พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 11 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 11


27 พ.ค. 2560 08:04
1,038,780 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 11

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

เจ็บท้องคลอดครั้งนี้พริ้งไม่ได้ไปคลอดที่โรงพยาบาลแต่ใช้บริการของหมอตำแย แม้จะเป็นลูกคนที่สอง แต่เด็กกลับคลอดยาก หมอตำแยซึ่งแก่แล้วต้องขึ้นคร่อมข่มท้องพริ้งให้คลอดอย่างน่าหวาดเสียว ช้อยต้องปรามให้หมอตำแยเบาๆมือหน่อย

“เบามันก็ไม่ออกสิวะ ออกมาลูก เอ้าเบ่งนังพริ้งเบ่ง”

ไม่กี่อึดใจต่อมาพริ้งก็คลอดลูกสาวเสียงเด็กร้องอุแว้ๆดังลั่น...

หลังจากหมอตำแยกลับไปแล้ว ช้อยเอาเด็กน้อยใส่กระด้งร่อนไปร่อนมาพร้อมกับท่องคาถาทำพิธีตามความเชื่อว่าจะทำให้เด็กเลี้ยงง่ายไม่ขี้อ้อนโยเยไม่เจ็บไม่ไข้ อยู่รอดจนโตผีจะได้ไม่เอาไป พริ้งที่นอนหมดแรงอยู่โวยวายว่าทำอะไร ช้อยนิ่วหน้าลูกคนแรกไม่มีใครที่บ้านพินิจทำแบบนี้ให้หรือ พริ้งถูกสะกิดแผลถึงกับอึ้ง คิดถึงลูกคนแรกและคิดถึงพินิจ ช้อยถึงกับหน้าเสียเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ควรพูดรีบขอโทษ พริ้งเฉไฉกลบเกลื่อน

“อย่าร้องเลย ฉันเหนื่อยฉันเจ็บจะนอนหนวกหู”

ช้อยเตือนแล้วให้ไปคลอดโรงพยาบาลก็ไม่เชื่อ อาจจะไม่เจ็บอย่างนี้ พริ้งมีเงินติดตัวไม่ถึงยี่สิบบาทจะให้ไปคลอดโรงพยาบาลได้อย่างไร คลอดกับหมอตำแยถูกกว่าตั้งเยอะเสียค่ายกครูไม่ถึงหกสลึง ช้อยพอมีเงินอยู่บ้าง ช่วยออกให้ได้

“โอ๊ย จะให้ฉันรีดเลือดกับปูหรือไง ผัวก็ไม่มีช่วยหาเงิน ลูกก็เข้าโรงเรียนแล้วทั้งสองคนไม่อยากถูกด่าทีหลัง อีกอย่างไม่ได้อยากไปเห็นพวกหมอพวกพยาบาลนักหรอก เกลียด”

“เอาเถอะก็คลอดออกมาแล้ว ปลอดภัยทั้งคู่ก็ดีแล้ว...อ่ะพริ้ง ให้ลูกกินนมหน่อย” ช้อยอุ้มลูกไปให้พริ้งซึ่งไม่ค่อยเต็มใจจะให้กินนมเพราะชิงชังพ่อของมัน ช้อยมัวแต่ปลื้มใจไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าเย็นชาของเธอ

ooooooo

พริ้งให้ลูกกินนมแค่สิบวันก็เลิกให้ ลุกขึ้นแต่งตัวสวยจะออกไปข้างนอก ช้อยกำลังไกวเปลให้หลานไปพลางนั่งฉีกใบตองไปด้วยเห็นเธอจะออกนอกบ้านรีบเรียกไว้

“พริ้งจะไปไหน เดี๋ยวยายหนูก็หิวนมแล้วนะ”

“ฉันจะเลิกให้นมแล้ว เดี๋ยวได้ห้อยโตงเตงกันพอดี ซื้อแป้งมาเลี้ยงได้แล้วจะได้ออกไปทำมาหากิน หาเงินมาทำทุนบ้าง” พริ้งลังเลอยู่อึดใจก่อนจะเอ่ยปากยกลูกให้ช้อย เนื่องจากไม่ต้องการเด็กคนนี้ ช้อยโวยวายมายกให้กันง่ายๆได้อย่างไร ไม่ใช่ลูกหมาลูกแมวสักหน่อย

“อีพี่นวมมันยังยกฉันให้คุณพี่ประเทียบได้ง่ายๆเลย มันก็เหมือนกันนั่นแหละ เป็นอันว่าตามนี้นะ ต่อไปนี้ให้มันเรียกฉันว่าน้า แม่มันคือพี่ช้อยและพ่อมันคือคุณพระ ไม่ใช่ไอ้หมอสมประสงค์สารเลวนั่น” พูดจบ พริ้งเดินลิ่วออกจากบ้าน ช้อยยังตะลึงอยู่ก็เลยไม่ทันได้พูดอะไร ครั้นตั้งสติได้ก้มมองยายหนูที่นอนหลับอยู่ในเปลด้วยความเวทนาสงสาร

“โถ ยายหนู เวรกรรมอะไรกัน”...

บุญช่วยดักรอเจอพริ้งอยู่ที่มุมหนึ่งไกลๆ เห็นกำลังเดินมาทางตัวเองฉีกยิ้มดีใจที่ได้เจอหน้าอีกครั้งแต่ไม่กล้าเข้าไปทักรีบหลบเข้าข้างทาง รอจนเธอเดินผ่านจึงค่อยๆตามไปห่างๆเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตเห็น จังหวะหนึ่งพริ้งเปิดกระเป๋าจะหยิบเหรียญเป็นค่ารถ เหรียญหล่นพื้นกลิ้งไปด้านหลัง เธอก้มหน้าก้มตาตามเก็บ บุญช่วยตกใจกลัวเธอเห็น หันรีหันขวางจะเอาอย่างไรดี สุดท้ายวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ไม่กล้าเผชิญหน้า...

ค่ำวันเดียวกัน หลังจากสวดมนต์ไหว้พระเสร็จ ช้อยเล่าให้อัฐิของคุณพระเวทย์ฟังว่าเรามีลูกคนใหม่แล้ว สงสารยัยหนูมากเกิดมากำพร้าพ่อไม่พอแม่แท้ๆ ยังผลักไสอีกต่างหาก แต่ตนจะเลี้ยงแกเองจะเลี้ยงให้ดีไม่ยอมให้ยัยหนูมีชะตากรรมเหมือนพริ้ง ขอให้เขาเอาใจช่วยเธอด้วย พลันมีเสียงกุกกักที่หน้าประตูห้องพระ ช้อยย่องไปกระชากประตูเปิดออก เจอพริ้งยืนตะลึงอยู่ นิ่วหน้าแปลกใจมีอะไรหรือเปล่า พริ้งรีบกลบเกลื่อน

“ไม่มีอะไร กลับมาคิดว่าหลับกันหมดแล้ว เห็นไฟวอบๆแวมๆออกมาจากห้องพระเลยจะเข้าไปดู กลัวว่าจะเป็นขโมย เดี๋ยวนี้ขโมยขโจรชุมจะตายไป”

ช้อยไม่พูดอะไรดับไฟห้องพระปิดประตูล็อก พริ้งไม่ค่อยจะพอใจถามเสียงห้วนว่าทำไมต้องใส่กุญแจด้วย เธอกลัวขโมยพริ้งบอกเองไม่ใช่หรือว่าขโมยเยอะ วันนั้นที่เกิดเรื่องกับคุณพระเวทย์ก็คงจะเป็นเพราะมีขโมย ตำรวจเองก็ตั้งข้อสงสัยว่าเขาคงตามขโมยออกมาจนพลัดตกบันได แล้วถามว่าเสียพนันมาอีกแล้วใช่ไหม

“ก็ใช่น่ะสิ จะทักทำไม” พริ้งกลับห้องตัวเองอย่างหงุดหงิดที่โอกาสขโมยพระยากขึ้น

ooooooo

บุญช่วยมาดักรอพริ้งทุกวัน ไม่ได้พูดคุยด้วยแค่ได้เดินตามและเห็นเพียงด้านหลังก็ชื่นใจที่สุดแล้ว วันนี้เขามาดักรอเธอเหมือนเช่นเคย แต่โชคไม่ดีเธอจับได้คิดว่าเป็นตำรวจส่งมาสะกดรอยตามเงื้อกระเป๋าถือจะฟาด บุญช่วยเอามือกันไว้พร้อมกับแนะนำตัวเอง

“ผมบุญช่วย ลูกชายแม่เอมกับคุณพ่อเวทย์ครับ”

พริ้งจำได้ทันทีที่แท้ก็ไอ้โค่งที่มาทวงสมบัติกับแม่เอมนี่เอง ถามเสียงเขียวว่ามาเดินตามทำไม หรือยังไม่เข็ดจะมาเจรจาเรื่องมรดกอีก เขาปฏิเสธว่าเปล่า พริ้งซักถ้าอย่างนั้นมาเดินตามทำไมแล้วตามมากี่วันแล้ว ได้ความว่าทำแบบนี้มาหนึ่งเดือนแล้ว พริ้งตวาดแว้ดจะตามหาบุพการีหรืออย่างไร บุญช่วยตกใจ

“ตามหาเมียครับ” พูดออกมาแล้วบุญช่วยเขินอายตัวบิดแทบจะเป็นเลขแปดก่อนจะเดินหนีไปเลย...

คำพูดของบุญช่วยทำให้พริ้งเอาเก็บไปคิดหนัก ในที่สุดก็ตัดสินใจเข้ามาถามหยั่งเชิงพี่สาวว่าถ้าตนจะมีผัวใหม่เธอจะว่าอย่างไร ช้อยรู้ดีห้ามไปก็เท่านั้น

ได้แต่เตือนให้ดูดีๆก่อนก็แล้วกัน หัดเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองบ้างอย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย พริ้งไม่พอใจแต่ไม่เถียง มุ่งมั่นทำให้ตัวเองพ้นความลำบาก

ooooooo

ในเมื่อตั้งใจมั่นจะเอาบุญช่วยเป็นผัวคนที่ห้าให้ได้ เช้านี้พริ้งแต่งตัวสวยเป็นพิเศษออกมาเดินทอดน่อง สอดส่ายสายตามองหาบุญช่วย หวังว่าเขาจะมาดักรอเหมือนเช่นทุกวันแต่ไม่เห็น

“โธ่ ไอ้โค่งเอ๊ย ทีอยากจะเจอก็ไม่โผล่มา” พริ้งเดินหงุดหงิดออกไปเรียกสามล้อยังไม่ทันจะขึ้นนั่ง บุญช่วยยื่นชะลอมใส่ทุเรียนมาตรงหน้า เธอตกใจสะดุ้งโหยง เขาเอาของฝากจากสวนมาให้แทนคำขอโทษที่พูดจาไม่สุภาพกับเธอเมื่อวาน พริ้งยิ้มกริ่มแต่ทำเป็นไม่สนใจสั่งให้สามล้อออกรถเธอกำลังรีบ คนขี่สามล้อรีบถีบรถออกไป เธอไม่ลืมหันมาส่งสายตาให้บุญช่วยซึ่งมองตามตาละห้อยไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ผ่านไปพักใหญ่ พริ้งเดินถือสลากกินแบ่งรัฐบาลเข้ามานั่งที่เก้าอี้ในสวนสาธารณะ

“เอาวะ หมดตัวจากบ่อนก็มีสลากนี่ล่ะวะ” พริ้งยกมือไหว้ท่วมหัว “เจ้าประคุณถูกทีเถอะ จะได้มีเงินมาต่อทุนมีเงินไปส่งค่าบ้าน” ไหว้เสร็จเธอมองไปรอบๆเห็นหนุ่มสาวเดินจับมือมาเป็นคู่ๆ นึกเหงาเต็มที หลับตานั่งฟังเสียงตามสายเปิดเพลงออกลำโพง ปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลงนั้น มีเสียงบุญช่วยร้องเรียกเธอดังขึ้น

พริ้งสะดุ้งลืมตา บุญช่วยที่ยืนยิ้มปากกว้างก็ยื่นชะลอมทุเรียนให้อีก ในเมื่อเธอตั้งใจจะเอาเขาทำผัวจึงซักละเอียดยิบว่าทำมาหากินอะไรมีเงินมากน้อยแค่ไหน ได้ความว่าเขาทำสวนทุเรียนเป็นอาชีพหลัก ระหว่าง รอผลผลิตจะรับจ้างตามโรงศาลหารายได้พิเศษ เขาเรียนทนายความมาแต่ยังว่าความไม่ได้ต้องรอสอบก่อน ส่วนรายได้ก็มีพอใช้ถ้าไม่ฟุ่มเฟือย พริ้งตาวาวทันที ถามไม่อ้อมค้อมว่าชอบเธอหรือ เขาละล่ำละลัก

“ครับ ผมชอบคุณพริ้ง คุณพริ้งไม่กลัวใคร เป็นผู้หญิงเก่งผมประทับใจ โดยเฉพาะความสวยของคุณพริ้งไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีลูกแล้ว” บุญช่วยเพิ่งนึกถึงข้อนี้ขึ้นมาได้รีบขอโทษที่ลืมไปว่าพริ้งมีลูกมีผัวแล้ว ขอโทษที่ปล่อยให้ความรู้สึกที่มีต่อเธอครอบงำตัวเองจนลืมความจริงข้อนี้ ล่ำลาเธอแล้วเดินหนีไปด้วยความอับอาย พริ้งอึ้งไปอึดใจก่อนจะรีบเดินตาม แต่เขาเดินเร็วมากตามไม่ทันจึงตะโกนเรียกให้หันมา

บุญช่วยทำตามอย่างว่าง่าย พริ้งพอใจที่ผู้ชายคนนี้ดูเหมือนจะจูงจมูกได้ไม่ยาก รีบเข้าไปอธิบายว่าผัวเธอตายแล้ว ส่วนลูกก็ยกให้เป็นลูกพี่สาว นั่นแปลว่าถ้าเขาอยากจะชอบเธอก็ชอบได้เธอไม่มีพันธะ เขายิ้มดีใจ

“แล้วคุณพริ้ง...เอ่อ...เอ่อ จะชอบผมได้หรือเปล่าครับ”

“ดูก่อนว่าคุณ คุ้มค่าพอให้ฉันชอบหรือเปล่า”

บุญช่วยสมองช้าไม่เข้าใจ พริ้งเห็นว่าได้เวลาออกสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว ชวนเขาไปดูแล้วจับมือเขาไว้ บุญช่วยมองมือพริ้งที่จับมือตัวเองใจเต้นโครมครามหายใจไม่ทั่วท้อง ขณะที่เธอยิ้มทอดสะพานให้เต็มที่...

พริ้งโชคดีถูกสลากเลขท้ายสามตัว ก็เลยยกให้บุญช่วยเป็นตัวนำโชคคนใหม่ และหยอดคำหวานว่าเริ่มจะชอบเขาขึ้นมาแล้ว เขาดีใจมากถ้าเป็นอย่างนั้น เราจะเจอกันอีกได้ไหม เขาอยากเจอเธอทุกวัน

“ได้สิ คุณจะได้เจอฉันทุกวัน” พริ้งยิ้มให้ที่หมายใหม่ของตัวเอง

ooooooo

เมื่อรู้ว่าคนที่จะเป็นผัวใหม่พริ้งเป็นลูกชายของคุณพระเวทย์ที่เกิดกับแม่เอม ช้อยพยายามทักท้วงเพราะเท่ากับเกี่ยวดองเป็นญาติกันแต่เธอไม่สนใจยังคงเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเพื่อจะย้ายไปอยู่กับเขา ช้อยกลั้นใจถามว่ารักบุญช่วยหรือ เธอตอบโดยไม่ต้องคิดว่าไม่รัก ออกจะรำคาญด้วยซ้ำ ช้อยตำหนินั่นเท่ากับหลอกเขา

“มันบาป จะสร้างเวรสร้างกรรมเพิ่มทำไม ที่ผ่านมาทุกข์ทรมานเพราะเวรกรรมตัวเองยังไม่พออีกรึ” “แต่ฉันจะอดตายอยู่แล้วนะพี่ช้อย ฉันต้องมีคนเลี้ยงแล้วมันก็ไม่ได้บาป ถือว่าทำบุญด้วยซ้ำที่ฉันช่วยสงเคราะห์บุญช่วยให้สมหวัง” พริ้งพูดเอาแต่ได้ ช้อยสะกิดเตือนแล้วลูกของเธอจะทำอย่างไร เธอยกให้ช้อยไปแล้วไม่ใช่หรือ ช้อยหาว่าเธอใจดำทิ้งลูกได้ลงคอ พริ้งขู่ถ้าช้อยไม่เลี้ยงเธอจะเอาไปขายให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ช้อยตกใจรีบอุ้มยัยหนูไว้แนบอก แม้จะรู้สึกผิดที่ทิ้งลูกไว้แต่พริ้งจำต้องทำเพื่อความสุขสบายของตัวเอง...

ในเวลาต่อมา แม่เอมอาละวาดขว้างปาข้าวของในบ้านใส่ลูกชายซึ่งหลบเป็นพัลวันขณะที่พริ้งยืนสวยไม่รู้ไม่ชี้อยู่นอกบ้านทั้งที่เป็นต้นเหตุทำให้แม่ลูกมีปากเสียงกัน แม่เอมไม่ยอมให้บุญช่วยเอาผู้หญิงหยำฉ่าอย่างพริ้งเข้ามาอยู่ในบ้านถึงขนาดยื่นคำขาด ถ้าเขาทำอย่างนั้นเราสองคนขาดความเป็นแม่เป็นลูกกัน

“แม่อย่าให้ผมต้องเลือกเลย”

แม่เอมคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าพริ้ง สั่งให้บุญช่วยเลือกระหว่างท่านกับมัน เขาลังเลมองพริ้งไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอเดินเข้ามาในบ้านทันทียกมือไหว้สวัสดีแม่เอมอย่างขอไปที ท่านไม่รับไหว้แถมขวางทางไว้

“บุญช่วยห้องอยู่ไหน เอาของไปเก็บ” พริ้งสั่งเสียงเฉียบ แม่เอมชี้หน้าขืนเธอก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ท่านยอมตาย พริ้งงัดไม้ตายมาใช้ ขู่บุญช่วยถ้าตนเข้าบ้านไม่ได้ก็จะกลับแล้วทำท่าจะไป บุญช่วยขาดเธอไม่ได้ ตัดสินใจตามญาติมารับตัวแม่เอมไปส่งที่บ้านสวน ท่านแค้นมากประกาศตัดแม่ตัดลูกกับบุญช่วย...

หลังจากส่งแม่เอมเรียบร้อย บุญช่วยประคองพริ้งเข้าไปนอนในห้อง พร่ำบอกว่ารักเธอมากแค่ไหน และยินดีทำทุกอย่างให้เธอมีความสุขแม้จะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม แล้วพยายามจะเล้าโลมพริ้ง แต่เก้ๆกังๆทำอะไรไม่ถูก เธอต้องเป็นฝ่ายกำกับให้เขาซุกไซ้ตรงนั้นตรงนี้ อยู่ๆบุญช่วยก็ขอตัวไปล้างหน้าล้างตาแปรงฟัน แล้วหายเข้าไปในห้องน้ำแปรงฟันแล้วบ้วนปากซ้ำไปซ้ำมาเพราะความตื่นเต้น

พริ้งขี้เกียจรอเข้ามาคว้าคอเสื้อบุญช่วยพาไปที่เตียงนอน โดยตัวเองเป็นฝ่ายรุก บุญช่วยไม่เคยเจอแบบนี้ มาก่อนทั้งตื่นเต้นทั้งเร้าอารมณ์เป็นอย่างยิ่งถึงกับต้องเอาเล็บจิกหมอน

ooooooo

บุญช่วยในชุดทำงานวางกับข้าวลงบนโต๊ะเรียบร้อยเป็นจังหวะที่พริ้งในชุดนอนเข้ามองกับข้าวสองอย่างที่เขาเตรียมไว้ให้พลางถามว่ามีแค่นี้เองหรือ เขาเข้ามากอดเธอจากด้านหลังอย่างออดอ้อน

“ครับ เผ็ดกับหวาน คุณพริ้งตัวเล็กแค่นี้คงกินไม่เยอะ แค่นี้คงพอ...ผมจะให้เงินคุณพริ้งไว้ใช้ติดตัวไว้นะ” บุญช่วยเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบเงินให้ พริ้งชะเง้อมองเห็นแบงก์หลายใบก็ยิ้มหวานให้ แต่เขากลับหยิบเงินให้เธอแค่ใบเดียว เธอหุบยิ้มทันที เขาออกตัวว่าถ้าอยากซื้ออะไรเป็นพิเศษก็ให้บอกได้เลย

“ฉันอยากได้น้ำหอม เครื่องสำอาง เสื้อผ้า...”

“ผมเห็นคุณพริ้งก็มีอยู่แล้วมีมากด้วย ใช้ให้หมดก่อนดีไหมเสื้อผ้าก็ยังดูใหม่ๆอยู่เลย ผมเข้าใจนะผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามเป็นธรรมดา แต่ผมอยากให้เราช่วยกันประหยัดใช้เท่าที่จำเป็นเงินเดือนผมไม่ได้มากมาย ทุเรียนจะเก็บขายได้ก็แค่ปีละครั้ง”

พริ้งตัดพ้อแบบนี้เมื่อไหร่จะรวย บุญช่วยขอให้เธอรอสักหน่อย ถ้าเขามีเงินทุนสักก้อนพอเปิดสำนักงานทนายความได้เราคงมีทางรวย เธอจะขอเอาใจช่วย บุญช่วยได้กำลังใจจากเธอแบบนี้รับรองจะสู้ไม่ถอย...

พริ้งถือเงินที่บุญช่วยให้กลับมาที่ห้องนอนอย่างหงุดหงิดไม่วายก่นด่าเขาว่าไอ้งก ให้เงินมาแค่นี้แล้วเมื่อไหร่จะได้เป็นก้อนเอาไปส่งค่าบ้าน ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้มใจเอาแบงก์ใบนั้นเก็บใส่กระเป๋าถือไว้...

เงินที่บุญช่วยจ่ายให้เป็นธนบัตรวันละหนึ่งใบไม่พอที่จะจ่ายดอกเบี้ยค่าบ้าน พริ้งจึงใช้วิธีดึงเงินไปจากกระเป๋าสตางค์ของเขาเอง บุญช่วยมองอึ้ง แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร หลังเสร็จกิจเขาจะหลับเป็นตาย พริ้งใช้ช่วงเวลานั้นขโมยเงินจากกระเป๋าสตางค์เขาสองสามใบพอไม่ให้เป็นพิรุธ ครั้นได้เงินมากพอเป็นค่าดอกเบี้ย เธอก็จะเอามาให้แม่ละเมียดเจ้าหนี้เงินกู้

ตลอดเวลาที่มาอยู่กินกับบุญช่วย พริ้งมักจะแวะมาเกาะประตูรั้วแอบมองเข้าไปในบ้านสวน เห็นช้อยกำลังป้อนข้าวให้ลูกสาวของตัวเองก็อดสะเทือนใจไม่ได้ แต่พอมองหน้าลูกที่นับวันยิ่งเหมือนสมประสงค์ สายตาอ่อนโยนของเธอก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ความชิงชังเข้ามา แทนที่ เธอหันหลังเดินจากไปทันที

ooooooo

พริ้งอยู่กินกับบุญช่วยมาอย่างราบรื่นจนกระทั่งอายุได้ 30 ปี แม้จะไม่ร่ำรวยเหมือนตอนเป็นเมียพินิจ แต่บุญช่วยก็เลี้ยงดูเธออย่างดี แถมวันนี้เขายังมีสร้อยทองพร้อมจี้พลอยเส้นสวยที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบซื้อหามาฝากเมียรักถือเป็นของขวัญที่ไม่ได้จัดงานแต่งงานให้ เธอไม่สนใจ มีงานแต่งก็ใช่จะอยู่กันยืด

“คุณพริ้งว่าเราจะอยู่กันยืดไหม”

“อย่าทำให้ฉันเสียใจ อย่าให้ฉันลำบาก ดูแลฉันให้ดีๆ รักฉันให้มากๆ ห้ามมีคนอื่นไม่งั้นฉันไปแน่”
บุญช่วยจะทำทุกอย่างเพื่อให้พริ้งได้อยู่กับตนเองนานๆแล้วกอดเธอเอาไว้ ขอให้เธอรักษาสร้อยเส้นนี้ไว้ให้ดีถือเป็นตัวแทนหัวใจของเขา พริ้งรับปากจะรักษามันไว้ให้ดีที่สุด

ยังไม่ทันจะครบ 24 ชั่วโมง พริ้งเอาสร้อยทองเส้นนี้ไปจำนำเพื่อเอาไปจ่ายดอกเบี้ย แต่ปรากฏว่าแม่ละเมียด เอาโฉนดที่ดินไปจำนองไว้กับหลวงเสนาะอีกทอดหนึ่งเนื่องจากเธอขาดส่งมาหลายงวด เธอต้องการต่อดอกเบี้ยจึงขอที่อยู่ของเขา ครู่ต่อมาพริ้งนั่งรถสามล้อถีบมาถึงบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าของหลวงเสนาะซึ่งอยู่ในซอยเปลี่ยวมาก แล้วสั่นกระดิ่งที่แขวนไว้หน้าประตูรั้ว

แม่แล่มแม่บ้านคนสนิทของหลวงเสนาะเป็นคนมาเปิดประตูรับ เธอเห็นสาวสวยมาหาเจ้านายก็ตั้งแง่รังเกียจไว้ก่อนเพราะรู้ดีว่าเขาเจ้าชู้มากเห็นผู้หญิงสวยเป็นไม่ได้ เป็นอย่างที่แม่แล่มหวั่นใจ หลวงเสนาะถูกใจในความสวยของพริ้งน้ำลายแทบหก ใช้สายตาโลมเลียเธออย่างเปิดเผยโดยไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น

พริ้งจะมาขอคุยเรื่องดอกเบี้ยบ้านที่เอามาจำนองไว้ หลวงเสนาะกลับบอกว่าหารายละเอียดไม่เจออ้างไม่ได้นัดล่วงหน้า วันพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ตอนเย็น ด้วยความเจ้าเล่ห์และต้องการได้ตัวพริ้งมาครอบครอง หลวงเสนาะจึงสั่งให้แนบสมุนคนสนิทพาพวกไปดักปล้นเงินพริ้งตอนขากลับ แนบกับพวกสวมผ้าคลุมหน้าล็อกเธอจากข้างหลังเอามืออุดปากไว้ เธอเห็นรอยสักบนแขนข้างที่อุดปากอยู่พยายามสู้สุดกำลังไม่ยอมให้เอาเงินไป

แนบชกเธอที่ท้องจนจุกตัวงอเอาเงินในกระเป๋าไปหมดแล้วปากระเป๋าทิ้ง เปรมฤทัยนักเรียนนายเรือหนุ่มลูกชายหลวงเสนาะมาเห็นเข้าโวยวายลั่น แนบกับพวกตกใจทิ้งพริ้งไว้แล้วเผ่นหนี เขารีบเข้ามาช่วย

“คุณครับ...คุณ เป็นอะไรมากไหมครับ”

พริ้งเป็นลมในอ้อมแขนของเปรมฤทัย ไม่นานนัก เธอรู้สึกตัว กวาดตามองไปรอบๆ ไม่คุ้นว่าเป็นที่ไหน รีบลุกพรวดขึ้น พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนอนของใครก็ไม่รู้ สักพักเปรมฤทัยเข้ามา

“คุณเป็นลม ตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ”

“ฉัน...ฉันถูกปล้น กระเป๋าฉัน” พริ้งหันหากระเป๋าตัวเอง เปรมฤทัยลุกไปหยิบมาให้ เธอเปิดดูในกระเป๋าไม่มีเงินเหลือสักบาท จะลงจากเตียงไปแจ้งความ เขาซักว่าเห็นหน้าคนร้ายไหม เธอไม่เห็นเพราะมันโพกหัวปิดหน้า แต่จำรอยสักที่แขนได้ แล้วชี้ไปที่แขนตัวเองตรงตำแหน่งรอยสักของคนร้าย

เปรมฤทัยอึ้ง รู้ทันทีว่าเป็นแนบสมุนของพ่อตัวเอง แม้จะไม่ชอบใจการกระทำของท่านแต่ก็ไม่อยากให้ท่านเดือดร้อนกล่อมจนพริ้งเชื่อว่าแจ้งความไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะแถวนี้มีเรื่องแบบนี้บ่อยมาก ตำรวจก็เลยไม่ค่อยจะใส่ใจ เธอคร่ำครวญจะทำอย่างไรดี ถ้าไม่ได้เงินคืนจะเอาปัญญาที่ไหนหามาได้อีก

“นี่ถ้าพ่อคุณเอาเงินฉันไว้ตั้งแต่แรก ฉันก็ไม่โดนจี้ พ่อคุณบอกว่าหาบัญชีไม่เจอให้ฉันมาใหม่พรุ่งนี้ แล้วดูสิมาโดนแบบนี้เข้า ฉัน...” พูดได้แค่นั้นพริ้งร้องไห้โฮ เปรมฤทัยส่งผ้าเช็ดหน้าให้เช็ดน้ำตาแล้วอาสาจะไปส่งบ้าน เธอไม่ยอมกลับจะขอคุยกับหลวงเสนาะก่อน ปรากฏว่าท่านไม่อยู่กว่าจะกลับก็ดึก พริ้งตัดสินใจอยู่รอ...

ขณะที่พริ้งชะเง้อคอยาวรอหลวงเสนาะกลับมา บุญช่วยก็รอเมียรักกลับบ้านด้วยใจจดจ่อ นั่งมองกับข้าวบนโต๊ะโดยไม่ยอมแตะต้องอะไร รอเธอกลับมากินข้าวพร้อมกัน...

ด้านเปรมฤทัยเห็นได้เวลามื้อค่ำจึงชวนพริ้งกินข้าวด้วยกัน เธอกินอะไรไม่ลงอยากเจอหลวงเสนาะมากกว่าเมื่อไหร่ถึงจะกลับ แม่แล่มหมั่นไส้ก็เลยแว้ดใส่มาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น พริ้งด่าสวนว่าไม่ได้ถามอย่าสาระแน แม่แล่มรู้ว่าหลวงเสนาะชมชอบพริ้งจึงหาเรื่องเหน็บแนมตลอด พริ้งกำลังอารมณ์ไม่ดีก็เลยคว้าถ้วยแกงสาดใส่หน้า แม่แล่ม ร้องกรี๊ดๆแสบร้อนไปหมด พริ้งกรี๊ดใส่บ้าง อีกฝ่ายถึงกับ ตะลึงในความบ้าของเธอ

หลวงเสนาะเข้ามาเห็นสภาพห้องอาหารเหมือนโดนระเบิดลงถึงกับอึ้ง...

ooooooo

ที่ห้องทำงานของหลวงเสนาะ ในที่สุดพริ้งก็ได้คุยกับเจ้าหนี้สมใจอยาก พยายามขอร้องให้เขางดเว้นดอกเบี้ยเท่ากับจำนวนเงินที่โดนปล้นไป เพราะถ้าวันนี้เขารับเงินของเธอตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้ หลวงเสนาะอยากรู้ว่าเธอทำมาหากินอะไร พริ้งโกหกว่าผัวตายไม่มีใครเลี้ยงก็เลยช่วยพี่สาว
ทำขนมขาย

“มันจะหาได้สักกี่บาท ไม่ไหวก็ปล่อยไปเถอะ”

“ไม่ ฉันจะเก็บเอาไว้ บ้านของฉันยังไงฉันก็ต้องหาเงินมาไถ่คืนให้ได้”

ที่หน้าห้อง เปรมฤทัยแอบฟังการสนทนาของทั้งคู่ด้วยความอยากรู้และเป็นห่วงสวัสดิภาพของพริ้ง หลวงเสนาะเห็นประตูห้องทำงานแง้มอยู่ลุกขึ้นมาปิดให้สนิท ยิ่งทำให้เปรมฤทัยเป็นกังวลเพราะรู้นิสัยเจ้าชู้ของพ่อดี แม่แล่มเห็นเขาด้อมๆมองๆอยู่หน้าห้องเข้ามา ขอร้องอย่าไปยุ่งเรื่องของท่าน ทุกทีเธอไม่เห็นเขาเป็นแบบนี้ เขาอ้างว่าคนนี้น่าสงสาร คุณพ่อไม่น่าทำกับเธอแบบนั้น แม่แล่มทำไก๋ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร

“อย่าไปตกหลุมอีผู้หญิงสันดานกาคนนั้นเลยค่ะ ถูกปล้นเอาเงินไปไม่เท่าไหร่ฟูมฟายเหมือนโลกจะพัง”

“เงินนั่นอาจหมายถึงโลกทั้งใบของเธอ”

แม่แล่มหาว่าเปรมฤทัยสงสารเพราะเห็นว่าพริ้งสวย เตือนให้ระวังความใจดีใจอ่อนของตัวเองไว้จะย้อนกลับมาทำให้เดือดร้อน เปรมฤทัยไม่ตอบโต้มองไปที่ประตูห้องทำงานพ่ออีกครั้งแล้วเดินเลี่ยงออกมา...

ฝ่ายพริ้งนั่งหน้าเครียดเพราะเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยที่หลวงเสนาะปิดประตูห้อง เขามองเธอจากด้านหลังเห็นความสวยของเธอแล้วแทบอดใจไม่ไหว พริ้งถามย้ำว่าเขาจะเมตตาตามที่เธอขอได้ไหม เขาเสนอจะยกดอกเบี้ยให้เธอแต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน พริ้งถึงบางอ้อทันที ไม่พูดเปล่า หลวงเสนาะเริ่มจับโน่นจับนี่ เธอหันมาเผชิญหน้ากับเขา รังเกียจที่สุดแต่ไม่กล้าโวยวาย หลวงเสนาะรุกไล่จนพริ้งต้องถอยร่น

“ลูกผัวก็ไม่มีมากวนตัวกวนใจแล้วไม่ใช่รึ เหมือนฉันเหลือแค่ลูกคือไอ้เปรมนั่นแหละ แม่พริ้งสวยมาก สวยถูกใจฉัน เวลาฉันถูกใจใคร ฉันเลี้ยงสบายเลยนะ แต่ดูจากท่าทางและสีหน้าแล้ว แม่พริ้งคงไม่ตามใจฉัน ถ้าอย่างนั้นบ้านก็เห็นจะถูกยึด ว่ายังไง” หลวงเสนาะลูบไล้ไปตามเนื้อตัวพริ้งอย่างหื่นกระหาย

พริ้งถูกหลวงเสนาะรุกไล่จนไม่มีทางหนี พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาเดินไปเปิดประตูเห็นเปรมฤทัยยืนอยู่ถามว่ามีอะไร เปรมฤทัยจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกเมื่อครู่นี้กินไม่อิ่ม ท่านจะเอาอะไรไหม หลวงเสนาะโกรธที่ลูกมาขัดจังหวะโวยวายว่ายังคุยธุระไม่เสร็จ กำลังถึงตอนสำคัญ พริ้งรีบบอกว่าคุยเสร็จแล้ว

“แล้วฉันจะมาให้คำตอบวันหลัง คืนนี้ดึกแล้ว ฉันต้องรีบกลับ ไม่ได้บอกคนที่บ้านไว้ เขาจะเป็นห่วง”

เปรมฤทัยสบช่องอาสาจะไปส่งบ้านให้ ดึกแล้วกลัวจะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอีก คราวนี้คงต้องแจ้งความเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เขาขู่พ่อกลายๆเพราะรู้ดีว่าท่านอยู่เบื้องหลังพริ้งถูกปล้น หลวงเสนาะอ้างยังพูดธุระไม่เสร็จ

“มันเป็นเรื่องสำคัญ ให้เวลาฉันหน่อยเถอะค่ะ” พริ้งส่งสายตาอ้อนวอน หลวงเสนาะใจอ่อนยอมให้เธอกลับไปคิดก่อน แต่อย่าให้ตนรอนาน เปรมฤทัยรีบตัดบทเชิญพริ้งไปขึ้นรถ เธอไม่รอให้เขาบอกซ้ำรีบเดินออกไปทันที คุณหลวงจอมหื่นมองตามเสียดาย พริ้งขอบคุณเปรมฤทัยมากที่ช่วยเธอเอาไว้...

ฝ่ายบุญช่วยเห็นเมียรักหายไปก็เป็นห่วง มาหาช้อยที่บ้านสวนเพื่อถามหาพริ้ง แต่ไม่ได้ความอะไร

ooooooo

ระหว่างขับรถไปส่งพริ้งที่บ้าน เปรมฤทัยกับพริ้งคุยกันถูกคอ ต่างฝ่ายต่างประทับใจกันและกัน เขาถูกใจที่เธอเป็นคนตรงไปตรงมาเพราะไม่ค่อยได้เจอผู้หญิงสวยๆที่เป็นตัวของตัวเองและไม่เสแสร้ง
พริ้งเองก็ถูกใจเขาเช่นกัน เมื่อมาถึงปากซอยบ้าน เธอขอให้เปรมฤทัยส่งเธอลงตรงนี้ เขาถามย้ำแน่ใจว่าไม่ต้องให้เขาเดินไปส่งจนถึงบ้านหรือ เธอส่ายหน้าอีกนิดเดียวก็ถึงบ้านไม่มีอันตรายแล้ว

“กลัวสามีเข้าใจผิดเหรอครับ”

ด้วยมิตรภาพที่ดีต่อกัน พริ้งตัดสินใจเล่าประวัติคร่าวๆให้เปรมฤทัยรับรู้ว่าเธออยู่กับสามี คนนี้ไม่มีลูกด้วยกัน แต่คนก่อนมี เธอฝากพี่สาวช่วยเลี้ยงให้ แล้วถามเขาว่าจะเลิกเป็นมิตรกับเธอไหมที่รู้ว่าเธอมีสามีหลายคน เปรมฤทัยไม่ถือเรื่องนี้เป็นสาระสำคัญในการเป็นมิตรกับใคร แล้วเตือนเธอให้ระวังข้อเสนอของหลวงเสนาะ

“ไม่ว่าจะเป็นอะไร คุณพริ้งคิดให้ดีๆนะครับถ้ามันไม่เป็นธรรม คุณพริ้งมีสิทธิ์ที่จะไม่ยอม”...

บุญช่วยเห็นพริ้งเปิดประตูบ้านเข้ามา โผกอดด้วยความดีใจถามว่าหายไปไหนมาเป็นห่วงแทบแย่ เธอแต่งเรื่องว่าออกไปซื้อของ ขากลับถูกโจรปล้นเอาสร้อยที่เขาให้กับเงินในกระเป๋าไปหมด ที่กลับช้าก็เพราะมัวแต่วุ่นวายกับการแจ้งความ เจอเรื่องร้ายไม่พอ กลับบ้านยังเจอผัวซักเหมือนเป็นนักโทษอีกต่างหาก

ชายหนุ่มขอโทษที่ซักมากไปหน่อย แต่ก็ทำไปเพราะเป็นห่วง พริ้งยังโกหกอีกว่าที่ไม่กล้าเข้าบ้าน
กลัวเขาจะโกรธที่รักษาของที่เขาให้ไว้ไม่ได้ เขาไม่สนใจ ทรัพย์สินนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้ แค่เธอกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว ไว้เขาจะเก็บเงินซื้อให้ใหม่ พริ้งลอบถอนใจ โล่งอกที่เขาเชื่อคำโป้ปดของเธอ...

พริ้งนอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงแต่ข้อเสนอของไอ้เฒ่าตัณหากลับอย่างหลวงเสนาะ และคำพูดของเปรมฤทัยที่แนะให้ปฏิเสธหากเห็นว่าข้อเสนอเหล่านั้นไม่เป็นธรรม

ooooooo

ที่ห้องกินข้าว เปรมฤทัยเห็นพ่อนั่งกินข้าวไปชะเง้อคอยาวมองไปทางหน้าบ้านรอคอยให้พริ้งปรากฏตัว แกล้งพูดขึ้นลอยๆว่าเธอมีสามีแล้ว หลวง เสนาะถึงกับสำลัก สั่งให้แม่แล่มไปบอกลูกชายตัวดีว่าห้ามพูดเรื่องอัปมงคลบนโต๊ะกินข้าวทั้งที่ตัวเองอยู่ห่างลูกไม่กี่คืบ และที่สำคัญท่านรู้แล้วว่าเธอเคยมีผัวแต่ตายไปแล้ว

“คนนี้ยังอยู่ครับ คุณพริ้งบอกผมเอง ตอนนี้เขาก็อยู่กับสามีใหม่”

หลวงเสนาะตวาดลั่นมาบอกท่านทำไม เปรม– ฤทัยอ้างว่าเผื่อท่านจะคิดใหม่เมื่อรู้ความจริงจะได้ไม่ต้องทำบาป ท่านไม่สนใจ เพราะผู้หญิงคนนี้ถูกใจท่านมากและหากใครคิดขวางจะตัดออกจากกองมรดก แม่แล่มต้องส่งสายตาปราม เปรมฤทัยถึงสงบปากสงบคำลงได้แล้วขอตัวไปเรียนหนังสือเพื่อนรออยู่ ก่อนไปเขาไม่วายบอกพ่อให้เผื่อใจรับความผิดหวังไว้บ้าง หลวงเสนาะโกรธด่าไล่หลังไอ้เปรต แม่แล่มเตือนให้ท่านใจเย็นๆ

“เดี๋ยวหัวใจวายตาย อดขึ้นสวรรค์อย่างที่อยากจะขึ้นนะคะ”...

ทางด้านพริ้งไม่อยากยุ่งกับไอ้เฒ่าจอมหื่น จึงยุให้บุญช่วยขายสวนทุเรียน เขาทำตามที่เธอว่าไม่ได้เพราะสวนเป็นของแม่เขาครึ่งหนึ่ง แล้วถามว่าจะเอาเงินไปทำอะไร เธออ้างว่าอยากได้สร้อยเส้นใหม่ เขารับปากจะซื้อให้แต่ขอเก็บเงินก่อน เธอไม่อยากรอไม่รู้อีกกี่ปีถึงจะได้ สงสัยแก่ตายก่อน แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าห้อง ปิดประตูใส่หน้าเขาอีกต่างหาก ทำเอาบุญช่วยเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรให้เมียรักพอใจ...

หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายตลบ พริ้งตัดสินใจจะรับข้อเสนอของหลวงเสนาะเพราะไม่ต้องการเสียบ้านหลังนั้นไป ลุกขึ้นแต่งตัวสวยแม้จะรังเกียจเขาแค่ไหนก็ตาม จากนั้นไม่นาน พริ้งในชุดสวยแต่งหน้าจัดเพื่อปกปิดริ้วรอยแห่งวัยมาสั่นกระด่ิงหน้าประตูรั้วบ้านหลวงเสนาะ แม่แล่มเห็นเธอถึงกับตะลึงในความงาม...

แม้จะมีผัวมาห้าคนแล้ว พริ้งยังเดินขาสั่นขึ้นไปหาหลวงเสนาะซึ่งรออยู่ในห้องนอน พอถึงโถงบันไดชั้นบน เธอต้องหยุดรวบรวมสมาธิหลับตาครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยความมั่นใจไม่กลัวอีกต่อไป พลันมีเสียงเรียกของเปรมฤทัยดังขึ้น เธอหันมองเจอสายตาห้ามปรามที่เขาจ้องมา เกิดลังเลไปอึดใจก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนอนของหลวงเสนาะ เปรมฤทัยมองตามเธอที่ค่อยๆเดินไปขึ้นสวรรค์ด้วยความผิดหวัง

ooooooo