ามกลางเสียงหวอและเสียงระเบิดที่ดังสนั่น...

หลังจากทุกอย่างสงบ ไพโรจน์ในสภาพเสื้อผ้าเปรอะเลือดเพราะช่วยพริ้งคลอดลูกพาคุณแม่หมาดๆกับลูกมาส่งโรงพยาบาล ประสานหันมาเห็นไพโรจน์ประคองพริ้งที่ไม่ได้สติก็ตกใจแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง...

ผ่านไปพักใหญ่ พริ้งถึงได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นบนเตียงคนไข้ เห็นไพโรจน์สวมเสื้อเปื้อนเลือด รีบยันตัวลุกขึ้นถามว่าลูกของเธอเป็นอย่างไรบ้าง ผู้หญิงหรือผู้ชาย แข็งแรงดีไหม ตอนนี้อยู่ไหนเธออยากเจอ เขาต้องปลอบให้ใจเย็นๆ ลูกของเธอเป็นผู้ชายแข็งแรงดี สุขภาพดีทุกอย่าง ตอนนี้อยู่ในห้องเด็กอีกสักพักพยาบาลคงอุ้มมาให้

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉัน ดูสิเสื้อเปื้อนเลือดเต็มไปหมด”

ไพโรจน์ยินดีช่วยด้วยความเต็มใจ สองคนแนะนำตัวเองให้อีกฝ่ายรู้จัก เขาเห็นสมควรแก่เวลาขอตัวกลับก่อนวันนี้คงไปเรียนไม่ได้แล้ว พริ้งซักยังเรียนอยู่หรือ เขากำลังเรียนกฎหมายปีสาม แล้วนึกขึ้นได้ว่าเธออยากจะส่งข่าวให้สามีรู้ไหม พริ้งส่ายหน้า สามีของเธอตายแล้วเธอเป็นม่าย ไพโรจน์มีสีหน้าพอใจและโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด พริ้งสังเกตเห็นก็พอจะเดาได้ว่าเขามีใจให้ โดยไม่รู้ว่าประสานแอบมองอยู่อย่างไม่พอใจ...

ขณะที่พริ้งมีชายคนใหม่ก้าวเข้ามาในชีวิต ช้องนางซึ่งอยู่ที่อยุธยาได้ยินวิทยุประกาศว่าสถานีรถไฟหัวลำโพงถูกทิ้งระเบิดก็ใจคอไม่ดี กลัวพริ้งกับหลานจะโดนระเบิดตาย ทำท่าจะเป็นลม ชาญเองก็ใจหายไม่แพ้เมียเช่นกัน แววต้องทำหน้าที่หนักวิ่งวุ่นเอายาดมกับยาหอมมาให้เจ้านายทั้งสองคน...

ทางด้านพริ้งวานไพโรจน์ส่งโทรเลขแจ้งข่าวถึงแม่ผัวที่อยุธยาให้ด้วย เปิดกระเป๋าถือหยิบเงินให้ เขาเหลือบเห็นเงินในกระเป๋าเธอเป็นฟ่อนๆก็ตาโตตื่นเต้น ส่งปากกากับสมุดให้เธอจดที่อยู่ ตอนรับปากกากับสมุดคืน เขาแอบจับมือ เธอชักมือกลับ หน้าแดงเขินอายเหมือนดอกไม้ที่ไม่ได้โดนน้ำรดมานาน ไพโรจน์เองก็หัวใจพองโตไม่แพ้กัน รับปากจะจัดการให้เร็วที่สุดแล้วจะกลับมาส่งข่าว ถ้าไม่ตายไปเสียก่อน

“แหม พูดอะไรอย่างนั้นคะ คนดีมีน้ำใจอย่างคุณไพโรจน์ไม่ตายง่ายๆดอก” พริ้งยิ้มให้ไพโรจน์ซึ่งยิ้มตอบต่างฝ่ายต่างถูกชะตากันอย่างแรง ประสานซึ่งแอบดูอยู่เห็นสายตาของเธอแล้วหึงจนเก็บอาการไม่อยู่

ooooooo

พริ้งหยิบล็อกเกตรูปพินิจออกมาจากกระเป๋าถือ พึมพำว่าเขาช่วยเธอไว้อีกใช่ไหม ประสานเข้ามากระแนะกระแหน สงสัยจะได้ยาดีทำให้แข็งแรงทันตาเห็นทั้งที่คลอดลูกในหลุมหลบภัย เธอรีบเก็บล็อกเกตไว้ใต้หมอน แล้วถามเสียงเขียวพูดแบบนี้แปลว่าอะไร

“ผู้ชายคนที่พาคุณพริ้งมาส่งโรงพยาบาล ดูจะเป็นห่วงคุณพริ้งมากเหลือเกิน คนนั้นไงครับ ใครครับ”

“อ๋อ คุณไพโรจน์ คนดีมีน้ำใจช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ทั้งที่เป็นคนแปลกหน้าจะไม่ทำให้ฉันชื่นอกชื่นใจได้ยังไงคะ ทำไมคะ หมอไม่พอใจอะไรตรงไหนหรือคะ”

ประสานคงไม่มีสิทธิ์ไม่พอใจอะไรถ้าพริ้งจะไปกับใคร มันเป็นสิทธิ์ของเธอ พริ้งขอบคุณที่เขาคิดได้อย่างนั้นและขอให้เขาจำเอาไว้ให้ขึ้นใจด้วย แล้วสะบัดหน้าใส่ไม่ไยดี อารมณ์ที่อยากมาหาในตอนแรกมลายสิ้นตั้งแต่ได้เจอไพโรจน์ ประสานไม่วายตัดพ้อ หลงดีใจคิดว่าเธอมาพระนครเพราะมาหาเขา เธอโกหกหน้าตายว่าเปล่า ที่เธอมาที่นี่เพราะพี่ช้อยต่างหาก แต่ดันมาเจอระเบิดกลางทางแล้วก็เจ็บท้องคลอด

“อ้อครับ แล้วได้ส่งข่าวให้คุณช้อยรู้หรือยังครับ ถ้ายังผมจะจัดการให้”

พริ้งปฏิเสธว่าไม่ต้อง ประสานคงทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะทางโรงพยาบาลมีกฎจะต้องติดต่อญาติคนไข้

“ตามใจ เสร็จเรื่องแล้วใช่ไหม ฉันอยากพักเหนื่อย เจ็บ” พริ้งตัดบท ประสานจำต้องผละจากไป...

ช้อยกับคุณพระเวทย์รู้ข่าวพริ้งคลอดลูกรีบมาเยี่ยม เจอพยาบาลกำลังสอนให้คุณแม่มือใหม่อุ้มลูกซึ่งทำได้ไม่ค่อยถนัดนัก ช้อยอดคิดถึงพินิจไม่ได้ จะดีใจแค่ไหนถ้าเขาได้เห็นหน้าลูก พริ้งนึกขึ้นได้วานช้อยช่วยหยิบ ล็อกเกตรูปพินิจที่อยู่ใต้หมอนออกมาเปิดให้หน่อย แล้วเอาล็อกเกตยื่นไปตรงหน้าลูก

“หมอ นี่ลูกนะ ฉันคลอดให้แล้ว”

ช้อยกับคุณพระเวทย์มองภาพตรงหน้าสะเทือนใจ เธอทนอยู่ไม่ไหวเดินหนีออกมา เขาตามมาถามว่าเป็นอะไรไป เธอทั้งดีใจทั้งสงสารพริ้ง สงสารหลานเหลือเกินไม่น่ามาลงเอยแบบนี้ เขาปลอบว่านี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้พริ้งเข้มแข็งและมองโลกเปลี่ยนไปก็ได้ ดูท่าทางจะรักลูกมากอีกด้วย

“ฉันภาวนาให้สัญชาตญาณความเป็นแม่ของพริ้งเอาชนะสัญชาตญาณอย่างอื่นลงได้”

มีเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดของพริ้งดังขึ้น สองผัวเมียรีบกลับไปดู เห็นพริ้งยื่นลูกคืนให้พยาบาลหน้าอกเธอคัดเจ็บปวดเกินกว่าจะให้ลูกดูดนมได้ พยาบาลอธิบายว่าแรกๆก็เจ็บแบบนี้ คุณแม่ต้องอดทนหน่อยจะได้กระตุ้นให้น้ำนมไหลเร็วๆ พริ้งยืนกรานไม่อดทนให้ใครทั้งนั้น ช้อยทนไม่ไหว สั่งให้เธอให้นมลูกเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นตนจะเอาหลานไปเลี้ยงเอง ให้เธอกลับไปหาแม่ผัวตัวเปล่า

พริ้งเห็นความเด็ดขาดของพี่สาวแล้วนึกเกรงบวกกับความงกกลัวไม่มีหลานกลับไปให้ช้องนางแล้วไม่ได้สมบัติ จึงยอมรับลูกมาอุ้มแนบอก พยาบาลเข้ามาช่วย ช้อยก็เลยถอยออกมายืนข้างๆคุณพระเวทย์ ขณะที่พริ้งหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดเพราะลูกดูดนม

ครั้นเห็นสมควรแก่เวลา ช้อยกับคุณพระเวทย์ขอตัวกลับโดยฝากพริ้งไว้ในความดูแลของประสาน ดีขึ้นเมื่อไหร่จะมารับไปพักฟื้นที่บ้าน ประสานรับปากจะดูแลเธอให้ดีที่สุดไม่ต้องเป็นห่วง

ส่งสองผัวเมียกลับไปแล้ว ประสานเข้ามาที่ห้องจะหาพริ้ง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นไพโรจน์ในชุดนักศึกษาตามมาขายขนมจีบให้เธอและดูเหมือนเธอก็เล่นด้วย เขาทนดูไม่ไหวเข้ามาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว เขาต้องตรวจคนไข้ ไพโรจน์มองผู้ป่วยเตียงอื่นญาติยังนั่งกันสลอน พยายามทักท้วงแต่ไม่สำเร็จ จำต้องกลับไป

ทันทีที่ไพโรจน์พ้นสายตา พริ้งหันไปเล่นงานประสานเสียงลั่นว่าเป็นบ้าอะไร เขาเกรงใจเตียงอื่นรีบรูดม่านปิดรอบเตียงขอให้เธอช่วยเบาเสียงลงหน่อย โรงพยาบาลมีกฎห้ามเสียงดัง

“แล้วโรงพยาบาลยอมให้หมอที่เป็นบ้ามารักษาคนไข้ได้ยังไง”

“ผมเป็นบ้าเพราะผมรักคุณ”

ถ้าเป็นก่อนหน้าพริ้งคงจะหวั่นไหว แต่นี่เธอมีที่หมายใหม่แล้วจึงไม่สนใจนัก ไม่ว่าประสานจะพร่ำบอกว่ารักเธอมากแค่ไหนก็ตาม...

ด้านคุณพระเวทย์ไม่เห็นด้วยที่ช้อยจะไปรับพริ้งกับหลานมาพักฟื้นที่นี่ ควรปล่อยให้เธอกลับไปหาแม่ผัวจะดีกว่า ทางนั้นคงอยากเห็นหน้าหลานเต็มที

เป็นอย่างที่คุณพระเวทย์ว่า ช้องนางกับชาญไม่หลับไม่นอนนั่งรออยู่หน้าบ้านเมื่อไหร่หลานจะมาถึง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement