พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 12 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 12


27 พ.ค. 2560 08:04
1,038,780 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

พริ้งก้าวเข้าไปในห้องนอนเป้าหมายด้วยใบหน้าเรียบเฉยพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง หลวงเสนาะนั่งรอท่าอยู่ที่เก้าอี้ปลายเตียงยิ้มสบายอารมณ์ เธอมองไปที่เตียงเห็นโรยด้วยกลีบกุหลาบราวกับเป็นเตียงสำหรับส่งบ่าวสาวเข้าหอก็ยิ่งนึกรังเกียจ เขาลุกขึ้นเชื้อเชิญ

“เข้ามาสิ แม่พริ้ง ปิดประตูให้ฉันด้วย”

หญิงสาวยังคงยืนนิ่ง คอเชิดมองไปที่หลวงเสนาะซึ่งไม่ค่อยพอใจนักกับท่าทีที่ไม่ยอมลงให้ของเธอ แต่เมื่อเห็นทรวดทรงองค์เอวและความสวยของเธอ ใจเขาอ่อนยวบเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา ชมไม่หยุดปากว่าเธอแต่งตัวสวยถูกใจเขามาก เธอหยอดคำหวานว่าตั้งใจแต่งสวยมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ เขาอยากจะขย้ำเธอให้รู้แล้วรู้รอด แต่ต้องอดกลั้นเอาไว้ หวังว่าคำตอบของเธอคงจะตรงใจเขา

“ปิดประตูก่อนสิคะ แล้วฉันจะตอบคุณหลวง”

หลวงเสนาะไม่เหลือมาด รีบเดินไปปิดประตูตามที่พริ้งสั่งอย่างว่าง่าย...

ขณะที่พริ้งกำลังจะมีผัวคนที่หก บุญช่วยแวะมาบอกช้อยว่าพริ้งกลับมาอย่างปลอดภัยครบสามสิบสอง นี่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่เขามาที่นี่ แต่มีเรื่องจะปรึกษากับช้อยอีกด้วย

“ผมกำลังกลัว มีอะไรบางอย่างในใจคุณพริ้งที่ผมเข้าไปไม่ถึงและคุณพริ้งกำลังไม่พอใจที่อยู่กับผม”

ช้อยสงสารเขาจับใจ แต่ไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไร...

ในเวลาเดียวกัน หลวงเสนาะประคองพริ้งนั่งลงบนเตียง ใช้มือลูบไล้ไปตามเนื้อตัวเธออย่างหื่นกระหาย เธอปัดมือเขาออกจะขอคุยธุรกิจให้รู้เรื่องก่อน บอกดิบดีว่าคุยก่อนก็ได้ แต่เขากลับทนไม่ไหวผลักเธอลงนอนแล้วจะขึ้นคร่อม เธอรู้ทันพลิกตัวหลบลุกพรวดขึ้นยืน แต่สายตายังมองเขาอย่างยั่วยวน

“หรือจะให้ฉันหนีกลับซะตอนนี้ เพราะท่าทางคงคุยกับคุณหลวงไม่รู้เรื่องซะแล้ว”

“อย่าจ้ะ อย่าเพิ่งกลับ คุยก็คุยจ้ะ โถแม่คุณ อย่าใจน้อยนักสิจ๊ะ ไหนว่ามาสิจะคุยเรื่องอะไร”

พริ้งลงนั่งบนเตียงอย่างเดิม จะขอคุยเรื่องบ้านแล้วขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ หลวงเสนาะมองตาโตตื่นเต้นแทบเก็บอาการหื่นไม่อยู่ เธออยากรู้เขาจะจัดการเรื่องบ้านของเธออย่างไร หลวงเสนาะต้องการให้เธอเลิกกับผัวแล้วมาอยู่กับเขาซึ่งถูกใจเธอมากจนไม่ถือสา ถ้าเธอยอมมาอยู่ด้วยเขาจะยกดอกเบี้ยให้

“ค่าตัวของฉันเท่านี้เองรึกับการที่ฉันต้องลงทุนเลิกกับผัว ฉันจะถูกตราหน้าว่ายังไง ฉันมีแต่จะเสียกับเสีย” พริ้งพยายามต่อรองให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ไหนๆจะต้องขายตัวทั้งที

ooooooo

บุญช่วยเดินซึมออกจากบ้านสวนของช้อยทั้งเครียดทั้งกลัวเมื่อนึกถึงสิ่งที่ช้อยเพิ่งบอกเกี่ยวกับพริ้ง เธอเล่าว่าพริ้งเป็นคนประเภทที่อยากได้อะไรต้องได้ แต่อยากถามว่าหากเขาหาให้เธอไม่ได้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น

“ผมอยากให้คุณพริ้งมีความสุขมากที่สุด ผมพยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ แต่บางทีผมก็ไม่รู้เลยว่าความสุขของคุณพริ้งอยู่ตรงไหนกันแน่ ผมทำตัวไม่ถูกเลยครับ”

“ไม่มีใครรู้หรอก ฉันเองก็ไม่รู้ พริ้งเองก็เถอะอาจจะไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าความสุขจริงๆนั้นอยู่ตรงไหน”

“แล้วผมต้องทำอย่างไรดีครับ”

ช้อยแนะให้ทำในสิ่งที่ทำได้เท่านั้นก็พอ และขอเตือนบุญช่วยด้วยความปรารถนาดีในฐานะที่เป็นลูกชายของคุณพระเวทย์ว่ารักได้แต่ต้องมีสติ ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่เรารัก ถ้าวันหนึ่งผลที่ออกมาคือความผิดหวังก็อย่าเสียใจเพราะคุณได้ทำเต็มที่แล้ว

“ผมรักคุณพริ้งมากเหลือเกิน ผมไม่อยากเสียใจ ผมไม่อยากเป็นแค่อดีตสามีของคุณพริ้ง” บุญช่วยคร่ำครวญ ช้อยถอนใจหนักใจ ท่าทางคงเตือนเขายากเสียแล้วจึงไม่พูดอะไรอีก...

พริ้งเห็นหลวงเสนาะนั่งจิบน้ำชาใช้ความคิดเงียบๆ ตัดสินใจใช้ไม้ตาย ถ้าเขาไม่ให้ราคาเธอจริงๆก็ไม่เป็นอะไร ถ้าอย่างนั้นก็เชิญยึดบ้านเธอไปได้เลย แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าเตรียมจะออกจากห้องแต่เชื่องช้าราวกับภาพสโลว์ หลวงเสนาะถึงกับลุกพรวดร้องเรียกไว้ตัดพ้อต่อว่าว่าไม่เวทนากันบ้างเลยหรือ

“ฉันก็อยากจะถามกับคุณหลวงแบบนี้เหมือนกัน”

หลวงเสนาะอยากได้ตัวพริ้งมากยอมคืนบ้านที่เอามาจำนองให้ แต่ไม่วายมีข้อแม้เพื่อเป็นหลักประกันว่าเธอจะไม่ทำให้เขาขาดทุน โดยจะให้เธอทำสัญญาว่าจะไม่หนีไม่เปลี่ยนใจในระหว่างนี้

“สัญญาสัก 1 ปี ถ้าแม่พริ้งผิดสัญญา บ้านก็จะกลับมาเป็นของฉัน แต่ถ้าแม่พริ้งทำให้ฉันพอใจและมีความสุขไปเรื่อยๆมากกว่าที่ทำสัญญาไว้ อย่าว่าแต่บ้านเลย มากกว่านี้ฉันก็ยกให้ได้” หลวงเสนาะว่าแล้วเข้ามากอดพริ้งเอาไว้ “ตกลงนะจ๊ะ ระหว่างนี้ฉันจะไม่รักใครเลย นอกจากแม่พริ้งคนเดียว”

แม้จะขยะแขยงแต่พริ้งก็รับข้อเสนอแล้วโผกอดคอหลวงเสนาะยั่วยวนเต็มที่ รับปากจะทำให้เขาสำลักความสุขทุกวัน ถ้าเขาให้เธอได้อย่างที่พูด ความหื่นของเขาแทบจะล้นออกมาชวนเธอขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดด้วยกัน แล้วเหวี่ยงเธอลงไปนอนบนเตียง ก่อนจะพุ่งหลาวตาม

ooooooo

อีกมุมหนึ่งในห้องรับแขก เปรมฤทัยไม่มีสมาธิจะอ่านหนังสือเรียน คอยมองไปทางบันไดรอว่าเมื่อไหร่พริ้งจะลงมา แม่แล่มเดินนำสาวใช้ถือสำรับอาหารกลางวันและเครื่องชงยาหอมเดินผ่านหน้า เขาร้องทักต้องเอาไปส่งที่ห้องเลยหรือ แม่แล่มสั่งให้สาวใช้เอาของขึ้นไปวางที่โต๊ะหน้าห้องก่อน เดี๋ยวตนจะเคาะประตูบอกท่านเอง

“คุณหลวงไม่อยากเสียเวลาลงมาค่ะ” แม่แล่มเห็นเปรมฤทัยถอนใจ แกล้งถามว่าเป็นห่วงคุณพ่อหรือเป็นห่วงอีกคนหนึ่ง “ไม่ต้องเป็นห่วงคุณพ่อหรอกค่ะแล่มเตรียมยาหอมให้แล้ว ส่วนอีกคนจะสึกหรออะไรนักหนา คุณพ่อเป็นยังไงคุณเปรมก็น่าจะรู้อยู่ ท่านก็ได้แค่กอดจูบลูบคลำเท่านั้นแหละ”

เปรมฤทัยอายแทนพยายามปรามให้หยุดพูด แต่แม่แล่มยังไม่หยุดจนเขาต้องตัดบท ขอตัวอ่านหนังสือ เธอจะไปทำอะไรก็ไปทำได้เลย แล้วแสร้งหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน แต่อ่านไม่รู้เรื่องมัวแต่นึกถึงพริ้ง...

เป็นอย่างที่แม่แล่มว่าหลวงเสนาะพาพริ้งไปสวรรค์ชั้นหนึ่งไม่ได้ด้วยซ้ำขนาดชงยาหอมดื่มไปหมดถ้วย แต่อยู่ๆเขาก็ร้องเอะอะว่ามาแล้ว ให้พริ้งเตรียมรับศึกหลวงผงาดอย่างตนได้เลยก่อนจะโถมใส่เธออีกครั้ง...

ความพยายามของหลวงเสนาะอยู่ที่ไหนก็ยังเป็นความพยายามอยู่อย่างนั้นจนแล้วจนรอดก็พาพริ้งขึ้นสวรรค์แม้แต่ชั้นเดียวก็ไม่สำเร็จ เธอเห็นเวลาล่วงมาพอสมควร จึงลุกขึ้นแต่งตัวต้องกลับบ้านแล้ว แต่งตัวทำผมเสร็จ หลวงเสนาะถึงได้พอมีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาโอบเอวเธอ

ทางด้านหลังไว้ ถามเสียงอ้อนว่าจะมาอยู่กับเขาได้วันไหน เธอขอเวลาบอกเลิกกับผัวก่อน เขาให้เวลาแค่วันพรุ่งนี้

“คุณหลวงคะ ผัวนะคะไม่ใช่สามล้อที่จะได้บอกเลิกไม่เอากันง่ายๆ”

“ต้องใช้คนช่วยให้มันเลิกกับแม่พริ้งง่ายๆไหมล่ะ ฉันมีอยู่หลายคนนะ”

พริ้งขอจัดการเองไม่อยากให้เอิกเกริก ไม่กี่วันคงเสร็จ หลวงเสนาะย้ำอีกครั้งให้เวลาแค่พรุ่งนี้ จะส่งคนไปรับ

เธอไม่กล้าหือจำต้องรับคำ เขาสัญญาจะฟื้นฟูร่างกายให้ กลายเป็นหนุ่มรุ่นกระทงอีกครั้ง พริ้งเชิญเขาตามสบายตราบใดที่เขารักษาและทำตามสัญญาที่ทำไว้กับเธอไม่มีเล่ห์เหลี่ยมไม่ตุกติกเป็นใช้ได้

จากนั้นหลวงเสนาะประคองพริ้งลงมาที่ห้องโถง ตะโกนเรียกแนบให้มาพาเธอไปส่งบ้าน เธอมองสมุนของเขารู้สึกคุ้นๆแต่ก็ไม่ติดใจสงสัยอะไร ยกมือไหว้ลา หลวงเสนาะไม่อยากได้ไหว้ลาชี้ไปที่แก้มตัวเอง พริ้งอายทั้งแม่แล่มและแนบแต่จำต้องทำตาม หลวงเสนาะรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันทีจะชวนเธอเข้าห้องอีกครั้ง พริ้งอ้างต้องรีบไปจัดการเรื่องให้จบเร็วๆจะได้รีบกลับมาเขาถึงได้ปล่อยเธอไปกับแนบ

“แม่แล่ม นับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป แม่พริ้งจะมาอยู่กับฉัน”

แม่บ้านคนสนิทไม่พอใจแต่ต้องอดกลั้นไว้ แต่ถึงกระนั้นเธอพยายามเสี้ยมว่าเปรมฤทัยท่าทางจะเป็นห่วงเป็นใยพริ้ง ถ้าท่านเอาเธอเข้ามาอยู่ด้วยอาจจะทำให้พ่อลูกมีปัญหากันได้ หลวงเสนาะมีปัญหากับลูกเป็นประจำอยู่แล้วแม้จะไม่มีพริ้ง เพราะลูกคอยคิดแต่จะพูดขวางดักคอตนอยู่เรื่อย แม่แล่มแก้ตัวแทนเขาที่ทำอย่างนั้นเพราะรักและเป็นห่วงท่าน หลวงเสนาะกลับหาว่าเขาอยากให้ท่านตายเร็วๆ

“จะได้รีบตกนรกไปชดใช้กับความผิดที่ฉันทำให้แม่มันตรอมใจตาย ซึ่งฉันไม่ผิดแม่มันใจเสาะเองที่ทนเห็นฉันมีเล็กมีน้อยไม่ได้ แต่ฉันจะอายุยืนมีความสุข เย้ยมันให้ดู และฉันมั่นใจ แม่พริ้งเป็นคนฉลาดไม่โง่ไปยุ่งกับไอ้เปรมแน่ แม่พริ้งไม่มีทางเป็นตัวปัญหา หรือแม่แล่มอยากมีปัญหาซะเองเพราะอิจฉา”

“อิฉันเจียมตัวค่ะว่าควรอยู่ตรงไหน” ปากพูดอย่างหนึ่งแต่ในใจแม่แล่มครุ่นคิดหาทางกำจัดพริ้ง

ooooooo

ไม่นานนัก แนบขับรถมาส่งพริ้งที่หน้าปากซอยบ้านซึ่งจะเป็นที่นัดแนะให้มารับวันพรุ่งนี้ด้วย ครั้นเดินเข้าซอยมาได้ไม่เท่าไหร่ต้องแปลกใจที่เห็นเปรมฤทัยรอท่าอยู่ เขาอยากคุยกับเธอแต่คงจะคุยที่บ้านไม่ได้เพราะคุณพ่อไม่ชอบให้เขายุ่งเรื่องส่วนตัวของท่านโดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง แล้วถามเธอว่าทำไมถึงรับข้อเสนอของท่าน

พริ้งอ้างว่าไม่มีทางเลือกจะขอให้ผัวช่วยก็ไม่ได้เพราะไม่ได้บอกว่ามีบ้านกลัวญาติของผัวจะมาวุ่นวาย

“คนรักกันไม่ควรจะมีความลับต่อกันหรือเปล่าครับ”

พริ้งไม่ได้รักผัวคนนี้ที่อยู่กินกับเขาก็ด้วยเหตุผลเดียวที่เธอยอมหลวงเสนาะ ผัวของเธอดีกับเธอทุกอย่างแต่นั่นไม่พอสำหรับเธอ เปรมฤทัยถึงกับถอนใจเฮือก พริ้งเข้าใจว่าเขานึกรังเกียจที่เธอเป็นแบบนี้ และคงจะเห็นเธอเป็นผู้หญิงหิวเงิน แต่เธอไม่สนใจว่าเขาจะคิดอย่างไรเพราะเธอกำลังจะเป็นเมียคนใหม่ของพ่อของเขา แล้วขยับจะไป เปรมฤทัยคว้ามือเธอดึงกลับ พริ้งไม่ทันตั้งตัวเซปะทะอกเขา ต่างคนต่างอึ้ง เขาใจเต้นไม่เป็นส่ำ

“ผมโกรธเกลียดคุณพริ้งไม่ลงหรอก ไม่รู้ทำไม หรืออาจเป็นเพราะ...อย่าขำผมนะ ถ้าผมจะบอกว่าคุณพริ้งเหมือนคุณแม่ของผมมาก” พูดไม่ทันขาดคำ

พริ้งหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง เอ็นดูเขาเหลือเกิน

“แต่ไม่ใช่แค่นั้นหรอก ผมเข้าใจและเห็นใจคุณพริ้งมากกว่า ถ้าจะโกรธจะเกลียดก็คงต้องโกรธเกลียดโชคชะตา ไม่ใช่คุณพริ้งที่ผมชอบ” สายตาเปรมฤทัยที่ถ่ายทอดความรู้สึกดีๆมาให้ทำให้พริ้งอบอุ่นหัวใจนัก...

ไม่ใช่แต่พริ้งที่รู้สึกดีๆ เปรมฤทัยเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเธอเช่นกัน แต่ต้องระงับความรู้สึกนั้นเอาไว้...

พริ้งต้องผิดหวังเมื่อพบว่าบุญช่วยไม่อยู่บ้าน ทิ้งจดหมายไว้ว่าพรุ่งนี้จะกลับมาพร้อมกับความสุขของเธอ ขอให้รอเขาหน่อย เธอหงุดหงิดมากเพราะในจดหมายไม่ได้บอกเวลาเอาไว้...

เปรมฤทัยกลับถึงบ้านเจอมาลัยกับมาลินีสองแม่ลูกนั่งคุยอยู่กับหลวงเสนาะ มาลินีกับเขาเคยเจอกัน

เมื่อครั้งยังเด็กและไม่ได้เจอกันอีกเลย เจอกันคราวนี้เธอหลงเสน่ห์เขาทันที

ธุระที่มาลัยมาคุยกับหลวงเสนาะไม่พ้นเรื่องเงินๆ ทองๆ เธอมาขอผัดผ่อนหนี้เงินกู้โดยจะเอามาลินีมาให้ขัดดอกและยังคุยว่าลูกคนนี้จบโรงเรียนการเรือนมารยาทดีเป็นเลิศ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่พ้นเป็นนางบำเรอของหลวงเสนาะแต่ตอนนี้เขามีพริ้งเป็นที่หมายแล้ว จึงคิดจะยกมาลินีให้เปรมฤทัยเพื่อกันลูกให้อยู่ห่างๆพริ้งไว้ จึงยอมรับข้อเสนอของมาลัย แต่มีข้อแม้ว่ามาลินีจะต้องหมั่นมาทำให้เปรมฤทัยใจอ่อนให้ได้...

เมื่อได้อยู่กันตามลำพังพ่อลูก หลวงเสนาะถามเปรมฤทัยว่าไม่คิดจะมีคนรักกับเขาบ้างหรือ อายุอานามก็เกือบจะยี่สิบแล้ว ตอนที่ตนแต่งงานกับแม่ของเขาอายุประมาณเขาได้ เปรมฤทัยยังไม่อยากแต่ง อยากเรียนให้จบเป็นนายทหารรับใช้ชาติตอบแทนคุณแผ่นดิน หลวงเสนาะพยักหน้ารับรู้ไว้ค่อยคุยกันอีกที

“วันนี้ฉันเพลียเหลือเกิน อยู่กับแม่พริ้งทั้งวันต้องรีบเข้านอนเพื่อวันพรุ่งนี้ อ้อ แม่พริ้งจะเข้ามาอยู่กับฉันที่นี่ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เห็นไหมไอ้เปรมว่าในที่สุดฉันก็เอาแม่พริ้งมาจนได้ และจะไม่มีใครหน้าไหนแย่งแม่พริ้งไปจากฉันได้” หลวงเสนาะเดินขึ้นบันไดไปหัวเราะไปอย่างมีความสุข

ooooooo

พริ้งกำลังจะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกจากบ้านตอนที่บุญช่วยกลับเข้ามาพร้อมกับโฉนดที่สวนทุเรียน เห็นเธอกับกระเป๋าเสื้อผ้าก็ร้องทักว่าจะไปไหน เธอจะไปอยู่ที่อื่นแล้วเดินเลี่ยงออกมา เขาตามมากระชากกระเป๋าเสื้อผ้าไปขอเหตุผลทำไมถึงทำแบบนี้ เธอไม่อยากย่ำอยู่กับที่แต่ต้องการความเจริญก้าวหน้า

“นี่ไง เรากำลังจะมีความก้าวหน้า ผมขอโฉนดจากแม่มาได้แล้ว ผมจะเอาไปขายเอาเงินมาให้คุณ”

“จริงรึ”

“จริงสิ ผมเคยบอกแล้วไง ผมยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้คุณพริ้งพอใจและมีความสุข แม้กระทั่งสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าชาตินี้ผมจะทำมันได้ลงคอ ผมก็ทำ” บุญช่วยกลืนก้อนความเสียใจที่แล่นขึ้นมาจุกคอหอย เสียใจที่ต้องทะเลาะกับแม่เอม เสียใจที่ใช้กำลังบังคับท่านพิมพ์ลายนิ้วมือลงในใบมอบอำนาจที่ตัวเองเตรียมมาท่ามกลางเสียงก่นด่าของท่าน จากนั้นเขาก็เข้าไปรื้อค้นโฉนดที่สวนโดยมีแม่เอมตามมาห้าม

“ขายที่นี่แล้วแม่จะไปซุกหัวนอนที่ไหน บุญช่วย แม่จะไปอยู่ที่ไหน” แม่เอมคร่ำครวญทั้งน้ำตา
“แม่มีน้าชัย แกให้แม่อยู่ด้วยอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกครับ” บุญช่วยหาโฉนดต่อไปในที่สุดก็เจอ...

บุญช่วยเอาโฉนดที่ชิงจากแม่เอมยื่นให้พริ้งซึ่งเอาไปเปิดดูเห็นมีที่ดินแค่ 2 ไร่ก็ปาใส่หน้าเขา ที่ดินแค่นี้แถมไกลปืนเที่ยงจะขายได้สักกี่บาท นี่หรือจะทำให้ก้าวหน้า แล้วคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าจะไป บุญช่วยเข้าไปกอดเอวไว้ขอร้องอย่าทิ้งเขาไปจะให้ทำอะไรก็ยอมทุกอย่าง เธอยืนกรานจะไปให้ได้ เขาคร่ำครวญไม่รักไม่สงสารเขาบ้างเลยหรือ พริ้งไม่เคยรักเขาเลยที่อยู่ด้วยก็แค่ต้องการให้เขาเลี้ยงดูตอนที่ไม่มีใครเท่านั้น

“นึกเสียว่าเราทำบุญมาด้วยกันแค่นี้ ผู้หญิงดีๆ มีถมไปฉันมันคนไม่ดี ปล่อยฉันไปเถอะ” พริ้งว่าแล้วสะบัดหนี บุญช่วยโผกอดเข่าเธอไว้ไม่ยอมให้ไปไหนทั้งนั้น พริ้งทนไม่ไหวจะไปมีผัวใหม่ที่รวยกว่าเขาหลายเท่า เรื่องอะไรจะต้องทนดักดานอยู่กับเขาอีก แล้วถีบบุญช่วยกระเด็น คำพูดของเธอทำให้เขาหมดแรงจะรั้งเธอไว้ปล่อยให้จากไปโดยที่เธอไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง...

ไม่นานนัก แนบขับรถมาจอดที่หน้าตึกใหญ่บ้านหลวงเสนาะ เปิดประตูรถให้พริ้งลงแล้ววิ่งไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอลงจากรถมาวางข้างๆ เธอเหลือบมองโดยไม่ได้ตั้งใจเห็นรอยสักที่แขนแนบแลบออกจากแขนเสื้อถึงกับชะงัก เขาเห็นเธอมองๆรีบจัดแขนเสื้อให้เข้าที่ เธอนึกถึงโจรที่ปล้นเงินขึ้นมาทันที มองแนบอีกครั้งทั้งตกใจระคนสงสัย เขารีบโค้งให้เธอแล้วเดินหลบไปหลังบ้าน

พริ้งจะตามไปดูแต่หลวงเสนาะออกมาต้อนรับแล้วพาเข้าข้างในเสียก่อน ขณะเดินผ่านหน้าแม่แล่มเธอพูดจาข่มในทีให้รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ในฐานะอะไรแม่แล่ม อยู่ในฐานะอะไรจะได้ไม่กล้าเผยอต่อปากต่อคำอีก จากนั้น หลวงเสนาะประคองพริ้งมาที่ห้องโถง เธอกวาดตามองหาเปรมฤทัยจนทั่วไม่เห็นอยู่แถวนั้นก็ถามหา

“อะไรกันมาถึงก็ถามหาลูกชายฉัน เอ นี่จะผิดสัญญากันตั้งแต่วันแรกเลยรึแม่พริ้ง ชอบมันรึ”

“ชอบสิคะ คุณเปรมน่ารักจะตายไป คุยสนุกแล้วคุณเปรมก็ดูท่าทางจะชอบฉันเหมือนกัน คุณเปรมว่าฉันเหมือนคุณแม่เขาค่ะ”

หลวงเสนาะเบาใจขึ้นเป็นกอง ตกลงชอบกันเหมือนแม่กับลูกใช่ไหมไม่ได้คิดเป็นอื่น พริ้งยืนยันหนักแน่นว่าใช่ แล้วต่อว่าว่านี่เขาคิดอะไรอยู่ คุณเปรมอ่อนกว่าเธอเป็นสิบปี และอีกอย่างเธอไม่โง่จะผิดสัญญากับคุณหลวงตั้งแต่วันแรก เขายิ้มอารมณ์ดีชวนเธอไปขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดของเรา

“วันนี้ฉันจะพยายามขึ้นไปให้ถึงชั้นหนึ่งให้ได้” หลวงเสนาะว่าแล้วประคองพริ้งขึ้นข้างบน เปรมฤทัยที่แอบฟังอยู่ได้แต่ยิ้มเศร้าที่พริ้งรู้สึกกับเขาแค่แม่รู้สึกกับลูก เดินหน้าหมองออกจากตัวบ้าน เจอกับมาลินีถือกระเช้าของฝากเข้ามาพอดี เธอร้องทักจะออกไปข้างนอกหรือ เขารับคำ เธอถึงกับบ่นเสียดายอุตส่าห์ทำขนมมาให้ชิม เห็นคุณลุงบอกว่าเขาชอบกินขนมไทย อยากให้กินตอนที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ไม่อย่างนั้นไม่อร่อย

“แต่ไม่เป็นไรค่ะ ก็พี่เปรมไม่สะดวกนี่ค่ะ มาลินีก็ไม่ได้นัดล่วงหน้าเสียด้วย ถ้าพี่เปรมรีบก็ไปก่อนได้นะคะ”

ooooooo

ทันทีที่ประตูห้องปิด หลวงเสนาะพุ่งเข้าหาพริ้งอย่างหื่นกระหาย เธอเอามือดันเขาไว้บอกให้รอครู่หนึ่งก่อนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมของไว้ในรถ ขอลงไปเอาก่อนโกหกว่าเป็นยาสูตรหลวงผงาด เมื่อวานเธอแวะร้านขายเครื่องยาจีนแล้วให้หมอเจียดมาจะต้มให้เขาดื่ม หลวงเสนาะอิดออดไม่อยากให้ไป

“ไม่อยากให้ฉันสนุกคึกคักกับคุณหลวงด้วยหรือไง ของแบบนี้มันต้องร่วมแรงร่วมใจกันสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะคิดว่าคุณหลวงเห็นแก่ตัว”

หลวงเสนาะเชิญเธอไปต้มยาจีนได้เลยตนจะรอแล้วต้องให้ทำอะไรอีกไหม พริ้งแนะให้เขายืดเส้นยืดสายระหว่างรอเธอไปเอายามาต้ม เส้นจะได้ไม่ยึดเมื่อถึงเวลานั้น เขาทำตามที่พริ้งแนะอย่างว่าง่าย...

พริ้งไม่ได้ไปเอายาสมุนไพรอย่างที่อ้างกับหลวงเสนาะแต่มาหาแนบที่กำลังทำสวนอยู่ สั่งให้ถลกแขนเสื้อขึ้น เขาไม่ทำตามเธอจึงเป็นฝ่ายเข้าไปถลกเสื้อขึ้นเอง เห็นรอยสักแบบเดียวกับโจรชั่วมั่นใจต้องใช่เขาแน่ๆ แนบปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พริ้งใช้ไม้ตายเข้าไปกอดนัวเนีย เขาพยายามผลักเธอออกแต่เธอกอดไว้แน่น ขู่ถ้าไม่พูดความจริงจะร้องโวยวายว่าเขาปล้ำ หลวงเสนาะต้องเชื่อคำพูดของเธอมากกว่าเขา

“แล้วแกก็จะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ เผลอๆคุณหลวงอาจจะสั่งให้ลูกน้องคนอื่นๆจัดการแกเลยก็ได้ หรือแกจะให้เรื่องนี้ถึงตำรวจ” พริ้งเห็นสีหน้ามีพิรุธของแนบก็ยิ่งรุกไล่หนัก แนบกลัวคำขู่สารภาพสิ้นไส้ว่าทำตามคำสั่งของหลวงเสนาะ ขอร้องเธออย่าไปแจ้งความเอาผิดเขา

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทุบหม้อข้าวตัวเองหรอกจะว่าไปต้องขอบใจคุณหลวงและพวกแกมากกว่าถ้าไม่ปล้นเงินฉัน ฉันก็คงไม่มีชีวิตที่สุขสบายในวันนี้ สบายใจเถอะ” พริ้งว่าแล้วขยับจะไป แนบเรียกไว้ขอร้องเธออีกครั้ง อย่าบอกคุณหลวงว่าเธอรู้เรื่องนี้มาจากเขา หากรู้ถึงหูท่านคงไม่เอาเขาไว้แน่

“ถ้าอย่างนั้นก็จงภักดีกับฉันไว้มากๆให้พอกับที่รู้สึกกับคุณหลวง” ว่าแล้วพริ้งผละจากไป ครั้นพ้นสายตาแนบแล้วสีหน้ายิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นเคียดแค้น หาทางเอาคืนหลวงเสนาะและตั้งใจมั่นจะไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้ เดินหน้าบูดเข้ามาเห็นเปรมฤทัยกำลังนั่งจิบกาแฟกินขนมอยู่กับมาลินี ย่องเข้าไปฟังใกล้ๆ เห็นฝ่ายหญิงระริกระรี้ใส่เปรมฤทัยที่ดูจะอึดอัด ยิ่งทำให้อารมณ์เดือดขึ้นอีก ปรี่เข้าไปหาเรื่องทันทีด่าว่าต่างๆนานา

ทีแรกมาลินีทำท่าจะเอาเรื่องแต่พอรู้ว่าพริ้งเป็นเมียใหม่ของหลวงเสนาะก็รีบยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม แต่วาจากลับเชือดเฉือนพริ้งเลือดซิบ พริ้งแรงมาเท่าไหร่ เธอแรงกลับไปเท่านั้น เปรมฤทัยเห็นท่าไม่ดีรีบตัดบท ที่พริ้งมาตามเพราะเพื่อนของเขาโทร.มาหาเขาแล้วใช่ไหมแล้วแอบขยิบตาให้ พริ้งรับลูกทันที

“ค่ะเพื่อนคุณโทรศัพท์มาตาม รีบไปเถอะค่ะท่าทางเขาเร่งมากคงเป็นงานสำคัญ”

“น้องมาลินีไว้เจอกันนะครับ ขนมอร่อยมาก” เปรมฤทัยพูดจบเดินลิ่วออกไป มาลินีมองตามเสียดายแล้วหันกลับมาอีกทีเห็นพริ้งยืนจ้องอยู่ถามว่ามองทำไม พริ้งมองผู้หญิงที่กำลังอยากได้ผู้ชายจนตัวสั่น

“น้าพริ้งชอบมองคนในแง่ร้ายนะคะ” มาลินียิ้มกลบเกลื่อน พริ้งไม่ได้มองในแง่ร้ายแต่มองทะลุปรุโปร่งมากกว่าแล้วเตือนว่าถ้ายังไม่เลิกเรียกตนว่าน้าได้เห็นดีกันแน่

ooooooo

พริ้งเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงบึงน้ำสวย ลงนั่งริมบึงคิดถึงเรื่องที่แนบเล่าให้ฟังว่าหลวงเสนาะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปล้นเงิน และทำให้เธอต้องเข้ามาติดบ่วงของเขา ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจร้องไห้โฮออกมาอย่างอัดอั้น เปรมฤทัยเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ เธอส่ายหน้าไม่อยากทำให้ผ้าของเขาสกปรก

“ไม่เป็นไร ผมไม่ถือซักได้” เปรมฤทัยเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมใช้ผ้าเช็ดหน้าของเขา จึงเอามันซับน้ำตาให้เธออย่างเบามือ พริ้งถึงกับตะลึง ประทับใจในความอ่อนโยนของเขา

เปรมฤทัยไม่อยากให้พริ้งเศร้าแกล้งกระเซ้าสงสัยจะซับน้ำตามากไปหน่อยเครื่องสำอางหลุดออกหมดแล้ว เธอตกใจหันหน้าหนี กลัวเขาจะเห็นร่องรอยของความร่วงโรย เขาเย้าแหย่จนเธอคลายเศร้าหัวเราะออกมาได้ พริ้งเห็นสายตาอ่อนโยนที่เขามองมา นึกเข้าข้างตัวเองว่าเขามีใจให้ รู้สึกหวั่นไหวราวกับเป็นสาวรุ่นอายุสิบสี่ปีอีกครั้ง ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนไม่ว่ากับสามีคนไหนก็ตาม

ระหว่างเดินมาตามทางในสวน เปรมฤทัยไม่วายกระเซ้าพริ้งอีก แน่ใจหรือว่าที่ร้องไห้เพราะเสียใจที่ต้องเลิกกับสามีไม่ใช่เพราะถูกมาลินีเรียกว่าน้า เธอตัดพ้อต่อว่าทำไมถึงชอบเย้าเรื่องนี้อยู่เรื่อย เขาแก้ตัวว่าที่แหย่เธอบ่อยๆเพราะอยากให้เธอเห็นว่าเรื่องอายุที่เธอแก่กว่าเขาหลายปีเป็นเรื่องธรรมดา

“ผมคุยกับคุณพริ้งได้เยอะและนานกว่าคุยกับน้องมาลินีที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับผมซะอีก”

“นี่...อย่ามาทำให้ฉันหลงรักนะ ไม่ดีรู้ไหมตอนนี้ฉันมีฐานะเป็นแม่เลี้ยงคุณนะ”

“ถ้าไม่ใช่ก็คงจะดีนะครับ” คำพูดเป็นนัยๆของเปรมฤทัยทำให้พริ้งใจเต้นไม่เป็นส่ำ พลันมีเสียงร้องเรียกเธอดังขึ้น เธอหันมองตามเสียงเห็นแม่แล่มยืนจ้องอยู่พร้อมกับแจ้งว่าคุณหลวงถามหาทำไมถึงหายไปนานนัก พริ้งถอนใจเซ็งหันไปยิ้มให้เปรมฤทัยแล้วเดินลิ่วไปที่ตัวตึก เปรมฤทัยมองตามตาละห้อย ครั้นเห็นแม่แล่มมองอยู่รีบเดินหนี เธอเดินตามจนทันเตือนให้เขาอยู่ห่างๆพริ้งเอาไว้ ถ้าไม่อยากมีปัญหากับคุณพ่อ

ป่วยการจะเตือนเพราะเปรมฤทัยถูกอกถูกใจพริ้งมากกว่ามาลินีที่แม่แล่มถือหางอยู่...

อีกมุมหนึ่งในห้องโถง หลวงเสนาะกำลังตัดพ้อต่อว่าพริ้งที่หายไปนาน เห็นแนบบอกว่าหาเสร็จตั้งนานแล้วทำไมถึงไม่มาหาท่าน เธอโกหกว่าหาห่อสมุนไพรไม่เจอจึงเดินสำรวจบ้านไปเจอบึงสวยก็เลยนั่งเล่น แม่แล่มเข้ามาฟ้องว่าเห็นเดินคุยมากับเปรมฤทัย หลวงเสนาะซักอีกคุยอะไรกัน พริ้งจนแต้มแกล้งบีบน้ำตา

“นี่คุณหลวงไม่ไว้ใจฉันอีกแล้วเหรอคะ ฉันกระดิกตัวทำอะไรไม่ได้เลยเหรอคะ ตกลงเอาฉันมาเป็นเมียหรือเป็นนักโทษ ไม่จับฉันล่ามโซ่ซะเลยจะได้ไม่ต้องคลาดสายตา” พูดจบพริ้งวิ่งขึ้นห้องทั้งน้ำตา หลวงเสนาะกลัวเธอโกรธรีบตามไปง้อขอโทษที่ซักถามมากไปหน่อย ไม่ใช่ไม่ไว้ใจเธอ แต่ไม่ไว้ใจเปรมฤทัยต่างหาก พริ้งรับรองว่าเปรมฤทัยไม่มีทางมาทำรุ่มร่ามกับเธอ และที่สำคัญถ้าเธอไม่เล่นด้วยก็ไม่มีทางเกิดเรื่องแน่นอน

หลวงเสนาะยังอดหวั่นๆไม่ได้ พริ้งรำคาญยุส่งถ้ากลัวนักก็ให้หาทางทำอะไรสักอย่าง

“ฉันทำอยู่ ฉันกำลังจะให้มันแต่งงานกับหนูมาลินีลูกสาวเพื่อนฉัน”...

ในเวลาเดียวกันบุญช่วยซึ่งเมาได้ที่มาเขย่าประตูรั้วบ้านช้อยเพื่อมาตามหาพริ้ง คร่ำครวญจะเป็นจะตายที่ถูกเธอทิ้งแล้วลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้น ช้อยได้แต่มองด้วยความเวทนา...

พริ้งหลับไม่ลงเพราะเสียงกรนของหลวงเสนาะ ลุกขึ้นคว้าหมอนจะเอากดหน้าให้หายใจไม่ออกตายให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ทำไม่ได้เหวี่ยงหมอนทิ้ง พึมพำเบาๆว่าพอจะมีอะไรให้ได้ชุ่มชื่นหัวใจก็มาพรากจากเธอไป

“นอนหลับให้สนิทนะ เพราะอีกไม่นานมึงจะนอนไม่หลับ”

ooooooo

หลวงเสนาะต้องการให้เปรมฤทัยตระหนักว่าพริ้งมีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยง เป็นเมียใหม่ของพ่อตัวเองจึงมอบแหวนเพชรซึ่งเคยเป็นของแม่ของเปรมฤทัยให้เธอสวมติดนิ้ว พริ้งรู้เท่าทันความคิดของเขา แต่จำใจสวมเอาไว้แล้วออดอ้อนให้แค่แหวนหรือ หลวงเสนาะตามใจเธอทุกอย่างอยากได้อะไรให้ว่ามา

“ฉันอยากไปซื้อของ มีหลายอย่างที่ฉันเคยอยากได้แต่ซื้อไม่ได้”

“โถๆๆๆเป็นเมียหลวงเสนาะ ไม่มีคำว่าไม่ได้อีกต่อไป อยากจะเอาสักเท่าไหร่เอาไปเลย”

หลวงเสนาะว่าแล้วชวนพริ้งไปที่ตู้เซฟในห้องทำงาน หยิบเงินสดปึกหนึ่งจากหลายๆกองในนั้นออกมาแล้วไขกุญแจล็อกเก็บลูกกุญแจใส่กระเป๋า ยื่นเงินให้พริ้งซึ่งรับเงินมาอย่าง
ตื่นเต้นดีใจหอมแก้มเขาเป็นการใหญ่

“แม่พริ้งทำดีกับฉันให้มากๆแบบนี้ ต่อไปมรดกของฉัน ฉันจะยกให้กับแม่พริ้งแบ่งกับไอ้เปรมคนละครึ่ง”

พริ้งดีใจมากหอมแก้มเขาอีกชุดใหญ่ถึงกับเคลิ้มตาลอย จากนั้นทั้งคู่ไปที่โต๊ะอาหาร เธอเดินผ่านหน้าแม่แล่มทำเป็นกรีดนิ้วโชว์แหวนเพชรให้อีกฝ่ายอกแตกเล่นๆ เปรมฤทัยในชุดนักเรียนนายเรือเข้ามาไหว้ลาพ่อ บอกว่าฝึกเสร็จจะเลยไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่ต่างจังหวัดต่อ เหลือบเห็นพริ้งสวมแหวนของแม่ตัวเองยิ่งยอกใจ

หลวงเสนาะจะบอกให้มาลินีเขียนจดหมายไปหา เปรมฤทัยขอร้องว่าอย่าดีกว่า เขาอยากตั้งใจฝึกตั้งใจเรียนไม่อยากเสียสมาธิกับเรื่องอื่น แล้วผละจากไปไม่พูดอะไรกับพริ้งสักคำ...

ความเหินห่างที่เปรมฤทัยแสดงออกทำให้พริ้งคิดหนักว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อวานยังดีๆอยู่เลย หลวงเสนาะสังเกตเห็นเธอใจลอยถามว่าเป็นอะไรไปหรือเปล่า เธอโกหกว่าคิดถึงลูก คิดถึงพี่สาว เขาแนะคิดถึงก็ไปหาจะได้ให้แนบขับรถไปให้ ทีหลังไม่สบายใจอยากไปไหนก็ให้บอก เขาไม่เคยห้ามขอแค่ให้มีคนตามไปด้วย...

จากนั้นไม่นาน พริ้งมาหาช้อยที่บ้าน เด็กๆไม่อยู่ไปโรงเรียนกันหมดรวมทั้งยายหนูลูกของพริ้งด้วย ช้อยได้ข่าวจากบุญช่วยว่าตอนนี้พริ้งสบายแล้วได้ผัวใหม่แถมร่ำรวยกว่าเขามากนัก แล้วถามว่าผัวใหม่เป็นใคร พอรู้ว่าเป็นหลวงเสนาะ ช้อยถึงบางอ้อที่แท้ก็มีผัวใหม่เป็นเศรษฐีเงินกู้ดอกเบี้ยมหาโหดแห่งบางจากนี่เอง

“คงเป็นกรรมที่ฉันเคยว่าพี่ช้อยไว้มากเรื่องมีผัวแก่ตอนนี้เลยได้กับตัวเอง แก่อย่างไม่เอาไหนซะด้วยสิ คุณพระเขายังเก่งลูกเต้ายังมีได้ ไอ้นี่แค่ง้างนกก็ไม่ไหวเสียแล้ว ฉันก็ยอมให้ลูบๆคลำๆไปงั้นแหละ”

ช้อยต่อว่าว่าอายุสามสิบแล้วยังพูดจาบัดสีอยู่ได้ ครั้นเห็นสมควรแก่เวลาพริ้งขอตัวกลับโดยทิ้งเงินไว้ให้ช้อยเป็นค่าดูแลลูก ขอร้องช้อยให้บอกยายหนูด้วยว่าแกเป็นลูกใคร เธอไม่เคยปิดบังว่าแม่ที่คลอดแกชื่อพริ้ง

“แล้วถ้าพ่อบุญช่วยมาถามหาพริ้งจะให้พี่บอกว่ายังไง นี่ก็เมามาทุกวัน บางวันก็อ้วกเรี่ยราด”

“บอกมันว่าให้ไปตายซะ ถ้าป่านนี้ยังทำใจไม่ได้อีกก็อย่าอยู่เป็นคนให้อายหมาเลย”

ooooooo