พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 2


26 พ.ค. 2560 09:07
921,206 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

ปริกไขกุญแจห้องพริ้งเข้าไปเจอแต่ห้องว่างเปล่า เห็นหน้าต่างเปิดอ้าเอาไว้ก็รู้ทันทีว่าเธอหนีเที่ยวอีกแล้ว รีบไปรายงานให้เจ้านายทราบ ประเทียบโมโหมากประกาศลั่น

“กลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะมัดมันกับเสาเรือน เฆี่ยนให้ตายคาหวาย นังคนไม่รักดี อีพริ้ง”

เสียงโวยวายของประเทียบดังไปถึงหูพริ้งที่ยืนอยู่ใกล้กับรั้วบ้าน หันมองพินิจน้ำตาคลอเบ้าสีหน้าหวาดหวั่น ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรดี พินิจตำหนิเธอไม่ควรหนีออกไปเที่ยวกับผู้ชายคนนั้นตั้งแต่แรกถ้าไม่อยากถูกลงโทษ พริ้งแปลกใจเขารู้ได้อย่างไร เขาไม่ยอมเฉลยอะไร ได้แต่บอกว่าความลับไม่มีในโลก อย่าคิดว่าทำอะไรแล้วผู้ใหญ่จะไม่รู้ เธอไม่พอใจที่เขาบังอาจมาสั่งสอน จะเดินหนี พินิจคว้ามือไว้

“แล้วคุณจะบอกคุณพี่ว่าอะไร”

จังหวะนั้นคุณพระเวทย์ส่องไฟฉายนำทางให้ช้อยอุ้มตานิดเดินผ่านประตูรั้วระหว่างบ้านสองหลังเข้ามาในเขตบ้านของคุณพระจำรูญ เธอลังเลจะออกไปดีหรือไม่ สองผัวเมียเดินผ่านมาใกล้จุดที่พริ้งกับพินิจยืนอยู่ เขารีบโอบตัวเธอดึงให้พ้นสายตา พริ้งอยู่ในอ้อมกอดของพินิจ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ครั้นคุณพระเวทย์กับช้อยเดินผ่านไปแล้ว เธอรีบดันตัวออกห่าง พินิจได้แต่เสียดายที่ต้องปล่อยเธอไป

ปริกเห็นสองผัวเมียวิ่งรี่เข้ามารายงานว่าพริ้งหนีออกไปกับผู้ชายอีกแล้ว นี่ขนาดคุณท่านคาดโทษไว้ก็ยังไม่นำพา เห็นคุณท่านออกปากว่ากลับมาเมื่อไหร่จะเฆี่ยนให้ตายคาหวาย ช้อยไม่สบายใจมาก

“รีบไปห้ามคุณพี่ก่อนดีกว่าค่ะ อย่าให้ถึงกับลงหวายจนตายอย่างที่พูดเลย”

พริ้งกลัวจนสะอื้นออกมา รีบซบกับอกพินิจ ปริกชะงักเหมือนได้ยินเสียงใครแว่วๆเดินมาชะเง้อมอง พินิจกอดพริ้งไว้พร้อมกับเอามือปิดปากไม่ให้เสียงสะอื้นลอดออกมา ปริกเดินมาส่องๆดูแต่ไม่เห็นใคร สงสัยตัวเองคงหูฝาด ไม่ติดใจอะไรรีบเดินตามช้อยกับคุณพระเวทย์ขึ้นเรือน

ooooooo

พินิจเห็นพริ้งร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กๆ ปาดน้ำตาให้อย่างเบามือ พร้อมกับสารภาพว่ารักเธอมาก รักตั้งแต่แรกเห็น และมีแต่ความจริงใจให้เธอ ไม่ได้เข้าหาเพียงแค่จะหลอกให้เธอเสียหายแล้วทิ้งไปเหมือนคนที่ชื่อศักดิ์คนนั้น เขาขอโอกาสจากเธอเพื่อจะได้เป็นคนที่เธอรัก พริ้งถึงกับอึ้ง

“ได้ดูแลคุณให้มีความสุขที่สุด อย่างที่คุณต้องการ ให้ความรักของผมทำให้คุณเป็นอิสระ”

หญิงสาวไตร่ตรองดูแล้ว เห็นว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นเครื่องมือทำให้ตัวเองหลุดพ้นไปจากประเทียบได้ แต่ก็ยังเล่นตัว อ้างจะเชื่อคำพูดของเขาได้อย่างไร พินิจจะพาไปพิสูจน์ แล้วจูงมือเธอขึ้นเรือน เข้าไปกราบขอโทษประเทียบที่ทำให้วุ่นวาย พริ้งไม่ได้หนีไปไหนแต่ออกไปพบกับเขา ปริกสาระแนทันที

“เห็นบอกว่าเกลียดคุณหมอจะเป็นจะตายไม่ใช่เหรอเจ้าคะ”

พริ้งมองปริกตาเขียว คนถูกมองไม่กล้าสบตาด้วยเบือนหน้าหนี ประเทียบคาดคั้นพริ้งว่าเป็นอย่างที่พินิจพูดหรือเปล่า เธอสบตากับเขาก่อนจะพยักหน้ารับคำ ประเทียบยังซักไม่เลิกทำไมถึงคุยบนเรือนไม่ได้ ต้องปีนหน้าต่างออกไปคุย พินิจแก้ตัวให้พริ้งว่าถ้าอยู่ในสายตาของประเทียบ เธอก็จะอายทุกคนไม่กล้าบอกความจริงว่าเธอรักเขาเหมือนที่เขารักเธอ ทุกคนอึ้งไม่อยากจะเชื่อ ประเทียบถามพริ้งว่าจริงหรือ

“ค่ะ...ที่พริ้งบอกทุกคนว่าพริ้งเกลียดหมอพินิจ พริ้งก็...พูดไปอย่างนั้นเอง จริงๆแล้ว...พริ้งชอบ”

“ผมจะพาคุณแม่มาสู่ขอคุณพริ้งแต่งงานครับ” พินิจถือโอกาสรวบหัวรวบหาง พริ้งตกใจไม่คาดคิดว่าจะเลยเถิดไปถึงขั้นแต่งงาน แต่จำต้องปล่อยเลยตามเลยไปก่อน ขณะที่ช้อยมองน้องสาวสีหน้าเป็นกังวล...

ครั้นกลับถึงบ้านตัวเอง ช้อยบ่นให้คุณพระเวทย์ฟังไม่เชื่อว่าพริ้งจะรักพินิจจริงอย่างที่พูด แต่ก็ไม่เข้าใจว่าคนที่ไม่ทำอะไรฝืนใจตัวเองอย่างพริ้งจะยอมแต่งงานกับพินิจทั้งที่ไม่ได้รักทำไม

“มีเวลาก็ลองคุยกับพริ้งดูนะแม่ช้อย ถ้าแต่งงานโดยที่ไม่ได้รักจะเพื่ออะไรก็ตามแต่ คนที่น่าสงสารคือหมอพินิจ แต่ที่จะน่าสงสารที่สุดไม่ใช่ใครเป็นตัวพริ้งเอง มันบาปเพราะพริ้งกำลังจะสร้างความทุกข์ให้กับอีกหลายคนที่รักหมอพินิจ จะมีใครมีความสุขถ้าเห็นคนที่รักถูกทำร้าย”

คำพูดของคุณพระเวทย์ยิ่งทำให้ช้อยอดกลุ้มใจแทนน้องสาวไม่ได้...

ทางด้านพินิจเดินเข้ามาในบ้านตัวเองที่มืดสนิท ทรุดตัวลงนั่งทั้งมืดๆด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ตอนนั้นพริ้งเดินหน้าตึงมาส่งเขาที่รถ เขาอดถามไม่ได้ว่าโกรธเขาอยู่ใช่ไหม เธอหาว่าเขาฉวยโอกาสมัดมือเธอชก ทางออกทางอื่นมีเยอะแยะทำไมต้องถึงขนาดแต่งงานกัน

“ทางออกทางไหนที่จะทำให้คุณพริ้งรอดจากการถูกลงโทษได้ล่ะ บอกผมสิ”

“ไม่รู้แหละ ฉันเสียเปรียบ ฉันต้องแต่งงานทั้งๆที่ไม่ได้รัก”

พินิจมั่นใจถึงตอนนี้พริ้งจะยังไม่รักเขา แต่ถ้าลองเปิดใจอีกหน่อยจะต้องรักเขาแน่นอน จากนั้นเขาพร่ำพรรณนา ว่ารักเธอมากมายขนาดไหนและจะรีบไปบอกให้คุณพ่อ คุณแม่มาสู่ขอเธอให้เร็วที่สุด พริ้งร้องห้ามเสียงหลง เธอขอทำความรู้จักกับเขาให้มากกว่านี้ก่อน จนกว่าเธอจะรู้สึกรักเขา พินิจผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด...

ไฟสว่างพรึบขึ้นทำให้พินิจตื่นจากภวังค์ แววประคองช้องนางเดินลงมาจากห้องนอน เข้ามากอดเขาไว้ดีใจที่ไม่เป็นอะไร แล้วถามว่าทำไมกลับช้า ไหนว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีจะรีบกลับ เขาอึกๆอักๆจนผิดสังเกต ท่านถามว่ามีอะไรหรือเปล่า พินิจรวบรวมความกล้า ก่อนจะบอกแม่ว่าเขาจะแต่งงาน

ช้องนางไม่ได้ต้องการเสียลูกให้ผู้หญิงหน้าไหน พยายามทัดทานสุดชีวิตอ้างโน่นอ้างนี่ไปเรื่อย ทั้งแต่งเร็วเกินไป ทั้งเรื่องที่ไม่เคยรู้จักมักจี่ครอบครัวทางฝ่ายหญิงมาก่อน ไม่รู้จะเข้ากันได้หรือเปล่า พินิจเห็นแม่เป็นกังวลปลอบว่ายังไม่ได้จะแต่งตอนนี้เดี๋ยวนี้สักหน่อย เขากับพริ้งจะใช้เวลาอีกสักพักเพื่อศึกษาดูใจกันก่อน

“จนกว่าคุณพริ้งจะพร้อม เราค่อยหาฤกษ์จัดงานแต่ง คุณแม่ไม่ต้องห่วงข้อนี้นะครับ”

แม้จะไม่เห็นด้วย แต่ช้องนางก็ไม่ขัดขวางเพราะเห็นแก่ความสุขของลูก

ooooooo

ประเทียบเมตตาเอาชุดเก่าของตัวเองซึ่งดูแก่มากมาให้พริ้งไว้ใส่วันที่ต้องพบกับพ่อและแม่ของพินิจ เธอรีบเอาชุดคืน อ้างจะไปเป็นเมียไม่ได้จะไปเป็นแม่ เธอขอเลือกชุดเองจะเอาที่เปิ๊ดสะก๊าดเหมือนที่เคยเห็นในหนัง ช้อยสั่งให้รับมาก่อน พริ้งจึงต้องทำตาม

เมื่อได้อยู่กันตามลำพังพี่น้อง ช้อยยื่นเงินให้ไว้สำหรับเป็นค่าชุดที่พริ้งจะใส่ไปพบพ่อกับแม่ของพินิจ เธอดีใจมากจะมีก็แต่พี่ช้อยเท่านั้นที่รู้ใจ

“พี่รู้ใจพริ้งเสมอ รวมถึงเรื่องที่พริ้งโกหกว่ารักหมอพินิจ...พูดความจริงมาเถอะ กับพี่ไม่จำเป็นต้องโกหก”

พริ้งงงไหนอยากให้ตนแต่งงานกับพินิจ แล้วมาขวางทำไม ช้อยเตือนว่าอิสระที่เธออยากได้แต่ต้องฝืนแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักจะคุ้มกันหรือ พริ้งมั่นใจอยู่ไปก็คงจะรักเขาเอง ช้อยขอให้เป็นอย่างนั้น อย่าทำเพียงแค่หลอกใช้เขา พริ้งตัดพ้อต่อว่าทำไมถึงมองเธอในแง่ร้าย คนอย่างเธอจะรักใครไม่เป็นเลยหรือ

“ถามตัวเองดูสิว่าทำได้ไหม”

“ฉันจะทำให้ดู ฉันจะรักหมอพินิจ จะเป็นเมียเขาเป็นคุณพริ้งเป็นคุณนายหมอที่คนนับหน้าถือตา ไม่ใช่อีพริ้งที่ใครจะจิกหัวด่าได้ตามอำเภอใจอีกแล้ว” พูดจบ พริ้งเดินจากไป ระหว่างที่เดินหงุดหงิดอยู่นั้น พินิจปรี่เข้ามาหา เธอโผกอดเขาหน้าตาเฉย ถามว่ารักเธอจริงๆใช่ไหม ไม่ใช่แค่อยากเอาชนะ พอได้เธอแล้วก็จะเบื่อและเฉดหัวเธอทิ้ง เขายืนยันจะไม่มีวันทิ้งเธอเด็ดขาด พริ้งขอให้เขาสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน เขาทำตามอย่างว่าง่าย

“ฉันจะจำคำสัญญาของหมอเอาไว้ วันไหนที่หมอลืม อย่าหาว่าฉันทวง”

“ผมจะไม่ลืม...จะรักผมได้หรือยัง ผมอยากแต่งงาน ได้อยู่กับคุณพริ้ง ไม่อยากเทียวไปเทียวมาแบบนี้แล้ว คิดถึงเหมือนใจจะขาด” พินิจพร่ำเพ้อ พริ้งใกล้จะรักเขาแล้ว บอกให้เขาเอาใจเธอให้มากๆ เธอจะได้รักเขาเร็วๆ พินิจเสนอตัว อยากให้ทำอะไรให้เพื่อเอาใจขอให้บอกได้เลย พริ้งขอร้องให้เขาพาไปตัดชุด...

ทางฝ่ายประเทียบรู้เรื่องที่ช้อยให้เงินน้องไปตัดชุดก็ต่อว่าตามใจกันแบบนี้ คำพูดของตนก็จะไม่ศักดิ์สิทธิ์ ช้อยขอโทษด้วยไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นอย่างนั้น แล้วถามท่านกับคุณพระจำรูญว่ารู้เรื่องของพินิจกับพริ้งใช่ไหม

“ฉันก็แกล้งโง่ไปเสียอย่างนั้นแหละแม่ช้อย อยู่มาปูนนี้แล้ว จะดูไม่ออกรึว่าหมอกับพริ้งช่วยกันโกหก”

ช้อยแปลกใจรู้แล้วทำไมถึงอนุญาต ประเทียบเห็นพริ้งเลือกจะเดินทางนั้นเองก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองเลือก ช้อยกลัวจะอยู่กันไม่รอด หากเลิกกันพริ้งก็ตกพุ่มหม้ายคนจะมองไม่ดี ประเทียบขอร้องอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ มันอาจจะดีก็ได้ พินิจเป็นผู้ใหญ่มีความคิด อาจจะช่วยกำราบพริ้งให้รู้ประสา เราสอนแล้วมันไม่จำก็ให้ผัวจัดการไป ผัวเมียกันคุยกันง่ายกว่าพี่น้อง

ooooooo

ช้องนางตั้งแง่กับว่าที่สะใภ้ไปหมดทุกอย่าง ทั้งเรื่องอายุที่ยังน้อยแต่ริอ่านจะมีผัว แววทักท้วง

ท่านเองก็แต่งงานกับคุณพระชาญตั้งแต่อายุแค่สิบห้า สิบหกเช่นกัน ช้องนางแก้ตัวว่าแต่งเพราะผู้ใหญ่เห็นชอบว่าดีแล้ว แต่พริ้งไม่ใช่แบบนั้น อยู่ๆก็โผล่มา แถมกำพร้าอีกต่างหาก

แววขอร้องให้ช้องนางใจเย็นๆก่อน ตนรู้ว่าท่านยังไม่อยากให้พินิจแต่งงาน แต่ตอนนี้น้ำเชี่ยวไม่ควรเอาเรือไปขวาง พูดอะไรไปตอนนี้พินิจก็ไม่ฟัง

“เราค่อยหาทางหนีทีไล่กันอีกทีดีไหมเจ้าคะ”...

ก่อนจะพาพริ้งไปตัดเสื้อผ้า พินิจพามาดูคลินิกของตัวเองที่กำลังต่อเติมและใกล้เสร็จเต็มทีแล้ว เธอตื่นเต้นมากเพราะรู้มาว่าทำคลินิกได้เงินดีกว่ารับราชการ แม้จะเป็นจริงอย่างที่เธอว่า แต่คลินิกแห่งนี้เขาไม่เปิดขึ้นมาเพื่อหวังผลกำไรแค่อยากให้คนไข้เข้าถึงหมอได้ง่ายขึ้น ไปโรงพยาบาลบางทีกว่าจะได้รักษาก็ตายก่อน

“ผมไม่ได้เก็บค่ารักษาแพง เอาแค่คลินิกพออยู่ได้ก็พอ”

พริ้งแอบขัดใจที่พินิจไม่อยากได้เงิน ฉวีผละจากคนงานเข้ามาทักทาย พริ้งหน้าตึงใส่ถามว่าใคร พินิจแนะนำว่าเป็นพยาบาลของที่นี่ เขาให้มาช่วยคุมงานตกแต่งคลินิกด้วย พริ้งรู้ว่าเป็นแค่ลูกจ้างทำเชิดใส่ ไม่ไหว้ทั้งที่อายุน้อยกว่าฉวีมาก แถมแนะนำตัวเองว่าเป็นว่าที่ภรรยาของเขา เธอถึงกับอึ้งมองอย่างไม่เชื่อนัก พริ้งไม่พอใจ ถามว่ามองแบบนี้มีอะไรหรือ ฉวีแค่แปลกใจที่คุณหมอกำลังจะแต่งงาน

“แสดงความยินดีด้วยจริงๆนะคะคุณหมอ คุณพริ้ง ...อ้อ เพื่อนคุณหมออยู่ด้านในนะคะ แกกำลังตรวจนับกล่องยาอยู่”

พินิจพยักหน้ารับรู้ พาพริ้งเข้าไปแนะนำให้รู้จักกับประสานซึ่งเป็นหมอเหมือนกัน ประสานตะลึงในความงามของเธอถึงกับพูดไม่ออก ครั้นพินิจแนะนำว่าเธอเป็นคนรักของตนและกำลังจะแต่งงานกัน เขาแอบผิดหวัง ก่อนจะแสดงความยินดีกับทั้งคู่ หลังจากคุยธุระกันเสร็จ ประสานขอตัวกลับก่อน เดี๋ยวรถจะหมด พริ้งรอจนเขาคล้อยหลัง หันไปถามพินิจว่าเขาจะเดินทางไปไหนหรือ

“ตอนนี้ประสานไปประจำที่โรงพยาบาลศูนย์ต่างจังหวัด ไม่ยอมเข้ามาพระนครสักที บอกว่าพระนครมีหมอเยอะแล้ว แต่ที่นั่นหมอแทบไม่มี เขาประเสริฐกว่าผมซะอีก”

พริ้งอดถามไม่ได้ว่าประสานมีลูกมีเมียหรือเปล่า พินิจไม่เคยได้ยินเขาพูดถึง แสดงว่าคงไม่มี เธอมองโลกในแง่ร้ายหาว่าเขาอาจจะซ่อนลูกเมียไว้ก็ได้ ผู้ชายไปไหนก็ไข่ทิ้งไว้ทั้งนั้น พินิจเอ็ดเธอเพื่อจะปราม ทำให้เธอไม่พอใจ หากเขารับความจริงไม่ได้ก็แปลว่ารับเธอไม่ได้เช่นกัน ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องแต่งงานแล้วเดินหนีไปเลย

พินิจเดินตามจนทัน คว้าข้อมือพริ้งไว้ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอไม่พอใจ ขอโทษเธอด้วย เธอตวาดแว้ดตกลงจะเอาอย่างไร เขาขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน ฟังเขาอธิบายก่อน

“ฉันเป็นคนใจร้อน นี่ก็เป็นนิสัยอีกอย่างของฉันที่หมอต้องรู้ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน รับได้ไหม ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่ต้องแต่ง” พริ้งจะเดินหนีอีก พินิจรั้งตัวไว้

“ผมรับทุกอย่างของคุณพริ้งได้ทั้งนั้น ไม่ว่าคุณพริ้งจะเป็นยังไง ผมก็รักไม่เคยเอามาถือสา มันกลับทำให้ผมรักคุณพริ้งมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะมันแสดงถึงความจริงใจที่คุณพริ้งมีให้ผม”

“ก็ได้ พริ้งไม่โกรธหมอแล้วก็ได้”

“ขอบคุณมากครับ รู้ไหมว่าคุณพริ้งตอนโกรธ สวยกว่าตอนไม่โกรธ” พินิจพยายามพูดเอาใจ พริ้งยิ้มหวานทำเอียงอายแต่แอบด่าเขาแบบไม่มีเสียงว่าโง่

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันที่พินิจจะพาพริ้งไปพบกับพ่อและแม่ ช้อย ประเทียบ ปริกและคุณพระจำรูญมองตามรถของพินิจที่พาพริ้งแล่นออกไปอย่างเป็นกำลังใจให้ จากนั้นทั้งช้อย ประเทียบและปริกยกมือไหว้ท่วมหัวภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้พริ้งเข้ากับพ่อแม่ของพินิจได้ไม่มีปัญหา

“วันนี้ราศีคุณนายมันจับนัก น่าจะเป็นวันดีของมันอยู่ดอก” ประเทียบเอาใจช่วย...

ไม่ได้มีแต่ญาติทางฝ่ายหญิงที่ตื่นเต้นกับการเจอกันของพริ้งกับครอบครัวพินิจ ช้องนางเองถึงกับนั่งไม่ติดชะเง้อคอยาวรอการมาถึงของว่าที่ลูกสะใภ้จนถูกชาญกระเซ้า มีเสียงรถแล่นเข้ามา ช้องนางเร่งให้แววออกไปดู เธอเห็นว่าที่เจ้านายคนใหม่สวยงดงามถึงกับตะลึง ก่อนจะมองสำรวจอีกฝ่ายหัวจดเท้า พริ้งชักไม่พอใจต่อว่าพินิจว่าทำไมคนรับใช้ที่นี่มองแขกไม่มีมารยาทแบบนี้ แววรู้สึกตัวรีบหลบสายตา

“พอดีแววมองคุณพริ้งเพลินไปหน่อยเจ้าค่ะคุณพริ้งสวย”

พริ้งยอกย้อน มองเพลินหรือจ้องจับผิดกันแน่ แววปฏิเสธว่าเปล่า พินิจบอกพริ้งว่าอย่าคิดมาก แววมองเพราะเธอสวยจริงๆไม่ใช่มองเพราะไม่มีมารยาท แววอยู่รับใช้คนที่นี่มานานเขารู้นิสัยดี

“ให้มันจริงเถอะค่ะ เพราะฉันเองก็ไม่อยากเสียเวลาทะเลาะกับขี้ข้า จะเข้าไปกันได้หรือยังคะ” พริ้งมองแววอย่างเหยียดๆ เลิกคิดจะผูกมิตรด้วย แล้วควงแขนพินิจเข้าข้างใน แววมองตามเธอด้วยสายตากร้าวไม่คิดจะลงให้เธอเช่นกัน...

โดนบ่าวมองหัวจดเท้าไม่พอ ยังโดนเจ้านายมองแบบเดียวกันอีก พริ้งอึดอัดไม่พอใจ เริ่มเดือดปุดๆ แต่พยายามยิ้มใจเย็น แต่ช้องนางยังมองไม่เลิก สุดท้ายเธอหมดความอดทน ถามว่ามองตนแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า ช้องนางไม่วายยียวน ย้อนถามว่ามองไม่ได้หรือ กลัวตนจะเห็นตำหนิอะไรหรือเปล่า พินิจรีบตัดบท

“เที่ยงแล้ว เรารับประทานอาหารกันเลยไหมครับ เดี๋ยวคุณแม่ต้องรับประทานยา”

“นั่นสินะ ขอบใจนะลูกที่ยังไม่ลืมเรื่องของแม่ คิดว่าพอมีความรักแล้วจะลืมแม่ไปแล้วซะอีก”

พินิจรู้ดีว่าแม่กำลังทำประชดพริ้งหันมายิ้มให้หญิงคนรักอย่างเป็นกำลังใจ เธอเองนับหนึ่งถึงร้อยแล้ว แต่ยังแค้นไม่หายคิดหาทางเอาคืนให้สาสม...

ระหว่างกินมื้อกลางวันด้วยกัน ช้องนางเรียกให้พินิจ ตักกับข้าวให้ตลอด เพื่อกีดกันไม่ให้เขาเอาใจพริ้ง แถมยังคอยกระแนะกระแหนไม่เลิก พริ้งนับถึงพันก็ไม่สามารถ ระงับอารมณ์ไว้ได้เปิดศึกด่าว่าที่แม่ผัวสาดเสียเทเสีย แล้วลุกออกไปเลย ช้องนางเห็นลูกชายขยับจะตาม แกล้งเป็นลมหวังจะให้เขามาดูแล เขากลับสั่งให้แววดูแลท่านแทน แล้วรีบวิ่งตามพริ้งจนทัน ขอโทษแทนแม่ ของเขาด้วย

“ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นแบบนี้ เราคงมองหน้ากันไม่ติดอีก ใครกันจะยังอยากได้ผู้หญิงที่ยืนด่าแม่ตัวเองมาเป็นเมีย ฉันจะกลับบ้านไปบอกคุณพี่ว่าคงไม่มีงานแต่งงานของเราอีกแล้ว” พริ้งหันหลังจะไป แต่ในใจภาวนาให้พินิจง้อ เขารักเธอมากเกินกว่าจะปล่อยให้เธอหลุดมือ ดึงเธอมากอดไว้ ให้สัญญาว่าเราจะต้องได้แต่งงานกัน เขาจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาพรากเธอไปจากเขาได้

“ทุกอย่างจะต้องลงเอยด้วยดี”...

ในเวลาต่อมา ทั้งประเทียบ ช้อย ปริกและคุณพระจำรูญต่างวางมือจากงานตรงหน้ารีบเข้าไปถามพริ้งที่เพิ่งกลับเข้ามาว่าเป็นอย่างไรบ้าง พ่อแม่ของพินิจเมตตาสงสารเธอดีไหม พริ้งยักไหล่

“ใจเขาพริ้งจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ รู้แต่ใจพริ้งตอนนี้มีความสุขนักล่ะ คุณพี่ทุกคนเตรียมตัดชุดไปงานแต่งงานของพริ้งรอไว้ได้เลย”

คุณพระจำรูญสงสัยหมอพินิจไปไหน ทำไมรีบกลับนัก พริ้งอธิบายว่าเขาต้องรีบกลับไปคุยเรื่องงาน กับแม่ของเขา มีบางเรื่องที่ยังไม่เรียบร้อย ทุกคนเห็นพริ้งเล่นกับหลานท่าทางสบายใจก็คิดว่าไม่มีอะไร มีแต่ช้อยเท่านั้นที่รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆอยู่...

ด้านช้องนางถึงกับเต้นผางเมื่อพินิจยืนกรานจะแต่งงานกับพริ้งตามกำหนดเดิม หากแม่ไม่ยอมรับ เขาแต่งงานกับเธอแล้วก็จะพาเธอไปอยู่ที่อื่น นานๆครั้งเขาถึงจะมาเยี่ยม ช้องนางต่อว่าทำแบบนี้เท่ากับเขาทิ้งท่าน เขาไม่ได้ทิ้ง แค่อยู่ให้ห่างๆ ท่านจะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์ กับเมียของเขา แล้วลุกออกไป

“เออ...อยากแต่งก็แต่งไปเลยแต่อย่าหวังจะเห็นเงาฉันในงานแต่งของแก ตาพินิจ คอยดูนะ แกจะไม่มีวัน มีความสุขเพราะนังพริ้ง ได้ยินคำฉันไหม” ช้องนางตะโกนไล่หลัง

ooooooo

พิธีแต่งงานระหว่างพริ้งกับพินิจถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในบ้านของคุณพระจำรูญ แขกเหรื่อต่างมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง กลับไม่มีแม้แต่เงาของช้องนาง มีเพียงชาญเท่านั้นที่ทำหน้าที่ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าว ถึงจะไม่มีแม่มาร่วมงาน พินิจให้สัญญากับพริ้งว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน

“ฉันไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆอยู่แล้ว ฉันจะทำให้แม่หมอยอมรับฉันให้ได้ หมอจำคำฉันไว้นะ ต่อให้แม่หมอไล่ฉันยังไง ฉันก็จะไม่ไปไหน”

“ขอบคุณครับที่ทำเพื่อผม เราไปกันเถอะ” พินิจว่าแล้วจูงมือพริ้งไปที่ตั่งรดน้ำสังข์...

ทางฝ่ายช้องนางแค้นใจมาก เห็นห้องหอที่เตรียมไว้สำหรับส่งตัวบ่าวสาว เข้าไปถุยน้ำลายใส่ แช่งให้ชีวิตคู่ ของทั้งคู่ล่มจม แล้วเดินออกจากห้องหอ แต่อยู่ๆเธอคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ ในเมื่อใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล ถึงอย่างไรพินิจก็กำลังจะแต่งงานกับพริ้งอยู่ดี สู้แกล้งทำดีให้ตายใจแล้วค่อยเชือดทีหลังจะดีกว่า คิดได้ดังนั้นรีบขึ้นไปแต่งตัวเพื่อไปงานแต่งงานของลูกชาย...

พิธีรดน้ำสังข์ให้คู่บ่าวสาวเริ่มต้นขึ้น ชาญพ่อของเจ้าบ่าวรดน้ำสังข์เป็นคนแรก ไม่มีคำอวยพรใดๆออกจากปากท่าน มีเพียงบอกให้ทั้งคู่อดทนไว้ ประเทียบขึ้นรดน้ำสังข์เป็นรายต่อไปตามมาด้วยคุณพระจำรูญ ช้อย กับคุณพระเวทย์ทยอยขึ้นไปรดน้ำอวยพร กระทั่งแขกผู้ใหญ่ขึ้นรดน้ำกันหมด พริ้งจัดแจงจะลุกจากตั่งเพราะเมื่อยมาก แต่ต้องชะงัก ค่อยๆทรุดลงไปนั่งอย่างเดิมเมื่อเห็นแววประคองช้องนางเข้ามา ทุกคนในงานต่างอึ้ง

“รอแม่ก่อนสิลูก”

พินิจกับพริ้งมองหน้ากัน ชายหนุ่มยิ้มดีใจที่แม่มาร่วมงาน ขณะที่พริ้งมองท่านอย่างเคลือบแคลงสงสัย ช้องนางบรรจงรดน้ำสังข์ให้พริ้งและพินิจ ท่ามกลางสายตาของทุกคนในงาน ชาญยังคงสีหน้าเรียบเฉยรู้ดีว่าเมียตัวเองต้องมีแผนร้ายบางอย่าง รดน้ำสังข์เสร็จ ช้องนางขอโทษลูก

“ผมไม่เคยโกรธคุณแม่เลยครับ ผมเองก็ต้องขอโทษ” พูดได้แค่นั้นพินิจรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ

“แม่ขอโทษนะพริ้ง แม่เห็นผิด หลงผิดคิดแต่จะยึดตาพินิจไว้กับตัว จนทำให้ทำร้ายความรู้สึกของลูกๆ สุดท้ายแม่ก็เป็นคนที่ทุกข์เองเพราะเห็นลูกๆไม่มีความสุข ต่อไปนี้ อะไรที่เป็นความสุขของตาพินิจ แม่จะไม่ขัด พินิจรักใครแม่จะรักด้วย” ช้องนางสวมบทแม่ผู้น่ารักได้อย่างแนบเนียน

“ขอบพระคุณครับคุณแม่” พินิจก้มกราบ พริ้งก็เลยต้องทำตาม แต่ไม่เชื่อ ช้องนางลูบหัวลูกทั้งสองคน อวยพรให้ครองรักกันอย่างมีความสุข เข้าใจกันดูแลกัน และกันไปจนแก่เฒ่า แล้วให้รีบมีหลานให้ท่านอุ้มเร็วๆ พินิจถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความปลื้มปีติ ความขัดแย้งทั้งมวลมลายหายไปสิ้น

ทุกคนมองภาพแม่ลูกกอดกันอย่างซาบซึ้งใจและเชื่อสนิทใจว่าช้องนางเปลี่ยนไปแล้ว ยกเว้นพริ้ง...

พริ้งเก็บความเคลือบแคลงสงสัยในตัวแม่ผัวหมาดๆไประบายให้ช้อยฟังเมื่อได้อยู่กันตามลำพังพี่น้อง ด่าช้องนางว่าอีหน้าไหว้หลังหลอก ช้อยซึ่งเชื่อสนิทใจว่าช้องนางเปลี่ยนไป สั่งห้ามพริ้งพูดจาก้าวร้าวผู้ใหญ่ ไม่อย่างนั้นจะไม่อยู่ฟังเธอระบาย แล้วขยับจะไป พริ้งดึงมือช้อยไว้

“พี่ช้อย ฉันแค่อึดอัดอยากคุยกับใครสักคนที่ฉันไว้ใจได้ ฉันพูดจริงๆนะพี่ช้อย ฉันไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับแม่ของหมอ”

ช้อยเตือนสติพริ้งว่าพินิจเป็นลูกชายคนเดียว พ่อกับแม่ของเขาแก่แล้ว จะให้เขาแยกไปอยู่ที่อื่นได้อย่างไร ใครจะดูแลพวกท่าน อย่าเห็นแก่ตัวเกินไป เราแต่งงานกับเขาแปลว่าเราก็ต้องรักและดูแลคนในชีวิตเขาอย่างเต็มที่และเต็มใจ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นเมียที่ดี เป็นศรีให้กับผัว พริ้งหมดปัญญาจะโต้แย้ง จำต้องรับคำไปก่อน

“ก็ได้ ถือว่าทำเพื่อหมอ แต่ฉันไม่รับประกันหรอกนะ พี่ช้อยก็รู้จักฉัน ใครดีมาฉันดีตอบ ใครร้ายมา ฉันก็ร้ายตอบกลับไปสิบเท่าร้อยเท่า ไม่สนใจด้วยว่าจะหัวหงอกหัวดำ”

“ก็ขอให้อดทนจนถึงที่สุดเถอะ คิดเสียว่าตอบแทนพระคุณของหมอ คนไม่รู้จักคุณคน ไม่มีทางเจริญ ถ้าพริ้งไม่อยากตกต่ำก็อย่าทำให้หมอหนักใจ”

ooooooo

ช้องนางนั่งร่วมโต๊ะกับแขกผู้ใหญ่สองสามคน โดยมีชาญกับแววอยู่ด้วย ประสานและฉวีนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่งใกล้ๆกัน แขกอดถามไม่ได้ทำไมถึงเพิ่งมา ช้องนางโกหกว่าไม่สบายลุกไม่ไหว

“แต่สำนึกมันกระตุ้นว่าต้องมาๆถึงจะต้องเป็นลมล้มกลางทางยังไงก็ต้องมาให้ได้”

“นั่นสิคะ งานแต่งลูกชายคนเดียว ครั้งเดียวในชีวิตแม่จะไม่มาได้อย่างไร” แขกว่าแล้วมองไปที่พริ้งกับพินิจที่เดินไหว้ขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน “ได้ข่าวว่าคุณหญิงไม่ยอมรับลูกสะใภ้คนนี้ ไม่ดีเหรอคะ”

“โอ๊ยข่าวลือดอกค่ะหนูพริ้งน่ารัก ตาพินิจไม่โง่คว้าคนไม่ดีมาเป็นเมียหรอกค่ะ ฉันสอนมาดี อีกอย่างถ้าฉันไม่ยอมรับ จะมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไงว่าไหมคะ” ช้องนางหัวเราะอารมณ์ดี ฉวีกับประสานที่นั่งอยู่ใกล้ ดีใจแทนพินิจด้วยที่สถานการณ์แม่ผัวลูกสะใภ้ดูเหมือนจะคลี่คลายไปในทางที่ดี ประสานยังคงมองไปที่พริ้งไม่วางตานึกอิจฉาพินิจที่ได้เมียทั้งสาวและสวย...

เสร็จจากพิธีส่งตัว พินิจกับพริ้งได้อยู่กันตามลำพังในห้องหอ เขาอดถามเธอไม่ได้ว่ายกโทษให้คุณแม่ของเขาแล้วใช่ไหม เธอพยักหน้าเป็นทำนองว่าใช่ เขาอยากให้ เธอเปิดใจ จริงๆแล้วคุณแม่ของเขาเป็นคนมีเมตตาและอ่อนโยน พริ้งแอบเบ้ปาก ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดแกล้งร้องโอดโอยเมื่อยเท้าเมื่อยขา พินิจเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า จับเท้าเธอวางบนเข่าตัวเอง เธอชักเท้ากลับ ถามว่าจะทำอะไร

“นวดให้ ผมเป็นหมอผมรู้ว่าจะนวดอย่างไรให้คุณหายเมื่อย”

พริ้ง​นึก​สนุก​ยื่น​เท้า​ให้ พินิจ​นวด​เท้า​ให้​เธอ​อย่าง​เบามือ เธอ​รู้สึก​ผ่อนคลาย​หลับตา​พริ้ม เขา​มอง​ภรรยา​หมาดๆของ​ตัว​เอง​ด้วย​ความ​รัก​ที่​แทบ​จะ​ล้น​ออก​จาก​อก ค่อยๆเคลื่อน​มือ​ที่​นวด​เท้า​สูง​ขึ้นๆยื่น​หน้า​เข้าไป​ใกล้​กับ​ใบหน้า​เธอ​จน​ห่าง​ไม่​ถึง​คืบ พริ้ง​ลืมตา​ขึ้น​มา​เห็น​เขา​ใน​ระยะ​ประชิด ใจ​เต้น​ไม่​เป็น​ส่ำ

“วัน​นี้​เป็น​วัน​ที่​ผม​มี​ความ​สุข​ที่สุด​ใน​ชีวิต​ที่​ได้​อยู่ร่วม​เรียง​เคียง​หมอน​กับ​คุณ​พริ้ง” ไม่​พูด​เปล่า พินิจ​โน้ม​ตัว​เข้าหา พริ้ง​บีบน้ำตา​ร้องไห้​กระซิกๆ เขา​ตกใจ​เกิด​อะไร​ขึ้น เธอ​อ้าง​ว่า​กลัว​เขา​แล้ว​ร้องไห้​หนัก​ขึ้น​อีก พินิจ​ดึง​เธอ​มาก​อด​ปลอบ​ว่า​ไม่​ต้อง​กลัว เธอ​ยัง​ร้องไห้​ไม่​หยุด​น้ำตา​แห่ง​การ​เสแสร้ง​ไหล​ออก​มา​ไม่​ขาด​สาย เขา​ซับ​น้ำตา​ให้​อย่าง​เบามือ ถาม​ว่า​กลัว​เขา​ทำไม เธอ​กลัว​เพราะ​นี่​เป็น​คืน​แรก​ที่​ต้อง​นอน​กับ​ผู้ชาย

“ถ้า​คุณ​พริ้ง​ไม่​พร้อม​ผม​ก็​ไม่​ฝืน​ใจ​คุณ​พริ้ง ผม​จะ​ไป​นอน​ข้าง​นอก​เอง”

พริ้งยิ้ม​ขอบคุณ แค่​รอย​ยิ้ม​สดใส​ของ​เธอ​ก็​ทำให้​พินิจ​ยอม​ทำ​ทุก​อย่าง​เพื่อ​เธอ...

ครั้น​จะ​ให้​ไป​นอน​นอก​ห้อง​ก็​กลัว​พ่อ​แม่​จะ​รู้ พินิจ​จึง​ต้อง​หลบ​ไป​นอน​ที่​คลินิก ฉวี​เอา​ผ้า​ปู​ที่นอน​มา​ปู​บน​เตียง​ตรวจ​คนไข้​ให้​เขา​นอน​ชั่วคราว​ไป​ก่อน พินิจ​รีบ​ออกตัว ใกล้​รุ่ง​แล้ว​ถึง​จะ​กลับ​เข้า​บ้าน​ก่อน​คุณ​แม่​จะ​ตื่น ฉวี​ขอ​อนุญา​ตอ​อก​ความ​เห็น ตั้งแต่​เกิด​มา​ไม่​เคย​พบ​เคย​เห็น​คู่​ไหน​ทำ​กัน​แบบ​นี้​มา​ก่อน

“แล้ว​ถ้า​คุณ​พริ้ง​เธอ​บอก​ว่า​กลัว​ไป​อีก​เป็น​เดือน​ล่ะ​คะ หมอ​จะ​ทำ​อย่างไร”

“คุณ​ฉวี​เห็น​ที​จะ​ต้อง​ช่วย​ปู​ที่นอน​ให้​ผม​นอน​ใน​ห้อง​นี้​เป็น​เดือน​เหมือน​กัน ทน​รำคาญ​หน่อย​นะ​ครับ”

“ฉัน​เต็มใจ​และ​ยินดี​ค่ะ​เพราะ​ฉัน​เป็น​ลูกจ้าง​หมอ ทำ​หน้าที่​เฝ้า​คลินิก​ของ​หมอ​ก็​ต้อง​ดูแล​หมอ​เหมือน​กัน แต่​ถ้า​คุณ​พ่อคุณ​แม่​หมอ​รู้​เข้า ดิฉัน​ว่าบ้าน​แตก​แน่”

พินิจ​มั่นใจ​ว่า​พวก​ท่าน​ไม่​มี​วัน​รู้ เพราะ​เขา​จะ​กลับ​ถึง​บ้าน​ก่อน​ที่​ท่าน​จะ​ตื่น...

ขณะ​ที่​พินิจ​ต้อง​ระเห็จ​ไป​นอน​ที่​คลินิก พริ้ง​ซึ่ง​อาบ​น้ำ​เปลี่ยน​เสื้อ​ผ้า​เรียบร้อย​มา​นั่ง​หน้า​โต๊ะ​เครื่อง​แป้ง กระหยิ่ม​ยิ้มย่อง​ที่​ผลัก​ไส​พินิจ​ออก​ไป​นอน​ข้าง​นอก​ได้ กวาดตา​มอง​เห็น​น้ำหอม​ขวด​เล็ก​ขวด​น้อย​ที่​วาง​เรียงราย​อยู่​บน​โต๊ะ​เครื่อง​แป้ง ​หยิบ​ขึ้น​มา​ฉีด​ดม​ที่​ตัวอย่าง​พึง​พอใจ ลุก​ขึ้น​ไป​หมุน​ตัว​อยู่​กลาง​ห้อง แล้ว​ทิ้ง​ตัว​ลง​นอน​บน​เตียง​อย่าง​มี​ความ​สุข

ooooooo

อุตส่าห์​กลับ​เข้า​บ้าน​ตั้งแต่​ฟ้า​ยัง​ไม่​สาง หวัง​ว่า​คนใน​บ้าน​ยัง​ไม่​ตื่น แต่​กลับ​ถูก​ช้องนาง​จับ​ได้ ก็​เลย​ถูก​สอบสวน​เป็น​การ​ใหญ่ คืน​วัน​แต่งงาน​แท้ๆทำไม​ถึง​ออก​ไป​นอน​นอก​บ้าน เขา​ได้​แต่​อ้ำๆอึ้งๆ

แวว​ซึ่ง​ได้​รับคำ​สั่ง​จาก​ช้องนาง​ให้​คอย​ป่วน​พริ้ง​หวัง​จะ​ดึง​ความ​หยาบช้า​ใน​จิตใจ​เธอ​ออก​มา แกล้ง​วิ่ง​หน้าตื่น​ไป​เคาะ​ประตู​ห้อง​ปลุก​พริ้ง​ให้​ลุก​ขึ้น เธอ​งัวเงีย​มา​เปิด​ประตู​รับ​พร้อม​กับ​ตวาด​ใส่​แวว คน​กำลัง​นอน​จะ​ปลุก​ทำไม​ไม่​มี​มารยาท แล้ว​ปิด​ประตู​ใส่​หน้า แวว​ทุบ​ประตู​ปังๆเรียก​ให้​มา​เปิด​อีก คราว​นี้​พริ้ง​ไม่​แค่​เปิด​ประตู​แต่​ถีบ​เธอ​กระเด็น​ไป​ชน​ชั้น​วาง​ของ​แถว​นั้น​ ข้าวของ​ตก​แตก​กระจาย เสียง​โครมคราม​ดัง​ไป​ถึง​ข้าง​ล่าง

พริ้ง​ตาม​มา​ชี้​หน้า​ด่า​แวว “มึง​ปลุก​กู​อีก​นะ จะ​กระทืบ​ให้​ไส้​แตก​เลย​คอย​ดู”

“ก็​ลอง​สิ ไม่​อยู่​รอง​มือ​รอง​ตีน​เฉยๆหรอก”

สอง​สาว​มี​ปาก​เสียง​กัน​รุนแรง​ถึง​ขั้น​ขึ้น​มึง​ขึ้น​กู พินิจ ช้องนาง​และ​ชาญ​มา​ทัน​ได้ยิน​ก็​ตกใจ จาก​นั้น ทั้ง​คู่​ถูก​เรียก​ตัว​ไป​ชำระ​ความ​ที่​ห้อง​รับแขก ต่าง​ฝ่าย​ต่าง​แรง​ใส่​กัน​โดยเฉพาะ​พริ้ง​ของ​ขึ้น​แล้ว​ไม่​สามารถ​ลง​ง่ายๆ พาล​ด่า​ไป​ถึง​ช้องนาง หา​ว่า​ให้ท้าย​แวว​ถึง​ได้​กล้า​กำแหง​กับ​ตน​ซึ่ง​เป็น​นาย

ช้องนาง​ถูก​ต่อว่า​แกล้ง​จะ​เป็น​ลม พินิจ​ปรี่​เข้า​ประคอง​แม่​ไว้ สั่ง​ให้​แวว​ไป​ชง​ยา​หอม ชาญ​รู้​ว่า​เมีย​มารยา​แอบ​เบือน​หน้า​หนี แวว​วิ่ง​หน้า​ตั้ง​เข้า​ครัว แล้วนึกขึ้นได้​ จะ​รีบ​ทำไม​ใน​เมื่อ​ช้องนาง​ไม่ได้​เป็น​ลม​จริง​สัก​หน่อย

“อ้อยอิ่ง​ดี​กว่า ให้​เวลา​คุณหญิง​อีก​สัก​นิด” แวว​ว่า​แล้ว​ค่อยๆละเมียด​หยิบ​ยา​หอม​มา​ชง...

ฝ่าย​ชาญ​อึดอัด​ใจ​ที่​ต้อง​ตก​อยู่​ใน​เกม​ของ​เมีย ทำที​ ออก​ไป​ตาม​แวว​ทำไม​ถึง​ชง​ยา​หอม​ช้า​นัก ส่วน​พริ้ง​ไม่ชอบใจ​ช้องนาง​เป็น​ทุน​เดิม​อยู่​แล้ว ไม่​ว่า​ท่าน​จะ​พูด​อะไร​ก็​พาล​ไม่​เข้า​หู​ไป​หมด เผลอ​แสดง​ความ​ก้าวร้าว​ใส่ พินิจ​

ต้อง​ดุ​เพื่อ​ให้​รู้สึก​ตัว ยิ่ง​ทำให้​พริ้ง​โกรธ​เดิน​กระฟัดกระเฟียด​ออก​ไป พินิจ​มอง​ตาม​เครียด ขณะ​ที่​ช้องนาง​แอบ​ยิ้ม​สะใจ​ที่​เสี้ยม​ให้​ผัว​เมีย​ทะเลาะ​กัน​ได้ สัก​พักแวว​กลับ​มา​พร้อม​แก้ว​ยา​หอม

“พินิจป้อน​ยา​หอม​แม่​ที แม่​ไม่​มี​แรง​จะ​ถือ​แก้ว​แล้ว” ช้องนาง​อ้อน​ลูก​เพื่อ​ถ่วงเวลา​ไป​ง้อ​เมีย...

ด้าน​พริ้ง​กลับ​เข้า​ห้อง​ได้​อาละวาด​ขว้าง​ปา​ข้าวของ​ระบาย​แค้น เสียง​โครมคราม​ดัง​สนั่น ช้องนาง​รีบ​บอกให้​พินิจ​ไป​ดู​น้อง​จะ​ได้​ปรับ​ความ​เข้าใจ​กัน พอ​เขา​คล้อยหลัง​เท่านั้น ท่าน​ลุก​ขึ้น​นั่ง​ด้วย​ท่าทาง​ปกติ ยิ้ม​ให้​แวว​ที่​แผน​เสี้ยม​ให้​ผัว​เมีย​ตี​กัน​สำเร็จ​ด้วย​ดี...

พินิจ​ใช้​ความ​รัก​ที่​มี​มากมาย​ง้อ​พริ้ง​จน​สำเร็จ​และ​เธอ​ยัง​ยอม​ตกเป็น​ของ​เขา​อีก​ด้วย...

ลีลา​บน​เตียง​ของ​พินิจ​ไม่​ถูกใจ​พริ้ง​จน​เก็บ​เอา​ไป​นินทา​ให้​ช้อย​ฟัง​ถึง​บ้าน เธอ​วาด​ฝัน​ว่า​เสีย​สาว​ครั้งแรก​จะ​ต้อง​ตื่นเต้น​เหมือน​ใน​หนัง​ฝรั่ง​ที่​เคย​ดู แต่​ที่ไหนได้​กลับ​จืดชืด​ไม่​เป็น​สับปะรด ช้อย​ต้อง​ปราม​ไม่​ให้​พูด​เรื่องนี้​ เพราะ​ไม่​ควร​เอาเรื่อง​ใน​ที่​ลับ​มา​พูด​ใน​ที่​แจ้ง แล้ว​บอก​ให้​เธอ​ไป​เยี่ยม​ประ​เทียบ​บ้าง​ไหนๆก็​มา​ถึงที่​นี่​แล้ว พริ้ง​เชิด​หน้า​ไม่​สนใจ เพราะ​ตั้งใจ​มั่น​แล้ว​ว่า​จะ​ไม่​หวน​กลับ​ไป​ที่​บ้าน​หลัง​นั้น​อีก

ฝ่าย​ประ​เทียบ​รู้​ว่า​พริ้ง​อยู่​ที่​บ้าน​ช้อย จัดแจง​เข้า​ครัว​เตรียม​อาหาร​ที่​ชอบ​ไว้​ให้ แล้ว​สั่ง​ให้​ปริ​ก​ตั้ง​สำรับ ตน​จะ​ไป​ปลุก​คุณ​พระ​จำรูญ​มา​กิน​ข้าว แต่​ปรากฏ​ว่า​ปลุก​เท่า​ไหร่​ก็​ไม่​ตื่น ปริ​ก​วิ่ง​หน้าตา​ตื่น​ไป​ที่​บ้าน​ช้อย

“คุณ​พระ​ไม่​หายใจ​แล้ว​เจ้า​ค่ะ อยู่ๆท่าน​ก็​สิ้นใจ คุณ​ประ​เทียบ​ทำ​อะไร​ไม่​ถูก​แล้ว บ่าว​ก็​เหมือน​กัน”

ช้อย​รีบ​อุ้ม​ตา​นิด​วิ่ง​ตาม​ปริ​ก​มา​ที่​บ้าน​ประ​เทียบ พริ้ง​กลับ​ไม่​สนใจ​ออก​มา​เรียก​สามล้อ​ถีบ​กลับ​บ้าน​หน้าตาเฉย ชาว​บ้าน​แถว​นั้น​ไม่ได้​เป็น​ญาติ​ทาง​ไหนรู้​ข่าว​การ​ตาย​ของ​คุณ​พระ​จำรูญ​กลับ​เข้าไป​ช่วยเหลือ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement