พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 13 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 13


26 พ.ค. 2560 09:07
921,086 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

บุญช่วยในสภาพทรุดโทรมแทบไม่เหลือเค้าเดิม เมากรึ่มมาตามทางจะไปถามหาพริ้งที่บ้านสวนของช้อย เป็นจังหวะเดียวกับรถที่พริ้งนั่งแล่นสวนออกมา เขาเห็นเธอเต็มสองตาก็ดีใจมากหายเมาเป็นปลิดทิ้ง รีบวิ่งตามพลางตะโกนเรียก “คุณพริ้ง” ซ้ำอยู่อย่างนั้น แนบซึ่งทำหน้าที่สารถีเห็นทางกระจกส่องหลัง

“มีคนวิ่งตามรถเราครับ”

พริ้งหันมอง จำบุญช่วยไม่ได้ “คนบ้ามั้ง รีบไปเถอะขี้เกียจตอบคำถามอีคุณหลวงมากมายถ้ากลับช้า”

แนบเร่งเครื่องออกไป รถแล่นเร็วขึ้นทำให้บุญช่วยวิ่งตามต่อไปไม่ไหวทรุดลงหมดเรี่ยวแรง ครั้นตั้งสติได้ เขารีบไปหาช้อยที่บ้าน อ้อนวอนให้บอกที่อยู่ของพริ้ง

“ผมสัญญา ผมจะไม่มากวนใจคุณพี่ ไม่ไปกวนใจคุณพริ้งอีก ขอแค่ผมได้ล่ำลาคุณพริ้งเป็นครั้งสุดท้าย” บุญช่วยมองช้อยด้วยสายตาเว้าวอน แม้จะสงสารแต่เธอก็ไม่ปริปากพูดอะไร...

ในเวลาต่อมา พริ้งเดินเข้ามาในห้องโถงบ้านหลวงเสนาะ มองไปรอบๆห้องใหญ่โตยิ่งรู้สึกเหงาใจอย่างบอกไม่ถูก คิดถึงที่ช้อยบอกว่ายิ่งโตยายหนูก็ยิ่งเหมือนเธอทำให้รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ แม่แล่มเดินเข้ามามองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร พริ้งดึงตัวเองกลับมาเป็นคุณนายพริ้ง
มองตอบด้วยสายตาไม่พอใจถามว่ามีอะไร

“คุณหลวงเพิ่งจะโทรศัพท์มาสั่งว่าอย่าเพิ่งนอนจะรีบกลับ แล้วให้ใส่ชุดนอนลูกไม้สีแดงตัวที่เพิ่งซื้อให้”

พริ้งรับคำอย่างเสียไม่ได้ เปิดช่องให้แม่แล่มหาเรื่องด่าว่าเธอที่ทำเหมือนไม่พอใจกับคำสั่งของคุณหลวง สองคนเปิดศึกน้ำลายกัน ด่ากันไปด่ากันมาไม่สาแก่ใจ

ศึกฝ่ามือจึงตามมา ทั้งคู่ตบตีกันอุตลุด จังหวะหนึ่งแม่แล่มเสียท่าถูกพริ้งตบล้มคว่ำ แล้วตามขึ้นคร่อมจิกหัวเอาหน้าอีกฝ่ายถูไปกับพื้นเหมือนที่ตัวเองเคยถูกประเทียบทำ ยิ่งนึกถึงอดีตพริ้งก็ยิ่งขาดสติ เล่นงานแม่แล่มหนักมือขึ้น

“ปล่อยกูอีพริ้ง อีบ้า...บ้าไปแล้วหรือไง”

แนบกับสาวใช้ได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู เห็นพริ้งกำลังทำร้ายแม่แล่มรีบเข้าไปห้ามปราม แนบลากพริ้งซึ่งทั้งดิ้นทั้งด่าแม่แล่มไม่หยุดปากออกไปจนได้

ooooooo

หลวงเสนาะทราบเรื่องนี้ก็เรียกคู่กรณีมาชำระ ความ เขาตำหนิแม่แล่มที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน เธออ้างว่าที่ทำไปก็แค่ต้องการปกป้องเขาเพราะอดไม่ได้ที่เห็นพริ้งทำท่าเหมือนฝืนใจเสียเต็มประดาที่จะรับใช้เขา มันไม่ได้เต็มใจ มันหวังแค่เงินของเขาเท่านั้น หลวงเสนาะรู้แก่ใจดีว่าพริ้งรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง แม่แล่มถึงกับอึ้ง

“ฉันกับแม่พริ้งมีข้อตกลงกันอยู่ ไม่แปลกที่แม่พริ้งจะทำท่าแบบนั้น ลองทำร่าเริงสิ ฉันก็จะรู้ว่าแม่พริ้งไม่จริงใจ นี่ก็เท่ากับว่า แม่พริ้งซื่อสัตย์ทั้งกับฉันและความรู้สึกของตัวเอง”

“โอ๊ย...ยังไงก็จะมองมันดีไปซะหมดใช่ไหมคะ” แม่แล่มโวยอย่างเหลืออด

“แล้วมีตรงไหนที่มองแล้วไม่ดี” หลวงเสนาะย้อนถาม แม่แล่มหมดแรงจะเถียงร้องไห้โฮ ถ้าท่านจะไล่ตนออกก็ไล่มาได้เลย ท่านไม่ได้บอกสักคำว่าจะไล่ใครออก คราวนี้พริ้งเป็นฝ่ายโวยวายบ้าง ถ้าไม่ไล่มันออกแล้วจะให้ตนอยู่ใกล้หอกข้างแคร่อย่างนี้ต่อไปหรือ หลวงเสนาะขอให้เธอใจเย็นๆก่อน

“ฉันเป็นคนให้โอกาสคนนะ ถ้าแม่แล่มก่อเรื่องอีกครั้งเดียวค่อยว่ากัน”

แม่แล่มปราดเข้าไปกราบกรานหลวงเสนาะ ขอบพระคุณที่เมตตา ท่านเตือนว่าคราวหน้าคราวหลังอย่าก่อเรื่องอีก ถ้าไม่อยากถูกท่านไล่ออกไปจริงๆ พริ้งมองแล่มไม่ค่อยจะพอใจนัก...

เมื่อได้อยู่กับหลวงเสนาะตามลำพังในห้องนอน พริ้งในชุดนอนลูกไม้สีแดงเซ็กซีกระเง้ากระงอดว่าคงต้องอกแตกตายเพราะแม่แล่มสักวัน หลวงเสนาะเข้ามากอดเอวอย่างเอาใจ ขอร้องให้เธอมองข้ามๆไปบ้าง ที่แม่แล่มทำไปทั้งหมดก็เพราะหวังดีกับเขา พริ้งสวนทันทีไม่ใช่เพราะมันอยากจะขึ้นเตียงกับเขาตามประสาชิ้นเก่าวัวเคยขาม้าเคยขี่หรือ หลวงเสนาะถึงกับอึ้ง เธอยังตำหนิเขาอีกว่าคิดจะนอนกับใครควรจะเลือกบ้าง

“แม่พริ้งจ๋า อย่าว่าฉันเลย ก็ฉันเหงา”

“มันเลยได้ใจแบบนี้อยู่ยังไงเล่า”

“มันไม่กล้าแล้วล่ะจ้ะ ปล่อยวาง แล้วมาปล่อยตัวปล่อยใจกับฉันดีกว่านะจ๊ะ” หลวงเสนาะออดอ้อน

พริ้งไม่มีอารมณ์จะยุ่งด้วย เคยบอกเขาแล้วไม่ใช่หรือว่าถ้าไม่กำราบแม่แล่มให้ เธอก็ทำหน้าที่ให้เขาไม่เต็มที่ แล้วขึ้นเตียงนอนหันหลังให้ หลวงเสนาะได้แต่มองตาละห้อย...

พริ้งนอนไม่หลับ ตั้งแต่เปรมฤทัยกลับไปเรียนเธออยู่ที่นี่ไม่มีความสุข พลิกตัวนอนหงายได้ยินเสียงหลวงเสนาะนอนกรนเบาๆอยู่ข้างๆ หันมองอย่างรังเกียจเพราะไม่ชอบคนแก่เป็นทุนเดิม คิดถึงเปรมฤทัยเหลือเกิน คิดถึงยามเขายิ้มแย้ม ยามเขาหัวเราะแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ พลิกตัวตะแคงข้างไปทางหลวงเสนาะ เห็นนอนลืมตาโพลง ก็ตกใจหุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาถามเสียงหวานตรงข้ามกับความรู้สึกในใจที่เดือดปุดๆ

“ยิ้มให้ใครจ๊ะแม่พริ้ง”

เธอโกหกว่ายิ้มให้ลูกที่ยกให้พี่สาวไปคิดถึงแกเหลือเกิน หลวงเสนาะแนะคิดถึงก็ให้เอามาอยู่ด้วยกันที่นี่ ลูกของเธอก็เหมือนลูกของเขา พริ้งยกให้พี่สาวไปแล้วจะไปเอามาได้อย่างไร เขาไม่ว่าถ้าเธอคิดถึงลูก แต่อย่าคิดถึงคนอื่นก็แล้วกัน เขาไม่ได้หมายถึงเปรมฤทัยเพราะเชื่อที่เธอบอกว่าไม่ก็คือไม่

“แต่กับผัวเก่า ไม่แน่ เลิกกันขาดแล้วแน่นะ ไม่ได้แอบออกไปเจอกันข้างนอกแน่นะ”

“ถ้าฉันทำคงไม่รอดหูรอดตาไอ้แนบไปได้หรอก” พริ้งตวาดเสียงดังกลบเกลื่อน หลวงเสนาะเสียงอ่อยไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แต่อย่าให้รู้ว่าทำเพราะเขาจะฉีกสัญญาทันที

“หมดตัวไม่พอ อาจจะตายคู่ก็ได้นะจ๊ะ...นอนดีกว่า” น้ำเสียงเอาจริงของเขาทำเอาพริ้งเป็นกังวล

ooooooo

ช้อยมาหาพริ้งถึงบ้านแต่เช้าจะมาเตือนเรื่องบุญช่วยเมื่อวานไปตามหาพริ้งที่บ้านสวน ขอร้องให้ตนบอกที่อยู่ของเธอให้ แต่ตนไม่ได้พูดอะไร

“ดีแล้วที่ไม่ได้บอกมันไป ขอบใจนะพี่ช้อยที่ยอมผิดศีลเพื่อฉัน”

“พี่โกหกก็เพื่อให้เรื่องมันจบ ถ้าพ่อบุญช่วยมาเจอพริ้งอีก พี่ไม่คิดว่าเขาจะจบอย่างที่พูด ดูไร้สติเหลือเกิน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะเชื่อพี่ไหม”

“โอ๊ย โง่อย่างนั้นใครพูดอะไรก็เชื่อหมดแหละ ตามใครทันซะที่ไหน” ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของพริ้งดูถูกบุญช่วยเต็มที่โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าเขาแอบตามช้อยมาชะเง้อคอยาวอยู่หน้าบ้านแต่ไม่กล้าเข้ามา

ช้อยเตือนพริ้งในเมื่อขาดจากบุญช่วยแล้วก็ไม่ต้องสร้างกรรมเพิ่ม หยุดด่าเขาไม่ดีกว่าหรือ เธอหยุดด่า

แต่กลับแช่งชักหักกระดูกเขาแทน หาว่าเขาทำให้เธอต้องอยู่อย่างหวาดระแวงไม่มีความสุข ช้อยงงไหนตอนทักทายถามไถ่สารทุกข์สุกดิบคุยว่ามีความสุขดีไม่ใช่หรือ

“เออๆเพิ่งจะคิดได้ว่าเป็นเพราะเรื่องมันนี่แหละ” สีหน้าท่าทางพริ้งไม่มีความสุขจนช้อยสังเกตได้ จึงหยิบรูปจากกระเป๋าถือส่งให้เธอเอาไว้ดูเวลาที่ไม่มีความสุข พริ้งถึงกับอึ้ง ครู่ต่อมา พริ้งเดินมาส่งช้อยที่หน้าบ้านโดยมีแนบยืนรอท่าอยู่กับสามล้อถีบ เธอไม่วายทักท้วงทำไมไม่ให้แนบขับรถไปส่ง ช้อยไม่อยากให้เอิกเกริกเกินฐานะ มาสามล้อก็กลับสามล้อดีแล้ว และถ้าเธอเหงาเมื่อไหร่ก็ไปหาได้ตน ลูกและหลานรอเธอกลับไปเสมอ

พริ้งยืนส่งพี่สาวจนลับสายตาแล้วขยับจะเข้าบ้าน บุญช่วยที่ซ่อนตัวอยู่ค่อยๆชะเง้อมอง เห็นแนบยืนประกบเธอไม่ห่างก็กลัวไม่กล้าเรียก ได้แต่แอบมองอยู่อย่างนั้นจนพริ้งเข้าบ้านปิดประตู...

หลังจากส่งช้อยเรียบร้อย พริ้งขึ้นห้องไปแต่งตัวจะออกไปข้างนอก นึกถึงรูปที่พี่สาวให้เมื่อครู่นี้ขึ้นมาได้หยิบออกมาดูเป็นรูปของยายหนูในชุดกระโปรงบานน่ารักถ่ายคู่กับช้อย เธอลูบไล้ใบหน้าของลูกแล้วพลิกดูข้างหลังเห็นลายมือยึกยือของเด็กน้อยเขียนว่า “ให้แม่พริ้งค่ะ จาก ยายหนู” พริ้งน้ำตาซึมนึกถึงคำพูดของ ช้อยที่ว่าพี่ ลูก หลานรอพริ้งให้กลับไปเสมอ เธอร้องไห้ น้ำตาไหลพราก

“ฉันถอยหลังกลับไปไม่ได้แล้วพี่ช้อย” พริ้งนั่งนิ่งได้สักครู่ก็ตัดใจปาดน้ำตาทิ้ง เก็บรูปถ่ายลงกระเป๋าถือตัวเองรวมกับล็อกเกตรูปพินิจซึ่งเป็นรักแท้ที่ไม่หวังอะไรตอบแทนของพริ้งที่ถูกมองข้าม

ooooooo

แต่งตัวเสร็จ พริ้งรีบมาขึ้นรถที่แนบจอดรออยู่ เร่งให้รีบไปอยากเปลี่ยนทรงผมเก่าจะแย่อยู่แล้ว รถ แล่นห่างจากบ้านไม่กี่ร้อยเมตรต้องเบรกตัวโก่งเพราะบุญช่วยโดดมาขวางหน้ารถไว้ พริ้งตกใจมากที่เห็นเขา ครั้นตั้งสติได้ลงไปต่อว่าว่ามาทำบ้าอะไร เขามีเรื่องจะคุยด้วย เธอไม่มีอะไรจะคุยกับเขาหันหลังจะไป

“ผมขอร้อง แค่ไม่นานแล้วผมก็ไป”

“ก็ได้ แค่ไม่นานนะ” พริ้งเห็นสภาพของเขาแล้วสมเพชเวทนา บุญช่วยมองแนบที่ยืนคุมเชิงอยู่เป็นทำนองอยากคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว แนบอดถามไม่ได้ว่าเขาเป็นใครพอรู้ว่าเป็นผัวเก่าก็ยิ่งไม่ไว้ใจไม่ยอมขยับไปไหน พริ้งต้องสั่งให้ถอยไปก่อน แนบเกรงคุณหลวงจะรู้

“ก็อย่าให้รู้สิ ถ้าฉันเดือดร้อน แกก็ไม่เหลือ” พริ้งรอจนแนบไปแล้วจึงหันไปบอกบุญช่วยว่ามีอะไรก็ให้รีบๆว่ามา เขาคร่ำครวญทั้งน้ำตาว่าคิดถึงเธอมาก พริ้งรำคาญรีบตัดบทจะพูดแค่นี้ใช่ไหมถ้าอย่างนั้นเธอขอตัวจะรีบไปทำธุระ แล้วหันหลังจะไป บุญช่วยเข้าไปกอดเอวไว้ไม่ยอมให้ไปไหนชวนกลับบ้านด้วยกัน

“คุณพริ้งอยากได้เงินมากเท่าไหร่บอกผม อยากมีรถ ผมก็จะซื้อให้ อยากมีบ้านใหญ่โตผมก็จะปลูกให้”

“มึงไปเพ้อของมึงคนเดียว ไปให้พ้นหน้ากู...ไป”

“ไม่ไป...ไปก็ต้องไปด้วยกัน” บุญช่วยออกแรงลากพริ้งไปด้วยกัน แนบพุ่งเข้ามากระชากเขาออกจากเจ้านายแล้วอัดกำปั้นใส่ไม่ยั้งจนล้มลงไปกองกับพื้น แนบเข้าไปกระทืบซ้ำ บุญช่วยไร้เรี่ยวแรงปกป้องได้แต่ร้องให้พริ้งช่วย เธอกลับยืนดูหน้าตาเฉย แนบเตะเข้าปลายคางเขาสลบเหมือด

“เอามันไปให้พ้นๆ คนในบ้านมาเห็นเป็นเรื่องแน่ โดยเฉพาะอีแล่ม”

แนบแนะให้เอาไปทิ้งน้ำจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราวไม่โผล่มากวนใจอีก พริ้งไม่อยากให้เอากันถึงตาย เอาแค่ไม่ให้บุญช่วยกล้ามาหาเธออีก อย่างน้อยเขาก็เคยเป็นผัวเธอ แนบรับคำลากบุญช่วยเข้าข้างทาง เขาค่อยๆรู้สึกตัว กลัวตายพยายามดิ้นหนี แนบใช้สันมือตบไปที่คอไม่ให้เขาร้องแล้วจิกผมขึ้นมาขู่

“ถ้ากูเห็นมึงโผล่หัวมาอีก กูสับคอมึงขาด...มึงจะมาอีกไหม”

บุญช่วยส่ายหน้า แนบพอใจกระทืบยอดอกเขาอีกครั้งแล้วเดินลอยชายกลับไปที่รถ รายงานพริ้งว่ามันจะไม่กลับมาอีกแน่นอน พริ้งกลัวหลวงเสนาะจะเล่นงานฐานผิดสัญญาแม้บุญช่วยจะเป็นฝ่ายมาวอแว สั่งให้แนบปิดปากไว้อย่าบอกใครเด็ดขาด ขี้เกียจมีปัญหา แล้วสั่งให้กลับบ้านไม่ไปไหนแล้ว แนบจะออกรถแต่นึกอะไรขึ้น มาได้ เดินไปเปิดกระโปรงท้ายรถหยิบผ้าคลุมไหล่มาให้พริ้งจะได้ไม่มีใครเห็นเสื้อผ้าที่ถูกบุญช่วยทำขาดรุ่งริ่ง

“ของใคร”

“ของผู้หญิงเก่าๆของคุณหลวงลืมไว้ ผมยังไม่ได้ทิ้ง”

พริ้งทำท่าจะไม่เอา แนบเตือนถ้าแม่แล่มเห็นเสื้อขาดๆของเธอต้องเป็นเรื่องแน่ เธอถึงได้ยอมรับผ้าคลุมไว้ และทำให้พริ้งไว้ใจแนบมากขึ้น โดยไม่รู้ว่าเขาเป็นนกสองหัว...

ทางด้านบุญช่วยในสภาพสะบักสะบอมเดินโซซัดโซเซมาถึงหน้าบ้านตัวเองต้องชะงักเมื่อเห็นแม่เอมนั่งรออยู่พร้อมกับกระเป๋าใส่เสื้อผ้า เขาถึงกับเข่าอ่อนร้องไห้โฮ

แม่เอมเข้าไปประคองลูกเอาไว้ร้องไห้ไปด้วยกัน หลังจากปาดน้ำตาทิ้ง แม่เอมพาบุญช่วยเข้าไปทำแผลในบ้าน

“อาแกไปบอกฉันว่าแกกำลังแย่...ไม่ขายที่แล้วรึ”

บุญช่วยยิ่งเสียใจที่ได้ยินเรื่องที่ดิน ต้องเมินหน้าหนีไม่กล้าสู้หน้า แม่เอมเห็นสภาพบ้านรกรุงรังไม่ได้รับการดูแล ทำแผลให้ลูกเสร็จก็ไปเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน บุญช่วยเห็นแม่งกๆเงิ่นๆเก็บบ้านก็ยิ่งสะเทือนใจ สุดท้ายคนที่อยู่เคียงข้างตัวเองไม่ทิ้งไปไหนก็คือแม่นั่นเอง คราวนี้เขาปล่อยโฮก่อนจะกัดฟันรวบรวมกำลังถลาเข้าไปกราบแทบเท้าท่าน ขอโทษที่เคยทำไม่ดีเอาไว้ แม่เอมทรุดลงไปกอดลูกร้องไห้

“แม่จะอยู่กับแกเอง อยู่กันสองคนเหมือนที่เคยอยู่ อะไรที่มันผ่านมาก็ให้มันผ่านไป ลืมๆมันไปซะ เริ่มต้นใหม่นะลูก”

“ผมจะพยายาม” บุญช่วยร้องไห้กอดแม่ไว้อย่างต้องการที่พึ่ง แต่ในใจยังอาลัยพริ้งเหลือเกิน ถึงอย่างไรก็ตัดใจจากเธอไม่ขาด

ooooooo

พริ้งฝันร้ายเห็นบุญช่วยถูกแนบซ้อมสะบักสะบอม ตกใจสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกหายใจหอบเหงื่อท่วมตัว หันมองไปข้างๆ หลวงเสนาะยังนอนหลับไม่รู้เรื่อง เธอล้มตัวลงนอนแต่ไม่สามารถข่มตาหลับได้ ไม่รู้จะทำอย่างไรลุกออกจากห้องลงไปที่มุมเครื่องดื่ม คว้าเหล้ามาหนึ่งขวดเผื่อจะช่วยดับอารมณ์ได้

จากนั้นเธอออกไปนั่งดื่มเหล้าในสวนข้างบ้าน รินเหล้าใส่แก้วจนเต็มแล้วกระดกรวดเดียวหมด รสชาติขมปร่าแต่ก็ซู่ซ่าไปทั้งตัว เธอรินดื่มอีกหนึ่งแก้วเต็มๆ คราวนี้รู้สึกดีขึ้นมาก เริ่มผ่อนคลาย เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ แหงนหน้าขึ้นมองดวงจันทร์สวยบนท้องฟ้า อยู่ๆเปรมฤทัยยื่นหน้ามาบังดวงจันทร์ไว้ เธอรีบนั่งตัวตรงฉีกยิ้มด้วยความดีใจ ก่อนจะตัดพ้อต่อว่าว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่บอกกันบ้าง

“เมื่อสักครู่นี่เองครับ ผมไม่อยากบอกใครล่วงหน้า อยากกลับตอนไหนค่อยกลับ คุณพริ้งดื่มทำไมครับ”

เธอหน้าเจื่อนเพราะจับน้ำเสียงได้ว่าเขาไม่ค่อยจะชอบใจกับสิ่งที่เธอทำอยู่ พริ้งไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมเวลาที่อยู่ใกล้เขารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง เขาถามว่าทะเลาะกับคุณพ่อหรือถึงต้องดื่มเหล้า เธอส่ายหน้า ไม่เคยทะเลาะกับคุณหลวงสักครั้ง เปรมฤทัยตั้งข้อสังเกตแสดงว่ามีความสุขและสบายใจที่อยู่ที่นี่

“ค่ะ ฉันมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่ ความสุขที่ฉันไม่เคยรู้สึกกับใครที่ไหนมาก่อน” พริ้งหมายถึงเปรมฤทัยแต่เจ้าตัวกลับคิดว่าเป็นหลวงเสนาะ ประชดประชันถ้าเป็นอย่างนี้เธอคงอยู่ที่นี่ได้นานกว่าคนอื่นๆของท่าน

“ค่ะ ฉันจะอยู่ที่นี่ให้นาน...นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” ว่าแล้วพริ้งยื่นหน้าเข้าไปหาเปรมฤทัยซึ่งรีบลุกหนี เตือนว่าเธอเมาแล้ว เธอหัวเราะร่วนไม่เห็นจะเมาตรงไหน รู้สึกสนุกด้วยซ้ำแล้วรินเหล้าใส่แก้วจะดื่มอีก เขาแย่งไปจากมือ ขอร้องให้พอได้แล้วอย่าดื่มอีกเลย พริ้งตัดพ้อจะมาสนใจทำไมในเมื่อเขาเกลียดเธอ เขาไม่เคยเกลียดเธอแม้แต่น้อย พริ้งยิ้มดีใจถ้าอย่างนั้นต้องดื่มฉลอง แย่งแก้วคืนจากเปรมฤทัยซึ่งยื้อไว้ไม่ยอมให้

ยื้อกันไปยื้อกันมาเหล้าในแก้วกระฉอกรดเสื้อคลุมชุดนอนของพริ้งเปียกและกระเด็นใส่เสื้อเปรมฤทัยด้วย เธอถอดเสื้อคลุมออกทันทีเผยให้เห็นทรวดทรงที่มีเพียงชุดนอนตัวเดียวสวมอยู่โดยไม่ได้ตั้งใจจะอวด เขาตกใจรีบจับเสื้อคลุมเธอกลับเข้าที่ เธอพยายามจะถอดออกเพราะทั้งเหม็นทั้งเปียก

เขาจับเธอใส่เสื้อคลุมกลับเข้าไปอีกครั้งแล้วกอดเธอเอาไว้จะได้ไม่ต้องถอดมันอีก ใบหน้าของทั้งคู่แทบจะชนกัน เปรมฤทัยใจเต้นไม่เป็นส่ำ พริ้งเห็นเขาตื่นเต้น ก็จงใจยั่วยวน

“ไม่ห้ามฉันแล้วรึ...ทำไมล่ะ ตอนนี้อยากให้ฉันถอดแล้วรึ ว่าไงล่ะคะคุณเปรม”

คนถูกเรียกได้แต่ยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายความรู้สึกฝ่ายต่ำก็ชนะ เปรมฤทัยจูบพริ้งอย่างดูดดื่ม เธอจูบตอบเขาด้วยความเต็มใจ แม่แล่มสอดส่องสำรวจความเรียบร้อยของบ้าน มองจากหน้าต่างออกมาเห็นเงาตะคุ่มๆของทั้งคู่กำลังจูบกัน คิดว่าตาฝาด ลองขยี้ตามองอีกครั้ง เห็นเต็มสองตาถึงกับอ้าปากค้าง

“กูว่าแล้ว อีพริ้ง...คุณเปรม” พูดได้แค่นั้นแม่แล่ม วิ่งไปเคาะประตูห้องปลุกหลวงเสนาะให้ลงมาดู

ooooooo

ตัณหาราคะทำให้ศีลธรรมในใจของเปรมฤทัยหดหาย เขาระดมจูบไปทั่วตัวพริ้งซึ่งพร่ำถามว่ารักเธอไหม

“ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน ผมหยุดคิดถึงคุณไม่ได้เลยทั้งๆที่ผมพยายามห้ามใจแล้ว” เปรมฤทัยซุกไซ้

พริ้งอีกสักพักสติเริ่มกลับมาดึงตัวเธอออกมามองหน้า ขณะที่อีกฝ่ายยังหลับตาพริ้มฝันหวานอยู่

“คุณรักฉันใช่ไหม บอกฉันสิ ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ทำแบบนี้กับฉัน”

“ผมขอโทษ ผมรักคุณไม่ได้คุณเป็นเมียพ่อผม นรกจะกินหัวผมตาย โอย...นี่ผมทำอะไรลงไป” เปรมฤทัยว้าวุ่นใจไปหมด พริ้งอยากได้เขาเหลือเกินสวมกอดเอาไว้ พยายามยั่วยวนสุดกำลัง แล้วถ้าเธอไม่ได้เป็นเมียพ่อของเขาเขาจะรักเธอไหม เปรมฤทัยยังคงนิ่งอึ้ง...

อีกมุมหนึ่งที่โถงบันไดชั้นบน แม่แล่มเดินนำหลวงเสนาะพร้อมกับเร่งให้เดินเร็วๆ จะได้เห็นกับตาตัวเองว่าเปรมฤทัยกับพริ้งกำลังเล่นชู้กัน เขาเร่งจนขาขวิดเกือบตกบันได แม่แล่มต้องช่วยพยุงให้เดินต่อ...

เปรมฤทัยหันหลังจะไปแต่พริ้งรั้งตัวไว้พยายามจะให้เขาสารภาพความในใจ เขากลับบอกให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นให้หมด เขาผิดเองที่ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ฉวยโอกาสตอนเธอเมาขอโทษด้วยจริงๆ พริ้งอยากได้เขามาก สารภาพว่ารักเขา ยืนยันว่าที่พูดออกมามีสติไม่ได้เมา เธอรักเขาเพราะเขาดีกับเธอในวันที่เธอไม่มีใคร เขาจริงใจกับเธอไม่ได้หวังจะได้อะไรตอบแทน เขาต่างจากผู้ชายทุกคนที่เคยเข้ามาในชีวิตของเธอ...

ด้วยความแก่ทำให้หลวงเสนาะเชื่องช้ากว่าจะมาถึงเปรมฤทัยรู้ตัวก่อนรีบหลบไปจากตรงนั้นแล้ว เหลือแค่พริ้งที่ส่งยิ้มสวยให้พร้อมกับถามว่าตื่นขึ้นมาทำไม ทั้งคู่พยายามกวาดตามองหาเปรมฤทัยแต่ไม่พบ เธอแกล้งถามว่ามองหาใคร แม่แล่มตวาดแว้ดว่ามองหา

คุณเปรมเมื่อครู่นี้ยังเห็นกอดจูบกับเธอนัวเนียอยู่ตรงนี้ เธอเอาเหล้าสาดหน้าแม่แล่ม แกล้งโกรธกลบเกลื่อนทำท่าจะเอาเรื่อง แม่แล่มวิ่งไปหลบหลังคุณหลวง

“ว้าย...คุณหลวงช่วยแล่มด้วยค่ะ”

หลวงเสนาะรีบพลิกตัวกลับไปหลบหลังแม่แล่มแล้วดันเธอไปให้พริ้ง “ฉันเตือนแล้วว่าอย่าก่อเรื่อง คราวนี้ ฉันคงช่วยไม่ได้แล้วล่ะ” ไม่ทันขาดคำ พริ้งตบแม่แล่ม หน้าคะมำ

ooooooo

คนกล่าวหากลายเป็นจำเลยเสียเองเนื่องจากไม่มีหลักฐานและนอกจากเธอแล้วก็ไม่มีใครในบ้านเห็นอะไรอีกด้วย แถมเปรมฤทัยก็ไม่ยอมมาปรากฏตัวได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ

“ขอโทษนะแม่แล่ม”

แม่แล่มเห็นเปรมฤทัยยืนหลบๆอยู่ก็ร้องเอะอะให้หลวงเสนาะเรียกมาสอบถาม ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นปกติเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ หลวงเสนาะซึ่งเห็นคราบเหล้าเปรอะเสื้อลูกชายถึงกับอึ้ง

“แม่แล่มเขาเห็นแกกับคุณพริ้งทำบัดสีที่สวน”

เปรมฤทัยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พริ้งกลัวเขาจะออกอาการพิรุธให้จับได้ เร่งให้หลวงเสนาะชำระความ ท่านไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่นในเมื่อไม่มีหลักฐานมาสนับสนุน จึงต้องไล่แม่แล่มออก พริ้งยิ้มสะใจที่กำจัดหอกข้างแคร่ได้ ส่วนเปรมฤทัยไม่สบายใจที่ทำให้แม่แล่มต้องเดือดร้อน หลวงเสนาะหันไปสั่งแนบ

“จัดการพาแม่แล่มไปส่งในที่ที่เขาจะไป เดี๋ยวฉันจะให้เงินติดตัวไปสักก้อนเอาไปใช้ตั้งต้นชีวิตใหม่...

แม่พริ้งขึ้นห้องเถอะ ฉันเหนื่อยแล้ว” หลวงเสนาะลุกขึ้น พริ้งรีบเข้าไปพยุงอย่างเอาใจ แม่แล่มถลามาเกาะขาท่าน

“คุณหลวงอย่าไล่แล่ม แล่มอยากอยู่รับใช้คุณหลวง”

หลวงเสนาะยืนนิ่งเก็บความเจ็บปวดและเสียใจที่ต้องขับไล่คนสนิทเอาไว้ในใจ พริ้งหมั่นไส้กระชากเธอเหวี่ยงกระเด็นไล่ตะเพิดไปให้ไกลๆ หลวงเสนาะต้องขอร้องแม่แล่มให้หยุดได้แล้ว เปรมฤทัยทนดูไม่ได้ลุกหนี ท่านเห็นท่าทางของลูกชายก็ยิ่งมั่นใจว่าแม่แล่ม พูดความจริงแต่กลับนิ่งเฉยไม่พูดอะไร...

ในเวลาต่อมา ขณะเปรมฤทัยกำลังจะเข้าห้อง หลวงเสนาะออกจากห้องมาพร้อมกับพริ้งร้องเรียกเอาไว้ แล้วเข้าไปดมๆเสื้อ นี่ดื่มเหล้าด้วยหรือ ท่านได้กลิ่นจากตัวเขา เปรมฤทัยรีบก้มดมมีกลิ่นอย่างท่านว่า แถมยังเห็นรอยเปื้อนเป็นคราบอีกด้วยถึงกับหน้าถอดสี

“ว่าไง ฉันไม่เคยเห็นแกแตะของพวกนี้ ออกจะเกลียดด้วยซ้ำ”

พริ้งรีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ “ตอบคุณพ่อไปสิคุณเปรม เอ๊ะ...หรือว่าที่กลับบ้านมาดึกๆดื่นๆ แบบนี้เพราะแวะไปสังสรรค์กับเพื่อนคะ”

เปรมฤทัยรับลูกทันทีว่าไปบ้านเพื่อนมา จริงๆ แล้วเขาไม่ได้อยากดื่มเพื่อนคะยั้นคะยอจะให้ดื่มให้ได้ ยื้อแก้วกันไปมาจนเหล้าหกใส่เสื้อผ้าอย่างที่คุณพ่อเห็น ในเมื่อจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน หลวงเสนาะจำต้องกล้ำกลืนไว้ แล้วจงใจพูดเย้ยว่าได้กลิ่นตัวพริ้งผสมกับกลิ่นเหล้าทำให้ตนคึกคักเป็นพิเศษอยากจะให้เธอได้เจอกับหลวงผงาดแล้วอุ้มเธอเดินลิ่วกลับห้อง เปรมฤทัยมองตามสับสนในหัวใจ

ooooooo

หลวงเสนาะตื่นขึ้นในตอนเช้าด้วยอาการร่าเริงเป็นพิเศษเพราะสามารถขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดได้สำเร็จ คุยอวดลั่นโต๊ะอาหาร ยิ่งเห็นเปรมฤทัยมานั่งร่วมโต๊ะด้วยยิ่งสนุกปากใหญ่เพราะต้องการให้ลูกรับรู้ และต้องการเสี้ยมให้ลูกกับพริ้งแตกหักกัน ส่วนพริ้งผสมโรงด้วยเพราะอยากตรวจสอบว่าเปรมฤทัยมีใจให้ตัวเองจริงหรือเปล่า

สองผัวเมียพยายามจะเอาเรื่องในที่ลับมาคุยในที่แจ้ง เปรมฤทัยทนฟังไม่ไหวขอร้องให้เอาเรื่องนี้ไปพูดที่อื่นได้ไหม ตรงนี้มันโต๊ะอาหารคงไม่เหมาะ หลวงเสนาะโวยวายจะพูดตรงไหนก็ได้เพราะนี่บ้านของตน

“งั้นผมขอตัวครับ เห็นแม่แล่มกำลังจะไป คุณพ่อไม่ออกไปส่งหน่อยเหรอครับ”

ท่านอ้างว่าไม่ว่าง เปรมฤทัยไม่เซ้าซี้อะไรลุกออกมา พริ้งยังส่งเสียงดังอ้อนหลวงเสนาะตั้งใจให้เปรมฤทัยได้ยิน เขาต้องเร่งเดินหนีให้พ้น...

ขณะแม่แล่มยืนร้องไห้อยู่ข้างรถระหว่างรอแนบยกข้าวของใส่กระโปรงท้าย หันไปเห็นเปรมฤทัยเดินเข้ามา เตือนว่าวันนี้ถึงไม่มีใครรู้ใครเห็นความชั่วของเขากับพริ้ง แต่ฟ้าดินรับรู้ จุดจบของคนเล่นชู้ ลูกอกตัญญู รู้ไหมว่าจะเป็นอย่างไร เขารีบตัดบทอวยพรให้เธอโชคดีและขอบใจสำหรับทุกอย่างที่ทำให้เขาแล้วเดินหนี

“อีพริ้งมันจะทำให้ชีวิตคุณสองพ่อลูกพบกับความฉิบหาย” แม่แล่มตะโกนไล่หลัง

แนบเข้ามาฉุดแม่แล่มจะให้ขึ้นรถก็เลยมีปากเสียงกัน เธอคุมสติไม่อยู่ไม่ยอมไปจากที่นี่ ประกาศลั่น คนที่ต้องไปคืออีนังพริ้ง แล้ววิ่งปรู๊ดเข้าในตัวตึก ตรงไป กระชากผมศัตรูหัวใจลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วตบซ้ายตบขวา แนบรีบเข้าไปดึงตัวออกแต่แม่แล่มกำลังโมโห จนขาดสติ จิกตบพริ้งที่ไม่ทันตั้งตัวไม่ยั้ง

“อย่ามาห้ามกูไอ้แนบ กูจะฆ่ามึงอีพริ้ง มึงแย่งทุกอย่างในชีวิตกูไป แล้วกูจะไปอยู่กับใคร กูไม่มีใครกูมีแต่คุณหลวงคนเดียว” แม่แล่มแรงมหาศาลแนบเอาไม่อยู่ เปรมฤทัยต้องเข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่ง

พริ้งสลัดหลุดมาได้ พุ่งไปตบตีเอาคืนแม่แล่ม กระชากหัวลากไปกระแทกกับกำแพงอย่างแรงหงายหลังล้มหัวฟาดพื้นหมดสติ ทุกคนตกใจกับสภาพของแม่แล่ม ส่วนพริ้งยืนมองอริราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเหมือนไม่ใช่สายตาของคน...

แม่แล่มถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอาการไม่หนักมาก แต่หมอต้องเย็บแผลที่หัวหลายเข็ม พริ้งไม่พอใจที่สองพ่อลูกพากันไปเฝ้าดูอาการนังนั่น เห็นอะไรขวางหู ขวางตาไปหมด ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรดี หันไปดื่มเหล้า ดับอารมณ์ ดื่มจนตาลายเห็นหลวงเสนาะเป็นเปรมฤทัย โชคดีที่ยั้งปากไว้ทันไม่เรียกชื่อชู้รักออกมา...

หลวงเสนาะเห็นพริ้งมีสติกลับมาแล้ว จึงขอร้องอย่าดื่มเหล้าอีกเลย กลุ้มใจเรื่องอะไรระบายให้ตนฟังก็ได้ อย่าไปลงกับขวดเหล้ามันไม่ดีต่อสุขภาพ ตนอยากให้เธอดูแลตัวเองดีๆ เผื่อจะมีลูก

“ถ้ามีลูก ฉันจะได้ทำพินัยกรรมยกสมบัติไว้ให้แม่พริ้งกับลูกซะเลยทันที แบ่งกับไอ้เปรมคนละครึ่ง”

พริ้งตาวาวเมื่อได้ยินคำว่าพินัยกรรมกับสมบัติ อดสงสัยไม่ได้ทำไมหลวงเสนาะถึงอยากมีลูกนัก การมีลูกกับพริ้งเป็นความภาคภูมิใจเพราะแกจะเป็นลูกที่ตนรักไม่เหมือนเปรมฤทัยซึ่งเป็นลูกชังเพราะเกิดจากแม่ที่ตนไม่ได้รัก แต่ตนรักพริ้งแล้วเข้ามากอดมาหอม ถามว่ารักตนบ้างหรือยัง

“มันขึ้นอยู่กับคุณหลวงไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉัน” แม้พริ้งจะรำคาญที่หลวงเสนาะมานัวเนียแต่จำต้องปล่อยให้เขาทำตามใจ...

ooooooo

หลวงเสนาะกำลังจะออกจากบ้านไปกับลูกน้อง เปรมฤทัยเข้ามาขอร้องอย่าไล่แม่แล่มได้ไหม ท่านก็ได้ยินแล้วว่าแกไม่มีใครอีกแล้ว หลวงเสนาะอ้างรับปากพริ้งไปแล้ว ถ้าอยากจะขอก็ต้องไปขอเธอเอง เปรมฤทัยยินดีจะไปขอพริ้งถ้าคุณพ่ออนุญาต หลวงเสนาะอยากให้แม่แล่มอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เลยอนุญาต

“หวังว่าแม่พริ้งจะใจอ่อนนะ”

“ขอบคุณครับที่คุณพ่อยังเห็นใจแม่แล่ม” จากนั้น เปรมฤทัยมารอท่าพริ้งอยู่ที่โถงบันไดชั้นล่าง เธอยิ้มดีใจหันซ้ายหันขวาไม่เห็นใครอยู่แถวนั้น ถลาเข้าหา แต่พอรู้ว่าเขาแค่จะขอให้แม่แล่มอยู่ที่นี่ต่อเธอถึงกับหน้าหงิกใส่ ทีแรกเธอลีลาท่ามากจะไม่ยอม แต่สุดท้ายอยากให้เขาประทับใจจึงยอมให้แม่แล่มอยู่ต่อไปได้

“ฉันทำทุกอย่างได้เพื่อคุณ ขอแค่คุณบอก”

เปรมฤทัยรีบขอบคุณแล้วเดินหนี พริ้งจะตามแต่สาวใช้เข้ามารายงานเสียก่อนว่าช้อยมาหา...

ครู่ต่อมา ระหว่างพริ้งพาช้อยเดินมาตามทางเดิน ใกล้ตัวบ้าน ช้อยถามว่าผัวไม่อยู่ใช่ไหม จะได้คุยคล่องปาก หน่อยเพราะเอาข่าวเรื่องบุญช่วยมาบอก เธอส่ายหน้าคุณหลวงออกไปธุระเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้วถามว่ามีอะไร ได้ความว่าบุญช่วยกลับไปอยู่บ้านสวนที่ระยองพร้อมกับแม่ของเขาแล้ว

“ก็คงจะคิดได้แล้วล่ะว่าที่สุดแล้ว รักแท้คือแม่ของตัวเอง”

พริ้งไม่พอใจหาว่าพี่สาวแขวะ เธอไม่ได้แขวะแค่พูดไปตามความจริง เปรมฤทัยกำลังจะออกไปข้างนอก ชะงักเมื่อเห็นช้อยแต่ก็รีบยกมือไหว้เพราะอ่อนวัยกว่า พริ้งแนะนำว่าเขาเป็นลูกคุณหลวงและแนะนำช้อยว่าเป็นพี่สาว เขายินดีที่ได้รู้จัก พอดีนัดเพื่อนไว้ต้องรีบไป

“เอ่อ ผมต้องเรียกคุณป้าช้อยสินะครับเพราะคุณพริ้ง มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงผม พี่สาวแม่ก็คือป้า”

ช้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าเปรมฤทัยกำลังแขวะพริ้ง ถ้าเขาอยากเรียกอะไรก็ตามสบาย เขาไหว้ลาเธอแล้วรีบร้อน ออกไป พริ้งบอกให้ช้อยไปรอที่สวนก่อน มีธุระต้องคุยกับลูกเลี้ยง แล้วจ้ำพรวดๆตามเปรมฤทัยจนทัน คาดคั้นให้บอกว่าที่มาคอยแขวะเธอเพราะจริงๆแล้วเขาก็รักเธอเช่นกัน แล้วเดินรุกไล่เข้าหา เขาถอยหนี ช้อยมาเห็นพอดีถึงกับตะลึงกับสายตาและท่าทางของน้องสาวที่มีต่อลูกเลี้ยง เปรมฤทัยขอร้องว่าไม่ควรทำแบบนี้

“ควรเพราะฉันต้องการรู้ว่าคุณคิดยังไงกับฉันกันแน่”

“ใครมาเห็นมันจะไม่ดี อาจเป็นเรื่องขึ้นมาอีก”

พริ้งไม่สนเดินรุกไล่เข้าหาอีก ช้อยทนไม่ไหวรีบเข้าไปขัดจังหวะทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ เปรมฤทัยสบช่อง เดินหนีออกไปอย่างโล่งใจ ช้อยรอจนเขาลับสายตาก็หันไปเอ็ดพริ้งทำไมทำท่าเหมือนจะกินลูกเลี้ยงเข้าไป ทั้งตัวแบบนั้น คิดอะไรอยู่หรือ เธอปฏิเสธว่าไม่ได้คิดอะไร หรือช้อยกลัวตนจะคิด

“ไม่ได้กลัวเรื่องนั้น แต่กลัวว่าต่อไปถ้ายายหนูลูกพริ้งโตขึ้น แกจะรู้สึกอย่างไรถ้ารู้ว่าแม่ตัวเองมีผัว

ตั้งเจ็ดคน ไม่คิดถึงตัวเองก็คิดถึงลูกบ้าง ที่เป็นอยู่ก็สบายดีอยู่แล้วไม่ใช่รึ อย่าวิ่งไล่ตามใครอีกเลย”...

แม้คำเตือนของช้อยจะสะกิดใจพริ้ง แต่ก็เป็นได้แค่ชั่วครู่ กิเลสเอาชนะคำเตือนได้อีกครั้ง เธอมุ่งมั่นหาทางจัดการเรื่องเปรมฤทัยโดยไม่มีหลวงเสนาะเป็นอุปสรรคด้วยการแวะร้านขายยาซื้อยานอนหลับกลับบ้านหวังจะผสมในเครื่องดื่มให้เขา สั่งเด็กรับใช้ว่าต่อไป

ตนจะเป็นคนเตรียมเครื่องดื่มก่อนนอนให้เขาเอง แล้วเอายานอนหลับบดจนละเอียดผสมลงในเครื่องดื่มให้หลวงเสนาะดื่ม

พริ้งรอจนแน่ใจว่าเขาหลับไปแล้ว มาดักรอเปรมฤทัยอยู่หน้าห้อง พอเขาเปิดประตูออกมา เธอผลักเขากลับเข้าข้างในแล้วปิดประตูตามหลัง เขาพยายามจะดันเธอออกจากห้อง แต่เธอขืนตัวไว้ บอกว่าไม่ต้องกลัวว่าคุณหลวงจะมาเห็นเพราะท่านไม่มีทางตื่น เปรมฤทัยตกใจ เธอทำอะไรกับคุณพ่อ

“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ได้เอาถึงตาย แค่ทำให้หลับนานๆ หลับลึกๆ ไม่ตื่นง่ายๆ”

“คุณต้องการอะไรจากผมอีกนะคุณพริ้ง” เปรมฤทัยเดินหนีไปนั่งบนเตียง พริ้งตามมาคุกเข่าตรงหน้า จับมือเขาไว้ เธอแค่อยากให้เขาพูดความจริงว่ารู้สึกอย่างไรกับเธอกันแน่ ถ้ารักเธอได้โปรดบอกว่ารัก เขาใจอ่อนยวบค่อยๆเชยคางเธอขึ้นมาจะจูบแต่ความรู้สึกผิดชอบ
ชั่วดีทำให้เขาผละหนีเดินไปอีกมุมหนึ่งของเตียง ร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรกับความรู้สึกขัดแย้งกันเองนี้ดี พริ้งเข้าไปกอดเขาไว้ เขายิ่งร้องไห้หนักขึ้นอีก

“ผมทำร้ายคุณพ่อไม่ได้ ออกไปเถอะคุณพริ้ง ออกไป...ผมบอกให้ออกไป อย่ามายุ่งกับผมอีก” เปรมฤทัยสั่งเสียงเฉียบ พริ้งตกใจที่ถูกตวาดมองเขาด้วยน้ำตานองหน้า รู้สึกปั่นป่วนในหัวใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement