พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 14 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 14


27 พ.ค. 2560 08:04
1,030,058 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 14

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

เปรมฤทัยต้องการกันพริ้งออกห่างตัวเองให้มากที่สุดจึงหันไปคบหากับมาลินีเป็นเรื่องเป็นราว พาไปไหนด้วยตลอด หลวงเสนาะเองต้องการให้ลูกชายแต่งงานจะได้ไม่ต้องมีข้อครหากับแม่เลี้ยงจึงเห็นดีเห็นงามด้วย

พริ้งเห็นมาลินีคลอเคลียกับชายที่ตัวเองรักก็มองไม่พอใจ ทั้งริษยาที่อีกฝ่ายสาวกว่าสดใสกว่า เผลอแตะใบหน้าตัวเองพบว่าไม่เต่งตึงเหมือนศัตรูหัวใจ รีบขึ้นไปที่ห้องโบกเครื่องสำอางโดยเฉพาะริ้วรอยที่หางตา หลวงเสนาะเข้ามาเห็นก็กระเซ้าจะแต่งไปแข่งกับใครหรือ เธออ้างไม่ได้แข่งกับใครแค่ไม่อยากให้ดูแก่เท่าเขา

“หงุดหงิดอะไรอีกล่ะ”

“ก็จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไง คุณหลวงไม่พาฉันไปเปิดหูเปิดตาที่ไหนเลย” พริ้งไม่ได้อยากไปไหนกับหลวงเสนาะอย่างที่ปากว่าแค่พูดเพราะหงุดหงิด ครั้นท่านถามว่าอยากไปไหนก็เลยไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงโยนให้ท่านเป็นคนเลือกสถานที่ให้ หลวงเสนาะเสนอจะพาไปร้านตัดเสื้อ พริ้งไม่ไปไม่อยากได้ชุดใหม่

“ยังไงก็ต้องตัดชุดใหม่อยู่ดีไว้ใส่ไปงานแต่งงานไอ้เปรมกับหนูมาลินี”

พริ้งถึงกับช็อกไปชั่วขณะก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ จากนั้นไม่นาน หลวงเสนาะเดินยิ้มแป้นนำพริ้งที่กำลังเครียดเมื่อรู้ว่าเปรมฤทัยกำลังจะแต่งงานมาที่รถซึ่งแนบยืนรอท่าอยู่ เธอเห็นสีหน้าของท่านก็ประชดใส่

“แหมพอลูกชายจะแต่งงานหน้าบานเป็นจานเชิง”

“ก็มันเป็นเรื่องน่ายินดี ทำไม แม่พริ้งไม่เห็นด้วยรึ”

แม่เลี้ยงจอมหื่นไม่เห็นดีด้วยอ้างว่าเอ็นดูเปรมฤทัยเหมือนลูก แม่ที่ไหนจะยินดีที่ลูกยังเรียนไม่ทันจบแต่ริจะมีเมีย ใครๆจะเอาไปนินทาเอาได้ หลวงเสนาะไม่สนใจปากชาวบ้าน ที่ต้องการให้ลูกชายแต่งงานเร็วๆก็เพราะกลัวลูกจะไปรุ่มร่ามจนเสียท่าให้กับผู้หญิงที่ไหนเข้าสักวันโดยเฉพาะพวกไก่แก่แม่ปลาช่อนที่อาจจะซุกลูกซุกผัวเอาไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ ลูกยิ่งหน้าตาหล่อเหลาแถมรวยมรดกใครๆก็อยากได้

“ไอ้เปรมก็เพิ่งจะอายุเท่านี้ ตามไม่ทันจริตแม่พวกนั้นหรอก ฉันเลยอยากป้องกันไว้ก่อน ก่อนที่มันจะพลาด”

พริ้งก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี ให้แต่งกับมาลินีอาจจะพลาดยิ่งกว่า เห็นเพิ่งจะศึกษาดูใจกันไม่นานนี่เองไม่ใช่หรือ หลวงเสนาะอธิบายว่านั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะทั้งเปรมฤทัยและมาลินีต่างเต็มใจที่จะแต่ง พริ้งแทบจะอกแตกตายไปตรงนั้น หลวงเสนาะอยากรู้ว่าตอนนี้พริ้งสบายใจขึ้นหรือยัง เธอจำต้องรับคำ แล้วขึ้นไปนั่งบนรถอย่างกล้ำกลืนความเจ็บช้ำใจเอาไว้ ขณะที่หลวงเสนาะขึ้นไปนั่งอีกด้านหนึ่งของรถสีหน้ายิ้มแย้มพอใจ

ooooooo

ไม่ใช่แค่เรื่องเปรมฤทัยจะแต่งงานเท่านั้นที่ทำให้พริ้งหงุดหงิดใจ ตอนเย็นเธอยังเจอกับข่าวร้าย เมื่อเปรมฤทัยรับแม่แล่มจากโรงพยาบาลกลับมาที่บ้าน หลวงเสนาะเห็นว่าพริ้งไม่ชอบขี้หน้าเธออีกทั้งไม่ต้องการให้อยู่ใกล้ๆ จึงจะให้เธอไปอยู่รับใช้เปรมฤทัยกับเมียหลังแต่งงานที่เรือนหลังเล็ก พริ้งถึงกับร้องเอะอะ

“ฉันจะให้แยกไปอยู่กันสองคนผัวเมียเป็นสัดเป็นส่วน เวลาจะทำอะไรจะได้ไม่ต้องคอยเกรงใจ”

พริ้งยิ่งแค้นใจที่หลวงเสนาะกันเปรมฤทัยออกไปห่างตัว เดินหนีขึ้นห้องโดยไม่ทันสังเกตเห็นแม่แล่มที่คอยมองเธออย่างจ้องจับผิด หลวงเสนาะเตือนแม่แล่มให้อยู่ห่างๆพริ้งเอาไว้ถ้าไม่อยากเดือดร้อน...

แม่เลี้ยงตัวแสบต้องการจะรวบหัวรวบหางลูกเลี้ยงจึงวางยานอนหลับในเครื่องดื่มของหลวงเสนาะ รอจนหลับสนิทจึงย่องไปหาเปรมฤทัยที่ห้อง จู่โจมตอนจะเข้าห้อง โน้มคอลงมาจูบ เขาตกใจผลักเธอออกสั่งให้หยุด พริ้งหน้ามืดเกินกว่าจะได้ยินรุกไล่จะเอาลูกเลี้ยงทำผัวให้ได้ เขาผลักเธอออกอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น สั่งให้เลิกยุ่งกับตนสักที คนที่เธอจะยุ่งด้วยมีเพียงคนเดียวคือคนที่นอนอยู่ในห้องโน่น พ่อของเขาซึ่งเป็นผัวของเธอ

“คุณรักมันจริงๆเหรอ”

“ใช่ ผมรักมาลินีและเธอก็รักผม ต่อไปนี้ขอให้ต่างคนต่างอยู่ถ้าไม่อยากให้ผมเกลียดคุณ”

พูดจบเปรมฤทัยเข้าห้องปิดประตูใส่หน้า พริ้งเดินกลับห้องไปทั้งน้ำตา ล้มตัวลงนอนข้างๆหลวงเสนาะที่นอนกรนครอกๆ พยายามข่มตาให้หลับแต่ทำไม่ได้ เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ลุกขึ้นไปคว้าแก้วเครื่องดื่มผสมยานอนหลับของหลวงเสนาะที่ยังเหลืออีกครึ่งแก้วขึ้นมาซดจนหมด กลับมานอนอย่างเก่า สักพักหลับไปทั้งน้ำตาเพราะฤทธิ์ยา

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันงานแต่งงานของเปรมฤทัยกับมาลินี หลังจากรดน้ำสังข์เรียบร้อย ก็ได้ฤกษ์ส่งตัวเข้าเรือนหอโดยใช้ห้องนอนที่เรือนหลังเล็กเป็นห้องหอ มีเพียงพริ้ง หลวงเสนาะและมาลัยที่มาร่วมพิธี

ตลอดเวลาที่หลวงเสนาะกับมาลัยให้พรคู่บ่าวสาว เปรมฤทัยรักษาอาการให้นิ่ง ทั้งที่ในใจไม่ได้อยากแต่ง ต่างจากมาลินีที่ปลื้มปีติอย่างออกนอกหน้า พริ้งยืนพิงประตูห้องมองเจ้าสาวด้วยความหมั่นไส้ ทุกคำอวยพรให้ทั้งคู่รักกันยืนยาว มีลูกมีหลานเต็มเมืองช่างเสียดแทงใจเธอเหลือเกิน ยิ่งเปรมฤทัยให้คำมั่นว่าจะรักเมียหมาดๆของตัวคนเดียวเท่านั้น พริ้งถึงกับทนไม่ได้ มองเขาด้วยความปวดร้าวใจก่อนจะเดินหนี

เปรมฤทัยเองก็เจ็บช้ำใจไม่แพ้พริ้งเช่นกัน แต่พยายามยิ้มให้กับทุกคนเพื่อกลบเกลื่อน พริ้งเดินฮึดฮัดออกมายืนทำใจอยู่หน้าเรือน แม่แล่มตามมาเห็นอาการของศัตรูก็ยิ้มสะใจแล้วทำทีผ่านมาเจอเธอโดยบังเอิญ ร้องเอะอะมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเรียบร้อยแล้วหรือ พริ้งรับคำส่งๆไม่ได้อยากจะญาติดีด้วย

“ท่าทางจะดีใจที่คุณเปรมแต่งงานนะคะ” แม่แล่มตั้งใจพูดแทงใจดำ พริ้งโมโหลืมตัวถึงกับขึ้นมึงขึ้นกู หน้าตากูตอนนี้เรียกว่าดีใจหรือ แม่แล่มได้ทียั่วประสาทอีกว่าเสียใจหรือเสียดายที่เปรมฤทัยแต่งงาน

“ยังไม่เข็ดอีกเหรอมึง ยังไม่เลิกปากเสีย คิดอะไรเน่าๆ คราวนี้ไม่ใช่แค่หัวแหก กูจะเอาให้แหกยันข้างล่างเลย ดูซิว่าหมอจะรับเย็บมึงไหม” ความเกรี้ยวกราดของพริ้งทำเอาแม่แล่มขยาด ต้องถอยห่างออกมาแต่ยังไม่วายปากดีว่าแค่พูดตามที่เห็น พริ้งเตือนอย่าปากพล่อยอีกไม่อย่างนั้นจะไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้วเดินออกไปอย่างอารมณ์บูด แม่แล่มมองตามครุ่นคิดหาทางเล่นงานนังแม่เลี้ยงจอมหื่นให้สาสม

ครู่ต่อมา พริ้งเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงตะแคงไปด้านใน จินตนาการว่าเปรมฤทัยนอนกอดเธอ อยู่ข้างๆ ได้แค่ฝันก็ทำให้พริ้งยิ้มออกมาสุขใจอย่างยิ่ง...

ภายในห้องหอที่เหลือเพียงบ่าวสาวแทนที่จะเป็นเวลาแห่งความสุขกลับเงียบและอึดอัด เปรมฤทัยเอาแต่นั่งนิ่งจนมาลินีทนไม่ไหวขอให้เขาช่วยรูปซิปชุดแต่งงานอ้างว่ารูดไม่ถึงแล้วหันหลังให้ เขามองสำรวจไปทั่วตัวตั้งแต่คอ หลังและเรือนร่างกลับเห็นภาพของพริ้งซ้อนขึ้นมา เขารีบหันหนีพยายามสลัดภาพนั้นทิ้ง

“เป็นอะไรไปคะ ไม่สบายหรือเปล่า”

เปรมฤทัยกลับหงุดหงิดใส่ มาลินีไม่อยากเซ้าซี้กวนใจ ลุกขึ้นจะไปเข้าห้องน้ำ เขาตัดสินใจคว้ามือเธอดึงกลับมานั่งข้างๆแล้วผลักเธอนอนบนเตียงก่อนจะโถมตัวตาม...

ระหว่างเดินมาส่งมาลัยที่รถ หลวงเสนาะประกาศชัดเจนถึงจะพอใจในตัวลูกสะใภ้แต่ไม่ให้สมบัติ ถ้าอยากได้ก็ให้มาลินีรอให้เปรมฤทัยแบ่งส่วนของตัวเองให้ซึ่งไม่ได้มากมายอะไรเพราะต้องแบ่งคนละครึ่งกับพริ้ง แม่แล่มที่เดินตามมาด้านหลังต่อมริษยาแตกที่รู้ว่าพริ้งจะได้สมบัติของท่านตั้งกึ่งหนึ่ง

“วุ้ย มาลินีมันก็ไม่ได้หวังอะไรจากคุณหลวงหรอกค่ะ เท่านี้ก็พอแล้วได้ช่วยแม่ ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก”

“ดีแล้วๆอย่าโลภ ปรนนิบัติไอ้เปรมดีๆเดี๋ยวมันก็ยกทุกอย่างให้เอง” หลวงเสนาะพูดจบสั่งให้แนบขับรถไปส่งมาลัยให้ด้วย แล้วหันมาเห็นแม่แล่มก็พูดด้วยอย่างห่างเหินว่าอยู่ที่เรือนหลังเล็กดูแลหนูมาลินีดีๆ ให้ได้รับความสุขสบายใจ ก่อนจะเดินขึ้นข้างบน เธอมองตามน้อยใจที่ท่านไม่เหลือเยื่อใยให้...

ทางด้านเปรมฤทัยเสร็จกิจกับมาลินีก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวจะออกไปข้างนอก มาลินียังอยู่ในชุดเจ้าสาวตามออกมาถามว่าจะไปไหน เขานัดเพื่อนที่สโมสรไว้จะเลี้ยงฉลองที่เขามีเมีย เธอขอให้รอเธออาบน้ำสักครู่จะได้ไปด้วย เขาขอไปคนเดียว สั่งให้รออยู่ที่นี่หรือถ้าเหงาจะออกไปเที่ยวก็ได้ตามใจ

“ในวันแต่งงานของเราเนี่ยเหรอคะ”

เปรมฤทัยย้อนถามว่ามีกฎหมายห้ามเอาไว้ด้วยหรือว่าวันนี้ไปเที่ยวไม่ได้ แล้วเดินออกไปเลยไม่สนใจมาลินีที่ยืนงงงวยว่าเกิดอะไรขึ้น แม่แล่มที่ยืนดูอยู่โดยตลอดพอจะเดาเหตุการณ์ออก เข้ามาเสี้ยมว่าคุณเปรมไม่ควรทำแบบนี้กับเธอ มาลินีกำลังกลุ้มใจก็เลยระบายให้ฟัง

“จู่ๆพี่เปรมก็เปลี่ยนไป พี่เปรมเย็นชาจนฉันกลัวไม่เหมือนพี่เปรมที่น่ารักก่อนหน้านี้เลย เกิดอะไรขึ้น ฉันแน่ใจว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะแม่แล่ม”

“คุณไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกค่ะ แต่เป็นคนอื่น”

“ฉันไม่เข้าใจแม่แล่มรู้อะไรบอกฉันมา” มาลินีมองคู่สนทนาอย่างรอคำตอบ

ooooooo

พริ้งเอาแต่นอนซึมตั้งแต่เมื่อวานยันสาย อ้างกับหลวงเสนาะที่กำลังจะออกไปข้างนอกว่าไม่ค่อยสบาย ท่านบอกให้เธอนอนพัก เสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมาดูแล เธอได้แต่พยักหน้าพอได้ยินเสียงประตูห้องปิดน้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลออกมาอีก...

ไม่นานนัก ช้อยแวะมาหา พอรู้จากเด็กรับใช้ว่าพริ้งเอาแต่นอนอยู่ในห้องไม่ยอมลงมากินอะไร เคาะประตูเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิดจึงเป็นห่วงมากขึ้นมาเคาะประตูเรียกด้วยตัวเอง เงียบไม่มีเสียงขานตอบ เธอไม่สบายใจมากบอกให้เด็กรับใช้ไปเอากุญแจสำรองมาไข เด็กรับใช้รีบไปทำตามสั่งขณะที่ช้อยพยายามเคาะเรียกพริ้งอีก แต่ทุกอย่างยังเงียบเชียบเหมือนเดิม...

ครั้นไขกุญแจเข้าไปในห้อง ไม่เจอพริ้งอยู่บนเตียง ช้อยรู้ทันทีว่าเธอจะต้องซุกตัวอยู่มุมใดมุมหนึ่ง จึงบอกเด็กรับใช้ว่าจะขอคุยกับน้องตามลำพัง เด็กรับใช้จึงถอยออกไป ช้อยรีบปิดประตูแล้วกวาดตามองหา จริงอย่างที่คิดพริ้งนั่งขดตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องร้องไห้กอดเข่าตัวเองก็รีบเข้าไปกอดถามว่าเป็นอะไร

“มันเจ็บอยู่ข้างในพี่ช้อย ในอกฉันเหมือนไม่มีอะไรอยู่เลย ใจฉันมันไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฉันทรมาน” พริ้งกอดช้อยเอาไว้เหมือนคนพยายามไขว่คว้าหลักขณะกำลังจะจมน้ำ ช้อยปล่อยให้เธอร้องไห้จนสาแก่ใจจึงไล่ให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพาลงมานั่งที่สวนสวยข้างบ้าน ลองหยั่งเชิงได้ข่าวว่าลูกชายคุณหลวงแต่งงาน พริ้งของขึ้นทันทีตวาดแว้ดไม่อยากคุยเรื่องนี้

ช้อยปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆได้ก็ตกใจที่พริ้งร้องไห้เสียใจเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม เธอสารภาพว่ารักเปรมฤทัยมาก รักอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน ช้อยอยากรู้แล้วเขารู้สึกกับพริ้งอย่างไร

“เขาบอกว่าเขาไม่ได้รักฉันแต่ฉันไม่เชื่อ ที่เขาแต่งงานเพราะต้องการหนีฉัน เขาไม่ได้รักนังนั่น”

“พริ้งคิดเข้าข้างตัวเองหรือเปล่า”

“ไม่ ฉันไม่ได้เข้าข้างตัวเอง ฉันรู้สิ ฉันมั่นใจเราสองคนรักกันแต่อะไรๆก็ไม่เป็นใจเลย ถ้าไม่มีไอ้หลวงเสนาะ ไม่มีนังมาลินี ฉันกับคุณเปรมก็จะสมหวัง” พริ้งพล่ามไม่หยุด ช้อยตบหน้าน้องเพื่อเรียกสติให้กลับคืนมา บอกให้เธอตั้งสติให้ดีๆ ให้มองที่ปัจจุบันมองให้เห็น สิ่งที่เธอมีตอนนี้คือความร่ำรวย ผัวดูแลแสนจะสบาย ดังนั้นเธอควรมีความสุขได้แล้ว พริ้งยังคงยืนกรานจะมีความสุขก็ต่อเมื่อได้สมหวังกับเปรมฤทัย

ป่วยการที่ช้อยจะสั่งสอนหรือตักเตือนเพราะพริ้งไม่เคยฟัง ประกาศลั่นต่อไปนี้จะไม่สอนอะไรเธออีก แต่จะให้ธรรมชาติลงโทษเธอเอง แล้วคว้ากระเป๋าถือลุกออกไป...

ไม่มีคุณพระเวทย์คอยให้คำปรึกษาและให้ข้อคิดดีๆอีกแล้ว ช้อยจึงไปกราบขอคำปรึกษาจากหลวงพ่อที่เคารพนับถือ ท่านเทศน์ให้ฟังว่าคนที่ใจถมไม่เต็มแบบพริ้งต้องให้ผลการกระทำเตือนตัวเอง ใครเตือนไม่ได้เพราะเธอไม่ฟัง

“ถ้ามันสุดมือก็คงต้องปล่อยล่ะโยม เขาต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ในทางตรงกันข้าม คนที่อิ่มเต็มในชีวิต รู้จักพอและหักห้ามใจ เตือนใจตัวเองได้ จะไม่ลุ่มหลงกับสิ่งยั่วยุได้ง่ายๆ ชีวิตเขาก็จะเป็นปกติสุข”

ช้อยได้แต่ภาวนาขอให้พริ้งได้เรียนรู้ก่อนที่มันจะสายเกินไป...

หลังช้อยกลับไปแล้วพริ้งเดินพล่านอยู่ในสวน เห็นแนบขนต้นยี่โถผ่านหน้าร้องถามว่าเอามาปลูกอีกทำไม ต้นไม้มีเยอะแยะ เขาจะเอามาปลูกเพื่อไล่หนู เธอแปลกใจไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้นไม้ไล่หนูได้

“ไล่ได้ทั้งหนูทั้งคนล่ะครับ ตั้งแต่รากยันใบ มันมีพิษถ้าใช้เกินขนาดกับคนจะทำให้ตายอย่างช้าๆ หมอตรวจไม่เจอด้วยว่าตายเพราะอะไร แต่ถ้าใช้เป็น มันก็มีสรรพคุณทางยา”

พริ้งยืนมองต้นยี่โถที่แนบเอามาลงใหม่ด้วยความสนใจ

ooooooo

มาลินียืนส่งเปรมฤทัยที่กำลังจะออกไปข้างนอก พร้อมกับถามว่าจะกลับกี่โมง เขาเดินลิ่วไม่หันมาพูดอะไรสักคำ เธอได้แต่มองตามน้อยใจ คิดถึงคำพูดของแม่แล่มเมื่อวันก่อนที่บอกว่าเขากับพริ้งลอบเป็นชู้กัน

“แล่มรายงานคุณหลวงแต่ไม่มีหลักฐาน จับมันไม่ได้คาหนังคาเขา คุณหลวงก็ทั้งรักทั้งหลงมันจนตาบอด ทั้งคู่เลยรอดตัวไป นังพริ้งมันหาทางกำจัดแล่มไปให้พ้นทางจนแล่มเกือบตาย บุญที่แล่มไม่ตายและทำให้คุณเปรมได้สำนึก แล้วมาแต่งงานกับคุณนี่แหละ”

“แม่แล่มพูดแบบนี้เหมือนว่าที่พี่เปรมแต่งงานกับฉันก็เพราะ...” มาลินีพูดยังไม่ทันจบ แม่แล่มชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าเป็นความจริงที่เปรมฤทัยแต่งงานกับเธอเพราะเป็นทางเดียวที่จะกันพริ้งไม่ให้มายุ่งกับเขาอีก มาลินีร้องไห้โฮเสียใจที่เขาเห็นเธอเป็นแค่เครื่องมือ

แม่แล่มรู้เท่าทันว่าเธอก็เห็นเขาเป็นเครื่องมือเหมือนกัน เธอแต่งกับเขาเพื่อขัดดอกให้แม่ แต่งเพื่อเงินเพื่อความสบาย เผอิญเขาหล่อเหลาก็เลยรักชอบขึ้นมา

“เอาเถอะค่ะจะเพราะอะไรก็ช่าง แต่ตอนนี้คุณคือเมียของคุณเปรมและมีแมวขโมยอย่างนังพริ้งมันจ้องตะครุบผัวคุณอยู่” แม่แล่มเสี้ยมให้มาลินีเกลียดชังพริ้ง ยุให้เธอหาทางจัดการกับนังนั่นไม่อย่างนั้นจะต้องเสียเปรมฤทัยให้มัน แล้วอาสาจะช่วยเธอจัดการพริ้งอีกแรงหนึ่ง...

มาลินีเดินตามแผนการขั้นแรกทันทีโดยแต่งหน้าแต่งตัวสวยที่สุด สดใสดูอ่อนวัยที่สุดเพื่อให้อีกฝ่ายได้เปรียบเทียบว่าตัวเองแก่ แล้วตรงไปที่ตึกใหญ่โดยมีแม่แล่มตามติด พริ้งหันมาเห็นตีหน้ายักษ์ใส่เข้ามาทำไม มาลินีอ้างอยู่คนเดียวเหงาก็เลยจะมาคุยกับคุณพ่อ ถ้าท่านไม่อยู่ขอคุยกับน้าพริ้งก็ได้

คนถูกเรียกว่าน้าหงุดหงิดมาก แว้ดทันทีใครอนุญาตให้เรียกตนว่าน้า สองคนช่วยกันตอกย้ำให้พริ้งรู้ตัวว่าแก่และทรุดโทรมมากเมื่อเทียบกับสาวรุ่นอย่างมาลินี

พริ้งนึกถึงคำพูดของเปรมฤทัยที่ให้ต่างคนต่างอยู่ถ้าไม่อยากให้เขาเกลียด ก็เลยเดินหนี มาลินีไม่ยอมรามือเดินตามมาขอคุยด้วย

“น้าพริ้งไม่อยากรู้บ้างเหรอคะว่าหลังจากแต่งงานแล้วมาลินีกับพี่เปรมเป็นอย่างไรบ้าง”

พริ้งไม่อยากฟัง เดินหนี แม่แล่มจัดแจงบอกให้มาลินีเล่าให้ตนฟังก็ได้ตนอยากรู้ เธอเล่าเสียงดังเพื่อให้พริ้งได้ยินว่าเปรมฤทัยพร่ำบอกรักเธอไม่หยุด บอกว่าไม่อยากออกจากบ้านไปไหน อยากอยู่กับเธอตลอดเวลา ที่ต้องออกไปเพราะธุระจำเป็น และเขายังบอกอีกว่า

“มาลินีหน้าเหมือนคุณแม่ของพี่เปรม...พี่เปรมเลยยิ่งตกหลุมรักมาลินี” คำพูดของมาลินีทำให้พริ้งหยุดกึกเพราะเหมือนที่เปรมฤทัยเคยพูดกับตนเองไม่มีผิดเพี้ยน ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นกำมือแน่น มองมาลินีที่ยิ้มสดใสมาให้ ก่อนจะผละจากไป แม่แล่มมองตามแปลกใจที่พริ้งเก็บอารมณ์ได้ดีถึงกับออกปากว่าปกติถ้ามันโกรธหรือไม่พอใจ มันไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม มาลินีตั้งข้อสังเกตหรือพริ้งจะตัดใจจากเปรมฤทัยได้แล้ว

“เอ...อันนี้แล่มก็ไม่รู้”

“ไว้คอยดูกันต่อไปก็ได้ มาลินีจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อทดสอบ ไม่มีใครปกปิดความจริงไว้ได้นานหรอก สักวันหางจะต้องโผล่” มาลินีสีหน้ามุ่งมั่น แม่แล่มอดถามไม่ได้ที่บอกว่าเปรมฤทัยบอกรักหนักหนากับที่ว่าเธอหน้าเหมือนแม่ของเขาจริงหรือเปล่า มาลินีสร้างเรื่องขึ้นมาเองพี่เปรมไม่เคยพูด แม่แล่มชอบใจที่เธอร้ายไม่เบา

ooooooo

ที่ทางผ่านสวนไปยังเรือนหลังเล็ก พริ้งไม่เชื่อคำพูดของมาลินีนัก จึงมาดักรอถามเปรมฤทัยที่เพิ่งกลับ

“คุณบอกว่ามาลินีหน้าเหมือนคุณแม่คุณเหรอ”

“ผมไม่เคยพูดแบบนั้นนะครับ มาลินีบอกคุณพริ้งเหรอครับ”

“ใช่ ฉันบอกไว้ก่อนนะฉันอยู่ของฉันตามที่คุณต้องการเพราะฉันไม่อยากให้คุณเกลียดฉัน แต่มันมายุ่งกับฉันเอง เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ อย่าหาว่าฉันร้ายกาจถ้ามันยังไม่หยุด” พูดไม่ทันขาดคำ มาลินีเดินเข้ามาควงแขนเปรมฤทัยอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ แถมพูดจาออดอ้อนเขาอีกต่างหาก พริ้งจ้องเธอด้วยความหมั่นไส้

“น้าพริ้งมองมาลินีอย่างนั้นทำไมคะ แหมอย่าบอกนะคะว่าอิจฉา เดี๋ยวคุณพ่อกลับน้าพริ้งก็เอาใจคุณพ่อ สามีของน้าพริ้งเหมือนที่มาลินีเอาใจสามีของมาลินีแบบนี้สิคะ” สิ้นเสียง ฝ่ามือพริ้งฟาดเข้าเต็มหน้าคนพูด เปรมฤทัยตกใจรีบเข้าไปขวาง มาลินีวิ่งไปหลบด้านหลังเขาขอให้เขาช่วยด้วย พริ้งยิ่งหมั่นไส้ปราดเข้าไปจะตบซ้ำก่อนที่มาลินีจะโดนเล่นงานอีก แม่แล่มเข้ามาช่วยกระชากพริ้งไปตบ สองคนตบตีกันอุตลุด

เปรมฤทัยพยายามห้ามขณะที่มาลินียืนดูอย่างสะใจ จังหวะหนึ่งพริ้งถูกตบเซมาทางมาลินีก็เลยจิกหัวเธอมาตบไม่ยั้ง มาลินีสู้แรงบ้าเลือดของอีกฝ่ายไม่ไหวได้แต่ร้องให้เปรมฤทัยช่วย ขณะที่แม่แล่มยืนหอบเหนื่อยเนื่องจากออกแรงไปเยอะอีกทั้งสังขารไม่อำนวย...

หลวงเสนาะเพิ่งกลับเข้ามากับแนบได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากทางเรือนเล็กรีบเดินไปดู เห็นพริ้งกำลังคร่อมร่างมาลินีตบซ้ายตบขวาไม่หยุดโดยที่เปรมฤทัยพยายามห้ามปรามแต่ไร้ผล หลวงเสนาะตัดสินใจหยิบปืนที่เหน็บเอวแนบยิงขึ้นฟ้าเปรี้ยง ทุกคนหยุดกึกด้วยความตกใจ

ครู่ต่อมาหลวงเสนาะพาทุกคนมาชำระความที่ห้องโถงบนตึกใหญ่ พริ้งใช้ความฉลาดแกมโกงโยนความผิดว่าที่ต้องทะเลาะตบกันอุตลุดเพราะมาลินีพูดจาเป็นทำนองว่าเธอคิดอะไรไม่ดีกับลูกเลี้ยงเนื่องจากโดนแม่แล่มเสี้ยม เธอปฏิเสธทันทีว่าเปล่า หลวงเสนาะไม่ต้องการให้บ้านร้อนเป็นไฟจึงขอให้ยุติกันแค่นี้

“ก็ได้ แต่ฟังไว้นะ ฉันไม่เคยทำอะไรสกปรกอย่างที่พวกแกคิด และฉันขอเตือน ถ้าพูดอะไรไม่ระวังปากอีก ฉันเอาตายทั้งหัวหงอกหัวดำ” ขู่เสร็จพริ้งเดินขึ้นห้อง มาลินีกับแม่แล่มมองตามเจ็บใจ ส่วนเปรมฤทัยอึดอัดใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ฝ่ายพริ้งหงุดหงิดใจมากเดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้อง สักพักรู้สึกกระอักกระอ่วนคลื่นไส้ รีบวิ่งไปอ้วกในห้องน้ำแทบไม่ทัน...

เปรมฤทัยกับมาลินีมีปากเสียงกัน เขาไม่พอใจที่เธอไปโกหกเรื่องเขา ส่วนเธอก็ไม่พอใจที่เขาเปลี่ยนไปตั้งแต่แต่งงานกันแค่วันเดียวเพราะจริงๆแล้วเขาไม่ได้รักเธอที่แต่งงานกับเธอเพราะต้องการกันพริ้งออกห่างตัวเนื่องจากเขารักแม่เลี้ยงตัวเอง และเธอจะไม่อยู่เฉยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงคนนั้นมาทำบัดสีกับผัวตัวเอง เปรมฤทัยรับรองจะไม่มีวันเกิดขึ้น เขามีเกียรติและศักดิ์ศรีพอ มาลินียิ้มออกมาได้

“ผมจะไม่นอนบ้านสักพักนะ” พูดจบเปรมฤทัยตรงไปเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทาง มาลินีถึงกับอึ้ง

ooooooo

จากนั้นไม่นานเปรมฤทัยหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าจะออกจากบ้าน มาลินีไม่ให้ไปพยายามรั้งตัวไว้ เขาสะบัดหนีจนเธอล้มก้นจ้ำเบ้าร้องโอ๊ยลั่น เปรมฤทัยตกใจเข้าไปช่วยพยุง เธอกอดแขนเขาไว้แน่น

“น้องขอโทษ น้องจะไม่ทำอะไรให้คุณพี่ไม่สบายใจอีกแล้ว คุณพี่อย่าไปนะ อย่าทิ้งน้องให้อยู่คนเดียว”

เปรมฤทัยใจอ่อนยวบด้วยความสงสาร อธิบายว่าจะไปนอนบ้านเพื่อนเพราะอยากมีเวลาท่องตำราอย่างสงบๆให้เธอรอเขาอยู่ที่นี่แล้วเขาจะโทรศัพท์มาคุยด้วย มาลินีสบายใจขึ้นยอมปล่อยให้เขาไปค้างที่อื่น แม่แล่มเข้ามาเสี้ยมทันทีว่าไม่น่าปล่อยไป เขาอาจจะแอบนัดกับพริ้งนอกบ้านก็ได้

มาลินีขอร้องให้พอได้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะลูกยุของแม่แล่มเธอคงไม่ถูกตบช้ำไปทั้งตัวแบบนี้ แถมเกือบถูกเปรมฤทัยโกรธอีกต่างหากแล้วเดินหนีเข้าเรือนเล็ก แม่แล่มยังตามมาเสี้ยมให้ระวังนังพริ้งจะงาบเอาเขาไป

“แต่คุณพี่ไม่เล่นด้วย ฉันสบายใจในข้อนี้และฉันมั่นใจในตัวคุณพี่ น้าพริ้งตบมือข้างเดียวไม่มีทางดังแน่”

แม่แล่มร้องเอะอะนี่แปลว่ามาลินีจะอยู่เฉยๆอย่างนั้นหรือ เธอยอมรับว่าใช่แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่จับตาดูพริ้ง แค่รอให้จับได้คาหนังคาเขาเพื่อที่คุณพ่อจะเห็นและจัดการกับมันให้เด็ดขาด

“โฉ่งฉ่างกับผู้หญิงร่านสะพานเหล็กอย่างน้าพริ้งก็มีแต่จะแพ้เท่านั้น ในเมื่อมันคิดว่ารู้ทันฉันก็ขอให้รู้ทันให้ตลอดนะ น้าพริ้ง” มาลินียิ้มร้าย...

ทางด้านพริ้งไม่สบายใจที่ตัวเองคลื่นไส้อาเจียนจนหมดเรี่ยวแรงขอร้องให้หลวงเสนาะพาไปหาหมอเพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าท้องหรือเปล่า ครั้นไปให้หมอตรวจก็พบว่าเธอตั้งท้อง

หลวงเสนาะดีใจมากถึงกับเรียกประชุมคนทั้งบ้านแถมตามเปรมฤทัยให้กลับมาฟังข่าวดีนี้ด้วย แม้จะเจ็บปวดใจแต่เขาก็แสดงความยินดีกับพ่อที่กำลังจะมีลูกมาเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ พริ้งทนเห็นหน้าเขาต่อไปไม่ไหวอ้างไม่ค่อยสบายขอตัวก่อนแล้วเดินหนีขึ้นห้อง หลวงเสนาะขอตัวเช่นกันต้องตามไปโอ๋เมียหน่อย ช่วงนี้กำลังท้องกำลังไส้ ต้องประคบ ประหงมเป็นพิเศษแล้วเดินหัวร่อร่าขึ้นข้างบน

เปรมฤทัยได้แต่ข่มอารมณ์เอาไว้ ขณะที่มาลินีแอบมองสามีตัวเองด้วยความสะใจ...

ฝ่ายพริ้งหนีเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำเพราะไม่อยากมีลูก เปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้เพื่อกลบเสียงร้องไห้ หลวงเสนาะเคาะประตูเรียกจะเข้าไปช่วยลูบหลังให้ เธอต้องทำเสียงเป็นปกติว่าไม่ต้อง เขาจึงขอเป็นกำลังใจให้เธออยู่นอกห้องแถมยังชวนเธอคุยว่าจะตั้งชื่อลูกอย่างไรดี พริ้งยิ่งเจ็บช้ำใจทุบท้องตัวเองหวังจะให้แท้ง หลวงเสนาะยังคงพล่ามไม่หยุดเรื่องตั้งชื่อลูก ถ้าเป็นหญิงเขาจะตั้งชื่อว่าเพิ่มสุข แต่ถ้าเป็นชายจะให้ชื่อว่าพบสุข

พริ้งไม่ยินดียินร้ายด้วยยังคงทุบท้องน้อยตัวเองจนหมดแรงทรุดลงไปกองกับพื้น

ooooooo

ตลอดชีวิตพริ้งจะกลัวความจนจึงอยากได้เงินเยอะๆ แต่มาบัดนี้เธอกลับไม่ให้ความสนใจเมื่อหลวงเสนาะบอกว่าจะทำพินัยกรรมแบ่งมรดกให้เธอกับลูกคนละครึ่งกับเปรมฤทัย สิ่งที่เธออยากได้มากที่สุดตอนนี้คือสมหวังในความรักกับเปรมฤทัย หลวงเสนาะเห็นท่าทางเนือยๆของเธอร้องทักทำไมทำเหมือนไม่อยากได้

“คนมันแพ้ท้องจะให้เนื้อเต้นกระดี๊กระด๊าดีใจคงไม่ไหวหรอกนะ”

“ที่ซึมๆแล้วก็หงุดหงิดกับฉันเป็นเพราะแพ้ท้องใช่ไหม”

พริ้งรับคำ แกล้งกระเซ้ากลบเกลื่อน ยิ่งตอนนี้ก็ยิ่งเหม็นหน้าคุณหลวงเต็มทน เขาโล่งใจเกือบจะคิดว่าเธอเกลียดเขาและไม่อยากมีลูกกับเขา ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาคงทนไม่ได้ เธออยากรู้ถ้าทนไม่ได้เขาจะทำอย่างไร หลวงเสนาะจะไม่ปล่อยให้ของที่ตัวเองรักต้องตกไปอยู่ในมือคนอื่น พริ้งท้วงทำไมพูดเหมือนจะฆ่ากันให้ตาย

“ก็ถ้าความตายเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้แม่พริ้งไม่ไปเป็นของคนอื่นฉันก็จะทำ”

ทั้งสายตาและท่าทางเหี้ยมเกรียมของหลวงเสนาะทำให้พริ้งหวาดหวั่น รีบลุกมาเอาใจ รับปากจะไม่มีวันทำแบบนั้นแน่ ถึงตอนนี้เธอจะยังไม่รักเขา แต่เขาก็ดีกับเธอมาก เธอต้องทำดีตอบแทนที่เขาเมตตา เขาขอบใจเธอและจะจำคำพูดของเธอเอาไว้เป็นยาชูหัวใจ แล้วทำท่ากรุ้มกริ่ม พริ้งแกล้งวิงเวียนจะอ้วกใส่ เขารีบไล่ให้เธอไปเที่ยวเล่นจะได้ไม่เหม็นหน้าเขา เธอรีบออกมาทันทีขณะที่หลวงเสนาะยิ้มมีความสุขที่ขู่พริ้งไว้เรียบร้อย

ด้านคนถูกขู่เดินมาขึ้นรถที่แนบจอดรออยู่ด้วยสีหน้าหวาดๆ...

จากนั้นไม่นาน พริ้งกับแนบมาเดินอยู่บริเวณแหล่งการค้าของพระนคร เจอร้านถ่ายรูปเจ้าประจำก็หยุดมองพร้อมกับเล่าให้แนบฟังว่าร้านนี้เธอเคยมาถ่ายรูปกับผัวสามคนแรกซึ่งทุกคนตายหมด พอมีผัวคนที่สี่เธอก็เลยไม่กล้าพามาอีกเพราะกลัวมีอันเป็นไปเหมือนคนอื่นๆ แต่สุดท้ายเขาก็ตายอยู่ดี

พริ้งยังชวนแนบคุยโน่นคุยนี่เพื่อจะได้รู้ว่าเขาคิดอย่างไร จงรักภักดีต่อหลวงเสนาะแค่ไหน ปรากฏว่าเขาภักดีถึงขนาดฆ่าคนเพื่อท่านได้ เธอชักจะกลัวเขาขึ้นมานี่ถ้าเขารู้เรื่องเธอวางยาหลวงเสนาะคงไม่เป็นผลดีกับตัวเองก็เลยไม่พูดอะไรอีก หยิบกระดาษจดยี่ห้อใบชายื่นให้แนบช่วยไปซื้อให้

“ฉันจะไปซื้อยาแก้แพ้ท้อง หมอให้มากลัวไม่พอ” พริ้งว่าแล้วเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง โดยไม่รู้ว่ามีใครบางคนจับตามองอยู่ ก่อนจะสะกดรอยตาม ระหว่างซื้อยาแก้แพ้ท้อง พริ้งสอบถามจากเภสัชกรถึงสรรพคุณของต้นยี่โถว่าทำให้คนตายได้จริงอย่างที่แนบว่าหรือเปล่า ได้ความว่าเป็นเรื่องจริงหากใช้ในปริมาณมากๆ

“ตายจริง มีอย่างนี้ด้วยรึ แล้วกินแบบไหนที่เรียกว่ามากเกินไป” พริ้งรอฟังเภสัชกรอธิบายอย่างสนใจ

ooooooo

ออกจากร้านขายยา พริ้งเดินดูข้าวของต่อโดยไม่รู้ว่าบุญช่วยหนีแม่เอมมาจากบ้านสวนที่ระยองสะกดรอยตาม เขาไม่สามารถตัดใจจากเธอได้จึงต้องกลับมาที่พระนครโดยทิ้งจดหมายไว้ให้แม่เอมดูต่างหน้า พร่ำพรรณนาในจดหมายว่ารักพริ้งมาก อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ เขาก็เลยจะต้องมาขอคืนดีกับเธอ

“แม่อาจจะคิดว่าผมโง่ที่เลือกทำแบบนี้ แต่เพื่อความรักแล้ว ทุกคนก็ย่อมโง่ด้วยกันทั้งนั้น ผมไม่อยากฉลาด ถ้าฉลาดแล้วทำให้เจ็บปวด ผมยอมเป็นไอ้โง่เพราะบูชาความรัก ดีกว่าเป็นคนฉลาดที่มีชีวิตอยู่อย่างตายทั้งเป็นครับแม่ รักและเคารพแม่อย่างที่สุด บุญช่วย”

แม่เอมร้องไห้ใจแทบขาด ตะโกนลั่นเป็นเพราะความเจ้าชู้ของคุณพระเวทย์แท้ๆเวรกรรมถึงได้มาตกอยู่ที่ลูก ถ้าไม่อยากให้เธอแช่งชักหักกระดูกวิญญาณเขาก็ช่วยคุ้มครองให้บุญช่วยปลอดภัยกลับมา...

ทางฝ่ายพริ้งเดินอย่างสบายอารมณ์ผ่านตรอกแคบๆที่ไร้ผู้คน บุญช่วยสบช่องตรงเข้ามาลากเธอเข้าไปใน ตรอกนั้นแล้วสวมกอดไว้ด้วยความคิดถึง พริ้งร้อนใจมากกลัวแนบจะมาเห็น ได้เดือดร้อนแน่ๆพยายามดิ้นหนี แต่เขากอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เธอดิ้นจนหมดแรงไปเอง ครุ่นคิดหนักจะเอาตัวรอดอย่างไรดี

“กลับมาอีกทำไมไม่กลัวตายรึไง เดี๋ยวคนของคุณหลวงมาเห็นเข้า”

“ผมยอมตายให้คุณพริ้งเห็นว่าผมรักคุณพริ้งมากแค่ไหน แม้แต่ชีวิตผมก็ไม่เสียดาย เผื่อคุณพริ้งจะเห็นค่าของผมขึ้นมาบ้าง ไม่ได้เห็นผมไร้ค่าเหมือนที่ผ่านมาและผมก็จะไปขอคุณพริ้งคืนจากมัน ผมไม่กลัว”

พริ้งร้องห้ามเสียงหลง ขืนทำอย่างนั้นได้ตายแน่ บุญช่วยดีใจคิดว่าเธอเป็นห่วงเพราะยังรักเขาอยู่โดยไม่รู้ว่าเธอห่วงตัวเองต่างหากกลัวจะติดร่างแหไปด้วย พริ้งเห็นแนบเดินมาแต่ไกลกำลังมองหาตนเองก็ตกใจรีบผลักบุญช่วยเข้าไปหลบหลังกองไม้แล้วกอดเขาแน่นทำตัวลีบให้มากที่สุดกลัวแนบจะมาเห็น เธอกลั้นหายใจแทบแย่ตอนที่แนบเดินผ่านหน้าปากตรอก ครั้นเขาผ่านไปแล้วก็ถอนใจโล่งอก บอกให้บุญช่วยกลับไปก่อน

“คุณต้องกลับไปกับผมด้วย ไม่อย่างนั้นผมจะไม่ไปไหน”

ป่วยการจะเกลี้ยกล่อม ขนาดพริ้งบอกว่าท้องกับหลวงเสนาะเพื่อให้ตัดใจ บุญช่วยก็ไม่สนใจยินดีรับเลี้ยงทั้งแม่ทั้งลูก เธอตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า รับปากจะไปกับเขา แต่ไม่ใช่วันนี้ เธอต้องกลับไปเก็บข้าวเก็บของและเงินก่อน เราต้องมีเงินมากพอสำหรับใช้หนี หลวงเสนาะต้องพลิกแผ่นดินหาเราแน่เพราะเธอหอบลูกมันหนีมาด้วย ดังนั้นเธอขอเวลาอีกห้าวัน ให้เขามาเจอเธอที่นี่เวลาเดิมแล้วขยับจะไปเขารั้งไว้อีก

“ผมถามจริงๆ ทำไมถึงยอมไปกับผม”

“เพราะฉันรักคุณ” พริ้งฝืนใจพูดเพื่อเอาตัวรอด แล้วรีบเดินกลับไปที่รถทำตัวเป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้แนบสงสัย โดยไม่รู้เลยว่าเขาแอบฟังเธอคุยกับบุญช่วยในตรอกแคบๆแห่งนั้นโดยตลอด...

พริ้งไม่ได้ตรงกลับบ้านแต่สั่งให้แนบพาไปหาช้อยที่บ้านสวน เล่าเรื่องที่บุญช่วยแอบไปเจอกับเธอมาเมื่อครู่ให้ฟังและขอร้องให้ช่วยไปพูดกับเขาที อย่าได้มาเจอตนอีก ไม่อย่างนั้นถ้าถูกจับได้ ทั้งเขาและตนอาจต้องตายเพราะคำสั่งของหลวงเสนาะ ทีแรกช้อยไม่ยอมช่วยเพราะใครเรียนผูกคนนั้นก็ต้องเรียนแก้เอาเอง แต่ด้วยความเป็นคนดีและเป็นห่วงน้อง สุดท้ายเธอก็ยอมช่วยเหลือ

ooooooo

เกิดเรื่องขึ้นอีกจนได้ พริ้งไม่รู้จักระงับจิตระงับใจดันสารภาพรักกับเปรมฤทัยกลางสวนสวยข้างบ้าน มาลินีได้ยินเต็มสองหูก็ไม่พอใจมากปรี่จะเข้าไปเอาเรื่อง เปรมฤทัยขวางไว้ไม่ยอมให้เธอแตะต้องพริ้ง

“ได้ ถ้าอย่างนั้นมาลินีจะไปฟ้องคุณพ่อ...มึงไม่มีทางลอยนวลเสนอหน้า คิดจะเป็นทั้งเมียพ่อเมียลูกได้อีก วันนี้ไม่มึงก็กูต้องตายกันไปข้าง” ว่าแล้วมาลินีเดินตรงไปทางตึกใหญ่ พริ้งตกใจปราดเข้าไปดึงตัวไว้ สั่งให้หยุด มาลินีผลักเธออย่างแรงจนเซถลาออกไปล้มท้องกระแทกโต๊ะสนาม และแท้งลูกในที่สุด

เนื่องจากเสียเลือดไปมาก พริ้งสลบไปสองวันสองคืน แม้จะเสียใจอย่างหนักที่ต้องเสียลูกไปและรู้เรื่องที่เมียรักสารภาพรักกับลูกชายตัวเอง หลวงเสนาะกลับไม่คิดจะลงโทษลงทัณฑ์อะไรเธอ ได้แต่บอกว่าเธอกับเปรมฤทัยเป็นคนที่เขารัก เขาจึงทำอะไรทั้งคู่ไม่ลง พริ้งถึงกับอึ้งไม่คิดว่าเขาจะใจเย็นได้ขนาดนี้...

หลวงเสนาะไม่ได้ใจเย็นหรือรับสภาพกับการต้องสูญเสียลูกได้อย่างที่พริ้งคิด เมื่ออยู่เพียงคนเดียว เขาร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจอย่างหนัก คิดแค้นคนที่ทำให้เกิดการสูญเสียครั้งนี้...

จากนั้นไม่นาน เปรมฤทัยพามาลินีมากราบขอโทษหลวงเสนาะที่ทำให้พริ้งแท้ง เธอไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ ท่านรู้จากแม่แล่มว่ามาลินีโกรธพริ้งมากเพราะจับได้ว่าพริ้งสารภาพรักกับเปรม เป็นความจริงหรือเปล่า เธอยอมรับว่าจริง หลวงเสนาะขอคุยกับลูกชายเป็นการส่วนตัว

เมื่อได้อยู่ตามลำพังพ่อลูก หลวงเสนาะถามลูกอย่างไม่อ้อมค้อมว่ารักพริ้งหรือเปล่า เขายอมรับว่ารัก แต่เขาบอกเธอตลอดเวลาว่าเขารักเธอไม่ได้ เขาทำร้ายพ่อตัวเองไม่ได้ ถึงได้พยายามหลีกเลี่ยงและสุดท้ายเขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับมาลินี พยายามรักเธอเพื่อให้ตัดใจจากพริ้ง แต่ก็ยังรักไม่ได้ เขามีให้เธอได้เพียงความเอ็นดูและสงสาร เขาต้องขอโทษท่านด้วยสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น

“ข้าจะไม่เอาโทษพวกเอ็ง แต่พวกเอ็งต้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอกไปให้ไกลๆ”

เปรมฤทัยรับคำแล้วขยับจะไป หลวงเสนาะร้องเรียกไว้ ถามย้ำแน่ใจว่าไม่ได้รักมาลินีใช่ไหม เขาพยักหน้าแทนคำตอบ ท่านอยากรู้ในเมื่อไม่ได้รักแล้วทำไมไม่ขอหย่า เขาต้องรับผิดชอบเธอ

“ถึงจะต้องอยู่อย่างไม่มีความสุขงั้นรึ”

“ครับ” เปรมฤทัยว่าแล้วผละจากไป ครู่ต่อมาเขากลับมาถึงเรือนหลังเล็ก มาลินีซึ่งรอท่าอยู่รีบเข้ามาถามคุณพ่อว่าอย่างไรบ้าง ได้ความว่าท่านให้อภัยเราสองคนแต่มีข้อแม้ว่าเราต้องย้ายออกไป เธอถามเสียงอ่อยว่าเขาไม่คิดจะเลิกกับเธอใช่ไหม เปรมฤทัยส่ายหน้าจากนี้ไปเราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน มาลินีให้สัญญาว่าจะเป็นภรรยาที่ดีของเขา จะดูแลเขาให้มีความสุขและจะไม่รื้อฟื้นเรื่องพริ้งอีกเพื่อไถ่โทษที่ทำให้เธอต้องแท้ง

“แต่ก่อนจะย้ายออกไป น้องขอตัวไปจัดการเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งก่อน” พูดจบมาลินีตรงไปที่เรือนครัว กระชากแม่แล่มมาตบซ้ายตบขวาฐานสาระแนเสี้ยมชาวบ้านให้ตีกันจนวุ่นวายไปหมด แล้วชี้หน้าขู่อย่าได้เสนอหน้าไปที่เรือนเล็กอีกถ้าไม่อยากเจ็บตัว

ooooooo

เมื่อถึงวันนัดเจอพริ้ง บุญช่วยมารอที่ตรอกแห่งนั้นอย่างใจจดจ่อ คนที่มาพบกลับไม่ใช่พริ้งแต่เป็นแนบซึ่งแอบได้ยินที่ทั้งคู่นัดแนะกัน บุญช่วยตกใจจะวิ่งหนีแต่ไม่ทันแนบล็อกคอ ใช้มีดเสียบเข้ากลางหลังทรุดฮวบ แล้วกระหน่ำแทงไม่ยั้งก่อนจะวิ่งหนีไป บุญช่วยสิ้นใจ ท่ามกลางเศษไม้ระเกะระกะ

ช้อยอุตส่าห์พาแม่เอมมาจากระยองเพื่อจะมาพาบุญช่วยกลับ ได้พบเพียงร่างไร้วิญญาณของเขาที่นอนจมกองเลือด แม่เอมโผกอดร่างเขาไว้ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ...

เหยื่อโหดของหลวงเสนาะไม่ได้มีแต่บุญช่วยเท่านั้น แนบยังได้รับคำสั่งให้จัดการกับมาลินีอีกด้วย ขณะเธอยืนซึมอยู่ริมบึงภายในบริเวณบ้านหลวงเสนาะ ยังรู้สึกผิดที่ทำให้พริ้งแท้งลูก แนบย่องมาทางด้านหลังผลักเธอตกน้ำแล้วตามลงไปกดหัว เธอพยายามดิ้นหนีแต่สู้แรงเขาไม่ได้ สุดท้ายก็จมหายไป

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement