พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 10 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 10


27 พ.ค. 2560 08:04
1,037,798 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

ช้อย​ยืน​ฟัง​อยู่​หน้า​ห้อง​พริ้ง​ทั้งที่​ปาก​บอก​ว่า​จะ​ไม่​ยุ่ง​แต่​ก็​อด​ไม่ได้ ตกใจ​ไม่​น้อย​ที่​ได้ยิน​ว่า​เธอ​ท้อง คอย​ลุ้น​เอาใจช่วย​น้อง​สาว เรื่องราว​จะ​ลงเอย​อย่างไร

สม​ประสงค์​ยัง​คง​ยืน​อึ้ง พริ้ง​ค่อยๆเข้า​มาก​อด​ขา บีบน้ำตา​ออดอ้อน​ให้​เห็นใจ​เธอ​กับ​ลูก​ด้วย อย่า​จาก​ไป​ไหน​อย่า​ให้​ลูก​ต้อง​เป็น​กำพร้า เขา​อึดอัด​คับ​ข้องใจ​เรื่อง​อะไร​ก็​ขอ​ให้​บอกกล่าว เธอ​จะ​ได้​ปรับปรุง​ตัว สม​ประสงค์​หวั่นไหว​เรื่อง​ลูก​มาก​ตัดสินใจ​เอา​กระเป๋า​เสื้อ​ผ้า​ไป​เก็บ​ใน​ตู้ พริ้ง​ถอน​ใจ​โล่ง​อก​เข้าไป​กอด​เขา​ทาง​ด้าน​หลัง

“ขอบคุณ​นะ​คะ​หมอ ฉัน​รัก​หมอ รัก​ลูก​ของ​เรา ต่อ​ไป​นี้​เรา​จะ​มี​ครอบครัว​ที่​อบอุ่น​ด้วย​กัน​นะ​คะ”

แม้​พริ้ง​จะ​โล่ง​อก​ที่​รั้ง​ตัว​สม​ประสงค์​ไว้​ได้ แต่​ก็​กังวล​ใจ​เพราะ​ไม่ได้​ท้อง​จริง ต้องหา​ทาง​ทำให้​ท้องให้ได้...

พริ้ง​ต้องการ​หา​แนวร่วม รอ​จน​สม​ประสงค์​ออก​จาก​บ้าน​ไป​แล้ว จึง​สารภาพ​กับ​ช้อย​ว่า​ไม่​ท้อง ถ้า​ไม่​โกหก​แบบ​นี้​สม​ประสงค์​คง​ไป​จาก​เธอ​แล้ว ช้อย​เป็น​กังวล​แทน แล้ว​ถ้า​เขา​จับ​ได้​ว่า​ไม่ได้​ท้อง​จะ​ทำ​อย่างไร

“ก็​อย่า​ให้​เขา​จับ​ได้​สิ พี่​ช้อย​ก็​ต้อง​ห้าม​พูด​ไป”

“มัน​จะ​ปิด​ไว้​ได้​นาน​แค่​ไหน ความ​ลับ​ไม่​มี​ใน​โลก​หรอก​นะ​พริ้ง”

“เออ​น่า เดี๋ยว​ก็​หา​ทางออก​ได้​เอง​แหละ ตอน​นี้​ปดๆไป​ก่อน”

ช้อย​อยาก​จะ​เป็น​ลม​กับ​วิธี​แก้​ปัญหา​ง่ายๆของ​น้อง​สาว

ooooooo

เพื่อ​ให้การ​โกหก​แนบเนียน พริ้ง​ทำ​เป็น​ส่งเสียง​โอ้ก​อ้า​ก​เหมือน​คน​แพ้ท้อง รีบ​วิ่ง​ออก​จาก​ห้อง​ไป​ โก่ง​คอ​อาเจียน สม​ประสงค์​มอง​ตาม ลังเล​จะ​ปฏิบัติ​ต่อ​เธอ​อย่างไร​ดี สุดท้าย​ตัดสินใจ​เดิน​ตาม​ไป​จะ​ช่วย​ลูบหลัง แต่​กลับ​เปลี่ยนใจ ไม่​อยาก​เข้า​ใกล้ ไม่​อยาก​แตะตัว​ หัน​หลัง​เดิน​กลับ พริ้ง​ทั้ง​น้อยใจ​เสียใจ​ที่​เขา​ไม่ไยดี...

ใน​เวลา​ต่อ​มา ช้อย​เดิน​ถือ​ชาม​ใส่​กับข้าว​ที่​เพิ่ง​ทำ​เสร็จ​จะ​เอา​มา​วาง​บน​โต๊ะ​อาหาร​เจอ​สม​ประสงค์​ รอ​ท่า​อยู่​ก็​ชะงัก ถาม​ว่า​มี​อะไร​หรือ​เปล่า เขา​แค่​จะ​มา​บอก​ว่า​พริ้ง​ท้อง อยาก​จะ​ฝาก​ให้​ช่วย​ดูแล​เธอ​ให้​ด้วย เขา​คง​ไม่ค่อย​มี​เวลา​ดูแล ช้อย​มอง​ไม่ค่อย​จะ​พอใจ​นัก

“คุณ​พี่​ไม่​ชอบ​ผมผมรู้​ดี ไม่​เป็นไร​ครับ มัน​ก็​สมควร​แล้ว แต่...ช่วย​ชอบ​ลูก​ผม​ด้วย​นะ​ครับ” สม​ประสงค์​ไหว้​ขอบคุณ​ช้อย​แล้ว​รีบ​ออก​ไป เธอ​มอง​ตาม​เวทนา​สงสาร เหลือบ​เห็น​พริ้ง​ยืน​มอง​เขา​อยู่​เช่น​กัน เข้า​มา​ยืน​ข้างๆ

“เขา​มา​ฝาก​ให้​พี่​ช่วย​ดูแล​พริ้ง”

“อย่าง​น้อย การ​โกหก​ของ​ฉัน​ก็​ทำให้​หมอ​สมประสงค์​กลับ​มา​เป็น​ผู้​เป็น​คน​ขึ้น​บ้าง​ล่ะ”

ช้อย​ขอร้อง​ให้​พริ้ง​พูด​ความ​จริง​กับ​สม​ประสงค์​ก่อน​ที่​อะไรๆจะ​แย่​ไป​กว่า​นี้ ถ้า​เธอ​ไม่​กล้า​บอก​ตน​จะ​เป็น​คน​บอก​ให้​เอง พริ้ง​ห้าม​ช้อย​บอก​อะไร​เขา เพราะ​เธอ​จะ​ท้อง​กับ​เขา​ให้​ได้​จริงๆ ช้อย​สงสัย​จะ​ท้อง​จริงๆ ได้​อย่างไร ใน​เมื่อ​ใบหน้า​พริ้ง​เขา​ยัง​ไม่​แล พริ้ง​เชื่อมือ​ตัว​เอง​ว่า​จะ​ทำให้​เขา​อดใจ​ไม่​ไหว​ได้...

ที่พริ้งการแพทย์ ฉวีกำลังตรวจเช็กข้าวของอยู่ตอนที่สมประสงค์เปิดประตูเข้ามา มองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เขายิ้มให้เธอก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อกาวน์มาสวม แล้วหันไปถามฉวีว่ายังไม่มีคนไข้อีกหรือ

“ยังค่ะ และอาจจะไม่มีเลยด้วย”

สมประสงค์รู้ดีว่าเป็นความผิดของตัวเอง ขอร้องฉวีทำอย่างไรก็ได้ให้คนไข้รู้ว่าเขากลับมาแล้วและจะออกตรวจทุกวัน เธอรับคำด้วยความดีใจ ขยับจะไป เขาเรียกไว้

“ขอโทษด้วยนะครับ ที่เคยทำให้ไม่สบายใจ” สมประสงค์ยิ้มให้อย่างจริงใจ และตั้งใจจะทำงานเพื่อเก็บเงินไว้ให้ลูกที่จะเกิด แม้จะมาจากแม่อย่างพริ้งที่ตัวเองชิงชังก็ตาม...

ในเวลาต่อมา ระหว่างรอคนไข้รายต่อไปเข้ามาตรวจรักษา สมประสงค์นำใบสั่งยามาให้ฉวีช่วยจัดยาให้ เธอเห็นเป็นยาบำรุงครรภ์กับยาแก้อาเจียนก็นิ่วหน้าแปลกใจ เขารีบบอกว่าเป็นยาของพริ้ง ฉวียิ้มดีใจ

“คุณพริ้งกำลังจะมีลูกเหรอคะ”

คุณหมอหนุ่มยังไม่ทันจะว่าอะไร พริ้งเดินเข้ามาเสียก่อน เขาเดินหนีกลับห้องทำงาน แต่เธอเรียกไว้จะมารอรับเขากลับบ้านด้วยกัน เขากลับบอกว่าไม่ต้องรออีกนานกว่าคลินิกจะปิด แล้วเดินเข้าห้องตรวจไปเลย ฉวีสังเกตเห็นท่าทางของสมประสงค์ก็นึกแปลกใจ ส่วนพริ้งได้แต่มองตามเจ็บใจ

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน พริ้งเห็นสมประสงค์กลับจากทำงานเหนื่อยๆตามเข้ามาในห้องจะช่วยผลัดผ้าอาบน้ำเสร็จแล้วจะได้ไปกินข้าวพร้อมกัน เขาบอกให้เธอไปกินได้เลยไม่ต้องรอ เขาไม่หิว อาบน้ำเสร็จจะนอนเลย

“งั้นฉันก็ไม่กิน”

สมประสงค์ตำหนิถ้าพริ้งไม่คิดถึงตัวเองก็ควรจะคิดถึงลูกในท้อง เธอกำลังหงุดหงิดสวนกลับทันทีว่าไม่คิด สมประสงค์ไม่พอใจถ้าไม่อยากได้เด็กก็ให้ไปเอาออก พริ้งตัดพ้อทำไมพูดเหมือนไม่ได้รักเธอเลย

“ผมเคยพูดตอนไหนว่ารักคุณ...คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าที่ผมยังอยู่เพราะอะไร”

“หมอต้องอยู่กับฉันฉันจะไม่มีวันปล่อยหมอไปจนกว่าฉันจะตายหมอถึงจะเป็นอิสระ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลลูกในท้องให้ดี เมื่อเลือกแล้วที่จะเก็บเขาไว้ เพราะถ้าเขาเป็นอะไรไป คุณได้ตายสมใจแน่ ผมจะฆ่าคนให้ตายได้จริง” ขู่เสร็จ สมประสงค์ออกไปอาบน้ำ พริ้งเครียดไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร...

ช้อยแอบได้ยินพริ้งกับสมประสงค์คุยกันก็ยิ่งไม่สบายใจ อุตส่าห์เข้ามาสวดมนต์ไหว้พระหวังจะให้ความกลัดกลุ้มบรรเทาก็ไม่ได้ช่วยอะไร คับข้องใจจนต้องร้องไห้ออกมา คุณพระเวทย์เข้ามาเห็นก็ถามว่าร้องทำไม เธอทุกข์ใจเรื่องพริ้งกับผัว เขาสอนว่าทุกข์สุขอยู่ที่ความคิดของเราไปปรุง ถ้าคิดว่าทุกข์ก็ทุกข์ ถ้าคิดว่าน่าขำมันก็ขำ เรื่องของพริ้งกับผัวคือปัญหาไม่ใช่ความทุกข์ มีปัญหาก็แก้ไป ก็แค่นั้น

“ฉันถามจริงๆคุณพระเคยทุกข์กับเรื่องอะไรบ้างไหม”

คุณพระเวทย์ก็มีเรื่องทุกข์ใจเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ถ้าจะให้เล่าก็เสียเชิงแย่ว่าเขาทุกข์เพราะกลัวช้อยจะไม่รับรักเขา เธอถึงกับหลุดขำทั้งน้ำตา เขาพลอยหัวเราะไปด้วย พริ้งยืนมองทั้งคู่ที่หัวเราะหัวใคร่กันอย่างมีความสุข นึกเวทนาตัวเองที่ต้องทุกข์ใจเพียงลำพัง

ooooooo

ความวุ่นวายดูเหมือนจะไม่จบไม่สิ้น นวมพี่สาวคนโตของพริ้งกับช้อยหอบเสื้อผ้าข้าวของจะมาขออาศัยที่บ้านสวนด้วย เนื่องจากโชติผู้เป็นผัวตายก็เลยไม่อยากอยู่คนเดียว ตั้งแต่มาถึงที่นี่นวมเอาแต่ด่าผัวที่ตายไปแล้วฉอดๆๆ คุณพระเวทย์ไม่อยากให้ตานิดกับสายสวาทได้ยินก็เลยรีบตัดบท

“คุณนวมนั่งคุยกับแม่ช้อยไปก่อนนะ ฉันจะพาเด็กๆเข้าสวน พอดีมีคนมารับส้มโอ”

นวมสรรเสริญเยินยอคุณพระเวทย์ตามหลังแล้วหันมาถามช้อยได้ข่าวว่าพริ้งมาอาศัยอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ พูดไม่ทันขาดคำเจ้าตัวเดินนวยนาดเข้ามา นวมยังไม่เห็นแต่พริ้งจำพี่สาวคนโตได้ติดตาแม้จะแก่ลงไปมาก

“แม่ช้อย ฉันจะเตือนถ้าไม่อยากให้บ้านลุกเป็นไฟรีบๆไล่มันไปอยู่ที่อื่นซะ”

พริ้งไม่พอใจโวยลั่น “อะไรกันพี่นวม เพิ่งจะมาถึงแต่แกว่งปากหาเสี้ยนเหมือนจะไม่อยากอยู่ต่อ”

ความสวยของพริ้งทำเอานวมถึงกับตะลึงเพราะเพิ่งจะเคยเห็นเธอเป็นสาวครั้งแรก มองสำรวจตั้งแต่หัวจดเท้า พริ้งเชิดหน้าคอตั้งไม่แม้แต่จะไหว้ สองคนเปิดศึกด่ากันไฟแลบแต่ยังไม่สาแก่ใจ ถลกผ้าถุงจะตบกันอีกด้วย ช้อยต้องเข้าไปห้าม ทั้งสองคนจ้องหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...

ครู่ต่อมา พริ้งเปลี่ยนไปใส่ชุดสวยจะออกจากบ้าน ช้อยเข้ามาขอร้องให้ลดราวาศอกให้นวมหน่อยถึงอย่างไรเธอก็เป็นพี่ของเรา พริ้งไม่เห็นเธอเป็นพี่แต่เห็นเป็นยักษ์ แล้วต่อว่าช้อยว่าไปชวนมันมาอยู่ด้วยทำไม

“พี่นวมอายุมากแล้ว อยู่ได้ยังไงคนเดียว ลูกเต้าก็ไม่มี พี่ขอได้ไหม”

“ไม่ได้ ถ้าไม่อยากปวดกะโหลกก็ให้มันกลับสุพรรณไปสิ”

ช้อยยืนกรานไม่ยอมไล่นวม พริ้งไม่พอใจเดินออกจากบ้านไปเลย...

ทางด้านนวมไม่ยอมลดราวาศอกเช่นกัน จะอยู่ขวางหูขวางตาพริ้งจนตายกันไปข้างหนึ่ง แล้วบ่นๆๆๆ ไม่หยุดแถมยังหาเรื่องด่าพริ้งอีกเป็นกระบุง ช้อยได้แต่กุมขมับไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

พริ้งพกพาอารมณ์บูดไประบายในบ่อนพนัน

วันนี้ดวงดีเล่นได้ทำให้เธออารมณ์ดีขึ้น แต่พอเห็นหน้าสายเท่านั้นของขึ้นอีกครั้งแค้นไม่หายเรื่องหมอทำเสน่ห์ ลากตัวไปยังมุมปลอดคนตบสายหน้าหัน คนถูกตบงงไปทำอะไรให้ พริ้งได้สติไม่อยากให้เธอรู้ว่าแอบไปหาหมอทำเสน่ห์แถมเกือบเสียตัว รีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่แล้วเข้าไปช่วยพยุงสายลุกขึ้น เธอไม่ถือโทษโกรธพริ้งได้แต่ถามว่าไปอารมณ์ค้างที่ไหนมา

“ก็...เมียๆอย่างเราจะค้างเรื่องอะไรถ้าไม่ใช่ เรื่องผัว”

“นั่นสิ นี่รู้ไหมหมอเสน่ห์ที่กูเคยไปหาประจำ มันปิดตำหนักหนีไปแล้ว ถ้าไม่มีตัวช่วยผัวจะเบื่อกูวันไหนก็ไม่รู้ กูล่ะกลุ้ม ผัวกูอยากมีลูกเยอะๆลูกยิ่งเยอะผัวยิ่งรักกู”

พริ้งแนะให้หาหมอทำเสน่ห์คนใหม่ สายก็อยากจะได้เหมือนกันแต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน พริ้งหงุดหงิดทันที ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ให้เธอนับถอยหลังรอวันผัวเบื่อได้เลย แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป สายมองตามงงๆ

จากนั้นไม่นาน สายได้รับข่าวดีเมื่อสมประสงค์ตรวจพบว่าเธอตั้งครรภ์ดีใจจนออกนอกหน้านี่เท่ากับพริ้งทายผิด เขามองงงๆ สายจึงแนะนำตัวว่าเป็นเพื่อนของพริ้งเพิ่งเจอกันที่บ่อนเมื่อตอนสายนี่เอง...

สมประสงค์พกเอาความไม่พอใจกลับไปต่อว่าพริ้งระหว่างที่นอนอยู่บนเตียงด้วยกันว่าให้พักผ่อนอยู่บ้านไปเข้าบ่อนทำไม ในบ่อนไม่ใช่ที่ที่คนท้องอยู่ เธอดีใจที่เขาเป็นห่วง เขากลับบอกว่าห่วงลูกไม่ได้ห่วงเธอ

“อย่างน้อยฉันก็พลอยได้อานิสงส์ไปด้วย ขอบคุณนะหมอ” พริ้งว่าแล้วขยับเข้าหา สมประสงค์พลิกตัวนอนหันหลังให้ทันที สั่งห้ามเธอเข้าบ่อนอีก พริ้งรับคำหนักแน่น จะทำตามที่เขาสั่ง

ooooooo

พริ้งเปิดศึกน้ำลายกับนวมแต่เช้า เนื่องจากฝ่ายหลังไปแขวะสมประสงค์ว่าพริ้งมีผัวมาแล้วสามคนทำไมยังเอาทำเมียอีกหรือว่าอยู่กับมันเพราะเงิน

“หมอไม่ต้องตอบก็ได้นะ รีบๆไปทำงานเถอะไม่งั้นคงได้เห็นฉันบีบคอคนแก่ตายอยู่ตรงนี้”

“มึงกล้าก็เอา อย่าคิดว่ากูไม่มีมือไม่มีตีน” นวมเตรียมถลกผ้าถุง ช้อยต้องเข้ามาปรามทั้งคู่ถึงแยกย้ายกันไปได้ แล้วมองตามสมประสงค์ที่เดินออกไปอย่างโล่งอก พริ้งรีบตามเขาจนทัน ปลอบว่าอย่าคิดมาก นวมปากเปราะไปเรื่อยอย่าไปเอามาใส่ใจ เขาไม่พูดอะไรจ้ำพรวดๆจากไป เธอเจ็บใจนวมก้าวฉับๆ จะกลับมาเอาเรื่อง อารามรีบร้อนตกบันไดก้นจ้ำเบ้า ร้องวี้ดว้ายลั่น นวมกับช้อยวิ่งมาดู เห็นเธอนั่งแปะอยู่กับพื้น

ช้อยประคองน้องไปนั่งเก้าอี้ นวมมองแปลกใจที่พริ้งไม่เป็นอะไรทั้งที่ควรจะแท้งด้วยซ้ำ ช้อยบอกให้พริ้งรอที่นี่ก่อนจะไปหยิบยาหม่องมาให้ นวมสบช่องถามพริ้งว่าท้องแน่หรือ เธอยืนยันว่าท้องจริงๆจะ โกหกทำไม

“จะไปรู้เอ็งรึ เอ็งอาจจะโกหกเพราะอยากจับผู้ชาย ได้ข่าวว่าไปแย่งเขามาไม่ใช่รึ อุตส่าห์ตามไปลากมาจากต่างจังหวัดเชียว ที่เมียเขาแท้งลูกแล้วหนีไปฆ่าตัวตายก็เพราะเอ็งใช่ไหมเล่า”

พริ้งโกรธที่โดนจี้ใจดำพยายามข่มใจไว้ไม่อยากมีเรื่อง แต่นวมยังปากเสียไม่เลิก สองพี่น้องจึงเปิดศึกฝ่ามือแทนศึกน้ำลาย ช้อยเข้ามาห้ามก็ไม่มีใครหยุด ยังตบตีกันอุตลุด...

หลังตบตีกันจนหมดเรี่ยวแรง พริ้งเข้ามานั่งกระแทกตัวลงบนเตียง หงุดหงิดไปหมด ทันใดนั้นรู้สึกอุ่นๆที่ก้นก็ขยับตัวมอง เห็นระดูแดงเถือกก็ตกใจรีบเอาผ้าปูที่นอนกับชุดที่สวมอยู่ไปซัก

ระหว่างที่ซักผ้าปูที่นอนกับผ้านุ่งที่เปื้อนระดู นวมยังมายืนจับผิด เห็นผ้าที่พริ้งกำลังขยี้ผ้ามีรอยด่างคล้ายเลือดก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอไม่ท้อง ตั้งใจมั่นจะต้องหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา พริ้งเห็นนวม
ไปแล้วก็ถอนใจโล่งอก ซักผ้าต่อไปไม่ได้สนใจอีก

ทางฝ่ายนวมเข้าไปในห้องพริ้งค้นตามตู้กับใต้เตียงที่ยังไม่ได้ปูผ้าปูที่นอนเพื่อหาผ้าซับระดูแต่ไม่เจอ ลองไปดูที่โต๊ะเครื่องแป้ง ยังไม่ทันจะค้นได้ยินเสียงเรียกพริ้งของช้อยก็ชะงัก รีบเดินไปที่ประตูห้อง แนบหูกับข้างฝาฟังด้วยใจเต้นตึกตัก ได้ยินเสียงช้อยถามหาตนเองว่าหายไปไหน

“เป็นลมตายในท้องร่องแล้วล่ะมัง”

นวมโกรธด่าพริ้งว่าอีปากกระโถน แล้วเหลือบมองไปทางตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง ต้องชะงักเมื่อเห็นบางอย่างแพลมออกมาจากหลังตู้...

ช้อยจูงพริ้งออกไปที่มุมหนึ่งของบ้าน เอาลูกประคบอุ่นจัดมาประคบสะโพกที่ครากให้ สั่งให้ทำแบบนี้ทุกวันจนกว่าจะค่อยยังชั่ว แล้วบอกว่าวันนี้ทำไก่ตุ๋นยาจีนไว้ให้เธอกับสมประสงค์กิน

“บำรุงทำไม ฉันไม่ได้ท้องจริงๆสักหน่อย”

“แล้วไม่ได้อยากท้องจริงๆแล้วรึ”

พริ้งกำลังหาทางอยู่ ช้อยตุ๋นไก่ไว้ให้กินเพื่อเตรียมสุขภาพจะได้ติดลูกเร็วๆ เพราะตนไม่อยากทำผิดบาปกับสมประสงค์ ที่สำคัญไม่อยากโกหกสามี แทนที่จะสำนึก พริ้งกลับบอกว่าโกหกบ่อยๆเดี๋ยวก็ชินไปเอง ทำชั่วไม่ยากทำดียากกว่ามากช้อยยังทำได้เลยไม่ใช่หรือ นวมแอบฟังอยู่ยิ่งโกรธ “อีกาลกิณี เลวคนเดียวไม่พอ”

ooooooo

ครู่ต่อมา นวมเอากล่องผ้าซับระดูเดินเข้ามาหาช้อยที่กำลังเก็บลูกประคบไว้ในครัวออกตัวว่าอย่าว่าตนเลย ถ้าตนจะทำอะไรลงไป ตนกำลังจะช่วยไม่ให้เธอตกนรก ช้อยนิ่วหน้าแปลกใจถามว่าจะทำอะไรหรือ นวมไม่ตอบเดินออกไปโดยที่ช้อยไม่ทันสังเกตเห็นกล่องผ้าซับระดูในมืออีกฝ่าย

ครั้นมาถึงหน้าห้องพริ้ง นวมตะโกนเรียกเจ้าของห้องให้ออกมา พริ้งเปิดประตูออกมาเห็นกล่องผ้าซับระดู
ในมืออีกฝ่ายถึงกับหน้าเสีย สมประสงค์กับคุณพระเวทย์เดินเข้ามาพอดี

“พริ้งแต่งตัวเถอะ หมอจะพาไปฝากท้องที่โรงพยาบาล”

“จะไปทำไม ในเมื่อมันไม่ได้ท้อง” นวมปากล่องผ้าซับระดูลงพื้น “คนท้องอะไรใช้ผ้าซับระดู ทุกคนถูกมันแหกตา กูสงสัยตั้งแต่แรกแล้ว มันตกบันได แต่ ไม่เป็นอะไร แพ้ท้องก็ไม่แพ้ แล้วที่เห็นมันขยี้ผ้าปูที่นอนไม่ใช่เพราะเปื้อนระดูมันรึ”

“จริงเหรอคุณพริ้ง” สมประสงค์เห็นพริ้งอึกอักก็ลากเข้าห้องปิดประตูทันที ช้อยมองตามใจคอไม่ดี นวมว่าไม่ต้องไปสงสาร มันทำเลวไว้เองก็ให้มันเป็นคนแก้ ยอมโกหกให้มันก็บาปพอแล้ว ไม่ต้องไปช่วยอะไรมันอีก คุณพระเวทย์มองเมียรักด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนจะเดินออกไป ช้อยรีบตาม ขณะที่นวมยืนสะใจอยู่คนเดียว...

ภายในห้อง สมประสงค์สั่งให้พริ้งถอดผ้านุ่งออกแต่เธอไม่ยอม เขาจึงกระชากเธอมาใกล้ๆเอามือลูบตรงนั้นดูสัมผัสกับผ้าซับระดูเต็มๆ พริ้งไม่ยอมจนแต้มง่ายๆอ้างว่าแท้ง เขาเดือดดาลผลักเธอล้มลงไปกองกับพื้น

“ผมเป็นหมอไม่ใช่ควาย หยุดโกหกสักที แค่นี้ผมก็ขยะแขยงคุณเต็มทน” สมประสงค์รู้สึกเหมือนโลกถล่มใส่เป็นครั้งที่สอง ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร พริ้งเข้าไปกอดขาเขาไว้

“หมอ...ฉันขอโทษ ฉันโกหกเพราะอยากให้หมออยู่กับฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายความรู้สึกหมอเลย เอาอย่างนี้ไหม ฉันจะท้องจริงๆให้ได้ หมออยู่กับฉันเยอะๆนะ เรายังหนุ่มยังสาว เดี๋ยวก็ติด ไม่ยากหรอก”

สมประสงค์กระชากพริ้งขึ้นมาบนเตียงแล้วขึ้นคร่อม บีบคอด้วยความแค้น “คุณทำลายโลกทั้งใบของผมพังไปแล้วครั้งหนึ่ง โลกที่มีอารีพันธ์กับลูกในท้อง แล้วผมก็มีความหวังอีกครั้งกับโลกใบใหม่ เมื่อคุณบอกว่ากำลังจะมีลูกกับผม ผมพยายามลุกขึ้นใหม่เพื่อลูก ทำดีกับคุณทั้งๆที่เกลียดก็เพื่อลูก” เขาบีบคอพริ้งแน่นขึ้นอีก

“แต่คุณ...คุณมันนังสารเลว ผมจะฆ่าคุณให้ตายไปกับโลกของผม” สมประสงค์เห็นพริ้งกำลังจะหมดลมหายใจ อยู่ๆก็เปลี่ยนใจขึ้นมาปล่อยเธอเป็นอิสระ พริ้งหายใจได้อีกครั้ง ดิ้นหนีไปซุกที่มุมห้อง

“ตอนนี้คุณยังตายไม่ได้ คุณพริ้ง คนอย่างคุณมันต้องตายยิ่งกว่าตาย” สมประสงค์พรวดพราดออกไป...

นวมมองสมประสงค์ที่เดินลิ่วออกไป พลางเคี้ยวหมากอย่างสบายอารมณ์ ยิ่งได้ยินเสียงพริ้งสะอื้นไห้ ยิ่ง รู้สึกบันเทิงใจอย่างบอกไม่ถูก...

ทางด้านช้อยเข้ามากราบขอโทษคุณพระเวทย์ที่ต้องโกหกเรื่องพริ้งท้อง ยืนยันไม่ได้มีเจตนาร้าย เขาเคยบอกเธอแล้วว่าถ้าลองเริ่มต้นผิด สิ่งที่ตามมาไม่มีทางถูกต้องไปได้

“แต่เอาเถอะเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้วทำอะไรไม่ได้แล้วเรื่องนี้ไม่รู้จะโทษว่าเป็นความผิดของใครได้ ผิดด้วยกันหมดทุกคน แต่ถ้าจะให้ฉันหาต้นเหตุของความผิด ฉันคงต้องโทษไปที่ความไม่มีสติ ปล่อยให้ตัวเองตกเป็นทาสของกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง ถ้ายังคิดกันไม่ได้ชีวิตก็มีแต่จะวนเวียนแต่กับเรื่องพรรค์นี้ นับวันก็จะยิ่งถลำลึกลงไปเรื่อย” คุณพระเวทย์รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับเรื่องที่เกิดขึ้น ช้อยเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาเช่นกัน

ooooooo

พริ้งยังคงนอนเกลือกอยู่กับพื้นร้องไห้อย่างหนัก ช้อยทรุดลงนั่งข้างๆเรียกให้ลุกขึ้นได้แล้ว เธอยังคร่ำครวญไม่เลิกว่าสมประสงค์ทิ้งเธอไปแล้ว เธอไม่เหลืออะไรแล้ว ช้อยได้แต่พยักหน้ารับรู้ พริ้งตัดพ้อต่อว่า ทำไมไม่พูดให้กำลังใจกันบ้าง ช้อยจะไม่พูดไม่ยุ่งเรื่องความรักของน้องอีกแล้ว

“พี่จะพูดจะยุ่งเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเป็นพี่เป็นน้องเท่านั้น”

“อ้อ ผัวด่าเอาล่ะสิถึงได้มาลงกับน้อง คนที่เห็นผัวดีกว่าน้อง สุดท้ายแล้วเป็นยังไงรู้ไหม เป็นเหมือนอียักษ์ใจมารที่นั่งเคี้ยวหมากอยู่ข้างนอกนั่นไง ทำลายชีวิตฉัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้ไม่มันก็ฉัน ต้องตายกันไปข้าง” พริ้ง จ้ำพรวดๆออกไปอย่างเอาเรื่อง ช้อยรีบตามไปหวั่นใจจะเกิดเรื่องอีก นวมเห็นพริ้งก็จิกกัดแถมยุแยงให้ช้อยระวังตัวเองไว้บ้าง นังนี่อาจจะย่องตีท้ายครัวเอาก็ได้ พริ้งสั่งให้หุบปากเน่าๆ แต่เธอไม่หยุด

“อีนี่มันไว้ใจไม่ได้ หูตาแพรวพราวล่อเสือล่อตะเข้ตั้งแต่เด็กๆ ผัวพี่ผัวเชื้อมันก็ไม่เว้นดอก”

คำพูดนั้นสะกิดแผลเก่าขึ้นมาอีกครั้ง พริ้งหมดความอดทนหันไปคว้ามีดปอกมะพร้าวเอามาชี้หน้านวมด้วยความแค้น ผัวของนวมต่างหากที่ย่องเข้าหาตน ช้อยตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พริ้งแฉหมดเปลือกที่นวมเลี้ยงตนด้วยหวายเฆี่ยนเหมือนหมูเหมือนหมาแล้วเสือกไสให้ประเทียบไปเลี้ยงก็เพราะกลัวตนจะมีคนเดียวกับมัน ช้อยละล่ำละลักนี่โชติเคยทำอะไรพริ้งอย่างนั้นหรือ

“ถ้าฉันไม่หนีออกนอกบ้านทุกวันรอให้อีพี่นวมกลับมาจากนา ฉันก็คงได้พี่เขยเป็นผัวตั้งแต่ยังไม่ตัดจุก”

“จริงรึพี่นวม” ช้อยมองนวมอย่างรอคำตอบ เธอกลับพูดเข้าข้างผัวตัวเองหาว่าเป็นเพราะพริ้งร่านให้ท่าโชติก่อน เขาถึงได้เป็นแบบนั้น พริ้งฟ้องช้อย เห็นหรือยังว่านวมไม่เคยปกป้องตนเลย โยนความผิดให้ตลอด

“กูเป็นแค่เด็กกูไม่ได้ทำอะไรผิด กูมีที่พึ่งคนเดียวคือมึง แต่มึง...” ความแค้นแน่นอกจนพริ้งพูดอะไรไม่ออกปรี่เข้าไปจิกหัวนวมเงื้อมีดจะฟัน ช้อยตกใจร้องห้ามเสียงหลง พริ้งฟันสุดแรงเกิดแต่ไม่ได้ฟันคอนวม ฟันพื้นที่อยู่ข้างตัว นวมรีบคลานไปหลบหลังช้อย ยุให้ไล่อีนังบ้านี่ไปให้พ้น อย่าให้อยู่ชายคาเดียวกันกับเรา วันดีคืนดีมันอาจจะลุกขึ้นมาปาดคอเราตายยกครัวก็ได้ เธอเห็นช้อยนิ่งก็สะกิดเตือนให้ไล่พริ้งอีก

“ฉันไล่พริ้งไปไม่ได้ ฉันเป็นพี่เป็นที่พึ่งเดียวของพริ้งในตอนนี้ ฉันไม่มีทางเสือกไสพริ้งไปไหนแน่” ช้อยว่าแล้วประคองพริ้งเข้าข้างใน นวมมองตามไม่พอใจที่ช้อยเลือกมัน และในบ่ายวันนั้น นวมขนข้าวขนของออกจากบ้านสวนโดยไม่ลืมเตือนช้อยกับคุณพระเวทย์ให้ระวังหอกข้างแคร่อย่างพริ้ง สองผัวเมียฟังนิ่งๆ

“นี่คงไม่มีใครเชื่อคำฉันสักคนสินะ เอาเถอะ ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะได้เห็นเอง ฝากไปบอกอีนังกาลีนั่นด้วย ว่ามันกับฉันตายจากกันตั้งแต่วันนี้” นวมพูดจบขึ้นสามล้อจากไปไม่แม้จะเหลียวกลับมามอง...

มืดแล้วพริ้งไม่ยอมเปิดไฟ นั่งซุกอยู่มุมห้องกลัวไปหมด กลัวสมประสงค์จะไม่กลับมา และถ้าเขากลับมาก็ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรที่จะรั้งเขาไว้ ช้อยเข้ามาเห็นสภาพ ของน้องสาวก็สงสารจับใจ เห็นเตียงยังไม่ปูผ้า จัดการปูให้ ประคองพริ้งมานอนบนเตียงแล้วขยับจะไป เธอดึงชายเสื้อเอาไว้ เห็นน้องยังร้องไห้ไม่หยุดลงนอนข้างๆโอบกอดเอาไว้อย่างปลอบโยน

“พี่ขอโทษ พี่น่าจะไปรับพริ้งเร็วกว่านั้น”

ooooooo

ตั้งแต่เกิดเรื่อง พริ้งเอาแต่นอนอยู่บนเตียงไม่ขยับไปไหน ช้อยพยายามฉุดให้ลุกไปอาบน้ำอาบท่าก็ไม่ยอมขยับ ถามหาแต่สมประสงค์ เธอเองก็ไม่รู้ว่าเขาไปไหนที่คลินิกก็ไม่ได้ไป ฉวีมาบ่นให้ฟังว่าคนไข้หนีหมด มาทีไรไม่เคยเจอหมอ แล้วนี่จะจ้างหมอใหม่ไหม พริ้งไม่สนใจทำท่าจะนอนต่อไป

“อย่าทำหมดอาลัยตายอยากแบบนี้เลยพริ้ง”

“ฉันไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรทั้งนั้นถ้าไม่มีหมอสมประสงค์ เขาทิ้งฉันไปจริงๆเหรอพี่ช้อย ตอนนี้เขาไปอยู่ที่ไหน” พริ้งร้องไห้ออกมาอีก ช้อยได้แต่ถอนใจไม่รู้จะทำอย่างไร...

คนที่พริ้งคร่ำครวญถึงเมาหลับอยู่ริมถนน คุณพระเวทย์ไปเจอโดยบังเอิญรีบพากลับบ้าน พริ้งดีใจมากเข้าไปลูบหน้าลูบตาซบหน้าร้องไห้กับอก ไม่นานนักเขารู้สึกตัวได้สติเห็นพริ้งนอนซบอยู่ ถามว่าไม่โกรธเขาหรือ พริ้งไม่เคยโกรธเขาแม้แต่น้อย เขาอยากลงโทษเธออย่างไรก็ได้แต่อย่าทิ้งเธอไป เธอรักเขามาก

“ขอแค่หมอให้โอกาสฉันบ้าง ฉันจะรักหมอให้มากกว่าที่อารีพันธ์รักให้ดู”

“ผมจะรอดู” ว่าแล้วสมประสงค์พลิกตัวพริ้งลงนอนกับเตียง “ผมจะอยู่กับคุณ ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ไปไหน จนกว่าผมจะตาย” เขาตั้งใจจะปฏิบัติกับพริ้งเยี่ยงช็อกการีจะทำให้เธอเจ็บสาหัสยิ่งกว่าตาย

ooooooo

แต่งตัวเสร็จ สมประสงค์แบมือขอเงิน พริ้งกุลี กุจอไปหยิบให้โดยคิดว่าจะไปคลินิก เขาได้เงินก็เดินลิ่วออกจากห้องไม่สนใจไยดีเธอแม้แต่น้อย เธอเองก็ไม่ติดใจอะไรคิดว่าแค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว

ด้านช้อยเห็นพริ้งลุกขึ้นแต่งตัวสวยกินข้าวได้ ผิดจากเมื่อวานลิบลับไม่วายกระเซ้าทีเมื่อวานจะเป็นจะตาย เธอยกความดีความชอบให้สมประสงค์ เพิ่งจะเข้าใจคราวนี้ว่าทำไมผัวเมียที่ชอบตีกันถึงได้มีลูกหัวปีท้ายปี ตีกันก่อนแล้วค่อยง้อกันทีหลัง ช้อยต้องขอร้องให้เธอหยุดพูดจาหยาบโลนเดี๋ยวหลานจะได้ยิน

“ไม่พูดต่อก็ได้ ฉันไปล่ะ จะไปรอรับผัวสักหน่อย” พริ้งเดินยิ้มร่าออกไป ทิ้งถ้วยชามที่ตัวเองกินไว้อย่างนั้น ไม่เก็บไม่ล้าง ช้อยได้ถอนใจปลงๆ...

ครั้นไปถึงคลินิกพริ้งถึงได้รู้จากฉวีว่าตั้งแต่วันที่สมประสงค์บอกว่าจะพาพริ้งไปฝากท้องที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้มาคลินิกอีกเลย เธออยากรู้ว่าพริ้งจะเอาอย่างไรกับคลินิก ไม่มีหมอก็ไม่มีคนไข้ ที่ตนเปิดไว้ก็เพื่อขายยาสามัญประจำบ้านง่ายๆหารายได้เข้าร้านไปพลางๆเท่านั้น

“แล้วฉันจะมาคุยด้วยอีกที” ว่าแล้วพริ้งเดินลิ่วออกไป ฉวีมองตามกลุ้มใจ...

กว่าสมประสงค์จะกลับเข้าบ้านก็ค่ำมืดดึกดื่น พริ้งซักว่าไปไหน ได้ความว่าไปเล่นม้า เธอโวยวายทำไมไม่ไปทำงาน เราไม่มีรายได้ เรากำลังจะแย่ เขาไม่ได้มีหน้าที่หาเงิน ถ้าให้หาเงินก็จะไม่อยู่ พริ้งกลัวเขาจะทิ้งไปอีกรีบบอกว่าไม่ต้องหา เธอจะเป็นคนหาเอง สมประสงค์ยิ้มกริ่ม เข้ามาซุกไซ้พริ้งก่อนจะพาไปจบที่เตียง

ooooooo

สมประสงค์ไม่ทำอะไรเลยตื่นเช้าแบมือขอเงินจากพริ้งแล้วก็หายหัวไป กว่าจะกลับก็ค่ำมืดดึกดื่น แถมหลับนอนกับพริ้งทุกวันทำเหมือนเธอเป็นแค่เครื่องบำบัดความใคร่ แต่เนื่องจากเธอรักเขาก็เลยไม่บ่นสักคำ

ในเมื่อไม่มีหมอมารักษาคนไข้ คลินิกจึงต้องปิดตัวลง การจากกันของพริ้งกับฉวีเป็นไปอย่างไม่ค่อยดีนักเพราะฝ่ายแรกหาว่าฉวีหนีเอาตัวรอดตอนที่เธอลำบาก ส่วนเงินที่ได้จากการเซ้งกิจการพริ้งเอาไปเล่นพนันคิดว่าจะได้เงินมาต่อทุนกลับเสียในบ่อนจนหมด เธอซมซานกลับมาหาช้อย เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่าไม่เหลืออะไรแล้ว เงินหมดไปกับบ่อน ช้อยเคยบอกเธอแล้วว่าไม่เคยมีใครรวยจากการพนัน พริ้งขอร้องอย่าเพิ่งซ้ำเติม

“โอ๊ย มืดแปดด้านไปหมดแล้ว เพราะไอ้ผัวเฮงซวยนั่นแท้ๆเพราะมันทำให้ฉันหมดตัว”

“อ้าว กลายเป็นเฮงซวยซะแล้วรึ ไม่ใช่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขาแล้วรึ”

“อยู่ยังไง อยู่ให้มันไถเงินทุกวัน ฉันต้องนั่งหลังขดหลังแข็ง หาเงินที่มันไม่เคยคิดจะช่วยฉันหา ฉันไม่ไหวแล้วพี่ช้อย” พริ้งว่าแล้วผละออกมา ส่วนช้อยเข้าไปช่วยคุณพระเวทย์ทำความสะอาดห้องพระ เขาสั่งเสียให้เธอดูแลพระเครื่องเหล่านี้ให้ดีๆสักวันอาจจะมีประโยชน์ เธอรับปากจะเก็บไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ เขายังบอกให้เธอเตือนพริ้งกับสมประสงค์ด้วยว่าไม่จำเป็นอย่าออกไปข้างนอก เขาได้ข่าวไม่สู้ดีนัก

“การเห็นต่างเรื่องการเมือง ถ้าคุยกันบนโต๊ะไม่ได้ อาจต้องจบด้วยการนองเลือด”...

สมประสงค์แต่งตัวเสร็จก็แบมือขอเงินจากพริ้ง คราวนี้เธอไม่ให้อ้างไม่มีเงินหมดตัวแล้ว ไม่เหลืออะไรจะให้ เกิดมาไม่เคยตกต่ำเท่านี้มาก่อน โทษว่าเป็นเพราะเขาคนเดียว สมประสงค์เดินสะใจออกไป

พริ้งรีบไปเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งล้วงเข้ามาลึกที่สุดหยิบซองเงินที่ซ่อนไว้ออกเปิดดู เงินยังอยู่ครบก็โล่งใจ จะหาที่ซ่อนใหม่ สมประสงค์โผล่มาจากไหนไม่รู้คว้าเอาเงินไป พริ้งจะแย่งคืนเขาก็ไม่ให้ สองคนยื้อแย่งซองเงินกันไปมา พริ้งเผลอตัวข่วนหน้าสมประสงค์เลือดซิบ เขาโกรธมากตบเธอกระเด็นแล้วเดินออกจากห้อง พริ้งพุ่งเข้าไปเกาะขาไม่ยอมให้ไป ด่าลั่นว่าไอ้แมงดา เอาเงินของตนคืนมา

“แมงดาอย่างกูก็เหมาะแล้วกับช็อกการีอย่างมึง ไม่รู้ตัวอีกเหรอว่ามึงเป็นช็อกการีในสายตากูอีพริ้ง”

พริ้งยัวะตบตีสมประสงค์ไม่ยั้ง เขาตบคืนซ้ายขวาจนเธอทรุดจะเข้าไปซ้ำแต่ช้อยกับคุณพระเวทย์ขวางไว้เสียก่อน ในที่สุดสมประสงค์ก็เอาเงินไปจนได้ โดยมีเสียงพริ้งตะโกนแช่งให้ตายอย่างหมาข้างถนนไล่หลัง...

เป็นอย่างที่พริ้งแช่ง คืนนั้นสมประสงค์ถูกลูกหลงจากการเกิดกบฏแมนฮัตตันตายกลางถนน เธอไม่ยอมไปรับศพเขา ไม่ว่าช้อยกับคุณพระเวทย์จะขอร้องอย่างไร

ooooooo

แม้สมประสงค์จะตายไปแล้ว แต่วิบากกรรมของพริ้งยังไม่จบ เธอตั้งท้องลูกของเขา เงินก็ไม่มี คลินิกก็ปิดกิจการไปแล้ว แถมยังอุ้มท้องลูกที่ไม่อยากได้ พริ้งกลุ้มใจมากไม่รู้จะทำอย่างไร

ทั้งที่บ่นไม่มีเงินไม่อยากจนอีก แต่พริ้งกลับไม่ทำอะไรสักอย่าง ไม่ช่วยหยิบจับไม่ช่วยช้อยทำมาหากิน เธอเสนอจะให้เงินค่าจ้างเพื่อที่น้องจะได้ไม่อยู่เฉยๆจนฟุ้งซ่าน พริ้งก็ไม่ยอมทำอ้างเหนื่อย อีกอย่างได้เงินนิดหน่อยไม่คุ้มแล้วเดินหนีออกมาปล่อยให้ช้อยทำขนมคนเดียว

ระหว่างเดินกลับห้องพริ้งแอบได้ยินคุณพระเวทย์กับเพื่อนคุยกันถึงพระเครื่องว่ามีราคาค่างวดก็ตาวาวด้วยความโลภคิดจะขโมยไปขายแต่ไม่สบช่องสักที กระทั่งดึกสงัดเธอสบโอกาสเหมาะแอบย่องเข้าไปหยิบพระเครื่องแบบสุ่มๆใส่ห่อผ้าเพราะไม่รู้องค์ไหนมีราคา โชคไม่เข้าข้างคุณพระเวทย์ออกมาเจอเสียก่อน ถามว่าเข้าไปทำอะไรในห้องพระ แล้วที่ซ่อนไว้ข้างหลังนั่นห่ออะไร สั่งให้เอามาให้ดู พริ้งไม่ยอมให้

สองคนยื้อแย่งห่อผ้ากันไปมา คุณพระเวทย์เสียหลักร่วงตกบันไดหัวฟาดพื้นอย่างแรงพระเครื่องในมือกระจายเกลื่อนพื้น นอนตาค้างมองพริ้งเขม็ง เธอตกใจกรีดร้องลั่น ช้อยได้ยินเสียงเอะอะออกมาดูเห็นสามีนอนแน่นิ่งสั่งให้พริ้งรีบไปตามคนมาช่วยพาเขาไปหาหมอ พริ้งรีบวิ่งออกไปทันที ช้อยเข้าไปจับมือเขาไว้

“คุณพระทำใจดีๆไว้อย่าเป็นอะไรนะ อย่าเป็นอะไร”

ด้วยความกลัวว่าคุณพระเวทย์จะมีชีวิตขึ้นมาพูดความจริงที่ตัวเองขโมยพระเครื่อง ทำให้พริ้งประวิงเวลาไม่ตามคนมาช่วย ในที่สุดเขาก็เสียชีวิตด้วยอาการเลือดคั่งในสมอง...

เผาศพคุณพระเวทย์เสร็จไปไม่นาน เมียเก่าของเขาสองคนแม่เอมและแม่ตาบตามมาขอแบ่งสมบัติเงินทองไม่มีก็จะเอาพระเครื่องไปแทน พริ้งทนไม่ไหวออกหน้าแทนพี่สาว โกหกว่าคุณพระขายกินไปหมดแล้ว

“ถ้าอยากได้นักก็มีแต่บ้านกับที่ดินนี่แหละมาแซะเอาไป”

พริ้งมีปากเสียงกับแม่เอมและแม่ตาบถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทั้งคู่แก่แล้วสู้แรงเธอไม่ไหว จำต้องชวนกันกลับ แต่จะกลับมาอีกจะมาทวงสิทธิ์ของตัวเองให้ช้อยเตรียมตัวรับมือไว้ได้เลย พริ้งขู่ถ้ากล้ากลับมาจะเตรียมน้ำร้อนรอไว้สาด ทั้งคู่กลัวเผ่นแน่บ ช้อยขอบใจน้องมาก เธอยินดีทำให้เป็นการตอบแทนที่ช้อยดูแลเธอมาตลอด

“พี่ช้อยอ่อนเกินไปไม่ทันอีพวกแร้งแก่สองตัวนั่นหรอก ไม่ได้คืบก็จะเอาศอกผิดที่ฉันพูดปะไรมันจะเอาพระเครื่องไปขาย” พริ้งคันไม้คันมืออยากตบนังสองคนนั่นอีก ช้อยไม่อยากพูดเรื่องนี้ คุณพระเวทย์เพิ่งจะเผา น่าเกลียดที่ต้องมาทะเลาะกันเรื่องแบ่งสมบัติ...

แม่เอมกลับมาทวงสมบัติอีกครั้ง คราวนี้เอาบุญช่วยลูกชายมาช่วยทวงด้วย เขาไม่ใช่พวกชอบใช้กำลังแถมเป็นลูกแหง่ก็เลยโดนพริ้งเล่นงานเปิดเปิงทั้งแม่ทั้งลูก แม่เอมไม่ล่วงรู้เลยว่าบุญช่วยประทับใจพริ้งมาก

ooooooo